
หากพูดถึงบ้านเดี่ยวโซนบรมราชชนนี หลายคนก็พอจะทราบกันอยู่แล้วใช่มั้ยคะ ว่าส่วนใหญ่มักเป็นบ้านระดับ Luxury ด้วยความที่มีข้อกำหนดเรื่องที่ดิน ต้องมีขนาดมากกว่า 100 ตร.ว. จึงทำให้บ้านเดี่ยวโซนนี้มักเป็นบ้านไซส์ใหญ่ ดูหรูหราไปตามๆกัน
หนึ่งในโครงการที่เรามองว่าน่าจับตามองคือ Narasiri Borommaratchachonnani (นาราสิริ บรมราชชนนี) โครงการบ้านเดี่ยวในกลุ่ม Sansiri Luxury Collection (SLC) เพราะเป็นการกลับมาของแบรนด์ ‘นาราสิริ’ หลังจากหายหน้าหายตาไปจากฝั่งธนฯ ไปนาน 10 กว่าปี นับจากโครงการรุ่นพี่อย่าง ‘นาราสิริ พุทธมณฑล สาย 1’ ที่ Sold Out ไป และแน่นอนว่าการที่แสนสิริเลือกดึงแบรนด์นี้กลับมาอีกครั้ง ก็ต้องมีสิ่งใหม่ๆที่น่าสนใจ ซึ่งเราสรุปประเด็นมาให้เป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ
ถ้าใครเคยเห็นหรือติดตามแบรนด์นาราสิริมาก่อน ก็จะคุ้นเคยกับแบบบ้านที่มีพื้นที่ใช้สอยสัก 300 กว่าๆไปจนถึง 600 กว่าตารางเมตร แต่สำหรับ Narasiri Borommaratchachonnani (นาราสิริ บรมราชชนนี) กลับแตกต่างออกไป เพราะมาให้รูปแบบ Over Scale ทั้งในเรื่องสัดส่วนของตัวบ้าน ที่ใหญ่กว่าปกติ ดูโอ่อ่า และพื้นที่ใช้สอยภายในที่มีตั้งแต่ 570 – 843 ตารางเมตร ซึ่งใหญ่กว่าบ้านนาราสิริที่ผ่านมาทั้งหมด และเมื่อเทียบกับโครงการอื่นๆในโซนนี้ก็มีพื้นที่ใช้สอยมากเป็นอันดับต้นๆเลยค่ะ
ส่วนทำเลก็ถือว่าหายากเลยนะ เพราะปัจจุบันถนนบรมราชชนนีก็มีความเจริญเป็นอย่างมาก ทำให้หาโครงการที่ติดถนนใหญ่ไม่ง่ายนัก ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักเป็นโครงการระดับ Luxury ทั้งนั้น สำหรับโครงการนี้ได้เปรียบกว่าโครงการอื่นๆบนถนนบรมราชชนนีเรื่องความอุดมสมบูรณ์ เพราะห่างจาก Design Villageในระยะเดินถึงเพียงแค่ 100 เมตรเท่านั้น ภายในมีร้านค้าร้านอาหารรวมถึงซูเปอร์มาเก็ตที่ช่วยให้เราใช้ชีวิตได้สะดวกสบายมากขึ้น
สำหรับพื้นที่ส่วนกลางให้มาครบครัน แต่เรื่องที่เรารู้สึกว่าโดดเด่น คือบรรยากาศที่ทำให้รู้สึกถึงความอลังการ ตั้งแต่ทางเข้าโครงการที่เป็นพื้นที่เปิดกว้าง 100 เมตร พื้นที่ส่วนกลางให้มากกว่า 10 ไร่ มีทั้งผืนน้ำ , สวนส่วนกลางขนาดใหญ่ แต่ละ Facility ส่วนกลางให้มาใหญ่ สวนทางกับจำนวนเพื่อนบ้านที่มีเพียง 77 ยูนิต แชร์การใช้งานได้สบายๆ ไม่แออัดแน่นอนค่ะ
ใครอยากเห็นภาพโครงการ Narasiri Borommaratchachonnani (นาราสิริ บรมราชชนนี) ชัดเจนมากขึ้น ตามเราเข้ามาอ่านบทความกันได้เลย
ข้อมูลโครงการ
Narasiri Borommaratchachonnani (นาราสิริ บรมราชชนนี) ณ วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569
| ชื่อโครงการ | Narasiri Borommaratchachonnani (นาราสิริ บรมราชชนนี) |
| ชื่อผู้ประกอบการ | บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) |
| SEGMENT CLASS | SUPER LUXURY-ULTIMATE CLASS (รายละเอียดของ Segment บ้านปี 2023 ) |
| โครงการตั้งอยู่ | ถนนบรมราชชนนี แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10170 |
| ที่ดิน | 61-2-89.63 ไร่ |
| จำนวนยูนิต | 77 ยูนิต |
| ประเภทบ้าน |
|
| เริ่มก่อสร้าง | ปี 2567 |
| ก่อสร้างเสร็จแล้ว | เสร็จทั้งโครงการ 2572 |
| เว็บไซต์โครงการ | คลิกที่นี่ |
| โทร | 1685 หรือ 098-8251168 |

ทำเลที่ตั้ง
Highlight
- ติดถนนบรมราชชนนี : เข้า-ออกโครงการได้สะดวก ไม่ต้องเสียเวลาเข้าซอยเลย
- ใกล้ Design Village : ในระยะเดินถึงเพียงแค่ 100 เมตร ลูกบ้านไปซื้อของกินของใช้ได้สะดวก
- ใกล้สถานศึกษาชื่อดังหลายแห่ง : เช่น Hummingbird International Kindergarten , โรงเรียนเพลินพัฒนา , มหาวิทยาลัยมหิดลที่ขับรถไปจากโครงการแค่ 5-7 กิโลเมตร ก็ถึงแล้วค่ะ ประหยัดเวลาเดินทางไปได้เยอะเลย
- เดินทางเข้าเมืองได้หลายเส้นทาง : นอกจากถนนบรมราชชนนี แล้วยังมีถนนพรานนกตัดใหม่ที่เพิ่งเปิด ให้เราเลือกใช้งานในการเดินทางไปโซนปิ่นเกล้าได้
พิกัด Google Maps : 13.787055615550548, 100.36907186508944
หรือสามารถ : คลิกที่นี่
Narasiri Borommaratchachonnani (นาราสิริ บรมราชชนนี) ตั้งอยู่ตรงไหน?
โครงการ Narasiri Borommaratchachonnani (นาราสิริ บรมราชชนนี) ตั้งอยู่ติดถนนหลักอย่างถนนบรมราชชนนี ซึ่งหาได้ยากในโครงการใหม่ๆ หลายคนอาจจะสงสัยว่ายากตรงไหน เพราะโครงการติดถนนบรมราชชนนีก็มีอยู่ไม่น้อย แต่หากเราลองสังเกตดูดีๆ บางโครงการมีทางเข้าติดถนนก็จริง แต่ตัวซุ้มประตูโครงการหรือเขตของตัวโครงการกลับถูกผลักเข้าไปด้านในลึกพอสมควร แต่สำหรับโครงการนี้เรียกเต็มปากเต็มคำได้ว่า ‘ทำเลติดถนนบรมราชชนนี’ จริงๆค่ะ โดยโครงการตั้งอยู่ฝั่งมุ่งหน้าไปทางศาลายา ถนนเส้นนี้เป็นถนนสายสำคัญที่ใช้เดินทางระหว่างโซนปิ่นเกล้ายาวไปจนถึงนครปฐม ระหว่างทางก็สามารถเชื่อมต่อกับถนนเส้นอื่นๆได้ ไม่ว่าจะเป็น ถนนพุทธมณฑลสาย 1-4 , ถนนทวีวัฒนาและถนนราชพฤกษ์
บ้านเดี่ยวโซนบรมราชชนนีราคาเท่าไหร่?
บ้านในโซนบรมราชชนนีมีหลายระดับราคา แต่ถ้านับโครงการที่อยู่ติดถนนบรมราชชนนีเลยก็มักมีราคาสูงอยู่แล้ว และการอยู่ในเขตที่มีข้อบังคับเรื่องที่ดิน 100 ตารางวาขึ้นไป ก็ยิ่งทำให้ราคาบ้านโซนนี้สูงขึ้นอีก ส่วนใหญ่ก็มักเริ่มต้น 20 ล้านบาทขึ้นไปเลยค่ะ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านด้วย หากมีพื้นที่ใช้สอยในตัวบ้านมากกว่า 500 ตารางเมตร ก็มักมีราคาเริ่มต้น 50 ล้านบาทขึ้นไป
แม้ว่าโครงการติดถนนบรมราชชนนีจะมีอยู่ไม่น้อย แต่สิ่งที่เรามองว่าโครงการได้เปรียบคือ อยู่ใกล้กับ Design Village ในระยะเดินถึงเลยค่ะ ประมาณ 100 เมตรเท่านั้นเอง ซึ่งภายในมี Gourmet Market , Starbucks ทำให้ลูกบ้านแวะซื้อของกินของใช้ก่อนกลับเข้าโครงการได้สะดวก นอกจากนี้ยังมี Uniqlo ร้านเสื้อผ้าที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ด้วย เผื่อเรามีเสื้อผ้าที่ต้องรีบใช้ ก็ออกมาช้อปปิ้งได้ไม่ยากเลยค่ะ
ในโซนนี้เริ่มมีการขยายตัวเมืองมาจากทางปิ่นเกล้า แล้วยังใกล้โซนศาลายาอีกด้วย ทำให้เราสามารถเข้าถึงความอุดมสมบูรณ์ได้ทั้ง 2 ฝั่ง ในระยะ 4-7 กิโลเมตรก็มีทั้ง The Brio Mall สาย 4 , The Fourth สาย 4 และตลาดสดธนบุรี แหล่งรวมร้านอาหารชื่อดัง ลูกบ้านอยากทานอะไร ก็มาซื้อที่นี่มีครบ จบที่เดียวทั้งอาหารคาวหวานเลยนะ ส่วนใครชอบเดินห้างช้อปปิ้ง ก็มีห้างใหญ่ๆ ให้เลือกไม่ว่าจะเป็นเซ็นทรัลศาลายาและเซ็นทรัลปิ่นเกล้าที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 10-12 กิโลเมตรเท่านั้นเอง
อีกหนึ่งประเด็นที่เป็นปัจจัยสำหรับการเลือกทำเลที่อยู่อาศัย คือใกล้โรงเรียนลูก เพราะการตื่นเช้าไปรับ-ส่งลูกทุกวันเป็นเวลา 10 กว่าปีมีผลแน่ๆ ในการตัดสินใจเลือกที่อยู่อาศัย แต่ทุกคนไม่ต้องกังวลไปเลยค่ะ เพราะรอบๆโครงการ Narasiri Borommaratchachonnani (นาราสิริ บรมราชชนนี) รายล้อมไปด้วยสถานศึกษาชื่อดัง ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนนานาชาติหรือมหาวิทยาลัย แค่ในระยะ 5-7 กิโลเมตรก็มี Hummingbird International Kindergarten , Kidz Village International Kindergarten , โรงเรียนเพลินพัฒนา ,โรงเรียนสาธิตนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล รวมถึงมหาวิทยาลัยมหิดลอยู่ด้วย ผู้ปกครองไปรับ-ส่งลูกหลานได้ไม่ยาก ประหยัดเวลาในการเดินทางไปได้เลย
เส้นทางจากโครงการไปยังจุดขึ้นทางคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนี
สำหรับคนที่ต้องการใช้ทางคู่ขนานบรมราชชนนี เพื่อเดินทางไปยังโซนปิ่นเกล้า จะใกล้กับจุดขึ้นทางคู่ขนานแค่ 5 กิโลเมตรเท่านั้นเอง ส่วนคนที่ต้องการไปโซนจตุจักร , ดอนเมือง สามารถไปใช้ทางด่วนประจิมรัถยาได้ในระยะ 11.9 กิโลเมตร
สภาพแวดล้อมรอบโครงการ
โครงการ Narasiri Borommaratchachonnani (นาราสิริ บรมราชชนนี) ส่วนใหญ่เป็นอาคารพาณิชย์ 1-4 ชั้น , บ้านพักอาศัย 2 ชั้น , โกดังและที่ดินเปล่าที่เรามองว่ามีโอกาสพัฒนาเป็นโครงการจัดสรรใหม่ๆได้อีก
- ทิศเหนือ ติดกับ ถนนบรมราชชนนี , อาคารพาณิชย์ 1-4 ชั้น
- ทิศตะวันออก ติดกับ ซอยข้างโครงการ (ไม่สามารถเข้าโครงการได้) , อาคารพาณิชย์ 1-4 ชั้น ,โกดัง , บ้านพักอาศัย 2 ชั้นและที่ว่างรอการพัฒนา
- ทิศใต้ ติดกับ ที่ว่างรอการพัฒนา
- ทิศตะวันตก ติดกับ อาคารพาณิชย์ 1-4 ชั้น , บ้านพักอาศัย 2 ชั้นและที่ว่างรอการพัฒนา
บรรยากาศหน้าโครงการ
บรรยากาศหน้าโครงการ ติดกับถนนบรมราชชนนีฝั่งมุ่งหน้าไปศาลายา มีรถวิ่งไปมาตลอดทั้งวันคึกคักพอสมควรเลยค่ะ ส่วนฝั่งตรงข้ามเป็นอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น หากเราเดินจากโครงการไปไม่กี่สิบเมตรจะมีป้ายรถเมล์อยู่ด้วย หากบ้านไหนมีแม่บ้านที่ไม่ได้อยู่ประจำ ก็เดินทางมาทำงานได้สะดวกนะ
สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น
ห้างสรรพสินค้า / ตลาด
- Design Village ~ 100 m.
- The Brio Mall สาย 4 ~ 4.4 km.
- The Fourth สาย 4 ~ 7.5 km.
- ตลาดสดธนบุรี ~ 7.7 km.
- Central ศาลายา ~ 10.4 km.
- Central ปิ่นเกล้า ~ 12.9 km.
- The Mall บางแค ~ 14.0 km.
- Food Villa ราชพฤกษ์ ~ 14.5 km.
- Central Westville ~ 14.9 km.
- The Circle ราชพฤกษ์ ~ 15.0 km.
- Icon Siam ~ 23.0 km.
โรงพยาบาล
- โรงพยาบาลธนบุรี ทวีวัฒนา ~ 3.5 km.
- ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ~ 4.8 km.
- โรงพยาบาลวิชัยเวช อินเตอร์เนชันแนล ~ 10.7 km.
- โรงพยาบาล ศิริราช ~ 15.6 km.
โรงเรียน
- Hummingbird International Kindergarten ~ 5.3 km.
- มหาวิทยาลัยมหิดล ~ 5.8 km.
- โรงเรียนสาธิตนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ~ 6.7 km.
- Kidz Village International Kindergarten ~ 6.8 km.
- โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ~ 7.1 km.
- โรงเรียนเพลินพัฒนา ~ 7.4 km.
- โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี ~ 7.5 km.
- Singapore International School ธนบุรี ~ 13.6 km.
การเดินทาง
- จุดลงทางด่วนประจิมรัถยา ด่านฉิมพลี ~ 7 km.
- จุดขึ้นทางด่วนประจิมรัถยา ด่านฉิมพลี ~ 11.9 km.
- รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีหลักสอง ~ 13.6 km.
รายละเอียดโครงการ
Highlight
- ส่วนกลางใหญ่กว่า 10 ไร่ : นับเป็น 1 ใน 6 ของที่ดินโครงการ ถือว่าให้ส่วนกลางมาใหญ่มาก และตั้งอยู่กลางโครงการ กินพื้นที่ไปจนท้ายโครงการ ลูกบ้านมาใช้งานสะดวก
- ส่วนกลางสวยงามอลังการ : ทั้ง Clubhouse รูปแบบ Regency Architecture ดูโอ่อ่าอลังการสไตล์อังกฤษ และสวนส่วนกลางขนาดใหญ่ น่าใช้งาน เป็นบรรยากาศที่ดีให้โครงการ
Narasiri Borommaratchachonnani (นาราสิริ บรมราชชนนี) เป็นโครงการบ้านเดี่ยว 2 ชั้น บนที่ดินประมาณ 61 ไร่กว่าๆ มีจำนวนยูนิตทั้งหมดเพียง 77 ยูนิต หากเทียบกับโครงการที่มีระดับเดียวกัน บนถนนบรมราชชนนี โครงการนี้ถือว่ามีจำนวนเพื่อนบ้านมากที่สุดเลย ส่วนตัวเรามองว่ากำลังดีเลยนะ จำนวนเพื่อนบ้านไม่มากหรือน้อยจนเกินไป ทำให้ได้เปรียบเรื่องส่วนกลางขนาดใหญ่ สวยงามอลังการกว่าโครงการอื่นๆเช่นกัน นับตั้งแต่ทางเข้าโครงการจนไปถึงสวนด้านหลัง ดูโอ่อ่าน่าใช้งานทีเดียว นอกจากนี้ยังมีค่าส่วนกลางที่ถูกกว่าโครงการเพื่อนบ้าน เนื่องจากแชร์ค่าส่วนกลางกับเพื่อนบ้านจำนวนมากกว่า
หนึ่งสิ่งที่เป็นเรื่องสำคัญ ในการออกแบบโครงการระดับนี้ คือบรรยากาศส่วนกลางค่ะ เพราะเป็นหน้าตาให้กับเจ้าของบ้าน เวลามีแขกมาเยี่ยมชมโครงการ และบอกได้เลยว่าส่วนกลางของโครงการ Narasiri Borommaratchachonnani (นาราสิริ บรมราชชนนี) ไม่ทำให้ทุกคนผิดหวังแน่นอน สมกับคำร่ำลือว่า โครงการ Sansiri Luxury Collection (SLC) ที่ให้ความสำคัญเรื่องงานออกแบบประณีต และดีไซน์ระดับ World Class ทำให้บรรยากาศภายในได้สวยงาม
มาเริ่มจากผังของโครงการคล้ายกับ Buckingham Palace คือให้บริเวณหน้าโครงการทำหน้าเป็นเหมือน The Square , ซุ้มประตูเป็น The Quadrangle , Clubhouse เปรียบเหมือน Grand Hall และสุดท้ายคือสวนส่วนกลาง ที่มักอยู่ด้านหลังสุดเหมือน Royal Garden
จากผังโครงการ เราแบ่งประเด็นที่น่าสนใจออกเป็นดังนี้
- โครงการให้ความสำคัญกับของส่วนกลางตั้งแต่ซุ้มประตูทางเข้า : มีหน้ากว้างกว่า 100 เมตรดูโดดเด่นมากๆ ทำให้คนที่ขับรถผ่านสังเกตได้ง่าย
- ทางเข้า-ออกโครงการแบบ Double Gate : เพิ่มความปลอดภัยให้ลูกบ้าน
- พื้นที่ส่วนกลางอยู่ตรงกลางโครงการ : ลูกบ้านทุกหลังมาใช้งานได้สะดวก
ส่วนโซนบ้านที่น่าสนใจจะมีอยู่ 3 โซนด้วยกัน
- โซนเส้นประสีแดง : อยู่ใกล้ Clubhouse หรือสวนส่วนกลาง มาใช้งาน Facility ต่างๆได้สะดวก และได้วิวส่วนกลางเต็มๆ เป็นบรรยากาศที่ดีค่ะ
- โซนเส้นประสีน้ำเงิน : บ้านที่ไม่มีเพื่อนบ้านอยู่ฝั่งตรงข้าม ได้ความเป็นส่วนตัวสูง
- โซนเส้นประสีเหลือง : เป็นบ้านที่อยู่ในซอยตัน ทำให้คนที่เข้าออกซอยนี้มีแต่สมาชิกที่อาศัยอยู่ในซอยเท่านั้น ได้ความเป็นส่วนตัว ไม่พลุกพล่านค่ะ
บรรยากาศทางเข้าโครงการ
ต้องบอกก่อนว่าส่วนกลางของโครงการได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Buckingham Palace ที่จะมีพื้นที่โซนด้านหน้าเป็น The Square หรือจุดที่ดึงความสนใจ เป็นเหมือนมุมต้อนรับแขกที่ผ่านไปมา โครงการจึงให้ความสำคัญกับเรื่องบรรยากาศส่วนกลาง โดยเฉพาะบริเวณทางเข้าโครงการก็มีความกว้างกว่า 100 เมตร ทำให้เราเห็นรูปปั้นสิงโต 2 ตัวและป้ายโครงการได้อย่างชัดเจน ดึงดูดสายตาคนที่ผ่านไปมาได้ไม่ยากเลยนะ
เรามองว่าหาโครงการแบบนี้ได้ยากมากเลยนะ ที่โครงการจะยอมใช้พื้นที่ด้านหน้า มาทำเป็นสวนและผืนน้ำขนาดใหญ่บริเวณหน้าโครงการ เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดี ดูสง่างามตั้งแต่แรกเห็น เพราะโครงการส่วนใหญ่ไปเน้นตกแต่งบรรยากาศเฉพาะภายในโครงการมากกว่า
ในวัฒนธรรมยุโรป สิงโตเป็นสัญลักษณ์ของความมีอำนาจ ความมั่นคง และศักดิ์ศรี การนำรูปปั้นสิงโตคู่มาไว้บริเวณทางเข้าโครงการ เป็นตัวแทนการเฝ้ารักษาสิ่งสำคัญที่อยู่ด้านใน
ทางเข้าโครงการ
โครงการแยกฝั่งเข้า-ออกโครงการอย่างชัดเจน โดยแบ่งให้ทางเข้า-ออกอยู่คนละฝั่งของรูปปั้นสิงโต ทำให้เราขับรถได้อย่างปลอดภัย ไม่ต้องกังวลเรื่องรถสวนไปมาค่ะ ซุ้มประตูโครงการอยู่ถัดเข้ามาจากถนนใหญ่มาลึกพอสมควร ทำให้มีพื้นที่ให้รถต่อคิวเวลาเข้าโครงการ การจราจรหน้าโครงการจึงไม่ติดขัด
ซุ้มประตูโครงการที่ 1
มาถึงซุ้มประตูที่ 1 แยกฝั่งเข้า-ออกไว้อย่างชัดเจน บริเวณนี้โครงการมีรปภ.ประจำอยู่ หากเป็นแขกมาเยี่ยมโครงการจะมีระบบ VMS สำหรับบันทึกข้อมูลผู้มาติดต่อไว้ก่อนให้เข้าไปซุ้มประตูที่ 2 ตัวประตูเป็นประตูเหล็กเลื่อนและ CCTV เพื่อความปลอดภัยให้กับลูกบ้าน
เราชอบที่โครงการติดป้าย Logo ที่ประตูเหล็ก เป็นจุดดึงสายตาเราไว้ จังหวะที่ประตูเปิดออก 2 ฝั่ง แล้ว Logo เลื่อนออก ทำให้เราเห็นบรรยากาศภายในได้อย่างชัดเจน เป็นเหมือนการต้อนรับเข้าสู่โครงการ
ระบบสแกนป้ายทะเบียนและกล้อง CCTV
ซุ้มประตูที่ 2 ที่เป็นประตูเหล็กรางเลื่อนเช่นกัน โครงการใช้ระบบจดจำป้ายทะเบียน LPR Licence plate reader พร้อม CCTV เพื่อความปลอดภัยให้กับลูกบ้าน บริเวณนี้มีชายคาคลุมอยู่ตลอดแนว ช่วยบังแดดบังฝนให้ผู้ที่มาติดต่อ
ทางเดินจากหน้าโครงการ
ตั้งแต่ด้านหน้าโครงการมีทางเดินสำหรับคนที่ไม่ใช้รถยนต์ทั้ง 2 ฝั่ง พอผ่านซุ้มประตูที่ 1 เข้ามาจะเริ่มมีชายคลุม บังแดดฝนให้ เมื่อมาถึงซุ้มประตูที่ 2 จะมีประตูกั้นไว้อีกชั้นหนึ่ง ด้านข้างมีปุ่มกดกริ่งให้ด้วย สำหรับเรียกให้รปภ.มาเปิดให้
หลังจากผ่านซุ้มประตูที่ 1 , 2 มาได้แล้ว เราจะเห็น Clubhouse และผืนน้ำขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ไกลๆ โดย 2 ฝั่งข้างทางมีการปลูกต้นไม้ให้ร่มเงาอยู่ ดูร่มรื่นและเป็นบรรยากาศที่ดีให้แก่โครงการ
โครงการออกแบบให้ผืนน้ำอยู่ด้านหน้า และมี Clubhouse เป็นเหมือน Background อยู่ด้านหลัง Clubhouse ของโครงการออกแบบมาในรูปแบบ Regency Architecture โดยการนำเอา Element ต่างๆมาใช้ในอาคาร ทั้งประตูหน้าต่างทรงโค้ง และการออกแบบให้ดูสมมาตร อาคาร Clubhouse จึงดูสมดุลและสวยงามในเวลาเดียวกัน
จริงๆเรามองว่า Clubhouse เหมือนไม่มีด้านหลังเลยค่ะ เพราะออกแบบทั้ง 2 ฝั่งมาได้สวยงามตระการตา และมีเสน่ห์ทั้งคู่ เหมือนเป็นฝั่งหน้าอาคาร 2 ฝั่งเลย ตัวอาคาร Clubhouse มีขนาดใหญ่แบบ Over Scale ทำให้ดูยิ่งใหญ่อลังการ
ด้านหน้าอาคารมีวงเวียนรูปปั้นสิงโต 2 ตัว เป็นพื้นที่ Drop Off สำหรับส่งคนที่มาใช้งานพื้นที่ส่วนกลาง
พื้นที่จอดรถหน้า Clubhouse
บริเวณหน้าอาคาร clubhouse มีที่จอดรถ 6 คัน ให้แขกและลูกบ้านที่ขับรถมาใช้งานพื้นที่ส่วนกลาง
ทางเข้า Clubhouse ออกแบบเป็น Universal Design มีทางลาดให้ใช้วีลแชร์ได้ตั้งแต่ที่จอดรถเลยนะ เราสามารถเข็นวีลเเชร์ขึ้นได้สบายๆ
โถงต้อนรับภายในอาคาร
เมื่อเข้าอาคารมาเราจะเจอกับโถงที่บันไดขนาดใหญ่ โถงนี้เป็นจุดกระจายไปยังฟังก์ชันต่างๆ เนื่องจากอาคารออกแบบมา Over Scale โถงต้อนรับจึงดูโอ่อ่าเป็นพิเศษ เป็นมุมต้อนรับแขก แล้วยังเป็นหน้าตาให้ลูกบ้านในโครงการด้วยนะ
ฟังก์ชันแรกที่เราจะพาทุกคนมาชมคือ Ante-Chamber เป็นมุมต้อนรับแขกย่อมๆ ที่ฝั่งปีกขวาของอาคาร เราสามารถมานั่งพักผ่อนหรือนัดแขกมาพบปะพูดคุยกันได้ กรณีที่ไม่สะดวกให้แขกเข้าไปในตัวบ้าน
ถัดมาเป็น State Room ที่เป็นเหมือนพื้นที่พักผ่อนเปลี่ยนบรรยากาศของลูกบ้าน บริเวณนี้จะดูโปร่งโล่งเป็นพิเศษ แล้วยังมองออกไปเห็นสระว่ายน้ำของโครงการอีกด้วยนะ ผู้ปกครองที่พาลูกหลานมาว่ายน้ำ สามารถมานั่งพักคอยที่ห้องนี้ได้เลย
บรรยากาศบริเวณสระว่ายน้ำ
สระว่ายน้ำส่วนกลางเป็นระบบเกลือ ขนาด 11 x 27 เมตร ลูกบ้านสามารถว่ายน้ำออกกำลังกายได้อย่างจริงจัง พร้อมแยกโซน Jacuzzi ไว้ สำหรับนั่งแช่ผ่อนคลาย เนื่องจากสระว่ายน้ำอยู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ จึงเหมาะกับการมาใช้งานช่วงเย็น ที่แดดไม่ร้อนนัก และได้ร่มเงาจากตัวอาคาร Clubhouse ค่ะ
ข้างๆสระว่ายน้ำมี Sunbeds สำหรับนั่งหรือนอนพักผ่อน พร้อมชมวิวผืนน้ำขนาดใหญ่และสระว่ายน้ำไปพร้อมๆกัน โครงการนี้แยกสระว่ายน้ำสำหรับเด็กไว้ชัดเจน มีขนาดประมาณ 3.5 x 10 เมตร ส่วนด้านข้างของสระว่ายน้ำจะมีพื้นที่สำหรับล้างตัวก่อนลงสระให้ 1 ตำแหน่ง ใช้งานได้สะดวก
มาต่อกันที่ฝั่งปีกซ้ายของอาคาร เป็น The Parlour ที่เราสามารถจองแล้วปิดเป็นพื้นที่ Private สำหรับจัดงานเลี้ยงสังสรรค์แบบส่วนตัวได้ด้วย ในส่วนนี้จะไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ส่วนวันไหนที่ไม่มีลูกบ้านจอง ก็มาใช้งานนั่งอ่านหนังสือ ทำงานได้ตามปกติ
บันไดแบ่งทางขึ้นชั้น 2 เป็น 2 ฝั่ง สำหรับไปยัง Gym และห้องประชุม
เมื่อเดินทางถึงชานพักบันได เราจะเห็นวิวสระว่ายน้ำ , ผืนน้ำและซุ้มประตูโครงการเป็นระนาบเดียวกัน ดูสวยงามดีค่ะ
ฟังก์ชันส่วนกลางฝั่งปีกขวาชั้น 2 ของอาคารเป็น Private Room ที่รองรับได้ 8 ที่นั่ง พร้อมมีจอสำหรับ Present งานไว้ให้ด้วย รองรับได้ทั้งการประชุมและการทำงานกลุ่ม
บรรยากาศภายใน Gym
Gym มีขนาดใหญ่พอสมควรเลยค่ะ แต่โครงการจัดวางเครื่องออกกำลังกายแบบหลวมๆ ประมาณ 10 เครื่อง รองรับลูกบ้านจำนวน 77 ยูนิตได้สบายๆ ฝั่งหนึ่งของ Gym เป็นพื้นที่สำหรับพักคอยได้ด้วย
เครื่องออกกำลังกายเป็นของ Technogym แบรนด์ High-end จากอิตาลีที่โดดเด่นในเรื่องนวัตกรรมเทคโนโลยีล้ำสมัย เชื่อมต่อกับ Application บันทึกข้อมูลได้ รวมถึงติดตามผลการออกกำลังกาย และให้คำแนะนำแบบ Real-time ซึ่งมักใช้ในโรงแรม 5 ดาว
ติดกับ Clubhouse เป็นสวนส่วนกลางขนาดใหญ่ รองรับจำนวนลูกบ้านทั้งโครงการได้อย่างสบายๆ เรามาพักผ่อนหย่อนใจหรือพาสัตว์เลี้ยงมาเดินเล่นก็ได้
ปลายด้านหนึ่งของสวน มี Pavillion ที่มีชายคาคลุมบังแดดฝนให้ แต่ก็มาเหมาะกับการมาใช้งานช่วงเช้าตรู่หรือช่วงเย็นที่อากาศไม่ร้อนนัก ภายในมีมุมพักผ่อนอยู่ 2 ฝั่ง ลูกบ้านสามารถเข้ามานั่งพักผ่อนได้พร้อมๆกันหลายคน
ด้านหลังสุดของสวนส่วนกลางเป็น Educational Playground ที่ให้เด็กๆได้สนุกเพลิดเพลินพร้อมเสริมสร้างพัฒนาการไปในตัวด้วยค่ะ
บรรยากาศซอยภายในโครงการ
สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก
- อาคาร Clubhouse บริเวณกลางโครงการประกอบไปด้วย
- สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ ขนาด 11 x 27 เมตร เมตร ลึก 1.2 เมตร
- แบ่งสระเด็กลึกขนาด 3.5 x 10 เมตร ลึก 0.6 เมตร / พร้อมโซนจากุชชี่
- Gym
- Lobby
- The Parlour
- Meeting Room (Private Room)
- ฟรี Wi-Fi Clubhouse
- พื้นที่สวนหย่อมในโครงการ 1 จุด รวมประมาณ 10 ไร่
- Pavillion
- Kids Playground
- Sansiri Backyard
- ระบบ CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ 44 จุด
- ถนนหลักกว้าง 12 ม. และถนนภายในกว้าง 9 ม.
- จดจำป้ายทะเบียน LPR Licence plate reader / VMS
- เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
- ประตูรั้วโครงการแบบประตูเหล็กรางเลื่อน Double Gate
แบบบ้าน
Highlight
- บ้านแบบ Over Scale : ดูโอ่อ่าเป็นพิเศษ แล้วยังได้พื้นที่ใช้สอยมากกว่าโครงการนาราสิริที่ผ่านมา
- รองรับได้หลาย Generation : เพราะมีทั้ง Double Master Bedroom และห้องนอนชั้นล่าง
- จอดรถได้สูงสุด 8-11 คัน : ถือว่ามีจำนวนที่จอดรถมากที่สุดเลยนะ
- ได้ที่ดิน 130 ตร.ว. ขึ้นไป : มีพื้นที่มากพอให้จัดสวนสวยๆ , Pavillion หรือ Glass House
บ้านในโครงการ Narasiri Borommaratchachonnani (นาราสิริ บรมราชชนนี) ออกแบบมาในสไตล์ Regency Architecture ดึงเอกลักษณ์บางอย่างมาใช้ เริ่มจากความ Over Scale ของตัวบ้านที่มีขนาดใหญ่กว่าบ้านทั่วไป รวมถึงการใช้องค์ประกอบซ้ำๆแสดงถึงความสอดคล้องกันจนเกิดเอกภาพ แม้อาคารจะมีขนาดใหญ่แต่ก็ดูเป็นหนึ่งเดียวกัน นอกจากนี้ยังคงความสมมาตรของตัวบ้านไว้ด้วย และสุดท้ายคือการเลือกใช้สี Mildness Earth Tone อย่างสีขาว-เทาอ่อน-เทาเข้ม ซึ่งเป็นโทนสีที่นิยมใช้กันในยุค Regency Revival ทำให้ตัวบ้านดูเรียบหรูแบบผู้ดีสไตล์อังกฤษ
ภายในบ้านมีพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 570-843 ตารางเมตร ซึ่งนับว่าเป็น’นาราสิริ’ ที่ได้พื้นที่ใช้สอยมากที่สุดเลยนะ เพราะปกติโครงการนาราสิริมักมีพื้นที่ใช้สอยสัก 300 กว่าๆไปจนถึง 600 กว่าตารางเมตร หากเทียบกับบ้านที่มีราคาระดับเดียวกัน ก็ยังถือว่ามีพื้นที่ใช้สอยเยอะเป็นลำดับต้นๆ เลยนะ จึงเหมาะกับครอบครัวที่ชอบบ้านที่มีพื้นที่ใช้สอยเยอะๆ ได้ที่ดินรอบบ้านกว้างขวาง 130-212 ตารางวาขึ้นไป ซึ่งนับว่าได้ที่ดินใหญ่ที่สุดในโซนนี้เลย
ปัจจุบันโครงการมีแบบบ้านทั้งหมด 3 แบบดังนี้
แบบบ้าน REGENT
- REGENT บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 133 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 570 ตร.ม.
– ฟังก์ชัน 5 ห้องนอน / 6 ห้องน้ำ / 4+4 ที่จอดรถ / 1 ห้องแม่บ้าน - LANGHAM บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 160 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 654 ตร.ม.
– ฟังก์ชัน 5 ห้องนอน / 6 ห้องน้ำ / 4+4 ที่จอดรถ / 1 ห้องแม่บ้าน - CUMBERLAND บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 212 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 843 ตร.ม.
– ฟังก์ชัน 5 ห้องนอน / 7 ห้องน้ำ / 6+5 ที่จอดรถ / 2 ห้องแม่บ้าน
สรุปวัสดุภายในบ้าน
- โครงสร้างแบบ Precast
- พื้นชั้น 1 : กระเบื้อง 60×120 ซม.
- พื้นชั้น 2 : พื้นไม้ Engineering Wood
- บันไดคอนกรีตเสริมเหล็ก หล่อในที่ ปิดผิวด้วยไม้ Engineer ผิวไม้โอ๊ค
- Built-in เคาน์เตอร์ครัว
- Pantry พร้อม sink เตาอบ และไมโครเวฟ
- แอร์ Cassette Type 4 Way ห้องนั่งเล่นและห้องนอน
- Video Door Phone บริเวณรั้วหน้าบ้าน
- Digital Door Lock ของ Yale บริเวณประตูที่จอดรถ
- ระบบ Magnetic Sensor ทั้ง 2 ชั้น
- ระบบ Motion Sensor ชั้นละ 1 จุด รวมเป็น 2 จุด
- มี Junction Ev-charger 3 จุด
- ประตูเหล็กรางเลื่อน ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าอัตโนมัติ
- Solar Roof 5 kw.
- ติดตั้ง Air Flow ที่บานหน้าต่างอลูมิเนียม
- ติดตั้งเครื่อง G-Life (บ้านปลอดฝุ่น)
**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ
บ้านตัวอย่าง CUMBERLAND
แบบบ้าน Cumberland เป็น Type ใหญ่ที่สุดของโครงการ บ้านเดี่ยว 2 ชั้น บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 212 ตร.วา เหมาะกับคนที่ชอบจัดต้นไม้ทำสวนรอบตัวบ้าน ภายในมีพื้นที่ใช้สอย 843 ตร.ม. มาพร้อมฟังก์ชัน 5 ห้องนอน / 7 ห้องน้ำ / 6+5 ที่จอดรถ / 2 ห้องแม่บ้าน เหมาะกับการอาศัย 6-8 คนเลยค่ะ
ชั้น 1 : แบบบ้านหน้ากว้าง สามารถจอดรถในร่มได้ถึง 6 คัน แล้วยังสามารถจอดรถซ้อนคันได้อีก 5 คัน รวมเป็น 11 คัน ซึ่งถือว่ามีจำนวนที่จอดรถมากที่สุดในย่านเลยค่ะ ตัวบ้านมีทางเข้า-ออกหลักๆ 3 ทาง ประตูแรกเป็นประตูหลักหน้าบ้าน เป็นทางเข้าที่ใช้ต้อนรับแขกเป็นหลัก เพราะใกล้กับโถงต้อนรับและพื้นที่รับรองแขก ประตูที่ 2 คือด้านหลังที่จอดรถ มีทางลาดสำหรับเข็นวีลแชร์ขึ้นมาด้วย หากเราต้องขนของเข้าบ้านใช้ประตูนี้จะสะดวกที่สุด เพราะใกล้ที่จอดรถและห้องครัว , ห้องเก็บของ ส่วนประตูสุดท้าย อยู่ในโซน Service แม่บ้านมักจะใช้ประตูนี้เป็นหลักค่ะ
ภายในบ้านแบ่งออกเป็น 3 โซน ส่วนแรกคือตรงกลาง เป็นพื้นที่ต้อนรับแขกขนาดใหญ่ ถัดเข้ามาเป็น Common Area รวมพื้นที่รับประทานอาหารและ Pantry Area ไว้ด้วยกัน โซนนี้จะใช้รองรับแขกเป็นหลัก ส่วนอีกฝั่งหนึ่งของตัวบ้านเป็นพื้นที่พักผ่อนส่วนตัวสำหรับสมาชิกในบ้าน ประกอบไปด้วยห้องอเนกประสงค์และห้องนอนชั้นล่างสำหรับผู้สูงอายุสุดท้ายคือส่วน Service ประกอบไปด้วยห้องครัว และส่วนของแม่บ้านรวมถึงพื้นที่ Laundry
ชั้น 2 : เป็นพื้นที่พักผ่อนส่วนตัวของคนในบ้าน มี Family Area ที่ใช้เป็นพื้นที่รวมตัวของสมาชิกในครอบครัว นอกจากนี้ยังมี Double Master Bedroom รองรับครอบครัวขยาย หากลูกๆแต่งงานแล้วก็ยังสามารถอยู่บ้านเดียวกับพ่อแม่ได้กัน นอกจากนี้ยังมีห้องนอนรอง พร้อมห้องน้ำในตัวอีก 2 ห้อง ใช้งานได้สะดวกเลยนะ
พื้นที่จอดรถแบ่งออกเป็น 2 โซน โซนแรกแบ่งออกเป็น 2 ช่อง ช่องแรกกว้างเกือบ 8 เมตร สามารถจอดรถได้ 3 คัน ส่วนช่องที่สองกว้าง 5.4 เมตร สามารถจอดรถได้ 2 คันสบายๆเลยค่ะ โซนที่สองอยู่ด้านหน้าประตูหลักของบ้านเลยค่ะ กว้าง 3.5 เมตร จอดรถได้ 1 คัน โซนนี้เหมาะกับการใช้จอดรถที่ใช้เป็นประจำ หรือใช้เป็นที่จอดรถสำหรับแขกที่มาเยี่ยมเยือนเจ้าของบ้านได้นะ
ส่วนความสูงฝ้าของที่จอดรถทั้งหมดอยู่ที่ 3.4 เมตร เราจะสังเกตได้ว่าที่จอดรถนั้นมีทั้งความกว้างและความสูงแบบมากกว่าปกติ ทำให้จอดรถคันใหญ่ๆ เช่น Alphard , Sprinter , Mercedes-Benz G-Class ได้สบายๆ โครงการนี้มีที่ดินขนาดใหญ่ จึงสามารถจอดซ้อนคันได้อีก 5 คัน ดังนั้นเราจึงสามารถจอดรถได้ทั้งหมด 11 คันเลย ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่มากที่สุดในย่าน
บริเวณที่จอดรถมีตู้เก็บของขนาดใหญ่ 1 จุด ใช้เก็บอุปกรณ์หรือข้าวของที่ใช้นอกบ้านได้ เช่น อุปกรณ์ทำสวน , อุปกรณ์กีฬา
จากที่จอดรถสู่ตัวบ้านจะมีทางลาดสำหรับผู้สูงอายุกว้างประมาณ 1.2 เมตร สามารถเข็น Wheelchair ขึ้นได้ไม่ยาก เพื่อไปยังประตูด้านหลังที่จอดรถ เวลาเราซื้อของเข้าบ้าน เดินเข้าประตูฝั่งที่จอดรถจะสะดวกที่สุดค่ะ เพราะใกล้ครัวหรือห้องเก็บของ ประตูที่จอดรถติดตั้ง Digital Door Lock ของ Yale รองรับได้ 4 ระบบ สามารถเข้าได้โดย Pin Code , Key Card , Finger Scan และกุญแจ ใครที่ไม่ชอบพกกุญแจบ้าน ใช้ประตูนี้เป็นหลักได้เลยนะ
บริเวณด้านหน้าและข้างบ้านมีพื้นที่ว่างขนาดใหญ่ เหมาะกับการจัดเป็นสวนปลูกต้นไม้ โครงการจัดวางน้ำพุไว้หน้าบ้านเสริมบรรยากาศที่ดี ให้บ้านดูมีชีวิตชีวามากขึ้น จริงๆเรามองว่าที่ดินใหญ่พอจะทำ Glass House เล็กๆไว้เป็นพื้นที่ทำงานอดิเรก หรือรับแขกแบบเป็นส่วนตัว แยกจากตัวบ้าน
ทางเข้าบ้านจะยกระดับพื้นที่จอดรถขึ้นมา เพื่อแยกสัดส่วนกันอย่างชัดเจน ทางเข้าบ้านหลักมีหลังคาคลุมป้องกันแดดและฝนได้ ประตูทางเข้าบ้านหลักเป็นประตูบานเปิดคู่กว้างประมาณ 2 เมตร สามารถขนย้ายเฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งเข้าออกได้สบายๆ
ประตูและหน้าต่างทุกบานของชั้น 1-2 มีการติดตั้ง Magnetic Sensor ไว้ที่ประตูหน้าต่างทุกบ้าน ระบบจะเเจ้งเตือนเวลามีการเปิด-ปิด
โถงต้อนรับหน้าบ้าน
เมื่อเข้ามาในบ้านจะเจอกับส่วนโถงต้อนรับแบบ Double Volume สูง 7.2 เมตร เป็นอันดับแรกเลย เหมือนเป็นการต้อนรับแขกด้วยความโอ่อ่า แล้วยังให้ความรู้สึกความโปร่งโล่งเป็นพิเศษ เพราะพื้นที่ Double Volume ไม่ได้มีแค่ส่วนของโถงต้อนรับนะ แต่รวมถึงพื้นที่ต้อนรับแขกและนั่งเล่นด้วย
ในบ้านตัวอย่างจะปูพื้นด้วยกระเบื้องสีสันแบบตาราง แต่ในบ้านมาตรฐานเราจะปูด้วยกระเบื้อง 120 x 60 ซม. ซึ่งเป็นไซส์ใหญ่ตามมาตรฐานของโครงการระดับนี้ ทำให้รอยต่อที่พื้นน้อยลง ดูสบายตา และเช็ดถูทำความสะอาดง่าย
บริเวณนี้สามารถติดตั้ง Chandelier ที่บ่งบอกตัวตนของเจ้าของบ้านได้ เเสดงถึงความหรูหราและฐานะได้เป็นอย่างดี
พื้นที่นั่งเล่นและต้อนรับแขกแบบ Double Volume ทำให้พื้นที่ตรงนี้ดูโอ่อ่าเป็นพิเศษ มีช่องแสงที่สูงตั้งแต่พื้นจนเกือบถึงฝ้าชั้น 2 ทำให้พื้นที่บริเวณนี้ดูโปร่งโล่งและสว่างมากๆ พื้นที่ตรงนี้มีขนาดใหญ่มาก สามารถวางโซฟา 3 ที่นั่งได้ 3 โซนเป็นรูปตัว U เลยก้ได้นะ รองรับแขกได้เกือบ 10 คนเลยค่ะ ส่วนระยะดูทีวีประมาณ 5 เมตร จึงเหมาะกับการติดตั้งทีวี แบบ 80 นิ้วขึ้นไป ซึ่งเป็นขนาดใหญ่ที่ให้ความรู้สึกเหมือนโรงภาพยนตร์ขนาดย่อมเลย
เรามองว่าพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่โชว์ของสำหรับเจ้าของบ้าน เพราะผนังทึบสูง 2 ชั้น สามารถใช้ติดตั้งกรอบรูปหรือของสะสมต่างๆ ที่เจ้าของอยากให้แขกที่มาเยี่ยมได้ชม
หน้าต่างด้านข้างพื้นนั่งเล่นเป็นหน้าต่างบานเลื่อน เราสามารถเปิดรับลม สูดอากาศภายนอกได้ด้วย หรือในกรณีที่ไปเที่ยวต่างประเทศหลายวัน ก็สามารถเปิด Breeze Panel เพื่อระบายอากาศ โดยไม่ต้องเปิดหน้าต่างทิ้งไว้เลยค่ะ
เราชอบที่โครงการแบ่งพื้นที่ในบ้านไว้ชัดเจน โดยการใช้ Corridor เป็นเส้นกั้นพื้นที่สำหรับรับแขกและพื้นที่รับประทานอาหารที่สมาชิกในบ้านใช้งาน
พื้นที่รับประทานอาหารอยู่ติดกับ Pantry Area ทำให้การใช้งานต่อเนื่อง เราทำอาหารและเสิร์ฟอาหารได้ต่อเนื่อง นอกจากนี้พื้นที่ตรงนี้ยังเชื่อมต่อกับพื้นที่นั่งเล่น โดยไม่มีเสากลางมาบังหรือขั้น เราจึงทานข้าวพร้อมดูทีวีไปได้เพลินๆ
พื้นที่รับประทานอาหารกว้างขวาง สามารถวางโต๊ะทานข้าวได้ 10-12 ที่นั่งเลยนะ แต่ถ้าสมาชิกในบ้านเยอะ แนะนำให้วางเป็นโต๊ะกลมแบบหมุนได้ เพื่อให้ตักอาหารสะดวกมากขึ้น จากมุมนี้สามารถมองออกไปเห็นสวนหลังบ้านด้วยนะ ความสูงฝ้าโซนนี้อยู่ที่ 3.2 เมตร ซึ่งนับว่าสูงกว่าบ้านทั่วๆไป จึงดูโปร่งเป็นพิเศษ ส่วนด้านหลังบ้านยังมีพื้นที่พอให้เราปลูกต้นไม้ ทำสวน หากใครต้องการใช้พื้นที่ตรงนี้ทำกิจกรรมต่างๆจะทำเป็นสวนหินก็ได้นะคะ
ข้างๆ Pantry Area มีพื้นที่ว่างให้เราจัดเป็นมุมพักผ่อนสบายๆ ลูกๆหลานจะใช้มุมนี้นั่งทำการบ้านหรือเล่นบอร์ดเกมส์กันสนุกๆ
Pantry Area
บริเวณ Pantry Area กว้างพอให้เราช่วยกันเตรียมอาหาร 2-3 คน โครงการ Built-in เคาน์เตอร์และตู้เก็บของพร้อม Island ไว้ให้เรียบร้อย เหมาะกับการทำอาหารเบาๆ หรืออบขนมมากกว่า หากจะทำอาหารจริงจังไปใช้ห้องครัวด้านหลังจะเหมาะกว่าค่ะ
โครงการ Built-in เคาน์เตอร์ Island และเคาน์เตอร์ครัวมาให้ พร้อมลิ้นชักเก็บของด้านล่าง-บน บนเคาน์เตอร์มีพื้นที่ให้เตรียมอาหารได้สะดวก นอกจากนี้ยังติดตั้งพร้อมเตาอบและไมโครเวฟของ Gaggenau จากประเทศเยอรมัน ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องวัสดุคุณภาพสูงและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ส่วนตู้เย็นเป็นของ Bosch แบรนด์ดังจากเยอรมันมาด้วย ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแรงทนทานด้วยนะ
บนเคาน์เตอร์มีซิงค์ล้างจานที่มีความลึกเป็นพิเศษ ทำให้เราล้างจานหรือแม้กระทั่งล้างผักผลไม้ได้สะดวก น้ำกระเด็นออกมาด้านนอกได้น้อยลง ด้านข้างยังมีพื้นที่เหลือให้เราติดตั้งเตาไฟฟ้าและที่ดูดควันได้ด้วยนะ
หากเราเข้าบ้านมาจากประตูด้านหลังที่จอดรถ จะใกล้กับห้องเก็บของและห้องน้ำชั้นล่าง
ใกล้กับประตูมี Control Panel ให้เราคอยควบคุมระบบไฟฟ้าภายในบ้าน รวมถึงเช็คความเรียบร้อยของประตูหน้าต่าง
ชั้น 1 มีห้องน้ำแบบแบบ Powder Room อยู่ใกล้ประตูรองและพื้นที่นั่งเล่น สะดวกต่อการใช้งานทั้งเวลากลับมาถึงบ้านและเวลาอยู่ในพื้นที่นั่งเล่น ซึ่งเป็นพื้นที่สมาชิกในบ้านใช้เวลาอยู่มากที่สุด เหมาะเป็นห้องน้ำสำหรับรับรองแขกที่ไม่เน้นส่วนอาบน้ำ มีเฉพาะโถสุขภัณฑ์แบบอัตโนมัติและอ่างล้างมือสแตนเลสสีทองเหลือง ดูหรูหราดีค่ะ
ห้องครัวเป็นครัวปิด ทำอาหารกลิ่นฉุนๆได้โดยไม่ต้องกังวลว่ากลิ่นจะลอยไปโซนอื่นๆ ของบ้าน โดยห้องครัวมีขนาดใหญ่เราสามารถเข้าครัวช่วยกันทำอาหารได้ 4-5 คนแบบสบายๆ
โครงการ Built-in เคาน์เตอร์ครัวมาให้เป็นรูปตัว U พร้อมตู้เก็บของบน-ล่างมาให้ ใช้งานได้สะดวก นอกจากนี้ยังมีอ่างล้างจานอีกชุด แต่แตกต่างจากซิงค์ตรง Pantry นิดนึง ที่ซิงค์ล้างจานเป็นแบบ 2 ช่อง ทำให้ล้างจานได้สะดวก
ระดับเคาน์เตอร์มีความสูงต่างกัน หากเราใช้เตาแก๊ส แนะนำให้วางบนเคาน์เตอร์ที่ต่ำจะได้ทำอาหารได้ถนัด แต่หากเราใช้เตาไฟฟ้า แนะนำให้ติดตั้งบนเคาน์เตอร์ที่มีความสูงปกตินะ นอกจากนี้ยังควรติดตั้งที่ดูดควันเพิ่มเติมด้วยค่ะ อีกฟากหนึ่งของห้องครัวก็มีเคาน์เตอร์พร้อมตู้เก็บของเช่นกัน เพียงแต่เว้นที่ไว้สำหรับวางตู้เย็นขนาดใหญ่
นอกจากนี้ห้องครัวยังเชื่อมต่อกับโซน Service ที่ประกอบไปด้วย Laundry Area , ห้องนอนแม่บ้าน 2 ห้องและห้องน้ำแม่บ้าน จึงถือว่าโซนนี้เป็นพื้นที่ทำงานของแม่บ้านเต็มตัว ไม่รบกวนพื้นที่ของเจ้าของบ้านเลย
มาดูอีกฝั่งหนึ่งของตัวบ้านที่เป็นพื้นที่พักผ่อนส่วนตัวของคนในบ้านบ้างนะ
ฟังก์ชันแรกคือห้องอเนกประสงค์ ที่อยู่บริเวณหัวมุมด้านหน้าบ้าน ทำให้เราได้วิวสวนทั้งฝั่งหน้าบ้านและข้างบ้านเลย ห้องนี้จึงดูโปร่งโล่งเป็นพิเศษ ห้องนี้มีขนาดใหญ่ทีเดียว จริงๆสามารถจัดเป็นห้องนอนอีกห้องได้เลยนะ แต่ถ้าจำนวนสมาชิกในบ้านไม่มากนัก ก็เหมาะกับการทำเป็นห้องทำงานส่วนตัว หรือห้องสำหรับเด็ก
ห้องอเนกประสงค์เชื่อมต่อกับชานหน้าบ้าน เราสามารถจัดเป็นมุมพักผ่อนชมวิวสวนได้เลย จากมุมชานหน้าบ้าน ทำให้เราเห็นสวนด้านหน้าได้เต็มตา เป็นบรรยากาศที่ดีให้คนบ้าน
ห้องน้ำภายในห้องนอนจัดแบ่งการใช้งานส่วนเปียกและส่วนแห้งชัดเจน ให้ชุดอ่างล้างหน้าพร้อมกระจกเงาบานใหญ่ และให้สุขภัณฑ์พร้อมอุปกรณ์ต่างๆครบครัน ส่วนพื้นที่ส่วนอาบน้ำกว้างประมาณ 1 x 1.7 เมตร ใช้งานได้สะดวก โครงการติดตั้งฉากกั้นมาให้เรียบร้อย กันน้ำกระเด็นออกมา เวลาเราอาบน้ำ
ห้องนอนชั้นล่างสำหรับผู้สูงอายุ
ห้องนอนชั้นล่างอยู่โซนหลังบ้าน ทำให้ได้ความเป็นส่วนตัว ไกลสายตาจากคนที่เดินผ่านไปมาหน้าบ้าน ภายในห้องมีขนาดประมาณ 3.45 x 4.5 เมตร วางเตียง 5-6 ฟุตได้ หากวางชิดริมหน้าต่างจะเป็นการประหยัดพื้นที่ และยังเหลือพื้นที่ปลายเตียงให้วางโซฟาเล็กๆ หรือสตูลได้อีก วัสดุปูพื้นใช้เป็น Soft Floor ช่วยลดแรงกระแทกขณะเดินและทนรอยขูดขีดข่วนจากการเข็นรถ ที่สำคัญทุกห้องนอนจะติดตั้งรับบ Air Purify ช่วยลดฝุ่นภายในห้องอีกด้วย
ห้องนอนชั้นล่างเชื่อมต่อกับสวนข้างบ้าน ผู้สูงอายุที่อยู่ในห้องนอนมองมาคงจะรู้สึกสดชื่นไม่น้อยเลย หรืออยากจะเปิดประตูออกมานั่งพักผ่อนบริเวณนี้ก็ได้
ส่วนบริเวณหน้าห้องน้ำ มีพื้นทำเป็นมุมแต่งตัวได้ด้วย ใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง สามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าได้ 2 ฝั่ง เก็บข้าวของและเสื้อผ้าได้เยอะทีเดียว
ห้องน้ำออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานของผู้สูงอายุโดยเฉพาะ เริ่มจากพื้นห้องน้ำที่เรียบเสมอกับพื้นห้องนอน ไม่มีการลดระดับ สามารถเข็น Wheelchair เข้าไปใช้งานได้สะดวก ป้องกันการสะดุดล้ม และติดตั้งราวจับมาให้ บริเวณโถสุขภัณฑ์ ช่วยอำนวยความสะดวกใช้งานได้อย่างปลอดภัย ภายในห้องน้ำมีสุขภัณฑ์ต่างๆให้ครบ ส่วนพื้นที่ส่วนอาบน้ำกว้างพอจะเข็นวีลแชร์เข้ามาและหมุนตัวกลับได้ ใช้งานได้สะดวก โครงการให้ฝักบัวแบบ Hand Shower ด้านข้างมีที่นั่งอาบน้ำมาด้วย ห้องนี้จะไม่มีฉากกั้นอาบน้ำมาให้นะคะ เพื่อให้เราเข็นวีลแชร์เข้า-ออกส่วนอาบน้ำได้สะดวก
ใต้บันไดมีพื้นที่ให้วางสตูลสำหรับนั่งสวมรองเท้า หรือหากสมาชิกในบ้าน เล่นเปียโนก็สามารถวางไว้ตรงนี้ได้
บันไดบ้าน
บันไดบ้านเป็นทรงโค้ง มีขนาดกว้างประมาณ 1.45 เมตร คนสามารถเดินสวนกันได้สบายๆ ลูกนอนของบันไดกว้างมากเลย สามารถเดินได้เต็มเท้า ถือว่าเดินขึ้นลงได้อย่างปลอดภัย โครงสร้างบันไดเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ปิดผิวบันไดด้วยไม้ Engineer ผิวไม้โอ๊ค สี Espresso พร้อมราวจับตลอดทาง ใช้งานได้สะดวก
เมื่อเราขึ้นบันไดมาจะมาเห็น Chandelier หรือของตกแต่งที่ติดอยู่ฝั่งตรงข้ามได้อย่างชัดเจน ทำให้รู้สึกถึงความโอ่อ่ามากกว่าเดิม
Family Area
Family Area มีขนาดใหญ่พอจะแบ่งเป็นส่วนพักผ่อนและมุมทำงาน สำหรับมุมพักผ่อน สามารถวางโซฟา 4-5 ที่นั่งพร้อมอาร์มแชร์อีกสัก 1-2 ตัว มุมเหมาะกับการเป็นพื้นที่รวมตัวของคนในครอบครัว เวลาต้องการความเป็นส่วนตัว ไม่อยากลงไปใช้พื้นที่ด้านล่าง หากใครที่ชอบความเป็นสัดส่วน แนะนำให้ทำฉากกั้นกระจก เพื่อให้พื้นที่ยังดูโปร่งอยู่นะ ส่วนวัสดุพื้นชั้น 2 ปูไม้ Engineering Wood สี Espresso แข็งแรงคงทน และทนความชื้นด้วย ส่วนความสูงฝ้าอยู่ที่ 3.2 เมตร พื้นที่ชั้น 2 จึงดูไม่อึดอัดเลย ใกล้กับบันได มี Control Panel สำหรับเช็คความเรียบร้อยต่างๆในบ้าน
ชั้น 2 มีทั้ง Grand Master Bedroom , Master Bedroom และห้องนอนรองอีก 2 ห้อง โดยทุกห้องมีห้องน้ำในตัว ใช้งานได้สะดวกทั้งหมด
แต่เราขอพูดถึง Master Bedroom สักหน่อย เพราะห้องนี้อยู่โซนหน้าบ้าน ได้รับแสงธรรมชาติเต็มๆ ภายในห้องมีขนาดใหญ่ สามารถแบ่งเป็นโซนพักผ่อน และโซนนั่งเล่นได้ นอกจากนี้ยังมีระเบียงเป็นของตัวเอง เราสามารถเปิดประตูออกไปสูดอากาศ รับลมได้ ระเบียงมีขนาดใหญ่พอสมควรนะ ถ้าใครชอบพื้นที่สีเขียวจะจัดเป็นสวนกระถางก็ดีนะคะ ช่วยเพิ่มบรรยากาศที่ดีให้ตัวบ้าน
Master Bathroom มีขนาดใหญ่มาก เมื่อเข้ามาจะเจอกับอ่างล้างมือแบบ His&Her สามารถใช้งานได้พร้อมกัน 2 คนพร้อมตู้เก็บของด้านล่าง โดยความพิเศษของห้องนี้นอกจากจะมีส่วนยืนอาบกว้าง 1.35 x 1.1 เมตร พร้อมฉากกั้นอาบน้ำแล้ว ก็มีอ่างอาบน้ำแบบลอยตัวติดตั้งมาให้ด้วย ส่วนด้านข้างมีหน้าต่างขนาดใหญ่ติดตั้งมาให้ ช่วยให้ในห้องดูสว่าง และทำให้อากาศถ่ายเทได้ดี
ส่วนห้องนอนรอง 1 , 2 อยู่ด้านหลังบ้าน ได้ความสงบมากกว่าโซนหน้าบ้าน
Grand Master Bedroom
สุดท้ายคือ Grand Master Bedroom ที่มีขนาดใหญ่เป็นแนวยาวตั้งแต่หน้าบ้านไปจนถึงด้านหลังบ้าน ภายในกว้างขวางพอที่จะแบ่งโซนพักผ่อนและโซนนั่งเล่น สำหรับโซนนั่งเล่นสามารถวางโซฟา 2-3 ที่นั่งพร้อมอาร์มแชร์หรือสตูลอีก 2 ฝั่ง นอกจากนี้ยังมีพื้นที่วางโต๊ะกลางสำหรับวางของกินเวลานั่งดูทีวีอีกด้วยนะ ส่วนโซนพักผ่อนสามารถวางเตียง 6 ฟุตแล้วยังมีพื้นที่เหลือใช้งานรอบๆเตียงได้สะดวก นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ระเบียงเอาไว้เปิดไปรับลมได้ด้วยค่ะ
Grand Master Bedroom มีระเบียงโค้ง เราสามารถออกมายืนชมวิว สูดอากาศหรือวางกระถางต้นไม้ เพิ่มความสดชื่นได้ หรือใครชอบรับลมจะทำเป็นมุมนั่งเล่นเพิ่มก็ได้ค่ะ
ภายใน Grand Master Bedroom มีพื้นที่กว้างพอให้ทำเป็น Walk-in Closet สามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าเป็นรูปตัว U พร้อม Island ที่ใช้เก็บเครื่องประดับต่างๆ
Grand Master Bathroom มีขนาดใหญ่มาก โดยรวมให้ชุดสุขภัณฑ์มาเหมือน Master Bathroom แต่ที่พิเศษกว่าห้องน้ำในห้องนอนอื่นๆ คือโถสุขภัณฑ์แบบอัตโนมัติ แบบห้อง Powder Room และอ่างอาบน้ำเป็นแบบ Stand Alone ที่อยู่ติดกับ Pocket Garden ทำให้ได้แสงสว่างอย่างทั่วถึง ดูโปร่งและไม่อับชื้น ขณะแช่น้ำอยู่เราสามารถ เปิดหน้าต่างไปรับลมจาก Pocket Garden ได้
บ้านตัวอย่าง REGENT
สำหรับแบบนี้เป็น Type เล็กที่สุดของโครงการ แต่เรากลับชอบการจัดพื้นที่ของบ้านหลังนี้มากเลยนะคะ เพราะทุกฟังก์ชันจัดเป็นสัดส่วนและมีการใช้ทุกพื้นที่อย่างคุ้มค่า
บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 133 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 570 ตร.ม.
– ฟังก์ชัน 5 ห้องนอน / 6 ห้องน้ำ / 4+4 ที่จอดรถ / 1 ห้องแม่บ้าน
ชั้น 1 : บ้านหน้ากว้างจอดรถในร่มได้ 4 คัน แต่ยังเหลือพื้นที่ให้เราจอดแบบซ้อนคันได้อีก 4 คันเป็น 8 คันทางเข้า-ออกบ้านมีหลักๆ 3 ทางเช่นกัน คือประตูหลักหน้าบ้าน ที่จะใกล้กับพื้นที่ต้อนรับแขกด้านหน้า เวลามีแขกมาเยี่ยมก็ใช้ประตูนี้เป็นหลัก ส่วนประตูรองตรงที่จอดรถจะใกล้กับ Common Area ที่เป็นพื้นที่พักผ่อนของคนในบ้าน ส่วนประตูที่แม่บ้านใช้เป็นหลัก จะอยู่ตรงโซน Service ที่ประกอบไปด้วยห้องครัว และห้องแม่บ้าน
ชั้น 2 : เป็นพื้นที่พักผ่อนของสมาชิกในบ้านประกอบไปด้วย Family Area ที่ใช้เป็นพื้นที่รวมตัวของคนในบ้าน และพื้นที่อเนกประสงค์ ที่อาจปรับเป็นห้องทำงานก็ได้ นอกจากนี้ยังมีห้องนอนรองอีก 1 ห้อง และ Double Master Bedroom จึงสามารถรองรับครอบครัวขยายได้ด้วย ลูกที่แต่งงานไปแล้วก็ยังอยู่บ้านเดียวกับพ่อแม่ได้
พื้นที่จอดรถมีขนาด 10.6 x 6.3 เมตร สามารถจอดรถได้ 4 คัน มีชายคลุมเต็มคัน ไม่มีส่วนไหนตากแดดฝน ไม่ต้องต่อเติมเพิ่มเลยค่ะ ตัวพื้นปูด้วยกระเบื้อง 60 x 60 ซม. แข็งแรงคงทน
บริเวณนี้โครงการติดตั้ง Motion Sensor คอยตรวจจับการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ นอกจากนี้ยังมีตู้เก็บของอยู่ด้วย ใช้เก็บของชิ้นใหญ่ๆ อย่างอุปกรณ์ตัดหญ้า ทำสวนได้ โครงการเตรียมระบบไว้ให้เพื่อรองรับการติดตั้ง EV Charger ใครใช้รถไฟฟ้าซื้อเครื่องติดตั้งได้เลย
บริเวณที่จอดรถมีทางลาดกว้างประมาณ 1 เมตรกว่าๆ สามารถเข็นวีลแชร์ขึ้นไป เพื่อเข้าบ้านจากประตูรองที่อยู่ด้านหลังที่จอดรถได้ ตัวประตูรองติดตั้ง Digital Door Lock ของ Yale รองรับได้ 4 ระบบ คือ Pin Code , Key Card , Finger Scan และกุญแจ เราไม่ต้องพกกุญแจบ้านเลย ก็สามารถเข้าถึงตัวบ้านได้
ด้านหน้าบ้านมีพื้นที่เหลือให้เราปลูกต้นไม้จัดสวน และทำเป็นมุมพักผ่อนไว้ออกมาใช้งานช่วงเช้าหรือเย็นได้
ประตูทางเข้าหลังของโครงการเป็นบานเปิดคู่ กว้างเกือบ 2 เมตร สามารถขนย้ายเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่เข้า-ออกได้สะดวก นอกจากนี้โครงการติดตั้ง Magnetic Sensor ไว้ที่ประตูหน้าต่างทุกบ้านทั้งชั้น 1 และ 2 ระบบจะเเจ้งเตือนเวลามีการเปิด-ปิด
เมื่อเข้าบ้านมาเราจะเจอกับโถงทางเข้าบ้าน เราสามารถมองเห็นทั้งพื้นที่ต้อนรับแขกและ Common Area ของคนในบ้าน ที่เห็นได้ชัดว่าแยกโซนกันอย่างชัดเจน
พื้นที่ต้อนรับแขกเป็นฟังก์ชันแรกที่เราจะเข้าถึงได้ ภายในมีขนาดประมาณ 4.65 x 4.6 เมตร สามารถวางโซฟา 3-4 ที่นั่งพร้อมอาร์มแชร์ 2 ตัว แม้ว่าพื้นที่ตรงนี้จะไม่ใช่ Double Volume แต่พื้นที่ตรงนี้ก็ดูโปร่งโล่งและสว่างเป็นพิเศษ เพราะอยู่บริเวณหัวมุมบ้าน
หากใครต้องการความเป็นสัดส่วน แนะนำให้ทำฉากกั้นเพิ่มเติมนะ แล้วยังช่วยประหยัดค่าแอร์ไม่ให้ไหลไปยังบริเวณอื่นๆอีกด้วย พื้นที่ต้อนรับแขกสามารถเชื่อมต่อกับสวนข้างบ้านได้ แนะนำให้ทำเป็นสวนเพื่อเพิ่มบรรยากาศที่ดีและความสดชื่นให้ตัวบ้าน
ชั้นล่างมีห้องนอนรองรับผู้สูงอายุ ภายในมีขนาดพอสมควร สามารถวางเตียง 5-6 ฟุตได้ หากวางชิดผนังด้านหนึ่ง ก็จะช่วยประหยัดพื้นที่ไปได้เยอะเลยนะ ห้องนอนชั้นล่างอยู่ด้านหลังบ้านได้รับความสงบ แต่ก็เข้าถึงได้ง่ายเพราะไม่ไกลจากประตูหลัก เวลาคุณตาคุณยายกลับมาจากด้านนอกก็ไปพักผ่อนได้สะดวก
ห้องน้ำในห้องนอนชั้นล่างกว้างขวางทีเดียว ภายในไม่มีฉากกั้น ทำให้เราเข็นวีลแชร์เข้าไปใช้งานได้สะดวก ภายในมีชุดสุขภัณฑ์มาให้ครบครันพร้อมใช้งาน บริเวณที่อาบน้ำจะมีที่นั่งด้วยนะ สำหรับผู้สูงอายุใช้นั่งอาบน้ำ จะได้ไม่เมื่อยค่ะ
Common Area เป็นพื้นที่ที่สมาชิกในครอบครัวใช้งานบ่อยมากที่สุด เพราะรวมพื้นที่นั่งเล่น , พื้นที่รับประทานอาหารและ Pantry Area ไว้ด้วยกัน การวางพื้นที่พักผ่อนของคนในครอบครัวไว้ด้านหลังบ้าน ทำให้เราได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น คนที่เดินผ่านหน้าบ้านมองเข้ามาเห็นได้ยากค่ะ พื้นที่นั่งเล่นสามารถวางโซฟา 3-4 ที่นั่งพร้อมอาร์มแชร์และโต๊ะกลางสำหรับวางของกินเวลาดูทีวี ระยะดูทีวีอยู่ที่ 4.3 เมตร เหมาะกับการติดตั้งทีวี 75 นิ้วขึ้นไป เพื่อการรับชมที่คมชัด
พื้นที่รับประทานอาหาร
พื้นที่รับประทานอาหารอยู่ระหว่าง Pantry Area กับพื้นที่นั่งเล่น ทำให้เราสามารถกินข้าวไป ดูทีวีไปได้แบบเพลินๆ แล้วยังเสิร์ฟอาหารได้สะดวกอีกด้วย บริเวณนี้สามารถวางโต๊ะทานอาหารได้ 6 ที่นั่ง
สำหรับ Pantry Area โครงการ Built-in เคาน์เตอร์พร้อมตู้เก็บของ รวมถึง Island ตรงกลางสำหรับเตรียมอาหาร พื้นที่ตรงนี้เรามองว่าพอจะช่วยกันทำอาหารได้ 2-3 คนนะ
ใต้เคาน์เตอร์ Island มีลิ้นชักเก็บของ สำหรับเก็บจาน , ชามต่างๆ ส่วนด้านบนเป็นพื้นที่เตรียมอาหารขนาดใหญ่ ทำให้ทำอะไรได้สะดวกมากขึ้น นอกจากนี้โครงการยัง Built-in เคาน์เตอร์พร้อมตู้เก็บของมาให้อีกเยอะเลย ด้านบนเคาน์เตอร์เป็นซิงค์ล้างจานที่มีความลึกเป็นพิเศษ ทำให้เราล้างจานชามได้สะดวก น้ำกระเด็นออกมาได้น้อยลง โครงการให้ไมโคเวฟและเตาอบแบบ 2 in 1 ของ Kuppersbusch ที่โดดเด่นของเทคโนโลยีและฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลาย
ห้องน้ำชั้น 1 เป็นแบบ Powder Room อยู่ใกล้ประตูโรงจอดรถ สะดวกต่อการใช้งานเวลากลับมาถึงบ้าน เหมาะเป็นห้องน้ำสำหรับรับรองแขกที่ไม่เน้นส่วนอาบน้ำ ภายในห้องน้ำมีทั้งโถสุขภัณฑ์แบบอัตโนมัติและโถปัสสาวะผู้ชาย มาให้แบบครบชุด พร้อมใช้งานเลยค่ะ
ห้องครัวแบบปิดสามารถทำอาหารได้เต็มที่ ไม่ต้องกลัวว่ากลิ่นควันจะลอยไปที่อื่น แนะนำให้ติดตั้งที่ดูดควันเพิ่มเติม โครงการ Built-in เคาน์เตอร์เป็นรูปตัว U นอกจากนี้ทั้งบน-ล่างยังมีตู้เก็บของอยู่เยอะมาก ดูจากขนาดพื้นที่พอให้ช่วยกันทำอาหาร 3-4 คนได้เลยนะ
สำหรับโซน Service ประกอบไปด้วย Laundry Area , ห้องนอนและห้องน้ำแม่บ้าน พื้นที่ตรงนี้สามารถวางเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้าได้ นอกจากนี้โครงการยัง Built-in ตู้เก็บของด้านบนมาให้ สำหรับเก็บอุปกรณ์ซักผ้าต่างๆ เช่น ผงซักฟอก , น้ำยาปรับผ้านุ่ม โซนนี้มีห้องนอนและห้องน้ำสำหรับแม่บ้านให้เสร็จสรรพ แม่บ้านจะใช้ชีวิตอยู่ในโซนนี้เป็นหลัก แทบไม่ไปรบกวนเจ้าของบ้านเลย
บันไดขึ้นชั้น 2 เป็นรูปตัว U มีขนาดกว้างประมาณ 1.25 เมตร คนเดินสวนกันได้สบายๆ ชานพักบันไดกว้าง ทำให้คนเดินขึ้น-ลงสะดวก โครงสร้างบันไดเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ปิดผิวบันไดด้วยไม้ Engineer ผิวไม้โอ๊ค สี Espresso พร้อมราวจับตลอดทาง ใช้งานได้อย่างปลอดภัย
เมื่อขึ้นมาชั้น 2 เราจะเจอกับ Family Area ที่ใช้เป็นพื้นที่รวมตัวของคนในบ้าน และพื้นที่อเนกประสงค์ อยู่คนละมุม ทำให้เราสามารถทำกิจกรรมต่างๆพร้อมกันได้ถึง 2 มุม
Family Area มีขนาดใหญ่ทีเดียว สามารถวางโซฟา 3-4 ที่นั่งพร้อมอาร์มแชร์ได้ 2 ฝั่ง เวลาพ่อแม่มีเเขกมาบ้าน ลูกๆก็สามารถมาใช้พื้นที่บริเวณนี้รวมตัวกันได้นะ
พื้นที่อเนกประสงค์สามารถจัดเป็นมุมทำงานได้ และด้วยความที่บริเวณนี้อยู่ด้านหน้า Master Bedroom เราจึงสามารถทำฉากกั้น รวมพื้นที่ไว้ด้วยกัน กลายเป็นส่วนหนึ่งของห้องไปเลย
Master Bedroom มีขนาดใหญ่พอจะแบ่งพื้นที่เป็นโซนพักผ่อนที่วางเตียง 6 ฟุตได้ ปลายเตียงยังเหลือพื้นที่ให้วางสตูล หากชอบดูทีวีก่อนนอนแนะนำให้ติดตั้งทีวีแบบแขวนนะ และโซนนั่งเล่นที่วางโซฟาเล็กๆ 2 ที่นั่ง ใช้นั่งพักผ่อนหย่อนใจ อ่านหนังสือไปได้ด้วย
Master Bathroom มีขนาดใหญ่มาก ภายในแยกส่วนเปียก-ส่วนแห้งไว้ชัดเจน ส่วนอาบน้ำมีทั้งแบบยืนอาบและอ่างอาบน้ำ ภายในห้องน้ำมีสุขภัณฑ์มาให้ครบครัน ด้านใต้อ่างล้างหน้ามีลิ้นชักเก็บของ ใช้เก็บอุปกรณ์อาบน้ำหรือของใช้ส่วนตัวได้ ส่วนอาบน้ำของห้องนี้มีขนาดประมาณ 1.15×2 เมตร พร้อมติดตั้งฉากกั้นอาบน้ำไว้เรียบร้อย สำหรับห้องนี้โครงการให้อ่างอาบน้ำแบบฝังมาด้วย
ส่วนห้องนอนรอง 1 , 2 ก็มีห้องน้ำภายในตัว ใช้งานได้อย่างสะดวก
Grand Master Bedroom
Grand Master Bedroom อยู่ด้านหน้าบ้าน และเป็นห้องหัวมุม ทำให้ได้รับแสงธรรมชาติ 2 ฝั่ง ห้องจึงดูสว่าง ภายในห้องสามารถแบ่งเป็นโซนพักผ่อนและโซนนั่งเล่นได้ สำหรับโซนพักผ่อนสามารถวางเตียง 6 ฟุต พร้อมเหลือพื้นที่รอบข้างอีกเป็นเมตร ปลายเตียงสามารถวางสตูลหรือโซฟาไว้นั่งพัก
ส่วนโซนพักผ่อนมีความกว้างพอจะวางโซฟา 2 ที่นั่ง พร้อมอาร์มแชร์ เวลาเรากลับมาจากที่ทำงานแล้วยังไม่ทันไม่อาบน้ำ ไม่อยากขึ้นเตียงก็มานั่งพักผ่อนบริเวณนี้ได้
Grand Master Bedroom เป็นห้องนอนเดียวที่เชื่อมต่อกับระเบียง ให้เราออกมารับลม สุดอากาศได้ ดูจากขนาดระเบียงเรามองว่าก็กว้างพอให้เราจัดเป็นมุมนั่งพักผ่อนดีๆได้เลยนะ
Grand Master Bathroom มีขนาดใหญ่มาก โดยรวมให้ชุดสุขภัณฑ์มาเหมือน Master Bathroom แต่ที่พิเศษกว่า คืออ่างล้างหน้าแบบ His & Her , อ่างอาบน้ำแบบ Stand Alone และโถสุขภัณฑ์แบบอัตโนมัติ แล้วยังแบ่งส่วนอาบน้ำและส่วนสุขาไว้อย่างชัดเจน ใช้งานได้สะดวก
ตัวอ่างอาบน้ำแบบ Stand Alone อยู่ติดกับ Pocket Garden ที่มีขนาดประมาณ 3.5×1.5 เมตร เราสามารถจัดเป็นสวนกระถางได้ ผนังรอบ Pocket Garden สูงเกือบ 2 เมตร ไม่ต้องกังวลว่าจะมีคนมองเข้ามาเห็นเราอาบน้ำนะคะ
บ้านตัวอย่าง LANGHAM
บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 160 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 654 ตร.ม.
– ฟังก์ชัน 5 ห้องนอน / 6 ห้องน้ำ / 4+4 ที่จอดรถ / 1 ห้องแม่บ้าน
ชั้น 1 : แปลนชั้นนี้มีการจัดผังคล้ายกับบ้าน Type เล็กเลยค่ะ เพียงแต่ขนาดของฟังก์ชันต่างๆมีขนาดใหญ่ ทางเข้า-ออกบ้านมีหลักๆ 3 ทางเช่นกัน คือประตูหลักหน้าบ้าน ที่จะใกล้กับพื้นรับแขก ติดกันจะเป็นห้องนอนชั้นล่างเข้า-ออกได้สะดวก ส่วนประตูรองตรงที่จอดรถจะใกล้กับ Common Area ที่เป็นพื้นที่พักผ่อนของคนในบ้าน หรือเอาไว้ต้อนรับแขกคนสนิทได้ด้วย ส่วนประตูที่แม่บ้านใช้เป็นหลัก จะอยู่ตรงโซน Service ที่ประกอบไปด้วยห้องครัว และห้องแม่บ้าน
ชั้น 2 : เป็นพื้นที่พักผ่อนของสมาชิกในบ้านประกอบไปด้วย Family Area ที่ใช้เป็นพื้นที่รวมตัวของคนในบ้าน นอกจากนี้ยังมีห้องนอนรองอีก 2 ห้อง และ Double Master Bedroom จึงสามารถรองรับครอบครัวขยายได้ด้วย
ตัวอย่างบรรยากาศภายในบ้าน
ราคา
Narasiri Borommaratchachonnani (นาราสิริ บรมราชชนนี) ราคาเท่าไหร่ (ณ วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569)
ราคาผ่อนต่อเดือนยกตัวอย่างจาก ดอกเบี้ย 4% ระยะเวลาผ่อน 30 ปี*
สามารถคลิกดูอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันได้ที่ >> อัปเดต! ดอกเบี้ยบ้าน 2568 ทุกธนาคาร
- REGENT บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 133 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 570 ตร.ม.
– ฟังก์ชัน 5 ห้องนอน / 6 ห้องน้ำ / 4+4 ที่จอดรถ / 1 ห้องแม่บ้าน
– ราคาเริ่มต้น 55 ล้านบาท - LANGHAM บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 160 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 654 ตร.ม.
– ฟังก์ชัน 5 ห้องนอน / 6 ห้องน้ำ / 4+4 ที่จอดรถ / 1 ห้องแม่บ้าน
– ราคาเริ่มต้น 65 ล้านบาท - CUMBERLAND บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 212 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 843 ตร.ม.
– ฟังก์ชัน 5 ห้องนอน / 7 ห้องน้ำ / 6+5 ที่จอดรถ / 2 ห้องแม่บ้าน
– ราคาเริ่มต้น 85 ล้านบาท - ค่าส่วนกลาง 70 บาท/ตร.วา/เดือน
**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำบทความ ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ
Tips : แนะนำการขอสินเชื่อกับธนาคาร
เกณฑ์การพิจารณาการขอสินเชื่อจากธนาคาร ควรมีเงื่อนไขตรงกับข้อไปนี้ค่ะ
- มีรายรับชัดเจน สม่ำเสมอ(ไม่ผันผวน) ต่อเนื่องนานกว่า 6 เดือน และสามารถตรวจสอบได้
- ควรมีภาระหนี้รวมทั้งหมด (ทั้งบ้าน รถยนต์ บัตรเครดิต และอื่นๆ) ไม่เกิน 40% ของรายได้ต่อเดือน
- มีรายได้ต่อเดือนมากกว่าค่าผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน 3 เท่าขึ้นไป
หากต้องการผ่อนบ้านให้หมดไว แนะนำให้โปะเพิ่มประมาณ 10% ของงวดผ่อน จะช่วยลดระยะเวลาผ่อนลงได้ 4 – 7 ปี (ขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ย) และควร Refinance หรือ Retention เพื่อให้ดอกเบี้ยลดลงทุกๆ 3 ปี ทั้งนี้อย่าลืมเผื่อค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและตกแต่ง*ก่อนเข้าอยู่เพิ่มเติมด้วยนะคะ
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
>>โปะบ้านหมดไว คำนวณได้เอง
>>โอนบ้านจบ อย่าใช้เงินหมด! ค่าใช้จ่ายแฝงเพียบ
บทสรุป
ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง :โครงการ Narasiri Borommaratchachonnani (นาราสิริ บรมราชชนนี) ตั้งอยู่ติดถนนบรมราชชนนี ฝั่งมุ่งหน้าไปทางนครปฐม ถนนเส้นหลักเชื่อมต่อกับถนนพุทธมณฑลสาย 1-4 , ถนนทวีวัฒนาและถนนราชพฤกษ์ได้ไม่ยาก ทำเลโครงการใกล้ทางด่วนประจิมรัถยาและทางคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนีเป็นตัวเลือกในการเดินทางไปโซนปิ่นเกล้า , จตุจักร , ดอนเมืองได้
จากโครงการสามารถเข้าถึงความอุดมสมบูรณ์ได้ทั้ง 2 ฝั่ง คือฝั่งศาลายาและถนนบรมราชชนนีที่อิงมาฝั่งปิ่นเกล้า ในระยะ 4-7 กิโลเมตรก็มีทั้ง The Brio Mall สาย 4 , The Fourth สาย 4 และตลาดสดธนบุรี แต่ถ้าใครชอบเดินช้อปปิ้งบนห่างใหญ่ๆ จะมี Central ศาลายาและ Central ปิ่นเกล้าที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 10-12 กิโลเมตรเท่านั้นเอง
แต่ที่พิเศษกว่าโครงการอื่นๆในโซนบรมราชชนนี คือโครงการอยู่ใกล้กับ Design Village แค่ประมาณ 100 เมตรเท่านั้นเอง ภายในมี Gourmet Market , Starbucks , Uniqlo ทำให้ลูกบ้านแวะซื้อของกินของใช้ก่อนกลับเข้าโครงการได้สะดวก
ความปลอดภัยในโครงการและตัวบ้าน : โครงการนี้ถือว่ามีระดับความปลอดภัยสูงทีเดียวค่ะ เริ่มจากมีทางเข้า-ออกโครงการ แบบ Double Gate ใช้ระบบ LPR Licence plate reader / VMS พร้อมระบบ LIV-24
ส่วนตัวบ้านมีสัญญาณกันขโมยระบบ Magnetic Sensor ที่ประตู-หน้าต่างชั้น 1 , 2 ติดตั้งระบบ Digital Door Lock ไว้ที่ประตูโรงจอดรถ นอกจากนี้ยังติดตั้ง Motion Sensor ชั้นละ 1 จุด
การออกแบบโครงการ : โครงการแยกทางเข้า-ออกไว้คนละฝั่ง ตั้งแต่ยังไม่ทันถึงซุ้มประตูเลย ทางเข้าโครงการเป็นแบบ Double Gate เสริมความปลอดภัยให้ลูกบ้าน เราชอบที่โครงการวางให้ Clubhouse และผืนน้ำ ตรงกับซุ้มประตูโครงการ เมื่อเราเข้าโครงการมาก็จะสะดุดตากับ Clubhouse ทันที สร้างบรรยากาศที่ดีให้กับโครงการ พื้นที่ส่วนกลางอื่นๆอยู่กลางโครงการ ลูกบ้านออกมาใช้งานได้สะดวก โครงการเลือกจะรวมพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมดไว้ในโซนเดียวกัน ยิ่งทำให้ส่วนกลางดูยิ่งใหญ่อลังการ
การออกแบบพื้นที่ใช้สอย : บ้านในโครงการ มี 3 แบบ มาในสไตล์ Regency Architecture เน้นทั้งพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ตั้งแต่ 570-843 ตารางเมตร และที่ดินขนาดใหญ่ 130 ตร.ว. ขึ้นไป ถือว่าได้พื้นที่ใหญ่ที่สุดสำหรับแบรนด์นาราสิริเลย ทำให้มีพื้นที่เหลือทำสวน , Glass House หรือกระทั่งสระว่ายน้ำได้ ตัวบ้านจอดรถมากสุด 8-11 คัน ซึ่งถือว่ามากที่สุดในย่านเลยค่ะ
ตัวบ้านออกแบบ Over Scale สัดส่วนของบ้านต่างๆที่มีขนาดใหญ่ ทำให้บ้านดูโอ่อ่า ภายในบ้านแบ่งพื้นที่ต้อนรับแขกกับ Common Area ที่คนในบ้านใช้พักผ่อนไว้อย่างชัดเจน พื้นที่ใช้รับแขกกับพื้นที่ส่วนตัวไว้อย่างชัดเจน เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของสมาชิกในบ้าน นอกจากนี้ยังแยกโซน Service ที่แม่บ้านใช้งานประจำไว้ ทำให้ไม่ไปรบกวนเจ้าของบ้าน
บ้านทุก Type ในโครงการรองรับได้หลาย Generation มีห้องนอนชั้นล่างพร้อมห้องน้ำในตัวรองรับผู้สูงอายุ แล้วยังมี Double Master เหมาะกับครอบครัวขยายอีกด้วย หากลูกๆแต่งงานไปก็ยังอยู่กับพ่อแม่ได้อยู่
วัสดุ : โครงสร้างบ้านเป็นแบบ Precast หากจะทุบต่อเติมต้องปรึกษาวิศวกรอีกที แต่ส่วนตัวเรามองว่าฟังก์ชันภายในบ้านให้มาครบ แทบจะไม่ต้องทำอะไรเพิ่มแล้วนอกจากตกแต่งภายใน วัสดุต่างๆให้มาเหมาะสมกับการใช้งาน เช่น ใช้พื้น Soft Floor ในห้องนอนชั้นล่าง ลดการกระแทก และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านเลือกใช้แบรนด์ดี มีชื่อเสียง ไม่ว่าจะเป็น Bosch / Gaggenau / Kuppersbusch
พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ : โครงการให้ความสำคัญกับพื้นที่ส่วนกลางมากกว่า 10 ไร่ เมื่อเทียบกับจำนวนที่ดินของโครงการ ถือว่าเป็นสัดส่วน 1 : 6 เยอะมากเลยนะ เรารู้สึกว่าโครงการไม่หวงพื้นที่ในการขายเลย เพราะตั้งแต่พื้นที่สีเขียวด้านหน้าโครงการ , สวนส่วนกลางและผืนน้ำมีขนาดใหญ่ทั้งหมด สร้างความร่มรื่นและเป็นบรรยากาศที่ดีให้โครงการ
สาธารณูปโภค : Clubhouse ออกแบบมาในสไตล์ Regency Architecture ดูสวยงามโดดเด่นสวยงาม น่าใช้งาน Facility ต่างๆให้มาครบครันตามมาตรฐานโครงการระดับนี้ แต่ละฟังก์ชันขนาดใหญ่พอที่จะรองรับลูกบ้าน 77 ยูนิต
Judgement
การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้
ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 40%, ความปลอดภัย 15%, การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 15%, วัสดุ 10%, พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 10%, และสาธารณูปโภค 10%
เทียบกับแพคเกจ 55-120 ล้านบาท, 22 กุมภาพันธ์ 2569
| หมวดหมู่ | คะแนน |
หมายเหตุ |
| ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง | 9/10 | ติดถนนบรมราชชนนี , ใกล้ Design Village 100 เมตร |
| ความปลอดภัย | 8.5/10 | Double Gate / LPR Licence plate reader / VMS /LIV-24 / Magnetic Sensor / Motion Sensor |
| การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย | 9/10 | ออกแบบสวย น่าใช้งาน , Concept ชัด , พื้นที่เป็นสัดส่วนชัดเจน |
| วัสดุ | 8/10 | โครงสร้าง Prescast , เหมาะสมกับการใช้งาน , เลือกใช้แบรนด์ดี |
| พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ | 8.75/10 | พื้นที่สีเขียวใหญ่ , ออกแบบ Landscape ดี |
| สาธารณูปโภค | 8/10 | ผืนน้ำ , Facility ครบครัน |
| รวมคะแนน | 8.70 | จาก 10 คะแนน |
Narasiri Borommaratchachonnani (นาราสิริ บรมราชชนนี) ดีไหม?
โครงการ Narasiri Borommaratchachonnani (นาราสิริ บรมราชชนนี) เหมาะกับคนที่กำลังมองหาบ้านเดี่ยวติดถนนใหญ่ ชอบทำเลที่มีความคึกคักใกล้ความอุดมสมบูรณ์ เดินทางไปโซนศาลายา , พุทธมณฑลสาย3-4 และปิ่นเกล้าได้ไม่ยาก ให้ความสำคัญกับบรรยากาศและพื้นที่สีเขียวในโครงการ ชอบบ้านที่ได้ที่ดินรอบๆบ้านเยอะ มองหาบ้านที่รองรับได้หลาย Generations มีห้องนอนชั้นล่างพร้อมห้องน้ำในตัวเหมาะกับผู้สูงอายุ และ Double Master Bedroom ที่เหมาะกับครอบครัวขยาย มีงบประมาณของบ้านเริ่มต้นที่ 55 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนต่อเดือนที่ 262,578 บาท
ตัวอย่างโครงการบ้านเดี่ยวโซนบรมราชชนนี-พุทธมณฑล
Think of Living รวบรวมมาให้แล้ว!
โครงการเปิดใหม่ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮมและคอนโดมิเนียม ในทำเลทั่วกรุงเทพและปริมณฑล ในทุกๆเดือนย้อนหลัง ใครที่กำลังมองหาบ้านห้ามพลาด อาจจะมีโครงการในราคาและทำเลที่เพื่อนๆ ตามหาอยู่ก็เป็นได้นะ
เข้ามาชมบทความรายเดือนได้เลย คลิกที่นี่

