
ถ้าพูดถึง LPP หลายคนอาจจะนึกถึงภาพของ “นิติบุคคล” ที่ดูแลคอนโดของ LPN แต่รู้หรือไม่ว่า ตอนนี้ LPP ไม่ได้ดูแลแค่คอนโดของ LPN อีกต่อไป และธุรกิจของพวกเขาก็ใหญ่กว่าแค่การบริหารชุมชนไปมากแล้ว
ล่าสุด LPP ได้ประกาศรีแบรนด์ครั้งใหญ่ ด้วยการเปิดตัวแบรนด์บริการใหม่ที่ชื่อว่า “UP”
นี่ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนโลโก้ แต่คือการประกาศอย่างเป็นทางการว่า LPP กำลังจะก้าวออกจากเงาของ LPN และเปลี่ยนตัวเองจาก “ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติบุคคล” ไปสู่ “ผู้ให้บริการด้านอสังหาฯ แบบครบวงจร” (Integrated Property Services Ecosystem)
ทำไม LPP ถึงต้องทำแบบนี้?
เพราะในวันนี้ “การดูแลตึก” ไม่ได้จบแค่เรื่องความสะอาดหรือความปลอดภัยอีกต่อไป แต่เจ้าของตึกและลูกบ้านต้องการบริการที่ครอบคลุมทุกมิติ ตั้งแต่การหาคนมาเช่า, การรีโนเวท, การประหยัดพลังงาน, ไปจนถึงการเพิ่มมูลค่าให้กับทรัพย์สินในระยะยาว
แบรนด์ “UP” จึงถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นร่มคันใหญ่ที่รวบรวมบริการทั้ง 9 ด้านของ LPP เอาไว้ด้วยกัน ตั้งแต่:
- LIVE UP: ดูแลนิติบุคคลคอนโดและหมู่บ้าน
- WORK UP: ดูแลอาคารสำนักงาน
- BOOK UP: บริการนายหน้า ซื้อ-ขาย-เช่า
- PLAN UP: เป็นที่ปรึกษาและบริหารโครงการ
- BUILD UP: รับเหมาก่อสร้างและตกแต่ง
- FIX UP: ซ่อมแซมอาคาร
- POWER UP: บริหารจัดการพลังงานและโซลาร์เซลล์
- SECURE UP: ดูแลระบบความปลอดภัย
- CLEAN UP: บริการทำความสะอาด
นี่คือการเปลี่ยนโมเดลธุรกิจ จากการเป็นแค่ “ผู้รับจ้าง” มาเป็น “พาร์ทเนอร์” ที่ดูแลทรัพย์สินของลูกค้าตั้งแต่ต้นจนจบ
มุมที่น่าสนใจสำหรับคนหาบ้าน:
ในอดีต เวลาเราซื้อบ้านหรือคอนโด เราอาจจะกังวลว่านิติบุคคลที่จะเข้ามาดูแลในอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่การเคลื่อนไหวของ LPP ครั้งนี้ กำลังจะสร้างมาตรฐานใหม่ที่ทำให้เรามั่นใจได้ว่า โครงการที่ดูแลโดย “UP” จะได้รับการบริหารจัดการแบบมืออาชีพและครบวงจร ซึ่งจะส่งผลดีต่อคุณภาพชีวิตและมูลค่าของทรัพย์สินในระยะยาว
การรีแบรนด์ครั้งนี้ คือการส่งสัญญาณว่า LPP พร้อมแล้วที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในตลาดบริการอสังหาฯ อย่างเต็มตัว และตั้งเป้าสร้างรายได้ให้ทะลุ 2,200 ล้านบาทในปีนี้
