ในยุคที่ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ 2569 ยังคงเผชิญกับความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ฟื้นตัวไม่เต็มที่ คำถามสำคัญคือ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ปรับตัวอย่างไรเพื่อรักษาระดับการเติบโต?

กรณีศึกษาที่น่าสนใจที่สุดในเวลานี้คือ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI ที่เพิ่งประกาศ ยอดขายแสนสิริ ในช่วงครึ่งปีแรก (1H/2569) ออกมาสูงถึง 25,500 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 53% ของเป้าหมายทั้งปีที่ตั้งไว้ 48,000 ล้านบาท ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่า บริษัทที่มีพอร์ตโฟลิโอครอบคลุมทุกเซกเมนต์ และมีแบรนด์ที่แข็งแกร่ง ยังคงสามารถดึงดูดเม็ดเงินจากผู้บริโภคและนักลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง

กางตัวเลขผลประกอบการ “แสนสิริ” ครึ่งปีแรก 2569

ความสำเร็จของ แสนสิริครึ่งปีแรก 2569 ไม่ได้มาจากการพึ่งพาสินค้ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่มาจากการกระจายความเสี่ยงทั้งในตลาดแนวสูงและแนวราบ หากเจาะลึกลงไปในตัวเลข จะพบสถิติที่น่าสนใจดังนี้:

ยอดขายรวม: 25,500 ล้านบาท (ทะลุครึ่งทางของเป้าหมายทั้งปี)
ปรากฏการณ์ Sold Out: สามารถปิดการขายไปได้ถึง 12 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 18,000 ล้านบาท (อาทิ บูก้าน กรุงเทพกรีฑา, บุราสิริ พระราม 2, สราญสิริ เกาะแก้ว รีทรีต, เดอะ ไลน์ ไวบ์ และ เอ็กซ์ที พญาไท)
จ่อคิว Sold Out: มีอีก 8 โครงการที่ใกล้ปิดการขาย มูลค่ารวมกว่า 11,000 ล้านบาท
ยอดขายรอโอน (Backlog): ปัจจุบันแสนสิริมี Backlog ในมือแข็งแกร่งกว่า 27,000 ล้านบาท โดยเตรียมทยอยรับรู้รายได้ในปีนี้ทันทีกว่า 40% ซึ่งจะเป็นเบาะรองรับรายได้ที่สำคัญในช่วงครึ่งปีหลัง

ถอดรหัสกลยุทธ์ คอนโดแสนสิริ จับ Real Demand และนักลงทุน

สำหรับตลาด คอนโดแสนสิริ กลยุทธ์หลักคือการบาลานซ์ระหว่างการเปิดโครงการใหม่ และการเร่งระบายสต๊อกโครงการพร้อมอยู่ (Ready to Move) เพื่อเปลี่ยนเป็นรายได้ทันที

โครงการใหม่สร้างกระแส: การเปิดตัว LOVE Charoen Nakhon และ XT 10 Ekkamai ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม ขณะที่ dcondo vite พัทยา สามารถทำยอดขายพุ่งถึง 90% หลังเปิดตัวเพียงไม่กี่วัน ด้วยราคาเริ่มต้นที่เข้าถึงง่ายเพียง 1.79 ล้านบาท
เจาะกลุ่ม Real Demand: โครงการ Vay Rama 9 ถูกส่งมารองรับกลุ่มคนที่ต้องการคอนโดพร้อมอยู่และพร้อมโอนทันที
กลุ่ม Rare Asset: คอนโดพร้อมอยู่ใจกลางเมืองอย่าง Via 34 และ Via 61 ยังคงมียอดโอนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
Strategic Location & Rental Yield: แสนสิริรุกหนักในหัวเมืองใหญ่และเมืองท่องเที่ยว เช่น THE BASE Cherngtalay (ภูเก็ต) ที่ยอดขายแตะ 90%, THE BASE Srichan Khonkaen รวมถึงโซนเชียงใหม่ และ EEC (พัทยา-บางแสน) ซึ่งกลุ่มนี้ดึงดูดนักลงทุนและชาวต่างชาติได้ดีเยี่ยม เนื่องจากสามารถสร้างอัตราผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า (Rental Yield) ได้ในระดับสูง

แนวราบโตแกร่ง Anasiri และ Luxury Collection นำทัพ

ฝั่ง บ้านแสนสิริ หรือโครงการแนวราบ ยังคงเป็นเครื่องยนต์หลักที่สร้างกระแสเงินสดได้อย่างมั่นคง โดยเจาะกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนในแต่ละระดับราคา:

แบรนด์ Anasiri (ระดับราคา 3-7 ล้านบาท): ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่และครอบครัวเริ่มต้น กวาดยอดขายไปกว่า 350 ยูนิต ไฮไลต์คือโครงการ Anasiri Rama 5 – Sirindhorn และ Anasiri Srinakarin – Phraeksa 2 ที่สามารถปิดการขายเฟสแรกได้ภายใน 2 วัน ทำยอดขายทะลุ 400 ล้านบาท
กลุ่ม Premium และ Luxury: โครงการเศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ ปิดเฟสแรกได้ตั้งแต่รอบพรีเซล ขณะที่ Sansiri Luxury Collection อย่าง “นาราสิริ” ทั้งทำเลกรุงเทพกรีฑาและบรมราชชนนี โชว์ฟอร์มแกร่งปิดการขายเฟสแรกช่วงพรีเซล จนต้องเร่งเปิดเฟสใหม่เพื่อรองรับดีมานด์
(H2) เจาะ 3 ทำเลทอง บ้านแนวราบ ที่น่าจับตา
แสนสิริยังได้ประเมินศักยภาพทำเล (Location Analysis) และชี้เป้า 3 โซนแนวราบที่มีการเติบโตโดดเด่นที่สุด ได้แก่:

ดอนเมือง: ฮับใหญ่ของกรุงเทพฯ ตอนเหนือ ที่ราคาประเมินที่ดินเติบโตเฉลี่ยถึง 11% ต่อปี และสามารถสร้าง Rental Yield สำหรับการปล่อยเช่าบ้านได้สูงถึง 7%
รามอินทรา – จตุโชติ: ทำเลที่รองรับกลุ่มครอบครัวขยาย ได้รับอานิสงส์โดยตรงจากส่วนต่อขยายทางด่วนฉลองรัช
ประชาอุทิศ: โซนมาแรงที่รองรับลูกค้าย้ายขยายตัวจากย่าน CBD (พระราม 3 – สาทร) เชื่อมต่อวงแหวนฯ และมอเตอร์เวย์ M82 สู่หัวหินในอนาคต
(H2) แผนครึ่งปีหลัง 2569 ลุยเปิด 21 โครงการใหม่ มูลค่า 27,000 ล้านบาท
เพื่อรักษาโมเมนตัมการเติบโต โครงการใหม่แสนสิริ ในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 ถูกวางแผนเปิดตัวถึง 21 โครงการ มูลค่ารวม 27,000 ล้านบาท (แบ่งเป็นแนวราบ 12 โครงการ และคอนโดมิเนียม 9 โครงการ)

ไฮไลต์ฝั่งแนวราบ:
เตรียมเปิดตัวบ้านเดี่ยวลักชัวรี 3 โครงการ (เศรษฐสิริ เกรท ดอนเมือง, เศรษฐสิริ รัตนาธิเบศร์ และ บุราสิริ เวลล์ กรุงเทพกรีฑา) และบิ๊กมูฟสำคัญคือการเปิดตัว Wellness Community แห่งแรกของแสนสิริ บนพื้นที่ 142 ไร่ ติดถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ รวมถึงโปรเจกต์มหาอาณาจักร “ราชพฤกษ์ คอมมิวนิตี้” บนพื้นที่กว่า 1,000 ไร่ นอกจากนี้ยังบุกตลาดภูเก็ตด้วยพูลวิลล่าระดับลักชัวรีแบรนด์ The Tales

ไฮไลต์ฝั่งคอนโดมิเนียม:
เตรียมเปิดตัว The Monument Sathon, โครงการใหม่แบรนด์ HAUS ในย่าน T77, Canvas Palette Cherngtalay รวมถึงการบุกทำเลโซนสามกองและป่าตองในภูเก็ต ควบคู่ไปกับการดันพอร์ตคอนโดพร้อมอยู่ (Ready to Move) อีก 6 โครงการ มูลค่า 18,300 ล้านบาท เพื่อสร้างการรับรู้รายได้ทันที

มุมมองตลาดอสังหาริมทรัพย์ 2569 และก้าวต่อไปของ SIRI

แสนสิริประเมินว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ 2569 กำลังเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว สะท้อนจากข้อมูลหลังบ้าน ทั้งยอดขาย ยอดโอนกรรมสิทธิ์ และที่สำคัญคือ “อัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate)” ที่มีทิศทางปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาลงและมาตรการกระตุ้นจากภาครัฐ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการปลดล็อกกำลังซื้อ ทั้งกลุ่ม Real Demand และกลุ่มนักลงทุน

บทเรียนทางธุรกิจจากแสนสิริในครึ่งปีแรกชี้ให้เห็นว่า ในสภาวะตลาดที่ท้าทาย บริษัทที่มีความพร้อมด้านพอร์ตโฟลิโอครอบคลุมทุกเซกเมนต์ มีโปรดักต์พร้อมอยู่รองรับความต้องการทันที และมี Backlog ในมือที่แข็งแกร่ง จะเป็นผู้ที่ได้เปรียบและสามารถคว้าโอกาสจากการฟื้นตัวของตลาดรอบนี้ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพที่สุด