6,345 กระทู้

31,146 ความเห็น

17,242 ช่วยเสริม

121,317 สมาชิก

Recent Badges

ดึกดำบรรพ์
- enjoylife -
ขาเก่า
- bbadbear -
สนิมเกาะ
- piyapornwatsawang -
วัตถุโบราณ
- piyapornwatsawang -
วัตถุโบราณ
- pook-property-servic -

พื้นที่คอนโด ไม่ตรงกับสัญญา (ขาดไป 12 ตร.ม.) ผู้บริโภคทำยังไงได้บ้างครับ

+1
โหวต

รบกวนสอบถามหน่อยนะครับ เรื่องมีอยู่ว่าผมได้ไปจองคอนโดโครงการนึงอยู่ค่อนข้างใจกลางเมือง (สุขุมวิท 26) ตอนแรกได้จองไว้เป็น 1 ห้องนอน (ขนาด 33 ตร.ม.) หนึ่งเดือนต่อมาเปลี่ยนใจเป็นแบบ 2 ห้องนอนแทน (ขนาด 78.47 ตร.ม.) โดยในสัญญาจะซื้อจะขายระบุ "พื้นที่ห้องชุดรวมพื้นที่ระเบียง" อยู่ที่ขนาด 78.47 ตร.ม.

หลังจากทำการตรวจ defect ต่างๆจนผ่านเรียบร้อย พร้อมทำเรื่องกู้กับธนาคารจบ จนมีการโอน ณ กรมที่ดิน โดยทางเราได้มีการมอบอำนาจให้บริษัทผู้ขายไปจัดการเรื่องให้เรียบร้อย

เรื่องมันมีอยู่ว่าผ่านไป 3 ปีจากวันโอน ตัวผมเองอยากจะปล่อยเช่าจึงหาเอเย่นต์มาดูและถ่ายรูปห้อง และแจ้งพื้นที่ห้องไป ทางพนง.เอเย่นต์จึงแย้งมาทันทีว่าพื้นที่ไม่น่าจะถึง 78 ตร.ม. ตามที่ในสัญญาจะซื้อจะขาย พื้นที่ที่รวมระเบียงวัดได้จริงประมาณ 66 ตร.ม.

ต้องเล่าให้ฟังด้วยว่าในสัญญาจะซื้อจะขายทั่วไปจะมีเอกสารแนบท้ายที่จะระบุและแจกแจงพื้นที่โดยละเอียด แต่ในสัญญาจะซื้อจะขายของผมนั้น เอกสารแนบถ่ายสำคัญนั้นไม่เคยมีอยู่

ด้วยความข้องใจและอยากได้รับการอธิบายจากบริษัทผู้ขายจึงโทรเพื่อขอคำอธิบาย บริษัทผู้ขายอธิบายและยืนยันว่า พื้นที่ 78 ตร.ม.ให้นับรวมเอาพื้นที่จอดรถ(เป็นที่จอดรถ fixed) 12 ตร.ม.ด้วย  โดยยืนกรานว่าบริษัทได้ทำทุกอย่างถูกต้องแล้ว

ทางเรารู้สึกเหมือนโดนหลอกและโดนเอาเปรียบจากบริษัทผู้ขาย ให้จ่ายค่าที่จอดรถเพิ่ม (12 ตร.ม. x 89,xxx = 1.07 ล้านบาท) เพราะในสัญญาจะซื้อจะขายไม่ได้มีการกล่าวถึงที่จอดรถเลย ทั้งนี้นั้นหมายถึงเราจะมีภาระหนี้กับธนาคารเพิ่มขึ้น 1.07 ล้านบาท + ดอกเบี้ย +ค่าส่วนกลางที่เพิ่มขึ้นอีก 12 ตร.มงทุกเดือน

อยากขอความรู้ว่า นอกจากแจ้งสคบ.แล้วเราสามารถทำอะไรได้บ้างครับ




28 สิงหาคม, 2015 Bon Seed Musee   1 3

กรุณา Log in หรือ Register ก่อนแสดงความคิดเห็นในกระทู้

6 ความเห็น

+1
โหวต
 
โดนใจเจ้าของกระทู้

โดยในสัญญาจะซื้อจะขายระบุ "พื้นที่ห้องชุดรวมพื้นที่ระเบียง" อยู่ที่ขนาด 78.47 ตร.ม

อันนี้ developer ผิด


อันนี้ต้องถามต่อว่าโฉนดเขียนไว้ว่าได้ที่จอดรถหรือไม่  เพราะถ้าเสียเงินก็ควรรวมอยู่ในโฉนด

แล้วก็คำตอบของทาง developer ที่ว่า "พื้นที่ 78 ตร.ม.ให้นับรวมเอาพื้นที่จอดรถ(เป็นที่จอดรถ fixed) 12 ตร.ม.ด้วย" ให้ขอคำตอบทางอีเมล์มาเก็บเป็นหลักฐานไว้ก่อนกระทำการใดทางกฎหมาย

28 สิงหาคม, 2015 Jonesy   2 5 12
selected 28 สิงหาคม, 2015 Bon Seed Musee
0
โหวต

โฉนดเขียนไว้ว่าได้ที่จอดรถครับ แต่มันเป็นการทำผิดสัญญาจะซื้อจะขายอยู่ดีใช่มั๊ยครับ

28 สิงหาคม, 2015 Bon Seed Musee   1 3

สอบถามนิดนึงครับ สรุปคือ

1.ในสัญญาซื้อขาย ทางโครงการได้บอกไว้ไหมครับว่า แยกพื้นที่ห้อง66 ตร.ม. และ พทจอดรถ 12ตร.ม. ?

2.แล้วในโฉนดได้แยกรายละเอียดไว้เหมือนกันหรือเปล่าครับ? คือ แยกพื้นที่ห้อง66 ตร.ม. และ พทจอดรถ 12ตร.ม. 


1

1.ในสัญญาซื้อขาย ทางโครงการได้บอกไว้ไหมครับว่า แยกพื้นที่ห้อง66 ตร.ม. และ พทจอดรถ 12ตร.ม. ?

ในสัญญาซื้อขาย ไม่มีกล่าวถึง พทจอดรถ ทั้งสิ้นครับ


2.แล้วในโฉนดได้แยกรายละเอียดไว้เหมือนกันหรือเปล่าครับ? คือ แยกพื้นที่ห้อง66 ตร.ม. และ พทจอดรถ 12ตร.ม.

ในโฉนดได้แยกรายละเอียดพื้นที่ห้อง 66 ตร.ม. และ พทจอดรถ 12ตร.ม. ไว้ครับ  การโอน ณ กรมที่ดิน ทางเราได้มีการมอบอำนาจให้บริษัทผู้ขายไปจัดการเรื่องให้เรียบร้อย

1.ในสัญญาซื้อขาย ทางโครงการได้บอกไว้ไหมครับว่า แยกพื้นที่ห้อง66 ตร.ม. และ พทจอดรถ 12ตร.ม. ?

ในสัญญาซื้อขาย ไม่มีกล่าวถึง พทจอดรถ ทั้งสิ้นครับ


2.แล้วในโฉนดได้แยกรายละเอียดไว้เหมือนกันหรือเปล่าครับ? คือ แยกพื้นที่ห้อง66 ตร.ม. และ พทจอดรถ 12ตร.ม.

ในโฉนดได้แยกรายละเอียดพื้นที่ห้อง 66 ตร.ม. และ พทจอดรถ 12ตร.ม. ไว้ครับ  การโอน ณ กรมที่ดิน ทางเราได้มีการมอบอำนาจให้บริษัทผู้ขายไปจัดการเรื่องให้เรียบร้อย

+3
โหวต

ประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา ๑๕๗  การแสดงเจตนาโดยสำคัญผิดในคุณสมบัติของบุคคลหรือทรัพย์สินเป็นโมฆียะ

ความสำคัญผิดตามวรรคหนึ่ง  ต้องเป็นความสำคัญผิดในคุณสมบัติซึ่งตามปกติถือว่าเป็นสาระสำคัญ ซึ่งหากมิได้มีความสำคัญผิดดังกล่าวการอันเป็นโมฆียะนั้นคงจะมิได้กระทำขึ้น

 

มาตรา ๑๕๘  ความสำคัญผิดตามมาตรา ๑๕๖ หรือมาตรา ๑๕๗ ซึ่งเกิดขึ้นโดยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของบุคคลผู้แสดงเจตนา บุคคลนั้นจะถือเอาความสำคัญผิดนั้นมาใช้เป็นประโยชน์แก่ตนไม่ได้

 

มาตรา ๑๕๙  การแสดงเจตนาเพราะถูกกลฉ้อฉลเป็นโมฆียะ

การถูกกลฉ้อฉลที่จะเป็นโมฆียะตามวรรคหนึ่ง จะต้องถึงขนาดซึ่งถ้ามิได้มีกลฉ้อฉลดังกล่าว การอันเป็นโมฆียะนั้นคงจะมิได้กระทำขึ้น
.............................................................................................................

ทางคุณ Bon Seed Musee บอกว่า "...เรื่องมันมีอยู่ว่า ผ่านไป 3 ปี จากวันโอน
..."  "...โฉนดเขียนไว้ว่าได้ที่จอดรถครับ แต่มันเป็นการทำผิดสัญญาจะซื้อจะขายอยู่ดีใช่มั๊ยครับ ..."

แม้ว่าผู้ขายจะผิดสัญญาจะซื้อจะขาย อย่างไรก็ดี การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์จะบริบูรณ์ก็ต่อเมื่อได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อหน้าเจ้าหน้าที่ (ปพพ.

มาตรา ๔๕๖ การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ถ้ามิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นโมฆะ) กล่าวคือ ผู้ซื้อผู้ขายได้ตกลงทำสัญญากันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สัญญาบริบูรณ์ ดังนั้น มีทางเลือก 2 ทาง

1. หากผู้ซื้อจะอ้างว่าไม่รู้ เป็นการสำคัญผิดในคุณสมบัติของทรัพย์ที่ซื้อ จำต้องดูว่า เป็นความประมาทเลินเล่อร้ายแรงของผู้ซื้อด้วยหรือไม่ ถ้าเป็นเพราะประมาทอย่างร้ายแรงแล้ว จะถือเอาประโยชน์จากการสำคัญผิดไม่ได้

2. หากอ้างสำคัญผิดได้ เพราะว่าไม่ประมาท นิติกรรมเป็นโมฆียะสามารถบอกล้างได้  แต่ต้องทำภายใน 1 ปี นับแต่รู้ หรือ ควรจะได้รู้  ซึ่งกรณีนี้ คุณมีหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุดถืออยู่ในมือถึง 3 ปี  ซึ่งควรจะได้รู้อยู่แล้วว่า เนื้อที่ห้องชุดประกอบด้วยอะไรบ้าง  ผมเกรงว่า  จะหมดอายุความบอกล้างนิติกรรมแล้วนะครับ

คำตอบผมอาจจะไม่ถูกใจคุณซักเท่าไหร่   แต่ลองเอาไว้พิจารณาหาทางออกดูละกันครับ เผื่อว่าจะที่ปรึกษากฏหมายเก่งๆอาจหาช่องทางกฏหมายให้ได้


28 สิงหาคม, 2015 Jackwisc   20 44 135
0
โหวต

ขอรบกวนถามเพิ่มเติมนะครับ คุณ Jackwisc "ความประมาทเลินเล่อร้ายแรงของผู้ซื้อ" ตีความหมายยังไงเหรอครับ 



2) หากอ้างสำคัญผิดได้ เพราะว่าไม่ประมาท นิติกรรมเป็นโมฆียะสามารถบอกล้างได้  แต่ต้องทำภายใน 1 ปี นับแต่รู้ หรือ ควรจะได้รู้


ความจริงก็คือผมเองเพิ่งทราบเรื่องได้ไม่กี่เดือนมานี้เนื่องจากกำลังจะปล่อยเช่าครับ อย่างนี้จะนับ 1 ปี จากวันที่ไหนเหรอครับ

10 กันยายน, 2015 Bon Seed Musee   1 3
0
โหวต
1. ตัวอย่างของความประมาทเลินเล่อร้ายแรง  เช่น   สัญญาซื้อขายที่ผู้ซื้อผู้ขายได้ทำที่สำนักงานที่ดินระบุพื้นที่ไว้รวมที่จอดรถ  แต่ทางผู้ซื้อไม่ทันได้ดู  

2. นับแต่รู้ หรือ ควรจะได้รู้ หมายถึง  คุณเพิ่งทราบเมื่อไม่นานมานี้  แต่ ณ วันที่โอนกรรมสิทธิเมื่อ 3 ปีก่อน คุณได้ทำสัญญาซื้อขายที่สำนักงานที่ดิน และได้รับหนังสือแสดงกรรมสิทธิอาคารชุดมาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเอกสารทั้งสองระบุไว้ชัดเจนว่า พื้นที่ xx.xx รวมพื้นที่จอดรถ    ในกรณีนี้ กฏหมายใช้คำว่าหรือ แปลว่า  แม้ว่าจะเพิ่งรู้ตัวเมื่อไม่นาน แต่ถ้าควรรู้ได้ก่อนหน้านี้นานแล้ว ให้นับตั้งแต่วันที่ควรจะได้รู้ครับ นั่นหมายถึงว่า  คุณควรจะได้รู้ตั้งแต่วันที่ได้รับเอกสารมาครับ   

เหตุผลคือ  ทางกฏหมายกำหนดอายุความในการบอกล้างนิติกรรมไว้ประมาณนึงเพื่อคงความศักดิ์สิทธิของสัญญาครับ และคงไว้ซึ่งความรอบคอบในการนำนิติกรรมของคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย   ไม่ใช่เวลาผ่านไปเนิ่นนานแล้วยังสามารถบอกเลิกกันได้ตลอดเวลา  แปลง่ายๆว่า การที่ใครจะตกลงทำนิติกรรมอะไรกับใครก็ตามควรจะทำด้วยความตั้งใจและรอบคอบประมาณหนึ่งครับ ไม่งั้นจะเหมือนเด็กเล่นขายของ เล่นๆโละๆ  ไม่พอใจ reset กันใหม่ได้ร่ำไปครับ 

ทั้งสองประเด็นนี้  ผู้ขายอาจหยิบยกขึ้นมาต่อสู้ได้ครับ  จึงได้เรียนบอกว่า ต้องระวังในจุดนี้ให้ดีด้วยนะครับ 
10 กันยายน, 2015 Jackwisc   20 44 135
0
โหวต

แจ้งความร้องทุกข์ฉ้อโกงไว้ก่อนเลยครับ ระวังขาดอายุความ3เดือน

15 กันยายน, 2015 bossa26   3 4 11
...