
‘WISTERIA Chatuchak – Ratchada’ … ครั้งแรกที่เรารู้ว่าโครงการอยู่ท่ามกลางห้างยักษ์ใหญ่อย่าง Central ลาดพร้าว , Unnion Mall และ The Central พหลโยธิน ที่จะเปิดปลายปี บอกตามตรงว่าเรารู้สึกประหลาดใจไม่เบา เพราะโซนที่ใกล้แหล่งความอุดมสมบูรณ์และรถไฟฟ้าแบบนี้ เป็นไปได้ยากทีเดียว ที่จะมีที่ว่างพอให้พัฒนาโครงการใหม่ๆ
G – Land Property เปรียบเสมือนเจ้าถิ่นในย่านนี้ ตัวบริษัทเองก็ตั้งอยู่ในโซนนี้เช่นกัน แล้วยังเคยเปิดตัวโครงการรุ่นพี่อย่าง The Eight ในย่านนี้อีกด้วย จึงไม่แปลกเลยที่รู้ถึงบริบทในย่านนี้เป็นอย่างดี และเลือกที่จะเปิดตัวโครงการบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด บนทำเลหายากในซอยลาดพร้าว 15 แยก 5 … ความพิเศษของซอยนี้คือสามารถเข้า-ออกโครงการได้ถึง 5 เส้นทาง และทะลุไปยังถนนใหญ่ได้ถึง 3 เส้น ทั้งถนนลาดพร้าว , ถนนรัชดาภิเษกและถนนพหลโยธิน หากเส้นทางไหนรถติด เราก็สามารถเลี่ยงไปใช้อีกเส้นทางได้
โครงการมีเพียง 12 ยูนิต ถือว่าน้อยเป็นอันดับต้นๆ ได้ความเป็นส่วนตัวสูง แต่ยังได้ระบบรักษาความปลอดภัยภายในโครงการพร้อมพื้นที่ส่วนกลางให้ใช้งาน ซึ่งหาไม่ได้ง่ายๆเลยนะ เพราะส่วนใหญ่โครงการขนาดนี้มักมีเพียงแค่สวนส่วนกลางเท่านั้น แต่โครงการนี้กลับให้ฟังก์ชันหลักๆมาครบ ทั้งยังมีฟังก์ชันที่กำลังนิยมในยุคนี้อย่าง Ice Bath ด้วย
บ้านในโครงการมีเอกลักษณ์ โดยเฉพาะบ้านแฝดที่ไม่ได้ Mirror กันไปหมดทุกอย่าง แต่มีการวางฟังก์ชันไว้คนละ Step ทำให้บ้านมีมิติ ทำให้แบบบ้านหลากหลายขึ้น บ้านแฝดจึงดูเหมือนบ้านเดี่ยว บ้านทุกหลังในโครงการมี Pocket Garden และ Double Volume ของตัวเอง ทำให้บรรยากาศภายในบ้านดูโล่งและร่มรื่น แต่ก็ยังได้ความเป็นส่วนตัวในเวลาเดียวกัน เพราะบ้านจะเน้นปิดทึบด้านหน้า และมีช่องเปิดบริเวณข้างบ้าน
ส่วนบ้านเดี่ยว Type ใหญ่มีสระว่ายน้ำส่วนตัว ซึ่งไม่ได้มีในทุกโครงการของบ้านราคานี้ นอกจากนี้ยังได้ Double Master Bedroom รองรับครอบครัวขยาย ที่โดดเด่นคือ ระบบเทคโนโลยีภายในบ้าน ที่ครอบคลุม เพื่อเสริมความปลอดภัยให้สมาชิกในครอบครัว และเพิ่มความสะดวกสบายในการอยู่บ้าน
หากใครอยากรู้ว่ามีอะไรบ้าง ตามเรามาอ่านรีวิวแบบเจาะลึกโครงการ WISTERIA Chatuchak – Ratchada (วิสทีเรีย จตุจักร-รัชดา) กันเลย
ข้อมูลโครงการ
รีวิว WISTERIA Chatuchak – Ratchada (วิสทีเรีย จตุจักร-รัชดา) ณ วันที่ 18 มิถุนายน 2569
| ชื่อโครงการ | WISTERIA Chatuchak – Ratchada (วิสทีเรีย จตุจักร-รัชดา) |
| ชื่อผู้ประกอบการ | บริษัท จี แลนด์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด |
| SEGMENT CLASS | HIGH-LUXURY CLASS (รายละเอียดของ Segment บ้านปี 2023 ) |
| โครงการตั้งอยู่ | ซอย ลาดพร้าว 15 แยก 5 แขวงจอมพล จตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 |
| ที่ดิน | 1 – 3 – 31 ไร่ |
| จำนวนยูนิต | 12 ยูนิต |
| ประเภทบ้าน |
|
| ราคาที่ดินเพิ่มลดตารางวาละ | 300,000 บาท |
| เริ่มก่อสร้าง | ปี 2567 |
| คาดว่าจะแล้วเสร็จ | ปี 2569 |
| เว็บไซต์โครงการ | https://www.g-landproperty.com/projects/wisteria/ |
| โทร | 063-459 9982 |

ทำเลที่ตั้ง
Highlight
- ตั้งอยู่บนทำเลหายาก : ห่างจากถนนหลักแค่ 700 เมตร มีทางเข้า-ออกโครงการมากกว่า 5 ทาง และเชื่อมต่อถนนหลักได้ 3 เส้น ทั้งถนนลาดพร้าว , ถนนพหลโยธินและถนนรัชดาภิเษก
- ใกล้รถไฟฟ้า 3 สาย : ทั้ง MRT สายสีน้ำเงิน , MRT สายสีเหลืองและ BTS สายสีเขียวอ่อน
- อยู่ท่ามกลางแหล่งความอุดมสมบูรณ์ : ในระยะแค่ 3 กิโลเมตรมีทั้ง Central ลาดพร้าว , Union Mall , Big C Extra ลาดพร้าว 2 และ The Central พหลโยธิน ที่จะเปิดให้บริการปลายปีนี้ ลูกบ้านไปช้อปปิ้งหาของกินของใช้สะดวก
- รายล้อมไปด้วยแหล่งงานทั้งภาครัฐฯและเอกชน : ทั้งย่านห้าแยกลาดพร้าว, พหลโยธิน, แยกรัชโยธิน และถนนรัชดาภิเษก
พิกัด Google Maps : 13.813795938941329, 100.57214431993344
หรือสามารถ : คลิกที่นี่
WISTERIA Chatuchak – Ratchada (วิสทีเรีย จตุจักร-รัชดา) ตั้งอยู่ตรงไหน?
เราบอกก่อนเลยว่า โครงการนี้ได้เปรียบเรื่องทำเลเอามากๆ เพราะโครงการ WISTERIA Chatuchak – Ratchada (วิสทีเรีย จตุจักร-รัชดา) ตั้งอยู่ในซอยลาดพร้าว 15 แยก 5 ซึ่งเป็นย่านที่เต็มไปด้วยชุมชนดั้งเดิม แล้วยังอยู่ใกล้แหล่งความอุดมสมบูรณ์ ทำให้พื้นที่ค่อนข้างหนาแน่น ไม่มีที่ว่างพอจะทำเป็นโครงการจัดสรรสักเท่าไหร่ ยิ่งเป็นโซนใกล้ถนนใหญ่ก็แทบจะไม่มีเลยก็ว่าได้ แต่โครงการนี้กลับตั้งอยู่ในทำเลที่ห่างกับถนนหลักอย่างถนนลาดพร้าวแค่ 700 เมตร ซึ่งหาได้ยากมากนะคะ ที่เราจะเจอโครงการจัดสรรใหม่ๆ อยู่ห่างจากถนนใหญ่ไม่ถึง 1 กิโลเมตร ทำให้เราเข้า-ออกโครงการได้สะดวก
หนึ่งในข้อดีของทำเลโครงการ WISTERIA Chatuchak – Ratchada (วิสทีเรีย จตุจักร-รัชดา) คือเข้า-ออกถนนหลักได้ทั้งถนนลาดพร้าว , ถนนพหลโยธินและถนนรัชดาภิเษก เป็นตัวเลือกในการเดินทางได้ หากถนนเส้นไหนรถติด เราก็เลี่ยงไปใช้อีกเส้นทางได้ โดยเราสามารถเข้า-ออกโครงการได้ทั้งหมด 5 เส้นทางดังนี้
- เข้าจากซอยลาดพร้าว 15 (หมายเลข 1) : เป็นทางเข้าหลักที่จะเข้ามาถึงโครงการได้สะดวกที่สุด เส้นทางนี้จะใกล้กับ MRT ลาดพร้าวด้วยนะ หากใครจะแวะรับ-ส่งลูกหลานที่ MRT ใช้เส้นทางนี้สะดวกที่สุด แล้วยังใช้เดินทางไปโซนลาดพร้าว , ห้วยขวางได้ง่ายที่สุด
- เข้าจากซอยลาดพร้าว 1 (หมายเลข 2) : ทางนี้อยู่ข้างๆห้าง Union Mall เลยค่ะ หากใครมาทำธุระในห้างนี้ใช้เส้นทางนี้จะง่ายที่สุด
- เข้าจากซอยโลตัส (หมายเลข 3) : จริงๆทางนี้เป็นทางเข้าของโลตัส แต่เราสามารถทะลุมาด้านหลังได้ หากใครแวะซื้อข้าวของ หรือมาจากโซนพหลโยธินใช้เส้นนี้จะสะดวกมาก แถมยังเป็นเส้นทางที่ไปใช้ทางด่วนต่างๆได้ง่ายที่สุด ทำให้เดินทางไปโซนสีลม , ดอนเมืองได้
- เข้าจากซอยถนนพหลโยธิน 24 (หมายเลข 4) : ใช้เดินทางออกสู่ถนนพหลโยธิน แล้วยังใกล้กับ BTS พหลโยธิน 24 อีกด้วย หากจะแวะส่งคนในบ้านที่ใช้ BTS ใช้ทางนี้จะสะดวกสุด
- เข้าจากซอยลาดพร้าว 1 บริเวณข้างศาลอาญา (หมายเลข 5) : สุดท้ายคือทางเข้าข้างๆศาลอาญา ใช้ออกสู่ถนนรัชดาภิเษก ซอยนี้จะค่อนข้างแคบเล็กน้อย อาจไม่เหมาะกับรถยนต์คันใหญ่ๆนะคะ
บ้านโซนห้าแยกลาดพร้าว ราคาเท่าไหร่?
แค่ขึ้นชื่อว่าเป็นบ้านโซนนี้ก็ขึ้นชื่อเรื่องราคาที่สูงแล้วนะ ส่วนใหญ่มักเป็นบ้านเดี่ยวที่เริ่มต้น 40 ล้านบาทขึ้นไปเลย ส่วนบ้านแฝดที่มีราคาสัก 30 ล้านบาท ก็อาจไม่ใช่โครงการจัดสรรที่มีรั้วรอบขอบชิด หรือทาวน์โฮมที่มีราคา 20 ล้านต้นๆก็จะมีพื้นที่ใช้สอยน้อยหน่อย สัก 100 กว่าๆตารางเมตร
แต่สำหรับ WISTERIA Chatuchak – Ratchada (วิสทีเรีย จตุจักร-รัชดา) มีทั้งบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดพื้นที่ใช้สอย 265 ตารางเมตร ให้เลือกในราคาเริ่มต้น 28.9 ล้านบาท แล้วยังเป็นโครงการจัดสรร มีระบบรักษาความปลอดภัยให้ครบ สำหรับเราจึงมองว่าบ้านแฝดโครงการนี้น่าสนใจนะ เพราะทมีราคาเข้าถึงได้ง่าย เมื่อเทียบกับโครงการทั่วๆไป แล้วก็คุ้มค่า ถือเป็นการซื้อความปลอดภัยของคนในบ้านด้วยนะ
ในเรื่องของความอุดมสมบูรณ์ก็ไม่ต้องห่วงเลยนะ เพราะย่านนี้ขึ้นชื่อเรื่องความสะดวกสบายครบครัน รายล้อมไปด้วยห้างสรรพสินค้า , Supermarket และ Community Mall มากมาย เอาแค่ในระยะ 3 กิโลเมตรก็มีทั้ง Central ลาดพร้าว , Union Mall และ Big C Extra ลาดพร้าว 2 นอกจากนี้ในอนาคตก็จะมี Mega Project อย่าง The Central พหลโยธิน ที่กำลังเปิดให้บริการช่วงปลายปีนี้ ดังนั้นไม่ใช่แค่คนในย่านนี้จะมีแหล่งช้อปปิ้งมากขึ้น แต่เรายังมองว่าบ้านในโซนนี้จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นไปด้วย
อีกอย่างหนึ่งที่เป็นประเด็นสำคัญคือ โซนนี้ใกล้แหล่งงานขนาดใหญ่หลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นในภาคเอกชนหรือภาครัฐฯ มี Office Building อยู่ทั้งย่านห้าแยกลาดพร้าว, พหลโยธิน, แยกรัชโยธิน และถนนรัชดาภิเษก ยกตัวอย่างเช่น SCB Park , ตึกช้าง , อาคารการบินไทย , ศาลอาญา เรียกได้ว่าเดินทางไปทำงานสะดวกมากๆเลยค่ะ
หากใครมีลูกหลาน แล้วกำลังมองหาโรงเรียนก็มีทั้งโรงเรียนนานาชาติและโรงเรียนชื่อดังอยู่ไม่น้อย ในระยะ 7 กิโลเมตรมีทั้ง โรงเรียนหอวัง , St. Stephen’s International School , Brighton College Vibhavadi และ KIS International School Bangkok ส่วนมหาวิทยาลัยก็ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
นอกจากนี้เรายังมองว่าทำเลโครงการจะถูกใจคนที่ชอบวิ่งออกกำลังกายในสวนสาธารณะด้วยนะ เพราะมีทั้งสวนจตุจักร , สวนวชิรเบญจทัศ และสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ อยู่ใกล้ๆ แค่ 2-3 กิโลเมตรเท่านั้นเองนะ
การเดินทาง
จริงๆแล้วโครงการ WISTERIA Chatuchak – Ratchada (วิสทีเรีย จตุจักร-รัชดา) ถือว่าอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้าถึง 3 สาย คือ MRT สายสีน้ำเงิน , MRT สายสีเหลืองและ BTS สายสีเขียวอ่อน ซึ่งเป็นรถไฟฟ้าสายหลักที่ใช้เดินทางเข้าตัวเมือง
โดยสถานีรถไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุดจะเป็น MRT สายสีน้ำเงินสถานีลาดพร้าว ที่ห่างจากโครงการเพียง 850 เมตร แม้ไม่ใช่ระยะทางที่เราจะเดินเท้าได้ แต่นับว่าเป็นโครงการที่ใกล้รถไฟฟ้าหลักร้อยเมตร เมื่อเทียบกับโครงการทั่วๆไปที่มักจะห่างกับรถไฟฟ้าเป็นหลักกิโลเมตร จึงถือว่าโครงการนี้ใกล้รถไฟฟ้าเป็นอันดับต้นๆเลยนะ เวลาพ่อแม่มาส่งลูกหลานใช้รถไฟฟ้า ก็แวะจอดส่งหรือนัดรับกันได้ง่ายๆ เราสามารถใช้เดินทางไปโซนพระราม 9 และสามย่านได้ไม่ยาก
บรรยากาศทางเดินไป MRT มีร้านค้าร้านอาหารอยู่ตลอดทาง ฟุตบาทกว้างเดินได้สะดวกและปลอดภัย
เมื่อเดินจากปากซอยมาสัก 150 เมตร ก็จะเจอกับทางเข้า MRT ลาดพร้าว โดยฝั่งนี้จะใกล้กับประตูทางออก 3 นะคะ
หน้าสถานีรถไฟฟ้ามีพี่วินคอยให้บริการอยู่ ถ้าไม่อยากรอคนที่บ้านมารับ หรือกลับเวลาไม่ตรงกันก็เรียกพี่วินไปส่งที่บ้านได้เลยค่ะ
MRT สายสีน้ำเงินสถานีลาดพร้าว เป็นสถานี Interchange กับ MRT สายสีเหลืองสถานีลาดพร้าวอีกด้วย ใช้เดินทางไปโซนบางกะปิ และศรีนครินทร์ได้สะดวก
รถไฟฟ้าอีกสายที่อยู่ไม่ไกลจากโครงการมากนัก คือ BTS สายสีเขียวอ่อน โดยสถานีที่ใกล้โครงการที่สุดจะเป็นสถานีพหลโยธิน 24 ที่ห่างจากโครงการ 2.6 กิโลเมตร เราสามารถขับรถลัดเลาะไปออกปากซอยพหลโยธิน 24 โดยไม่ต้องออกถนนใหญ่เลยค่ะ จากนั้นเดินต่ออีกแค่ 100 เมตรก็ถึงทางขึ้นไปยังสถานีแล้ว เราใช้รถไฟฟ้าสายนี้เดินทางไปสยาม , อโศก ได้โดยไม่ต้องเผชิญกับรถติดเลยค่ะ
เส้นทางจากโครงการไปยังจุดขึ้นทางยกระดับอุตราภิมุข ฝั่งไปดอนเมือง
นอกจากโครงการ WISTERIA Chatuchak – Ratchada (วิสทีเรีย จตุจักร-รัชดา) จะเชื่อมกับถนนหลัก 3 เส้น ยังอยู่ใกล้กับทางด่วน 3 สายอีกด้วย ทำให้การเดินทางไปยังโซนต่างๆทั้งในตัวเมืองและออกปริมณฑลสะดวกมากขึ้น โดยทางด่วนทั้ง 3 สายมีดังนี้
- ทางยกระดับอุตราภิมุข : สำหรับคนที่ต้องการเดินทางไปดอนเมือง หรือออกไปต่างจังหวัดและปริมณฑล อย่างปทุมธานี , สระบุรี , อยุธยาสามารถใช้เส้นทางนี้ได้ โดยจุดขึ้นทางยกระดับอุตราภิมุขอยู่ห่างจากโครงการประมาณ 3.6 กิโลเมตรค่ะ
- ทางด่วนศรีรัช : สำหรับคนที่ต้องการเดินทางไปยังโซนสีลม , ดินแดง สามารถไปใช้ทางด่วนศรีรัชที่อยู่ห่างจากโครงการ 5.5 กิโลเมตรได้
- ทางด่วนเฉลิมมหานคร : ใช้เดินทางไปยังโซนเพลินจิต , คลองเตย ซึ่งจุดขึ้นทางด่วนอยู่ไม่ไกลจากโครงการนัก ประมาณ 7.5 กิโลเมตรเท่านั้นเอง
สภาพแวดล้อมรอบโครงการ
โครงการ WISTERIA Chatuchak – Ratchada (วิสทีเรีย จตุจักร-รัชดา) ส่วนใหญ่เป็น บ้านพักอาศัย 2 ชั้น , อาคารสำนักงาน 1-2 ชั้น , อพาร์ทเม้นท์ 5 ชั้น , คอนโด 6-8 ชั้นและที่ดินเปล่า ดูจากขนาดที่ดินมีพื้นที่ไม่เยอะ เรามองว่าอาจพัฒนาไปเป็นโครงการเล็กๆ ได้อีกนะ
- ทิศเหนือ ติดกับ บ้านพักอาศัย 2 ชั้น , คอนโด 8 ชั้น
- ทิศตะวันออก ติดกับ บ้านพักอาศัย 2 ชั้น , คอนโด 6 ชั้น
- ทิศใต้ ติดกับ บ้านพักอาศัย 2 ชั้น , อาคารสำนักงาน 1-2 ชั้น , อพาร์ทเม้นท์ 5 ชั้น และที่ว่างรอการพัฒนา
- ทิศตะวันตก ติดกับ บ้านพักอาศัย 2 ชั้น , อาคารสำนักงาน 1-2 ชั้น
บรรยากาศหน้าปากซอยลาดพร้าว 15
หน้าปากซอยลาดพร้าว 15 เป็นถนนลาดพร้าว 6 เลน มีรถวิ่งผ่านไปมาตลอด
ภายในซอยลาดพร้าว 15 เป็นถนน 2 เลน ให้รถวิ่งสวนกันได้ ภายในซอยเต็มไปด้วยร้านค้าร้านอาหารมากมาย
ซอยลาดพร้าว 15 แยก 5 เป็นซอยตัน ที่เต็มไปด้วยบ้านพักอาศัยดั้งเดิมของคนในชุมชน ซึ่งคนในซอยนี้ก็อยู่กันมานาน ส่งต่อบ้านจะรุ่นสู่รุ่น ทำให้คนภายในซอยมักจะคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี จึงไม่ค่อยมีคนแปลกหน้าผ่านเข้ามาในซอยสักเท่าไร เรามองว่าได้เรื่องความปลอดภัยไปในตัวด้วยค่ะ
ทาง G-Land ได้ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวภายในซอย รวมถึงทาสีกำแพงบ้านให้เพื่อนบ้านใหม่ เป็นเหมือนการผูกมิตรกับชุมชน เชื่อว่าเวลาลูกบ้านย้ายเข้ามาอยู่จริง เพื่อนบ้านก็จะยินดีต้อนรับเป็นอย่างดีค่ะ
สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น
ห้างสรรพสินค้า / ตลาด
- Big C Extra ลาดพร้าว 2 ~ 950 m.
- Union Mall ~ 1.7 km.
- Lotus’s ลาดพร้าว ~ 2.6 km.
- Central ลาดพร้าว ~ 2.8 km.
- The Central พหลโยธิน (สร้างในอนาคต)~ 3.5 km.
- Major Cineplex รัชโยธิน ~ 4.2 km.
- ตลาดจตุจักร ~ 3.5 km.
- The Street รัชดา ~ 5.1 km.
- Lavilla อารีย์ ~ 6.1 km.
โรงพยาบาล
- Paolo Kaset Hospital ~ 4.5 km.
- Paolo International Hospital ~ 4.8 km.
- Vimut Hospital ~ 5.1 km.
- Vibhavadi Hospital ~ 6.2 km.
โรงเรียน
- โรงเรียนหอวัง ~ 3.1 km.
- KIS International School Bangkok ~ 5.7 km.
- St. Stephen’s International School ~ 5.8 km.
- Brighton College Vibhavadi ~ 5.8 km.
- Singapore International School of Bangkok ~ 5.8 km.
- มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ~ 9.4 km.
- โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ~ 9.6 km.
- RBIS International School Bangkok ~ 9.3 km.
- Harrow International School Bangkok ~ 13.8 km.
สวนสาธารณะ
- สวนจตุจักร ~ 2.8 km.
- สวนวชิรเบญจทัศ ~ 3.3 km.
- สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ~ 3.5 km.
การเดินทาง
- MRT สายสีน้ำเงิน สถานีลาดพร้าว ~ 850 m.
- MRT สายสีเหลือง สถานีลาดพร้าว ~ 1.3 km.
- BTS สถานีห้าแยกลาดพร้าว ~ 2.3 km.
- ทางยกระดับอุตราภิมุข (ไปรังสิต) ~ 3.6 km.
- ทางด่วนศรีรัช (ไปสามย่าน) ~ 5.5 km.
- ทางด่วนเฉลิมมหานคร (ไปคลองเตย) ~ 7.5 km.
- สนามบินดอนเมือง ~ 14.5 km.
รายละเอียดโครงการ
Highlight
- ยูนิตน้อยเป็นอันดับต้นๆของย่าน : มีเพียง 12 ยูนิต ลูกบ้านได้ความเป็นส่วนตัวสูง
- มีส่วนกลางให้ใช้งาน แชร์กันใช้ไม่กี่ยูนิต : ปกติแล้วโครงการที่มีจำนวนยูนิตแค่นี้ มักมีส่วนกลางแค่สวน แต่ที่นี่มีสระว่ายน้ำและ Ice Bath ด้วยนะ แลกกับค่าส่วนกลางที่สูงขึ้นมาสักหน่อย
- ทุกยูนิตอยู่ติดถนนหลัก : เข้า-ออกโครงการสะดวก
- โครงการเอาสายไฟลงดินทั้งหมด : ให้บรรยากาศโครงการที่ดูเรียบร้อยสะอาดตา
WISTERIA Chatuchak – Ratchada (วิสทีเรีย จตุจักร-รัชดา) เป็นโครงการบ้านแฝดและบ้านเดี่ยว 3-3.5 ชั้น บนที่ดินประมาณ 1 ไร่กว่าๆ มีจำนวนยูนิตทั้งหมดเพียง 12 ยูนิต ซึ่งถือว่าน้อยเป็นอันดับต้นๆของย่านแล้วค่ะ ลูกบ้านจึงได้ความเป็นส่วนตัวสูงค่ะ
โดยปกติโครงการบ้านในย่านนี้มักจะเป็นโครงการขนาดเล็ก มีตั้งแต่ 5-20 ยูนิต และบางโครงการก็ไม่ใช่โครงการจัดสรร เป็นเพียงบ้านที่อยู่ติดริมถนนสาธารณะ ขายขาดเป็นหลังๆ แต่สำหรับโครงการนี้แม้จะมีไม่กี่ยูนิต แต่ก็เป็นโครงการจัดสรร มีรั้วรอบขอบชิดพร้อมระบบรักษาความปลอดภัย ลูกบ้านสบายใจได้เลยค่ะ
นอกจากนี้โครงการที่มีจำนวนยูนิตสัก 10 กว่ายูนิต ถึงจะเป็นโครงการจัดสรร แต่มักไม่มี Facility ส่วนกลางให้ใช้งาน ต่างจากโครงการ WISTERIA Chatuchak – Ratchada (วิสทีเรีย จตุจักร-รัชดา) ที่แม้จะมีเพียง 12 ยูนิต แต่ก็มีอาคาร Clubhouse แยกต่างหาก และมีฟังก์ชันหลักอย่างสระว่ายน้ำและฟิตเนสมาให้ครบครัน ลูกบ้านไม่ต้องไปใช้ฟิตเนสนอกโครงการ
ส่วนการวางผังของโครงการ เรามองว่าน่าสนใจทีเดียว คือการแบ่งพื้นที่ภายในโครงการออกเป็น 2 Phase แยกทางเข้า-ออกกันชัดเจน แล้วยังออกแบบให้บ้านทุกหลังอยู่ติดถนนหลัก ทำให้ลูกบ้านทุกยูนิตเข้า-ออกโครงการได้สะดวก
ส่วนโซนบ้านที่น่าสนใจจะมีอยู่ 3 โซนด้วยกัน
- โซนเส้นประสีส้ม : อยู่ใกล้ซุ้มประตูโครงการ เข้า-ออกได้สะดวก และอยู่ใกล้ซุ้มประตูโครงการที่มีรปภ.ดูแลโครงการอยู่ ได้เรื่องความปลอดภัยมากกว่าโซนอื่นๆ นอกจากนี้ยังอยู่ใกล้กับ Clubhouse ทำให้มาใช้งานพื้นที่ส่วนกลางได้ง่าย
- โซนเส้นประสีน้ำเงิน : บ้านที่หันหน้าบ้านไปทางทิศเหนือ ไม่โดนแสงอาทิตย์โดยตรง ทำให้ภายในบ้านไม่ร้อน
- โซนเส้นประสีเขียว : บ้านที่หันหน้าบ้านไปทางทิศใต้ เป็นทางลม ทำให้มีลมพัดผ่านตลอด ทำให้รู้สึกเย็นสบายและช่วยระบายอากาศในบ้าน
บรรยากาศซุ้มประตูหน้าโครงการ
ซุ้มประตูโครงการ ทำหน้าที่เป็นทางป้ายโครงการ และจุดคัดกรองคนที่เข้าโครงการ บริเวณซุ้มประตูมีทั้งป้อมรปภ.ที่คอยดูแลความปลอดภัย และรั้วเหล็กรางเลื่อน ไฟฟ้า โครงการเข้า – ออกได้ด้วยระบบ Key Card Access พร้อมกล้อง CCTV เสริมความปลอดภัยให้ลูกบ้าน
ประตูโครงการมีความกว้างมากพอให้รถสวนกันได้ แต่ไม่ได้แยกเลนลูกบ้านกับ Vistor นะคะ หากรถคันหน้าแลกบัตร อาจต้องจอดรอสักหน่อย แต่ไม่ต้องกังวลว่าจะทำให้การจราจรติดขัดนะคะ เพราะโครงการอยู่ท้ายซอย ถัดโครงการไปมีบ้านอีกแค่ 1 หลังเท่านั้นเอง ไม่ค่อยมีคนผ่านแล้วค่ะ
เมื่อเข้ามาภายในโครงการ เราจะเห็นว่าโครงการมีความเรียบร้อย ดูสบายตา เนื่องจากเดินสายไฟฟ้าใต้ดินทั้งโครงการ ส่วนถนนหลักกว้าง 9 เมตร รถสวนกันได้สบายๆ
บรรยากาศ Clubhouse
อีกหนึ่งอย่างที่เรามองว่าลูกบ้านในโครงการนี้ จะได้เปรียบกว่าโครงการอื่นๆ คือมีอาคาร Clubhouse แยกต่างหาก มีพื้นที่ส่วนกลางให้ลูกบ้านมาใช้งาน แล้วอาคาร Clubhouse ออกแบบมาสวยในสไตล์ Modern Loft เน้นโชว์โครงสร้างและดูทันสมัยในเวลาเดียวกัน
หน้า Clubhouse มีทางเข้าอาคารอยู่ เป็นบันไดไม่กี่ขั้น ขึ้น-ลงได้สะดวก เราชอบที่โครงการจัดสวนเล็กๆ ด้านหน้าอาคาร แล้วยังปล่อยให้ต้นไม้โตไปถึงชั้น 2 ของอาคาร เวลาเราอยู่ชั้น 2 ก็จะเห็นยอดต้นไม้พอดี ช่วยให้อาคารดูร่มรื่นมากขึ้น แล้วยังทำให้ต้นไม้ดูเป็นส่วนหนึ่งของอาคารด้วย
ฟังก์ชันภายในเน้นแบบ Semi Outdoor โปร่งโล่งและยังเย็นสบายเวลาที่ลมพัดผ่าน ใกล้ทางเข้าอาคารมีที่นั่งพักคอย ที่ใช้เป็นมุมพักผ่อน หรือเฝ้าลูกหลานว่ายน้ำได้นะ
สระว่ายน้ำของโครงการ
สระว่ายน้ำของโครงการเป็นระบบเกลือขนาดประมาณ 10×3 เมตร พอให้ลูกบ้านมาว่ายน้ำออกกำลังกายชิลๆได้ สระว่ายน้ำเป็นแบบ Semi Outdoor มีร่มเงาจากอาคารและต้นไม้รอบๆอาคารเป็นร่มเงา ทำให้เราสามารถว่ายน้ำได้ตั้งแต่ 2 ช่วง ที่แดดไม่ส่องลงมาตรงๆ คือช่วงเช้าไปถึงสายๆ และช่วงบ่ายๆแก่เป็นต้นไป เพื่อไม่ให้แดดร้อนจนเกินไป
อีกหนึ่งฟังก์ชันที่เราชอบ และกำลังเป็นกระแสนิยมในตอนนี้ คือมุม Ice Bath ดูจากอ่างแช่ตัวที่โครงการเตรียมไว้ สามารถใช้งานพร้อมกันได้ 3-4 คนเลยนะ
ห้องน้ำส่วนกลางจะเป็นแบบรวมชาย-หญิง อยู่ใกล้สระว่ายน้ำ ทำให้ลูกบ้านมาเปลี่ยนเสื้อผ้าได้สะดวก ภายในมีทั้งห้องสุขาและห้องอาบน้ำให้ใช้งาน
ส่วนฟิตเนสของโครงการจะอยู่ชั้น 2 เราจะต้องขึ้นบันไดไปใช้งาน ตัวบันไดมีความกว้างประมาณ 1 เมตร พอให้คนเดินสวนกันได้
ห้องฟิตเนส ปัจจุบันเป็น Sale Gallery
ตามจริงแล้ว ห้องนี้เป็นห้องฟิตเนสของโครงการ มีขนาดใหญ่ทีเดียวสำหรับแชร์กับเพื่อนบ้าน 12 ยูนิต ลูกบ้านมาใช้งานได้ไม่แออัด แต่ปัจจุบันโครงการยังจัดห้องนี้ให้เป็น Sale Gallery อยู่ เมื่อปิดโครงการแล้ว โครงการจะคืนพื้นที่ส่วนนี้ และปรับปรุงเป็นฟิตเนสค่ะ
ภาพและบรรยากาศจำลอง หลังจากดัดแปลงห้องนี้ เป็นฟิตเนสหลังปิดโครงการค่ะ
สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก
- อาคาร Clubhouse บริเวณกลางโครงการประกอบไปด้วย
- สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ / สระผู้ใหญ่ ขนาด 10×3 เมตร ลึก 1.2 เมตร
- Ice Bath
- ห้องออกกำลังกาย
- พื้นที่สวนหย่อมในโครงการ 1 จุด
- ระบบ CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ
- รั้วทึบสูง 2.85 เมตร
- Key Card Access
- เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
- ประตูรั้วโครงการแบบ รั้วเลื่อนไฟฟ้า
- เดินสายไฟร้อยท่อลงดินทั้งโครงการ
แบบบ้าน
Highlight
- มีบ้านแฝดให้เลือก : ในราคา 28.9 ล้านบาท ถือว่ามีราคาที่เข้าถึงง่ายกว่าโครงการเพื่อนบ้านในย่านนี้ ที่บ้านมักมีราคา 30 กว่าล้านบาทขึ้นไป
- บ้านแฝดมีจำนวนฟังก์ชันเทียบเท่าบ้านเดี่ยว : มีจำนวนฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ พอๆกับบ้านเดี่ยวมีที่มีราคาบ้าน 40 ล้านบาท
- บ้านแฝดมีหน้าตาบ้านต่างกัน : ทำให้บ้านดูมีมิติที่แตกต่างกัน ให้ความรู้สึกเหมือนบ้านเดี่ยว
- บ้านเดี่ยว Type ใหญ่สุดได้สระว่ายน้ำและ Double Master Bedroom : รองรับครอบครัวขยาย
- ระบบเทคโนโลยี : ภายในบ้านให้มาแบบจัดเต็ม
บ้านในโครงการ WISTERIA Chatuchak – Ratchada (วิสทีเรีย จตุจักร-รัชดา) เป็นบ้านแฝด 3 ชั้น และบ้านเดี่ยว 3-3.5 ชั้น ที่ออกแบบมาในสไตล์ Modern Luxury House โดยบริษัท makeAscene ที่มีประสบการณ์และเชี่ยวชาญ การออกแบบแนว Residential
หากเรามองจากภายนอก จะเห็นว่าโครงการออกแบบให้ด้านหน้าบ้านของชั้น 1 ปิดทึบ มีช่องเปิดเพียงเล็กน้อย เพื่อเน้นความเป็นส่วนตัว ส่วนชั้นถัดๆไปก็จะเริ่มมีช่องเปิดมากขึ้น ไล่ระดับกันไป เราจะเห็นว่าตัวบ้านมีลูกเล่นอยู่หลายจุด เช่น บ้านแฝดที่ไม่ได้ Mirror กันซะทีเดียว เราจะเห็นว่าระดับของ Pocket Garden อยู่คนละตำแหน่ง ทำให้หน้าตาบ้านแตกต่างกันออกไป เมื่อมองเข้ามาที่บ้านแฝดคู่นี้ เราจะรู้สึกว่าเหมือนบ้านเดี่ยวมากกว่า
อีกอย่างที่เราชอบคือวัสดุต่างๆภายในบ้านที่โครงการเขาให้มาแบบไม่หวงของกันเลย ภายนอกตัวบ้านจะเน้นใช้เป็นกระเบื้องและผนังตกแต่ง SCG MODEENA ซึ่งเป็นวัสดุที่มี Texture ช่วยให้ผนังภายนอกดูมีมิติมากขึ้น
ปัจจุบันบ้านในโครงการมีให้เลือก 3 แบบ ดังนี้
- Xavia บ้านแฝด 3.5 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 35 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 265 ตร.ม.
– ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 3 ที่จอดรถ พร้อมลิฟต์ส่วนตัว - Adelia บ้านเดี่ยว 3.5 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 54.7 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 405 ตร.ม.
– ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 4 ที่จอดรถ / ห้องแม่บ้าน พร้อมลิฟต์ส่วนตัว - Hypatia บ้านเดี่ยว 3 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 61.2 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 416 ตร.ม.
– ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 1 ห้องอเนกประสงค์ / 4 ที่จอดรถ /ห้องแม่บ้าน / สระว่ายน้ำส่วนตัว พร้อมลิฟต์ส่วนตัว
สรุปวัสดุภายในบ้าน
- โครงสร้างแบบ Conventional
- หลังคา รองรับการติดตั้ง Solar Cell
- ผนังภายในฉาบเรียบทาสี
- ผนังตกแต่งภายนอก กระเบื้องจริง , สีพ่น และ SCG Modeena
- ที่จอดรถแบบ Slab on Beam
- ลานซักล้างแบบ Slab on Beam
- พื้นชั้น 1 : กระเบื้องพอร์ชเลน สี Thor White Matt แผ่นใหญ่ ขนาด 60*120 cm
- พื้นชั้น 2,3 : พื้นไม้ Engineer ท็อปหน้าไม้โอ๊ค กว้าง 6 นิ้ว
- พื้นห้องน้ำ : กระเบื้องพอร์ซเลน
- บันไดคอนกรีตเสริมเหล็ก ปิดผิวด้วยไม้สัก
- ลิฟต์ Volkslift
- สุขภัณฑ์ Kohler
- ระบบไฟ 1 เฟส 30(100)
ระบบเทคโนโลยีภายในบ้าน
- Smart Station Pro : ตัวเชื่อมต่ออุปกรณ์ LifeSmart
- Spot : อุปกรณ์ควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าผ่าน Application ในโทรศัพท์ ตั้งเวลาเปิด – ปิดได้
- IP Camera : ทั้ง Indoor และ Outdoor
- DEFED Motion Sensor : อุปกรณ์จับการเคลื่อนไหว และส่งสัญญาณแจ้งเตือน
- Click Cube : ปุ่มอัจฉริยะสามารถสั่งเปิด – ปิดไฟ หรือ ขอความช่วยเหลือ Elderly Care พร้อมระบบแจ้งเตือนส่งสัญญาณผ่าน Application โดยโครงการจะให้มาที่ชั้น 1 และห้องน้ำทุกห้อง
- Environmental CO2 Sensor : อุปกรณ์วัดค่า CO2 , อุณหภูมิ , ความชื้นและสั่งให้เครื่องเติมอากาศบริสุทธิ์เข้าบ้าน
- Smoke & Gas Sensor : ช่วยป้องกันอัคคีภัย
- ระบบ Fresh Air : ระบบบ้านระบายอากาศอัจฉริยะ มี Double High-Efficiency Filters ระบบกรอง 2 ชั้น มี Pre-filter กรองฝุ่นขนาดใหญ่ (ประมาณ 10 ไมครอน) และ มี HEPA Filter กรองฝุ่นละเอียดถึง PM2.5 (0.3 ไมครอน)
- Hafele Horizon Digital Door Lock : ปลดล็อกได้ 6 รูปแบบ ควบคุมผ่านแอปพลิเคชัน / Face ID / Fingerprint / Key card / Password / Key แล้วยังมี Video Door Phone
- DEFED Door/Windows Sensor : คอยแจ้งเตือนเมื่อมีการเปิด-ปิด ติดตั้งที่ชั้น 1 และ ชั้น 3
- Smart Touch Switch : สวิตช์ไฟอัจฉริยะที่สามารถตั้งเวลา เปิด-ปิด และ สั่งงานได้จาก Application
- Smart Siren : อุปกรณ์ที่ส่งเสียงแจ้งเตือนเมื่อมีการบุกรุก
- In-wall Air Quality Detector : เครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศ เช่น ตรวจสอบ Pm 2.5, แสดงผลแบบ Real Time หรือจะดูผ่านมือถือก็ได้
- Control Panel (Nature 7 Pro) : อุปกรณ์ควบคุมเปิด-ปิดไฟ และตั้งค่า Scene ตามความชอบส่วนตัว รวมถึงใช้เช็คความเรียบร้อยต่างๆภายในบ้าน
**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ
บ้านตัวอย่าง Xavia
บ้านแฝด 3.5 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 35 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 265 ตร.ม.
– ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 3 ที่จอดรถ พร้อมลิฟต์ส่วนตัว
แปลนชั้น 1
ชั้น 1 : บริเวณหน้าบ้านสามารถจอดรถได้ 3 คันสบายๆ เมื่อเทียบกับโครงการเพื่อนบ้านที่มีระดับราคาเดียวกัน มักให้ที่จอดรถเริ่มต้น 2 คัน จึงถือว่าโครงการนี้มีที่จอดรถเยอะตั้งแต่ Type เริ่มต้นเลย ส่วนทางเข้า-ออกบ้านหลักๆจะมี 2 ทาง ประตูแรกคือประตูหลัก อยู่บริเวณที่จอดรถ ซึ่งประตูนี้เจ้าของบ้านจะใช้เป็นหลัก ส่วนประตูรองอยู่ด้านหลังบ้าน เชื่อมต่อกับลานซักล้าง แม่บ้านจะใช้ประตูนี้เป็นหลัก เพื่อไม่ให้รบกวนเจ้าของบ้าน
เมื่อเข้ามาในตัวบ้าน เราจะเจอกับ Common Area รวมพื้นที่นั่งเล่นและพื้นที่รับประทานอาหารไว้ด้วยกัน โดยพื้นที่นั่งเล่นจะเป็น Double Volume 5.3 เมตร บริเวณด้านข้างบ้านมีกระจกสูงจากพื้นไปถึงฝ้าชั้นลอย และกระจกโค้ง ช่วยให้แสงสว่างเข้าถึงบ้านได้อย่างทั่วถึง แล้วยังทำให้บ้านดูโปร่งมากๆ ส่วนด้านหลังบ้านเป็นพื้นที่ซักล้าง หากใครอยากได้พื้นที่ในบ้านมากขึ้นจะทำห้องออกมาเพิ่มบริเวณพื้นที่ซักล้างก็ได้นะ เพราะยังไงบ้านมีโครงสร้างแบบ Conventional อยู่แล้ว ทุบต่อเติมได้ไม่ยาก
ชั้น Mezzanine : เป็นพื้นที่พักผ่อนส่วนตัว มีหนึ่งห้องนอนรอง พร้อมกับห้องน้ำในตัว เรามองว่าจะใช้เป็นห้องนอนแขกก็ได้ จะได้กำหนดขอบเขตให้แขกอยู่ที่ชั้น 1 และชั้นลอยเท่านั้น ไม่ไปรบกวนเจ้าของบ้าน หรือจะทำเป็นห้องทำงานก็ได้ค่ะ
ชั้น 2 : แบ่งเป็นห้องนอนรอง 2 ห้อง พร้อมห้องน้ำในตัว ใช้งานได้สะดวก ความพิเศษอยู่ที่ห้องนอนฝั่งหน้าบ้าน ที่สามารถเชื่อมต่อกับ Pocket Garden สามารถมานั่งพักผ่อน สูดอากาศได้ ส่วนห้องนอนฝั่งหลังบ้านก็มีพื้นที่เล็กๆ ให้เราวางกระถางต้นไม้ตกแต่งได้เช่นกันค่ะ
ชั้น 3 : เป็น Master Bedroom ทั้งชั้นเลย ห้องนอนมีขนาดใหญ่พอจะแบ่งเป็นโซนพักผ่อนและ Walk-in Closet ขนาดใหญ่ พร้อมห้องน้ำในตัว นอกจากนี้ยังมีระเบียง ให้เราทำเป็นสวนกระถาง หรือออกมารับลมสูดอากาศได้ จากห้องนอนนี้จะมองเห็น Pocket Garden ที่ชั้น 2 ด้วยค่ะ เพิ่มความสดชื่นให้ตัวห้องเข้าไปอีก
บ้านแฝดของโครงการ มีราคาเริ่มต้น 28.9 ล้านบาท แต่กลับได้จำนวนฟังก์ชันเทียบเท่าบ้านเดี่ยวของโครงการทั่วไปที่เริ่มต้นประมาณ 40 ล้านบาท เราจึงมองว่าบ้านหลังนี้คุ้มค่าคุ้มราคาทีเดียว
บริเวณที่จอดรถหน้าบ้าน
พื้นที่จอดรถหน้าบ้านสามารถจอดรถได้ 3 คัน โดยมีชายคาคลุมประมาณครึ่งหนึ่งของรถยนต์ โครงสร้างของที่จอดรถเป็นแบบ Slab On Beam รองรับด้วยเสาเข็มที่มีความลึกและขนาดเท่าโครงสร้างตัวบ้าน เราสามารถต่อเติมหลังคาได้โดยไม่ต้องกลัวว่าพื้นจะทรุดตัว นอกจากนี้โครงการยังเตรียมระบบไว้ให้เพื่อรองรับการติดตั้ง EV Charger 1 เครื่อง พร้อมมีกล้องวงจรปิดและ Siren ที่จะส่งสัญญาณเตือนเมื่อตรวจพบความผิดปกติ เราสามารถเช็คความเรียบร้อยผ่าน Application ในมือถือได้ ส่วนพื้นปูด้วยกระเบื้องพอร์ชเลน ขนาด 30×30 ซม.
ใกล้ทางเข้าบ้าน มีห้องเก็บของอยู่
ด้านหน้าบ้าน บริเวณใกล้ประตูทางเข้าหลัก มีห้องเก็บของขนาดใหญ่อยู่ เราสามารถใช้เก็บอุปกรณ์ชิ้นใหญ่ๆ เช่น อุปกรณ์ทำสวน , อุปกรณ์กีฬาและกระเป๋าเดินทางได้ ภายในห้องเก็บของมีขนาดใหญ่พอที่จะแบ่งทำเป็นตู้เก็บรองเท้า และตู้เก็บของด้านใน เพื่อความเป็นสัดส่วน และสะดวกในการใช้งาน
โครงการทำตู้เก็บรองเท้าให้ดูเป็นไอเดีย เวลาเราจะออกนอกบ้าน หรือกลับเข้าบ้านก็แวะเก็บรองเท้าบริเวณนี้ได้เลย ไม่จำเป็นต้องเอารองเท้าที่มีฝุ่นเข้าบ้านเลยค่ะ
ประตูทางเข้าบ้าน
ประตูหลักทางเข้าบ้าน เป็นประตูไม้สักติดตั้ง Digital Door Lock ของ Hafele ที่รองรับได้ถึง 6 ระบบ คือ Application / Fingerprint / Key card / Password / Key และ 3D Face Scan เพื่อป้องกันการใช้รูปหรือวิดีโอ นอกจากนี้เรายังสามารถ Video Door Phone คุยกับแขกที่อยู่หน้าบ้านผ่านกล้องแบบ Real Time ได้ด้วยนะ
ทุกบานประตูหน้าต่างของชั้น 1 , 3 จะมี DEFED Door/Window Sensor ที่คอยแจ้งเตือน เวลามีการเปิดปิดผ่าน Application ในมือถือ
ข้างๆประตูเป็นกระจกโค้ง ที่ช่วยให้บ้านดู Smooth มากขึ้น ซึ่งเพื่อนๆรู้มั้ย ว่าปกติกระจกโค้งจะมีราคาสูงกว่ากระจกทั่วไป 2-3 เท่า เราจึงไม่ค่อยเห็นโครงการไหนเขาให้กันสักเท่าไหร่ แต่โครงการกลับให้กระจกโค้งสูงมาแบบนี้เลยนะคะ
เมื่อเข้ามาในตัวบ้านเราจะเจอกับ Common Area ที่รวมพื้นที่นั่งเล่น , พื้นที่รับประทานอาหารไว้ด้วยกัน ใช้เป็นพื้นที่สำหรับรับแขก และพื้นที่พักผ่อนรวมตัวของสมาชิกในบ้าน โครงการเน้นให้ช่องเปิดอยู่ข้างบ้าน ส่วนหน้าบ้านจะเน้นเป็นผนังทึบ ทำให้เจ้าของบ้าน ใช้ชีวิตส่วนตัวได้เต็มที่ใน Common Area
พื้นชั้นหนึ่งปูด้วยกระเบื้องพอร์ชเลนขนาด 60×120 ซม. ซึ่งเป็นขนาดใหญ่กว่ามาตรฐานทั่วไป มองแล้วดูสบายตาดีค่ะ
พื้นที่นั่งเล่นแบบ Double Volume
พื้นที่นั่งเล่นแบบ Double Volume ฝ้าสูง 5.3 เมตร ทำให้มุมต้อนรับแขกดูโอ่อ่ากว่าเดิม บริเวณนี้มีกระจกบานใหญ่อยู่ด้านข้าง แสงธรรมชาติจึงเข้าตัวบ้านได้อย่างทั่วถึง แล้วยังทำให้บ้านดูโปร่ง
พื้นที่นั่งเล่นมีขนาดใหญ่ทีเดียว สามารถวางโซฟา 3-4 ที่นั่งพร้อมโต๊ะกลางสำหรับวางของกินเวลาดูทีวีได้ด้วย บริเวณนี้มีระยะดูทีวีอยู่ที่ 3.3 เมตร เหมาะกับการติดตั้งทีวีขนาด 55-65 นิ้ว เพื่อการรับชมที่คมชัดนะคะ
บริเวณนี้จะมี Control Panel (Nature 7 Pro) ที่เอาไว้ควบคุมเปิด-ปิดไฟ และตั้งค่า Scene เป็นห้องๆ ได้ตามความชอบส่วนตัว รวมถึงใช้เช็คความเรียบร้อยต่างๆภายในบ้าน นอกจากนี้แผงควบคุมยังบอกค่า Pm2.5 ค่า CO2 ภายในบ้านได้ด้วย หากมีค่าเกินมาตรฐาน (Pm2.5 เกิน 10 หรือ CO2 เกิน 800 ) จะมีการเติมอากาศบริสุทธิ์เข้าสู่ตัวบ้านใหม่และดันอากาศเก่าออกไป
บริเวณ Common Area และทุกห้องน้ำในบ้านจะมี Clicker สามารถใช้เปิด – ปิดไฟ หรือขอความช่วยเหลือ Elderly Care โดยระบบจะแจ้งเตือนผ่าน Application
Powder Room
ห้องน้ำชั้นล่างจะเป็นห้องน้ำแบบ Powder Room ไม่มีส่วนอาบน้ำ จะมีให้เฉพาะโถสุขภัณฑ์แบบอัตโนมัติ กับอ่างล้างหน้าจาก Kohler ไว้สำหรับแขกที่มาเยี่ยมเป็นหลัก บ้านตัวอย่างโครงการทำตู้เก็บของใต้อ่างล้างหน้าไว้เป็นไอเดีย ส่วนบ้านมาตรฐานจะได้เป็นเคาน์เตอร์ปกตินะ
Powder Room อยู่ใกล้กับทางเข้าบ้านและพื้นที่นั่งเล่น ใช้งานได้สะดวก เราสามารถแวะล้างมือล้างเท้าก่อนเข้าไปโซนอื่นของบ้านได้
พื้นที่รับประทานอาหาร
ติดกับพื้นที่นั่งเล่นเป็นพื้นที่รับประทานอาหาร สามารถวางโต๊ะกินข้าวสำหรับ 6 ที่นั่งได้สบายๆ มีพื้นที่ให้เดินรอบๆโต๊ะเหลือเฟือ ให้เราทำเป็นมุม Pantry Area และห้องครัว ทำให้การใช้งานต่อเนื่องเราทำอาหาร เสิร์ฟอาหารและทานอาหารได้สะดวก
พื้นที่รับประทานอาหารอยู่ติดสวนข้างบ้าน เราสามารถทานข้าวพร้อมชมสวน หรือจะดูทีวีไปเพลินๆก็ได้ค่ะ
ด้านข้างพื้นที่รับประทานอาหาร มีประตูเชื่อมต่อกับสวนข้างบ้าน ประตูอลูมิเนียมดูแข็งแรง คงทน
สวนข้างบ้านมีความกว้างประมาณ 2 เมตร สามารถต่อเติมทำเป็นชาน ใช้เป็นพื้นที่สำหรับนั่งพักผ่อน อ่านหนังสือหรือจิบกาแฟ
บ้านตัวอย่างต่อเติมพื้นที่ซักล้างเป็นครัวเปิด
ในบ้านมาตรฐาน พื้นที่ตัวบ้านจะสิ้นสุดที่พื้นที่รับประทานอาหาร แล้วด้านหลังจะเป็นพื้นที่ซักล้าง แต่ถ้าเราอยากจะได้พื้นที่เพิ่มเติม สำหรับทำเป็นห้องครัวหรืออะไรก็ตาม แนะนำให้ต่อเติมห้องเพิ่มออกมาเหมือนบ้านตัวอย่างนะคะ
ข้างๆพื้นที่รับประทานอาหารมีพื้นที่สำหรับวางตู้เย็นและทำมุม Pantry Area สำหรับเตรียมอาหารได้ หากเราต่อเติมพื้นที่หลังบ้าน ก็จะมีที่เหลือให้ทำเป็นครัวเปิดเล็กๆได้
บันไดเป็นรูปตัว U กว้างประมาณ 1 เมตร พอให้คนเดินสวนกันได้ โครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ปิดผิวด้วยไม้สัก พร้อมราวจับตลอดทางใช้งานได้สะดวก
ลิฟต์ของ Volkslift
ลิฟต์ภายในบ้านเป็นของ Volkslift รองรับน้ำหนักได้ประมาณ 400 กิโลกรัม ภายในลิฟต์มีความกว้างประมาณ 1.25 x 1.1 เมตร สามารถเข็นวีลแชร์เข้าไปได้ด้วย
ชั้น Mezzanine
เมื่อขึ้นมาชั้นลอย จะเจอกับโถงลิฟต์ที่เชื่อมต่อไปยังฟังก์ชันเดียวของชั้นนี้ อย่างห้องนอนรอง 1
ห้องนอนรอง 1
ห้องนอนรอง 1 มีขนาดใหญ่พอจะวางเตียง 5 ฟุตได้เลย แล้วยังมีพื้นที่หน้าห้องน้ำให้ Bulit-in ตู้เสื้อผ้าด้วย แต่บ้านตัวอย่างตกแต่งห้องนี้ให้เป็นห้องพักผ่อนรวมตัวของสมาชิกในบ้าน เนื่องจากชั้นนี้มีแค่ห้องเดียว จึงสงบกว่าชั้นอื่นๆ เหมาะกับการทำเป็นฟังก์ชันที่ต้องการใช้สมาธิ อย่างห้องทำงานเช่นกัน
ห้องน้ำในห้องนอนรอง 1
ภายในห้องน้ำจัดแบ่งการใช้งานส่วนเปียกและส่วนแห้งชัดเจน โครงการให้อ่างล้างหน้าพร้อมกระจกเงาบานใหญ่ นอกจากนี้ยังให้ชุดสุขภัณฑ์พร้อมอุปกรณ์ต่างๆครบครัน ส่วนพื้นที่อาบน้ำกว้างประมาณ 1.35 x 0.85 เมตร ภายในมีชั้นวางของ สำหรับวางอุปกรณ์อาบน้ำ ให้เราหยิบจับได้สะดวก
ชั้น 2
ชั้นนี้จะมีห้องนอนรอง 2 ห้อง เป็นพื้นที่พักผ่อนส่วนตัวของสมาชิกในบ้าน ที่โถงชั้น 2 มี Pocket Garden ให้เราวางกระถางต้นไม้ได้ด้วยนะ ช่วยเพื่อมความสดชื่นให้บริเวณนี้ แต่เราจะออกไปใช้งานด้านนอกไม่ได้นะคะ
ห้องนอนรอง 2
แม้ว่าห้องนอนรอง 2 อยู่ด้านหลังบ้าน แต่กลับได้แสงธรรมชาติจาก Pocket Garden ทำให้ห้องดูสว่างไม่แพ้ห้องอื่นๆ ภายในห้องสามารถวางเตียง 5-6 ฟุตได้สบายๆ ข้างๆเตียงยังเหลือที่ให้เราวางโต๊ะเครื่องแป้ง หรือโต๊ะทำงานด้วย
บริเวณหน้าห้องน้ำมีพื้นที่ให้เรา Built-in ตู้เสื้อผ้า จัดเป็นมุมเเต่งตัวได้สบายๆ หากใครชอบความเป็นสัดเป็นส่วน แนะนำให้ทำฉากกั้นเพิ่มเติมนะ
ห้องน้ำในห้องนอนรอง 2
ห้องน้ำภายในห้องนอนรอง 2 แบ่งส่วนเปียก-ส่วนแห้ง และให้สุขภัณฑ์มาเหมือนห้องน้ำในห้องนอนรอง 1 เกือบทั้งหมด เพียงเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าของห้องนี้จะสั้นกว่าเล็กน้อย
ห้องนอนรอง 3 มีขนาดใหญ่สุดในบรรดาห้องนอนรอง สามารถแบ่งเป็นโซน Walk-in Closet และโซนพักผ่อนได้
สำหรับโซน Walk-in Closet มีขนาดใหญ่สามารถวางตู้เสื้อผ้าเป็นแนวยาวได้เลย เหมาะกับคนที่ชอบแต่งตัว มีพื้นที่เก็บเสื้อผ้าเยอะๆ แนะนำให้ทำฉากกั้น เพื่อความเป็นสัดส่วนมากขึ้น และกันแอร์ไหลไปยังโซนอื่นด้วย
ห้องน้ำในห้องนอนรอง 3 (บ้านตัวอย่าง)
ห้องน้ำภายในห้องนอนรอง 3 ออกแบบและวางผังมาคล้ายกับห้องน้ำในห้องนอนรอง 2 เลย แต่โครงการลองทำห้องน้ำนี้ให้เป็น Sexy Bath Room เป็นตัวอย่าง ส่วนตัวเราชอบมากนะ เพราะทำให้ทั้งห้องน้ำเองและห้องนอนดูโปร่ง
พื้นที่ Window Seat จะดูโปร่งและโล่งมากขึ้น หากห้องน้ำเป็นแบบ Sexy Bath Room
ห้องนอนรอง 3
สำหรับโซนพักผ่อน สามารถวางเตียง 6 ฟุตได้สบายๆ หากใครชอบดูทีวีก่อนนอนแนะนำให้ติดตั้งทีวีแบบแขวนนะ
Highlight ของห้องนอนนี้คือ เชื่อมต่อกับ Pocket Garden ห้องนอนนี้จึงเหมือนได้สวนส่วนตัวเลย
Pocket Garden มีขนาดประมาณ 2.2×2.35 เมตรโดยโครงการจะให้ต้นไม้ใหญ่มาหนึ่งต้นที่บริเวณนี้ ให้เป็นร่มเงาให้บ้าน เราสามารถออกมาสูดอากาศ หรือนั่งพักผ่อนอ่านหนังสือได้ด้วย
ชั้น 3
โถงลิฟต์ชั้น 3
โครงการติดตั้งระบบ Fresh Air ที่คอยเติมอากาศใหม่เข้าบ้านพร้อมกรองฝุ่น ผ่านแผ่นฟิลเตอร์ (HEPA) ซึ่งมีความละเอียด กรอง Pm2.5 ได้ถึง 99%
Walk-in Closet
Master Bedroom มีขนาดใหญ่พอจะแยก Walk-in Closet และโซนพักผ่อนแยกจากกันต่างหาก ทำให้การใช้งานเป็นสัดส่วนชัดเจน บริเวณ Walk-in Closet สามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าพร้อมโต๊ะเครื่องแป้งเป็นรูปตัว L ได้เลย
Master Bathroom ในบ้านตัวอย่าง
อันที่จริง Master Bathroom จะได้เป็นห้องผนังทึบและมีกระจกเข้ามุมบริเวณอ่างอาบน้ำ แต่ในบ้านตัวอย่าง โครงการทำให้เป็นห้องน้ำแบบ Sexy Bath Room ให้ดูเป็นตัวอย่าง
Master Bathroom
สำหรับ Master Bathroom จะมีความพิเศษกว่าห้องน้ำอื่นๆ เริ่มตั้งแต่ได้อ่างล้างหน้าแบบ His & Her ใช้งานได้ทีเดียวพร้อมกัน 2 คน แล้วยังได้โถสุขภัณฑ์แบบอัตโนมัติเหมือน Powder Room เลยค่ะ
อ่างอาบน้ำของ Kohler
ที่สำคัญคือได้อ่างอาบน้ำแบบ Stand Alone ให้เราได้แช่น้ำผ่อนคลายในวันที่เมื่อยล้า
พื้นที่อาบน้ำ
ส่วนอาบน้ำก็พิเศษไม่แพ้โซนอื่นๆ เพราะได้ทั้ง Hand Shower และ Rain Shower อาบน้ำได้เต็มที่
Master Bedroom
พื้นที่พักผ่อนมีขนาดใหญ่ สามารถวางเตียง 6 ฟุตพร้อมกับอาร์มแชร์พักผ่อนข้างเตียงได้ด้วย เวลาเรากลับมาเหนื่อยๆแล้วอยากนั่งพัก แต่ยังไม่อาบน้ำ แล้วไม่อยากขึ้นเตียง ก็มานั่งตรงนี้ได้
In-wall Air Quality Detector
ภายในห้อง Master Bedroom ติดตั้งทั้งระบบ Fresh Air แล้วยังมีเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศทั้ง Pm2.5 , CO2 , อุณหภูมิ , ความชื้น
ระเบียง
Master Bedroom เชื่อมต่อกับระเบียงที่มีขนาดประมาณ 5.3×0.85 เมตร พอให้เราออกมาสูดอากาศ รับลมได้
หากเป็นตำแหน่งบ้านแฝดฝั่งซ้าย (ตำแหน่งเดียวกับบ้านตัวอย่าง) จะได้ราวกันตกแบบทึบ ได้ความปลอดภัยเป็นพิเศษ แต่ถ้าเป็นบ้านแฝดฝั่งขวา จะได้ราวกันตกกระจก ทำให้พื้นที่ระเบียงดูโปร่งขึ้น
จาก Master Bedroom เราจะเห็น Pocket Garden อยู่ด้วย
แบบแปลน
Adelia
บ้านเดี่ยว 3.5 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 54.7 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 405 ตร.ม.
– ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 4 ที่จอดรถ / ห้องแม่บ้าน พร้อมลิฟต์ส่วนตัว
แปลนชั้น 1
ชั้น 1 : หน้าบ้านกว้างสามารถจอดรถได้ 4 คัน แบบไม่ซ้อนคัน ทำให้เข้า-ออกจากบ้านได้สะดวก ส่วนทางเข้า-ออกบ้านหลักๆจะมี 2 ทาง ประตูด้านหน้าบ้านคือประตูหลัก ที่เจ้าของบ้านใช้งานเป็นประจำ มีชายคาคลุมต่อจากที่จอดรถมาเลย เราจึงเข้าบ้านได้โดยไม่ต้องโดนแดดฝน ส่วนประตูรองอยู่ด้านหลังบ้าน ประตูนี้แม่บ้านจะใช้เป็นหลัก เพราะเชื่อมต่อกับโซนแม่บ้านและห้องครัว
บ้านนี้แบ่งสัดส่วนได้ชัดเจนออกเป็น 2 โซน โซนแรกคือฝั่งขวาของตัวบ้านเป็น Commone Area ที่รวมพื้นที่นั่งเล่นและพื้นที่รับประทานอาหารไว้ด้วยกัน เป็นพื้นที่ต้อนรับแขกและรวมตัวของสมาชิกในบ้าน บริเวณพื้นที่นั่งเล่นได้ Double Volume สูง 5.2 เมตร ช่วยให้บ้านดูโปร่งและดูโอ่อ่า ส่วนอีกโซนคือโซน Service ประกอบไปด้วยห้องครัวและห้องแม่บ้าน
ชั้น Mezzanine : เป็นพื้นที่พักผ่อนอย่างห้องนอนรอง พร้อมกับห้องน้ำในตัว ใช้งานได้สะดวก หากครอบครัวไหนมีสมาชิกไม่มากนัก จะทำห้องนี้เป็นห้องทำงานก็ได้นะ นอกจากนี้ยังมีห้องเก็บของขนาดใหญ่
ชั้น 2 : ยังคงเป็นพื้นที่พักผ่อนของสมาชิกในบ้าน โดยแบ่งเป็นห้องนอนรอง 2 ห้อง พร้อมห้องน้ำในตัว ทุกห้องนอนในชั้นนี้จะมี Pocket Garden เหมือนกัน ต่างกันแค่ห้องนอนฝั่งหน้าบ้านจะสามารถออกไปใช้ Pocket Garden ได้ แต่ห้องนอนฝั่งหลังบ้านจะเป็นพื้น Slab สามารถวางกระถางต้นไม้ตกแต่ง ถือเป็นการเพิ่มบรรยากาศให้ตัวบ้าน แต่จะออกไปใช้งานไม่ได้นะ
ชั้น 3 : เป็นพื้นที่ของ Master Bedroom ทั้งชั้น คล้ายๆกับ Penthouse ภายใน Master Bedroom แบ่งเป็นโซนพักผ่อนและ Walk-in Closet พร้อมห้องน้ำในตัว นอกจากนี้ห้องนอนนี้ยังพิเศษตรงที่ได้ระเบียงส่วนตัวมาด้วยนะ ให้เราเดินออกไปสูดอากาศได้
เข้าบ้านมาเจอกับโถงหน้าบ้าน มุมนี้เหมาะจะ Built-in เป็นตู้เก็บรองเท้า เพราะเป็นทางผ่านออกไปยังประตูพอดี แวะถอดหรือใส่รองเท้าสะดวกเลย
พื้นที่นั่งเล่นแบบ Double Volume ดูโอ่อ่าดีค่ะ ด้านข้างบ้านมีบานกระจกขนาดใหญ่ ช่วยให้แสงเข้ามาในบ้านอย่างทั่วถึง บ้านจึงดูโปร่งและโล่ง
Common Area
ถัดจากพื้นที่นั่งเล่นเป็นพื้นที่รับประทานอาหาร แล้วยังเชื่อมต่อกับห้องครัว ทำให้การใช้งานต่อเนื่อง เราสามารถทานอาหารขณะที่ดูทีวีไปเพลินๆได้ด้วย
ห้องนอนชั้นลอย เหมาะกับการทำเป็นห้องทำงาน หรือน้องนอนแขก ภายในห้องมีห้องน้ำในตัวใช้งานได้สะดวก
ห้องนอนรอง 1
ห้องนอนรอง 1 อยู่ฝั่งหน้าบ้าน ได้รับแสงธรรมชาติมากกว่าฝั่งหลังบ้าน จึงได้ความรู้สึกสดชื่น
ห้องนอนรอง 2
ห้องนอนรอง 2 อยู่ด้านหลังบ้าน ได้ความเป็นส่วนตัวมากกว่าฝั่งหน้าบ้าน ห้องนอนรองทั้ง 2 ห้องมีห้องน้ำในตัวพร้อมใช้งาน
Master Bedroom
Master Bedroom มีขนาดใหญ่พอจะแบ่งเป็นโซนนั่งเล่น และโซนพักผ่อน นอกจากนี้ยังได้ Walk-in Closet ขนาดใหญ่กว่าห้องอื่นๆ เหมาะกับคนที่ชอบแต่งตัว ภายใน Master Bathroom มีชุดสุขภัณฑ์ที่พิเศษกว่าห้องอื่นๆ เช่นอ่างล้างหน้า His and Her และอ่างอาบน้ำ
Hypatia
บ้านเดี่ยว 3 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 61.2 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 416 ตร.ม.
– ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 1 ห้องอเนกประสงค์ / 4 ที่จอดรถ /ห้องแม่บ้าน / สระว่ายน้ำส่วนตัว พร้อมลิฟต์ส่วนตัว
แปลนชั้น 1
ชั้น 1 : ที่จอดรถหน้าบ้านเป็นแนวลึก สามารถจอดรถได้ 4 คันแบบซ้อนคัน ข้อดีคือมีชายคาคลุมทั้งคัน ทางเข้าบ้านแบ่งออกเป็น 2 ทาง ประตูหน้าบ้านเป็นประตูหลักที่แขกและเจ้าของบ้านจะใช้งานเป็นหลัก เพราะเชื่อมต่อไปยัง Common Area ได้ไวที่สุด ส่วนประตูด้านหลังบ้านเชื่อมต่อกับห้องครัวและโซน Service แม่บ้านจึงใช้ประตูนี้เป็นหลัก
บ้านหลังนี้มี Highlight อยู่หลายจุดเลยนะคะ เริ่มจากสระว่ายน้ำระบบเกลือ ที่ไม่ได้มีในทุกโครงการนะ โครงการออกแบบให้ตัวบ้านล้อมสระว่ายน้ำ ทำให้หลายฟังก์ชันในบ้านมองมาเห็นวิวสระว่ายน้ำ ช่วยเพิ่มบรรยากาศที่ดีให้ตัวบ้าน
ส่วนภายในบ้านแบ่งออกเป็น 2 โซน โซนแรกคือ Common Area เป็นพื้นที่ต้อนรับแขก เชื่อมต่อกับพื้นที่รับประทานอาหาร โดยบริเวณนี้จะมองออกมาเห็นสระว่ายน้ำด้วยนะ อีกหนึ่งจุดเด่นของโซนนี้คือมีบันไดวนที่ตั้งอยู่กลาง Common Area ทำให้พื้นที่ตรงนี้ดูโอ่อ่า เป็นหน้าเป็นตาให้เจ้าของบ้าน ส่วนโซนถัดมาเป็นห้องครัวที่เชื่อมต่อกับห้องแม่บ้าน แม่บ้านจะทำงานอยู่โซนนี้เป็นหลัก แยกออกจากโซนพักผ่อนของเจ้าของบ้าน
ชั้น 2 : บ้าน Type นี้ได้ Double Master Bedroom เรามองว่าบ้านนี้รองรับครอบครัวขยายได้ด้วย เมื่อลูกแต่งงานมีครอบครัวแล้วก็ยังอยู่บ้านเดียวกับพ่อแม่ได้ โดยชั้นนี้จะมี Double Master Bedroom 1 ที่เชื่อมต่อกับ Pocket Garden แถมยังได้วิวสระว่ายน้ำอีกด้วย นอกจากนี้มีห้องนอนรองพร้อมห้องน้ำในตัวอยู่ด้วย
ชั้น 3 : ชั้นนี้เป็นพื้นที่พักผ่อนของสมาชิกในบ้าน มีทั้ง Double Master Bedroom 2 และห้องนอนรองอีกหนึ่งห้อง ทั้ง 2 ห้องจะมองลงไปเห็นวิวสระว่ายน้ำด้วยค่ะ นอกจากนี้ชั้นนี้จะมีห้องอเนกประสงค์ที่เหมาะกับการทำเป็นห้องทำงาน ข้อดีคือชั้นนี้มีระเบียงที่สมาชิกทุกคนสามารถแชร์กันใช้งานได้
จาก Common Area มองออกไปเห็นสระว่ายน้ำ
ราคา
WISTERIA Chatuchak – Ratchada (วิสทีเรีย จตุจักร-รัชดา) ราคาเท่าไหร่ (ณ วันที่ 18 มิถุนายน 2569)
ราคาผ่อนต่อเดือนยกตัวอย่างจาก ดอกเบี้ย 4% ระยะเวลาผ่อน 30 ปี*
สามารถคลิกดูอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันได้ที่ >> อัปเดต! ดอกเบี้ยบ้าน 2568 ทุกธนาคาร
- Xavia บ้านแฝด 3.5 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 35 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 265 ตร.ม.
– ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 3 ที่จอดรถ พร้อมลิฟต์ส่วนตัว
– ราคาเริ่มต้น 28.9 ล้านบาท
– ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 137,973 บาท
– ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 4,200 บาทต่อเดือน
- ค่าจอง 100,000 บาท
- ค่าทำสัญญา 300,000 บาท
- ที่ดินเพิ่มลด ราคาตารางวาละ 300,000 บาท
- ค่าส่วนกลาง 120 บาท / ตร.วา. / เดือน
**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ
Tips : แนะนำการขอสินเชื่อกับธนาคาร
เกณฑ์การพิจารณาการขอสินเชื่อจากธนาคาร ควรมีเงื่อนไขตรงกับข้อไปนี้ค่ะ
- มีรายรับชัดเจน สม่ำเสมอ(ไม่ผันผวน) ต่อเนื่องนานกว่า 6 เดือน และสามารถตรวจสอบได้
- ควรมีภาระหนี้รวมทั้งหมด (ทั้งบ้าน รถยนต์ บัตรเครดิต และอื่นๆ) ไม่เกิน 40% ของรายได้ต่อเดือน
- มีรายได้ต่อเดือนมากกว่าค่าผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน 3 เท่าขึ้นไป
หากต้องการผ่อนบ้านให้หมดไว แนะนำให้โปะเพิ่มประมาณ 10% ของงวดผ่อน จะช่วยลดระยะเวลาผ่อนลงได้ 4 – 7 ปี (ขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ย) และควร Refinance หรือ Retention เพื่อให้ดอกเบี้ยลดลงทุกๆ 3 ปี ทั้งนี้อย่าลืมเผื่อค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและตกแต่ง*ก่อนเข้าอยู่เพิ่มเติมด้วยนะคะ
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
>>โปะบ้านหมดไว คำนวณได้เอง
>>โอนบ้านจบ อย่าใช้เงินหมด! ค่าใช้จ่ายแฝงเพียบ
บทสรุป
ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง : ต้องยอมรับโครงการ WISTERIA Chatuchak – Ratchada (วิสทีเรีย จตุจักร-รัชดา) ได้เปรียบเรื่องการเดินทางมากๆ เพราะตั้งอยู่ในซอยลาดพร้าว 15 แยก 5 ห่างจากถนนหลักแค่ 700 เมตร จากโครงการสามารถเข้า-ออกโครงการได้มากถึง 5 เส้นทาง เชื่อมต่อถนนหลักได้ 3 เส้น ถือถนนลาดพร้าว , ถนนพหลโยธินและถนนรัชดาภิเษก หากถนนเส้นไหนรถติดก็หลีกเลี่ยงไปใช้ถนนอีกเส้นได้
ทำเลของโครงการถือว่าเป็นทำเลหายากทีเดียว เพราะเดินทางด้วยรถก็สะดวก แต่ยังใกล้กับรถไฟฟ้าสายหลักที่วิ่งเข้า-ออกตัวเมืองถึง 3 สาย ไม่ว่าจะเป็น MRT สายสีน้ำเงิน , MRT สายสีเหลือง ในระยะแค่หลักร้อยเมตร ซึ่งหาได้ยากมากเลยนะ เราใช้เดินทางไปโซนพระราม 9 , อโศกหรือศรีนครินทร์ได้โดยไม่ต้องเผชิญกับรถติด ส่วน BTS สายสีเขียวอ่อน อยู่ห่างออกไปสักหน่อย แต่ก็ถือว่าไปใช้งานได้ไม่ยาก ใช้เดินทางไป โซนสยาม , สุขุมวิทได้
โครงการอยู่ไม่ไกลจากทางด่วน 3 สาย ทั้งทางยกระดับอุตราภิมุข , ทางด่วนศรีรัชและทางด่วนเฉลิมมหานคร ทำให้การเดินทางไปยังโซนต่างๆทั้งในตัวเมืองและออกปริมณฑลสะดวกมากขึ้น
โครงการอยู่ท่ามกลางความอุดมสมบูรณ์ในระยะ 3 กิโลเมตรก็มีทั้ง Central ลาดพร้าว , Union Mall และ Big C Extra แล้วยังมี Mega Project อย่าง The Central พหลโยธิน ที่กำลังเปิดให้บริการช่วงปลายปีนี้ นอกจากนี้โซนนี้ยังใกล้แหล่งงานสำคัญทั้งภาคเอกชนหรือภาครัฐฯ มี Office Building อยู่ทั้งย่านห้าแยกลาดพร้าว, พหลโยธิน, แยกรัชโยธิน และถนนรัชดาภิเษก เรียกได้ว่าเดินทางไปทำงานสะดวกมากๆเลยค่ะ
ความปลอดภัยในโครงการและตัวบ้าน : ถึงจะเป็นโครงการเล็กๆ แต่ให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยโดยเฉพาะในตัวบ้าน โครงการเข้า-ออกโครงการใช้ระบบ Keycard , CCTV บริเวณ Main Gate พร้อมจุดต่างๆพร้อมมีรปภ.คอยตรวจความเรียบร้อยตลอด 24 ชม.
ส่วนตัวบ้านมีการติดตั้ง Digital Door Lock ที่ประตูหลักทางเข้าบ้าน ทั้งในบ้านและหน้าบ้านติดตั้ง IP Camera พร้อมมี Smart Siren เมื่อเกิดการบุกรุก ทุกบานประตูหน้าต่างชั้น 1, 3 ติดตั้ง DEFED Door/Windows Sensor นอกจากนี้ยังมี DEFED Motion Sensor คอยตรวจสอบความเคลื่อนไหวและ Click Cube ที่เราสามารถส่งสัญญาณของความช่วยเหลือได้จาก Common Area และทุกห้องน้ำ
การออกแบบโครงการ : โครงการมีเพียง 12 ยูนิต ถือว่าเป็นจำนวนที่น้อยเป็นอันดับต้นๆของย่านนี้ แล้วยังเป็นโครงการจัดสรร ลูกบ้านจึงได้ทั้งความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวสูง นอกจากนี้ลูกบ้านยังได้อยู่ในสังคมระดับเดียวกัน บ้านทุกหลังอยู่ติดกับถนนหลัก ทำให้เข้า-ออกโครงการได้สะดวก โครงการยังนำสายไฟลงดินทั้งโครงการ ทำให้บรรยากาศภายในโครงการดูสะอาดสะอ้าน มองดูแล้วสวยงามสบายตาดีค่ะ
โครงการออกแบบแยกทางเข้าสำหรับ Phase 1 , 2 ทำให้แต่ละ Phase ได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น แล้วยังเข้า-ออกบ้านได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้โครงการยังออกแบบให้มี Clubhoues แยกออกมาต่างหาก ซึ่งหาได้ยากสำหรับโครงการที่มีจำนวนยูนิตน้อยค่ะ
การออกแบบพื้นที่ใช้สอย : บ้านในโครงการมี 3 แบบด้วยกัน แบ่งเป็นบ้านแฝด 1 แบบและบ้านเดี่ยวอีก 2 แบบ โครงการออกแบบบ้านให้มีขนาดใหญ่เกือบเต็มที่ดิน มีพื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 265-416 ตารางเมตร บ้านทุกแบบมี Pockrt Garden ช่วยเพิ่มความร่มรื่นให้ตัวบ้านและมี Double Volume ทุกบ้านทำให้พื้นที่รับแขกดูโอ่อ่า อลังการมากขึ้น บ้านแต่ละแบบมี Highlight ที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความชอบและงบประมาณ
แบบบ้านแฝด Xavia : มีจำนวนฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ เทียบเท่าบ้านเดี่ยวของโครงการอื่นๆ บ้านแฝดของโครงการ ไม่ได้ Mirror กันซะทีเดียว ทำให้รูปร่างหน้าตาบ้านต่างกัน เวลาเรามองบ้านแฝด 1 คู่จะรู้สึกเหมือนบ้านเดี่ยวมากกว่า ทุกห้องนอนมีห้องน้ำในตัวให้ใช้งานง่าย
แบบบ้านเดี่ยว Adelia : บ้านแบบนี้ออกแบบให้หน้าบ้านเน้นเป็นผนังทึบ เน้นความเป็นส่วนตัวของคนในบ้าน มี 4 ที่จอดรถแบบเรียงกัน ทำให้ถอยรถเข้า-ออกง่าย ทุกห้องนอนมีห้องน้ำในตัว ใช้งานได้สะดวกสุดๆ
แบบบ้านเดี่ยว Hypatia : บ้าน Type นี้จะได้สระว่ายน้ำส่วนตัว ซึ่ง Common Area และเกือบทุกห้องนอนในบ้านจะได้วิวสระว่ายน้ำ นอกจากนี้ยังได้ Double Master Bedroom รองรับครอบครัวขยาย เมื่อลูกๆแต่งงานแล้วก็ยังอยู่บ้านเดี่ยวกับพ่อแม่ได้อยู่
วัสดุ : โครงสร้างบ้านเป็นแบบ Conventional สามารถทุบต่อเติมได้ ที่จอดรถแบบ Slab On Beam ป้องกันการทรุดตัว ภายนอกบ้านเน้นใช้วัสดุที่มีผิวสัมผัส เช่น ผนังตกแต่ง SCG ช่วยให้บ้านมีมิติมากขึ้น
วัสดุต่างๆภายในบ้านเลือกใช้ได้เหมาะสมกับการใช้งานและสมราคา ไม่ว่าจะเป็นพื้น Engineered Wood ตั้งแต่ชั้นลอยไปถึงชั้น 3 ชุดสุขภัณฑ์ของ Kohler แต่ที่เรารู้สึกชอบคือเทคโนโลยีต่างๆภายในบ้านแบบจัดเต็ม เช่น ระบบ Fresh Air ที่มีฟิลเตอร์ในการกรองละเอียดถึง 0.3 ไมครอน จึงสามารถกรอง Pm2.5 ได้อย่างจริงจัง
พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ : โครงการมีความเรียบร้อย เดินสายไฟใต้ดินทั้งโครงการ โครงการปลูกต้นไม้ช่วงซุ้มประตูทางเข้าและบริเวณรอบๆ Clubhouse เป็นบรรยากาศที่ดีให้โครงการ
สาธารณูปโภค : แม้ว่าโครงการจะมีเพียง 12 ยูนิต แต่โครงการก็มีพื้นที่ส่วนกลางจัดไว้ให้ ถือว่าเป็นข้อได้เปรียบเลยนะ เพราะโครงการมีจำนวนยูนิตไม่เยอะมักจะมีแค่สวนส่วนกลางเท่านั้น แต่สำหรับโครงการนี้มีฟังก์ชันหลักๆตามมาตรฐานอย่างสระว่ายน้ำและฟิตเนส นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันที่เป็นกระแสอย่าง Ice Bath อยู่ด้วยค่ะ แลกมากับค่าส่วนกลางที่สูงขึ้นอีกนิดอยู่ที่ 120 บาท/ตร.ว./เดือน นะ
Judgement
การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้
ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 40%, ความปลอดภัย 15%, การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 15%, วัสดุ 10%, พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 10%, และสาธารณูปโภค 10%
เทียบกับแพคเกจบ้านแฝด 28.9 ล้านบาท, 18 มิถุนายน 2569
| หมวดหมู่ | คะแนน |
หมายเหตุ |
| ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง | 9/10 | ใกล้ถนนหลัก 3 เส้น , ใกล้รถไฟฟ้า 3 สาย , ใกล้แหล่งงานและแหล่งความอุดมสมบูรณ์ |
| ความปลอดภัย | 8.25/10 | เข้า-ออกโครงการด้วยระบบ Keycard , ความปลอดภัยในบ้านให้มาจัดเต็ม |
| การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย | 8.25/10 | ฟังก์ชันเยอะ , มี Pocket Garden , มี Double Volume ทุกหลัง |
| วัสดุ | 8.25/10 | วัสดุเหมาะสมกับระดับราคา ระบบเทคโนโลยีในบ้านครบครัน |
| พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ | 7.5/10 | โครงการมีความเรียบร้อย เดินสายไฟฟ้าลงดิน |
| สาธารณูปโภค | 8/10 | มี Clubhouse แยกมีฟังก์ชันครบ , มี Ice Bath |
| รวมคะแนน | 8.45 | จาก 10 คะแนน |
WISTERIA Chatuchak – Ratchada (วิสทีเรีย จตุจักร-รัชดา) ดีไหม?
โครงการ WISTERIA Chatuchak – Ratchada (วิสทีเรีย จตุจักร-รัชดา) เหมาะกับครอบครัวที่กำลังมองหาบ้านเดี่ยว ย่านจตุจักร-รัชดา มีเส้นทางลัดเลาะเข้า-ออกหลายทาง ใกล้ทางด่วนใกล้รถไฟฟ้าสายหลักทั้ง MRT และ BTS รายล้อมไปด้วยห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ , Supermarket ชอบโครงการที่มีจำนวนยูนิตน้อย เน้นความเป็นส่วนตัวแต่ยังมีพื้นที่ส่วนกลางให้ใช้งาน ชอบบ้านที่พื้นที่สีเขียวแทรกอยู่ตามชั้นต่างๆ มีห้องนอน 4 ห้องพร้อมห้องน้ำในตัว รองรับสมาชิกได้ 4-6 คน ใครมีงบประมาณ เริ่มต้น 28.9 ล้านบาทก็จับจองได้ค่ะ
ตัวอย่างโครงการบ้านแฝดและบ้านเดี่ยวในย่านจตุจักร-รัชดาภิเษก-ลาดพร้าว
- The Eight จตุจักร – รัชดา
Think of Living รวบรวมมาให้แล้ว!
โครงการเปิดใหม่ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮมและคอนโดมิเนียม ในทำเลทั่วกรุงเทพและปริมณฑล ในทุกๆเดือนย้อนหลัง ใครที่กำลังมองหาบ้านห้ามพลาด อาจจะมีโครงการในราคาและทำเลที่เพื่อนๆ ตามหาอยู่ก็เป็นได้นะ
เข้ามาชมบทความรายเดือนได้เลย คลิกที่นี่

