ปี 2567 เป็นปีที่ตลาดคอนโดมิเนียมอยู่ในช่วงชะลอตัวอีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ในปี 2566 มีแนวโน้มที่จะมีโครงการเปิดขายใหม่มากขึ้น ซึ่งคอนโดมิเนียมทั้งหมดที่เปิดขายใหม่ในปี 2567 มีทั้งหมดประมาณ 21,680 ยูนิต โดยคอนโดมิเนียมส่วนใหญ่หรือประมาณ 59% ที่เปิดขายใหม่เป็นโครงการที่อยู่ในพื้นที่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าที่เปิดให้บริการแล้ว และอีกประมาณ 10% อยู่ในพื้นที่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าที่กำลังก่อสร้าง เช่น พื้นที่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีส้ม และสายสีม่วงใต้
สุรเชษฐ กองชีพ หัวหน้าฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษา คุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ ประเทศไทย กล่าวว่า “คอนโดมิเนียมที่เปิดขายใหม่ในไตรมาสที่ 4 2567 มีทั้งหมดประมาณ 9,165 ยูนิต อัตราการขายคอนโดมิเนียมที่เปิดขายใหม่ในไตรมาสที่ 4 2567 ยังคงต่ำกว่า 50% แม้ว่าจะมีบางโครงการที่อัตราการจองค่อนข้างสูง แต่หลายโครงการก็ขายได้ต่ำมากๆ นอกจากนี้ยังมีบางโครงการที่เปิดขายบางชั้น หรือบางส่วน
ไม่ได้เปิดขายทั้งโครงการหรือทุกอาคาร ซึ่งการทยอยเปิดขายแบบนี้เพื่อเป็นการทยอยสร้างกระแส และค่อยๆ ปรับราคาขายไปเรื่อยๆ และที่น่าสนใจคือ โครงการที่เปิดขายใหม่ในปี 2567 เป็นโครงการที่เป็นอาคารสูงมากกว่า 8 ชั้นมากขึ้น ขนาดของโครงการ และจำนวนยูนิตต่อโครงการก็มากขึ้น”
คอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ในกรุงเทพมหานครรายปี
ราคาขายเฉลี่ยในไตรมาสที่ 4 ก็มีการเปลี่ยนแปลงจากไตรมาสที่ 3 พอสมควร ซึ่งเรื่องนี้คุณสุรเชษฐได้อธิบายเพิ่มเติมว่า “ราคาขายเฉลี่ยในไตรมาสที่ 4 ปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 10% จากไตรมาสก่อนหน้านี้ เพราะมีโครงการที่เปิดขายในราคามากกว่า 200,000 บาทต่อตารางเมตรขึ้นไปมากขึ้น และในปี 2567 ราคาคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ในกรุงเทพมหานครปรับเพิ่มขึ้นชัดเจนโดยเปลี่ยนแปลงจากปี 2566 ประมาณ 4.7% พื้นที่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าที่เปิดให้บริการแล้วเป็นพื้นที่ที่มีราคาขายเฉลี่ยคอนโดมิเนียมสูงที่สุด คือ ประมาณ 174,600 บาทต่อตารางเมตร ในขณะที่พื้นที่ที่อยู่นอกเส้นทางรถไฟฟ้าหรือไม่มีสถานีรถไฟฟ้าอยู่ในพื้นที่โดยรอบมีราคาขายเฉลี่ยประมาณ 109,400 บาทต่อตางเมตรซึ่งอาจจะสูงเพราะเป็นพื้นที่ที่มีการพัฒนาและไม่ไกลจากพื้นที่ใจกลางเมืองมากนัก เพียงแต่ไม่มีเส้นทางรถไฟฟ้าในพื้นที่ เช่น ถนนจันทน์ บางนา-ตราด และพระราม 3 เป็นต้น”
แนวโน้มตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพมหานครปี 2568 ยังคงอยู่ในช่วงการชะลอตัว โดยเรื่องนี้ คุณสุรเชษฐขยายความเพิ่มเติมว่า “ผู้ประกอบการเลือกที่จะชะลอการเปิดขายโครงการใหม่ แต่ก็ต้องดูการเปลี่ยนแปลงและสถานการณ์ต่างๆ ควบคู่กันไปด้วย เพราะปัจจุบันผู้ประกอบการมีการเตรียมความพร้อมในการเปิดขายโครงการคอนโดมิเนียมอยู่แล้ว เพียงแต่อาจจะเลือกทำเล หรือโครงการในระดับราคาใดก่อนหลังเท่านั้น กลุ่มของผู้ประกอบการที่มีการพัฒนาโครงการบ้านจัดสรรด้วยอาจจะเน้นไปที่โครงการบ้านจัดสรรในหลายระดับราคามากกว่าโครงการคอนโดมิเนียม เพราะผู้ประกอบการยังคงต้องการกำลังซื้อที่มีการหมุนเวียนที่รวดเร็วกว่า โครงการคอนโดมิเนียมอาจจะใช้เวลา 1 – 3 ปีในการรอการโอนกรรมสิทธิ์ แม้ว่ามูลค่าโครงการคอนโดมิเนียมจะมากกว่าก็ตาม ปี 2568 ยังคงเป็นอีก 1 ปีที่ผู้ประกอบการพยายามระบายสต็อกโครงการที่สร้างเสร็จแล้วออกไปให้ได้มากที่สุด ควบคู่ไปกับการเปิดขายโครงการใหม่ และการพยายามดึงกำลังซื้อต่างชาติเข้ามาในประเทศไทยให้ได้มากกว่าที่ผ่านมาเพื่อเป็นการระบายสต็อกทั้งในส่วนของโครงการที่สร้างเสร็จแล้ว และที่กำลังจะเปิดขายใหม่ในอนาคต”
การเปิดขายโครงการใหม่ในปี 2568 อาจจะไม่แตกต่างจากปีที่แล้ว โดยเฉพาะโครงการคอนโดมิเนียมในกรุงเทพมหานครที่คาดว่าจะอยู่ในช่วง 20,000 – 23,000 ยูนิต ไม่มากกว่าปีที่แล้วมากนัก อาจจะมีจำนวนมากขึ้นเพราะผู้ประกอบการจำเป็นต้องเปิดขายโครงการคอนโดมิเนียมใหม่มากขึ้น เนื่องจากมีที่ดินในมือ และบางโครงการเลื่อนจากปี 2567 มาตรการทางการตลาด และการประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่างๆ ของผู้ประกอบการเพื่อเน้นการระบายสินค้าน่าจะคึกคัก และมีการแข่งขันที่สูงมากในปี 2568 ช่วง 1 – 2 ปีที่ผ่านมาผู้ประกอบการหลายรายพยายามหาทางออกในปัญหาเรื่องของการระบายสินค้าไม่ได้เพราะติดปัญหาเรื่องของสินเชื่อที่อยู่อาศัยโดยการออกมาตรการทางการตลาดให้สามารถเช่าอยู่ได้ก่อน หรือยืดระยะเวลาในการผ่อนดาวน์ก่อนการโอนกรรมสิทธิ์ออกไป เพื่อต้องการดึงคนให้ไปซื้อและอยู่กับพวกเขาไปเรื่อยๆ จนกว่าจะโอนกรรมสิทธิ์ได้ และคงมีต่อเนื่องถึงปี 2568
คุณสุรเชษฐยังได้กล่าวถึงเรื่องของกำลังซื้อต่างชาติด้วยว่า “กลุ่มผู้ซื้อต่างชาติในปี 2568 ยังคงเป็นกลุ่มเดิม คือ จีน รัสเซีย เมียนมาร์ ไต้หวัน ยุโรป สหรัฐอเมริกา เป็นต้น ผู้ประกอบการไทยจะพยายามหาช่องทางในการเข้าถึงกำลังซื้อต่างชาติให้ได้มากขึ้น ทั้งด้วยตนเอง และการหาเครือข่ายหรือพันธมิตร เพื่อต้องการปิดการขายให้เร็ว และเพื่อการระบายสต็อกคงเหลือของตนเอง กลุ่มผู้ซื้อชาวจีนคาดว่าจะมากขึ้น ทั้งจากการเข้ามาลงทุนด้วยตนเอง และการเข้ามาในประเทศไทยเพื่อลงทุนทำธุรกิจเพราะในประเทศจีนอาจจะทำได้ลำบากมากขึ้น เข้ามาเพราะบุตรหลานมาเรียนหนังสือในประเทศไทยเลยต้องหาที่พักระยะยาวจากนั้นลงทุนในธุรกิจเพื่อที่จะได้อยู่ในประเทศไทยได้ยาวนานขึ้น การแข่งขันเพื่อดึงดูดกำลังซื้อต่างชาติโดยเฉพาะคนจีนคาดว่าจะมากขึ้นแน่นอน คนจีนจะกระจายไปในส่วนต่างๆ ของกรุงเทพมหานครมากขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่ในโซนเดิมๆ อีกแล้ว แต่อย่างไรก็ตามพื้นที่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้ายังคงเป็นพื้นที่เป้าหมายสำคัญของกำลังซื้อต่างชาติ กำลังซื้อต่างชาติอื่นๆ จะยังคงมีต่อเนื่อง โดยเฉพาะการซื้อที่อยู่อาศัยเพื่อเป็นที่พักหลบภัยชั่วคราวทั้งจากประเทศที่มีปัญหาความชัดแย้งภายในประเทศ และประเทศที่มีปัญหากับประเทศข้างเคียง รวมไปถึงชาวต่างชาติที่มาจากประเทศที่ไม่ได้มีปัญหาอะไรและสามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้”
เกี่ยวกับคุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ ประเทศไทย
บริษัท คุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด เป็นส่วนหนึ่งของคุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ หรือ Cushman & Wakefield (NYSE: CWK) ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำระดับโลกที่ให้บริการด้านการบริหารจัดการทรัพย์สินทั้งในรูปแบบของโครงการและอาคารประเภทต่างๆ บริการที่ปรึกษาในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ยังมีบริการวิจัยตลาดการศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ บริการประเมินราคาทรัพย์สิน บริการในการเป็นตัวแทนในการซื้อ/ขาย/เช่าอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท รวมไปถึงการให้คำปรึกษาในการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ประเภทต่างๆ โดยมีพนักงานในองค์กรทั้งหมดโดยประมาณ 52,000 คนกระจายอยู่ในสำนักงานกว่า 400 แห่งใน 60 ประเทศทั่วโลก ปี 2567 บริษัทมีรายได้รวมประมาณ 9.4 พันล้านดอลลาร์จากบริการต่างๆ
คุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ ประเทศไทย ที่ดำเนินกิจการอยู่ในปัจจุบันจดทะเบียนนิติบุคคลในประเทศไทยในชื่อบริษัท คุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด ตั้งแต่ปีพ.ศ.2546 (บริษัทมีมาก่อนหน้านั้นในชื่ออื่น) แต่บริการต่างๆ ของบริษัทอาจจะไม่ครอบคลุมและมากเท่ากับปัจจุบัน อีกทั้งยังมีการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ หลายอย่าง ปัจจุบันมีบริการที่มากมายหลากหลายและครอบคลุมในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หลายอย่าง ได้แก่
- บริการด้านการบริหารจัดการทรัพย์สิน
- บริการด้านการพัฒนาโครงการและการพัฒนาสิ่งปลูกสร้าง
- บริการด้านการปรึกษาการลงทุนอสังหาริมทรัพย์
- บริการด้านโลจิสติกส์และอุตสาหกรรม
- บริการด้านตัวแทนพื้นที่สำนักงานให้เช่า
- บริการด้านการวิจัยและที่ปรึกษาการลงทุนอสังหาริมทรัพย์
บริการของคุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ ประเทศไทย ครอบคุลมหลากหลายตั้งแต่ก่อนการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ไปจนถึงขั้นตอนการบริหารโครงการหลังจากการก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์และพร้อมจะเป็นที่ปรึกษาให้กับนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศด้วยทีมงานมืออาชีพทั้งคนไทยและต่างชาติที่มีประสบการณ์โดยตรงในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
ข้อมูลเพิ่มเติม www.cushmanwakefield.com