รีวิวโครงการ

BoomTharis | The Reserve Sathorn คอนโดตัวท้อป 40 ล้านจากพฤกษา!

13 พฤษภาคม 2022

อ่านรีวิวล่าสุด

โครงการ The Reserve Sathorn เป็นคอนโดมิเนียมระดับ Luxury บนทำเลใจกลางสาทร ตั้งอยู่ในซอยสวนพลูห่างจากถนนสาทรไปเพียง 80 ม. เป็นโครงการ High Rise 30 ชั้น สไตล์ Modern Colonial เป็นส่วนตัวเพียง 134 ยูนิต ให้พื้นที่ส่วนกลางมาอย่างครบครัน พร้อมวัสดุระดับพรีเมียมที่เป็นจุดเด่นของแบรนด์ The Reserve ในราคาเริ่มต้นที่ 12.9 ล้านบาทค่ะ

สำหรับโครงการนี้ มีจุดเด่นที่น่าสนใจอยู่หลายอย่างซึ่งเรารวบรวม Highlights ของโครงการมาให้ชม ดังนี้

  • ยูนิตน้อยเน้นความเป็นส่วนตัว โครงการนี้จะมีเพื่อนบ้านเพียง 134 ยูนิตเท่านั้น ซึ่งจัดว่าเป็น คอนโด High Rise ที่มียูนิตน้อยเมื่อเทียบกับโครงการส่วนใหญ่ในละแวกนี้ ส่วนในชั้นพักอาศัยแต่ละชั้นมีเพียง 4-8 ยูนิต และมีอัตราส่วนลิฟต์ 44.6 : 1 ถือเป็นโครงการ High Rise ที่ได้ความหนาแน่นต่ำมาก
  • ทำเล : โครงการนี้ตั้งอยู่ใจกลางย่านสาทร แหล่งศูนย์กลางธุรกิจของกรุงเทพมหานคร เต็มไปด้วยอาคารสำนักงาน โรงแรม 5 ดาว สถานทูต โรงพยาบาลขนาดใหญ่ รวมไปถึงโรงเรียนเอกชนหลายแห่ง จัดได้ว่าเป็นทำเลที่รายล้อมไปด้วยแหล่งอำนวยความสะดวกครบครัน
  • วัสดุ : โครงการนี้เน้นใช้หินอ่อนในการตกแต่งทั้งพื้นที่ส่วนกลางและห้องพักอาศัย เน้นกระจกแบบ Full Height และเป็น Triple Glazing Insulated Glass ซึ่งช่วยในเรื่องของการกันความร้อนเข้าภายในห้อง และกันเสียงจากภายนอกได้ดี นอกจากนั้นภายในห้องพักอาศัยยังได้ Technology ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการอยู่อาศัยมากขึ้น
  • การออกแบบ : การออกแบบโครงการมาในสไตล์ Modern Colonial ผสมผสานระหว่างความสมัยใหม่ เรียบหรู กับความเป็นไทย นอกจากนั้นยังมีการออกแบบห้องให้มีมุมที่เป็นกระจกโค้งสามารถรับวิวได้เต็มที่ มีห้องพักอาศัยให้เลือกหลายรูปแบบ จัดฟังก์ชันได้ดี

ข้อมูลโครงการ

The Reserve Sathorn (เดอะ รีเซิร์ฟ สาทร) ณ วันที่ 18 เมษายน 2565

 ชื่อโครงการ The Reserve Sathorn (เดอะ รีเซิร์ฟ สาทร)
 ชื่อผู้ประกอบการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด(มหาชน)
 SEGMENT CLASS LUXURY CLASS (รายละเอียดของ Segment คอนโดปี 2021 )
 โครงการตั้งอยู่ ซอยสวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร
 ที่ดิน 1-1-53.3ไร่
 ประเภทคอนโด High Rise 30 ชั้น 1 อาคาร
 จำนวนยูนิต  134 ยูนิต
 ยูนิตต่อชั้นสูงสุด  8 ยูนิต
 ที่จอดรถ  135 คัน คิดเป็น 100% เป็นที่จอดแบบ Conventional Parking
 เริ่มก่อสร้าง  ปี 2562
 คาดว่าจะแล้วเสร็จ  ธ.ค. 2564
 ประเภทห้องพัก

  • 1 Bedroom ขนาด 50-57 ตร.ม. จำนวน 60 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 12.9 ล้านบาท
  • 1 Bedroom Crystal ขนาด 56 ตร.ม. จำนวน 26 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 12.9 ล้านบาท
  • 2 Bedroom ขนาด 79-115 ตร.ม. จำนวน 16 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 25 ล้านบาท
  • 2 Bedroom Crystal ขนาด 104 ตร.ม. จำนวน 30 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 26 ล้านบาท
  • Duplex ขนาด 126 ตร.ม. จำนวน 2 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 42 ล้านบาท

 ฝ้าเพดานสูง  3 เมตร
 ราคาเริ่มต้น  12.9 ล้านบาท
 ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการ 265,000 บาท/ตร.ม.
 ช่วงราคาต่อตารางเมตร(ต่ำสุด-สูงสุด) 229,000 – 300,000 บาท/ตร.ม.
 EIA (ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) ผ่านแล้ว
 เว็บไซต์โครงการ คลิกที่นี่
 Call Center 1739

 

ทำเลที่ตั้ง

พิกัด Google Maps : 13.722524, 100.536938
หรือสามารถ :  คลิกที่นี่

แผนที่จากทางโครงการค่ะ

โครงการ The Reserve Sathorn ตั้งอยู่ในซอยสวนพลู (ก่อนซอยพระพินิจ) ซึ่งจะห่างจากถนนสาทรประมาณ 80 เมตร

สำหรับ “ทำเลสาทร” อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่าเป็นย่านศูนย์กลางธุรกิจหรือCBD ที่สำคัญของกรุงเทพมหานคร บรรยากาศบริเวณถนนเส้นนี้จะมีความเป็นย่านธุรกิจสูง มีตึกสูงอยู่ตลอดเส้นทางทั้งอาคารสำนักงานต่างๆจำนวนมาก ถือเป็นเป็นแหล่งงานสำคัญที่มีบริษัทในกลุ่มชั้นนำระดับประเทศอยู่หลายแห่ง รวมไปถึงสาธารณูปโภคระดับ Hi-End ที่ครบครันทั้งโรงแรม 5 ดาว โรงพยาบาลชื่อดัง และโรงเรียนเอกชนชั้นนำ ในวันทำงานจะบรรยากาศจะค่อนข้างคึกคัก โดยเฉพาะช่วงเช้าและเย็น ในขณะที่วันหยุดสุดสัปดาห์ ย่านนี้จะค่อนข้างเงียบสงบ อยู่สบาย นอกจากนั้นอีกจุดเด่นของถนนสาทรคืออยู่ไม่ไกลพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ของกรุงเทพมหานครอย่างสวนลุมพินี และอยู่ไม่ไกลจากแม่น้ำเจ้าพระยาอีกด้วยค่ะ

ถึงแม้ซอยสวนพลู หรือสาทร 3 จะตั้งอยู่บริเวณย่านเศรษฐกิจสำคัญอย่างสาทร แต่ซอยสวนพลูกลับมีบรรยากาศที่แตกต่างออกไป มีบรรยากาศที่สงบมากขึ้น เดิมทีซอยนี้เป็นชุมชนเก่าแก่ที่มีอาคารบ้านเรือนทรงตะวันตกหลายหลัง และยังมีสถานทูตอยู่หลายแห่ง สถานที่สำคัญใกล้ๆโครงการเลย อย่างอาคารสำคัญที่ใกล้โครงการเลยก็จะเป็นบ้าน ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช นอกจากนี้ยังมีร้านคาเฟ่ ร้านอาหาร ร้านค้าที่น่าสนใจซ่อนตัวอยู่มากมายตลอดซอยสวนพลูทั้ง 9 ซอยอีกด้วยค่ะ

ด้านการเดินทางด้วยรถยนต์ถือว่าสะดวกเลยค่ะ เพราะตัวโครงการแม้จะอยู่ในซอยสวนพลู แต่ก็ห่างจากถนนสาทรเพียง 80 ม. การเดินทางเน้นใช้ถนนสาทรเป็นหลักในการวิ่งเข้า-ออกเมือง เชื่อมต่อการเดินทางบนถนนได้หลากหลายเส้นทางไปยังโซนลุมพินี พระราม 3 พระราม 4 และเจริญกรุงได้อย่างสะดวก หรือจะเดินทางไปยังฝั่งธนด้วยสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน หรือที่นิยมเรียกกันว่า สะพานสาทร ซึ่งเป็นสะพานหลักในการเชื่อมต่อไปยังฝั่งธนบุรีในย่านนี้ก็สะดวกดีค่ะ

การเดินทางโดยใช้ทางด่วนมีให้เลือกใช้ 2 เส้นทางด้วยกัน คือ

  • ทางด่วนเฉลิมมหานคร จุดทางขึ้น-ลงที่ใกล้ๆ 2 จุด คือ ด่านแยกพระราม 4 หรือวิ่งไปออกถนนนางลิ้นจี่ขึ้นทางด่วน ตรงด่านเลียบแม่น้ำ ระยะห่างทั้ง 2 ด่านไม่ต่างกันมาก
  • ทางด่วนศรีรัช มีจุดขึ้น-ลงใกล้ๆ 2 จุด คือ บริเวณถนนสุรวงศ์-ถนนสีลม ตรงนี้จะต้องวิ่งผ่านสาทรซึ่งจะมีปริมาณรถมากหน่อยค่ะ หรือจะเลือกขึ้นบริเวณถนนจันทน์ก็ได้เช่นกัน

จุดกลับรถบนถนนสาทรมีอยู่หลายจุดเลยค่ะ โดยจุดที่ใกล้ที่สุดจากหน้าปากซอยสวนพลูมีระยะประมาณ 140 ม. ทำให้สามารถกลับรถวิ่งย้อนไปทางพระราม 4 ได้สะดวกค่ะ

การเดินทางโดยใช้รถสาธารณะค่อนข้างสะดวก เพราะในซอยเองก็มีรถแท็กซี่วิ่งอยู่ตลอดเวลา วินมอเตอร์ไซค์ไม่ไกลจากหน้าโครงการ หากต้องการเดินทางในเวลาเร่งด่วนสามารถเรียกใช้บริการได้ไม่ยาก ส่วนการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า สถานีที่ใกล้ที่สุด คือ BTS ช่องนนทรี, BTS เซนต์หลุยส์ และ MRT ลุมพินี ที่ระยะประมาณ 1.1-1.2 กม. การเดินทางด้วยรถไฟฟ้าแม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในระยะเดิน แต่ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่สามารถใช้ในการเดินทางได้ค่ะ

ทางโครงการเล็งเห็นอยู่แล้วว่าการเดินสำหรับคนที่เลือกซื้อโครงการระดับ Luxury จะเน้นใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นหลัก จึงจัดที่จอดรถมาให้ครบ 100% แบบ Conventional ทั้งหมด พร้อม EV Charging Station ภายในโครงการ

ซอยสวนพลู เป็นซอยที่สามารถลัดไปออกถนนหลักได้หลากหลายเส้นทาง เพื่อเป็นตัวเลือกรองจากการใช้ถนนหลักอย่างถนนสาทร ที่ในชั่วโมงเร่งด่วนจะมีสภาพการจราจรติดขัดเป็นประจำโดยซอยสวนพลูสามารถเชื่อมต่อได้ 5 เส้นทางด้วยกัน ดังนี้

  • ถนนสาทร – เข้าได้ทั้งจากปากซอยสวนพลูที่เป็นทางหลักแล้ว ยังลัดเข้าได้จากซอยสาทร 1 ได้ หากวันไหนเดินทางมาจากพระราม 4 วิทยุ และถนนสาทรรถติดใช้ซอยสาทร 1 ก็สะดวกค่ะ
  • ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ – ลัดได้จากซอยพระพินิจและซอยสวนพลู 1
  • ถนนจันทน์ – หากวิ่งมาจากทางถนนจันทน์ก็สามารถลัดเข้าถนนนางลิ้นจี่ทะลุเข้าซอยสวนพลูได้เช่นกันค่ะ
  • ถนนพระราม 3 – วิ่งเข้าถนนนางลิ้นจี่ที่บริเวณแยกนางลิ้นจี่จากนั้นตรงทะลุเข้าซอยสวนพลูได้เลย
  • ถนนพระราม 4 – สามารถเข้ามาซอยสวนพลูได้ผ่านทางซอยงามดูพลีค่ะ

เส้นทางการเดินทาง

สามารถดูเจาะลึกเส้นทางการเดินทางได้จาก >> The Reserve Sathorn  รีวิวฉบับที่ 1636

Image 1/2
ภาพบรรยากาศด้านหน้าโครงการ ภายในซอยสวนพลู

ภาพบรรยากาศด้านหน้าโครงการ ภายในซอยสวนพลู

สภาพแวดล้อมรอบโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

  • ทิศเหนือ – ติดกับอาคารสูง 4 ชั้น และ Urbana Sathorn สูง 35 ชั้น อยู่เยื้องออกไปทางทิศตะวันตก
  • ทิศตะวันออก – ติดกับซอยสวนพลู ฝั่งตรงข้ามเป็นคอนโดบ้านปิยะสาทร สูง 33 ชั้น และ อาคาร Sathorn Vista Marriott Executive Apartments สูง 32 ชั้น อยู่เยื้องออกไป
  • ทิศใต้ – ติดกับตึกแถวสูง 4 ชั้น และชุมชนบ้านพักอาศัยแนวราบ
  • ทิศตะวันตก – ติดกับชุมชนบ้านพักอาศัยแนวราบ

โดยวิวจากชั้น 29 ในทิศต่างๆ ของโครงการเป็นดังนี้ค่ะ

ทิศเหนือ จะเห็นวิวถนนสาทร วิวเมืองตึกสูงสาทร-สีลม และมีอาคาร Urbana Sathorn สูง 35 ชั้น อยู่ใกล้เคียงซึ่งอาจจะบังวิวระยะไกลไประดับนึง แต่ไม่ได้บังวิวทั้งหมดนะคะ เพราะตำแหน่งอาคารอยู่เยื้องกัน

ทิศตะวันออก เป็นทิศด้านหน้าโครงการติดกับซอยสวนพลู ฝั่งตรงข้ามเป็นอาคารสูง แต่ก็ไม่ได้ประชิดจนเกินไป เพราะมีระยะถนนซอยสวนพลูคั่นอยู่ โดยวิวทางทิศนี้ เป็นวิวเมืองตึกสูงสาทร และพระราม 4

ทิศใต้ จะเห็นถนนซอยสวนพลูยาวไปจรดถนนงามดูพลี ได้วิวเย็นอากาศ และพระราม 3 วิวในทิศนี้ค่อนข้างโล่ง ส่วนใหญ่เป็นชุมชนพักอาศัยแนวราบ แต่จะเห็นตึกสูงอยู่บ้าง ที่ตรงกับโครงการเลยจะเห็นคอนโด Supalai Elite สูง 23 ชั้น อยู่ห่างออกไป ในระยะที่ไม่อึดอัดค่ะ

ทิศตะวันตก  จะได้วิวเมืองตึกสูงสาทร และตึกสูงบริเวณถนนนราธิวาสราชนครินทร์ที่อยู่ห่างออกไป

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

ห้างสรรพสินค้า / ตลาด

  • สีลม คอมเพล็กซ์ ~ 1.1 km.
  • ตรีนิตี้มอลล์ 3 ~ 1.1 km.
  • แม็คโคร สาทร ~ 2.6 km.
  • สามย่านมิตรทาวน์ ~ 3.1 km.
  • จามจุรีสแควร์​ ~ 3.3 km.
  • Vanilla Moon ~ 3.5 km.
  • ตลาดสวนพลู ~ 400 m.
  • ตลาดละลายทรัพย์ ~ 1.3 km.

โรงพยาบาล

  • โรงพยาบาล BNH ~ 500 m.
  • โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ ~ 1.4 km.
  • โรงพยาบาล กรุงเทพคริสเตียน ~ 2.3 km.
  • โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ~ 2.3 km.

โรงเรียน

  • โรงเรียนเซนต์โยเซฟ คอนแวนต์ ~ 600 km.
  • โรงเรียนเซนต์หลุยส์ศึกษา ~ 1.6 km.
  • โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ~ 1.8 km.
  • โรงเรียนอัสสัมชัญ คอนแวนต์ สีลม ~ 2.0 km.
  • โรงเรียนอัสสัมชัญศึกษา ~ 2.9 km.
  • จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ~ 3.6 km.

สถานที่สำคัญอื่นๆ

  • สถานทูตเยอรมัน ~ 800 km. (ระยะเดิน)
  • โรงแรม Banyan Tree ~ 450 km. (ระยะเดิน)
  • สวนลุมพินี ~ 1.2 km. (ระยะเดิน)

รายละเอียดโครงการ

โครงการ The Reserve Sathorn เป็นคอนโดภายใต้แบรนด์ระดับบนสุดอย่าง The Reserve ของ Pruksa  โดยโครงการนี้เป็นคอนโด High Rise สูง 30 ชั้น จำนวนยูนิต 134 ยูนิต บนเนื้อที่ 1-1-53.3 ไร่

โครงการออกแบบมาในสไตล์ Modern Colonial ที่เน้นความเรียบง่ายผ่านโทนสีและรูปทรง แต่ยังคงมี Details จาก Colonial Style ที่ดีไซน์ตัวอาคารโดยใช้เส้นสายที่มีการวางเฟรมถี่ และเส้นโค้ง Arch จากซุ้มประตูต่างๆ ผสมผสานระหว่างความสมัยใหม่ เรียบหรู กับความเป็นไทย ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสถาปัตยกรรมตะวันตกในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งมาจากบริบททำเลโดยรอบที่เป็นย่านขุนนางและคหบดีเก่าแก่ ทำให้ยังคงเห็นอาคารที่มีกลิ่นอายแบบยุโรปทั้งบ้านพักขุนนางและสถานทูตหลงเหลืออยู่ในย่านนี้ นอกจากนั้นยังมีการออกแบบห้องที่มีกระจกโค้ง พร้อมวัสดุระดับพรีเมียมที่เป็นจุดเด่นของแบรนด์ The Reserve ด้วยค่ะ

โดยการจัดวางฟังก์ชันต่างๆ ในแต่ละชั้นของโครงการมีดังนี้ค่ะ

  • ชั้นใต้ดิน : ออกแบบเป็นที่จอดรถทั้งหมด 2 ชั้น สำหรับ Visitor จะสามารถจอดรถได้ที่ชั้นจอดรถใต้ดินเท่านั้น
  • ชั้น 1  : เป็นชั้นต้อนรับลูกบ้านและแขกผู้เข้ามาติดต่อ ประกอบไปด้วย
    -Concierge by The Reserve Lounge
    -Center Court Lobby
    -Lobby
  • ชั้น 2-9 : เป็นชั้นที่จอดรถสำหรับลูกบ้าน โดยลักษณะการจอดเป็นรูปแบบช่องจอด Conventional สามารถรองรับได้ทั้งหมด 100% พร้อม  EV Charging Station 1 จุด จำนวน 2 คัน
  • ชั้น 10-22 : เป็นชั้น Typical Floor ซึ่งมีจำนวนยูนิตสูงสุดเพียง 8 ยูนิต
  • ชั้น 23-28 : เป็นชั้น Exclusive Floor โดยจะมีห้องขนาดใหญ่และจำนวนยูนิตต่อชั้นที่น้อยลงมา (4-6 ยูนิต/ชั้น)
  • ชั้น 29 : เป็นชั้น Main Facilities ประกอบไปด้วย
    -Private Spa & Salon
    -Exclusive Gym
    -Yoga & Boxing Studio
    -Crystal Lounge
  • ชั้น 30 : เป็นชั้น Main Facilities ประกอบไปด้วย
    -Rooftop Bar
    -Sky Deck
    -Colonial Thermal Pool
    -Jacuzzi 5 จุด

ก่อนพาไปเดินชมโครงการเรามาเริ่มที่ Master plan ของทางโครงการกันก่อนนะคะ โดยโครงการ The Reserve Sathorn ตั้งอยู่ภายในซอยสวนพลู ห่างจากถนนสาทร 80 ม. ก่อนถึงซอยพระพินิจ มีทางเข้า – ออกทางเดียว ภายในโครงการจัดเส้นทางเดินรถแบบสวนทางกัน เมื่อเข้ามาแล้วสามารถเลือกจอดรถได้ 2 โซน คือ โซนชั้นใต้ดิน และ ที่จอดรถบนอาคารตั้งแต่ชั้นที่ 2-9 โดยมีที่จอดรถทั้งหมด 135 คัน คิดเป็น 100% เลยค่ะ

เมื่อเข้ามา Drop off จะอยู่บริเวณซ้ายมือ เชื่อมต่อกับพื้นที่ต้อนรับสำหรับแขกและลูกบ้าน คือ Lobby และ  Concierge Lounge ตรงกลางเป็น Center Court Lobby บริเวณ Lobby จะเชื่อมต่อกับออฟฟิศของนิติบุคคล และห้องน้ำ 1 ห้องไว้รองรับค่ะ ส่วนด้านหน้าและด้านข้างโครงการฝั่งที่ติดกับซอยพระพินิจ ทางโครงการออกแบบมาให้เป็นพื้นที่สีเขียว พร้อมโซนนั่งเล่น Out door

สำหรับโถงลิฟต์จะมีการออกแบบเพื่อให้ผู้พักอาศัยได้รับความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวโดยจะมีประตูกั้นแยกเป็นสัดส่วน คนที่จะผ่านเข้าไปต้องใช้คีย์การ์ด ลิฟต์โดยสารมี 3 ตัว และมีลิฟต์ Service อีก 1 ตัว อัตราส่วนลิฟต์เท่ากับ 44.6 : 1 ถือเป็นโครงการ High Rise ที่ได้ความหนาแน่นต่ำมากค่ะ

มาเริ่มกันที่บริเวณด้านหน้าโครงการกันก่อนค่ะ ทางเข้า – ออกรถของโครงการมีจุดเดียว ทำให้ง่ายในการดูแลความปลอดภัย โดยจะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลให้ตลอด 24 ชั่วโมง

“ซอยสวนพลู” แต่เดิมเป็น “สวนพลู” จริงๆ เพราะมีคนจีนมาปลูกพลูที่ใช้กินกับหมากขายเป็นพื้นที่กว้างขวาง ทางโครงการจึงได้นำเอาต้นหมากสงและต้นชะพลูมาตกแต่งสวนบริเวณหน้าโครงการ ซึ่งทำให้เป็นสวนที่มีกลิ่นอายไทยๆ สอดคล้องกับ concept ของโครงการค่ะ

ประตูทางเข้า-ออกสำหรับคนเดิน แยกจากถนนทางเข้าโครงการ ปลอดภัยและเป็นสัดส่วนดีค่ะ

เมื่อเข้ามา Drop off จะอยู่บริเวณซ้ายมือเป็น Drop off ในที่ร่มใต้อาคาร รับ-ส่งบริเวณนี้ได้เลย

ขับตรงขึ้นทางลาดเข้ามาจะเจอกับทางเข้าที่จอดรถบนอาคาร ด้านซ้ายมือ โดยที่จอดรถจะอยู่ตั้งแต่ชั้นที่ 2-9

Image 1/6
บรรยากาศบริเวณทางเข้า-ออกที่จอดรถบนอาคาร

บรรยากาศบริเวณทางเข้า-ออกที่จอดรถบนอาคาร

เมื่อเลี้ยวซ้ายถัดเข้ามาด้านใน จะกั้นไว้ด้วยไม้กั้นกระดกอัตโนมัติ ผ่านประตูด้วยระบบ RFID เหมือน Easy Pass บนทางด่วน ไม่ต้องเปิดหน้าต่างเพื่อแตะบัตรเลยค่ะ ที่จอดรถภายในโครงการจะเป็นแบบ Conventional ทั้งหมด สำหรับที่จอดรถทั้งหมดภายในโครงการมีจำนวน 135 คัน คิดเป็น 100% เลยค่ะ

Image 1/3
บรรยากาศบริเวณ EV Charging Station

บรรยากาศบริเวณ EV Charging Station

ภายในโครงการมี EV Charging Station 1 จุด สามารถใช้ได้ 2 คัน บริเวณที่จอดรถชั้น 2

Image 1/3
บรรยากาศบริเวณทางเข้า-ออกที่จอดรถชั้นใต้ดิน

บรรยากาศบริเวณทางเข้า-ออกที่จอดรถชั้นใต้ดิน

ที่จอดรถชั้นใต้ดินจะอยู่โซนด้านหลัง ต้องลงทางลาดเข้ามาอีกหน่อย ทางเข้าอยู่ทางซ้ายมือ สำหรับที่จอดรถใต้ดินมีทั้งหมด 2 ชั้น สำหรับ Visitor สามารถจอดรถได้ที่ชั้นจอดรถใต้ดินเท่านั้น เมื่อจอดรถแล้วสามารถใช้ลิฟต์ขึ้นมายัง Lobby ได้เลยค่ะ

Image 1/2
บรรยากาศบริเวณพื้นที่ Drop off

บรรยากาศบริเวณพื้นที่ Drop off

บริเวณพื้นที่ Drop off เป็นพื้นที่ใต้อาคารอยู่ในที่ร่มกันแดดกันฝน โดยบริเวณนี้จะเชื่อมต่อกับพื้นที่ต้อนรับ ด้วย ประตูกระจกบานใหญ่ทรงโค้ง

บริเวณ Drop off จะเชื่อมต่อกับประตูทางเข้า-ออกสำหรับคนเดินด้านหน้าโครงการด้วย Corridor ที่มี Gimmick เป็นช่องเปิดทรงโค้งสูงที่ผนังทั้ง 2 ด้าน เพิ่มความน่าสนใจให้กับการ Access เข้าสู่โครงการได้ดีเลย

Image 1/2
บรรยากาศบริเวณ Lobby

บรรยากาศบริเวณ Lobby

เมื่อเข้ามาภายในอาคาร จะเจอกับพื้นที่ Lobby การตกแต่งภายในเน้นการใช้โทนสี Monotone ขาว-ดำ วัสดุปิดผิวลายหินอ่อนบริเวณพื้น  ผนัง ตัดกับวัสดุตกแต่งโลหะสีทอง ที่กรอบเฟรมและบริเวณเสา ทำให้บรรยากาศบริเวณ Lobby นี้ดู Luxury มากยิ่งขึ้น

Image 1/2
บรรยากาศบริเวณ Lobby

บรรยากาศบริเวณ Lobby

บ้านสไตล์โคโลเนียล (Colonial Style) เป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกที่เข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5-6 รูปแบบอาคารสมัยนั้นจึงมีการผสมระหว่างความเป็นตะวันตกกับความเป็นพื้นถิ่นของประเทศไทย ซึ่งสำหรับโครงการนี้ได้มีการนำเอาลักษณะเด่นของอาคารไทยสไตล์โคโลเนียลที่มักมีซุ้มประตูโค้งมาใช้เป็นองค์ประกอบในการดีไซน์ตัวสถาปัตยกรรม โดยมีการลดทอนรายละเอียดต่างๆ เพื่อให้อาคารดูเรียบหรู มีระดับ เข้ากับยุคสมัยมากยิ่งขึ้นค่ะ

โดยพื้นที่นั่งเล่นบริเวณ Lobby ออกแบบมาได้น่าสนใจทีเดียวค่ะ นอกเหนือจากความโอ่โถงด้วยฝ้าเพดานสูงแล้ว สิ่งที่ค่อนข้างเด่นและเป็นเอกลักษณ์คือการวางเฟรมกระจกทรง Arch ตรงกลางตรงกับต้นไม้ใหญ่บริเวณ Center Court เป็น Point of View ที่ดีเลยค่ะ

Image 1/4
บรรยากาศบริเวณ Center Court Lobby

บรรยากาศบริเวณ Center Court Lobby

Center Court Lobby เป็นพื้นที่ Open space อยู่ใจกลางพื้นที่ต้อนรับที่ชั้น 1 มีลักษณะเป็น Enclosure space ที่มีต้นไม้ประธานเด่นตรงกลางหนึ่งต้น ล้อมรอบด้วยสระบัวย่อมุม ปิดผิวหินอ่อนสีเข้ม ทำให้จากบริเวณพื้นที่ต้อนรับสามารถ Take View ที่ Center Court Lobby ได้ทุกมุม เป็นการสร้างวิวธรรมชาติภายในให้กับพื้นที่ต้อนรับได้อย่างน่าสนใจเลยค่ะ

บริเวณ Lobby จะเชื่อมต่อกับออฟฟิศของนิติบุคคล ด้วยช่องประตูโค้งด้านซ้ายมือค่ะ

เมื่อเข้ามาจะเจอกับออฟฟิศของนิติบุคคล และห้องน้ำ 1 ห้องไว้รองรับทางด้านขวามือค่ะ

Image 1/3
บรรยากาศบริเวณห้องน้ำ

บรรยากาศบริเวณห้องน้ำ

ห้องน้ำที่รองรับบริเวณส่วนต้อนรับนี้ เป็นห้องใช้ร่วมกันทั้งชาย-หญิง ภายในมีสุขภัณฑ์ครบครันตามมาตรฐาน

จากบริเวณ Lobby จะเชื่อมต่อกับ Concierge Lounge โดยผ่าน Corridor ด้านข้างค่ะ

Corridor ที่เชื่อมต่อกับ Concierge Lounge จะเป็นทางเดินที่ถูกขนาบด้วย Center Court Lobby และสวนสีเขียวด้านข้างโครงการ เป็นอีกมุมหนึ่งที่บรรยากาศดีมากๆ เลย

Concierge by The Reserve Lounge จะตั้งอยู่อยู่บริเวณด้านหน้าโครงการเลย บริเวณนี้จะมีเคาน์เตอร์ของ Concierge ไว้คอยบริการ 24 ชั่วโมงเลยค่ะ

Image 1/4
บรรยากาศสวนด้านหน้าโครงการ

บรรยากาศสวนด้านหน้าโครงการ

ด้านหน้าและด้านข้างโครงการทางโครงการออกแบบมาให้เป็นพื้นที่สีเขียวพร้อมล้อมรั้วชัดเจนเพื่อบังสายตาจากคนภายนอก พร้อมโซนนั่งเล่น Outdoor หลายจุด นอกจากนั้นการปลูกต้นไม้ยังช่วยเป็น Buffer ในด้านมลภาวะต่างๆ ได้ทั้งเสียงและฝุ่นควันอีกด้วยค่ะ

Image 1/2
พื้นที่นั่งเล่น Outdoor ด้านหน้าโครงการ 

พื้นที่นั่งเล่น Outdoor ด้านหน้าโครงการ 

พื้นที่นั่งเล่น Outdoor ด้านหน้าโครงการ ทำออกมาได้น่าสนใจดีค่ะ เป็นพื้นที่นั่งเล่นที่มีฟังก์ชันเป็นรั้วเพื่อบังสายตาจากคนภายนอกได้ในเวลาเดียวกันด้วยค่ะ

โถงลิฟต์ ที่ชั้นนี้จะอยู่ด้านหลัง Lobby มีประตูกั้นแยกเป็นสัดส่วนเพื่อให้ผู้พักอาศัยได้รับความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว คนที่จะผ่านเข้าไปต้องใช้คีย์การ์ด ผ่านแผงควบคุมด้านหน้าประตู

แผงควบคุมนี้จะเชื่อมต่อ VDO Door Phone ภายในห้องพักอาศัยทุกห้อง สำหรับลูกบ้าน สามารถติดต่อกับแขกได้โดยตรงก่อนขึ้นมาที่ห้องพักอาศัย เพื่อความเป็นส่วนตัวของลูกบ้าน และความสะดวกสบายของแขกด้วยเช่นกันค่ะ

 

Image 1/3
บรรยากาศบริเวณ Mail room

บรรยากาศบริเวณ Mail room

Mail room จะอยู่บริเวณเดียวกับโถงลิฟต์เลยค่ะ บริเวณนี้จะมีเครื่องรับ- ฝากพัสดุอัตโนมัติด้วย ลูกบ้านสามารถรับ-ฝากพัสดุเองได้ 24 ชั่วโมงเลยค่ะ

Image 1/2
บรรยากาศบริเวณโถงลิฟต์

บรรยากาศบริเวณโถงลิฟต์

ลิฟต์โดยสารสำหรับลูกบ้านมีทั้งหมด 3 ตัว สามารถใช้คีย์การ์ด หรือสแกนลายนิ้วมือเพื่อควบคุมการใช้งานลิฟต์ โดยการทำงานของลิฟต์จะล็อคชั้นที่พักอาศัยของแต่ละบุคคลไว้ชัดเจนเลย อัตราส่วนลิฟต์ของโครงการ อยู่ที่ 44.6 : 1 ถือเป็นโครงการ High Rise ที่ได้ความหนาแน่นต่ำมากค่ะ จึงสามารถอำนวยความสะดวกให้กับลูกบ้านได้ทั่วถึง ไม่ต้องยืนรอลิฟต์นาน

ชั้น 10-21 เป็นชั้น Typical Floor Plan มีจำนวนยูนิตต่อชั้นทั้งหมด 8 ยูนิต การจัดผังโถงทางเดินรูปแบบ Single Corridor และมีเพื่อนบ้านในชั้นเดียวกันน้อย ทำให้มีความเป็นส่วนตัวสูง ลักษณะโถงทางเดินภายในล้อม Core อาคารแบบนี้ ส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยมีช่องแสงเข้ามากนัก ทางโครงการเล็งเห็นความสำคัญในส่วนนี้จึงมีการทำช่องว่าง (ตามลูกศรสีฟ้า) บริเวณด้านข้างอาคารเพื่อเป็นช่องเปิดให้แสงเข้าถึงได้ และอากาศบริเวณโถงสามารถถ่ายเทได้ด้วยเช่นกัน ส่วนการวางตำแหน่งลิฟต์ตรงกลางมีข้อดีตรงที่ ระยะเดินที่ใกล้กับทุกๆ ห้องในชั้น และยังทำให้สามารถจัดวางห้องให้หันออกได้วิวทุกทิศทางของตัวอาคาร สำหรับผังนี้จะมีห้อง A1 ที่ประตูทางเข้าจะตรงกับประตูห้อง A2 เลย ส่วนห้องอื่นๆ จะไม่มีเพื่อนบ้านฝั่งตรงข้ามเลยค่ะ สำหรับห้องแต่ละแบบมีความน่าสนใจแตกต่างกันไปดังนี้ค่ะ

ห้อง B8 เป็นห้อง 2 Bedroom ที่มีลักษณะเป็นห้องมุม ในตำแหน่งด้านหน้าโครงการ ทำให้ได้หน้าต่างทั้ง 2 ทิศ เปิดรับวิวได้ดี จุดเด่นคือเป็นห้องที่ได้พื้นที่ Crystal Balcony เป็นห้อง Semi indoor – outdoor Balcony กระจกโค้งรับวิวกว้างได้บรรยากาศดี

ห้อง A3 เป็นห้อง 1 Bedroom ที่มีจุดเด่น คือเป็นห้องหน้ากว้าง เปิดรับวิวได้เต็มที่ทุกฟังก์ชันหลักในห้อง รวมไปถึงมีผนังเพียงฝั่งเดียวที่ติดกับเพื่อนบ้าน จึงได้ความเป็นส่วนตัวสูง

ห้อง A1 เป็นห้อง 1 Bedroom ที่มีลักษณะเป็นห้องมุม ทำให้ได้หน้าต่างทั้ง 2 ทิศ และมีผนังเพียงฝั่งเดียวที่ติดกับเพื่อนบ้าน จึงได้ความเป็นส่วนตัว นอกจากนั้นอีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจเลยคือ พื้นที่นั่งเล่นของห้องนี้ อยู่ติดกับช่องว่างบริเวณด้านข้างอาคาร สามารถเปิดช่องเปิดได้ 2 ด้าน ทำให้รับแสงอย่างเพียงพอ และรับลมได้ดี 

ห้อง A2 เป็นห้อง 1 Bedroom แบบเดียวในชั้น Typical ที่ได้ Crystal Balcony หรือ Semi indoor – outdoor Balcony เป็นห้องค่อนข้างกว้าง จัดฟังก์ชันได้หลากหลาย

Image 1/2
บรรยากาศบริเวณโถงลิฟต์ ชั้นพักอาศัย 

บรรยากาศบริเวณโถงลิฟต์ ชั้นพักอาศัย 

บรรยากาศบริเวณโถงลิฟต์และ Corridor ชั้นพักอาศัยค่ะ

ชั้น 22 รูปแบบการจัดวางทั้งหมด จะเหมือนกับชั้น Typical Floor Plan เลยค่ะ สิ่งที่แตกต่างคือบริเวณเส้นประ ที่ถูกเปลี่ยนจาก Crystal Balcony เป็นระเบียง Outdoor ทรงโค้งแทนค่ะ

ชั้น 23 เป็นต้นไปจะเป็นชั้น Exclusive Floor ซึ่งแต่ละชั้นจะมีการออกแบบยูนิตแต่ละType แตกต่างกันไป รวมไปถึงเน้นห้องขนาดใหญ่ จำนวนยูนิตที่น้อยลง สำหรับชั้น 23 จำนวนยูนิตจะเหลือเพียง 6 ยูนิต โดยห้องฝั่งทิศตะวันตกจากเดิมที่มี 4 ห้องด้วยกันจะยุบรวมเป็น 2 ห้องแทน จึงได้ห้อง 2 Bedroom ขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นมา ส่วนห้องฝั่งทิศตะวันออกได้พื้นที่ระเบียงขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นมา

 

ชั้น 24 ความแตกต่างอยู่ที่ห้องฝั่งทิศตะวันออกที่ปรับจากระเบียงขนาดใหญ่ ให้เป็นพื้นที่ใช้สอยภายในแทนและลดขนาดระเบียงลงตามระยะ Set Back อาคารสูง 

Image 1/2
ผังอาคารชั้นที่ 25

ผังอาคารชั้นที่ 25

 

ในชั้น 25-26 มีการปรับ Type ห้องในฝั่งทิศตะวันออกเป็น 2 Bedroom Duplex จุดเด่นเลยคือพื้นที่ส่วน Common Area ที่เปิดโล่งแบบ Double Volume และห้อง Master Bedroom ในชั้นบนที่มีห้องน้ำส่วนตัว เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน และได้ระเบียงทั้งชั้นบนและชั้นล่างขนาดใหญ่

ชั้น 27 เป็นชั้นที่มีจำนวนยูนิตลดลงมาเหลือเพียง 4 ยูนิตเท่านั้นค่ะ โดยห้อง B3-4 จะเป็นห้องแนวยาวมากขึ้น และปรับเป็น 2 ห้องนอน ความพิเศษคือพื้นที่ Common Area ของห้องนี้ได้วิวเปิดโล่งทั้ง 2 ฝั่ง ส่วนห้อง Type B6 มีขนาดเพิ่มขึ้นในบริเวณ Common Area

ชั้น 28 เป็นชั้นพักอาศัยชั้นสูงสุด เน้นห้องขนาดใหญ่ และมีจำนวนยูนิตเพียง 4 ยูนิตเช่นเดียวกับชั้น 27 นะคะ สิ่งที่ต่างจากชั้น 27 คือผังห้อง B1-2 ที่ลดพื้นที่ระเบียงลงมาให้กระชับมากขึ้นแทน

ชั้น 29 – 30 เป็นชั้น Main Facilities เต็มทั้งชั้นแยกออกจากส่วนพักอาศัยเลย เพื่อไม่ให้รบกวนห้องพักให้เสียความเป็นส่วนตัว ซึ่งการยก Main Facilities ของโครงขึ้นมาที่ชั้นดาดฟ้าบนสุด มีข้อดีตรงที่ทุกฟังก์ชันสามารถเปิดมุมมอง City View ได้ทุกมุมมองเลยค่ะ สำหรับ ชั้น 29 นี้เป็น Facilities แบบ Indoor ประกอบด้วย Exclusive Gym, Yoga & Boxing Studio, Crystal Lounge, Private Spa & Salon ,ห้องน้ำแยกชาย-หญิง

บรรยากาศบริเวณหน้าโถงลิฟต์ ชั้น Main Facilities จะเห็นได้ว่าพื้นที่หน้าโถงลิฟต์ถูกออกแบบมาให้ตรงกับผนังกระจกซึ่งเป็นแบบ Full Height เมื่อออกจากลิฟต์มาจะได้รับ City View ทางด้านหน้าโครงการเลย

ผนังภายในของชั้น Main Facilities ส่วนใหญ่จะเป็นกระจก ทำให้บรรยากาศชั้นนี้ดูโปร่งยิ่งขึ้นค่ะ

Image 1/4
บรรยากาศบริเวณ Exclusive Gym

บรรยากาศบริเวณ Exclusive Gym

Exclusive Gym จัดพื้นที่ห้องออกกำลังกายขนาดใหญ่ที่รองรับเครื่องออกกำลังกายได้พอสมควร ภายในมีทั้งเครื่องออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ (Cardio) และเวทเทรนนิ่ง (Weight Training)  เราสามารถพาเทรนเนอร์ส่วนตัวเข้ามาเทรนให้เราที่นี่ได้ด้วยค่ะ ภายในมีลักษณะเป็นห้องกระจกโล่ง สามารถออกกำลังกายพร้อมชมวิวมุมสูงได้ดีค่ะ

สำหรับพื้นที่นี้จะเชื่อมกับ Yoga & Boxing Studio ด้านข้าง ลักษณะเป็นห้องกระจกโล่งให้สามารถเลือกทำกิจกรรมต่างๆ ได้ เช่น โยคะ ต่อยมวย หรือจัด Class เต้นได้

Image 1/3
บรรยากาศบริเวณ Yoga and Boxing Studio

บรรยากาศบริเวณ Yoga and Boxing Studio

Yoga & Boxing Studio เชื่อมต่อกับห้อง Exclusive Gym ได้เลย สามารถเลือกทำกิจกรรมต่างๆ ได้ทั้งโยคะ หรือต่อยมวย ภายในมีกระจกบานใหญ่รองรับด้วยสามารถจัด Class เต้นได้เลยค่ะ

Image 1/6
บรรยากาศบริเวณ Crystal Lounge

บรรยากาศบริเวณ Crystal Lounge

Crystal Lounge อีกหนึ่ง Function Highlight ของโครงการ ออกแบบให้เป็นห้องรับรองหรือพักผ่อน ที่ออกแบบมารูปแบบเรือนกระจกขนาดใหญ่เสมือนเป็น Lounge ที่อยู่ใน Crystal ล้อมรอบด้วยกระจกทุกด้านรวมไปถึงฝ้าเพดานอีกด้วยค่ะ และด้านหน้าของ Lounge เชื่อมกับระเบียงขนาดใหญ่เปิดรับวิวฝั่งทิศตะวันตก ซึ่งหันไปทางใจกลางสาทรและถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ได้ City View เต็มที่เลยค่ะ

โดยกระจกที่ทางโครงการใช้ทุกส่วนเป็นกระจก Triple Glazing Insulated Glass หรือกระจกนิรภัยทั้งหมด 3 Layers คั่นกลางด้วยสุญญากาศ ป้องกันไม่ให้รังสีความร้อนจากภายนอกเข้าสู่ ภายในอาคารทำให้อากาศเย็นสบายและลดการใช้พลังงานได้ดีค่ะ

Image 1/2
บรรยากาศบริเวณระเบียงด้านหน้า Crystal Lounge

บรรยากาศบริเวณระเบียงด้านหน้า Crystal Lounge

บริเวณระเบียงด้านหน้า Crystal Lounge จัดให้มีพื้นที่นั่งเล่น Outdoor สามารถออกมานั่งเล่นรับลม ชมวิว บริเวณนี้ได้ค่ะ บรรยากาศดีมากๆเลย

บรรยากาศบริเวณ Corridor ฝั่ง Private Spa & Salon มีลูกเล่นเป็นผนังกระจกเข้ามุมยื่นออกมา เป็นการเพิ่มพื้นที่ให้กับห้อง Salon ที่น่าสนใจ และยัง Relate กับตัวผนัง Crystal Lounge อีกด้วยค่ะ

Image 1/2
บรรยากาศบริเวณ Private Spa and Salon

บรรยากาศบริเวณ Private Spa and Salon

Private Spa & Salon เป็นห้องบริการสปาและซาลอนส่วนตัว ที่ลูกบ้านสามารถนัดหมายช่างส่วนตัวมาดูแลได้ถึงที่โครงการ สามารถติดต่อ Concierge เพื่อให้แนะนำช่างและนัดหมายให้เราได้เลยค่ะ เมื่อเข้ามายังห้อง Private Spa & Salon โซนแรกจะเป็นพื้นที่ Salon ภายในห้องมีอุปกรณ์รองรับการใช้งานได้ครบครันเลย

Image 1/4
บรรยากาศ Private Spa and Salon

บรรยากาศ Private Spa and Salon

ถัดเข้ามาที่โซนด้านใน เป็นพื้นที่ Spa ซึ่งจะกั้นแยกกับโซน Salon เป็นสัดส่วน Highlight ของห้องนี้เลย คือเป็นห้อง Spa ที่ได้ City View เต็มที่บรรยากาศดีมากๆ เลย ภายในห้องมีเตียงสปา และอุปกรณ์รองรับการใช้งาน พร้อมห้องอาบน้ำที่มี Rain Shower และ Hand Shower ครบครันเลยค่ะ

Image 1/5
บรรยากาศ ห้องน้ำชั้น Main Facilities 

บรรยากาศ ห้องน้ำชั้น Main Facilities 

บริเวณใกล้กับประตูทางเข้า Private Spa & Salon จะมีห้องน้ำแยกชาย-หญิง ภายในมีตู้ Locker ห้องอาบน้ำ และ Steam room รองรับอยู่ด้วยค่ะ

ส่วนการขึ้นไปยังชั้น 30 จะมีลิฟต์บริการแยกที่ชั้น 29 ค่อนข้างสะดวกเลยค่ะ ซึ่งโดยปกติแล้วลิฟต์โดยสารจะไม่ขึ้นถึงชั้นบนสุดนะคะ

ชั้น 30 หรือชั้นดาดฟ้า เป็นชั้น Facilities แบบ Outdoor เมื่อขึ้นมาจะเจอส่วน Rooftop Bar พื้นที่ตรงนี้เชื่อมต่อกับ Sky Deck ขนาดใหญ่ด้านนอก ส่วน Highlight คือสระว่ายน้ำที่ควบคุมอุณหภูมิได้ พร้อมทั้งJacuzzi รวม 5 จุด ล้อมรับด้วยพื้นที่สีเขียวเพิ่มบรรยากาศและความร่มรื่นให้กับชั้นดาดฟ้าได้ดีค่ะ ส่วนห้องน้ำที่รองรับการใช้งานของชั้นนี้ จะต้องเดินลงบันได (หมายเลข 4) ไปค่ะ

Image 1/3
บรรยากาศบริเวณ Rooftop Bar

บรรยากาศบริเวณ Rooftop Bar

Rooftop Bar เชื่อมต่อกับ Sky Deck ด้านนอกได้เลย มีเคาน์เตอร์เตรียมไว้สำหรับเตรียมอาหารและเครื่องดื่ม จัดปาร์ตี้ได้ พื้นที่ตรงนี้ได้วิวฝั่งทิศใต้ ซึ่งค่อนข้างโล่ง เป็นRooftop Bar ที่วิวสวย และบรรยากาศดีทีเดียวค่ะ

Image 1/3
บรรยากาศบริเวณ Sky Deck

บรรยากาศบริเวณ Sky Deck

Sky Deck พื้นที่นั่งเล่น Outdoor ขนาดใหญ่ พร้อมจัดวางที่นั่งแบบ Outdoorไว้นั่งเล่นชมวิวสระ และCity View ได้พร้อมๆ กัน

Image 1/4
บรรยากาศบริเวณ Colonial Thermal Pool

บรรยากาศบริเวณ Colonial Thermal Pool

Colonial Thermal Pool หรือสระน้ำอุ่นระบบเกลือ ตัวสระกรุด้วยหินอ่อนจริงทั้งหมดค่ะ ส่วนขนาดของสระ อยู่ที่ 24 x 7 ม. จัดเป็นความยาวที่ใช้ออกกำลังกายได้จริง นอกจากนั้นมีการออกแบบให้มีพื้นที่นั่งเล่นพร้อม Jacuzzi ทั้งหมด 5 จุด แยกความเป็นส่วนตัวด้วยสวนคั่นกลาง และด้วยความเป็นสระที่สามารถควบคุมอุณหภูมิของน้ำให้อุ่นที่อุณหภูมิ 32 องศาตลอด จึงสามารถมานั่งแช่น้ำอุ่นเพื่อผ่อนคลายได้ด้วยค่ะ

บริเวณสวนตรงพื้นที่ Sky Deck จะมีพื้นที่ล้างตัวให้ 1 จุดค่ะ

Image 1/2
บรรยากาศบริเวณโถงบันได

บรรยากาศบริเวณโถงบันได

ห้องน้ำที่รองรับการใช้งานของชั้นนี้จะต้องเดินลงบันไดไปหน่อยนะคะ ตัวบันไดจะอยู่บริเวณเดียวกับพื้นที่ Rooftop Bar เลยค่ะ

Image 1/3
บรรยากาศบริเวณห้องน้ำที่รองรับชั้น 30

บรรยากาศบริเวณห้องน้ำที่รองรับชั้น 30

ห้องน้ำเป็นแบบแยกชาย-หญิง ภายในมีห้องอาบน้ำรองรับอยู่เรียบร้อยค่ะ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • ชั้น 1
    -Concierge by The Reserve Lounge
    -Center Court Lobby
    -Lobby

  • ชั้น 29
    -Private Spa & Salon
    -Exclusive Gym ใส่เครื่องออกกำลังกายประมาณ 10 เครื่อง
    -Yoga & Boxing Studio
    -Crystal Lounge

  • ชั้น 30
    -Rooftop Bar
    -Sky Deck
    -Colonial Thermal Pool ระบบ เกลือ ขนาด 7 x 24 เมตร ลึก 1.2 เมตร
    -Jacuzzi 5 จุด

  • ลิฟต์โดยสาร 3 ตัว/อาคาร แบบล็อคชั้น
  • อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 44.6 : 1
  • Service Lift 1 ตัว
  • ที่จอดรถประมาณ 135 คันคิดเป็น  100 % (Conventional Parking)
  • EV Charging Station จำนวน 1 จุด 2 คัน บริเวณที่จอดรถชั้น 2 (สามารถเพิ่มในอนาคตได้)
  • ระบบ CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ
  • ผ่านประตูด้วยระบบ RFID (เหมือน Easy Pass บนทางด่วน)

แบบห้อง

รูปแบบห้องพักอาศัยของโครงการ The Reserve Sathorn จัดรูปแบบห้องมาค่อนข้างหลากหลายทีเดียว ตั้งแต่ห้อง 1-2 Bedroom ไปจนถึงห้อง Duplex โดยรูปแบบการขายของโครงการเป็นแบบ Fully Fitted มีแบบให้เลือก ดังนี้

  • 1 Bedroom ขนาด 50-57 ตร.ม. จำนวน 60 ยูนิต
  • 1 Bedroom Crystal ขนาด 56 ตร.ม. จำนวน 26 ยูนิต
  • 2 Bedroom ขนาด 79-115 ตร.ม. จำนวน 16 ยูนิต
  • 2 Bedroom Crystal ขนาด 104 ตร.ม. จำนวน 30 ยูนิต
  • Duplex ขนาด 126 ตร.ม. จำนวน 2 ยูนิต

นอกจากนั้นห้องพักอาศัยในโครงการ The Reserve Sathorn ออกแบบให้ภายในห้องพักอาศัยทุกยูนิตจะได้เทคโนโลยีระบบรักษาความปลอดภัยดังนี้

  • Home Automation ใช้งานผ่าน Smart Phone Application ครอบคลุมการทำงาน ดังนี้
    – แสงสว่าง
    – เครื่องปรับอากาศ
    – ประตูห้อง
    – การเปิด
    – ปิดผ้าม่าน (ทางโครงการไม่ได้ติดตั้งผ้าม่านให้ แต่มีการติดตั้ง Junction รองรับการใช้งานม่านไฟฟ้าเป็นมาตรฐาน)
  • Digital Door Lock
    – สามารถเปิดด้วย Keycard, Password และ Smart Phone Application
    – มี Notification ขึ้นใน Smart Phone แบบ Real Time หากสมาชิกในบ้านมาถึงบ้านแล้ว
    – มีการจำวันและเวลาในการเข้า-ออกห้องพักอาศัยของสมาชิกในครอบครัวได้ถึง 30 ครั้ง
    – สามารถตรวจสอบประวัติการเข้า-ออกห้องได้ทุกเวลา
  • VDO Door Phone
    – สามารถติดต่อกับแขกของลูกบ้านที่ชั้น Lobbyได้โดยตรงก่อนขึ้นมาที่ห้องพักอาศัย


1 Bedroom Crystal ขนาด 56.35 ตร.ม

มาเริ่มกันที่ห้อง 1 Bedroom Crystal กันค่ะ เป็นห้องที่อยู่ในตำแหน่งทิศตะวันตกด้านหลังของโครงการ เป็นห้อง 1 Bedroom แบบเดียว ที่ได้ Crystal Balcony หรือ Semi indoor – outdoor Balcony ซึ่งเป็นห้องที่สามารถจัดฟังก์ชันได้ตามใจชอบเลยค่ะ ในส่วนของ Layout การจัดวางภายในห้องถือว่าจัดได้เป็นสัดส่วน เมื่อเข้ามาจะเจอกับส่วนพื้นที่ Common Area ประกอบด้วย ครัว พื้นที่รับประทานอาหาร พื้นที่นั่งเล่น และCrystal Balcony ซึ่งเป็นพื้นที่ยาวเชื่อมกันทั้งหมด ส่วนห้องนอนจะเชื่อมต่อกับพื้นที่นั่งเล่น ห้องนอนอยู่ติดกับระเบียง และมีห้องน้ำภายในตัว สำหรับการใช้ห้องน้ำจะต้องเข้าห้องนอนก่อนเพื่อเข้าห้องน้ำนะคะ

ส่วนของประตูทางเข้าห้องเป็นประตูขนาด Oversize สูง 2.7 ม. เปิดได้ 2 ทาง โดยฝั่งหนึ่งเป็นประตูขนาดเล็ก เปิดเมื่อมีการขนของขนาดใหญ่ได้สะดวกขึ้นค่ะ สำหรับ Digital Door Lock โครงการนี้ใช้ของ Samsung เป็นรุ่นที่สามารถเปิดได้ทั้งจาก Keycard, Password และ Home Automation ผ่าน Application ของ Smart Phone

เมื่อเข้ามาภายในห้อง ที่ผนังด้านข้างประตูจะติด VDO Door Phone จาก bticino ให้สามารถเชื่อมต่อจากเครื่องบริเวณ Lobby ด้านล่าง สำหรับให้ Visitor บอกเบอร์ห้องที่จะไปหาเพื่อติดต่อลูกบ้านจากทาง VDO Door Phone เพื่อให้ลูกบ้านห้องนั้นสามารถกดเปิดประตูจาก Lobby เพื่อให้ Visitor เข้ามาภายในอาคารได้ เป็นการเพิ่มระบบความปลอดภัยให้มากขึ้น

เมื่อเข้าห้องพักมาจะเจอกับส่วนพื้นที่ครัวค่ะ โดยครัวในห้องนี้จะได้เป็นครัวเปิด พื้นในห้องทั้งหมดจะเป็นพื้น Engineering Wood ปูในรูปแบบ Herringbone pattern (ก้างปลา) ส่วนพื้นในส่วนครัวจะเป็น EXTRA-SIZE GRANITO TILE HONE-FINISHED ขนาด 80 x 80 ซม. เพื่อให้เหมาะกับการทำครัวมากขึ้น ง่ายต่อการทำความสะอาดและมีความคงทนสูง

Image 1/4
บรรยากาศ บริเวณห้องครัว

บรรยากาศ บริเวณห้องครัว

การจัดวาง Layout ส่วนครัว จะเป็นเคาน์เตอร์รูปตัว U เคาน์เตอร์ฝั่งซ้ายมือเป็นอ่างล้างจานและพื้นที่เตรียมอาหาร ตรงกลางเป็น Hob & Hood ส่วนฝั่งขวาเป็น Combi-Oven และตู้ Built-in ที่ติดตั้งตู้เย็นไว้ภายในเรียบร้อย (Built-in Fridge) ดูเรียบร้อยดีทีเดียวค่ะ

ส่วนตู้เก็บของต่างๆ จะ Built-in สูงถึงฝ้าเพดานทำให้การใช้งานจริงนั้นก็อาจจะเอื้อมไม่ถึง ทางโครงการจึงเพิ่มดีเทลชั้นวางแบบมีโช้คยกขึ้น-ลง เวลาใช้งานก็เพียงดึงชั้นลงมา และพอใช้เสร็จก็ผลักชั้นขึ้นไป ทำให้สะดวกสบายต่อการใช้งานยิ่งขึ้น นอกจากนั้นที่เคาน์เตอร์ครัวด้านล่างจะได้ชุดตะแกรงเข้ามุมบานดึง ทำให้ใช้งานพื้นที่มุมเคาน์เตอร์ครัวได้อย่างเต็มที่สะดวกสบายอีกด้วยค่ะ

Image 1/2
วัสดุ อุปกรณ์ ภายในห้องครัว

วัสดุ อุปกรณ์ ภายในห้องครัว

ทุกห้องพักอาศัยจะได้ Food waste Disposer จาก Teka และ Auto-Waste Bin จาก Hafele เป็นมาตรฐานทุก Unit นะคะ

สำหรับ Food waste Disposer จะติดตั้งด้านล่างอ่างล้างจาน การใช้งานคือเราสามารถโกยเศษอาหารลงท่ออ่างล้างมือได้เลย จากนั้นกดสวิตช์ที่ด้านล่างอ่าง เครื่องนี้จะทำหน้าที่บดย่อยเศษอาหารทั้งหมดให้สามารถลงท่อน้ำได้เลยโดยไม่อุดตันท่อ

Auto-Waste Bin จะช่วยอำนวยความสะดวกการใช้งานจริง เพียงสอดเท้าเข้าไปด้านล่างของบานถังขยะก็จะเลื่อนออกมาเองไม่จำเป็นต้องใช้มือเปิด สะดวกต่อการใช้งานขณะทำอาหารมากเลยค่ะ

Image 1/3
วัสดุ อุปกรณ์ ภายในห้องครัว

วัสดุ อุปกรณ์ ภายในห้องครัว

สำหรับ KITCHEN APPLIANCE ที่นี่ใช้ของ Gorenje ดีไซน์โดย Ora-ïto ดีไซเนอร์ชาวฝรั่งเศสที่มีผลงานการออกแบบงานได้รับรางวัล Red Dot Design อีกด้วยค่ะ โดยโทนสีชุดครัวเน้นที่โทนสีดำเงา

Image 1/2
วัสดุ อุปกรณ์ ภายในห้องครัว

วัสดุ อุปกรณ์ ภายในห้องครัว

อ่างล้างจานเป็นได้เป็นของ Blanco โดยอ่างเป็นวัสดุที่ทำจากหินสังเคราะห์ ทนทานทั้งความร้อน แรงกระแทก และรอยขีดข่วนต่างๆ ได้ดี ส่วนด้านข้างของอ่างมี Bench Drain ไว้สำหรับพักจานหลังล้างเสร็จ โดยด้านล่างตะแกรงเป็นช่องที่มีท่อน้ำ เวลาเราล้างอุปกรณ์หรือจะวางอาหารให้สะเด็ดน้ำก็ไม่ต้องกลัวต้องมาเช็ดทำความสะอาดอีกที เพราะมีท่อระบายน้ำไว้ให้เรียบร้อย นอกจากนั้นพื้นที่เตรียมอาหารด้านข้างมีการทำ Slope ลาดเอียงไว้สำหรับเป็นทางน้ำไหลลงอ่างล้างจาน เพื่อป้องกันน้ำไหลไปทางอื่น เป็นDetail ที่ดีเลยค่ะ

เคาน์เตอร์ฝั่งซ้ายมือค่อนข้างกว้างสามารถจัดเป็นพื้นที่ทานอาหารสำหรับ 2 ที่นั่ง ได้สบายๆค่ะ

บริเวณ Common Area ตรงนี้เชื่อมฟังก์ชัน ครัว พื้นที่รับประทานอาหาร พื้นที่นั่งเล่น และ Crystal Balcony เข้าด้วยกันเป็นพื้นที่ยาว และมีช่องเปิดให้แสงเข้าได้ที่บริเวณ Crystal Balcony ทำให้ในตอนกลางวันบริเวณพื้นที่ครัวต้องเปิดไฟเพื่อให้สะดวกต่อการใช้งานนะคะ

Image 1/3
บรรยากาศบริเวณพื้นที่นั่งเล่น

บรรยากาศบริเวณพื้นที่นั่งเล่น

พื้นที่นั่งเล่นตรงนี้ค่อนข้างกว้าง สามารถวางโซฟา 3 ที่นั่งพร้อม Armchair ได้อีก 1 ตัวด้วย ระยะดูทีวีอยู่ที่ 2.454 ม. สามารถวางทีวีขนาด 32 นิ้วได้สบายๆ

สำหรับห้องนี้มีความสูงฝ้าอยู่ที่ 3.00 เมตร ระบบแอร์เป็นแบบฝังฝ้าเพดาน ทำให้ความสูงบริเวณห้องครัวจะต่ำกว่าหน่อยเนื่องจากต้องซ่อนงานระบบของแอร์ค่ะ

ถัดเข้ามาด้านใน จะเป็นส่วน Crystal Balcony และห้องนอน เป็น 2 ฟังก์ชันที่ติดกับหน้าต่างทำให้ได้รับแสงธรรมชาติอย่างเพียงพอ และระบายอากาศได้ดีค่ะ

Image 1/3
บรรยากาศบริเวณ Crystal Balcony

บรรยากาศบริเวณ Crystal Balcony

Crystal Balcony มีลักษณะเป็น Semi Indoor-Outdoor หรือการกั้นพื้นที่ด้วยประตูบานเลื่อนกระจกแบบ 2 ชั้น ได้หน้าต่างเป็นแบบ Full Height ทำให้เปิดมุมมองภายนอกได้ดี ห้องนี้มีขนาดที่ 2.715 x 2.615 ม. สามารถจัดเป็นพื้นที่ทำงานแบบในห้องตัวอย่างก็เหมาะค่ะ นอกจากนั้นห้องนี้ยังมีช่องเปิดบริเวณมุมเชื่อมต่อกับส่วนระเบียงด้วย ทำให้ในวันที่อากาศดีๆ สามารถเปิดรับลมได้ด้วยค่ะ

ห้องนอนจะอยู่ริมหน้าต่าง เชื่อมต่อกับพื้นที่ระเบียง โดยพื้นที่นี้สามารถวางเตียงขนาด King size แล้วยังมีพื้นที่เหลือรอบๆ ค่อนข้างกว้าง วางโต๊ะหัวเตียงได้ 2 ฝั่งเลย

ห้องนอนเชื่อมต่อกับพื้นที่ระเบียงด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ข้อดีของการที่ห้องนอนมีระเบียงคือ ผนังห้องนอนจะไม่โดนแดดโดยตรงทั้งหมด ทำให้ห้องนอนไม่ร้อน และได้แสงที่ไม่จ้าจนเกินไปค่ะ

Image 1/3
บริเวณพื้นที่ระเบียง

บริเวณพื้นที่ระเบียง

พื้นที่ระเบียงกว้าง 1.915 ม. ลึก 0.95 ม. ทางด้านข้างของระเบียงจะเป็นพื้นที่สำหรับแขวน Condensing Unit แอร์ไว้ด้านบน ส่วนพื้นด้านล่างมีขนาด 1.155×0.95 ม. สามารถวางเครื่องซักผ้า และอุปกรณ์ต่างๆ เช่น อุปกรณ์ทำความสะอาดได้ โดยบริเวณนี้จะบังสายตาด้วยแผงเหล็กเป็นสัดส่วนเรียบร้อย

Image 1/2
บริเวณ Walk-in closet 

บริเวณ Walk-in closet 

อีกฝั่งของตัวห้องเป็นส่วน Walk-in closet อยู่บริเวณหน้าห้องน้ำ สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องกันดี โดยหน้าบานของตู้ใช้กระจกสีชา กรอบบาน Champagne Gold พร้อมกระจกเงาไว้สำหรับส่องการแต่งตัวตัว ภายในตู้แบ่งการใช้เป็นสัดส่วน ทั้งราวแขวน ลิ้นชัก และชั้นวาง Accessories ต่างๆ โดยจะมีติดตั้งหลอดไฟภายในตู้ด้วยค่ะ

Image 1/2
บรรยากาศภายในห้องน้ำ

บรรยากาศภายในห้องน้ำ

ผนังและพื้นห้องน้ำปูด้วย STATUARIO PLUS (MATT / POLISH) ลาย MARBLE PATTERN ทุกด้าน แยกโซนเปียกและแห้งเป็นสัดส่วน เมื่อเปิดเข้ามาจะเจอกับอ่างล้างหน้าตรงกลางเลย ด้านซ้ายมือเป็น Bathtub ส่วนด้านขวาเป็นโถสุขภัณฑ์ ถัดเข้าไปด้านในสุดเป็นพื้นที่อาบน้ำโดยจะยกขอบขึ้นมาเพื่อป้องกันน้ำไหลไปโดนส่วนแห้ง บริเวณนี้กั้นด้วยฉากกั้นกระจกมาเรียบร้อยค่ะ

Image 1/3
วัสดุ อุปกรณ์ ภายในห้องน้ำ

วัสดุ อุปกรณ์ ภายในห้องน้ำ

สำหรับ ท็อปของเคาน์เตอร์อ่างล้างมือทางโครงการเลือกใช้วัสดุเป็น MARBLE STONE โทนสี LIGHT EMPERADOR GRAY ด้านล่าง Built-in ลิ้นชักมาให้ด้วย ส่วนอ่างล้างมือเป็นแบบฝังในเคาน์เตอร์จาก Kohler ก๊อกน้ำและอุปกรณ์ห้องน้ำทั้งหมดจาก Gessi ส่วนด้านข้างติดตั้งปลั๊กไฟแบบกันน้ำสำหรับเสียบปลั๊กไดร์เป่าผมต่างๆ ได้ง่าย

โถสุขภัณฑ์แขวนผนังแบบ Automatic จาก Grohe ความพิเศษนอกจากความสวยงามแล้วคือ การสามารถปรับอุณหภูมิของน้ำได้ด้วย

ส่วน Bathtub เป็นของ KÄSCH จาก Germany วัสดุอ่างทำมาจากหินและ Acrylic เป็นชิ้นเดียว ในขนาดที่ลงแช่เหยียดขาได้สบาย ส่วนอุปกรณ์อย่างก๊อกน้ำจาก Gessi เช่นเดิมค่ะ

Image 1/3
วัสดุ อุปกรณ์ ภายในห้องน้ำ

วัสดุ อุปกรณ์ ภายในห้องน้ำ

พื้นที่อาบน้ำมีขนาด 1.41 x 0.84 ม. ได้ฝักบัวและ Rain Showerแบบฝังฝ้าเพดานของ Gessi ดูเรียบร้อยดีค่ะ โดยฝักบัวนี้จะให้มาเป็นแบบ Thermostat สามารถปรับและผสมน้ำร้อน-น้ำเย็นได้ตามต้องการเลย


2 Bedroom Crystal ขนาด 104 ตร.ม. 

ห้องตัวอย่างห้องต่อมาคือ 2 Bedroom Crystal เป็นห้องมุมได้ช่องเปิด 2 ทิศทาง อยู่ในตำแหน่งทิศตะวันออกหรือด้านหน้าของอาคาร ทำให้เป็นห้อง 2 Bedroom ที่ได้ Crystal Balcony กระจกโค้งรับวิวกว้างได้บรรยากาศดีค่ะ โดยห้องนี้จะได้ฟังก์ชัน 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 Crystal Balcony

Layout ห้องจัดมาได้เป็นสัดส่วน โดยจัดวางพื้นที่ Common Area ไว้ตรงกลาง ประกอบด้วย ห้องครัวแบบปิด พื้นที่รับประทานอาหาร พื้นที่นั่งเล่น และCrystal Balcony ซึ่งเป็นพื้นที่เชื่อมกันทั้งหมด ทำให้สมาชิกในบ้านได้สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ในบริเวณเดียวกันได้เลย ส่วนห้องนอนทั้ง 2 ห้องแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง สำหรับห้องนอนรองมีห้องน้ำในตัว แต่เป็นห้องน้ำที่ต้องใช้ร่วมกับ Common Area นะคะ ส่วนห้อง Master Bedroom จะได้พื้นที่ขนาดใหญ่กว่า จัดฟังก์ชันการใช้งานได้เป็นสัดส่วน แบ่งเป็นพื้นที่เตียงนอน, Walk-in Closet และห้องน้ำในห้องนอนที่ได้ Bathtub เป็นมาตรฐานในทุก Unit ด้วยค่ะ

สำหรับประตูทางเข้าห้องType นี้ ได้วัสดุ อุปกรณ์ต่างๆเหมือนกันกับห้อง Type ก่อนหน้านี้ เลยค่ะ เมื่อเปิดประตูเข้ามา VDO Door Phone จะอยู่ที่ผนังด้านขวามือเลย ส่วนแรกที่เข้ามาจะเป็นพื้นที่ Foyer โถงทางเดินเชื่อมเข้าสู่พื้นที่นั่งเล่นด้านในโดยฝั่งขวาของทางเดินมีการ Built-in ตู้และชั้นวางของให้เป็นมาตรฐาน ส่วนฝั่งซ้ายตรงไปอีกหน่อยเป็นทางเข้าห้องน้ำค่ะ

ตู้เก็บของบริเวณ Foyer นี้ เป็นตู้เก็บของ Built-in สูงถึงเพดาน การเปิด-ปิดหน้าบานทั้งหมดเป็นแบบ Soft Close สามารถเก็บของได้หลากหลาย และค่อนข้างเยอะเลยค่ะ ชั้นที่ติดกับประตูด้านล่างเป็นชั้นสำหรับวางรองเท้า ออกแบบให้เป็นชั้นแบบรางเลื่อนออกมาง่ายต่อการใช้งาน ตรงกลางเป็นชั้นวางของแบบเปิดเพื่อสามารถจัดให้เป็นพื้นที่สำหรับวางของประดับตกแต่งพร้อมซ่อนไฟแบบ Indirect Light ภายในด้วย

ถัดเข้ามาเป็นตู้เก็บของที่ออกแบบมาให้ชั้นบนเป็นชั้นเก็บของ และชั้นล่างเป็นที่วางเครื่องซักผ้า หากใครอยากวางเครื่องอบผ้าเพิ่มเติม สามารถปรับเปลี่ยนชั้นวางด้านบน เพื่อวางเครื่องอบผ้าได้นะคะ ภายในมีการเดินท่อและปลั๊กไฟต่างๆไว้รองรับการจัดให้เป็น Laundry เรียบร้อยค่ะ

Image 1/4
บรรยากาศภายในห้องน้ำ

บรรยากาศภายในห้องน้ำ

ห้องน้ำนี้เป็นห้องนี้ที่สามารถเข้า-ออกได้ทั้งจากส่วน Common Area และห้องนอนรองค่ะ การจัดวางพื้นที่ภายในห้องน้ำจัดให้บริเวณโซนแห้ง อย่างอ่างล้างมือ โถสุขภัณฑ์อยู่บริเวณใกล้กับทางเข้าจาก Common Area เพื่อความสะดวกในการใช้งาน ส่วนโซนเปียกอย่างพื้นที่อาบน้ำจะอยู่โซนด้านในใกล้กับทางเข้าจากห้องนอนรองมากกว่าค่ะ

Image 1/2
บรรยากาศภายในห้องน้ำ

บรรยากาศภายในห้องน้ำ

อีกความน่าสนใจของห้องน้ำนี้ก็คือ เป็นห้องน้ำที่ยืดหยุ่นปรับเปลี่ยนฟังก์ชันการใช้งานได้ โดยมีประตูบานเลื่อนทึบกั้นแยกระหว่างส่วนเปียกกับส่วนแห้งไว้ เมื่อมีแขกเข้ามา เราสามารถเลื่อนประตูนี้กั้นไว้ พื้นที่ส่วนนี้ก็จะกลายเป็นห้อง Powder Room แล้วค่ะ เป็นการรักษาความเป็นส่วนตัวให้กับห้องนอนรองได้ดีทีเดียว

ถัดเข้ามาจะเจอกับพื้นที่ Common area บริเวณพื้นที่ทานอาหารก่อนเลย ซึ่งบริเวณนี้จะเชื่อมต่อกับพื้นที่ห้องครัวทางขวามือ เพื่อให้สะดวกต่อการใช้งานค่ะ

สำหรับห้องนี้จะได้ พื้นวัสดุเป็น Engineering Wood ปูในรูปแบบก้างปลา และได้ฝ้าเพดานสูง 3 ม. เช่นเดียวกับห้อง Type ก่อนหน้าเลยค่ะ

พื้นที่ครัวในห้องนี้จะได้เป็นครัวปิด เหมาะกับการใช้งานทำอาหารต่างๆ ได้ดี โดยประตูบานเลื่อนครัวจะใช้เป็นกระจกแบบ Footed Glass หรือกระจกลอน การจัดวาง Layout ส่วนครัว จะเป็นเคาน์เตอร์รูปตัว U ส่วน KITCHEN APPLIANCE ใช้ของ Gorenje ดีไซน์โดย Ora-ïto เช่นกันค่ะ

ส่วนพื้นห้องครัวจะเป็น EXTRA-SIZE GRANITO TILE HONE-FINISHED ขนาด 80 x 80 ซม. เหมือนห้อง Type ก่อนหน้าค่ะ

Image 1/4
วัสดุ อุปกรณ์ ภายในห้องครัว

วัสดุ อุปกรณ์ ภายในห้องครัว

ตรงกลางเป็น Hob & Hood พื้นที่เตรียมอาหาร และอ่างล้างจาน สำหรับ Hob & Hood ห้องนี้จะต่างจากห้องก่อนหน้า โดยจะเป็นระบบสัมผัสทั้งหมด สามารถปรับระดับการดูดอากาศได้หลายระดับ ส่วน Food waste Disposer, Auto-Waste Bin, อ่างล้างมือ และตู้เก็บของ ตามมาตรฐานแบบเดียวกับห้องครัว type ก่อนหน้าค่ะ

ฝั่งขวาBuilt-in ชั้นวางของขนาดใหญ่สูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน พร้อมฝัง Combi-Oven และ Dish Washer จาก Gorenje รุ่น BLACK 2nd SERIES

ฝั่งซ้ายเป็นตู้ Built-in ที่ติดตั้งตู้เย็นไว้ภายใน พร้อม Wine Cellar หรือตู้แช่ไวน์ จาก TEMPTECH อยู่ข้างตู้เย็นเลยค่ะ

พื้นที่รับประทานอาหารจัดมาเป็น ที่นั่งแบบกึ่งโซฟาอยู่ติดกับผนังฝั่งหนึ่ง สามารถรองรับที่นั่ง 4-6 คนได้ค่ะ

Image 1/3
บรรยากาศบริเวณพื้นที่นั่งเล่น

บรรยากาศบริเวณพื้นที่นั่งเล่น

พื้นที่นั่งเล่นเป็นพื้นที่ตรงกลางเชื่อมฟังก์ชันต่างๆ เข้าด้วยกัน  มีขนาดค่อนข้างกว้าง สามารถวางเป็นโซฟา L-Shape พร้อม Armchair และโต๊ะกลางได้ แล้วยังมีทางเดินโดยรอบได้สบายๆ เลยค่ะ

บรรยากาศบริเวณ Common Area จะเป็นพื้นที่กว้างเปิดรับวิวภายนอกเต็มที่ด้วยหน้าต่าง Full Height ซึ่งจะเชื่อมต่อกับส่วน Crystal Balcony แบบนี้เลยค่ะ

สำหรับห้องพักอาศัยโครงการนี้ ใช้เป็นกระจก Triple Glazing Insulated Glass สามารถป้องกันไม่ให้รังสีความร้อนจากภายนอกเข้าสู่ ภายในอาคารทำให้อากาศเย็นสบายและลดการใช้พลังงานได้ดีค่ะ

Crystal Balcony มีลักษณะเป็น Semi Indoor-Outdoor เชื่อมต่อกับพื้นที่ Common Area ด้วย ประตูบานเลื่อนกระจก เดินรางเลื่อนด้านบนเพื่อให้พื้นเดินได้สะดวก ไม่สะดุดค่ะนอกจากนั้นความพิเศษของห้องนี้คือ ได้กระจกทรงโค้งแบบ Full Height Insulated Glass เปิดมุมมองภายนอกได้กว้างมากขึ้น สำหรับพื้นที่ตรงนี้สามารถจัดเป็นพื้นที่นั่งเล่น ชมวิวแบบในห้องตัวอย่างก็ได้ หรือจะจัดเป็นพื้นที่นั่งทำงาน ก็เหมาะค่ะ

Image 1/2
บริเวณพื้นที่ระเบียง

บริเวณพื้นที่ระเบียง

ส่วนด้านข้างของพื้นที่ Crystal Balcony มีประตูกระจกฝ้าเปิดเข้าไปยังระเบียง พื้นที่บริเวณนี้มีขนาดกว้าง 2.3 x 0.7 ม. สามารถตากผ้าได้ค่ะแต่อาจจะไม่เหมาะกับการตากผ้าในปริมาณมากๆ เพราะมีพื้นที่ตากจำกัด แนะนำให้ลูกบ้านติดตั้งเครื่องอบผ้าเพิ่มเติม เป็นอีกทางเลือกหนึ่งค่ะโดยบริเวณนี้จะบังสายตาจากภายนอกด้วยแผงเหล็กเป็นสัดส่วน ทำให้รูปลักษณ์อาคารภายนอกดูเรียบร้อยดีค่ะ

ห้องนอนรอง มีพื้นที่สำหรับวางเตียง 5 ฟุต Queen Size กำลังดี และมีพื้นที่ทางเดินด้านข้างสามารถวางโต๊ะข้างเตียงได้ทั้ง 2 ฝั่งเลยค่ะ

ภายในห้องนอนรอง มีชุดหน้าต่างบานกระทุ้ง ที่ปลายเตียง ช่วยให้แสงธรรมชาติเข้าสู่ภายในห้องนอนได้ดี และยังสามารถนอนดูวิวได้ด้วยค่ะ ส่วนการติดตั้งทีวีนี้จะสามารถติดได้บริเวณเดียวคือตรงเสาปลายเตียง จะเหมาะกับขนาดทีวีที่ไม่ใหญ่มากนักค่ะ

Image 1/2
บรรยากาศบริเวณพื้นที่ Walk-in Closet 

บรรยากาศบริเวณพื้นที่ Walk-in Closet 

ถัดเข้ามาด้านใน เป็นส่วน Walk-in Closet ได้ตู้เสื้อผ้า Built-in สูงถึงฝ้าเพดาน ส่วนวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ จะได้สเปคเดียวกับแบบห้องก่อนหน้าค่ะ

โดยพื้นที่ Walk-in Closet จะอยู่บริเวณหน้าห้องน้ำสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องกันดีค่ะ

และอย่างที่บอกไปนะคะว่า ห้องน้ำของห้องนอนรอง จะใช้ร่วมกันกับส่วน Common Area ทำให้ บริเวณโซนแห้งจะอยู่บริเวณใกล้กับทางเข้าจาก Common Area เพื่อความสะดวกในการใช้งาน ส่วนโซนเปียกอย่างพื้นที่อาบน้ำจะอยู่โซนด้านในใกล้กับทางเข้าจากห้องนอนรองมากกว่าค่ะ สำหรับห้องอาบน้ำนี้มีขนาดกะทัดรัดที่ 1.00×0.96 ม. ค่ะ

ห้อง Master Bedroom จะได้หน้าต่างบานใหญ่สามารถรับวิวภายนอกได้เต็มที่จากเตียงนอนเลยค่ะ พื้นที่ตรงนี้สามารถวางเตียง King size แล้วด้านข้างวางโต๊ะข้างเตียงได้ทั้ง 2 ฝั่งสบายๆค่ะ

โดยพื้นที่ข้างเตียงฝั่งที่ติดกับหน้าต่างมีพื้นที่เหลือค่อนข้างกว้างจะเห็นได้ว่าในห้องตัวอย่างสามารถวาง Armchair ไว้นั่งอ่านหนังสือ ชมวิวบริเวณนี้ได้เลย นอกจากนั้นยังสามารถเพิ่มโต๊ะทำงานหรือโต๊ะเครื่องแป้งเพิ่มเติมที่ผนังด้านซ้ายริมหน้าต่างก็เหมาะค่ะ

ถัดเข้ามาด้านในอีกฝั่งหนึ่งของเตียงนอนจะเป็นพื้นที่ Walk-in Closet ซึ่งเชื่อมต่อกับห้องน้ำเลยค่ะ

Image 1/3
บรรยากาศบริเวณพื้นที่ Walk-in Closet 

บรรยากาศบริเวณพื้นที่ Walk-in Closet 

ส่วน Walk-in Closet ภายในห้องนี้ จัดมาค่อนข้างเป็นสัดส่วน มีขนาดตู้กว้าง 3.12 ม. และเหลือพื้นที่ทางเดินหน้าตู้ 1.05 ม. เป็นความกว้างที่เดินสบายค่ะ ส่วนตู้เสื้อผ้าเป็นแบบ Built-in สูงถึงฝ้าเพดาน ส่วนวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ จะได้สเปคเดียวกับแบบห้องก่อนหน้าเช่นกันค่ะ

ถัดเข้ามาจากส่วน Walk-in Closet จะเป็นห้องน้ำของห้อง Master Bedroom ค่ะ ภายในแยกโซนเปียกและแห้งเป็นสัดส่วน เมื่อเข้ามาฝั่งซ้ายจะเจอกับส่วนอ่างล้างมือขนาดค่อนข้างกว้าง ถัดเข้าไปเป็นโถสุขภัณฑ์

ส่วนฝั่งขวาเป็น Bathtub และพื้นที่อาบน้ำขนาด 0.93 x0.96 ม.พร้อมติดตั้งฉากกั้นกระจกมาเรียบร้อยค่ะ

Image 1/5
วัสดุ อุปกรณ์ ภายในห้องน้ำ

วัสดุ อุปกรณ์ ภายในห้องน้ำ

ส่วนวัสดุ อุปกรณ์ต่างๆ ภายในห้องน้ำนี้ จะเหมือนกันกับห้อง Type ก่อนหน้านี้เลยค่ะ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

แบบแปลน

1 Bedroom

Image 1/5
1 Bedroom A1

1 Bedroom A1

2 Bedroom

Image 1/10
2 Bedroom B1

2 Bedroom B1

2 Bedroom Duplex

2 Bedroom Duplex C1

ราคา

The Reserve Sathorn ราคา ณ วันที่ 18 เมษายน 2565

  • 1 Bedroom ขนาด 50-57 ตร.ม. จำนวน 60 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 12.9 ล้านบาท
  • 1 Bedroom Crystal ขนาด 56 ตร.ม. จำนวน 26 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 12.9 ล้านบาท
  • 2 Bedroom ขนาด 79-115 ตร.ม. จำนวน 16 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 25 ล้านบาท
  • 2 Bedroom Crystal ขนาด 104 ตร.ม. จำนวน 30 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 26 ล้านบาท
  • Duplex ขนาด 126 ตร.ม. จำนวน 2 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 42 ล้านบาท

  • รูปแบบการขาย Fully Fitted
  • ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน 3 เมตร
  • ท็อปหิน CLAM-SHELL CAESER STONE QUARTZ
  • Kitchen appliances จาก Gorenje exclusive collection by Ora-Ïto
  • Food waste Disposer จาก Teka /Auto-Waste Bin จาก Hafele
  • ค่ากองทุน 500 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 110 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ

บทสรุป

ทำเล : โครงการนี้ตั้งอยู่ในทำเลย่านสาทร แหล่งศูนย์กลางธุรกิจของกรุงเทพมหานคร เต็มไปด้วยสาธารณูปโภคครบครัน มีความอุดมสมบูรณ์สูง โดยโครงการนี้ตั้งอยู่ในซอยสวนพลูห่างจากถนนสาทรไปเพียง 80 ม. สิ่งที่น่าสนใจคือ ถึงแม้ซอยสวนพลู หรือสาทร 3 จะตั้งอยู่บริเวณย่านเศรษฐกิจอย่างสาทร แต่ซอยสวนพลูกลับมีบรรยากาศที่แตกต่างออกไป มีบรรยากาศที่สงบมากขึ้นตอบโจทย์คนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวท่ามกลางย่านธุรกิจใจกลางเมืองค่ะ

การเดินทางโดยใช้รถ : ถือว่าสะดวกเลยค่ะ การเดินทางเน้นใช้ถนนสาทรเป็นหลักในการวิ่งเข้า-ออกเมือง โดยจุดกลับรถบนถนนสาทรที่ใกล้ที่สุดห่างจากปากซอยสวนพลูไปเพียง 140 ม. เท่านั้นค่ะ นอกจากนั้นซอยสวนพลูยังสามารถลัดไปออกถนนหลักได้หลากหลายเส้นทาง เพื่อเป็นตัวเลือกรองจากการใช้ถนนหลักอย่างถนนสาทรที่ในชั่วโมงเร่งด่วนจะมีสภาพการจราจรติดขัดอยู่เสมอ พร้อมทั้งตอบโจทย์การเดินทางโดยใช้รถด้วยที่จอดรถ 100% แบบ Conventional พร้อม EV Charging Station ภายในโครงการ

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ : ด้วยทำเลที่อยู่ใจกลางเมืองทำให้มีตัวเลือกการเดินทางค่อนข้างหลากหลาย ภายในซอยสวนพลูเองก็มีรถแท็กซี่วิ่งอยู่ตลอดเวลา หรือในเวลาเร่งด่วนสามารถเรียกใช้บริการวินมอเตอร์ไซค์ก็อยู่ไม่ไกลจากหน้าโครงการค่ะ ส่วนการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าจะเป็นตัวเลือกรองลงมาสำหรับโครงการนี้นะคะ สถานีที่ใกล้ที่สุด คือ BTS ช่องนนทรี, BTS เซนต์หลุยส์ และ MRT ลุมพินี ที่ระยะประมาณ 1.1-1.2 กม. พอๆ กันค่ะ

วัสดุ : โครงการนี้มีรูปแบบการขายแบบ Fully Fitted เหมาะสำหรับกลุ่มลูกค้าระดับนี้ที่มักจะอยากออกแบบตกแต่งที่อยู่อาศัยให้เป็นสไตล์ของตัวเอง โดยวัสดุที่ให้ก็จะได้พื้น Engineering Wood พื้นครัวจะเป็น EXTRA-SIZE GRANITO TILE HONE-FINISHED ขนาด 80 x 80 ซม. ผนังและพื้นห้องน้ำปูด้วย STATUARIO PLUS (MATT / POLISH) ลาย MARBLE PATTERN เหมาะตามฟังก์ชันการใช้งานเลยค่ะ

นอกจากนั้นภายในห้องพักอาศัยยังได้ Technology ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการอยู่อาศัยมากขึ้น ทั้ง Home Automation, Digital Door Lock, VDO Door Phone และได้ครัวที่ใหญ่ ครบชุดจัดเต็มแบบมี Built-in ตู้เย็น และ Combi-Oven มาให้โดย Kitchen appliances ที่ได้ส่วนใหญ่จาก Gorenje exclusive collection by Ora-Ïto นอกจากนั้นยังได้ Food waste Disposer จาก Teka และ Auto-Waste Bin จาก Hafele เป็นมาตรฐาน สำหรับระบบแอร์จะเป็นแบบฝังฝ้าดูเรียบร้อยสวยงามตามมาตรฐานของคอนโดระดับนี้ค่ะ

การออกแบบโครงการ : การออกแบบโครงการที่มาในรูปแบบ Modern Colonial เน้นความเรียบหรู ผสมผสานกับความเป็นไทยแบบ Colonial Style ซึ่งทำออกมาได้ดีเลยค่ะ มีการออกแบบ Space ภายในที่น่าสนใจอยู่หลายจุด นอกจากนั้นยังความสำคัญในการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในปัจจุบัน อย่าง Salon ห้องนวด ห้องโยคะ Lounge รับรองแขก พื้นที่ออกกำลังกาย พร้อมออกแบบตกแต่งภายในให้ดูสวยงามน่าใช้งาน

การออกแบบห้องพักอาศัย :  การจัดวางผังชั้นห้องพักอาศัยมีความเป็นส่วนตัว ทางเดินแบบ Single Corridor และมียูนิตพักอาศัยต่อชั้นเพียง 4-8 ยูนิต และมีหลากหลาย Type ห้องให้เลือก ตั้งแต่ห้อง 1-2 Bedroom และ Duplex ซึ่งในแต่ละ Type ก็มีจุดเด่นในการจัดวาง Layout ห้องที่น่าสนใจแตกต่างกันไป ส่วนการออกแบบพื้นที่ภายในห้องพักอาศัยจะเน้นห้องที่มีขนาดใหญ่ และการออกแบบที่ใส่ใจรายละเอียดในการใช้งานเพื่อความสะดวกสบายของผู้อยู่อาศัย

สาธารณูปโภค : พื้นที่ส่วนกลางให้มาครบครัน เน้นฟังก์ชันที่ใช้งานได้จริง โดย Facilities หลักทั้งหมดจะอยู่ ที่ชั้น 29 – 30 ซึ่งเป็นชั้นบนสุดของโครงการทำให้ทุกฟังก์ชันสามารถเปิดมุมมอง City View ได้เต็มที่ ประกอบไปด้วย Exclusive Gym, Yoga & Boxing Studio , Private Spa & Salon ที่ลูกบ้านสามารถนัดหมายช่างส่วนตัวมาดูแลได้ถึงที่โครงการ , Crystal Lounge ห้องรับรองรูปแบบเรือนกระจกที่รับวิวเมืองได้กว้าง, Colonial Thermal Pool สระว่ายน้ำระบบเกลือที่สามารถปรับอุณหภูมิได้ พร้อม Jacuzzi ที่แยกเป็นมุมส่วนตัว 5 จุด, Sky Deck และ Rooftop Bar รองรับจัดปาร์ตี้ได้ นอกจากนั้นยังได้บริการ Concierge by The Reserve อีกด้วยค่ะ

Judgement

ราคาของคอนโดนี้ถือเป็นระดับ LUXURY CLASS ซึ่งความคุ้มค่าด้านราคาไม่ใช่ปัจจัยหลักเพียงอย่างเดียวในการตัดสินใจซื้อ ความคุ้มค่าด้านอารมณ์คือปัจจัยหลักอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งตราบเท่าที่ทางเรายังไม่สามารถวัดค่ามาตรฐานทางอารมณ์ได้ ทาง Think of Living ขอไม่ให้คะแนนฟันธงในรีวิวเจาะลึกนะคะ เพราะมีตัวเปรียบเทียบน้อย เนื่องจากเป็นสินค้าประเภท Unique เสียส่วนใหญ่

  • LUXURY CLASS

โครงการ The Reserve Sathorn เป็นโครงการที่เหมาะสำหรับคนที่อยากอยู่คอนโดใจกลางสาทรในบรรยากาศที่สงบ ได้ความเป็นส่วนตัวท่ามกลางย่านธุรกิจใจกลางเมือง เน้นการเดินทางโดยใช้รถเป็นหลัก และต้องการห้องพักมีขนาดใหญ่อยู่สบาย มีพื้นที่ส่วนกลางครบครัน พร้อมการบริการ Concierge โดยมีงบประมาณตั้งแต่ 13 ล้านบาทขึ้นไป


ThinkofLiving มี LINE Official Account แล้วนะ
ไม่อยากพลาดข้อมูลข่าวสารก็ Add เลย > https://lin.ee/svACOxc