รีวิวโครงการ

MULBERRY GROVE SUKHUMVIT คอนโด High Rise ติดถนนสุขุมวิท ใกล้ BTS เอกมัย 250 เมตร จาก MQDC [รีวิวฉบับที่ 2032]

30 มกราคม 2020

อ่านรีวิวล่าสุด


Mulberry Grove Sukhumvit – MQDC เปิดตัวแบรนด์ใหม่ MULBERRY GROVE ครั้งแรกของแบรนด์ ซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ เรสซิเดนซ์ ที่รองรับการอยู่อาศัยหลากหลายช่วงวัย ในแนวคิด  “สานความสุข ให้ทุกเจเนอเรชั่น” (NURTURING INTERGENERATION HAPPINESS) ครอบคลุมทั้งแนวสูงและแนวราบ นำร่องปีนี้ กับ 3 โครงการ ใน 2 ทำเลทอง ทั้งที่สุขุมวิท และเดอะ ฟอเรสเทียส์ บางนา

นายวิสิษฐ์ มาลัยศิริรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) กล่าวว่า ในปัจจุบันเป็นที่ทราบกันดีว่าครอบครัวสมัยใหม่มีขนาดเล็กลงเรื่อย ๆ เนื่องจากการแยกที่อยู่อาศัยออกมาจากครอบครัวใหญ่ โดยมาจากหลายปัจจัยของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ทาง MQDC ซึ่งให้ความสำคัญในเรื่องของสภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอก เพื่อสนับสนุนให้เกิดความสุขที่แท้จริงในชีวิต เล็งเห็นว่าความสุขของทุกเจเนอเรชั่นไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นเฉพาะโอกาสพิเศษ แต่ความสุขจากการอยู่ร่วมกันต้องเกิดขึ้นได้ทุกวัน MQDC จึงได้พัฒนาแบรนด์ “มัลเบอร์รี่ โกรฟ” (MULBERRY GROVE) ขึ้นเพื่อให้เป็นมากกว่าที่พักอาศัย แต่เป็นพื้นที่เติมเต็มช่องว่างของคนในครอบครัวและการอยู่อาศัยแบบหลากหลายเจเนอเรชั่น เพื่อการสานความสัมพันธ์ และสร้างความสุขที่ยั่งยืนในชีวิตอย่างแท้จริง

“MQDC ยึดมั่นที่จะสร้างสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคนทุกกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงทุกช่วงวัยได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข โดยให้ความสำคัญกับปัจจัยต่าง ๆ เพื่อร่วมสร้างแนวคิดใหม่ในการใช้ชีวิตที่ดีของทุกคนในอนาคต เช่น การสร้างสภาพแวดล้อมสำหรับการอยู่ร่วมกันของคนหลายช่วงวัย การสร้างที่อยู่อาศัยให้อยู่คู่ธรรมชาติโดยมีการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า รวมถึงการสร้างผลงานคุณภาพ มีความปลอดภัย ตอบสนองความต้องการของลูกค้าและสร้างชุมชนให้เป็นสังคมที่น่าอยู่ ที่ผ่านมา ในการพัฒนาแบรนด์ใหม่เข้าสู่ตลาดของ MQDC จะต้องมีการวิจัย (Research Base) รองรับทุกโครงการ ซึ่งแบรนด์ “มัลเบอร์รี่ โกรฟ” (MULBERRY GROVE) ในครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน เกิดมาจากการศึกษาวิจัยมาอย่างต่อเนื่อง เพราะเรามีเป้าหมายที่จะร่วมแก้ปัญหาด้านไลฟ์สไตล์ที่อยู่อาศัยของกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งผมหวังว่า “มัลเบอร์รี่ โกรฟ” จะช่วยให้เราได้กลับมามีความสุขกับคนในครอบครัว และสามารถสานความสุขให้คนในทุกเจเนอเรชั่นตามที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้” นายวิสิษฐ์ กล่าว

ด้าน นายรุ่งโรจน์ จงศุจิพันธุ์ ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) กล่าวว่า “มัลเบอร์รี่ โกรฟ” (MULBERRY GROVE) ถือเป็นแบรนด์ใหม่ของ MQDC ที่มาจากการเล็งเห็นความสำคัญของการอยู่อาศัยร่วมกันแบบหลากหลายช่วงวัย หรือที่เรียกว่า “Intergeneration” ซึ่งที่ผ่านมา จากการศึกษาข้อมูล พร้อมทั้งจากผลการวิจัยทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เราได้เล็งเห็นเทรนด์สำคัญในระดับโลก (Global Trend) ที่ว่าการที่คนมีปัญหาเรื่องปฏิสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกหลายรุ่น นำไปสู่ปัญหาต่าง ๆ ทั้งในครอบครัวและสังคม ทำให้คนเรามีความสุขลดน้อยลง ผนวกกับที่เราทำการศึกษาและวิจัยในประเด็นดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมมือกับศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (RISC) ทำให้เราเห็นแนวโน้มที่ชัดเจน จึงเป็นที่มาของการพัฒนาที่อยู่อาศัยภายใต้แบรนด์ “มัลเบอร์รี่ โกรฟ” (MULBERRY GROVE) เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาการอยู่อาศัยหลากหลายช่วงวัย สร้างความผูกพันของครอบครัวให้แน่นแฟ้น ซึ่งเป็นรากฐานแห่งความสุขที่แท้จริง

“มัลเบอร์รี่ โกรฟ (MULBERRY GROVE) คือแบรนด์ที่อยู่อาศัยระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ เรสซิเดนซ์ ที่มีทั้งแนวราบและแนวสูง หรือ มัลติ-แพลตฟอร์ม แห่งแรกของเมืองไทย ที่จะตอบโจทย์ครอบครัวในทุกรูปแบบ ซึ่งมีหัวใจหลักคือการเอื้อให้เกิดการใช้เวลาร่วมกันระหว่างสมาชิกหลายรุ่นในครอบครัว เพราะทุกรายละเอียดถูกออกแบบและพัฒนาจากความต้องการของสมาชิกทุกรุ่นอย่างแท้จริง อีกทั้งเรายังเข้าใจในแก่นแท้ของความสุขที่ประเมินค่าไม่ได้นี้ และอยากเห็นทุกครอบครัวได้ใช้ชีวิตอบอุ่นพร้อมหน้ากันทุกเจเนอเรชั่น เราจึงค้นคว้าวิจัยเพื่อที่จะหาวิธีที่สามารถสานสัมพันธ์ของคนแต่ละเจเนอเรชั่น ผ่านการออกแบบที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนแต่ละเจเนอเรชั่นในครอบครัว ที่จะสนับสนุนการอยู่อาศัยร่วมกันให้ดีกว่าเดิม สร้างความอบอุ่น และเติมเต็มความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น”

ทั้งนี้ ที่อยู่อาศัยภายใต้แบรนด์ “มัลเบอร์รี่ โกรฟ” (MULBERRY GROVE) มีจุดเด่นที่สำคัญ 4 ด้าน ได้แก่

  1. “Designed for Intergenerational Harmony” ที่อยู่อาศัยที่ออกแบบเพื่อการอยู่อาศัยแบบครอบครัว Intergeneration ครั้งแรกของที่อยู่อาศัยที่ออกแบบภายใต้แนวคิดอันเกิดจากการสนับสนุน ให้เกิดการใช้เวลาร่วมกันในครอบครัว เพื่อสร้างช่วงเวลาแห่งความสุข โดยคิดผ่านการกระบวนการออกแบบจริง ร่วมกับครอบครัวและนำนวัตกรรมต่าง ๆ มาสร้างที่อยู่อาศัยให้กับครอบครัวแบบ Intergeneration พร้อมด้วย สิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการที่จะตอบสนองความต้องการของสมาชิกในครอบครัวทุกช่วงวัย 
  2. “Caring Community” ชุมชนการอยู่อาศัยแบบ Intergeneration ที่มีความอบอุ่น สร้างสายสัมพันธ์และเกื้อกูลกันทั้งในครอบครัวและชุมชน “มัลเบอร์รี่ โกรฟ” ออกแบบพื้นที่ให้ทุกคนในครอบครัวและชุมชนได้ทำกิจกรรมร่วมกัน รวมถึงสามารถจัดกิจกรรมต่าง ๆ ได้ เพื่อให้คนในครอบครัวที่ต่างช่วงอายุได้พัฒนาความคิดและจิตใจ ทั้งยังได้แลกเปลี่ยนความคิดอันจะก่อให้เกิดไอเดียการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ รวมถึงได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพื่อนำมาซึ่งความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นจนเกิดเป็นความสุขทั้งในครอบครัวและชุมชนแห่ง Intergeneration
  3. “Value Creation Neighborhood” การสร้างคุณค่าให้กับครอบครัวหลากหลายช่วงวัยและชุมชน โดยการอยู่อาศัยร่วมกันแบบ Intergeneration จะเป็นการเชื่อมโยงคุณค่าแห่งวัฒนธรรมการอยู่อาศัยของไทยในอดีตที่อยู่กันแบบครอบครัวใหญ่และมีความกตัญญูเกื้อกูลต่อกัน เข้ากับสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปทั้งสังคมผู้มีอายุยืน (Aging Society) และการขยายของสังคมเมือง (Urbanization) ผ่านการออกแบบที่อยู่อาศัยเพื่อตอบโจทย์ครอบครัวหลายช่วงวัย สร้างคุณค่าในด้านเศรษฐกิจและด้านจิตใจให้กับทั้งครอบครัวและสังคม
  4.  “5 Dimensional Well-Being” ส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตของครอบครัวให้ดีขึ้นในทุกมิติ นำไปสู่ความสุขอย่างยั่งยืน ผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยี ซึ่งสังคมที่อยู่อาศัยที่คำนึงถึงความสุขอย่างยั่งยืนนั้น จะสนันสนุนความสัมพันธ์ของสังคมกับธรรมชาติ เพื่อช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย ชุมชนเพื่อนบ้าน รวมไปถึงสังคมและธรรมชาติให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข โดยใช้เทคโนโลยีการก่อสร้างที่ทันสมัย เลือกใช้วัสดุที่ปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดมลพิษทั้งต่อผู้ใช้และสิ่งแวดล้อม มีการออกแบบให้เหมาะสมกับทุกคนและทุกช่วงวัย (Universal Design) ให้ทุกเจเนอเรชั่น สามารถใช้พื้นที่แห่งความสุขร่วมกันได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ นำมาสู่การรับประกันของโครงการที่นานถึง 30 ปี

และในปี 2562 นี้ แบรนด์มัลเบอร์รี่ โกรฟ ได้เตรียมที่จะเปิดตัวที่อยู่อาศัยแบบ มัลติ-แพลตฟอร์มที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Cluster Villa และ Condominium ที่มีทั้งคอนโดมิเนียมแบบไฮไรส์และโลว์ไรส์ โดยจะเปิดทั้งหมด 3 โครงการบนที่ดินฟรีโฮลด์ ใน 2 ทำเล มูลค่าโครงการรวม 19,900 ล้านบาท ซึ่งโครงการแรกจะเป็นโครงการ “มัลเบอร์รี่ โกรฟ สุขุมวิท” (MULBERRY GROVE Sukhumvit) ตั้งอยู่ริมถนนสุขุมวิท เพียง 250 เมตร จากรถไฟฟ้า BTS เอกมัย ซึ่งผ่านการเลือกสรรและวิเคราะห์ทำเลว่ามีองค์ประกอบในด้านต่าง ๆ ที่สามารถตอบโจทย์การอยู่อาศัยของสมาชิกในครอบครัวหลากหลายช่วงวัยได้เป็นอย่างดี โดยเป็นโครงการแบบ High Rise สูง 37 ชั้น จำนวน 286 ยูนิต และมีกำหนดเปิดตัวในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้

ด้าน นายชาคริต หัสสรังสี ผู้อำนวยการ โครงการมัลเบอร์รี่ โกรฟ (MULBERRY GROVE) บริษัท  แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) กล่าวเพิ่มเติมว่า อีกหนึ่งโลเคชั่นของ MULBERRY GROVE จะตั้งอยู่ในโครงการเดอะ ฟอเรสเทียส์ (The Forestias) ที่ถือเป็นโครงการพัฒนาที่ดินขนาดใหญ่ เนื้อที่ 300 ไร่ ริมถนนบางนา-ตราด ช่วง กม.5 – 7 โดย “มัลเบอร์รี โกรฟ เดอะ ฟอเรสเทียส์” จะเป็น ส่วนหนึ่งที่ตั้งอยู่ภายในโครงการดังกล่าว แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ โครงการบ้านเดี่ยว 1 โครงการ จำนวน 37 ยูนิต

เป็นโครงการบ้านซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ ที่ยึดหลักแนวคิดการออกแบบ แบบ Cluster Design ที่แรกและที่เดียวที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของทุกช่วงวัย และนำครอบครัวในหลาย ๆ ช่วงวัย มาใช้ชีวิตและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีร่วมกัน และอีก 1 โครงการจะเป็นโครงการคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ จำนวน 283 ยูนิต ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวในช่วงปลายปีนี้

อนึ่ง ผลสำรวจในด้านที่อยู่อาศัยของสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล จากกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศ อายุ 15 – 65 ปี รวม 400 คน เมื่อเดือนพฤษภาคม 2562 พบว่า กลุ่มตัวอย่างถึง 70.8% ต้องการอยู่อาศัยในบ้านที่ประกอบด้วยสมาชิกหลายรุ่น โดยกลุ่มอายุ 40 ปีขึ้นไป ต้องการอยู่อาศัยหลายรุ่นสูงสุด คือ 80.7% ในขณะที่กลุ่มตัวอย่างที่อยู่อาศัยแบบครอบครัว 4 รุ่น ต้องการอาศัยอยู่ในครอบครัวหลายรุ่นมากที่สุด
คือ 92.0% รองลงมา คือ ผู้อาศัยอยู่ในครอบครัว 3 รุ่น 78.9% ผู้ที่อาศัยใครอบครัว 2 รุ่น ต้องการอยู่อาศัยแบบครอบครัวหลายรุ่น 66.1% นอกจากนี้ยังพบว่า การอยู่อาศัยแบบครอบครัว 3 รุ่น ทำให้สมาชิกในครัวเรือนมีสุขภาพจิตที่ดีกว่าครัวเรือนรูปแบบอื่น