รีวิวฉบับที่ 1628 …  หลังจากการรีแบรนด์โปรเจคครั้งใหญ่ของ Developer อย่าง TC Development ก็กลับมาแล้วนะครับ โครงการ One9Five เรียกว่ามาคราวนี้ทำการบ้านมาใหม่หมดทั้งหน้าตา ดีไซน์ การเลือกใช้สถาปนิกชื่อดัง แบบห้องต่างๆที่ดูลงตัวขึ้นและให้ห้องในโครงการเป็น Corner Type ได้ถึง 60%  ในวันนี้โครงการทำห้องตัวอย่างเสร็จหมดแล้ว 4 แบบ และเปิดขายอีกครั้งหลังจากรอบ VIP ตอนต้นปีที่ผ่านมา ตามผมไปดูกันดีกว่าครับ

Fact @ 10 July 2018

  • One9Five Asoke – Rama 9 (วันไนน์ไฟว์ อโศก – พระราม 9)
  • Developer : TC Development
  • LUXURY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : ห้วยขวาง
  • คอนโด High Rise 61 ชั้น 2 อาคาร (อาคาร A 954 ยูนิต, อาคาร B 957 ยูนิต)
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 18 ยูนิต
  • ที่จอดรถช่องจอด 951 คันคิดเป็น 50% (ยังไม่รวมจอดซ้อนคัน)
  • ที่ดินประมาณ 11-1-6 ไร่
  • เริ่มก่อสร้าง : April 2018 | คาดว่าจะแล้วเสร็จ : March 2022
  • 1 Bedroom Junior Suite ขนาด 25.5 – 35.5 ตร..
  • 1 Bedroom Deluxe ขนาด 36.5 – 41 ตร..
  • 1 Bedroom Elegance ขนาด 67 – 69.5 ตร..
  • 2 Bedroom Deluxe ขนาด 55 – 68 ตร..
  • 3 Bedroom Exclusive ขนาด 94 – 109.5 ตร..
  • Penthouse ขนาด 194 – 271.5 ตร..
  • ฝ้าเพดานสูง 2.70 เมตร
  • ราคาห้องเริ่มต้น 3.93 ล้านบาท
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการ n/a บาท/ตร.ม.
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรต่ำสุด-สูงสุด n/a บาท/ตร.ม.
  • EIA (การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) : ผ่านแล้ว
  • เพิ่มเติมข้อมูลทำเลรอบๆ MRT พระราม 9 ได้ที่: มองหาทำเลน่าอยู่ใกล้รถไฟฟ้า: MRT พระราม 9 
  • Official Website : Click Here
  • Call Center : 02-245-0999

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วครับ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างครับ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด Google Maps : 13.756038, 100.568280

One9Five อโศก-พระราม 9 ตั้งอยู่บนถนนพระราม 9 ฝั่งขามุ่งหน้าไปทางแยกผังเมือง ทำเลนี้ในระยะไม่เกิน 1 กิโลเมตรจากแยกพระราม 9 มีคอนโด High Rise จากหลาย Developer ขึ้นเป็นจำนวนมากทั้งที่สร้างเสร็จเข้าอยู่เรียบร้อยแล้ว และบางโครงการยังอยู่ในช่วงก่อสร้าง นอกจากนั้นยังมีอาคารสำนักงานขนาดใหญ่หลายแห่งในพื้นที่ มีสถานฑูตจีน และที่แยกพระราม 9 ก็เป็นพื้นที่ที่ต่อเนื่องมาจากย่านอโศกที่มีความหนาแน่นของออฟฟิศสูงมาก

โดยตำแหน่งที่ตั้งของโครงการอยู่ในจุดที่ดีอย่างแรกเรื่อง จุดกลับรถทั้งสองฝั่งหน้าโครงการใกล้ทั้งคู่ / อย่างที่สองคือการใช้งานไปขึ้นทางด่วนศรีรัช,ไปถนนอโศก,ไปถนนเพชรบุรี ก็สามารถทำได้ง่าย เพราะเลยหน้าโครงการไปนิดเดียวเป็นแยกอ.ส.ม.ท.ให้เราเลี้ยวขวาเข้าถนนเพชรอุทัย / หรือเลยไปหน่อยเป็นแยกผังเมืองที่สามารถเลี้ยวซ้ายเข้าถนนวัฒนธรรมไปออกถนนรัชดาตรง The Street ได้ด้วย

ส่วนเรื่องความอุดมสมบูรณ์รอบโครงการ คงจะหนีไม่พ้นศูนย์การค้าและห้างต่างๆในระยะใกล้ๆ อาทิเช่น Central พระราม 9, ฟอร์จูน, เอสพลานาด, BigC Extra และก็ The Street รัชดา นอกจากนั้นพื้นที่ใกล้เคียงยังมีอาคารออฟฟิศอยู่เป็นจำนวนมากไม่ว่าจะเป็น CP tower II ,  u place , true tower, AIA capital center , ตลาดหลักทรัพย์ , G land tower และในอนาคตจะมี The Super Tower โครงการ Mixed Used ขนาดใหญ่ที่ประกอบด้วย อาคารสำนักงาน โรงแรม ห้องจัดเลี้ยงและศูนย์ประชุม ภัตตาคาร และจุดชมวิว

โดยพระเอกของแยกพระราม 9 นี้ ส่วนตัวผมคิดว่า ต้องขอยกความดีความชอบให้กับกลุ่มของ G Land ที่พัฒนาโปรเจคอย่าง The Grand Rama 9 เป็นเมกะโปรเจ็คซึ่งอยู่ห่างจากโครงการไปประมาณ 200 เมตรเท่านั้น ความสำคัญคือเป็นโปรเจคที่จะทำให้ย่านพระราม 9 นี้กลายเป็น New CBD ของกทม. แบบนี้ก็ว่าได้และไม่เกินจริงด้วยนะ เพราะว่าตามโรดแมพแล้ว พี่เค้าก็สร้างมาเกือบครบแล้ว บนที่ดินกว่า 73 ไร่ มีพื้นที่ใช้สอยทั้งหมด 1.2 ล้าน ตารางเมตร มูลค่าโครงการรวมกว่า 100,000 ล้านบาท ตอนนี้ก็จะเหลืออีกแค่ 2 อาคาร และส่วนของ Super Tower น่าจะเป็นส่วนปิดท้ายครับ

ซึ่งถ้าโครงการ Super Totwer ได้ก่อสร้างจริง ก็จะถึงว่าทุบสถิติตึกที่สูงที่สุดในประเทศ แบบถล่มสุดๆไปเลยนะครับ เพราะโครงการตึกสูงที่ผ่านมาของบ้านเราจะมีแค่แบบ Super Tall ที่ประมาณ 300 กว่าเมตรเท่านั้น แต่ตัวตึก Super Totwer พี่แกว่าจะสร้างสูงมากกว่า 6xx เมตร ซึ่งถือเป็นความสูงแบบ Mega Tall แล้วแน่นอนว่าถ้าสร้างเสร็จก็จะกลายเป็นแลนด์มาร์คใหม่ของประเทศไทย ที่เป็นทั้งศูนย์กลางธุรกิจชั้นนำและสถานที่ท่องเที่ยวระดับโลกที่ทุกคนจะต้องมาสัมผัสสักครั้งในชีวิต (ดูจากภาพจำลองสิ One9Five สูง 61 ชั้น เลยครึ่งตึก Super Tower ไปหน่อยนึง ฮ่าฮ่า)

การเดินทางโดยสาธารณะ อันดับแรกส่วนของการที่โครงการอยู่ติดถนนใหญ่อย่างพระราม 9 เลย ทำให้เรียกรถทั่วไปอย่าง พี่วินฯ รถเมล์ Taxi พวกนี้ได้อย่างง่ายดายและไม่เปลี่ยวแน่นอน และส่วนที่สองถัดมาคือรถไฟฟ้า ที่ห่างจาก MRT พระราม 9 ประมาณ 390 เมตร ครับ / โดยถ้าเรานั่งไป 1 สถานีจะเป็นส่วน Intechange กับ ARL และถ้าเรานั่งไป 2 สถานีก็ยังคงเป็น Interchange กับ BTS และถือว่าเป็นย่านใจกลางเมืองสุดๆตรงแยกอโศก ที่เราสามารถคำนวนเวลาไปที่แยกนี้ได้ง่าย (ยกตย.เดินไปรถไฟฟ้า 5 นาที รอรถ 5 นาที นั่งไปสองสถานี 10 นาที รวมแล้วไป Terminal21 ก็ใช้เวลาไม่เกิน 20 นาทีแบบเดินเลยฮะ)

โดยในวันนี้ผมก็ใช้ระบบขนส่งสาธารณะ อย่างรถไฟฟ้า MRT นี่แหละ มาลงที่สถานีพระราม 9 และก็เดินบนริมฟุตบาทถนนเลียบพระราม 9 ไปทาง Super Tower ทางนั้นประมาณ 400 เมตร ครับ เดี๋ยวมาดูสภาพแวดล้อมระหว่างทางเรื่อยๆด้วยกัน

โดยพอเราออกมาจาก MRT พระราม 9 ประตู 3 ก็จะอยู่บริเวณหน้าตึก G Tower พอดีเลย ซึ่งรอบก็จะอยู่ติดกับ เซ็นทรัลพระราม 9 ห้างที่เป็นจุดศูนย์กลางสุดในย่านนี้ และฝั่งตรงข้ามเป็นฟอร์จูนกับโรงแรมแกรนด์เมอร์เคียว ที่ติดกับสถานีมีพี่วินอยู่ด้วย ถ้าขี้เกียจเดินมากๆ ก็จัดไปเลย 15 บาท

ความพิเศษอีกอย่างนึงของ MRT พระราม 9 ประตู 3 ที่ใต้ดิน จะมีประตูเชื่อมเข้าไปสู่ชั้นใต้ดินของอาคาร G Tower สนง.แห่งใหม่ล่าสุดของ G Land ซึ่งภายในจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านขายยา ร้านมินิมาร์ท รวมไปถึงธนาคารต่างๆ ซึ่งเราสามารถแวะใช้ได้ง่ายก่อนกลับเข้าบ้าน อีกทั้งไปออกประตูหน้าตึกฝั่งที่ติดกับถนนพระราม9 ได้เลย ทำให้เดินไปทางโครงการ One9Five ใกล้ไปอีกนิดนึงด้วย

ออกมาดูที่แยกพระราม 9 กันหน่อย ไม่ว่าวันนี้ หรืออดีต Traffic ของรถยนต์บริเวณแยกนี้ก็ยังหนาแน่นคับคั่งอยู่ดีนะครับ ไม่เปลี่ยนแปลง เพราะเป็นแยกใหญ่ที่บรรจบกันของถนน 4 เส้น เข้าออกเมืองสะดวก

นี่ครับเอารูปประกอบมุมสูงจากโดรนให้ดูว่า “แยกพระราม 9” เป็นแยกที่มีถนนทั้ง 4 เส้นมาบรรจบกัน ได้แก่ ถนนรัชดาภิเษก, ถนนพระราม 9, ถนนอโศกดินแดง และถนนดินแดง โดยการจราจนจะค่อนข้างแน่นหนาเป็นพิเศษในเวลาเข้างานและเลิกงานเพราะเป็นแหล่ง Office Building

ฟุตบาทแถวนี้ก็ค่อนข้างกว้างและมีการปรับสภาพทางให้ดูดีอยู่เสมอนะครับ เดี๋ยวเราจะเลี้ยวซ้ายเดินริมเดียวกับฝั่งถนนพระราม 9

พอเดินพ้นตึก G Tower มาก็จะเป็นพื้นที่ของกลุ่ม G Land ทั้งหมดเลย พื้นที่ดินของเค้าถือว่าใหญ่มากกกว่า 73 ไร่ และตามโรดแมพพัฒนาที่ดินของเค้าก็สร้างตามแผนไปครบเกือบทุกตึกแล้วนะครับ จะเหลือที่ชิ้นพิเศษแปลงสุดท้ายซึ่งเป็น Mega Project อย่าง Super Tower

ตรงนี้เดินข้ามซอยพระราม 9 ซอย 3 ที่อยู่ระหว่างแปลง Super Tower กับตึก Uniliver นะฮะ ซึ่งก็จะมีทางม้าลายไว้ให้

มองเข้าไปในซอยพระราม 9 ซอย 3 จะเห็นส่วนของตึก Uniliver ซึ่งซอยนี้เราสามารถลัดไปเข้าด้านหลังของเซ็นทรัลพระราม 9 หรือไปทางอาคารเดอะไนน์ ทาวเวอร์ส พระราม 9 ที่เป็นออฟฟิศอีกแห่งได้

พอเดินพ้นตึก Uniliver มาทางซ้ายมือเราจะเห็นที่ดินแปลงนึงที่ล้อมรั้วเอาไว้ หลายๆคนคงเคยพอทราบมาบ้างว่า ที่ดินแปลงนี้เป็นของ Sansiri นะฮะ ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่ได้พัฒนานะครับ แต่เหมือนจะเคยขอ EIA คอนโดไปรอบนึงแล้ว แต่ว่าจะมีการปรับแบบใหม่ นับว่าตอนนี้จะเกิดโครงการคอนโดตรงไหนใกล้ๆกับแยกพระราม 9 ผมก็ไม่แปลกใจอีกต่อไปแล้วล่ะครับ

เอาล่ะครับ หลังจากเดินมาประมาณ 390 เมตร ก็ถึงกับขอบเขตที่ดินของโครงการทางซ้ายมือติดถนนกันแล้ว ที่ด้านหน้าก็มีพี่วินอีกจุดนึงนะครับ เรียกว่าถ้าแค่เราออกมาหน้าโครงการก็มีวินมอเตอร์ไซค์ให้ใช้ได้เลย ยิ่งในเวลาเร่งด่วนเข้างานคงเป็นที่ต้องการมากๆแน่ โดยเรทค่าโดยสารถ้่าไปที่ MRT, เซ็นทรัล พวกนี้ก็ประมาณ 20 บาท / แต่ถ้าไป ARL มักกะสัน 30 บาท / ไป ม.ศ.ว. ก็ประมาณ 40 บาทครับผม

ถ้าเลยโครงการไปนิดเดียวก็จะเป็นแยกอ.ส.ม.ท.ซึ่งสามารถเลี้ยวขวาเข้าถนนเพชรอุทัย ไปขึ้นทางด่วนได้ หรือลัดไปออกได้ทั้งถนนอโศก-ดินแดงและก็ถนนเพชรบุรี / และถ้าตรงไปอีกหน่อยเป็นแยกผังเมือง ที่สามารถเลี้ยวซ้ายไปถนนวัฒนธรรมเพื่อกลับไปออกถนนรัชดาภิเษกตรงตึกไซเบอร์เวิลด์ เรียกว่าตำแหน่งหน้าโครงการถือว่าอยู่ในลูปที่ดีที่สุดของแยกพระราม 9 ก็ว่าได้นะ

นี่ครับมองเข้าไปในที่ดิน ที่เราเห็นส่วนแรกทางขวามือจะมีอาคาร 6 ชั้น ซึ่งตอนนี้เป็นที่ตั้งของ Sale Office Gallery อยู่ และอยู่ในที่ดินคอนโดด้วย อนาคตจะเป็นส่วนที่จะใช้ปล่อยเช่าสำหรับพื้นที่สนง.ได้ และรายได้ก็มาเป็นส่วนนึงของโครงการ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • Grand Mercure fortune – 440 เมตร  (ระยะเดิน)
  • G land tower – 350 เมตร (ระยะเดิน)
  • Central พระราม 9 – 450 เมตร
  • Fortune town – 480 เมตร (ระยะเดิน)
  • โรงพยาบาลพระราม 9 – 650 เมตร
  • Airport Link มักกะสัน – 1.5 กิโลเมตร
  • ตลาดหลักทรัพย์ – 1.7 กิโลเมตร (รวมระยะกลับรถ)
  • โรงพยาบาลปิยเวท  – 1.7 กิโลเมตร
  • AIA capital center – 1.8 กิโลเมตร (รวมระยะกลับรถ)
  • Esplanade รัชดา – 1.9 กิโลเมตร (รวมระยะกลับรถ)
  • โรงพยาบาลจักษุรัตนิน – 2 กิโลเมตร
  • True tower – 2.4 กิโลเมตร (รวมระยะกลับรถ)


เจาะลึกตัวโครงการ

กดที่รูปเพื่อดูรายละเอียดขนาดใหญ่ได้นะ

โดยปกติทั่วไปเราจะทำเป็นแผนที่ 2D จาก GoogleMaps ให้ดูระยะใกล้เคียงใช่ไหมละครับ แต่ในคราวนี้ได้ถือโอกาสบินเก็บ Surrounding ที่แยกพระราม 9 หลังจากที่ไม่ได้อัพเดทมานาน ก็เลยได้จัดแบบของจริงพื้นที่รอบๆโครงการมาให้เลย พร้อมทำตำแหน่งอาคาร Tower A,B โดยคร่าวๆมาพอสังเขปด้วย ใครที่ชอบตำแหน่งไหนก็เล็งๆกันได้เลยนะครับ

อ้อ… สิ่งที่ผมเน้นย้ำกับคุณผู้อ่านหลายครั้งแล้วก็คือเรื่องวิวนะครับ คุณกำลังอยู่ในพื้นที่อยู่อาศัยและ Commercial หนาแน่นของกรุงเทพแห่งนึง วิวโล่ง!! ไม่ใช่สิ่งที่การันตีได้ง่ายๆอยู่แล้ว วันนึงวันใดอาจมีตึกสูงขึ้นมาติดกับคุณก็ได้ ต้องทำใจรับเรื่องนี้กันด้วย เพราะเขตที่คุณเลือกใจกลางเมือง ราคาที่ดินมันแพง การจะพัฒนาให้คุ้มค่าที่สูงก็คงเป็นตึกสูงแล้วทำอะไรสักอย่างกกับมัน ทั้งโรงแรม คอนโด ออฟฟิศ ฯลฯ เป็นต้นนะฮะ

เราเข้ามาด้านในส่วนของ Sale Office Gallery ได้อารมณ์ความรู้สึกหรูหราหน่อยๆ มีพื้นที่กว้าง เพดานสูง แชนเดอเลียนี่อลังการงานสร้างดีครับ

โดยข้างๆโมเดลจะมีโต๊ะหินอ่อนที่ฝังจอทีวีขนาดใหญ่ยักษ์และสามารถทัชสกรีนเพื่อดูรายละเอียดต่างๆในโครงการ ทั้ง Vdo Presentation, Floor Plan, Unit Plan เป็นต้นแบบนี้

อย่างที่บอกจริงโครงการนี้เคยจะเปิดขายมารอบนึงแล้วนะครับ แต่ว่าก็ได้รับ Feedback จาก Consumer หลายคนว่าดีไซน์การคิดการออกแบบมันยังไม่ค่อยสุดสมัยนั้น(2016) ซึ่ง Developer อย่าง TC Development ก็ยอมถอยหลังออกเพื่อเริ่มคิดใหม่ ในคราวนี้จึงดีงกลุ่มสถาปนิกชื่อดังที่เราคงเคยผ่านตาแบรนด์บริษัทเหล่านี้มาไม่มากก็น้อย เพราะเป็นระดับประเทศเราและมีผลงานทั้งในบ้านเราและต่างประเทศด้วยครับ

โดยคอนเซ็ปต์ของโครงการคือ “Urban Midtown Oasis” โดยออกแบบเพื่อพื้นที่สีเขียวใหญ่และส่วนกลางมีขนาดรวมถึง 8.6 ไร่(นับพื้นที่รวมในอาคารด้วย) โดยบริษัท ฉมา จำกัด (Shma) และส่วนของ Facility ที่ออกแบบโดยบริษัท ลีโออินเตอร์เนชั่ลแนล ดีไซน์ กรุ๊ป จำกัด (Leo International Design) อาทิ สระน้ำแบบอินฟินิตี้ขนาด 100 เมตร ห้องฟิตเนตอเนกประสงค์สำหรับกิจกรรมต่างๆ จากุชซี่ สปา ห้องสมุด ห้องชมภาพยนตร์ ห้องเล่นเกมส์ ห้องโยคะ สนามกอล์ฟจำลอง  สวนลอยฟ้า สถานที่เล่นสำหรับเด็ก และห้องสังสรรค์บนชั้น 8 เป็นต้น

ภาพจำลองบรรยากาศ Exterior ตัวโครงการ ซึ่งตอนนี้กลับมาใหม่สไตล์ Modern อย่างเต็มตัว ใช้โทนสีอาคารสีเทาตัดกับสีกระจกอาคารที่เป็นสีน้ำเงินตัดแสง และ Facade มีลวดลายต่างๆตามตัวอาคาร และเหนือชั้น 61 มีการตกแต่งที่ยอดอาคารตามสไตล์ของ TC เค้าแหละ

One9Five อโศก-พระราม 9 เป็นคอนโดตึกสูงคู่แฝด High Rise 61 ชั้น 2 อาคาร บนเนื้อที่ดินประมาณ 11-1-6 ไร่ (อาคาร A 954 ยูนิต, อาคาร B 957 ยูนิต) มีจุดที่เชื่อมระหว่างทั้งสองอาคารคือที่จอดรถตรงกลางและโพเดียม Facilities ที่ชั้น 8, มียูนิตต่อชั้นสูงสุด 18 ยูนิต,ที่จอดรถช่องจอด 951 คันคิดเป็น 50% (ยังไม่รวมจอดซ้อนคัน) | เริ่มก่อสร้าง : April 2018 | คาดว่าจะแล้วเสร็จ : March 2022 | ลักษณะห้องของที่นี่จะเน้นไปที่ 1 Bedroom เป็นหลัก แต่ขนาดห้องมีตั้งแต่ 25.5 –  271.5 ตร.. (มี Duplex Penhouse ที่ 2 ชั้นสุดท้ายบนสุด)

ตัวโครงการอยู่ติดถนนใหญ่อย่างพระราม 9 เข้ามานิดนึงเจอกับตัวอาคารออฟฟิศ 6 ชั้น ที่ตอนนี้เป็น Sale Office Gallery และเข้ามาปุ๊ปจะเจอโซนของ EV Charger Car เพื่อรองรับรถไฟฟ้าที่กำลังจะมาแพ่หลายมากขึ้นในอนาคต

ระบบการเดินภายในโครงการนี้จะเป็นแบบวันเวย์รอบอาคารไปทางซ้ายตามลูกศร และวนกลับออกมา ซึ่งจากตัว Model เราจะเห็นการจัด Landscape ของพื้นที่สีเขียวและธารน้ำทางเดินค่อนข้างเยอะ

ส่วน Drop Off Area ที่อยู่บริเวณด้านหน้าโครงการ และจากภาพจำลองเราจะเห็นส่วนของตัวอาคารชั้น Ground ซึ่งด้านในจะเป็น Lobby ที่ Tower A ด้านหน้าแยกล็อบบี้กัน

ที่โครงการนี้จะเริ่มมีห้องพักอาศัยตั้งแต่ชั้น 2 เลยนะครับสูงไปจนถึงชั้น 7 และก็จะเว้นที่ชั้น 8 เป็นไฮไลท์หลักโดยยกเป็นพื้นที่ส่วนกลางแบบยกชั้น

อ้อมมาดูฝั่งด้านหลังโครงการกันบ้าง ทางขวามือมีการแยกพื้นที่โซนฟังก์ชันอย่าง Self Car Washing ซึ่งเป็นโซนล้างรถด้วยตนเองนั่นเองครับ ปกติคอนโดทั่วไปจะไม่ค่อยมีฟังก์ชันนี้สักเท่าไร ซึ่งทางโครงการเค้าคิดว่า ไม่ใช่ทุกคนที่ต้องออกไปล้างคาร์แคร์ มีลูกบ้านบางคนที่อยากจะล้างเองบ้างถ้าแค่ล้างฝุ่นงานเล็กๆไม่ถึงกับขัด เลยจัดพื้นที่มาให้

ถัดมาอีกส่วนทางซ้ายมือจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางที่ประกอบไปด้วยโซนสนามเด็กเล่น พื้นที่สวนหย่อม และก็มีการแยกให้ลูกบ้านสามารถมาปลูกผักสวนครัวกันเก๋อย่าง Hydroponic Garden ด้วยและผลผลิตลูกบ้านก็สามารถทำไปทานได้ด้วยนะ / ซึ่งทางสถาปนิกผู้ออกแบบอย่าง Shma ก็มีการคิดเรื่องของพื้นที่ต่างระดับในการใช้งานพื้นที่สีเขียวส่วนกลางตรงนี้ด้วย จะมีผลต่อทั้งเดินและอารมณ์ที่เปลี่ยนไปในระดับขั้นของสวนครับ

ส่วนสุดท้ายคือจะมีพื้นที่กล่องเล็กๆซ้ายสุดนั่นคือโครงการในอนาคตครับ ซึ่งทางโครงการยังไม่แจ้งว่าจะออกมาเป็นรูปแบบไหน ตอนแรกเห็นดูจากขนาดเดาๆแบบไม่แน่ใจว่าจะทำเป็นลักษณะ Villa รึเปล่า แต่รอทางโครงการมาแจ้งรายละเอียดในอนาคตดีกว่าครับ

วนมาที่ด้านข้างอาคารอีกฝั่งครับ ตรงนี้ทางเดินมีการจัด Landscape ทางเดินอยู่ข้างๆ Shop 28 Unit มีการใช้ WaterFeature มาช่วยให้ดูร่มรื่นควบคู่กับต้นไม้ใหญ่ข้างๆ

ไฮไลท์ของโครงการนี้คงหนีไม่พ้นเจ้าสระว่ายน้ำระบบเกลือกลางแจ้งที่ชั้น 8 หลายๆคนตอนแรกแอบสงสัยว่าทำไมคอนโดระดับนี้ไม่เอาสระว่ายน้ำไว้ชั้นบนสูงๆ แต่สิ่งที่โครงการให้แลกกันกับการไว้ชั้น 8 อันนี้ผมรับได้และชอบเลยคือ ความยาวสระปาไปถึง 100 เมตร แต่รูปแบบจะเป็นทรง Freeform ซะหน่อยนะมีการแทรกต้นไม้ขนาดกลางไว้ที่ริมขอบสระเผื่อมานอนเล่นอาบแดดและหลบใต้เงาจากต้นไม้ได้ และในส่วนของตัวในอาคารทั้ง A และ B ด้านในก็เป็นพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมดเช่นกัน

การออกแบบพิเศษอีกอย่างจากสถาปนิก pia คือเรื่องของ Ventulation Flow ภายในตัวอาคาร คือระหว่างทางทิศเหนือและใต้ของนอกอาคาร(ซึ่งเป็นฝั่งทิศที่ลมวิ่งตลอดทั้งปีอยู่แล้ว) มีการเว้นแกปช่องอาคาร ที่สามารถเปิดหน้าต่างจากโถงทางเดิน Corridor ได้ครับ ทำให้ลูกบ้านมีการไหลเวียนถ่ายเทอากาศได้ดีตลอดเกือบทั้งปีเลยล่ะ

ห้องแบบปกติจะสิ้นสุดที่ชั้น 58 นะครับ ส่วนของชั้น 59-60 จะเป็นห้องแบบพิเศษอย่าง Duplex Penthouse นะครับ เป็นห้องแบบ 2 ชั้นและมีขนาดใหญ่พิเศษ ส่วนชั้นสุดท้ายจะขึ้นไปอีกชั้นที่ชั้น 61 แต่จะเป็นส่วนของพื้นที่ส่วนกลางอย่าง Sky Residential Lounge, Sky Bar, Private Sky Meeting Room, Private Sky lounge ให้ลูกบ้านขึ้นมารับวิวสวยๆและสูงที่สุดของอาคาร

Image 1/12
Sky Panorama

Sky Panorama

Image 1/14
01_Ground Floor Plan

01_Ground Floor Plan

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • ชั้น Ground : Grande Lobby, Private Mezzanine Lobby, Concierge Service Desk, Laundry Room, Express Storage room, Retails Shop Space(28 Shop), Co-Working Space, Sand Play, Playground, Community Kitchen, Hydroponic Garden, Self Car Wash, EV Charge
  • ชั้น 8 : Residential  Lounge, Library Room, Game Room, Theatre Room, Golf Simulator Room, Fitness Center(แยกแต่ละอาคาร), Cross Fit Zone, Boxing Area, Yoga Zone, Private Spa, Locker Room, Kid’s Club, Pool Lounge
  • ชั้น 61 : Sky Residential Lounge, Sky Bar, Private Sky Meeting Room, Private Sky lounge
  • Highlight Swimming Pool 100 meters Infinity edged 
  • ที่จอดรถช่องจอด 951 คันคิดเป็น 50% (ยังไม่รวมจอดซ้อนคัน)
  • ลิฟท์โดยสาร 6 ตัว/อาคาร | Service Lift 1
  • ระบบ CCTV / Access Card

 


Product Walkthrough

Image 1/8
TYPE-A

TYPE-A

ผมลองเอาแปลนห้องหลักต่างๆในโครงการนี้มาแปะให้ดูกันนะ (กดที่รูปเพื่อซูมดูรายละเอียดและตำแหน่งได้)

  • 1 Bedroom Junior Suite ขนาด 25.5 – 35.5 ตร..
  • 1 Bedroom Deluxe ขนาด 36.5 – 41 ตร..
  • 1 Bedroom Elegance ขนาด 67 – 69.5 ตร..
  • 2 Bedroom Deluxe ขนาด 55 – 68 ตร..
  • 3 Bedroom Exclusive ขนาด 94 – 109.5 ตร..
  • Penthouse ขนาด 194 – 271.5 ตร..

ตัวโครงการขายแบบ Fully Fitted แต่ก็มีเฟอร์นิเจอร์บิวท์อินมาให้ด้วยบางส่วนอย่างตู้เก็บรองเท้า, ตู้เสื้อผ้าในห้องนอน, ได้ชุดครัว, กระจกฉากกั้นในห้องน้ำ, Digital Door Lock YALE, พื้นไม้ Engineering Wood 15mm., แกรนิตโต้ลายหิน, แอร์ในห้องโถงแบบฝังฝ้าเพดาน และในห้องนอนแบบ Walltype, ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน 2.70 เมตร. เรียกว่าสเป็ควัสดุให้มาแบบจัดเต็มมากๆ / เนื่องจากในรีวิวเราจะพาดูแบบละเอียดสัก 2 ห้อง และเก็บภาพบรรยากาศรวมๆอีก 2 ห้องนะครับ

ห้องตัวอย่างแรกที่จะพาไปดูคือ 1 Bedroom TYPE-B ขนาด 41 ตร.ม. ซึ่งถือว่าเป็นขนาดใหญ่กว่าตลาดหน่อยเพื่อจะได้อยู่สบาย การจัดฟังก์ชันเลยค่อนข้างเป็นสัดส่วนชัดเจนในการใช้งานง่าย สิ่งที่ผมชอบในแปลนห้องนี้เลยเอาทีละอย่างนะครับ เริ่มจากเปิดเข้าห้องมาได้ตู้เก็บรองเท้าขวามือติดกับประตู, ทางซ้ายมือได้พื้นที่ครัวปิดกระจกฉากกั้นทำอาหารจริงจังได้, โถงรับแขกรวมมีความกว้างเพราะเชื่อมพื้นที่กับทานอาหาร, ห้องนอนมีพื้นที่ที่กว้างเดินสะดวกทั้งห้อง ได้หน้าต่างเข้ามุม มีเว้นช่องทำตู้เสื้อผ้า Built-In มาให้ และสุดท้ายคือห้องน้ำเป็น Double Access เข้าออกได้สองฝั่งเวลามีแขกมาจะใช้ห้องน้ำไม่ต้องเดินตัดห้องนอน จะได้ความเป็นส่วนตัวด้วย

ประตูทางเข้าห้องเป็นไม้ปิดผิวด้วยลามิเนตสูง 2.40 เมตรครับ โดยโครงการจะมี Digital Door Lock ของ YALE มาให้เลย ใช้ได้ 3 ระบบทั้ง คีย์การ์ด กุญแจ รหัส พื้นทางเข้าห้องใช้กระเบื้องแกรนิตโต้ลายหินธรรมชาติ มีตัวจบเส้นสแตนเลสแล้วในห้องค่อยกลายเป็น Engineering Wood ที่หนา 15 mm.

เข้ามาในห้องจะเจอกับพื้นที่ Common Area หรือโถงรวม ที่ภายในประกอบด้วยฟังก์ชันของรับประทานอาหารและก็พื้นที่นั่งเล่นรับแขกครับ ด้วยระยะ Floor to ceiling สูงจากพื้นถึงฝ้า 2.70 เลยได้ปริมาตรดูรู้สึกโปร่งโล่งหน่อย

มองย้อนกลับไปที่ประตูทางเข้าห้องจะเห็นว่าขวามือ(เวลาเข้ามาในห้อง) จะมีส่วนของตู้เก็บรองเท้าเก็บของที่โครงการบิวท์อินมาให้เลย ซึ่งถือว่าดีนะ ถือว่าคิดมาให้กับลูกบ้านแล้วว่า ควรต้องมีฟังก์ชันนี้อยู่ติดทางเข้าออกห้อง / และข้างๆประตูอีกฝั่งจะเป็นส่วนของพื้นที่ครัวปิดที่ได้กระจกฉากกั้นบานเลื่อน

หน้าตาภายในชุดตู้เก็บรองเท้าที่โครงการให้มา ดูดีนะครับ แบ่งเป็นชั้นที่มีองศาเอียง มีลิ้นชักเก็บของ ชั้นวางอีกหลายจุด และมีช่องเก็บที่เป็นของชิ้นยาวสูงอย่างเช่นพวกร่ม ไม้กอล์ฟ ฯลฯได้จ้า (Fiiting Soft Close ทั้งหมดนะ)

พื้นที่ครัวปิดที่ได้กระจกฉากกั้นบานเลื่อนแบบบานใส 3 ตอน ซึ่งเจ้าหน้าตาวัสดุผมว่าดูดีโดดเด่นดี กรอบบานเป็นสีเงินสแตนเลส ตัวจบพื้นตัดโซนครัวเปลี่ยนเป็นพื้นกระเบื้องแกรนิตโตลายหินธรรมชาติที่เหมาะกับโซนครัวที่โดนน้ำบ่อยทำควาทสะอาดง่าย และสุดท้ายมีการทำรางเลื่อนไว้ด้านบน ซึ่งข้อดีของมันคือเดินไปมาสะดวกไม่ต้องกลัวสะดุดครับ

ด้านในพื้นที่โซนครัวเป็นทรงผืนผ้าตอนลึกแต่ที่เห็นแบบนี้ความกว้างของทางเดินก็ประมาณ 1 เมตรนะครับ ระยะเดินไปมาช่วยกันทำครัว 2 คนพอได้นะ

โดยพื้นที่ครัวด้านบนบนทั้งหมดจะทำชุดคู้ติดแขวนผนังแบบนี้มาให้ หน้าบานเป็นไฮกลอสสีครีมน้ำตาลโทนสว่างหน่อย และระบบการเปิดปิดทั้งหมดกันกระแทก

ที่ด้านหลังผนัง back splash มีการกรุกระเบื้องแกรนิตโต้ลายหินอ่อนให้ด้วยทำมาเรียบร้อยดูสวยงาม ส่วนของ Top ครัวจะได้เป็นหินสังเคราะห์สีขาวนะครับ และพวกชุด Ho&Hood จะได้เป็นของ MEX / ด้านล่างยังมีชุดเก็บของใต้ Pantry พร้อมช่องวางไมโครเวฟ ซึ่งตำแหน่งดีกว่าอยู่ที่ตู้ชั้นบนเพราะไม่ต้องเอื้อม

ออกมาจากโซนครัว มองเฉียงไปทางซ้ายนิดนึง จะเป็นพื้นที่สำหรับวางโต๊ะรับประทานอาหาร พวกเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวต่างๆจะไม่ได้ให้มานะครับ แต่ดูเป็นไอเดียจากโครงการอย่างตรงนี้สามารถจัดวางโต๊ะแบบ 4 ที่นั่งซึ่งมีพื้นที่สบายในการใช้งานและเดินไปมา

พื้นที่รับประทานอาหารจะมี Space ที่เชื่อมต่อกับโซนนั่งเล่น ซึ่งยังสามารถพูดคุยไปมาระหว่างกันภายใน Area นี้ได้

ส่วนถัดมาเป็นพื้นที่นั่งเล่นรับแขก ซึ่งถ้าจะจัดแบบห้องตัวอย่างที่มีโต๊ะกลางกว้างไปหน่อย อาจจะทำให้วางตู้ชั้นทีวีลำบากเพราะจะเดินไปมาไม่สะดวก ลูกบ้านอาจจะลดขนาดโต๊ะกลางลงก็ได้ จะได้เอาชั้นวางมาได้และเดินไปมาได้ฮะ ส่วนระยะดูทีวีประมาณ 2.20 เมตร

เนี่ยครับ โต๊ะกลางห้องตัวอย่างเป็น Big Size กินพื้นที่ไปหน่อยแหะ แต่ความยาวของโซฟาเรียกว่าจุใจ 3 คนตัวใหญ่นี่สบายเลย

ซึ่งส่วนนั่งเล่นจะอยู่ติดกับช่องแสง ประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอนหน้าตาดูแข็งแรงเป็นอลูมิเนียบดำเงา ตัวบานกระจกเป็นสีน้ำเงินตัดแสง และสามารถเลื่อนเปิดได้ทั้งสองฝั่งเพื่อออไปสู่พื้นที่ระเบียงได้

พื้นที่ระเบียงขนาดไม่ใหญ่มากนัก แต่สามารถออกไปยืนสูดอากาศ ตากผ้าได้อยู่ จะเห็นว่าผนังเซฟตี้ด้านนอกให้กระจกนิรภัยอีกชั้นนึงด้วย ส่วนของแอร์ก็มีการทำพื้นที่ระแนงเหล็กแยกโซนเอาไว้บังสายตาจากภายในและภายนอก และตัวเฟรมอลูมิเนียมดูหนาแข็งแรงดีแหะ

ในห้องตัวอย่างมีการตกแต่งเบิ้ลชั้นผนังระหว่างเสา มาทำเป็นไอเดียตู้โชว์ของสะสมเก๋ๆด้วยแหะ ซึ่งอย่างที่บอกไปตอนวิเคราะห์แปลนว่าข้อดีของห้องนี้อีกอย่างคือการเข้าออกห้องน้ำเป็น Double Acccess เข้าออกได้จากห้องโถงและภายในห้องนอนได้ความเป็นส่วนตัวแวลาแขกมาแล้วจะใช้งานห้องน้ำ / เดี๋ยวเราจะไปดูส่วนของห้องนอนทางประตูทางขวามือก่อนนะครับ ซึ่งจะเห็นว่าพื้น Enigineerting Wood ก็ต่อเนื่องไปในห้องนอนด้วย

ในส่วนของห้องนอน ให้ความสำคัญของระยะรอบด้านเตียงมาพอสมควรเลย ถึงแม้เราจะเอาเตียง King Size มาลงแล้ว ก็ยังมีพื้นที่รอบเตียงทุกด้านให้เดินสะดวก รวมถึงวางโต๊ะข้างหัวเตียงได้ทั้งสองฝั่ง อีกทั้งยังได้ช่องแสงขนาดใหญ่มาด้วย

ระยะทางเดินปลายเตียง ถ้าเอาทีวีแขวนผนังแบบนี้ ก็เรียกว่าเดินสบายไม่ต้องเอียงตัว

ติดกับผนัง จะมีพื้นที่ส่วนเว้าเข้าไปเป็นมุมเล็กอย่างมุมโต๊ะเครื่องแป้ง

ตำแหน่งของมุมโต๊ะเครื่องแป้ง อยู่ติดกับหน้าต่างบานกระทุ้ง ข้อดีคือใกล้กับแสงธรรมชาติ เวลาแต่งหน้าสีจะได้ไม่เพี้ยน 😀

และข้างหัวเตียงฝั่งขวามือ ตรงนี้ต้องบอกว่าห้องตัวอย่างเค้าเอาผ้าม่านบังไว้หมดเลย ผมต้องไปยกโอบกอดและถ่ายให้เห็นว่า เอ้อ จริงๆแล้วเป็นเป็นกระจกเข้ามุมนี่นา และมีบานกระทุ้งอีกจุดนึงด้วย

ตัวโครงการเค้าจะมีการทำรางผ้าม่านดรอปฝ้าแบบนี้ให้เลยนะฮะ แอร์ของที่นี่เป็นแบบฝังฝ้าเพดาน (จะมีบางห้องบาง Type ได้เป็นแบบแขวนผนังในห้องนอนต้องถามเซลล์กันด้วยนะ)

มองข้ามฝั่งเตียงนอนไป มุมนี้เราจะเห็นหน้าตาตู้เสื้อผ้า Built-In ที่โครงการทำมาให้เบ็ดเสร็จ หน้าตาดูดีเข้ากับวัสดุในห้อง ที่เหมือนกับประตูครัว ตัวพื้นที่ตู้ทำสูงจรดฝ้าเพดาน การแบ่งเป็นสองตู้แบบนี้ถ้าอยู่กันสองคนก็แยกตู้ใช้งานได้ดีเลย แต่อาจจะไม่พอสำหรับคุณผู้หญิงสายแต่งตัวก็เป็นได้

ด้านในห้องน้ำ เรียงฟังก์ชันการใช้งานสามประการครบ แยกพื้นที่ส่วนแห้งส่วนเปียก และมีประตูทางเข้าออกสองฝั่ง ตัวพื้นและผนังใช้เป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ลายหินสีธรรมชาติทั้งหมด

หน้าต่างชุดอ่างจะได้เป็นแบบหินสังเคราะห์พร้อมชุดตู้เก็บของด้านล่าง ส่วนวัสดุอื่นได้ของ Kohler(หรือเทียบเท่า) ชิ้นใหญ่หน้าตาดูดีแหะ

พื้นที่อาบน้ำที่แยกส่วนเปียกกั้นด้วยกระจกนิรภัยมาให้ ส่วนของระยะอาบมาตรฐานดีครับ คือเข้าไปอาบคนนึงและขยับตัวไปมาสะดวก การเปิดปิดก็ไม่ต้องเอี้ยวตัวหลบเวลาเข้าออก และหน้าตาชุดฝักบัวผมชอบนะเป็บของ Kohler อีกเช่นกันจะบวกกับมีการทำ Rain Shower มาเพิ่มให้อีกด้วย พร้อมซ่อนไฟหลืบฝ้า ไม่ยิงตรงเข้าศรีษะเวลาอาบน้ำ


ห้องตัวอย่างอีกแบบที่จะพาไปชมคือ 1 ห้องนอน TYPE-E ขนาด 35.50 ตร.ม. ห้องแบบนี้จะมีอยู่ 4 ยูนิตต่อชั้นที่ตำแหน่งวิวตะวันออกและตะวันตกครับ ด้วยรูปทรงห้องเป็นแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้า เพราะฉะนั้นเค้าเลยให้น้ำหนักกับช่องแสงตั้งแต่ตรงระเบียงเป็นกระจกกั้นโซนทั้งหมดมาถึงในห้อง เพื่อที่จะให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาได้มากที่สุดครับ ฟังก์ชันหลักก็ยังได้ครบเครื่องอยู่อย่าง ครัวปิด ตู้เก็บรองเท้าหน้าประตู โซนนั่งเล่นรับประทานอาหารอยู่ด้วยกัน ยังคงให้ความสำคัญกับห้องนอนได้ดี ห้องนี้ระเบียงกว้างด้วยครับ ใช้งานได้หลากหลายกว่า ส่วนที่ผมไม่ชอบ(ส่วนตัว) คือถ้ามีแขกมา เค้าขอเข้าห้องน้ำ จะต้องเดินผ่านมาในห้องนอนเรานั่นเองครับ แต่ถ้าไม่เน้นรับแขกและอยู่เองก็สะดวกเวลาลุกมาเข้าห้องน้ำตอนกลางคืนดีนะครับ

ประตูขวามือสุด เป็นส่วนของประตูทางเข้าออกห้องนี้ครับ ซึ่งตอนนี้ผมเข้ามาแล้ว จะเห็นว่าโครงการก็ยังทำตู้ Built-In เก็บรองเท้าและรองใช้อื่นๆไว้อยู้ติดกับประตูแบบนี้เหมือนกัน และยังมีพื้นที่เหลือวางชั้นข้างๆอีกด้วย

ลองเปิดหน้าบานให้ดูตู้เก็บของแบบเต็มๆ ห้องที่แล้วถอยไปถ่ายสุดไม่ได้ฮะ ถือว่าแบ่งชั้นออกมาได้เยอะ วางของแยกส่วนกันเป็นหมวดหมู่ได้ มีติดตั้งพวกตัวแขวนมาด้วย

ถ้ามองตรงไปเวลาเข้าห้อง เราจะเห็นส่วนของประตูครัว(ซึ่งห้องตัวอย่างไม่ได้ติดเอาไว้ให้) แต่ของจริงจะเป็นตัวกระจกบานสไลด์เลื่อนนะครับ

ข้อดีของหน้าที่ครัวคือ ได้เป็นพื้นที่ครัวปิด ซึ่งเหมาะกับคนที่ชอบทำอาหารทานเองจริงจังอยู่แล้วไม่มารบกวนโซนนั่งเล่น พักอาศัย / ห้อง Type นี้จะได้ความกว้างของ Pantry น้อยหน่อย แต่แบ่งออกเป็นสองฝั่งตามในรูปเลยนะครับ ส่วนของทางเดินกว้างก็กว้าง 1 เมตรเท่าห้องก่อนหน้านั่นแหละครับ

ชุดวัสดุเป็นอะไรๆก็จะเหมือนกับห้องก่อนหน้านะครับ ไม่พูดซ้ำละกัน โดยฝั่งซ้ายมือ Pantry ที่มีส่วนของอ่างล้างจานและก็ Hob&Hood อยู่ ตรงกลางก็พอเตรียมอาหารได้นะ แต่ฝั่งขวามือจะเป็นพื้นที่วางตู้เย็นและก็มี Mini Pantry เอาไว้วางพวกเครื่องปิ้งขนมปัง กาน้ำร้อน ที่ทำกาแฟ อะไรอย่างนี้ จะเห็นว่าเค้าใช้พื้นที่ใช้สอยแนวตั้งกับบริเวณครัวนี้คุ้มค่าที่สุดไม่ให้เหลือ Space เปล่าเลย

มุมที่วางไมโครเวฟยังมีนะฮะ อยุ่ฝั่งขวาด้านล่างนี่แหละ ถูกประกบหัวท้ายด้วยลิ้นชักสไลด์เก็บของ ช้อนส้อมได้

ผมชอบพวกวัสดุในห้องเล็กๆน้อยๆที่เอามาใส่ให้ใรห้องนะ ของแบบหน้าตาดูดีหน่อย ไม่ได้ใช้ตลาดแบบเกรดล่างไม่สมราคา

ออกมาจากห้องครัวจะเป็นส่วนของ Common Area หรือโถงรวมหลักที่รวมฟังก์ชันระหว่างพื้นที่ทานอาหาร และโซฟารับแขก (ห้องตัวอย่างอาจจะดูงงๆนิดนึงเพราะติดกระจกตกแต่งที่ผนังเอาไว้นะครับ)

แอร์ในห้องได้แบบฝังฝ้านะครับ ส่วนที่ดรอปไปเหลือ 2.40 เมตร จาก 2.70 เมตร

มุมนี้ติดกับประตูทางเข้าจัดวางเป็นโต๊ะรับประทานอาหารแบบ 2 ที่นั่งกำลังพอดีกับสมาชิกในห้องไซส์นี้

ถัดมาติดกันเป็นพื้นที่วางโซฟาครับ ซึ่งดูๆแล้วเลือกวางแบบ 2-3 ที่นั่งได้แล้วแต่ความชอบของเจ้าของห้องจะให้น้ำหนักกับโซฟาขนาดไหน

โดยห้องน้ำจะมีระยะดูทีวีอยู่ที่ประมาณ 2.20 เมตรครับ และถ้าอยากให้คุ้มค่าเราก็ไปบิวทตู้ติดผนังตรงนี้ให้คุ้มๆกับพื้นที่ใช้สอยแนวตั้งหน่อย

ส่วนที่กั้นโซนห้องนั่งเล่นกับห้องนอนคือเจ้าประตูกระจกใสบานเลื่อน 3 ตอนแบบสูงจรดฝ้าเพดานตัวนี้แหละ ที่ทำหน้าที่ให้ห้องโถงนั่งเล่นไม่ดูอึดอัด เพราะแสงธรรมชาติส่องผ่านมาจากโซนระเบียงได้อีกที

ซึ่งเจ้าประตูตัวนี้หน้าตาของวัสดุดูดีครับ แข็งแรง ทำรางบน แฟรมหนาใช้ได้ เวลาเลื่อนไปซ้อนทับกันเป็นระเบียบ

เข้ามาในห้องนอนที่เลือกตำแหน่งไว้ใกล้กับช่องแสงด้านนอก ยังคงให้ความสำคัญกับพื้นที่ห้องนอนเหมือนเดิมครับ ผมชอบนะ ระยะทางเดินต่างๆมันกว้างขวางไม่อึดอัดดี

ซึ่งห้องนี้เราเลือกเอาเตียง Queen Size มาลง ก็จะเหลือพื้นที่ข้างเตียงสองฝั่งพร้อมวางโต๊ะข้างๆได้ด้วย

ส่วนของปลายเตียง ทำเป็นตัวอย่างมาให้ดู แต่เจ้าตู้เสื้อผ้า Built-In ได้มานะครับ สำหรับคุณผู้หญิงคนไหนชอบแต่งหน้าแต่งตัวผมแนะนำว่า ไม่ต้องเอาทีวีมาไว้หรอก ขยายพื้นที่ตู้เสื้อผ้าทำเพิ่มและมีมุมโต๊ะเครื่องแป้งส่วนตัวดีกว่า จะได้จุใจกันไปเลย

ประตูกระจกบานเลื่อนของห้องนี้เป็นแบบ 3 ตอน ซึ่งจะฟิคล็อกฝั่งซ้ายสุดตอนนึง วัสดุต่างๆดูแข็งแรง ดรอปฝ้าสำหรับรางผ้าม่านมาให้แล้ว

พื้นที่ระเบียงของห้องนี้จะได้ความยาว มากกว่าห้องแรก ซึ่งความกว้างจะอยู่ประมาณ 80 ซม.เท่านั้น แต่ระยะขนาดนี้ ออกมาเดินเล่นสูดอากาศ ชมวิว ทำมุมสวนกระถางอะไรต่างๆได้แล้ว

ผมยังยืนอยู่ที่ระเบียงนะครับ มองย้อนเข้าไปในตัวห้องจะเห็นส่วนฟังก์ชันสุดท้ายอย่างห้องน้ำ ไปดูข้างในกัน

ในห้องน้ำเป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้านะครับ ซึ่งก็เรียงฟังก์ชันการใช้งานง่ายๆ ยาวต่อเนื่องกันไป อ่างล้างมือ สุขภัณฑ์ พื้นที่อาบน้ำ ตัวพื้นห้องน้ำลดระดับลงมาเล็กน้อยเท่านั้น ถ้าจะขัดถูต้องอย่าราดน้ำกันแรงๆให้ล้นออกมาโดนพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ในห้องนอนล่ะ

ในห้องน้ำเราจะได้ชุดตู้เก็บของเป็นชั้นๆ หน้าบานกระจกเงาด้วยนะ (ไอ้ส่วนตรงขอบๆตู้ที่โค้งๆมนๆเป็นตกแต่งนะจ๊ะ)

พื้นที่อาบน้ำ ชุดฝักบัว และ Rain Shower วัสดุ ระยะต่างๆเหมือนกับห้องแรกครับ


ห้อง 1 ห้องนอน TYPE-A ขนาด 40.50 เป็นอีกแบบที่มีห้องตัวอย่างนะครับโดยห้องนี้ จะเป็นรูปแบบครัวเปิด แต่ก็ยังสามารถกั้นโซนได้ครับ ห้องนี้จะมีความดูโปร่งโล่งหน้ากว้างกว่าห้องก่อนหน้า เพราะมีการใช้ประตูกระจกบานเลื่อนตรงกลางห้องกั้นโซนห้องนั่งเล่นกับห้องนอน ทำให้ช่องแสงทะลุผ่นกันได้ ให้ความสำคัญกับพื้นที่รับแขกโถงรวมมากหน่อย และไปลดพื้นที่ระเบียงเอา(สำหรับคนไม่ตากผ้า ทำสวนระเบียง) อีกทั้งยังสามารถพอกั้นครัวปิดได้ และห้องน้ำยังคงเป็น Double Accesss ด้วยครับ

Image 1/9
ส่วนโครงการ_71

ส่วนโครงการ_71

บรรยากาศและมุมฟังก์ชันต่างภายในห้องตัวอย่าง ของห้อง Type A ขนาด 40.50 ตร.ม.


ห้องตัวอย่างสุดท้าย 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ TYPE-D ขนาด 68 ตร.ม. ตำแหน่งจะอยู่ที่มุมอาคารนะครับ โดยห้องนี้จะเน้นไปที่ส่วนโถงรวมที่เชื่อมฟังก์ชันระหว่างครัวเปิด มี Isalnd โซนรับประทานอาหาร และโซนนั่งเล่นรับแขก เชื่อมต่อกันโดยไม่มีประตูกั้น และดูกว้างขวาง อีกส่วนนึงยังคงคอนเซ็ปต์ครับให้น้ำหนักกับห้อง Master Bedroon ที่ได้พื้นที่กว้าง หน้าต่างเข้ามุม มีมุมแต่งตัวและห้องน้ำในตัวที่มีอ่างอาบน้ำด้วย

Image 1/15
ส่วนโครงการ_82

ส่วนโครงการ_82

บรรยากาศและมุมฟังก์ชันต่างภายในห้องตัวอย่าง ของห้อง 2 Bedroom 2 Bathroom Type D  ขนาด 68 ตร.ม.

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 10 July 2018

  • 1 Bedroom Junior ขนาด 25.5 – 35.5 ตร.. | ช่วงราคา 3.93 – 6.49 ล้านบาท
  • 1 Bedroom Deluxe ขนาด 36.5 – 41 ตร.. | ช่วงราคา 6.93 – 8.04 ล้านบาท
  • 1 Bedroom Elegance ขนาด 67 – 69.5 ตร.. | ช่วงราคา 13.1 – 14.5 ล้านบาท
  • 2 Bedroom Deluxe ขนาด 55 – 68 ตร.. | ช่วงราคา 8.6 – 13.2 ล้านบาท
  • 3 Bedroom Exclusive ขนาด 94 – 109.5 ตร.. | ช่วงราคา 18.8 – 23.4 ล้านบาท
  • Penthouse ขนาด 194 – 271.5 ตร.. | ช่วงราคา n/a (สอบถามหน้างาน)
  • ฝ้าเพดานสูง 2.70 เมตร

  • Fully Fitted / เฟอร์นิเจอร์ Built-In ตู้เก็บรองเท้าและตู้เสื้อผ้า
  • แอร์ทุกห้อง แอร์ฝังฝ้าเพดานที่ห้องนั่งโถง และ Wall Type ที่ห้องนอน
  • Digital Door Lock YALE
  • พื้น Engineering Wood 15 mm., กระเบื้องลายหิน
  • ฝ้าเพดานสูง 2.70 เมตร
  • Kitchen & Sink + Hob & Hood
  • จอง 30,000 – 100,000 บาท
  • ทำสัญญา 50,000 – 200,000 บาท
  • คิดรวมแล้วจองกับดาวน์เป็น 20% ผ่อนดาวน์ 30 งวด
  • ค่ากองทุน 600 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 55 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ


เจาะลึกรวบยอด

One9Five อโศกพระราม 9 ตั้งอยู่บนถนนพระราม 9 ฝั่งขามุ่งหน้าไปทางแยกผังเมือง ทำเลนี้ในระยะไม่เกิน 1 กิโลเมตรจากแยกพระราม 9 มีคอนโด High Rise จากหลาย Developer ขึ้นเป็นจำนวนมากทั้งที่สร้างเสร็จเข้าอยู่เรียบร้อยแล้ว และบางโครงการยังอยู่ในช่วงก่อสร้าง นอกจากนั้นยังมีอาคารสำนักงานขนาดใหญ่หลายแห่งในพื้นที่ มีสถานฑูตจีน และที่แยกพระราม 9 ก็เป็นพื้นที่ที่ต่อเนื่องมาจากย่านอโศกที่มีความหนาแน่นของออฟฟิศสูงมาก และความอุดมสมบูรณ์ของย่านนี้ส่วนใหญ่จะอยู่ติดถนนหลักอย่างพระราม 9 กับ รัชดาภิเษกที่เรียกว่าห้างเพียบ คอมมูนิตี้ก็กำลังมาอีกเพียบครับหายห่วง

โดยพระเอกของแยกพระราม 9 นี้ ส่วนตัวผมคิดว่า ต้องขอยกความดีความชอบให้กับกลุ่มของ G Land ที่พัฒนาโปรเจคอย่าง The Grand Rama 9 เป็นเมกะโปรเจ็คซึ่งอยู่ห่างจากโครงการไปประมาณ 200 เมตรเท่านั้น ความสำคัญคือเป็นโปรเจคที่จะทำให้ย่านพระราม 9 นี้กลายเป็น New CBD ของกทม. แบบนี้ก็ว่าได้และไม่เกินจริงด้วยนะ เพราะว่าตามโรดแมพแล้ว พี่เค้าก็สร้างมาเกือบครบแล้ว บนที่ดินกว่า 73 ไร่ มูลค่าโครงการรวมกว่า แสนล้านบาท ตอนนี้ก็จะเหลืออีกแค่ 2 อาคาร และส่วนของ Super Tower น่าจะเป็นส่วนปิดท้ายครับ

การเดินทางด้วยรถ โดยตำแหน่งที่ตั้งของโครงการอยู่ในจุดที่ดีอย่างแรกเรื่อง จุดกลับรถทั้งสองฝั่งหน้าโครงการใกล้ทั้งคู่ / อย่างที่สองคือการใช้งานไปขึ้นทางด่วนศรีรัช,ไปถนนอโศก,ไปถนนเพชรบุรี ก็สามารถทำได้ง่าย เพราะเลยหน้าโครงการไปนิดเดียวเป็นแยกอ....ให้เราเลี้ยวขวาเข้าถนนเพชรอุทัย / หรือเลยไปหน่อยเป็นแยกผังเมืองที่สามารถเลี้ยวซ้ายเข้าถนนวัฒนธรรมไปออกถนนรัชดาตรง The Street ได้ด้วย

การเดินทางโดยสาธารณะ อันดับแรกส่วนของการที่โครงการอยู่ติดถนนใหญ่อย่างพระราม 9 เลย ทำให้เรียกรถทั่วไปอย่าง พี่วินฯ รถเมล์ Taxi พวกนี้ได้อย่างง่ายดายและไม่เปลี่ยวแน่นอน และส่วนที่สองถัดมาคือรถไฟฟ้า ที่ห่างจาก MRT พระราม 9 ประมาณ 390 เมตร ครับ / โดยถ้าเรานั่งไป 1 สถานีจะเป็นส่วน Intechange กับ ARL และถ้าเรานั่งไป 2 สถานีก็ยังคงเป็น Interchange กับ BTS และถือว่าเป็นย่านใจกลางเมืองสุดๆตรงแยกอโศก ที่เราสามารถคำนวนเวลาไปที่แยกนี้ได้ง่าย

วัสดุ โครงการนี้ผมว่าให้ของดีสมกับราคาที่จ่ายแน่นอน ตัวโครงการขายแบบ Fully Fitted แต่ก็มีเฟอร์นิเจอร์บิวท์อินมาให้ด้วยบางส่วนอย่างตู้เก็บรองเท้า, ตู้เสื้อผ้าในห้องนอน, ได้ชุดครัว, กระจกฉากกั้นในห้องน้ำ, Digital Door Lock YALE, พื้นไม้ Engineering Wood 15mm., แกรนิตโต้ลายหิน, แอร์ในห้องโถงแบบฝังฝ้าเพดาน และในห้องนอนแบบ Walltype, ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน 2.70 เมตร. เรียกว่าสเป็ควัสดุให้มาแบบจัดเต็มมากๆ

การออกแบบ เป็นสิ่งที่โครงการกลับไปทำการบ้านมาใหม่หลังรีแบรนด์ เลือกเอากลุ่มสถาปนิกชื่อดังที่ระดับประเทศเราและมีผลงานทั้งในบ้านเราและต่างประเทศด้วยครับ หน้าตาอาคารโครงการดูเป็น Modern Luxury มากขึ้นโทนสีเข้มดูสุขุมหน่อย มีการคิดรื่องช่องลม Ventulation ภายในชั้นและวางไว้ทิศเหนือใต้ Landscape Shma ดูจากคอนเซ็ปต์แล้วไม่ผิดหวังเลย ส่วนตัวแบบห้องก็มีแนวคิดว่าอยากทำให้ทุกห้องเป็นมุม ให้ได้มากถึง 60% แบบห้องที่นี่เลยมีหลากหลายหน่อย ส่วนใหญ่เกือบๆทั้งหมด ผมมองว่า Layout ต่างๆดีนะครับ แต่บางแบบเท่านั้นที่ยังเกือบจะดีสุดแล้ว อันนี้ต้องแล้วแต่ความต้องการใช้งานของแต่ละคนด้วยผมว่านะ

สาธารณูปโภค โดยคอนเซ็ปต์ของโครงการคือ “Urban Midtown Oasis” โดยออกแบบเพื่อพื้นที่สีเขียวใหญ่และส่วนกลางมีขนาดรวมถึง 8.6 ไร่(นับพื้นที่รวมในอาคารด้วย) โดยบริษัท (Shma) และส่วนของ Facility ที่ออกแบบโดยบริษัท (Leo International Design) อาทิ สระน้ำแบบอินฟินิตี้ขนาด 100 เมตร ที่มาทดแทนว่าอยู่ชั้น 8 แต่ก็จัดเต็มมากๆจริงๆ ห้องฟิตเนตอเนกประสงค์สำหรับกิจกรรมต่างๆ จากุชซี่ สปา ห้องสมุด ห้องชมภาพยนตร์ ห้องเล่นเกมส์ ห้องโยคะ สนามกอล์ฟจำลอง สวนลอยฟ้า สถานที่เล่นสำหรับเด็ก และสุดท้าย ไม่ต้องกลัวน้อยใจ ยังมีส่วนกลางที่ชั้น 61 ให้แก่ลูกบ้านเป็นห้องสังสรรค์บนชั้นเอาไว้มาชม City View สวยๆด้วย

 

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับช่วงราคา AVG 15x-xxx – 21x,xxx บาท/ตร.ม.,  10 July 2018

  • ทำเล 8/10 – ความอุดมสมบูรณ์ดี ติดถนนใหญ่พระราม 9 ใกล้แยกพระราม 9 ใกล้แหล่งทำงานดังๆในระยะเดินได้
  • เดินทางด้วยรถ 8.5/10 – ใกล้แยกพระราม9 อยู่ในฝั่งขากลับรถง่าย ขึ้นทางด่วนง่าย เดินทางสะดวกเข้าสู่ตัวเมืองได้ง่าย
  • ไม่ใช้รถ 8/10 – ระยะ 390 เมตรถึง MRT พระราม9 เดินง่ายไม่เปลี่ยน ส่วนอื่นๆเรียกหน้าโครงการได้เลยติดถนนใหญ่
  • วัสดุ 7.75/10 – ให้วัสดุแบบ Fully Fitted ที่สเป็คดีสมราคา
  • แบบ 8/10 – ทั้งหน้าตาอาคาร Landscape คิดเรื่อง Ventulutation Flow และแบบห้องค่อนข้างดี
  • สาธารณูปโภค ค/10 – ให้ Facilities มาหลากหลาย สระว่ายน้ำ 100 เมตร ที่ชั้น 8 และ Sky Lounge ชั้น 61
  • LUXURY CLASS
  • 8.11 / 10.00

BOTTOM LINE

One9Five อโศก-พระราม 9  เหมาะกับคนที่ทำงานในย่าน “พระราม9-อโศก-รัชดา” ทั้งเรื่องการอยู่อาศัยเองหรือลงทุนในระยะยาว เดินทางด้วยรถส่วนตัวสะดวก หรือกระทั่งรถสาธารณะที่เป็นตัวเลือกเสริมให้ใช้ได้ก็ตาม ชอบโครงการที่ให้พื้นที่ส่วนกลางเยอะ วัสดุโอเคเหมาะสมกับราคาที่จ่าย อีกทั้งมีความโดดเด่นเห็นมาแต่ไกลก็รู้ว่าบ้านเรา มีงบประมาณ 3.7 – 23 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนเริ่มต้นประมาณ 26,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป