รีวิวฉบับที่ 1115 สวัสดีค่ะ วันนี้จะพาไปชมโครงการ Cote Maison พระราม 3  (อ่านว่า โคเต้ เมซอง นะคะ) บนถนนนนทรี ซึ่งเป็นถนนสายเล็กๆ ที่เชื่อมกับถนนวงแหวนอุตสาหกรรมค่ะ โครงการเป็นทาวน์โฮม 4 ชั้น ตกแต่งในสไตล์ Post Modern Contemporary และเน้นการใช้พื้นที่ใช้สอยภายในได้คุ้มค่า โดยมีพื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 225 ตร.ม. ในราคาเริ่มต้น 12.55 ล้านบาท โครงการจะเป็นอย่างไรนั้นเราไปชมพร้อมๆ กันเลยค่ะ 

Fact @ 29 June 2016

  • Cote Maison Rama 3 (โคเต้ เมซอง พระราม 3)
  • บริษัท ซิตี้ รีสอร์ท ลิฟวิ่งโฮม
  • HIGH CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment บ้านได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : ยานนาวา
  • เนื้อที่โครงการ 8-1-6 ไร่ จำนวน 79 ยูนิต
  • ทาวน์โฮม 4 ชั้น 3 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ

  • Antoine Villa หน้ากว้าง 6.5 ม. พื้นที่ใช้สอย 295 ตร.ม. ที่ดินมาตรฐาน 26.90 ตร.วา
  • Chatele Villa หน้ากว้าง 6.5 ม. พื้นที่ใช้สอย 280 ตร.ม. ที่ดินมาตรฐาน 22.80 ตร.วา
  • Denfert Villa หน้ากว้าง 5.5 ม. พื้นที่ใช้สอย 225 ตร.ม. ที่ดินมาตรฐาน 19.40 ตร.วา

  • ราคาเริ่มต้น 12.55 ล้านบาท
  • ราคาที่ดินเพิ่ม-ลด 250,000 บาท/ตร.วา
  • โครงการเริ่มก่อสร้าง ปี 1 กุมภาพันธ์ 2558
  • คาดว่าแล้วเสร็จทั้งโครงการ n/a
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร (สำนักงานขาย)  : 090-518-1111
  • เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

    สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างนะ


    เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

    พิกัด : 13.683441, 100.545552

    ที่ตั้งโครงการ Cote Maison ตั้งอยู่บนถนนนนทรี ซึ่งเป็นถนนย่อยเชื่อมต่อกับถนนวงแหวนอุตสาหกรรมได้ โดยอยู่ลึกเข้าไปจากถนนวงแหวนอุตสาหกรรมประมาณ 200 ม. ค่ะ บริเวณโดยรอบในระยะประมาณ 400 ม. มี Community Mall อย่าง Monopoly Park ค่ะ

    โครงการ Cote Maison ตั้งอยู่บนย่านพระราม 3 แต่ไม่ได้ติดถนนพระราม 3 หรือถนนหลักนะคะ แต่จะอยู่ในถนนรองอย่างถนนนนทรี ซึ่งเป็นถนนเล็กๆ และซอยตัน เข้าจากถนนวงแหวนอุตสาหกรรมได้ทางเดียวค่ะ บรรยากาศโดยรอบเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยเก่าอยู่กันมานานค่ะซึ่งโดยส่วนใหญ่เป็นบ้านพักอาศัยแบบไม่จัดสรร และมีโกดังโรงงานบ้างประปราย ค่อนข้างเงียบสงบพอสมควรแตกต่างบรรยากาศของถนนรอบข้างอย่างยานนาวา, พระราม 3 และสาธุประดิษฐ์ที่จะคึกคักมากกว่า เพราะจะมีบ้านจัดสรร ทาวน์โฮม ยันไปถึงคอนโดมิเนียม High Rise ริมแม่น้ำค่ะ

    การเดินทางด้วยรถยนต์ถือเป็นการเดินทางหลักของโครงการนี้ค่ะ อย่างที่บอกว่าถนนนนทรีสามารถทะลุออกได้เพียงถนนวงแหวนอุตสาหกรรมอย่างเดียว ทำให้เวลาจะออกไปยังถนนใหญ่ๆ หรือถนนข้างเคียงนั้นก็ต้องผ่านถนนวงแหวนอุตสาหกรรมก่อนแล้วค่อยกลับรถหรือไปทะลุออกอีกทีค่ะ อาจจะไม่สะดวกมากนักเมื่อเทียบกับโครงการที่ติดถนนใหญ่เลย แต่ในทางกลับกันหากใครที่เน้นการเดินทางข้ามไปยังฝั่งธนฯ หรือแถบปู่เจ้าสมิงพรายก็ถือว่าสะดวกพอสมควรค่ะ แค่ออกจากซอยแล้วเลี้ยวเข้าถนนวงแหวนอุตสาหกรรมแล้วตรงยาวข้ามสะพานภูมิพลได้เลย และส่วนข้อดีอีกอย่างนึงของโครงการในเรื่องทำเลคือได้ความสงบมากกว่าโครงการที่อยู่ติดถนนใหญ่

    การเดินทางแบบพึ่งพาระบบรถสาธารณะ ถือว่าไม่ได้ลำบากมากนักแต่ก็ไม่ถึงกับสะดวกสักทีเดียวนะคะ เพราะตัวโครงการต้องเดินออกมาทางหน้าปากซอยประมาณ 200 ม. แล้วจึงสามารถเรียกรถแท็กซี่ได้ ส่วนรถสาธารณะอื่นๆ ก็จะมีเป็นรถสองแถวสีแดงที่วิ่งมีเส้นทางวิ่งช่องนนทรี-พระยาไกร ผ่านเซ็นทรัลพระราม 3 โลตัสพระราม 3 ไปถึงเอเชียทีค

    บริเวณโดยรอบโครงการอย่างที่กล่าวไปเบื้องต้นแล้วว่าไม่ได้คึกคักมากนักนะคะ สำหรับแหล่งของกินของใช้ก็จะไม่ได้อยู่แถวนี้มากนัก ส่วนใหญ่จะไปกระจุกตัวอยู่แถบถนนข้างเคียงมากกว่า อย่างถนนสาธุประดิษฐ์ก็จะเป็นแนวร้านอาหารใต้ตึกแถวริมถนนที่เปิดมาสมัยรุ่นอากงอาม่าราคาย่อมเยา หรือจะเป็นแถบริมถนนพระราม 3 อันนี้มีให้เลือกหลากหลายมากตั้งแต่ร้านค้าริมทางไปจนถึงร้านภัตตาคารหรู ให้เลือกกินตามงบประมาณในกระเป๋าที่มีเลย ส่วนพวกห้างสรรพสินค้า หรือ Community Mall และ Hyper Market จะไปกระจุกตัวอยู่แถบจุดตัดถนนรัชดาภิเษกและถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ที่เป็นห้างหลักๆ ของย่านนี้เลยก็คือ เซ็นทรัล พระราม 3, The Up พระราม 3 ค่ะ

    ขยับเข้ามาใกล้ตัวโครงการอีกหน่อยก็จะมี Monopoly Park คอมมูนิตี้ มอลล์ขนาดเล็กๆ ค่ะ ภายในมีร้านอาหารและร้านค้าต่างๆ มาเปิดให้บริการพอสมควร ใครอยากกินข้าวนอกบ้านแต่ไม่อยากไปไกลก็แวะที่นี่ได้เลยค่ะ ส่วนบริเวณต้นซอยโครงการจะมีร้านอาหารตามสั่ง ร้านก๋วยเตี๋ยวประมาณเจ้าสองเจ้า ขายคนที่ทำงานโกดัง โรงงานและออฟฟิศเล็กๆภายในซอย ใครขี้เกียจไปไหนก็เดินออกไปกินได้สบายค่ะ

    การเดินทางในวันนี้เราจะเริ่มต้นจากทางด่วนเฉลิมมหานคร ลงมาที่ถนนพระราม 3 จากนั้นเลี้ยวเข้าถนนวงแหวนอุตสาหกรรม และชิดซ้ายเข้าถนนนทรีค่ะ ตัวโครงการจะอยู่ลึกเข้าไปประมาณ 200 ม.

    เริ่มต้นการเดินทางกับฝนฟ้าที่ไม่ค่อยเป็นใจสักเท่าไหร่นะคะ จากทางด่วนเฉลิมมหานครเราจะวิ่งตรงไปทางถนนพระราม 3 ลงบริเวณช่องทางออกที่ 20 กันค่ะ

    เมื่อลงมาที่ถนนพระราม 3 แล้วเราจะมุ่งหน้าตรงไปเรื่อยๆ นะคะ ไม่ขึ้นสะพานลอยที่มุ่งหน้าไปทางสะพานดรุงเทพเพื่อข้ามไปยังฝั่งธนฯ นะ ^^ และจุดสังเกตอีกจุดนึงคืออาคารศุภาลัย สำนักงานใหญ่ค่ะ เพราะตัวโครงการจะอยู่ทางด้านล่างของอาคารนี้นั่นเอง โดยเราจะเลี้ยวเข้าถนนวงแหวนอุตสาหกรรมก่อนจะถึงอาคารศุภาลัยนะคะ

    จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าถนนวงแหวนอุตสาหกรรม

    เมื่อเลี้ยวมาแล้วให้เริ่มเบี่ยงซ้ายเข้าทันทีนะคะ ก่อนที่จะเลยถนนนนทรีไปซะก่อน อาจจะเบี่ยงยากหน่อยนึงเพราะแถบนี้รถใหญ่ก็วิ่งข้ามไปยังปู่เจ้าสมิงพรายเยอะพอสมควร ต้องหาจังหวะให้ดีค่ะ จุดสังเกตก็คือสะพานลอยที่อยู่บริเวณหน้าปากซอย เห็นสะพานลอยเมื่อไหร่ก็เตรียมเลี้ยวซ้ายโลด

    เลี้ยวซ้ายเข้ามาก็จะเจอสะพานคล้ามคลองระบายน้ำค่ะ ปัจจุบันอยู่ในช่วงลอกท่ออยู่

    บรรยากาศภายในของถนนนี้ค่อนข้างเงียบสงบพอสมควร มีบ้านพักอาศัยและอพาร์ทเม้นท์ หอพักต่างๆ อยู่กันมานาน

    ตรงเข้ามาอีกหน่อยจะเจอสะพานข้ามคลองอีกจุด เมื่อข้ามมาแล้วก็จะเห็นโครงการทางซ้ายมือแล้วค่ะ

    **รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

    สภาพแวดล้อมโดยรอบโครงการเป็นบ้านพักอาศัย สลับกับโรงงานและโกดังเก็บสินค้า

    • ทิศเหนือ : คลองหีบและอพาร์ทเม้นท์สูง 4-5 ชั้น
    • ทิศตะวันออก : อาคารศุภาลัย ทาวเวอร์
    • ทิศใต้ : โกดังเก็บสินค้า
    • ทิศตะวันตก : บริษัท Trocadero Group Showroom นาฬิกานำเข้า

    สภาพคลองหีบที่ติดกับโครงการ เป็นคลองที่เชื่อมกับแม่น้ำเจ้าพระยา ไม่ใช่คลองระบายน้ำนะคะ จากที่สำรวจก็ไม่ได้ส่งกลิ่นแต่อย่างใด

    ฝั่งตรงข้ามติดกับ Trocadero Group เป็นสำนักงานเล็กๆ และเป็นโชว์รูมนาฬิกานำเข้าค่ะ

    ส่วนข้างๆ Trocadero Group เป็นบ้านพักอาศัยและในซอยลึกเข้าไปหน่อยก็จะมีหอพักและแฟลตค่ะ

    ภายในซอยเป็นจุดจอดของวินรถสองแถว ซึ่งจะเห็นพี่ๆ สองแถวจอดกันเรียงรายตามถนนเลย โดยเส้นทางของพี่สองแถวตรงนี้จะวิ่งเส้นทางช่องนนทรี-ประชาไกร ผ่านเซ็นทรัลและโลตัสค่ะ

     

    สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

    • Monopoly Park ~400 ม.
    • นนทรีไดร์วิ่งเรนจ์ ~1.9 กม.
    • Tesco Lotus ~2.3 กม.
    • The Up ~2.4 กม.
    • เซ็นทรัลพระราม 3 ~2.8 กม.
    • Makro สาทร  ~3.5 กม.
    • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ~3.8 กม.
    • เอเชียทีค ~8.8 กิโลเมตร


    เจาะลึกตัวโครงการ

    มาดูที่ Master Plan โครงการกันก่อนไปดูบรรยากาศของโครงการกันนะคะ เนื้อที่โครงการทั้งหมดประมาณ 8 ไร่เศษ มี 79 ยูนิตลักษณะของการเป็นในรูปแบบของการค่อยๆ ถยอยสร้างเป็นเฟสๆ ไป โดยแบ่งการขายออกเป็น 2 เฟสแรกก่อนนะคะ โดยเฟสแรกมีทั้งหมด 23 ยูนิต และเฟสที่ 2 มี 10 ยูนิตค่ะ ส่วนเฟสที่ 3 ยังอยู่ในระหว่างพิจารณาว่าจะเริ่มสร้างเมื่อไหร่และสร้างในส่วนไหนบ้างนะคะ ปัจจุบันยังไม่ได้สรุปผลค่ะ

    การจัดวางโครงการค่อนข้างลงตัวดีค่ะ เริ่มจากทางเข้า-ออกโครงการเข้ามาจะเจอพื้นที่ส่วนกลางก่อนทั้งในส่วนของสวนและ Club House ข้อดีของการจัดวาง Club House ไว้ด้านหน้าก็คือเรื่องของความสวยงามที่เป็นจุดเด่นของโครงการและยังสามารถให้แขกที่มาหาลูกบ้านนั้นสามารถนั่งรอคุยงานหรือนัดพบปะกันที่นี่ได้เลย และอีกอย่างคือเรื่องความสะดวกในการใช้งานพื้นที่ส่วนกลางของลูกบ้านก็สะดวกดี เนื่องจากลักษณะของผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมไม่ได้เป็นแนวยาว จึงทำให้ระยะการเดินจากบ้านหลังในสุดนั้นไม่ได้ไกลจากพื้นที่ส่วนกลางมากนักค่ะ ส่วนถนนภายในโครงการจะซอยถนนออกเป็น 3 ซอยหลักๆ ซึ่งค่อนข้างเรียบง่ายทำให้การสัญจรภายในโครงการสะดวกพอสมควร ความกว้างของถนนภายในโครงการมีความกว้าง 9 ม. เป็นระยะความกว้างที่สามารถขับรถสวนกันได้สบาย

    ในส่วนของทิศทางการหันหน้าบ้าน จะหันในทิศเหนือ-ใต้ เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งถือเป็นทิศเหมาะสมนะคะ โดยทั้ง 2 ทิศนี้จะมีข้อดีแตกต่างกันไปค่ะ สำหรับทิศเหนือนั้นจะได้เปรียบในเรื่องของทิศทางแดด ที่จะได้แดดอ่อนๆ ทางหน้าบ้านในช่วงเช้า รวมทั้งห้องด้านหน้าซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นห้องนอนใหญ่และห้องนั่งเล่นไม่อบแดดช่วงบ่ายๆ ด้วย ในส่วนของบ้านที่หันหน้าไปทางทิศใต้นั้น ข้อดีคือทิศทางของลมที่จะพัดมายังหน้าบ้านได้ดีค่ะ จะมียูนิตที่อยู่ด้านหลัง Club House ที่หันหน้าไปทางทิศตะวันออกนะคะ ในทิศนี้ก็จะได้รับแดดในช่วงเช้าไปจนถึงเที่ยงค่ะ แต่ไม่ได้โดนแดดบ่าย ซึ่งก็ยังพอให้บ้านที่โดนความร้อนในช่วงเช้า-เที่ยงได้ระบายความร้อนทันช่วงเย็นซึ่งเป็นช่วงเวลาในการพักผ่อนค่ะ ^^

    จากทางเข้า-ออกโครงการ มีซุ้มหลังคาให้ชัดเจน และป้อมพี่ยามอยู่ตรงกลางคั่นระหว่างทางเข้าและทางออกค่ะ ลักษณะประตูทางเข้าตกแต่งด้วยหินและเหล็กพ่นสีน้ำตาลดูสวยงาม เหมาะกับสไตล์แนวคิดของโครงการ คือ Post Modern Contemporary

    ระบบรักษาความปลอดภัยของโครงการให้มาค่อนข้างดีค่ะ โดยใช้ระบบ Key Card Access ระยะใกล้ เปิดปิดด้วยไม้กระดกอัติโนมัติและประตูบานเลื่อนอัติโนมัติอีกที ในจุดทางเข้า-ออกโครงการติดตั้งกล้องวงจรปิดให้ 2 จุดส่องไปยังหน้าคนขับ หากใครที่เดินเข้าโครงการก็มีประตูเล็กๆ ให้เดินเข้าด้านข้างได้เลย สะดวกดีค่ะ

    เข้ามาจะเจอพื้นที่ส่วนกลางกันก่อนเลยค่ะ งั้นเราไปเดินดูพื้นที่ส่วนกลางของโครงการกันต่อนะ

    ด้านหน้า Club House จัดเป็นสนามหญ้าเล็กๆ ให้เดินเล่นได้นิดๆ หน่อยๆ หรือจะใช้เป็นสนามวิ่งเล่นก็เด็กๆ ได้

    ด้านข้างเป็นที่ตั้งของศาลพระภูมิประจำโครงการ และด้านข้างๆ ศาลพระภูมิทำเป็นที่ไว้ประมาณ 2 ที่ ยกพื้นขึ้นมาเล็กน้อย เผื่อใครจะนำเก้าอี้สนามมานั่งเพลินๆ ก็ได้นะคะ

    จากสวนหน้า Club House ก็จะเจอส่วนสระว่ายน้ำของโครงการค่ะ สำหรับสระว่ายน้ำนี้เป็นระบบสระน้ำล้นไหลลงท่อที่ตกแต่งด้วยหินกรวดด้านล่าง

    เดินเข้ามาในส่วนของ Club House ทางซ้ายมือเป็นห้อง Sale Office ค่ะ ซึ่งในอนาคตก็จะเป็นห้องนิติบุคคลต่อไปค่ะ

    สุดทางเดินด้านซ้ายเป็นห้องน้ำแยกชาย – หญิง เรียบร้อย ภายในทั้งผู้หญิงและผู้ชายมีห้องน้ำให้ 1 ห้องและห้องอาบน้ำให้อีก 1 ห้องค่ะ

    ตรงข้ามกับห้องน้ำเป็นพื้นที่นั่งเล่นริมสระว่ายน้ำค่ะ ลักษณะจะเป็นแบบ Semi-Outdoor ด้านบนมีหลังคาคลุมกันแดดกันฝนได้ โดยทางโครงการจัดที่นั่งไว้ให้เพียงชุดนึง ซึ่งคิดว่าในวันหยุดสุดสัปดาห์พื้นที่นี้น่าจะไม่เพียงพอเท่าไหร่ น่าจะเพิ่มชุดที่นั่งให้อีกสัก 2-3 ชุด

    ด้านข้างเป็นสระเด็กแยกทางขึ้น-ลงกับสระผู้ใหญ่ค่ะ ตำแหน่งของสระเด็กใกล้กับบริเวณพื้นที่นั่งเล่นถือว่าเป็นตำแหน่งที่ดีเพราะง่ายต่อผู้ปกครองในการดูแลเด็กๆ ดีค่ะ ขนาดของสระเด็กอยู่ที่ 2.5 x 3 ม. ลึก 0.8 ม.

    สำหรับสระว่ายน้ำของโครงการนั้นเป็นสระแบบ Outdoor ขนาด 6 x 15 ม. ลึก 1.5 ม. ระบบเกลือ ด้วยขนาดสระประมาณนี้ถือว่าใช้ว่ายน้ำออกกำลังกายได้ในระดับนึงค่ะ ขณะว่ายน้ำไปก็จะได้บรรยากาศของสวนด้านข้าง และแม้ว่าเป็นสระแบบ Outdoor ในช่วงเช้าไปถึงก่อนเทียงก็ยังพอได้อานิสงค์ของ Club House บังแดดให้ได้ระดับนึงค่ะ ^^

    ขึ้นมาที่ชั้น 2 ของ Club House จะเป็นส่วนห้อง Fitness

    บรรยากาศห้อง Fitness ค่อนข้างโปร่งโล่งดี เนื่องจากได้กระจกบานใหญ่ตลอดทั้ง 3 ด้าน สามารถมองวิวสวนด้านหน้าโครงการได้ค่ะ

    ภายในห้องฟิตเนสมีเครื่องเล่นประมาณ 6 ชิ้นและมุมเวทอยู่ด้านใน เมื่อเทียบกับจำนวนยูนิตแล้วคิดว่าน่าจะเพียงพอสำหรับลูกบ้านระดับนึงนะคะ แต่ในช่วงวันหยุดก็อาจจะต้องแบ่งรอบกันใช้งานบ้าง

    ด้านข้างติดกับมุมเวทเป็นห้องน้ำค่ะ

    ห้องน้ำแยกชาย-หญิง คนละห้อง

    กลับมาที่ถนนภายในโครงการกันนะคะ จากทางเข้าโครงการตรงเข้ามาจะเจอ Club House ก่อน จากนั้นเลี้ยวซ้ายเลียบ Club House ไปดูเฟสแรกกันค่ะ พื้นถนนด้านหน้านี้เป็นคอนกรีตแสตมป์สีอิฐ

    เมื่อโครงการพร้อมอยู่จริงๆ ก็จะมีรถมาจอดด้านข้างอย่างในภาพนี้เป็นตัวอย่าง ถึงแม้ว่ารูปนี้จะเป็นรถเจ้าหน้าที่แต่พออยู่จริงๆก็จะเกิดภาพนี้ในโครงการทาวน์โฮมปกติค่ะ ซึ่งด้วยความกว้างถนนที่กว้าง 9 ม. เมื่อมีรถมาจอดด้านข้างแบบนี้ก็ยังพอเหลือพื้นที่ให้รถสวนกันได้อยู่ แต่ก็ไม่ถึงกับสะดวกมากนัก

    ถนนเชื่อมไปอีกซอยเป็นถนนคอนกรีตปกติกว้าง 9 ม. เช่นกัน มีเสาไฟส่องสว่างตลอดข้างถนน ส่วนเสาไฟฟ้าของโครงการใช้เป็นระบบใต้ดินนะคะ ทำให้บรรยากาศโครงการสวยงามขึ้น เพราะไม่มีสายไฟพาดไปมา ส่วนที่เห็นเสาไฟเล็กๆ ด้านข้างจะเป็นเสาไฟชั่วคราวนะคะ เมื่อโครงการเสร็จก็จะย้ายเสาออกค่ะ

    ระหว่างอาคารแต่ละชุดจะมีพื้นที่สีเขียวเล็กๆ ปลูกต้นไม้ยืนต้นให้ 3 ต้นดูร่มรื่นดีค่ะ และยังลดเหตุการณ์การยึดครองพื้นที่เป็นที่จอดรถของบ้านแปลงมุมที่เรามักจะเห็นกันบ่อยในโครงการทาวน์โฮม

    ถนนย่อยของโครงการก็กว้าง 9 ม. เช่นกันค่ะ สุดทางที่เห็นเป็นระแนงไม้นั้นไม่ใช่ทางเข้า-ออกนะคะ แต่เป็นรั้วของโครงการที่กั้นด้วยระแนงไม้ รวมทั้งทำแผงบังสายตาจากหม้อแปลงที่อยู่ติดกับโครงการด้วย

    ส่วนอีกฝั่งตรงไปด้านในที่กั้นด้วยสังกะสีนั้นเป็นส่วนของเฟสต่อไปที่ยังไม่มีกำหนดสร้างค่ะ

    สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

    • สระว่ายน้ำ 2 สระ ระบบเกลือ แบ่งสระเด็ก ขนาด 2.5 x 3 ลึก 0.8 เมตร สระผู้ใหญ่ ขนาด 6 x 15 เมตรลึก 1.5 เมตร
    • ห้องออกกำลังกาย 1 ห้อง ใส่เครื่องออกกำลังกายประมาณ 6 เครื่อง
    • สวนสาธารณะ
    • ระบบ CCTV ที่ Main Gate 2 จุด
    • รั้วรอบโครงการสูง 5 เมตรรวมรั้วโปร่ง
    • Key Card Access ระยะใกล้
    • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
    • ประตูรั้วโครงการแบบ รั้วกั้นไม้กระดกและเลื่อนไฟฟ้า 2 ตอน
    • ถนนภายในกว้าง 9 ม.


    Product Walkthrough

    เริ่มต้นกันที่ทาวน์โฮมขนาดกลางของโครงการ คือ Chatelet Villa ทาวน์โฮม 4 ชั้น หน้ากว้าง 6.5 ม. ขนาดที่ดินมาตรฐาน 22.80 ตร.วา และมีพื้นที่ใช้สอย 280 ตร.ม. ค่ะ ตัวอาคารก่อสร้างด้วยระบบ Conventional หรือ ระบบเสา-คาน ก่อผนังด้วยอิฐมวลเบา ข้อดีของการก่อสร้างประเภทนี้คือเรื่องของความคงทนและมีอายุการใช้งานที่มากพอสมควร รวมทั้งสามารถเจาะผนังเพื่อตกแต่งภายในต่างๆ ได้ง่ายเมื่อเทียบกับระบบ Precast หรือระบบสำเร็จรูปที่เน้นงานก่อสร้างที่รวดเร็วและลดปัญหาเรื่องคุณภาพในการก่อสร้างค่ะ การตกแต่งภายนอกอาคารเน้นใช้สีเทา-ขาวเป็นหลัก และมีสีน้ำตาลอิฐตกแต่งเสาด้านข้าง ในชั้นล่างทาสีชมพูอมส้ม ออกมาในสไตล์ Post Modern Comtemporary และเน้นกระจกบานใหญ่ค่อนข้างเยอะในทุกๆ ชั้น ช่วยให้บ้านโปร่งโล่งดีค่ะ

    มาดูผังกันต่อนะคะ สำหรับแปลนนี้เป็นแปลนที่อัพเดตใหม่นะคะ จะมีการปรับเปลี่ยนพื้นที่ใช้สอยภายในเล็กน้อยในชั้น 2 – 3 ซึ่งบ้านจะถูกปรับเป็นแปลนนี้ในเฟสที่ 2 นะคะ สำหรับบ้านตัวอย่างที่เอามาให้ดูกันนั้นเป็นบ้านตัวอย่างที่ยังคงเป็นแปลนเดิมไม่ได้ถูกปรับแก้ตามแปลนใหม่ เดี๋ยวเราจะขออธิบายแปลนใหม่เลยนะคะ ส่วนตัวพาไปชมบ้านจะอธิบายเป็นจุดๆ ว่าตรงไหนมีการปรับเปลี่ยนบ้างและถูกปรับเป็นอย่างไรค่ะ 🙂

    สำหรับบ้าน Type นี้มีหน้ากว้าง 6.5 ม. ทำให้มีพื้นที่จอดรถค่อนข้างกว้างพอสมควรทีเดียวค่ะ สามารถจอดรถได้ 2 คันสบายๆ และยังพอมีพื้นที่เหลืออยู่บ้าง ใครอยากวางต้นไม้กระถางตกแต่งก็ทำได้นะคะ หรือใครที่มีมอเตอร์ไซต์ จักรยาน ก็สามารถจอดได้สบายค่ะ สำหรับพื้นที่จอดรถนี้เป็น Slab on Beam นะคะ หรือเป็นแผ่นพื้นที่มีคานมารองรับนั่นเอง ถึงแม้จะสู้การใช้เสาเข็มไม่ได้ แต่ก็ถือว่ามีความแข็งแรงพอสมควรสามารถรองรับน้ำหนักรถได้ไม่แตกร้าวง่ายค่ะ เข้ามาที่ภายในบ้าน ลักษณะผังบ้านจะเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส เข้ามาจะเป็นส่วนรับแขกหรือส่วนนั่งเล่น ด้านหลังเป็นพื้นที่รับประทานอาหารและครัวอยู่ติดกันค่ะ ส่วนด้านข้างนั้นจะเป็นห้องน้ำแบบ Power Room ที่อยู่ด้านหลังบ้าน และเป็นโถงบันไดขึ้นไปชั้น 2 อยู่ด้านข้างเช่นกันแต่จะอยู่ทางด้านหน้าบ้านค่ะ ใต้โถงบันไดเป็นห้องเก็บของ

    ชั้น 2 ยังคงเป็นพื้นที่ส่วนรวมของบ้านโดยในบ้านแบบใหม่นั้นเพิ่มฟังก์ชั่นส่วนครัวและระเบียงมาให้ไว้สำหรับทำอาหารเบาๆ ทานเล่นได้ ดึกๆจะได้ไม่ต้องลงไปถึงชั้นล่างสุด ส่วนครัวชั้นล่างก็เอาไว้ทานอาหารหนักๆ ได้เลย สำหรับห้องนั่งเล่นที่ชั้นนี้จะไม่ได้ทำหน้าที่เหมือนห้องรับแขกในชั้นล่างนะคะ แต่เป็นพื้นที่สำหรับสมาชิกในครอบครัวมาทำกิจกรรมร่วมกันหรือเวลาผู้ใหญ่มีแขกอยู่ชั้นล่าง เด็กๆ ก็ยังนั่งเล่นกินขนมบนชั้นนี้ได้โดยไม่ไปรบกวนแขกที่มาด้วย ส่วนพื้นที่อเนกประสงค์นั้นสามารถกั้นเป็นห้องนอนเพิ่มอีกห้องหรือจะทำเป็นห้อง Home Theater ก็ได้เช่นกันค่ะ ส่วนด้านข้างมีห้องน้ำพร้อมพื้นที่อาบน้ำได้ด้วย

    ชั้น 3 ทั้งชั้นเป็นห้องนอนใหญ่ทั้งหมด โดยด้านหน้าบ้านจะเป็นส่วนของเตียงนอน ซึ่งสามารถวางเตียงนอนขนาดใหญ่ได้สบาย รวมทั้งมีพื้นที่เหลือสามารถจัดเป็นพื้นที่ทำงานได้เช่นกันค่ะ ส่วนด้านหลังบ้านนั้นแบ่งเป็นส่วน Walk-in Closet และห้องน้ำที่มีอ่างอาบน้ำภายใน

    ชั้น 4 เป็นชั้นห้องนอนเช่นเดียวกันกับชั้น 3 แต่แบ่งออกเป็น 2 ห้องพร้อมห้องน้ำในตัวทั้ง 2 ห้องเลยเช่นกันค่ะ ห้องนอนที่อยู่ทางหน้าบ้านนั้นมีขนาดใหญ่กว่าห้องนอนด้านหลังบ้าน แต่ห้องน้ำมีขนาดเท่ากันอยู่ค่ะ ข้อดีของห้องที่อยู่ด้านหน้าคือได้หน้าต่างบานใหญ่กว่า รับแสงธรรมชาติได้ดีกว่าค่ะ

    เราเข้าไปดูตัวบ้านพร้อมๆ กันเลยค่ะ เริ่มจากรั้วบ้านเป็นรั้วเหล็กโปร่งพ่นสีดำ แบบพับ 3 ตอน สูงประมาณ 1.5 ม.

    ด้านข้างฝังตู้สายไฟ มิเตอร์ไว้เรียบร้อย ส่วนกริ่งจะอยู่ด้านข้างกำแพงหลังรั้วบ้านต้องเอื้อมไปกดหน่อยค่ะ และตู้จดหมายติดไว้ให้เรียบร้อยตรงรั้วบ้านพร้อมเลขที่บ้านชัดเจน

    บริเวณที่จอดรถปูด้วยคอนกรีตพิมลายเรียบร้อย มีหน้ากว้าง 6.5 ม. จอดรถได้ 2 คันสบายๆ และยังพอมีระยะเหลือสำหรับเปิด – ปิดประตูรถแบบกว้างๆ ได้ ตอนขนของก็ไม่ต้องกังวลว่าประตูจะไปชนกับรถอีกคันรึเปล่าค่ะ ด้านบนทำฝ้าเพดานให้พร้อมดวงโคมฝังฝ้า และด้านข้างผนังติดดวงโคมให้อีกเช่นกัน ส่วนด้านข้างจะสังเกตว่ามีพื้นที่ว่างระหว่างเสาและพื้นที่ใต้ชานพักบันได (ตามเส้นประ) ซึ่งเราสามารถ Built-in เป็นตู้เก็บอุปกรณ์ทำสวนหรือทำความสะอาดได้ ไม่ก็ Built-in เป็นตู้เก็บรองเท้าก็ได้นะคะ ^^ เพื่อไม่ให้เสียพื้นที่ไปเปล่าๆ

    เลยจากหลังคาที่จอดไปทางโครงการติดตั้งผ้าใบแบบเปิดปิดไฟฟ้าให้แบบนี้เลย แข็งแรงดีทีเดียวค่ะ ด้วยความยาวของผ้าใบนั้นยาวไปเกือบถึงประตูรั้วบ้านเลย ข้อดีคือช่วยให้รถจอดในร่มได้ทั้งคัน โดยท้ายรถไม่ต้องจอดแบบตากแดดตากฝน

    สำหรับใครที่ซื้อแปลงมุมนะคะ ทางโครงการไม่ได้จัดสวนมาให้นะคะ จะได้เป็นพื้นดินเปล่าๆ เลย

    กลับมาที่ประตูทางเข้าบ้านเป็นประตูบานเลื่อน 4 ตอน กรอบบานอลูมิเนียมและกระจกเขียวตัดแสง

    มือจับแข็งแรงจับได้ถนัดมือดีค่ะ ส่วนด้านในเป็นมือจับและตัวล็อกมาตรฐาน

    เข้ามาจะเจอส่วนนั่งเล่นก่อนและลึกเข้าไปเป็นส่วนรับประทานอาหารค่ะ พื้นปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ 60 x 60 ซม.

    บริเวณพื้นที่นั่งเล่นนี้สามารถวางชุดโซฟาขนาด 2-3 ที่นั่งได้ หากจะวางโซฟา 3 ที่นั่งก็ต้องแลกพื้นที่วางโต๊ะข้างโซฟาไปนะคะ ^^

    ส่วนอีกฝั่งเป็นที่วางทีวีขนาดเล็กๆ หากใครอยากให้พื้นที่นี้เป็นสัดส่วนขึ้นมาหน่อย ก็สามารถ Built- in ชั้นวางสูงถึงฝ้าเพดานได้เลย เพื่อบังบริเวณโถงบันไดได้ แต่ความโปร่งโล่งในส่วนนี้ก็จะลดลงไปหน่อยนะคะ สำหรับด้านข้างทีวีนั้นจะเป็นสเต็ปขึ้นไปชั้น 2 ค่ะ สังเกตที่ราวบันไดนี้ไม่ได้เป็นกระจกแบบนี้นะคะ จะได้เป็นราวเหล็กพ่นสีขาวปกติ

    สำหรับพื้นที่รับประทานอาหารนั้นสามารถรองรับโต๊ะรับประทานอาหารสำหรับ 4-6 ที่นั่งได้ ด้านหลังติดกับประตูบานเลื่อนออกไปส่วนด้านหลังบ้าน ทำให้พื้นที่รับประทานอาหารค่อนข้างโปร่งโล่งพอสมควรจากแสงธรรมชาติที่ส่องเข้ามาถึง

    ฝั่งตรงข้ามพื้นที่รับประทานอหารเป็นมุมพื้นที่ครัวภายในบ้านค่ะ มีขนาดพื้นที่ประมาณ 2 x 2 ม. พื้นปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้สีเทาด้าน โดยมีระดับพื้นระดับเดียวกับพื้นชั้น 1 นะคะ ไม่ได้ลดระดับลงไป ด้วยขนาดพื้นที่ครัวนี้สามารถกั้นประตูบานเลื่อนกระจกทำเป็นครัวปิดได้นะคะ แต่อาจจะต้องซื้อตู้เย็นขนาดเล็กลงมาหน่อยค่ะ

    ถัดจากครัวออกมาด้านหลังบ้านกันบ้างนะคะ สำหรับด้านหลังบ้านนี้ปัจจุบันทางโครงการได้คอนเฟิร์มเรียบร้อยแล้วว่าจะมีการทำพื้นคอนกรีตบริเวณลานซักล้างให้ค่ะ ส่วนลูกบ้านเดิมนั้นหากต้องการทำลานซักล้างเองแนะนำให้ทำเป็นพื้นลงเสาเข็มเลยค่ะ แต่แยกส่วนกับโครงการบ้านและไม่เชื่อมโครงสร้างไว้ด้วยกันเผื่อการทรุดตัวของหน้าดินที่ไม่เท่ากันจะได้ไม่ไปดึงโครงสร้างของกันและกันจนทำให้เกิดรอยร้าวได้

    ด้านข้างวางวางพื้นลงถังเก็บน้ำให้เรียบร้อยค่ะ

    กลับเข้ามาตรงบริเวณโถงบันไดนะคะ จะมีเสต็ปทางขึ้นเป็นพื้น Engineering Wood ลึกเข้าไปเป็นโถงเล็กๆ กว้างประมาณ 1 ม.แยกเป็นส่วนห้องเก็บของใต้บันไดฝั่งขวาและห้องน้ำฝั่งซ้ายค่ะ

    ห้องเก็บของใต้บันได ลดระดับพื้นลงไปเล็กน้อย ปูด้วยพื้นเซรามิกสีเทาขนาด 30 x 30 ซม. ภายในติดดวงไฟฟลูออเรสเซ้นท์สว่างดีค่ะ

    ฝั่งตรงข้ามเป็น Power Room ขนาดเล็กๆ เข้ามาจะเจออ่างล้างมือก่อนและด้านในเป็นโถสุขภัณฑ์ค่ะ ทั้งหมดจากยี่ห้อ American Standard ในสุดมีหน้าต่างบานกระทุ้งขนาดใหญ่ติดด้านหลังบ้าน สูงตั้งแต่ระดับสายตาเวลานั่งไปจนเกือบถึงฝ้าเพดาน ซึ่งค่อนข้างเซ็กซี่ไปสักหน่อยนะคะ แนะนำให้ติดมูลี่บังสายตาได้ในตอนใช้งาน ส่วนตอนไหนไม่ได้ใช้ห้องน้ำก็เปิดให้แสงธรรมชาติเข้าได้ค่ะ

    พื้นห้องน้ำลดระดับลงไปเล็กน้อย ปูด้วยพื้นเซรามิกแบบด้านกันลื่นได้ระดับนึงค่ะ

    บันไดเป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ลูกนอนเป็นไม้เนื้อแข็ง มีความกว้างของบันไดประมาณ 1.1 ม. ส่วนบริเวณชานพักบันไดมีหน้าต่างบานเลื่อนเล็กๆ ให้แสงเข้ามาในส่วนโถงบันไดได้ค่ะ

    พื้นทางเชื่อมเข้าชั้น 2 เป็นพื้น Engineering Wood ก่อนจะเปลี่ยนเป็นพื้นแกรนิตโต้ค่ะ

    พื้นที่ติดกับโถงทางเดินเข้าชั้น 2 นี้ สำหรับบ้านเฟสแรกจะเป็นระเบียงที่มีประตูบานเลื่อนสามารถเปิดเข้า-ออกได้ทั้ง 2 ทางคือจากภายในห้องและจากโถงทางเดินค่ะ แต่สำหรับเฟสสองนั้นจะถูกปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่ครัวเล็กๆ สำหรับวาง Pantry เตรียมน้ำเตรียมขนมได้ และระเบียงเล็กๆ ค่ะ

    เข้ามาจะเป็นส่วนห้องนั่งเล่นขนาดประมาณ 3.6 x 3 ม. สามารถวางชุดโซฟาขนาดใหญ่แบบ 3 ที่นั่งได้ค่ะ แต่หากจะวางทีวีด้วยต้องวางฝั่งผนังทางซ้าย แล้วหันชุดโซฟาเข้าผนังแทน คนละทางกับที่บ้านตัวอย่างจัดไว้

    สำหรับใครที่เลือกบ้านแปลงมุม ข้อดีที่เห็นได้ชัดเลยคือหน้าต่างด้านข้างที่มีให้ค่อนข้างเยอะทำให้ห้องดูโปร่งโล่งดีทีเดียวค่ะ

    หันกลับมาจะเป็นพื้นที่ห้องเอนกประสงค์ที่เชื่อมกับห้องนั่งเล่น แต่พื้นห้องจะเปลี่ยนเป็นพื้นไม้ Engineering ค่ะ ทางโครงการตั้งใจออกแบบไว้เผื่อลูกบ้านที่ต้องการกั้นห้องนอนเพิ่มก็สามารถกั้นพื้นที่ห้องเอนกประสงค์นี้เป็นห้องนอนได้เลยพร้อมมีห้องน้ำในตัวอยู่ด้านข้าง

    พื้นห้องน้ำลดระดับลงมานิดหน่อยค่ะ โดยพื้นปูด้วยกระเบื้องเซรามิกแบบด้านเช่นเดียวกับพื้นห้องน้ำในชั้นล่าง ภายในห้องน้ำนี้แยกเป็นสัดส่วนดีค่ะ เมื่อเข้ามาในห้องน้ำจะเป็นส่วนแห้งก่อนที่มีอ่างล้างมืออยู่ใกล้ประตู และโถสุขภัณฑ์อยู่ตรงกลาง ส่วนด้านขวาเป็นพื้นที่อาบน้ำที่ถูกลดระดับลงไปจากพื้นห้องน้ำอีกหน่อย

    ฝั่งอ่างล้างมือเป็นอ่างฝังเคาน์เตอร์หินแกรนิตยาวด้านข้างอ่างมีพื้นที่พอสมควรสามารถวางของได้สบาย ด้านข้างติดปลั๊กไฟกันน้ำไว้ให้เรียบร้อย สำหรับสาวๆ ไดร์ผมได้สบายๆ ค่ะ ส่วนกระจกติดผนังได้บานใหญ่ดีทีเดียวค่ะ

    อ่างล้างมือขนาดกำลังดีจาก American Standard

    ในส่วนของโถสุขภัณฑ์จาก American Standard เช่นเดียวกับอ่างล้างมือค่ะ บริเวณโถสุขภัณฑ์มีขนาดความกว้างประมาณ 80 ซม. เป็นขนาดความกว้างพอสมควรนั่งได้สบายๆค่ะ ส่วนพื้นที่อาบน้ำจะอยู่ใกล้ๆ กับโถสุขภัณฑ์ ซึ่งหากจะติด Shower Box ก็ต้องเลือกเป็นบานเลื่อนจากมุมพื้นที่อาบน้ำค่ะ หรือประหยัดงบหน่อยก็แขวนม่านพลาสติกก็ได้เช่นกัน

    ฝักบัวที่ได้เป็นฝักบัวสายอ่อนมีที่วางสบู่เล็กๆ ให้ จากยี่ห้อ American Standard ส่วนด้านข้างฝักบัวติดตั้งปลั๊กและเดินท่อพร้อมสำหรับติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นเรียบร้อย สำหรับที่วางสบู่หรือวางครีมต่างๆมีให้น้อยไปหน่อย คงต้องติดตั้งเพิ่มเองนะคะ

    ขนาดฝักบัวกำลังพอดีมือจับได้ถนัดดี ส่วนหัวฝักบัวมีมีขนาดพอสมควรค่ะ

    ขึ้นไปที่ชั้น 3 กันนะคะ ในส่วนของโถงบันไดนี้จะเป็นบันไดแบบพับผ้า อยู่ตำแหน่งนี้ขึ้นไปจนสุดชั้น 4 เลยค่ะ สังเกตที่ราวบันไดบริเวณมือจับเป็นไม้เนื้อแข็งส่วนด้านล่างเป็นเหล็กพ่นสีขาวค่ะ ซึ่งในบ้านมาตรฐานจะได้สเป็คตามนี้เลยค่ะ รวมทั้งบันไดชั้นล่างที่ติดกับส่วนทีวีด้วยเช่นกัน ไม่ใช่เป็นราวบันไดที่มีกระจกด้านล่างอย่างในบ้านตัวอย่างนะคะ

    ขึ้นมาที่ชั้น 3 หันออกไปทางโถงบันไดบริเวณหน้าต่างนะคะ

    ชะโงกออกมาเราจะเห็นพื้นที่โล่งแบบนี้ลงไปจนถึงชั้น 2 ซึ่งระเบียงชั้น 2 นี้ อย่างที่กล่าวไปแล้วคือจะถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นส่วน Pantry และระเบียงขนาดเล็กลง ในส่วนของชั้น 3 ที่เป็นพื้นที่โล่งนี้จะถูกปรับแบบให้เป็นพื้นที่ห้องน้ำแทนค่ะ

    ลองมองจากเพื่อนบ้านเฟสแรกที่ยังไม่ได้ถูกปรับแบบเพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น คือพื้นที่โล่งตั้งแต่ชั้น 2-3 นี้จะถูกขยายมาจนเต็มพื้นที่โล่งเพื่อให้ภายในบ้านมีพื้นที่ใช้สอยที่มากขึ้นค่ะ

    เข้ามาดูห้องน้ำกันต่อนะคะ เปิดเข้ามาจะเห็น Bath Tub เด่นอยู่ด้านหน้าเลย ส่วนด้านขวาจะเป็นอ่างล้างมือ และด้านซ้ายเป็นพื้นที่อาบน้ำและโถสุขภัณฑ์ค่ะ

    Bath Tub ขนาดกำลังดี จาก American Standard เช่นเดิม

    ส่วนอ่างล้างมือได้แบบ His&Her พร้อมกระจกบานใหญ่สูงถึงฝ้าเพดาน

    ฝั่งตรงข้ามอ่างล้างมือเป็นพื้นที่อาบน้ำและโถสุขภัณฑ์ โดยแยกพื้นที่ด้วยผนังคั่นกลางค่ะ สำหรับบ้านมาตรฐานจะได้เพิ่มเติมจากบ้านตัวอย่างคือกระจกบานเลื่อนที่ใช้เลื่อนเปิด-ปิดส่วนโถสุขภัณฑ์และส่วนพื้นที่อาบน้ำ

    ส่วนพื้นที่อาบน้ำได้ Rain Shower เพิ่มเติมจากฝักบัวสายอ่อนมาด้วยค่ะ

    ด้านข้างฝักบัวติดกับกระจกเล็กๆ แต่มีความยาวตั้งแต่ประมาณอกสูงไปจนเกือบถึงฝ้าเพดาน ซึ่งค่อนข้างขาดความเป็นส่วนตัวไปหน่อยในตอนอาบน้ำ แนะนำให้ติดม่านมูลี่กันโป๊ด้วยนะคะ ^^

    ฝักบัวสายอ่อนขนาดกำลังดี แต่มีหัวฝักบัวเล็กกว่าห้องน้ำชั้น 2 อยู่หน่อย ส่วนยี่ห้อนั้นจาก American Standard เช่นเดิมค่ะ

    ผนังที่กั้นระหว่างพื้นที่โถสุขภัณฑ์และพื้นที่อาบน้ำมีการเว้นช่องไว้เล็กน้อย

    มีความกว้างประมาณเท่านี้ คิดว่าไม่มีฟังก์ชั่นการใช้งานแบบจริงจังมากนัก นอกจากใครจะใช้วางแชมพูสบู่เล็กๆ น้อยๆ หรือวางของตกแต่งเช่นกระถางต้นไม้เล็กๆ ค่ะ

    พื้นที่โถสุขภัณฑ์ลดระดับจากพื้นห้องน้ำลงไปเล็กน้อย มีขนาดของพื้นที่พอสมควรค่ะ นั่งได้สบายๆ

    เข้ามาที่บริเวณเตียงนอนของห้องนอนใหญ่กันบ้างค่ะ ด้วยขนาดพื้นที่ค่อนข้างมากสามารถวางเตียงขนาดใหญ่ 6 ฟุตได้สบาย และมีพื้นที่เหลือด้านข้างและปลายเตียงสามารถวางโต๊ะทำงานได้เช่นกันค่ะ ตำแหน่งบริเวณเตียงนอนอยู่บริเวณหน้าบ้าน ซึ่งได้เป็นกระจกบานใหญ่ตั้งแต่พื้นถึงฝ้าเพดาน จึงควรเลือกหน้าบ้านหันไปทางทิศเหนือนะคะ เพื่อให้แดดที่ส่องเข้ามาภายในบ้านนี้เป็นช่วงแดดอ่อนๆ ในช่วงเช้าไม่ใช่แดดแก่ๆในช่วงบ่ายค่ะ

    หันกลับมาด้านข้างเตียงเป็นพื้นที่ Walk-in Closet ในเฟสแรก ส่วนเฟส 2 แปลนบ้านจะมีการปรับตรงบริเวณ Walk in Closet นี้ค่ะ โดยดันพื้นที่ Walk-in Closet ไปด้านหลังแทนที่ห้องน้ำเดิม แล้วส่วนห้องน้ำก็ไปแทนที่พื้นที่โล่งด้านนอกบ้านค่ะ

    บริเวณปลายเตียงด้านข้างมีประตูบานเลื่อนออกไปยังระเบียงภายนอก

    ขนาดพื้นที่ระเบียงประมาณ 1.8 x 1.8 ม. ปูด้วยกระเบื้องเซรามิกขนาด 30 x 30 ซม.ค่ะ

    ด้านข้างก่อกำแพงขึ้นมาเล็กน้อยกั้นเป็นพื้นที่คอมเพรสเซอร์แอร์

    ขึ้นมาที่ชั้น 4 กันต่อค่ะ จากบันไดขึ้นมาแล้วโถงทางเดินจะขยายออกมาเล็กน้อย กว้างประมาณ 1.2 ม.

    หันกลับมาอีกฝั่งสุดทางแบ่งเป็นห้องนอน 2 ห้อง โดยห้องนอนกลางอยู่ด้านซ้าย บริเวณหน้าบ้านและห้องนอนเล็กอยู่ด้านขวาหลังบ้านค่ะ เดี๋ยวเราไปดูห้องนอนกลางกันก่อนนะ

    ห้องนอนกลางเป็นห้องที่มีขนาดใหญ่พอสมควรค่ะ สามารถวางเตียงขนาดใหญ่ได้สบาย และได้กระจกบานใหญ่สูงจากพื้นถึงฝ้าเช่นเดียวกับห้องนอนใหญ่เลย

    ด้านข้างเตียงใกล้กับประตูทางเข้ามีการเซตผนังเข้าไปด้านในเล็กน้อยสามารถ วางตู้เสื้อผ้าหรือจะ Built-In ตู้เสื้อผ้า ขนาดใหญ่ได้สบาย คงถูกใจสาวๆสายช็อปกันเลยทีเดียวค่ะ หากใครไม่ได้เน้นตู้เสื้อมากนักก็สามารถแบ่งพื้นที่นี้เป็นพื้นที่วางตู้เสื้อและโต๊ะทำงานเล็กๆ ได้นะคะ ^^

    พื้นที่วางเตียงเหลือค่อนข้างมาก สามารถวางเตียงขนาด 6 ฟุตได้สบาย (จากห้องตัวอย่างเป็นเตียงขนาด 5 ฟุต)

    แปลนห้องน้ำเหมือนกับห้องน้ำในชั้น 2 เลยค่ะ รวมทั้งเสป็คของสุขภัณฑ์

    เข้ามาภายในห้องนอนเล็กกันต่อค่ะ

     

    ห้องนอนเล็ก เหมาะกับการวางเตียงขนาด 3.5 ฟุต หรือ single bed จะกำลังพอดีกับห้องค่ะและมีพื้นที่ทางเดินเหลือด้านข้างให้เดินได้สบาย ด้านข้างเตียงวางตู้เสื้อผ้าและโต๊ะทำงานเล็กๆได้ แนะนำให้เลือกตู้เสื้อผ้าแบบบานเลื่อนนะคะ จะได้ไม่เสียพื้นที่ทางเดินไป

    ปลายเตียงเป็นกระจกและหน้าต่างขนาดใหญ่ ซึ่งข้อดีคือห้องได้แสงธรรมชาติเข้ามาแต่ด้วยตำแหน่งของหน้าต่างที่อยู่ปลายเตียงนอกจากแสงจะแยงเข้าตาในตอนเช้าแล้วก็คือไม่มีที่สำหรับติดตั้งทีวี รวมทั้งเป็นตำแหน่งหน้าต่างของบ้านตรงข้ามเช่นเดียวกันก็อาจจะเสียความเป็นส่วนตัวไปหน่อยค่ะ

    ห้องน้ำมีการจัดผังคล้ายคลึงกับห้องน้ำชั้น 2 แต่จะสลับด้านอ่างล้างมือและพื้นที่อาบน้ำ นอกเหนือจากนั้นในเรื่องของเสป็คสุขภัณฑ์และขนาดพื้นที่ไม่แตกต่างกันค่ะ

    พื้นที่อาบน้ำอยู่ด้านข้างโถสุขภัณฑ์ ลดระดับพื้นลงไปเล็กน้อยกันน้ำไหลย้อนออก

    มาดูทาวน์โฮมหลังเล็กของโครงการกันต่อนะคะ คือ Type Denfert Villa ทาวน์โฮม 4 ชั้น มีขนาดที่ดินมาตรฐาน 19.40 ตร.วา และมีพื้นที่ใช้สอย 225 ตร.ม. ลักษณะหน้าตาภายนอกเหมือนกับบ้านหลังแรกค่ะ คือใช้โทนสีเทา-ขาว เป็นหลักและตกแต่งด้วยสีแดงอิฐตรงเสาและชั้นล่างใช้สีชมพูอมส้ม รวมทั้งเน้นบานกระจกขนาดใหญ่ดูโปร่งโล่ง

    สำหรับแปลนชั้น 1 ของ Type นี้ เริ่มจากขนาดหน้ากว้างของบ้านที่กว้าง 5.5 ม. สามารถจอดรถได้ 2 คันเหลือพื้นที่ด้านข้างน้อยกว่าบ้าน Type แรกอยู่ประมาณ 1 ม. ทำให้บ้าน Type นี้ไม่มีพื้นที่เหลือไว้สำหรับจัดสวนหรือจอดมอเตอร์ไซต์ได้เหมือนบ้าน Type แรกค่ะ ก่อนเข้าบ้านมีส่วนเฉลียงเล็กๆ หรือเป็นขั้นยกขึ้นก่อนเข้าบ้านสูงประมาณ 15 ซม. ผังภายในบ้านเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตตุรัสเข้ามาจะเป็นพื้นที่รับประทานอาหารเชื่อมกับพื้นที่ครัวใน ซึ่งจะได้เป็นครัวเปิดนะคะ ด้านข้างใต้บันไดเป็นห้องน้ำแบบ Powder Room ส่วนโถงบันไดจะอยู่ทางหน้าบ้านริมด้านข้างค่ะ

    ชั้น 2 เป็นพื้นที่ส่วนกลางของครอบครัว โดยขึ้นมาจะเจอพื้นที่รับแขกหรือพื้นที่นั่งเล่นซึ่งเชื่อมกับห้องเอนกประสงค์ ที่จัดไว้ให้ลูกบ้านสามารถกั้นประตูส่วนห้องเอนกประสงค์และสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นได้ เช่นจะทำเป็นห้องนอนเพิ่มขึ้นมาอีกห้องหรือทำเป็นห้องทำงานก็ได้เช่นกันค่ะ ด้านข้างเป็นห้องน้ำแบบ 2 ประตูสามารถเข้า-ออกได้ทั้งจากส่วนนั่งเล่นและห้องเอนกประสงค์ รวมทั้งมีพื้นที่อาบน้ำให้เรียบร้อย รองรับการปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นของห้องเอนกประสงค์ไปเป็นห้องนอนได้ดี ด้านหน้าบ้านติดกับห้องน้ำเป็นระเบียงซักล้างเล็กๆ

    ชั้น 3 เป็นชั้นของห้องนอนใหญ่ทั้งชั้น ขึ้นมาจากส่วนโถงบันไดจะเจอส่วน Walk in Closet แบ่งเป็นฝั่งเตียงนอนทางหน้าบ้าน ติดกับระเบียงซักล้างขนาดใหญ่ และห้องน้ำทางหลังบ้าน

    ชั้น 4 แบ่งเป็นห้องนอนกลางและห้องนอนเล็ก พร้อมห้องน้ำในตัวทั้ง 2 ห้อง โดยตำแหน่งห้องนอนเล็กจะอยู่ด้านหลังบ้าน และห้องนอนกลางอยู่ฝั่งหน้าบ้านมีขนาดใหญ่ขึ้นมาหน่อยจากห้องนอนเล็กและได้พื้นที่ Walk in Closet เพิ่มขึ้นมาค่ะ

    จากรั้วบ้านเข้ามาในส่วนของบริเวณที่จอดรถนะคะ สำหรับความกว้างของที่จอดรถอยู่ที่ 5.5 ม. สามารถจอดรถได้ 2 คันเช่นเดียวกับบ้านหลังแรก แต่มีระยะน้อยกว่า ดังนั้นพื้นที่เหลือด้านข้างก็จะน้อยลงมาหน่อย สุดทางที่จอดรถก่อนจะเข้าบ้านมีเสต็ปยกขึ้นมาเล็กน้อยค่ะ ด้านข้างสามารถวางชั้นวางรองเท้าหรือจะ Built-in ตู้ขึ้นมาเป็นที่เก็บอุปกรณณ์ต่างๆ ก็ได้ค่ะ

    รั้วด้านข้างระหว่างบ้านด้วยกันเป็นรั้วกำแพงทึบสูงประมาณ 1.5 ม.

    เข้ามาภายในบ้านกันค่ะ เมื่อเข้ามาจะเจอส่วนพื้นที่รับแขกก่อนและเชื่อมเข้าส่วนครัวด้านหลัง ด้านซ้ายเป็นห้องน้ำในชั้นล่างค่ะ สำหรับพื้นของชั้น 1 นั้นปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ขนาด 60 x 60 ม.

    หันกลับหลังมาจะเห็นว่าบริเวณฝั่งตรงข้ามโซฟาหรือพื้นที่รับแขกนี้เป็นบันไดขึ้นไปชั้น 2 นะคะ ซึ่งเวลาจะดูทีวีก็ต้องดูเยื้องๆ สายตาไปหน่อย

    พื้นที่นั่งเล่นกว้างประมาณ 2.4 ม. เหมาะกับวางโซฟาขนาด 2 ที่นั่ง แบบกระทัดรัด ด้านหลังโซฟาหากซื้อแปลงริมก็จะได้หน้าต่างบานเลื่อนและกระจกขนาดใหญ่ ช่วยให้แสงเข้ามาภายในบ้านได้ดี ดูบ้านสว่างไสวและโปร่งโล่งมากขึ้น

    ฝั่งตรงข้ามพื้นที่นั่งเล่นเป็นส่วนโถงบันไดและสามารถ Built-in ชั้นวางทีวีได้ปิดส่วนโถงบันไดไปก็ดูเป็นสัดส่วนดีค่ะ

    มาที่ส่วนรับประทานอาหารที่ติดกับโซฟานะคะ ด้วยขนาดพื้นที่ที่ในส่วนนี้ไม่ได้ใหญ่มากการจัดโต๊ะรับประทานอาหารแนวยาวหรือทำเป็นโต๊ะบาร์ช่วยแก้ปัญหาการใช้งานในพื้นที่ที่จำกัดได้ดีทีเดียวค่ะ

    ถัดมาในส่วนครัวเป็นครัวในบ้านและได้แบบครัวเปิดนะคะ หากใครที่อยากจะต่อเติมเป็นประตูบานเลื่อนกระจกกั้นเป็นครัวปิดก็สามารถทำได้นะ แต่ก็จะไปกินที่พื้นที่รับประทานอาหารไปค่ะ ส่วนพื้นครัวนั้นเป็นกระเบื้องเซรามิก 60 x 60 ซม. สีเทาด้านกันลื่นได้ระดับนึงค่ะ สำหรับชุดครัวและกระเบื้องกรุผนังจะไม่ได้นะคะ ในบ้านมาตรฐานจะเป็นพื้นที่โล่งๆ ที่ติดตั้งปลั๊กไฟและท่อไว้ให้

    ถัดมาที่ห้องน้ำใต้บันไดกันค่ะ สำหรับห้องน้ำในชั้นล่างนี้เป็นห้องน้ำแบบ Power Room เข้ามาจะเจอส่วนอ่างล้างมือก่อน

    และบริเวณใต้ทางขึ้นบันไดก็จะเป็นพื้นที่วางโถสุขภัณฑ์ค่ะ ในส่วนของสเป็คสุขภัณฑ์เหมือนกับบ้านหลังแรกเลยค่ะ คือใช้ยี่ห้อ American Standard ทั้งหมด

    ประตูบานเลื่อนกระจกเลื่อนได้สองทางออกไปยังหลังบ้านค่ะ

    ตัวล็อกมาตรฐานพร้อมตัวล็อกก้นหอยอีกชั้น

    สำหรับพื้นหลังบ้านทางโครงการสรุปแล้วว่าจะให้เทพื้นคอนกรีตในส่วนลานซักล้างให้

    สำหรับบ้านแบบเก่าด้านข้างทำพื้นคอนกรีตขึ้นมาให้นิดหน่อยสำหรับวางปั๊มน้ำและถังเก็บน้ำค่ะ แต่บ้านแบบใหม่จะทำพื้นคอนกรีตเป็นลานซักล้างให้ทั้งหมด ส่วนรั้วโครงการมีความสูงทั้งหมด 5 ม. รวมรั้วโปร่ง

    เงยหน้าไปด้านบน ในส่วนด้านหลังบ้านจะมีบันไดหนีไฟมาให้ และจะสิ้นสุดบันไดลิงที่ชั้น 2 จากนั้นต้องกระโดดลงมาหน่อย ทั้งนี้เพื่อไม่ให้โจรขโมยปีนเข้าบ้านได้ง่าย ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายควบคุมอาคาร

    ขึ้นบันไดขึ้นมาบริเวณชานพัก ส่วนผนังในบ้านจริงจะได้บานเปิดซ่อนพวกคัทเอ้าท์ไว้ให้เรียบร้อย

    ลักษณะบันไดเป็นรูปตัว U มีชานพักอยู่ 2 ชานพักเล็กๆ

    ขึ้นชั้น 2 จะเจอส่วนห้องนั่งเล่นก่อนนะคะ สำหรับห้องนั่งเล่นนี้จะเป็นส่วนตัวมากกว่าด้านล่างและมีขนาดใหญ่กว่าด้วยค่ะ โดยบ้านไหนที่ไม่ได้ต้อนรับแขกบ่อยๆ ก็สามารถเปลี่ยนฟังก์ชั่นพื้นที่นั่งเล่นด้านล่างเป็นพื้นที่รับประทานอาหารแบบเต็มๆ ไปเลยก็ได้ค่ะ แล้วใช้พื้นที่นั่งเล่นชั้น 2 เป็นพื้นที่พักผ่อนส่วนเดียวแทน สำหรับขนาดของพื้นที่นั่งเล่นนี้มีขนาดประมาณ 5 x 3 ม. สามารถวางชุดโซฟาขนาดใหญ่แบบ 3 ที่นั่งได้สบาย บรรยากาศภายในห้องค่อนข้างโปร่งโล่งดี สำหรับบ้านแปลงริมนะคะ หากเป็นบ้านแปลงกลางก็จะไม่ได้โปร่งเท่านี้เพราะบานหน้าต่างด้านข้างจะเป็นผนังทึบและมีหน้าต่างเฉพาะด้านหลังบ้านเท่านั้น

    ด้านหลังโซฟาเป็นบันไดขึ้นไปชั้น 3

    ส่วนด้านหน้าบ้านแบ่งเป็น 2 ห้องคือห้องน้ำทางซ้ายและห้องเอนกประสงค์ด้านขวาค่ะ สำหรับห้องเอนกประสงค์นี้หากต้องการทำเป็นห้องนอนที่ปิดมิดชิดก็สามารถกั้นเป็นห้องได้ค่ะ

    ห้องน้ำสามารถเข้าไปจากส่วนห้องนั่งเล่นและห้องเอนกประสงค์ ที่ทำมาให้แบบนี้เพราะเผื่อลูกบ้านจะทำห้องเอนกประสงค์เป็นห้องนอนอีกห้องก็จะได้เป็นห้องนอนที่มีห้องน้ำในตัวเลยใช้งานได้สะดวก

    ภายในห้องน้ำแยกโซนเปียกและโซนแห้งชัดเจนค่ะ โดยเข้ามาจะเจอส่วนอ่างล้างมือและโถสุขภัณฑ์ก่อน

    ในสุดเป็นพื้นที่อาบน้ำค่ะ ระดับพื้นมีการลดระดับลงไปเล็กน้อยกันน้ำไหลย้อนได้ดี ได้หน้าต่างบานเลื่อนขนาดใหญ่พอสมควรสำหรับหน้าต่างในห้องอาบน้ำ ซึ่งช่วยให้แสงธรรมชาติเข้ามาได้ดีแต่ในทางกลับกันคือเรื่องความเป็นส่วนตัวที่ก็จะน้อยลงไปค่ะ ต้องติดม่านมูลี่บังสายตาเวลาอาบน้ำค่ะ ส่วนฉากกั้นกระจกนี้ทางโครงการไม่ได้ให้มานะคะ ใครที่อยากแยกพื้นที่แห้งและเปียกชัดเจน เป็นสัดส่วนก็สามารถหามาติดเองได้ไม่ยากค่ะ หรือจะใ้ช้เป็นม่านพลาสติกประหยัดงบหน่อยก็ได้ค่ะ

    เข้ามาในส่วนห้องเอนกประสงค์นะคะ พื้นห้องเอนกประสงค์จะปูเป็นพื้น Engineering Wood แตกต่างกับห้องนั่งเล่นที่เป็นพื้นแกรนิตโต้ ภายในห้องมีขนาดประมาณ 5.5 x 5 ม. หากทำห้องนี้เป็นห้องนอนก็สามารถวางเตียงขนาด 5-6 ฟุตได้ค่ะ หน้าต่างบริเวณหน้าบ้านได้บานใหญ่สูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานทำให้ห้องดูโปร่งดีทีเดียวค่ะ

    บานกระจกเป็นแบบ Bay Window ทำให้มองวิวมุมข้างได้มากขึ้

    ด้านข้างติดกับห้องน้ำมีระเบียงเล็กๆ สามารถตากผ้าและซักล้างได้เล็กน้อยค่ะ

    ชั้น 3 ก่อนจะเข้าสู่ห้องนอนใหญ่จะมีโถงทางเดินแบบนี้ก่อนค่ะ

    หันกลับไปด้านหลังติดบานกระทุ้งไว้ให้ระบายอากาศภายในโถงบันไดได้ดีและยังช่วยให้โถงบันไดมีความสว่างมากขึ้นด้วย

    เข้ามาที่ห้องนอนใหญ่จะเจอส่วนตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งก่อน แล้วแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง คือด้านซ้ายเป็นห้องน้ำ และด้านขวาเป็นส่วนเตียงนอนและระเบียงซักล้างค่ะ

    มาที่ฝั่งขวากันก่อนนะคะ จะเห็นว่าส่วนระเบียงซักล้างที่ได้ค่อนข้างใหญ่พอสมควร เกือบครึ่งๆ กับส่วนเตียงนอนเลย

    ขนาดพื้นที่ระเบียงซักล้างประมาณ 2.5 x 1.8 ม. ถือว่าใหญ่พอสมควร สามารถใช้เป็นที่ตากผ้าอย่างจริงจังได้

    ด้านข้างแขวนคอมเพรสเซอร์แอร์ติดกริลเบี่ยงลมร้อนออกไปข้างนอกเรียบร้อย

    อีกฝั่งเป็นกระจกแบบ Bay Window จากส่วนเตียงนอนเช่นเดียวกับส่วนห้องเอนกประสงค์

    เตียงนอนวางเตียง 5-6 ฟุตได้สบาย ได้หน้าต่างและกระจกบานใหญ่ด้านข้างทำให้ห้องดูสว่างไสวดี

    เข้ามาส่วนห้องน้ำกันต่อนะคะ ภายในห้องน้ำแยกเป็นสัดส่วนดีค่ะ เข้ามาจะเจออ่างล้างมือก่อนทางฝั่งซ้ายมือ และอ่างอ่างน้ำอยู่ตรงกลางติดกับหน้าต่างขนาดเล็กๆ และส่วนฝั่งขวาเป็นพื้นที่อาบน้ำและโถสุขภัณฑ์ค่ะ

    อ่างล้างมือพร้อมกระจกบานใหญ่เหมือนกันกับบ้านหลังแรก

    อ่างอาบน้ำขนาดและยี่ห้อเดียวกับบ้านหลังแรกเลยค่ะ จาก American Standard

    ฝั่งขวาแบ่งพื้นที่เป็น 2 ฝั่ง คือพื้นที่อาบน้ำที่ได้ Rain Shower และส่วนโถสุขภัณฑ์ เช่นเดียวกับบ้านหลังแรก รวมทั้งในบ้านมาตรฐานก็ได้ประตูกระจกบานเลื่อนเช่นเดียวกันค่ะ

    ขึ้นมาชั้นบนสุดหรือชั้น 4 นะคะ บริเวณโถงทางเดินจะมีพื้นที่เหลือด้านข้างเล็กน้อย สามารถจัดเป็นมุมของสะสมเล็กๆ หรือทำเป็นพื้นที่บูชาพระก็ได้ค่ะ สำหรับชั้น 4 นี้จะแบ่งห้องเป็น 2 ห้องคือห้องนอนเล็กฝั่งซ้ายและห้องนอนกลางอยู่ตรงกลางฝั่งหน้าบ้านค่ะ

    ห้องนอนเล็ก เป็นห้องขนาดกระทัดรัด วางเตียงขนาด 3.5 ฟุตหรือ Single Bed ได้พอดีๆ พร้อมกับตู้เสื้อผ้าขนาดปานกลาง

    ด้านข้างมีหน้าต่างบานเลื่อนเรียบร้อย

    เข้ามาในส่วนห้องน้ำแบ่งเป็นส่วนเปียกและส่วนแห้งชัดเจน โดยเข้าไปในห้องน้ำจะเจอโถสุขภัณฑ์ก่อน

    ฝั่งขวาเป็นอ่างล้างมือได้เคาน์เตอร์เต็มพื้นที่และกระจกบานใหญ่เต็มความกว้างของผนัง

    ส่วนพื้นที่อาบน้ำขนาดประมาณ 1 x 1 ม. ไม่ได้ให้ฉากกั้นกระจกมาให้เช่นห้องน้ำส่วนอื่นๆ

    เข้ามาที่ห้องนอนกลาง เป็นห้องนอนที่ค่อนข้างสว่างและโปร่งโล่งพอสมควรเลยค่ะ เพราะได้กระจกและหน้าต่างบานใหญ่เกือบตลอดความกว้างของผนัง

    ขนาดห้องเหมาะกับการวางเตียงขนาด 5 ฟุต เพื่อจะเหลือพื้นที่ทางเดินด้านข้างให้เดินได้สบายๆ

    ด้านข้างเตียงแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง วางเป็นโต๊ะทำงานเล็กๆ และโต๊ะเครื่องสำอางค์อีกฝั่งก็ได้ค่ะ

    ด้านข้างปลายเตียงเป็นพื้นที่ Walk in Closet สามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ้ได้ประมาณ 3-4 บานเปิดค่ะ

    ภายในห้องน้ำแยกส่วนเปียกและแห้งชัดเจนเหมือนห้องน้ำอื่นๆ ส่วนด้านบนโถสุขภัณฑ์เป็นหน้าต่างบานเลื่อนใหญ่พอสมควร ไม่เหมาะกับใช้งานตรงส่วนห้องน้ำ เพราะดูไม่เป็นส่วนตัวเท่าไหร่ค่ะ ต้องใช้มูลี่ปิด

    ด้านข้างเป็นอ่างล้างมือฝังเคาน์เตอร์ พร้อมกระจกติดผนังเรียบร้อย

    **รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

    ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 29 June 2016

    • แบบบ้าน Antonie Villa หน้ากว้าง 6.5 ม. ที่ดิน 26.90 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 295 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 15.305 ล้านบาท
    • แบบบ้าน Chatelet Villa หน้ากว้าง 6.5 ม. ที่ดิน 22.80 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 280 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 13.885 ล้านบาท
    • แบบบ้าน Denfert Villa หน้ากว้าง 5.5 ม. ที่ดิน 19.40 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 225 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 12.55 ล้านบาท

    • ที่ดินเพิ่มลด ราคาตารางวาละ 250,000 บาท
    • ค่าส่วนกลาง 150 บาท/ตร.วา/เดือน จัดเก็บล่วงหน้า 1 ปี
    • ค่าจดจำนอง ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
    • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ซื้อแล้วผู้ขายชำระฝ่ายละครึ่ง
    • ค่าประกัน มิเตอร์ไฟฟ้า ประปา ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ

    **ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


    เจาะลึกรวบยอด

    โครงการ Cote Maison พระราม 3 เป็นโครงการทาวน์โฮมแถบย่านพระราม 3 ด้วยทำเลนี้จะมีโครงการทาวน์โฮมให้เห็นไม่มากนัก เนื่องจากราคาที่ดินที่ค่อนข้างสูง ทำให้แถบย่านนี้ส่วนใหญ่ที่ดินจะถูกพัฒนาเป็นโครงการคอนโดมิเนียมมากกว่า ซึ่งเมื่อราคาที่ดินที่ค่อนข้างสูงนี้ทำให้ราคาทาวน์โฮมในย่านนี้ก็จะสูงไปด้วย ในเรทราคาที่สูงกว่าโครงการทาวน์โฮมหรือโครงการบ้านที่อยู่ในย่านอื่นๆ สำหรับที่ตั้งของโครงการอยู่ในย่านพระราม 3 นี้ก็จริงแต่ไม่ได้อยู่บนถนนพระราม 3 นะคะ ตัวโครงการตั้งอยู่บนถนนนนทรีเป็นถนนย่อยเชื่อมกับถนนวงแหวนอุตสาหกรรม ลึกเข้าไปประมาณ 200 ม. บรรยากาศของโครงการจะค่อนข้างเงียบสงบพอสมควร รอบข้างเป็นบ้านพักอาศัยที่อยู่มานาน และมีโรงงาน โกดังเก็บสินค้าอยู่บนถนนเส้นเล็กๆ นี้ด้วย แน่นอนว่าบรรยากาศก็จะแตกต่างออกไปจากถนนหลักอย่างถนนพระราม 3 และถนนใกล้เคียงอย่างถนนยานนาวาและถนนสาธุประดิษฐ์ที่จะคึกคักและอุดมสมบูรณ์มากกว่า

    สำหรับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวถือเป็นการเดินทางหลักของโครงการค่ะ ด้วยทำเลโครงการที่อยู่ในถนนสายย่อยและเชื่อมได้เพียงถนนสายเดียวคือถนนวงแหวนอุตสาหกรรมทำให้เวลาจะเดินทางไปออกถนนหลักและถนนข้างเคียงนั้นจำเป็นต้องผ่านถนนวงแหวนอุตสาหกรรมเสมอ ซึ่งใครที่เดินทางโดยใช้ถนนพระราม 3 หรือ ยานนาวา สาธุประดิษฐ์เป็นหลักก็จะไม่สะดวกมากนักเมื่อเทียบกับโครงการบนถนนใหญ่ แต่สำหรับใครที่ทำงานของแถบปู่เจ้าสมิงพรายหรือเน้นการเดินทางข้ามไปยังฝั่งธนฯ ถือว่าสะดวกพอสมควร เพราะสามารถตรงข้ามสะพานภูมิพลได้เลยค่ะ

    การเดินทางด้วยรถสาธารณะถือว่าไม่ได้ลำบากมากนักแต่ก็ไม่ถึงกับสะดวกสักทีเดียวนะคะ เนื่องจากตัวโครงการลึกประมาณ 200 ม. เดินออกไปยังหน้าปากซอยได้สบาย เรียกแท็กซี่ได้ไม่ยาก หากจะพึ่งพาระบบสาธารณะอื่นๆ ก็เห็นจะมีแต่รถสองแถวสีแดงที่วิ่งเส้นทางช่องนนทรี-ประยาไกร โดยผ่านเอเชียทีค เซ็นทรัลพระราม 3 และโลตัสพระราม 3 ค่ะ

    การออกแบบบ้านเป็นจุดเด่นนึงของโครงการ คือการเน้นเรื่องพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านเต็มพื้นที่ โดยในเฟส 2 ก็มีการปรับแบบบ้านให้มีพื้นที่ใช้สอยภายในมากยิ่งขึ้น เหมาะกับคนที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยเยอะ รวมทั้งสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นภายในบ้านได้ อย่างส่วนห้องเอนกประสงค์ที่เตรียมพื้นที่ไว้เผื่อการต่อเติมกั้นผนังเป็นห้องนอนเพิ่มอีกห้องได้ค่ะ ด้วยแปลนบ้านนั้นอาจจะไม่ได้หวือหวาหรือมีการออกแบบที่แปลกใหม่อย่างการเล่นระดับต่างๆ เหมือนโครงการข้างเคียงแต่ก็แลกมาด้วยการใช้งานพื้นที่ใช้สอยภายในได้เต็มที่และง่ายกับผู้สูงอายุมากกว่าในการเดินขึ้น-ลงภายในบ้าน

    วัสดุโครงการให้คุณภาพของวัสดุมาตรฐานกับราคา คือได้พื้นแบบ Engineering Wood, และพื้นแกรนิตโต้ขนาด 60 x 60 ซม. สุขภัณฑ์จาก American Standard และได้อ่างอาบน้ำในห้องน้ำของห้องนอนใหญ่ค่ะ สำหรับสิ่งที่บ้านที่มีการปรับแบบใหม่จะได้เพิ่มเติมมานั้นคือผ้าใบไฟฟ้าส่วนที่จอดรถ และทำลานซักล้างพื้นคอนกรีตให้ โดยรวมแล้วให้มาน้อยไปหน่อยเมื่อเทียบกับราคา

    สำหรับสาธารณูปโภคที่ได้นั้นได้ครบครันตามมาตรฐานโครงการทั่วไป ไม่ได้ให้เยอะหรือหวือหวามากนักค่ะ สิ่งที่ได้คือพื้นที่สวน สระว่ายน้ำ และ Club House ที่มีฟิตเนสอยู่ชั้นบน หน้ากว้างถนนในโครงการกว้าง 9 ม. ส่วนระบบการเข้า-ออกโครงการ ใช้แบบ Key Card Access ระยะใกล้ มีไม้กระดกกั้นและประตูบานเลื่อนไฟฟ้า พร้อม CCTV ส่วนประตูทางเข้า 2 จุด และรั้วรอบโครงการสูง 5 ม. เมื่อเทียบกับค่าส่วนกลาง 150 บาท/ตร.วา/เดือน ถือว่าสูงพอสมควรค่ะ

    Judgement

    ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 40%, ความปลอดภัย 15%, การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 15%, วัสดุ 10%, พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 10%,  และสาธารณูปโภค 10%

    เทียบกับแพคเกจ 12 – 16 ล้านบาท, 29 June 2016

    • ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 7/10 – อยู่ในถนนย่อย เชื่อมกับถนนวงแหวนอุตสาหกรรม
    • ความปลอดภัย 7/10 – รั้วกั้นไม้กระดก ประตูบานเลื่อน รปภ.หน้าหมู่บ้าน CCTV 2 จุดตรงทางเข้า-ออก
    • การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 8/10 – เน้นการใช้งานพื้นที่ใช้สอยภายในเต็มพื้นที่ 
    • วัสดุ 7/10 – คุณภาพของวัสดุที่ได้มาตรฐาน แต่ในราคานี้ให้น้อยไปหน่อย
    • พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 7.5/10 – ให้พื้นที่สีเขียวระดับนึง 
    • สาธารณูปโภค 6.5/10 – ครบครัน แต่ไม่ได้หวือหวา เมื่อเทียบกับค่าส่วนกลางก็ถือว่ามีราคาสูงไปหน่อย

    • 7.15 / 10.00 

    BOTTOM LINE

    Cote Maison พระราม 3 ถือเป็นโครงการทาวน์โฮมขนาดเล็ก มีจำนวนยูนิตไม่มาก เน้นเรื่องพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านเมื่อเทียบกับทาวน์โฮมโครงการข้างเคียงในราคาที่ใกล้เคียงกัน ทำเลไม่ติดถนนใหญ่ เน้นการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวเป็นหลัก มีความสงบ เหมาะกับคนที่ทำงานอยู่แถบพระราม 3 เลยไปจนถึงสาทร และปู่เจ้าสมิงพราย สำหรับคนที่สนใจต้องมีงบประมาณตั้งแต่ 12 – 16 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนต่อเดือนประมาณ 88,000-120,000 บาท

    ถ้ามีความเห็นว่ารีวิวตัวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด LIKE ให้หน่อยนะคะ จะได้มีกำลังใจในการทำรีวิวต่อไป

    สมัครสมาชิกพร้อมรับข่าวสารเพิ่มเติม (คลิกที่นี่ )