ถ้าตลาดอสังหาริมทรัพย์กำลังอยู่ในช่วงยากที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายปี คำถามคือ ผู้พัฒนาโครงการควร “ตั้งรับ” หรือ “หาโอกาสใหม่” เพื่อเตรียมกลับมาเติบโต?

ประเด็นนี้ถูกหยิบขึ้นมาบนเวที Creative Talk Conference 2026 หรือ CTC 2026 ในหัวข้อ Trends 2026-2027 : Business โดย คุณไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า ภาคอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันกำลังเผชิญแรงกดดันหนัก โดยเฉพาะยอดซื้อขายในกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่อยู่ในระดับต่ำที่สุดในรอบกว่า 20 ปี

ตลาดอสังหาฯ ชะลอ แต่ผลกระทบไม่ได้เท่ากันทุกบริษัท

ในภาพใหญ่ ตลาดอสังหาฯ กำลังเผชิญหลายปัจจัยพร้อมกัน ทั้งภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน กำลังซื้อที่ระมัดระวังมากขึ้น ภาระหนี้ครัวเรือน และความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน

แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ วิกฤตไม่ได้กระทบทุกบริษัทเท่ากัน บริษัทที่มีฐานะการเงินแข็งแรง เข้าใจลูกค้า และยังรักษาคุณภาพสินค้าได้ อาจไม่ได้แค่ “อยู่รอด” แต่มีโอกาสใช้ช่วงเวลานี้เตรียมตัวเพื่อการเติบโตในรอบถัดไป

คุณไตรเตชะสรุปปัจจัยสำคัญในการฝ่าวิกฤตไว้ 3 เรื่อง คือ สภาพคล่อง คุณภาพ และการมองหาโอกาส

1. สภาพคล่อง คือหัวใจของการอยู่รอด
ในช่วงตลาดผันผวน “สภาพคล่อง” กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดของธุรกิจอสังหาฯ เพราะเป็นตัวกำหนดความสามารถในการตัดสินใจแทบทุกมิติ ตั้งแต่การบริหารต้นทุน การเปิดโครงการใหม่ การทำแคมเปญ ไปจนถึงการรับมือกับยอดขายที่อาจไม่เป็นไปตามแผน

สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่มีรอบการลงทุนยาว ใช้เงินทุนสูง และมีต้นทุนถือครองที่ดิน การมีสภาพคล่องเพียงพอจึงไม่ใช่แค่เรื่องความปลอดภัยทางการเงิน แต่เป็น “อาวุธ” ที่ทำให้บริษัทสามารถเลือกจังหวะเดินเกมได้ดีกว่าคู่แข่ง

2. คุณภาพ คือสิ่งที่ห้ามลด แม้ตลาดแข่งด้านราคา
อีกหนึ่งโจทย์สำคัญของตลาดอสังหาฯ ในช่วงชะลอตัว คือการแข่งขันด้านราคา หลายบริษัทอาจเลือกใช้โปรโมชันหรือส่วนลดเพื่อกระตุ้นยอดขาย แต่คุณไตรเตชะมองว่า องค์กรยังต้องรักษาคุณภาพสินค้าและบริการไว้ให้ได้

เหตุผลคือ บ้านหรือคอนโดมิเนียมเป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับชีวิตระยะยาวของลูกค้า หากผู้พัฒนาโครงการลดคุณภาพเพื่อแลกกับยอดขายระยะสั้น อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของแบรนด์ในระยะยาว

พูดให้เข้าใจง่ายคือ ในวันที่ตลาดยาก ลูกค้าอาจต่อรองมากขึ้น แต่ไม่ได้แปลว่าลูกค้าจะเลิกให้ความสำคัญกับคุณภาพ

3. วิกฤตคือเวลาพัฒนาคน ระบบ และเตรียมจังหวะรุก
สิ่งที่ศุภาลัยเน้นอีกเรื่องคือ การใช้ช่วงเวลาท้าทายเพื่อพัฒนาคน ปรับปรุงกระบวนการทำงาน และเตรียมความพร้อมขององค์กร

มุมมองนี้คล้ายกับทีมฟุตบอลที่ไม่ได้ตั้งรับทั้งเกม แม้สถานการณ์จะกดดัน แต่ถ้าต้องการชนะ ต้องมองหาจังหวะเปลี่ยนเกม และพร้อมทำประตูเมื่อโอกาสมาถึง

คุณไตรเตชะสรุปไว้อย่างน่าสนใจว่า
“การตั้งรับอย่างเดียวอาจทำให้เราไม่แพ้ แต่ถ้าอยากชนะ เราต้องหาจุดเปลี่ยน สร้างโอกาส และเตรียมพร้อมคว้ามันให้ได้”

Find Your Wonderful Living เมื่อศุภาลัยมองบ้านมากกว่าแค่ที่อยู่อาศัย

นอกจากมุมมองด้านกลยุทธ์ธุรกิจ ศุภาลัยยังนำเสนอแนวคิดการอยู่อาศัยแห่งอนาคตผ่านบูธ Find Your Wonderful Living ภายในงาน CTC 2026 ซึ่งเป็นบูธที่ใหญ่ที่สุดในงาน

แนวคิดนี้สะท้อนว่า การพัฒนาที่อยู่อาศัยในอนาคตไม่ได้เน้นแค่นวัตกรรมหรือดีไซน์ที่ดูล้ำสมัยเท่านั้น แต่ต้องตอบโจทย์การใช้ชีวิตจริงของผู้อยู่อาศัยมากขึ้น ผ่าน 3 แกนสำคัญ ได้แก่

Flexible Space พื้นที่ใช้สอยที่ยืดหยุ่น รองรับหลายบทบาทของชีวิต
Well-Designed Kitchen ครัวปิดขนาดใหญ่ ช่วยยกระดับคุณภาพอากาศภายในบ้าน
Sustainable Living การอยู่อาศัยที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตระยะยาว
ในมุมของตลาด นี่สะท้อนว่า ผู้บริโภคไม่ได้มองหาบ้านแค่จากราคาและทำเลอีกต่อไป แต่เริ่มให้ความสำคัญกับฟังก์ชันจริง สุขภาพภายในบ้าน ความยืดหยุ่นของพื้นที่ และความยั่งยืนมากขึ้น

บทสรุป: วิกฤตอสังหาฯ รอบนี้ ใครพร้อมกว่า อาจกลับมาได้เร็วกว่า
สถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2026-2027 ยังมีความท้าทายสูง โดยเฉพาะตลาดกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่ยอดซื้อขายอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบกว่า 20 ปี

แต่บทเรียนจากศุภาลัยชี้ให้เห็นว่า การผ่านวิกฤตไม่ได้ขึ้นอยู่กับการลดราคาเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การบริหารสภาพคล่อง รักษาคุณภาพสินค้า และเตรียมองค์กรให้พร้อมเมื่อโอกาสกลับมา

ในวันที่ตลาดอสังหาฯ ไม่ได้เติบโตง่ายเหมือนเดิม ผู้ชนะอาจไม่ใช่บริษัทที่ “ขายได้เร็วที่สุด” ในระยะสั้น แต่อาจเป็นบริษัทที่ “บริหารความเสี่ยงได้ดีที่สุด” และยังรักษาความเชื่อมั่นของลูกค้าไว้ได้ในระยะยาว