
สวัสดีเจ้า ป้อแม่ปี้น้องจาวเหนือ วันนี้ Think of Living พามารีวิวไกลถึงเชียงใหม่กับ Habitat Mahidol (ฮาบิแทท มหิดล) บ้านเดี่ยวหลังใหญ่ ติด The Backyard มหิดล ใกล้สนามบินเชียงใหม่และห้าง Central Airport ในราคาเริ่มต้น 20 – 30 ล้านบาท* ซึ่งต้องบอกว่าทำเลนี้ไม่ค่อยได้เห็นโครงการบ้านขึ้นกันบ่อยๆ นะคะ หากใครกำลังมองหาบ้านเดี่ยวใกล้ตัวเมืองเชียงใหม่ เดินทางง่าย ก็สามารถเลื่อนชม Highlights ที่เรารวบรวมมาให้ก่อนได้ดังนี้เลย
- ทำเล : ที่ตั้งของโครงการอยู่บนถนนมหิดล ด้านหน้าติด Community Mall แห่งใหม่ เดินออกมาจับจ่ายใช้สอยได้สบายๆ ใกล้สนามบินและห้าง Central Airport ใช้เวลาเดินทางแค่ 10 – 15 นาทีเท่านั้น
- ยูนิตน้อยเป็นส่วนตัว : บ้านเดี่ยวของโครงการมีทั้งหมด 29 ยูนิต จึงทำให้ได้ความเป็นส่วนตัวสูง การเข้า – ออกโครงการยังต้องผ่านซุ้มประตูแบบ Double Gate ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการอยู่อาศัยให้กับลูกบ้านได้ดี
- ฟังก์ชันรองรับครอบครัวขยาย : แบบบ้านในโครงการเป็นบ้านเดี่ยวหน้ากว้าง ได้พื้นที่ใช้สอย 252 – 383 ตร.ม. ฟังก์ชันเริ่มต้น 4 – 5 ห้องนอน 3 – 4 ที่จอดรถ ได้ห้องแม่บ้านทุกหลัง เหมาะกับครอบครัวที่มีสมาชิก 4 – 5 คนขึ้นไป หรือในบ้านที่มีผู้สูงอายุ มาพร้อมระบบ Home Automation ครบครัน
- มาตรฐานอาคารเขียว : โครงการชูจุดเด่นเป็น Urban Green Living ถือเป็นการออกแบบที่ใส่ใจปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัย ทั้งระบบอากาศ ระบบน้ำ และการใช้พลังงานในบ้าน โครงการนี้จึงเป็นโครงการแรกในเมืองเชียงใหม่ ที่ได้รับรองมาตรฐานอาคารเขียว (EDGE) จาก IFC
ข้อมูลโครงการ
รีวิว Habitat Mahidol (ฮาบิแทท มหิดล) ณ วันที่ 24 มีนาคม 2569
| ชื่อโครงการ | Habitat Mahidol (ฮาบิแทท มหิดล) |
| ชื่อผู้ประกอบการ | บริษัท อรสิริน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) |
| SEGMENT CLASS | HIGH CLASS (รายละเอียดของ Segment บ้านปี 2023 ) |
| โครงการตั้งอยู่ | ถนนมหิดล อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ |
| ที่ดิน | 13 – 2 – 82.6 ไร่ |
| จำนวนยูนิต | 29 ยูนิต |
| ประเภทบ้าน |
|
| ราคาที่ดินเพิ่มลดตารางวาละ | n/a บาท |
| เริ่มก่อสร้าง | ปี 2568 |
| คาดว่าจะแล้วเสร็จ | ปี 2571 |
| เว็บไซต์โครงการ | คลิกที่นี่ |
| โทร | 053 333 666 |
| Line | คลิกที่นี่ |

ทำเลที่ตั้ง
พิกัด Google Maps : 18.7697743,98.9856387
หรือสามารถ : คลิกที่นี่
Highlight
- บ้านเดี่ยวบนถนนมหิดล ใกล้สนามบินเชียงใหม่ และ Central Airport
- ใกล้ Community Mall ใหม่ในระยะเดินได้ อย่าง The Backyard มหิดล
- ใกล้โรงเรียนชื่อดังในจังหวัดเชียงใหม่ถึง 3 แห่ง ตอบโจทย์ผู้ปกครองที่มองหาบ้านใกล้โรงเรียนให้กับลูกๆ
Habitat Mahidol (ฮาบิแทท มหิดล) ตั้งอยู่ตรงไหน?
โครงการ Habitat Mahidol (ฮาบิแทท มหิดล) ตั้งอยู่บนถนนมหิดล ซึ่งถนนเส้นนี้เป็นถนนวงแหวนรอบในที่สามารถขับไปเชื่อมต่อกับถนนหลักได้หลายสาย ทั้งถนนสมโภช 700 ปี (วงแหวนรอบ 2) ถนนซูเปอร์ไฮเวย์เชียงใหม่ – ลำปาง และถนนเชียงใหม่ – ลำพูน ใช้เดินทางเข้า – ออกเมืองเชียงใหม่ได้ง่าย ที่ตั้งโครงการอยู่บนถนนฝั่งขาออก ใกล้แยกแอร์พอร์ตและสนามบินเชียงใหม่ประมาณ 5.9 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของโครงการ ใช้เวลาขับรถออกจากบ้านแค่ 10 – 15 นาที เหมาะกับคนที่ทำงานอยู่ในสนามบิน หรือต้องเดินทางไปต่างจังหวัดหรือต่างประเทศบ่อยๆ ก็ถือว่าสะดวกมาก
นอกจากนี้โครงการยังอยู่ใกล้โรงเรียนชื่อดังถึง 3 แห่ง และใกล้ห้าง Central Airport เพียง 4.8 กิโลเมตร ตอบโจทย์กลุ่มครอบครัวที่ชอบความสะดวกสบาย เดินทางง่าย ใกล้ทั้งห้างและโรงเรียนของลูกๆ โดยจุดเด่นอีกอย่างที่ทำให้โครงการนี้ถือเป็น Rare Item ในย่านเลยก็คือ เป็นบ้านเดี่ยวที่ตั้งอยู่ติด Community Mall เดินออกมาซื้อของกิน – ของใช้ได้เลย ไม่ต้องขับรถออกไปข้างนอก
ในแง่ของการเดินทาง ระยะไม่เกิน 10 กิโลเมตร ในทำเลต่างจังหวัดก็ถือว่าใกล้มาก โดยเฉพาะถนนมหิดล ซึ่งเป็นถนนเส้นเดียวของเชียงใหม่ที่ขับไปเชื่อมต่อได้ทั้งทางยกระดับและอุโมงค์ทางลอด ช่วยหลีกเลี่ยงปัญหาการจราจรติดขัดในบางเส้นทางได้พอสมควรเลย
บ้านเดี่ยวบนถนนมหิดล ราคาเท่าไหร่?
โดยภาพรวมที่อยู่อาศัยของทำเลนี้ ส่วนใหญ่ในปัจจุบันจะเป็นโครงการคอนโดอยู่เยอะ ซึ่งเป็นเพราะทำเลที่อยู่ใกล้ทั้งห้างและสนามบิน จึงทำให้ราคาที่ดินค่อนข้างสูง ซึ่งจุดแข็งของ Developer เจ้าถิ่นเลยคือ จะมีที่ดินทำเลดีๆ ในมือแบบนี้มากกว่าเจ้าใหญ่ๆ จากกรุงเทพฯ ทำให้เมื่อต้นทุนนน้อยกว่า ราคาก็หยิบจับได้ง่ายมากขึ้น โดยโครงการบ้านเดี่ยวส่วนใหญ่ในโซนนี้จะเป็นโครงการเก่าหรืออยู่ในซอย ราคาเริ่มต้นที่ 20 ล้านบาทขึ้นไป จึงทำให้คู่แข่งที่จะมาเปรียบเทียบกับโครงการ Habitat Mahidol (ฮาบิแทท มหิดล) นี้มีน้อย หากอยากได้บ้านเดี่ยว 2 ชั้นที่ราคาหรือฟังก์ชันใกล้เคียงกัน ก็จะขยับไปอยู่ฝั่งแม่ริมหรือฝั่งรวมโชคมากกว่า จึงทำให้โครงการนี้ถือเป็น Rare Item ในย่าน สำหรับใครที่กำลังมองหาบ้านเดี่ยว 2 ชั้นโครงการใหม่ ใกล้สนามบิน
จุดเด่นของทำเลนี้ที่ทำให้ได้เปรียบกว่าโครงการอื่นๆ ก็คือ Community Mall แห่งใหม่ที่ตั้งอยู่หน้าโครงการ The Backyard มหิดล ที่มีทั้งร้านอาหาร , ร้านกาแฟ และ Hypermarket ให้ออกมาเลือกจับจ่ายได้ในระยะเดินถึง ใกล้โครงการมีห้างใหญ่อย่าง Central Airport อยู่ห่างจากโครงการประมาณ 4.8 กิโลเมตร รอบๆ ยังมีร้านอาหารท้องถิ่น และคาเฟ่เก๋ๆ ที่เลือกแวะได้หลากหลาย หรือใครจะขับเข้าโซนเมืองเชียงใหม่ก็ไม่ยาก ถ้าจะไปโซนนิมมานก็ใช้เวลาแค่ 15 นาทีเท่านั้น ทั้งยังใกล้โรงเรียนชื่อดังของจังหวัดถึง 3 แห่ง ทั้ง โรงเรียนวารีเชียงใหม่ , โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย และ โรงเรียนสารสาสน์วิเทศเชียงใหม่ ในระยะแค่ 5 – 6 กิโลเมตร ถ้าเปรียบกับโซนอื่นๆ อาจจะไม่ใช่ย่านที่คึกคักมาก แต่ได้ความสงบ เดินทางสะดวก สมกับเป็นย่านบ้านเดี่ยว Luxury
สภาพแวดล้อมรอบโครงการ
รอบโครงการส่วนใหญ่เป็นอาคารแนวราบ , ที่พักอาศัย และที่ดินเปล่า ถือเป็นทำเลที่ค่อนข้างได้ความสงบ เหมาะกับคนที่เน้นความสะดวกในการเดินทาง สำหรับทำเลนี้จะมีประเด็นที่หลายคนกังวลกันอยู่ 2 อย่าง คือ
- เสียง ที่ตั้งของโครงการไม่ได้อยู่ในแนวขึ้น – ลงของเครื่องบิน ถึงจะอยู่ใกล้สนามบิน ก็ไม่ได้ยินเสียงรบกวน อีกทั้งกรอบบานประตูหน้าต่างยังใช้แบรนด์คุณภาพสูง จึงช่วยป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอกได้ดี
- น้ำท่วม จากโครงการอยู่ใกล้กับแม่น้ำปิง บางคนอาจจะกังวลเรื่องน้ำท่วม ซึ่งโครงการก็ได้ออกแบบการป้องกันไว้แล้ว ด้วยการถมพื้นที่โครงการสูงกว่าระดับน้ำที่เคยท่วมสูงสุด ขึ้นมาอีก 80 เซนติเมตร (หรือสูงกว่าระดับถนนมหิดล 60 เซนติเมตร)
จากข้อมูลที่ได้มาและการลงพื้นที่ของโครงการ เรามองว่าโดยรวมไม่มีปัญหาอะไรที่ส่งผลกระทบต่อการอยู่อาศัยในปัจจุบัน ทั้งเรื่องเสียงหรือปัญหาน้ำท่วม แต่อนาคตก็อาจต้องรอดูว่าพื้นที่รอบข้างที่เป็นที่ดินเปล่าจะมีการพัฒนาโครงการไปในแนวทางไหน ก็ต้องรอติดตามกันนะคะ
- ทิศเหนือ ติดกับ อาคารสูง 3 ชั้น , อาคารแนวราบ
- ทิศตะวันออก ติดกับ อาคารแนวราบ , ที่ดินเปล่า
- ทิศใต้ ติดกับ The Backyard มหิดล , ถนนมหิดล
- ทิศตะวันตก ติดกับ ที่ดินเปล่า , อาคารสูง 1 – 4 ชั้น
บรรยากาศด้านหน้าโครงการ The Backyard มหิดล
สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น
ห้างสรรพสินค้า / ตลาด
- The Backyard มหิดล ~ 50 เมตร
- Central Airport เชียงใหม่ ~ 4.8 กิโลเมตร
- Go Wholesale เชียงใหม่ ~ 4.8 กิโลเมตร
- Central เชียงใหม่ ~ 11 กิโลเมตร
- จริงใจมาร์เก็ต ~ 12.6 กิโลเมตร
โรงพยาบาล
- โรงพยาบาลเชียงใหม่ราม ~ 6.1 กิโลเมตร
- โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ (สวนดอก) ~ 7 กิโลเมตร
- โรงพยาบาลกรุงเทพ เชียงใหม่ ~ 9.3 กิโลเมตร
- โรงพยาบาลลานนา ~ 11.2 กิโลเมตร
โรงเรียน
- โรงเรียนวารีเชียงใหม่ ~ 4.4 กิโลเมตร
- โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย แผนกมัธยม ~ 6.6 กิโลเมตร
- มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ~ 9.9 กิโลเมตร
- มหาวิทยาลัยพายัพ ~ 10.2 กิโลเมตร
การเดินทาง
- สถานีรถไฟ เชียงใหม่ ~ 5.6 กิโลเมตร
- สนามบินเชียงใหม่ ~ 5.9 กิโลเมตร
- สถานีอาเขต เชียงใหม่ ~ 9.3 กิโลเมตร
*วัดระยะทางโดย Google Map จากโครงการไปยังสถานที่ต่างๆ*
รายละเอียดโครงการ
Highlight
- เน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนเพียง 29 ยูนิต เพื่อนบ้านน้อยเพียง 2 – 4 หลังต่อซอย ได้บรรยากาศแปลงมุมทุกหลัง
- หน้าบ้านส่วนใหญ่หันขนานไปกับทิศเหนือ – ใต้ ซึ่งเป็นทิศที่ไม่โดนแดดโดยตรง จึงทำให้หน้าบ้านไม่ร้อน
- ระบบสายไฟในโครงการ จะมีสายไฟพาดผ่านเฉพาะถนนหลัก แต่หน้าบ้านจะเอาร้อยท่อลงดินทุกหลัง จึงไม่มีสิ่งบดบังรบกวนสายตา
Habitat Mahidol (ฮาบิแทท มหิดล) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวบนทำเลติดถนนมหิดลใกล้สนามบินเชียงใหม่ พัฒนาโดยบริษัท อรสิริน พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ในภาคเหนือที่มีประสบการณ์ยาวนานเกือบ 20 ปีทั้งโครงการแนวราบและคอนโด โดยครั้งนี้เปิดตัวบ้านเดี่ยวโครงการใหม่ เน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนเพียง 29 ยูนิต บนเนื้อที่ประมาณ 13 ไร่ ตอบโจทย์ครอบครัวใหญ่ที่กำลังมองหาบ้านเดี่ยวหรูบนทำเลใจกลางเมืองเชียงใหม่ ในราคาเริ่มต้น 20 – 30 ล้านบาท*
พามาชม Masterplan ของโครงการ จากถนนมหิดล ขับผ่าน Community Mall เข้ามาประมาณ 100 เมตร (ใช้ถนนภาระจำยอม) ก็จะเจอซุ้มทางเข้า – ออกของโครงการที่อยู่ถัดเข้ามาด้านใน ช่วยลดความพลุกพล่าน เพิ่มความสะดวกในการเข้า – ออกได้ดี ประตูรั้วเป็นแบบ Double Gate มีไม้กั้นกระดกอัตโนมัติ และรั้วรางเลื่อนไฟฟ้า ควบคุมด้วยระบบจดจำป้ายทะเบียน ลูกบ้านใช้งานได้สะดวกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
โดยการออกแบบเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนบ้านเดี่ยวเพียง 29 ยูนิต รูปแบบบ้านมีให้เลือก 3 แบบ ได้พื้นที่ใช้สอย 252 – 383 ตร.ม. แบ่งเป็นไซส์ S – M – L เหมาะกับคนที่ชอบความสงบ ไม่พลุกพล่าน รอบบ้านได้ที่ดินใหญ่ เพื่อนบ้านมีน้อยเพียง 2 – 4 หลังต่อซอย ได้บรรยากาศบ้านแปลงมุมทุกหลัง การจัดผังส่วนพักอาศัยหน้าบ้านส่วนใหญ่จะวางขนานไปกับทิศเหนือ – ใต้ ซึ่งเป็นทิศที่ไม่โดนแดดโดยตรง ทำให้หน้าบ้านไม่ร้อน ถนนซอยเป็นซอยตัน รถขับวนเชื่อมต่อกันไม่ได้ จึงช่วยคัดกรองคนในการเข้า – ออกได้ดี
พื้นที่ส่วนกลางจะแบ่งเป็น 2 จุด คือ สวนอเนกประสงค์ และ Pet Zone ด้านหน้า ติดกับซุ้มประตูทางเข้า และอาคาร Clubhouse 2 ชั้น ที่อยู่ด้านในสุด ใช้งานได้เป็นส่วนตัว จัดฟังก์ชันมาให้ครบครันตามมาตรฐาน แชร์กับลูกบ้าน 29 ยูนิตได้แบบสบายๆ จากภายในโครงการยังสามารถมองเห็นวิวภูเขาได้ด้วย
บรรยากาศบริเวณซุ้มประตูทางเข้าโครงการ ได้กลิ่นอายสถาปัตยกรรมแบบคลาสสิค ทั้งซุ้มโค้งและขอบบัวปูนปั้น เข้ากับสไตล์การออกแบบที่เน้นความเรียบหรู ด้านหน้าออกแบบเป็นลานอเนกประสงค์ ตกแต่งด้วยต้นไม้หลากหลายชนิด ช่วยเพิ่มความร่มรื่นให้กับทางเข้าของโครงการ
บรรยากาศบริเวณซุ้ประตูทางเข้าโครงการ
ทางเข้า – ออกโครงการแยกเป็นสองฝั่ง ระบบรักษาความปลอดภัยเป็นแบบ Double Gate ชั้นแรกเป็นไม้กั้นกระดกอัตโนมัติ ชั้นที่ 2 เป็นรั้วรางเลื่อนไฟฟ้า 2 ตอน ควบคุมด้วยระบบจดจำป้ายทะเบียน ด้านข้างยังมีพื้นสวน ทั้ง Pet Zone และสนามเด็กเล่น ให้ลูกบ้านออกมาใช้งานได้ ช่วยลดความพลุกพล่านในส่วนพักอาศัยได้ดี


จากซุ้มประตูทางเข้าโครงการวิ่งเข้ามาจะเจอกับถนนหลักกว้างประมาณ 10 เมตร ยังมองเห็นแนวสายไฟ ส่วนถนนซอยจะใช้แบบร้อยท่อลงดิน จึงให้บริเวณหน้าบ้านโปร่งโล่ง ไม่มีสิ่งรบกวนสายตา โดยถนนซอยได้ความกว้าง 9 เมตร รถขับสวนเข้า – ออกกันง่าย


Clubhouse อยู่ด้านในสุดของโครงการ ออกแบบมาเป็นอาคาร 2 ชั้น ดูสวยงามน่าใช้งาน เข้ากับ Concept ที่มาในสไตล์ Neo Classic ได้กลิ่นอายความโอ่อ่าของอาคารสไตล์ยุโรป ด้านหน้าเป็นวงเวียนน้ำพุ มีสนามเล็กๆ สำหรับพัตต์กอล์ฟ และมีที่จอดรถไว้รองรับแขกและลูกบ้านที่ขับรถมาใช้งานได้
บรรยากาศภายในอาคาร Clubhouse ชั้น 1
ภายในอาคาร Clubhouse ชั้น 1 ประกอบด้วยฟังก์ชันอย่าง Lobby , Lounge , Co – Working Space และ Meeting Room ที่ลูกบ้านสามารถมาใช้นั่งพักผ่อน , ทำงาน หรือใช้เป็นจุดนัดพบปะกับแขกจากภายนอกได้ การออกแบบใช้ช่องแสงซุ้มโค้ง กระเบื้อง Pattern และวัสดุที่เป็นโลหะกับไม้ ช่วยเพิ่มความหรูหรา คลาสสิค ฝ้าเพดานได้เป็น Double Volume ทำให้ห้องดูกว้างและโปร่งโล่ง
บรรยากาศโถงทางเดินภายในอาคาร Clubhouse ชั้น 1
จาก Lobby เดินออกมาจะเจอกับโถงทางเดินแบบ Semi Outdoor เชื่อมต่อไปยังสระว่ายน้ำด้านนอก มีบันไดเชื่อมต่อไปยังชั้น 2 และห้องน้ำส่วนกลางแยกชาย – หญิง ใช้งานสะดวก
บรรยากาศบริเวณสระว่ายน้ำของโครงการ
สระว่ายน้ำของโครงการระบบเกลือ เป็นสระกลางแจ้งได้มาขนาด 8×18 เมตร ลึก 1.20 เมตร แบ่งเป็นสระเด็กขนาด 3×3.69 เมตร ลึก 0.60 เมตร มี Sunbed และ Pavillion ด้านข้างให้นั่งเล่นพักผ่อนได้ รอบๆ เป็นพื้นที่สวนและรั้วโครงการ ได้บรรยากาศร่มรื่น เป็นส่วนตัวเวลาใช้งาน
บรรยากาศภายในอาคาร Clubhouse ชั้น 2
ชั้น 2 จากโถงทางเดินและห้องฟิตเนส เชื่อมต่อกับ Double Volume มองเห็นพื้นที่ชั้น 1 ได้ โดยฟังก์ชันยังมีให้ Living Room , Kid Room และ Fitness ให้เลือกใช้งานได้ อย่างเวลาที่คุณพ่อ คุณแม่มาออกกำลังกาย ก็สามารถพาลูกๆ มาเล่นกับเพื่อนวัยเดียวกัน หรือนั่งอ่านหนังสือรอได้สบายๆ
บรรยากาศ Fitness ภายในอาคาร Clubhouse ชั้น 2
Fitness ได้บรรยากาศโปร่งโล่งด้วยบานกระจก Fix สูงถึงฝ้า มองเห็นวิวภายในโครงการได้แบบ 180 องศา สำหรับสายออกกำลังกายที่ไม่อยากออกจากบ้าน ก็สามารถเดินมาใช้งานได้ง่าย ในห้องก็มีอุปกรณ์เตรียมไว้ให้ครบทั้ง Weight Trainning และ Cardio เลย
สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก
- อาคาร Clubhouse บริเวณกลางโครงการประกอบด้วย
- Lobby
- Lounge
- Co – Working Space
- Living Room
- Kid room
- Fitness
- สระว่ายน้ำระบบเกลือ ขนาด 8×18 เมตร ลึก 1.20 เมตร
- แบ่งเป็นสระเด็กขนาด 3×3.69 เมตร ลึก 0.60 เมตร
- พื้นที่สวนหย่อมในโครงการ 2 จุด รวมประมาณ 300 ตร.ม.
- ระบบ CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ 4 จุด
- รั้วทึบรอบโครงการสูง 3 เมตรและรั้วเหล็กแหลมต่อเพิ่ม 0.60 เมตร
- ถนนหลักกว้าง 10 เมตร และถนนภายในกว้าง 9 เมตร
- Wi – Fi ฟรีที่คลับเฮ้าส์ ชั้น 1
- เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
- ประตูรั้วโครงการแบบ Double Gate รั้วกั้นไม้กระดก และ รางเลื่อนไฟฟ้า 2 ตอน
- การเข้า – ออกโครงการใช้ระบบจดจำป้ายทะเบียน
- ระบบ Magnetic Sensor เซ็นเซอร์ประตู-หน้าต่าง (ชั้น 1) ทุกหลัง
- เดินสายไฟร้อยท่อลงดินบริเวณหน้าบ้าน
แบบบ้าน
Highlight
- บ้านเดี่ยวหน้ากว้าง ฟังก์ชันเยอะ 4 – 5 ห้องนอน 3 – 4 ที่จอดรถ มีห้องแม่บ้านทุกหลัง
- ระบบ Smart Home จัดเต็ม ได้ระบบรักษาความปลอดภัย , ระบบฟอกอากาศ และ Solar Cell ทุกหลัง ได้ Built – in ครัว , Pantry ครบ ได้มาตรฐานอาคารเขียว (EDGEPreliminary Certificate) จาก IFC
รูปแบบบ้านในโครงการ Habitat Mahidol (ฮาบิแทท มหิดล) เป็นบ้านเดี่ยวไซส์ใหญ่ เริ่มต้น 4 – 5 ห้องนอน 3 – 4 ที่จอดรถ มาพร้อมห้องแม่บ้านทุกหลัง ราคาเริ่มต้น 20 – 30 ล้านบาท* เหมาะกับครอบครัวขนาดใหญ่ที่มองหาบ้านเดี่ยวใกล้ใจกลางเมืองเชียงใหม่ และสนามบิน การออกแบบมาในสไตล์ “Neo Classic” ได้กลิ่นอายหรูหรา เรียบง่าย เข้ากับคนที่ชอบดีไซน์แบบ Timeless โดยจุดเด่นของบ้านโครงการนี้ นอกจากจำนวนยูนิตที่น้อย ยังมาพร้อมระบบ Smart Home แบบจัดเต็ม ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตให้กับลูกบ้าน รวมถึงใส่ใจปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัย ทั้งระบบอากาศ ระบบน้ำ และการใช้พลังงานในบ้าน ทำให้โครงการนี้ถือเป็นโครงการแรกในเมืองเชียงใหม่ ที่ได้รับรองมาตรฐานอาคารเขียว (EDGE) ช่วยเพิ่มความมั่นใจ และยกระดับความปลอดภัยในการอยู่อาศัยได้อีกระดับนึงเลย
บ้านตัวอย่าง แสดงโครงสร้าง วัสดุและระบบที่ใช้ภายในบ้านจาก SCG
นอกจากบ้านมาตรฐานและบ้านตัวอย่างที่ตกแต่งมาให้ชมเป็นไอเดียแล้ว โครงการยังมีบ้าน Sustainable Experience Home จาก SCG มาให้ชมด้วย ภายในมีโครงสร้าง วัสดุและระบบที่ใช้ในบ้านจริง อาทิ
- รั้วรางเลื่อนเหล็ก 2 ตอน ติดตั้งมาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า เปิด – ปิดได้ด้วยรีโมท
- โครงหลังคาสำเร็จรูป , กระเบื้องและฉนวนสะท้อนความร้อนที่ช่วยให้บ้านเย็นขึ้น จาก SCG ,
- โครงสร้างบันไดคอนกรีตเสริมเหล็ก ปิดผิวด้วย SPC หนา 4 มิลลิเมตร ผิวเป็น Anti Slip กันลื่น เป็นมิตรต่อสัตว์เลี้ยง
- ตัวอย่างบานอลูมิเนียมจาก TOSTEM โปรไฟล์หนา 72 มิลลิเมตร ติดตั้งมาพร้อมกระจกเขียวตัดแสงหนา 6 มิลลิเมตร ป้องกันการรั่วซึม มีรางระบายน้ำ ป้องกันเสียงและลมได้ดี
- ระบบสุขาภิบาล แสดงการเดินท่อในบ้าน ซึ่งจัดการระบบบำบัดน้ำเสียตามมาตรฐานการก่อสร้าง ระบบ 1 กรอง 3 เกรอะ พร้อมถังบำบัดน้ำใต้ดินจาก DOS
- Pantry และเคาน์เตอร์ครัว Built – in ท็อปหินสังเคราะห์ ติดตั้งมาพร้อมอ่างล้างจานจาก TEKA , เตาไฟฟ้า และเครื่องดูดควันจาก HAFELE
- Air Quality Dashboard ชั้น 1 เช็คค่า PM10 , PM2.5 , Co2 และอุณหภูมิในบ้านได้ เทียบกับค่ามาตรฐาน
- Control Pad ชั้น 2 ควบคุมการเติมอากาศ และแสดงสถานะการใช้งานแบบเรียลไทม์
- ประตูครัวระบายอากาศ Airflow Door จาก TOSTEM
- ประตูห้องบาน HMR กรุลายไม้ พร้อมช่องระบายอากาศ door vent
- โมเดลแสดงระบบการเดินท่อระบายอากาศ Flow&Fine ช่วยเติมอากาศบริสุทธิ์ และกรองฝุ่นทั้ง PM 10 และ PM 2.5 ช่วยลดอุณหภูมิในบ้าน ทำให้อากาศถ่ายเทได้ดี
ซึ่งนอกจากระบบที่ติดตั้งมาให้ชมเป็นตัวอย่างในบ้านหลังนี้ เรายังมีสรุปวัสดุที่ใช้ภายในบ้านส่วนอื่นๆ ที่จะได้ในบ้านมาตรฐานจริงมาให้ชมกันด้วย โดยรายละเอียดจะมีดังต่อไปนี้ค่ะ
สรุปวัสดุภายในบ้าน
- โครงสร้างบ้าน : Conventional (อิฐมวลเบา ทุบต่อเติมได้)
- ที่จอดรถในร่ม ลงเสาเข็มเท่าตัวบ้าน ปูพื้นด้วยกระเบื้อง + ทรายล้าง
- ลานซักล้างหลังบ้าน ลงเสาเข็มเท่าตัวบ้าน
- ประตูรั้วหน้าบ้านติดตั้งระบบอัตโนมัติ เปิดผ่านสวิตช์และรีโมท
- ประตูทางเข้ารอง LIXIL รุ่น GIESTA ผิวอลูมิเนียม สีลายไม้ / มือจับ Digital door lock จาก TOSTEM ใช้งานได้ 5 ระบบ (สแกนลายนิ้วมือ , คีย์การ์ด , กดรหัส , Bluetooth , กุญแจ)
- ประตูครัวระบายอากาศ Airflow Door จาก TOSTEM
- ประตูห้องบาน HMR กรุลายไม้ พร้อมช่องระบายอากาศ door vent
- บานกรอบประตูหน้าต่าง จาก TOSTEM
- พื้นชั้น 1 ปูพื้นด้วยกระเบื้องพอร์ซเลน ขนาด 60×120 เซนติเมตร
- พื้นห้องนอนชั้น 1 ปูพื้นด้วย Absorption Floor รองรับการใช้งานของผู้สูงอายุ
- พื้นชั้น 2 ปูพื้นด้วยไม้สำเร็จรูป SPC สี Espresso ลายก้างปลา หนา 4 มิลลิเมตร
- สุขภัณฑ์และวัสดุในห้องน้ำจาก KOHLER พร้อมฉากกั้นอาบน้ำกระจก / โถสุขภัณฑ์อัตโนมัติ จาก COTTO ในห้อง Master Bedroom / อ่างอาบน้ำ พร้อมเตรียมระบบท่อน้ำร้อน น้ำเย็น ในห้อง Master Bedroom
- Built – in ชุดครัว Top เคาน์เตอร์ด้วยหินสังเคราะห์ ติดตั้งมาพร้อมตู้แขวน เตาไฟฟ้า , เครื่องดูดควัน จากยี่ห้อ HAFELE และ อ่างล้างจาน จาก TEKA
- โครงสร้างบันไดคอนกรีตเสริมเหล็ก ปิดผิวด้วยพื้นไม้ SPC
เทคโนโลยีและระบบรักษาความปลอดภัย
- ระบบไฟ 3 เฟส (30/100) เตรียม Junction รองรับ EV Charger 1 จุด
- ระบบ Home Automation ควบคุมระบบรักษาความปลอดภัย , ไฟ , แอร์ , เครื่องใช้ไฟฟ้า , ม่าน จากแบรนด์ Aqara ควบคุมผ่าน Application ได้
- Camera Hub G3 1 จุด : กล้อง CCTV เป็นกล้องหลัก หมุนได้ 360 องศา ติดตั้งบริเวณส่วนนั่งเล่น ชั้น 1 สามารถจดจำใบหน้า และ จดจำคำสั่งด้วยท่าทาง สามารถสั่งงานผ่านกล้อง และSmartphone ได้ และมีไมค์สามารถพูดออกเสียงได้
- Camera Hub G2H Pro 3 จุด : กล้อง CCTV แบบ FIX มุม ติดตั้งบริเวณที่จอดรถ , โถงชั้น 2 และลานซักล้าง
- Door and Window Sensor : ที่ประตู – หน้าต่างชั้น 1 ทุกจุด
- Curtain Driver 2 จุด : ใช้สำหรับเปิด – ปิด ผ้าม่านอัตโนมัติ สามารถเลือกติดตั้งชั้น 1 หรือ ชั้น 2 บริเวณใดก็ได้ที่มีหน้าต่าง
- Presence Sensor 2 จุด : บริเวณห้องน้ำในห้องนอนชั้นล่าง และโถงทางเดินชั้น 2 ตรวจจับการมีอยู่ของมนุษย์ และตรวจจับการล้ม
- Smart Wall Switch 1 จุด : ใช้เปิด-ปิดไฟอัตโนมัติผ่านมือถือ และสามารถตั้งเวลาเปิด-ปิดไฟ ตามเวลาได้
- Smoke Detector 2 จุด : อุปกรณ์ตรวจจับควันอัจฉริยะ ติดตั้ง บริเวณห้องครัว และ ห้อง Master Bedroom
- Motion and Light Sensor 1 จุด บริเวณประตูทางเข้าโรงจอดรถ ตรวจจับการเคลื่อนไหวและสถานะของแสงโดยรอบหากมีผู้คนเคลื่อนไหว
- Smart Door Lock : เปิด – ปิด ประตูอัตโนมัติ ใช้งานได้ 5 ระบบ ได้แก่ สแกนลายนิ้วมือ , คีย์การ์ด , กดรหัส , Bluetooth , กุญแจ
- ระบบ Flow&Fine ช่วยเติมอากาศบริสุทธิ์ และกรองฝุ่นทั้ง PM 10 และ PM 2.5 ช่วยลดอุณหภูมิในบ้าน ทำให้อากาศถ่ายเทได้ดี (พัดลมดูดอากาศ 1 จุดที่โถงชั้น 1 พัดลมดูดอากาศออก 3 จุด ที่โถงชั้น 2 , Master Bedroom และห้องนอน 2)
- Solar Cell ขนาด 3.3 KW. ระบบ On Grid แบบ Micro Inverter
**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ
Vittoria (วิตตอเรีย) บ้านเดี่ยว พื้นที่ใช้สอย 292 ตร.ม.
รูปแบบบ้านแรกที่เราจะพามาชมก็คือ Vittoria (วิตตอเรีย) เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น บนที่ดินเริ่มต้น 98.2 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 292 ตร.ม. ได้ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ และ 1 ห้องแม่บ้าน ในราคาเริ่มต้น 25 ล้านบาท* เป็นแบบขนาดกลางของโครงการ ที่มีจำนวนยูนิตให้เลือกเยอะที่สุด รองรับครอบครัวขนาดใหญ่ 4 – 6 คนได้แบบสบายๆ โดยบรรยากาศในบ้านตัวอย่างจะเป็นยังไงบ้าง ไปชมกันค่ะ
ชั้น 1 : แปลนบ้านเป็นหน้ากว้าง ทำให้แบ่งพื้นที่ใช้งานภายในบ้านได้เป็นสัดส่วน ทั้งพื้นที่นั่งเล่นและ Service แต่ยังสามารถเดินเชื่อมต่อใช้งานกันง่าย ด้านหน้าเป็นพื้นที่จอดรถ รองรับได้ 3 คันแบบพอดีๆ ทางเข้าบ้านแยกเป็น 2 จุด คือทางเข้าหลักเชื่อมต่อกับส่วนนั่งเล่น โถงทางเข้าเป็น Double Volume และทางเข้ารองจะอยู่ด้านหลังที่จอดรถ เปิดเข้ามาจะเจอ Pantry เดินไปห้องครัวง่าย สะดวกเวลาที่ซื้อของเข้ามา ก็ยกไปเก็บได้เลย ไม่ต้องผ่านส่วนนั่งเล่น
ตรงกลางเป็นพื้นที่รับประทานอาหารขนาดใหญ่ เชื่อมต่อส่วน Service และห้องนอนชั้นล่างที่ได้ห้องน้ำในตัว ส่วนห้องน้ำกลางของบ้านจะเป็นแบบ Powder Room มีห้องครัวปิดขนาดใหญ่ เชื่อมต่อกับโซนซักล้าง ห้องแม่บ้านและห้องน้ำแยกใช้งาน จากหน้าบ้านสามารถเดินเข้าฝั่งด้านข้างได้เลย
ชั้น 2 : เดินเชื่อมต่อจากบันไดที่อยู่ติดกับทางเข้า ฟังก์ชันประกอบด้วย Master Bedroom 1 ห้อง ห้องนอนรอง 2 ห้อง ที่สามารถจัด Walk – in Closet ได้ มาพร้อมห้องน้ำในตัวทุกห้อง ใช้งานได้สะดวก ตรงกลางเป็น Family Area ขนาดค่อนข้างกว้าง ใช้เป็นพื้นที่พักผ่อนอีกจุดของบ้าน หรือจะกั้นห้องปรับเปลี่ยนฟังก์ชันเพิ่มเองก็สามารถทำได้
พื้นที่ใช้งานบริเวณโรงจอดรถ
โรงจอดรถกว้างประมาณ 7.69 เมตร จอดรถได้ 3 คันพอดีๆ โครงสร้างพื้นในร่มลงเข็มมาให้เท่าตัวบ้าน ช่วยป้องกันการทรุดตัวในอนาคต ทั้งยังรองรับการต่อเติมเพิ่มได้ พื้นจอดรถเป็นทรายล้างตกแต่งด้วยกระเบื้อง ดูแข็งแรงสวยงาม ทำความสะอาดได้ง่าย ด้านหลังเป็นประตู Service เปิดเชื่อมต่อเข้าสู่ตัวบ้าน ด้านข้างเป็นตู้เก็บของ มีบานเลื่อนลายไม้ติดตั้งมาให้ สามารถ Built – in ชั้นเพิ่มด้านใน ทำเป็นตู้เก็บรองเท้าได้
โดยโรงจอดรถยังมี Camera Hub G2H เป็นกล้อง CCTV แบบ Fix มุม ติดตั้งมาให้ 1 จุด สามารถดูผ่านแอพในมือถือได้ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการอยู่อาศัย ซึ่งด้านนอกบริเวณรอบบ้านยังมีตรงลานซักล้างมาให้อีกจุดด้วย และสำหรับใครที่ใช้รถยนต์ไฟฟ้า ระบบไฟของบ้านเป็น 3 เฟส (30/100) โครงการเตรียม Junction รองรับ EV Charger ให้ 1 จุด ซื้อหัวชาร์จมาติดเพิ่มเองได้
พื้นที่ใช้งานรอบบ้านตัวอย่าง Vittoria (วิตตอเรีย)
รอบบ้านยังเหลือพื้นที่ให้ใช้งาน หรือจัดเป็นสวนให้ออกมานั่งพักผ่อน เพิ่มความร่มรื่นให้กับตัวบ้านได้ ด้านข้างเชื่อมต่อกับโซนซักล้าง ปะกอบด้วย มุมซักล้าง , ห้องแม่บ้าน และห้องน้ำแยกใช้งาน ได้ทั้งความสะดวกและเป็นส่วนตัว เหมาะกับครอบครัวใหญ่ ที่ต้องการพื้นที่ให้แม่บ้านสามารถใช้พักผ่อนได้ ส่วนประตูทางเข้าบ้านได้เป็นบานเปิดคู่ กว้างประมาณ 1.80 เมตร จาก TOSTEM

เข้ามาภายในบ้าน จะเจอ Foyer โล่งกว้าง แยกส่วนนั่งเล่นกับรับประทานอาหารได้เป็นสัดส่วน ในบ้านตัวอย่างฝั่งซ้ายเป็นบันไดขึ้นชั้น 2 เชื่อมต่อกันเป็น Double Volume สูง 5.8 เมตร ช่วยเพิ่มความโปร่งโล่ง
พื้นที่ใช้งานส่วนนั่งเล่นในบ้านตัวอย่าง
อีกฝั่งจะเป็นส่วนนั่งเล่น ใช้เป็นมุมพักผ่อนหรือรับรองแขกจากภายนอกได้ พื้นที่ใช้งานได้มากว้างประมาณ 3.78 เมตร วางโซฟา 4 – 5 ที่นั่งได้สบายๆ วัสดุปูพื้นเป็นกระเบื้องพอร์ซเลนขนาด 60×120 เซนติเมตร ฝ้าเพดานปกติสูง 2.80 เมตร ด้านข้างและด้านหลังได้หน้าต่างกระจกบานใหญ่ ใช้เปิดรับวิวและระบายอากาศได้ดี โดยที่ชั้น 1 ที่ประตู – หน้าต่างทุกจุดจะติดตั้ง Door and Window Sensor มาให้ด้วย ซึ่งสามารถส่งแจ้งเตือนหากมีการเปิด – ปิด หรือมีการบุกรุกได้
พื้นที่รับประทานอาหารในบ้านตัวอย่าง
เข้ามาตรงกลางเป็นพื้นที่รับประทานอาหาร เชื่อมต่อกับส่วน Service ของบ้าน และห้องนอนชั้นล่าง ในบ้านตัวอย่างวางเป็นโต๊ะยาวพร้อมเก้าอี้ 6 – 8 ที่นั่งได้ ใกล้กันเป็น Pantry และห้องครัว เดินยกอาหารมาเสิร์ฟได้ง่าย
พื้นที่ใช้งานส่วน Pantry ได้เป็นเคาน์เตอร์ Built - in จากโครงการ
เคาน์เตอร์ Pantry ได้เป็น Built – in จากโครงการ หน้าตาเหมือนในบ้าน SCG ที่เราถ่ายมาให้ชม ติดตั้งพร้อมอ่างล้างมือ ใช้งานได้สะดวก ตรงผนังเป็นจุดติดตั้งพัดลมดูดอากาศจากภายนอก (Flow&Fine) มาพร้อมแผ่นกรองฝุ่น ช่วยทำให้อากาศในบ้านสะอาด ถ่ายเทได้ดี ลดฝุ่น ลดอุณหภูมิ
นอกจากนี้ยังมีกล้อง CCTV ที่หมุนได้ 360 องศามาให้ สามารถจดจำใบหน้า และคำสั่งด้วยท่าทาง สามารถสั่งงานผ่านกล้อง หรือแอพในมือถือได้ และสามารถใช้ไมค์ในการพูดออกเสียงได้ด้วย
พื้นที่ใช้งานบริเวณโถงทางเข้าประตู Service ติดกับห้องน้ำชั้น 1
ฝั่งตรงข้ามเป็นประตูทางเข้ารอง เชื่อมต่อมาจากโรงจอดรถ ใช้บานประตูกันไฟจาก LIXIL รุ่น GIESTA ผิวอลูมิเนียมลายไม้ มาพร้อมมือจับ Digital door lock จาก TOSTEM ใช้งานได้ 5 ระบบ บนผนังมี Motion and Light Sensor ตรวจจับการเคลื่อนไหว เปิด – ปิดไฟได้อัตโนมัติ ด้านข้างมี Air Quality Dashboard แสดงค่าฝุ่นและ Co2 ในบ้านได้
ห้องน้ำ Powder Room บริเวณชั้น 1
ติดกับประตูทางเข้ารองเป็นห้องน้ำ Powder Room คือ ไม่มีส่วนอาบน้ำรองรับมาให้ ช่วยเพิ่มความสะดวกให้แขก และเจ้าของบ้านยังได้ความเป็นส่วนตัว ภายในติดตั้งอุปกรณ์มาให้ครบจาก KOHER ทั้งอ่างล้างมือแบบฝังเคาน์เตอร์ ด้านล่างเป็นตู้ใช้เก็บของได้ ด้านข้างเป็นพื้นที่วางโถสุขภัณฑ์ มีสายฉีดชำระและที่เก็บกระดาษทิชชู่มาให้ครบ

ห้องครัวอยู่ด้านในสุด ได้พื้นที่มากว้างขวาง ในบ้านมาตรฐานจะ Built – in เคาน์เตอร์มาให้ครบ เหมาะกับคนที่ชอบบ้านพร้อมอยู่ ช่วยลดเวลาและต้นทุนในการตกแต่งไปได้เยอะ พื้นที่ใช้งานแบ่งเป็นส่วนเตรียมอาหารและทำอาหารได้ มีอ่างล้างจาน จาก TEKA , เตาไฟฟ้า และเครื่องดูดควัน จาก HAFELE สัดส่วนจะเหมือนกับในบ้านตัวอย่าง แตกต่างกันแค่วัสดุกรุผิวหน้าบานเท่านั้น
นอกจากหน้าต่างบานเลื่อนที่ใช้เปิดระบายอากาศได้ ประตูครัวที่เชื่อมต่อกับส่วนซักล้างยังเป็นประตูระบายอากาศ จาก TOSTEM มีบานสไลด์ขนาดเล็กที่สามารถเปิด – ปิดได้ ช่วยให้ลมผ่านเข้า – ออกได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องเปิดประตูบานใหญ่ และมีมุ้งลวดสแตนเลส ช่วยป้องกันแมลงและฝุ่นละอองไม่ให้เข้าสู่ภายในบ้าน
อีกฝั่งเป็นห้องนอนชั้นล่าง อยู่ติดกับส่วนนั่งเล่น เหมาะกับครอบครัวที่มีผู้สูงอายุ ก็สามารถใช้งานได้สะดวก วัสดุพื้นติดตั้งมาให้เป็น Absorption Floor ช่วยถนอมข้อต่อ ลดแรงกระแทกเวลาใช้งานได้ แต่หากในบ้านไม่มีผู้สงอายุ ก็สามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้องทำงานส่วนตัวได้เหมือนในบ้านตัวอย่างเลย
พื้นที่ใช้งานห้องน้ำ ภายในห้องนอนชั้นล่าง
พื้นทางเข้าห้องน้ำ ไม่มีการลดระดับ แต่มีการติดตั้งรางระบายน้ำไว้ให้แทน เพื่อเพิ่มความสะดวกให้แก้ผู้สูงอายุหรือผู้ที่ใช้งานรถเข็น ให้ใช้ได้สะดวก ช่วยป้องกันอุบัติเหตุเวลาเข้า – ออก พื้นที่ใช้งานภายในเป็นหน้ากว้าง เมื่อเปิดประตูเข้ามาจะเจอกับอ่างล้างมือ
ตรงกลางเป็นพื้นที่วางโถสุขภัณฑ์ติดตั้งมาพร้อมสายฉีดชำระ และที่เก็บกระดาษทิชชู่จาก KOHLER ด้านในเป็นส่วนอาบน้ำกว้างประมาณ 1 เมตร ฝักบัวได้ทั้งแบบ Hand Shower และ Rain Shower ด้านข้างได้ที่นั่งแบบก่อสำเร็จมาด้วย สำหรับผู้สูงอายุก็นั่งอาบได้สะดวก
หน้าห้องน้ำยังติดตั้ง Presence Sensor มาให้ ตรวจจับการมีอยู่ของมนุษย์ และตรวจจับการล้ม แจ้งเตือนเวลาเกิดอุบัติเหตุได้
พื้นที่ใช้งานบริเวณโถงบันไดขึ้นชั้น 2
บันไดขึ้นชั้น 2 อยู่ติดกับประตูทางเข้า โครงสร้างบันไดเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ปิดผิวด้วย SPC ลายไม้ ความหนา 4 มิลลิเมตร ราวกันตกเป็นซี่เหล็กโปร่งดัดลาย มือจับเป็นไม้ ด้านล่างมีห้องเก็บของใต้บันได โดยความกว้างบันไดได้ประมาณ 1 เมตร ลูกนอนกว้าง 25 เซนติเมตร ลูกตั้งสูง 19 เซนติเมตร ใช้งานได้ตามมาตรฐาน
พื้นที่ใช้งานโถงทางเดินบนชั้น 2
ชั้น 2 ขึ้นมาจะเจอกับโถงทางเดินค่อนข้างกว้าง ด้านข้างเป็น Family Area ขนาดใหญ่ กั้นด้วยราวกันตก วัสดุปูพื้นเป็น SPC สี Espresso ลายก้างปลา หนา 4 มิลลิเมตร ดูสวยงาม เรียบหรู เข้ากับสไตล์ของบ้าน
โดยตรงโถงยังมีอุปกรณ์ Smart Home ติดตั้งมาให้ คือ กล้อง CCTV แบบ Fix มุม 1 จุด , Presence Sensor , Control Pad แสดงสถานะการใช้งานแบบเรียลไทม์ของระบบ Flow&Fine และพัดลมดูดอากาศออก ซึ่งชั้นนี้จะติดตั้งมาให้ 3 จุด (ในห้องนอนรองและ Master Bedroom อีก 2 จุด)
Family Area จัดเป็นพื้นที่พักผ่อนอีกจุดบนชั้น 2 ความกว้างได้มาประมาณ 2.80×3.49 เมตร หากใครอยากได้ความเป็นสัดส่วนเพิ่ม ก็สามารถกั้นผนัง หรือติดประตูบานเลื่อนกระจกเพิ่มได้ เพราะโครงสร้างของบ้านเป็นก่ออิฐมวลเบา รองรับการทุบต่อเติม


ชั้น 2 ในแบบบ้าน Vittoria (วิตตอเรีย) ประกอบด้วย Master Bedroom และห้องนอนรอง 2 ห้อง ซึ่งเราจะพามาดูห้องที่ได้พื้นที่ใช้สอยใหญ่กว่า แปลนห้องเป็นหน้ากว้าง แบ่งเป็นพื้นที่วางเตียงนอน และ Walk – in Closet ส่วนตัวได้แบบสบายๆ

พื้นที่แต่งตัวอยู่ติดกับประตูทางเข้าห้องน้ำ มีหน้าต่างมาให้ 2 จุด ใช้เปิดรับแสงและระบายอากาศได้ดี จากในบ้านตัวอย่าง สามารถ Built – in ตู่เสื้อผ้าได้เป็นรูปตัว L วางตู้พร้อมโต๊ะเครื่องแป้งได้ครบ ใช้งานสะดวก
พื้นที่ใช้งานห้องน้ำชั้น 2
ห้องน้ำแยกใช้งานในตัว ภายในมีอุปกรณ์ติดตั้งมาให้ครบ ทั้งอ่างอาบน้ำแบบฝังเคาน์เตอร์ , โถสุขภัณฑ์ , สายฉีดชำระ และที่เก็บกระดาษทิชชู่จาก KOHLER ส่วนอาบน้ำเป็นแบบเข้ามุม ได้ขนาด 0.90×0.90 เมตร ติดตั้งฉากกั้นอาบน้ำเพิ่มเองได้ ฝักบัวได้มาทั้ง Hand Shower และ Rain Shower มีท่อรองรับระบบน้ำร้อน – น้ำเย็น

ห้องนอนรองอีกห้องได้ขนาดเล็กกว่า แต่ก็ยังถือว่าได้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง สามารถวางเตียงนอน 5 – 6 ฟุต จัดมุมด้านข้างเป็นตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งได้ ภายในมีห้องน้ำแยกใช้งาน ได้ทั้งความสะดวกและเป็นส่วนตัว ไม่ต้องเดินออกไปข้างนอก
พื้นที่ใช้งานห้องน้ำชั้น 2
ห้องน้ำได้มาแบบหน้ากว้าง ภายในติดตั้งอุปกรณ์มาให้ครบชุด จาก KOHLER ส่วนอาบน้ำขนาด 1.10×1.45 เมตร ฝักบัวได้ทั้งแบบ Hand Shower และ Rain Shower เช่นกัน ด้านข้างเป็นหน้าต่างบานกระทุ้ง ใช้เปิดรับแสงและระบายความชื้นได้ดี


Master Bedroom ได้ขนาดใหญ่สุดในบ้าน ส่วนพักผ่อนวางเตียงได้ขนาด 5 – 6 ฟุต ตรงกลางจัดเป็นพื้นที่นั่งเล่นส่วนตัวได้ อีกฝั่งเป็น Walk – in Closet อยู่ติดกับห้องน้ำ เมื่ออาบน้ำเสร็จก็เดินออกมาแต่งตัวได้เลย

ห้อง Master Bedroom จะได้ระเบียงส่วนตัวมาด้วย ออกมายืนใช้งานได้ ราวกันตกเป็นซี่เหล็กโปร่งดัดลาย ได้กลิ่นอายแบบคลาสสิค พื้นที่ใช้งานได้กว้างประมาณ 1.02×2.76 เมตร ถือว่ากว้างขวางทีเดียวค่ะ


Walk – in Closet เป็นแบบตอนลึก Built – in ตู้แล้ว เหลือพื้นที่ใช้งานกว้างประมาณ 1 เมตร ถ้าใครไม่อยากรู้สึกเกะกะ ก็แนะนำให้ใช้ตู้เสื้อผ้าแบบบานเลื่อนนะคะ
พื้นที่ใช้งานห้องน้ำ ภายใน Master Bedroom
ห้องน้ำได้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง สมกับเป็นห้องน้ำใน Master Bedroom พื้นไม่ได้มีการลดระดับ รองรับการใช้งานของผู้สูงอายุในอนาคตได้ โดยประตูจะเปิดเข้าตรงกลาง มีอ่างล้างมือแบบฝังเคาน์เตอร์ ติดตั้งมาพร้อมก็อกน้ำจาก KOHLER
โถสุขภัณฑ์อยู่ด้านข้างเป็นแบบอัตโนมัติ จากยี่ห้อ COTTO อีกฝั่งเป็นส่วนอาบน้ำ แบ่งเป็นโซน Shower และอ่างอาบน้ำ ได้พื้นที่ยืนอาบกว้างประมาณ 1.00×1.87 เมตร มีฝักบัวติดตั้งมาให้ทั้ง Hand Shower และ Rain Shower จุดเด่นคือห้องนี้จะมีอ่างอาบน้ำมาให้ด้วย จาก KOHLER เช่นกัน
Eterna (อีเทอร์น่า) บ้านเดี่ยว พื้นที่ใช้สอย 383 ตร.ม.
Eterna (อีเทอร์น่า) เป็นแบบบ้านขนาดใหญ่สุดของโครงการ ได้ที่ดินเริ่มต้น 107.2 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 383 ตร.ม. ฟังก์ชันรองรับได้สูงสุดถึง 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ และ 1 ห้องแม่บ้าน ในราคาเริ่มต้น 30 ล้านบาท*
แปลนของแบบบ้าน Eterna (อีเทอร์น่า) จะจัดวาง Layout คล้ายกับ Vittoria (วิตตอเรีย) แต่ได้พื้นที่ใช้สอยเยอะกว่า ที่จอดรถได้เป็น 4 คัน และห้องนอนจัดได้สูงสุด 5 ห้อง ได้เนื้อที่ดินเยอะ เริ่มต้น 107.2 ตร.วา ชั้น 1 แยกฟังก์ชันเป็นส่วนนั่งเล่น , ห้องนอนชั้นล่าง ตรงกลางเป็นพื้นที่รับประทานอาหาร เชื่อมต่อ Pantry และห้องครัว ชั้น 2 ได้ Master Bedroom ขนาดใหญ่ มีห้องนอนรอง 3 ห้อง จัดเป็นมุม Walk – in Closet พร้อมห้องน้ำในตัวได้
พื้นที่ใช้งานรอบบ้านตัวอย่าง Eterna (อีเทอร์น่า)
รูปแบบบ้านนี้ได้ฟังก์ชันที่จอดรถสูงสุด 4 คัน พื้นที่จอดกว้างประมาณ 10.30 เมตร และมีทางลาดมาให้ด้วย สะดวกกับครอบครัวที่มีผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ใช้งานรถเข็น รอบข้างได้เนื้อที่ค่อนข้างเยอะ เพราะเป็นบ้านเดี่ยว 100 ตร.วา เหมาะกับคนที่อยากได้บ้านที่ดินใหญ่ รองรับการขยับขยายต่อเติมได้
พื้นที่ใช้งานส่วนนั่งเล่นภายในบ้านตัวอย่าง
การจัดแปลนของรูปแบบบ้านนี้จะคล้ายกับรูปแบบบ้านไซส์กลาง แต่ได้พื้นที่ใช้สอยและฟังก์ชันเพิ่มมากขึ้น พื้นที่ชั้น 1 เข้ามาจะเจอกับ Foyer ที่เป็น Double Volume มีส่วนนั่งเล่นและโถงบันไดอยู่ด้านข้าง ตรงกลางเป็นพื้นที่รับประทานอาหาร เชื่อมต่อห้องนอนและส่วน Service ของบ้าน
พื้นที่ใช้งานส่วนรับประทานอาหารและ Pantry ภายในบ้านตัวอย่าง
พื้นที่รับประทานอาหารจัดเป็น Common Area ขนาดใหญ่ เป็นพื้นที่ๆ ครอบครัวมาใช้เวลาร่วมกันได้ พื้นที่ใช้งานวางโต๊ะยาวได้ 8 – 10 ที่นั่ง มาพร้อมมุม Pantry ด้านข้าง ใช้เป็นโซนเครื่องดื่ม หรือเตรียมอาหารเช้าแบบเบาๆได้
ห้องน้ำเป็น Powder Room อยู่ติดกับ Pantry และประตูทางเข้ารอง ทั้งเจ้าของบ้านและแขกเดินมาใช้งานได้ง่าย ภายในติดตั้งอุปกรณ์มาให้ครบชุดจาก KOHLER พร้อมมีหน้าต่างบานกระทุ้งมาให้ 1 จุด ใช้เปิดระบายกลิ่นและความชื้นได้ดี
พื้นที่ใช้งานห้องครัวภายในบ้านตัวอย่าง
ห้องครัวได้พื้นที่ใช้งานค่อนข้างใหญ่ สามารถ Built – in เป็นเคาน์เตอร์ครัวได้เต็มทั้งสองฝั่ง เหมาะกับบ้านที่เน้นทำอาหารทานเองทุกวัน ก็ใช้งานได้สะดวกเลย

ห้องนอนชั้นล่างจัดเป็นมุมวางเตียง , ตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งได้ครบ อีกฝั่งเชื่อมต่อกับห้องน้ำ เดินเชื่อมต่อใช้งานง่าย ไม่ต้องออกไปด้านนอก วัสดุพื้นเป็น Absorption Floor เหมือนกันทุกแบบบ้าน
พื้นที่ใช้งานห้องน้ำชั้นล่าง
ห้องนอนชั้นล่างได้ห้องน้ำในตัวทุกหลัง ใช้งานสะดวก บริเวณพื้นไม่มีการลดระดับ เพื่อรองรับการใช้งานของผู้สูงอายุ ภายในติดตั้งอุปกรณ์มาให้ครบชุดจาก KOHLER
พื้นที่ใช้งานโถงบันไดขึ้นชั้น 2
บันไดขึ้นชั้น 2 อยู่ติดกับประตูทางเข้า ความกว้างได้มาประมาณ 1 เมตร ลูกนอนกว้าง 25 เซนติเมตร ลูกตั้งสูง 19 เซนติเมตร โถงทางเดินชั้นบนเชื่อมต่อกับชั้น 1 ด้วย Double Volume ฝ้าเพดานชั้น 1 – 2 ยังได้มาถึง 2.80 เมตร ดูโปร่งโล่ง
พื้นที่ใช้งาน Family Area บนชั้น 2
ชั้น 2 ได้เป็น Family Area อีกจุดของบ้าน วางโซฟา 4 – 5 ที่นั่งได้สบายๆ จะจัดเป็นส่วนนั่งเล่น , ดูทีวี , อ่านหนังสือ หรือกั้นเพิ่มเป็นห้องทำงานส่วนตัวก็ได้


ห้องนอนรองห้องนี้ได้พื้นที่ใช้สอยมาค่อนข้างใหญ่ โดยเฉพาะ Walk – in Closet เหมาะกับคนที่มีของเยอะ อยากได้มุมแต่งตัวเป็นสัดส่วน
พื้นที่ใช้งานห้องน้ำชั้น 2
ห้องน้ำเป็นแบบหน้ากว้าง ตรงกลางเป็นตำแหน่งของอ่างล้างมือ มีเคาน์เตอร์ยาวเชื่อมต่อกับ Low Wall ใช้วางของได้เยอะ ด้านข้างเป็นพื้นที่วางโถสุขภัณฑ์ และส่วนอาบน้ำได้ ได้พื้นที่ยืนอาบขนาด 0.90×1.64 เมตร ฝักบัวได้ทั้ง Hans Shower และ Rain Shower จากยี่ห้อ KOHLER

สำหรับครอบครัวที่ไม่ได้มีสมาชิกในบ้านหลายคน ก็สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันการใช้งานให้หลากหลายมากยิ่งขึ้นได้ อย่างในบ้านตัวอย่าง ก็จัดเป็นห้องทำงานส่วนตัว มีห้องน้ำแยกใช้งาน ไม่ต้องลุกเดินออกไปข้างนอก ได้ทั้งความสะดวกและเป็นส่วนตัว
พื้นที่ใช้งานภายในห้องน้ำชั้น 2
ห้องน้ำในห้องนอนรองได้ Layout มาคล้ายกัน ส่วนอาบน้ำได้ขนาด 0.94×1.53 เมตร ติดตั้งสุขภัณฑ์มาให้ครบชุดจาก KOHLER
พื้นที่ใช้งานภายในห้องนอนรอง
บรรยากาศภายในห้องนอนรองอีกห้อง แยกพื้นที่พักผ่อนและแต่งตัวเป็นสัดส่วน เดินใช้งานได้สะดวก มีพื้นที่ให้วางเตียงนอนและโต๊ะทำงานด้านข้างได้ ปลายเตียงเหลือพื้นที่ให้เดินกว้างประมาณ 0.90 เมตร
พื้นที่ใช้งานภายในห้องน้ำชั้น 2
ห้องน้ำอยู่ติดกับส่วนแต่งตัว ได้สุขภัณฑ์ครบชุดจาก KOHLER เช่นกัน ส่วนอาบน้ำได้พื้นที่ขนาด 0.91×1.50 เมตร
พื้นที่ใช้งานภายในห้อง Master Bedroom
Master Bedroom เป็นแบบหน้ากว้าง ได้ Layout เหมือนกับแบบบ้านไซส์กลาง แต่ได้พื้นที่ใช้สอยใหญ่กว่า โดยเฉพาะ Walk – in Closet ที่สามารถ Built – in ตู้เสื้อผ้าหรือตู้เก็บของได้ทั้งสองฝั่ง มีระเบียงในห้อง ออกไปใช้งานได้
พื้นที่ใช้งานภายในห้องน้ำ Master Bedroom
ห้องน้ำ Master Bedroom ได้อ่างล้างมือแบบ His&Her ใช้งานพร้อมกันได้ ด้านข้างเป็นพื้นที่วางโถสุขภัณฑ์แบบอัตโนมัติจาก COTTO และส่วนอาบน้ำแบบเข้ามุม ขนาด 1.13×1.07 เมตร อีกฝั่งวางอ่างอาบน้ำไซส์ 0.60×1.60 เมตร ใช้นอนแช่ผ่อนคลายได้
Arden (อาร์เดน) บ้านเดี่ยว พื้นที่ใช้สอย 252 ตร.ม.
Arden (อาร์เดน) เป็นแบบบ้านขนาดเริ่มต้นของโครงการ ได้พื้นที่ใช้สอย 252 ตร.ม. ที่ดินเริ่มต้น 87 ตร.วา ราคาเริ่มต้น 20 ล้านบาท* เหมาะกับคนที่กำลังมองหาบ้านเดี่ยวไซส์ใหญ่ ได้ที่ดินเยอะ ใกล้สนามบินและตัวเมืองเชียงใหม่ ฟังก์ชันของบ้านได้ 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ และ 1 ห้องแม่บ้าน มีห้องนอนชั้นล่างไว้รองรับผู้สูงอายุได้ มาพร้อมห้องน้ำในตัว
โดยแบบบ้านจะเป็นหน้ากว้าง แยกพื้นที่พักผ่อนและ Service ของบ้านได้เป็นสัดส่วน แต่ยังเดินเชื่อมต่อใช้งานกันง่าย มี Pantry และครัวปิดขนาดใหญ่ เหมาะกับบ้านที่ทำอาหารแบบจริงจัง ด้านข้างเป็นห้องแม่บ้านและโซนซักล้างในร่ม ใช้งานได้สะดวก ชั้น 2 ได้ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน พร้อมห้องน้ำในตัวทุกห้อง ประกอบด้วย Master Bedroom มีระเบียงส่วนตัว ห้องนอนรอง 2 ห้อง และ Family Area ตรงกลาง ใช้เป็นมุมนั่งเล่นด้านบน หรือจะกั้นห้องปรับเปลี่ยนฟังก์ชันเอง ก็สามารถทำได้สบายๆ
บรรยากาศภายในบ้านตัวอย่าง Arden (อาร์เดน)
ราคา
Habitat Mahidol (ฮาบิแทท มหิดล) ราคาเท่าไหร่ (ณ วันที่ 24 มีนาคม 2569)
ราคาผ่อนต่อเดือนยกตัวอย่างจาก ดอกเบี้ย 4% ระยะเวลาผ่อน 30 ปี*
สามารถคลิกดูอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันได้ที่ >> อัปเดต! ดอกเบี้ยบ้าน 2568 ทุกธนาคาร
- Arden (อาร์เดน) บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 87 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 252 ตร.ม.
– ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 3 ที่จอดรถ / 1 ห้องแม่บ้าน
– ราคาแปลงมาตรฐาน 20 ล้านบาท*
– ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 95,483 บาท
– ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 4,350 บาทต่อเดือน - Vittoria (วิตตอเรีย) บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 98.2 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 292 ตร.ม.
– ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 3 ที่จอดรถ / 1 ห้องแม่บ้าน
– ราคาแปลงมาตรฐาน 25 ล้านบาท*
– ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 119,353 บาท
– ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 4,910 บาทต่อเดือน - Eterna (อีเทอร์น่า) บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 107.2 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 383 ตร.ม.
– ฟังก์ชัน 5 ห้องนอน / 6 ห้องน้ำ / 4 ที่จอดรถ / 1 ห้องแม่บ้าน
– ราคาแปลงมาตรฐาน 30 ล้านบาท*
– ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 143,224 บาท
– ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 5,360 บาทต่อเดือน - จอง 200,000 บาท และทำสัญญา 300,000 บาท
- ที่ดินเพิ่มลด ราคาตารางวาละ n/a บาท
- ค่าส่วนกลาง 50 บาท/ตร.วา/เดือน จัดเก็บล่วงหน้า 3 ปี
**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ
Tips : แนะนำการขอสินเชื่อกับธนาคาร
เกณฑ์การพิจารณาการขอสินเชื่อจากธนาคาร ควรมีเงื่อนไขตรงกับข้อไปนี้ค่ะ
- มีรายรับชัดเจน สม่ำเสมอ(ไม่ผันผวน) ต่อเนื่องนานกว่า 6 เดือน และสามารถตรวจสอบได้
- ควรมีภาระหนี้รวมทั้งหมด (ทั้งบ้าน รถยนต์ บัตรเครดิต และอื่นๆ) ไม่เกิน 40% ของรายได้ต่อเดือน
- มีรายได้ต่อเดือนมากกว่าค่าผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน 3 เท่าขึ้นไป
หากต้องการผ่อนบ้านให้หมดไว แนะนำให้โปะเพิ่มประมาณ 10% ของงวดผ่อน จะช่วยลดระยะเวลาผ่อนลงได้ 4 – 7 ปี (ขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ย) และควร Refinance หรือ Retention เพื่อให้ดอกเบี้ยลดลงทุกๆ 3 ปี ทั้งนี้อย่าลืมเผื่อค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและตกแต่ง*ก่อนเข้าอยู่เพิ่มเติมด้วยนะคะ
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
>>โปะบ้านหมดไว คำนวณได้เอง
>>โอนบ้านจบ อย่าใช้เงินหมด! ค่าใช้จ่ายแฝงเพียบ
บทสรุป
ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง :
Habitat Mahidol (ฮาบิแทท มหิดล) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวหรูที่เป็น Rare Item บนถนนมหิดล ตั้งอยู่ในย่านที่ดินที่มีราคาสูง เพราะใกล้สนามบินและห้าง Central Airport แบบนี้ ส่วนใหญ่มักจะเป็นคอนโดมิเนียมหรือบ้านมือสองในซอยลึก การมีโครงการบ้านใหม่ติดถนนใหญ่ที่เชื่อมต่อได้ทั้งวงแหวนและซูเปอร์ไฮเวย์จึงหาได้ยาก ทำเลนี้เหมาะกับคนที่ชอบความสะดวกในการเดินทาง นอกจากเชื่อมต่อถนนหลักได้หลายสาย เข้า – ออกเมืองเชียงใหม่ง่าย ยังอยู่ใกล้สนามบิน ขับรถจากโครงการใช้เวลาแค่ 10 – 15 นาที ตอบโจทย์คนที่ต้องเดินทางบ่อยหรือทำงานในสนามบิน
ทั้งยังอยู่ติดกับ Community Mall แบบเดินถึงได้ ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันง่ายขึ้น ไม่ต้องขับรถออกไปข้างนอก และยังใกล้โรงเรียนชื่อดังในจังหวัดเชียงใหม่ถึง 3 แห่ง เหมาะกับผู้ปกครองที่มองหาบ้านใกล้โรงเรียนให้กับลูกๆ หรือครอบครัวใหญ่ที่อยากได้บ้านเดี่ยวพื้นที่ใช้สอยเยอะ มีที่ดิน 100 ตร.วา ขึ้นไปให้เลือก
ความปลอดภัยในโครงการและตัวบ้าน :
การเข้า – ออกโครงการต้องผ่านประตู Double Gate มีไม้กั้นกระดกอัตโนมัติและรั้วรางเลื่อนเหล็กไฟฟ้า 2 ตอน ที่ควบคุมด้วยระบบจดจำป้ายทะเบียน ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวและปลอดภัยในการเข้า – ออกได้ดี พร้อมมีเจ้าหน้าที่และกล้อง CCTV คอยบันทึกภาพ 24 ชั่วโมง รอบๆโครงการเป็นรั้วทึบสูง 3 เมตรและรั้วเหล็กแหลมต่อเพิ่มอีก 0.60 เมตร
ภายในบ้านติดตั้งระบบ Home Automation จาก Aqara มีกล้อง CCTV 4 จุด , Door and Window Sensor ที่ประตูหน้าต่างชั้น 1 ทุกบาน และมี Smart Door Lock ใช้งานได้ 5 ระบบจาก TOSTEM มี Smoke&Heat Detector อุปกรณ์ตรวจจับควันอัจฉริยะ ติดตั้งในครัว และห้อง Master Bedroom และ Presence Sensor ตรวจจับการเคลื่อนไหว ป้องกันการหกล้มที่โถงบันได และห้องนอนผู้สูงอายุได้ โดยเราสามารถตรวจเช็คการแจ้งเตือนผ่านแอพในมือถือได้ด้วยนะคะ
การออกแบบโครงการและพื้นที่ใช้สอย :
การออกแบบโครงการมาในสไตล์ Neo Classic เหมาะกับคนที่ชอบดีไซน์แบบ Timeless เน้นความเรียบหรู โครงการได้ความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนเพียง 29 ยูนิต แต่ละซอยจึงได้เพื่อนบ้านน้อยเพียง 2 – 4 หลังต่อซอย ได้บรรยากาศแปลงมุมทุกหลัง หน้าบ้านส่วนใหญ่หันขนานไปกับทิศเหนือ – ใต้ ซึ่งเป็นทิศที่ไม่โดนแดดโดยตรง ทำให้หน้าบ้านไม่ร้อน ถนนซอยเป็นซอยตัน ช่วยคัดกรองคนในการเข้า – ออกได้ดี พื้นที่ส่วนกลางจะแบ่งเป็น 2 จุด คือ สวนอเนกประสงค์ และ Pet Zone ด้านหน้า ติดกับซุ้มประตูทางเข้า และอาคาร Clubhouse 2 ชั้น จัดฟังก์ชันมาให้ครบครันตามมาตรฐาน
รูปแบบบ้านภายในโครงการมีให้เลือก 3 แบบ ได้พื้นที่ใช้สอย 252 – 383 ตร.ม. ฟังก์ชันเริ่มต้น 4 – 5 ห้องนอน 3 – 4 ที่จอดรถ มาพร้อมห้องแม่บ้านทุกหลัง มีห้องนอนชั้นล่างรองรับผู้สูงอายุได้ มีครัวปิดขนาดใหญ่ และ Pantry ทุกห้องนอนได้ห้องน้ำในตัวทุกห้อง พร้อมมุม Walk – in Closet เหมาะกับครอบครัวใหญ่ที่มีสมาชิกหลายคน หรือชอบบ้านที่ได้ฟังก์ชันเยอะ ในราคา 20 – 30 ล้านบาท ที่ดินรอบบ้านได้มาไซส์ใหญ่ บ้านเดี่ยวขนาดเริ่มต้น ได้ที่ดิน 87 ตร.วา แปลนบ้านได้หน้ากว้างทุกหลัง ช่วยเพิ่มความโปร่งโล่ง Type กลางและ Type ใหญ่ได้ Double Volume สูง 5.8 เมตร
วัสดุ :
แนวคิดของโครงการชูจุดเด่น “Urban Green Living” เน้นการสร้างบ้านที่ยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน ตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่ำ รวมถึงใส่ใจปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัย ทั้งระบบอากาศ ระบบน้ำ และการใช้พลังงานในบ้าน ทำให้โครงการนี้ถือเป็นโครงการแรกในเมืองเชียงใหม่ ที่ได้รับรองมาตรฐานอาคารเขียว (EDGE) อีกทั้งยังมีการใส่เทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้อยู่อาศัยได้มากขึ้น
พื้นที่จอดรถและลานซักล้างลงเข็มมาให้ ช่วยเพิ่มความแข็งแรง และรองรับการต่อเติมได้ในอนาคต โดยจุดเด่นอยู่ที่ระบบ Smart Home , ระบบกรองอากาศและระบบรักษาความปลอดภัยที่แถมมาให้ค่อนข้างเยอะ ซึ่งไม่ค่อยได้เห็นในแบรนด์เจ้าถิ่นเท่าไรนะคะ อีกทั้งยังมีจุดรองรับ EV Charger และ Solar Cell ขนาด 3.3 KW. ติดตั้งมาให้ด้วย วัสดุในบ้านจัดมาให้เหมาะสมกับการใช้งาน ชั้น 1 ปูด้วยกระเบื้องพอร์ซเลนขนาด 60×120 เซนติเมตร ห้องนอนชั้นล่างเป็น Absorption Floor ช่วยลดแรงกระแทกและถนอมข้อต่อเวลาใช้งานได้ดี ส่วน Pantry , ครัวไทย และลานซักล้างมีเคาน์เตอร์ Built – in มาให้พร้อมใช้งาน
ชั้น 2 พื้นปูด้วย SPC ก้างปลาลายไม้ ซึ่งจะทนต่อรอยขีดข่วนและความชื้นได้ดีกว่าลามิเนตทั่วไป ในห้องน้ำบ้านไซส์กลางและใหญ่ ได้อ่างอาบน้ำใน Master Bedroom มีโถสุขภัณฑ์อัตโนมัติ 1 ห้อง พร้อมเดินท่อระบบน้ำร้อน – น้ำเย็นมาให้ เหมาะกับคนที่เน้นความสะดวก ไม่อยากเสียเงินและเวลา ซื้อของมาติดตั้งเพิ่ม
พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ :
พื้นที่สีเขียวภายในโครงการมีให้เลือกใช้งานได้ 2 จุด แบ่งเป็นโซนอเนกประสงค์ด้านหน้าติดกับซุ้มประตูทางเข้า และรอบๆ อาคาร Clubhouse ส่วนตัวเรามองว่าโครงการนี้เป็นโครงการขนาดเล็ก จึงไม่ได้เน้นพื้นที่สวนหย่อมขนาดใหญ่ แต่เป็นการตกแต่งเพื่อเพิ่มความร่มรื่นให้กับโครงการ จุดเด่นคือระบบสายไฟที่จะมีเสาและสายไฟพาดผ่านเฉพาะถนนหลัก ส่วนหน้าบ้านจะเป็นการร้อยท่อลงดิน ทำให้ไม่มีสิ่งเกะกะ รบกวนสายตา
สาธารณูปโภค :
พื้นที่ส่วนกลางของโครงการ ประกอบด้วยอาคาร Clubhouse 2 ชั้น และสวนบริเวณด้านหน้าติดกับซุ้มประตูทางเข้า สำหรับฟังก์ชันเรามองว่าจัดมาให้ครบครันเหมาะกับโครงการขนาดเล็กที่มียูนิตน้อย แชร์กับเพื่อนบ้าน 29 หลังได้แบบสบายๆ และค่าส่วนกลางที่ตกเพียงเดือนละ 50 บาท/ตร.วา ก็ถือว่าไม่เยอะ สำหรับโครงการที่ยูนิตนิตน้อยแบบนี้นะคะ
Judgement
การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้
ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 40%, ความปลอดภัย 15%, การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 15%, วัสดุ 10%, พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 10%, และสาธารณูปโภค 10%
เทียบกับแพคเกจ 20 – 30 ล้านบาท, 24 มีนาคม 2569
| หมวดหมู่ | คะแนน |
หมายเหตุ |
| ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง | 8.5/10 | ติด Community Mall ใกล้สนามบินเชียงใหม่ |
| ความปลอดภัย | 8/10 | รั้ว Double Gate มี CCTV ในบ้าน Door&Window Sensor |
| การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย | 8/10 | บ้านเดี่ยวยูนิตน้อย ฟังก์ชันเยอะ มีที่ดิน 100 ตร.วา ให้เลือก |
| วัสดุ | 9/10 | จัดเต็มระบบ Home Automation ได้ระบบฟอกอากาศและ Solar Cell ทุกหลัง |
| พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ | 7.75/10 | พื้นที่สีเขียวเนื้อที่ 300 ตร.ม. หน้าบ้านได้สายไฟลงดินทุกหลัง |
| สาธารณูปโภค | 7.75/10 | อาคาร Clubhouse 2 ชั้น ฟังก์ชันครบตามมาตรฐาน |
| รวมคะแนน | 8.25 | จาก 10 คะแนน |
Habitat Mahidol (ฮาบิแทท มหิดล) ดีไหม?
โครงการ Habitat Mahidol (ฮาบิแทท มหิดล) เหมาะกับคนที่อยากได้บ้านเดี่ยวไซส์ใหญ่ ที่ดินเยอะ ทำเลใกล้สนามบิน และโรงเรียนและโรงพยาบาลหลายแห่งที่สำคัญคือชอบที่มี Community Mall อยู่ใกล้ในระยะเดินได้ ซึ่งจุดเด่นที่สำคัญอีกอย่างของโครงการนี้เลยก็คือ การเลือกใช้วัสดุที่ส่งผลกับการอยู่อาศัย ทั้งอากาศ อุณหภูมิและการใช้พลังงานในบ้าน จัดเต็มระบบ Home Automation มาให้ ถือเป็นมาตรฐานจากเจ้าถิ่นที่โดดเด่นสุดในย่านเลย
ตัวอย่างโครงการ บ้านเดี่ยวในโซนเมืองเชียงใหม่
- HABITAT Ruamchok (ฮาบิแทท รวมโชค)
- เศรษฐสิริ รวมโชค (Setthasiri Ruamchok)
- MANTANA 2 SERENE LAKE – CHIANG MAI (มัณฑนา 2 ซีรีนเลค-เชียงใหม่)
- ศุภาลัย ทัสคานี ดอนแก้ว-แม่ริม (Supalai Tuscany Valley)
Think of Living รวบรวมมาให้แล้ว!
โครงการเปิดใหม่ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮมและคอนโดมิเนียม ในทำเลทั่วกรุงเทพและปริมณฑล ในทุกๆเดือนย้อนหลัง ใครที่กำลังมองหาบ้านห้ามพลาด อาจจะมีโครงการในราคาและทำเลที่เพื่อนๆ ตามหาอยู่ก็เป็นได้นะ
เข้ามาชมบทความรายเดือนได้เลย คลิกที่นี่

