..ใครที่กำลังมองหาคอนโดพร้อมอยู่ที่ตัวเมืองระยอง ตอนนี้โครงการ Escent ระยอง 2 สร้างเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ ซึ่งความน่าสนใจของคอนโดนี้ก็คือ “ทำเล” ที่สร้างอยู่บนพื้นที่ดินของห้างเซ็นทรัลระยองเลย เหมาะกับคนที่มี Lifestyle ชอบเดินห้างหรือต้องการคอนโดใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกมากๆแบบนี้ ส่วนจุดเด่นหรือ Highlights อื่นๆของโครงการจะมีดังต่อไปนี้เลยครับ

  • ทำเล : ติดห้างเซ็นทรัลระยอง ในระยะที่เดินไม่กี่ก้าวก็สามารถไปเดินตากแอร์ ช้อปปิ้ง ทานอาหาร หรือดูหนังในโรงได้ทุกวัน
  • แบบห้องพักอาศัย : เน้นห้อง 1 Bedroom ที่กั้นห้องนอนด้วยผนังทึบ มีความเป็นส่วนตัวสูง และมีดีไซน์ผนังชั้นวางทีวีหมุนปรับฟังก์ชันได้ 180 องศา ใช้งานได้ 2 ฟังก์ชัน รวมถึงยังมีห้องหน้ากว้าง และห้องไซส์ใหญ่ให้เลือกด้วยครับ
  • วัสดุ : ขายแบบ Fully Furnished ขาดแค่เครื่องใช้ไฟฟ้าส่วนตัวก็พร้อมเข้าอยู่ได้ทันที อีกทั้งยังมีการใช้เทคนิคของงานระบบท่อน้ำ ที่ช่วยลดปัญหาการรั่วซึมได้ดีอีกด้วย
  • พื้นที่ส่วนกลาง : มี Sky Facilities อยู่ที่ 2 ชั้นบนสุด สามารถขึ้นไปใช้งานและชมวิวมุมสูงได้ โดยเฉพาะฟังก์ชัน Outdoor จะมีการจัดพื้นที่สีเขียวได้สวยงามดีทีเดียว

ข้อมูลโครงการ

Escent Rayong II (เอสเซ็นท์ ระยอง 2) ณ วันที่ 22 พฤษภาคม 2566

 ชื่อโครงการ  Escent Rayong II (เอสเซ็นท์ ระยอง 2)
 ชื่อผู้ประกอบการ  บริษัท ชีพีเอ็น เรชชิเด้นช์ จำกัด
 SEGMENT CLASS  MAIN CLASS (รายละเอียดของ Segment คอนโดปี 2021 )
 โครงการตั้งอยู่  อ.เมืองระยอง จ.ระยอง
 ที่ดิน  2 -1- 69.5 ไร่
 ประเภทคอนโด  High Rise 23 ชั้น
 จำนวนยูนิต  ห้องพักอาศัย 420 ยูนิต และร้านค้า 1 ยูนิต
 ยูนิตต่อชั้นสูงสุด  25 ยูนิต
 ที่จอดรถ  171 คัน คิดเป็น 40% รวมจอดซ้อนคัน
 เริ่มก่อสร้าง  ปี 2564
 สถานะปัจจุบัน  สร้างเสร็จพร้อมอยู่ ปี 2566
 ประเภทห้องพัก
  • 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 28 – 29 ตร.ม.
  • 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 32 – 33 ตร.ม.
  • 2 Bedrooms 2 Bathrooms พื้นที่ใช้สอย 51 – 68 ตร.ม.

 ฝ้าเพดานสูง 2.55 เมตร
 ราคาเริ่มต้น  1.89 ล้านบาท
 ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการ  ประมาณ 70,000 บาท/ตร.ม.
 เว็บไซต์โครงการ https://residential.centralpattana.co.th/th/condominium/escent-rayong-ii
 Call Center 096 – 214 – 5146

ทำเลที่ตั้ง

Highlights :

  • ตั้งอยู่บนพื้นที่ดินของห้างเซ็นทรัลระยอง ใกล้กันเพียงไม่กี่ก้าว สามารถเดินไปช้อปปิ้ง ทานข้าว และดูหนังได้สะดวกทุกวัน
  • ถนนบายพาสเป็นโซนที่อยู่อาศัยที่ขยับขยายมาจากโซนถนนสุขุมวิท มีความอุดมสมบูรณ์พร้อม เข้า-ออกเมืองไกลๆได้ง่าย และมีความวุ่นวายหรือความหนาแน่นน้อยกว่าโซนดั้งเดิมตรงสุขุมวิท
  • ตัวเมืองระยองมีความพร้อมและความหลากหลายที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นแหล่งงานอย่างนิคมอุตสาหกรรม และแหล่งท่องเที่ยวโซนริมทะเลชิลๆก็มี

พิกัด Google Maps : 12.694617, 101.267787
หรือสามารถ :  คลิกที่นี่

..โครงการ Escent Rayong 2 เป็นคอนโดที่อยู่ในพื้นที่ของห้างเซ็นทรัลระยองเลยครับ แน่นอนว่าเรื่องความอุดมสมบูรณ์นี่หายห่วงเลย เพราะเราสามารถเดินไปช้อปปิ้ง ดูหนัง และทานอาหารที่ห้างนี้ได้ทุกวัน หรือหากใครอยากซื้อของเติมเข้าบ้าน ก็ยังมีตัวเลือกของซูเปอร์มาร์เก็ตที่ราคาย่อมเยาอย่าง BigC และ Makro ให้เลือกเดินอีกด้วย

นอกจากนี้ตัวเมืองระยองก็ยังมีความหลากหลายของย่าน ให้เราสามารถใช้ชีวิตได้อย่างไม่เบื่อง่ายๆ โดยหากใครที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศมาเดินซื้อของ/กินข้าวชิคๆ ก็จะมีทั้งตลาดและห้างแหลมทองเก่าอย่าง Passione ที่อยู่บนถนนสุขุมวิท แต่หากอยากเที่ยวรับบรรยากาศชิลๆ ก็สามารถขับรถมาแถวโซนริมทะเล ซึ่งก็มีชายหาดและร้านอาหารริมทะเลหลายแห่งให้เลือกเดินกันได้ตลอดเลยครับ

โดยภาพรวมผมมองว่าที่ตั้งของโครงการบนถนนบายพาสนี้ มีความน่าสนใจตรงที่เราสามารถเดินทางเข้า-ออกตัวเมืองได้ง่ายมาก เพราะถนนเส้นนี้เป็นถนนหลักที่วิ่งไปพัทยา-ชลบุรี หรือจะเข้ากรุงเทพก็ได้ จึงเหมาะกับคนที่อาจต้องเดินทางบ่อยๆ หรือจะเป็นคนในพื้นที่ที่อาจต้องการขยับขยายที่อยู่อาศัย ออกมาจากโซนสุขุมวิทที่มีความหนาแน่นมากขึ้นในปัจจุบัน แล้วออกมาใช้ชีวิตติดห้างติดถนนเส้นใหญ่แบบนี้ก็ได้นั่นเอง

การเข้า-ออกโครงการ :

..อย่างที่เกริ่นไปแล้วว่าตัวโครงการนี้จะสร้างอยู่ในที่ดินของห้างเซ็นทรัล ซึ่งเราสามารถใช้ทางเข้า-ออกของห้างเพื่อเดินทางมายังโครงการได้ โดยการขับรถวนมาด้านหลังห้างตามทางของที่จอดรถปกติเลยครับ เพียงแต่เส้นทางนี้จะใช้ได้เฉพาะในช่วงเวลาเปิดทำการของห้างเท่านั้น (ประมาณช่วง 9 – 10 โมง จนถึงช่วง 3 – 4 ทุ่ม)

ดังนั้นทางโครงการจึงได้มีประตูเข้า-ออกจุดที่ 2 บริเวณถนนด้านหลังเซ็นทรัล ซึ่งจะสามารถเข้า-ออกได้ตลอด 24 ชม.เหมือนโครงการคอนโดทั่วไป และยังเป็นถนนเส้นที่ลัดเลาะไปเชื่อมต่อกับถนนราชชุมพล และถนนสุขุมวิทได้อีกด้วย โดยบรรยากาศจะเป็นอย่างไรเราไปชมกันเลยดีกว่าครับ

จากทางเข้าหลักของห้างเซ็นทรัล ให้เราขับตรงเข้าไปด้านในเหมือนจะไปยังอาคารจอดรถตามปกติได้เลย

และเมื่อมาถึงทางแยกก็ให้เลี้ยวขวาไปตามทางในช่องทางที่ 2 ตรงกลาง

ขับตรงไปตามทางเรื่อยๆ เราจะมองเห็นโครงการ Escent Rayong 2 ตั้งอยู่ด้านหน้าเลยครับ

ซึ่งจากบริเวณด้านหน้าของโครงการ เราจะสามารถเดินข้ามถนนเพื่อไปช้อปปิ้งได้ง่ายๆแบบนี้เลยนะ

โดยบริเวณทางเข้าด้านหลังของตัวห้างนี้ ก็จะมีทั้ง Family Mart และ Food Court ให้เรามาฝากท้องหาอะไรทานกันได้สะดวกเลย

และแน่นอนว่าภายในห้างก็ต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้เราได้ใช้งานครบ ไม่ว่าจะเป็น Robinson / โรงหนัง และร้านค้าแบรนด์ชั้นนำต่างๆมากมาย

ส่วนบริเวณนี้จะเป็นทางเข้า-ออกของซุ้มประตูจุดที่ 2 ของโครงการ ซึ่งจะมาออกตรงถนนด้านหลังห้างแบบนี้นั่นเองครับ

สภาพแวดล้อมรอบโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้

..ตัวโครงการตั้งอยู่บนพื้นที่ดินของเซ็นทรัล โดยนอกจากตัวห้างแล้วบริเวณด้านหลังเค้าก็ยังมีที่ดินขนาดใหญ่อยู่อีก ซึ่งอนาคตก็จะมีการพัฒนาเป็น Future Plan ที่ต้องรอติดตามกันดูว่าจะเป็นอะไรนะครับ

แต่ที่แน่ๆก็จะมีคอนโดทั้งหมด 2 แห่ง พร้อมกับ Escent Avenue ที่เป็นอาคารพาณิชย์กำลังเปิดขายอยู่ในปัจจุบัน แน่นอนว่าอนาคตก็จะมีร้านค้าหรือคนมาเปิดธุรกิจต่างๆ และทำให้พื้นที่บริเวณนี้มีความคึกคักมากขึ้นอีกแน่นอน ส่วนวิวในทิศต่างๆจะมีดังต่อไปนี้เลยครับ

ทิศเหนือ : ติดกับ ห้างเซ็นทรัลระยอง และมองเข้าไปทางวิวที่มีภูเขาไกลๆ

ทิศใต้ : ติดกับ ที่ว่างและโครงการ Escent Avenue ของ CPN โดยระยะไกลมองเห็นทะเลได้ และมีลมพัดแรงเย็นสบายมากๆ

ทิศตะวันออก : ติดกับ โครงการ Escent ระยอง 1

ทิศตะวันตก : ติดกับ ที่ว่าง ระยะไกลจะมองเข้าไปทางตัวเมืองระยอง

 

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

ห้างสรรพสินค้า / ตลาด

  • Central Plaza ระยอง ~ 40 ม.
  • Makro ~ 650 ม.
  • Big C Supercenter ~ 700 ม.
  • ตลาด Star Night Bazaar ~ 1.8 กม
  • Tesco Lotus ระยอง ~ 1.9 กม.
  • Passione ~ 4.2 กม.
  • The Ozone Lifestyle Mall ~ 6.6 กม.

โรงพยาบาล

  • โรงพยาบาลระยอง ~ 1.8 กม.
  • รพ.กรุงเทพระยอง ~ 5.6. กม

โรงเรียน

  • ร.ร. อนุบาลนานาชาติตากสินระยอง ~ 1.9 กม.
  • ร.ร. มัธยมตากสินระยอง ~ 2.9 กม.
  • รร.อัสสัมชัญ ระยอง ~ 5.2 กม.

สถานที่สำคัญอื่น ๆ

  • เทศบาลนครระยอง ~ 3 กม.
  • ศูนย์ราชการระยอง ~ 5.8 กม.
  • หาดแสงจันทร์ ~ 7 กม.
  • บขส.ใหม่ระยอง ~ 7.8 กม
  • นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ~ 21.3 กม.
  • สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา ~ 38 กม.

รายละเอียดโครงการ

Highlights :

  • มี Sky Facilities อยู่ 2 ชั้นบนสุด ทำให้สามารถขึ้นไปใช้งานพร้อมกับชมวิวทะเล กับวิวภูเขาสวยๆได้
  • ชั้น 1 มีการออกแบบโดยคำนึงถึงการใช้งานมาค่อนข้างดี ไม่ว่าจะเป็นการทำ Water Feature ที่ช่วยสร้างบรรยากาศการเดินเข้า-ออกเพื่อไปช้อปปิ้งที่ห้าง / การแยกพื้นที่สวนออกจากทางเดินรถเพื่อการใช้งานปลอดภัย และการใช้สวนเพื่อเป็น Buffer จากตัวห้าง เป็นต้น
  • วางผังโครงการเป็นรูปตัว L ไม่บังวิวกันเอง โดยเฉพาะห้องรอบๆโถงลิฟต์จะได้ความเป็นส่วนตัวจาก Single Corridor ส่วนห้องอื่นๆประตูก็จะไม่ตรงกันเลยด้วยครับ

..โครงการ Escent Rayong 2 เป็นคอนโด High Rise สูง 23 ชั้น 420 ยูนิต และก็เป็นคอนโดแห่งที่ 2 บนพื้นที่ของเซ็นทรัลระยองแห่งนี้ด้วยครับ โดยจุดเด่นหลักๆก็คือ “ทำเล” ที่อยู่ติดกับตัวห้างชนิดที่เรียกว่าเดินเพียงไม่กี่ก้าวก็ถึงได้ทันที

อีกทั้งเรายังสามารถมองเห็นป้ายห้างเซ็นทรัลจากโครงการได้ตลอดเวลา ซึ่งให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากคอนโดที่อยู่ใกล้ห้างแต่ก็ต้องขับรถมากๆครับ เพราะเราสามารถไปเดินตากแอร์ช้อปปิ้งได้ทุกวัน เหมาะกับคนที่ต้องการมีสิ่งอำนวยความสะดวกอยู่ใกล้ๆ จะหาของกินของใช้ก็ง่ายนิดเดียว

Master Plan : มีการจัดฟังก์ชันโดยแยกพื้นที่ส่วนกลาง ออกจากทางสัญจรของรถยนต์กันอย่างชัดเจน ทำให้เราสามารถใช้งานส่วนกลางได้อย่างปลอดภัย แบบไม่ต้องมีการเดินข้ามทางรถยนต์ไป-มาให้อันตราย อย่างคนที่มีลูกเล็กๆก็สามารถปล่อยให้วิ่งเล่นในสวนได้สบายหายห่วงนั่นเองครับ

ทางเข้า-ออกของโครงการจะมีอยู่ 2 จุด ซึ่งโซนด้านหน้าที่เป็นทางเข้าหลักจากห้างเซ็นทรัล จะเป็นส่วนที่มีการจัดเอาไว้อย่างสวยงามเป็นพิเศษ เพราะลูกบ้านจะได้ใช้เข้า-ออกเพื่อไปเดินช้อปปิ้งบ่อยๆ และยังใช้รับแขกเป็นหน้าเป็นตาได้อีกด้วย โดยจะมีทั้ง Drop-Off ให้วนรถรับ-ส่ง และมีบรรยากาศของ Water Feature ตรงทางเข้า Lobby สวยๆให้ได้ชมเพลินๆครับ

ส่วนที่จอดรถก็จะมีถนนเชื่อมต่อไปยังทางเข้าด้านหลังอาคาร ซึ่งตรงนี้ก็จะมีประตูที่ 2 ให้เข้า-ออกใกล้ๆได้ด้วยนั่นเอง และฟังก์ชันภายในอาคารของชั้นนี้ก็จะประกอบด้วย Lobby / Multi-Purpose Room และนิติบุคคลเป็นหลัก อีกทั้งยังมียูนิตร้านค้าเล็กๆด้านหน้า ที่อาจต้องรอลุ้นว่าอนาคตจะมีร้านอะไรมาลงนะครับ

เริ่มกันที่ทางเข้าหลักด้านหน้าที่อยู่ติดกับห้างเซ็นทรัล ซึ่งต้องแจ้งก่อนว่าทางนี้จะเข้า-ออกได้ตามเวลาเปิด-ปิดของห้างเท่านั้นนะครับ (ถ้าเป็นช่วงกลางคืนอาจต้องไปเข้าทางด้านหลังแทน)

โดยจะมีการใช้เป็นประตูเหล็กรางเลื่อน ซึ่งจะตอบโจทย์ในเรื่องความปลอดภัยและเป็นส่วนตัวมากๆ เพราะคนที่ขับรถผ่านไป-มาด้านหน้า จะไม่สามารถมองเข้าไปเห็นด้านในได้เลยนั่นเองครับ ส่วนระบบการเข้า-ออกจะแบ่งออกเป็น 2 ข้อใหญ่ๆดังนี้

  1. สำหรับลูกบ้าน : ใช้เป็นระบบสแกนป้ายทะเบียนรถยนต์ ซึ่งลูกบ้านแต่ละห้องสามารถลงทะเบียนไว้ในระบบกี่คันก็ได้ แต่เวลาใช้งานจริงจะขึ้นไปจอดบนชั้นจอดรถได้ห้องละคันเท่านั้น (ถ้ามีคันหนึ่งที่ลงทะเบียนไว้แล้วจอดอยู่ อีกคันจะขึ้นตึกไม่ได้จนกว่าคันนั้นจะออกมาก่อน)
  2. สำหรับ Visitor : จะต้องมีการแลกบัตรกับพี่ยามก่อนตามปกติ และสามารถลงทะเบียนติดต่อล่วงหน้าได้ โดยลูกบ้านจะส่งเป็น QR Code มาให้ทางโทรศัพท์ เพื่อเอาไว้โชว์ให้ยามดู และเอาไว้ใช้เพื่อเข้าไปรอใน Lobby ได้นั่นเองครับ

เมื่อเข้ามาด้านในเราจะเจอกับ Drop-Off ขนาดใหญ่ด้านขวามือ เพื่อให้สามารถวนรถรับ-ส่งใต้อาคารได้เลย ซึ่งก็จะเป็นการจอดแบบใต้ชายคา ไม่ต้องกังวลเรื่องแดดร้อนหรือฝนตกเลยครับ

และสำหรับที่จอดรถก็จะต้องขับอ้อมมาทางด้านหลัง โดยขวามือจะเป็นที่จอดของ Visitor และถ้าตรงมาจนสุดก็จะเจอกับทางเข้า-ออกที่ 2 ซึ่งประตูนี้จะสามารถเข้า-ออกได้ตลอดเวลา 24 ชม. เลยครับ

เมื่อเราเลี้ยวขวามาตามทางก็จะเจอกับไม้กั้นกระดก ซึ่งจะมีแต่เฉพาะลูกบ้านเท่านั้นที่ผ่านเข้าไปได้ ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยและเป็นส่วนตัว เพราะด้านหน้าก็จะเป็นทางขึ้นชั้นจอดรถในอาคารแล้วครับ โดยสาเหตุที่เค้ามากั้นตรงนี้ไม่ใช่ตรงทางเข้าอาคาร ก็อาจเพื่อป้องกันไม่ให้ Visitor ขับหลงเข้าไปให้เสียเวลานั่นเอง

ย้อนกลับมาที่ด้านหน้าโครงการกันอีกครั้ง ซึ่งทางด้านขวาของ Main Gate จะมีประตูคนเดินเล็กๆอยู่ด้วย ซึ่งจะต้องใช้ Key Card Access เพื่อความเป็นส่วนตัวและปลอดภัย

โดยเส้นทางนี้ก็จะมีไว้สำหรับให้ลูกบ้านสามารถเดินไปช้อปปิ้งเล่นที่ห้างได้สะดวกนั่นเอง ซึ่งทางเดินก็จะออกแบบเป็นทางลาดด้วยหลัก Universal Design เพื่อให้คนใช้รถเข็นสามารถสัญจรได้สะดวกด้วยนั่นเอง

สำหรับทางเข้าอาคารจะมีการยกระดับพื้นให้สูงขึ้นเพื่อความเป็นส่วนตัว โดยเราสามารถเดินขึ้นบันไดตรงๆไปตามปกติ หรือจะขึ้นจากทางลาดด้านขวาก่อนหน้านี้ก็ได้

แน่นอนว่าคนที่อยู่คอนโดนี้จะต้องไปเดินเล่นที่ห้างเซ็นทรัลบ่อยๆได้ทุกวัน และจะต้องเดินผ่านบริเวณนี้เป็นประจำ ดังนั้นทางโครงการจึงได้ออกแบบโถงทางเดินนี้ให้มีความสวยงาม โดยทำเป็น Water Feature และปลูกต้นไม้ในกระถางตกแต่งเอาไว้

ซึ่งจะช่วยทำให้บรรยากาศการเข้า-ออกน่าเดินมากขึ้นแล้ว ผืนน้ำและสีเขียวของต้นไม้ยังช่วยปรับทั้งอารมณ์และอุณหภูมิของอากาศ ให้มีความเย็นสบายและสดชื่นก่อนกลับเข้าบ้านด้วยนั่นเอง โดยนี่ก็คือเป็นอีกหนึ่ง Highlight ที่สำคัญมากๆของชั้นนี้เลย

นอกจากนี้ทางด้านขวามือ (ตรงประตูกระจกสีแดงๆ) จะเป็นยูนิตร้านค้าที่จะมาเปิดในอนาคต ซึ่งตอนนี้ยังไม่ทราบว่าเป็นร้านอะไรนะครับ แต่คาดว่าน่าจะเป็นร้านที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับลูกบ้านได้มากขึ้น เช่น ร้านรับบริการซัก-อบ-รีด อะไรแบบนี้เป็นต้น

ส่วนการเข้าอาคารจะเป็นระบบ Face Scan หรือต้องใช้ Key Card Access เพื่อความเป็นส่วนตัวและปลอดภัย แต่ถ้าเป็น Visitor ที่ลงทะเบียนไว้ล่วงหน้าและได้รับ QR Code มาแล้วก็สามารถใช้สแกนเพื่อเข้าไปนั่งรอในห้องแอร์เย็นๆด้านในได้เลยครับ

เข้ามาภายในจะเป็น Lobby ขนาดใหญ่ และมีฝ้าเพดานสูงแบบ Double Volume ดูโปร่งโล่งดีมากๆ ซึ่งการตกแต่งก็จะใช้วัสดุจากธรรมชาติ ทำให้ดูอบอุ่นและเป็นกันเองแบบสุดๆ

โดยพื้นที่นี้ก็สามารถใช้นั่งเล่นพักผ่อน หรือให้แขกได้มานั่งคอยได้ครับ ซึ่งก็จะมีชุดเก้าอี้และโซฟากระจายอยู่ 3 – 4 จุด

นอกจากนี้ทางขวามือก็จะมองเห็นพื้นที่สีเขียวด้านข้างได้ด้วย และจะมีประตูกระจกให้เราสามารถออกไปเดินเล่นกันได้ครับ

ภายนอกเป็นพื้นที่สีเขียวขนาดค่อนข้างใหญ่ รายล้อมด้วยต้นไม้ที่ให้ทั้งร่มเงาและยังช่วยทำหน้าที่เป็น Buffer เพิ่มความเป็นส่วนตัวให้โครงการแยกจากตัวห้างได้อีกด้วย

โดยฟังก์ชันหลักๆของสวนนี้ก็จะมีลู่วิ่งที่เป็น Jogging Track ให้มาเดิน/วิ่งออกกำลังกายกันได้ครับ รวมถึงยังเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่มากพอ ที่จะเอาไว้จัดกิจกรรมตามเทศกาลต่างๆในอนาคตได้อีกด้วย

โดยปลายทางก็จะมีเครื่องเล่นสำหรับเด็ก ให้สามารถพาน้องๆมาเล่นสนุกกันได้ด้วยครับ ซึ่งก็จะมีการปูด้วยพื้นยางเอาไว้ด้วย เผื่อเวลาที่น้องๆหกล้มก็จะได้ช่วยลดอาการบาดเจ็บลงได้นั่นเองครับ

กลับเข้ามาภายในอาคารจะมีโถงทางเดินเชื่อมต่อจาก Lobby ตรงเข้าไปด้านใน ซึ่งทางขวามือจะเป็นห้อง Multi-Purpose Room ส่วนทางซ้ายมือจะเป็นห้องนิติบุคคล ให้สามารถแวะติดต่อธุระกันระหว่างทางได้สะดวกเลยครับ

สำหรับห้อง Multi-Purpose Room จะเป็นห้องที่เหมาะจะใช้นั่งทำงานอ่านหนังสือ หรือจะไว้นัดแขกมาพูดคุยแบบไม่ต้องพาขึ้นตึกให้เสียความเป็นส่วนตัวเลยก็ได้ครับ

โดยจุดเด่นของห้องนี้ก็คือ เค้าจะเป็นห้องฝ้าเพดานสูงและมีช่องแสงขนาดใหญ่ ที่เราสามารถมองออกไปเห็นพื้นที่สีเขียวภายนอกได้แบบเต็มๆตาเลยนั่นเอง

ถัดเข้ามาก็จะมีฟังก์ชันอื่นๆอย่าง Mail Room / ห้องน้ำ และ Laundry ก็จะอยู่แยกออกไปทางขวามือ (ปัจจุบันยังไม่แล้วเสร็จดี ก็เลยไม่มีภาพให้ชมนะครับ)

และสุดทางเดินก็จะมีประตูกระจกอยู่ 2 บาน โดยตรงกลางจะเป็นประตูที่เชื่อมต่อมาจากจุดรับ-ส่งของ ส่วนประตูทางขวามือจะเป็นทางเข้าโถงลิฟต์ ซึ่งจะต้องใช้ Key Card Access ในการเข้า-ออกเพื่อความปลอดภัยครับ

แปลนชั้น 2 – 4 จะเป็นชั้นจอดรถทั้งหมด ซึ่งโครงการนี้จะจอดได้ 171 คัน หรือคิดเป็น 40% รวมจอดซ้อนคัน ส่วนตัวผมถือว่าให้มาน้อยสักหน่อย สำหรับคอนโดต่างจังหวัดที่ต้องเน้นใช้รถยนต์ส่วนตัวเดินทางเป็นหลักแบบนี้ โดยที่จอดรถแต่ละชั้นจะสามารถ Access เข้าสู่โถงลิฟต์และตรงขึ้นชั้นพักอาศัยได้สะดวกเลยครับ

แปลนชั้น 5 – 20 จะเป็นชั้นพักอาศัยทั้งหมดเลยครับ โดยลักษณะอาคารจะเป็นรูปตัว L ที่โถงลิฟต์จะอยู่เยื้องมาทางด้านซ้าย ทำให้ห้องที่อยู่ทางปีกขวาอาจต้องเดินไกลสักนิดนึงนะครับ โดยอัตราส่วนลิฟต์จะอยู่ที่ 210 : 1 ซึ่งผมถือว่าค่อนข้างหนาแน่นมากๆเลย ทำให้เวลาขึ้น-ลงอาคารบ้างครั้งก็อาจต้องรอนานกันสักหน่อย ส่วนตำแหน่งห้องพักอาศัยที่นี่สนใจจะมีดังต่อไปนี้ครับ

  • กรอบสีแดง : เป็นห้องพักที่อยู่รอบๆ Core Lift ที่อยู่ตรงกลาง ซึ่งจะได้โถงทางเดินเป็นแบบ Single Corridor จึงไม่มีเพื่อนบ้านฝั่งตรงข้ามให้เสียความเป็นส่วนตัว แต่ด้วยความที่อยู่ใกล้กับลิฟต์มากๆ ก็อาจมีเสียงของการขึ้น-ลงลิฟต์อยู่บ้างได้เหมือนกันครับ (เสียงติ๊ง+เสียงคนเดิน)
  • กรอบสีน้ำเงิน : เป็นห้องที่สามารถมองเห็นวิวทะเลได้แบบไกลๆ เหมาะกับคนชอบวิวสวยๆ และแน่นอนว่าจะมีราคาที่สูงกว่าทิศอื่นด้วยเช่นกัน รวมถึงยังเป็นห้องที่อยู่ทางทิศใต้ ดังนั้นช่วงบ่ายก็จะมีแสงแดดส่องเข้ามาร้อนอยู่สักหน่อยนะครับ (แก้ปัญหาด้วยการติดม่านหรือฟิล์มได้)
  • กรอบสีเขียว : ส่วนตัวผมคิดว่าเป็นตำแหน่งห้องที่ดีที่สุด เพราะนอกจากจะได้วิวทะเลแล้ว ด้านหน้าห้องยังเป็น Single Corridor เป็นส่วนตัวแบบหลบมุมแยกจากโถงลิฟต์ แถมยังมีช่องแสงทำให้หน้าห้องสว่าง และเป็นห้องไซส์เล็กสุดที่พอคิดราคาออกมาแล้วน่าจะจับต้องได้ไม่ยากด้วยครับ
  • กรอบสีส้ม : เป็นห้อง 2 Bedrooms ที่อยู่ตรงมุมอาคารสุดปลายทางเดิน ทำให้ค่อนข้างเป็นส่วนตัว และมีเพียงชั้นละ 2 ห้องเท่านั้น เหมาะกับคนที่ต้องการห้องไซส์ใหญ่ และอยู่อาศัยกันเป็นครอบครัวจริงจัง โดยมีทั้งด้านฝั่งวิวทะเลและวิวภูเขาให้เลือก

ภาพบรรยากาศบริเวณหน้าโถงลิฟต์ และตรงโถงทางเดินของชั้นพักอาศัย ซึ่งช่องแสงมีค่อนข้างน้อย ก็เลยต้องเปิดไฟช่วยส่องสว่างอยู่ตลอดเวลา แต่อย่างตรงปลายอาคารก็จะมีหน้าต่างอยู่บ้างครับ

และอีกหนึ่งสิ่งที่ผมสังเกตได้ก็คือ จะไม่มีห้องพักไหนเลยที่มีประตูตรงกัน จึงช่วยลดการเสียความเป็นส่วนตัวจากเพื่อนบ้านในตอนเปิดประตูห้องได้พอสมควรเลยนั่นเอง

แปลนชั้น 21 จะเป็นชั้นพักอาศัยที่มีรวมห้อง 1 Bedroom ให้กลายเป็นห้อง 2 Bedrooms จึงทำให้เป็นชั้นที่มีเพื่อนบ้านน้อยลงเหลือ 20 ยูนิต (จากเดิมคือ 25 ยูนิต) จึงเป็นชั้นที่มีความเป็นส่วนตัวมากกว่าชั้นอื่นๆนิดนึง และเหมาะกับคนที่ชอบห้องไซส์ใหญ่หน้ากว้างมากๆด้วยครับ

แปลนชั้น 22 ส่วนตัวผมคิดว่าชั้นนี้มีความน่าสนใจในเรื่องฟังก์ชัน และบรรยากาศของพื้นที่ส่วนกลางที่น่าใช้งานมากๆครับ โดยจะแบ่งออกเป็น 2 โซนใหญ่ๆก็คือ โซนพื้นที่สวนที่เอาไว้มานั่งเล่นพักผ่อนและชมวิวมุมสูงได้แบบชิลๆ

กับโซนสระว่ายน้ำแบบกลางแจ้งที่รายล้อมด้วยพื้นที่สีเขียวสดชื่นๆ เพียงแต่ตำแหน่งของสระอาจอยู่ไกลจากห้องน้ำสักหน่อยนะครับ (เรียกได้ว่าคนละฝั่งของอาคารกันเลย) ทำให้เวลาอาบน้ำล้างตัวก็จะต้องเดินไกลพอสมควรเลยทีเดียว

โดยเมื่อเราออกมาจากลิฟต์ก็จะเจอกับทางแยกของประตูกระจก ที่สามารถเลือกไปได้ทั้ง 2 ฝั่งแบบนี้เลย

ซึ่งทางด้านขวาของลิฟต์จะเป็นเหมือน Sky Garden ที่ล้อมรอบด้วยต้นไม้สีเขียว และมีพื้นที่ให้เราได้มานั่งเล่นพักผ่อนกันได้หลายจุดเลย

เดินออกมาที่อีกด้านหนึ่งของโถงลิฟต์ ซึ่งทางฝั่งนี้จะมีห้องน้ำให้ใช้งานด้วยครับ

ภายในจะมีทั้งตู้ล็อคเกอร์ โถสุขภัณฑ์ ห้องอาบน้ำ และมี Sauna ให้ใช้ทั้งของผู้ชาย-ผู้หญิงเลยครับ

ส่วนจุดนั่งเล่นทางฝั่งนี้ขอบอกว่าน่ามาใช้งานมากๆครับ เพราะจะเป็นฝั่งด้านเดียวกับทะเลที่นอกจากจะเห็นวิวทะเลสวยๆไกลๆได้แล้ว ยังมีลมทะเลพัดแรงๆเย็นๆตลอดเวลาอีกด้วยนั่นเอง

และเมื่อเดินมาอีกด้านหนึ่งก็จะเป็นทางเดินไปสู่สระว่ายน้ำ ซึ่งมีการทำสวนเล่นระดับเอาไว้อย่างสวยงาม และยังเป็นการเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับคนที่มาว่ายน้ำ แยกออกมาจากคนที่มานั่งเล่นพักผ่อนที่โซนก่อนหน้านี้ได้อีกด้วยนั่นเอง

บริเวณริมสระจะมี Day Bed ให้นั่งพักผ่อนใต้หลังคา ทำให้สามารถมาใช้งานได้ตลอดทั้งวัน และสามารถมองออกไปชมวิวมุมสูงได้กว้าง 180 องศาเลยครับ

นอกจากนี้ก็ยังมีการแบ่งพื้นที่เป็นสระเด็กเอาไว้ด้วยครับ ซึ่งจะมีการทำราวเหล็กกั้นแยกโซนออกจากสระผู้ใหญ่ ทำให้เราวางใจได้ว่าน้องๆจะเล่นน้ำกันได้อย่างปลอดภัยมากขึ้นนั่นเอง

ส่วนสระว่ายน้ำหลักจะมีขนาด 25 x 5 m. สามารถว่ายออกกำลังกายได้เต็มที่ โดยจะเป็นสระแบบกลางแจ้งที่สามารถว่ายน้ำไปและชมวิวมุมสูงได้ 180 องศาเลยครับ

อีกทั้งรอบๆก็จะมีการปลูกต้นไม้ประดับเอาไว้ ทำให้ได้ความสดชื่นเหมือนกำลังว่ายอยู่บนสวนกลางอากาศเลยนั่นเอง

อีกด้านหนึ่งของสระจะมีทางแยกออกไป ซึ่งเป็นจุดล้างตัวก่อนลงสระนั่นเองครับ

นอกจากนี้ก็ยังมีทางเดินเชื่อมต่อลงมายัง Jacuzzi ส่วนตัวแบบนี้ด้วย ซึ่งจะอยู่แยกออกมาจากสระใหญ่ ทำให้กลายเป็นมุมที่มีความเป็นส่วนตัวสูงมากๆ

จึงเหมาะจะมานั่งแช่น้ำกับแฟนแบบ 2 ต่อ 2 แบบสุดๆ (เน้นนั่งคุยไม่เน้นชมวิวนะครับ เพราะผนังและพุ่มไม้ค่อนข้างสูงพอสมควร แต่ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยในการใช้งานนั่นเองนะ)

แปลนชั้น 23 เป็นชั้น Facilities หลักอีกชั้นหนึ่งของโครงการ ซึ่งจะเน้นเป็นฟังก์ชันใช้งานแบบ Indoor เป็นหลัก ประกอบด้วย Fitness / Co-Kitchen Space และ Sky Lounge เหมาะกับขึ้นมาใช้งานตากแอร์เย็นๆพร้อมกับชมวิวมุมสูงไปด้วยมากๆ

ซึ่งทั้งหมดจะอยู่ทางฝั่งทิศใต้ของอาคาร ที่สามารถมองเห็นวิวทะเลได้นั่งเองครับ โดยที่ชั้นนี้จะไม่ได้มีห้องน้ำให้ใช้งาน ทำให้เราอาจต้องลงไปใช้ที่ชั้น 22 ก่อนหน้านี้แทนนะ

บริเวณโถงลิฟต์ของชั้นนี้จะมีช่องหน้าต่าง ที่เราสามารถมองเชื่อมต่อลงไปเห็นสวนของชั้น 22 ก่อนหน้านี้ได้ด้วยครับ

ส่วนอีกด้านหนึ่งก็จะเป็นโถงทางเดินที่เชื่อมต่อไปยังฟังก์ชันอื่นๆ ซึ่งทุกห้องจะต้องใช้ Key Card Access ทั้งหมดเลยครับ

เริ่มกันที่ห้องแรกจะเป็น Fitness ขนาดค่อนข้างกว้างเลยทีเดียว ภายในมีฟังก์ชันอุปกรณ์หลักๆให้ใช้งานครบ และโดยรอบก็เป็นผนังกระจกทั้งหมด จึงสามารถออกกำลังกายไปและชมวิวสวยๆไปด้วยได้ครับ

โดยเฉพาะทางฝั่งของเครื่องลู่วิ่งเราจะมองเห็นชั้นของสระว่ายน้ำก่อนหน้านี้ได้ ซึ่งจะมีทั้งผืนน้ำสวยๆและพื้นที่สวนสีเขียวสดชื่นๆให้ได้ชมกันแบบนี้เลยนั่นเอง

ถัดมาจะเป็น Co-Kitchen Space ซึ่งภายในจะมีชุดโต๊ะเก้าอี้และเคาร์เตอร์ครัวให้เราได้มายืมใช้งาน เหมาะที่จะมาใช้จัดปาร์ตี้กับเพื่อนหลายๆคน หรือจะพาคนรักมาดินเนอร์ชมวิวมุมสูงสวยๆแบบนี้ก็ได้เหมือนกัน

สุดท้ายจะเป็น Sky Lounge ภายในมีชุดโต๊ะเก้าอี้หลายจุด สามารถใช้เป็นพื้นที่นั่งเล่นพักผ่อน และขึ้นมานั่งทำงานอ่านหนังสือได้นะครับ โดยแต่ละจุดก็จะมีปลั๊กไฟให้เสียบชาร์จแบตได้ทั้งหมดเลย

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

ชั้นที่ 1

  • Lobby
  • Laundry Cafe’
  • Multi-Purpose Room
  • Shop
  • Juristic
  • Mail Box
  • Garden
  • Playground
  • Jogging Track

ชั้นที่ 22

  • Sky Garden
  • Swimming Pool ระบบเกลือ ขนาด 25 x 5 m.
  • Kids Pool
  • Jacuzzi
  • Sauna

ชั้นที่ 23

  • Fitness
  • Co-Kitchen Space
  • Sky Lounge

 

  • ลิฟต์โดยสาร 2 ตัว/อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 210 :  1
  • Service Lift 1 ตัว
  • 171 คัน คิดเป็น 40% รวมจอดซ้อนคัน

ระบบรักษาความปลอดภัย

  • Card Access Control เพิ่มความปลอดภัยเข้าออกโครงการ และพื้นที่ส่วนกลาง
  • Face Scan ครอบคลุมพื้นที่เข้าออกอาคาร
  • Pass Card สำหรับรถยนต์ของลูกบ้าน
  • CCTV และระบบรักษาความปลอดภัย Security Guards ตลอด 24 ชั่วโมง
  • VMS ระบบนัดหมายเข้าพบลูกบ้านให้คุณมั่นใจ ได้ถึงความปลอดภัยสูงสุด
  • Smart Security มี Wristband สำหรับใช้งานกับ Locker ให้ในพื้นที่ส่วนกลาง

 

แบบห้อง

Highlights :

  • ทุกห้องกั้นห้องนอนด้วยผนังทึบ มีความเป็นส่วนตัวสูง
  • มีแบบห้องหน้ากว้างให้เลือก บรรยากาศโปร่งโล่งกว้างขวาง อยู่สบายเหมือนอยู่บ้าน
  • ดีไซน์ผนังแขวนทีวีที่สามารถปรับหมุนได้ 180 องศา เลือกใช้งานสลับกันได้ 2 ห้อง
  • ขายแบบ Fully Furnished พร้อมหิ้วกระเป๋าเข้าอยู่
  • มีการนำระบบท่อน้ำที่ทันสมัยเข้ามาใช้ ช่วยในเรื่องการดูแลรักษาได้ง่ายในระยะยาว และลดปัญหาที่จะเกิดกับเพื่อนบ้านลงได้อีกด้วย

แบบห้องของโครงการนี้จะมีทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedrooms จึงทำให้มีตัวเลือกที่หลากหลายสำหรับคนที่มีความต้องการแตกต่างกัน อีกทั้งยังขายแบบ Fully Furnished ซึ่งให้เฟอร์นิเจอร์มาครบพร้อมหิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้ทันที โดยขาดแค่เครื่องใช้ไฟฟ้าส่วนตัวเท่านั้นครับ จึงเหมาะกับคนที่ไม่อยากเสียเวลาตกแต่งห้องเอง ประกอบด้วย

  • 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 28 – 29 ตร.ม.
  • 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 32 – 33ตร.ม.
  • 2 Bedrooms 2 Bathrooms พื้นที่ใช้สอย 51 – 68 ตร.ม.

นอกจากนี้ยังมีการใช้งานระบบต่างๆที่ทันสมัยเข้ามาด้วย เพื่อช่วยในเรื่องการดูแลรักษาได้ง่ายในระยะยาว และลดปัญหาที่จะเกิดขึ้นในภายหลัง ประกอบด้วย

  • Smart Drain : เป็นจุดระบายน้ำเพิ่มให้ที่ครัว สำหรับป้องกันหากมีน้ำไหลออกมาจากห้องครัว และง่ายต่อการทำความสะอาดพื้นห้องครัวด้วยครับ
  • Smart Toilet : ระบบท่อระบายน้ำแบบด้านข้างภายในห้องน้ำ ที่ทำให้ช่างสามารถซ่อมแซมจบภายในห้องของเราได้เลย ซึ่งไม่ต้องรบกวนความเป็นส่วนตัวของห้องชั้นล่างเหมือนระบบแบบเดิมๆ แถมยังลดปัญหาการรั่วซึมของน้ำในระหว่างชั้นได้อีกด้วย
  • Smart Noise Pollution : เป็นระบบฉนวนป้องกันเสียงบริเวณที่บล็อคปลั๊กไฟ ซึ่งจะเป็นจุดที่เสียงทะลุเชื่อมต่อกันระหว่างห้องได้ง่าย เพื่อทำให้ห้องพักอาศัยมีความเงียบสงบและเป็นส่วนตัวมากขึ้นนั่นเอง
  • Smart Vision : กระจกที่ใช้จะเป็นกระจกลามิเนต 2 ชั้น ที่เวลาแตกจะเป็นเม็ดข้าวโพด ไม่ทำอันตราย และช่วยป้องกันเสียงกับความร้อนได้ดียิ่งขึ้นด้วย
  • Smart Internet : เป็นระบบ Internet ความเร็วสูง ที่ใช้ระบบสายใยแก้วนำแสง ทดแทนการใช้สายทองแดงและสายเคเบิล และสามารถเลือกใช้ระบบ Internet ได้ทุกเครือข่าย
  • Smart Management : เป็น Application ของลูกบ้าน CPN Residence ที่จะคอยอำนวยความสะดวกในการอยู่อาศัย

  • 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 28 – 29 ตร.ม.

ห้องตัวอย่างแรกที่เราจะมาชมกันในวันนี้ เรียกได้ว่าเป็น Sixnature ของแบรนด์ Escent เลยก็ว่าได้ โดยจะเป็นห้อง 1 Bedroom ที่กั้นห้องนอนด้วยผนังทึบเพื่อความเป็นส่วนตัวสูง และมีการดีไซน์ผนังติดทีวีตรงกลางให้สามารถปรับหมุนได้ 180 องศา ทำให้เราสามารถซื้อทีวีเครื่องเดียวแต่ใช้ดูได้ถึง 2 ฟังก์ชันเลยครับ

ห้องครัวจะมีการกั้นผนังกระจกแยกเป็นสัดส่วนอยู่ทางด้านหน้า สามารถอุ่นหรือประกอบอาหารได้ดีในระดับหนึ่ง ซึ่งประตูกระจกบานเลื่อนนี้เองยังช่วยคอยกันเสียงจากภายนอกห้อง และเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับผู้พักอาศัยได้อีกชั้นหนึ่งด้วย ส่วนห้องน้ำที่อยู่ด้านหน้าสุดแบบนี้ จะทำให้แขกที่มาหาใช้งานได้ง่าย แต่ก็ต้องแลกมากับการใช้งานตอนกลางคืนของเจ้าของห้อง ที่จะต้องเดินมาใช้ไกลจากห้องนอนอยู่สักหน่อยนะ

เรามาเริ่มกันที่ประตูหน้าห้องที่เป็นไม้บานทึบพร้อมตาแมว ซึ่งจะมีการติดตั้ง Digital Door Lock มาให้เป็นมาตรฐาน สามารถใช้งานได้ 5 ระบบ (รหัสผ่าน / คีย์การ์ด / สแกนลายนิ้วมือ / รีโมทคอนโทรล / กุญแจ)

นอกจากนี้ยังมีการทำพื้นต่างระดับ เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้เศษฝุ่นหรือสิ่งสกปรกเข้าสู่ตัวห้องได้ง่าย และที่ผมชอบเป็นการส่วนตัวก็คือ เลขที่บ้านของที่นี่จะเป็น 999 เลขสวยมากๆเลยทีเดียวครับ

เข้ามาภายในส่วนแรกที่เราจะเจอก็คือ “ครัว” ซึ่งพื้นก็จะปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ที่สามารถเช็ดทำความสะอาดได้ง่าย

ดังนั้นเวลาที่ทำอาหารหรือแม้แต่ตอนใส่รองเท้าเข้าห้องมา ก็ไม่ต้องกลัวว่าพื้นที่เลอะนั่นเองครับ ส่วนความสูงของฝ้าเพดานก็จะอยู่ที่ 2.55 m. เป็นมาตรฐานนะ

นอกจากนี้ยังเป็น “ครัวปิด” ที่มีประตูกระจกบานเลื่อนกั้นแยกโซนออกจาก Living Area ด้านในอย่างเป็นสัดส่วนอีกด้วย

โดยประโยชร์หลักๆก็คือ ช่วยป้องกันกลิ่น/ควันไม่ให้เข้ามารบกวนพื้นที่พักผ่อนด้านใน รวมถึงยังช่วยเพิ่มความสว่างโปร่งโล่ง ทำให้แสงส่องไปถึงหน้าห้องได้ดี

แต่ขณะเดียวกันประตูนี้ก็จะช่วยกันเสียงจากภายนอกห้อง และเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้แก่ผู้พักอาศัยได้อีกชั้นหนึ่งด้วยนะ

ทางโครงการจะ Built เคาน์เตอร์ครัวมาให้แบบนี้เลยครับ Top เคาน์เตอร์เป็นหินสังเคราะห์ที่ทนความร้อนได้ดี ไม่เป็นคราบง่าย แถมบนผนังยังกรุกระเบื้องลายหินอ่อนเป็น Blacksplash ให้เช็ดทำความสะอาดได้ง่ายอีกด้วย

ต่อมาจะเป็น Hob&Hood จาก TEKA ที่มีท่อดูดควันออกไปสู่ภายนอกได้ มีช่องเก็บของที่เพียงพอสำหรับ 1 – 2 คน รวมถึงยังมีพื้นที่ให้วางเครื่องซักผ้าฝาหน้าได้ด้วย โดยพื้นที่ครัวก็จะกว้าง 1.6 x 1.9 m. สามารถใช้งานได้สบายๆ

อีกด้านหนึ่งจะเป็นพื้นที่วางตู้เย็น และยังมีห้องน้ำให้ใช้งานอีกด้วย

ภายในมีการแบ่งฟังก์ชันเป็นสัดส่วนมาตรฐาน พื้นที่ส่วนแห้งด้านหน้ากว้าง 1.35 x 1.55 m. สามารถใช้งานได้สบายๆ โดยชุดสุขภัณฑ์ที่ได้เป็นของ Cotto และมาพร้อมกับชั้นวางของที่ผนังแบบนี้เลย

และหากสังเกตบริเวณด้านหลังโถสุขภัณฑ์ดีๆ จะเห็นท่อที่ต่อตรงออกมาด้านข้าง ซึ่งงานระบบต่างๆก็จะซ่อนอยู่ในผนังด้านหลังนี่แหละครับ โดยช่างสามารถเปิดแผ่นกระเบื้องด้านบน เพื่อซ่อมบำรุงได้แบบไม่ต้องรบกวนเพื่อนบ้านชั้นล่างเลยนั่นเอง

ส่วนพื้นที่อาบน้ำจะมีฉากกั้นกระจกนิรภัย Tempered Glass แบบ 3 ตอนติดตั้งมาให้เพื่อคอยกันน้ำแบบนี้เลย ภายในกว้าง 1 x 0.85 m. สามารถใช้งานได้พอดีๆ

อีกทั้งยังติดตั้ง Hand Shower และ Junction box สำหรับต่อเครื่องทำน้ำอุ่นมาให้แล้ว ส่วนอุปกรณ์อาบน้ำก็สามารถวางได้ที่ผนัง Low Wall ทางด้านหลัง หรือจะติดชั้นวางเพิ่มเองก็ได้

และบนฝ้าเพดานก็จะมีพัดลมดูดอากาศช่วยระบายกลิ่น/ความชื้น ไม่ให้ห้องน้ำนี้ที่ไม่ได้อยู่ติดอากาศภายนอกไม่อับชื้นนั้นเองครับ

ถัดเข้ามาจากห้องครัวก็จะเป็นพื้นที่วางโต๊ะทานอาหาร ซึ่งขนาดก็เพียงพอสำหรับ 2 ที่พอดีๆ โดยทางโครงการก็จะให้เป็นชุดโต๊ะกระจกและเก้าอี้นี้มาเลยครับ

ส่วนทางซ้ายมือจะเป็นตู้เก็บรองเท้า Built-in ที่เราสามารถเก็บได้ 4 – 8 คู่ ด้านข้างมีที่ให้แขวนร่มหรือไม้กวาด ส่วนชั้นบนก็เอาไว้วางของใช้ที่จำเป็น ก่อนออกจากห้องได้สะดวกนั่นเอง

เข้ามาด้านในก็จะเป็นฟังก์ชัน Living Area ที่อยู่ติดกับระเบียง จึงทำให้ได้แสงสว่างอย่างเต็มที่ นั่งดูทีวีไปและชมวิวภายนอกไปด้วยได้สบายๆ โดยระยะดูทีวีจะกว้าง 2 m. สามารถใช้ทีวีขนาด 40 – 50 นิ้วได้ครับ

นอกจากนี้ยังติดแอร์ขนาด 12,000 BTU มาให้ 1 ตัว และพื้นห้องก็จะเปลี่ยนเป็น SPC (หรือ Stone Plastic Composite) ลายไม้ธรรมชาติสวยงาม ซึ่งจะมีความทนทานแข็งแรง และทนความชื้นได้ดีว่าพื้นไม้ลามิเนตนั่นเองครับ

ซึ่งชั้นวางทีวีนี้ก็เป็น Highlight ของคอนโดแบรนด์ Escent ที่เราสามารถเจอได้ทุกๆที่เลยครับ โดยจะเป็นผนังที่สามารถหมุนได้ 180 องศา ทำให้เราสามารถเลือกดูทีวีได้ 2 ฝั่ง เรียกได้ว่าซื้อทีวีแค่เครื่องเดียว แต่ใช้งานได้ถึง 2 ห้องเลยทีเดียวนั่นเอง

ส่วนระเบียงภายนอกจะกว้างประมาณ 2.35 x 0.6 m. สามารถออกมายืนชมวิวหรือสูดอากาศได้แบบพอดีๆ หรือจะตากผ้าได้แบบเล็กๆน้อยๆเท่านั้น

Condensing Unit จะแขวนอยู่ด้านบน หลบมุมมองสายตาทำให้ดูเรียบร้อยมากขึ้น และจะเป่าลมร้อนออกไปสู่ภายนอกตรงๆ เลยทำให้ระเบียงนี้ไม่ร้อนเลยนั่นเองครับ

ห้องนอนจะมีผนังและประตูบานทึบกั้นแยกเอาไว้เป็นสัดส่วน ซึ่งเวลามีแขกมาหาก็จะเสียความเป็นส่วนตัวเลยด้วยครับ โดยด้านหลังของประตูก็จะติด Stopper กั้นกระแทกเอาไว้ให้แล้วด้วยนะ

ภายในห้องนอนมีขนาดประมาณ 2.65 x 3.65 m. มาพร้อมกับช่องแสงขนาดใหญ่ ที่ช่วยทำให้ภายในห้องสว่าง ซึ่งเราจะใช้ชมวิวก็ดี หรือเปิดระบายอากาศก็ได้ด้วย

โดยทางโครงการก็จะให้ฐานเตียง 5 ฟุตแบบนี้มาเลยครับ ด้านล่างมีช่องให้เก็บของพอสมควร ส่วนฟูกก็จะต้องหาซื้อตามความชอบของตัวเองนะ

ปลายเตียงเป็นผนังที่เราสามารถหมุนทีวีกลับมา และนอนดูบนเตียงได้แบบชิลๆเลยครับ ส่วนแอร์ของห้องนอนจะมีขนาด 9,000 BTU ติดตั้งมาให้เป็นมาตรฐานแบบนี้เลย

ส่วนทางด้านขวาของเตียงจะเป็นพื้นที่ยืนแต่งตัว ซึ่งจะมีขนาดกว้าง 1.25 m. สามารถใช้งานได้สบายๆเลย โดยเราจะได้ทั้งตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งแบบ Built-in ที่เพียงพอต่อการใช้งาน 1 – 2 คน

  • 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 32 – 33 ตร.ม.

สำหรับห้องนี้จะเป็น 1 Bedroom หน้ากว้าง ซึ่งแน่นอนว่าบรรยากาศภายในจะดูกว้างขวางและโปร่งโล่งดีมากๆ เนื่องจากมีการวางตำแหน่งของครัวเอาไว้ทางด้านข้าง พร้อมกับยังกั้นด้วยผนังกระจกเชื่อมต่อกับ Living Area เอาไว้อยู่ด้วย โดยจะเป็นครัวที่เหมาะกับคนชอบทำอาหารจริงจังมากๆครับ เพราะจะเป็นครัวปิดที่อยู่ติดระเบียง ทำให้เราเปิดระบายอากาศได้เต็มที่เลยนั่นเอง

ส่วนตัวห้องนอนก็ยังคงกั้นด้วยผนังทึบ และมีความเป็นส่วนตัวสูงเหมือนเดิม พร้อมกับมีห้องน้ำให้ใช้งานอยู่ด้านใน ทำให้เวลาจะอาบน้ำหรือเข้าตอนกลางคืนจะสะดวกมากๆ แต่หากมีแขกมาขอใช้ก็อาจต้องเสียความเป็นส่วนตัวในบางครั้งอยู่เหมือนกัน และสิ่งที่ถูกตัดออกไปอีกอย่างก็คือ เราจะไม่ได้ผนังติดทีวีที่หมุนได้แล้วนั่นเองครับ ซึ่งก็แอบเสียดายอยู่นิดๆเหมือนกันนะ เพราะถ้าใส่เข้ามาให้ก็จะเป็นห้องที่น่าสนใจมากๆเลยทีเดียว

เข้ามาภายในห้องเราจะเจอกับ Common Area ที่มีบรรยากาศค่อนข้างโปร่งโล่งเป็นอย่างมาก เพราะเป็นห้องหน้ากว้างที่ครัวด้านข้างก็กั้นเป็นประตูกระจกขนาดใหญ่ จึงทำให้ได้แสงจากทั้งช่องหน้าต่างและระเบียงในครัวพร้อมกันเลยครับ

บริเวณด้านหน้าของห้องจะมีการ Built-in ตู้เก็บรองเท้ามาให้ ซึ่งเวลาที่เปิดประตูเข้าห้องมาก็สามารถถอดเก็บได้สะดวกทันที

โดยที่พื้นห้องจะเป็น SPC ลายไม้ที่ค่อนข้างทน และเช็ดทำความสะอาดได้ง่ายอยู่แล้ว จึงไม่ต้องกังวลว่าจะใส่รองเท้าเข้ามาถอดด้านในไม่ได้นะครับ

สิ่งที่ต่างจากห้องก่อนหน้านี้ก็คือ “ขนาดพื้นที่เก็บของ” ที่ค่อนข้างเยอะกว่าห้องแรกเกือบเท่าตัว อีกทั้งยังมีตู้เสื้อผ้าบานเล็กอยู่ข้างๆเพิ่มเข้ามาด้วย ซึ่งสามารถใช้แขวนพวกเสื้อคลุมหรือเสื้อกั๊ก ที่มักจะใส่ก่อนออกจากบ้านได้สะดวกนั่นเอง

อีกด้านหนึ่งของห้องก็จะเป็นพื้นที่วางโต๊ะทานอาการและโซฟา ซึ่งทางโครงการก็จะให้เฟอร์นิเจอร์มาแบบนี้เหมือนห้องที่แล้วเลยครับ ยกเว้นก็แต่โต๊ะกลางหน้าทีวีเท่านั้นที่จะไม่ได้นั่นเอง ส่วนทีวีก็มีระยะกว้าง 2.5 m. สามารถใช้ทีวี 40 – 50 นิ้วได้สบายๆ

ส่วนห้องครัวก็จะถูกกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่แบบที่เห็นเลย ทำให้ช่วยป้องกันกลิ่น/ควันไม่ให้เข้ามารบกวนพื้นที่พักผ่อนด้านใน และยังทำให้ห้องดูกว้างขวางมากขึ้นอีกด้วย

ภายในห้องครัวจะมีการ Built-in เคาน์เตอร์มาให้ครบพร้อมใช้งาน ซึ่งที่จะมีขนาดใหญ่กว่าห้องที่แล้วเล็กน้อย และมีการปรับฟังก์ชันนิดหน่อยด้วย โดยด้านล่างจะเปลี่ยนเครื่องซักผ้าเป็นพื้นที่เก็บของแทน และย้ายที่วางไมโครเวฟให้เอาลงมาใช้งานได้ง่ายๆอีกด้วย

พื้นที่ห้องครัวกว้าง 1 x 2.75 m. สามารถใช้งานได้สบายๆ และมีการเปลี่ยนวัสดุปูพื้นจาก SPC มาเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ เพื่อทำให้สามารถเช็ดทำความสะอาดได้อย่างเต็มที่มากขึ้น

นอกจากนี้เรายังสามารถเปิดประตูระเบียง เพื่อระบายอากาศจากการประกอบอาหารได้โดยตรงอีกด้วย จึงเป็นห้องที่ค่อนข้างเหมาะกับคนที่ชอบทำอาหารมากๆครับ

โดยระเบียงภายนอกก็มีขนาดใหญ่ กว้างประมาณ 1.5 x 1.6 m. สามารถวางเครื่องซักผ้าและตากผ้าตรงนี้ได้สบายๆ หรือจะปลูกต้นไม้เพิ่มบรรยากาศเล็กๆน้อยๆก็ได้นะ

อีกด้านหนึ่งของห้องจะเป็นห้องนอนที่กั้นด้วยผนังทึบแยกออกไปเป็นส่วนตัว

ภายในกว้างประมาณ 2.9 x 3 m. สามารถวางเตียงและจัดพื้นที่ตู้เสื้อผ้าได้พอดีๆ

โดยที่ผนังปลายเตียงจะเป็นผนึงทึบ ที่เราสามารถติดตั้งทีวีแขวนผนังเพิ่มได้เองหากต้องการ ซึ่งผนังภายในห้องทั้งหมดจะเป็นผนังก่ออิฐนะครับ จึงวางใจในเรื่องความแข็งแรงได้เลย

อีกด้านหนึ่งของห้องจะเป็นพื้นที่แต่งตัว ประกอบด้วยตู้เสื้อผ้าใบเล็ก และมีโต๊ะเครื่องแป้งเล็กๆให้ใช้งานด้วย ซึ่งติดกันก็จะเป็นห้องน้ำในตัว ทำให้เมื่ออาบน้ำเสร็จก็สามารถออกมาแต่งตัวได้สะดวกเลยนั่นเองครับ

โดยภายในก็จะมีลักษณะคล้ายๆกับห้องก่อนหน้านี้เลย มีการแบ่งฟังก์ชันแยกเป็นสัดส่วน มาพร้อมกับสุขภัณฑ์จาก Cotto เป็นมาตรฐาน

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ

แบบแปลน

สำหรับแบบแปลนห้องอื่นๆของโครงการ สามารถคลิกชมใน Gallery ด้านล่างนี้ได้เลยครับ

Image 1/5

ราคา

Escent ระยอง 2 ราคา ณ วันที่ 22 พฤษภาคม 2566

  • 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 28 – 29 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 1.89 ล้านบาท (Promotion)
  • 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 32 – 33 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.2 ล้านบาท (Promotion)
  • 2 Bedrooms 2 Bathrooms พื้นที่ใช้สอย 51 – 68 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 3.45 ล้านบาท (Promotion)

  • รูปแบบการขาย Fully Furnished
  • ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน 2.55 เมตร
  • Kitchen & Sink / ท็อปหินสังเคราะห์
  • Hob & Hood / ของยี่ห้อ TEKA
  • จอง 0 บาท
  • ทำสัญญา 1 Bedroom 25,000 บาท / 2 Bedrooms 35,000 บาท
  • ค่ากองทุน 500 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 55 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ

บทสรุป

ทำเล : ตั้งอยู่บนพื้นที่ของห้างเซ็นทรัล ทำให้มีความอุดมสมบูรณ์และสะดวกสบายสูง เพราะเราสามารถไปเดินเล่น ช้อปปิ้ง ทานข้าว หรือดูหนังได้ทุกวัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึง Lifestyle ของกลุ่มเป้าหมายได้ชัดเจนมากๆ ว่าเป็นคนที่เน้นความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตสูง และก็มักจะซื้ออยู่เองแบบจริงจังเป็นส่วนใหญ่ อาจมีซื้อลงทุนปล่อยเช่าบ้าง (ค่าเช่าประมาณ 8,000 – 20,000 บาท/เดือน) และมีซื้อเพื่อทำงานที่นิคมอุสาหกรรมบางส่วนก็มีเหมือนกัน

โดยทำเลถนนบายพาสนี้ก็ถือเป็นโซนที่อยู่อาศัยใหม่ ที่ขยับขยายมาจากแถวถนนสุขุมวิท ซึ่งจะมีความหนาแน่นหรือวุ่นวายที่น้อยกว่า และยังสามารถใช้เดินทางไกลไปพัทยา-ชลบุรี-กรุงเทพได้สะดวกอีกด้วย นอกจากนี้ตัวเมืองระยองก็ยังมีโซนริมทะเลที่เราสามารถไปเที่ยวพักผ่อน หรือไปเปลี่ยนบรรยากาศทานอาหารริมทะเลได้แบบชิลๆ และยังมีแหล่งงานสำคัญอย่างนิคมอุตสาหกรรม หรือตลาดขนาดใหญ่อีกหลายแห่งเลยครับ

การเดินทางโดยใช้รถ : ถือว่าสะดวกมากๆเลยทีเดียว โดยทำเลของตัวห้างกับโครงการจะอยู่บนถนนบายพาส ที่สามารถใช้เดินทางไกลเพื่อเข้า-ออกเมือง ไปทางพัทยา-ชลบุรี-กรุงเทพได้สะดวก อีกทั้งยังมีทางเข้า-ออกได้ 2 ทางที่อยู่ถนนด้านหลังของตัวห้าง ซึ่งเราก็สามารถใช้เป็นทางลัดเลาะไปออกถนนสุขุมวิทได้แบบไม่ต้องเสียเวลาขับอ้อมอีกด้วยนะ โดยที่จอดรถจะมี 171 คัน คิดเป็น 40% รวมจอดซ้อนคัน สำหรับทำเลต่างจังหวัดที่ทุกคนต้องเน้นใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นหลักแบบนี้ ผมถือว่าให้มากลางๆไม่เยอะมากนัก ทั้งนี้ก็อาจต้องรอดูตอนคนอยู่กันเต็มอีกครั้ง ว่าจะเพียงพอหรือไม่อย่างไรนะครับ

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ : หากต้องการเรียกรถสาธารณะ ก็จำเป็นจะต้องไปเรียกที่ถนนใหญ่ด้านหน้าห้างเซ็นทรัลนะครับ ซึ่งจะมีทั้งวินมอเตอร์ไซค์และป้ายรถเมล์อยู่ หรือสมัยนี้เราจะใช้วิธีเรีนก Glab ผ่าน Application ก็สะดวกดี

วัสดุ : ขายแบบ Fully Furnished ให้เฟอร์นิเจอร์มาครบ ขาดแค่เพียงเครื่องใช้ไฟฟ้าส่วนตัวก็พร้อมหิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้ทันที โดยจุดเด่นหลักๆที่ผมมองว่าน่าสนใจกว่าเพื่อนบ้านก็คือ เทคนิคการต่อท่อน้ำมาด้านข้างในห้องน้ำ ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการรั่วซึมไปรบกวนห้องเพื่อนบ้าน และทำให้สามารถบำรุงรักษาได้ง่ายมากขึ้น

อีกทั้งยังมีการเก็บรายละเอียดของวัสดุได้ดีขึ้นกว่าโครงการ Escent รุ่นพี่ตัวเก่าๆ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนฝาท่อน้ำทิ้งในห้องน้ำ จากตะแกรงเหล็กมาเป็นฝาครอบกระเบื้องสวยงาม หรือจะเป็นการใช้พื้นกระเบื้อง SPC ที่ทนทานและกำลังเป็นที่นิยมใช้กันในปัจจุบัน แต่ที่เด็ดที่สุดก็คือ ชั้นวางทีวีของห้อง 28 ตร.ม. ที่สามารถหมุนได้ 180 องศา ซึ่งทำให้เราสามารถปรับดูทีวีได้ถึง 2 ฟังก์ชันในเครื่องเดียวได้นั่นเองครับ

การออกแบบโครงการ : ผมชอบการออกแบบพื้นที่ชั้น 1 ซึ่งหากดูเผินๆก็เหมือนจะปกติดีใช่มั้ยครับ แต่จริงๆแล้วการวางฟังก์ชันเหล่านี้ ได้ผ่านการคำนึงถึงการใช้งานมาเป็นอย่างดีแล้ว เช่น การทำ Water Feature ตรงทางเดินก่อนเข้า Lobby เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดี มีความสวยงามและเย็นสบาย เพราะเป็นทั้งจุดต้อนรับแขกและจุดที่ลูกบ้านจะต้องเดินผ่านเพื่อไปตัวห้างบ่อยๆ / มีการวางสวนให้อยู่ในตำแหน่งที่ช่วยเป็น Buffer เพิ่มความเป็นส่วนตัวให้โครงการแยกจากฝั่งของตัวห้างได้ดี ส่วนฟังก์ชัน Facilities อื่นๆก็จะอยู่ชั้นสูงสุดเพื่อให้สามารถชมวิวมุมสูงของระยองได้ทั่วนั่นเองครับ

ส่วนในชั้นพักอาศัยจะเป็นแปลนรูปตัว L ไม่บังวิวกันเลย ซึ่งก็จะมีให้เลือกทั้งฝั่งที่เป็นวิวภูเขา กับฝั่งวิวทะเลที่ราคาจะสูงกว่าและก็ขายดีกว่าหน่อยนึงด้วยครับ โดยถ้าเป็นห้องที่อยู่รอบๆ Core Lift ก็จะได้โถงทางเดินแบบ Single Corridor แต่ก็อาจได้รับผลจากเสียงของลิฟต์ หรือเพื่อนบ้านที่เดินผ่านไป-มาบ้าง ส่วนห้องอื่นๆที่เป็น Double Corridor ก็จะมีการวางตำแหน่งประตูห้องที่ไม่ตรงกันเลย ก็จะช่วยในเรื่องความเป็นส่วนตัวจากห้องฝั่งตรงข้ามได้อยู่บ้างเหมือนกัน ทั้งนี้อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 210 :  1 ถือว่าหนาแน่นมากๆ ทำให้บางครั้งอาจต้องมีการรอลิฟต์กันนานสักหน่อยนะ

การออกแบบห้องพักอาศัย : เน้นห้อง 1 Bedroom ที่กั้นห้องนอนด้วยผนังทึบ ทำให้มีความเป็นส่วนตัวที่สูงมาก โดยจุดเด่นของห้อง 28 ตร.ม. คือนอกจากจะได้ครัวปิดที่ด้านหน้าห้องแล้ว ก็จะมีผนังชั้นวางทีวีที่สามารถหมุนปรับฟังก์ชันได้ 180 องศาเนี่ยแหละครับที่ไม่เหมือนใคร ส่วนห้อง 32 ตร.ม. ที่เราได้ชมห้องตัวอย่างไปก็จะเป็นห้องหน้ากว้าง ที่มีบรรยากาศสว่างโปร่งโล่ง เพียงแต่ห้องน้ำจะย้ายเข้าไปอยู่ในห้องนอนแทน เลยทำให้สะดวกสำหรับเจ้าของห้องมากๆ แต่ก็อาจเสียความเป็นส่วนตัวในบางครั้งเวลามีแขกมาใช้บ้างเหมือนกัน นอกจากนี้ก็ยังมีแบบห้อง 2 Bedrooms ที่เหมาะกับการอยู่เป็นครอบครัวให้เลือกอีกด้วยครับ

สาธารณูปโภค : มีฟังก์ชันหลักๆให้ใช้งานครบ และส่วนใหญ่ก็มักจะอยู่ที่ 2 ชั้นบนสุดเป็น Sky Facilities ที่เราสามารถขึ้นไปใช้งานและชมวิวมุมสูงของตัวเมืองระยองได้รอบทิศเลยครับ ส่วนตัวผมจะชอบฟังก์ชัน Outdoor ต่างๆที่มีการจัดสวน หรือปลูกต้นไม้ดูสดชื่นและน่าใช้งานมากๆ ตั้งแต่สวนบนชั้น 1 และบรรยากาศรอบๆสระว่ายน้ำก็ทำออกมาได้ดี ยิ่งบริเวณพื้นที่นั่งเล่นตรงชั้น 22 ฝั่งวิวทะเลบอกเลยว่าลมแรงพัดเย็นแบบสุดๆ และที่ชอบอีกอย่างคือห้อง Fitness ที่เราสามารถมองลงมาเห็นชั้นสระว่ายน้ำสวยๆได้อีกด้วยนั่นเองครับ

Judgement

เนื่องจากเป็นทำเลต่างจังหวัดที่ Think of Living ไม่คุ้นเคย จึงไม่สามารถให้คะแนนเปรียบเทียบความคุ้มค่าได้ครับ

Escent ระยอง 2 เหมาะกับใคร

โครงการ Escent Rayong 2 เหมาะกับคนที่มองหาคอนโดติดเซ็นทรัลระยอง ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวก สามารถไปเดินเล่นที่ห้างได้ทุกวัน โดยเป็นคอนโดสูงที่สามารถขึ้นไปชมวิวบนชั้น Sky Facilities สวยๆได้ มีวิวให้เลือกทั้งฝั่งทะเลและภูเขา ซึ่งห้องพักก็จะเน้นความเป็นส่วนตัวมากๆ ด้วยการกั้นห้องนอนด้วยผนึงทึบ หรือถ้าอยากได้ห้องกว้างๆ ก็มีทั้งห้องหน้ากว้างและห้อง 2 Bedrooms ให้เลือก ขายแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ได้ทันที มีงบประมาณระดับ 1.89 – 3.45 ล้าน หรือมีกำลังผ่อนประมาณ 13,000 – 24,000 บาท/เดือน


ThinkofLiving มี LINE Official Account แล้วนะ
ไม่อยากพลาดข้อมูลข่าวสารก็ Add เลย > https://lin.ee/svACOxc