รีวิวฉบับที่ 1432 … ในที่สุด “Sansiri” ก็มีโปรเจคจับมือร่วมทุนแลกเปลี่ยนและพัฒนาโครงการร่วมกับต่างชาติกับเค้าเต็มๆซะที พันธมิตรในคราวนี้เป็น Big Brand ของญี่ปุ่นอย่าง Tokyu Corporation บริษัทพัฒนาระบบรถไฟและอสังหาริมทรัพย์ในญี่ปุ่น ด้วยการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน ที่มีชื่อว่า  Sansiri TK One Company Limited กับโครงการที่ชื่อว่า TAKA HAUS EKAMAI 12 เราไปชมกันเลยครับ

Fact @ 12 September 2017

  • TAKA HAUS EKAMAI 12 (ทากะ เฮ้าส์ เอกมัย 12)
  • Sansiri TK One Company Limited (Sansiri + TOKYU)
  • LUXURY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment บ้านได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : วัฒนา
  • คอนโด Low Rise 2 อาคาร รวมทั้งหมดจำนวน 269 ยูนิต
  • (อาคาร A สูง 7 ชั้น มีจำนวนทั้งหมด 90 ยูนิต)
  • (อาคาร B สูง 8 ชั้น มีจำนวนทั้งหมด 179 ยูนิต)
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 18 ยูนิตที่อาคาร A
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 23 ยูนิตที่อาคาร B
  • ที่จอดรถช่องจอด 136 คัน คิดเป็น 50%(ไม่รวมจอดซ้อนคัน)
  • ที่ดินประมาณ 3 ไร่กว่า
  • เริ่มก่อสร้าง : Q4 2017 | คาดว่าจะแล้วเสร็จ : 2019
  • 1 – 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 30 – 71.50 ตร.ม
  • 1 Bedroom 1 Bathroom 30 – 44.75 ตร.ม. เริ่มต้น 4.49 ลบ.
  • 2 Bedroom 1 Bathroom 44.75 – 45 ตร.ม. เริ่มต้น 6.76 ลบ.
  • 2 Bedroom 2 Bathroom 47.50 – 68.75 ตร.ม. เริ่มต้น 7.73 ลบ.
  • 2 Bedroom 2 Bathroom 1 Bathroom in Living 71.50 ตร.ม. เริ่มต้น 12.30 ลบ.
  • ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน (อาคาร A : 2.60 เมตร / อาคาร B : 2.50 เมตร)
  • ราคาห้องเริ่มต้น 4.49 ล้านบาท
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการ AVG 170,000 บาท/ตร.ม.
  • EIA (การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) : อยู่ระหว่างดำเนินการ
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • Call Center : 1685
  • Pre-Sales 16-17 กันยายน 2560

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วครับ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างครับ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.729285, 100.591716

ทำเลของโครงการ TAKA HAUS เอกมัย 12 อยู่ในจุดที่อยู่ใจกลางย่านเอกมัย-ทองหล่อ ซึ่งเป็นหนึ่งในทำเล Top ของกรุงเทพมหานครที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในประเทศไทย เป็นแหล่งที่อยู่อาศัย ธุรกิจร้านค้า แหล่งช้อปปิ้งและร้านอาหารอร่อย Hi-end มากมายเปิดทั้งกลางวันกลางคืน

จากการประเมินราคาของกรมธนารักษ์ปี 2559-2562 ที่ดินในซอยทองหล่อมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 420,000 บาท ต่อตร.วา ส่วนที่ดินในซอยเอกมัยมีราคาอยู่ที่ 280,000 – 350,000 บาทต่อตารางวา ซึ่งราคาขายจริงน่าจะไปไกลกว่านั้นมากแล้ว ในขณะที่มีคอนโดขายตารางเมตรละกว่า 150,000 บาท เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ส่วนราคา Resale คอนโดมือสองระดับ Luxury ที่มีในซอยทองหล่อเดี๋ยวนี้ก็ทะยานไปตารางเมตรละ 160,000 – 200,000 บาทเข้าไปแล้ว ทำให้ย่านทองหล่อสะท้อนความเป็นที่อยู่อาศัยของกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูง โดยพฤติกรรมของผู้อยู่อาศัยคอนโดฯ ในย่านนี้โดยส่วนใหญ่นิยมกินดื่มนอกบ้าน ดังนั้นย่านนี้จึงเป็นแหล่งรวมของร้านอาหารชิคๆ มี Community Mall อย่าง Arena 10,The Commons, J Avenue, เวิ้งโบราณ รวมทั้งมีร้านกินดื่มและแหล่งเอ็นเตอร์เทนเมนต์จำนวนมากในระยะเดินถึง และมีโรงเรียนนานาชาติ Ekkamai International School ที่อยู่ในซอยเอกมัย 12 อีกด้วย

การเดินทางโดยใช้รถ ซอยเอกมัย 12 เป็นซอยที่เชื่อมระหว่างถนนเอกมัย(สุขุมวิท 63) กับถนนปรีดี พนมยงค์(สุขุมวิท 71) และเป็นถนนที่เชื่อมต่อกับทองหล่อซอย 10 ที่ใช้ไปทะลุถนนทองหล่อได้หรือจะใช้ไปถนนเพชรบุรี สุขุมวิท อโศก พร้อมพงษ์ พระราม 4 ก็สะดวก หากใครต้องการเข้าเมืองทางถนนพระราม 4 ก็จะมีซอยฝั่งตรงข้ามอย่างซอยสุขุมวิท 36 และ 40 สามารถใช้เป็นถนนเชื่อมไปออกพระราม 4 ได้ และซอยสุขุมวิท  42 ก็สามารถใช้เชื่อมจากถนนพระราม 4 เข้ามายังถนนสุขุมวิทได้

ทางลัดที่สามารถใช้เลี่ยงรถติดตรงปากซอยเอกมัยได้ คือซอยเอกมัย 10 (ซอย Health Land) วิ่งลัดๆลงมาออกถนนสุขุมวิทที่ซอย 65 ซึ่งต้องยอมรับจริงๆว่า ถนนตรงนี้ปริมาณรถเยอะ ทั้งกลางวันและกลางคืน ไม่มีสูตรตายตัวว่าต้องไปเส้นไหน ทางลัดตรงไหนรถจะไม่ติด แต่ทางที่ดีที่สุดคือต้องรู้จักให้ครบทุกทางแล้วช่างสังเกตเอาหน่อย เพื่อดูว่าช่วงเวลานี้ทางไหนจะติดน้อยติดมาก  สำหรับใครที่ใช้ทางด่วนจะมีทางด่วนรามอินทราช่วงสุดถนนเอกมัย และทางด่วนอาจณรงค์ที่ต้องวิ่งทะลุซอยสุขุมวิท 40 ไปออกฝั่งกล้วยน้ำไทครับ

เส้นทางรถ Shuttle Bus ของโครงการ แวะจอดถึง 2 สถานี (ทองหล่อ – เอกมัย – โครงการ)

เนื่องจากโครงการอยู่ในระยะที่ไม่ได้ใกล้ BTS เท่าไร คือมีระยะ 1.85 กิโลเมตรจาก BTS เอกมัย แต่โครงการจะมี Shuttle Service รับส่งจึงสามารถใช้รถไฟฟ้าเป็นตัวเลือกในการเดินทางได้ และจากสถานีเอกมัยถ้านั่งรถไปอีก 2 สถานี ก็จะถึงสถานีพร้อมพงษ์ซึ่งมีห้าง  Emporium , Emquartier และในอนาคตก็จะมี Emsphere อยู่ฝั่งเดียวกับ Emporium ติดกับสวนเบญจสิริอีก ถัดจากสถานี พร้อมพงษ์ก็จะเป็นสถานี อโศก ซึ่งเป็นจุดเชื่อมกับ MRT สถานีนี้จะมีห้างใหญ่อย่าง Terminal 21 อยู่ด้วย ถัดจากอโศกข้าม นานา เพลินจิตไปก็จะเข้าสู่ชิดลม และสยาม ตามลำดับ ซึ่งความสะดวกจะอยู่ตรงที่การเดินทางเข้าเมืองอย่างสีสม-สาทร เพลินจิต-สยาม สามารถนั่ง BTS ไปได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนสถานีให้เสียเวลา

การเดินทางในวันนี้เราจะเริ่มจาก BTS เอกมัย เพื่อดูสภาพแวดล้อมบนถนนเอกมัยที่มีทั้งอาคารสำนักงาน คอนโด ร้านอาหาร ห้าง และ Community Mall หลากหลาย ตรงไปเรื่อยๆจนถึงซอยเอกมัย 12 จากนั้นให้เลี้ยวขวาเข้าซอยไปประมาณ 650 เมตร ก็จะถึงโครงการ

เริ่มกันที่สถานีรถไฟฟ้า BTS เอกมัยที่อยู่บนถนนสุขุมวิท สถานีนี้คนจะไม่ได้ขึ้นลงเยอะเหมือนอย่างสถานีสำคัญ เช่น อโศก เวลารอรถก็พอจะมีที่เหลือให้เข้าไปได้ตลอด

E7_update (1)

จาก BTS เราเลือกใช้ทางออกหมายเลข 1 ที่ใกล้กับซอยเอกมัย (สุขุมวิท 63) มากที่สุด

ลงจากชานชาลามา 1 ชั้น ฝั่งซ้ายจะเห็น Gateway เอกมัย หากใครต้องการไปเดิน Shopping ก่อนก็สามารถเดินเชื่อมไปได้ แต่ต้องเลือกทางออก 4 นะ

เดินมาชมวิวมุมสูงกันหน่อย ด้านล่างคือถนนสุขุมวิท ไป 3 กลับ 3 เลน ส่วนทางลงจะมีทางแยก 2 ทาง คือฝั่งขวามือจะเป็นทางลงไปที่หน้าปากซอยเอกมัยเลย ส่วนฝั่งซ้ายมือจะเป็นทางเดินไปเชื่อมกับทางเข้า Major เอกมัย

เดินมาบน Sky Walk จะผ่านหน้าซอยเอกมัยพอดี จากมุมนี้จะเห็นบรรยากาศในซอยเอกมัยช่วงต้น ก็จะมีทั้งตึกสูงสลับกับอาคารพาณิชย์ ปนกันระหว่างอาคารสำนักงาน, คอนโดมิเนียม, ห้างสรรพสินค้า ทำให้บรรยากาศค่อนข้างคึกคักตลอดทั้งวัน

เดินลงมาจาก BTS เอกมัย เราจะเจอทางฟุตบาทค่อนข้างกว้างเดินสบายๆ

ร้านอาหารที่อยู่ฝั่งซ้ายคือร้านบ้านไร่กาแฟ จะเปิดตอนเย็นๆ บนฟุตบาทมีของกินขายอยู่ริมทางหลายร้านเลยช่วยให้บริเวณนี้คึกคักตลอดวันครับ

เดินไปอีกนิดนึงจะถึงแยกเอกมัย-สุขุมวิท หากตรงไปจะสามารถเข้าเมืองไปอโศก-สยามได้ ส่วนเราจะเลี้ยวขวาเข้าถนนเอกมัยกัน

จากตรงนี้จะมีทางม้าลายสามารถข้ามไปยัง Gateway เอกมัยได้ด้วย หรือถ้าใครมาจาก BTS แล้วอยากแวะช้อปปิ้งก่อน ก็สามารถใช้ทางเชื่อมจาก BTS เข้า Gateway เอกมัยได้เลย

เดินเลี้ยวซ้ายเข้ามายังถนนเอกมัย ตรงนี้จะเป็นร้านอาหารที่จะเปิดให้บริการในช่วงเย็น บรรยากาศจะคึกคักกว่านี้มาก

มองไปฝั่งตรงข้ามจะมีวินมอเตอร์ไซค์รอให้บริการอยู่ ถ้าเป็นช่วงเวลาเร่งด่วนจะเห็นคนมายืนต่อแถวใช้บริการกันเยอะอยู่นะครับ หากเรียกพี่วินจากตรงนี้ไปยังโครงการก็ราคาประมาณ 20 บาท

ถัดไปจะเห็นโครงการ Horizon อยู่ทางขวามือ โดยเปิดพื้นที่ภายในอาคารให้เช่าเป็นร้านอาหาร, ออฟฟิศ และภายในโครงการเดียวกันยังมีคอนโดมิเนียม สูงประมาณ 15-16 ชั้นด้วย ส่วนทางขวามือคืออาคาร BPS เป็นอาคารสำนักงาน

ไม่ไกลกันจะเป็นที่ตั้งของ Park Lane ที่เป็น Community Mall ด้านในมีร้านค้า ร้านอาหารชิคๆหลายร้าน ด้านหน้ามี True Coffee ให้มานั่งจิบกาแฟ คุยงานกันได้

ถัดจาก Park Lane จะเป็นอาคารสำนักงานสรชัย เป็นอาคารสำนักงานสูง 31 ชั้น ที่มีธนาคารกรุงเทพอยู่ใต้อาคาร

ถัดมาเป็นอาคารสำนักงานอีกแห่ง คือ Bangkok Business Center

บนถนนเส้นนี้จะมีร้านค้า ร้านอาหารตามอาคารพาณิชย์ อย่างร้านอาหารญี่ปุ่น ร้านเบเกอรี่ บางร้านก็เปิด 24 ชั่วโมง อย่าง โชคดีติ่มซำ

เลยมาหน่อยจะเจอ Big C Super Center และ Index Livingmall ภายในมีร้านอาหารและ Supemarket ให้มาซื้อของเข้าห้องกันได้

เยื้องๆ Cubic 63 จะเป็น Health Land เอกมัย ที่มีทั้งบริการนวดไทย นวดเท้า นวดอายุรเวท และโปรแกรมอื่นๆ รวมทั้งเอกมัยช็อปปิ้งมอลล์หรือเรียกอีกชื่อว่าเวิ้งโบราณ ที่เป็นแหล่งรวมร้านอาหาร คาเฟ่น่ารักๆ เช่น ร้าน Perhaps Rabbits’ ที่เป็นร้านเค้ก และร้านบ้านเพื่อน เป็นร้านอาหารและเครื่องดื่มบรรยากศชิลๆที่หลายคนชอบมา Hang out กัน | จริงๆ เราสามารถเข้าไปยังที่ตั้งโครงการ TAKA HAUS จากซอยเอกมัย 10 ตรงนี้ได้ด้วยนะ(ที่อยู่ข้างๆเอกมัยช็อปปิ้งมอลล์) (เข้าไปประมาณ 640 เมตร)

ถัดมาอีกนิดหนึ่งก็จะถึงสี่แยก หากเลี้ยวซ้ายจะไปยังซอยทองหล่อ 10 (เอกมัย 5) ซึ่งเป็นซอยที่เชื่อมไปซอยทองหล่อได้ หรือถ้าตรงต่อไปตามซอยเอกมัยจะสามารถไปทะลุถนนเพชรบุรีได้ครับ ส่วนเราจะเลี้ยวขวาจะไปซอยเอกมัย 12 ซึ่งสามารถเชื่อมไปซอยปรีดี พนมยงค์ ได้และเป็นซอยที่เป็นที่ตั้งของโครงการ

เมื่อเลี้ยวเข้ามาภายในซอยเอกมัย 12 หน้าปากซอยทั้งสองฝั่งจะเป็นอาคารพาณิชย์  4 ชั้นครึ่งโดยทางขวามือเป็นร้านเครื่องเขียน ส่วนทางซ้ายมือเป็นร้านแว่นตาเอกมัยและอู่ซ่อมรถ ที่ถัดไปเป็นโครงการ M ทองหล่อ

จากสี่แยกวิ่งเข้ามาประมาณ 150 เมตร ทางซ้ายมือเราจะเห็นโครงการ Ceil by Sansiri ที่ทางเราเคยได้ทำรีวิวไว้แล้ว “คลิกที่นี่” โดยด้านหน้าส่วนของอาคารจอดรถ Ceil ปัจจุบันถูกเนรมิตพื้นที่เป็น Sale Office Gallery ของโครงการ taka HAUS เอกมัย 12 ครับ (เดี๋ยวเราจะกลับมาดูด้านใน โดยจะไปไซท์ที่ดินโครงการก่อน)

ตรงกันต่อนะครับ ตัวซอยเอกมัย 12 หรือ ปรีดี พนมยงค์ 31 นี้นิยมใช้เป็นทางลัดจากพระโขนงเข้ามาสู่เอกมัย-ทองหล่อ ภายในซอยจึงมีปริมาณรถวิ่งเข้าออกหนาแน่นตลอดทั้งวัน จากเดิมซอยนี้จะเป็นถนนสองเลนธรรมดา ทำให้มีรถกระจุกตัวอยู่บ้าง แต่ปัจจุบันมีการขยายเลนถนนออกเป็นถึง 4 เลน ทำให้การจราจรดีขึ้นกว่าเดิม

ตรงมาช่วงกลางๆซอยนั้นการเดินรถจะเหลือ 3 เลนนะครับ โดยเว้นให้เลนนึงเป็นที่สำหรับจอดรถ เพราะช่วงนี้บริเวณนี้จะมีพวก CAFE ร้านอาหาร อยู่จำนวนนึง

ช่วงนี้กลางคืนก็ถือว่าเป็นแหล่งกินดื่มมีหลายร้านให้เลือกอยู่

หลักจากที่สี่แยกเข้ามาประมาณ 600 เมตร เราจะเจอกับสามแยกตรงนี้ ที่หัวมุมขวามือจุดสังเกตคือร้าน PESCA

เราเลี้ยวขวาตรงนี้ไปโครงการ (ถ้าตรงไปสามารถไปออกสุขุมวิท 71 , ปรีดีพนมยงค์ได้)

เลี้ยวขวาแค่ประมาณ 60 เมตร เราก็เห็นที่ตั้งโครงการอยู่ทางซ้ายมือแล้วครับ

Site ที่ดินโครงการมีการล้อมรั้วสูงปิดเอาไว้แล้ว ด้านในเริ่มมีการปรับเคลียที่ดิน

ส่วนที่ติดกับแปลงที่ดินโครงการทางทิศใต้เป็นร้านอาหาร The Accidental Butcher

ตรงนี้ถือว่าอยู่ในพื้นที่ของซอยเอกมัย 10 นะครับ ถ้าเราตรงไปตามทางประมาณ 600 เมตรกว่าจะไปออกตรงเวิ้งโบราณ เอกมัยช็อปปิ้งมอลล์ครับ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะครับ

ให้ดูสภาพแวดล้อมรอบๆโครงการกันสักหน่อย จริงๆแล้วเกือบทุกด้านของโครงการจะไม่ค่อยโดนบล็อควิวด้วยอาคารสูงเกิน 2 ชั้นในรอบๆโครงการเลยครับ เป็นชุมชนแนวราบอยู่อาศัยใกล้เคียง ยกเว้นแค่จุดเดียวคือทางทิศตะวันตกส่วนที่ติดถนนด้านหน้าโครงการ ตรงนี้จะมีแมนชั่นสูง 6 ชั้นอยู่ จะถือว่าอยู่ใกล้กับอาคาร B คนที่เลือกฝั่งด้านหน้านะ

“กดคลิกที่รูปเพื่อดูขนาดใหญ่ และวิวในส่วนที่ต้องการ”

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • Health Land, เวิ้งโบราณ, เอกมัยช็อปปิ้งมอลล์ ~ 650 เมตร
  • Arena 10  ~ 900 เมตร
  • Big C เอกมัย  ~ 900 เมตร
  • The Taste ทองหล่อ ~ 1.2 กิโลเมตร
  • อาคารสำนักงานสรชัย ~ 1.3 กิโลเมตร
  • J Avenue ~ 1.4 กิโลเมตร
  • Park Lane เอกมัย  ~ 1.4 กิโลเมตร
  • อาคารสำนักงาน  S.S.P. Tower  ~ 1.4 กิโลเมตร
  • Major Cineplex เอกมัย ~ 1.9 กิโลเมตร
  • Gateway เอกมัย  ~ 1.9 กิโลเมตร
  • Charn Issara Tower 2  ~ 2.8 กิโลเมตร


เจาะลึกตัวโครงการ

ก่อนที่จะเข้าถึงตัวโปรดักส์โครงการ ผมขอเกริ่นนิดหน่อยเกี่ยวกับโปรเจคนี้ taka HAUS ที่ทาง “Sansiri” ที่ได้ฤกษ์แถลงข่าว ถึงความร่วมมือกับ Tokyu Corporation บริษัทพัฒนาระบบรถไฟและอสังหาริมทรัพย์ในญี่ปุ่น ด้วยการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน ที่มีชื่อว่า  Sansiri TK One Company Limited กลุ่มแสนสิริจะถือหุ้นในสัดส่วน 70% และ กลุ่มโตคิวฯ จะถือหุ้นในสัดส่วน 29%

สำหรับ Tokyo Corporation  เริ่มดำเนินธุรกิจจากการก่อสร้างทางรถไฟสาย Meguro-Kamata ในปี 2565 กลุ่มโตคิวฯ มีบริษัทอยู่ภายใต้การดำเนินงานรวมทั้งสิน 221 บริษัท และบริษัทร่วมทุน 8 แห่ง ภายใต้การดำเนินงานของ Tokyo Corporation มีเครือข่ายครอบคลุมหลายภาคส่วน ตั้งแต่คมนาคมไป จนถึงอสังหาริมทรัพย์ ค้าปลีก และโรงแรมในประเทศไทย  Tokyo Corporation เคยร่วมทุนกับ ช.การช่าง ตั้งแต่ปี 2524 เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน และอาคารต่างๆ ล่าสุดได้มีการส่งมอบการก่อสร้าง MRT สายสีม่วง ที่แล้วเสร็จ กับธุรกิจค้าปลีก ห้าง Bangkok-Tokyu (ปัจจุบันมี 2 สาขานอกจากนี้ยังได้ร่วมทุนกับ “สหกรุ๊ป” ก่อตั้ง บริษัทร่วมทุน  บริษัท สหโตคิว คอร์ปอเรชั่น จำกัด  สร้างและบริหารอพารท์เม้นท์ สำหรับลูกค้าญี่ปุ่นที่มาทำงานแถวศรีราชา ในชื่อโครงการ HarmoniQ Residence Sriracha

ความร่วมมือในระยะยาวที่ทั้งสองฝ่ายเล็งเห็น ไม่เพียงเป็นการเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจ แต่เป็นการสร้างฐานลูกค้าในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งยังเป็นตลาดที่แสนสิริไม่ค่อย “คล่อง” มากนัก ถือเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของทั้งสองฝ่าย และใช้แบรนด์ของ Tokyu เข้ามาดึงดีมานด์ชาวญี่ปุ่นบนย่านเอกมัยด้วย โดยโครงการแรกที่พัฒนาร่วมกัน ก็คือ taka HAUS (เอกมัย 12) นั่นเองครับ มีมูลค่าโครงการ 2,000 ลบ. เป็นคอนโด Low Rise 7-8 ชั้น 2 อาคาร จำนวน 269 ยูนิต เริ่มก่อสร้างปลายปีนี้ และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2019

กลับมาที่ Sale Office Gallery บริเวณทางเข้ามีการตกแต่งด้วยโครงเหล็กพ่นสีในแบบเดียวกับที่จะใช้ในโครงการ

ด้านในพื้นที่ Sale Gallery มีการตกแต่งด้วยโทนสีขาวสบายตาใช้พื้นกระเบื้องลายไม้ และผนังกับโต๊ะตกแต่งด้วยหินอ่อนสไตล์ของ แสนสิริ

ที่หน้าเตาน์เตอร์ บริเวณนี้จะมี Sale ให้สอบถามรายละเอียดโครงการอยู่หลายท่านนะครับ ตอนนี้โครงการเปิด Presale แล้ว สามารถเข้าไปเยี่ยมชมกันได้เลย

TAKA – ทากะ ในภาษญี่ปุ่นหมายถึง เหยี่ยว เป็นคอนเซ็ปท์ของโครงการ ซึ่งตามความเชื่อญี่ปุ่นสื่อถึงสิ่งที่ดี ความเป็นสิริมงคลในการใช้ชีวิต นับเป็นหนึ่งใน 3 ความฝันที่ดีในช่วงปีใหม่สำหรับการเริ่มต้นใช้ชีวิต สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายของโครงการทากะ เฮาส์ ซึ่งรักอิสระ คล่องแคล่ว ปราดเปรียว และนอกจากนี้รูปแบบโครงการยังมีความโดดเด่นที่มีฟังก์ชั่นการอยู่อาศัย ที่มียูนิต เลย์เอาท์ให้เลือกมากกว่า 30 แบบ กับจำนวนห้องพักทั้งหมดเพียง 269 ยูนิต

ภาพจำลองบรรบากาศภายในโครงการ ทางขวามือนั้นจะเป็นส่วนของอาคาร A ซึ่งมีแค่ 7 ชั้นเท่านั้นเลยได้ Floor to ceiling 2.60 เมตร และทางซ้ายมือเป็นอาคาร B สูง 8 ชั้น ได้สูง 2.50 เมตร โดบการจัด Landscape พื้นที่ Facility นั้นถูกออกแบบให้อยู่กึ่งกลางระหว่างอาคาร และเชื่อมต่อเข้าไปยังด้านในอาคาร A ชั้น 1-3

Main Facility นั้นถูกจัดตำแหน่งไว้ด้านในอาคาร A มีทั้งส่วน Indoor และ Outdoor ความพิเศษ อีกอย่างของโครงการคือ มีการนวัตกรรมต่างๆ เข้ามาใช้ในโครงการ ไม่ว่าจะเป็น Sansiri Home Service Application, Smart Locker, EV Charging Station, Home Automation, และ Alexa (Echo Dot by Amazon)

มุม Library เป็นส่วนแรกสุดที่เข้ามาด้านในอาคาร A จะเจอ ซึ่งเราจะเห็นถึงโครงเหล็ก Decorate สีแดง จะเหมือนกันกับด้านหน้า Sale Gallery โครงการนั่นเอง เอามาใช้เป็นเส้นลวยลายแนวตั้งตกแต่งตัดกับโทนไม้

ด้วยความโดดเด่นของแสนสิริ ที่เน้นว่าทุกโครงการต้องมีการตกแต่งด้วย “หินอ่อน” ผมเลยไปถามว่าที่โครงการนี้มีใช้หินอะไรบ้างไหมและที่จุดไหนบ้าง ได้แก่

  • Sequoia Brown (พื้นหิน บริเวณ lobby)
  • Pallisandro Classico (ตกแต่งผนัง fitness)
  • Corteccia (พื้นหิน บริเวณ lift lobby อาคาร B)

ภาพจำลองบรรยากาศในส่วนของ Game Room ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงห้องเล่นเกมส์นะครับ แต่เป็นห้องที่สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นด้วยบานเลื่อนกระจกด้านในเองได้ โดยมีจุดนึงจะเป็นห้อง Bike Simulator ให้ปั่นจักรยานพร้อมมองวิวเสมือนปั่นจริงจากจอแสดงภาพ และอีกห้องนึงวางโต๊ะปิงปองเอาไว้ให้เป็นกีฬาที่เล่นง่ายได้ทั้งกับครอบครัวและเพื่อน ตรงกลางสามารถปรับพื้นที่เป็น YOGA Area ได้

ที่ด้านนอกของ Game Room มีทางเดินเล่นออกไปยังพื้นที่สวนหย่อมตรงกลาง และเราจะเห็นส่วนของ Tree House ที่มีกระจกโดยรอบเพื่อให้กลมกลืนกับธรรมชาติอีกด้วย

ภาพจำลองบรรยากาศส่วนของห้องออกกำลังกาย Fitness ที่ชั้น 2 โดยอย่างที่บอกว่าผนังเค้าใช้ หินอ่อน Pallisandro Classico ในการตกแต่งและใช้เส้นวดลายไฟ LED แนวตั้งเป็นตัวนำสายตา + กับพรมที่ห้องนี้เลือกพรมอย่างดีแบบเดียวกับที่ใช้ในโครงการ 98 Wireless ด้วย

ตัวเครื่องออกกำลังกาย ถ้าดูจากภาพจะวางเอาไว้ให้ประมาณ 7 เครื่อง (นับรวมบาร์ดัมเบล)

ขึ้นมาที่ชั้น 3 เป็นส่วนของสระว่ายน้ำ และส่วนหย่อมด้านข้าง โดยมีการจัดให้เล่นระดับกันคนมาเดินสวนก็มองไม่เห็นคนว่ายน้ำอยู่ ในส่วนของสระว่ายน้ำเป็นระบบเกลือ ขนาดของสระอยู่ที่ประมาณ 5.85 x 16 เมตร โดยขนาดสระอาจจะไม่ได้ใหญ่มาก แต่มีการใช้นวัตกรรมอย่าง Endless Jet Pool หรือ สระว่ายน้ำทวนกระแส และ Under Water Trade Mill หรือ ลู่วิ่งใต้น้ำ เข้ามาทำให้สระว่ายน้ำมีสีสรรน่าใช้งานมากขึ้น

มาดู Master Plan โครงการกัน ภายในโครงการถูกแบ่งยูนิตที่อยู่อาศัยออกเป็น 2 อาคารด้วยกัน คือ อาคาร A และอาคาร B โดยอาคาร A จะมีทั้งหมด 7 ชั้น(ชั้นใต้ดิน 1 ชั้น) ที่ชั้น 1 ด้านในอาคารจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางอาทิเช่น Library, Entertainment Room, Co-Kitchen, Mailbox Locker, Game Room, Laundry เป็นต้น และมีทางออกไปที่ด้านนอกระหว่างสองอาคารซึ่งจัดเป็นพื้นที่สีเขียวทั้งหมด และมีห้อง Tree House ด้วย

ส่วนอาคาร B จะเป็น Layout รูปตัว L (แต่ถูกหั่นกลาง) ที่อาคารนี้จะมี 8 ชั้น มียูนิตที่พักอาศัยอยู่ตั้งแต่ชั้น 1 – 8 เลย โดยจากแปลนจะเห็นว่าโครงการได้สร้างทางเชื่อมของอาคาร B ไว้ เพื่อให้แยกความเป็นส่วนตัวออกเป็นโซนๆ ถึงแม้การเข้าออกจากห้องพักอาศัยจำเป็นต้องใช้ลิฟท์ฝั่งที่มียูนิตเยอะและเดินผ่านทางเชื่อมไปยังส่วนนั้นแต่ด้วยการออกแบบที่เอาพื้นที่ห้องออกไปทำให้มองเห็นพื้นที่ส่วนกลาง(มองไปทางอาคาร A) จะทำให้ได้เห็นวิวทุกครั้งที่เดินกลับหรือออกจากบ้าน

[อาคาร A] ส่วนที่ชั้น 2 จะเป็นอาคารจอดรถ แต่จะเห็นว่ามีทางเดินจากชั้นล่างเพื่อขึ้นมายัง Fitness และจะมียูนิตที่อยู่อาศัยเริ่มต้นที่ชั้น 3

[อาคาร B] โดยมียูนิตเฉลี่ยของอาคาร B อยู่ที่ประมาณ 23 ยูนิตต่อชั้น

ที่ชั้น 3  (อาคาร A) จะเป็นพื้นที่ส่วนกลางประกอบไปด้วย สระว่ายน้ำ, สวนหย่อม, ห้องแต่งตัว ที่ชั้นนี้จะเริ่มมีห้องพักอาศัยแล้วนะครับ

(อาคาร B) เป็นส่วนพักอาศัยเต็มรูปแบบ ใครที่อยู่ชั้น 4-8  จะได้วิวสระและสวนข้ามมายังฝั่งนี้ ได้วิวสวย แต่การเดินมาใช้งานไกลกว่าต้องเข้ามาจากทาง Lobby A เท่านั้น

ตั้งแต่ชั้น 4-8 ขึ้นไปแปลนห้องพักอาศัยก็จะเหมือนกันหมดนะครับ

  • (อาคาร A สูง 7 ชั้น มีจำนวนทั้งหมด 90 ยูนิต)
  • (อาคาร B สูง 8 ชั้น มีจำนวนทั้งหมด 179 ยูนิต)
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 18 ยูนิตที่อาคาร A
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 23 ยูนิตที่อาคาร B

 

 

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ ขนาด 5.85 x 16 เมตร
  • Endless Jet Pool (สระว่ายน้ำทวนกระแส) และ Under Water Trade Mill (ลู่วิ่งใต้น้ำ)
  • ห้องออกกำลังกาย 1 ห้อง ขนาดปานกลาง
  • ใส่เครื่องออกกำลังกายประมาณ 7 เครื่อง (รวมบาร์ดัมเบล)
  • สวนหย่อมรอบโครงการ หรือพื้นที่สีเขียวภายในโครงการทั้งหมด 1,500 ตร.ม.
  • ลิฟท์โดยสาร 2 ตัว/อาคาร | ไม่มี Service Lift
  • อัตราส่วนลิฟท์ตึก A 45 : 1
  • อัตราส่วนลิฟท์ตึก B 90 : 1
  • ที่จอดรถช่องจอด 136 คัน คิดเป็น 50%(ไม่รวมจอดซ้อนคัน)
  • ระบบ CCTV / Access Card / Proxy Lift
  • Lobby Lounge
  • Library
  • Game Room
  • Co-Kitchen
  • Entertainment Room
  • Tree House
  • Garden Jogging Track


Product Walkthrough

 

โครงการนี้ขายแบบ Fully Fiited นะครับ โดยได้ของมาตรฐานดังนี้ Funiture บริเวณครัวทั้งหมด, Hob&Hood, ชุดตู้เก็บรองเท้า, แอร์ 2-3 ตัว, Digital Door Lock YALE, Home Automation, และ Alexa (Echo Dot by Amazon) ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน (อาคา A 2.60 เมตร และ อาคาร B 2.50 เมตร)

แปลนห้องตัวย่างแรกที่จะพาไปดูคือแบบ 1F เป็นห้อง 1 ห้องนอน ขนาด 40.25 – 41.50 ตร.ม. โดบเปิดเข้าไปจะเจอกับส่วนครัวก่อน หลังจากนั้นจะไปเชื่อมต่อกับพื้นที่ขนาดใหญ่อย่าง Living Area ที่สามารถเป็นมุมห้องทำงานในตัวได้ด้วย ห้องนี้มีระเบียงในตัวและเป็นแบบ Double Balcony (ระเบียง 2 ชั้น) ที่สามารถขยายพื้นที่นั่งเล่นได้ ในส่วนของห้องน้ำก็เข้าได้จากทางห้องนั่งเล่นหรือห้องนอนก็ได้ครับ ห้องนอนขนาดกว้างเป็นแนวลึกฟังก์ชั่นครบ แต่ไม่มีระเบียง

เข้าไปจะเจอกับส่วนครัวก่อน โดยพื้นส่วนนี้จะเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ เหมาะกับงานทำความสะอาดมากกว่า

ทางขวามือเป็นพื้นที่โซนครัวอย่างชุดตู้ติดผนังและ Pantry (เราได้ตามนี้มาตรฐานเลย)

Fiiting หน้าบานเปิดปิดของที่นี่จะเป็น Soft Close ทั้งหมด มีการกรุผนังกระเบื้องเอาไว้ให้แล้ว สำหรับเวลาทำครัวกระเด็นไปเลอะ สามารทำความสะอาดได้ง่ายกว่า

ท๊อปครัวของที่นี่ได้เป็นหินควอทซ์ ซึ่งทนต่อแรงขีดข่วนได้สูงและดูดซับน้ำได้ต่ำ พวก Hob&Hood และ อ่างล้างจานของที่นี่จะเป็น MEX ทั้งหมดหน้าตาดูดีกว่าระดับทั่วไป

พื้นที่ด้านล่างแบ่งชั้นเป็นช่องต่างๆ ทั้งวางไมโครเวฟ เก็บของใช้บริเวณครัว หน้าบานเป็นลายไม้ธรรมชาติ

ส่วนของ Pantry ครัว ฝังลูกเล่นการปรับฟังก์ชั่นเป็นโต๊ะรับประทารอาหารได้ ยืดเข้ายืดออกเวลาใช้งาน

ตรงข้ามกับ Pantry ครัว จะเป็นตู้เก็บรองเท้า , พื้นที่วางตู้เย็นและเครื่องซักผ้า

ผมลองเปิดหน้าบานให้ดูคือ เก็บของได้เยอะมาก พวกส่วนที่เป็นงานเฟอร์นิเจอร์บริเวณนี้เราได้นะครับ

มุมด้านล่าง ตำแหน่งเราวางเครื่องซักผ้าตรงนี้ได้เลย จะได้ใช้งานระเบียงได้อย่างจริงจัง

ถัดจากครัว จะเชื่อมต่อด้วย Living Area ขนาดใหญ่แล้ว พื้นถูกปรับเปลี่ยนเป็นลามิเนตสีไม้อ่อน ตรงกลางห้องจัดวางโซฟาเอาไว้ และด้านหลังเป็นมุมโต๊ะทำงานอ่านหนังสือ

เฟอร์นิเจอร์ส่วนชั้นวางทีวีเราไม่ได้นะครับ แต่ทางโครงการแจ้งว่ามีสามารถทำให้ได้ อยู่ในส่วนของ Furniture Package ที่ซื้อเพิ่มเอา ไม่ต้องไปหาทำจากที่อื่น

ตรงส่วนนี้เราจะได้ช่องแสงเชื่อมต่อกับประตูทางออกไประเบียง ซึ่งเป็นประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน

ประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน เฟรมอลูมิเนียมพาวเดอร์โค๊ทสีเทา ตัวกระจกบานเป็นสีดำน้ำเงินช่วยกรองแสงแดดได้เป็นอย่างดี

จุดเด่นของห้องนี้คือ Double Balcony ที่เวลาเราต้องการพื้นที่สเปซจากห้องนั่งเล่นเพิ่ม ก็เปิดประตูตรงนี้ออกได้ พื้นในส่วนของระเบียงให้มาเป็นไม้เทียม ซึ่งด้านล่างนี้เค้ามีการปรับลโลปให้เอียงระบายน้ำไปทางเดรนได้เลย

นี่ครับผนังกระจกเต็มบานกว้างและยาว ซึ่งเป็นตัวฉากกั้นห้องกับนอกอาคารอีกชั้น โดยสามารถเลื่อนเปิดปิดได้(ช่วงด้านบนเท่านั้น)

ในส่วนของ Facade อลูมิเนียมพ่นสีส้มที่อยู่ด้านนอกตรงนี้ มีลูกเล่นนะครับ สามารถเลื่อนซ้ายขวาปรับเปลี่ยนได้

ประโยชน์ของการเลื่อนได้แบบนี้คือ ถ้าเราต้องการเปิดหน้าต่างที่ระเบียงทิ้งไว้โดยไม่เปิดแอร์ แต่ไม่อยากให้คนจากข้างนอกมองเข้ามาเห็นเราตรงๆ ก็เลื่อนเจ้า Facade มาบังตรงส่วนนี้ได้เลย

จากระเบียงมองย้อนกลับมาในห้องนะครับ เดี๋ยวเราจะไปดูในส่วนห้องน้ำกัน

ภายในห้องน้ำ อย่างแรกดูที่ผนังตกแต่งก่อนเลย โครงการกรุผนังแยกด้วยผิว 2 แบบ ทำให้เป็น 2 อารมณ์เลย คือพื้นที่ส่วนแห้งเค้าใช้เป็นผนังกระเบื้องลายหินอ่อน และพื้นที่ส่วนเปียกใช้เป็นกระเบื้องลายไม้ ดูตัดและเข้ากันดี

ลองเปิดหน้าบานจากชุดตู้เก็บของบริเวณอ่างล้างมือ คือสามารถเก็บของใช้ต่างๆที่จำเป็นในห้องน้ำได้มากพอสมควร มีการเล่นไฟซ่อนให้ด้วย

ที่รอบๆอ่างยังสามารถวางข้าวของเครื่องใช้ได้อีกนะ ในห้องน้ำพวกวัสดุทั้งหมดจะได้เป็นของ COTTO เป็นหลัก หรือเทียบเท่านะ

ทางซ้ายมือเป็นส่วนของพื้นที่อาบน้ำที่แยกส่วนเปียกด้วยกระจกนิรภัยฉากกั้นเอาไว้

หน้าตาของชุดฝักบัว ดูดี มี Mode ปรับรูปแบบของน้ำได้

ด้านบนมีติด Rain Shower ให้ด้วยครับ ถือว่าครบ

ทางขวามือของอ่างล้างมือ เราจะเห็นส่วนของสุขภัณฑ์ และมีประตูทางเข้าออกจากทางฝั่งห้องนอนได้ด้วย

สุขภัณฑ์ของ COTTO ตัวนี้เราจะได้เป็นแบบกึ่งอัตโนมัติ แบบที่เราใช้ที่ญี่ปุ่นใช้กันบ่อยๆ

เข้ามาดูในส่วนของห้องนอนกันบ้าง ของจริงจะเป็นห้องเปล่ามาตรฐาน ให้ดูการตกแต่งมุมฟังก์ชั่นต่างๆจากห้องตัวอย่างนะ

เข้ามาทางซ้ายมือเป็นมุมแต่งตัวเกือบทั้งหมดเชื่อมยาวไปจนถึงบริเวณทางเข้าห้องน้ำ

ถ้าใครจะทำตู้เสื้อผ้าแนะนำให้ Built-In ชนฝ้าเพดานแบบนี้ไปเลยนะครับ จะได้พื้นที่ใช้สอยคุ้มค่าที่สุด

ในส่วนของพื้นที่วางเตียงนอน สามารถวางเตียง King Size ได้เลย เพราะห้องนอนกว้างมาก ที่ปลายเตียงสามารถติดทีวีแขวนผนัง สำหรับใครชอบนอนดูทีวี ระยะทางเดินปลายเตียงข้างเตียงเหลือไม่อึดอัดนะ ประมาณ 50-60 ซม.ครับ

ช่องแสงในห้องนอนกว้างเต็มพื้นที่ แต่สามารถเปอดกระทุ้งออกได้แค่จุดเดียวมุมนี้นะครับ เพราะในเรื่องส่วนของเซฟตี้ด้วย

ห้องตัวอย่างอีกห้องที่จะพาไปดูคือแบบ 2l เป็น 2 ห้องนอน ขนาด 67 ตร.ม. ห้องตำแหน่งนี้จะเป็นตำแหน่งพิเศษที่อยู่ตามมุมอาคาร(ดูซ้ายล่างประกอบ) โดยเปิดประตูเข้ามาเราจะเจอกับ Terrace ก่อนซึ่งจะดูเหมือนบ้านเลย พื้นที่ Terrace เหมือนเป็น Foyer ขนาดใหญ่ปรับอารมณ์ก่อนเข้าไปสู่ส่วนพักอาศัยจริง เข้าไปด้านในจะเจอกับห้องนั่งเล่นเชื่อมกับห้องทานอาหาร แจกทางไปยังห้องต่างได้แก่ ครัวปิด, ห้องน้ำ(ที่ห้องรับแขกใช้ร่วมกับห้องนอนเล็ก) และสุดท้าย Master Bedroom ที่มีห้องน้ำในตัว และได้หน้าต่าง Bay Window ช่องแสงขนาดใหญ่รับวิวเต็มๆสะใจ

หน้าตาประตู “เฉพาะห้องแบบนี้” เท่านั้น ที่มีการออกแบบเจาะรูช่องแสงและลม ให้ลอดผ่านไปได้

ไม่ต้องกลัวใครมาแอบส่องแอบมองนะ เพราะช่องอีกด้านเค้ามีการเจาะให้เยื้องกัน มองเข้าไปไม่ให้หรอก เห็นแต่ผนัง

หน้าตาของ Digital Door Lock YALE  ที่ใช้งานได้ทั้ง 3 ระบบ คือ รหัส, คีย์การ์ด และ สแกน

เปิดประตูเข้ามาเราจะเจอกับ Terrace ก่อนซึ่งจะดูเหมือนบ้านเลย

พื้นที่ Terrace เหมือนเป็น Foyer ขนาดใหญ่ปรับอารมณ์ก่อนเข้าไปสู่ส่วนพักอาศัยจริง อีกทั้งยังทำเป็นพื้นที่เก็บของใช้ชิ้นใหญ่ได้

มีหน้าต่างช่องแสงอยู่ที่ปลาย Terrace สามารถเปิดให้ลม Flow ได้

ในส่วนทางเข้าห้องพัก มีประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอนขนาดใหญ่อีกชั้น

เข้ามาด้านในจะเจอกับห้องนั่งเล่นเชื่อมกับห้องทานอาหาร แจกทางไปยังห้องต่างได้แก่ ครัวปิด, ห้องน้ำ(ที่ห้องรับแขกใช้ร่วมกับห้องนอนเล็ก) และสุดท้าย Master Bedroom ที่มีห้องน้ำในตัว

โซนนั่งเล่นรับแขก ก็กว้างนะครับ ระยะดูทีวีประมาณ 3 เมตรได้เลย

ที่ใกล้ๆกับหน้าต่างช่องแสงในมุมห้องนั่งเล่น สามารถจัดโซฟาเบด มาทำเป็นมุมอ่านหนังสือเล็กๆแบบนี้ได้ (ตรงนี้ก็ได้หน้าต่างเข้ามุมนะ)

มองย้อนกลับไปอีกฝั่ง เราจะเห็นส่วนของห้องครัว (ได้เป็นครัวปิดด้วย)

ทางซ้ายมือของทางเข้าห้องครัว จะเห็นตู้เก็บรองเท้า Built-In ทำมาให้แบบนี้เสร็จสรรพเลยครับ

ครัวได้เป็นประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน สูงจรดฝ้าเพดานเลย พื้นครัวเป็นแกรนิตโต้เช่นเคยครับ เหมาะสำหรับโซนครัว

ที่ด้านบนฝ้าเพดานมีการเจาะ “ช่องทางเดินลม” เพื่อช่วยในเรื่องของ Ventulation ผลักกลิ่นออกจากห้องครัวไปสู่ที่ดูดควัน

ชุดอุปกรณ์ครัว จะได้เหมือนกับครัวห้องก่อนหน้า แต่ห้องนี้จะมีพื้นที่สำหรับเตีรยมอาหารกว้างกว่าครับ

ชุดตู้เกือบของด้านหลัง รวมถึงช่องวางไมโครเวฟและเครื่องซักผ้า

พอเราออกมาจากห้องครัว หันไปทางซ้ายเราจะเจอกับประตู 3 บาน ซึ่งผมเอาลูกศรชี้ไว้แล้วว่ามีห้องอะไรบ้าง เดี๋ยวจะไล่ไปดูจากซ้ายไปขวานะครับ

ในส่วนของห้องน้ำ ก็ได้ฟังก์ชั่นมาตรฐานที่แยกส่วนแห้งและเปีกยเช่นเดียวกัน

สิ่งที่ต่างออกไปจากห้องก่อนคือ โถสุขภัณฑ์ของห้องนี้จะเป็นแบบปกตินะครับ เพราะว่าห้อง Type นี้มีห้องน้ำ 2 ห้อง (ตัวโถแบบกึ่งอัตโนมัติจะไปอยู่ในห้องนอนใหญ่)

ชอบทูโทนหินอ่อนและไม้ตัดกันแบบนี้ ดูดีจริงๆ

ห้องถัดไปในแปลนห้องเขียนว่าเป็นห้องนอนเล็ก ด้วยขนาดของห้องนี้สามารถทำได้หมดเลยครับ ทั้งห้องนอน, ห้องทำงาน, ห้องดูหนัง ฯลฯ ตามความอเนกประสงค์ของเจ้าของบ้าน นอกจากจะกว้างและยังได้หน้าต่างช่องแสงเต็มบานอีกด้วย

ถ้าเลือกเป็นห้องทำงานก้ดีครับ แยกส่วนออกมาห้องนั่งเล่นเลยเป็นสัดส่วนและดูสงบน่าใช้งานมากกว่า

สุดท้ายห้อง Master Bedroom เข้ามาเป็นส่วนของทางเดิน ขวามือเป็นพื้นที่ตู้เสื้อผ้า / ซ้ายมือเป็นประตูทางเข้าห้องน้ำ

พื้นที่ตู้เสื้อผ้าอยู่ตรงข้ามกับทางเข้าห้องน้ำ ยาวเชื่อมต่อไปกับมุมโต๊ะเครื่องแป้ง

ห้องน้ำแยกส่วนอาบน้ำเหมือนกัน แต่ที่พิเศากว่าคือห้องนี้จะมีอ่างอาบน้ำด้วย

เจ้าโถกึ่งอัตโนมัติของ COTTO กลับมาแล้วในห้องนี้ครับ

ด้านบนเป็นตู้ติดหน้าบานผนังกระจกซ่อนไฟสวยๆ

ด้านในแบ่งเป็นชั้นๆ เอาไว้เก็บของแยกหมวดหมู่

มุมชุดฝักผัว

พื้นที่อาบน้ำที่ถูกดันออกมาสุดเอาไว้ใกล้กับช่องแสงเพราะว่า คนญี่ปุ่นเค้าถือว่าต้องล้างตัวให้สะอาดก่อนลงอ่าง ตำแหน่งเลยมาอยู่ใกล้กันแบบนี้เลยครับ

หน้าต่างช่องแสงที่อยู่ติดกับอ่างอาบน้ำ ทำให้ห้องน้ำดูโปร่งโล่งสบายตา

ออกมาจากห้องน้ำ ทางขวามือเป็นมุมโต๊ะเครื่องแป้ง และทางซ้ายมือเป็นมุมเตียงนอนครับ

มุมวางเตียงนอน ที่วางเตียงไซส์ไหนก็ได้เพราะกว้างมาและเดินไปได้รอบๆทุกด้านไม่มีติดขัด นอนรับวิวสวยๆ

จุดเด่นไฮไลท์คือห้องนอนนี้แหละ ที่ได้ BayWindow ช่องแสงขนาดใหญ่นอนรับวิวแนวกว้างแบบนี้ครับ 😀

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 12 September 2017

  • 1 Bedroom 1 Bathroom 30 – 44.75 ตร.ม. เริ่มต้น 4.49 ลบ.
  • 2 Bedroom 1 Bathroom 44.75 – 45 ตร.ม. เริ่มต้น 6.76 ลบ.
  • 2 Bedroom 2 Bathroom 47.50 – 68.75 ตร.ม. เริ่มต้น 7.73 ลบ.
  • 2 Bedroom 2 Bathroom 1 Bathroom in Living 71.50 ตร.ม. เริ่มต้น 12.30 ลบ.
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการ AVG 170,000 บาท/ตร.ม.
  • Fully Furnished / Partly Furnished / Fully Fitted / Standard Room / Bare Shell
  • ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน (อาคาร A : 2.60 เมตร / อาคาร B : 2.50 เมตร)
  • Kitchen & Sink + Hob & Hood
  • Shuttle Bus ไปกลับ BTS ทองหล่อ และ BTS เอกมัย
  • จอง + ทำสัญญา + ดาวน์ (ติดต่อ Sale หน้างาน เพราะแต่ละ Type ราคาไม่เท่ากัน)
  • ค่ากองทุน 600 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 77 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ


เจาะลึกรวบยอด

ทำเล TAKA HAUS EKAMAI 12 ตั้งอยู่ในซอยเอกมัย 12 หรือเอกมัย 10 ซอยที่ทะลุจากทองหล่อซอย 10 มาได้ ระยะทางราว 1.8 กิโลเมตรจากสถานี BTS เอกมัย ใกล้ Gateway Ekamai ถือว่าอยู่ในจุดที่เป็นใจกลางของใจกลางย่านเอกมัย-ทองหล่อ ซึ่งเป็นหนึ่งในทำเล Top ของกรุงเทพมหานครที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในประเทศไทย เป็นแหล่งที่อยู่อาศัย ธุรกิจร้านค้า แหล่ง ช้อปปิ้งและร้านอาหารอร่อย Hi-end มากมายเปิดทั้งกลางวันกลางคืน ในย่านนี้โดยส่วนใหญ่นิยมกินดื่มนอกบ้าน ดังนั้นย่านนี้จึงเป็นแหล่งรวมของร้านอาหารชิคๆ มี Community Mall อย่าง Arena 10,The Commons, J Avenue, เวิ้งโบราณ รวมทั้งมีร้านกินดื่มและแหล่งเอ็นเตอร์เทนเมนต์จำนวนมากในระยะเดินถึง และมีโรงเรียนนานาชาติ Ekkamai International School ที่อยู่ในซอยเอกมัย 12 อีกด้วย

การเดินทางโดยใช้รถ ค่อนข้างสะดวก ซอยเอกมัย 12 เป็นซอยที่เชื่อมระหว่างถนนเอกมัย(สุขุมวิท 63) กับถนนปรีดี พนมยงค์(สุขุมวิท 71) และเป็นถนนที่เชื่อมต่อกับทองหล่อซอย 10 ที่ใช้ไปทะลุถนนทองหล่อได้หรือจะใช้ไปถนนเพชรบุรี สุขุมวิท อโศก พร้อมพงษ์ พระราม 4 ก็สะดวก หากใครต้องการเข้าเมืองทางถนนพระราม 4 ก็จะมีซอยฝั่งตรงข้ามอย่างซอยสุขุมวิท 36 และ 40 สามารถใช้เป็นถนนเชื่อมไปออกพระราม 4 ได้ และซอยสุขุมวิท  42 ก็สามารถใช้เชื่อมจากถนนพระราม 4 เข้ามายังถนนสุขุมวิทได้ ทางลัดที่สามารถใช้เลี่ยงรถติดตรงปากซอยเอกมัยได้ คือซอยเอกมัย 10 (ซอย Health Land) วิ่งลัดๆลงมาออกถนนสุขุมวิทที่ซอย 65 สำหรับใครที่ใช้ทางด่วนจะมีทางด่วนรามอินทราช่วงสุดถนนเอกมัย และทางด่วนอาจณรงค์ที่ต้องวิ่งทะลุซอยสุขุมวิท 40 ไปออกฝั่งกล้วยน้ำไท

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ โครงการอยู่ในระยะที่ไม่ได้ใกล้ BTS คือมีระยะราวๆ 1.8 กิโลเมตรจาก BTS เอกมัย แต่โครงการจะมี Shuttle Service รับส่งทั้งสองสถานีอย่างทองหล่อและเอกมัย จึงสามารถใช้รถไฟฟ้าเป็นตัวเลือกในการเดินทางได้ และจากสถานีเอกมัยถ้านั่งรถไปอีก 2 สถานี ก็จะถึงสถานีพร้อมพงษ์ซึ่งมีห้าง  Emporium , Emquartier ถัดจากสถานี พร้อมพงษ์ก็จะเป็นสถานี อโศก ซึ่งเป็นจุดเชื่อมกับ MRT สถานีนี้จะมีห้างใหญ่อย่าง Terminal 21 อยู่ด้วย ถัดจากอโศกข้าม นานา เพลินจิตไปก็จะเข้าสู่ชิดลม และสยาม ตามลำดับ ซึ่งความสะดวกจะอยู่ตรงที่การเดินทางเข้าเมืองอย่างสีสม-สาทร เพลินจิต-สยาม สามารถนั่ง BTS ไปได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนสถานีให้เสียเวลา

วัสดุ โครงการนี้ขายแบบ Fully Fiited นะครับ โดยได้ของมาตรฐานดังนี้ Funiture บริเวณครัวทั้งหมด, Hob&Hood และอ่างของ MEX, ชุดตู้เก็บรองเท้า, แอร์ 2-3 ตัว, Digital Door Lock YALE, ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน (อาคา A 2.60 เมตร และ อาคาร B 2.50 เมตร) พื้นได้ลามิเนต,แกรนิตโต้ (แต่ผนังห้องน้ำได้กรุกระเบื้องหินอ่อน,กระเบื้องลายไม้) พวกเฟรมวงกบอลูมิเนียมได้อย่างหนาเป็นพาวเดอร์โค๊ท ห้องน้ำได้ของ COTTO หน้าตาดูดี มีโถกึ่งอัตโนมัติและ Rain Shower โดยรวมได้ของดีที่สอดคล้องกับราคา

การออกแบบ ตัวอาคารใช้โทนสีขาวตัดด้วย Facade สีส้ม(สามารถเลื่อนได้จากมุมห้องนั่งเล่น) / Layout ของยูนิตมาที่นี่มีให้เลือกมากกว่า 30 แบบ ทั้งห้องแบบ 1 ห้องนอน และ 2 ห้องนอนที่มีขนาดตั้งแต่ 30 ตร.ม. ไปจนถึง 71.50 ตร.ม. มีการผสมผสานฟังก์ชั่นบางอย่างที่ชาวญี่ปุ่นชอบอย่าง Terrace ด้านหน้า, มีอ่างอาบน้ำในพื้นที่อาบน้ำ ถือว่ามีตัวเลือกที่หลากหลายเหมาะกับคนที่มีความต้องการไม่เหมือนกัน

สาธารณูปโภค ด้วยจำนวนยูนิตแค่ 269 ยูนิตทำให้ส่วนกลางมีราคาสูงหน่อย แต่ต้องบอกว่า ให้มาเยอะมากสำหรับคอนโด Low Rise อีกทั้งมีการเอานวัตกรรมเทคโนยีต่างๆเข้ามาร่วมในพื้นที่ส่วนกลางอีก Sansiri Home Service Application, Smart Locker, EV Charging Station, Endless Jet Pool (สระว่ายน้ำทวนกระแส) และ Under Water Trade Mill (ลู่วิ่งใต้น้ำ) และพื้นที่ส่วนกลางอื่นๆ โดยรวมผมถือว่าให้เยอะมากและน่าใช้งาน

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับราคาเฉลี่ยทั้งโครงการ AVG 170,000 บาท/ตร.ม., 12 September 2017

  • ทำเล 7/10 – อยู่ในซอยย่อย บริเวณกลางๆของเอกมัย เชื่อมไปทองหล่อ-ปรีดีฯ-เพชรบุรี ง่าย
  • เดินทางด้วยรถ 7.5/10 – ค่อนข้างสะดวก สามารถลัดเลาะไปออกถนนใหญ่ได้หลายเส้นทาง แต่ให้ที่จอดรถมาน้อยไปหน่อย
  • ไม่ใช้รถ 7.5/10 – ไม่ได้อยู่ใกล้รถไฟฟ้า แต่โครงการมี Shuttle Service รับส่งทั้ง 2 สถานี (ทองหล่อ, เอกมัย)
  • วัสดุ 7.75/10 – Fully Fiited ได้ของดีแต่ก็สอดคล้องกับราคาที่ต้องจ่ายไป
  • แบบ 8.5/10 – มีหลายแบบและหลาย Layout มีตัวเลือกเยอะ และจัดได้ค่อนข้างลงตัว แยกฟังก์ชั่นแต่ละมุมเป็นสัดส่วน
  • สาธารณูปโภค 9/10 – ให้มาเยอะมากถ้าเทียบอัตราส่วน มีความหลากหลาย และตกแต่งได้น่าใช้งาน
  • LUXURY CLASS
  • 7.61 / 10.00

BOTTOM LINE

taka HAUS เอกมัย 12 เหมาะกับคนที่มองหาคอนโดในย่านเอกมัย ทองหล่อ สุขุมวิท ที่เน้นแบรนด์เนม ชอบคอนโดดีไซน์สมัยใหม่ เป็นส่วนตัว มี Facilities ครบครันหลากหลายและหรูหราจบในโครงการ เดินทางด้วยรถส่วนตัวเป็นหลักและหวังพึ่งพารถไฟฟ้าอยู่บ้าง ได้ห้องขนาดใหญ่ มีห้องให้เลือกเยอะ มีงบประมาณระดับ 4.5 – 14 ล้าน หรือมีกำลังผ่อนประมาณ  31,500 – 98,000 บาท/เดือน