รีวิวฉบับที่ 1190 … สวัสดีค่ะ วันนี้เรามีโครงการบ้านเดี่ยวในย่านชานเมืองมาฝาก กับโครงการ Vario สุวรรณภูมิ จาก พร๊อพเพอร์ตี้ คอนแทค โครงการอยู่ในซอยลาดกระบัง 54 หรือวัดศรีวารีน้อย สามารถเดินทางไปยังถนนลาดกระบัง บางนา และมอเตอร์เวย์ได้ง่าย ตัวโครงการเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่มีตัวบ้านน่าสนใจทั้งบ้านแบบ Double Volume ฝ้าเพดานสูง 6 เมตรและบ้าน L Shape ที่มี Court หลังบ้านให้ใช้งานแบบเป็นส่วนตัว หน้าตาของบ้านจะเป็นอย่างไร ไปชมพร้อมๆกันเลยค่าา ^^

Fact @ 31 Oct 2016

  • Vario Suvarnabhumi (วารีโอ สุวรรณภูมิ)
  • บริษัท พร๊อพเพอร์ตี้ คอนแทค จำกัด
  • MAIN-UPPER CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ใน : ถนนศรีวารีน้อย เขตบางเสาธง จ.สมุทรปราการ
  • เนื้อที่โครงการ 58-3-06 ไร่ จำนวน 191 ยูนิต
  • บ้าน The Flow

  • O2 ที่ดินเริ่มต้น 61 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 180 ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ
  • O3 ที่ดินเริ่มต้น 68 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 205 ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ

  • บ้าน The Volume
    • Wide ที่ดินเริ่มต้น 50 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 151 ตร.ม. 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ที่จอดรถ
    • Vision ที่ดินเริ่มต้น 50 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 164 ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ
    • Panorama ที่ดินเริ่มต้น 61 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 190  ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ 2 ที่จอดรถ

    • ราคาเริ่มต้น 4.59 ล้านบาท
    • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่ 
    • โทร :  092-926-5959

    ช่วยกันคอมเม้นท์ แบ่งปันข้อมูลกับเพื่อนๆที่กำลังหาบ้านหน่อยนะคะ

    NEW! เพื่อนๆสามารถเลือกอ่านตามหัวข้อได้โดยกดปุ่มไปยังหัวข้อที่สนใจได้นะคะ


    เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

    พิกัด : 13.689400, 100.791656

    Screen Shot 2016-10-06 at 7.29.19 PM

    แผนที่จากทางโครงการค่ะ

    place Vario

    โครงการ Vario สุวรรณภูมิ ตั้งอยู่ในอำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ ในซอยลาดกระบัง 54 หรือซอยวัดศรีวารีน้อย เป็นถนนเชื่อมระหว่างถนนลาดกระบังกับถนนบางนา-ตราด ใกล้มอเตอร์เวย์ และใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ ด้วยความที่เป็นถนนที่เชื่อมต่อถนนและสถานที่สำคัญดังกล่าวนี้จึงทำให้ช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมามี Developer หลายเจ้าเข้ามาจับจองพื้นทีสร้างหมู่บ้านกันค่อนข้างเยอะทั้งบ้านพฤกษา ศุภาลัย หรือหมู่บ้านชลลดาของ Land and house ส่งผลให้ย่านนี้เกิดเป็น Community ใหม่ที่มีผู้พักอาศัยอยู่หลายพันครัวเรือน โดยผู้ที่พักอาศัยแถวนี้ส่วนใหญ่จะเป็นเจ้าของธุรกิจ หรือทำงานอยู่ใน ม.ลาดกระบัง ม.หัวเฉียว สนามบินสุวรรณภูมิ และผู้ที่ใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์บ่อยๆ โดยพฤติกรรมของผู้บริโภคจะเดินทางด้วยรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นหลัก

    สภาพแวดล้อมภายในซอยลาดกระบัง 54 จะเป็นหมู่บ้านอยู่อาศัยสลับกับที่ดินเปล่าเป็นส่วนใหญ่ จะมีตลาดนัดและ 7-11 ให้พึ่งพิงได้บ้างแต่จะไม่คึกคักเหมือนถนนลาดกระบัง มีตลาดที่ใกล้ที่สุดคือตลาดศรีวารี  มีคิง เพาเวอร์ ศรีวารีคอมเพล็กซ์ให้ไปช็อปปิ้ง ส่วนความอุดมสมบูรณ์อื่นๆจะอยู่ในระยะห่างออกไปประมาณ 5-10 กม. ซึ่งต้องอาศัยรถยนต์ในการเดินทาง ภาพรวมของที่นี่จะเป็นทำเลย่านชานเมืองกรุงเทพฝั่งตะวันออกที่อิงความอุดมสมบูรณ์บนเส้นลาดกระบังและบางนา

    โดยบนถนนลาดกระบัง จะมีแหล่งอุดมสมบูรณ์ใหญ่ๆคือโซนที่ใกล้กับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เนื่องจากเป็นมหาวิทยาลัยใหญ่มีนักศึกษาอยู่เยอะ จากโครงการวิ่งออกทางถนนลาดกระบัง ตรงไปเรื่อยๆผ่านแยกลาดกระบังจะมีคอมมูนิตี้มอลล์ที่ใกล้สุดคือ The Paseo นอกจากนี้ยังมีตลาดอีกหลายแห่งอยู่บนถนนลาดกระบัง ที่มีชื่อเสียงว่าเป็นตลาดเก่าแก่ริมน้ำคือ ตลาดหัวตะเข้ ภายในมีตลาดสด ร้านอาหาร และร้านขายของกินของใช้ต่างๆ ให้เลือก และอีกที่หนึ่งคือตลาดนัดสุวรรณภูมิเป็นตลาดนัดเปิดใหม่ที่อยู่ไม่ไกลจากตลาดหัวตะเข้ สำหรับเเหล่ง Shopping แบบศูนย์การค้าต่างๆ ถ้าวิ่งเส้นลาดกระบังมุ้งหน้าเข้าเมืองแล้วเลี้ยวซ้ายไปทางถนนศรีนครินทร์จะมี Seacon Square ศรีนครินทร์ และ Paradise Park ศรีนครินทร์

    ถนนบางนา บริเวณต้นซอยลาดกระบัง 54 ที่ตัดกับถนนบางนาจะเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยหัวเฉียว ซึ่งบริเวณนี้มีความอุดมสมบูรณ์สูง นอกจากนี้บนถนนบางนายังมีห้างสรรพสินค้าอย่าง Mega Bangna, Lotus, Makro และ Hompro ให้เลือก และยังมีตลาดใหญ่อย่างตลาดกิ่งแก้วอีกด้วย

    road Vario

    การเดินทางเหมาะสำหรับคนที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นหลัก จากซอยลาดกระบัง 54 สามารถเข้าเมืองได้หลายเส้นทาง ทั้งทางถนนมอเตอร์เวย์ สามารถวิ่งตรงไปจนถึงพระราม 9 ได้ หรือใช้ทางพิเศษบูรพาวิถีฝั่งถนนบางนา-ตราดก็สามารถเข้าเมืองฝั่งพระราม 3, พระราม 4 ได้ ส่วนถ้าจะออกเมืองก็ใช้เส้นลาดกระบังวิ่งไปถึงฉะเชิงเทราได้ และสามารถใช้ถนนบางนา-ตราดออกไปชลบุรีได้ค่ะ

    ส่วนการเดินทางโดยระบบสาธารณะนั้นบนถนนเส้นนี้ก็ถือว่ามีให้พึ่งพิงได้ เพราะซอยลาดกระบัง 54 จะมีรถสองแถววิ่งที่วิ่งจากมหาวิทยาลัยหัวเฉียว-ผ่านปากซอยทางเข้าโครงการ-ไปตลาดหัวตะเข้อยู่ตลอด ซึ่งจากตลาดหัวตะเข้จะมีรถตู้ รถสองแถว รถเมล์ คอยให้บริการอีกหลายสาย โดยรถตู้จะมีวิ่งจาก ตลาดหัวตะเข้-อนุสาวรีย์ และวิ่งตลาดหัวตะเข้-มีนบุรี  ส่วนรถเมล์ จะมีสาย 1013 วิ่งตลาดหัวตะเข้-พระโขนง ส่วนรถสองแถว จะมีวิ่งไปแอร์พอร์ต เรล ลิ้งก์ ลาดกระบัง และวิ่งไปถนนกิ่งแก้ว บางพลีค่ะ

    ส่วนเรื่องของระบบรางที่ใกล้ที่สุดคือ Airport Rail Link สถานีลาดกระบังและสถานีสุวรรณภูมิ โดยมีระยะห่างจากโครงการพอๆกันคือประมาณ 9.6 กม.ค่ะ แต่เส้นทางกลับจากสถานีแอร์พอร์ต เรล ลิ้งก์ ไปโครงการ จากทางสถานีลาดกระบังจะมีระยะทางที่สั้นกว่า เวลาเดินทางจึงจะแนะนำไปเส้นทางลาดกระบังนะคะ โดยใต้สถานีจะมีที่จอดรถ ซึ่งใครที่จะเดินทางเข้าเมืองก็สามารถขับรถออกจากโครงการไปจอดแล้วขึ้นรถไฟฟ้าไปได้เลยค่ะ

    Map เดินทาง Vario

    สำหรับการเดินทางวันนี้เราจะเริ่มต้นจากแยกลาดกระบัง วิ่งเข้าถนนลาดกระบัง ตรงมากลับรถใต้สะพานข้ามคลองหัวตะเข้ จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าซอยลาดกระบัง 54 ตรงเข้าซอยไปประมาณ 4 กม. จะเจอโครงการอยู่ทางขวามือค่ะ

    จากแยกลาดกระบัง เราจะเลี้ยวซ้ายเพื่อเข้าถนนลาดกระบังกันค่ะ

    เข้ามาบนถนนลาดกระบังช่วงนี้จะเป็นถนน 8 เลนแบ่งเป็นฝั่งขาไป 4 เลน และกลับ 4 เลน วิ่งสบายๆค่ะ แต่ถ้าวิ่งไปเรื่อยๆ พอถึงช่วงใกล้ตลาดหัวตะเข้จะลดลงเหลือ 6 เลนแบ่งเป็นฝั่งขาไป 3 เลน และกลับ 3 เลนค่ะ มองไปข้างหน้าจะเห็นรถสองแถวที่คนในย่านลาดกระบังมักจะใช้โดยสารกันเป็นหลัก

    ตรงไปจะเจอป้ายบอกทาง ให้ตรงไปบนถนนลาดกระบังนะคะ ถ้าเลี้ยวขวาจะเลี้ยวไปท่าอากาศยานสุวรรณภูมิค่ะ

    ฝั่งซ้ายจะผ่านโรงพยาบาลลาดกระบัง ซึ่งเป็นจุดสังเกตว่าใกล้ถึงตลาดหัวตะเข้แล้ว บรรยากาศโดยรอบจะเริ่มคึกคักขึ้น มีทั้งอาคารพาณิชย์ ร้านขายของชำ ร้านขายแว่น ร้านอาหาร และธนาคารต่างๆ

    ตรงไปอีกนิด ให้ชิดซ้ายไว้เพื่อต่อคิวกลับรถใต้สะพานนะคะ บนถนนลาดกระบังช่วงตลาดหัวตะเข้นี้รถจะติดอยู่เป็นประจำ  เพราะเป็นพื้นที่ชุมชน มีตลาดสำคัญอยู่ในละแวกนี้ทั้งตลาดหัวตะเข้ ตลาดนัดสุวรรณภูมิ ธนาคาร ​โรงพยาบาลค่ะ

    บ้านพฤกษา route (11 of 20)new edit

    ซอยด้านข้างสะพานจะเป็นทางเข้าตลาดหัวตะเข้นะคะ ซึ่งเราไม่ได้เข้าตลาดแต่จะตรงไปกลับรถค่ะ

    กลับรถมาแล้ว เราจะอยู่บนถนนลาดกระบังฝั่งมุ่งหน้าเข้าเมือง บรรยากาศของถนนฝั่งนี้ก็จะเป็นร้านค้าหลากหลายเหมือนกัน จะมีร้านขายเสื้อผ้าให้เดินช้อปปิ้งได้ มีธนาคารกรุงศรีฯ ธนาคารกรุงไทย

    ตรงไปอีกนิดจะผ่านธนาคารกรุงไทย ด้านหน้าธนาคารจะมีป้ายบอกทางไปถนนบางนา-ตราด ให้เตรียมชิดซ้ายไว้ค่ะ

    ทางเลี้ยวเข้าซอยลาดกระบัง 54 จะอยู่ติดกับแยกไฟแดงนะคะ มีจุดสังเกตคือด้านหน้าซอยจะมีป้ายไปวัดหัวคู้

    เลี้ยวซ้ายเข้าซอยลาดกระบัง 54 มาแล้ว ก็ตรงไปเรื่อยๆเลยค่ะ โดยถนนเส้นนี้จะเชื่อมระหว่างถนนบางนา-ตราด กับถนนลาดกระบัง ปริมาณรถที่วิ่งบนถนนเส้นนี้เลยค่อนข้างมากเนื่องจากคนมักใช้เป็นทางลัดระหว่างถนนใหญ่ทั้งสองเส้น มีทั้งรถสิบล้อที่วิ่งจากบางนา-ตราดไปนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง และรถทัวร์ที่วิ่งจากคิง เพาเวอร์ ศรีวารี คอมเพล็กซ์ ไปสุวรรณภูมิ รวมทั้งรถส่วนตัวอื่นๆที่ต้องใช้เส้นทางนี้

    ขับตามทางไปเรื่อยๆ จะผ่านป้ายบอกทางที่แสดงว่าเข้าสู่เขตของอำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นเขตที่ตั้งของโครงการค่ะ

    บรรยากาศในซอยลาดกระบัง 54 จะมีร้านค้าซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาคารพาณิชย์ชั้นเดียว เช่น ร้านขายข้าวแกง ร้านรับซ่อมแอร์ ตลาดนัดและ 7-11 ในซอยให้พึ่งพิงได้ แต่มีระยะห่างจากโครงการพอสมควรจึงต้องอาศัยรถยนต์ในการเดินทางค่ะ

    ตรงมาเรื่อยๆ ผ่านหมู่บ้านศุภาลัย การ์เด้น วิลล์ ซึ่งในซอยนี้ก็มีโครงการหมู่บ้านอยู่หลายโครงการ ทั้งโครงการบ้านเดี่ยว และทาวน์โฮม เช่นโครงการหมู่บ้านพฤกษลดา, หมู่บ้านชลลดา นะคะ

    ตรงมาเรื่อยๆในซอยลาดกระบัง 54 จะผ่านทางเข้าวัดหัวคู้ทางฝั่งซ้าย

    และตรงต่อไปเรื่อยๆ ข้ามคลองหนองงูเห่าไปค่ะ

    ลงมาจากสะพานข้ามคลองหนองงูเห่าไม่ไกลจะผ่านตลาดศรีวารีที่อยู่ทางขวามือ

    Vario 1

    ตรงมาอีกนิดผ่านโครงการหมู่บ้านศุภวรรณ

    Vario 2

    ข้ามคลองปากน้ำ

    Vario 3

    พอลงจากคลองปากน้ำมานิดเดียวจะเจอป้ายวารีโอ สุวรรณภูมิ ใกล้ถึงโครงการแล้วค่ะ

    Vario 4

    ขับมาอีกหน่อยจะเจอพื้นที่ก่อสร้างโครงการศุภาลัย ไพรด์ สุวรรณภูมิ อยู่ทางซ้ายมือ

    Vario 5

    ติดกับจะเป็นร้านขายผ้าม่าน ร้านอาหาร และอู่ซ่อมรถมอเตอร์ไซค์ มองตรงไปจะเจอโครงการ Vario สุวรรณภูมิแล้วค่ะ

    Vario 6

    ตัวโครงการอยู่ติดกับซอยลาดกระบัง 54 ฝั่งตรงข้ามโครงการเป็นที่ดินเปล่าของบุคคลอื่น ส่วนข้างๆโครงการเป็นถนนทางเข้าบ้านพักอาศัยข้างเคียงโครงการ

    Vario (1)

    มองเข้าไปภายในซอยข้างๆโครงการจะเป็นซอยเล็กๆที่มีอู่ซ่อมรถอยู่ช่วงต้นซอย ส่วนภายในซอยจะเป็นบ้านพักอาศัย 1-2 ชั้น ซะเป็นส่วนใหญ่ค่ะ

    Map Zoom**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

    สภาพแวดล้อมรอบๆโครงการส่วนใหญ่ประกอบด้วยโครงการหมู่บ้านใหญ่ๆ บ้านพักอาศัยที่กระจายตัวอยู่รอบๆ และที่ดินว่างเปล่านะคะ โดยทางทิศเหนือ จะติดกับบ้านพักอาศัยและที่ดินของบุคคลอื่น ทิศตะวันตกเฉียงเหนือจะติดกับถนนทางเข้าบ้านพักอาศัยข้างเคียง อู่ซ่อมรถ ร้านอาหารที่สามารถไปฝากท้องกันได้ในระยะใกล้ๆ และจะมีโครงการหมู่บ้านของศุภาลัยมาเปิดในไม่ช้า ทิศตะวันตก ติดกับถนนลาดกระบัง 54 (ศรีวารีน้อย) ซึ่งเป็นถนนทางเข้า-ออก หลักของโครงการ ส่วนฝั่งตรงข้ามจะเป็นที่ดินของบุคคลอื่น ทิศใต้และทิศตะวันออกจะติดกับทะเลสาบและที่ดินของบุคคลอื่นค่ะ

    สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

    • ตลาดศรีวารี ~ 1.1 กม.
    • ตลาดหัวตะเข้ ~ 4.5 กม.
    • ตลาดสุวรรณภูมิ ~ 4.9 กม.
    • คิง เพาเวอร์ ศรีวารี คอมเพล็กซ์ ~ 5.5 กม.
    • สถาบันเทคโนโลยี พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง ~ 5.9 กม.
    • มหาวิทยาลัยกรุงเทพสุวรรณภูมิ ~ 6.3 กม.
    • วิทยาลัยช่างศิลป์ ~ 6.5 กม.
    • สนามบินสุวรรณภูมิ ~ 8.4 กม.
    • The Paseo Mall ~ 10.4 กม.
    • มหาวิทยาลัยหัวเฉียว เฉลิมพระเกียรติ ~ 10.5 กม..

     


    เจาะลึกตัวโครงการ

    ทังโครงการ

    โครงการ Vario สุวรรณภูมิ เป็นโครงการขนาดใหญ่บนเนื้อที่ 58 ไร่เศษ ภายในโครงการประกอบด้วยบ้านเดี่ยวจำนวน 191 ยูนิต โครงการมีทางเข้า-ออกทางเดียวโดยใช้ถนนลาดกระบัง 54 เป็นหลัก โดยมีซุ้มทางเข้าเป็นแบบ Double Gate คือทางเข้าที่หนึ่งจะติดกับถนนลาดกระบัง 54 มีถนน 2 เลน เข้า-ออก และมีป้อม รปภ. ตรงกลาง ผ่านประตูโดยการสแกนคีย์การ์ดระยะใกล้ผ่านรั้วกั้นไม้กระดก เมื่อผ่านซุ้มประตูเข้ามาจะเจอกับถนนภาระจำยอมกว้าง 18 เมตร ซึ่งถนนภาระจำยอมนี้จะใช้ร่วมกับบ้านพักอาศัยข้างเคียงโครงการด้วยค่ะ ผ่านสะพานข้ามคลองจระเข้ ที่เป็นคลองธรรมชาติที่มีทัศนียภาพค่อนข้างดี  พอลงสะพานมาจะเจอกับ We club ซึ่งเป็น Clubhouse ที่ประกอบด้วยห้องอเนกประสงค์ สระว่ายน้ำและ Fitness โดย Clubhouse นี้จะอยู่ภายใต้การดูแลของบุคคลอื่นที่ไม่ใช่โครงการ โดยโครงการจะให้คูปองจำนวน 400 ใบแก่ลูกบ้านให้ใช้ได้ตามใจชอบ และหากคูปองหมดจะเสียค่าใช้บริการครั้งละ 50 บาท

    ถัดจาก We Club มาจะเป็นพื้นที่ของโครงการ โดยจะเข้าโครงการผ่านประตูทางเข้าที่ 2 ที่เข้า-ออกด้วยการสแกนคีย์การ์ดผ่านรั้วกั้นไม้กระดก ภายในโครงการจะประกอบด้วยสวนสาธารณะที่มีเครื่องออกกำลังกายสำหรับเด็ก ที่นั่งเล่น และเลนวิ่ง ส่วนการวางผังจัดให้บ้านทางขวามือทั้งหมดเป็นบ้านแบบ Volume ส่วนทางซ้ายมือเป็นบ้านแบบ The Flow ทั้งหมด โดยวางบ้านหันหน้าออกทางทิศเหนือ-ใต้ ซึ่งจะช่วยให้บ้านไม่ร้อนค่ะ

    ทางเข้าโครงการค่อนข้างใหญ่  มีป้ายโครงการ “Vario Life” สีเทาสามารถมองเห็นได้ชัดเจน ที่ซุ้มทางเข้าโครงการมีป้อมยามอยู่ตรงกลาง 1 จุด ระหว่างถนนทางเข้า-ออก ลูกบ้านจะผ่านประตูโดยใช้ Access Card แบบระยะใกล้ คือเปิดกระจกรถ ยื่นบัตรแตะ ผ่านรั้วไม้กระดก  ส่วนถ้าเป็นผู้มาติดต่อจะต้องแลกบัตรกับพี่ รปภ.ก่อนค่ะ นอกจากทางรถเข้าแล้ว ยังมีทางฟุตบาทให้คนเดินเข้า ผ่านซุ้มประตูเล็กๆด้านข้างด้วย โดยมี CCTV ที่ซุ้มโครงการและภายในโครงการด้วย

    เมื่อผ่านซุ้มประตูทางเข้ามาจะ ทางซ้ายมือจะมีที่จอดจักรยานและมอเตอร์ไซค์ให้สามารถมาจอดรถ แล้วไปเรียกแท๊กซี่หรือรถสองแถวบริเวณหน้าโครงการได้ มองตรงไปจะเป็นถนนภาระจำยอมกว้าง 18 เมตร ทางขวามือเป็นทะเลสาบซึ่งอยู่บนที่ดินของบุคคลอื่น

    เนื่องจากถนนภาระจำยอมนี้เป็นถนนที่ใช้ร่วมกับบ้านพักอาศัยข้างเคียงด้วย เมื่อเราเดินเข้ามาจะเจอถนนทางแยกไปยังถนนทางเข้าของบ้านพักอาศัยข้างเคียง

    เดินมาอีกนิดจะเป็นสะพานข้ามคลองจระเข้

    โดยคลองจระเข้นี้เป็นคลองธรรมชาติที่บรรยากาศค่อนข้างดี มองไปทางซ้ายมือจะมีสะพานเล็กๆเป็นสะพานข้ามคลองของบ้านพักอาศัยที่อยู่ติดกับโครงการ

    เดินมามองอีกฝั่งกันบ้าง มีเรือแล่นผ่านมาพอดี โดยรวมแล้วบรรยากาศดีทีเดียวค่ะ

    ข้ามสะพานมาจะเจอ We Club ซึ่งเป็น Clubhouse ที่ประกอบด้วย Lobby, Fitness, สระว่ายน้ำ รวมทั้งส่วนอาบน้ำกลางแจ้งและห้องน้ำสาธารณะ โดย Clubhouse นี้จะแยกส่วนออกมาจากโครงการและบริหารงานโดยเอกชนอื่น ดังนั้นค่าใช้บริการจึงแยกส่วนกันกับค่าส่วนกลางนะคะ โดยโครงการจะให้คูปองแก่ลูกบ้านจำนวน 400 ใบและเมื่อใช้คูปองหมดแล้วหากต้องการมาใช้ Clubhouse ก็สามารถมาใช้ได้โดยเสียค่าบริการครั้งละ 50 บาท

    Clubhouse มีการจัดสวนหย่อมพร้อมมีป้ายชื่อ “We Club”ชัดเจน

    ด้านหน้า Clubhouse มีที่จอดรถยนต์ทั้งแบบกลางแจ้งและมีหลังคาคลุมให้

    สำหรับใครที่อยากขี่จักรยานจากบ้านมาออกกำลังกายชิลๆ ก็มีจุดจอดจักรยานให้เรียบร้อย

    ถัดไปจะเป็นทางเดินไปสู่ Clubhouse ที่เป็นอาคารสูง 2 ชั้น ตัว Clubhouse จะอยู่สูงกว่าระดับพื้นปกติค่อนข้างเยอะ

    พอเราเดินเข้ามาจะเจอกับสวนเล่นระดับ  และบันไดทางขึ้น Clubhouse ภายในสวนมีการปูสนามหญ้า ปลุกไม้พุ่ม และไม่ยืนต้น ในอนาคตหากต้นไม้โตเต็มที่แล้ว บรรยากาศน่าจะร่มรื่นขึ้นมากค่ะ

    มองย้อนกลับไปจะเห็น Clubhouse ที่มีระดับสูงกว่าพื้นปกติค่อนข้างเยอะ  เดี๋ยวเราจะพาเดินขึ้นไปไดไปดูบรรยากาศข้างบนกันค่ะ

    ขึ้นบันไดมาจะเป็นจะเจออาคาร Clubhouse อยู่ทางซ้ายมือ ส่วนทางขวามือเป็นสระว่ายน้ำ

    สระว่ายน้ำของโครงการเป็นระบบเกลือ ขนาด 28 x 11 เมตร ลึก 1.2 เมตร แยกสระเด็กและผู้ใหญ่

    สระว่ายน้ำเป็นแบบ Infinity edge pool เวลาอยู่ในสระว่ายน้ำจะได้มุมมองแบบนี้

    ข้างๆสระว่ายน้ำจะมีพื้นอาบน้ำกลางแจ้งและห้องน้ำแยกชายหญิง

    โดยพื้นที่อาบน้ำกลางแจ้งจะติดตั้งฝักบัวแบบ Rain Shower ให้ 1 จุด ที่พื้นปูด้วยกระเบื้องล้อมรอบด้วยหิน ข้างๆกันเป็นทางเดินไปสู่ห้องน้ำสาธารณะแยกชาย-หญิง

    เข้ามาถ่ายในห้องน้ำหญิงให้ดูกันค่ะ ด้านในจะมีอ่างล้างหน้าพร้อมกระจกเงาและห้องน้ำ 4 ห้อง

    โดยจะมีห้องอาบน้ำให้จำนวน 2 ห้อง และสุขา 2 ห้อง หน้าตาแบบนี้

    ถัดไปเป็น Clubhouse 2 ชั้น  โดยชั้นล่างเป็น Lobby  ส่วนชั้นบนเป็นห้อง Fitness

    เข้ามาภายใน Lobby ที่ปัจจุบันเป็นสำนักงานขายของโครงการ ที่มี Reception และโต๊ะเก้าอี้ไว้ให้นั่งเล่น อ่านหนังสือ หรือรอเพื่อนได้

    ข้างๆกันเป็นบันไดทางขึ้น Fitness ที่อยู่ชั้น 2

    ขึ้นบันไดมาจะเจอระเบียงที่ทางขวามือจะเป็นประตูทางเข้าห้อง Fitness

    ภายในห้อง Fitness มีบรรยากาศค่อนข้างโปร่งเนื่องจากเป็นผนังกระจกรอบ ภายในบรรจุเครื่องออกกำลังกายประมาณ  8 เครื่อง

    ขณะออกกำลังกายอยู่ก็สามารถมองเห็นวิวสระว่ายน้ำได้ด้วย

    ถัดจากห้อง Fitness จะเป็นลานอเนกประสงค์แบบ Semi outdoor ที่มีเก้าอี้ไว้ให้จำนวนหนึ่ง สามารถออกมานั่งเล่นรับลมได้

    จากตรงนี้ก็มองลงไปเห็นวิวสระว่ายน้ำได้เหมือนกันค่ะ

    ถัดจาก We Club ไปประมาณ  400 เมตร จะเป็นส่วนของบ้านพักอาศัยในโครงการ

    มองตรงไปจะเห็นวงเวียนที่ด้านหลังจะเป็นพื้นที่ก่อสร้างโครงการในอนาคต ส่วนทางซ้ายมือจะเป็นทางเข้าโครงการประตูที่ 2

    ประตูทางเข้าที่ 2 มีป้อม รปภ.อยู่ตรงกลาง ขนาบด้วยถนนทางเข้า-ออก ที่กั้นด้วยรั้วกั้นไม้กระดก ลูกบ้านจะผ่านประตูโดยใช้ Access Card แบบระยะใกล้ คือเปิดกระจกรถ ยื่นบัตรแตะ ผ่านรั้วไม้กระดก ส่วนถ้าเป็นผู้มาติดต่อจะต้องแลกบัตรกับพี่ รปภ.ก่อนค่ะ
    Fเข้ามาโครงการ

    เข้ามาภายในโครงการจะเจอกับสวนสาธารณะที่มีอยู่ 1 จุด โครงการจะแบ่งพื้นที่ให้ทางขวามือเป็นบ้านแบบ The Volume ส่วนทางซ้ายมือเป็นบ้านแบบ The Flow ทั้งหมด มองตรงไปจะเป็นพื้นที่ก่อสร้างโครงการเฟสถัดไป

    สวนสาธารณะของโครงการประกอบด้วยสนามเด็กเล่น 1 เครื่อง รอบๆมีการปูสนามหญ้าและปลูกไม้พุ่ม ไม้ยืนต้นรอบๆ ในวันที่เราไปเก็บข้อมูล เพิ่งมีการลงต้นไม้ได้ไม่นานจึงยังโตไม่เต็มที่ แต่ในอนาคตเมื่อต้นไม้โตขึ้นแล้วน่าจะแผ่กิ่งก้านให้บรรยากาศร่มรื่นกว่านี้ค่ะ

    นอกจากนี้ยังมีม้านั่ง และทางให้เดินเล่นหรือวิ่งจ้อกกิ้งได้ โดยส่วนนี้จะมีพื้นที่เชื่อมต่อไปยังบ้านแบบ The Flow  ได้ด้วย จากตรงนี้เดี๋ยวเราจะพาไปดูตัวบ้านกันนะคะ ^^

    สิ่งอำนวยความสะดวก

    • สวนสาธารณะ 
    • ระบบ CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ
    • Wi-Fi ฟรีที่คลับเฮ้าส์
    • Key Card Access ระยะใกล้
    • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
    • ประตูรั้วโครงการแบบรั้วกั้นไม้กระดก
    • ถนนหลักกว้าง 18,16 ม. และถนนภายในกว้าง 12,9  ม.

    อยู่ใกล้ We Club ที่ประกอบด้วย

    • สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ ขนาด 28 x 11 ม. แบ่งเป็นสระเด็กและสระผู้ใหญ่
    • ห้องออกกำลังกาย 1 ห้อง ใส่เครื่องออกกำลังกายประมาณ 8 เครื่อง

     


    Product Walkthrough

    โครงการ Vario สุวรรณภูมิ มีแบบบ้านหลักๆอยู่ 2 แบบ คือบ้านแบบ The Flow ที่มีจุดเด่นตรงที่บ้านเป็น L Shape มี Court ในบ้าน และบ้านแบบ The Volume เป็นบ้านที่มี Double Volume สูง 6 เมตร ทำให้ตัวบ้านค่อนข้างโปร่ง โดย

    • บ้าน The Flow มีให้เลือก 2 แบบ คือ

    • O2 ที่ดินเริ่มต้น 61 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 180 ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ
    • O3 ที่ดินเริ่มต้น 68 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 205 ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ

  • บ้าน The Volume มีให้เลือก 3 แบบ คือ
    • Wide ที่ดินเริ่มต้น 50 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 151 ตร.ม. 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ที่จอดรถ
    • Vision ที่ดินเริ่มต้น 50 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 164 ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ
    • Panorama ที่ดินเริ่มต้น 61 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 190  ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ 2 ที่จอดรถ

    โดยบ้านที่เราจะพาในวันนี้ จะเริ่มจากบ้าน The Flow แบบ O2 ก่อน เพราะตัวบ้านมีรูปแบบที่น่าสนใจ จากนั้นจะพาไปดูบ้าน The Volume แบบ Vision  ซึ่งเป็นบ้านขนาดกลางที่มี Double Volume ที่ห้องนั่งเล่นค่ะ

    Vario 38

    มาเริ่มกันที่บ้าน The Flow แบบ O2 บนที่ดินเริ่มต้น 61 ตารางวา พื้นที่ใช้สอยขนาด 180 ตารางเมตร  แบบ 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ บ้านแบบนี้มีจุดเด่นตรงที่ตัวบ้านเป็นรูปตัว L โอบล้อม Court แบบ Semi-outdoor ที่อยู่หลังบ้าน ซึ่งมีข้อดีคือ เวลาเรานั่งเล่น หรือมีปาร์ตี้ที่ Court นี้จะไม่มีใครเห็นได้จากหน้าบ้าน จึงมีความ Privacy สูง โดย Court นี้สามารถเข้าได้จากทั้งห้องนั่งเล่นและห้องรับประทานอาหารซึ่งเป็นห้องพักผ่อนที่สำคัญของบ้าน

    ส่วนทางเข้าของบ้านหลักๆจะเข้าจากที่จอดรถมาที่ห้องรับประทานอาหารและห้องครัว ซึ่งสะดวกเวลาซื้อของเข้าบ้านมาหนักๆก็วางที่โต๊ะกินข้าวได้เลย แต่สำหรับใครที่มีเพื่อนมาบ้านแล้วไม่อยากให้ผ่านครัวก็สามารถเข้าทางห้องนั่งเล่นได้อีกทาง

    พื้นที่ชั้น 2 ของบ้านจะเป็นโถงที่แยกไปสู่ห้องนอนเล็ก 2 ห้อง ห้องน้ำ และห้องนอนใหญ่ที่มีห้องน้ำให้ในตัว โดยจากห้องนอนใหญ่และห้องนอนเล็กที่อยู่หลังบ้านจะมีหน้าต่างที่สามารถมองลงมาเห็น Court หลังบ้านได้ด้วย เป็นการเพิ่มช่องแสงให้กับห้องนอนและเป็นการเพิ่มปฏิสัมพันธ์ของคนในบ้านให้มองเห็นกันได้ง่ายขึ้น

    ตัวบ้านตกแต่งด้วยโทนสีครีม-เทา-ขาว สไตล์ Modern เรียบง่าย มีช่องเปิดกว้างและให้มาค่อนข้างเยอะช่วยให้แสงธรรมชาติและลม Flow เข้าบ้านได้ดี รั้วบ้านเป็นปูนทึบสลับเหล็กโปร่งทาสีดำ ประตูเป็นรางเลื่อน โดยตัวบ้านจะยกสูงกว่าระดับพื้นถนนของโครงการและมีฟุตบาทให้ตลอดแนวรั้วบ้าน โดยใต้ฟุตบาทจะมีท่อระบายน้ำป้องกันน้ำท่วมให้เรียบร้อย

    พื้นลานจอดรถเป็นแบบ Slab on Ground พื้นปูนซีเมนต์ขัดมัน สามารถจอดรถได้ประมาณ 2 คัน จากลานจอดรถจะมีประตูทางเข้าบ้านให้ 1 จุด ซึ่งประตูนี้จะพาเข้าไปสู่ห้องรับประทานอาหารและห้องครัวของบ้าน

    เดี๋ยวเราจะพาเดินดูรอบๆตัวบ้านกันก่อนนะคะ สำหรับบ้านมาตรฐานของจริงโครงการจะปูสนามหญ้า พร้อมลงไม้ยืนต้นและไม้พุ่มให้แบบนี้เลย ทางซ้ายมือจะเป็นประตูทางเข้าบ้านจากห้องนั่งเล่นได้

    เดินเลี้ยวมาจะเจอหน้าต่างของห้องนั่งเล่น เป็นหน้าต่างบานกระจกสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน ช่วยให้แสงเข้าบ้านได้ดี

    Vario

    เดินเลี้ยวมาที่หลังบ้าน จะเป็นพื้นที่ Court ที่เชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่นและห้องรับประทานอาหาร ฝ้าเพดานสูงประมาณ 6  เมตร ทำให้ได้ space ที่โปร่ง โล่ง เหมาะกับคนที่ต้องการพื้นที่แบบ semi-outdoor ไว้นั่งเล่น จัดปาร์ตี้ หรือจัดสวนสวยๆ ซึ่งการนำ Court ไว้หลังบ้านแบบนี้มีข้อดีตรงที่ได้พื้นที่ค่อนข้าง Privacy คนเดินผ่านไปผ่านมาหน้าบ้านไม่สามารถมองเข้ามาเห็นได้

    เมื่อเปรียบเทียบบ้านตัวอย่างกับบ้านเปล่าจะเห็นว่าตัวบ้านเปล่ามาตรฐานโครงการจะปูสนามหญ้าและมีชานไม้มาให้ เป็นพื้นแบบลงเสาเข็มจึงไม่ต้องกลัวพื้นจะทรุดนะคะ โดยเราสามารถทำบ่อปลา จัดสวน หรือทำสระน้ำแบบบ้านตัวอย่างก็เป็นไอเดียที่น่าสนใจค่ะ โดยพื้นที่ข้างๆ Court หลังบ้านจะเป็นลานซักล้างที่โครงการก่อครัวปูนมาให้เรียบร้อย สะดวกต่อการซักหรือล้าง เช่น นำจานไปล้างเวลามีปาร์ตี้ หรือเวลาจะทำความสะอาดชานไม้ก็สะดวก

    โดยลานซักล้างนี้จะมีประตูเชื่อมต่อกับห้องครัว รวมทั้งมีหน้าต่างบานเลื่อนอยู่ตรงซิงค์ล้างจาน สามารถล้างถ้วยชามหรืออุปกรณ์อื่นๆแล้วส่งให้คนในบ้านได้ค่ะ ที่พื้นลานซักล้างมีการยกระดับแล้วปูด้วยกระเบื้องเซรามิคเรียบร้อย ถัดไปเป็นทางเดินไปยังลานจอดรถหน้าบ้านค่ะ

    เดินดูรอบบ้านแล้วเราจะพาเข้าสู่ตัวบ้านทางห้องนั่งเล่นกันนะคะ โดยประตูทางเข้าห้องนั่งเล่นเป็นประตูกระจกบานเลื่อนเดี่ยว  เหนือประตูทางขวามือมีโคมไฟติดตั้งมาให้ 1 ดวง

    พื้นบ้านยกระดับขึ้นไปจากพื้นสนามหญ้าประมาณ 20 เซนติเมตร ไม่มีชานยื่นออกมาให้ ดังนั้นแนะนำให้ต่อชานไม้ หรือปูนเพิ่มออกมาจะช่วยให้เดินเข้าบ้านสะดวกขึ้นนะคะ พื้นห้องนั่งเล่นปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ขนาด 60 x 60 เซนติเมตร

    เข้ามาในห้องนั่งเล่นขนาด 3.8 x 3.9 เมตร ที่มีประตูทางออกไปยัง Court หลังบ้านได้ โดยโครงการจัดวางโต๊ะวางทีวีพร้อมโซฟามาให้เป็นไอเดียตัวอย่าง โดยมีระยะดูที่วีอยู่ที่ประมาณ  3.5 เมตร เหมาะกับทีวีขนาดประมาณ 60″ ขึ้นไปจะพอดีกับสายตาค่ะ

    เมื่อลองนำบ้านตัวอย่างเปรียบเทียบกับบ้านมาตรฐานของจริงจะเห็นว่าตัวบ้านจริงจะเป็นพื้นแกรนิตโต้สีครีมขนาด 60 x 60 เซนติเมตร ผนังห้องเป็นปูนฉาบเรียบทาสีขาวทั้งหมด ที่ฝ้าเพดานติดตั้งไฟดาวน์ไลท์ทรงกลมมาให้ บรรยากาศโดยรวมภายในห้องค่อนข้างโปร่ง โดยทางขวามือจะเป็นหน้าต่างสูงถึงฝ้าเพดาน โดยบานด้านล่างเป็นบาน Fix ส่วนด้านบนเป็นบานเปิด ช่วยให้แสงธรรมชาติและอากาศถ่ายเทให้ดี โดยพื้นที่ตรงกลางระหว่างหน้าต่างเป็นผนังทึบที่เหมาะจะเป็นพื้นที่วางโซฟาเหมือนบ้านตัวอย่าง

    ส่วนทางซ้ายมือเป็นประตูทางออกไปสู่ Court หลังบ้าน เป็นประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน เวลาเปิดออกมาจะได้ช่องเปิดที่ค่อนข้างกว้าง ที่มีระยะช่องเปิดกว้างเท่ากับระยะของพื้นชานไม้ที่โครงการติดตั้งมาให้พอดี

    ตัวล็อกประตูของบ้านเป็นแบบ 2 ชั้น คือมีตัวล็อกประตูปกติ 1 ตัว และมีตัวล็อกก้นหอยติดตั้งมาให้เพิ่มที่ประตูบานเปิดอีกบานละตัว

    จากห้องนั่งเล่นเมื่อเดินออกไปที่ Court หลังบ้านจะได้มุมมองประมาณนี้ค่ะ โดยจากบ้านเราก็สามารถมองไปเห็น Court หลังบ้านของบ้านที่ติดกันได้ด้วย แนะนำให้หาไม้พุ่มมาปลูกเพิ่มเติมให้หนาแน่นแบบในบ้านตัวอย่าง ก็จะช่วยเป็นเสมือน Green wall ที่ช่วยพรางสายตา เพิ่มความ privacy และยังช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้บ้านด้วยค่ะ

    ถัดจากห้องนั่งเล่นจะเป็นทางเดินไปสู่โถงบันได ห้องรับประทานอาหาร และห้องครัว

    โดยที่ผนังทางเดินจะมีช่องเปิดความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน ช่วยให้แสงธรรมชาติเข้าดีมาก หน้าต่างด้านล่างเป็นบาน Fix ส่วนด้านบนเป็นบานเกร็ดที่เรามักไม่ค่อยเห็นในบ้านสมัยใหม่ทั่วไป ซึ่งการใช้บานเกร็ดสำหรับพื้นที่ตรงนี้ มีข้อดีคือ เราสามารถเปิดหน้าต่างได้พร้อมกันทั้งสองบานช่วยให้ลม Flow เข้าบ้านได้ดี รวมทั้งเวลาเปิดหน้าต่างก็ไม่ขวางและเกะกะพื้นที่ใช้งานด้านนอกด้วย

    ตัวเปิด-ปิดบานเกร็ดของที่นี่ดูสมัยใหม่ทีเดียวค่ะ โดยหน้าต่าง 1 บานเนี่ยจะแบ่งช่องเปิดออกเป็น  3 ช่วง สามารถควบคุมได้โดยมือจับ 3 ตัว ดังนั้นเราสามารถเลือกเปิด-ปิด หน้าต่างตามใจชอบ สำหรับบ้านไหนที่มีสมาชิกในบ้านตัวไม่สูงมากนักก็เลือกเปิดถึงแค่ช่วงที่สองก็ได้ ไม่ต้องพยายามเอื้อมหรือไปหาเก้าอี้เพื่อปีนเปิดหน้าต่างให้เสียเวลา 🙂

    ถัดไปเป็นห้องรับประทานอาหารและครัวเปิด โดยหากเราเข้าบ้านจากลานจอดรถ ก็จะเปิดประตูมาเจอส่วนนี้ ซึ่งจะเหมาะเวลาที่ซื้ออาหาร หรือซื้อของเข้าครัวมาเต็มไม้เต็มมือ ก็เอามาวางที่โต๊ะรับประทานอาหารหรือเอาของเข้าตู้เย็นได้เลย ห้องนี้มีขนาด 3.5 x 3.9 เมตร สามารถ Built-in เคาน์เตอร์ครัวติดผนังและวางโต๊ะรับประทานอาหารขนาด 4 ที่นั่งเหมือนบ้านตัวอย่างได้ มองตรงไปจะมีประตูทางออกไปยังลานซักล้าง รวมทั้งหน้าต่างบานเล็กที่เชื่อมต่อกับซิงค์ล้างจานหลังบ้าน ส่วนทางขวามือจะเป็นประตูทางออกไปสู่  Court หลังบ้านค่ะ

    ประตูทางออก Court หลังบ้านเป็นประตูกระจกบานเลื่อนสามตอนเหมือนกับของห้องนั่งเล่น

    เมื่อเปิดหน้าต่างออกมาจะได้ช่องเปิดที่กว้างดีทีเดียว พื้นชานหลังบ้านมีการลดระดับลงจากพื้นห้องรับประทานอาหารเล็กน้อย เพื่อกันน้ำจากภายนอกไหลเข้าสู่ตัวบ้าน

    จากห้องรับประทานอาหาร เมื่อออกไปที่ Court หลังบ้านจะได้มุมมองแบบนี้ค่ะ โดยพื้นที่ถัดจากชานไม้ไปหากเราทำสระน้ำและจัดสวนแบบบ้านตัวอย่าง ก็จะช่วยเพิ่มวิวและมุมมองที่ดีระหว่างรับประทานอาหารด้วย

    จากห้องรับประทานอาหาร มองกลับไปจะเห็นประตูสีขาว เป็นประตูทางออกยังลานจอดรถ ส่วนทางขวามือเป็นประตูของห้องน้ำรวมชั้น 1 ค่ะ

    L WC1

    ห้องน้ำชั้นล่างมีขนาด 1.40 x 1.80 เมตร ขนาดห้องไม่ใหญ่มาก มีการจัดฟังก์ชั่นเป็นแบบ Powder room คือประกอบด้วยอ่างล้างหน้าและโถสุขภัณฑ์  ไม่มีพื้นที่อาบน้ำให้ โดยอ่างล้างหน้าของบ้านตัวอย่างโครงการจะ Built-in ตู้ใต้อ่างล้างหน้ามาให้แต่ของจริงจะเป็นอ่างล้างหน้าแบบลอยตัวนะคะ

    อ่างล้างหน้าเป็นแบบลอยตัว ของ Cotto พร้อมท๊อปเคาน์เตอร์แกรนิตโต้สีดำ ที่ผนังติดตั้งกระจกเงาแบบเรียบๆมาให้ 1 บาน

    โถสุขภัณฑ์ พร้อมสายชำระและที่แขวนกระดาษทิชชู่ของ Cotto

    หน้าตาสายชำระและที่แขวนกระดาษทิชชู่ จะใช้สเปคนี้ทั้งโครงการเลยค่ะ

    เหนือโถสุขภัณฑ์มีหน้าต่างบานกระทุ้งค่อนข้างใหญ่ ช่วยให้แสงธรรมชาติเข้าดีในขณะที่ไม่โป๊จนเกินไปเพราะเป็นกระจกฝ้า

    มองขึ้นไปบนฝ้าเพดาน โครงการติดตั้งไฟดาวน์ไลท์มาให้ 2 ดวง พร้อมแสงธรรมชาติจากหน้าต่างช่วยให้ห้องนี้มีแสงสว่างกำลังดีค่ะ

    ถัดไปเป็นบันไดขึ้นชั้น 2  พื้นที่ข้างบันไดบ้านจะเป็นประตูตู้เก็บของใต้บันได สามารถเปิดออกไปใส่ของได้ตามใจชอบ ตัวบันไดเป็น คสล. ความกว้างบันไดประมาณ 90 เซนติเมตร วัสดุลูกตั้งเป็นคอนกรีตฉาบเรียบทาสี ส่วนลูกนอนเป็นพื้นไม้ Leowood

    มองกลับไปที่โถงบันได โครงการจะติดตั้งหน้าต่างบานเกร็ดมาให้ซึ่งตำแหน่งของหน้าต่างบานนี้จะตรงกับหน้าต่างบานเกร็ดที่โถงทางเดินชั้น 1 ซึ่งช่วยให้แสงธรรมชาติเข้าบ้านได้ดีและยังช่วยให้ลม Flow เข้า-ออกสะดวก ตาม Concept ของบ้านเลย โดยหน้าต่างนี้สามารถเปิด-ปิดได้ทีเดียวทั้งบานได้โดยใช้มือจับที่ยื่นลงมาด้านล่าง

    มาซูมมือจับให้ดูใกล้ๆ เราสามารถดึงมือจับนี้ขึ้นเพื่อเปิด และดึงลงเพื่อปิด หน้าต่างบานเกร็ดได้ทั้งบานค่ะ

    เมื่อขึ้นมาที่ชั้น 2 จะเจอโถงที่สามารถแยกไปสู่ห้องนอนใหญ่ ห้องนอนเล็กทั้งสองห้อง และห้องน้ำ

    เลี้ยวซ้ายมาจะเจอโถงเล็กๆที่แยกไปสู่ห้องนอน 1 ห้องนอน 2 และมีห้องน้ำอยู่ตรงกลางเพื่อให้ห้องนอนทั้งสองห้องใช้ร่วมกัน โดยเราจะพาไปดูไล่ตั้งแต่ห้องนอน 1 ห้องน้ำ และห้องนอน 2 นะคะ

    เข้ามาภายในห้องนอน 1 ขนาด 3.1 x 4 เมตร เป็นห้องนอนขนาดเล็กที่สุดของบ้าน สามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตได้สบายๆ ซึ่งห้องนอนเล็กของที่นี่ จะมีช่องหน้าต่างให้ 2 ด้านแบบนี้ทุกห้อง เพื่อช่วยให้แสงเข้าและอากาศถ่ายเทสะดวกค่ะ

    พื้นที่ข้างเตียงสามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งแบบบ้านตัวอย่างได้

    ส่วนพื้นที่ปลายเตียงบ้านจริงจะเป็นผนังปูนฉาบเรียบทาสีธรรมดา ซึ่งเราสามารถ Built-in ชั้นวางทีวีแบบบ้านตัวอย่างได้ โดยโครงการจะติดตั้งเต้ารับและที่เสียบสายเคเบิลมาให้เรียบร้อยค่ะ

    ถัดมาเป็นห้องน้ำรวมชั้น 2 ขนาด  1.8 x 2.4 เมตร มีการแบ่งฟังก์ชั่นออกเป็น 3 ส่วน คือเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า,โถสุขภัณฑ์ และพื้นที่อาบน้ำ โดยอ่างล้างหน้าของบ้านตัวอย่างโครงการจะ Built-in ตู้ใต้อ่างล้างหน้ามาให้แต่ของจริงจะเป็นอ่างล้างหน้าแบบลอยตัว

    เคาท์เตอร์อ่างล้างหน้าเป็นแบบลอยตัวทรงเหลี่ยมของ Cotto  ที่ผนังติดกระจกเงาเรียบๆมาให้ ข้างๆอ่างล้างหน้าเป็นที่แขวนผ้าเช็ดตัวสแตนเลสค่อนข้างเล็ก
    Vario

    มองขึ้นไปบนฝ้าเพดานมีการติดตั้งไฟดาวน์ไลท์มาให้ 3 ดวง รวมทั้งมีหน้าต่างบานกระทุ้งมาให้ 2 บาน ช่วยให้ห้องนี้มีแสงสว่างเพียงพอค่ะ

    ถัดไปเป็นห้องนอนที่ 2 ขนาด 3.5 x 4 เมตร ขนาดของห้องจะใหญ่กว่าห้องแรกนิดหน่อย สามารถวางเตียงขนาด 5-6 ฟุตได้สบายๆ

    พื้นที่ข้างเตียงสามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าพร้อมโต๊ะเครื่องแป้งแบบบ้านตัวอย่างได้

    ส่วนพื้นที่ปลายเตียงบ้านจริงจะเป็นผนังปูนฉาบเรียบทาสีธรรมดา ซึ่งเราสามารถ Built-in เป็นโต๊ะเขียนหนังสือและชั้นวางของแบบบ้านตัวอย่างได้ นอกจากนี้ยังมีหน้าต่างกระจกบานเลื่อนที่สามารถมองลงไปเห็น Court หลังบ้านได้ด้วย

    ลองชะโงกหน้าลงไปดูด้านล่างจะเห็น Court หลังบ้านแบบนี้เลย เวลาที่สมาชิกในบ้านมีปาร์ตี้กัน หรือมีใครนั่งเล่นอยู่หลังบ้านก็สามารถมองเห็น และมีปฏิสัมพันธ์ต่อกันได้ค่ะ

    ฝั่งตรงข้ามกันจะเป็นห้องนอนใหญ่

    เข้ามาภายในห้องนอนใหญ่ ขนาด  4.1 x 5 เมตร ที่มีห้องน้ำในตัว โดยสามารถแบ่งพื้นที่เป็นส่วนห้องนอน และ Walk-in Closet หน้าห้องน้ำได้ เมื่อนำบ้านตัวอย่างมาเทียบกับบ้านมาตรฐานของจริงจะเห็นว่าบ้านจริงจะได้พื้นลามิเนต ผนังห้องเป็นปูนฉาบเรียบทาสีขาวทั้งหมด บานฝ้าเพดานติดตั้งไฟดาวน์ไลท์ทรงกลมมาให้

    ที่ผนังข้างเตียงจะมีประตูบานใหญ่ที่สามารถเปิดออกไประเบียงข้างนอกได้ พื้นที่ระเบียงมีขนาด 0.6 x 3 เมตร เป็นระยะที่ไม่กว้างมาก ไม่สามารถออกไปนั่งเล่น หรือจะตากผ้าก็ไม่สะดวกนัก ซึ่งเอาจริงๆฟังก์ชั่นนี้มีประโยชน์ตรงที่เราจะได้ประตูที่กว้าง ช่วยให้แสงธรรมชาติเข้าดี ในขณะที่ระเบียงจะทำหน้าที่เป็นราวกันตก ไม่ได้เป็นระเบียงที่เหมาะกับการใช้งานจริงจังค่ะ

    ลองเปิดออกไปให้ดูจะเห็นว่าพื้นระเบียงมีการลดระดับลงจากพื้นห้องเล็กน้อยเพื่อป้องกันน้ำจากระเบียงเข้าห้อง พื้นระเบียงเป็นปูนขัดมันธรรมดา ความกว้าง 0.6  เมตร คงใช้งานอะไรไม่ได้มาก นอกจากวางต้นไม้ จัดสวนเล็กๆก็จะช่วยให้ได้พื้นที่สีเขียวที่สามารถมองเห็นได้จากห้องนอน

    ที่ระเบียงมีโคมไฟมาให้ 1 ดวง เผื่อเปิดใช้ในตอนกลางคืน

    จากระเบียงมองเข้ามาในห้อง จะเห็นว่าผนังฝั่งตรงข้ามกันมีช่องเปิดเต็มผนัง ด้านล่างเป็นบาน Fix ส่วนด้านบนเป็นหน้าต่างบานเลื่อน 3 ตอน สามารถเปิดออกมารับลมได้กว้างดี

    เมื่อมองออกมาจากหน้าต่างจะเห็น Court ด้านล่างของเรา และจะเห็น Court ของบ้านที่อยู่ติดกันด้วย เดินไปเดินมาในบ้านนี่สบตากันปิ๊งๆเลย 🙂

    ถัดไปเป็นส่วนของ Walk-in Closet ซึ่งของจริงจะเป็นพื้นที่ว่างที่เราสามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าแบบในบ้านตัวอย่างได้ ส่วนทางขวามือเป็นห้องน้ำ เวลาอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ออกมาแต่งตัวได้เลยสะดวกดี

    เข้ามาในห้องน้ำขนาด 1.4 x 2.7 เมตร เป็นห้องขนาดกลางๆที่ฟังก์ชั่นครบทั้งอ่างล้างหน้า โถสุขภัณฑ์และส่วนอาบน้ำที่ไม่มีฉากกั้นอาบน้ำมาให้เหมือนเดิม โดยอ่างล้างหน้าของบ้านตัวอย่างโครงการจะ Built-in ตู้ใต้อ่างล้างหน้ามาให้แต่ของจริงจะเป็นอ่างล้างหน้าแบบลอยตัวนะคะ

    มองขึ้นไปบนฝ้าเพดาน โครงการติดตั้งไฟดาวน์ไลท์มาให้ 2 ดวง พร้อมแสงธรรมชาติจากหน้าต่างช่วยให้ห้องนี้มีแสงสว่างดีมากเลยหละ

    ถัดมาเป็นบ้าน The Volume แบบ Vision บนที่ดินเริ่มต้น 50 ตารางวา พื้นที่ใช้สอยขนาด 164 ตารางเมตร  แบบ 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ บ้าน type นี้มีจุดเด่นตรงที่มี Double Volume ฝ้าเพดานสูง 6  เมตร ตรงห้องนั่งเล่น ที่เชื่อมต่อกับพื้นที่รับประทานอาหาร ห้องน้ำรวม และครัวปิดมีประตูบานเลื่อนสามารถเปิดออกไปยังลานซักล้างหลังบ้านได้ เมื่อขึ้นมาที่ชั้น 2 จะเจอโถง Double Volume ที่สามารถมองลงไปเห็นห้องนั่งเล่นข้างล่างได้ โดยโถงนี้จะเชื่อมต่อกับห้องนอนเล็ก 2 ห้อง ห้องน้ำรวม และห้องนอนใหญ่ที่มีห้องน้ำในตัว โดยรวมแล้วบ้านหลังนี้เหมาะกับคนที่ชอบบ้านที่มี Double Volume ฝ้าเพดานสูงโปร่ง ซึ่งพื้นที่แบบนี้มีข้อดีตรงที่ห้องเกือบทุกห้องจะเชื่อมต่อการใช้งาน มองลงมาเห็นกันหมด เป็นการเพิ่มปฏิสัมพันธ์ของคนในบ้านให้มากยิ่งขึ้นค่ะ

    ตัวบ้านใช้โทนสีขาว-น้ำเงิน  รั้วหน้าบ้านเป็นรั้วเหล็กโปร่งทาสีดำเล่นลายสลับกับรั้วปูนฉาบเรียบทาสีขาว มีการติดตั้งกริ่งกดเรียก และตู้พักขยะมาให้เรียบร้อย

    ตัวบ้านมีการยกสูงขึ้นมาจากระดับพื้นถนน ที่พื้นตรงประตูหน้าบ้านจึงมีความลาดเอียงเล็กน้อยเผื่อเวลาฝนตกน้ำจะได้ไหลจากพื้นบ้านลงสู่ด้านล่าง ประตูทางเข้าบ้านเป็นประตูบานเลื่อนเหล็กโปร่ง โดยบานประตูสามารถเปิดออกมาให้คนเดินออก จะได้ไม่ต้องเลื่อนประตูออกมาทั้งบาน เมื่อเข้าบ้านไปจะเป็นลานจอดรถที่สามารถจอดได้ 2 คัน

    เราจะพาไปดูรอบๆบ้านกันก่อนนะคะ โครงการจะปูสนามหญ้ารอบๆบ้านไว้ให้ รั้วหน้าบ้านเป็นรั้วโปร่งทั้งหมด ส่วนที่เป็นปูนจะมีแค่เสารั้วเท่านั้น หากใครกังวลเรื่องความ Privacy ก็สามารถหาต้นไม้มาปลูกเพิ่มจากที่โครงการจัดไว้ให้ได้ ทางซ้ายมือจะเป็นประตูทางเข้าห้องนั่งเล่น-รับแขก ซึ่งเป็นทางเข้าหลักของบ้านค่ะ

    เราเดินเลาะมาข้างบ้านจะมีชานบ้านที่สามารถหาเก้าอี้ หรือม้านั่งไว้นั่งเล่นรับลมนอกบ้านได้ โดยระยะจากชานบ้านถึงรั้วมีเนื้อที่เหลือพอสมควร เราสามารถจัดสวนเพื่อเพิ่มความร่มรื่นให้บ้านได้ ที่ผนังด้านหลังเก้าอี้หวายเป็นหน้าต่างของห้องนั่งเล่น ส่วนประตูข้างๆกันทางขวามือนี้เป็นประตูที่สามารถเปิดออกมาจากห้องรับประทานอาหารได้ ถัดไปเป็นหน้าต่างของห้องรับประทานอาหารที่เป็นหน้าต่างบานใหญ่ 2 บาน ช่วยให้แสงธรรมชาติเข้าบ้านได้ดี

    เดินอ้อมมาหลังบ้าน จะเจอหน้าต่างของห้องรับประทานอาหาร ห้องน้ำ และหน้าต่างห้องครัว

    ถัดมาจะเจอห้องครัวที่มีประตูกระจกบานเลื่อนสามารถเปิดออกมายังลานซักล้างได้ ทางขวามือเป็นถังเก็บน้ำที่โครงการติดตั้งมาให้ในตำแหน่งติดกับเสาของลานจอดรถ เพื่อให้เหลือพื้นที่บริเวณลานซักล้างไว้กว้างๆจะได้ใช้งานได้เต็มที่ค่ะ

    ข้างๆถังเก็บน้ำเป็นเสาของที่จอดรถที่มีห้องเก็บของอยู่ด้านใน สามารถเก็บของเล็กๆน้อยๆจำพวกอุปกรณ์ล้างรถ หรืออุปกรณ์ทำความสะอาดอื่นๆได้

    โดยตัวล็อกประตูจะเป็น 2 ชั้น คือแบบตัวล็อกลูกบิดธรรมดา และตัวล็อกก้นหอย

    เข้ามาในบ้านจะเจอห้องนั่งเล่น Double Volume ขนาด 3.4 x 3.6 เมตร ที่มีฝ้าเพดานสูง 6 เมตร จึงได้ Space ที่ค่อนข้างโปร่ง เนื่องจากโครงการสร้างทีละเฟสและมีการปรับ Specเป็นล็อตๆตามเสียงตอบรับของลูกค้า ดังนั้น Spec บางอย่างอาจมีการเปลี่ยนแปลงต้องสอบถามโครงการก่อนซื้อเอาค่ะ เช่น ราวกันตกด้านบนในบ้านตัวอย่างเป็นกระจกนิรภัย แต่ในบ้านมาตรฐานของจริงจะเป็นโปร่งทาสีดำ ซึ่งถ้าลูกค้าส่วนใหญ่ชอบกระจกนิรภัยมากกว่า ในบ้านในล็อตถัดไปอาจจะมีการเปลี่ยนสเปคให้เป็นกระจกนิรภัยให้เป็นต้นค่ะ

    มองกลับไปที่ประตูทางเข้าจะเห็นพื้นที่ห้องนั่งเล่นทั้งหมด โดยรวมแล้วตัวบ้านให้ช่องเปิดมาค่อนข้างเยอะ ทั้งหน้าต่างกระจกเข้ามุม ประตูหน้าบ้าน รวมทั้งหน้าต่างบาน Fix เหนือประตูที่ช่วยให้แสงธรรมชาติเข้าบ้านดีมากในเวลากลางวัน

    เมื่อเทียบบ้านตัวอย่างกับบ้านมาตรฐานของจริงจะเห็นว่าโทนสีของบ้านจริงจะเป็นสีขาว โดยพื้นเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้สีพื้น ผนังฉาบเรียบทาสีขาว ส่วนระยะดูทีวีอยู่ที่ประมาณ 3.1 เมตร เหมาะกับการวางทีวีขนาดประมาณ 60″ จะเป็นขนาดที่พอดีกับสายตา โดยเราสามารถจัดวาง Built-in ตู้วางทีวีติดผนังและวางโซฟาแบบบ้านตัวอย่างก็เป็นไอเดียที่น่าสนใจ

    ถัดไปเป็นส่วนรับประทานอาหารขนาด 3 x 4.5 เมตร สามารถวางโต๊ะรับประทานอาหารขนาด 6-8 ที่นั่งได้ รอบๆห้องมีหน้าต่างบานใหญ่ช่วยให้แสงธรรมชาติเข้าดี แนะนำให้หาผ้าม่าน 2 ชั้นมาติดตั้งเหมือนบ้านตัวอย่าง จะช่วยกรองแสงและความร้อนที่เข้าบ้านได้ดีนะคะ

    ห้องน้ำชั้นล่างมีขนาด 1.40 x 1.80 เมตร ขนาดห้องไม่ใหญ่มาก มีการจัดฟังก์ชั่นเป็นแบบ Powder room คือประกอบด้วยอ่างล้างหน้าและโถสุขภัณฑ์  ไม่มีพื้นที่อาบน้ำให้ โดยบ้านตัวอย่างจะมีการ Built-in ท๊อปเคาน์เตอร์และตู้ด้านล่างอ่างล้างหน้า รวมทั้งชั้นวางของที่กระจกติดผนังให้ แต่สำหรับบ้านมาตรฐานแล้วจะให้แต่อ่างล้างหน้าแบบลอยตัวของและกระจกเงาติดผนังเรียบๆไม่มีกรอบบ้านนะคะ สุขภัณฑ์ของห้องน้ำจะให้ของ Cotto ทั้งหมด

    ติดกันเป็นห้องครัวปิด ขนาด 1.9 x 2.9  เมตร ขนาดของห้องครัวไม่ใหญ่มากแต่ด้วยความที่โครงการให้ช่องเปิดมาเยอะทั้งหน้าต่าง และประตูทางออกลานซักล้าง เลยช่วยให้ห้องครัวดูโปร่งขึ้น

    โดยห้องครัวจะมีโปรโมชั่น Built-in ชุดครัวรูปตัว L ให้แบบภาพขวามือนะคะ ส่วนรูปทางซ้ายมือเป็นบ้านตัวอย่างที่โครงการ Bulit-in มาให้ดูเป็นไอเดียเฉยๆ ใครจะไป Built-in เพิ่มแบบนี้ก็ไม่ว่ากัน

    บันไดมีลักษณะ U Shape มีชานพัก 1 จุด พื้นห้องชั้น 2  เป็นลามิเนตหน้า 12 มม. สีใกล้เคียงกับลูกนอนบันไดค่ะ

    พื้นที่โถงชั้น 2 จะค่อนข้างโปร่ง เนื่องจากมีหน้าต่างที่โถงบันได และมีพื้นที่เชื่อมต่อกับ Double Volume ที่สามารถมองลงไปเห็นห้องนั่งเล่นด้านล่างได้ ช่วยให้คนในบ้านสามารถสื่อสารกันได้สะดวกขึ้น

    โดยโถงกลางนี้จะเชื่อมต่อกับห้องนอนเล็ก 2 ห้อง ห้องน้ำรวม และห้องนอนใหญ่ที่มีห้องน้ำในตัว โดยเราจะพาไปไล่ดูตั้งแต่ ห้องนอน 1  > ห้องนอน 2 >  ห้องน้ำ >และห้องนอนใหญ่ตามลำดับนะคะ

    พื้นที่ข้างเตียงสามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้า ชั้นวางของ หรือจะวางโต๊ะเครื่องแป้งก็ยังได้

    ส่วนพื้นที่ปลายเตียงของห้องนี้จะมีหน้าต่างประจกบาน Fix เป็นช่องให้แสงเข้าและสามารถมองลงไปเห็นห้องนั่งเล่นด้านล่างได้ สำหรับใครที่ชอบความเป็นส่วนตัวหน่อยก็แนะนำให้หาผ้าม่าน 2 ชั้น มาติดก็ช่วยได้ค่ะ พื้นที่ตรงกลางระหว่างหน้าต่างสามารถ Built-in ชั้นวางทีวี หรือจะวางโต๊ะเขียนหนังสือก็มีพื้นที่พอค่ะ

    ถัดมาเป็นห้องนอน 2 ขนาด 2.9 x 4 เมตร ขนาดของห้องจะใหญ่กว่าห้องนอน 1 เล็กน้อย สามารถวางเตียงขนาด 5-6 ฟุตได้สบายๆ

    พื้นที่ข้างเตียงจะเป็นผนังว่างเปล่าที่เราสามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าและชั้นวางของแบบบ้านตัวอย่างได้นะคะ

    ส่วนพื้นที่ปลายเตียงของห้องนี้จะเป็นผนังฉาบเรียบทาสีขาวธรรมดา ที่เราสามารถวางโต๊ะเครื่องแป้ง หรือ Built-in โต๊ะเขียนหนังสือแบบบ้านตัวอย่างก็เป็นไอเดียที่น่าสนใจ

    ถัดไปเป็นห้องน้ำรวมชั้น 2 ขนาด 1.5 x 2.9 เมตร เป็นห้องขนาดกลางๆที่ฟังก์ชั่นครบทั้งอ่างล้างหน้า โถสุขภัณฑ์และส่วนอาบน้ำมาให้ โดยเมื่อเปรียบเทียบบ้านตัวอย่าง(ซ้าย)และบ้านมาตรฐาน(ขวา) จะเห็นว่าโครงการจะมีการติดตั้งอ่างล้างหน้าแบบมีตู้ใส่ของให้เป็นโปรโมชั่นนะคะ ส่วนกระจกเงาติดผนังจะเป็นแบบเรียบๆไม่มีการติดขอบไม้มาให้ สุขภัณฑ์ติดตั้งมาให้พร้อมสายชำระและที่แขวนกระดาษทิชชู่ ถัดไปเป็นส่วนอาบน้ำที่ไม่มีฉากกั้นอาบน้ำให้ แต่มีการลดระดับพื้นให้ตามมาตรฐาน ซึ่งเราสามารถไป Built-in ฉากกั้นอาบน้ำเองได้นะ

    เปิดประตูเข้ามาสู่ห้องสุดท้าย คือห้องนอนใหญ่ของบ้านที่มีขนาด 3.5 x 6.7 เมตร เป็นห้องรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่ ที่แบ่งฟังก์ชั่นเป็นห้องนอน Walk-in Closet และห้องน้ำในตัว โดยห้องมาตรฐานของจริงที่ได้จะเป็นห้องเปล่า ไม่มีเฟอร์นิเจอร์ใดๆให้นะคะ

    มองไปทางขวามือจะเป็นส่วนที่นอนขนาดค่อนข้างกว้างสามารถวางเตียง King size ขนาด 6 ฟุตได้สบายๆ ที่ผนังห้องมีหน้าต่างรอบ ส่งผลให้ห้องนี้มีบรรยากาศค่อนข้างโปร่ง

    พื้นที่ปลายเตียงของห้องนี้มีหน้าต่างบาน Fix 2 บาน ที่สามารถมองลงไปแล้วเห็นห้องนั่งเล่นด้านล่างได้ โดยผนังตรงกลางระหว่างหน้าต่างมีการติดตั้งเต้ารับพร้อมที่เสียบสายเคเบิลให้เรียบร้อย เหมาะกับการติดตั้งชั้นวางทีวีแบบห้องตัวอย่าง

    ถัดไปเป็นพื้นที่หน้าห้องน้ำที่เป็นห้องโล่งๆ สามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งเป็น Walk-in Closet แบบบ้านตัวอย่างได้

    ถัดไปเป็นห้องน้ำขนาด 1.7 x 2.4 เมตร ห้องขนาดกลางๆที่ฟังก์ชั่นครบทั้งอ่างล้างหน้า โถสุขภัณฑ์และส่วนอาบน้ำ แยกส่วนเปียกส่วนแห้งชัดเจน โดยที่ผนังห้องน้ำตรงกลางมีหน้าต่างกระจกฝ้าที่ช่วยให้แสงธรรมชาติเข้าดีและไม่โป๊

    ที่ผนังเหนืออ่างล้างหน้ามีการติดตั้งกระจกเงาบานใหญ่มาให้ ตัวอ่างล้างหน้าทรงสี่เหลี่ยมของ Cotto พร้อมตู้เก็บของที่สามารถเก็บของใช้ในห้องน้ำได้  ข้างๆกันติดตั้งโถสุขภัณฑ์ของ Cotto มาให้พร้อมสายชำระและที่แขวนกระดาษทิชชู่ค่ะ

    ฝั่งตรงข้ามกันเป็นพื้นที่อาบน้ำ ขนาด 0.9 x 1.20 เมตร ไม่มีฉากกั้นอาบน้ำให้ พื้นส่วนอาบน้ำมีการลดระดับเล็กน้อยกันน้ำไหลจากส่วนเปียกมาไปส่วนแห้ง

    หน้าตาบ้าน The Volume แบบ Wide ซึ่งขนาดเล็กที่สุดในตระกูล The Volume เป็นบ้านบนที่ดินเริ่มต้น 50 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 128 ตารางเมตร แบบ  3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ที่จอดรถ

    หน้าตาบ้าน The Volume แบบ  Panorama ซึ่งเป็นบ้านขนาดใหญ่ที่สุดในตระกูล The Volume เป็นบ้านบนที่ดินเริ่มต้น 61 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 194 ตารางเมตร แบบ  3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ และมีที่จอดรถ 2 คัน

    **รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

     

    ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 31 Oct 2016

    • บ้าน The Volume แบบ Wide ที่ดิน 50 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 151 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 4.59 ล้านบาท
    • บ้าน The Volume แบบ Vision ที่ดิน 50 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 164 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 4.89 ล้านบาท
    • บ้าน The Volume แบบ Panorama ที่ดิน 61 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 190 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 5.99 ล้านบาท
    • บ้าน The Flow แบบ O2 ที่ดิน 61 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 180 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 6.29 ล้านบาท
    • บ้าน The Flow แบบ O3 ที่ดิน 78  ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 205 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 7.49 ล้านบาท

     

    • จอ 50,000 บาท
    • ทำสัญญา 200,000 บาท
    • ค่าส่วนกลาง 30 บาท/ตร.วา/เดือน จัดเก็บล่วงหน้า 2 ปี
    • ค่าจดจำนอง ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
    • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ซื้อแล้วผู้ขายชำระฝ่ายละครึ่ง
    • ค่าประกัน มิเตอร์ไฟฟ้า ประปา ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ

    **ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ

     


    เจาะลึกรวบยอด

    โครงการ Vario สุวรรณภูมิ อยู่ในซอยลาดกระบัง 54 หรือถนนศรีวารีน้อย เป็นซอยที่เชื่อมระหว่างถนนใหญ่สองเส้นอย่างถนนบางนาและถนนลาดกระบัง ภายในซอยนี้มีหมู่บ้านขนาดใหญ่เกิดขึ้นค่อนข้างเยอะ โดยภายในระยะเวลาไม่กี่ปีมานี้มีหมู่บ้านพักอาศัยเกิดขึ้นใหม่กว่าพันครัวเรือน และยังมีโครงการในอนาคตที่กำลังจะขึ้นอีก ทำให้ทำเลนี้น่าจะมีแนวโน้มที่จะขยายตัวได้อีกมาก ซึ่งคนที่อยู่ในหมู่บ้านเหล่านี้มักจะเป็นครอบครัวขนาดกลางถึงใหญ่ ที่ทำงานหรือพักอาศัยอยู่ในย่านชานเมืองประกอบธุรกิจและทำงานอยู่ในย่านนี้ เป็นพนักงานสุวรรณภูมิ ม.ลาดกระบัง ม.หัวเฉียว หรือเป็นคนที่ต้องใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์บ่อยๆ

    โดยหากเทียบบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ระดับราคา 4-7 ล้านบาท บนถนนเส้นนี้จะเห็นว่าสิ่งที่เป็นจุดเด่นของโครงการนี้ที่แตกต่างจากหมู่บ้านในละแวกเดียวกันอย่างศุภาลัย พฤกษา หรือ Land and house คือ ตัวบ้าน ที่มีให้เลือกทั้งแบบ Double Volume สำหรับคนที่ชอบบ้านที่ฝ้าเพดานสูง และบ้านแบบ L Shape แบบมี Court หลังบ้าน ซึ่งเป็น Product ที่ค่อนข้างแปลกใหม่สำหรับย่านนี้ ดังนั้นคนที่เลือกโครงการนี้จึงเป็นคนที่ค่อนข้างสมัยใหม่ ต้องการบ้านมีดีไซน์ ไม่ซ้ำซากจำเจ

    การเดินทางด้วยรถยนต์สำหรับที่นี่ถือว่าสะดวกมาก สามารถไปยังถนนลาดกระบัง บางนา หรือมอเตอร์เวย์ก็สะดวก มีทางด่วนบูรพาวิถีให้เลือกใช้เข้า-ออกเมืองได้ สิ่งที่เป็นปัญหาบ่อยๆคือรถจะติดเป็นคอขวดช่วงฝั่งขาเข้าถนนลาดกระบัง เกือบตลอดทั้งวัน ดังนั้นหากจะเดินทางไปไหนต้องเผื่อเวลากันหน่อยนะคะ สำหรับการเดินทางโดยไม่ใช้รถจะมีรถสองแถวที่ผ่านหน้าโครงการวิ่งระหว่าง ม.หัวเฉียวกับตลาดหัวตะเข้ ถ้าต้องการไปที่อื่นจึงต้องไปต่ออีกที และยังมีตัวช่วยในการเดินทางอย่างรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ แต่การเดินทางไปขึ้นรถไฟฟ้าก็ยังต้องอาศัยรถยนต์ไปอยู่ดีนะ

    วัสดุของที่นี่ให้มาค่อนข้างดี และมีดีไซน์ที่เข้ากับบ้าน อย่างหน้าต่างของบ้าน The Flow แบบ O2 จะใช้หน้าต่างบานเกร็ด ที่ออกแบบมาให้ช่องเปิดตรงกัน เพื่อให้ลม Flow เข้าบ้านได้เต็มที่เมื่อเปิดหน้าต่าง ซึ่งมือจับที่เปิด-ปิดบานเกร็ดค่อนข้างสมัยใหม่และเหมาะสมกับการใช้งาน ส่วนวัสดุอื่นๆก็ตามมาตรฐาน วัสดุปูพื้นใช้กระเบื้องแกรนิตโต้ขนาด 60 x 60 เซนติเมตร และพื้นชั้น 2 ปูด้วยลามิเนต 12 มม.  ส่วนกระเบื้องห้องน้ำเป็นเซรามิคขนาด 30 x 30 เซนติเมตร สุขภัณฑ์ในห้องน้ำให้ของ Cotto

    เรื่องของความปลอดภัยจะมีประตูทางเข้าแบบ Double Gate คือประตูที่ติดถนนใหญ่ 1 จุด และประตูทางเข้าด้านในโครงการอีก 1 จุด ลูกบ้านเข้าออกโครงการผ่านรั้วกั้นไม้กระดกโดยการสแกนคีย์การ์ดเข้า-ออก ส่วน Visitor จะต้องแลกบัตรกับพี่ รปภ. โดยจะมี CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ สำหรับความปลอดภัยภายในบ้านไม่มีระบบใดๆเป็นพิเศษ นอกจากประตูและหน้าต่างของบ้านที่ให้ตัวล็อก 2 ชั้นมาทุกบาน

    การออกแบบบ้านของโครงการเป็นจุดเด่นของที่นี่ โดยแบบบ้านจะมี 2 แบบ และแต่ละแบบก็มีจุดเด่นของตัวเอง อย่างบ้าน The Volume ก็จะมีให้เลือก 3 แบบ ขนาดเล็ก-กลาง-ใหญ่ จุดเด่นคือมี Double Volume ภายในบ้าน ด้วยฝ้าเพดานสูง 6 เมตร เหมาะกับคนที่ชอบบ้านโปร่งๆ อีกแบบหนึ่งคือบ้าน The Flow ที่มีให้เลือก 2 แบบ ขนาดบ้านค่อนข้างใหญ่ โดยตัวบ้านเป็น L  Shape มี Court หลังบ้าน เหมาะกับคนที่ชอบพื้นที่ Outdoor แบบส่วนตัว

    ส่วนกลางของที่นี่จริงๆแล้วมีแค่สวนหย่อมอย่างเดียวเท่านั้น และเสียค่าส่วนกลางในราคา 30 บาท ต่อ ตร.วา ส่วนของ We Club ที่เป็น Clubhouse จะประกอบด้วย Lobby หรือห้องอเนกประสงค์ สระว่ายน้ำและ Fitness โดย Clubhouse นี้จะอยู่ภายใต้การดูแลของบุคคลอื่นที่ไม่ใช่โครงการ โดยโครงการจะให้คูปองจำนวน 400 ใบแก่ลูกบ้านให้ใช้ได้ตามใจชอบ และหากคูปองหมดจะเสียค่าใช้บริการครั้งละ 50 บาท ซึ่งก็มีข้อดีตรงที่ถ้าใครที่ไม่ได้เล่นฟิตเนส หรือว่ายน้ำอยู่แล้ว ก็เสียแค่ค่าส่วนกลางราคาเบาๆเท่านั้น เป็นการ save ค่าใช้จ่ายต่อเดือนไปได้อีกค่ะ

    Judgement

    ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 40%, ความปลอดภัย 15%, การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 15%, วัสดุ 10%, พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 10%,  และสาธารณูปโภค 10%

    เทียบกับแพคเกจ 4.59 – 7.49 ล้านบาท, 31 Oct 2016

    • ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 7.25/10 – อยู่ในซอยลาดกระบัง 54 เข้าออกถนนบางนาและลาดกระบัง และไปมอเตอร์เวย์สะดวกได้ เข้า-ออกเมืองง่าย
    • ความปลอดภัย 7.25/10 – ประตูทางเข้าแบบ Double Gate รั้วกั้นไม้กระดก รปภ.หน้าหมู่บ้าน
    • การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 8.5/10 – แบบบ้านทำออกมาได้สวย ดูสมัยใหม่ และน่าใช้งาน
    • วัสดุ 7.5/10 – ให้มาตามมาตรฐาน และมีดีไซน์ที่สอดรับกับตัวบ้าน
    • พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 7.25/10 – มีการปลูกต้นไม้รอบๆโครงการ และมีสวนสาธารณะกลางหมู่บ้าน
    • สาธารณูปโภค 7/10 – สาธารณูปโภคจริงๆแล้วมีแค่สวนสาธารณะที่มีสนามเด็กเล่นและที่นั่งเล่นให้ ส่วนของ Clubhouse ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มจึงไม่นับเป็นสาธารณูปโภคภายในโครงการค่ะ
    • 7.44 / 10.00

     

    BOTTOM LINE

    Vario สุวรรณภูมิ เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ที่ใช้ชีวิตหรือทำงานอยู่ในย่านลาดกระบัง สุวรรณภูมิ บางนา เดินทางโดยใช้รถส่วนตัวเป็นหลัก เป็นคนสมัยใหม่ ชอบบ้านที่มีดีไซน์ ไม่ซ้ำซากจำเจ มีงบประมาณ 4.59 – 7.49 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนประมาณ 32,000 – 52,000 บาท/เดือน

    ช่วยกันคอมเม้นท์ แบ่งปันข้อมูลกับเพื่อนๆที่กำลังหาบ้านหน่อยนะคะ

    สมัครสมาชิกพร้อมรับข่าวสารเพิ่มเติม (คลิกที่นี่ )