สวัสดีค่ะ มิตรรักแฟนเพจ ฝนพาเพื่อนๆมาข้ามไปฝั่งธนบุรีกันอีกครั้งนะ ไปเจาะลึกโครงการ The President สาทร-ราชพฤกษ์ เฟส 3โครงการเกาะสถานีรถไฟฟ้าบางหว้า ตรงแยกเพชรเกษมตัดราชพฤกษ์ ถ้าใครไปขึ้นรถไฟฟ้าที่บีทีเอสสถานีบางหว้า ก็จะเห็นเฟส 1 ของโครงการกำลังก่อสร้างอยู่ ในส่วนของเฟส 3 จะอยู่ถัดด้านในค่ะ ตามไปอ่านรายละเอียดเจาะลึกกับฝนดีกว่า
Fact @ 27 November 2014
- The President Sathorn – Ratchaphruek 3 (เดอะ เพรสซิเด้นท์ สาทร – ราชพฤกษ์ 3)
- บริษัท ชัยพัฒนาที่ดิน จํากัด
- MAIN CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
- โครงการตั้งอยู่ในเขต : ภาษีเจริญ
- คอนโด High Rise 34 ชั้น 1 อาคาร แบ่งเป็น Podium 5 ชั้นและ Tower 29 ชั้น จำนวน 799 ยูนิต ร้านค้า 2 ยูนิต
- อาคารจอดรถ ไม่มี
- ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 34 ยูนิต
- ที่จอดรถประมาณ 330 คันคิดเป็น 41% รวมจอดซ้อนคัน 380 คัน หรือคิดเป็น 47%
- ที่ดินประมาณ 4-0-76.4 ไร่
- ปีที่ก่อสร้าง : 2558
- คาดว่าจะแล้วเสร็จ : 2560
- 1 Bedroom 30-34.5 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 1.8 ล้านบาท
- 2 Bedrooms 50 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 4 ล้านบาท
- ฝ้าเพดานสูง 2.55 เมตร
- ราคาเริ่มต้นประมาณ 1.8 ล้านบาทหรือประมาณ 60,000 บาทต่อตารางเมตร
- http://www.thepresidentcondo.com/Sathorn-Ratchaphruek3/index.html
- โทร 02-4572836-7 , 092-2670800 , 085-9563333
เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ
สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างนะ
พิกัด : 13.719484,100.458785
แผนที่จากทางโครงการค่ะ
สำหรับโครงการ The President สาทร-ราชพฤษ์ เป็นโครงการที่มีทั้งหมด 3 เฟสค่ะ โดยเฟสแรกทางทีมงานได้ทำการรีวิวไปแล้วนะคะ มีทำเลการเดินทางด้วยรถให้ดูด้วย ตามไปอ่านได้ (คลิก) จุดเด่นของโครงการนี้ก็คือสถานีบางหว้านี่เอง จะเป็นสถานีเชื่อมต่อของรถไฟฟ้าทั้ง 2 สาย เป็นทางเลือกของประชาชน ในการใช้บริการ และเป็นจุดขายโดยตรง ที่ทำให้โครงการ The President สาทร ราชพฤกษ์ นี้ได้รับความสนใจ โดยตำแหน่งที่ตั้งเอง คืออยู่บริเวณแยกเลยที่ทำให้โดดเด่น แต่จะมีการเดินทางด้วยรถที่ดูจะต้องมีการกลับรถเมื่อใช้เข้าออกโครงการค่ะ
ระบบราง จะเป็นรถไฟฟ้าสายสีเขียวค่ะที่จะอยู่คร่อมแยกพอดี โดยเป็นสถานีที่เปลี่ยนจากเส้นสีน้ำเงินเปลี่ยนขึ้นสายสีเขียวเพื่อเข้าสาทร ระบบรางอีกเส้นที่เป็นระบบรางเดิมและจะนำมาใช้ใหม่ก็คือรถไฟสายสีแดงเข้มค่ะ ที่ปัจจุบันเป็นรถไฟหัวจักรที่วิ่งไปมหาชัย แต่จะมีการเพิ่มต่อเติมไปถึงธรรมศาสตร์นู่น (ดูอนาคตนะสายนี้)
**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ
มาดูที่การเดินรถของสายสีน้ำเงินกันซักหน่อย สายนี้เค้าจะเดินลักษณะเป็น 2 เส้นทางค่ะ คือ
- เริ่มที่หัวลำโพง วนขวามาจบที่ท่าพระแล้ววนกลับไปท่าพระเข้าจรัญฯ 13 กลับไปหัวลำโพงใหม่
- อีกเส้นคือวนซ้ายมาจบที่หลักสองและวนกลับไปจากหลักสองไปหัวลำโพง
โดยสถานีท่าพระก็จะเป็นสถานี Interchange กันภายในสายสีน้ำเงิน คล้ายกับสถานีสยามปัจจุบันค่ะ ในแต่ละเส้นทางที่วิ่งก็ยังไม่ตัดกับรถไฟสายสีอื่นๆเพื่อเป็นทางเลือกในการเดินทางได้สะดวก ข้อมูล อ้างอิงจาก mrt (เมื่อระบบครบทุกเส้นนะ) จะเห็นว่าสายที่เข้าเมืองนอกจากสายสีเขียวที่มาใน CBD อย่างสาทร สายสีน้ำเงินที่เข้ามาส่วนของเมืองเก่าอย่าง วังบูรพา เยาวราช ก็ทำให้ ตี๋ หมวย อาอี๊ อาเจ๊ก เดินทางได้สะดวกขึ้น
การเดินทางของฝนก็ง่ายๆ อีซี่ๆ เริ่มที่ บางหว้าค่ะ เป็นสถานีปลายทางของรถไฟฟ้าสายสีเขียวและเป็นสถานีที่เปลี่ยนสายไปยังรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินในอนาคต ที่แว่วว่าเลื่อนเสร็จไปปี 2562 นู่นหล่ะ
จากสถานีมองไปไกลๆจะเห็น ม.สยาม
ทางออกที่ใช้ลงทางออกที่ 4 ค่ะ ซึ่งจะเป็นจุดที่มีรถรับส่งไปห้าง ซีคอนบางแค
จากสถานีบีทีเอสจะมองเห็น The President เฟสแรก กำลังก่อสร้างอยู่ค่ะ ซึ่งเฟส 3 ที่ฝนจะมาเจาะลึกจะอยู่ถัดไปด้านในนะ
เอามาแปะให้ดูค่ะ จะเห็นว่าทางลงไม่ว่า 1,2,3 หรือ 4 จะลงฝั่งตรงข้ามกับโครงการหมดเลย ทางออก 4 คือใกล้สุดค่ะ และเดินลอดใต้สถานีกับสะพานข้ามแยกไปฝั่งโครงการ
มองดูรอบๆจากสถานีบางหว้า ฝนมองไปฝั่งทางออกที่ 3 ค่ะ จะเห็นว่าแนวรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินมีโครงสร้างอยู่ ส่วนคอนโดมิเนียมที่เห็นอยู่ตรงนั้นก็ป้าศุค่ะ สูง 35 ชั้น
นอกจากรถไฟฟ้าสายสีเขียวและสายสีน้ำเงินแล้ว อีกการเดินทางหนึ่งที่หลายๆคนอยู่แถบนี้น่าจะใช้กันก็คือ เรือ นี่แหละ ซึ่งวิ่งในคลองภาษีเจริญ ที่เป็นคลองสายหลักย่านฝั่งธนฯ
เอาตารางเดินเรือมาฝากค่ะ ในอนาคตจะมีสร้าง Sky Walk เชื่อมจากสถานีรถไฟฟ้าไปยังท่าเรือสะพานตากสิน – เพชรเกษม ซึ่งอยู่ใกล้ทางเข้าโครงการ เฟส 2 และ 3 ค่ะ
มีระบบมาตรฐานความปลอดภัยซะด้วยนะ
พอลงมาจากทางออกหมายเลข 4 ตรงทางลงก็มีขายของเล็กๆน้อยๆตามข้างทางและโดยสภาพละแวกนี้เป็นตึกแถว ค้าขายค่ะ มีรถประจำทางวิ่งกันหลายสายอยู่ นับว่าไม่ลำบาก
เราต้องเดินย้อนไปค่ะ ลอดใต้สะพานข้ามแยกและแนวรางรถไฟฟ้า จะเห็นว่ากำลังก่อสร้าง MRT อยู่ ประมาณปี 2562 น่าจะได้ใช้กัน ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด
ปัจจุบันบริเวณทางออกที่ 4 จะมีบริการรถรับส่งไป ซีคอนบางแคซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 2.6 กิโลเมตรค่ะ รถตู้สีส้มๆ เห็นชัดเลย แต่เมื่อรถไฟฟ้า MRT ได้เปิดใช้งานก็สามารถนั่ง MRT เข้าห้างได้
จะมีป้ายบอกทางไปท่าสะพานตากสิน-เพชรเกษม ใครจะขึ้นก็เดินเลียบคลองไปขวามือค่ะ ส่วนทางไปโครงการก็เดินตรงไปเลย
ตัวอาคารเฟสแรก ก็ขึ้นให้เห็นเป็นรูปเป็นร่างแล้วค่ะ อยู่ตรงหัวมุมพอดี
สำนักงานขายก็ตั้งหัวมุมนี่แหละ ใครเคยมาดูเฟสแรกและเฟสสองก็ที่เดียวกัน
เดินดูรอบๆซะหน่อย แถวๆนี้เนี่ย ของอร่อยมีอยู่นะคะ
ตรงข้ามกันกับ สำนักงานขาย TOT และ ธกส
เดินเลยมาจากหน้าสำนักงานขาย เป็นหมู่บ้านบางไผ่ทองนิเวศน์ ซึ่งทั้งหมดก็เป็นตึกแถวนี่แหละ มีร้านขายอาหารอยู่ 4-5 คูหา
ข้าวมันไก่ บางไผ่ทอง นี่รสชาดดีเลยแหละค่ะ ^ ^
เลยจากบริเวณตึกแถวร้านค้าก็เป็นปั๊ม Shell ค่ะ
ในส่วนด้านหน้าของโครงการนั้นจะติดกับถนนที่เป็นทางที่มากลับรถใต้สะพานค่ะ จุดสังเกตคือเมื่อเลี้ยวซ้ายมาจากแยกเพชรเกษมเพื่อเข้าราชพฤกษ์ จะมีทางเบี่ยงซ้ายออกมาอีกเล็กน้อยค่ะ อนาคตจะมีทำจุดกลับรถที่ใกล้กว่านี้นะคะ โดยมีการจัดทำประชาพิจารณ์ไปเรียบร้อยอยู่ในระหว่างการดำเนินการค่ะ ซึ่งทางรถลักษณะนี้ทำให้โดนบังคับแบบ One-way ไปในตัวเลย ถ้าออกจากโครงการ คงไม่พ้นต้องมีการกลับรถ
**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ
จากเลี้ยวซ้ายมาจากถนนเพชรเกษมมาค่ะ อย่างที่เห็นว่าจะเจอทางเบี่ยงขึ้นสะพานและกลับรถ
มองกลับไปที่แยกนะคะ จะเห็นว่ามีป้อมจราจรอยู่ตรงหัวมุมแยกพอดี ซึ่งมีการกำหนดจุดทำทางที่กลับรถไว้บริเวณใกล้ป้อมตำรวจค่ะ โดยเมื่อฝนมีข้อมูลในส่วนนี้จะนำมาเพิ่มเติมนะคะ
ทางโครงการมีการปรับปรุงทัศนียภาพ ปลูกต้นไม้บริเวณแนวก่อสร้างเพื่อให้ดูสะอาดสะอ้านมากขึ้น
ด้านซ้ายมือค่ะ คือทางเข้าของโครงการ จะเห็นป้ายทางเข้าอยู่
ทางเข้าในส่วนของเฟสนี้จะเข้าไปจากทางถนนหลัก กว้าง 12 เมตรค่ะ
มองเข้าไปด้านซ้ายมือค่ะเป็นเฟสแรก
ที่ดินของโครงการจะติดกับคอลงภาษีเจริญเลยค่ะ โดยมีทางเดินเลียบคลองคอนกรีตยาวตามแนวคลองไป
จุดขึ้นลงเรือ อยู่ตรงนี้ เรือมีเป็นรอบๆตามที่ฝนแนบมาให้ดูตามด้านบนนู้นนะคะ
ทางกลับรถใต้สะพาน ตอนนี้ก็มีรถจอดรถชั่วคราว
เดินเลยไป เป็นทางเดินไปยัง BTS ค่ะ เดินตรงๆไปเลี้ยวซ้ายไปขึ้นทางออกที่ 4 ได้
สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น
- BTS บางหว้า
- MRT บางหว้า (อนาคต)
- ท่าเทียบเรือ
- โรงพยาบาลบางไผ่
- โรงพยาบาลพญาไท 3
- ตลาดบางแค
- ซีคอนบางแค
- เดอะมอลล์บางแค
- มหาวิทยาลัยสยาม
โครงการ The President สาทร-ราชพฤกษ์ อย่างที่เกริ่นนำไปแล้วข้างต้นคือมีทั้งหมด 3 เฟสค่ะ ถ้าดูจากในภาพด้านบนนะ เฟสแรกจะอยู่บริเวณด้านหน้าเลยเป็นหัวมุม ส่วนเฟสสองจะอยู่ถัดเข้ามาอีกค่ะ โดยอยู่ติดคลองภาษีเจริญ แล้วเฟสสามที่กำลังเปิดขายอยู่ปัจจุบันจะอยู่ถัดเข้ามาด้านใน
ถ้างงจากรูปด้านบนลองดูผังที่ฝนทำประกอบด้วย จะเห็นว่าเฟสสามนั้นจะมีส่วนที่ติดกันกับคลองภาษีเจริญเช่นกันค่ะ โดยจะมีทางเข้าจากบริเวณถนนราชพฤกษ์ลึกเข้ามา 50 เมตรโดยประมาณ กลุ่มอาคารแบบนี้แน่นอนว่าต้องมีข้อเด่นข้อด้อยที่ต่างกันค่ะ เฟสแรกและเฟสสองนั้น อยู่ชิดริมถนน การเข้าถึงใกล้กว่าสะดวกกว่า แต่จะมีเรื่องใกล้สี่แยกซึ่งมีมลภาวะทางฝุ่นและเสียงมากกว่าเฟสสามซึ่งร่นเข้ามาห่างถนนและแยกพอสมควรแล้ว จากเส้นประสีแดงที่ฝนลากเอาไว้คือเส้นทางที่สามารถเดินมาที่โครงการได้จาก BTS ทางออกที่ 4 ค่ะ ในส่วนผังอาคารนั้นจะวางอาคารเป็นรูปตัว T ห้องพักจะมีทั้งหันไปทิศเหนือใต้ และออกตก โดยทิศ d มองไปทางถนนราชพฤกษ์ (จากสัญลักษณ์ในภาพนะคะ) จะเป็นทิศที่หันหน้าเข้ากับเฟส 2 และ เฟส 1 ด้วย แน่นอนว่ามีผลเรื่องวิวระยะไกลแน่นอนค่ะ ซึ่งทางโครงการก็มีการจัดสวนบริเวณชั้น 1 ของ เฟส 3 เพื่อให้เชื่อมทางวิวกับสวนของเฟส 2 ที่หันมาเจอกัน สำหรับห้องที่อยู่ในชั้นไม่สูงนักก็จะได้วิวสวนส่วนกลางไปเป็นโบนัสนะคะ
**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ
ในส่วนของชั้น 1 เป็นที่จอดรถ Lobby และMain Facility ส่วนผัง ชั้น 5 ซึ่งเป็นชั้นเริ่มต้นห้องพักอาศัยนะ ส่วนชั้น 1-4 จะเป็นพื้นที่จอดรถ … ตัวตึกจัดมาเป็นรูปตัว T ด้านทิศเหนือจะหันไปทางซอยเพชรเกษม 25/2 Fitness สระว่ายน้ำ ซึ่งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกค่ะ ว่ายน้ำตอนเช้าก็ได้ แดดไม่แรงมาก ส่วนตอนบ่ายแก่ๆมีตัวตึกคอยบังแดดบ่ายให้อีกที ส่วนที่ฝั่งทิศตะวันตกก็ต้องจ๊ะเอ๋กับเพื่อนบ้านไปแน่นอนยังดีที่ไม่ถึงกับเป็นระยะประชิด ด้านทิศใต้โดนแดดจริง แต่ได้วิวของคลองภาษีเจริญโล่งดีทีเดียว ห้องพักอาศัยชั้นนี้มี 29 ห้อง ลิฟท์โดยสาร 4 ชุดและลิฟท์ Service 1 ชุด
ผังชั้น 6-22 จะหน้าตาแบบนี้ แต่ละชั้นจะมี 34 ห้อง
ชั้น 23 จะเป็นส่วนที่มีสวนลอยฟ้าค่ะ และจำนวนห้องพักมี 16 ห้อง
ตั้งแต่ชั้น 24-34 ผังจะเป็นเหมือนกันหมดค่ะ มีทั้งหมด 16 ห้อง ความหนาแน่นน้อยค่ะ แต่ทิศตะวันตกนั้นวิวจะโล่งน้อยกว่าเค้าเพื่อนเพราะเฟส 2 ความสูงพอๆกัน
สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก
- Fitness
- Sauna
- สระว่ายน้ำ ระบบเกลือ ขนาดกว้าง 9 เมตร ยาว 30 เมตร ลึก 1.20 เมตร (รอข้อมูลเพิ่มเติม)
- สวนภายในโครงการ
- ห้องเอนกประสงค์และสัญญาณ Wi-Fi
- ห้องจดหมาย
- ร้านค้า
- Home Theatre
- Access Control Card
- Security Guard & CCTV
- ลิฟท์โดยสาร 4 ตัวต่อหนึ่งอาคาร อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 199 : 1
- Service Lift 1 ตัว
- ที่จอดรถ รวมจอดซ้อนคันคิดเป็น 47.5%
ห้องตัวอย่างที่ฝนจะพามาดูมีจำนวน 2 ห้องนะคะ คือ 1 ห้องนอนและ 2 ห้องนอนนะคะ ซึ่งห้องส่วนใหญ่ Type จะค่อนข้างเหมือนกันกับเฟสก่อนหน้าค่ะ เพียงแต่มีการปรับสเปควัสดุขึ้นเล็กน้อย
เริ่มด้วย Type A1 เป็นห้องขนาด 30 ตารางเมตร 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำค่ะ โดยเป็น Type ที่หน้าตาเรียกว่าเหมือนกันกับ Phase ที่เปิดขายก่อนหน้า มีการปรับสเปค โดยจะมีโต๊ะรับประทานอาหารสองที่นั่งวางติดโซฟา รวมครัว+ห้องน้ำ+ระเบียง แยกโซนไปอยู่ด้วยกันแล้วกั้นด้วยประตูบานเลื่อนกลายเป็นครัวปิด ทำให้ได้ครัวปิดที่ระบายอากาศออกทางระเบียงได้ รวมถึงห้องนอนด้วยเช่นกันค่ะ กั้นกับ Living ด้วยประตูกระจกบานเลื่อน โดยมากผังห้องลักษณะนี้เราจะเห็นได้ทั่วไปกับห้องขนาด 22 – 25 ตารางเมตรตามท้องตลาดค่ะ โดยจะมีส่วนที่ต่างกันตรงพอห้องใหญ่ขึ้นมา ก็มีที่รับประทานอาหารได้เป็นสัดส่วนมากขึ้นและห้องนอนมีระยะเดินรอบๆไม่อึดอัด
ห้องให้ชุดครัว ห้องน้ำ ฉากกั้น พร้อมแอร์ ติดมาให้ในห้องเรียบร้อย พื้นเป็นลามิเนต ระยะพื้นถึงฝ้า 2.55 เมตร
เปิดประตูให้ดู พื้นลามิเนตค่ะ ส่วน Living Area วางไว้ด้านหน้าสุด
มีระยะดูทีวีหักพนักพิงโซฟาแล้ว เกือบ 3 เมตร วาง LED ทีวี 42 นิ้ว ได้
ถัดไปด้านในจัดเป็นส่วนรับประทานอาหารค่ะ โคมไฟดาวน์ไลท์ในห้อง สังเกตดีๆจะมีสองประเภทนะคะ คือในส่วน Living + Kit จะได้เป็นดาวน์ไลท์หลอดคอมแพคฟลูออเรสเซนต์ค่ะ ในห้องนอนจะเป็นดาวน์ไลท์หลอดฮาโลเจน นอกจากหน้าตาไม่เหมือนกันแล้ว สีของแสงที่ให้มาก็ต่างกันด้วยค่ะ ซึ่งก็แล้วแต่คนชอบนะ
โต๊ะนั่งรับประทานอาหาร 2 ที่นั่ง ของจริงไม่มีมาให้ เราสามารถเลือกตามการใช้งานของเราได้นะคะ เช่น บางคนอาจจะ Built-in โต๊ะทานข้าวติดผนังไปเลยเพื่อเพิ่มพื้นที่ทานอาหาร เวลาถอยเก้าอี้ไม่ชน แต่ถ้าใครชอบแบบเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวก็เลือกได้เหมือนกันนะคะ แล้วแต่สไตล์เลย
ห้องนอนมีบานประตูบานเลื่อนอลูมิเนียมสีธรรมชาติ กระจก 6 มม. กั้นเพื่อแบ่งพื้นที่ออกจากกันแต่ถ้าใครต้องการความเป็นส่วนตัวมากกว่านี้อาจจะติดฟิล์มให้ทึบก็ได้
เตียงที่วางไว้ให้เห็นเป็นแนวทางขนาด 5 ฟุตค่ะ
หน้าต่างเป็นบานอลูมิเนียมสีธรรมชาติ
มาดูระยะรอบๆเตียงกันค่ะ ข้างขวา มีที่ว่างประมาณเท่าที่เห็น
ด้านหน้าเตียงประมาณ 50 เซนติเมตรค่ะ โดยห้องมาตรฐานจะได้ที่ตรงนี้กว้างกว่าเพราะไม่มีตู้เสื้อผ้า Built-in มาให้
ด้านขวาของเตียง เหลือพื้นที่กว้างใกล้เคียงกัน
บริเวณปลายเตียงนั้นจะเป็นผนังฉาบเรียบทาสีโล่งๆค่ะ
สวิตช์ปลั๊กมาตรฐานที่ให้เป็นของ Siemens หน้ากากสีขาวแบบนี้นะคะ
ฝ้าเพดานฉาบเรียบค่ะ
ถัดมาที่ห้องครัว โดยจะมีกั้นเป็นครัวปิดให้ ซึ่งดีสำหรับการต้ม ผัด แกง ทอด และกลิ่นไม่ไหลมาในห้องนอน หน้าตาประตูก็เป็นมาตรฐานของโครงการค่ะ คือ อลูมิเนียมสีธรรมชาติ และกระจก 6 มม. แต่สำหรับประตูบานเลื่อนใสๆแบบนี้ต้องระวังเดินชนแล้วจะเป็นอันตรายนะคะ แนะนำเป็นว่าหาสติกเกอร์มาติดในระดับสายตาเพื่อให้เห็นว่าปิดประตูอยู่หรือเปล่า
จากพื้นส่วน Living area ขยับเข้ามาส่วนห้องครัว วัสดุปูพื้นจะเปลี่ยนจากพื้นลามิเนตเป็นพื้นกระเบื้องค่ะ โดยมีธรณีเป็นหินเทียม ดีเลย ทนทานต่อความชื้น
ชุดครัวที่โครงการให้มาค่ะ มี Hob&Hood Sink ยกเว้นเครื่องใช้ไฟฟ้า พื้นห้องปูกระเบื้องสีขาว Top เป็นหินสังเคราะห์ และหน้าบานเป็นลามิเนตไฮกรอสนะคะ
ครัวจะเป็นส่วนที่เชื่อมกับระเบียงซักล้าง
เปิดดูชุดบานตู้และลิ้นชักที่แถมมาให้ มีที่วางเครื่องซักผ้าพร้อมท่อเดินน้ำทิ้ง
ชุดอ่างล้างจานของ Hafele ค่ะ เป็นอ่างหลุมเดียว
Hob ของ Mex และ Hood ของ Hafele เป็นระบบปล่อยออกไม่หมุนเวียนค่ะ บิรเวณผนังด้านหลังของชุดครัวไม่มีปูวัสดุอะไรมาให้นะคะ ก็เป็นฉาบเรียบทาสีนี่แหละ ทำครัวกลัวเลอะหรือเป็นคราบ หากระเบื้องหรือวัสดุเช็ดล้างง่ายมากรุผนังก็ดีค่ะ ขอแก้ไขเป็นโครงการติดกระเบื้องให้สำหรับห้องจริงนะคะ
ชั้นเก็บของด้านบนเป็นบานเปิดหมดค่ะ บริเวณใต้ชั้นไมโครเวฟมีปลั๊กไฟไว้ให้ด้วย
ระเบียงด้านนอกขนาดประมาณ 1.60 เมตร (โดยประมาณค่ะ) กว้าง 1 เมตร สามารถตากผ้าได้
คอมเพรสเซอร์แอร์แขวนผนังแต่เป่าลมเข้าระเบียง มีระแนงเหล็กทาสีดำ เอาไว้บังสายตา ให้ภายนอกดูเรียบร้อย ไฟที่ใช้ส่องสว่างเป็นดาวน์ไลท์แบบหลอดคอมแพคฟลูออเรสเซนต์เช่นเดียวกัน
เข้ามาที่ส่วนของห้องน้ำค่ะ อยู่ในโซนเดียวกันกับห้องครัวนี่แหละ ดังนั้นการที่มีประตูกั้นแบ่งระหว่าง ส่วนครัวและ Living นอกจากกันเรื่องกลิ่นรบกวน ยังช่วยในเรื่องการระบายอากาศได้อีกด้วย การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ในห้องน้ำก็ตามรูปเลยค่ะ แยกเปียกแห้งเรียบร้อย
จากพื้นครัวมีธรณีกั้น สูง 5 เซนติเมตร ค่ะ และเป็นธรณีหินเทียม
อ่างล้างมือ แบบนี้ดีตรงที่มีพื้นที่เคาน์เตอร์ให้เต็มๆ วางข้าวของได้สะดวก ข้างล่างมีราวแขวนผ้าเช็ดมือยาวตามแนวอ่าง อ่างยี่ห้อ Chamber ค่ะ ส่วนใครอยากมีที่เก็บของเพิ่มก็จัดเป็นชั้นใต้อ่างก็ได้นะ
ภายในห้องอาบน้ำค่ะ กั้นด้วยกระจกเทมเปอร์ วางบนธรณี
มีชุดผักบัวให้ และเดินงานระบบสำหรับต่อใช้เครื่องทำน้ำอุ่น
หน้าตาฝักบัวค่ะ
อีกหนึ่งห้องที่จะพาไปรีวิวกันนะคะ เป็นห้องขนาด 50 ตารางเมตร จัดแบบ 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ข้อดีคือ ห้องนอนที่ได้ขนาดออกมาในการใช้งานจริงที่ไม่อึดอัดค่ะ แต่จะมีห้องน้ำเพียงแค่ห้องเดียวใช้ร่วมกัน จัดให้ส่วนที่ติดประตูเป็นครัวค่ะ แต่การจัดวางแบบนี้ทำให้กั้นเป็นครัวปิดได้ยาก เพราะจะค่อนข้างเล็กทำสำหรับการทำครัว ในส่วนของ Living + Dining Area นั้นทำออกมาได้กว้างค่ะ ส่วนระเบียงนั้นกลับไม่ยาวตลอดแนวห้องนะ
เริ่มจากทางเข้าค่ะ มองตรงเข้าไปจะเห็นว่าเราต้องผ่านส่วนของห้องครัวก่อน พื้นห้องครัวปูกระเบื้องสีขาว และด้านในห้องเป็นพื้นลามิเนต จะเห็นว่าแนวพื้นกระเบื้องจะสิ้นสุดก่อนวางตู้เย็นค่ะ ซึ่งหากต้องการกั้นเป็นครัวปิดแล้วท่าทางจะไม่สะดวกเท่าไหร่ โดยมีระยะกว้างที่เหลืออยู่ประมาณ 60 เซนติเมตร วิธีแก้ง่ายๆอาจจะต้องวางตู้เย็นมาอยู่ตรงข้ามฝั่งเดิมค่ะ แทนที่ชุดตู้ลิ้นชักด้านขวา ฝ้าเพดานอยู่ที 2.55 เมตรค่ะ
เปิดชุดเคาน์เตอร์ครัว และตู้ให้ดู
ชุดลิ้นชักนี่ก็แถมมาให้สำหรับห้อง Type นี้ค่ะ
ห้องน้ำจะอยู่ในโซนเดียวกันกับครัว อ่างล้างมือของ Chamber ค่ะ มาตรฐาน เป็นแบบอ่างอะคริลิคเรียกว่าเป็นอ่างคู่ใจกับโครงการนี้ไปแล้ว
Shower box ชุดบานประตูเป็นแบบบานเลื่อนแทนบานเปิด แต่ขนาดภายในไม่ต่างกันค่ะ
ที่เพิ่มเติมเข้ามาก็เป็นชุด Rain shower
ขยับเดินเข้ามาภายใน จะโปร่งกว่ากันเยอะเลยนะคะ เพราะเป็นพื้นที่ส่วน Living + Dinning ในห้อง ระยะดูทีวีเรียกว่าดูกันแบบขนาดใหญ่หน่อยล่ะ ใช้โซฟาเบดได้ เพราะหน้ากว้างเยอะ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ระเบียงเต็มแนวผนัง แต่ก็ยังมีช่องเปิดที่สามารถทำให้โปร่งและรับแสงธรรมชาติเข้ามาได้พอสมควรเลยค่ะ ช่วยให้ห้องดูโอ่โถงขึ้น
สำหรับชุดโต๊ะรับประทานอาหาร วาง 4 ที่กำลังดี ไม่ไปกินพื้นที่ส่วนอื่น แต่สามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์ใหม่เพื่อให้ได้พื้นที่ลงตัวมากขึ้นได้นะคะ
ระเบียงด้านนอกนั้นก็ได้กระเบื้องมาตรฐานของโครงการค่ะ
คอนเพรสเซอร์แอร์ เข้าแถวกันตามแนวสูง
ทางเข้าไปยังห้องนอน จะแบ่งเป็นซ้ายขวาแบบนี้เลย ประตูตรงกันแบบเปิดเข้าห้องตัวเองค่ะ
ห้อง Master bedroom สามารถวางเตียงขนาด 6 ฟุตได้
มีพื้นที่ปลายเตียงเหลือพอที่จะจัดวางตู้ หรือโต๊ะได้ค่ะ
ห้องนอนอีกห้องค่ะ สามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตได้
มีมุมจัดวางเป็นตู้เสื้อผ้าได้ค่ะ
**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ
ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 27 November 2014
- Type A1 เนื้อที่ 30 ตร.ม. วิวสวน ทิศตะวันตก ราคาเริ่มต้น 1,800,000 บาท หรือ 60,000 บาทต่อตารางเมตร
- Type A1 เนื้อที่ 30 ตร.ม. วิวสระ ทิศเหนือ ราคาเริ่มต้น 2,194,500 บาท หรือ 73,150 บาทต่อตารางเมตร
- Type A2 เนื้อที่ 34.5 ตร.ม. วิวคลอง ทิศใต้ ราคาเริ่มต้น 2,399,648 บาท หรือ 69,500 บาทต่อตารางเมตร
- Type A2 เนื้อที่ 34.5 ตร.ม. วิวสระ ทิศตะวันออก ราคาเริ่มต้น 2,656,500 บาท หรือ 77,000 บาทต่อตารางเมตร
- Type A3 (ห้องมุม) เนื้อที่ 30 ตร.ม. วิวสระ ทิศเหนือ ราคาเริ่มต้น 2,406,000 บาท หรือ 80,200 บาทต่อตารางเมตร
- Type A3 (ห้องมุม) เนื้อที่ 30 ตร.ม. วิวสวน ทิศตะวันตก ราคาเริ่มต้น 2,250,000 บาท หรือ 75,000 บาทต่อตารางเมตร
- Type A4 (ห้องมุม) เนื้อที่ 34.5 ตร.ม. วิวสวน ทิศเหนือ และวิวคลอง ทิศใต้ ราคาเริ่มต้น 2,760,000 บาท หรือ 80,000 บาทต่อตางเมตร
- Type B1 (ห้องมุม) เนื้อที่ 50 ตร.ม. วิวสระ ทิศตะวันออก และวิวคลอง ทิศใต้ ราคาเริ่มต้น 4,000,000 บาท หรือ 80,000 บาทต่อตารางเมตร
- Fully Fitted (ครัว ห้องน้ำ ฉากกั้นห้อง และ แอร์)
- เพดานสูง 2.55 เมตร
- Kitchen & Sink
- Hob & Hood
- จอง 10,000 บาท
- ทำสัญญา 40,000 บาท
- ค่ากองทุน 400 บาทต่อตารางเมตร
- ค่าส่วนกลาง 35 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน
ห้องโปรโมชั่น 1.8 ล้านบาท จะมีการเปิดขายอีกรอบในวันที่ 29 พฤศจิกายนนี้นะคะ 🙂
**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ
โครงการ The President สาทร-ราชพฤกษ์ เป็นโครงการเฟสที่สามแล้วค่ะ โดย ชัยพัฒนาที่ดิน ทำเลชูจุดเด่นที่สำคัญที่สุดของโครงการเกาะสถานีรถไฟฟ้าบางหว้า ได้สองสาย โดยภาพรวมโครงการอยู่ใกล้สี่แยกแต่เฟสสามจะอยู่ร่นเข้ามาพวกมลภาวะทางเสียงและฝุ่นที่มักจะเจอตรงสี่แยกจะน้อยกว่าเฟสแรกไปพอสมควร
การเดินทางด้วยรถส่วนตัว ออกนอกเมืองโอเค แต่เข้าเมืองลำบากหน่อยด้วยไม่มีทางด่วนใกล้ๆ และเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า ถ้าขาเข้าเมืองใช้สะพานสาทรรถติดสาหัสตอนช่วงเช้าเวลาทุกคนเข้างาน และขาออกเวลาเลิกงานกลับบ้านวันไหนเจอแจ็คพ็อตหรือฝนตกนี่ก็ติดสาหัสเช่นกัน เป็นข้อเสียที่ไม่ใช่เฉพาะโครงการนี้ แต่โดนกันทั้งหมดแทบทุกโครงการอยู่แล้วนะสำหรับย่านนี้ ซึ่งหวังว่าเมื่อระบบรถไฟฟ้าเชื่อมโยงกันหมด การจราจรบนถนนคงจะคลี่คลายไปเยอะ เพราะถ้าช่วงที่รถไม่ติดทำเลแถวนี้นี่ก็เดินทางสะดวกใช้ได้เลย ส่วนการเดินทางโดยไม่ใช้รถ สะดวกมาก อยู่ติดถนนใหญ่ใกล้แยก เรียกรถง่ายได้หลายทาง และปลอดภัยกว่าการต้องเข้าซอยแน่นอน แถมด้วยอีกหน่อยรถไฟฟ้าเสร็จครบ ก็สามารถเดินทางได้สะดวกมากขึ้นกว่าเดิมอีกเยอะด้วย… ส่วนคนที่รู้จักใช้ทางเลี่ยงทางลัด หรือบริหารเวลาเข้าออกเมืองไม่ตรงกับคนทั่วไป ก็ถือเป็นโบนัสไปนะคะ
การเดินทางไม่ใช้รถนับว่าสะดวกมีทางเลือกเยอะค่ะ พอสถานีบางหว้า สองสายเปิดครบทำให้เข้าเมืองและออกเมืองสะดวกมากขึ้น เรียกรถ Taxi ก็หาไม่ลำบากค่ะ แต่อย่างที่บอกคือแถวนี้รถติดในช่วงเวลาเร่งด่วนอยู่แล้วค่ะ ยิ่งมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าด้วยแล้ว ขึ้นรถไฟฟ้าเป็นทางเลือกที่สะดวกกว่า อย่างที่บอกไปว่าการข้ามจากฝั่งธนมันจะมีคอขวดตรงสะพานที่ทำให้รถติด การมีทางเลือกในการใช้รถไฟฟ้าในการเดินทางก็จะเป็นสาระสำคัญมากสำหรับโครงการย่านฝั่งธนนี้
การออกแบบโครงการ จะเห็นว่าโครงการนี้เอาเข้าจริงๆคือมี 3 เฟสด้วยกันนะคะ เรื่องวิวนี่มีผลแน่นอน ใครไปที่โครงการแนะนำให้เดินไปที่ตั้งที่ดินดูซักรอบค่ะ เพื่อจะนำมาประกอบการตัดสินใจตอนเลือกห้องให้ได้ง่ายขึ้น และการออกแบบตัวตึกนั้น ทิศห้องได้ทุกทิศเพราะอาคารเป็นตัว T ซึ่งจะมีห้องบางส่วนที่บังวิวระยะไกลกันเองบ้างนะคะ ส่วนห้องที่อยู่ชั้นล่างๆ จะได้เป็นวิวสระสวนไปแทน ส่วนแบบของห้องเริ่มขนาด 30 ตารางเมตร ก็จัดวางได้สบายไม่อึดอัดเท่าไรอยู่แล้ว ตั้งใจทำมาจับตลาดล้านกลางๆขึ้นไป ซึ่งก็ได้ห้องเยอะ และเพื่อนบ้านเยอะ โดยส่วนใหญ่รูปแบบห้องจะเป็นหน้าตาเดิมๆ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงการใช้งานเท่าไหร่
โครงการมีการวางราคาที่ค่อนข้างยึดกับทำเลห้องเป็นหลัก ห้องทำเลดีในแต่ละชั้นราคาไม่เท่ากับห้องทั่วไป ห้องใหญ่ๆยึดพื้นที่ทำเลดีๆของตึกจึงมีราคาต่อตารางเมตรที่สูงกว่าห้องปกติในตึกเดียวกันพอควร ซึ่งห้องสวยๆทำเลดีที่เป็นห้อง 2 Bed ราคามันก็จะโดดสูงขึ้นกว่าห้องทั่วไปพอสมควร
วัสดุของโครงการเมื่อเทียบกับราคาในตลาดปัจจุบันแล้ว ถือว่าได้ของโดยเฉลี่ยตามมาตรฐานราคา แต่จะมีของดีเกินราคาปนกับของที่คิดว่าน่าจะได้ดีกว่านี้ เช่น ครัวดีมาก สุขภัณฑ์ดี แอร์ดี แต่บางอย่างเช่น กระจก และกรอบอลูมิเนียมยังด้อยไปหน่อย และได้ของน้อยไปนิด เพราะให้มาแบบ Fully Fitted
ส่วนของมีเพิ่มเติมที่ห้องโฮมเธียเตอร์ สาธารณูปโภคแม้จะจัดมาให้ค่อนข้างครบ แต่การใช้งานอาจจะไม่สะดวกเพราะมีคนช่วยใช้เยอะหน่อยนะ
Judgement
การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้
ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%
เทียบกับราคา 76,000 บาทต่อตารางเมตร, 28 November 2014
- ทำเล 8.0/10 – ติดถนนเพชรเกษมและราชพฤกษ์ ซึ่งจะมีสถานีรถไฟฟ้า 2 สายใกล้รถไฟฟ้าในระยะเดินได้ เดินทางได้สะดวกทำเลโดยรวมมีอนาคต ผู้อ่านสามารถให้คะแนนมากกว่านี้ได้ถ้าไม่ติดใจถนนด้านหน้าและสภาพแวดล้อม
- เดินทางด้วยรถ 7.25/10 – เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวดี ทั้งเข้าเมือง และออกนอกเมือง แต่เวลาขากลับจะค่อนข้างลำบาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากใช้ถนนราชพฤกษ์ จะต้องกลับรถ 2 ที เพื่อเข้าโครงการบริเวณถนนเพชรเกษม และไม่มีทางด่วนใกล้เคียง และรถค่อนข้างติดในช่วงเร่งด่วน
- ไม่ใช้รถ 8.75/10 – ติดถนนใหญ่ 2 ด้าน สะดวกสบายครบเครื่องมาก Taxi ง่ายมาก สามารถเดินไปรถไฟฟ้าได้ หากรถไฟฟ้าเปิดใช้งาน คะแนนส่วนนี้จะเพิ่มขึ้นมาก
- วัสดุ 7.0/10 – วัสดุตามมาตรฐาน มีเด่นและด้อยปนกัน
- แบบ 7.0/10 – แบบอาคารถือว่าค่อนข้างมาตรฐาน เรียบง่าย ส่วนแบบห้องออกแบบพื้นที่ได้ค่อนข้างลงตัว เหมาะกับประโยชน์ใช้สอย แต่มีการบังกันอยู่บ้างระหว่างเฟส
- สาธารณูปโภค 7.5/10 – มีค่อนข้างครบ แต่คนช่วยแชร์ช่วยใช้ก็เยอะด้วย
- MAIN CLASS
- 7.65 / 10.00
BOTTOM LINE
โครงการ The President สาทร-ราชพฤกษ์ เป็นโครงการที่เหมาะสำหรับคนหาบ้านย่านฝั่งธนบุรี มองหาโครงการที่คุ้มค่าและใกล้รถไฟฟ้า มีงบประมาณ ระดับ 1.8 – 5 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนต่อเดือนที่ 13,000 – 36,000 บาท
ถ้าเห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด LIKE ให้หน่อยนะคะ จะได้มีกำลังใจทำรีวิวถัดๆไปค่ะ