ใครที่กำลังลังเลว่า “จะเช่าคอนโดต่อหรือเริ่มผ่อนดี” วันนี้เรามีโครงการ “GOOD DAY สุขุมวิท 93” คอนโดระดับ Economy จาก AP มาแนะนำกัน เพราะว่ามีงบ 2 ล้านก็ซื้อได้แล้วกับคอนโดใกล้ BTS บางจาก พร้อมพื้นที่ส่วนกลางเยอะและห้องแต่งครบ

โครงการ “GOOD DAY สุขุมวิท 93” เป็นคอนโด Low Rise แบรนด์ใหม่จาก AP ในราคาจับต้องได้ง่ายขึ้น เริ่มต้น 1.79-2.49 ล้านบาท แต่ได้ทั้งทำเล พื้นที่ส่วนกลางและห้องพักจัดเต็มมาให้อยู่สบายไม่ต่างจากคอนโดแบรนด์อื่นๆของ AP เลยนั่นเอง

ทำให้เหมาะมากๆสำหรับคนที่ชอบทำเลใกล้เมือง เดินทางสะดวก ราคาไม่สูง รวมถึงยังน่าสนใจสำหรับกลุ่มคนที่อยากเปลี่ยนจากการเช่ามาซื้อคอนโดอยู่เองด้วย

เราลองคำนวณจากราคาเริ่มต้น 1.79 ลบ. ดอกเบี้ย 4% ระยะเวลาผ่อน 30 ปี* จะมีราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 8,545.73 บาท ถือว่าเสียเงินจ่ายพอๆกับค่าเช่าเลย แต่ได้คอนโดเป็นของตัวเอง เก็บเป็นสินทรัพย์ทำกำไรทั้งปล่อยเช่าหรือขายต่อในอนาคตได้ด้วย ที่สำคัญคือความภาคภูมิใจและความรู้สึกมั่นคง ที่ได้มีคอนโดเป็นของตัวเองด้วย งั้นเรามาดูกันว่าโครงการนี้จะ Good ขนาดไหน?

เดินทางไปทำงานแบบไม่ต้องตื่นเช้า + กลัวสาย : ตัวโครงการตั้งอยู่ภายในซอยสุขุมวิท 93 ใกล้ BTS บางจาก 1.3 กิโลเมตร อาจไม่ใช่ระยะที่เดินได้ ทางโครงการจึงมี Shuttle Bus รับ-ส่งลูกบ้านให้ไปขึ้นรถไฟฟ้าได้ง่ายๆ หรือไม่อยากรอรถนาน ก็เรียกวินมอเตอร์ไซค์หรือรถกระป้อที่ขับผ่านไป-มาภายในซอยได้เลย ไม่เกิน 5 นาทีก็ถึงสถานีแล้ว หรือใครขับรถยนต์ส่วนตัว ก็สามารถลัดเลาะออกได้ทั้งถนนสุขุมวิทและอ่อนนุช รวมถึงเชื่อมต่อถนนศรีนครินทร์และถนนบางนา-ตราด อีกทั้งมีจุดขึ้น-ลงทางพิเศษเฉลิมมหานคร ด่านสุขุมวิท 62 ก็ห่างเพียง 2.5 กิโลเมตร จึงเดินทางเข้า-ออกเมืองได้ง่ายมากๆค่ะ

จะกิน เที่ยว ช้อปก็สะดวก : ด้วยทำเลโครงการที่เป็นย่านชุมชนจึงมีร้านค้า ร้านอาหารเยอะอยู่แล้ว ให้มาฝากท้องได้ทั้งวัน แต่ที่เราชอบมากๆคือมี Hypermarket หลายร้านด้วย ไม่ว่าจะเป็น Lotus’s Go Fresh, 7-11, BigC Mini และ CJ MORE ที่อยู่ในระยะเดินไปซื้อของกินของใช้ได้สบายๆ ส่วนพวกห้าง โรงพยาบาลและสถานศึกษาก็อยู่ในระยะ 5 กิโลเมตร

ไม่ต้องไปไหน เพราะพักผ่อน ทำงานหรือออกกำลังกายได้ภายในโครงการ : ถึงแม้จะเป็นคอนโดระดับ Economy แต่ก็มีพื้นที่ส่วนกลางมาให้ใช้งานครบเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่รองรับแขกอย่างครอบครัวหรือเพื่อนๆที่แวะมาเยี่ยม, พื้นที่นั่งทำงาน ให้เราเปลี่ยนบรรยากาศในการทำงานได้หรือจะนัดเพื่อนมานั่งทำงานด้วยกันก็ดีนะ, ห้องประชุม เพื่อพูดคุยรวบรวมไอเดีย, Fitness มาออกกำลังกายได้ทุกวัน ไม่ต้องเสียเงิน Membership ด้านนอก, สระว่ายน้ำยาว 20 เมตร จึงว่ายน้ำได้จริงจังเลย แต่ใครไม่ใช่สายกีฬาก็มานั่งเล่นรับลมเย็นๆริมสระว่ายน้ำหรือในสวนก็ได้เหมือนกัน รวมถึงพื้นที่สวนสีเขียวและมี Rooptop Garden ที่เราไม่ค่อยเห็นในคอนโดเพื่อนบ้านระดับเดียวกัน ทำให้เราได้พื้นที่เดินเล่นอีกจุดนั่นเอง

ห้องอยู่ 1-2 คนได้สบาย : แค่ตื่นเช้ามาก็เริ่มต้นวันดีๆได้เลย เพราะอยู่สบายไม่อึดอัด มีขนาดห้อง 26-35 ตร.ม. เลือกได้ทั้ง 1 Bedroom แบบห้องเป็นสัดส่วน ได้ครัวอยู่ด้านหน้า หรือ พื้นที่พักผ่อนขนาดใหญ่พร้อมครัวติดระเบียง ส่วน 1 Bedroom Plus ที่มีห้องอเนกประสงค์เพิ่มขึ้นมา แล้วยังเป็นห้องหน้ากว้าง, ได้ห้องนอนมีระเบียงส่วนตัว หรือห้องนอน-ห้องอเนกประสงค์อยู่ติดด้านนอก เปิดรับแสง-วิวได้เยอะ

Save เงินไปได้เยอะ เพราะห้องแต่งครบ + ค่าส่วนกลางถูก : เพราะโครงการนี้ตกแต่งห้องแบบ Fully Furnished เหลือแค่ซื้อของอีกนิดหน่อยก็พร้อมเข้าอยู่หรือปล่อยเช่าได้เลย แตกต่างจากคอนโดเพื่อนบ้านที่ต้องเผื่องบไปตกแต่งเองอีกเยอะ อีกทั้งยังมีค่าส่วนกลางเพียง 36 บาท/ตร.ม./เดือน น้อยกว่าเพื่อนบ้านที่มีค่าส่วนกลาง 45-55 บาท ด้วยการติดตั้ง Solar Cell ช่วยลดค่าใช้จ่ายส่วนกลาง จึงแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาวของลูกบ้านไปได้เยอะจริงๆค่ะ

เรียกว่าถึงจะเจอเรื่องแย่ๆมาทั้งวัน ก็ยังมีวันดีๆได้ที่ “GOOD DAY สุขุมวิท 93” แต่ถึงแม้ย่านนี้จะมีคอนโดให้เลือกอยู่เยอะมากๆ ด้วยราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าคอนโดโซนใกล้เคียงอย่างอโศก, พร้อมพงษ์และเอกมัย ทำให้คอนโด Low Rise บนทำเลนี้มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 1 ล้านต้นๆไปจนถึง 2 ล้านกลางๆ แต่ยังได้ทำเลใกล้ๆตัวเมือง เดินทางไปทำงานในเมืองได้ไม่ยาก

ดังนั้นโครงการ “GOOD DAY สุขุมวิท 93” ราคาเริ่มต้น 1.79-2.49 ล้านบาท มีราคาเกาะกลุ่มกับเพื่อนบ้าน แต่จะได้ในเรื่องความคุ้มค่า เพราะมีพื้นที่ใช้สอยที่ใหญ่กว่าหรือได้ห้องแต่งครบพร้อมอยู่ในราคาที่พอๆกับคอนโดอื่น นอกจากนั้นยังเป็น Developer เจ้าใหญ่อย่าง AP จึงได้ความน่าเชื่อถือและมาตรฐานในการพัฒนาโครงการด้วยนั่นเอง

ขอแอบบอกเลยว่าทางโครงการขายไปได้กว่า 70% แล้วนะ รวมถึงปัจจุบันสร้างเสร็จเรียบร้อย พร้อมรอโอนในช่วงเดือนมีนาคม 2569 นี้ค่ะ ถ้าใครอยากมีคอนโดที่ทำให้ทุกวันมีแต่เรื่องดีๆก็อ่านรีวิวเจาะลึก+ชมภาพบรรยากาศจริงของโครงการ“GOOD DAY สุขุมวิท 93” กันต่อด้านล่างนี้ได้เลย

ข้อมูลโครงการ

รีวิว GOOD DAY Sukhumvit 93 (กู๊ดเดย์ สุขุมวิท 93)  ณ วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569

 ชื่อโครงการ   GOOD DAY Sukhumvit 93 (กู๊ดเดย์ สุขุมวิท 93)
 ชื่อผู้ประกอบการ   บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จํากัด (มหาชน)
 SEGMENT CLASS   ECONOMY CLASS (รายละเอียดของ Segment คอนโดปี 2023 )
 โครงการตั้งอยู่   ซอยสุขุมวิท 93 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร
 ที่ดิน   4-1-17.3 ไร่
 ประเภทคอนโด   Low Rise 8 ชั้น 3 อาคาร
 จำนวนยูนิต   604 ยูนิต และร้านค้า 1 ยูนิต
 ที่จอดรถ   185 คัน คิดเป็น 31% ไม่รวมจอดซ้อนคัน
 เริ่มก่อสร้าง   Q1 ปี 2025
 คาดว่าจะแล้วเสร็จ   Q2 ปี 2026
 ประเภทห้องพัก
  • 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 26 ตร.ม. เริ่ม 1.79 ล้านบาท
  • 1 Bedroom Plus พื้นที่ใช้สอย 35 ตร.ม.  เริ่ม 2.49 ล้านบาท

 ราคาเริ่มต้น  1.79-2.49 ล้านบาท
 ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการ  ประมาณ 69,000 บาท/ตร.ม.
 EIA (ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม)  ผ่านแล้ว
 เว็บไซต์โครงการ คลิกที่นี่
 Call Center  1623

ข้อมูลราคาล่าสุด

ราคา ณ วันที่ 26 พฤษภาคม 2568 จาก https://www.ddproperty.com/

ทำเลที่ตั้ง

พิกัด Google Maps : 13.70142241681337, 100.61578799975516
หรือสามารถ : คลิกที่นี่

Highlight

  • ตั้งอยู่ภายในซอยสุขุมวิท 93 สามารถลัดเลาะออกได้ทั้งสุขุมวิทและอ่อนนุช รวมถึงเชื่อมต่อถนนศรีนครินทร์และถนนบางนา-ตราดได้
  • ใกล้ BTS บางจาก 1.3 กิโลเมตร พร้อม Shuttle Bus รับ-ส่ง รวมถึงมีรถกระป้อและวินมอเตอร์ไซค์คอยให้บริการ
  • ไม่ไกลจากทางด่วนเฉลิมมหานคร ห่างเพียง 2.5 กิโลเมตร จึงเดินทางเข้า-ออกเมืองได้ง่าย
  • ความอุดมสมบูรณ์สูง มี Hypermarket หลายแห่งในระยะเดินอย่าง Lotus’s Go Fresh, 7-11, BigC Mini, CJ MORE รวมถึงห้าง โรงพยาบาลและสถานศึกษาก็อยู่ในระยะ 5 กิโลเมตร

แผนที่จากโครงการค่ะ

GOOD DAY สุขุมวิท 93 ตั้งอยู่ตรงไหน?

ตัวโครงการตั้งอยู่ภายในซอยสุขุมวิท 93 ที่สามารถเดินทางมายังตัวโครงการได้ทั้งจากทางซอยสุขุมวิท 93 หรือ 97/1 ค่ะ โดยห่างจากถนนสุขุมวิทประมาณ 1.3 กิโลเมตรและซอยนี้ยังเชื่อมต่อถนนสุขุมวิทและถนนอ่อนนุช สามารถเดินทางไปยังถนนศรีนครินทร์และถนนบางนา-ตราดก็สะดวกด้วย รวมถึงมีรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียวอ่อน สถานีบางจากห่างประมาณ 1.3 กิโลเมตร และอยู่ไม่ไกลจากทางพิเศษเฉลิมมหานคร ทำให้เดินทางเข้า-ออกเมืองได้สะดวกค่ะ

การเดินทางด้วยรถสาธารณะก็สะดวกมากๆ เพราะนอกจากจะมี BTS บางจากแล้ว ยังมีตัวเลือกการเดินทางบนทำเลที่หลากหลาย บริเวณปากซอยสุขุมวิท 93 จะมีซุ้มคิววินมอเตอร์ไซค์และคิวรถกระป้อให้บริการจากปากซอยวิ่งผ่านด้านหน้าโครงการ GOOD DAY สุขุมวิท 93 ไปสุดบริเวณซอยอ่อนนุช 44 ซึ่งเราจะเห็นรถกระป้อขับผ่านไป-มาบ่อยมากๆจึงเรียกขึ้นรถได้ง่าย นอกจากนั้นยังมีซุ้มคิววินมอเตอร์ไซค์บริเวณปากซอยสุขุมวิท 97/1 อยู่อีกจุด หากคิววินมอเตอร์ไซค์ที่ปากซอยไหนคนเยอะ ก็ยังมีตัวเลือกให้ไปใช้บริการที่จุดอื่นได้ จึงสะดวกมากๆในช่วง Peak Hour อย่างตอนเย็นๆค่ำๆหลังเลิกงาน

จุดขึ้นลง-ทางด่วนที่ใกล้โครงการที่สุดจะเป็น ทางพิเศษเฉลิมมหานคร ด่านสุขุมวิท 62 ประมาณ 2.5 กิโลเมตร โดยจากโครงการให้ขับออกมาทางซอยสุขุมวิท 97/1 แล้วรีบชิดขวาเพื่อรอเลี้ยวขวาเข้าซอยสุขุมวิท 62 เพื่อไปจุดขึ้น-ลงทางด่วน ทำให้เราใช้เดินทางไปโซนพระราม 4,คลองเตย, หลังสวน, เพลินจิตและอโศกได้สบายเลย

สำหรับแหล่งความอุดมสมบูรณ์ของทำเลถือว่าคึกคักมากๆ เพราะโดยรอบโครงการจะเป็นชุมชนพักอาศัยดั้งเดิมมีทั้งบ้านแนวราบและอพาร์ทเม้นท์ ทำให้มีร้านค้า ร้านอาหารและ Hypermarket มากมายอย่าง Lotus’s Go Fresh, 7-11, BigC Mini และ CJ MORE ที่อยู่ในระยะเดินไปได้ซื้อของได้สบายๆ

รวมถึงใกล้ตลาด ห้างหรือ Community Mall หลายแห่ง เช่น ตลาดบางจาก, Lotus’s สุขุมวิท 50, Century สุขุมวิท, True Digital Park ที่ภายในมีร้านอยู่เยอะ, Cloud 11 เป็น Hub ของ Content Creator ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ปัจจุบันเปิดให้ใช้งานตรงสวนลอยฟ้าขนาดใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯแล้ว และจะเปิดบริการทั้งโครงการประมาณเดือนมีนาคม ปี 2569 นี้ รวมถึง Bangkok Mall เป็นโครงการ Mixed – Use ขนาดใหญ่บนเนื้อที่กว่า 100 ไร่ คาดเปิดบางส่วนในปี 2570 และคาดเปิดทั้งโครงการในปี 2572 ค่ะ

ส่วนสถานศึกษาและโรงพยาบาลก็มีเยอะ เช่น Wells International School, โรงเรียนพูนสิน, Anglo Singapore International School, St. Andrews International School, Berkeley International School, โรงพยาบาลรวมใจรักษ์, โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท, โรงพยาบาลสุขุมวิท เป็นต้น

เราได้เก็บภาพบรรยากาศโดยรอบโครงการ GOOD DAY สุขุมวิท 93 มาฝากกันด้วยค่ะ

Image 1/5
ภาพบรรยากาศบริเวณปากซอยสุขุมวิท 93

ภาพบรรยากาศบริเวณปากซอยสุขุมวิท 93

จากที่เราไปเดินสำรวจมา บรรยากาศบริเวณปากซอยสุขุมวิท 93 ถือว่าค่อนข้างคึกคักเลย มีร้านอาหาร ร้านคาเฟ่ ร้านเสริมสวย อยู่เป็นระยะๆ รวมถึงเป็นจุดที่คนแถวนี้มาขึ้นรถกระป้อและวินมอเตอร์ไซค์กัน ทำให้ค่อนข้างคึกคัก ไม่เปลี่ยวค่ะ

Image 1/5
ภาพบรรยากาศบริเวณปากซอยสุขุมวิท 93

ภาพบรรยากาศบริเวณปากซอยสุขุมวิท 93

ถัดมาเราจะพาเดินดู บรรยากาศจากปากซอยสุขุมวิท 93 ไป BTS บางจาก กันบ้าง บริเวณปากซอยจะมีคอนโดอยู่ ซึ่งบริเวณด้านหน้ามี 7-11 และ Starbucks เดินต่อมาเราจะเจอกับตลาดบางจาก เป็นตลาดที่ขายของกันภายในซอยสุขุมวิท 95 ช่วงเช้าๆถึงสายๆ ถือว่าคึกคักมีของกินต่างๆขายอยู่เยอะเลยค่ะ ซึ่งบริเวณปากซอยสุขุมวิท 95 จะมีสะพานลอยเชื่อมมาจาก BTS บางจาก ทำให้เวลาเรากลับคอนโดก็เดินจากสถานีมาลงที่สะพานลอยนี้ได้เลย ส่วนเวลาเราจะไปขึ้น BTS ก็เดินเลยป้ายรถเมล์ไปหน่อยจะมีบันไดเลื่อนให้ขึ้นไปยังสถานีค่ะ

Image 1/8
ภาพบรรยากาศโดยรอบโครงการ

ภาพบรรยากาศโดยรอบโครงการ

สุดท้ายเราพามาดู ภาพบรรยากาศโดยรอบโครงการ กัน ก็จะเห็น 2 ฝั่งถนนเป็นบ้านแนวราบที่มีเปิดเป็นร้านค้า ร้านอาหารต่างๆ รวมถึงโดยรอบที่ตั้งโครงการนี้ยังมี Hypermarket เยอะมากๆ ไม่ว่าจะเป็น Lotus’s Go Fresh, 7-11, BigC Mini และ CJ MORE ที่เราเดินไปได้สบายๆ นอกจากนั้นยังมี พึ่งมี มาร์เก็ต เป็นตลาดให้มาซื้อของกินของใช้กันได้ใกล้ๆ

คอนโดบางจาก ราคาเท่าไหร่?

ทำเลนี้ถือเป็นย่านที่มีคอนโดให้เลือกอยู่เยอะมากๆ ด้วยราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าคอนโดโซนใกล้เคียงอย่างอโศก, พร้อมพงษ์และเอกมัย อย่างคอนโด Low Rise บนทำเลนี้จะมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 1 ล้านต้นๆไปจนถึง 2 ล้านกลางๆ แต่ยังได้ทำเลใกล้ๆตัวเมือง เดินทางไปทำงานในเมืองได้ไม่ยากอย่างโซนสีลม, สาทร, ชิดลม, เอกมัยและทองหล่อ

สำหรับโครงการ GOOD DAY สุขุมวิท 93 ที่มีราคาเริ่มต้น 1.79-2.49 ล้านบาท ถือว่าเกาะกลุ่มกับคอนโดเพื่อนบ้าน แต่จะมีจุดเด่น คือ ความคุ้มค่า เพราะจะได้พื้นที่ใช้สอยที่ใหญ่กว่าหรือได้ห้องแต่งครบพร้อมอยู่ในราคาที่พอๆกับคอนโดเพื่อนบ้านนั่นเอง นอกจากนั้นยังเป็น Developer เจ้าใหญ่อย่าง AP จึงได้ความน่าเชื่อถือและมาตรฐานในการพัฒนาโครงการ ทำให้ลูกบ้านอยู่อาศัยได้อย่างมั่นใจและสบายใจ รวมถึงพื้นที่ส่วนกลางที่มี Rooftop Garden ตรงชั้นดาดฟ้าจึงมีพื้นที่เดินเล่นพักผ่อนเพิ่มอีกจุด แตกต่างกับคอนโดเพื่อนบ้านที่มีพื้นที่ส่วนกลางอยู่ที่ชั้นล่างเท่านั้นค่ะ

สภาพแวดล้อมรอบโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้

สภาพแวดล้อมรอบๆโครงการ GOOD DAY สุขุมวิท 93 โดยภายในซอยมีความเป็นชุมชนสูง บ้านพักอาศัยอยู่กันค่อนข้างหนาแน่น ทำให้มีอพาร์ทเม้นท์และหอพักเยอะ ซึ่งโดยรอบตัวโครงการจะเป็นหอพักสูง 5 ชั้นและบ้านพักอาศัยแนวราบ 2 ชั้น ส่วนทางด้านทิศตะวันออกจะติดกับคลองสวนอ้อย ทำให้ถึงแม้จะมีความคึกคักสูง แต่ภาพรวมโดยรอบก็ยังคงเป็นแหล่งชุมชนที่เหมาะแก่การอยู่อาศัยค่ะ

  • ทิศเหนือ ติดกับ หอพักสูง 5 ชั้น และบ้านพักอาศัย 1-2 ชั้น
  • ทิศตะวันออก ติดกับ คลองสวนอ้อย, หอพักสูง 5 ชั้น และ Lotus’s Go Fresh
  • ทิศใต้ ติดกับ ซอยสุขุมวิท 93, บ้านพักอาศัย 2 ชั้น
  • ทิศตะวันตก ติดกับ หอพัก, ตึกแถวสูง 5 ชั้นและบ้านพักอาศัย 2 ชั้น

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

ห้างสรรพสินค้า / ตลาด

  • ตลาดบางจาก ~ 1.4 km.
  • People Park Onnut ~ 2.1 km.
  • True Digital Park ~ 2.6 km.
  • Lotus สุขุมวิท  50 ~ 2.7 km.
  • เซ็นจูรี่ เดอะ มูฟวี่ พลาซ่า สุขุมวิท. ~ 2.9 km.
  • Big C อ่อนนุช ~ 3.1 km.

โรงพยาบาล

  • โรงพยาบาลรวมใจรักษ์ ~ 2 km.
  • โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท ~ 4.7 km.
  • โรงพยาบาลสุขุมวิท ~ 5.5 km.
  • โรงพยาบาลไทยนครินทร์ ~ 7.5 km.

โรงเรียน

  • Wells International School ~ 2 km.
  • โรงเรียนพูนสิน ~ 3.8 km.
  • โรงเรียนนานาชาติเบิร์คลีย์ ~ 4.8 km.

การเดินทาง

  • BTS บางจาก ~ 1.3 กิโลเมตร
  • ทางด่วนเฉลิมมหานคร สุขุมวิท 62 ~ 2.4 km.

รายละเอียดโครงการ

Highlight

  • คอนโดแบรนด์ใหม่ ระดับ Economy ราคาจับต้องได้ง่าย เริ่มต้น 1.79-2.49 ล้านบาท
  • ออกแบบทั้ง 3 อาคาร โอบล้อมพื้นที่ Court ตรงกลาง ทำให้ห้องที่หันเข้ามาด้านในจะได้วิวและบรรยากาศสวยๆของสวนและสระว่ายน้ำ
  • Rooftop Garden สามารถขึ้นมาเดินเล่น ชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและตกได้ ทำให้ได้พื้นที่เดินเล่นพักผ่อนอีกจุด เมื่อเทียบกับคอนโด Low Rise ในระดับราคาพอๆกันจะมีพื้นที่ส่วนกลางแค่บริเวณชั้นล่าง
  • ค่าส่วนกลาง 36 บาท/ตร.ม./เดือน เพราะทางโครงการติดตั้ง Solar Cells ทำให้ลูกบ้านจ่ายค่าส่วนกลางที่ถูกกว่าโครงการเพื่อนบ้านที่มีราคาประมาณ 45-55 บาท จึงช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาวนั่นเอง

โครงการ GOOD DAY สุขุมวิท 93 เป็นคอนโดแบรนด์ใหม่ของ AP ที่ถือว่ามี Segment ระดับ Economy Class ราคาจับต้องได้ง่ายสุดที่มาใน Concept อย่าง “Everyday is a Good Day” เริ่มต้นวันดีๆ ที่สุขุมวิท 93 ด้วยแนวคิด The Five GOOD Concept ห้าองค์ประกอบของพื้นที่สร้างมาตรฐานคุณภาพชีวิตดีๆ ในราคาที่เข้าถึงได้ ซึ่งประกอบด้วย

  • GOOD ACCESS – ตำแหน่งของโครงการ สามารถเดินทางเข้าออกได้สะดวกเชื่อมต่อถนนใหญ่ได้หลายทาง ใกล้ทางด่วนและ BTS บางจาก เดินทางเข้า-ออกเมืองได้สะดวก ส่วนคนที่ไม่ได้ใช้รถ ภายในซอยก็มีรถสาธารณะคอยให้บริการ รวมถึงมี Shuttle Service ของโครงการ
  • GOOD CONVENIENCE – มีสิ่งอำนวยความสะดวกตอบโจทย์ทุกความต้องการของชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น Community Mall ห้างสรรพสินค้า ตลาด ร้านอาหาร ในระยะรัศมี 3 กิโลเมตร ทำให้ไปใช้งานได้ค่อนข้างสะดวก
  • GOOD DESIGN – ออกแบบสถาปัตยกรรม งานออกแบบภายในที่เน้นความเรียบง่าย รู้สึกผ่อนคลาย พร้อมพื้นที่สีเขียวภายในโครงการ ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ
  • GOOD FACILITY – ส่วนกลางให้ฟังก์ชันมาครบ ทั้ง สระว่ายน้ำ ฟิตเนส และ Co-Working Space เน้นความเป็นส่วนตัวและใช้งานได้จริงและเป็นสัดส่วน รวมถึงมีพื้นที่สวนสีเขียวบน Rooftop ให้ขึ้นไปเดินเล่นชมวิวได้
  • GOOD LAYOUT – ห้องพักออกแบบมายืดหยุ่น สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันได้ มีความคล่องตัวในการจัดพื้นที่ Layout ใหม่ ไม่ว่ามีงานอดิเรกใหม่ หรือต้องการพื้นที่ใหม่ภายในพื้นที่เดิมก็สามารถทําได้ มีห้องรูปแบบ 1 Bedroom Plus พร้อมห้องอเนกประสงค์ปรับเปลี่ยนได้ตามที่ใจต้องการ

โดยมีโครงการ GOOD DAY สุขุมวิท 93 เป็นโครงการแรกภายใต้แบรนด์ใหม่นี้ ออกแบบเป็นคอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น 3 อาคาร บนที่ดินขนาดประมาณ 4-1-17.30 ไร่ รวม 604 ยูนิตและร้านค้า 1 ยูนิต ในราคาเริ่มต้น 1.79-2.49 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นอาคาร A จำนวน 243 ยูนิต, อาคาร B จำนวน 186 ยูนิต และอาคาร C จำนวน 175 ยูนิต ออกแบบให้ทั้ง 3 อาคารโอบล้อมพื้นที่ส่วนกลาง ทำให้ห้องพักที่หันหน้าเข้ามาด้านในจะได้การันตีวิวเป็นสวนสีเขียวและสระว่ายน้ำสวยๆนั่นเอง งั้นเราพาดูรายละเอียดโครงการกันต่อเลย

Master Plan

เรามาเริ่มกันที่ Master Plan โครงการ กันเลย ทางโครงการออกแบบบริเวณชั้น 1 เป็นพื้นที่จอดรถและพื้นที่ส่วนกลางที่อยู่ใกล้ๆกับอาคาร B ทำให้ห้องพักของอาคาร B จึงเหมาะกับคนชอบใช้พื้นที่ส่วนกลางเป็นประจำ เพราะใช้งานได้สะดวกดี แค่ขึ้น-ลงลิฟต์ก็เดินมาพื้นที่ส่วนกลางได้เลย

สำหรับชั้น 1 ของอาคาร A และ C จะไม่ได้มี Lobby จะมีเพียงโถงลิฟต์สำหรับยืนรอลิฟต์เท่านั้น พร้อมติดตั้งระบบ Face Scan ในการเข้า-ออกและขึ้น-ลงอาคาร ออกแบบเป็นอาคารที่มีแต่ห้องพักอาศัยทั้งหมดและมีชั้นดาดฟ้าเป็นสวนสีเขียวให้มาเดินเล่นได้ จึงเหมาะกับคนที่ชอบความเป็นส่วนตัวและความสงบเป็นหลัก ไม่ซีเรียสที่ต้องเดินไปใช้พื้นที่ส่วนกลางที่อาคาร B ค่ะ

Image 1/2
บริเวณด้านหน้าโครงการ

บริเวณด้านหน้าโครงการ

โครงการ GOOD DAY สุขุมวิท 93 ตั้งอยู่ติดซอยสุขุมวิท 93 เลย โดยด้านหน้าโครงการจะมีป้ายชื่อโครงการขนาดใหญ่และจัดสวนอยู่ด้านหน้าโครงการ เป็นมุมต้อนรับที่สร้างบรรยากาศร่มรื่นตั้งแต่ด้านหน้าโครงการเลยนั่นเอง

ตัวอาคารจะตกแต่งด้วยสีม่วงอ่อนๆและตัดด้วยสีชมพู ทำให้ได้ได้ความสดใส มีชีวิตชีวาดีค่ะ

Image 1/3
ทางเข้า-ออกโครงการ

ทางเข้า-ออกโครงการ

ทางโครงการออกแบบ ซุ้มประตูทางเข้า-ออกโครงการ มีระยะร่นจากถนนซอยเข้ามา ทำให้รถของลูกบ้านสามารถต่อแถวเข้า-ออกโครงการ โดยไม่ไปติดขัดการจราจรตรงถนนด้านหน้าโครงการ

ซึ่งประตูทางเข้า-ออกโครงการจะเป็นรั้วกั้นไม้กระดก เมื่อเข้าโครงการมาจะต้องเลี้ยวซ้ายผ่านรั้วกั้นไม้กระดก เพื่อเข้าโครงการ และมีป้อม รปภ. อยู่ด้านข้างเลย ส่วนทางออกโครงการจะแยกอยู่อีกฝั่ง ทำให้เวลาจะขับออกจากโครงการก็ต้องวนรอบโครงการและผ่านรั้วกั้นไม้กระดกอีกจุดที่เป็นทางออกโครงการนั่นเอง

มีระบบการเข้า-ออกแบบจดจำป้ายทะเบียนรถด้วย KATSAN ตามมาตรฐานของ AP รวมถึงมีระบบการรักษาความปลอดภัยภายในโครงการทั้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง, ระบบ CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ 90 จุด รวมถึงรั้วทึบรอบโครงการสูง 3.00 เมตร และรั้วโปร่งสูง 3.00 เมตร

Image 1/2
ร้านค้า 1 ยูนิตและห้องนิติบุคคล

ร้านค้า 1 ยูนิตและห้องนิติบุคคล

ทางโครงการออกแบบมี ร้านค้า 1 ยูนิต ภายในโครงการด้วย โดยจะอยู่บริเวณด้านหน้าโครงการตรงอาคาร A ใกล้ๆกับนิติบุคคลนั่นเอง แต่ปัจจุบันใช้เป็น Sales Gallery อยู่นะคะ

ปกติถ้าเป็นร้านค้าในคอนโดแบบนี้ เราจะเชียร์ให้เป็นพวกร้านสะดวกซื้อต่างๆ แต่ด้วยโดยรอบโครงการที่มีทั้ง Lotus’s Go Fresh, 7-11, BigC Mini และ CJ MORE ในระยะที่เดินไปได้สบายๆ เราจึงมองว่าเป็นร้านซัก-อบ-รีดเสื้อผ้าก็ดีเหมือนกันนะคะ เพราะลูกบ้านมาใช้งานได้ง่าย ไม่ต้องแบกเสื้อผ้าหนักๆออกไปซักที่ด้านนอกเลย

Image 1/2
Shuttle Bus รับ-ส่ง BTS บางจาก

Shuttle Bus รับ-ส่ง BTS บางจาก

ตัวโครงการจะตั้งอยู่ห่างจาก BTS บางจาก 1.3 กิโลเมตร ทำให้ทางโครงการมี Shuttle Bus รถบริการรับ-ส่งลูกบ้านจากโครงการไปยัง BTS บางจาก จำนวน 1 คันด้วย ช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูกบ้านเดินทางไปใช้งานรถไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น

พื้นที่จอดรถ จะอยู่บริเวณชั้น 1 ของโครงการเลย โดยจะมีทั้งพื้นที่จอดรถใต้อาคารและพื้นที่จอดรถกลางแจ้ง สามารถจอดรถได้ทั้งหมด 185 คัน คิดเป็นประมาณ 31% ไม่รวมจอดซ้อนคัน แต่ทางโครงการจะมีการทำพื้นตกแต่งเพิ่มเติมจากภาพด้านบนนี้ด้วยนะคะ ทำให้เห็นพวกลูกศรตรงพื้นได้ชัดเจนและดูสวยงามมากขึ้น นอกจากนั้นยังมี EV Charger จำนวน 3 จุด เพื่อรองรับกับเทรนด์สมัยใหม่ที่คนหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ากันมากขึ้นค่ะ

Image 1/2
ชั้น 1 อาคาร B

ชั้น 1 อาคาร B

ทางโครงการจะออกแบบ Lift Hall มาให้เหมือนกันทุกอาคาร พร้อมติดตั้งระบบในการเข้า-ออกแบบ Face Scan ตรงประตูนี้ เพื่อรักษาความปลอดภัยภายในโครงการด้วยค่ะ แต่พื้นที่ส่วนกลางส่วนใหญ่ของโครงการจะอยู่ที่ อาคาร B เราจึงพามาดูอาคาร B กันนะคะ

Image 1/4
โถงลิฟต์ชั้น 1 อาคาร B

โถงลิฟต์ชั้น 1 อาคาร B

โถงลิฟต์ชั้น 1 ของทุกอาคาร จะติดตั้งลิฟต์ 2 ตัวต่ออาคารและภายในลิฟต์จะมีติดตั้งระบบ  Face Scan  แบบล็อกชั้นในการขึ้น-ลงอาคารด้วยนะคะ ส่วนด้านข้างของโถงลิฟต์จะเป็นพื้นที่สำหรับ Mailbox ที่ออกแบบตำแหน่งอยู่ในระยะที่เอื้อมหยิบจดหมายได้ง่าย

แต่สำหรับโถงลิฟต์ชั้น 1 ของอาคาร B จะมีประตูด้านข้างเชื่อมต่อกับพื้นที่ส่วนกลางภายในอาคารและพื้นที่สวนสีเขียวตรงกลางโครงการด้วยนะคะ

Image 1/5
THE LIVING HALL และ THE PRODUCTIVE SPACE

THE LIVING HALL และ THE PRODUCTIVE SPACE

ทางโครงการออกแบบ THE LIVING HALL และ THE PRODUCTIVE SPACE อยู่ด้านข้างโถงลิฟต์เลยค่ะ โดยจะออกแบบเป็นห้องขนาดใหญ่ พร้อมหน้าต่างกระจกแนวยาว เปิดรับแสงธรรมชาติและวิวสวนด้านนอก รวมถึงมีติดตั้งเครื่องทำระบบ Fresh Air ที่เป็นระบบเติมอากาศบริสุทธิ์ สามารถกรองและฟอกอากาศจากภายนอกด้วยค่ะ ทำให้เราได้อากาศบริสุทธิ์อยู่เสมอ

Image 1/4
THE LIVING HALL

THE LIVING HALL

THE LIVING HALL ออกแบบเป็นพื้นที่สำหรับนั่งพักคอยหรือรองรับแขก โดยจะจัดเป็นชุดโซฟาให้มานั่งพักผ่อนกันได้ รวมถึงด้านข้างจะเป็นหน้าต่างกระจกแบบ Full Height ที่เปิดรับวิวสวนสีเขียวและสระว่ายน้ำด้านนอก ก็ทำให้ได้บรรยากาศผ่อนคลายดี

Image 1/2
THE PRODUCTIVE SPACE

THE PRODUCTIVE SPACE

THE PRODUCTIVE SPACE จะอยู่ถัดจาก THE LIVING HALL โดยออกแบบเป็นพื้นที่นั่งทำงาน มีโต๊ะยาวและเก้าอี้ 7 ที่นั่ง ให้เรามาใช้งานกันได้ แต่เหมาะเป็นพื้นที่นั่งทำงานแบบไม่ต้องการการสมาธิหรือการโฟกัสมากนัก เพราะอยู่บริเวณเดียวกับพื้นที่ส่วนกลางอื่นๆนั่นเอง

ทางโครงการจะตกแต่งพื้นที่ภายในห้องด้วยสีสันสดใสอย่างสีส้ม เหลืองและแดง ก็เพิ่มความมีชีวิตชีวาภายในห้องได้ดี และได้บรรยากาศที่ไม่เคร่งเครียดหรือเรียบจนเกินไป

Image 1/4
THE HIVE

THE HIVE

ถัดจาก THE LIVING HALL และ THE PRODUCTIVE SPACE จะเป็น THE HIVE ที่อยู่ด้านในสุดของห้องเลย โดยจะเป็นซุ้มนั่งเล่น แต่เราชอบที่ทางโครงการออกแบบมีปลั๊กอยู่ด้านล่าง ทำให้เรามานั่งเล่นและชาร์จมือถือไปพร้อมๆกันได้

Image 1/5
GOOD DAY CLUB

GOOD DAY CLUB

GOOD DAY CLUB จะอยู่ด้านข้างของ THE HIVE โดยจะออกแบบกั้นประตูกระจกไว้ ทำให้ได้เป็นห้องประชุมหรือห้องทำงานที่มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น โดยภายในห้องจะมีโต๊ะ 6 ที่นั่งและทีวีให้ใช้นำเสนอผลงานได้ ส่วนด้านข้างก็ยังคงเป็นหน้าต่างกระจกขนาดใหญ่เปิดรับแสงและวิวด้านนอกค่ะ

Image 1/4
ทางเข้าเชื่อมต่อกับพื้นที่สวน

ทางเข้าเชื่อมต่อกับพื้นที่สวน

สำหรับ ทางเข้าไปยังพื้นที่สวนสีเขียวของโครงการจะมีอยู่ 2 จุดด้วยกัน ได้แก่ ประตูจากโถงลิฟต์ชั้น 1 ของอาคาร B พร้อมติดตั้งระบบ Face Scan เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าไปยังอาคาร B และทางเข้าอีกจุดก็คือด้านข้างของประตูนี้ที่ปัจจุบันทางโครงการวางกระถางต้นไม้กั้นปิดไว้ แต่จริงๆแล้วจะเป็นช่องโล่งๆให้ลูกบ้านจากอาคาร A และ C เข้ามาใช้งานพื้นที่สวนส่วนกลางนั่นเอง

นอกจากนั้นทางโครงการมีออกแบบเป็นทางลาดไว้ด้วยนะ ทำให้รองรับการใช้งานของคนทุกวัยเลย จึงเข็นรถเข็นเด็กหรือวีลแชร์มาใช้งานพื้นที่สวนนี้ได้ค่ะ

Image 1/2
THE GREEN STEP

THE GREEN STEP

เมื่อเข้ามายังพื้นที่สวนส่วนกลางแล้ว จะเจอกับ THE GREEN STEP พื้นที่สวนสีเขียวที่ออกแบบเล่นระดับพื้น เชื่อมต่อไปยังพื้นที่สระว่ายน้ำและพื้นที่นั่งพักผ่อนในสวน

Image 1/3
THE PAVILION

THE PAVILION

ทางโครงการออกแบบมี THE PAVILION เป็นศาลานั่งพักผ่อนในสวนด้วย ทำให้มานั่งเล่น พูดคุยกับเพื่อนๆตรงบริเวณนี้ได้เลย นอกจากนั้นยังออกแบบมีหลังคาและต้นไม้ใหญ่โดยรอบคอยบังแสงแดดด้วยค่ะ

ก่อนที่เราจะไปดูสระว่ายน้ำกัน อยากจะพามาดู โซนห้องน้ำส่วนกลาง ที่อยู่ด้านข้างของ THE GREEN STEP กันก่อนนะคะ

Image 1/4
ห้องน้ำส่วนกลาง

ห้องน้ำส่วนกลาง

ทางโครงการออกแบบ ห้องน้ำส่วนกลาง แบ่งห้องน้ำชาย-หญิงเป็น 2 ฝั่ง ภายในห้องก็ติดตั้งอุปกรณ์มาครบครัน แถมมี Locker สำหรับให้ใช้เก็บของได้ด้วย รวมถึงมีห้องน้ำแบบ Universal Design เพื่อรองรับคนทุกวัย ภายในห้องจะมีขนาดใหญ่ สามารถเข็นวีลแชร์เข้า-ออกได้และเลือกใช้ประตูบานเลื่อนที่เปิด-ปิดได้ง่าย มีราวจับคอยพยุงเวลาลุก-นั่ง

สำหรับ พื้นที่สวนสีเขียวส่วนกลางของโครงการ จะอยู่บริเวณตรงกลางโครงการและถูกล้อมรอบด้วยอาคารทั้ง 3 อาคาร ซึ่งถือเป็นการออกแบบที่นิยมในโครงการ Low Rise ค่ะ เพราะพื้นที่ส่วนกลางนี้จะเป็นวิวสีเขียวสวยๆให้กับห้องพักอาศัยครึ่งหนึ่งของโครงการเลยนั่นเอง อีกทั้งยังมีปลูกต้นไม้ล้อมรอบอยู่อีกชั้น ทำให้มีพื้นที่สีเขียวทั้งโครงการรวมประมาณ 2,000 ตร.ม. ค่ะ

Image 1/7
VACATION POOL

VACATION POOL

ทางโครงการออกแบบ VACATION POOL เป็นสระว่ายน้ำกลางแจ้งแบบระบบเกลือ ขนาด 20×4 เมตร ความลึก 1.20 เมตร ทำให้มาว่ายน้ำจริงจังได้เลย นอกจากนั้นยังมีต้นไม้อยู่โดยรอบสระ ช่วยบังแสงแดดและสร้างร่มเงาตรงสระว่ายน้ำเหมือนในภาพด้านบนเลยค่ะ ส่วนด้านข้างจะมีจุดอาบน้ำสำหรับล้างตัวก่อน-หลังว่ายน้ำด้วยนะคะ

นอกจากนั้นยังออกแบบพื้นที่นั่งริมสระว่ายน้ำเป็นแนวยาวขนานกับสระว่ายน้ำเลย ทำให้ได้ลมพัดพาความเย็นจากสระว่ายน้ำมายังพื้นที่นั่งเล่นริมสระนี้ พร้อมต้นไม้ใหญ่คอยเป็นร่มเงาให้ลูกบ้านมานั่งใช้งานได้นานขึ้นนั่นเอง

ถึงแม้ทางโครงการจะจะออกแบบ พื้นที่ส่วนกลางอยู่บริเวณตรงกลางโครงการ แต่ก็มีปลูกต้นไม้โดยรอบพื้นที่ส่วนกลางนี้ เพื่อเป็น Buffer Zone ป้องกันสายตาจากรถยนต์ที่ขับผ่านไป-มา อีกทั้งยังป้องกันกลิ่นควันจากรถยนต์ด้วย

Image 1/3
RETREAT COURT

RETREAT COURT

ทางโครงการมีออกแบบ RETREAT COURT เป็นพื้นที่นั่งเล่นในสวนมาให้ด้วยค่ะ โดยจะเชื่อมต่อกับ THE GREEN STEP และอยู่ด้านข้างของ VACATION POOL ทำให้เราสามารถเปลี่ยนบรรยากาศการพักผ่อนมานั่งเล่นอยู่ท่ามกลางสวนสีเขียว ได้บรรยากาศใกล้ชิดธรรมชาติและร่มรื่น

สำหรับ ชั้น 2 จะเป็นชั้นเริ่มต้นของโซนห้องพักอาศัยนะคะ โดยจะมีเพียงอาคาร B ที่มีพื้นที่ส่วนกลางอย่าง Fitness นั่นเอง แต่ทางโครงการก็ออกแบบประตูกั้นแบ่งแยกโซนแล้ว ทำให้โดยรวมยังได้ความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัยค่ะ

Image 1/2
โถงลิฟต์ชั้น 2 อาคาร B

โถงลิฟต์ชั้น 2 อาคาร B

เราพาขึ้นมา ชั้น 2 ของอาคาร B กันแล้วนะคะ โดยจากโถงลิฟต์ชั้นนี้จะมีประตูเปิดไปยัง GOOD HEALTH CLUB ที่เป็น Fitness ของโครงการ

Image 1/7
GOOD HEALTH CLUB

GOOD HEALTH CLUB

GOOD HEALTH CLUB ออกแบบเป็น Fitness ที่จัดเตรียมอุปกรณ์ออกกำลังกายมาครบครันทั้ง Weight Training และ Cardio ประมาณ 10 ตัว ส่วนด้านข้างห้องจะเป็นหน้าต่างกระจกแบบ Full Height เปิดรับแสงและวิวด้านนอก ทำให้ทางโครงการออกแบบโซน Cardio อยู่บริเวณนี้ ลูกบ้านจึงวิ่งออกกำลังกายไป พร้อมชมวิวได้เพลินๆดี ส่วนโซน Weight Training จะอยู่ด้านหลังของห้อง พร้อมติดกระจกเงาไว้เช็กท่าทางตอนออกกำลังกายได้

นอกจากนั้นทางโครงการได้ติดตั้งเครื่องทำระบบ Fresh Air เหมือนบริเวณ THE LIVING HALL และ THE PRODUCTIVE SPACE ด้วยค่ะ ซึ่งเป็นระบบเติมอากาศบริสุทธิ์ สามารถกรองและฟอกอากาศจากภายนอกได้นั่นเอง

อาคาร A และ C

Image 1/5
SUNSET TERRACE (อาคาร A)

SUNSET TERRACE (อาคาร A)

พื้นที่ส่วนกลางส่วนใหญ่ของโครงการจะอยู่บริเวณอาคาร B นะคะ แต่ทางโครงการก็ออกแบบมีพื้นที่สวนสีเขียวตรงชั้นดาดฟ้าของ อาคาร A และ C ด้วยเหมือนกัน ทำให้ลูกบ้านของทั้ง 2 อาคารนี้ก็มาเดินเล่นพักผ่อนที่ชั้นดาดฟ้าได้เลย

โดยพื้นที่สวนสีเขียวตรงชั้นดาดฟ้าของอาคาร A จะเป็น SUNSET TERRACE ออกแบบเป็นสนามหญ้ากว้างๆและมีปลูกดอกไม้อยู่โดยรอบ สร้างบรรยากาศสดใสดี รวมถึงมีต้นไม้ใหญ่อยู่ 1 ต้น นอกจากนั้นก็ยังมายืมชมวิวในบรรยากาศพระอาทิตย์ตกด้วย

Image 1/4
SUNRISE TERRACE (อาคาร C)

SUNRISE TERRACE (อาคาร C)

ส่วนพื้นที่สวนสีเขียวตรงชั้นดาดฟ้าของอาคาร C จะเป็น SUNRISE TERRACE ที่ออกแบบเหมือนกับ SUNSET TERRACE เลย มีทั้งสนามหญ้า ปลูกดอกไม้และต้นไม้ใหญ่อยู่ 1 ต้น ทำให้มาเดินเล่นและชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นได้ค่ะ

ทางโครงการมีติดตั้ง Solar Cell บริเวณชั้นดาดฟ้าของทั้ง 3 อาคารด้วยค่ะ โดยเป็นระบบ On Grid คือไม่มีแบตเตอรี่และใช้ Micro Invertor ซึ่งเป็นระบบที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อช่วยประหยัดค่าส่วนกลางให้ลูกบ้านนั่นเอง ทำให้มีค่าส่วนกลางเพียง 36 บาท/ตร.ม./เดือน ถูกกว่าโครงการเพื่อนบ้านที่มีค่าส่วนกลาง 45-55 บาท ถือว่าทางโครงการก็ออกแบบมาช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาวให้แก่ลูกบ้าน จึงจ่ายค่าส่วนกลางน้อยลงไปเยอะเลยค่ะ

แปลนชั้นพักอาศัย

เราพามาดู แปลนชั้นพักอาศัย กันค่ะ ซึ่งโครงการออกแบบเป็นคอนโด Low Rise 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร รวม 604 ยูนิต และร้านค้า 1 ยูนิต โดยแบ่งเป็นอาคาร A จำนวน 243 ยูนิต, อาคาร B จำนวน 186 ยูนิต และอาคาร C จำนวน 175 ยูนิต มีจำนวนยูนิตต่อชั้นสูงสุดอยู่ 35 ยูนิต ส่วนอาคาร B และ C มีจำนวน 27 และ 25 ยูนิตต่อชั้น ตามลำดับ

สำหรับห้องพักอาศัยของทุกอาคารจะเริ่มที่ชั้น 2 เป็นต้นไปและ Typical Floor Plan จะเป็นชั้น 3-8 มีระบบในการเข้า-ออกและขึ้นลงอาคารเป็น Face Scan ส่วนตัวอาคารจะออกแบบเป็นรูปตัว L โดยมีโถงลิฟต์อยู่ตรงกลาง ทำให้ไม่ว่าจะอยู่ห้องฝั่งไหนก็มีระยะเดินมาใช้งานที่พอๆกัน ส่วนอาคาร A เป็นแนวยาว ทำให้ตำแหน่งโถงลิฟต์อิงมาฝั่งนึงมากกว่า ห้องที่อยู่อีกฝั่งอาคารจะมีระยะเดินที่ไกลกว่านั่นเอง

Image 1/2
ประตูเชื่อมจากโถงลิฟต์ชั้น 2 ของอาคาร Bไปยังห้องพัก

ประตูเชื่อมจากโถงลิฟต์ชั้น 2 ของอาคาร Bไปยังห้องพัก

ทางโครงการออกแบบมี ประตูกระจกเชื่อมจากโถงลิฟต์ชั้น 2 ของอาคาร B ไปยังห้องพักด้วยนะคะ รวมถึงมีติดตั้งระบบ Face Scan ทำให้ลูกบ้านที่พักอาศัยในชั้นนี้ได้ความปลอดภัยและเป็นส่วนตัวมากขึ้น

แต่สำหรับชั้นพักอาศัยในชั้นอื่นๆที่ไม่มีพื้นที่ส่วนกลางในชั้นเดียวกัน ก็จะไม่มีออกแบบประตูกั้นนี้ ทำให้สามารถออกจากลิฟต์แล้วเดินไปยังห้องพักได้เลยค่ะ

Image 1/2
โถงทางเดิน

โถงทางเดิน

สำหรับ โถงทางเดิน ของโครงการจะออกแบบระดับพื้นต่ำกว่าพื้นของห้องพัก เพื่อป้องกันเวลาน้ำท่วมตรงบริเวณโถงทางเดิน น้ำจะไม่ไหลเข้าไปในห้องพักและโถงลิฟต์โดยสารนั่นเอง รวมถึงออกแบบมี Floor Drain รองรับการระบายน้ำมาให้เรียบร้อยเลยค่ะ ก็ถือเป็นการออกแบบเพื่อป้องกันไม่ให้ทรัพย์สินภายในห้องของเราเกิดความเสียหายนั่นเอง

อาคาร A

Image 1/4
Floor Plan อาคาร A ชั้น 2

Floor Plan อาคาร A ชั้น 2

ห้องพักอาศัยในอาคาร A จะหันทิศเหนือและใต้ทั้งหมด เป็นทิศที่ไม่โดนแดดโดยตรง ส่วนชั้น Rooftop จะมีพื้นที่ส่วนกลาง SUNSET TERRACE เป็นพื้นที่สวนสีเขียวให้ขึ้นมาเดินเล่น ชมพระอาทิตย์ตกช่วงเย็นได้

  • กรอบสีเขียว : ห้องที่ได้วิวส่วนกลางและสระว่ายน้ำ อยู่ตำแหน่ง 01 – 12
  • กรอบสีฟ้า : ห้องที่ได้วิวส่วนกลางและความเป็นส่วนตัว เพราะเป็นตำแหน่งที่ติดเพื่อนบ้านด้านเดียวหรือไม่ติดเพื่อนบ้านเลย แต่วิวที่ได้อาจจะไม่ได้เห็นพื้นที่ส่วนกลางชัดเจนมากนัก เพราะติดด้านข้างของอาคาร B และ C
  • กรอบสีส้ม : ห้องที่หันทางทิศใต้ ได้ลมค่อนข้างดี เพราะได้วิวเปิดโล่ง หันไปทางซอยสุขุมวิท 93 เหมาะกับคนชอบวิวที่มีการเคลื่อนไหว แต่ก็อาจมีเสียงรถยนต์ที่ขับผ่านไป-มาได้

อาคาร B

Image 1/3
Floor Plan อาคาร B ชั้น 2

Floor Plan อาคาร B ชั้น 2

อาคาร B มีลักษณะเป็นรูปตัว L โดย ห้องพักอาศัยในอาคาร B จะหันครบทั้ง 4 ทิศ บริเวณชั้น 2 มีห้อง Fitness ทำให้ลูกบ้านที่อยู่อาศัยในอาคารนี้มาใช้งานได้สะดวก

สำหรับทางทิศเหนือและตะวันตก จะมีหอพัก 5 ชั้น อยู่ติดกับที่ดินโครงการ หากใครอยากได้วิวที่โล่ง เราก็แนะนำให้เลือกตำแหน่งห้องตั้งแต่ชั้น 6 ขึ้นไปค่ะ ส่วนห้องทางทิศใต้และทิศตะวันออกจะได้วิวสวนกลางสระว่ายน้ำแบบเต็มๆ ดังนั้นใครที่อยากได้วิวสระแบบชัดๆก็แนะนำให้เลือกชั้น 3-5 ค่ะ

  • กรอบสีเขียว : ห้องที่ได้วิวส่วนกลางและสระว่ายน้ำ เป็นตำแหน่งห้อง 01-04 และ 23-27
  • กรอบสีฟ้า : ห้องที่ได้วิวส่วนกลางและความเป็นส่วนตัว เพราะติดเพื่อนบ้านด้านเดียวหรือไม่ติดเพื่อนบ้านเลย โดยจะมีตำแหน่ง 04, 05, 23, 24

อาคาร C

Image 1/2
Floor Plan อาคาร C ชั้น 2 - 8

Floor Plan อาคาร C ชั้น 2 - 8

อาคารสุดท้ายจะเป็นอาคาร C มีการออกแบบตัวอาคารรูปตัว L คล้ายกับอาคาร B มีโถงลิฟต์อยู่ตรงกลางอาคาร จึงมีระยะเดินจากแต่ละฝั่งที่พอๆกัน ส่วน ห้องพักอาศัยในอาคาร C ก็จะหันครบทั้ง 4 ทิศค่ะ

โดยทางทิศเหนือและตะวันออกของอาคาร C จะเป็นหอพัก 5 ชั้นอยู่ติดกับที่ดินโครงการ จึงแนะนำให้เลือกห้องพักในชั้น 6 ขึ้นไป เพื่อจะได้วิวเปิด ส่วนห้องทางทิศใต้และทิศตะวันตกจะได้วิวพื้นที่ส่วนกลางตรงกลางโครงการ แต่มีระยะห่างมากกว่าห้องที่อาคาร B จึงแนะนำให้เลือกห้องที่อยู่ชั้นสูงขึ้นมาหน่อยอย่างชั้น 4-6 ค่ะ

  • กรอบสีเขียว : ห้องที่ได้วิวส่วนกลางและสระว่ายน้ำ จะมีตำแหน่ง 03 และ 20-25 ให้เลือกค่ะ
  • กรอบสีฟ้า : ห้องที่ได้วิวส่วนกลางและความเป็นส่วนตัว เพราะอยู่ติดเพื่อนบ้านแค่ฝั่งเดียว หรือในบางตำแหน่งไม่ติดเพื่อนบ้านเลย โดยมีตำแหน่ง 02, 03, 20 และ 21 ค่ะ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • ชั้น 1 (อาคาร B)
    – THE PRODUCTIVE SPACE พื้นที่นั่งทำงาน
    – THE LIVING HALL พื้นที่พักคอย รองรับแขก
    – THE HIVE ซุ้มนั่งเล่น
    – GOOD DAY CLUB ห้องประชุม
    – THE GREEN STEP พื้นที่สวนสีเขียวเล่นระดับ
    – THE PAVILION ศาลาพักผ่อน
    – VACATION POOL สระว่ายน้ำระบบเกลือ ขนาด 20×4 เมตร ความลึก 1.20 เมตร
    – RETREAT COURT พื้นที่นั่งเล่นในสวน
  • ชั้น 2 (อาคาร B)
    – GOOD HEALTH CLUB มีเครื่องออกกำลังกายประมาณ 10 ตัว
  • ชั้นดาดฟ้า
    – SUNSET TERRACE (อาคาร A)
    – SUNRISE TERRACE (อาคาร C)
  • Solar Cell บนดาดฟ้าของทั้ง 3 อาคาร ช่วยประหยัดค่าส่วนกลาง
  • พื้นที่สีเขียวรวมทั้งโครงการ ขนาด 2,000 ตร.ม.
  • Shuttle Bus รับ-ส่งลูกบ้านจากโครงการไปยัง BTS บางจาก จำนวน 1 คัน
  • EV Charger จำนวน 3 จุด
  • ลิฟต์โดยสาร อาคารละ 2 ตัว พร้อมระบบ Face Scan แบบล็อกชั้น
  • อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 101 : 1
  • อัตราส่วนลิฟต์ตึก A 121.5 : 1
  • อัตราส่วนลิฟต์ตึก B 87.5 : 1
  • อัตราส่วนลิฟต์ตึก C 93 : 1
  • ที่จอดรถ 185 คัน คิดเป็นประมาณ 31% ไม่รวมจอดซ้อนคัน
  • ระบบรักษาความปลอดภัยในโครงการ
    – รูปแบบประตูทางเข้า-ออกโครงการ : รั้วกั้นไม้กระดก
    – ระบบในการเข้า-ออกโครงการ : จดจำป้ายทะเบียน
    – ระบบในการเข้า-ออก (เดินเข้าออก ขึ้นลงอาคาร) : Face Scan
    – CCTV ส่วนกลาง ประมาณ 90 จุด
    – รูปแบบรั้วรอบโครงการ : รั้วทึบสูง 3.00 เมตร และรั้วโปร่งสูง 3.00 เมตร
    – เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง

แบบห้อง

Highlight

  • เน้นห้องขนาดเล็ก อยู่อาศัย 1-2 คนได้สบายๆ
  • เลือกซื้อง่าย แต่ละแบบห้องมีจุดเด่นแตกต่างกัน อย่าง 1 Bedroom มีทั้งแบบครัวอยู่โซนด้านหน้า-ด้านหลัง ส่วน 1 Bedroom Plus มีทั้งห้องหน้ากว้าง, ห้องนอนมีระเบียงส่วนตัว หรือห้องนอน-ห้องอเนกประสงค์อยู่ติดด้านนอก เปิดรับแสง-วิวได้เยอะ
  • ห้องแบบ Fully Furnished เริ่มต้น 1.79 ล้านบาท ถือว่าคุ้มค่าและตอบโจทย์ทั้งคนที่ทั้งนักลงทุนสายปล่อยเช่าและคนที่อยากได้ห้องแต่งครบ เพราะคอนโดเพื่อนบ้านระดับเดียวกัน จะต้องเผื่องบแต่งห้องเอง

โครงการ GOOD DAY สุขุมวิท 93 ออกแบบเน้นห้องขนาดเล็กแบบอยู่ได้ 1-2 คนสบายๆ มีรูปแบบห้องพักอาศัยอยู่ 2 แบบ ได้แก่ 1 Bedroom และ 1  Bedroom Plus พื้นที่ใช้สอย 26-35 ตร.ม. แต่จะมีหลาย Layout จึงเลือกได้ตรงตามไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัย รวมถึงตกแต่งแบบ Fully Furnished ซื้อของเพิ่มอีกนิดหน่อยก็เข้าอยู่ได้เลยนั่นเอง

สำหรับ Layout ของ 1 Bedroom จะมีทั้งแบบห้องอยู่โซนด้านหน้า จึงได้ Common Area ขนาดใหญ่ เหมาะกับคนที่ชอบพื้นที่พักผ่อนขนาดใหญ่ หรืออีก Layout จะได้ห้องครัวติดระเบียง เหมาะกับคนที่ชอบทำอาหารบ่อยๆและได้พื้นที่ห้องนอนขนาดใหญ่ค่ะ ส่วน 1  Bedroom Plus จะมี 3 Layout ให้เลือก มีทั้งแบบห้องนอนมีระเบียงส่วนตัว, ห้องหน้ากว้าง พร้อมพื้นที่นั่งเล่นอยู่ติดระเบียง และห้องหน้ากว้างที่ได้ห้องนอนและห้องอเนกประสงค์ติดด้านนอก

ซึ่งปัจจุบันทางโครงการขายไปได้กว่า 70% แล้วนะ อีกทั้งเตรียมโอนห้องในช่วงเดือนมีนาคม 2569 นี้ด้วย งั้นเรามาดูรายละเอียดแบบห้องกันเลยค่ะ

Image 1/2
Furniture Package ของ 1 Bedroom

Furniture Package ของ 1 Bedroom

ทางโครงการตกแต่งแบบ Fully Furnished ไม่ว่าจะเป็น ชั้นวางรองเท้า, โซฟา มีช่องเก็บของด้านล่าง, ชั้นวางทีวี, เคาน์เตอร์ครัว, โต๊ะทานอาหาร พร้อมเก้าอี้ 2 ตัว, ฐานเตียง 5 ฟุต มีช่องเก็บของด้านล่างและตู้เสื้อผ้า แต่ดีไซน์เฟอร์นิเจอร์อาจแตกต่างกันบ้างโดยจะขึ้นอยู่กับแบบห้องค่ะ ดังนั้นจึงช่วยให้เราประหยัดงบตกแต่งไปได้ประมาณนึงเลย เพียงซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและชุดเครื่องนอนเพิ่มอีกเล็กน้อยก็พร้อมเข้าอยู่เลยค่ะ

วัสดุภายในห้อง
– พื้นห้อง : พื้นลามิเนต หนา 8 มล.
– พื้นระเบียง : กระเบื้องเซรามิก ขนาด 30×30 เซนติเมตร
– ความสูงพื้นถึงฝ้า 2.40 เมตร
– ผนังห้องฉาบเรียบทาสีขาว
– ไฟ LED PANEL
– วัสดุกรอบบานหน้าต่าง : กรอบบานอลูมิเนียม
– กระจกบริเวณหน้าต่าง : ลามิเนตเขียวตัดแสง
– ฉากกั้นบานเลื่อนกระจกใส 2 ตอน สูง 2 เมตร ระหว่างห้องนั่งเล่นและห้องนอน
– เครื่องปรับอากาศแบบ Wall Type 1 เครื่อง จาก Panasonic ติดตั้งภายในห้องนอน พร้อมเตรียมสายไฟสำหรับติดตั้งเครื่องปรับอากาศเพิ่มเติม
– Door Seal บริเวณวงกบประตูห้อง ช่วยลดแรงกระแทกเวลาปิดประตูและช่วยลดเสียงดังรบกวนจากโถงทางเดิน
– อุปกรณ์ตรวจจับควันหรือความร้อน (Detector) ในระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ภายในห้องนอน

วัสดุห้องครัว
– พื้นห้องครัว : กระเบื้องเซรามิก ขนาด 30×30 เซนติเมตร
– เคาน์เตอร์ครัว Top Counter เป็นหินสังเคราะห์ พร้อม Built-in ชั้นวางของด้านบน-ล่าง
– Backsplash : กระเบื้องแกรนิตโต้ ขนาด 60×60 เซนติเมตร
– อ่างล้างจาน จาก TEKA

วัสดุห้องน้ำ
– พื้นและผนังห้องน้ำ : กระเบื้อง ขนาด 30×30 เซนติเมตร
– โถสุขภัณฑ์ จาก Esther Karat
– อ่างล้างหน้าและก๊อกน้ำ จาก American Standard
– ก๊อกยืนอาบพร้อมฝักบัว จาก American Standard
– สายฉีดชำระ จาก Karat
– เดินสายไฟสำหรับติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นไว้ให้

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

วันนี้เราจะพามาเจาะลึกและชมภาพบรรยากาศจริงของห้องตัวอย่าง 1 Bedroom ทั้ง 2 Layout นะคะ


1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 26 ตร.ม. (Type A1)

Image 1/2
1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 26 ตร.ม. (Type A1)

1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 26 ตร.ม. (Type A1)

ห้องตัวอย่างห้องแรกที่เราพามาดูจะเป็น 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 26 ตร.ม. (Type A1) เป็นแบบห้องที่มีจำนวนยูนิตมากที่สุดในโครงการ ถือเป็นแปลนห้องที่เราเห็นในหลายๆโครงการ เพราะเป็น Layout ที่แบ่งเป็นสัดส่วนและจัดวางฟังก์ชันได้ลงตัวดี อีกทั้งมีจุดเด่นของห้องคือ “พื้นที่ครัวติดระเบียง” ด้วย Concept การออกแบบเป็น Good Night แบบกลับห้องมาก็ทำอาหารจริงจังในตอนเย็นได้เลย เหมาะสำหรับคนที่ชอบทำภายในห้องบ่อยๆ เพราะสามารถเปิดประตูเพื่อระบายอากาศไปทางระเบียงได้โดยตรง รวมถึงเราสามารถกั้นประตูครัวเพิ่มเพื่อช่วยป้องกันไม่ให้กลิ่นและควันจากการทำอาหารลอยเข้าไปภายในห้องค่ะ

สำหรับตำแหน่งของแบบห้องนี้ส่วนใหญ่จะหันออกด้านนอกอาคาร แต่ก็มีตำแหน่งที่ได้วิวส่วนกลางตรงกลางหรือติดเพื่อนบ้านด้านเดียว ได้ความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัยให้เลือกเหมือนกันค่ะ

  • แบ่งพื้นที่เป็น 2 ฝั่ง แยกโซนพักผ่อนและ Service ได้ชัดเจน
  • Open Plan เชื่อมต่อพื้นที่นั่งเล่นและพื้นที่รับประทานอาหาร จัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้ยืดหยุ่นและใช้งานได้ต่อเนื่องกัน
  • ห้องน้ำ ออกแบบเป็นสัดส่วน ใช้งานง่าย
  • ห้องครัวติดระเบียง ทำอาหารจริงจังได้ ไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นควัน-อาหารจะลอยเข้าไปในห้อง
  • ห้องนอน วางเตียง 5 ฟุตได้สบาย มีพื้นที่ด้านข้างตั้งตู้เสื้อผ้าได้
  • ระเบียง ใช้งานพื้นที่ด้านล่างได้ เพราะแขวน Condensing Unit ไว้ด้านบน

Image 1/2
ประตูห้องพัก

ประตูห้องพัก

ทางโครงการเลือกใช้บานประตูห้องเป็นลายไม้หน้าตาเหมือนภาพด้านบนเลยนะ แต่ไม่ได้ติดตั้ง Digital Door Lock มาให้นะคะ  จะเป็นมือจับแบบก้านโยก เราจึงหาซื้อติดตั้งเพิ่มเองได้ค่ะ ทำให้เข้า-ออกห้องได้สะดวกดี ส่วนระดับพื้นของโถงทางเดินจะอยู่ต่ำกว่าพื้นของห้องพัก ช่วยป้องกันไม่ให้น้ำท่วมไหลเข้าไปในห้องพักและโถงลิฟต์โดยสาร อีกทั้งยังออกแบบมี Floor Drain รองรับการระบายน้ำ ทำให้ไม่เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินภายในห้องพักของลูกบ้านนั่นเอง นอกจากนั้นยังป้องกันเศษสกปรกหรือฝุ่นที่ติดจากรองเท้าหรือโถงทางเดินไม่ให้ลอยเข้ามาภายในห้องพักของเราด้วยค่ะ

สำหรับบานประตูของห้องพักทุกยูนิตจะมี Door Seal บริเวณวงกบประตูห้อง เพื่อช่วยลดแรงกระแทกเวลาปิดประตูและช่วยลดเสียงดังรบกวนจากโถงทางเดินด้วยนะคะ ถึงแม้จะดูเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ แต่ก็ถือเป็นการออกแบบที่คำนึงถึงการอยู่อาศัยของลูกบ้านได้ดีมากๆเลยค่ะ เพราะปัญหาเรื่องเสียงก็เป็นสิ่งที่ค่อนข้าง Sensitive มากๆของชาวคอนโดเหมือนกัน

Image 1/2
พื้นที่ชั้นวางรองเท้า

พื้นที่ชั้นวางรองเท้า

เมื่อเข้ามาภายในห้องจะเจอกับ พื้นที่ชั้นวางรองเท้า ด้านข้างของประตูห้องเลยนะ ซึ่งทางโครงการจะติดตั้งชั้นวางรองเท้ามาให้ 3 ชั้นหน้าตาเหมือนห้องตัวอย่าง ทำให้เราเก็บรองเท้าได้เยอะดีหรือจะใช้เก็บของต่างๆก็ได้เหมือนกัน

Image 1/3
Common Area 

Common Area 

Common Area ออกแบบเป็น Open Plan เชื่อมพื้นที่นั่งเล่นและรับประทานอาหารเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ 2.50×3.40 เมตร มีข้อดีที่นอกจากจะได้พื้นที่ขนาดใหญ่แล้ว ยังใช้งานได้ต่อเนื่อง, จัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้ยืดหยุ่นและได้บรรยากาศโปร่งโล่งภายในห้องด้วย

สำหรับวัสดุปูพื้นจะเป็นลามิเนต หนา 8 มล. ทำให้ได้ผิวสัมผัสเหมือนไม้จริงนั่นเอง อีกทั้งยังได้บรรยากาศอบอุ่นมากขึ้นด้วย นอกจากนั้นทางโครงการได้เตรียมสายไฟสำหรับติดตั้งเครื่องปรับอากาศเพิ่มเติมบริเวณ Common Area นี้มาให้ด้วยค่ะ ส่วนผนังห้องจะฉาบเรียบทาสีขาว พร้อมติดตั้งไฟ LED PANEL มีความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานอยู่ที่ 2.40 เมตร เท่ากับคอนโดทั่วไป

Image 1/5
พื้นที่นั่งเล่น

พื้นที่นั่งเล่น

งั้นเรามาดู พื้นที่นั่งเล่น กันเลย โดยฝั่งนึงของห้องจะเป็นชั้นวางทีวี ส่วนอีกฝั่งจะเป็นพื้นที่ตั้งโซฟาและโต๊ะกลาง ทำให้มีระยะดูทีวีอยู่ที่ 2.30 เมตร จึงตั้งทีวีขนาด 40-50 นิ้วได้ ซึ่งทางโครงการก็มีชั้นวางทีวีและโซฟา 2 ที่นั่งพร้อมช่องเก็บของด้านล่างมาให้เรียบร้อยแล้วนะคะ ทำให้เก็บของได้เยอะเลย

พื้นที่นั่งรับประทานอาหาร จะอยู่ด้านข้างของพื้นที่นั่งเล่นค่ะ ทำให้ระหว่างเรารับประทานอาหารก็ดูทีวีไปได้พร้อมๆกันเลย โดยทางโครงการจะมีโต๊ะและเก้าอี้ 2 ตัวมาให้เหมือนห้องตัวอย่าง

Image 1/3
ประตูกั้นระหว่าง Common Area และห้องนอน

ประตูกั้นระหว่าง Common Area และห้องนอน

ทางโครงการจะออกแบบมี ประตูกั้นระหว่าง Common Area และห้องนอน ทำให้ภายในห้องจะมีพื้นที่เป็นสัดส่วน นอกจากนั้นพอเลือกใช้ประตูกระจกก็จะดึงแสงธรรมชาติจากด้านนอก เข้ามายัง Common Area ดูสว่าง แต่ใครอยากได้ความเป็นส่วนตัวในห้องนอนมากขึ้น ก็สามารถติดผ้าม่านตรงประตูกระจกนี้ได้นะคะ

Image 1/7
ห้องนอน

ห้องนอน

ห้องนอน จะมีขนาด 2.50×3.20 เมตร สามารถวางเตียง 5 ฟุตที่ทางโครงการแถมมากับตัวห้องได้สบายๆ ซึ่งฐานเตียงนี้จะมีช่องเก็บของด้านล่างมาให้เก็บของกระจุกกระจิกด้วย อีกทั้งมีพื้นที่รอบเตียงพอยืนหรือเดินผ่านได้ ทำให้บริเวณปลายเตียงเหมาะใช้ทีวีแบบแขวน ทำให้นอนดูทีวีบนเตียงได้เลย ส่วนด้านข้างจะเป็นตู้เสื้อผ้าและพื้นที่ยืนแต่งตัว สำหรับหน้าต่างภายในห้องจะเป็นทรงสูง แต่ก็สามารถเปิดรับแสงและวิวได้กว้าง พร้อมติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบ Wall Type 1 เครื่อง จาก Panasonic มาให้เรียบร้อย

มีการออกแบบที่น่าสนใจอยู่อีกจุดนึงก็คืออุปกรณ์ตรวจจับควันหรือความร้อน (Detector) ในระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ที่ทางโครงการได้ติดตั้งมาภายในห้องนอนเลย เพราะปกติเสียงเตือนจะดังแค่ที่โถงทางเดิน แต่ถ้าเราเปิดเพลงภายในห้องเสียงดัง ก็อาจจะไม่ได้ยินเสียงแจ้งเตือนได้ พอมีเสียงแจ้งเตือนดังภายในห้องนอนแบบนี้ก็ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการอยู่อาศัยของลูกบ้านได้ดีมากๆ

สำหรับ ตู้เสื้อผ้า ที่ทางโครงการแถมมาให้กับตัวห้องจะมีหน้าตาแบบนี้เลย ส่วนภายในตู้ก็มีทั้งราวแขวน, ลิ้นชักและชั้นวางของมาให้ พื้นที่ด้านบนตู้ก็วางพวกกระเป๋าเดินทางหรือของชิ้นใหญ่ๆได้ด้วยค่ะ

Image 1/2
โซน Service

โซน Service

ต่อมาเราจะพาไปดู โซน Service ที่อยู่อีกฝั่งของห้องกัน โดยจะเป็นห้องน้ำ ห้องครัวและระเบียงนั่นเอง ซึ่งโถงทางเดินกว้างประมาณ 1 เมตร เชื่อมไปยังโซน Service แต่ไม่มีประตูกั้นนะคะ หากใครอยากได้ความเป็นสัดส่วนมากขึ้นก็สามารถกั้นประตูเพิ่มได้ นอกจากนั้นจะมีพื้นที่ว่างระหว่างห้องน้ำและห้องครัวให้เราใช้เป็นพื้นที่ตั้งชั้นวางของต่างๆได้ด้วย

Image 1/5
ห้องน้ำ

ห้องน้ำ

ห้องน้ำ มีขนาด 1.30×2.30 เมตร ภายในห้องน้ำออกแบบแยกพื้นที่ส่วนเปียก-แห้งมาให้ชัดเจน สำหรับพื้นและผนังภายในห้องน้ำเป็นกระเบื้อง ขนาด 30×30 เซนติเมตร

ทางโครงการติดตั้งโถสุขภัณฑ์และสายฉีดชำระ จาก Esther Karat ส่วนอ่างล้างหน้า, ก๊อกน้ำ, ก๊อกยืนอาบพร้อมฝักบัว จาก American Standard สำหรับพื้นที่อาบน้ำกว้าง 0.90 เมตร พร้อมเดินสายไฟสำหรับติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นด้วย แต่ไม่ได้ติดตั้งฉากกั้นกระจกอาบน้ำมาให้ เราจึงหาซื้อติดตั้งเพิ่มเองได้ ช่วยป้องกันไม่ให้น้ำกระเด็นไปเลอะบริเวณอื่นนะ นอกจากนั้นด้านบนก็จะมีพัดลมดูดอากาศมาช่วยระบายอากาศและความชื้นในห้องน้ำด้วยค่ะ

ต่อมาเราจะพาไปดู พื้นที่ครัว กัน แต่ทางโครงการไม่ได้กั้นประตูเป็นห้องครัวแบบปิดนะคะ ถ้าใครที่ชอบทำอาหารบ่อยๆ เราก็ขอแนะนำให้กั้นประตูตรงนี้เพิ่ม เพื่อป้องกันไม่ให้กลิ่นและควันจากการทำอาหารลอยเข้าไปติดเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องนั่นเอง

Image 1/5
ห้องครัวแบบเปิด

ห้องครัวแบบเปิด

ห้องครัวแบบเปิด มีขนาดอยู่ที่ 1.30×2.25 เมตร ปูพื้นเป็นกระเบื้องเซรามิก ขนาด 30×30 เซนติเมตร สามารถทำความสะอาดได้ง่าย ซึ่งทางโครงการจะติดตั้งชุดเคาน์เตอร์ครัวพร้อม Top Counter เป็นหินสังเคราะห์และ Built-in ชั้นวางของด้านบน-ล่าง สำหรับเก็บของใช้ในครัวได้เยอะ อีกทั้งมีพื้นที่บนเคาน์เตอร์กว้าง พร้อมติดตั้งอ่างล้างจาน จาก TEKA และ Backsplash เป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ ขนาด 60×60 เซนติเมตร ช่วยให้เช็ดทำความสะอาดคราบสกปรกจากการทำอาหารได้ง่าย

นอกจากนั้นยังเป็นห้องครัวติดระเบียง จึงมีประตูด้านข้างให้เราเปิดระบายอากาศไปยังด้านนอกได้เลย แบบไม่ต้องเสียเงินติดตั้งเครื่องดูดควันเพิ่มก็ได้ค่ะ นี่จึงเป็นข้อดีของการมีห้องครัวติดระเบียงแบบนี้นะคะ ถูกใจคนที่ชอบทำอาหารจริงจังเลย

ทางโครงการออกแบบ ประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอนเปิดออกไปยังระเบียง ทำให้นอกจากจะช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามาภายในห้องครัวแล้ว ยังใช้เปิดระบายอากาศภายในห้องไปด้านนอกด้วยนั่นเอง

 ระเบียง ขนาดประมาณ 1.05×1.30 เมตร จะปูพื้นเป็นกระเบื้องเซรามิก ขนาด 30×30 เซนติเมตร จึงรักษาทำความสะอาดได้ง่าย ซึ่งเราสามารถใช้เป็นพื้นที่ตั้งเครื่องซักผ้า-ตากผ้า, พื้นที่นั่งเล่นเล็กๆหรือมุมปลูกต้นไม้ได้เหมือนกันนะคะ เพราะทางโครงการได้แขวน Condensing Unit ไว้ด้านบนแล้วนั่นเอง


1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 26 ตร.ม. (Type A2)

Image 1/2
1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 26 ตร.ม. (Type A2)

1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 26 ตร.ม. (Type A2)

ห้องตัวอย่างสุดท้ายที่เราพามาเจาะลึกจะเป็น 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 26 ตร.ม. (Type A2) ถึงแม้จะมีขนาดเท่ากับ Type A1 ที่เราพาไปดูกันมาเมื่อกี้ แต่ Layout การจัดวางฟังก์ชันภายในห้องจะแตกต่างกันค่ะ

โดยแบบห้องนี้จะมี Concept การออกแบบเป็น Good Morning ที่จะวางพื้นที่ครัวอยู่ด้านหน้าห้องเลย เหมาะเอาไว้ทำอาหารเบาๆตอนเช้าได้ง่ายๆ ส่วนจุดเด่นของแบบห้องนี้จะเป็น  “Common Area ขนาดใหญ่” ถูกใจคนที่ชอบพื้นที่พักผ่อนขนาดใหญ่และชอบนั่งเล่น ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ภายในห้องช่วงกลางวัน ส่วนภายในห้องนอนก็ได้ระเบียงส่วนตัว มายืนรับลมชมวิวได้ด้วยนั่นเอง

สำหรับตำแหน่งของแบบห้องนี้จะมีทั้งห้องที่หันออกด้านนอกและหันเข้าด้านใน ทำให้มีตำแหน่งห้องที่ได้วิวส่วนกลางเต็มๆและห้องที่ติดเพื่อนบ้านด้านเดียว ได้ความเป็นส่วนตัวให้เลือกหลายตำแหน่งเลยค่ะ

  • พื้นที่เป็นสัดส่วน ออกแบบแยกโซนพักผ่อนและ Service เป็น 2 ฝั่ง
  • Common Area ขนาดใหญ่ เชื่อมต่อพื้นที่นั่งเล่นและพื้นที่รับประทานอาหารให้ใช้งานได้ต่อเนื่องกัน
  • ห้องครัว เหมาะทำอาหารเบาๆ สามารถกั้นเป็นครัวปิดได้
  • ห้องน้ำ แบ่งโซนแห้ง-เปียกชัดเจน ติดตั้งสุขภัณฑ์มาครบครัน
  • ห้องนอน กั้นแบ่งเป็นส่วนตัว มีพื้นที่ด้านข้างเตียงสำหรับตั้งตู้เสื้อผ้าและแต่งตัว
  • ระเบียงส่วนตัวในห้องนอน แขวน Condensing Unit ไว้ด้านบน มีพื้นที่ด้านล่างทำเป็นมุมต้นไม้ ตั้งเครื่องซักผ้า-ตากผ้า

Image 1/2
ประตูห้องพัก

ประตูห้องพัก

งั้นเรามาเริ่มกันที่ บริเวณด้านหน้าห้อง กันเลย โดยทุกห้องจะได้บานประตูลายไม้หน้าตาแบบนี้เลยนะคะ ส่วน Digital Door Lock ก็สามารถหาซื้อติดตั้งเพิ่มเองได้ นอกจากจะใช้งานได้ง่ายแล้ว ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยภายในห้องด้วยค่ะ

อย่างที่เราได้เกริ่นไปแล้วนะคะว่าทางโครงการออกแบบให้ระดับพื้นของโถงทางเดินต่ำกว่าพื้นของห้องพัก เพื่อป้องกันเวลาน้ำท่วมบริเวณโถงทางเดิน น้ำจะไม่ไหลเข้าไปในห้องพักและโถงลิฟต์โดยสาร รวมถึงออกแบบมี Floor Drain รองรับการระบายน้ำมาให้พร้อมเลยค่ะ นอกจากนั้นยังติดตั้ง Door Seal บริเวณวงกบประตูห้อง เพื่อช่วยลดแรงกระแทกเวลาปิดประตูและช่วยลดเสียงดังรบกวนจากโถงทางเดินด้วย

เมื่อเข้ามาภายในห้องจะเจอกับ พื้นที่ด้านหน้าห้อง ที่ออกแบบเป็นพื้นที่สำหรับชั้นวางรองเท้านั่นเอง

ทางโครงการจะติดตั้ง ชั้นวางรองเท้า 3 ชั้น หน้าตาแบบนี้มาให้ทุกยูนิต ทำให้เราเก็บรองเท้าได้เป็นระเบียบเรียบร้อยดี หรือใครที่มีรองเท้าไม่เยอะก็ใช้เป็นที่เก็บของเหมือนห้องตัวอย่างได้เหมือนกันค่ะ

หากเป็นเราจะหาชั้นวางของและตั้งราวแขวนเสื้อผ้าเพิ่มด้วยนะ ก็ทำให้เวลาเราเข้าห้องมาก็วางพวกบัตร กุญแจหรือกระเป๋าตรงชั้นวางของ รวมถึงแขวนเสื้อคลุมไว้ที่ราวแขวนได้เลยนั่นเอง ก็ทำให้เราใช้ประโยชน์พื้นที่ตรงนี้ได้เต็มที่ดี

ส่วนอีกฝั่งของโซนด้านหน้าห้องจะเป็น พื้นที่ครัว นั่นเองค่ะ โดยทางโครงการไม่ได้มีประตูกั้นเป็นครัวปิดนะคะ ถ้าใครที่ชอบทำอาหารบ่อยๆ เราก็แนะนำให้กั้นเป็นครัวปิดโดยติดตั้งเป็นประตูกระจกบานเลื่อน ทำให้ยังได้ความโปร่งโล่งอยู่และเวลาเปิด-ปิด ตัวบานประตูก็ไม่กินพื้นที่โดยรอบด้วยค่ะ

Image 1/5
ห้องครัว

ห้องครัว

ทางโครงการออกแบบ ห้องครัวแบบเปิด ของห้องนี้อยู่ด้านหน้าห้องเลย ด้วย Concept อย่าง Good Morning ทำให้เหมาะทำอาหารง่ายๆ มื้อเบาๆแบบมื้อเช้าก่อนไปทำงานค่ะ โดยจะมีขนาดอยู่ที่ 1.40×2.00 เมตร ปูพื้นเป็นกระเบื้องเซรามิก ขนาด 30×30 เซนติเมตร จึงทำความสะอาดได้ง่าย พร้อมชุดเคาน์เตอร์ครัวมาให้แล้ว มี Top Counter เป็นหินสังเคราะห์พร้อม Built-in ชั้นวางของด้านบน-ล่าง สามารถเก็บอุปกรณ์และวัตถุดิบทำอาหารได้เยอะ มีพื้นที่บนเคาน์เตอร์ก็กว้าง พร้อมติดตั้งอ่างล้างจาน จาก TEKA และ Backsplash เป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ ขนาด 60×60 เซนติเมตร จึงเช็ดคราบเลอะจากการทำอาหารได้ง่าย รวมถึงเว้นพื้นที่สำหรับตั้งตู้เย็นไว้ให้ด้วย

หากใครที่ใช้งานครัวแบบจริงจัง นอกจากจะกั้นประตูทำเป็นครัวปิด เพื่อป้องกันไม่ให้กลิ่น-ควันจากการทำอาหารลอยเข้าไปติดเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องแล้ว เราแนะนำให้ติดตั้งเครื่องดูดควันเพิ่มเติมด้วยค่ะ เพราะตำแหน่งห้องครัวนี้ที่อยู่โซนด้านหน้าห้องจึงไม่มีช่องหน้าต่างหรือประตูเปิดระบายอากาศไปยังด้านนอกนั่นเอง

Image 1/3
Common Area

Common Area

เราพามาดู Common Area กันต่อเลย โดยมีขนาด 4.35×2.50 เมตร ออกแบบเป็น Open Plan เชื่อมพื้นที่นั่งเล่นและรับประทานอาหารเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ ใช้งานได้ต่อเนื่อง อีกทั้งยังจัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้ยืดหยุ่นตามการใช้งานและได้บรรยากาศโปร่งโล่งภายในห้องด้วยนั่นเอง

ส่วนวัสดุปูพื้นเป็นลามิเนต หนา 8 มล. ที่มีผิวสัมผัสเหมือนไม้จริง ทำให้ได้บรรยากาศเหมาะแก่การพักผ่อน ส่วนผนังห้องจะฉาบเรียบทาสีขาว พร้อมติดตั้งไฟ LED PANEL และมีความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานอยู่ที่ 2.40 เมตร เท่ากับคอนโดทั่วไปค่ะ นอกจากนั้นทางโครงการมีเตรียมสายไฟสำหรับติดตั้งเครื่องปรับอากาศเพิ่มเติมบริเวณ Common Area มาให้ด้วยนะคะ ทำให้เราสามารถติดตั้งได้ง่ายดี

Image 1/5
พื้นที่นั่งเล่น

พื้นที่นั่งเล่น

พื้นที่นั่งเล่น จะมีขนาดประมาณ 2.50×2.60 เมตร ซึ่งทางโครงการจะมีชั้นวางทีวีและโซฟา 2 ที่นั่งพร้อมช่องเก็บของด้านล่างมาให้หน้าตาเหมือนห้องตัวอย่างเลยนะคะ จึงช่วยประหยัดงบตกแต่งห้องไปประมาณนึงค่ะ แต่เราก็สามารถตั้งโต๊ะกลางเล็กๆสำหรับวางหนังสือหรือพวกขนม-กาแฟระหว่างนั่งดูทีวีเพิ่มได้ด้วยนะ มีระยะดูทีวีอยู่ที่ 2.20 เมตร จึงวางทีวีขนาด 40-50 นิ้วได้ค่ะ

เราชอบเฟอร์นิเจอร์ที่ทางโครงการแถมมาให้กับตัวห้องนะคะ เพราะจะมีช่องเล็กช่องน้อยให้เราเก็บของกระจุกกระจิก เพราะพออยู่อาศัยในคอนโดที่มีพื้นที่ขนาดจำกัด การมีพื้นที่เก็บของมาให้เยอะเหมือนโครงการนี้ก็จะช่วยให้พื้นที่ภายในห้องดูเป็นระเบียบเรียบร้อย สะอาดตาดีนั่นเอง

บริเวณด้านข้างของพื้นที่นั่งเล่นจะเป็น พื้นที่รับประทานอาหาร มีขนาดประมาณ 1.70×2.50 เมตร ซึ่งเราจะได้โต๊ะและเก้าอี้ 2 ตัวเหมือนห้องตัวอย่างเลยค่ะ ทำให้ใช้เป็นพื้นที่นั่งรับประทานอาหารหรือนั่งทำงานได้เลย รวมถึงเวลาเรานั่งอยู่ตรงนี้ก็สามารถดูข่าวหรือซีรีส์ไปพร้อมๆกันได้ด้วย

เราสามารถหาพวกต้นไม้มาตั้งเพิ่ม สร้างบรรยากาศสดชื่นภายในห้องได้ด้วยนะ รวมถึงบริเวณผนังห้องก็สามารถติดตั้งเป็นชั้นวางของเล็กๆ ก็ช่วยเก็บของได้เยอะขึ้นเหมือนกันค่ะ

Image 1/5
ห้องน้ำ

ห้องน้ำ

สำหรับ ห้องน้ำ จะอยู่ด้านข้างของ Common Area และอยู่ติดกับห้องนอนด้วย ทำให้ใช้งานได้สะดวกเลยค่ะ โดยมีขนาด 1.30×2.25 เมตร ออกแบบแบ่งโซนแห้ง-เปียกชัดเจน ปูพื้นและผนังห้องน้ำเป็นกระเบื้อง ขนาด 30×30 เซนติเมตร สามารถดูแลและทำความสะอาดได้ง่าย

ทางโครงการเลือกใช้โถสุขภัณฑ์และสายฉีดชำระ จาก Esther Karat ส่วนอ่างล้างหน้า, ก๊อกน้ำ, ก๊อกยืนอาบพร้อมฝักบัว จาก American Standard มีพื้นที่อาบน้ำกว้าง 0.90 เมตร พร้อมเดินสายไฟสำหรับติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นไว้ให้เรียบร้อยเลย ส่วนฉากกั้นกระจกอาบน้ำจะไม่ได้ติดตั้งมาให้นะคะ แต่เราก็สามารถหาซื้อเพิ่มเองได้ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำกระเด็นไปเลอะบริเวณอื่นด้วยค่ะ นอกจากนั้นด้วยตำแหน่งของห้องน้ำที่อยู่ตรงกลางห้องพัก ทำให้ต้องพึ่งพาพัดลมดูดอากาศในการระบายอากาศและความชื้นภายในห้องนั่นเอง

Image 1/3
ประตูกั้นแบ่งระหว่าง Common Area และ ห้องนอน

ประตูกั้นแบ่งระหว่าง Common Area และ ห้องนอน

ทางโครงการมีออกแบบ ประตูกั้นแบ่งระหว่าง Common Area และ ห้องนอน ทำให้เราได้พื้นที่ภายในห้องนอนที่เป็นสัดส่วนและมีความเป็นส่วนตัว นอกจากนั้นการเลือกใช้ประตูกระจกก็ช่วยดึงแสงธรรมชาติจากด้านนอก ผ่านห้องนอนมายัง Common Area ได้บรรยากาศภายในห้องที่ไม่มืดทึบ รวมถึงเราติดผ้าม่านตรงประตูกระจกนี้ พื่อสร้างความเป็นส่วนตัวในห้องนอนเวลาที่มีแขกมาเยี่ยมหรือนอนหลับในตอนกลางคืนได้ด้วย

Image 1/7
ห้องนอน

ห้องนอน

ห้องนอน มีขนาด 2.25×3.25 เมตร ซึ่งทางโครงการจะมีฐานเตียงนอน 5 ฟุตที่มีช่องเก็บของด้านล่าง ให้เก็บหนังสือหรือของกระจุกกระจิกได้ รวมถึงตู้เสื้อผ้าและเครื่องปรับอากาศแบบ Wall Type 1 เครื่อง จาก Panasonic มาให้ด้วยค่ะ โดยจะมีพื้นที่รอบเตียงประมาณ 0.30-0.45 เมตรให้พอยืนเพื่อขึ้น-ลงเตียง เปิด-ปิดผ้าม่านหรือเปลี่ยนผ้าปูที่นอนนั่นเอง ดังนั้นใครอยากติดตั้งทีวีภายในห้องนอน เราก็แนะนำให้เลือกใช้เป็นทีวีแบบแขวนแทนนะ

นอกจากนั้นทางโครงการยังติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับควันหรือความร้อน (Detector) ในระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ภายในห้องนอนมาให้ด้วยนะ หากเกิดเหตุอะไรขึ้นก็มั่นใจได้ว่าเราจะได้ยินเสียงดังแจ้งเตือนแน่นอน

ด้านข้างของห้องนอนจะมี พื้นที่ตั้งตู้เสื้อผ้าและพื้นที่แต่งตัว นะคะ โดยจะมีพื้นที่แต่งตัวด้านหน้าตู้เสื้อผ้าประมาณ 0.80×1.10 เมตร จึงยืนแต่งตัวและเลือกเสื้อผ้าได้ค่ะ

ทางโครงการจะให้ ตู้เสื้อผ้า หน้าตาแบบนี้เลยนะ ภายในตู้จะมีราวแขวนเสื้อพร้อมลิ้นชักและชั้นวางของมาให้ครบ นอกจากนั้นด้านบนตู้เสื้อผ้าจะมีพื้นที่ให้วางกล่องเก็บของหรือกระเป๋าเดินทางได้

ส่วนด้านข้างของพื้นที่แต่งตัวจะเป็น ประตูบานเลื่อน 2 ตอน เปิดออกไปยังระเบียงส่วนตัวค่ะ

Image 1/2
ระเบียงส่วนตัวภายในห้องนอน

ระเบียงส่วนตัวภายในห้องนอน

ระเบียงส่วนตัวภายในห้องนอน มีขนาด 1.05×1.30 เมตร ปูพื้นเป็นกระเบื้องเซรามิก ขนาด 30×30 เซนติเมตร โดยโครงการจะแขวน Condensing Unit อยู่ด้านบน ทำให้เรามีพื้นที่ด้านล่างใช้ตั้งเครื่องซักผ้า-ราวตากผ้า หรือจะทำมุมต้นไม้เล็กๆ เพิ่มวิวสีเขียวภายในห้องนอนก็ได้เหมือนกันค่ะ

แบบแปลน

นอกจาก 1 Bedroom ที่มี 2 Layout ให้เลือกและเราพาไปเจาะลึกกันมาแล้ว โครงการนี้ยังมี 1 Bedroom Plus ให้เลือกด้วย โดยจะมีทั้งหมด 3 Layout ดังนี้

1 Bedroom Plus พื้นที่ใช้สอย 35 ตร.ม. (Type B1)

เมื่อเข้ามาแล้วจะเจอกับพื้นที่นั่งเล่น ได้ช่องแสงด้านข้างเป็นบานเปิด 1 จุด ทำให้ห้องนั่งเล่นมีช่องแสงเพิ่มอีกจุดนั่นเอง ถัดเข้าไปจะเป็นห้องอเนกประสงค์ สามารถจัดเป็นห้องทำงานหรือจัดเป็นห้องนอนรองใส่เตียง 3.5 ฟุต พร้อมตู้เสื้อผ้าเล็กๆได้ ส่วนพื้นที่ครัวจะอยู่ด้านขวาติดกับห้องน้ำ สำหรับห้องนอนจะอยู่ด้านในสุดของห้องเหมือนกัน มีระเบียงส่วนตัวภายในห้องนอนนี้ด้วย

1 Bedroom Plus พื้นที่ใช้สอย 35 ตร.ม. (Type B2)

แบบห้องนี้จะมีเฉพาะอาคาร B และ C นะคะ โดยเป็นแบบห้องหน้ากว้าง ทำให้ได้พื้นที่ห้องนั่งเล่นแบบหน้ากว้างติดระเบียง เปิดรับวิวและแสงธรรมชาติได้เยอะดี ส่วนพื้นที่ครัวจะอยู่ด้านหน้าห้องใกล้ๆกับห้องน้ำ สำหรับอีกฝั่งของห้องจะเป็นห้องอเนกประสงค์พร้อมช่องแสงเล็กๆ ซึ่งเราสามารถเปิดประตูบานเลื่อนของห้องนี้ เพื่อให้ได้พื้นที่เชื่อมต่อระหว่าง Common Area และห้องอเนกประสงค์เป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ได้ด้วยค่ะ ถัดมาจะเป็นห้องนอน พร้อมเตียง 5 ฟุตและตู้เสื้อผ้า

1 Bedroom Plus พื้นที่ใช้สอย 35 ตร.ม. (Type B3)

แบบห้องนี้ก็เป็น Layout แบบหน้ากว้างเหมือนกัน เมื่อเข้ามาจะเจอ Common Area ส่วนด้านขวาเป็นโซนครัวติดกับช่องแสง จึงกั้นเป็นครัวปิดได้ไม่ต้องกังวลเรื่องการระบายอากาศ ส่วนห้องอเนกประสงค์จะมีระเบียงในตัว สำหรับห้องนอนก็กว้างอยู่ติดกับห้องน้ำใช้งานได้ง่าย ซึ่งแบบห้องนี้จะมีเฉพาะอาคาร A เท่านั้นค่ะ

ราคา

GOOD DAY Sukhumvit 93 (กู๊ดเดย์ สุขุมวิท 93) ราคาเท่าไหร่ (ณ วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569)

ราคาผ่อนต่อเดือนยกตัวอย่างจาก ดอกเบี้ย 4% ระยะเวลาผ่อน 30 ปี*
สามารถคลิกดูอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันได้ที่ >> อัปเดต! ดอกเบี้ยบ้าน 2568 ทุกธนาคาร

  • 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 26 ตร.ม. เริ่ม 1.79 ล้านบาท
    – ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 8,545.73 บาท
    – ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 936 บาทต่อเดือน
    – ค่ากองทุนเริ่มต้น 14,300 บาท
  • 1 Bedroom Plus พื้นที่ใช้สอย 35 ตร.ม. เริ่ม 2.49 ล้านบาท
    – ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 11,887.64 บาท
    – ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 1,260 บาทต่อเดือน
    – ค่ากองทุนเริ่มต้น 19,250 บาท
  • รูปแบบการขาย Fully Furnished ได้แก่ ชั้นวางรองเท้า, โซฟา มีช่องเก็บของด้านล่าง, ชั้นวางทีวี, เคาน์เตอร์ครัว, โต๊ะทานอาหาร พร้อมเก้าอี้ 2 ตัว, ฐานเตียง 5 ฟุต มีช่องเก็บของด้านล่างและตู้เสื้อผ้า(ดีไซน์เฟอร์นิเจอร์อาจกแตกต่างกันบ้างโดยจะขึ้นอยู่กับแบบห้อง)
  • จอง 5,000 บาท
  • ทำสัญญา 5,000 บาท
  • ค่ากองทุน 550 บาท/ตร.ม. (จ่ายครั้งเดียว)
  • ค่าส่วนกลาง 36 บาท/ตร.ม./เดือน
  • Promotion : ลงทะเบียนรับแพ็กเกจพร้อมอยู่ มูลค่า 100,000 บาท* ภายใน 31 ธ.ค. 2569

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ

Tips : แนะนำการขอสินเชื่อกับธนาคาร 

เกณฑ์การพิจารณาการขอสินเชื่อจากธนาคาร ควรมีเงื่อนไขตรงกับข้อไปนี้ค่ะ

  • มีรายรับชัดเจน สม่ำเสมอ(ไม่ผันผวน) ต่อเนื่องนานกว่า 6 เดือน และสามารถตรวจสอบได้
  • ควรมีภาระหนี้รวมทั้งหมด (ทั้งบ้าน รถยนต์ บัตรเครดิต และอื่นๆ) ไม่เกิน 40% ของรายได้ต่อเดือน
  • มีรายได้ต่อเดือนมากกว่าค่าผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน 3 เท่าขึ้นไป

หากต้องการผ่อนบ้านให้หมดไว แนะนำให้โปะเพิ่มประมาณ 10% ของงวดผ่อน จะช่วยลดระยะเวลาผ่อนลงได้ 4 – 7 ปี (ขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ย) และควร Refinance หรือ Retention เพื่อให้ดอกเบี้ยลดลงทุกๆ 3 ปี ทั้งนี้อย่าลืมเผื่อค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและตกแต่ง*ก่อนเข้าอยู่เพิ่มเติมด้วยนะคะ

บทสรุป

ทำเล :

โครงการ GOOD DAY สุขุมวิท 93 ตั้งอยู่ภายในซอยสุขุมวิท 93 ที่สามารถเข้า-ออกได้ทั้งจากถนนสุขุมวิทและถนนอ่อนนุช อีกทั้งยังเป็นย่านที่มีคอนโดอยู่หลายแห่ง เพราะเดินทางได้ง่าย มีรถไฟฟ้า BTS และทางด่วนอยู่ไม่ไกล ส่วนภาพรวมโดยรอบโครงการก็เป็นโซนที่อยู่อาศัยหนาแน่น จึงมีความอุดมสมบูรณ์โดยรอบค่อนข้างคึกคัก โดยเฉพาะ Hypermarket รอบโครงการที่มีอยู่หลายแห่งในระยะเดินอย่าง Lotus’s Go Fresh, 7-11, BigC Mini, CJ MORE รวมถึงพวกห้าง โรงพยาบาลและสถานศึกษาก็อยู่ในระยะ 5 กิโลเมตร

การเดินทางโดยใช้รถ :

สามารถลัดเลาะออกได้ทั้งสุขุมวิทและอ่อนนุช รวมถึงเชื่อมต่อถนนศรีนครินทร์และถนนบางนา-ตราดได้ อีกทั้งยังใกล้ทางพิเศษเฉลิมมหานคร ด่านสุขุมวิท 62 เพียง 2.5 กิโลเมตร จึงเดินทางเข้า-ออกเมืองได้ง่าย จะเข้าเมืองไปทางพระโขนงหรือออกไปทางบางนาก็สะดวกค่ะ ส่วนพื้นที่จอดรถในโครงการเป็นแบบ Conventional คิดเป็น 31% ไม่รวมซ้อนคัน ถือว่าเป็นไปตามมาตรฐานของระดับราคาคอนโด

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ :

ตัวโครงการอยู่ห่างจาก BTS บางจาก 1.3 กิโลเมตร ทำให้ทางโครงการมี Shuttle Bus รถบริการรับ-ส่งจากโครงการไปยัง BTS บางจากจำนวน 1 คัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกบ้าน แต่บริเวณปากซอยสุขุมวิท 93 และ 95 จะมีทั้งซุ้มวินมอเตอร์ไซค์และรถกระป้อให้ใช้บริการกันได้

วัสดุ :

รูปแบบการขายแบบ Fully Furnished เราจึงซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า ชุดเครื่องนอนและติดตั้งเครื่องปรับอากาศเพิ่มบริเวณ Common Area ก็ย้ายเข้าอยู่ได้เลย ส่วนวัสดุได้ตามมาตรฐานระดับราคา พื้นห้องเป็นพื้นไม้ลามิเนต 8 มม. ผนังและฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสี มีไฟ LED PANEL ติดตั้งสุขภัณฑ์ในห้องน้ำจาก Esther Karat และ American Standard แต่มีความน่าสนใจตรงเฟอร์นิเจอร์ที่ทางโครงการแถมมาจะมีช่องเก็บของกระจุกกระจิกได้เยอะ

การออกแบบ :

โครงการมีจำนวน 604 ยูนิต + ร้านค้า 1 ยูนิต แบ่งออกเป็น 3 อาคาร มีอาคารละประมาณ 175-243 ยูนิต เพื่อกระจายความหนาแน่นและได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น สำหรับผังโครงการเป็นการจัดวางทั้ง 3 อาคาร โอบล้อมพื้นที่สวนตรงกลาง ทำให้ห้องพักส่วนนึงหันเข้ามาด้านในเปิดรับวิวส่วนกลางสวยๆ โดยพื้นที่ส่วนกลางส่วนใหญ่จะอยู่ที่อาคาร B จึงเหมาะกับคนที่ชอบใช้งานส่วนกลางบ่อยๆ ส่วนอาคาร A และ C จะเป็นห้องพักอาศัยทั้งหมดเลยและมีพื้นที่สวนตรงดาดฟ้า จึงเหมาะกับคนที่ชอบความสงบและเป็นส่วนตัว

ตัวห้องจะมี 1 Bedroom และ 1 Bedroom Plus ตามมุมตึก มีห้องอเนกประสงค์ปรับเปลี่ยนฟังก์ชันได้ จึงอยู่ 1-2 คนได้สบายๆ มี Layout ห้องลงตัว เป็นสัดส่วน ใช้งานง่าย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายทั้งคนชอบทำอาหารและคนที่ชอบพื้นที่นั่งเล่นใหญ่ๆ นอกจากนั้นยังตกแต่งแบบ Fully Furnished ได้ของมาค่อนข้างครบค่ะ

สาธารณูปโภค :

พื้นที่ส่วนกลางมีมาให้ครบครัน แต่ไม่ได้มีพื้นที่ใหญ่มากนัก เน้นใช้งานได้จริง โดยส่วนใหญ่จะอยู่ที่ชั้น 1 ของอาคาร B ทั้งพื้นที่ต้อนรับ นั่งพักผ่อน-ทำงาน รวมถึงสระว่ายน้ำและพื้นที่สวนสีเขียว ส่วนชั้น 2 ของอาคาร B จะเป็น Fitness ให้มาใช้งานกันได้ นอกจากนั้นจะมีพื้นที่สวนสีเขียวให้มาเดินเล่นที่ชั้นดาดฟ้าของอาคาร A และ C ด้วย ซึ่งเป็นอีกจุดที่น่าสนใจเพราะโครงการเพื่อนบ้านในระดับเดียวกัน จะมีพื้นที่ส่วนกลางให้ใช้งานแค่ชั้น 1 เท่านั้น ทำให้ลูกบ้านของโครงการนี้มีพื้นที่เดินเล่นหลายจุดดี

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับช่วงราคาเฉลี่ยแบบทั้งโครงการ AVG 69,000 บาท/ตร.ม., 23 กุมภาพันธ์ 2569

ECONOMY CLASS

หมวดหมู่ คะแนน
หมายเหตุ
ทำเล 7.5/10 อยู่ในชุมชน มีความอุดมสมบูรณ์รายล้อม Hypermarket หลากหลายในระยะเดิน
เดินทางด้วยรถยนต์ 7.75/10 ใกล้ถนนสุขุมวิท เข้าออกได้หลายทาง ใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วน
เดินทางด้วยรถสาธารณะ 7.25/10 ใกล้ BTS บางจาก 1.3 กม. มี Shuttle Service และภายในซอยมีรถกระป้อและวินมอเตอร์ไซค์เยอะ
วัสดุ 8/10 Fully Furnished ออกแบบมีที่เก็บของเยอะ
การออกแบบ 7.75/10 ผังโครงการโอบล้อมส่วนกลาง เน้นห้อง 1 Bedroom อยู่ 1-2 คน ได้ฟังก์ชันครบเป็นสัดส่วน
สาธารณูปโภค 7.5/10 ส่วนกลางครบครัน พร้อม Rooftop Garden บนชั้นดาดฟ้า
รวมคะแนน 7.6 จาก 10 คะแนน

GOOD DAY Sukhumvit 93 (กู๊ดเดย์ สุขุมวิท 93) ดีไหม?

โครงการ GOOD DAY สุขุมวิท 93 เหมาะกับคนที่มองหาคอนโดใกล้เมือง เดินทางสะดวก ราคาจับต้องง่าย สำหรับอยู่อาศัย 1-2 คน รวมถึงกลุ่มคนที่อยากเปลี่ยนจากการเช่ามาซื้อคอนโดอยู่เอง เพราะตั้งอยู่ใกล้ BTS บางจาก ไม่ไกลจากทางด่วน มีความอุดมสมบูรณ์โดยรอบคึกคัก จึงอยู่ได้อย่างสะดวกสบาย อีกทั้งยังมีแบบห้อง 1 Bedroom พร้อมห้องแต่งครบ และพื้นที่ส่วนกลางให้ใช้งานครบครัน มีงบประมาณเริ่มต้นที่ 1.79-2.49 ล้านบาทหรือมีกำลังผ่อนต่อเดือนที่ 8,545.73-11,887.64 บาท

ตัวอย่างโครงการคอนโดบางจาก


Think of Living รวบรวมมาให้แล้ว!

โครงการเปิดใหม่ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮมและคอนโดมิเนียม ในทำเลทั่วกรุงเทพและปริมณฑล ในทุกๆเดือนย้อนหลัง ใครที่กำลังมองหาบ้านห้ามพลาด อาจจะมีโครงการในราคาและทำเลที่เพื่อนๆ ตามหาอยู่ก็เป็นได้นะ

เข้ามาชมบทความรายเดือนได้เลย คลิกที่นี่