รีวิวโครงการ

คอนโดใหม่ ซ.คอนแวนต์ ใกล้ BNH & รร.เซนต์โยฯ | ROMM Convent | คิดเรื่องอยู่ EP.759

18 เมษายน 2024

อ่านรีวิวล่าสุด

ROMM Convent (รมย์ คอนแวนต์) คอนโด High Rise บนทำเลใจกลาง CBD ติดถนนคอนแวนต์ เชื่อมถนนสีลม-สาทร ตัวโครงการตั้งอยู่ตรงข้าม BNH Hospital เยื้องกับโรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์ ตลอดแนวถนนเรียงรายด้วยต้นไม้ทั้ง 2 ฝั่ง ได้บรรยากาศรื่นรมย์สมชื่อโครงการเลยค่ะ โดย 2 Bedroom มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 20 ล้านบาท จะมีรายละเอียดอะไรที่น่าสนใจบ้าง ตามอ่านกันต่อได้เลยค่ะ

  • คอนโดใจกลางเมือง คึกคักสูง เดินทางเชื่อมต่อสะดวก ใกล้ทางด่วนเฉลิมมหานครและทางด่วนศรีรัช เดินไป BTS และ MRT ได้ในระยะ 500 เมตร ใกล้ๆโครงการมี Park Silom, Silom Complex และ Silom Edge อีกทั้งใกล้สวนลุมพินีและ Mega Project อย่าง One Bangkok และ Dusit Central Park ด้วย
  • ที่จอดรถมากถึง 113% เป็นจำนวนที่จอดรถมากสุด เมื่อเทียบกับคอนโดในทำเลเดียวกัน
  • เน้นความเป็นส่วนตัว เป็นคอนโด High Rise ที่มีจำนวน 175 ยูนิต มีหลายห้องที่ติดกับเพื่อนบ้านข้างเดียว ออกแบบประตูไม่เปิดชนกันและมีจำนวนยูนิตต่อชั้นมากสุดเพียง 8 ยูนิต
  • แบบห้องใหญ่ ฟังก์ชันลงตัว อยู่ได้ตั้งแต่ 1-2 คนไปจนถึงครอบครัวใหญ่พร้อมแม่บ้านส่วนตัว เน้นพื้นที่นั่งเล่นในห้องกว้าง ได้ห้องแบบ Fully Fuitted พร้อมชุดครัวและเฟอร์นิเจอร์ Built-in ในบางส่วน
  • สิทธิพิเศษระดับ VVIP จาก BNH Hospital ได้รับส่วนลดค่าบริการและใช้บริการได้ ณ โครงการ, BNH Hospital และแอปพลิเคชัน BeDee Powered By BDM

ข้อมูลโครงการ

ROMM Convent (รมย์ คอนแวนต์) ณ วันที่ 28 มีนาคม 2567

 ชื่อโครงการ  ROMM Convent (รมย์ คอนแวนต์)
 ชื่อผู้ประกอบการ  บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน)
 SEGMENT CLASS  LUXURY CLASS (รายละเอียดของ Segment คอนโดปี 2023 )
 โครงการตั้งอยู่  ถนนคอนแวนต์ แขวงสีลม เขตบางรัก
 ที่ดิน  1–2–40.7 ไร่
 ประเภทคอนโด  High Rise 32 ชั้น 1 อาคาร
 จำนวนยูนิต  175 ยูนิต
 ยูนิตต่อชั้นสูงสุด   8 ยูนิต
 ที่จอดรถ  198 คัน คิดเป็น 113% แบ่งเป็นที่จอดแบบ Automatic Parking 192 คัน และที่จอดแบบปกติ 6 คัน (รวมที่จอดรถคนพิการ)
 เริ่มก่อสร้าง  ปี 2566
 คาดว่าจะแล้วเสร็จ  ปี 2569
 ประเภทห้องพัก
  • 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 34.5-51 ตร.ม. (Sold Out)
  • 1 Bedroom Plus พื้นที่ใช้สอย 60 ตร.ม.
  • 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 84-128 ตร.ม.
  • 2 Bedroom Plus พื้นที่ใช้สอย 117 ตร.ม.
  • La foret Villa (2 Bed 2 Bath) พื้นที่ใช้สอย 128 ตร.ม.
  • 3 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 147-192 ตร.ม. (Sold Out)
  • Duplex 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 97 ตร.ม.
  • Junior Penthouse พื้นที่ใช้สอย 182 ตร.ม. (Sold Out)
  • Penthouse พื้นที่ใช้สอย 418-468 ตร.ม.

 ฝ้าเพดานสูง  2.60-3.00 เมตร
 ราคาเริ่มต้น  18.6-163.7 ล้านบาท
 ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการ  ประมาณ 280,000 บาท/ตร.ม.
 ช่วงราคาต่อตารางเมตร(ต่ำสุด-สูงสุด)  n/a
 EIA (ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) ผ่าน EIA แล้ว
 เว็บไซต์โครงการ คลิกที่นี่
 เบอร์โทร  02-026-8999

 

ทำเลที่ตั้ง

Highlight

  • ตั้งอยู่บนถนนคอนแวนต์ ทำเลใจกลาง CBD สีลม-สาทร บรรยากาศภายในซอยร่มรื่นด้วยต้นไม้ทั้ง 2 ฝั่งถนน
  • ใกล้ Interchange Station ของ BTS สายสีเขียวอ่อนและ MRT สายสีน้ำเงิน เป็นตัวเลือกในการเดินทาง มีระยะเดินอยู่ที่ 500 เมตร
  • ใกล้ทางด่วนเฉลิมมหานครและทางด่วนศรีรัช ในระยะประมาณ 2-4 กิโลเมตร สามารถเดินทางเข้า-ออกเมืองได้สะดวก
  • ทำเลความคึกคักสูง อยู่ตรงข้ามกับ BNH Hospital และเยื้องกับโรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์ โดยรอบมีอาคารสำนักงาน โรงแรมหรูระดับ 5 ดาว โรงพยาบาล โรงเรียนเอกชนชื่อดังหลายแห่ง และร้าน Street Food ไปจนถึง Fine dining หรือ Michelin Star เลย
  • Mega Project ขนาดใหญ่ในอนาคต ได้แก่ One Bangkok และ Dusit Central Park ที่เป็นโครงการ Mixed-use ช่วยเพิ่มสีสันความน่าอยู่อาศัยในโซนนี้ คาดเปิดปี 2567

พิกัด Google Maps : 13.724426679032694, 100.53468646812847
หรือสามารถ :  คลิกที่นี่

แผนที่จากทางโครงการค่ะ

ROMM Convent (รมย์ คอนแวนต์) ตั้งอยู่ทำเลใจกลาง CBD บนถนนคอนแวนต์ อยู่ตรงข้ามกับ BNH Hospital เยื้องกับโรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์ โดยซอยนี้จะเชื่อมระหว่างถนนสีลมและสาทรเข้าด้วยกัน เดินทางไปไหนมาไหนได้สะดวกมากๆ เชื่อมไปถนนพระราม 4 ถนนนราธิวาส ถนนวิทยุ ถนนพญาไทและถนนเจริญกรุงได้ มีรถไฟฟ้า Interchange Station ของ BTS สายสีเขียวอ่อนและ MRT สายสีน้ำเงิน เป็นตัวเลือกในการเดินทาง สถานีที่ใกล้ที่สุดคือ BTS ศาลาแดงและ MRT สีลม มีระยะเดินอยู่ที่ 500 เมตร

ความอุดมสมบูรณ์ของโครงการมีความคึกคักสูง โดยเฉพาะตอนกลางวัน ด้วยที่ตั้งโครงการที่ถือเป็นศูนย์กลางธุรกิจมีอาคารสำนักงาน โรงแรมหรูระดับ 5 ดาว โรงพยาบาลชั้นนำอย่าง BNH Hospital ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของโครงการแล้ว ยังมีโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์, โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียนและโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ รวมถึงโรงเรียนเอกชนชื่อดังหลายแห่งทั้งโรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์, St.Andrews International School, โรงเรียนอัสสัมชัญ (แผนกประถม) และโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย

จากโครงการเดินไปทางถนนสีลม ก็จะผ่าน Park Silom โครงการ Mix used ถัดไปจะเป็น Silom Complex ห้างสรรพสินค้ามีร้านค้า ร้านอาหารอยู่หลากหลาย และ Silom Edge ที่เพิ่งเปิดใหม่ พร้อมร้านที่เปิดรองรับ 24 ชม.ด้วย ทำให้โซนนี้มีทั้งร้านอาหารตั้งแต่ Street Food ไปจนถึง Fine dining หรือ Michelin Star เลย อีกทั้งใกล้สวนสาธารณะขนาดใหญ่อย่างสวนลุมพินี ให้เรามาเปลี่ยนบรรยากาศการออกกำลังกายได้ด้วย

นอกจากนั้นยังมี Mega Project ขนาดใหญ่หลายโครงการที่ทำให้เส้นพระราม 4 คึกคักสูง เพิ่มมูลค่าที่ดินของโซนนี้และความน่าอยู่อาศัยมากยิ่งขึ้น อย่างตรงแยกวิทยุเป็น “One Bangkok” ที่ประกอบด้วยอาคารสำนักงาน โรงแรมหรู ที่พักอาศัยระดับ Ultra Luxury ธุรกิจค้าปลีก พื้นที่พักผ่อน พื้นที่ศิลปะและวัฒนธรรม รวมถึงพื้นที่สีเขียว ส่วนตรงหัวมุมแยกสีลมเป็น “Dusit Central Park” โครงการ Mix-Used ระหว่างโรงแรม คอนโดมิเนียม ศูนย์การค้าและออฟฟิศ ซึ่งทั้ง 2 โครงการ มีกำหนดสร้างเสร็จบางส่วนในปี 2567

หากใครที่ต้องใช้เส้นทางด่วนก็มีให้เลือกใช้ 2 เส้นทางด้วยกัน คือ

  • ทางด่วนเฉลิมมหานคร จุดขึ้น-ลงทางด่วนที่ใกล้สุด คือ ด่านแยกพระราม 4 มีระยะห่างจากโครงการ 2.4 กิโลเมตร หรือไปวิ่งลัดไปถนนนางลิ้นจี่ เพื่อขึ้นที่ด่านเลียบแม่น้ำก็ได้เหมือนกัน  มีระยะห่าง 4 กิโลเมตรค่ะ
  • ทางด่วนศรีรัช มีจุดขึ้น-ลง 2 จุดที่อยู่ใกล้โครงการ ได้แก่ บริเวณถนนสุรวงศ์-ถนนสีลม ห่าง 2.4 กิโลเมตร หรือบริเวณถนนจันทน์ที่มีระยะห่าง 2.7 กิโลเมตร

สภาพแวดล้อมรอบโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้

สภาพแวดล้อมโดยรอบโครงการ ROMM Convent (รมย์ คอนแวนต์) ที่ถึงแม้จะอยู่ใจกลางสีลม-สาทร ที่มีอาคารสูงอยู่ค่อนข้างหนาแน่น แต่บริเวณโดยรอบโครงการไม่มีอาคารสูงมาบล็อกวิวในระยะใกล้เลย ทางฝั่งทิศตะวันออก, ทิศใต้ และตะวันตก ค่อนข้างโปร่งโล่งเลยค่ะ แต่สำหรับห้องฝั่งทิศเหนือในชั้นล่างๆจะถูกบล็อกวิวบางส่วน เพราะใกล้อาคารสำนักงานสูง 14 ชั้น แต่หากชั้นที่ 15 เป็นต้นไป ก็จะพ้นระยะความสูงแล้ว ทำให้ได้วิวมุมกว้างค่ะ

  • ทิศเหนือ – สำนักงานสูง 14 ชั้น
  • ทิศตะวันออก – ถนนคอนแวนต์ และ BNH Hospital สูง 8 ชั้น
  • ทิศใต้ – อาคารพาณิชย์สูง 3-4 ชั้น
  • ทิศตะวันตก – ที่ดินเปล่าและอาคารจอดรถสูง 6 ชั้น

เดินทางไปโครงการด้วยเส้นถนนสาทร ให้เลี้ยวซ้ายเพื่อเข้าสู่ถนนคอนแวนต์ค่ะ

บรรยากาศโดยรอบของถนนคอนแวนต์จะมีต้นไม้สีเขียวตลอดสองฝั่งถนน ให้บรรยากาศร่มรื่นดี

ภาพบรรยากาศด้านหน้าโครงการ จะอยู่ติดกับถนนคอนแวนต์เลย

ภาพบรรยากาศด้านหน้าโครงการ เมื่อมองไปฝั่งตรงข้ามจะเป็น BNH Hospital นั่นเอง

ภาพบรรยากาศด้านหน้าโครงการ เมื่อมองไปทางทิศใต้

ภาพบรรยากาศด้านหน้าโครงการ เมื่อมองไปทางทิศเหนือ

อย่างที่บอกไปนะคะว่าตัวโครงการจะอยู่ตรงข้ามกับ BNH Hospital เวลาเจ็บป่วยอะไรก็สามารถไปหาหมอได้เลย รวมถึงลูกบ้านของโครงการยังได้สิทธิพิเศษระดับ VVIP ด้วย

เดินไปไม่ไกลประมาณ 190 เมตร จะเจอกับโรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์ ทำให้น้องๆนักเรียนมาโรงเรียนได้สะดวก ไม่ต้องตื่นเช้า ฝ่ารถติดเพื่อเดินทางมาโรงเรียนให้ทัน

Image 1/8
Sales Gallery

Sales Gallery

Sales Gallery ของโครงการจะอยู่คนละตำแหน่งกับที่ตั้งโครงการนะคะ สำหรับใครที่เดินทางมาสอบถามข้อมูลโครงการและดูห้องตัวอย่าง จะต้องเดินทางมา Sale Gallery ที่ตั้งอยู่ในซอยสาทร 6 ค่ะ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

Lifestyles Mall & Office

  • Park Silom ~ 400 เมตร
  • The Commons Silom Saladaeng ~ 700 เมตร
  • Silom Complex ~ 1.1 กิโลเมตร
  • One Bangkok ~ 1.4 กิโลเมตร
  • Dusit Central Park ~ 1.6 กิโลเมตร
  • Silom Edge ~ 1.8 กิโลเมตร
  • Central World ~ 3.7 กิโลเมตร
  • Siam Paragon ~ 3.9 กิโลเมตร

โรงพยาบาล

  • BNH Hospital ~ 50 เมตร
  • โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ ~ 1.3 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน ~ 2.0 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ~ 2.3 กิโลเมตร

โรงเรียน

  • โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์ ~ 190 เมตร
  • St.Andrews International School ~ 550 เมตร
  • โรงเรียนอัสสัมชัญ (แผนกประถม) ~ 1.6 กิโลเมตร
  • โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ~ 1.7 กิโลเมตร
  • จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ~ 3.0 กิโลเมตร

สวนสาธารณะ

  • สวนลุมพินี ~ 1.9 กิโลเมตร
  • สวนเบญจกิติ ~ 4.3 กิโลเมตร

รายละเอียดโครงการ

Highlight

  • คอนโด High Rise 175 ยูนิต ได้ความเป็นส่วนตัวสูง เมื่อเทียบกับโครงการเพื่อนบ้าน ถือว่าเป็นโครงการที่มียูนิตน้อยกว่า ลูกบ้านจึงได้ความเป็นส่วนตัวมากกว่า
  • ที่จอดรถมากถึง 113% เป็นจำนวนที่จอดรถมากสุด เมื่อเทียบกับคอนโดในทำเลเดียวกัน ซึ่งเหมาะกับลูกบ้านของโครงการระดับนี้ที่เน้นใช้รถยนต์ส่วนตัวกันอยู่แล้ว
  • The Sky Retreat ออกแบบส่วนกลางหลักอยู่ชั้นบนสุด ทำให้ได้วิวเมืองเปิดโล่งรอบด้าน มีพื้นที่นั่งพักผ่อนแบบ Semi Outdoor และสวนสีเขียวอยู่หลายจุด
  • สิทธิพิเศษระดับ VVIP จาก BNH Hospital ได้รับส่วนลดค่าบริการและสามารถใช้บริการได้ ณ โครงการ, BNH Hospital และแอปพลิเคชัน BeDee Powered By BDM

ROMM Convent (รมย์ คอนแวนต์) เป็นคอนโด High Rise สูง 32 ชั้น ตั้งอยู่ติดถนนคอนแวนต์บนที่ดินประมาณ 1 ไร่ครึ่ง ตรงข้ามกับ BNH Hospital และเยื้องกับโรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์ โดยมีจำนวนยูนิตห้องพักอาศัยเพียง 175 ยูนิต และเป็นโครงการใจกลางเมืองที่ได้จำนวนที่จอดรถ 113% ซึ่งมีจำนวนมากที่สุดในย่านเลยค่ะ

แนวคิดการออกแบบโครงการเป็น LUXURY WELLNESS RESIDENCES เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีและยืนยาวในทุกมิติทั้ง LIVE WELL และ LIFE โดยทางโครงการออกแบบทั้งอาคาร พื้นที่ส่วนกลางและห้องพักอาศัยที่สามารถอยู่อาศัย ใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขกาย สบายใจเลย

  • LIVE ด้วยแนวคิด Biological Design เป็นการผสมผสานระหว่างธรรมชาติและความลงตัวของที่อยู่อาศัย ทางโครงการออกแบบพื้นที่สีเขียวทั้งภายนอกและภายในโครงการรวมกว่า 900 ตร.ม. ที่เป็นพื้นที่สีเขียวให้มาใช้งานแล้ว ยังเพิ่มบรรยากาศรื่นรมย์สมชื่อโครงการ รวมถึงมี Sensory Garden ที่ออกแบบส่งเสริมประสาทสัมผัสทั้ง 5 อย่างด้วย
  • WELL เกิดจากความร่วมมือกับ BNH Hospital ที่ให้สิทธิพิเศษในการบริการดูแลรักษาลูกบ้านของโครงการแบบ VVIP อีกทั้งยังมี Proud Health Butler เป็น Concierge Services 24 ชม. และแอปพลิเคชันบริการดูแลสุขภาพอย่าง BeDee Powered By BDM
  • LIFE ใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบายบนทำเลใจกลาง CBD เดินทางง่าย มีส่วนกลางมาครบครันและมีฟังก์ชันที่เชื่อมโยงกับทำเลอย่าง Co-working space, Teens Club ให้น้องๆนักเรียนมีพื้นที่เรียนหรือพื้นที่นั่งทำงาน และการอยู่ใกล้โรงพยาบาลก็มีฟังก์ชันที่เน้นการดูแลสุขภาพ เช่น Wellness Lounge และ FitLab Cafe and Co-working Space เป็นต้น นอกจากนั้นตัวห้องพักอาศัยก็มีขนาดใหญ่ อยู่อาศัยทั้งครอบครัวได้สบายๆ และเลือกใช้วัสดุคุณภาพดีอีกด้วย

การจัดฟังก์ชันส่วนกลางภายในโครงการ สรุปได้ดังนี้

  • ชั้น Basement 1.1-1.7 : ที่จอดรถแบบอัตโนมัติ
  • ชั้น 1 : Lobby, FitLab Cafe and Co-working Space, Sensory Garden และ EV Station 2 Slots
  • ชั้น 2 : Library & Wellness Lounge, Consultation Room และ Teens Club (Music and Study Room)
  • ชั้น 3-27 : ชั้นห้องพักอาศัย
  • ชั้น 28-29 : ชั้นห้องพักแบบ Penthouse
  • ชั้น 30 : Active Swimming Pool ระบบเกลือ ขนาด 5×25 เมตร ลึก 1.30 เมตร, Kids Pool ขนาด 2.00 x 4.00 เมตร ลึก 0.30 เมตร, Hydrotherapy Pond (Jacuzzi) และ Fitness
  • ชั้น 31 : Family Onsen, Aqua Symphony (Spa Area), Treatment Room, Recreation Yard, Wellness Studio (Yoga & Pilates), Meditation Pod
  • ชั้น 32 : Sky Lounge (Art & Craft Therapy), Sensory Playground และ Relax Seating Area
  • ชั้น Rooftop : BBQ Yard, Skyline Viewing Seat และ Multi-purpose Lawn


ชั้น Basement 1.1-1.7

Image 1/7
ชั้น Basement 1.1

ชั้น Basement 1.1

ROMM Convent (รมย์ คอนแวนต์)  มีที่จอดรถเป็นแบบ Automatic Parking สามารถจอดรถได้ 192 คัน หากรวมกับที่จอดแบบปกติ 6 คัน (รวมที่จอดรถคนพิการ) จำนวนที่จอดรถของโครงการเท่ากับ 113% ถ้าเทียบกับโครงการเพื่อนบ้านแล้วก็ถือว่าให้มามากสุดในย่านด้วยค่ะ ซึ่งเรามองว่าเหมาะสมมากๆกับการที่ได้จำนวนพื้นที่จอดรถเยอะ เพราะลูกบ้านของโครงการระดับนี้ก็เน้นใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นหลักอยู่แล้วนั่นเอง

Automatic Parking ของโครงการจะเป็นถาดวงกลมให้ขับรถมาจอด แล้วค่อยให้หุ่นยนต์มายกรถยนต์เข้าไปในลิฟต์และหาช่องจอดที่ว่าง ทำให้ลูกบ้านจอดรถได้ง่าย ไม่ต้องขับไปจอดในพื้นที่แคบๆ และเปิดประตูลงจากรถหรือหยิบของ ยกของได้ง่าย ไม่ต้องคอยระวังเวลาเปิดประตูรถไปชนกับผนังค่ะ

ชั้น 1เราพามาดูกันที่ชั้น 1 ของโครงการกัน ทางเข้า – ออกของโครงการอยู่ติดถนนคอนแวนต์เลย เมื่อเข้ามาจะเจอกับป้อม รปภ. อยู่ทางด้านขวาของประตูโครงการ คอยดูแลรักษาความปลอดภัยภายในโครงการ พร้อม CCTV ส่วนกลางกระจายอยู่ทั่วโครงการจำนวน 130 จุด ส่วนทางด้านซ้ายประตูจะเป็น Sensory Garden พื้นที่สีเขียวเป็นเหมือนจุดพักสายตาให้ความรื่นรมย์สมชื่อโครงการตั้งแต่เข้ามาภายในโครงการเลยค่ะ

เมื่อเราขับเข้ามาด้านในจะเจอกับพื้นที่ Drop Off รับส่งลูกบ้าน พร้อมกับ Lobby ที่แยกการใช้งานออกเป็น 2 ห้อง แบ่งเป็น Lobby Reception สำหรับต้อนรับแขกและติดต่อกับทางโครงการ ส่วน Lobby Lounge เป็นพื้นที่นั่งเล่นของลูกบ้าน ถัดจากโซน Lobby ไป จะเป็นช่องจอดรถแบบ Automatic Parking

หากเป็นลูกบ้านที่ขับรถกลับมาภายในโครงการ ต้องการเข้าจอดรถ ก็ให้เลี้ยวซ้ายเมื่อผ่านประตูทางเข้าโครงการได้เลย โดยขับผ่าน Sensory Garden และ FitLab Cafe and Co-working Space ไป จะเจอช่องจอดรถแบบ Automatic Parking อีกจุดนั่นเอง นอกจากนั้นทางโครงการได้มี EV Station 2 Slots รองรับลูกบ้านที่ใช้รถยนต์ไฟฟ้าด้วยค่ะ

ภาพจำลองบรรยากาศบริเวณทางเข้าโครงการ โดยทางด้านขวาของภาพจะเป็นป้อม รปภ. และ CCTV คอยดูแลรักษาความปลอดภัยและคัดกรองบุคคลก่อนเข้าโครงการค่ะ

ภาพจำลองบรรยากาศ Sensory Garden เป็นสวนสีเขียวที่ออกแบบส่งเสริมประสาทสัมผัสทั้ง 5 อย่าง ได้แก่ ตา หู จมูก ปาก และมือ ด้วยการเลือกใช้พรรณไม้ที่มีกลิ่นหอม ดอกไม้สีสันสดใส มีผิวสัมผัสที่หลากหลายและสามารถนำไปเป็นวัตถุดิบในการทำอาหารได้ เหมาะกับการพาเด็กๆมาเล่นสนุก เพื่อพัฒนาการที่ดี รวมถึงภายในสวนมีออกแบบพื้นที่นั่งพัก และเลือกปลูกต้นไม้เล็ก-ใหญ่ที่ให้ร่มเงา ลูกบ้านมานั่งพักได้นานขึ้น

นอกจากนั้นการมีพื้นที่สวนสีเขียวอยู่บริเวณด้านหน้าทางเข้าโครงการก็เหมือนเป็นมุมต้อนรับที่ร่มรื่นและสดชื่น ให้ความรู้สึกผ่อนคลายตั้งแต่เข้าโครงการได้ดีเลย อีกทั้งยังเป็นวิวสีเขียวและที่พักสายตาของ FitLab Cafe and Co-working Space ด้วย

ภาพจำลองบรรยากาศบริเวณพื้นที่ Drop Off รับ-ส่งลูกบ้าน โดยฝั่งซ้ายจะเป็น Lobby Reception ส่วนทางฝั่งขวาจะเป็น Lobby Lounge และหากขับผ่าน Lobby Lounge ไปจะเป็น Automatic Parking ค่ะ

โครงการออกแบบเป็นผนังเป็นโทนสีขาวเทาที่มีลวดลายเหมือนหิน ทำให้ดูเรียบหรู ประกอบกับการตกแต่งฝ้าเพดานเป็นลายไม้และแทรกต้นไม้สีเขียวทั้งภายในและภายนอกอาคาร ทำให้ได้บรรยากาศความเป็นธรรมชาติดีเลยค่ะ

ภาพจำลองบรรยากาศ Lobby Reception พื้นที่ต้อนรับและติดต่อของโครงการ โดยมี Proud Health Butler เป็น Concierge Services 24 ชม. ที่ได้รับการฝึกอบรมโดยตรงจาก BNH Hospital จึงสามารถปฐมพยาบาล ช่วยชีวิตเบื้องต้นได้ด้วย

ออกแบบเป็นพื้นที่ Double Volume ได้ความโปร่งโล่ง ตกแต่งทั้งพื้นและผนังเป็นลายไม้ให้ความรู้สึกอบอุ่น ผ่อนคลาย เพิ่มความโดดเด่นและหรูหราด้วยลายหินอ่อนสีขาวเขียว Ice Jade ที่มีแร่หยกผสม พร้อมปลูกต้นไม้สีเขียวภายในห้อง

ภาพจำลองบรรยากาศ Lobby Lounge อยู่ถัดจาก Lobby Reception โดยออกแบบแยกห้องกันชัดเจน การใช้งานของบริเวณนี้จะเป็นพื้นที่นั่งพักผ่อนของลูกบ้าน แต่ยังคงออกแบบเป็นห้องฝ้าเพดานสูง ได้ความโปร่งสบาย ตกแต่งด้วยลายไม้และใช้ลวดลายของหินอ่อนสีขาวเขียว Ice Jade มาเพิ่มลูกเล่นภายในห้อง ด้านข้างก็มีกระจกขนาดใหญ่ให้มองออกไปด้านนอกและรับแสงธรรมชาติได้

ภาพจำลองบรรยากาศ FitLab Cafe and Co-working Space ยังคงตกแต่งด้วยลายไม้และเพิ่มการใช้หิน Travertine สีขาวครีม ให้บรรยากาศภายในห้องมีความสบายตามากขึ้น โดยพื้นที่นี้เป็นพื้นที่รับประทานอาหารที่สั่งจาก Delivery หรือเตรียมอาหารมานั่งรับประทานได้เลย รวมถึงลูกบ้านสามารถสั่งอาหารผ่านทางโครงการให้เตรียมอาหารจาก BNH Hospital ได้ด้วยนะคะ โดยนักโภชนาการจะจัดเตรียมอาหารให้เหมาะสมกับสุขภาพและความต้องการของเรานั่นเอง

นอกจากจะใช้เป็นพื้นที่รับประทานอาหารแล้ว ยังเป็นพื้นที่นั่งพูดคุย ติวหนังสือหรือทำงานในบรรยากาศที่เป็นกันเองมากขึ้น เมื่อมองออกไปด้านนอกจะได้วิวสวนสีเขียวจาก Sensory Garden และภายในนี้ยังมีบันไดวนขึ้นไปชั้น 2 ที่เป็น Teens Club ด้วยค่ะ

ชั้น 2พื้นที่ส่วนกลางในชั้นนี้จะแยกเป็น 2 ฝั่ง โดยฝั่งทางด้านทิศใต้จะเป็น Teens Club ที่เดินบันไดขึ้นมาจาก FitLab Cafe and Co-working Space ได้เลย ภายในประกอบด้วย Study Room หรือ Meeting Room จำนวน 2 ห้อง จัดเป็นโต๊ะรองรับ 4 ที่นั่งไว้ให้น้องๆนักเรียนมานั่งอ่านหนังสือกับเพื่อนๆ หรือติดต่อครูสอนพิเศษมานั่งติวหนังสือแบบส่วนตัว หรือจะใช้เป็นห้องประชุมส่วนตัวก็ได้เหมือนกัน ส่วนด้านใน Teens Club จะมี Music Room ที่ภายในห้องมีตั้งเปียโนไว้ให้มานั่งซ้อมเล่นเปียโนได้ หรือจะพาเพื่อนๆมาเล่นดนตรีด้วยกันก็สนุกดี

ส่วนอีกฝั่งของอาคารจะเป็น Library & Wellness Lounge เป็นพื้นที่นั่งพักผ่อนที่ส่วนตัวขึ้นมาหน่อย ให้ลูกบ้านมานั่งทำงาน อ่านหนังสือ หรือติดต่อให้คุณหมอหรือพยาบาลจาก BNH Hospital มาบริการฉีดยาหรือเจาะเลือดได้ค่ะ ส่วนด้านในบริเวณนี้จะมี Consultation Room อยู่ 2 ห้อง ให้มาทำงานหรือนั่งอ่านหนังสือแบบส่วนตัวได้

ภาพจำลองบรรยากาศ Library & Wellness Lounge ยังคงออกแบบใช้ลายไม้เป็นหลัก แต่เพิ่มโทนสีขาวเข้ามามากขึ้น ได้ความผ่อนคลายมากขึ้นด้วย มีการจัดโซนที่นั่งไว้หลากหลายรูปแบบ ให้เลือกนั่งได้ตามการใช้งานเลย ส่วนด้านหลังของโซนนี้จะเป็น Consultation Room ค่ะ

ภาพจำลองบรรยากาศ Consultation Room จะเป็นที่นั่งพักแบบส่วนตัวขึ้น ให้มานั่งทำงาน ติวหนังสือหรือติดต่อคุณหมอและพยาบาลมาดูแลแบบส่วนตัวได้

ชั้น 29อย่างที่เราได้เกริ่นไปนะคะว่าชั้น 28-29 จะเป็นชั้นห้องพักอาศัยแบบ Penthouse ของโครงการที่มีอยู่เพียง 2 ห้องเท่านั้น โดยออกแบบแบ่งฝั่งทิศเหนือ-ใต้ ไม่มีการแชร์ผนังร่วมกันเลย โดยทั้ง 2 ห้องนี้จะได้วิวแบบมุมกว้าง ไม่มีตึกอาคารมาบังเลยค่ะ ส่วนด้านข้างอาคารทางฝั่งทิศตะวันออกจะมีพื้นที่สวนสีเขียวของโครงการ ที่ไม่สามารถออกไปใช้งานได้นะคะ แต่เป็นการสร้างบรรยากศและเพิ่มสีเขียวให้กับตัวอาคารนั่นเอง

ชั้น 30พื้นที่ส่วนกลางในชั้น 30-32 จะเรียกว่า The Sky Retreat เป็นส่วนกลางลอยฟ้าเปิดรับวิวเมืองได้เต็มๆเลย โดยส่วนกลางในชั้น 30 จะเป็น Active Facilities ประกอบด้วย Active Swimming Pool สระกลางแจ้งระบบเกลือ ขนาด 5×25 เมตร ลึก 1.30 เมตร ทำให้สามารถมาว่ายน้ำ ออกกำลังกายได้จริงจัง พร้อมพื้นที่นั่งริมสระ, Kids Pool ขนาด 2.00 x 4.00 เมตร ลึก 0.30 เมตร เป็นพื้นที่เล่นน้ำของเด็กๆ, Hydrotherapy Pond (Jacuzzi) สำหรับมานั่งนวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อ และ Fitness พื้นที่ออกกำลังกาย พร้อมอุปกรณ์ครบครันทั้ง Weight Training และ Cardio

ลิฟต์โดยสารของโครงการจะขึ้นมาได้ถึงชั้น 32 เท่านั้น แต่จะมีการออกแบบบันไดจากชั้น 32 ขึ้นไปยังชั้น Rootop 2 ได้ (กรอบสีม่วง) แต่หากสังเกตตรงใกล้ๆโถงลิฟต์และสระว่ายน้ำจะมีลิฟต์โดยสารเพิ่มขึ้นมาอีกตัว ซึ่งลูกบ้านสามารถใช้ลิฟต์นี้เพื่อขึ้นไปถึงชั้น Rootop  ได้เช่นกัน

ภาพจำลองบรรยากาศ Active Swimming Pool ออกแบบเป็นสระกลางแจ้ง ที่เวลามาว่ายน้ำในตอนกลางวันอาจจะแดดแรงหน่อย แต่มาว่ายน้ำตอนเย็นๆได้สบายเลย โดยสระมีความยาวถึง 25 เมตร ให้มาว่ายน้ำออกกำลังกายได้จริงจังเลย

ภาพจำลองบรรยากาศ Hydrotherapy Pond (Jacuzzi) ที่ออกแบบเป็นพื้นที่ยื่นออกมาจากตัวอาคาร ให้ลูกบ้านมานั่งนวดตัวผ่อนคลายกล้ามเนื้อกันค่ะ โดยมุมนี้จะสามารถมองเห็นวิวสวนสีเขียวของลุมพินีได้อีกด้วย

ภาพจำลองบรรยากาศ Kids Pool ที่ออกแบบเป็นพื้นที่ Semi Outdoor ทำให้เด็กๆมาเล่นน้ำกันได้ทั้งตลอดวันเลย รวมถึงด้านข้างสระเด็กนี้จะมีมุมโต๊ะนั่งพักผ่อนให้คุณพ่อ คุณแม่หรือพี่เลี้ยงมานั่งคอยดูแลตอนน้องๆเล่นน้ำด้วย ซึ่งรอบๆของสระและพื้นที่นั่งพักนี้จะมีปลูกต้นไม้ เพิ่มบรรยากาศสดชื่นดีค่ะ

ภาพจำลองบรรยากาศ WC และ Changing Room จะอยู่ใกล้ๆกับสระว่ายน้ำ ทำให้สามารถมาอาบน้ำล้างตัว เปลี่ยนเสื้อผ้าได้สะดวกดี โดยตกแต่งบริเวณนี้ด้วยลายไม้ ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย เป็นกันเองดี

ภาพจำลองบรรยากาศ Fitness พื้นที่ออกกำลังกาย พร้อมอุปกรณ์ครบครันทั้ง Weight Training และ Cardio เราจะเห็นว่าทางโครงการยังคงเลือกใช้ลวดลายหินอ่อนสีขาวเขียว Ice Jade ในการตกแต่งเสริมความหรูหราในแต่ละพื้นที่ของโครงการ นอกจากนั้นยังเลือกใช้กระจกแบบ Full Height สูงจากพื้นถึงเพดาน ทำให้ออกกำลังกายพร้อมชมเมืองได้แบบเพลินๆเลยค่ะ

ชั้น 31พื้นที่ส่วนกลางของชั้นนี้จะเป็นพื้นที่ผ่อนคลายจิตใจ ประกอบด้วย Family Onsen แบบส่วนตัว, Aqua Symphony (Spa Area) แบ่งฝั่งชาย-หญิง, Treatment Room สามารถเรียกใช้บริการนวดตัวจากด้านนอกได้, Recreation Yard พื้นที่นั่งพักผ่อนในบรรยากาศแบบสบายๆ, Wellness Studio (Yoga & Pilates) พื้นที่ออกกำลังกายอีกห้อง เน้นเป็นพื้นที่เล่นโยคะและพิลาทีส และ Meditation Pod ที่ออกแบบเป็นพื้นที่นั่งพักผ่อนแบบ Semi Outdoor ยื่นออกไปเหนือสระว่ายน้ำ

สำหรับ Wellness Studio (Yoga & Pilates) จะออกแบบแยกฝั่งกับพื้นที่ส่วนกลางอื่นๆ โดยอยู่ทางฝั่งซ้ายของภาพ ส่วนตรงกลางอาคารจะเป็น Meditation Pod ส่วนทางฝั่งขวาของภาพจะเป็นโซน Family Onsen, Aqua Symphony (Spa Area) และ Treatment Room ที่ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกัน ซึ่งสามารถเดินออกมานั่งพักผ่อนที่ Recreation Yard ได้ด้วย

ภาพจำลองบรรยากาศ Wellness Studio (Yoga & Pilates) ที่มีอุปกรณ์เล่นโยคะและเครื่องเล่นพิลาทิสมาให้เรียบร้อย สามารถติดต่อครูจากด้านนอกมาสอนเล่นทั้งโยคะและพิลาทิสแบบส่วนตัวได้นะคะ มีการติดตั้งกระจกเงาไว้เช็กท่าทางในการออกกำลังกายด้วย ส่วนการตกแต่งห้องเหมือนกับ Fitness เลย ทั้งการใช้ลายไม้และกระจกขนาดใหญ่สูงจากพื้นถึงเพดาน เปิดรับวิวเมือง

ภาพจำลองบรรยากาศบริเวณด้านหน้าของ Family Onsen และ Aqua Symphony (Spa Area) โดยด้านข้างจะมีมุมนั่งเล่นพักผ่อนแบบ Semi Outdoor ล้อมรอบด้วยต้นไม้นานาพันธุ์

ภาพจำลองบรรยากาศ  Family Onsen มีเพียง 1 ห้อง จะต้องทำการจองล่วงหน้าก่อนเข้าใช้งานนะคะ แต่ก็ทำให้ลูกบ้านได้ใช้งานกันแบบส่วนตัวนั่นเอง

ภาพจำลองบรรยากาศ Aqua Symphony (Spa Area) ออกแบบแบ่งฝั่งชาย-หญิง ภายในห้องแบ่งโซนพื้นเปลี่ยนเสื้อผ้า พร้อมตู้เก็บเสื้อผ้า และอีกโซนเป็นพื้นที่สปาพร้อมที่นั่ง โดยติดตั้ง Rain Shower จาก GROHE ที่ปรับรูปแบบสายน้ำได้หลากหลาย เช่น Rain Sprays, Drizzle Sprays และ Aqua Curtain เป็นต้น นอกจากนั้นยังสามารถควบคุมแสง สี เสียงและไอน้ำผ่านแอปพลิเคชันได้อีกด้วย

ภาพจำลองบรรยากาศ Treatment Room จะมีเพียง 1 ห้อง และต้องทำการจองล่วงหน้ากับทางโครงการก่อนเช่นกันค่ะ โดยจัดเตียงมาให้ 1 เตียง ไว้มานอนนวดตัวผ่อนคลาย โดยสามารถติดต่อใช้บริการนวดจากด้านนอกได้

ภาพจำลองบรรยากาศ Recreation Yard อยู่ด้านข้าง Treatment Room เป็นพื้นที่นั่งพักผ่อนแบบ Semi Outdoor อีกจุด ที่เรามองว่าเป็นโซนที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัวอยู่เหมือนกัน สามารถมานั่งเล่นได้แบบสบายๆเลย

ภาพจำลองบรรยากาศ Meditation Pod เป็นพื้นที่นั่งเล่นแบบ Semi Outdoor อีกจุดที่ออกแบบเป็นซุ้มนั่งอยู่เหนือสระว่ายน้ำ ทำให้ได้ความเย็นจากลมที่พัดสระว่ายน้ำลอยมาบริเวณนี้ด้วย

ภาพจำลองบรรยากาศ Meditation Pod จะออกแบบเป็นพื้นที่นั่งพักผ่อนแบบเป็นกันเองมากๆ ใช้เป็นเบาะ มีหมอนอิง ให้มานอนเล่นดูวิวเมืองได้ทั้งกลางวันและกลางคืนเลย ยิ่งช่วงปีใหม่ก็ชมเทศกาลจุดพลุต่างๆได้เลยค่ะ

ชั้น 32ชั้นนี้จะประกอบด้วย Sky Lounge (Art & Craft Therapy), Sensory Playground และ Relax Seating Area ซึ่งเราชอบที่ทางโครงการออกแบบแยกฝั่ง Sky Lounge (Art & Craft Therapy) ที่เป็นพื้นที่นั่งเล่นพักผ่อน ต้องการความเป็นส่วนตัว กับ Sensory Playground ที่เด็กๆมาเล่นสนุกและอาจส่งเสียงดังรบกวนได้ โดยมี Relax Seating Area เป็นพื้นที่คั่นกลางของทั้ง 2 ฟังก์ชัน

ภาพจำลองบรรยากาศ Sky Lounge (Art & Craft Therapy) พื้นที่นั่งพักผ่อน จัดปาร์ตี้พร้อมชมวิวเมืองแบบมุมกว้าง โดยเลือกโทนสีตกแต่งเป็นสีขาว-ไม้ ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ประกอบกับการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีความโค้งมน ได้ความนุ่มนวลและเสริมบรรยากาศร่มรื่นด้วยต้นไม้สีเขียวทั้งภายในห้องและบริเวณโดยรอบห้อง พร้อมหน้าต่างกระจกทั้ง 2 ฝั่งห้อง เปิดรับแสงธรรมชาติเข้ามาทำให้ภายในห้องดูสว่าง โปร่งโล่ง

ภาพจำลองบรรยากาศ Relax Seating Area จะเหมือน Meditation Pod เลย เป็นพื้นที่ที่ยื่นออกไปเหนือสระว่ายน้ำ แต่จะออกแบบแตกต่างที่ทำเป็นมุมโต๊ะเก้าอี้นั่งพักผ่อน ไม่ได้เป็นเบาะนั่งเหมือน Meditation Pod นั่นเอง แต่ยังคงออกแบบล้อมรอบด้วยต้นไม้สีเขียวและเปิดรับวิวเมืองได้เต็มที่

ภาพจำลองบรรยากาศ Sensory Playground เป็นพื้นที่เล่นสนุกของเด็กๆ มีเครื่องเล่นอย่างหลากหลาย วัสดุปูพื้นเป็นพื้นยางสังเคราะห์ EPDM (Ethylene Propylene Diene monomer) ที่มีสีสันสดใส กันลื่นและลดแรงกระแทกจากการหกล้ม บาดเจ็บได้ ด้านข้างของสนามเด็กเล่นจะมีพื้นที่ให้คุณพ่อ คุณแม่หรือพี่เลี้ยงมานั่งเฝ้าเด็กๆได้ นอกจากนั้นยังออกแบบราวกันตกบริเวณนี้สูง 1.40 เมตร นับจากความสูงของที่นั่ง (0.45 เมตร) เผื่อเด็กๆปีนป่ายพื้นที่นั่งก็ยังมีราวกันตก ช่วยป้องกันความปลอดภัยอีกชั้นค่ะ

อย่างที่เราได้บอกไปก่อนหน้านี้นะคะว่าลิฟต์โดยสารของโครงการจะขึ้นมาได้ถึงชั้น 32 เท่านั้น ซึ่งเราสามารถขึ้นไปชั้น Rootop 1-2 ได้จากลิฟต์โดยสารและบันไดใกล้ Sky Lounge หรือบันไดตรง Sensory Playground (กรอบสีม่วง) เพื่อขึ้นไปถึงชั้น Rootop ได้นั่นเอง

ชั้น Rooftop 1เมื่อใช้ลิฟต์โดยสารใกล้ๆกับ Sky Lounge จะเจอกับ BBQ Yard ที่เป็นพื้นที่ส่วนกลางจุดเดียวของชั้นนี้ ใช้เป็นมุมนั่งสังสรรค์ ปิ้งย่างบาร์บีคิวกับครอบครัวหรือเพื่อนๆ พร้อมชมวิวเมืองได้เพลินๆ

ภาพจำลองบรรยากาศ BBQ Yard นอกจากมีพื้นที่นั่งล้อมวงปิ้งย่างแล้ว ยังออกแบบเป็นพื้นที่สีเขียวล้อมรอบพื้นที่นี้ ได้บรรยากาศร่มรื่นดีเลยค่ะ อีกทั้งยังมีทั้งต้นไม้เล็ก-ใหญ่ ที่คอยให้ร่มเงาเวลามานั่งสังสรรค์ได้อีกด้วย

ชั้น Rooftop 2สำหรับชั้นนี้จะเน้นออกแบบเป็นพื้นที่สีเขียวสำหรับมานั่งรับลมวิวเมืองมุมกว้าง ประกอบด้วย Skyline Viewing Seat และ Multi-purpose Lawn

จาก BBQ Yard สามารถเดินขึ้นบันไดมายังชั้น Rooftop 2 ได้เลย หรือจะใช้ลิฟต์โดยสารก็ได้เหมือนกันค่ะ โดยส่วนกลางของชั้นนี้จะแบ่งเป็น Skyline Viewing Seat พื้นที่สีเขียวโล่งๆ และ Multi-purpose Lawn มีพื้นที่นั่งพักและปลูกต้นไม้ให้ร่มเงา

ภาพจำลองบรรยากาศ Skyline Viewing Seat ออกแบบเป็นพื้นที่โล่งๆ ให้มานั่งปิกนิก เล่นโยคะ หรือออกกำลังกายได้ โดยมีวิวเมืองล้อมรอบทั้ง 4 ทิศ มองเห็นตึก King Power Mahanakhon ด้วย

ภาพจำลองบรรยากาศ Multi-purpose Lawn ออกแบบล้อมรอบด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่ ทำให้มานั่งเล่นในตอนกลางวันก็ได้ มีร่มเงาจากต้นไม้คอยบังแดด อีกทั้งยังทำให้เรามานั่งใช้งานได้นานขึ้นด้วย

แปลนชั้นพักอาศัย

ชั้น 4-16 (Typical Floor)ชั้นห้องพักอาศัยของโครงการจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 3-29 แต่ชั้น 28-29 จะเป็นชั้นห้องพักอาศัยแบบ Penthouse นะคะ ส่วน Typical Floor ของโครงการจะเป็นชั้น 4-16 ที่มีจำนวนยูนิตต่อชั้นมากสุดเพียง 8 ยูนิตนั่นเอง ทำให้บรรยากาศในชั้นไม่พลุกพล่าน วุ่นวาย ได้ความเป็นส่วนตัวดีด้วย และยิ่งชั้น 20 เป็นต้นไป จะไม่มีห้องขนาดเล็ก และจะมีจำนวนยูนิตต่อชั้นที่น้อยลงไปอีก

สำหรับแปลนของโครงการจะออกแบบเป็นรูปตัว L ส่วนโถงทางเดินเป็นแบบ Double load Corridor ที่ถึงแม้จะมีห้องอยู่ทั้ง 2 ฝั่ง แต่ก็ออกแบบให้ประตูห้องไม่เปิดชนกัน ทำให้ได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้นไปอีก แต่มีจุดที่เราเสียดายอยู่นั่นคือไม่มีช่องหน้าต่างเปิดระบายอากาศและรับแสงธรรมชาติตรงโถงทางเดินเลย ทำให้บรรยากาศตรงโถงทางเดินอาจรู้สึกไม่โปร่งเท่าไหร่ ส่วนโครงการก็ใช้การติดตั้งไฟส่องสว่าง เพื่อไม่ให้โถงทางเดินมืดทึบมาแทนค่ะ

ด้วยจำนวนยูนิตต่อชั้นที่น้อย ประกอบกับออกแบบตำแหน่งโถงลิฟต์และบันไดหนีไฟคั่นกลางห้องพักบางห้อง ทำให้ได้ตำแหน่งห้องที่ไม่ติดกับผนังห้องเพื่อนบ้านหลายตำแหน่งตามกรอบสีน้ำเงินที่เราได้วงไว้เลยค่ะ นอกจากนั้นเราได้วงกรอบสีแดง ซึ่งเป็นห้องพักที่น่าสนใจที่ได้ความเป็นส่วนตัวสูงสุด ไม่ติดกับห้องเพื่อนบ้านเลย อีกทั้งได้วิวถึง 3 ด้านนั่นเอง ซึ่งเป็นแบบห้องที่เราจะพาไปเจาะลึกกันด้วย แต่ขอเก็บไว้ไปเล่าต่อใน Part แบบห้องนะคะ

ชั้นพักอาศัยอื่นๆ

Image 1/13
ชั้น 3

ชั้น 3

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • Ground Floor : Lobby, FitLab Cafe and Co-working Space, Sensory Garden และ EV Station 2 Slots
  • 2 FL. : Library & Wellness Lounge, Consultation Room และ Teens Club (Music and Study Room)
  • 30 FL. : Active Swimming Pool ระบบเกลือ ขนาด 5×25 เมตร ลึก 1.30 เมตร, Kids Pool ขนาด 2.00×4.00 เมตร ลึก 0.30 เมตร, Hydrotherapy Pond (Jacuzzi) และ Fitness
  • 31 FL. : Family Onsen, Aqua Symphony (Spa Area), Treatment Room, Recreation Yard, Wellness Studio (Yoga & Pilates), Meditation Pod
  • 32 FL. : Sky Lounge (Art & Craft Therapy), Sensory Playground และ Relax Seating Area
  • Rooftop Floor : BBQ Yard, Skyline Viewing Seat และ Multi-purpose Lawn
  • ลิฟต์โดยสาร 3 ตัว/อาคาร (รวมทั้งหมด)
  • อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 58 :  1
  • Service Lift 1 ตัว
  • ที่จอดรถประมาณ 198 คัน คิดเป็น 113% แบ่งเป็นที่จอดแบบ Automatic Parking 192 คัน และที่จอดแบบปกติ 6 คัน (รวมที่จอดรถคนพิการ)
  • ระบบรักษาความปลอดภัยในโครงการ
    – รูปแบบประตูทางเข้า-ออกโครงการ : ประตูเหล็กบานเลื่อนและป้ายล้อเลื่อน (Sliding Barricade)
    – CCTV ส่วนกลาง จำนวน 130 จุด
    – รูปแบบรั้วรอบโครงการ : รั้วคอนกรีตสำเร็จรูปสูง 6 เมตร

การบริการและสิทธิพิเศษอื่นๆ (สามารถใช้บริการได้ ณ โครงการ, BNH Hospital และแอปพลิเคชัน)

  • BNH Loyal Heritage Privileges ส่วนลดค่าบริการสูงสุด 20% และให้พยาบาลจาก BNH Hospital เข้ามาดูแลเบื้องต้นในโครงการได้
    – ส่วนลด 10% ค่ายา สำหรับการบริการผู้ป่วย IPD และ OPD
    – ส่วนลด 20% ค่าห้องของผู้ป่วย IPD ทั้งรับการบริการที่ Loyal Heritage Lounge ชั้น 8 (VVIP Ward) พร้อมการดูแลจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับ A-List
    – กิจกรรม SookCiety By BNH / BNH Academy ได้เข้าร่วมกิจกรรมและให้ความรู้ในเรื่องการดูแลตัวเองและสุขภาพ
    – จำนวนสิทธิ์สมาชิก :  1 Bedroom 3 สิทธิ์, 2 Bedroom 5 สิทธิ์ และ 3 Bedroom 8 สิทธิ์
  • Proud Health Butler เป็น Concierge Services 24 ชม.
    – Consultation
    – Service Arrangement
    – Facility Booking
    – Emergency Assistance ได้รับการฝึกอบรมโดยตรงจาก BNH Hospital จึงสามารถปฐมพยาบาล ช่วยชีวิตเบื้องต้นและพาลูกบ้านส่ง BNH Hospital ได้
    – ฟรี Ambulance Services พาลูกบ้านส่ง BNH Hospital
  • BeDee Powered By BDM บริการดูแลสุขภาพ พร้อมปรึกษานักจิตวิทยาออนไลน์และจิตแพทย์ออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน สำหรับลูกบ้านจะได้รับส่วนลด 10% ด้วย
    – Tele Consultation 24 HR.* เลือกได้ทั้งแพทย์ทั่วไปและแพทย์เฉพาะทาง
    – Tele Pharmacy 24 HR.*
    – Health Mall ซื้อแพคเกจสุขภาพ
    – Tele Dietitian
    – Nurse Support

แบบห้อง

Highlight

  • แบบห้องมากถึง 7 แบบ และมีหลาย Layout สามารถเลือกได้ถูกใจตามการใช้งาน
  • พื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ ปัจจุบันห้องเริ่มต้นของโครงการอยู่ที่ 60 ตร.ม. อยู่อาศัยได้สบายๆเลย
  • เน้นพื้นที่นั่งเล่นกว้าง ทำให้ได้ความรู้สึกโปร่งสบายเมื่อเปิดประตูเข้าห้องเลย
  • ห้องแบบ Fully Fitted พร้อมชุดครัวและเฟอร์นิเจอร์ Built-in มาบางส่วน

ROMM Convent (รมย์ คอนแวนต์) จะเน้นออกแบบห้องไซซ์ใหญ่ โดยมีรูปแบบห้องพักอาศัยทั้งหมด 7 ประเภทด้วยกัน ตั้งแต่ 1 Bedroom อยู่ 1-2 คนได้สบายๆ ไปจนถึง Penthouse รองรับครอบครัวขนาดใหญ่พร้อมห้องแม่บ้านส่วนตัว อีกทั้งออกแบบเน้นพื้นที่นั่งเล่นกว้าง ส่วนตัวห้องก็ตกแต่งแบบ Fully Fitted พร้อมเครื่องใช้ไฟฟ้าจาก GORENJE และ Built-in ตู้เสื้อผ้าและตู้เก็บของมาให้บางส่วนด้วย ถือว่าให้มาค่อนข้างครบเลยค่ะ

  • 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 34.5-51 ตร.ม. (Sold Out)
  • 1 Bedroom Plus พื้นที่ใช้สอย 60 ตร.ม.
  • 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 84-128 ตร.ม.
  • 2 Bedroom Plus พื้นที่ใช้สอย 117 ตร.ม.
  • La foret Villa (2 Bed 2 Bath) พื้นที่ใช้สอย 128 ตร.ม.
  • 3 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 147-192 ตร.ม. (Sold Out)
  • Duplex 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 97 ตร.ม.
  • Junior Penthouse พื้นที่ใช้สอย 182 ตร.ม. (Sold Out)
  • Penthouse พื้นที่ใช้สอย 418-468 ตร.ม

รายการวัสดุ

  • รูปแบบการขาย Fully Fitted พร้อม Built-in ตู้เสื้อผ้าและตู้เก็บของในบางส่วน
  • ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน 2.60-3.00 เมตร
  • วัสดุภายในห้อง
    – พื้นห้อง : Hybrid engineered (wood pattern) หรือเทียบเท่า
    – พื้นระเบียง : กระเบื้องเซรามิกลายไม้ ขนาด 20×120 เซนติเมตร
    – พื้น Service CDU : พื้นกระเบื้องเซรามิก สีเทาอ่อน ขนาด 30×30 เซนติเมตร
    –  Built-in ตู้เสื้อผ้าและชั้นเก็บของ (รูปแบบและจำนวนชิ้นขึ้นอยู่กับแบบห้อง)
  • วัสดุห้องครัว
    – พื้นห้องครัว : กระเบื้องพอร์ซเลน ขนาด 60×60 เซนติเมตร
    –  Built-in เคาน์เตอร์ครัว ติดกระจกสี Euro Bronze พร้อมตู้เก็บของทั้งบน-ล่าง และ Island เตรียมอาหาร (รูปแบบและจำนวนชิ้นขึ้นอยู่กับแบบห้อง)
    – Top counter ครัวและ Island : หินอ่อนสีขาวเขียว Ice Jade (มีแร่หยก)
    – Backsplash : กระเบื้องลายหิน Ice Jade มีตะขอห้อยอุปกรณ์ทำอาหาร และติดตั้งไฟ Strip Light แบบ Motion Sensor
    – วัสดุหน้าบานตู้เก็บของ : HPL สีขาว และมีชั้นวางของ I-move ด้านใน 1 จุด
    – อ่างล้างจานและก๊อกน้ำ : MEX
    – Hob, Hood และ Combi-oven : GORENJE
  • วัสดุห้องน้ำ
    – พื้นและผนังห้องน้ำ : กระเบื้องพอร์ซเลน R10 ขนาด 60×60 เซนติเมตร
    – โถสุขภัณฑ์และอ่างล้างมือ : American Standard (โถสุขภัณฑ์แบบ Auto Washlet ในห้อง Master Bathroom ตั้งแต่ Type A2 เป็นต้นไป)
    – ก๊อกน้ำและฝักบัว Hand Shower & Rain Shower : GROHE สี Chrome
    – ฉาบกั้นอาบน้ำ : Tempered Glass
    – อ่างอาบน้ำ : อ่างอะคริลิคสีขาว screen ROMM (Type A2 เป็นต้นไป)
  • ระบบท่อน้ำร้อน-น้ำเย็น เดินงานระบบไว้ให้ทุกห้องน้ำ ยกเว้นครัว*
  • เครื่องทำน้ำร้อนให้ทุกห้องน้ำ ยกเว้น Powder Room, Main Room และครัว*
  • วัสดุนอกเหนือจาก Standard ที่ทางโครงการให้
    – ห้อง Junior Penthouse : เครื่องบดเศษอาหารจาก TEKA / Free Standing Wine Cellar และ ตู้เย็น Built-in จาก GORENJE / Hob, Hood, Built-in microwave & oven ออกแบบโดย ORA-ITO design collection จาก GORENJE และเครื่องทำน้ำร้อนจาก MEX (เฉพาะบริเวณครัว Pantry*)
    – ห้อง Penthouse : ได้เหมือนห้อง Junior Penthouse และได้สุขภัณฑ์สี Hard Graphite พิเศษจาก Typical อื่นๆ (ยกเว้นห้อง Maid Room)
  • วัสดุกรอบบานหน้าต่าง : กรอบบานอะลูมิเนียม Powder Coat
  • วัสดุกระจก : กระจก Laminated สี Crystal grey ความหนาตั้งแต่ 8-16 มม. (ยิ่งชั้นสูงก็มีความหนามาก)
  • ผนังห้องฉาบเรียบทาสีขาว VOCs (Volatile Organic Compounds) ต่ำ
  • ไฟดาวน์ไลท์
  • เครื่องปรับอากาศประเภท VRV แบบ Conceal Type / ประเภท Cassette Type ในห้อง Plus room และส่วน Glass box (รูปแบบและจำนวนชิ้นขึ้นอยู่กับแบบห้อง)
  • Digital Door Lock ตรงประตูห้อง

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกกันที่ La foret Villa (2 Bed 2 Bath) พื้นที่ใช้สอย 128 ตร.ม.  และ 1 Bedroom Plus พื้นที่ใช้สอย 60 ตร.ม. กันนะคะว่ามีความน่าสนใจอย่างไรบ้าง


La foret Villa (2 Bed 2 Bath) พื้นที่ใช้สอย 128 ตร.ม.รูปแบบห้องแรกที่เราจะพาไปดูกันคือ La foret Villa (2 Bed 2 Bath) พื้นที่ใช้สอย 128 ตร.ม. ถือเป็นห้อง Rare Item ของโครงการที่อยู่ชั้น 3-16 ถึงจะไม่ได้อยู่ชั้นสูงมากนัก แต่ก็มีจุดเด่นที่น่าสนใจ ได้แก่

  • ตำแหน่งของห้องที่ไม่ติดกับห้องเพื่อนบ้าน ทำให้ได้ความเป็นส่วนตัวสูงสุด
  • หน้าต่างกระจกทั้ง 3 ด้าน เปิดรับวิว 270 องศา รวมถึงมีทำเป็นกระจกเข้ามุมภายในห้องนอนทั้ง 2 ห้องด้วย ทำให้เปิดรับวิวได้กว้างมากขึ้น
  • พื้นที่นั่งเล่นขนาดใหญ่ ออกแบบ Open Plan สามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้ยืดหยุ่น วางโซฟา 5-6 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะกลาง และโต๊ะรับประทาน 8 ที่นั่งได้สบายๆ
  • Built-in เคาน์เตอร์ครัวและ Island พร้อมชุดครัวจาก GORENJE เป็นหลัก จัดเตรียมอาหารและทำอาหารได้สะดวก พร้อมช่องเก็บอุปกรณ์และวัตถุดิบเยอะ
  • ห้องนอนใหญ่ พร้อมห้องน้ำในตัว มีพื้นที่ภายในห้องกว้าง ตั้งโต๊ะทำงานในห้องได้ ส่วน Master Bedroom มีห้องน้ำแบบ Sexy Bathroom ด้วย
  • Built-in ตู้เก็บของและตู้เสื้อผ้ามาให้เยอะ ตั้งแต่ Foyer พื้นที่ต้อนรับ จนมาภายในห้องนอนที่มีทั้งตู้เก็บของและตู้เสื้อผ้ามาให้เรียบร้อยเลย

ประตูของห้องพักอาศัยจะเป็นประตูลายไม้ขนาดใหญ่ตามที่เห็นในภาพนี้เลยนะคะ แต่จะมีการติดตั้ง Digital Door Lock มาให้ด้วย เพื่อช่วยดูแลในเรื่องความปลอดภัยค่ะ

เมื่อเข้ามาภายในห้องจะเป็นพื้นที่ Foyer ขนาด 2.50×4.00 เมตร ที่ทางโครงการทำ Built-in ตู้เก็บของและเก็บรองเท้าตลอดแนวผนังทางฝั่งขวาเลย ส่วนทางฝั่งซ้ายจะเป็น Built-in ที่ทางห้องตัวอย่างตกแต่งให้เป็นไอเดียนำไปปรับใช้กันค่ะ จะทำให้เหลือพื้นที่ทางเดินกว้างประมาณ 1.80 เมตร

วัสดุปูพื้นบริเวณนี้จะเป็นกระเบื้องพอร์ซเลน ขนาด 60×60 เซนติเมตร สามารถทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่ติดมากับรองเท้าหรือเสื้อผ้าได้ง่าย โดยแบบห้องมาตรฐานจะได้ฝ้าเพดานลายไม้ตามที่เห็นนี้เลยนะคะ บริเวณนี้จะมีความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานอยู่ที่ 2.60 เมตร

อย่างที่บอกไปนะคะว่าผนังทางฝั่งซ้ายจะเป็นผนังโล่งๆ มีช่องหน้าต่างอยู่ 1 ช่อง ทำให้บริเวณนี้ไม่มืดทึบ ซึ่งทางโครงการได้ตกแต่งเพิ่มให้ดูเป็นตัวอย่างกันทั้งโต๊ะและตู้เก็บของ

เราสามารถใช้เป็นพื้นที่วางพวกกุญแจหรือบัตรต่างๆบริเวณนี้ได้เลย รวมถึงยังทำเป็นชั้นเก็บเสื้อคลุม ชุดสูท หรือเก็บรองเท้าสำหรับคนที่สะสมรองเท้าหรือมีรองเท้าเยอะก็ดีเหมือนกัน จะได้ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยดีค่ะ

Image 1/2
ตู้เก็บของ

ตู้เก็บของ

ทางโครงการ Built-in ตู้เก็บของทางฝั่งขวามาให้ตามภาพเลย มีการแบ่งช่องชั้นวางไว้เรียบร้อยเลยทั้งเก็บของ วางร่ม เก็บรองเท้าและมีเว้นช่องเป็นพื้นที่ตั้งเครื่องซักผ้าได้อีกด้วย

จากพื้นที่ Foyer จะสามารถเดินเชื่อมไปห้องครัวทางฝั่งขวาได้เลย จะมีประตูลายไม้บานเลื่อนกั้นแบ่งพื้นที่อยู่ ส่วนทางฝั่งซ้ายจะเชื่อมไปพื้นที่นั่งเล่น ซึ่งตามแบบห้องมาตรฐานจะมีกั้นกำแพงพร้อมประตู ดูเป็นสัดส่วน แต่ทางห้องตัวอย่างได้ทุบกำแพงส่วนนี้ออก ทำให้ได้ในเรื่องความต่อเนื่องและโปร่งโล่งของพื้นที่ดีค่ะ

อย่างที่บอกไปนะคะว่ามีประตูลายไม้บานเลื่อนกั้นแบ่งพื้นที่ของ Foyer และห้องครัวอยู่ บางครั้งเราก็ไม่อยากให้แขกเข้าห้องมาแล้วเจอกับพื้นที่ครัวที่ดูไม่เรียบร้อย เราก็สามารถปิดประตูบังสายตาได้ค่ะ

เมื่อเดินผ่านประตูมาจะเจอกับพื้นที่ครัวขนาด 1.65×3.50 เมตร ที่ทางโครงการได้ Built-in มาให้เรียบร้อยเลยทั้ง Island เคาน์เตอร์ครัวพร้อมตู้เก็บของทั้งบน-ล่าง และชุดครัวต่างๆ โดยมีระยะห่างจาก Island และเคาน์เตอร์ครัวอยู่ที่ 1.15 เมตร เดินผ่านได้สบายๆ

พื้นที่ครัวปูพื้นด้วยกระเบื้องพอร์ซเลน ขนาด 60×60 เซนติเมตร มีความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานอยู่ที่ 2.60 เมตร และได้ฝ้าเพดานลายไม้ต่อเนื่องมาจากพื้นที่ Foyer เลย

Image 1/6
Built-in ครัวพร้อมชุดครัว

Built-in ครัวพร้อมชุดครัว

ทางโครงการได้ให้ชุดครัวมาทั้งหมดนี้ตามห้องตัวอย่างเลยนะคะ ยกเว้นตู้เย็นที่จะมีการเว้นพื้นที่ด้านข้างไว้ให้ไปเลือกซื้อแบรนด์ที่ถูกใจกันได้เลย โดย Built-in เคาน์เตอร์ครัวเป็นรูปตัว I ที่ Top ด้วยหินอ่อนสีขาวเขียว Ice Jade ที่มีแร่หยกผสมในเนื้อหิน ดูสวยงามดีค่ะ รวมถึงมีความแข็งแรง ทนทานสูง ทำให้เป็นรอยขีดข่วนได้ยาก เวลาหั่นวัตถุดิบก็ไม่ต้องกังวลเรื่องรอยต่างๆ พร้อม Hob, Hood และ Combi-oven จาก GORENJE

ส่วนตรงผนังมีติดกระจกสี Euro Bronz และ Backsplash กระเบื้องลายหิน Ice Jade สำหรับป้องกันเศษอาหารเลอะติดผนัง สามารถดูแลรักษาทำความสะอาดได้ง่าย อีกทั้งมีตะขอห้อยอุปกรณ์ทำอาหารและติดตั้งไฟ Strip Light แบบ Motion Sensor มาให้ด้วย

สำหรับตู้เก็บของทั้งบน-ล่างเป็น HPL สีขาว แบ่งเป็นช่องเล็ก-ใหญ่ เก็บอุปกรณ์ครัวและวัตถุดิบได้หลากหลายขนาด และมีชั้นวางของ I-move ด้านในตู้เก็บของด้านบน 1 จุด เป็นโช้คให้ดึงลงมาใช้งานได้สะดวก ทำให้สามารถเอื้อมหยิบของจากที่สูงได้ง่ายดี อย่างเราเองก็เอื้อมหยิบไม่ถึงเหมือนกันถ้าไม่มีโช้คให้จับค่ะ

Image 1/2
Island พร้อมอ่างล้างจานและก๊อกน้ำจาก MEX พร้อม Built-in ถังขยะ

Island พร้อมอ่างล้างจานและก๊อกน้ำจาก MEX พร้อม Built-in ถังขยะ

Island จัดเตรียมอาหารก็ Top ด้วยหินอ่อนสีขาวเขียว Ice Jade พร้อมก๊อกน้ำและอ่างล้างจาน 2 หลุม ใช้งานได้สะดวกจาก MEX ส่วนด้านล่างอ่างล้างจานมีพื้นที่เก็บของขนาดใหญ่และ Built-in ถังขยะไว้ให้ด้วย สามารถกวาดเศษอาหารจากบนเคาน์เตอร์หรือหยิบใส่ถังขยะได้สะดวกเลย

นอกจากนั้นบริเวณด้านหน้าของ Island ทำเป็นชั้นวางของ เราสามารถใช้เป็นชั้นวางของตกแต่งหรือของสะสมได้ด้วยนะคะอย่างพวกถ้วยน้ำชาสวยๆ

ด้านข้างของห้องครัวจะเป็นห้องเก็บของและพื้นที่วาง Condensing Unit ซึ่งตามแบบห้องมาตรฐานของโครงการจะได้เป็นบานประตูลายไม้ตรงห้องเก็บของนะคะ ส่วนประตูและกำแพงของพื้นที่ Condensing Unit จะเป็นผนังฉาบเรียบทาสีขาว

ห้องเก็บของและพื้นที่วาง Condensing Unit ปูพื้นเป็นกระเบื้องเซรามิก สีเทาอ่อน ขนาด 30×30 เซนติเมตร โดยห้องเก็บของมีขนาด 0.95×1.00 เมตร ไว้ใช้เก็บของ กระเป๋าเดินทางหรืออุปกรณ์ต่างๆก็ได้ หรือจะทำเป็นมุมต้นไม้เล็ก ปลูกต้นกระบองเพชรก็ดีเหมือนกัน

ส่วนด้านข้างห้องเก็บของจะเป็นพื้นที่วาง Condensing Unit ขนาด 0.95×1.50 เมตร ที่ออกแบบเป็นระแนงลายไม้ ให้สามารถระบายความร้อนได้ แต่ยังคงได้ความสวยงามเมื่อมองจากด้านนอกอาคาร

ถัดจากพื้นที่ครัว เรามาดูพื้นที่นั่งเล่นและพื้นที่รับประทานอาหารกันต่อค่ะ เป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ถึง 7.00×9.70 เมตร ปูเป็นพื้น Hybrid engineered ลายไม้ ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย สบายๆ เมื่อเดินเข้ามาด้านในตัวห้องเลย และมีความทนทานมากกว่าพื้นไม้ Engineered ทั่วไปด้วย ความสูงจากพื้นถึงเพดานบริเวณนี้ประมาณ 3 เมตร ประกอบกับช่องหน้าต่างขนาดใหญ่ถึง 4 ช่อง ทำให้ได้แสงธรรมชาติเข้ามาเต็มๆ บรรยากาศภายในห้องดูโปร่งสบายมากๆ ส่วนผนังห้องจะฉาบเรียบทาสีขาว VOCs (Volatile Organic Compounds) ต่ำ ได้คุณภาพอากาศภายในห้องดี ไม่มีกลิ่นสารระเหยจากสีทาบ้าน ส่วนไฟเป็นแบบดาวน์ไลท์

ทางโครงการมีขายแบบห้องนี้ในรูปแบบ Fully Furnished ด้วยนะคะ สำหรับใครที่ชอบการตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์ต่างๆของห้องนี้ ก็จะได้เหมือนห้องตัวอย่างเลยค่ะ ทำให้ประหยัดเวลาในการตกแต่ง และเข้าอยู่ได้เลย ซึ่งสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับทางโครงการได้โดยตรงเลย

สำหรับปลั๊กและสวิตช์ไฟภายในห้องจะได้เป็น Schneider หรือเทียบเท่านะคะ

พื้นที่นั่งรับประทานอาหารอยู่ด้านหลังของพื้นที่นั่งเล่น ทำให้สามารถนั่งรับประทานอาหารไปและดูข่าวหรือดูหนังได้พร้อมกันเลย โดยจัดเป็นโต๊ะนั่งรับประทานอาหาร 6 ที่นั่ง ได้พื้นที่รอบโต๊ะกว้าง บรรยากาศภายในห้องดูไม่อึดอัดด้วยค่ะ แต่สำหรับลูกบ้านที่มีเพื่อนหรือแขกมาเยี่ยมบ่อยๆ ก็จัดเป็นโต๊ะ 8 ที่นั่งได้สบายๆนะคะ

พื้นที่นั่งเล่นจะอยู่บริเวณเดียวกับพื้นที่รับประทานอาหาร โดยพื้นที่นั่งเล่นก็มีขนาดใหญ่ สามารถวางโซฟา 5-6 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะกลางได้สบายๆเลยค่ะ ส่วนเครื่องปรับอากาศที่ทางโครงการติดตั้งมาให้จะขึ้นอยู่กับแบบห้องนะคะ อย่างห้องนี้จะได้เป็นเครื่องปรับอากาศประเภท VRV แบบ Conceal Type

เราทำ Built-in ชั้นวางทีวีแบบเต็มผนังก็ดีเหมือนกันนะคะ เวลาเข้ามาในตัวห้องแล้ว ก็จะเป็นจุดที่ดึงความสนใจและสร้างความประทับใจได้ดี อีกทั้งยังไว้ตั้งของสะสม ถ้วยรางวัล ใบประกาศนียบัตรต่างๆได้ด้วย

แต่ใครที่ชอบห้องแบบเรียบๆมินิมอลก็เลือกตกแต่งเหมือนห้องตัวอย่างได้เลย และเลือกติดเป็นทีวี 70 นิ้วขึ้นไปยังได้เลยนะคะ จะได้ดูหนังแบบเต็มตาดีค่ะ รวมถึงเวลายืนจากห้องครัวก็สามารถมองเห็นทีวีได้ชัดเจนด้วย

ผนังด้านข้างของพื้นที่นั่งเล่นและรับประทานอาหารนี้จะเป็นช่องหน้าต่างขนาดใหญ่ 2 ช่อง ให้แสงธรรมชาติเข้ามาได้เต็มที่ และถ้าเปิดหน้าต่างก็จะได้ลมพัดเข้ามาเย็นสบายเลยค่ะ

นอกจากนั้นเรายังใช้พื้นที่ริมหน้าต่างนี้เป็นมุมนั่งทำงานหรือโต๊ะอ่านหนังสือ ทำกิจกรรมได้ด้วย เผื่ออยากเปลี่ยนบรรยากาศทำงานในห้องนอนมาอยู่ที่บริเวณนี้ ได้ความโปร่งสบายและเปิดวิวเมืองด้านนอกด้วย โดยทางโครงการจะออกแบบเป็นกรอบไม้รอบกรอบหน้าต่างตามภาพเลยนะคะ ทำให้ผนังของห้องดูมีมิติและลูกเล่นมากขึ้น

แบบห้องนี้จะไม่มีพื้นที่ระเบียงนะคะ แต่มีออกแบบเป็นประตูกระจกบานเลื่อน และซ้อนด้วยราวกันตกกระจกสูง 1.20 เมตร ให้เปิดระบายอากาศภายในห้องและเป็นพื้นที่ยืนรับลมชมวิวได้ด้วยนั่นเอง

ถัดจากพื้นที่นั่งเล่นจะออกแบบแบ่งห้องเป็น 2 ฝั่ง โดยทางฝั่งซ้ายจะเจอกับ Powder Room และมีทางเดินไปห้องนอนรอง ส่วนทางฝั่งขวาจะเป็น Master Bedroom ค่ะ

โดยเราจะพามาดู Master Bedroom ที่อยู่ทางฝั่งขวากันก่อนเลยนะคะ บริเวณด้านหน้าห้องก็มี Built-in ตู้เสื้อผ้ามาให้บางส่วนเหมือนกัน ทำให้เราเก็บของได้เป็นระเบียบ ห้องดูเรียบร้อยมากขึ้น

ภาพนี้จะเป็นตู้เสื้อผ้าที่ทางโครงการได้ Built-in มาให้นะคะ ทำให้เราสามารถเก็บเสื้อผ้า หรือเสื้อคลุมที่ใช้บ่อยๆได้สะดวกดี รวมถึงเก็บพวกกระเป๋าเดินทางได้ด้วย ไม่ต้องนำเข้าไปเก็บถึงภายในห้องนอนค่ะ

Master Bedroom มีขนาด 3.20×7.00 เมตร ปูเป็นพื้น Hybrid engineered ลายไม้ ความสูงถึงฝ้าเพดานประมาณ 3 เมตร เมื่อเข้าห้องมาจะเป็น Master Bathroom และพื้นที่ยืนแต่งตัวที่มีความกว้างประมาณ 1.65 เมตร ส่วนพื้นที่เตียงนอนจะอยู่ด้านในห้องค่ะ

Image 1/5
Master Bedroom

Master Bedroom

บริเวณเตียงนอนมีขนาดประมาณ 3.20×3.85 เมตร สามารถวางเตียง 6 ฟุตได้สบายๆ มีพื้นที่รอบเตียงเดินผ่านสะดวก มีมุมนั่งทำงานในห้องด้วย บริเวณหัวเตียงทั้ง 2 ฝั่งก็สามารถตั้งโต๊ะเล็กๆไว้วางมือถือ Tablet หรือหนังสือก่อนนอนได้ และบริเวณปลายเตียงเราแนะนำให้เลือกเป็นทีวีแบบแขวนดีกว่านะคะ จะได้มีระยะเดินผ่านปลายเตียงได้ง่าย

ส่วนผนังด้านข้างของห้องจะเป็นหน้าต่างขนาดใหญ่สูงจากพื้นถึงเพดานแบบ Full Height ได้แสงธรรมชาติเข้าเต็มที่ อีกทั้งยังเป็นกระจกเข้ามุม ทำให้เปิดรับวิวได้กว้างเวลานอนอยู่บนเตียง รวมถึงมีการออกแบบช่องหน้าต่างเป็นประตูกระจกบานเลื่อนที่เปิดเป็นราวกันตกกระจกสูง 1.20 เมตร สำหรับระบายอากาศภายในห้องและเป็นพื้นที่ยืนรับลมชมวิวได้ด้วย

เราพากลับมาบริเวณพื้นที่ยืนแต่งตัวด้านหน้า Master Bathroom กันนะคะ ซึ่งเป็น Built-in ตู้เสื้อผ้าที่ทางโครงการตกแต่งมาให้เรียบร้อยตามภาพเลยนั่นเอง

Image 1/3
Built-in ตู้เสื้อผ้า

Built-in ตู้เสื้อผ้า

Built-in ตู้เสื้อผ้านี้มีทั้งตรงด้านหน้าประตู Master Bathroom สำหรับเก็บอุปกรณ์อาบน้ำและชุดเครื่องนอนต่างๆ เช่น ผ้าเช็ดตัว ชุดคลุมอาบน้ำ หมอนและผ้าห่ม เป็นต้น ส่วนภายในตู้เสื้อผ้าจะมีแบ่งเป็นราวแขวน ลิ้นชักเก็บของได้เป็นระเบียบ และช่องเก็บของด้านบนขนาดใหญ่ นอกจากนั้นยังมีตู้มุมที่ไว้เก็บกระเป๋าเดินทางหรือชุดเดรสยาวได้ด้วยค่ะ

ประตู Master Bathroom จะได้เป็นประตูบานเลื่อนลายไม้ตามที่เห็นในภาพนี้เลยนะคะ

Master Bathroom มีขนาด 1.75×4.50 เมตร มีการแบ่งโซนแห้ง-เปียก แยกการใช้งานเป็นสัดส่วนดี โดยโถสุขภัณฑ์อยู่ทางฝั่งซ้าย ตรงกลางเป็นเคาน์เตอร์อ่างล้างมือ แต่ตามแบบห้องมาตรฐานจะไม่ได้กรอบไม้นะคะ ส่วนทางฝั่งขวาจะเป็นพื้นที่ยืนอาบน้ำและอ่างอาบน้ำที่ออกแบบเป็น Sexy Bathroom ด้วย ส่วนวัสดุปูพื้นเป็นกระเบื้องพอร์ซเลน R10 ขนาด 60×60 เซนติเมตร มีสัมผัสหยาบ ป้องกันการลื่นล้ม แต่ไม่บาดเท้าค่ะ

Image 1/8
เคาน์เตอร์อ่างล้างมือแบบ His and Her

เคาน์เตอร์อ่างล้างมือแบบ His and Her

เคาน์เตอร์อ่างล้างมือ 2 อ่างแบบ His & Her ที่ Top ด้วยหินอ่อนสีขาวเขียว Ice Jade พร้อมกระจกเงาที่เปิดเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดใบหน้าและน้ำหอมได้ ส่วนช่องเก็บของด้านล่างเคาน์เตอร์ ไว้เก็บพวกอุปกรณ์ของใช้ในห้องน้ำ โดยเลือกใช้ก๊อกน้ำสี Chrome จาก GROHE และอ่างล้างมือจาก American Standard

สำหรับพื้นที่โถสุขภัณฑ์มีความกว้างประมาณ 0.90 เมตร โดยตัวโถสุขภัณฑ์ของแบบห้องนี้จะเป็น Auto Washlet จาก American Standard พร้อมติดตั้งฉากกั้นกระจกฝั่งขวา แต่ไม่มีประตูกระจกมาให้นะคะ ซึ่งเราสามารถหาซื้อติดตั้งเพิ่มเหมือนห้องตัวอย่างได้ค่ะ

พื้นที่อาบน้ำและอ่างอาบน้ำมีขนาด 1.65×1.75 เมตร มีฉากกั้นประตูกระจกแบบ Tempered Glass ติดตั้งมาให้ตามภาพเลย โดยก๊อกน้ำและฝักบัว Hand Shower & Rain Shower สี Chrome จาก GROHE และอ่างอาบน้ำอะคริลิคสีขาว screen ROMM มีความยาวประมาณ 1.70 เมตร สามารถนอนแช่น้ำได้สบายๆ

รวมถึงออกแบบมีช่องหน้าต่างให้มองออกไปเห็นวิวด้านนอกได้ด้วย และตำแหน่งห้องน้ำนี้อยู่ตรงกลางห้อง ทำให้ข้อดีของการมีหน้าต่างนี้ จะช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามาภายในห้องน้ำ กำจัดความอับชื้น เชื้อโรคและเชื้อราต่างๆนั่นเอง

ต่อมาเราจะพามาดูอีกฝั่งของห้องกันบ้าง จะเป็นห้องน้ำส่วนกลางและห้องนอนรองค่ะ

ด้านข้างโถงทางเดินไปห้องนอนรองจะมี Powder Room ห้องน้ำแบบไม่พื้นที่อาบน้ำ ตั้งอยู่ใกล้กับพื้นที่นั่งเล่นทำให้เดินมาใช้งานได้สะดวกทั้งเจ้าของห้องและแขกที่มาเยี่ยมค่ะ ห้องน้ำนี้มีขนาด 1.30×1.70 เมตร ปูพื้นเป็นกระเบื้องพอร์ซเลน R10 ขนาด 60×60 เซนติเมตร ออกแบบและเลือกใช้สุขภัณฑ์คล้ายกับห้องน้ำห้องอื่นๆ

Image 1/3
เคาน์เตอร์อ่างล้างมือ

เคาน์เตอร์อ่างล้างมือ

เคาน์เตอร์อ่างล้างมือ Top ด้วยหินอ่อนสีขาวเขียว Ice Jade พร้อมกระจกเงาที่เปิดเก็บของได้ มีช่องเก็บของด้านล่างเคาน์เตอร์ ส่วนก๊อกน้ำสี Chrome จาก GROHE และอ่างล้างมือและโถสุขภัณฑ์จาก American Standard

บริเวณฝั่งตรงข้ามกับ Powder Room จะมี Built-in ตู้เก็บของมาให้อีกจุดด้วยค่ะ ทางโครงการตกแต่ง Built-in ตู้เก็บของและตู้เสื้อผ้ามาให้เยอะจริงๆ ถูกใจคนที่มีของกระจุกกระจิกเยอะ ได้มีพื้นที่เก็บของและเป็นระเบียบ สะอาดตาดี

โถงทางเดินเข้าไปด้านในห้องนอนรองมีขนาดประมาณ 1.10 เมตร มีหน้าต่างขนาดใหญ่อยู่ด้านข้าง แสงธรรมชาติส่องเข้ามาได้เต็มที่ พร้อมช่องเปิดเพื่อระบายอากาศภายในห้องได้ด้วย เราจะพาเข้าไปดูด้านในบริเวณเตียงนอนกันก่อนนะคะ แล้วค่อยพามาดูห้องน้ำในห้องนอนรองค่ะ

Image 1/5
ห้องนอนรอง

ห้องนอนรอง

ห้องนอนรองมีขนาด 3.10×7.00 เมตร บริเวณเตียงนอนจะมีขนาดประมาณ 3.10×3.25 เมตร วางเตียงได้ทั้ง 5-6 ฟุต แต่เราว่าวางเป็นเตียง 5 ฟุตก็ดีนะคะ จะได้มีพื้นที่รอบเตียงกว้างขึ้นหน่อย ส่วนปลายเตียงก็แนะนำติดตั้งเป็นทีวีแบบแขวน จะได้เดินผ่านได้สบายๆ

ผนังด้านข้างของห้องจะเป็นกระจกแบบ Full Height ขนาดใหญ่ และเป็นกระจกเข้ามุมด้วย เปิดรับแสงและวิวได้กว้างมากขึ้น พร้อมประตูกระจกบานเลื่อนที่ซ้อนด้วยราวกันตกกระจกสูง 1.20 เมตร สำหรับเปิดระบายอากาศภายในห้องและยืนชมวิว

บริเวณหัวเตียงก็วางโต๊ะเล็กๆได้ทั้ง 2 ข้างเลย แต่เราแนะนำวางแค่ฝั่งหน้าต่างดีกว่า ส่วนพื้นที่ข้างเตียงอีกฝั่งจะได้มีพื้นที่เปิดตู้เสื้อผ้าและยืนแต่งตัวได้ค่ะ ซึ่งทางโครงการก็ได้ Built-in ตู้เสื้อผ้ามาให้เหมือนกับ Master Bedroom เลย รวมถึงตู้ตรงมุมที่เป็นลายไม้ด้วย

เราพากลับมาดูห้องน้ำของห้องน้ำรองกันนะคะ จะออกแบบเป็นประตูบานเลื่อนลายไม้ เปิด-ปิดได้สะดวก

ห้องน้ำนี้มีขนาด 1.35×2.70 เมตร ออกแบบเหมือนห้องน้ำอื่นๆเลย มีแยกการใช้งานเป็นสัดส่วน แบ่งโซนแห้ง-เปียก ปูพื้นเป็นกระเบื้องพอร์ซเลน R10 ขนาด 60×60 เซนติเมตร

Image 1/5
เคาน์เตอร์อ่างล้างมือ

เคาน์เตอร์อ่างล้างมือ

เคาน์เตอร์อ่างล้างมือ Top ด้วยหินอ่อนสีขาวเขียว Ice Jade มีช่องเก็บอุปกรณ์ของใช้ในห้องน้ำตรงด้านล่างเคาน์เตอร์ พร้อมกระจกเงาที่เปิดเก็บของได้ เลือกใช้ก๊อกน้ำจาก GROHE สี Chrome ส่วนอ่างล้างมือและโถสุขภัณฑ์จาก American Standard

พื้นที่อาบน้ำมีขนาด 0.90×1.35 เมตร ยืนอาบน้ำ หมุนตัวได้ พร้อมติดตั้งฉากกั้นประตูกระจกแบบ Tempered Glass มาให้เรียบร้อย น้ำจะได้ไม่กระเด็นไปเลอะบริเวณอื่นเวลาใช้งาน โดยก๊อกน้ำและฝักบัว Hand Shower สี Chrome มาจาก GROHE


1 Bedroom Plus พื้นที่ใช้สอย 60 ตร.ม.ปัจจุบันห้องเริ่มต้นของโครงการอย่าง 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 34.5-51 ตร.ม. ได้ Sold Out ไปเรียบร้อยแล้ว ทำให้ 1 Bedroom Plus พื้นที่ใช้สอย 60 ตร.ม. ที่เราจะพาไปชมกัน เป็นห้องขนาดเล็กสุดของโครงการในปัจจุบันและเหลือเพียง 1 ห้องเท่านั้น อยู่ชั้น 21 ด้วย ซึ่งถือเป็นห้องที่น่าสนใจ ได้วิวเมืองมุมสูงด้วยนะคะ

  • พื้นที่ขนาดใหญ่แบบ Open Plan เชื่อมห้องครัว พื้นที่รับประทานอาหารและพื้นที่นั่งเล่น สามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้ยืดหยุ่น
  • หน้าต่างกระจกเข้ามุม เปิดรับแสงธรรมชาติและวิวได้กว้างขึ้น
  • Built-in เคาน์เตอร์ครัว พร้อมชุดครัวจาก GORENJE เป็นหลัก ได้ชุดครัวทำอาหารครบครัน ทำอาหารได้สะดวก สามารถกั้นเป็นครัวปิดได้ ป้องกันกลิ่นลอยไปในห้อง
  • ห้องอเนกประสงค์ ปรับเป็นห้องทำงาน อ่านหนังสือหรือห้องออกกำลังกายได้
  • ห้องนอนใหญ่ มีระเบียงส่วนตัว มีพื้นที่ภายในห้องนอนกว้าง พร้อม Built-in ตู้เสื้อผ้ามาให้ มีระเบียงให้ออกมายืนรับลมชมวิวได้
  • ห้องน้ำเข้า-ออกได้ 2 ทาง สามารถใช้งานได้สะดวกทั้งจากห้องอเนกประสงค์และห้องนอน รวมถึงมีอ่างอาบน้ำให้นอนแช่ตัวด้วย

เมื่อเข้ามาภายในห้องจะเจอกับพื้นที่แบบ Open Plan เชื่อมต่อกันขนาดใหญ่ขนาด 3.20×8.80 เมตร ตั้งแต่ห้องครัว พื้นที่นั่งรับประทานอาหารและพื้นที่นั่งเล่น

พื้นที่ครัวมีขนาด 3.20×3.75 เมตร โดย Built-in เคาน์เตอร์ครัวพร้อมตู้เก็บของทั้งบน-ล่าง และชุดครัวต่างๆมาให้เรียบร้อยตามภาพเลยค่ะ วัสดุปูพื้นด้วยกระเบื้องพอร์ซเลน ขนาด 60×60 เซนติเมตร ส่วนความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานอยู่ที่ 2.60 เมตร

Image 1/5
ห้องครัว

ห้องครัว

การออกแบบเคาน์เตอร์ครัวก็เหมือนกับห้องก่อนหน้านี้เลยนะคะ ทางโครงการได้ Built-in เคาน์เตอร์ครัวเป็นรูปตัว L และ Top ด้วยหินอ่อนสีขาวเขียว Ice Jade ทนต่อรอยขีดข่วน มีพื้นที่ประกอบอาหารและวางของได้กว้าง พร้อมอ่างล้างจานและก๊อกน้ำจาก MEX และ Hob, Hood และ Combi-oven จาก GORENJE

ส่วนตู้เก็บของทั้งบน-ล่างเป็น HPL สีขาว แบ่งเป็นช่องเล็ก-ใหญ่ มีเว้นช่องวางเครื่องซักผ้า พร้อมติดตั้งชั้นวางของ I-move 1 จุดตรงตู้ด้านบน ทำให้หยิบของได้ง่าย และด้านล่างอ่างล้างจานมี Built-in ถังขยะ ใช้งานได้สะดวกด้วย

ผนังด้านหลังเคาน์เตอร์ก็ติดกระจกสี Euro Bronz และ Backsplash กระเบื้องลายหิน Ice Jade เวลาทำอาหารและกระเด็นเลอะก็ทำความสะอาดได้ง่าย พร้อมตะขอห้อยอุปกรณ์ทำอาหารและติดตั้งไฟ Strip Light แบบ Motion Sensor

หากใครที่กังวลเรื่องกลิ่นอาหารจะลอยไปติดเฟอร์นิเจอร์หรือมีกลิ่นอาหารเข้าไปในห้องนอน ก็สามารถทำกำแพงกั้นเป็นห้องครัวแบบปิด ทำอาหารได้จริงจังและมีความเป็นสัดส่วนมากขึ้น แต่ว่าที่ทางโครงการไม่ได้กั้นปิดมาก็จะได้ในเรื่องความโปร่งโล่งของพื้นที่ที่เชื่อมต่อเนื่องกันนั่นเอง ส่วนด้านข้างของห้องครัวจะเป็นห้องอเนกประสงค์ที่กั้นปิดมาให้เรียบร้อยเลย

ห้องอเนกประสงค์จะถูกกั้นเป็นประตูกระจกบานเลื่อนมาให้ตามภาพเลยนะคะ พอกั้นด้วยกระจกก็ทำให้ได้ความโปร่งของพื้นที่ดีค่ะ

ห้องอเนกประสงค์ขนาด 1.60×3.75 เมตร สามารถปรับเป็นห้องอ่านหนังสือ ทำงานแบบส่วนตัวได้ อย่างที่ห้องตัวอย่างตกแต่งเป็นห้องทำงาน พร้อมชั้นวางของหรือทำเป็นตู้เก็บเอกสารต่างๆก็ดีเหมือนกัน หรือจะทำเป็นห้องออกกำลังกายอย่างเล่นโยคะก็ได้นะคะ โดยวัสดุปูเป็นพื้น Hybrid engineered ลายไม้

นอกจากนั้นห้องอเนกประสงค์นี้ยังอยู่ติดกับห้องน้ำด้วย ทำให้สามารถใช้งานได้สะดวกเลย ไม่ต้องเดินอ้อมไปเข้าใช้งานจากในห้องนอนค่ะ

ถัดจากพื้นที่ครัวแล้วจะเป็นพื้นที่นั่งรับประทานอาหาร จะเปลี่ยนวัสดุปูพื้นเป็น Hybrid engineered ลายไม้ ทำให้ได้บรรยากาศผ่อนคลายมากขึ้นเมื่อเดินเข้ามาภายในตัวห้องค่ะ ส่วนพื้นที่นั่งรับประทานอาหารสามารถวางโต๊ะ 4 ที่นั่งได้สบายๆเลย

พื้นที่นั่งรับประทานอาหารก็จะเชื่อมต่อกับพื้นที่นั่งเล่น มีความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานประมาณ 3 เมตร ปูพื้นเป็น Hybrid engineered ลายไม้เหมือนกัน ส่วนผนังห้องเป็นฉาบเรียบทาสีขาว VOCs (Volatile Organic Compounds) ต่ำ ติดตั้งไฟแบบดาวน์ไลท์ และเลือกใช้เครื่องปรับอากาศประเภท VRV แบบ Conceal Type ค่ะ

พื้นที่นั่งเล่นมีระยะดูทีวีอยู่ที่ 3.40 เมตร สามารถ Built-in ชั้นวางทีวีและตั้งทีวีขนาด 50 นิ้วได้เลยค่ะ เลือกใช้โซฟายาวเหมือนที่ทางบ้านตัวอย่างตกแต่งก็ดีเหมือนกัน ได้จำนวนที่นั่งเยอะและสามารถนอนเล่นบริเวณนี้ได้ด้วย พร้อมตั้งโต๊ะกลางได้สบายๆ มีพื้นที่เดินผ่านไปมาได้สะดวก

ด้านข้างของพื้นที่นั่งเล่นจะเป็นหน้าต่างกระจกแบบ Full Height เต็มผนังและออกแบบเป็นกระจกเข้ามุมด้วย ทำให้รับแสงธรรมชาติได้เต็มที่และขณะนั่งเล่นอยู่บริเวณนี้ก็มองเห็นวิวด้านนอกได้เต็มที่ดีเลย

บริเวณพื้นที่นั่งเล่นนี้ไม่ได้มีระเบียงมาให้ แต่มีการออกแบบเป็นประตูกระจกบานเลื่อน และซ้อนด้วยราวกันตกกระจกสูง 1.20 เมตร ให้เปิดระบายอากาศภายในห้องและเป็นพื้นที่ยืนรับลมชมวิวได้นะคะ

ต่อมาเราจะพาไปดูห้องนอนกันนะคะ อยู่ถัดจากพื้นที่นั่งเล่นเลย โดยประตูห้องนอนจะเป็นประตูลายไม้และตามแบบห้องมาตรฐานของโครงการก็ตกแต่งกรอบประตูลายไม้เหมือนในภาพนี้เลยนะคะ

Image 1/5
ห้องนอน

ห้องนอน

ห้องนอนมีขนาดอยู่ที่ 2.75×3.30 เมตร สามารถวางเตียง 6 ฟุตได้สบายๆ ด้านข้างหัวเตียงทั้ง 2 ฝั่งก็ตั้งโต๊ะเล็กๆวางโคมไฟ หนังสือและมือถือก่อนนอนได้ ส่วนปลายเตียงก็เลือกทีวีแบบแขวน นอกจากนั้นยังมีประตูกระจกบานเลื่อนเปิดออกไปยังระเบียงส่วนตัวได้อีกด้วย ทำให้ได้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาภายในห้องและได้รับวิวด้วย

ระเบียงส่วนตัวในห้องนอนนี้มีขนาด 0.95×1.45 เมตร วัสดุปูพื้นเป็นกระเบื้องเซรามิกลายไม้ ขนาด 20×120 เซนติเมตร สามารถวางเก้าอี้ทำเป็นมุมนั่งพักรับลมชมวิวได้เลย พร้อมปลูกต้นไม้สีเขียวเล็กๆ เพิ่มพื้นที่สีเขียวและเป็นวิวสีเขียวเมื่อมองจากบนเตียงได้ด้วย โดยราวกันตกก็เลือกใช้เป็นกระจกไม่มีขอบ ทำให้นอนอยู่บนเตียงแล้วมองออกไปด้านนอกจะไม่มีเส้นขอบราวกันตกมากวนสายตาค่ะ

อีกฝั่งของห้องนอนจะเป็น Built-in ตู้เสื้อผ้าที่ทางโครงการตกแต่งมาให้เรียบร้อยเลย จะอยู่ใกล้กับห้องน้ำ สามารถแต่งตัวได้สะดวก

Image 1/3
Built-in ตู้เสื้อผ้า

Built-in ตู้เสื้อผ้า

ทางโครงการได้ Built-in ตู้เสื้อผ้า มาเหมือนกับห้องนอนก่อนหน้านี้เลย มีแบ่งช่องเป็นราวแขวน ลิ้นชักและช่องเก็บของด้านบน สามารถใส่เสื้อผ้าได้ประมาณนึงเลย นอกจากนั้นยังมีตู้ตรงมุมที่เป็นลายไม้ด้วย สำหรับเก็บชุดเดรสยาวและกระเป๋าเดินทางได้นั่นเอง ส่วนผนังตรงที่แขวนทีวีจะได้เป็นผนังฉาบเรียบทาสีขาวนะคะ อันนี้ทางห้องตัวอย่างตกแต่งเป็นลายไม้ให้เป็นไอเดียนำไปปรับใช้กัน

Image 1/2
ห้องน้ำ

ห้องน้ำ

เราพามาดูห้องน้ำกันต่อ มีขนาด 1.75×4.40 เมตร ที่ออกแบบและตกแต่งเหมือนห้องน้ำก่อนหน้านี้เลย ทั้งการแบ่งโซนแห้ง-เปียก ปูพื้นเป็นกระเบื้องพอร์ซเลน R10 ขนาด 60×60 เซนติเมตร ภายในห้องน้ำประกอบด้วยเคาน์เตอร์อ่างล้างมือ โถสุขภัณฑ์ พื้นที่อาบน้ำและอ่างอาบน้ำมาครบครัน แต่มีข้อดีที่ได้ประตูเข้า-ออก 2 ทาง สามารถเข้าใช้ห้องน้ำได้จากห้องอเนกประสงค์และห้องนอนนั่นเอง

Image 1/6
เคาน์เตอร์อ่างล้างมือ

เคาน์เตอร์อ่างล้างมือ

เคาน์เตอร์อ่างล้างมือเลือก Top ด้วยหินอ่อนสีขาวเขียว Ice Jade มีพื้นที่บนเคาน์เตอร์กว้างวางอุปกรณ์ของใช้ในห้องน้ำได้เยอะ พร้อมกระจกเงาและช่องเก็บของด้านล่างเคาน์เตอร์ ทางโครงการได้ติดตั้งก๊อกน้ำสี Chrome จาก GROHE และอ่างล้างมือจาก American Standard

ส่วนโถสุขภัณฑ์จะเป็น Auto Washlet จาก American Standard ใช้งานได้ง่าย และด้านในห้องน้ำจะเป็นพื้นที่อาบน้ำและอ่างอาบน้ำมีขนาด 1.75×1.90 เมตร พร้อมฉากกั้นประตูกระจกแบบ Tempered Glass มาให้ โดยเลือกใช้ก๊อกน้ำและฝักบัว Hand Shower & Rain Shower สี Chrome จาก GROHE และอ่างอาบน้ำอะคริลิคสีขาว screen ROMM ที่มีความยาวประมาณ 1.70 เมตร สามารถนอนแช่น้ำผ่อนคลายได้สบายๆเลยค่ะ

แบบแปลน

Image 1/23

อย่างที่บอกไปนะคะว่าทางโครงการมีทั้งหมด 7 รูปแบบห้องด้วยกัน ซึ่งแต่ละแบบห้องก็มีหลากหลาย Layout ให้เลือกได้ตรงตามการใช้งานของเราเลย

ราคา

ROMM Convent (รมย์ คอนแวนต์) ราคา ณ วันที่ 28 มีนาคม 2567

  • 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 34.5-51 ตร.ม. (Sold Out)
  • 1 Bedroom Plus พื้นที่ใช้สอย 60 ตร.ม.ราคาเริ่มต้น 18.6 ล้านบาท
  • 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 84-128 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 20.1 ล้านบาท
  • 2 Bedroom Plus พื้นที่ใช้สอย 117 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 29.4 ล้านบาท
  • La foret Villa (2 Bed 2 Bath) พื้นที่ใช้สอย 128 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 33.8 ล้านบาท (Fully Furnished ราคาเริ่มต้น 35 ล้านบาท)
  • 3 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 147-192 ตร.ม. (Sold Out)
  • Duplex 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 97 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 30.7 ล้านบาท
  • Junior Penthouse พื้นที่ใช้สอย 182 ตร.ม. (Sold Out)
  • Penthouse พื้นที่ใช้สอย 418-468 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 163.7 ล้านบาท

  • รูปแบบการขาย Fully Fitted พร้อม Built-in ตู้เสื้อผ้าและตู้เก็บของในบางส่วน
  • ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน 2.60-3.00 เมตร
  • Built-in เคาน์เตอร์ครัว ติดกระจกสี Euro Bronze พร้อมตู้เก็บของทั้งบน-ล่าง และ Island เตรียมอาหาร
  • Top counter ครัวเป็นหินอ่อนสีขาวเขียว Ice Jade (มีแร่หยก), Backsplash : กระเบื้องลายหิน Ice Jade และวัสดุหน้าบาน : HPL สีขาว และมีชั้นวางของ I-move ด้านใน 1 จุด
  • อ่างล้างจานและก๊อกน้ำ : MEX
  • Hob, Hood และ Combi-oven : GORENJE
  • สุขภัณฑ์ในห้องน้ำ : American Standard และ GROHE
  • เครื่องปรับอากาศประเภท VRV แบบ Conceal Type / ประเภท Cassette Type ในห้อง Plus room และส่วน Glass box (รูปแบบและจำนวนชิ้นขึ้นอยู่กับแบบห้อง)
  • ค่าจองเริ่มต้น 100,000 บาท
  • ค่าทำสัญญา 5% ของราคาขาย
  • ดาวน์ 10 % ผ่อนดาวน์ 30 งวด
  • ค่ากองทุน 900 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 110 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ

บทสรุป

ทำเล :

โครงการตั้งอยู่บนถนนคอนแวนต์ อยู่ตรงข้ามกับ BNH Hospital และเยื้องกับโรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์ บนทำเลใจกลาง CBD สีลม-สาทร เดินทางสะดวกสบาย ใกล้ทางด่วนเฉลิมมหานครและทางด่วนศรีรัชในระยะ 2-4 กิโลเมตร และมี Interchange Station ของ BTS สายสีเขียวอ่อนและ MRT สายสีน้ำเงิน เป็นตัวเลือกในการเดินทาง ระยะเดินอยู่ที่ 500 เมตร

ความอุดมสมบูรณ์ของโครงการมีความคึกคักสูง ใกล้ๆโครงการมี Park Silom, Silom Complex และ Silom Edge ที่เพิ่งเปิดใหม่ พร้อมร้านที่เปิดรองรับ 24 ชม. อีกทั้งมีร้าน Street Food ไปจนถึง Fine dining หรือ Michelin Star เลย รวมถึงโรงพยาบาลและโรงเรียนชั้นนำอย่างโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์, โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน, St.Andrews International School และโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย นอกจากนั้นยังใกล้สวนลุมพินีให้มาวิ่งออกกำลังกาย และมี Mega Project ขนาดใหญ่ในอนาคตทั้ง One Bangkok และ Dusit Central Park ที่คาดเปิดปี 2567 เพิ่มความคึกคักในโซนนี้

การเดินทางโดยใช้รถ :

ถือว่าสะดวกมากเลย เพราะโครงการตั้งอยู่ติดกับถนนคอนแวนต์ที่เชื่อมถนนสาทรและสีลม จะวิ่งเข้าเมืองไปทางถนนพระราม 4 และถนนวิทยุก็สะดวก หรือจะข้ามไปยังฝั่งธนบุรีก็ใช้ถนนสาทรวิ่งตรงไปได้เลย ใกล้ทางด่วนเฉลิมมหานครและทางด่วนศรีรัชในระยะ 2-4 กิโลเมตร นอกจากนั้นทางโครงการยังให้จำนวนที่จอดรถมามากสุดบนทำเลคิดเป็น 113% จึงมั่นใจได้ว่า 1 ห้องพักอาศัยจะได้ที่จอดรถ 1 คันอย่างแน่นอน หมดปัญหาไม่มีที่จอดรถค่ะ

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ :

ด้วยทำเลที่อยู่ใจกลางเมืองทำให้มีตัวเลือกการเดินทางค่อนข้างหลากหลาย ภายในซอยจะมีทั้งวินมอเตอร์ไซค์ รถตุ๊กตุ๊กและ Taxi ผ่านไปมาตลอด ส่วนการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าจะเป็นตัวเลือกรองลงมาสำหรับโครงการนี้นะคะ สถานีที่ใกล้ที่สุด คือ Interchange Station ของ BTS ศาลาแดง และ MRT สีลม ที่ระยะเดินประมาณ 500 เมตร ถือเป็นระยะที่เดินได้อยู่นะคะ แต่ปัจจุบันนี้มีการเรียกรถโดยสารผ่านแอปพลิเคชันมากขึ้น สามารถเรียกรถได้ง่ายด้วยค่ะ

วัสดุ :

ภาพรวมของวัสดุทำออกมาได้ค่อนข้างดี ตามมาตรฐานของคอนโดระดับ Luxury สำหรับรูปแบบการขายเป็น Fully Fuitted พร้อมชุดครัวจาก GORENJE เป็นหลัก และเฟอร์นิเจอร์ Built-in ในบางส่วน ให้ Digital Door Lock เป็นมาตรฐาน โดยวัสดุปูพื้นใช้ Hybrid Engineered ซึ่งจะมีความทนทานมากกว่าพื้นไม้ Engineered ทั่วไป และกระเบื้องพอร์ซเลน ส่วนสุขภัณฑ์ในห้องน้ำจาก American Standard และ GROHE สำหรับบางแบบห้องจะได้โถสุขภัณฑ์แบบ Auto Washlet รวมถึงให้เครื่องปรับอากาศประเภท VRV แบบ Conceal Type / ประเภท Cassette Type ในห้อง Plus room และส่วน Glass box ซึ่งจำนวนและประเภทขึ้นอยู่กับรูปแบบห้องค่ะ

การออกแบบ :

ออกแบบเน้นความเป็นธรรมชาติ ใช้โทนสีขาว-ไม้ เสริมด้วยต้นไม้สีเขียวที่สอดแทรกทั้งภายในและภายนอกอาคาร ให้บรรยากาศรื่นรมย์สมชื่อโครงการ เป็นคอนโด High Rise ได้วิวเปิดโล่ง มีจำนวนยูนิตน้อย ได้ความเป็นส่วนตัว ออกแบบแยกพื้นที่ส่วนกลางออกจากส่วนพักอาศัย แต่สามารถเข้าไปใช้งานได้ง่าย ผนังกระจกส่วนใหญ่เป็น Full Height เปิดรับวิวได้แบบเต็มที่ การวางผังชั้นพักอาศัยเน้นความเป็นส่วนตัว ที่ถึงจะเป็นโถงทางเดินแบบ Double load Corridor แต่ออกแบบประตูไม่ตรงกัน และมียูนิตต่อชั้นมากสุดเพียง 8 ยูนิต

แบบห้องของโครงการเน้นห้องไซซ์ใหญ่ มีรูปแบบห้อง 7 แบบ แต่มีหลาย Layout ให้เลือกอีกเยอะเลย ตั้งแต่ 1 Bedroom อยู่ 1-2 คนได้สบายๆ ไปจนถึง Penthouse รองรับครอบครัวขนาดใหญ่พร้อมห้องแม่บ้านส่วนตัว รวมถึงเน้นพื้นที่นั่งเล่นกว้าง ได้ความโปร่งสบาย ส่วนตัวห้องก็ตกแต่งแบบ Fully Fitted พร้อมเครื่องใช้ไฟฟ้าจาก GORENJE และ Built-in ตู้เสื้อผ้าและตู้เก็บของมาให้บางส่วนด้วย 

สาธารณูปโภค :

ส่วนกลางของโครงการนี้มีมาให้ครบครันและมีฟังก์ชันที่เชื่อมโยงกับทำเลอย่าง Co-working space, Teens Club ให้น้องๆนักเรียนมีพื้นที่เรียนหรือพื้นที่นั่งทำงาน และการอยู่ใกล้โรงพยาบาลก็มีฟังก์ชันที่เน้นการดูแลสุขภาพ เช่น Wellness Lounge และ FitLab Cafe and Co-working Space เป็นต้น

โดย The Sky Retreat ที่เป็นส่วนกลางหลักจะอยู่ที่ชั้น 30-32 ที่เป็นชั้นบนสุดของโครงการ ทำให้ทุกฟังก์ชันเปิดรับวิวเมืองได้เต็มที่ มีทั้งพื้นที่ทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายอย่าง สระว่ายน้ำ, Fitness, Family Onsen, Aqua Symphony (Spa Area), Treatment Room, Meditation Pod, Sky Lounge (Art & Craft Therapy) และ Sensory Playground ส่วนชั้น Rooftop มี BBQ Yard, Skyline Viewing Seat และ Multi-purpose Lawn ให้มานั่งพักผ่อนหรือชมวิวกันได้ นอกจากนั้นยังได้สิทธิพิเศษระดับ VVIP จาก BNH Hospital ด้วย


Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับช่วงราคาเฉลี่ยแบบทั้งโครงการ AVG 280,000 บาท/ตร.ม., 28 มีนาคม 2567

  • ทำเล 8/10 – ติดถนนคอนแวนต์ เชื่อมไปถนนสีลม-สาทร ความอุดมสมบูรณ์สูง ได้วิวรอบด้านค่อนข้างโล่ง
  • เดินทางด้วยรถ 8.25/10 – เดินทางสะดวกและให้ที่จอดรถมามากถึง 113%
  • ไม่ใช้รถ 7.75/10 – มีวินมอเตอร์ไซค์ รถตุ๊กตุ๊ก และ Taxi ผ่านไปมาตลอด สามารถเดินไปรถไฟฟ้า BTS และ MRT ได้ในระยะ 500 เมตร
  • วัสดุ 8/10 – ตกแต่ง Fully Fitted พร้อมชุดครัวและ Built-in มาบางส่วน ได้วัสดุดีตามมาตรฐานคอนโดหรู
  • แบบ 8.5/10 – ออกแบบได้ความเป็นส่วนตัวดี มีแบบห้องให้เลือกเยอะ จัดฟังก์ชันลงตัว พื้นที่ใช้สอยใหญ่ พื้นที่นั่งเล่นกว้าง
  • สาธารณูปโภค 8.5/10 – ให้มาครบครันหลากหลาย มีฟังก์ชันเชื่อมโยงกับทำเลทั้งด้านการเรียนและสุขภาพ พร้อมสิทธิพิเศษระดับ VVIP จาก BNH Hospital

  • LUXURY CLASS
  • 8.10 / 10.00

ROMM Convent (รมย์ คอนแวนต์) เหมาะกับใคร

โครงการ ROMM Convent (รมย์ คอนแวนต์) เหมาะกับคนมองหาคอนโดใจกลางเมืองในบรรยากาศที่สงบ ได้ความเป็นส่วนตัว เน้นการเดินทางโดยใช้รถเป็นหลัก แต่ก็ใช้รถไฟฟ้าได้สะดวก ได้ห้องพักขนาดใหญ่อยู่สบายตั้งแต่ 1-2 คน หรือทั้งครอบครัว  มีพื้นที่ส่วนกลางครบครัน พร้อมสิทธิพิเศษระดับ VVIP จาก BNH Hospital โดยมีงบประมาณระดับ 18.6-163.7 ล้าน หรือมีกำลังผ่อนเริ่มต้นประมาณ 111,600 บาท/เดือน


Think of Living รวบรวมมาให้แล้ว!

โครงการเปิดใหม่ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮมและคอนโดมิเนียม ในทำเลทั่วกรุงเทพและปริมณฑล ในทุกๆเดือนย้อนหลัง ใครที่กำลังมองหาบ้านห้ามพลาด อาจจะมีโครงการในราคาและทำเลที่เพื่อนๆ ตามหาอยู่ก็เป็นได้นะ

เข้ามาชมบทความรายเดือนได้เลย คลิกที่นี่