เพื่อนๆเคยได้ยินคำว่า ‘ทุกวิกฤตมีโอกาส’ มั้ยคะ

เวลาที่เกิดความท้าทาย มักจะมีคนเห็นช่องทางใหม่ๆ เสมอ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยตอนนี้ก็เช่นกันค่ะ แม้ภาพรวมหลายคนจะมองว่าอยู่ในช่วงชะลอตัว หรือ Developer บางเจ้าอาจจะขอพักเบรกโปรเจกต์ใหม่ๆ ไปก่อน แต่ในอีกมุมหนึ่ง นี่คือช่วงเวลาที่เราได้เห็นความแข็งแกร่งของ Developer รายใหญ่ที่ยังคงเดินหน้าเปิดตัวโครงการใหม่ๆออกมาอย่างคึกคัก ไม่ต่างจาก ‘AP Thailand’

อะไรที่ทำให้ AP ยังคงพัฒนาและเปิดโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง วันนี้เราจะพาทุกคนไปเจาะลึกแนวคิด AP Code แกนหลักในการทำงานและพัฒนาแนวคิดขององค์กร รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นให้ทั้งกลุ่มลูกบ้านเดิมและลูกค้าในอนาคต

ก่อนอื่นเราต้องขอกล่าวถึงภาพรวมของ AP ในปีที่ผ่านมาก่อนนะคะ ในปี 2025 AP ทุ่มงบกว่า 59,600 ล้านบาท เปิดโครงการใหม่กว่า 44 โครงการ แบ่งเป็นโครงการแนวราบใน กรุงเทพฯ 39 โครงการ ต่างจังหวัดอีก 2 โครงการ ส่วนคอนโดมีเปิดใหม่ 3 โครงการด้วยกัน

หากนำมาเทียบกับปีนี้ AP ยังคงเป็นเจ้าที่เปิดตัวโครงการใหม่ๆ มากสุดในตลาดอสังหาฯ คือ 42 โครงการ ใกล้เคียงกับปีที่แล้วเลยค่ะ ส่วน Product โดยปีนี้มุ่งเน้นพัฒนาโครงการในต่างจังหวัดมากขึ้น โดยปีนี้จะมีการเปิดตัว ‘อภิทาวน์’ ในต่างจังหวัด 8 โครงการ ถือว่าเป็น 4 เท่าของปีที่แล้ว ในขณะที่โครงการแนวราบ และคอนโดในกทม. มีจำนวนน้อยลงเล็กน้อย เริ่มจากคอนโดมี 7 โครงการ ส่วนแนวราบมีทั้งหมด 27 โครงการ โดยโครงการทั้งหมดนี้มีมูลค่ากว่า 55,000 ล้านบาท ใกล้เคียงจากปีที่แล้ว  ยังถือว่ามากกว่าเพื่อนๆในตลาดอสังหาฯทั้งหมดเลยนะ

ในปี 2026  AP  นำโดย คุณรัชต์ชยุตม์ นันทโชติโสภณ President บมจ. เอพี ไทยแลนด์ ได้กล่าวถึงยุทธศาสตร์ระยะยาว CODE OF IN-DEPTH UNDERSTANDING ที่มี ‘AP CODE’ เป็นแนวคิดหลักที่เริ่มต้นจากความเข้าใจคุณภาพชีวิตจริงของลูกค้าอย่างลึกซึ้ง เบื้องหลังความเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่เชื่อมทั้งองค์กรสร้างมาตรฐานเดียวกัน เพื่อส่งมอบ Living Quality และความได้เปรียบในการแข่งขันรอบด้าน

โฟกัสผ่าน 5 เสาหลักสำคัญ ดังนี้ค่ะ :

1. Code of Empathy – การเข้าใจความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริงถึง ‘Unspoken Needs’ หรือความต้องการที่ลูกค้าไม่ได้พูดออกมา แล้วนำอินไซต์เหล่านั้นมาออกแบบพื้นที่และฟังก์ชันที่ช่วยแก้ปัญหา (Pain Point) ในชีวิตประจำวัน

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดๆ โมเดลไฮไลต์ปี 2026 ‘บ้านกลางเมือง FOYER HOUSE’ ที่ช่วยแก้ปัญหาคนอยู่ทาวน์โฮมที่มักรู้สึก ‘อึดอัดและขาดความเป็นส่วนตัว’ AP จึงออกแบบ New Townhome Model 2026 เริ่มจากเพิ่มโถงต้อนรับ (Foyer) แบบฝ้าสูง ทำให้เข้ามาแล้วรู้สึกถึงความโอ่อ่า โล่งสบาย นอกจากนี้ยังปรับเป็นพื้นที่นั่งเล่นเป็น Green Window เพื่อพรางสายตาจากคนภายนอก เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวให้เจ้าของบ้าน

2. Code of Financial Discipline – วินัยทางการเงินแกร่ง รากฐานความมั่นคงกว่า 35 ปี

สำหรับปี 2026 นี้  AP ย้ำความเชื่อมั่นด้วยสายป่านทางการเงินที่แข็งแรง จากกระแสเงินสดรองรับการพัฒนาโครงการกว่า 200 โครงการในทุก Segment พร้อมวงเงินสินเชื่อ (Bank Available Credit) กว่า 18,880 ล้านบาท และมี Backup เงินทุนที่แข็งแกร่งจากการร่วมทุน (Joint Venture) กับพันธมิตรระดับโลกอย่าง Mitsubishi Estate อีกกว่า 12,619 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังได้รับความเชื่อมั่นจากตลาดทุน การันตีด้วยอันดับเครดิตองค์กรระดับ ‘A Stable’ ต่อเนื่องมา 3 ปีแล้ว ดังนั้นเราจึงมั่นใจได้เลยว่า จะไม่มีปัญหาการก่อสร้างล่าช้า เพราะเงินทุนสะดุด และได้มาตรฐานสูงสุด

3. Code of Global Partnership – อีกหนึ่งสิ่งที่ AP ให้ความสำคัญคือการ Joint Venture กับ Partner ระดับโลกอย่าง Mitsubishi Estate  มายาวนานกว่า 13 ปี หรือกว่า 32 โครงการ  ไม่ใช่แค่เรื่องเงินลงทุน แต่คือการส่งต่อความรู้และดีไซน์ระดับโลก ปี 2026 นี้ AP มีแผนการเปิดตัวโปรเจกต์ร่วมทุนอีก 5 โครงการ ทำให้เรามั่นใจได้เลยว่าคอนโดเหล่านี้จะสร้างมาตรฐานใหม่ ทั้งในแง่ของพื้นที่และการก่อสร้าง

4. Code of Organization Capability – การพัฒนาความสามารถขององค์กรทั้งระบบ  AP มองว่าลูกค้าในตอนนี้มีความต้องการที่หลากหลาย จึงนำ Data , Ai , Technology เข้ามาช่วยในหลายๆเรื่อง เช่น การเก็บข้อมูล วิเคราะห์ต่างๆ เพื่อให้เข้าใจลูกค้าได้มากขึ้น ดังนั้นเรื่องข้อมูลต่างๆก็จะแม่นยำ และลดปัญหา Human Error ได้เป็นอย่างดี

5. Code of Sustainable Impact – ข้อนี้เรามองว่าเป็นเหมือนการทำให้สังคมน่าอยู่ขึ้น เพราะแนวคิดจะอิงเรื่องของ ESG (Environmental, Social, and Governance) ตั้งแต่การออกแบบเลยค่ะ เช่น โครงการทาวน์โฮมของ AP ใหม่ๆ จะมีการแยกคัดกรองขยะ ให้ลูกบ้านมาทิ้งขยะ แยกตามประเภท ทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้สะดวกมากขึ้น แล้วยังเป็นการฝึกลูกบ้านในมีวินัยด้วยนะ เพราะในอนาคตแนวโน้มที่ทุกบ้านจะต้องแยกขยะก่อนนำมายังจุดทิ้งขยะมีมากขึ้นค่ะ แล้วอาจทำให้เราเสียค่าส่วนกลางน้อยลง เพราะอัตราค่าเก็บขยะแบบแยกประเภทจะถูกกว่าแบบไม่แยกประเภทอีกด้วยนะ

นอกจากนี้ยังมีโครงการ ‘หย่อมป่า’ เพิ่มพื้นที่สีเขียวในโครงการ เพื่อช่วยในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก  และในปีนี้มีโครงการใหม่ที่ร่วมมือกับ Q-CON ในโครงการ ‘Never Waste Again’ ในการนำเศษวัสดุก่อสร้างมารีไซเคิล กลับมาผลิตเป็นวัสดุใหม่อีกครั้ง

ซึ่งหากทำได้จริง เรามองว่าต้นทุนการก่อสร้างก็จะลดลง เพราะวัสดุ 1 อย่าง อาจนำไปใช้ได้หลายรูปแบบ จนไม่เหลือเศษที่ไม่จำเป็น ดังนั้นราคาของ Product ก็อาจจับต้องได้ง่ายขึ้น เป็น Benefit แก่ลูกค้าที่กำลังมองหาบ้านหรือคอนโดเลยค่ะ โครงการจะคืบหน้าไปยังไงบ้าง ต้องติดตามกันนะ

พอพูดถึงหลักการและแนวคิดที่ AP จะนำมาใช้พัฒนาโครงการต่างๆแล้ว เพื่อนๆคงจะสงสัยต่อไปว่า ในแง่ของตัว Product โดยตรง ปีนี้ AP จะเดินเกมส์ยังไง เราต้องขอแบ่งออกมาเป็น 2 Part คือ Part ของแนวราบกับคอนโดค่ะ

แนวทางขยายตลาดคอนโดของ AP 

สำหรับคอนโดเป็นที่ประจักษ์กันอยู่แล้วว่า AP ทำเรื่องงานออกแบบได้ดี การันตีด้วยรางวัล Good Design Award ในปี 2025 ที่มอบให้โครงการ RHYTHM Ekkamai Estate และ LIFE Sathorn Sierra

จากนี้ AP จึงยึดหลัก Code of Empathy เพื่อรู้ลึกไปถึง ‘Unspoken Needs’ ของลูกบ้านทั้งพื้นที่ภายในห้องพักอาศัยและพื้นที่ส่วนกลาง มาใช้เป็นแนวคิดหลักในการเปิดตัวโครงการใหม่ 7 โครงการในปีนี้  แบ่งเป็นโครงการของ AP 2 โครงการ และโครงการร่วมกับ Mitsubishi Estate อีก 5 โครงการ

สำหรับ AP มองว่าคอนโดไม่ใช่ One-Size-Fits-All  ที่นำรูปแบบเดิมๆไปลงในทุกโลเคชัน ดังนั้น AP จึงเลือกที่จะออกแบบให้เหมาะสมกับการใช้ชีวิต ของคนโซนนั้นจริงๆ มี Living Quality ที่ดีขึ้น โดยอิงแนวคิดหลักการออกแบบคอนโดจาก A Living System 5 แนวคิดด้วยกัน

Image 1/2
Life สุขุมวิท - พระราม 4

Life สุขุมวิท - พระราม 4

  • Feel Follow Function 

ส่วนกลางของ AP ออกแบบให้เราได้ดื่มด่ำบรรยากาศ และรู้สึกผ่อนคลาย มากกว่าจะออกแบบแค่เป็นฟังก์ชันเท่านั้น เช่น ในโครงการ Life สุขุมวิท – พระราม 4 ยกเอา Main Facility ไปไว้ด้านบนสุด เพื่อให้เราได้เห็นวิวโค้งแม่น้ำ ขณะใช้งานพื้นที่ส่วนกลาง

กลับกัน Life รัชดา – พระราม 9 ที่อยู่ในโซนพื้นที่วุ่นวายคึกคักตลอดเวลา AP ก็อยากให้การเข้ามาภายในโครงการเป็นพื้นที่ปลอดภัย สงบเงียบ และได้พักผ่อนจริงๆ จึงออกแบบให้ ทุกคนต้องผ่านพื้นที่ส่วนกลาง ก่อนเข้าไปยังอาคาร เราจึงได้เห็นวิวสวนส่วนกลาง สระว่ายน้ำ เป็นการผ่อนคลาย

  • Landscape as Strategy

การคิดออกแบบ Landscape ตั้งแต่แรกเริ่ม และยึดเป็นแกนสำคัญ ก่อนจะเริ่มออกแบบส่วนอื่นๆ เในปีนี้เราจะเห็นภาพของแนวคิดนี้ได้ชัดจาก Life รัชดา – พระราม 9 ที่มีอาคารโอบล้อมพื้นที่สีเขียว และแยก Step ของพื้นที่สีเขียวไว้หลากหลาย เป็นการแบ่งสัดส่วนกันอย่างชัดเจน

  • Space within Space

ใน 1 พื้นที่ต้องมีมากกว่า 1 ฟังก์ชัน เพราะคนเรามีหลายโหมดใน 1 วัน เช่น ช่วงเช้าเราต้องทำงาน ช่วงบ่ายมีการพักผ่อน พบปะพูดคุยกับเพื่อนๆ ส่วนช่วงค่ำก็อยากพักผ่อน  ต้องการความเป็นส่วนตัว ดังนั้น AP จึงออกแบบให้ ใน 1 วัน เราสามารถอยู่ในห้องเดียวได้เลย เพราะมีฟังก์ชันให้ครบแล้ว

  • Super Function

การออกแบบให้แต่ละฟังก์ชันสามารถรวมหรือแยกกันเป็นสัดส่วนได้ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ใช้สอยภายในห้อง หรือพื้นที่ส่วนกลาง เช่น พื้นที่ส่วนกลางกั้นระหว่างพื้นที่นั่งพักผ่อนกับ Play Room แต่เมื่อถึงเวลาที่เรามีงานสังสรรค์กับเพื่อนๆ ก็สามารถเปิดพื้นที่ตรงนี้รวมกันได้ ทำให้ได้พื้นที่เล่นสนุกที่ใหญ่มากขึ้น ไม่มีการแบ่งแยกฟังก์ชันที่ตายตัว

  • Persona Design Layout

AP มองว่าการมี Layout ห้องที่หลากหลายให้ลูกบ้านได้มีสิทธิ์เลือก จะทำให้ได้ห้องที่ตอบโจทย์แต่ละตัวบุคคลมากที่สุด โดยปัจจุบัน AP มีห้องมากกว่า 310+ Layout นับเฉพาะโครงการที่ยังเปิดขายอยู่ โดยแบ่งแต่ละแบรนด์ดังนี้

GOOD DAY : 11 Layout

ASPIRE : 97 Layout

LIFE : 140 Layout

RHYTHM : 50 Layout

THE ADDRESS : 12 Layout

เพื่อนๆจะเห็นได้ว่าแต่ละแบรนด์มีแบบห้องให้เลือกหลากหลาย ไม่เว้นแต่แบรนด์น้องใหม่อย่าง GOOD DAY ก็ยังมีแบบห้องให้เราได้มีตัวเลือกในการตัดสินใจถึง 11 แบบเลยค่ะ

แนวทางขยายตลาดแนวราบของ AP 

ตลาดแนวราบที่ AP เป็นหนึ่งในผู้เล่นรายใหญ่ และมียอดขายมากที่สุดในตลาดอสังหาฯ  ในปีนี้ AP จะเปิดโครงการแนวราบใหม่ในกรุงเทพฯและปริมณฑลกว่า 27 โครงการ โดยมาโฟกัสเรื่องที่ทำได้ดีอยู่แล้วและพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นไปอีก อย่างตลาดทาวน์โฮม 16 โครงการ  และโฟกัสการขยายตัวของแบรนด์อภิทาวน์ออกไปต่างจังหวัดเพิ่มมากขึ้น 8 โครงการ หลังจากได้กระแสตอบรับจากปีที่แล้วมาเป็นอย่างดี

หลังจากที่เราได้เห็น Project ใหม่ๆของทาวน์โฮมไปปีที่แล้ว อย่าง SOLO  , XAVIER  ที่ได้กระแสตอบรับดี และตอบโจทย์การใช้งานมากขึ้น ส่วนรูปแบบทาวน์โฮมใหม่ๆที่จะได้เห็นในปีนี้ 2-3 แบบ ยกตัวอย่างเช่น  FOYER HOUSE ให้ความสำคัญเรื่องของ Privacy จากปัญหาเดิมของการอยู่บ้านทาวน์โฮมคือไม่มีความเป็นส่วนตัว คนภายนอกมองเข้ามาเห็นพื้นที่พักผ่อนภายใน และเวลาคนเดินเข้าบ้านก็รบกวนคนที่กำลังนั่งพักผ่อนอยู่ โมเดลนี้จึงออกแบบแยกทางเข้า-ออกบ้าน กับพื้นที่พักผ่อนออกจากกันโดยสมบูรณ์

Image 1/2
FOYER HOUSE

FOYER HOUSE

ใช่ว่าทางเข้า-ออกตัวบ้านจะถูกมองข้ามไป เพราะ AP ทำให้โถงเข้าเป็น Foyer สูง รู้สึกถึงความอลังการ ตั้งแต่เดินเข้าบ้าน เป็นเหมือนมุมต้อนรับแขก ในขณะเดียวกัน พื้นที่พักผ่อนจริงๆจะอยู่ด้านในติดกับกระจกมีพื้นที่สีเขียวคั่นกลาง ก่อนถึงที่จอดรถ ทำให้คนภายนอกมองเข้ามาภายในบ้านได้น้อยลง เจ้าของบ้านจึงได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้นค่ะ ถ้าใครอยากเห็นบ้านจริงโมเดลนี้ เตรียมไปชมโครงการบ้านกลางเมือง กัลปพฤกษ์ ที่จะเปิดตัวกลางปีนี้ได้เลยนะ

อีกหนึ่งแบรนด์ที่น่าจับตามองคือ อภิทาวน์ โครงการบ้านเดี่ยวที่ AP ตั้งใจทำขึ้นมาเพื่อบุกตลาดต่างจังหวัด และมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2020-2025 โดยปีล่าสุดมียอดขายได้มากกว่าปีก่อนถึง 38% ดังนั้นในปี 2026 AP จึงให้ความสำคัญกับแบรนด์อภิทาวน์มากขึ้นไปอีก

Image 1/3
อภิทาวน์หัวหิน

อภิทาวน์หัวหิน

จากปีที่แล้วเปิดแบรนด์อภิทาวน์โครงการใหญ่ 3 โครงการ ใช้งบไปกว่า 2,300 ล้านบาท ปีนี้ AP ขยายสเกลเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว ด้วยการเปิดเพิ่มเป็น 8 โครงการ และอัดฉีดทุนไปถึง 8,000 ล้านบาท หรือโตขึ้น 3 เท่ากว่าๆ เลยนะคะ โดยในครึ่งปีแรก เราจะเห็น 3 ทำเลใหม่ของอภิทาวน์ คือ หัวหิน , หาดใหญ่และสระบุรี หากเพื่อนๆสังเกต ก็จะเห็นได้ว่าแต่ละทำเลเป็นเมืองสำคัญทางเศรษฐกิจทั้งนั้น มีประชากรอยู่เยอะ ดังนั้นอาจมีจำนวนคนหาบ้านอยู่ไม่น้อยเลยค่ะ

แล้วการที่มีแบรนด์ใหญ่ๆไปเปิดที่ต่างจังหวัดจะเป็นยังไง เอาจริงๆเรามองว่าคนต่างจังหวัดตามหัวเมืองใหญ่ๆ มีศักยภาพในการซื้อบ้านไม่แพ้คนในกรุงเทพฯเลยนะ ดังนั้นจึงไม่แปลกใจที่อภิทาวน์จะเป็นที่ต้องการของคนต่างจังหวัด เพราะการที่มี Developer เจ้าใหญ่มาเปิดโครงการ จะได้รับความมั่นใจกว่าแบรนด์ Local มี After Service ที่เป็นระบบตรวจเช็คได้

ยิ่งต่อไป AP แพลนที่จะพัฒนาอภิทาวน์ให้มีระบบและคุณภาพเทียบเท่ากับโครงการในกรุงเทพฯ จะยิ่งทำให้ลูกบ้านได้ความสะดวกสบาย รวมถึงความปลอดภัยมากขึ้น ยกตัวอย่าง เช่น

การเข้า-ออกโครงการด้วยระบบ KATSAN : ต้องยอมรับว่าโครงการส่วนใหญ่ในต่างจังหวัดยังเป็นระบบ Bluetooth กันอยู่ แต่ AP จะใช้ระบบ KATSAN อ่านป้ายทะเบียน ทำให้มีแต่รถของลูกบ้านเท่านั้นที่จะเข้าออกได้ แถมยังมีระบบเเจ้งเตือนเมื่อเกิดความผิดปกติ เสริมความปลอดภัยได้มากขึ้น

มี Fitness เปิด 24 ชั่วโมง : เป็นเอกลักษณ์ส่วนกลางของ AP ทำให้ตอบโจทย์คนที่ทำงานไม่เป็นเวลา หรือเลิกงานดึกดื่น ก็ยังมาออกกำลังกายได้ เข้ากับ Life Style ของคนยุคนี้ที่รักสุขภาพกันมากขึ้นอีกด้วย


สรุปส่งท้าย ความเป็นที่สุดของ AP Thailand ผู้นำอสังหาฯ อันดับ 1 ที่ช่วยขับเคลื่อนและปลุกกระแสตลาดที่อยู่อาศัยไทย

1. ความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำกลุ่มธุรกิจอสังหาฯ เพื่อการอยู่อาศัย (Market Leader)

  • 45,994 ล้านบาท: รายได้รวม (Total Revenue 100% JV) ในปี 2025 ซึ่งเป็น “ตัวเลขที่สูงที่สุด” ในตลาดที่อยู่อาศัยไทย ท่ามกลางปีที่เศรษฐกิจท้าทาย
  • 55,000 ล้านบาท: มูลค่ารวมของโครงการเปิดใหม่ในปี 2026 (รวม 42 โครงการ) “สูงสุดในอุตสาหกรรมอสังหาฯ” ณ เวลานี้
  • 49,000 ล้านบาท: เป้าหมายยอดขาย (Presales) และเป้าหมายรายได้รวม 100% JV ที่สะท้อนความมั่นใจของโครงการระบบทำงานภายในในปี 2026

2. พอร์ตสินค้าที่ครอบคลุม (Ultimate Coverage)

  • 18 แบรนด์คุณภาพ: ครบทุกเซกเมนต์ ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม
  • 2 – 120 ล้านบาท: ช่วงแพ็กเกจราคาขายที่กว้างที่สุด ตอบโจทย์ตั้งแต่กลุ่มเริ่มต้นไปจนถึงระดับลักชัวรี
  • 600+ ดีไซน์ ใน 200+ โครงการ: แบบบ้านพร้อมขายที่เข้าใจอินไซต์เฉพาะกลุ่ม กระจายอยู่ทั่วประเทศ

3. การขยายตลาดไปต่างจังหวัดอย่างเต็มกำลัง (Provincial Expansion)

  • 8 โครงการ 8,000 ล้านบาท: แผนบุกหัวเมืองเศรษฐกิจต่างจังหวัด (เช่น หัวหิน, หาดใหญ่, สระบุรี)
  • เติบโตกว่า 3 เท่า: ขยายสเกลการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด (จากปีที่แล้ว 3 โครงการ 2,300 ล้านบาท)

4. วินัยทางการเงินที่เคร่งครัดมาตลอด 35 ปี (Financial Discipline)

  • D/E Ratio 0.64: สัดส่วนหนี้สินต่อทุนต่ำมาก สะท้อนความมั่นคงและสภาพคล่องสูงปรี๊ด
  • A (Stable): อันดับเครดิตองค์กรจากทริสเรทติ้ง ที่ได้รับต่อเนื่องเป็นปีที่ 3
  • 18,880 ล้านบาท: วงเงินสินเชื่อ (Bank Available Credit) ที่ธนาคารพร้อมสนับสนุน
  • 6,500 ล้านบาท: ทุนเตรียมพร้อมสำหรับจ่ายเงินปันผล 2 งวด (3,000 และ 3,500 ล้านบาท) สะท้อนความแข็งแกร่งที่แท้จริง

5. พันธมิตรระดับโลก (Global Partnership)

  • 13 ปี 32 โครงการ: ระยะเวลาและจำนวนโปรเจกต์ที่ Joint Venture กับยักษ์ใหญ่อย่าง Mitsubishi Estate
  • 12,619 ล้านบาท: ทุนจากการร่วมทุนที่พร้อมลุยโปรเจกใหม่
  • 5 โครงการคอนโดร่วมทุนใหม่: ไฮไลต์ของปีนี้ที่เตรียมเปิดตัวภายใต้มาตรฐานและองค์ความรู้ระดับสากล

บทสรุป : ทิศทางการเคลื่อนไหวทั้งหมดของ AP ในปีนี้ ถูกวางอยู่บนยุทธศาสตร์ ‘CODE OF IN-DEPTH UNDERSTANDING’ โดยใช้ AP CODE เป็นแกนหลักในการทำงานที่เริ่มต้นจากความเข้าใจคุณภาพชีวิตจริงของลูกค้าอย่างลึกซึ้งสิ่งที่น่าติดตามต่อจากนี้คือ การพัฒนาเป็น Living Quality หรือคุณภาพชีวิตในการอยู่อาศัยจริง เพื่อตอบโจทย์ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้ จะถูกสะท้อนออกมาผ่านฟังก์ชัน สเปซ และบริการหลังการขาย ให้ลูกค้าสัมผัสได้อย่างเป็นรูปธรรมผ่านโครงการใหม่ๆ ที่กำลังจะเปิดตัวนี้ จะมีความน่าสนใจอย่างไรบ้างติดตามโครงการเครือ AP ได้ทาง https://www.apthai.com/th