covers n siam 177

รีวิวฉบับที่ 815 … สวัสดีค่าผู้อ่านทุกท่าน วันนี้เราพามารีวิวคอนโดทำเลใจกลางกรุงเทพกันกับโครงการ  Sync Nature Siam (ซิงค์ เนเจอร์ สยาม)  โครงการนี้เป็นโครงการคอนโด Low Rise 8 ชั้นตั้งอยู่ในซอยเกษมสันต์ 3 ถนนพระราม 1 ห่างจาก BTS สถานีสนามกีฬาแห่งชาติประมาณ 260 เมตร ตรงข้ามสนามศุภชลาศัย, ใกล้ BTS สถานีสยาม สถานีเชื่อมต่อไปยังถนนสีลม และถนนสุขุมวิท ใกล้สยามพารากอน, สยามดิสคัฟเวอรี่, มาบุญครอง, สยามเซ็นเตอร์, พิพิธภัณฑ์บ้านจิมทอมป์สัน และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คาดว่าจะแล้วเสร็จช่วงกลางปี 2559 หรือปีหน้านี้ค่ะ กับราคาเริ่มต้นที่ 8.12 ล้านบาท

Fact @ 7 April 2015

  • Sync Nature Siam (ซิงค์ เนเจอร์ สยาม) 
  • บริษัท สายชลพัฒนา จำกัด (SAICHOL PATANA CO.,LTD)
  •  LUXURY  (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • คอนโด Low Rise 8 ชั้น 1 อาคาร 81 ยูนิต
  • ที่ดินโครงการ  1-1-37.8 ไร่
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 14 ยูนิต ที่ชั้น 3-6
  • พื้นที่ใช้สอย 44.60 – 153.8 ตารางเมตร
  • Bedroom 44.60 – 58.08 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 8.12 ล้านบาท
  • Bedrooms  65.47 – 84.13 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 11.86 ล้านบาท
  • 3 Bedrooms 91.32 – 130.75 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 17.81 ล้านบาท
  • Duplex 94.38 – 153.88 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 17 ล้านบาท
  • ที่จอดรถ 71 คัน ไม่รวมจอดซ้อนคัน คิดเป็น 87% รวมจอดซ้อนคันแล้วจอดได้ 99 คันคิดเป็น 100%
  • ฝ้าเพดานสูง 2.5 m.
  • ราคาเริ่มต้น 8.12 ล้านบาท หรือประมาณ 180,000 บาทต่อตารางเมตร
  • เริ่มก่อสร้าง มี.ค. 2558
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งโครงการ : ช่วงกลางปี 2559
  • http://syncnature-siam.com/
  • โทร  02-217-3020

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างนะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด 13.748035,100.527311

Screen Shot 2558-04-09 at 9.59.31 PM

แผนที่จากทางโครงการค่ะ

โครงการ Sync Nature Siam ตั้งอยู่ในซอยเกษมสันต์ 3 ห่างจาก BTS สนามกีฬาแห่งชาติประมาณ 260 เมตรค่ะ ที่ตั้งโครงการอยู่ฝั่งขาเข้าของถนนพระราม 1  วิ่งไปทางแยกปทุมวัน สยาม ชิดลม เพลินจิต อโศก สีลม  ถ้าใครทำงานในเมืองโซนนี้ ขับรถจากโครงการไปก็สะดวกมากค่ะ เพราะก็อยู่ในโซนใจกลางเมืองด้วยกันอยู่แล้ว การวิ่งไปจุดต่างๆในย่าน CBD จริงๆก็ไม่ได้ห่างกันซักเท่าไหร่

สำหรับคนไม่ใช้รถ  ด้วยระยะห่างเพียงแค่ประมาณ 450 เมตรจากโครงการถึงแยกปทุมวันก็คงจะบ่งบอกได้แล้วว่า โครงการนี้อยู่ในใจกลางกรุงเทพมหานครแค่ไหน และการที่อยู่ห่างจากสถานีสยามแค่เพียงสถานีเดียวก็ย่อมมีความแตกต่างกับคนที่ต้องนั่งรถไฟฟ้ามาจากแบริ่งเพื่อมาสยามแน่นอน ระยะเวลาที่ใช้มันต่างกันเกือบ 10 เท่า (3 นาทีกับครึ่งชั่วโมง) ทำให้การใช้ชีวิตอยู่แถวนี้ดูจะเป็นเรื่องง่ายเสียจริงๆ

นอกจากนี้การเดินทางโดยไม่ใช้รถจากโครงการนั้นสามารถทำได้หลากหลายแบบ ไม่ว่าจะทางหลักๆอย่างรถไฟฟ้าคือเดินมาขึ้นบันไดเลื่อน BTS สถานีสนามกีฬาประมาณ 260 เมตร ถ้านั่งยาวจากสถานีสนามกีฬาแห่งชาติก็จะวิ่งไปทางสายสีลม สนามกีฬาแห่งชาติ – บางหว้า เลย คนที่ทำงานโซนสีลม สาทร ก็ไม่ต้องเปลี่ยนสถานีค่ะ สามารถนั่งยาวไปลงได้เลย แต่ถ้าทำโซนเพลินจิต อโศก ทองหล่อ ก็นั่งมาสถานีเดียวถึงสถานีสยามซึ่งเป็นสถานี Interchange หมอชิต – แบริ่ง แล้วเปลี่ยนสายไปทางแบริ่งต่อนั่นเอง

สำหรับคนที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศหรือต้องไปสนามบินบ่อยๆ จะเดินทางไปต่อ Airport link ไปสุวรรณภูมิที่สถานีพญาไทก็ทำได้ง่ายค่ะ ก็คือนั่ง BTS ไปสถานีพญาไทซึ่งอยู่ห่างออกไป 3 สถานีแล้วต่อ Airport link พญาไท เข้าไป ชั่วโมงเร่งด่วนรถติดมากๆเดินออกมาปากซอยแค่ 100 เมตรก็มีวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างพาหลบรถติดไปไหนมาไหน รถ Taxi หรือตุ๊กๆ แถวนี้ก็หาง่าย

หรือจะขึ้นเรือโดยสารคลองแสนแสบที่ท่าเรือสะพานหัวช้าง ไปเที่ยวย่านเก่าๆอย่างไปลงท่าเรือผ่านฟ้าลีลาศ หรือจะไปเปลี่ยนสายที่สายที่ท่าเรือประตูน้ำวิ่งไปทางทองหล่อหรือบางกะปิได้ (เช็คเส้นทางเดินเรือได้ที่นี่ค่ะ) ทำให้การคมนาคมในย่านสยามโดยไม่ใช้รถยนต์จะสะดวกกว่าการใช้รถในระยะใกล้ๆอย่างที่ยกตัวอย่างไปค่ะ ซึ่งก็เป็นเหตุผลหลักๆที่ย่านนี้มีโรงแรมเยอะ เพราะนอกจากจะใกล้ห้างและแหล่งช้อปปิ้งมากมายแล้ว ความสะดวกสบายในการเดินทางก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้บรรดานักท่องเที่ยวชอบมาพักที่โซนนี้ค่ะ

aaBTS-ราชเทวี-Web-3 copy

สำหรับคนใช้รถ ถนนเส้นหลักของโครงการคือถนนพระราม 1 ซึ่งก็เป็นโซนที่พักอาศัยของคนอยู่ย่านสยามนี้นะคะในขณะที่ถนนพญาไทหรือเพชรบุรีจะน้อยกว่า ถ้าจะขับเข้าเมืองไปอโศกหรือสุขุมวิทก็ขับตามทางไปตรงๆง่ายๆเลยค่ะไม่ซับซ้อน เพราะเป็นถนนพระราม 1 มุ่งหน้าไปทางแยกปทุมวัน วิ่งเข้าเมืองย่าน CBD อยู่แล้ว  จากแยกปทุมวันตรงไปแยกราชประสงค์ตรงไปเป็นเพลินจิต สุขุมวิท อโศก ส่วนคนที่ทำงานย่านสีลมพอเจอแยกราชประสงค์วิ่งลงทางทิศใต้หรือวิ่งทางถนนราชดำริลงไปจะเจอถนนสีลมแล้วค่ะ

สำหรับคนที่ใช้ทางด่วนนะคะ  คือจุดขึ้นลงมันไม่ได้อยู่ที่เส้นพระราม 1 ตรงๆ แต่จากโครงการ เราขับมาแยกปทุมวันเหมือนเดิม แล้วเลี้ยวซ้ายขึ้นไปทางถนนพญาไทจนเจอแยกราชเทวี เลี้ยวซ้ายอีกทีไปทางถนนเพชรบุรีทิศตะวันตกมุ่งหน้าไปเรื่อยๆจะเจอถนนบรรทัดทอง และไปตัดกับถนนพระราม 6 ที่แยกอุรุพงษ์ ซึ่งตรงนี้ก็คือทางขึ้น-ลงทางด่วนยมราชนั่นเองค่ะ เราลากเส้นประสีน้ำเงินมาให้ดูกันงงใน map แล้วค่ะ  ส่วนถนนเพชรบุรีทิศตะวันออก วิ่งไปเรื่อยๆก็จะไปเจอทางขึ้นทางด่วนไปบางนา-ดาวคะนอง ที่เลยถนนวิทยุไปอีกหน่อย ก่อนจะถึงนานาเหนือที่วิ่งไปเข้าอโศก สุขุมวิทได้เหมือนกัน

placeScreen Shot 2558-04-15 at 12.19.55 AM

โครงการตั้งอยู่ใกล้สยาม ใกล้แยกปทุมวัน ซึ่งเป็นทำเลหายากที่ไม่ได้มีโครงการคอนโดขึ้นมาให้เห็นบ่อยนักนะคะ ส่วนใหญ่ย่านนี้จะเป็นโรงแรมซะมากกว่า พอเวลามีโครงการขึ้นมาส่วนใหญ่ราคาก็อยู่ระดับ Luxury เหมือนๆกันกับ Sync Nature Siam นี้แทบจะทั้งหมดค่ะ เนื่องจากความพีคของทำเลนี้นั่นเอง จาก Map จะเห็นความหนาแน่นของห้างใหญ่ๆและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆในย่านนี้นะคะ

จากที่ตั้งโครงการในซอยเกษมสันต์ 3 เราสามารถเดินออกจากห้องไปดูหอศิลป์กรุงเทพ BACC,ห้าง Tokyu, MBK เดินบน Sky walk ของ BTS สนามกีฬาข้ามแยกปทุมวันเชื่อมไปสถานีสยามได้เลย ข้ามไปก็จะเจอ สยามสแควร์, สยามดิส, สยามพารากอน, สยามเซ็นเตอร์, สยามสแควร์วันห้างเปิดใหม่ ได้อย่างสบายๆใครเรียนจุฬารีบไปเรียนนั่งมอเตอร์ไซค์หน้าปากซอยไป 5-10 นาทีถึงคณะได้ชิวๆ หรือจะเดินมาขึ้น BTS เที่ยว ห้างใหญ่ติด BTS ใกล้ๆให้ช้อปปิ้งก็มีเยอะ Terminal 21 ที่ BTS อโศก, Central Embassy, Central ชิดลม ที่ BTS เพลินจิต หรือจะไปหาอะไรทานที่ Emporium หรือห้างเปิดใหม่ Emquartier  และเดินเล่นที่สวนสาธารณะเบญจสิริ ก็ลง BTS พร้อมพงษ์ได้สบายๆค่ะ ถ้าอยากซื้อของสดเข้าบ้าน ไม่ไป Tokyu ก็จะมี Lotus อยู่ใกล้ๆ เดินไปซื้อของสดเข้าห้องได้สบายๆค่ะ เราไปดูภาพถ่ายการเดินทางกันต่อเลยค่ะ

s n siam 3

เริ่มกันจากสถานีสนามกีฬาฯ สถานีที่อยู่ห่างจากโครงการประมาณ 260 เมตรค่ะ

s n siam 242

ตัวสถานีมีทางเชื่อมไปห้าง Tokyu และ MBK

s n siam 245

และมีทางเชื่อมไปหอศิลป์กรุงเทพหรือ BACC ด้วย ใครชอบเดินดูงานอาร์ตก็มาเดินเล่นได้แบบสบายๆ แถมมีห้องสมุดและร้านกาแฟดีๆอยู่ชั้นล่างของหอศิลป์ให้ไปนั่งดื่มชิวๆอีกด้วย

s n siam 247

จากสถานีสนามกีฬาฯ จะมี Sky walk ข้ามแยกปทุมวันเชื่อมไปสถานีสยามได้

aaaaScreen Shot 2558-04-15 at 2.18.43 PM-checker copy

สยามเป็นอีกหนึ่งจุดที่มีความเจริญสูงสุดของประเทศ ใกล้จุฬาฯ แถมได้แสงสีของตัวเมืองเต็มๆ และยังใกล้ห้างใหญ่นับสิบห้าง อยากได้อะไรมีหมด มีสยามพารากอน เซ็นทรัลเวิร์ล สยามสแควร์ MBK ฯลฯ บวก Detail ปลีกย่อยอื่นๆย่านนี้ยังมีอีกเพียบ ร้านกินร้านนั่งร้านนอนเป็นร้อยร้าน แหล่งช้อปปิ้งชั้นดี และบรรดาแผงขายของริมถนนใกล้ BTS สยามที่ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ากทม.จะเอาไงแน่ แต่เดินผ่านทีไรก็ตอดเงินเราไปได้ทุกที เพราะของสวยๆล่อตาล่อใจเพียบ นอกจากนี้ยังอยู่ใกล้กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของประเทศ ซึ่งมันก็มีความเจริญและคับคั่งของย่านมหาวิทยาลัยอยู่ สาวๆหนุ่มๆนักศึกษาเยอะ เสื้อผ้าแฟชั่น อาหาร ความบันเทิงย่านนี้ก็เยอะตามไปด้วย และมีหลายเรตราคาให้บริโภค มีทั้งราคาถูกยันราคาแพง และมีความอินเทรนด์อยู่เสมอ

Screen Shot 2558-04-15 at 2.29.12 PM

ที่ BTS สยาม ฝั่งตรงข้ามพารากอนจะมีห้างใหม่ชื่อ Siam Square One ที่มีร้านอาหาร ร้านขนมมาเปิดเพียบ เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของย่านนี้ขึ้นไปอีก

กลับมาที่สถานีสนามกีฬาฯกันต่อ ถ่ายป้ายบอกทางของแต่ละประตูทางออกให้ดูค่ะ สำนักงานขายโครงการ Sync Nature Siam จะอยู่ที่โรงแรม [email protected] Design ที่ปากซอยเกษมสันต์  3 นะคะ ก็คือเราต้องไปออกที่ทางออก 1 นั่นเอง

โอเค ทางออก 1 เลี้ยวขวาลงบันไดไปเลย

ลงมาจะเห็นป้ายรถเมล์ตรงข้ามสนามกีฬาศุภชลาศัยอยู่นะคะ รถเมล์สายที่วิ่งผ่านจะมีสาย 15, 47, 48ร, 73, 73ก, 204, 508 ส่วนสายไหนจะวิ่งไปไหนบ้างนั้นเข้าไปอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ  แถวด้านหลังป้ายรถเมล์จะมี 7-11 อยู่ด้วย แต่พอเราลงมา ให้หันหลังกลับเดินไปอีกทางนะคะ

เราหันหลังกลับเดินมาทางโรงแรม Mercure ค่ะ

ตรงไปเรื่อยๆ แถวนี้โรงแรมเยอะ รถ Taxi เยอะค่ะ แต่ Taxi แถวนี้ไม่ค่อยรับคนไทยนะคะจากที่สังเกตมา เน้นรับนักท่องเที่ยวกันมากกว่า

ถัดมาหน่อยนึงก็จะเจอพี่วินมอเตอร์ไซค์อยู่

อัตราค่าโดยสารค่ะ จริงๆจากตรงนี้เดินไปโครงการได้สบายๆ แต่ถ้าจะนั่งมอเตอร์ไซค์ไปโครงการจริงๆก็คิด 10 บาทค่ะ วินมอเตอร์ไซค์นี่จะตั้งอยู่ใต้บันไดเลื่อนขึ้น BTS สนามกีฬาฯ ซึ่งห่างจากโครงการประมาณ 250 – 260 เมตรเท่านั้นค่ะ

เดินตรงต่อไปผ่านร้านขายของกระจุกกระจิกออกไป

ผ่านออกมาก็จะเจอบันไดเลื่อนขึ้น BTS สนามกีฬาฯแล้วค่ะ

mapsnsiamScreen Shot 2558-04-13 at 9.46.23 PM

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

โครงการ Sync Nature Siam ตั้งอยู่ในซอยเกษมสันต์ 3 ห่างจากบันไดเลื่อนของ BTS สถานีสนามกีฬาแห่งชาติประมาณ 260 เมตร จากไดอะแกรมภาพขยายรอบโครงการด้านบนจะเห็นว่าตึกที่อยู่รอบๆโครงการมีความสูงอยู่ประมาณ 4 – 8 ชั้นเป็นส่วนใหญ่ค่ะ อาคารที่อยู่ใกล้ทางทิศเหนือจะมีอาคารที่พักอาศัยสูง 6 ชั้นและโรงแรม Happy 3 สูง 6 ชั้น ทิศตะวันตกติดถนนซอยเกษมสันต์ 3 ฝั่งตรงข้ามโครงการจะมีโรงแรม 4 ชั้นชื่อ Vista Residence Bangkok สูง 4 ชั้นอยู่ ทิศใต้ของโครงการเป็นบริษัทความสูงประมาณ 4 ชั้น ส่วนทิศตะวันออกของโครงการเป็นอาคารที่พักอาศัยสูง 8 ชั้น หันหน้าไปทางซอยเกษมสันต์ 2 ค่ะ  สังเกตว่ารอบๆโครงการส่วนใหญ่จะเป็นอาคารที่พักอาศัยและโรงแรมสำหรับรับชาวต่างชาติซะเป็นส่วนใหญ่ค่ะ เพราะเป็นโซนใจกลางเมืองด้วยส่วนนึง

ที่ตั้งโครงการอยู่ห่างจากถนนใหญ่พระราม 1 ประมาณ 100 เมตร เดินออกมาจะเจอวินมอเตอร์ไซค์ตรงข้ามโรงแรมสยาม@สยามที่ปากซอยซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานขายโครงการ Sync Nature Siam ที่อยู่ชั้น 7 ด้วยค่ะ ทางเดินข้างถนนจากปากซอยมุ่งหน้ามา BTS สนามกีฬาแห่งชาติจะมีธนาคาร โรงแรม และศูนย์ Nissan อยู่ ข้างทางก็มีแผงลอยขายอาหารอยู่หลายร้านอยู่ ตั้งกันเป็นประจำทุกวันโดยมีพนักงานย่านนี้และบรรดานักท่องเที่ยวที่ผ่านไปผ่านมาคอยอุดหนุนอยู่ ไปดูภาพกันต่อเลยค่ะ จากจุดขึ้น BTS สนามกีฬาฯไปที่ตั้งโครงการ

หน้าบันไดเลื่อนจะเป็นซอยเกษมสันต์ 2 ปากซอยเป็น Nissan Service Center

Screen Shot 2558-04-15 at 3.45.06 PM

ด้านหน้า Nissan Service Center

เดินตรงต่อมาขวามือจะเป็นโรงแรม Holiday inn Express

มองเข้าไปในโรงแรม Holiday inn Express จะมี Mc Donald อยู่ด้วยค่ะ

เดินตรงผ่านโรงแรม Holiday inn Express มาจะเจอแผงขายอาหารข้างทางเอาไว้ขายพนักงานแถวนี้ค่ะ

ถัดจากแผงผลไม้หน้าธนาคารกรุงไทยแอบเห็น Muppy ของ Thinkofliving มาอยู่แถวนี้ด้วย อันนี้เป็น Muppy ตอนงาน Condo Expo ที่จัดไปแล้วที่พารากอนช่วงตรุษจีนที่ผ่านมาค่ะ

หน้าธนาคารกรุงไทยจะมีป้ายแท้กซี่อัจฉริยะอยู่ แต่เห็นรถตุ๊กๆมาจอดเพียบเลย

ถัดมาก็จะเป็นโรงแรม [email protected] Design ปากซอยเกษมสันต์ 3 ที่สำนักงานขายของ Sync Nature Siam ตั้งอยู่

มองเข้าไปในซอยเกษมสันต์ 3  เป็นถนน 2 เลนเล็กๆค่ะ แบบนี้รถพอสวนเข้าออกได้นะคะ แต่ถ้ามีรถมาจอดข้างทางนี่จะแบบว่ามีความตะกุกตะกักนิดหน่อย ต้องมีรอๆถอยๆกันบ้าง

ทางเข้า Lobby  โรงแรมจะอยู่ทางซ้ายมือของต้นซอยเกษมสันต์ 3  สำนักขายโครงการจะอยู่ชั้น 7

ขึ้นลิฟต์ไปดูสำนักงานขายกันก่อนค่อยไปดูที่ตั้งโครงการกันนะคะ กดลิฟต์ขึ้นไปชั้น 7

ขึ้นมาแล้วเลี้ยวซ้ายมานิดนึงจะสำนักงานขายโครงการ Sync Nature Siam แล้วค่ะ

ภายในสำนักงานขายจะมีห้องตัวอย่าง โมเดลโครงการ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายคอยบริการให้ข้อมูลอยู่

ออกจากสำนักงานขายลงมาชั้นล่างที่ซอยเกษมสันต์ 3  จากหน้าโรงแรมเราเดินไปดูที่ตั้งโครงการกันต่อค่ะ

เดินเข้าไปในซอยจะเห็นบรรดานักท่องเที่ยวที่มาพักโรงแรมในซอยเดินสวนออกมาให้เห็นอยู่เรื่อยๆค่ะ ฝรั่งบ้างจีนบ้าง เข้ามานิดนึงจะเห็นบริษัท GEM Production อยู่ทางขวามือ เป็นบริษัทสูง 4 ชั้นอยู่ติดกับโครงการ Sync Nature Siam นั่นเอง

ถัดมาหน่อยก็จะเห็นรั้วล้อมของโครงการ   Sync Nature Siam แล้วค่ะ

ถนนหน้าโครงการเป็นแบบนี้

ฝั่งตรงข้ามโครงการเป็นโรงแรมชื่อ Vista Residence Bangkok สูง 4 ชั้นอยู่  ค่าที่พักวันละประมาณ 1,700 – 1,900 บาท ไม่มีลิฟต์นะคะ

รั้วโครงการ Sync Nature Siam

ข้อมูล  Site ก่อสร้างของโครงการ

s n siam 202 copy

ตอนนี้กำลังอยู่หว่างเตรียมงานพื้นและฐานรากกันอยู่เราเลยถ่ายจากด้านหน้ารั้วมาให้ดูกันนะคะ อาคารที่อยู่ใกล้ทางทิศเหนือ(อาคารสีเปลือกไข่ซ้ายมือติดรั้วโครงการ)จะเป็นอาคารที่พักอาศัยสูง 6 ชั้น

s n siam 201 copy

ส่วนทิศตะวันออกของโครงการหรือส่วนด้านหลังรั้วโครงการจะเป็นอาคารที่พักอาศัยสูง 8 ชั้น หันหน้าไปทางซอยเกษมสันต์ 2 ค่ะ

s n siam 205 copy

ทิศใต้ของโครงการ(ขวามือของรั้วโครงการ)เป็นบริษัท GEM Production ความสูงประมาณ 4 ชั้น  ส่วนวิวตึกสูงที่เห็นในภาพจะเป็นตึกของโรงแรม Holiday inn และ Mercure ที่ติดกับถนนใหญ่พระราม 1 ค่ะ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • สนามศุภชลาศัย 280 m.
  • Lotus 400 m.
  • หอศิลป์กรุงเทพฯ BACC 400 m.
  • MBK 550 m.
  • Siam Discovery 600 m.
  • Siam Center 700 m.
  • Siam Paragon 900 m.
  • Digital Gateway 800 m.
  • Siam Square One 900 m.
  • วัดปทุมวนาราม 1.1 km.
  • Central World 1.3 km.
  • จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 750 m.
  • โรงเรียนสาธิตจุฬา 1.8 km.
  • โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา 1.2 km.


เจาะลึกตัวโครงการ

เอาโมเดลมาให้ดูก่อนจะไปดูผังโครงการกันนะคะ  ตัวอาคารออกแบบมาในสไตล์ Modern มีการใช้สีเปลือกอาคารและวัสดุที่ต่างกันให้เกิดมิติของชั้นมากขึ้น โดยวัสดุภายนอกและโทนสีที่ใช้จะเป็นแนว Earth Tone อย่างกระเบื้องหินและไม้สำเร็จเป็นหลัก ทางเข้าอาคารอยู่ฝั่งซอยเกษมสันต์ 3 รูปทรงอาคารเป็นรูปตัว U มี Courtyard อยู่ตรงกลาง ที่ Courtyard จะมีสระว่ายน้ำ ห้องฟิตเนส และสวน จัดพื้นที่ส่วนกลางหลักๆไว้ตรงกลางชั้น 1 ชั้น 2 และอีกส่วนคือที่ชั้นดาดฟ้าของอาคารจัดเป็นสวนมาให้

ยูนิตด้านข้างของโครงการที่ไปติดกับอาคารข้างๆ สังเกตว่าระเบียงจะยุบเข้าไปในตัวห้อง

ให้ดูด้านข้างของโครงการอีกฝั่งค่ะ ระเบียงก็จะยุบเข้าไปเช่นกัน

ยูนิตด้านในตัว U หรือยูนิตที่หันหน้าเข้าหา Courtyard ที่ปีกอาคารทั้ง 2 ฝั่ง ระเบียงจะยื่นออกมาจากตัวยูนิต แต่ส่วนตรงกลางของตัว U ระเบียงจะยุบเข้าไปในยูนิตเช่นกัน เพื่อเพิ่มระยะห่างระหว่างของแต่ละระเบียงให้ไม่ชนกันมากไป ให้มีความเป็นส่วนตัวในระดับนึง

คนที่มายืนที่ระเบียงก็จะเห็นวิว Courtyard จะเห็นส่วนสระว่ายน้ำ ที่นั่งข้างสระ และสวนแบบ Tropical ของโครงการด้านล่าง แต่ในระดับสายตาตรงๆก็เห็นวิวระเบียงฝั่งตรงข้ามของห้องอื่นๆด้วยนะ

ทางเดินเข้าทางเดียวกับทางเข้าออกรถค่ะ แต่สังเกตว่าที่หน้าป้อมรปภจะมีทางเดินเท้ามาให้ด้านข้างด้วย รั้วรอบโครงการสูง 3 เมตรค่ะ

1stfloors n siam 15

ชั้นแรกของอาคารเข้าประตูมาจะเป็นส่วนของที่จอดรถ และยังมีชั้นใต้ดินอีก 1 ชั้นที่สามารถจอดรถได้อีก มีทางลาดขึ้นลง จำนวนที่จอดรถประมาณ 71 คัน หรือ 87% ของจำนวนยูนิตไม่รวมจอดซ้อนคันนะคะ แต่ถ้ารวมจอดซ้อนคันก็จอดได้ 100% ค่ะ เทางเข้าอาคารคือทางเข้าติดถนนด้านหน้า ทางเดียวกับทางเข้ารถค่ะ โดยจะมีทางเท้าเพิ่มให้ด้านข้าง

ทางเข้า Lobby เป็นแบบ Double Height Lobby หรือ Lobby แบบผนังสูงค่ะ ผลที่ได้ก็คือตัวLobby ของโครงการก็จะดูโปร่งขึ้น โครงการมีลิฟต์ โดยสาร 2 ตัวค่ะ โดยโถงลิฟต์จะอยู่ถัดจาก lobby การเข้าสู่ตัวโถงลิฟต์จะเป็นระบบ Access Keycard ค่ะ

นอกจากนี้ชั้นล่างที่ Courtyard จะมีสระว่ายน้ำกลางแจ้ง ระบบเกลือ ขนาดประมาณขนาด 6.1 x 15.8 เมตร สระผู้ใหญ่ลึก 1.2 เมตร  อยู่ค่ะ มีที่นั่งข้างสระ และมีห้องฟิตเนสวิวสระน้ำอยู่ข้างๆ  นอกจากนี้ชั้น 1 จะมีส่วนยูนิตที่พักอาศัยแบบ Duplex อยู่ค่ะ เป็นยูนิตที่มี 2 ชั้น อยู่ที่ชั้น 1 และชั้น 2

2nds n siam 16

ชั้น 2 จะเป็นส่วนของที่พักอาศัยแล้วค่ะ จะมียูนิตที่พักอาศัยอยู่ 11 ยูนิตซึ่งความหนาแน่นจะต่ำกว่าชั้น 3 – 6 ที่มี 14 ยูนิตนะคะ  เนื่องจากมีส่วนของห้องสมุดและสวนชั้น 2 อยู่ แต่ห้องสมุดนี่ทางเข้าจะเป็นบันไดขึ้นมาจาก Lobby ชั้น 1 นะคะ ข้อดีของการอยู่ชั้นนี้นอกจากความหนาแน่นยูนิตจะต่ำกว่าชั้นอื่นๆแล้วคือการได้อยู่ใกล้พื้นที่ส่วนกลางมากกว่าชั้นอื่นค่ะ คนที่ไม่ชอบใช้ลิฟต์ก็สามารถใช้บันไดขึ้นลงได้สบายๆ เดินลงไปใช้สระว่ายน้ำ ห้องฟิตเนสได้ง่าย แต่ข้อเสียคือเสียงรบกวนจากชั้น 1 ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเสียงเด็กๆเล่นน้ำวันหยุด หรือเสียงรถเข้าออกจากถนน เพราะก็สูงขึ้นมาชั้นเดียวไม่ได้ห่างกันจากชั้นล่างมากนัก

ส่วนการเลือกห้อง ห้องฝั่งด้านนอกทั้ง 3 ด้านของอาคารหันหน้าออกไปชนวิวตึกหมดนะคะ ที่ชนเต็มทั้ง 8 ชั้นเลยจะเป็นโซนด้านหลัง( ยูนิต 2/1 – 2/5) เพราะหันไปเจอตึก 8 ชั้น เรื่องทิศลมทิศแดด ก็ไม่ได้เจอลมเจอแดดเต็มๆมากนักเพราะถูกตึกรอบๆบล๊อคไปซะเยอะค่ะ แต่แสงอาทิตย์ในประเทศไทยจะวิ่งอ้อมใต้ และไปร้อนช่วงบ่ายคือโซนทิศตะวันตก ซึ่งยูนิตที่หันหน้าเข้าหา Courtyard  (ยูนิต 2/8 – 2/9) ก็จะเจอแดดบ่ายที่ร้อนกว่าช่วงอื่นๆ ส่วนยูนิตห้องที่หันไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ (1/1 – 1/2, 2/1)และตะวันตกเฉียงใต้(2/6-2/7)ก็จะได้รับลมดีกว่าทิศอื่นๆ

3rds n siam 17

ส่วนชั้น 3-6 จริงๆการจัดผังคล้ายๆกันกับชั้นอื่นๆ ต่างกันที่ความหนาแน่นของยูนิตจะเยอะกว่าหน่อยค่ะ คือ 14 ยูนิตต่อชั้น  ทิศแดดทิศลมวิวตึกที่ได้ไม่ต่างกันเท่าไหร่ แต่เพราะเป็นชั้นที่คนส่วนใหญ่คงใช้ลิฟต์เป็นหลักกันแล้ว ลิฟต์โดยสาร 2 ตัวและบันไดขึ้นลงจะอยู่ทางขวามือใกล้กับประตูห้อง 3/8 – 3/9 และผนังห้อง 1/2 ที่สุด  ห้องที่อยู่ติดลิฟต์และโถงบันไดจะเจอเสียงรบกวนจากลิฟต์และคนเยอะกว่าห้องอื่นหน่อยค่ะ แต่ถ้ามองในแง่ดีก็ขึ้นลงสะดวก เดินนิดเดียวถึง ซึ่งถ้าเทียบกับห้อง 3/1-3/4,3/14 ก็ต้องเดินไกลกว่ากันอยู่พอสมควร แต่ก็ได้ความเป็นส่วนตัวมากกว่าและจะว่าไปมันก็ไม่ได้ไกลกว่ากันมากเท่าไหร่ ห้องที่ไกลลิฟต์ที่สุดจะเป็นห้อง 3/1 ค่ะ ส่วนตัว corridor หรือโถงทางเดินแจกแต่ละยูนิตกว้างประมาณ 1.8 เมตร เดาว่าโถงทางเดินน่าจะต้องเปิดไฟทั้งกลางวันกลางคืนนะ เพราะช่องแสงธรรมชาติที่โถงทางเดินไม่น่าจะเข้าไปถึงทุกส่วนได้

4ths n siam 17

ชั้น 7 และ 8 จะมีจำนวนความหนาแน่นยูนิตต่ำกว่าชั้นอื่นๆค่ะ คือมี 7 ยูนิตต่อชั้นเท่านั้น เพราะจะจัดเฉพาะห้องใหญ่ๆแบบ 3 ห้องนอนเอาไว้เท่านั้น ทำให้ 2 ชั้นนี้จะมีความเงียบสงบและเป็นส่วนตัวมากกว่าชั้นอื่นๆนั่นเอง

5roofs n siam 20

ชั้นดาดฟ้าเป็นพื้นที่สวนส่วนกลางค่ะ จากผังจะเห็นว่าจัดเป็นสวนปูสนามหญ้าปลูกต้นไม้มาให้ แต่ไม่มีที่นั่งหรือศาลาเอาไว้ให้นะคะ เหมือนเป็นที่ขึ้นมาเดินเล่นรับลมมากกว่า

ภาพจำลองบรรยากาศทางเข้าโครงการค่ะ กำแพงรั้วโครงการเป็นกำแพงหินหุ้มด้วยตาข่ายลวดเหล็ก ดีไซน์ตามคอนเซ็ปหลักก็คือ Sync Nature หรือการเชื่อมกับธรรมชาติ โดยส่วนกำแพงก็จะใช้วัสดุที่มีรูปทรงหรือผิวสัมผัสแบบธรรมชาติมาจัดวางในสไตล์ Modern contemporary

ภาพจำลองบรรยากาศอาคารตอนใกล้ค่ำ

ภาพจำลองบรรยากาศสวนในโครงการค่ะ

ภาพจำลองบรรยากาศส่วนสระว่ายน้ำ

ภาพจำลองบรรยากาศส่วน Lobby แบบเพดานสูง

ภาพจำลองบรรยากาศส่วน Lobby แบบเพดานสูง

ภาพจำลองบรรยากาศห้องสมุด

ภาพจำลองบรรยากาศห้องฟิตเนส

ภาพจำลองบรรยากาศภาพรวมในห้องพัก

ภาพจำลองบรรยากาศห้องพักส่วนครัวและห้องนั่งเล่น

ภาพจำลองบรรยากาศส่วนห้องนอน

ภาพจำลองบรรยากาศส่วนระเบียงข้างห้องนั่งเล่น

ภาพจำลองบรรยากาศห้องน้ำ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • Lobby ชั้น 1
  • Sky Garden ดาดฟ้า
  • สระว่ายน้ำ ชั้น 1 ระบบเกลือ ขนาด 6.1 x 15.8 เมตร สระผู้ใหญ่ลึก 1.2 เมตร
  • ห้องออกกำลังกาย 1 ห้อง ชั้น 1 ใส่เครื่องออกกำลังกายประมาณ 6 เครื่อง
  • ห้องสมุด ชั้น 2
  • Wifi ที่บริเวณ Lobby และห้องสมุด
  • Landscape หน้าโครงการ และสวนหย่อมรอบโครงการ ขนาดพื้นที่สีเขียวประมาณ 629 ตรม
  • ลิฟท์โดยสาร 2 ตัว  อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 41 : 1
  • Service Lift 1 ตัว
  • ที่จอดรถประมาณ 71 คัน ไม่รวมจอดซ้อนคันคิดเป็น 87%  รวมจอดซ้อนคัน 99 คัน คิดเป็น 100 %
  • รถเข้าจอดด้วย Access Card ทางเข้ามี รปภ คอยปิด-เปิด ประตูหน้าโครงการ ไม้กระดกอยู่บริเวณทางเข้าลานจอดรถชั้นใต้ดิ
  • ระบบ CCTV 20 ตัว ติดตามชั้น และบริเวณรอบโครงการ
  • Access Card ใช้ในการเข้าจอดรถชั้นใต้ดิน, เข้า – ออก บริเวณพื้นที่ส่วนกลาง,โดยสารลิฟต์ได้เฉพาะชั้นที่พักอาศัย
  •  ระบบรักษาความปลอดภัย VDO Phone : เมื่อมีผู้มาพบ เจ้าของห้องสามารถมองเห็นผู้มาพบผ่านหน้าจอมอร์นิเตอร์ของ VDO Phone ภายในห้องชุด และสามารถสั่งเปิดประตูให้ผู้มาพบเข้าไปได้
  • รั้วรอบโครงการสูง 3 เมตร
  • โถงทางเดินกว้าง 1.8 – 2.55 เมตร
  •  รปภ.24 ชั่วโมง

 


Product Walkthrough

Bed1

ห้องตัวอย่างของโครงการเป็นห้องแบบ 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ มีขนาด 44.6 – 58.9 ตารางเมตร เป็นห้องหน้ากว้าง 7.8 เมตร การจัดผังเปิดประตูเข้ามาจะเจอ Living Area ที่เปิดออกไประเบียงได้และครัวแบบเปิด  ห้องน้ำอยู่ในห้องนอน เป็นแบบมีทั้งอ่างอาบน้ำและ Rain Shower

ห้องหน้ากว้างแบบนี้ดีกว่าห้องที่หน้าแคบและลึกนะคะเพราะให้ความรู้สึกกว้างขวางกว่า สามารถจัดพื้นที่ใช้สอยให้ลงตัวได้สบายๆไม่อึดอัดนะคะ แต่ส่วนนึงคือยูนิตที่นี่ขนาดเริ่มต้นก็ค่อนข้างใหญ่มาอยู่แล้วด้วย  ส่วนห้องนอน ผนังปลายเตียงสามารถทำตู้เสื้อผ้าเพิ่มได้ อันนี้คิดถึงในกรณีที่อยู่กัน 2 คนนะคะ อาจต้องการที่สำหรับเก็บของหรือเสื้อผ้าเพิ่มเติมแทนชั้นวางทีวีก็ปรับให้ตรงความต้องการได้สบายๆค่ะ

ประตูทางเข้าห้องของจริงได้ตามที่เห็นค่ะ เป็นประตูไม้อัดขนาด .. ติด Digital Door Lock มาให้  ประตูไม่มีตาแมวเพราะข้างๆประตูติด VDO Phone มาให้แล้ว

VDO Phone ข้างประตูทางเข้าค่ะ เมื่อมีผู้มาพบ เจ้าของห้องสามารถมองเห็นผู้มาพบผ่านหน้าจอมอร์นิเตอร์ของ VDO Phone ภายในห้องชุด และสามารถสั่งเปิดประตูให้ผู้มาพบเข้าไปได้

s n siam 55-side copy copy

ภาพซ้ายเป็นภาพ Digital Door Lock จากด้านนอก สามารถเปิดเข้าห้องได้ 2 วิธีค่ะ คือสแกนบัตรเข้าไป และกดรหัสเข้าไป  ..ภาพขวาเป็นภาพจากด้านในห้องจะมีตัวบิดให้ล็อคห้องได้ Digital Door Lock เป็นของ Hafele รุ่น Kaba

ข้างประตูห้องมี Door Stopper แบบหลังเต่าอยู่ เปิดประตูสุดแล้วจะไม่กระแทกผนัง

ผนังข้างประตูทางเข้าห้องด้านในจะมีจอ VDO Phone อยู่  มีหน้าจอให้เรากดดูภาพด้านนอกหรือชั้นล่างได้

VDO Phone เป็นของ Bticino ค่ะ

เปิดเข้ามาก็จะเจอส่วนห้องนั่งเล่นแบบนี้ ห้องที่จะขายแบบ Fully Fitted คือเป็นห้องเปล่าพร้อมชุดครัว ตู้เสื้อ และชุดสุขภัณฑ์ ผนังที่ได้จริงจะเป็นผนังปูนฉาบเรียบทาสีขาว เพดานสูง 2.5 เมตร ติดไฟดาวน์ไลท์ทั้งห้อง

ผนังที่ติดตั้งชั้นเต็มความกว้างแบบนี้เพิ่มพื้นที่ใช้สอยแนวตั้งได้ดีนะคะ ทั้งวางทีวี ทำเป็นชั้นหนังสือ ชั้นเก็บของ ชั้นวางรองเท้า แต่ห้องเปล่าที่ซื้อจะเป็นผนังฉาบปูนเรียบทาสีขาวอย่างที่บอกข้างต้น ชั้นนี้ทำมาให้ดูเป็นไอเดียเฉยๆนะคะ ถ้าอยากได้ต้องต่อเพิ่มเองนะคะ

วางโซฟากับโต๊ะวางกาแฟมาให้ดูระยะใช้งาน ระยะดูทีวี (จากโซฟาไปทีวี) ประมาณ 1.8 – 2 m.เป็นระยะที่กำลังดีค่ะ ไม่ใกล้ไปไม่ไกลไปวางโต๊ะกาแฟแล้วยังมีที่เดินไปเดินมาได้ไม่อึดอัด ห้องนั่งเล่นจะอยู่ติดกับประตูเปิดออกไประเบียงนะคะ ประตูเป็นประตูบานเลื่อนกระจกเขียวตัดแสงกรอบอลูมิเนียมสีเทา วันที่อากาศดีๆก็สามารถเปิดประตูออกระบายอากาศให้ห้องได้ และยังทำหน้าที่เป็นช่องนำแสงธรรมชาติเข้าสู่ตัวห้องนั่งเล่นด้วย

s n siam 85 copy

ประตูบานเลื่อนเปิดออกไประเบียงจะมีวิธีล็อคอยู่สองแบบ คือจะหมุนที่ตัวล็อกสแตนเลสด้านบนที่จับกับหมุนที่มือจับสีดำก็ได้ มือจับสีดำเวลาจะล็อกต้องหมุนขึ้นส่วนเวลาจะเปิดประตูก็หมุนลงค่ะ

รางประตูเป็นแบบฝังพื้นค่ะ พื้นภายในห้องจะเป็นพื้นไม้จริง โทนสีพื้นเป็นสีน้ำตาลอ่อนแบบนี้มีข้อดีคือสีไม่โดดเกินไป สามารถจัด Interior ห้องคุมโทนสีได้หลากหลาย ไม้จริงที่ว่าคือเป็นไม้แดงหนามาเป็นแผ่นเลย ไม่ใช่ไม้ลามิเนตหรือEngineer wood floor  ส่วนพื้นระเบียงด้านนอกเป็นกระเบื้องลายไม้ค่ะ เพราะการใช้งานระเบียงใช้กระเบื้องแทนจะทนแดดทนฝนได้ดีกว่า

ออกมาดูที่ระเบียงกันต่อ  ที่เพดานระเบียงแต่งผิวไม้ติดไฟดาวน์ไลท์ ของจริงได้ตามนี้ ที่ระเบียงจะมีประตูแบบกริลบังส่วนคอมเพรสเซอร์แอร์เอาไว้ให้

เปิดออกมาด้านในปูกระเบื้องเซรามิกแบบผิวด้านรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส   นอกจากแขวนแอร์คอมเพรสเซอร์มาให้ดู 2 ตัวแล้วยังวางตู้ซักผ้ามาให้ดูระยะใช้งานอีกเครื่องค่ะ ที่ผนังข้างๆเครื่องซักผ้ามีเต้าเสียบแบบมีฝาครอบกันน้ำมาให้

s n siam 94-c

ที่พื้นระเบียงเดินท่อระบายนำ้มาให้เรียบร้อยค่ะ

s n siam 98-side copy

ที่ระเบียงจะมีระแนงเหล็กความสูงพื้นจรดผนัง ให้มา 2 บาน สามารถเลื่อนไปมาได้ตามรูปแบบการใช้งาน  และปรับตามทิศทางของแสงที่ส่องเข้ามาในแต่ละช่วงของวันได้ดี

s n siam 100-side copy

ตัวระแนงที่เลื่อนได้นี้จะวิ่งอยู่บนราวเหล็ก ทั้งด้านบนและด้านล่าง

ราวกันตกเป็นซี่เหล็กโปร่งทาสีดำ มือจับเป็นไม้หน้าตัดกลมเวลาจับแล้วสบายมือดี

กลับเข้ามาในห้อง เราไปดูชุดครัวกันต่อค่ะ  ชุดครัวที่นี่ให้มาเป็นแบรนด์ระดับ Hi-end ของ Varenna ซึ่งเป็น Underbrand ของแบรนด์ Poliform จาก Italy ค่ะ Poliform เป็นแบรนด์ที่คนที่ชอบดูงานออกแบบเฟอร์นิเจอร์แนว Modern Contemporary รู้จักกันดี ดังมากเรื่องตู้เสื้อผ้าค่ะ ทั่วไปสตาร์ทกันหลักแสนถึงหลักหลายล้านเพราะต้อง Import มาจากอิตาลีด้วยนั่นเอง (แต่โครงการนี้ไม่ได้ใช้ตู้เสื้อผ้าของ Poliform นะคะ ใช้ของ Molteni&C ซึ่งเป็นแบรนด์ระดับ Hi-end จากอิตาลีเช่นกัน เดี๋ยวเราค่อยพาไปดูกันนะคะ) Varenna ก็จะเป็นแบรนด์ที่ออกแบบและขายชุดครัวของ Poliform นั่นเอง

ชุดครัวให้มาเป็นรูปตัว L มีเตาไฟฟ้า เครื่องดูดควัน และอ่างล้างจานมาให้  เว้นช่องพอให้ใส่ตู้เย็นได้วางตู้เย็นมาให้ดูระยะใช้งานด้วย สามารถวางตู้เย็นได้ใหญ่พอสมควรเลยค่ะ เราเปิดลิ้นชักและชั้นต่างๆให้ดู มีชั้นลอยไว้ให้วางของ 2 ชั้น ส่วนเคาน์เตอร์มีลิ้นชักมาให้ 2 ช่อง และที่เก็บของแบบบานเปิด มีไมโครเวฟให้มาเลยพอดีกับช่อง ส่วน Back Splash กันผนังเปื้อนสีเขียวนั่นของจริงไม่ได้นะคะ ของจริงจะได้เป็นผนังฉาบปูนเรียบทาสีขาวค่ะ สังเกตพื้นส่วนครัวว่าเป็นพื้นไม้เหมือนกับห้องนอนและห้องนั่งเล่น ไม่ได้ปูพื้นกระเบื้องมาให้ สำหรับคนที่ทำอาหารบ่อยๆ พื้นต้องเจอน้ำ เจอความชื้นจากการล้าง ทำความสะอาดบ่อยๆ นานๆไปก็อาจบวมได้ตามธรรมชาติของพื้นไม้ค่ะ

ถ่ายให้ดูบานพับแบบ Soft close hinge ของ Varenna ค่ะ เป็น Soft close hinge ที่ดีมีคุณภาพนะคะ เราเช็คจากการที่เปิดออกมานิดเดียว (ระยะต่ำกว่า 30 องศา) แล้วปล่อย หน้าบานจะปิดกลับเข้าไปเองแบบไม่มีเสียงดังค่ะ ซึ่งถ้าเป็น Soft close hinge ที่ไม่ดีเวลาเปิดแง้มๆหรือเปิดด้วยองศาที่ต่ำกว่า 30 องศา หน้าบานจะยังปิดเสียงดังอยู่นะคะ

ท้อปของชุดครัวเป็นหินสังเคราะห์  พื้นที่ใช้งานมีส่วนเตรียมอาหาร และวางของได้ไม่อึดอัด ลิ้นชักของชุดครัวก็มี Soft close เช่นกัน

ถ่ายด้านข้างลิ้นชักให้ดูค่ะ ลิ้นชักจะเป็นแบบเซาะร่องเว้นเข้าไปให้จับเวลาเปิดปิดแบบนี้

เตาไฟฟ้าเป็นแบบ 2 หลุมของ Smeg

เครื่องดูดควันของ Smeg เช่นกัน เรื่องผนังที่ของจริงจะได้เป็นผนังฉาบปูนเรียบทาสีขาวนี่ สำหรับคนที่ชอบทำครัวควรติด Back Splash หรือกระเบื้องเพิ่มนะคะ เวลาทำอาหารคราบไขมัน คราบอาหาร หรือควันไปเกาะผนังจะได้เช็คทำความสะอาดได้ง่าย

ที่หัวมุมของชุดครัวมีเต้าเสียบมาให้

อ่างล้างจานเป็นสแตนเลสหลุมเดียวทรงสีเหลียมจตุรัสของ Smeg  ของจริงไม่มีที่วางจานด้านข้างมาให้เหมือนในภาพนะคะ วางมาให้ดูเป็นไอเดียเฉยๆค่ะ

ถัดจากชุดครัวมาจะเป็นประตูทางเข้าห้องนอนค่ะ ถัดจากประตูห้องนอนมาจะเป็นส่วนทานอาหาร จัดชุดโต๊ะเก้าอี้สำหรับ 2  คนมาให้ดูระยะการใช้งาน มองไปบนผนังจะเห็นแอร์แบบฝังเพดาน (Built-in type) อยู่นะคะ ของจริงในห้องนั่งเล่นได้แอร์ฝังตามที่เห็น คือห้องแบบ 1 ห้องนอนจะให้แอร์มา 2 เครื่องค่ะ คือติดแบบฝังเพดานมาให้ที่ห้องนั่งเล่น 1 เครื่อง และแบบแขวนปกติอีก 1 เครื่องในห้องนอน

s n siam 80

โต๊ะทานอาหารจริงๆจะเห็นว่าระยะพอวางโต๊ะสำหรับ 4 ที่นั่งได้อยู่นะคะ ฝั่งติดผนังอาจเดินเข้าออกยากนิดนึง แต่ยังไงก็สามารถวางโต๊ะใหญ่กว่าที่เห็นในห้องตัวอย่างได้สบายๆค่ะ

เข้าไปดูในห้องนอนกันต่อค่ะ

มือจับเป็นแบบเขาควายสแตนเลสจาก Hafele

ในห้องนอนมีขนาดพอวางเตียงคิงไซส์พร้อมโต๊ะข้างและชั้นวางทีวีปลายเตียง พร้อมตู้เสื้อผ้าได้ โดยังมีระยะใช้งานสบายๆไม่อึดอัด ในห้องนอนจะมีหน้าต่างมาให้ 1 ชุด มีบานบนบานล่างทำให้ตอนกลางวันสามารถนำแสงธรรมชาติเข้ามาในห้องนอนได้มากขึ้น บานล่างเป็นกระจกบานฟิกซ์ ส่วนบานบนเป็นกระจกบานฟิกซ์ 1 บาน บานเปิด 1 บาน ลูกฟักเป็นกระจกเขียวตัดแสงกรอบอลูมิเนียมสเป็คเดียวกันกับประตูบานเลื่อนที่เปิดออกไประเบียงค่ะ

ระยะปลายเตียงหลังจากวางเตียงไปแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 60 cm. ห้องตัวอย่างทำชั้นวางทีวี Buit in แบบลอยตัวมาให้ดูเป็นไอเดีย สามารถช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยได้ดี และดูไม่ทึบตันด้วย เหนือชั้นวางทีวีจะเป็นตำแหน่งติดแอร์ในห้องนอนค่ะ มาเป็นแบบแขวนเพดานตามปกติ แอร์ที่ได้เป็นของ Daikin

ติดกับมุมผนังปลายเตียง ชั้นวางทีวีนี่วิ่งยาวมาเป็นโต๊ะเครื่องแป้งให้ดูเป็นไอเดียอีกอย่างค่ะ  สังเกตผนังด้านข้างโต๊ะจะมีเต้าเสียบปลั๊กไฟมาให้อยู่

ระยะข้างเตียงฝั่งติดหน้าต่างกว้างประมาณ 80 cm. วางโต๊ะข้างเตียงมาให้ดูระยะการใช้งาน ผนังติดกับโต๊ะข้างเตียงเตรียมเต้าเสียบปลั๊กไฟมาให้เรียบร้อย ที่ข้างเตียงติดฝั่งหน้าต่างด้านนี้จริงๆสามารถทำโต๊ะหรือชั้นวางของที่ลึกประมาณ 30 cm. พร้อมวางเก้าอี้แบบสตูลเล็กๆได้นะคะ ระยะใช้งานพอค่ะ บางคนเราเดาว่าจะเลื่อนเตียงออกไปทางฝั่งตู้เสื้อผ้าอีกหน่อยแล้วใช้วางที่ออกกำลังกายเพิ่มแทน

มองไปฝั่งประตูทางเข้าห้องนอน จะเห็นตู้เสื้อผ้าและประตูทางเข้าไปห้องน้ำอยู่ ห้องนอนนี่พอซื้อจริงจะเป็นห้องเปล่าไม่มีเฟอร์นิเจอร์อย่างอื่นนะคะ จะให้เฉพาะตู้เสื้อผ้าแบบเดียวกับที่เห็นในภาพค่ะ

เราเปิดตู้เสื้อผ้าให้ดูก่อนนะคะ ตู้เสื้อผ้าเป็นแบบบานเปิด 4 บาน ด้านในแบ่งเป็น 2 ช่อง ช่องซ้ายมือมีราวไว้แขวนชุดเดรสยาว มีชั้นวางของให้ด้านบนและลิ้นชักด้านล่างมาให้ 2 ชั้น ฝั่งขวามีราวบนและราวล่างสำหรับเสื้อและกางเกง มีชั้นวางของให้ด้านบน ถ้าคนเดียวใช้เราว่ากำลังดี แต่ถ้าอยู่กันสองคนใช้ตู้นี้ใบเดียวน่าจะแน่นๆหน่อยนะคะ อาจจะต้องหาที่ต่อชั้นหรือทำราวแขวนชุดเพิ่ม

ตู้เสื้อผ้าเป็นของ Molteni & C แบรนด์ Hi-end จากอิตาลีเช่นกัน ก็ถือว่าหายากนะคะ โครงการคอนโดที่ใช้แบรนด์ตู้เสื้อผ้าอิมพอร์ทจากอิตาลีแบบนี้ เพราะราคามันต่างกันมากจริงๆ และคนที่รู้ราคารู้จักแบรนด์ก็ค่อนข้างเฉพาะกลุ่มพอสมควร คอนโดส่วนใหญ่จึงใช้ Built in เอาเองหรือใช้ Brand Local กันซะมากกว่า

แล้วตู้เสื้อแพงๆนำเข้าพวกนี้มันต่างจากตู้เสื้อผ้าถูกๆยังไง? ถ้าเป็นคอนโดมิเนียมพื้นที่ใช้สอยน้อยแบบนี้ ความแตกต่างที่มีนอกจากความที่เป็นแบรนด์หรูก็คือเรื่องคุณภาพของวัสดุค่ะ อย่างเช่น บานพับ แบบ Soft close ที่มีความ Smooth และทนทานกว่า ตัวหน้าบานและตัวตู้ก็เช่นกัน ใช้งานเปิดปิดทุกวันไปได้นานไม่พังง่ายๆ มีความทนไม้ทนมือสูงนั่นเอง เแต่รื่องดีไซน์ของตู้เสื้อผ้ารุ่นที่ใช้ในห้องนี้ก็ธรรมดาค่ะ ไม่ได้มีความแตกต่างจากตู้เสื้อผ้าปกติซักเท่าไหร่

เวลาปิดตู้จะเหลือระยะข้างเตียงประมาณ 80 cm. ผนังส่วนด้านหลังโต๊ะข้างเตียงจะมีเต้าเสียบปลั๊กไฟฟ้ามาให้

เปิดตู้ให้ดูค่ะ ระยะใช้งานเวลาเปิดตู้สามารถเดินไปเดินมาได้สบายๆไม่อึดอัด

ถ่ายภาพสวิตช์ไฟเปิดปิดให้ดูค่ะ เป็นของ Bticino กรอบสีเงิน ปุ่มกดเปิดปิดเป็นสีดำมีแถบแสงสีเขียวไว้ให้เวลามืดๆจะได้พอเห็นและเปิดไฟได้ง่าย

เราไปดูในห้องน้ำกันต่อค่ะ

ห้องน้ำใช้พื้นกระเบื้องแกรนิตโต้สีขาวขนาด 60×60 ผนังห้องน้ำเป็นกระเบื้องลายหินอ่อนเซาะร่องนำเข้าจาก Décor Mart  เป็นห้องน้ำที่มีส่วนอาบน้ำฝักบัวและอ่างอาบน้ำอยู่ด้วยกันค่ะ เรามาไล่ดูกันไปทีละส่วนดีกว่า

ผนังห้องน้ำปูกระเบื้องจรดเพดานค่ะ ไฟเป็นดาวน์ไลท์เหมือนห้องอื่นๆ สังเกตห้องนี้ไม่มีหน้าต่างระบายอากาศหรือพัดลมดูดอากาศติดอยู่ที่ฝ้าเพดานเลย แต่เท่าที่สอบถามของจริงจะมีพัดลมดูดอากาศมาให้ค่ะ

หน้าตาภาพรวมของชุดอ่างล้างมือค่ะ กรอบของกระจกเงาเข้าชุดกันดีกับเคาน์เตอร์ใต้อ่างที่ให้มา ใต้อ่างล้างมือภายในจะเป็นที่เก็บเครื่องทำน้ำร้อนไฟฟ้า ผนังด้านข้างอ่างล้างมือฝั่งขวามีเต้าเสียบสำหรับไดร์เป่าผมอยู่ และยังเหลือที่ว่างพอวางตะกร้าเสื้อผ้าใช้แล้วหรือชั้นวางของเพิ่มได้ ส่วนซ้ายมือของชุดอ่างล้างมือวางถังขยะมาให้ดูระยะใช้งานค่ะ

อ่างล้างมือเป็นของ Duravit แบรนด์จากเยอรมัน เป็นอ่างทรงสี่เหลี่ยม เราเทียบกับขนาดมือให้ดูนะคะ ตัวอ่างวางบนเคาน์เตอร์อีกที รอบๆอ่างมีที่ให้วางของได้นิดหน่อย

ตัวก็อกน้ำใช้ของ Hansgrohe ค่ะ นี่ก็แบรนด์เยอรมันเช่นกัน ซ้ายน้ำอุ่น ขวาน้ำเย็นค่ะ

โถสุขภัณฑ์ของ Duravit

สายชำระของ Kohler

ฉากกั้นส่วนเปียกเป็นกระจกเทมเปอร์ มือจับเป็นสแตนเลสรูปตัว U ใช้แขวนผ้าเช็ดตัวได้

ก่อแนวกระเบื้องขึ้นมาประมาณ 5 cm. กั้นระหว่างส่วนแห้งและส่วนเปียกเอาไว้ ฉากกั้นห้องน้ำจะวางบนแนวกระเบื้องอีกทีค่ะ ภายในส่วนเปียกจะประกอบไปด้วยส่วนอาบน้ำแบบอ่างและแบบฝักบัว พื้นส่วนฝักบัวเป็นพื้นกระเบื้องสีขาวเซาะร่องมาช่วยระบายน้ำ

ส่วนอาบน้ำฝักบัว จะมี Rain Shower พร้อมฝักบัวมาให้ เป็นของ Hansgrohe

เทียบขนาดฝักบัวกับฝ่ามือให้ดู

ถัดมาเป็นส่วนอ่างอาบน้ำ ส่วนด้านหน้าและด้านหลังของอ่างพอมีที่ให้วางสบู่แชมพูยาสระผมได้นิดหน่อยค่ะ

s n siam 147 copy

เทียบขนาดฝักบัวกับฝ่ามือให้ดู ในอ่างอาบน้ำฝักบัวจะอันเล็กกว่าฝักบัวส่วน Rain Shower อยู่หน่อยนะคะ ชุดอุปกรณ์ฝักบัวก็อกน้ำเป็นของ Hansgrohe เช่นกัน

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

ผังห้องแบบอื่นๆ

BED2

ห้องแบบ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ มีขนาด 65.4 – 94.3 ตารางเมตร หน้ากว้าง 11.5 เมตร

BED3

ห้องแบบ 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ขนาด 91.3 – 153.8 ตารางเมตร หน้ากว้าง 19.5 เมตร ในส่วนห้องนั่งเล่นค่อนข้างกว้าง มีระเบียงอยู่ 3 ที่

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 7 April 2015

  • 1 Bedroom  ชั้น 2  เนื้อที่ 58.08 ตร.ม. ราคา 10,527,581 บาท หรือ 181,260 บาท/ตร.ม. ค่าทำสัญญา 526,379 บาท
  • 1 Bedroom  ชั้น 5  เนื้อที่ 45.18 ตร.ม. ราคา 8,620,344 บาท หรือ 190,800 บาท/ตร.ม. ค่าทำสัญญา 431,017 บาท
  • 1 Bedroom  ชั้น 4  เนื้อที่ 58.08 ตร.ม. ราคา 11,020,099 บาท หรือ 189,740 บาท/ตร.ม. ค่าทำสัญญา 551,005 บาท
  • 2 Bedrooms  ชั้น 6  เนื้อที่ 75.81 ตร.ม. ราคา 14,705,624 บาท หรือ 193,380 บาท/ตร.ม. ค่าทำสัญญา 735,281 บาท
  • 3 Bedrooms  ชั้น 7  เนื้อที่ 91.32 ตร.ม. ราคา 17,811,053 บาท หรือ 195,040 บาท/ตร.ม. ค่าทำสัญญา 890,553 บาท
  • Duplex ชั้น 1-2 เนื้อที่ 94.38 ตร.ม. ราคา 17,007,276 บาท หรือ 180,200 บาท/ตร.ม. ค่าทำสัญญา 850,364 บาท
  • Fully Fitted
  • เพดานสูง 2.5 เมตร
  • Kitchen & Sink
  • Hob & Hood
  • จอง 50,000 บาท
  • ทำสัญญา 5% ของราคาห้อง
  • ค่าส่วนกลาง 50 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ

เจาะลึกรวบยอด

ทำเลของ Sync Nature Siam เป็นทำเลใกล้สยามในโซนที่หาโครงการคอนโดขึ้นยากแล้วในปัจจุบัน เพราะส่วนใหญ่กลายเป็นโรงแรมไปซะหมด เรื่องการเดินทางคนใช้รถ โครงการอยู่ฝั่งขาเข้าเมืองวิ่งไปทางแยกปทุมวัน ขับไปไหนสะดวก เพราะอยู่ในใจกลางเมืองอยู่แล้ว ห้อมล้อมด้วยถนนเส้นสำคัญๆของกรุงเทพมหานครหลายเส้น โดยเส้นหลักๆก็คือ ถนนพระราม 1 ถนนพญาไท ถนนเพชรบุรี ซึ่งแค่นั้นก็เพียงพอแล้วกับการไปไหนมาไหนภายในใจกลางเมืองหลวงแห่งนี้ ส่วนถ้าจะออกไปไหนไกลกว่านั้น ทางด่วนยมราช และ เพชรบุรี ก็อยู่ห่างออกไปจากไม่ไกล ช่วยเพิ่มความสะดวกเวลาจะไปไหนไกลๆได้ดี

สำหรับคนไม่ใช้รถ โครงการนี้สะดวกระดับเต็ม 10 เลยค่ะ เพราะห่างจากถนนใหญ่พระราม 1 ประมาณ 100 เมตร และห่าง BTS สนามกีฬาฯ 260 เมตร ห่างสยามมาสถานีเดียว ไปไหนมาไหนง่าย หน้าปากซอยมีวินมอเตอร์ไซค์ เลยไปหน่อยมีวินแท้กซี่กะตุ๊กๆ เลยไปอีกนิดมีป้ายรถเมล์ ห่างออกไป 3 สถานีถึงแอร์พอร์ตลิงค์พญาไท  นอกจากนี้ยังมีท่าเรือหัวช้างให้ใช้บริการในระยะเดินถึงอีกด้วย ถือว่าครบเครื่องมากทีเดียว กลางคืนก็ไม่เปลี่ยว เพราะในซอยมีโรงแรมเยอะค่ะ ค่อนข้างมีการรักษาความปลอดภัยพอสมควรอยู่แล้ว

เรื่องความอุดมสมบูรณ์จากที่ตั้งโครงการในซอยเกษมสันต์ 3 เราสามารถเดินออกจากห้องไปดูหอศิลป์กรุงเทพ BACC,ห้าง Tokyu, MBK เดินบน Sky walk ของ BTS สนามกีฬาข้ามแยกปทุมวันเชื่อมไปสถานีสยามได้เลย ข้ามไปก็จะเจอ สยามสแควร์, สยามดิส, สยามพารากอน, สยามเซ็นเตอร์, สยามสแควร์วันห้างเปิดใหม่ ได้แบบชิวๆ เรียกได้ว่าแค่เดินแถวนี้วันละห้าง 7 วัน นี่ไม่มีซ้ำค่ะ ย่านนี้ห้างเยอะมากบวก Detail ปลีกย่อยอื่นๆย่านนี้ยังมีอีกเพียบ ร้านกินร้านนั่งร้านนอนเป็นร้อยร้าน เป็นแหล่งช้อปปิ้งชั้นดี และยังอยู่ใกล้กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งมันก็มีความเจริญและคับคั่งของย่านมหาวิทยาลัยอยู่ สาวๆหนุ่มๆนักศึกษาเยอะ เสื้อผ้าแฟชั่น อาหาร ความบันเทิงย่านนี้ก็เยอะตามไปด้วย และมีหลายเรตราคาให้เลือกบริโภค มีทั้งราคาถูกยันราคาแพง และมีความอินเทรนด์อยู่เสมอ นอกจากนี้ห้างใหญ่ติด BTS ใกล้ๆให้ช้อปปิ้งก็มีเยอะ Terminal 21 ที่ BTS อโศก, Central Embassy, Central ชิดลม ที่ BTS เพลินจิต หรือจะไปหาอะไรทานที่ Emporium หรือห้างเปิดใหม่ Emquartier  และเดินเล่นที่สวนสาธารณะเบญจสิริ ก็ลง BTS พร้อมพงษ์ได้สบายๆค่ะ ถ้าอยากซื้อของสดเข้าบ้าน ไม่ไป Tokyu ก็จะมี Lotus อยู่ใกล้ๆ เดินไปซื้อของสดเข้าห้องได้สบายๆค่ะ

คอนเซ็ปการออกแบบเป็นไปตามชื่อโครงการ Sync Nature Siam ค่ะคือเป็นการผสมผสานธรรมชาติกับความเป็นเมืองเข้าด้วยกัน ออกแบบมาในสไตล์ Modern Contemporary ใช้วัสดุแนว Raw Materials อย่างพวกหิน ไม้ เหล็ก เป็นองค์ประกอบหลักของเปลือกอาคาร และจัดสวนแบบ Tropical มาให้ มี Courtyard ซึ่งรวม Facilities ส่วนกลางอย่างสระว่ายน้ำ สวน ห้องฟิตเนสเอาไว้ ความหนาแน่นของห้องสูงสุดอยู่ที่ 14 ยูนิตต่อชั้น ลิฟต์มีให้ 2  ตัว คิดเป็นอัตราส่วนลิฟต์เท่ากับ 41 : 1 ซึ่งถือว่าสบายมากๆชิวๆไม่แออัด ไม่ต้องแย่งกันขึ้น-ลงลิฟต์ และที่จอดรถรวมซ้อนคันได้ 99 คัน คิดเป็น  100% กว่านิดๆ ตรงนี้เป็นข้อดีมากๆสำหรับคนใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นประจำไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีที่จอดแต่ถ้าห้องไหนมีรถมากกว่า 1 คัน อาจต้องจอดซ้อนคันเอาซึ่งก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาเท่าไหร่เพราะยังพอมีที่ให้จอดซ้อนได้อีกนิดหน่อย แต่ถ้าเทียบกับราคาเรต 180,000 บาทต่อตารางเมตร เริ่มต้น 8 ล้านอัพแบบนี้ก็ต้องบอกว่าเรื่องพื้นที่ส่วนกลางและการออกแบบไม่ใช่จุดเด่นของโครงการนี้ค่ะ ออกจะธรรมดาไปหน่อย สระว่ายก็ไม่ค่อยมีความเป็นส่วนตัว เพราะถูกล้อมด้วยตัวยูนิตที่พักอาศัยทั้ง 3 ด้านที่มีระเบียงมองลงมาได้ จุดเด่นของโครงการนี้จะเป็นทำเลที่ตั้ง, ที่จอดรถและวัสดุ Fully Fittedในห้องที่ได้มามากกว่าค่ะ

วัสดุที่โครงการนี้ให้มาแบบ Fully Fitted  ประกอบด้วย แอร์เป็นแบบฝังไว้ให้ในเพดานในส่วนห้องนั่งเล่นและแอร์แบบแขวนผนังในห้องนอน, ตู้เสื้อผ้า Molteni&C ซึ่งเป็นแบรนด์นำเข้ามาจากอิตาลี, อ่างล้างหน้า, โถสุขภัณฑ์ เป็นของ Duravit แบรนด์จากเยอรมัน, อ่างอาบน้ำและสายชำระของ Kohler,Rain Shower ฝักบัวและหัวก๊อกน้ำของ Hansgrohe , ชุดครัวเป็นของ Varenna ซึ่งนำเข้ามาจากอิตาลีเช่นกัน เตาไฟฟ้า, เครื่องดูดควัน และอ่างล้างจานของ Smeg, Top เคาน์เตอร์ครัวเป็นหินสังเคราะห์, พื้นห้องเป็นไม้แท้, ผนังฉาบปูนเรียบทาสีขาวสูง 2.5 เมตร เพดานติดไฟดาวน์ไลท์ ส่วนกลอนประตูห้องพักเป็นแบบ Digital Door Lock โดยรวมถือว่าโครงการนี้ให้วัสดุต่างๆมาดีทีเดียวค่ะ หลายอย่างเป็นแบรนด์ระดับไฮเอนด์ที่ไม่ค่อยเจอแม้ว่าจะในคอนโดระดับ LUXURY – SUPER LUXURY แบบนี้นะคะ

สำหรับเรื่องความปลอดภัย รถเข้าจอดด้วย Access Card ทางเข้าโครงการมี รปภ คอยปิด-เปิด ประตูหน้าโครงการ ไม้กระดกอยู่บริเวณทางเข้าลานจอดรถชั้นใต้ดิน, ระบบ CCTV 20 ตัว ติดตามชั้น และบริเวณรอบโครงการ, Access Card ใช้ในการเข้าจอดรถชั้นใต้ดิน, เข้า – ออก บริเวณพื้นที่ส่วนกลาง,โดยสารลิฟต์ได้เฉพาะชั้นที่พักอาศัย ระบบรักษาความปลอดภัย VDO Phone คือเมื่อมีผู้มาพบ เจ้าของห้องสามารถมองเห็นผู้มาพบผ่านหน้าจอมอร์นิเตอร์ของ VDO Phone ภายในห้องชุด และสามารถสั่งเปิดประตูให้ผู้มาพบเข้าไปได้ ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยให้ได้ดี

 

Judgement

ราคาของคอนโดนี้ถือเป็นระดับ LUXURY – SUPER LUXURY ซึ่งความคุ้มค่าด้านราคาไม่ใช่ปัจจัยหลักเพียงอย่างเดียวในการตัดสินใจซื้อ ความคุ้มค่าด้านอารมณ์คือปัจจัยหลักอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งตราบเท่าที่ทางเรายังไม่สามารถวัดค่ามาตรฐานทางอารมณ์ได้ ทาง Think of Living ขอไม่ให้คะแนนฟันธงในรีวิวเจาะลึกนะคะ เพราะมีตัวเปรียบเทียบน้อย เป็นสินค้าประเภท Unique เสียส่วนใหญ่ และเราก็เชื่อว่าลูกค้าที่พร้อมจะซื้อคอนโดระดับนี้ ไม่ตัดสินง่ายๆด้วยคะแนนแน่นอน

BOTTOM LINE

Sync Nature Siam เป็นคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองที่เหมาะกับคนที่ชอบการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า หรือการเดินทางด้วยรถยนต์ที่สามารถเข้า-ออกได้หลายเส้นทาง  ชอบโครงการที่มีสไตล์คลาสสิคหรูหรา ห้องพักใช้ของและวัสดุอย่างดี และมีที่จอดรถเพียงพอ มีความเป็นส่วนตัวสูงไม่ชอบความพลุกพล่าน

ถ้ามีความเห็นว่ารีวิวตัวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด LIKE ให้หน่อยนะคะ จะได้มีกำลังใจในการทำรีวิวต่อไป

สมัครสมาชิก www.thinkofliving.com พร้อมรับข่าวสารเพิ่มเติม คลิกที่นี่ https://thinkofliving.com/register/