…ธรรมชาติและต้นไม้สีเขียวๆ มองดูกี่ครั้งก็รู้สึกสดชื่นและสบายตา มีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่พยายามแสวงหาสิ่งเหล่านี้ บางคนเลือกที่จะออกเดินทางท่องเที่ยวพัก ไปผ่อนตามสถานที่ต่างๆ หรือบางคนก็อยากปลูกต้นไม้ไว้ที่บ้านเป็นของตัวเอง อาจจะเพื่อเป็นงานอดิเรก ความชอบส่วนตัว หรือเพื่อจุดประสงค์อะไรก็ตาม

แต่ที่น่าสนใจคือ การปลูกต้นไม้ ไม่ได้จำกัดแต่เฉพาะบริเวณรอบบ้าน หรือพื้นที่กลางแจ้งเพียงอย่างเดียว บางชนิดสามารถปลูกในกระถาง แล้วตั้งไว้ภายในอาคารหรือพื้นที่มีแสงแดดน้อยได้ด้วย ซึ่งค่อนข้างเหมาะมากสำหรับการอยู่อาศัยในคอนโดมิเนียม ที่มีพื้นที่จำกัด และกำลังเป็นที่นิยมของคนรุ่นใหม่ในปัจจุบันครับ

ปลูกต้นไม้ในห้อง แย่งอากาศเราหายใจจริงหรือ?

อย่างที่ทุกคนทราบกันว่ากระบวนการสังเคราะห์แสงของพืช ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในเวลากลางวัน และต้นไม้ก็จะปล่อยออกซิเจนออกมาทำให้อากาศสดชื่น แต่ในเวลากลางคืนเค้าจะดูดออกซิเจนกลับเข้าไป แล้วปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาแทน จึงเกิดคำถามที่หลายๆคนเป็นกังวลคือ “ต้นไม้จะแย่งอากาศในห้องหายใจหรือป่าว?”

ซึ่งจริงๆแล้วปริมาณก๊าซที่ต้นไม้ใช้ในการหายใจ ไม่ได้ส่งผลกระทบกับคนที่พักอาศัยในห้องมากขนาดนั้นครับ เพราะห้องนอนทั่วไปไม่ได้เป็นห้องปิดตายที่ปิดสนิท แต่จะมีอากาศที่ถ่ายเทได้อยู่ตลอด หรือบ้างก็เปิดแอร์กันเลยด้วยซ้ำไป แต่หากใครที่ยังกังวลในเรื่องนี้อยู่ อาจลองใช้เป็นพืชตระกูล CAM Plant มาปลูกแทนก็ได้ครับ

สำหรับพืชตระกูล CAM Plant (Crassulacean Acid Metabolism Plant) เป็นพืชกลางคืนที่มีกระบวนการหายใจที่ตรงข้ามกับพืชทั่วไป ได้แก่ กล้วยไม้หวาย , ลิ้นมังกร , ว่านหางจระเข้ และกระบองเพชร เป็นต้น โดยลำต้นจะมีลักษณะอวบเพื่อใช้กักเก็บน้ำ จึงไม่ต้องคอยรดน้ำบ่อยๆ มีใบน้อยหรือจะเปลี่ยนเป็นหนามแหลมเพื่อลดการคายน้ำ ซึ่งตอนกลางคืนต้นไม้ประเภทนี้จะเปิดปากใบแล้วเก็บคาร์บอนไดออกไซด์เอาไว้ เพื่อใช้สังเคราะห์แสงในเช้าวันถัดไป

หรือจะใช้วิธีการปลูกต้นไม้แบบผสมผสานกันหลายๆชนิด ที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระยะเวลาที่แตกต่างกัน เพื่อลดปริมาณความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนในอากาศก็ได้เช่นกันครับ อาจต้องศึกษาลึกลงไปในแต่ละชนิดอีกที แต่ทั้งนี้ก็เพื่อความสบายใจ รวมถึงยังทำให้เราได้ปลูกต้นไม้ชนิดที่เราชอบได้อีกด้วย

ประโยชน์และคุณสมบัติของต้นไม้ที่ต่างกัน

การเลือกต้นไม้มาปลูกในห้องสักต้น สิ่งที่หลายๆคนมักจะคำนึงถึงอันดับแรกคือ ความสวยงาม โดยเฉพาะลักษณะของต้นไม้นั้นๆ จะต้องเข้ากับสไตล์การตกแต่งของห้องเราได้ดี หรือเหมาะสมกับตำแหน่งที่เราจะไปวางประดับไว้ หรือบางคนก็เลือกจากคุณสมบัติและประโยชน์การใช้สอยที่ต้องการ

โดยต้นไม้แต่ละชนิดจะมีคุณสมบัติพิเศษ และความเหมาะสมที่จะนำไปใช้แตกต่างกันออกไป บางชนิดชอบพื้นที่ชื้นๆ ก็อาจเหมาะกับห้องน้ำหรือห้องครัว เช่น พลูด่าง เฟิร์น หรือกวักมรกต และบางชนิดก็ช่วยในการฟอกอากาศ และดูดซับสารพิษในอากาศเพื่อนำไปใช้ในการเจริญเติบโตได้ด้วย

สารพิษที่ว่ามักจะมาจากสิ่งรอบๆตัว โดยเฉพาะบ้านหรือห้องคอนโดที่เพิ่งตกแต่งและย้ายเข้ามาอยู่ใหม่ๆ ซึ่งส่วนใหญ่สารเหล่านี้จะไม่มีสีหรือกลิ่น จึงอาจสูดดมเข้าไปโดยไม่รู้ตัว สังเกตง่ายๆ คือจะมีอาการแสบตาหรือแสบจมูก เกิดอาการอ่อนล้า ปวดศีรษะ ภูมิแพ้ ไม่สดชื่น เครียด และหอบหืด

โดยในระยะยาวหากเราสูดดมเข้าไปทุกวันจะทำให้เกิดการสะสม ซึ่งมีผลเสียต่อร่างกาย ทำให้เสี่ยงต่อโรคระบบทางเดินหายใจ โรคปอด หรือก่อให้เกิดมะเร็งได้ด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถบำบัดได้ด้วยวิธีการทางธรรมชาติ อย่างการปลูกต้นไม้ที่มีคุณสมบัติช่วยดูดซับสารพิษเหล่านี้ ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ทำได้ง่ายมากๆครับ

แต่ไม่ใช่ต้นไม้ทุกชนิดที่จะสามารถปลูกในบ้านได้นะครับ เพราะบางชนิดก็ต้องปลูกในที่โล่งแจ้งจริงๆ ต้องการดินและแสงแดดเยอะๆ แต่สำหรับต้นไม้ที่ปลูกภายในบ้านได้นั้น จะเป็นพืชที่ต้องการแสงและน้ำน้อย ดูแลรักษาง่าย มีการเจริญเติบโตได้ช้า เพื่อที่จะได้ไม่สูงใหญ่หรือต้องเปลี่ยนกระถางเร็วเกินไป ซึ่งก็มีอยู่หลากหลายประเภทให้เลือก

ซึ่งในบทความนี้ผมจะพูดถึงเฉพาะต้นไม้ยอดนิยม ที่นอกจากมีความสวยงามแล้ว ยังมีคุณสมบัติในการฟอกอากาศ และดูดซับสารพิษ ตามที่เคยกล่าวไปข้างต้นได้ด้วย ซึ่งผมจะขอยกตัวอย่างมาประมาณ 9 ชนิด โดยไล่ลำดับตามความสามารถในการช่วยฟอกอากาศ และดูดซับสารพิษได้ดังนี้

จากตารางข้างต้นจะเห็นว่า ต้นไม้แต่ละชนิดสามารถดูดซับสารพิษได้ต่างชนิดกันออกไป แต่หลักๆคือ จะดูดสารจำพวกฟอร์มาลดีไฮด์ได้ทั้งหมดเลย แต่เรื่องความสามารถในการดูดได้ดีหรือไม่ ก็จะมีรายละเอียดที่แตกต่างกันออกไปอีกดังต่อไปนี้

1 . เดหลี (Peace Lily)

เป็นพรรณไม้พุ่มเตี้ย สูงประมาณ 30 – 60 cm. ใบมันเงาสีเขียวเข้มและมีดอกสีขาว (คล้ายดอกหน้าวัว) เป็นที่นิยมปลูกในบ้านเนื่องจากมีความสวยงาม สามารถปลูกในกระถางขนาดเล็ก-กลาง ใช้พื้นที่ไม่เยอะมากนัก และความสามารถในการฟอกอากาศ ซึ่งสามารถดูดซับสารพิษได้หลายประเภท

  • แสงแดด : แสงแดดรำไร ควรอยู่ใกล้หน้าต่าง หรือมีแสงส่องถึงบ้างอย่างน้อยครึ่งวัน
  • น้ำและความชื้น : ชอบดินที่ชุ่มชื้น แต่ไม่ถึงกับแฉะ รดน้ำ 2 – 3 ครั้ง/สัปดาห์
  • คุณสมบัติ : ช่วยกรองเบนซีน แอมโมเนีย ไตรคลอโรเอทธิลีน ไซลีน และฟอร์มาลดีไฮด์ในอากาศได้เป็นอย่างดี แล้วยังช่วยเพิ่มความชื้นในอากาศอีกด้วย

2 . ลิ้นมังกร (Snake Plant)

เป็นพรรณไม้ล้มลุก สูงประมาณ 30 – 60 cm. ลักษณะใบเป็นแท่งกลมยาวหรือแบนกว้าง ปลายแหลม เลี้ยงง่าย โดยจะแยกปลูกเป็นแบบกอเดียวในกระถางเล็กๆ แล้ววางประดับบนโต๊ะหรือชั้นวางได้ และยังปลูกเป็นต้นขนาดใหญ่หลายๆกอ ลงในกระถางขนาดกลาง เพื่อวางบนพื้นก็ไม่เลว เป็นพืชอวบน้ำ จึงไม่ต้องรดน้ำบ่อย มีความสามารถทนทานต่อโรคและแมลงได้ดีมาก

  • แสงแดด : ชอบแสงแดด ควรอยู่ใกล้หน้าต่าง หรือมีแสงส่องถึงบ้างอย่างน้อยครึ่งวัน
  • น้ำและความชื้น : ไม่ชอบความชื้นมากนัก รดน้ำ 5 – 7 วัน/ครั้ง
  • คุณสมบัติ : ดูดสารพิษได้หลายชนิด แต่ปริมาณอาจไม่มากนัก เป็นพืชอยู่ในตระกูล CAM Plant ปล่อยออกซิเจนในเวลากลางคืน เหมาะกับห้องนอน และห้องพระ

3 . เข็มสามสี (Red-Edged Dracaena)

ค่อนข้างสวยงามแปลกตา มีใบเล็กแหลมเป็นพุ่ม แตกออกจากตอหรือลำต้นที่ตั้งตรง และเป็นพืชประเภทไม้ประดับที่สวยเด่นด้วยสีสันของใบ (เขียว+เหลือง+แดง) เลี้ยงง่ายทนทาน เหมาะสำหรับปลูกในกระถางและวางประดับไว้ตามส่วนต่างๆของบ้านได้ โดยขนาดของต้นจะมีให้เลือกตั้งแต่ขนาดเล็ก 30 – 50 cm. ไปจนถึงขนาดสูง 1 – 2 m. ก็มี ลำต้นผอมเล็กและมีพุ่มไม่ใหญ่มาก จึงใช้พื้นที่ปลูกไม่เยอะครับ

  • แสงแดด : ควรตั้งไว้ในจุดที่แดดส่องถึง จะทำให้ใบมีสีสันสวยงามขึ้น
  • น้ำและความชื้น : ชอบดินที่ชุ่มชื้น แต่ไม่ถึงกับแฉะ ควรหมั่นฉีดพ่นละอองน้ำใส่ใบบ่อยๆ
  • คุณสมบัติ : มีความสามารถสูงในการดูดสารพิษในอากาศ โดยเฉพาะสารพิษจำพวกไซลีนและไตรคลอโรเอทธิลีน

4 . ตีนตุ๊กแกฝรั่ง (English Ivy)

เป็นพรรณไม้เลื้อย ลักษณะคล้ายใบตำลึง โดยทั่วไปจะนิยมปลูกเป็นไม้ประดับภายนอกอาคาร ให้เลื้อยเกาะตามผนังเพื่อความสวยงาม แต่ด้วยความสามารถที่ปรับตัวให้เจริญเติบโตในที่มีแสงแดดรำไร จึงนำมาปลูกเป็นไม้ประดับภายในอาคารได้ด้วย สามารถปลูกลงดินแบบตั้งโต๊ะ หรือใช้เป็นกระถางแขวนให้ใบห้อยลงมาก็สวยครับ

  • แสงแดด : ควรตั้งไว้ในจุดที่แดดส่องถึงบ้าง จะทำให้ใบมีสีสันสวยงามขึ้น
  • น้ำและความชื้น : ชอบดินที่ชุ่มชื้น แต่ไม่ถึงกับแฉะ ควรหมั่นฉีดพ่นละอองน้ำใส่ใบบ่อยๆ
  • คุณสมบัติ : มีประสิทธิภาพสูงในการดูดสารพิษจำพวกสารเบนซีน กำจัดเชื้อราในอากาศได้ถึง 78% ในเวลา 12 ชั่วโมง เหมาะกับห้องที่ปูพรม หรือเพิ่งทาสีใหม่ และชอบปล่อยความชื้นออกมาในอากาศสูง

5 . ต้นจั๋ง (Lady Palm)

เป็นพืชตระกูลปาล์มขนาดเล็ก อยู่ได้ทั้งกลางแจ้งที่มีแสงแดดจัด และพื้นที่กึ่งแดดอย่างในอาคารได้ สามารถสูงได้ตั้งแต่ 2 m. ไปจนถึง 5 m. เลยทีเดียว (ขึ้นอยู่กับขนาดกระถาง และต้องคอยตัดแต่งกิ่งบ่อยๆ) ปลูกง่าย อายุยืน แต่โตช้า และมีความทนทานค่อนข้างสูง จำเป็นต้องลงกระถางขนาดกลาง-ใหญ่ และควรเว้นระยะโดยรอบให้กอหรือพุ่มใบได้แผ่ขยายออกสวยงามสักหน่อย หรือวางประดับตามมุมห้องก็จะไม่เกะกะทางเดินครับ

  • แสงแดด : ควรปลูกในจุดที่แสงแดดส่องถึงได้ และควรนำออกมารับแดดกลางแจ้งทุกๆ 3 – 4 เดือน
  • น้ำและความชื้น : ชอบดินชุ่มน้ำ แต่ไม่ถึงกับแฉะ รดน้ำ 3 – 4 วัน/ครั้ง
  • คุณสมบัติ : สามารถช่วยกำจัดก๊าซฟอร์มาลดีไฮด์ แอมโมเนีย และไซลีน ดูดสารพิษจากอากาศได้ดี และยังเป็นพืชที่ชอบชอบปล่อยความชื้นอีกด้วย

6 . พลูด่าง (Golden Pothos)

เป็นไม้เลื้อยขนาดเล็ก ลักษณะใบคล้ายรูปหัวใจ มีสีเขียวสด หรือเขียวสลับขาว ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ เนื่องจากให้ใบดก ดูแลรักษาง่าย และเติบโตได้ดีในทุกสภาพ สามารถปลูกในน้ำก็ได้ หรือจะปลูกลงดินเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายก็ดี โดยจะใช้พื้นที่ในการปลูกไม่มากนัก สามารถตัดแต่งเพื่อควบคุมความยาวของลำต้นตามความต้องการได้

  • แสงแดด : ไม่ค่อยชอบแดดมากนัก สามารถปลูกในอาคารที่มีแดดรำไรหรือแสงน้อยได้
  • น้ำและความชื้น : ชอบความชุ่มชื้นมาก เหมาะกับห้องน้ำ ห้องครัว ห้องรับแขก และห้องนอน
  • คุณสมบัติ : สามารถดูดสารพิษจำพวกแอมโมเนีย และก๊าซฟอร์มาลดีไฮด์ในห้องน้ำได้ดี ช่วยลดฝุ่นและเชื้อราในอากาศได้ รวมถึงชอบปล่อยความชื้นสูงอีกด้วย

7 . เศรษฐีเรือนใน (Spider Plant)

เป็นไม้กอขนาดเล็ก ลักษณะคล้ายใบหญ้า ยาว 15 – 30 เซนติเมตร โดยที่ขอบใบด้านนอกจะเป็นสีเขียว ส่วนตรงกลางใบจะเป็นสีขาว (ตรงข้ามกับเศรษฐีเรือนนอก) เป็นหนึ่งในต้นไม้ที่ช่วยฟอกอากาศได้ดีที่สุด และค่อนข้างเป็นที่นิยม ปลูกได้ทั้งกระถางแบบตั้งโต๊ะเล็กๆ หรือจะใช้เป็นกระถางแขวนก็ได้ จึงค่อนข้างประหยัดพื้นที่ในการปลูกได้ดี ข้อควรระวังคือ ตัวใบจะมีพิษต่อสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะแมว

  • แสงแดด : ต้องการแสง แต่ไม่ชอบแดดตรงๆ
  • น้ำและความชื้น : ไม่ต้องการน้ำเยอะ แค่พอให้ดินชุ่มชื้น
  • คุณสมบัติ : ช่วยดูดสารพิษไซลีนและฟอร์มาลดีไฮด์ได้ดี เหมาะแก่การนำมาปลูกในห้องที่มีเฟอร์นิเจอร์ใหม่ และยังช่วยกำจัดเชื้อราและสารก่อภูมิแพ้อื่นๆ ในอากาศ เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้

8. มอนสเตร่า (Monstera)

จุดเด่นคือ “ลวดลายของใบ” ที่เป็นแฉกสวยงาม ซึ่งเราจะคุ้นหน้าคุ้นตากับลวดลายแบบนี้ที่เป็นเอกลักษณ์ และปรากฏในรูปแบบวอลเปเปอร์บนผนัง เสื้อผ้า หรืองานศิลปะต่างๆ โดยลำต้นจะเป็นกอที่สูงประมาณ 1 m. ดูแลง่าย ค่อนข้างทนทานต่อโรคและแมลง เหมาะที่จะใช้ประดับตกแต่งห้องต่างๆ เพื่อความสวยงาม แต่จะต้องมีระยะโดยรอบตัวกระถางพอสมควร เพื่อให้ตัวใบสามารถแผ่กิ่งก้านออกมาได้

  • แสงแดด : ต้องการแสงแดดรำไร แต่ไม่โดดแดดโดยตรง พาออกมาตากลมบ้างนานๆทีจะดี
  • น้ำและความชื้น : ชอบความชื้น แต่ไม่แฉะเกินไป รดน้ำ 3 – 4 วัน/ครั้ง
  • คุณสมบัติ : ช่วยกำจัดสารพวกฟอร์มาลดีไฮด์ที่ปนเปื้อนในอากาศได้ดี

9 . ว่านหางจระเข้ (Aloe Vera)

เป็นไม้ล้มลุกที่มีขนาดสูงอยู่ 0.5 – 1 m. ลำต้นเป็นข้อปล้องสั้น ใบมีลักษณะอวบน้ำขอบหยักคล้ายกับหนาม ภายในเป็นวุ้นเมือก คนไทยนิยมปลูกตามบ้านเรือนหรือข้างทาง เนื่องจากมีสรรพคุณทางยา ใช้รักษาแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกก็ดี หรือจะทานก็ได้ แถมยังดูดซับสารเคมีในอากาศได้อีกด้วย โดยใช้พื้นที่ในการปลูกต่อ 1 กอไม่เยอะนัก แต่ข้อควรระวังคือ ไม่ควรวางกระถางไว้ใกล้กำแพงปูนซีเมนต์มากเกินไป เพราะเมื่อปูนถูกแสงแดดจะคายความร้อนออกมา ทำให้ลำต้นเหี่ยวเฉาได้

  • แสงแดด : ชอบแสงแดด ควรปลูกใกล้หน้าต่างหรือจุดที่แสงแดดส่องถึง เช่น ห้องนอน ห้องนั่งเล่น
  • น้ำและความชื้น : ชอบความชุ่มชื้น แต่ไม่ถึงกับแฉะ
  • คุณสมบัติ : ดูดซับสารพิษจำพวกฟอร์มาลดีไฮด์ และสารเคมีอื่นๆได้ (แต่ไม่มากนัก) อยู่ในตระกูล CAM Plant คายออกซิเจนในเวลากลางคืน

เดหลี

ตัวอย่างภาพจริงจากทีมงาน Think of Living ที่พอดีได้ไปซื้อต้นไม้ที่ตลาด แล้วถ่ายภาพมาฝากครับ ^^

ตำแหน่งที่เหมาะสม ขึ้นอยู่กับปริมาณแสงที่ต้องการ

“แสง” เป็นปัจจัยหลักสำคัญของการวางตำแหน่งกระถางต้นไม้ที่เราจะปลูก เพราะต้นไม้แต่ละชนิดมีความต้องการแสงที่ไม่เหมือนกัน เพื่อใช้ในการสังเคราะห์แสงและเจริญเติบโต โดยผมได้บอกความต้องการของต้นไม้แต่ละชนิดกันไปแล้ว คราวนี้มาดูตำแหน่งจริงกันบ้างครับ ว่าตำแหน่งส่วนใดของห้องที่ว่าจะเหมาะสมกับต้นไม้แบบใด จะได้เห็นภาพได้ชัดเจนมากขึ้น

ตำแหน่งที่ 1 สำหรับต้นไม้ที่ปลูกในร่มได้ และไม่ต้องการแสงมากนัก

หากเป็นห้องในคอนโดก็จะเป็นบริเวณด้านหน้า หรือกึ่งกลางของห้อง ที่แสงจากหน้าต่างหรือระเบียงจะส่องเข้ามาถึงได้ค่อนข้างน้อย หรือตัวกระถางอาจจะหลบอยู่หลังตู้ที่บังแสงบางส่วนเอาไว้ ก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับการเจริญเติบโตของพืชกลุ่มนี้ มีบางชนิดที่ชอบความชื้นมากๆ ก็อาจปลูกในห้องน้ำหรือห้องครัวก็ได้อีกด้วยครับ

ตำแหน่งที่ 2 สำหรับต้นไม้ที่ต้องการแสงแดดรำไร

เป็นบริเวณที่ห่างจากช่องแสงอย่างหน้าต่างหรือระเบียงมาไม่เกิน 2 m. ซึ่งเป็นตำแหน่งที่แสงแดดยังคงส่องถึงบ้างในบางช่วงเวลา โดยต้นไม้กลุ่มนี้ยังคงต้องการแสงเพื่อใช้ในการสังเคราะห์แสงและเจริญเติบโตอยู่บ้าง แต่อาจไม่ได้อยากโดนแสงแดดแรงๆโดยตรงตลอดทั้งวัน เพราะจะทำให้เหี่ยวเฉาได้ ซึ่งต้นไม้ที่ต้องการตำแหน่งลักษณะแบบนี้มีค่อนข้างเยอะ สามารถปรับได้เล็กน้อยโดยจับสังเกตจากอาการลักษณะของต้นและใบ ให้เจริญเติบโตได้ดี และมีสีเขียวสดก็ถือว่าโอเคแล้วครับ

ตำแหน่งที่ 3 สำหรับต้นไม้ที่ชอบแดดตลอดทั้งวัน

ปฏิเสธไม่ได้ว่าคงมีตำแหน่งเดียวที่เหมาะสมคือ ริมหน้าต่าง ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นพืชตระกูล CAM Plant และพืชที่สามารถปลูกทั้งนอกบ้านและในบ้านก็ได้ ที่จะชอบตำแหน่งแบบนี้ โดยสิ่งที่ควรคำนึงถึงอีกอย่างคือ ทิศทางของห้องพักที่หันออกไป ซึ่งจะมีผลกับแสงแดดที่จะส่องเข้ามาในห้องของเรานั่นเองครับ

ตัวอย่างคอนโดที่ผมอยู่ห้องหันหน้าไปทางทิศเหนือ แสงแดดจะเข้าแค่ช่วงบ่าย 3 – 4 โมงเป็นต้นไป และเข้าแบบเฉียงมากๆอีกด้วย ทำให้มีแค่มุมหรือด้านเดียวเท่านั้นที่เหมาะจะวางต้นไม้ที่ต้องการโดนแดดแบบนี้ แต่ถ้าห้องไหนที่หันไปทางทิศใต้หรือทิศตะวันตก ก็จะมีแดดส่องเข้าห้องมากหน่อย มีตำแหน่งให้เลือกวางเยอะขึ้น และแน่นอนว่าเราสามารถปลูกต้นไม้ให้ช่วยบังแดด เพิ่มความร่มรื่นและสดชื่นในห้องได้ด้วยนั่นเองครับ

แนะนำตลาดต้นไม้น่าไป

ทิ้งท้ายไว้สำหรับใครที่ต้องการหาซื้อต้นไม้มาปลูกล่ะก็ ในโซนกรุงเทพฯและปริมณฑลมีหลากหลายร้านให้ไปเลือกเดินเลือกซื้อกันครับ ยกตัวอย่างเช่น

  • ตลาดต้นไม้จตุจักร

  • (ตลาดต้นไม้กลางคืน (วันอังคาร) ตั้งแต่เวลา 15.00 – 23.00 น. และตลาดต้นไม้กลางวัน (พุธ-พฤหัสบดี) ตั้งแต่เวลา 06.30 – 17.00 น.)

  • ตลาดต้นไม้ริมถนนรามอินทรา – เกษตรนวมินทร์
    • (เปิดทุกวัน เวลา 8.00 น. – 17.00 น.)

  • ตลาดต้นไม้เทเวศร์
    • (เปิดทุกวัน เวลา 7.00 น. – 19.00 น.)

  • ตลาดบุญยง – ตลาดต้นไม้บางใหญ่
    • (เปิดทุกวัน เวลา 7.00 น. – 18.00 น.)

  • ตลาดต้นไม้ศรีนครินทร์
    • (เปิดทุกวัน เวลา 8.00 น. – 18.00 น.)

  • ตลาดต้นไม้ กองพันทหารราบ 11
    • (เปิดทุกวัน เวลา 8.00 น. – 17.00 น.)

  • ตลาดต้นไม้ ทอ. ทุ่งสีกัน
    • (เปิดทุกวัน เวลา 10.00 น. – 20.00 น.)

  • ตลาดต้นไม้เจ้าจอม มีนบุรี
    • (เปิดทุกวัน เวลา 9.00 น. – 22.00 น.)

  • ตลาดต้นไม้ ธัญศิริ – คลอง 6
    • (เปิดทุกวัน เวลา 10.00 น. – 18.00 น.)

    ซึ่งถ้าเอาแบบเดินทางสะดวกที่สุดก็คือ ตลาดต้นไม้จตุจักร ที่เราสามารถนั่งรถไฟฟ้า BTS หรือ MRT ไปลงได้เลย โดยจะเปิดวันอังคาร พุธ และพฤหัสของทุกสัปดาห์ ช่วงเวลาเย็นๆสัก 5 – 6 โมง (หลังเลิกงาน) จะค่อนข้างเหมาะที่จะมาเดินมากๆ เพราะแดดเริ่มร่มและร้านค้าก็เปิดกันเต็มครบแล้ว สามารถเดินได้ยาวๆไปจนถึงช่วง 4 ทุ่มเลยครับ

    โดยเวลาไปเดินเลือกซื้อต้นไม้จากร้าน นอกจากจะดูหลายๆเจ้าเพื่อเปรียบเทียบราคา และคุณภาพแล้ว เราควรพูดคุยและสอบถามกับพ่อค้าแม่ค้าให้มากที่สุด…แต่อย่าเชื่อทั้งหมด เพราะส่วนใหญ่เค้ามักจะตอบแบบกลางๆ เช่น โดดแดดหรือปลูกในร่มแบบแดดรำไรก็ได้ ซึ่งบางทีเค้าอาจไม่รู้จริง ตอบตามที่เคยเห็นหรือได้ยินมาเท่านั้น แต่เราสามารถเปลี่ยนลักษณะการถามใหม่ได้ โดยให้ใช้คำถามว่า “ต้นนี้พี่ปลูกเอง หรือว่ารับมาขายครับ?”

    สาเหตุที่ผมแนะนำให้ใช้คำถามแบบนี้ เพราะหากทางร้านเค้าปลูกและดูแลมาด้วยตัวเอง นั่นหมายความว่าเราจะได้ข้อมูลและวิธีการที่ถูกต้องในการเลี้ยงดู ให้ต้นไม้สวยงามเหมือนเวลาที่อยู่ในร้านตอนเราเพิ่งไปซื้อ ซึ่งหากใครที่ทำตามคำแนะนำก็แล้ว แต่อาการต้นไม้ยังดูไม่ปกติก็อย่าเพิ่งทิ้งครับ ให้เวลาเค้าได้ปรับตัวสักหน่อย หรือเราอาจค่อยๆปรับสภาพแวดล้อมจากแหล่งเดิมที่เค้าเคยอยู่ มาเป็นแบบที่เราต้องการก็ได้ เช่น ตั้งไว้ที่ระเบียง แล้วค่อยๆขยับเข้ามาในร่มทุกๆ 1- 2 อาทิตย์ เป็นต้น

    ..ก็จบแล้วนะครับสำหรับเรื่องราวของต้นไม้ฟอกอากาศ หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่กำลังมองหาต้นไม้ปลูกในบ้านหรือห้องนอน ที่ไม่ใช่แค่สวยงามอย่างเดียว แต่ยังต้องการคุณสมบัติพิเศษในการฟอกอากาศ และดูดซับสารพิษได้อีกด้วย

    ซึ่งหากใครมีไอเดียอื่นๆ หรือเคยปลูกต้นไหนไว้อยู่ ก็สามารถมาแชร์ประสบการณ์ หรือแนะนำต่อที่ comment ด้านล่างนี้ได้เลยครับ และคราวหน้า Think of Living จะมีบทความอะไรดีๆมาฝากกันอีก อย่าลืมติดตามชมกันด้วยนะ ^^

    Living Idea ต้นไม้ฟอกอากาศยอดนิยม ปลูกในบ้านก็ได้ ห้องนอนก็ดี ฉบับวีดีโอของพี่เก้งคลิกที่นี่ : https://wp.me/p1YZB1-2ADR


    ติดตามพวกเราได้ที่
    Website : www.thinkofliving.com
    Twitter : www.twitter.com/thinkofliving
    YouTube : www.youtube.com/ThinkofLiving
    Instagram : www.instagram.com/thinkofliving
    Facebook : ThinkofLiving