ปก C เอกมัย

รีวิวฉบับที่ 1208… สวัสดีค่าา วันนี้จะพาไปชมโครงการน้องใหม่ที่สูงที่สุดบนถนนเอกมัย กับโครงการ C Ekkamai จาก The Choice Property เป็นคอนโด High Rise ความสูง 44 ชั้น พร้อม Sky Lounge ชั้นบนสุดของอาคารให้สามารถมองวิวสูงได้เต็มที่ โดยโครงการตั้งอยู่บนถนนเอกมัยค่อนมาทางเพชรบุรี ใกล้ๆกับตลาดเอกมัย หน้าตาโครงการจะเป็นอย่างไรไปดูพร้อมๆกันเลยค่าา 🙂

 

Fact @ 7 October 2016

  • C Ekkamai (ซี เอกมัย)
  • THE CHOICE PROPERTY DEVELOPMENT CO.,LTD.
  • HIGH CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ : บนถนนเอกมัย (สุขุมวิท63) คลองเตยเหนือ เขตวัฒนา
  • คอนโด High Rise 44 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 736 ยูนิต ประกอบด้วยห้องพัก 729 ยูนิต และร้านค้า 7 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 17 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ 55% รวมจอดซ้อนคัน
  • ที่ดินประมาณ 3-3-0 ไร่
  • เริ่มก่อสร้าง : ไตรมาสที่ 1 ปี 2560
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : ไตรมาสที่ 4 ปี 2562
  • Presale 12 – 13 พฤศจิกายน 2559
  • 1 Bedroom ขนาด 27 – 52 ตร.ม.
  • 1 Bedroom Loft ขนาด 34 ตร.ม.
  • 2 Bedrooms ขนาด 51 – 65 ตร.ม.
  • Penthouse ขนาด 82 – 126 ตร.ม.
  • ฝ้าเพดานสูง 2.7 เมตร และ 4.2 เมตร
  • ราคาห้องเริ่มต้น  3 ล้านกว่าบาท
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการ 125,000 บาท/ตร.ม.
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรต่ำสุด-สูงสุดคือ 110,000 – 170,000 บาท/ตร.ม.
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร  : 098-268-5588

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.739795 , 100.58961

C Ekkamai_MAP

แผนที่จากทางโครงการค่ะ จะเห็นว่าโครงการ C Ekkamai ตั้งอยู่บนถนนเอกมัย ใกล้ๆซอยเอกมัย 30 ใกล้กับตลาดเอกมัย โดยทำเลที่ตั้งของโครงการนี้ในช่วงเอกมัยตอนเหนือใกล้กับถนนเพชรบุรี

MAP สถานที่ C เอกมัย

ทำเลของโครงการอยู่บนถนนเอกมัยที่ขึ้นชื่อเรื่องสถานบันเทิง ร้านอาหารชิคๆ เป็นแหล่งที่มีสีสันที่หนึ่งของกรุงเทพ และเป็นแหล่งรวม Office Building จึงมีหนุ่มสาวออฟฟิศค่อนข้างเยอะ มีความคึกคักทั้งกลางวันและกลางคืน เป็นย่านหนึ่งที่ไม่เคยหลับ เหมาะกับหนุ่มสาวรุ่นใหม่ที่ชอบเข้าสังคม ชอบทานข้าวนอกบ้าน และไปสังสรรค์กับเพื่อนบ่อยๆ

ถนนเอกมัยเป็นถนนคู่ขนานกับทองหล่อ ดังนั้นซอยย่อยที่เชื่อมระหว่างถนนเอกมัยกับทองหล่อจึงเป็นซอยที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง(เอกมัยฝั่งเลขคี่) อย่างซอยเด่นๆเช่น ซอยทองหล่อ 10 (เอกมัย 5) มีร้านอาหารและร้าน Hang out หลากหลาย ทั้ง Wine Replubic, 7th Street, Muse, Myst มี Arena 10  ภายในก็จะมีร้านอาหาร มีสนามฟุตบอลอารีน่า และเป็นที่ตั้งของ Funky Villa โดยซอยนี้สามารถไปทะลุถนนทองหล่อได้ อีกซอยที่เชื่อมกันคือซอยเอกมัย 12 ก็มีร้านบรรยากาศดีๆอย่าง Coffee Bean By Dao, Vanilla Garden ให้ไปทานอาหารพร้อมเบเกอร์รี่กันได้ โดยทางหล่อซอย 10 และเอกมัย 12 นี้จะเป็นทางลัดเชื่อมระหว่างถนนทองหล่อ-เอกมัย-ปรีดี พนมยงค์ อย่างใครที่อยู่เอกมัยจะไปทองหล่อก็เลี้ยวเข้าทองหล่อซอย 10 แต่ถ้าจะไปพระโขนงก็เลี้ยวเข้าซอยเอกมัย 12 ส่งผลให้ถนนเส้นนี้ความอุดมสมบูรณ์สูง และเป็นย่านที่อยู่กึ่งกลางซอยเอกมัยพอดี

โดยถนนเอกมัยนี้เป็นถนนที่เชื่อมระหว่างถนนสุขุมวิทและเพชรบุรี ซึ่งความอุดมสมบูรณ์ของถนนเส้นนี้จะมากหรือน้อยก็จะอิงไปกับถนนใกล้เคียงด้วย เพื่อการอธิบายให้เห็นภาพเราจะขอแบ่งถนนเอกมัยออกเป็น 2 โซน คือ เอกมัยโซนใต้ฝั่งที่ติดกับถนนสุขุมวิท และเอกมัยโซนเหนือฝั่งที่ติดกับถนนเพชรบุรี โดยมีซอยทองหล่อ 10 และเอกมัย 12  เป็นถนนเส้นใหญ่ที่แบ่งความอุดมสมบูรณ์ของโซนเหนือและใต้

เอกมัยตอนใต้ ที่ค่อนไปทางสุขุมวิท จะมีความอุดมสมบูรณ์สูง เป็น Prime โซนของถนนเส้นนี้ เนื่องจากอยู่ใกล้ถนนสุขุมวิทและรถไฟฟ้า BTS เอกมัย  จึงมีคอนโดที่พักอาศัยให้เลือกหลายที่ นอกจากนี้ยังมีทั้งอาคารสำนักงาน โรงแรม มีห้างสรรพสินค้าอย่าง เกตเวย์เอกมัย Big C เอกมัย มีร้านอาหารชิคๆราคาแพงๆและร้าน Hang out ให้เลือกหลากหลาย เป็นสีสันในยามค่ำคืนของย่านนี้

ส่วนบริเวณเอกมัยตอนเหนือ ที่ค่อนไปทางเพชรบุรี จะเป็นโซนที่มีความคึกคักน้อยลงมาหน่อย แต่ก็ยังมีร้านอาหาร ร้าน Hang out ให้เลือกและเป็นแหล่งรวมร้านเฟอร์นิเจอร์สไตล์ชิคๆอยู่หลายร้านทีเดียว ซึ่งตัวโครงการเองเนี่ยอยู่บริเวณเอกมัยตอนเหนือที่ค่อนมาทางเพชรบุรีแล้ว ดังนั้นหากจะเทียบความอุดมสมบูรณ์กับโซนใต้ก็คงจะยากหน่อย โดยสภาพแวดล้อมรอบๆโครงการจะเป็นอาคารพาณิชย์ ตึกแถว และคอนโดซะเป็นส่วนใหญ่ ความอุดมสมบูรณ์ที่ใกล้ที่สุดคือ ร้านค้าร้านอาหารแนว Street Food รอบๆโครงการ และร้านในซอยเอกมัย 30 รวมทั้งตลาดสดเอกมัยให้ไปซื้อของได้ในระยะเดิน ถัดออกไปหน่อยก็มีซอยเอกมัย 21 (ทองหล่อ 20) หรือซอยแจ่มจันทร์ ที่มีร้านอาหารน่านั่งหลายร้านค่ะ

MAP ถนนรวมC เอกมัย

การเดินทางโดยใช้รถค่อนข้างสะดวก เนื่องจากถนนเอกมัยเป็นถนนที่เชื่อมต่อระหว่างถนนสุขุมวิทและเพชรบุรี ซึ่งแม้ว่าจะเป็นที่รู้กันว่าถนนเส้นนี้รถติด แต่ก็ยังมีทางลัดให้เลี่ยงรถติดได้หลายทาง นอกจากนี้ยังมีทางลัดให้สามารถไปทองหล่อได้ เช่น ใช้ซอยทองหล่อ 20 (เอกมัย 21) หรือซอยทองหล่อ 10 (เอกมัย 5) และทางลัดไปยังถนนปรีดีย์ พนมยงค์ โดยใช้ซอยเอกมัย 28 หรือซอยเอกมัย 12 ก็ได้ค่ะ หากใครต้องการเข้าเมืองทางถนนพระราม 4 ก็จะมีซอยฝั่งตรงข้ามอย่างซอยสุขุมวิท 36 และ 40 สามารถใช้เป็นถนนเชื่อมไปออกพระราม 4 ได้ และซอยสุขุมวิท  42 ก็สามารถใช้เชื่อมจากถนนพระราม 4 เข้ามายังถนนสุขุมวิทได้

ส่วนทางลัดที่สามารถใช้เลี่ยงรถติดตรงปากซอยเอกมัยได้ คือซอยเอกมัย 10 (ซอย Health Land) วิ่งลัดๆลงมาออกถนนสุขุมวิทที่ซอย 65 ซึ่งต้องยอมรับจริงๆว่า ถนนตรงนี้ปริมาณรถเยอะทั้งกลางวันและกลางคืน ดังนั้นการเลือกใช้ถนนเชื่อมซอยต่างๆระหว่างถนนทองหล่อ-เอกมัย-ปรีดีย์ พนมยงค์ เพื่อเป็นทางลัดเลี่ยงรถติดก็จะช่วยลดระยะเวลาการเดินทางไปได้ ที่สำคัญคือต้องศึกษาเส้นทางว่าช่วงเวลาไหนรถติดมากติดน้อยดีๆค่ะ สำหรับใครที่ใช้ทางด่วนจะมีทางด่วนรามอินทราช่วงสุดถนนเอกมัย และทางด่วนอาจณรงค์ที่ต้องวิ่งทะลุซอยสุขุมวิท 40 ไปออกฝั่งกล้วยน้ำไทค่ะ

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ สามารถพึ่งพาวินมอเตอร์ไซค์ และรถกระป๊อบริเวณหน้าซอยเอกมัย 30 ได้สะดวกมาก นอกจากนี้ยังมีรถแท๊กซี่ รถเมล์ วิ่งผ่านหน้าโครงการทั้งวัน โครงการอยู่ในระยะที่ไม่ได้ใกล้ BTS คือมีระยะประมาณ 2 กิโลเมตรจาก BTS เอกมัย แต่โครงการจะมี Shuttle Service รับส่งจึงสามารถใช้รถไฟฟ้าเป็นตัวเลือกในการเดินทางได้ค่ะ

Map เดินทางลัด C เอกมัย0

การเดินทางมายังโครงการมีเส้นทางให้เลือกหลากหลายสำหรับคนใช้รถยนต์ส่วนตัว โดยหากมาจากอโศก, เพชรบุรี หรือพัฒนาการ, รามคำแหง สามารถเลี้ยวเข้าถนนสุขุมวิท 63 (เอกมัย) จากนั้นก็ตรงมาเรื่อยๆ เลยซอยเอกมัย 30 มานิดเดียวก็จะเจอโครงการอยู่ทางซ้ายมือค่ะ

Map เดินทางลัด C เอกมัย

ส่วนการเดินทางมาจากสุขุมวิท มีตัวเลือก 3 เส้นทาง คือ

เส้นทางที่ 1 เป็นเส้นทางลัด สามารถเลี้ยวขวาเข้าซอยเอกมัย 22 หรือเอกมัย 28 แล้วไปทะลุซอยเอกมัย 30 เพื่อไปยังโครงการได้ การเลือกใช้เส้นทางนี้เป็นทางลัดจะช่วยให้เราไม่ต้องไปเสียเวลาติดไฟแดงที่แยกเอกมัยเหนือ-เพชรบุรีค่ะ

Map เดินทางลัด C เอกมัย2

เส้นทางที่ 2 ให้วิ่งตรงไปเรื่อยๆเลยแล้วเบี่ยงซ้ายเพื่อมากลับรถที่แยกเอกมัยเหนือ-เพชรบุรี เมื่อกลับรถแล้วก็ตรงเรื่อยๆมาบนถนนเอกมัย เลยซอยเอกมัย 30 มาหน่อยก็จะเจอโครงการอยู่ทางซ้ายมือค่ะ

Map เส้นทางวน

เส้นทางที่ 3 ตัวเลือกสำหรับคนที่ไม่อยากไปติดไฟแดงที่แยกเอกมัยเหนือ-เพชรบุรี เราสามารถตรงไปข้ามสะพานข้ามแยก แล้ววนซ้ายเพื่อไปกลับรถใต้สะพาน แล้ววนซ้ายอีกทีเพื่อขึ้นสะพานข้ามแยกกลับไปที่ถนนเอกมัย เมื่อลงจากสะพานแล้วก็จะเจอโครงการอยู่ทางซ้ายมือค่ะ

การเดินทางในวันนี้เราจะเดินพาไปดูตามเส้นทางที่ 1 โดยเริ่มจากแยกเอกมัย-สุขุมวิท ซึ่งเป็นบริเวณต้นซอยเอกมัยและเป็นที่ตั้งของ BTS เอกมัยด้วย จากแยกนี้หากตรงไปจะสามารถเข้าเมืองไปอโศก-สยามได้ ส่วนเราจะเลี้ยวขวาเข้าถนนเอกมัยกัน

จากตรงนี้จะมีทางม้าลายสามารถข้ามไปยัง Gateway เอกมัยได้ด้วย หรือถ้าใครมาจาก BTS แล้วอยากแวะช้อปปิ้งก่อน ก็สามารถใช้ทางเชื่อมจาก BTS เข้า Gateway เอกมัยได้ค่ะ

มองไปฝั่งตรงข้ามจะมีวินมอเตอร์ไซค์รอให้บริการอยู่ ถ้าเป็นช่วงเวลาเร่งด่วนจะเห็นคนมายืนต่อแถวใช้บริการกันเยอะอยู่ค่ะ หากเรียกพี่วินจากตรงนี้ไปยัง ทองหล่อซอย 10  สนนราคาก็ประมาณ 20 บาท

ถัดไปจะเห็นโครงการ Horizon อยู่ทางขวามือ โดยเปิดพื้นที่ภายในอาคารให้เช่าเป็นร้านอาหาร, ออฟฟิศ และภายในโครงการเดียวกันยังมีคอนโดมิเนียม สูงประมาณ 15-16 ชั้นด้วย ส่วนทางขวามือคืออาคาร BPS เป็นอาคารสำนักงานค่ะ

ถัดมามีร้านอาหาร MK Restaurant และ Miyazaki

พอพ้นช่วงร้านอาหารมาแล้วจะเป็นกลุ่มตึกแถวริมถนน 6-7 ชั้น ที่เปิดเป็นร้านขายของ ร้านอาหาร บางช่วงก็จะมีซอยเข้าไปด้านในเป็นซอยตัน ภายในก็จะเป็นตึกแถวเช่นกัน

ไม่ไกลกันจะเป็นที่ตั้งของ Park Lane ที่เป็น Community Mall ด้านในมีร้านค้า ร้านอาหารชิคๆหลายร้าน ด้านหน้ามี True Coffee ให้มานั่งจิบกาแฟ คุยงานกันได้

ถัดจาก Park Lane จะเป็นอาคารสำนักงานสรชัย เป็นอาคารสำนักงานสูง 31 ชั้น ที่มีธนาคารกรุงเทพอยู่ใต้อาคาร

ถัดมาเป็นอาคารสำนักงานอีกแห่ง คือ Bangkok Business Center

บนถนนเส้นนี้จะมีร้านค้า ร้านอาหารตามอาคารพาณิชย์ อย่างร้านอาหารญี่ปุ่น ร้านเบเกอรี่ บางร้านก็เปิด 24 ชั่วโมง อย่าง โชคดีติ่มซำ

เลยมาหน่อยจะเจอ Big C Super Center ภายในมี Index Livingmall ร้านอาหารและ Supemarket ให้มาซื้อของเข้าห้องกันได้

ถัดไปก็จะเจอร้าน Cubic 63 อยู่ทางซ้ายมือ เป็นร้าน Hang Out สำหรับมานั่งชิลสังสรรค์กับเพื่อน

เยื้องๆ Cubic 63 จะเป็น Health Land เอกมัย ที่มีทั้งบริการนวดไทย นวดเท้า นวดอายุรเวท และโปรแกรมอื่นๆ รวมทั้งเอกมัยช็อปปิ้งมอลล์หรือเรียกอีกชื่อว่าเวิ้งโบราณ ที่เป็นแหล่งรวมร้านอาหาร คาเฟ่น่ารักๆ เช่น ร้าน Perhaps Rabbits’ ที่เป็นร้านเค้ก และร้านบ้านเพื่อน เป็นร้านอาหารและเครื่องดื่มบรรยากศชิลๆที่หลายคนชอบมา Hang out กัน

ไม่ไกลกันจะเป็นอาคารสำนักงาน Modern Town Tower

แยกเอกมัย

ถัดมาอีกนิดหนึ่งก็จะถึงสี่แยก หากเลี้ยวซ้ายจะไปยังซอยทองหล่อ 10 (เอกมัย 5) ซึ่งเป็นซอยที่เชื่อมไปซอยทองหล่อได้ ภายในซอยมี Arena 10 มีร้านนั่งฟังเพลงอย่าง 7th Street, Wine Replublic หากเลี้ยวขวาจะไปซอยเอกมัย 12 ซึ่งสามารถเชื่อมไปซอยปรีดี พนมยงค์ได้ ภายในซอยจะมีร้านบรรยากาศดีๆอย่าง Coffee Bean by Dao, Vanilla Garden ส่วนเราจะตรงไปกันก่อนนะคะ

เลยสี่แยกมาหน่อยจะมีร้านนั่งเล่นเป็นร้านบรรยากาศชิลๆให้มารับประทานอาหารหรือมาสังสรรค์กับเพื่อนได้

ขับรถมาเรื่อยๆเราจะเจอร้านเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านน่าสนใจหลายร้าน เช่นทางซ้ายมือนี้เป็นร้าน Mobella Showroom ส่วนทางขวามือเป็นร้าน Lamptitude Classic เอกมัย

เลยมาหน่อยจะเจอร้าน Season of living เป็นศูนย์รวมของแต่งบ้าน และเฟอร์นิเจอร์นำเข้าอยู่ทางขวามือ ส่วนทางซ้ายมือเป็นร้านตือฮวนอรุณวรรณ ที่มีเมนูขึ้นชื่ออย่าง ต้มตือฮวนเกี่ยมฉ่าย ต้มเลือด บะหมี่ เกี๊ยว เกี๊ยวทอด ฯลฯ

เลยมานิดจะมีร้านโคมไฟสไตล์เท่ๆของ Lamptitude อีกที่ ส่วนฝั่งตรงข้ามกันเป็นร้าน Platform 5-6 เป็นร้าน Chill out ที่เปิดบริการตั้งแต่ 18.00-02.00 น. มีเมนูขึ้นชื่อย่างเสบียง รวงข้าวสีทอง ขบวนรถลาภ และข้าวผัดแพลตฟอร์ม ที่เป็นเมนู Signature ของร้าน โดยเมนูราคาเริ่มต้น 99-185 บาท

ขับมาอีกไม่ไกลจะเจอป้ายบอกทางลัดไปสุขุมวิท 71 ให้เลี้ยวขวา โดยสามารถเลี้ยวเข้าได้ทางซอยเอกมัย 22 ค่ะ

ขัยมาอีกนิด เราจะเลี้ยวเข้าซอยเอกมัย 22 กัน โดยจุดสังเกตคือหน้าปากซอยจะมี 7/11 อยู่ โดยเราจะเข้าซอยนี้แล้วไปทะลุซอยเอกมัย 30 เพื่อไปยังโครงการกัน

บริเวณหน้าปากซอยมีวินมอเตอร์ไซค์ด้วย 1 จุด

สภาพแวดล้อมในซอยเอกมัย 22 จะเป็นบ้านพักอาศัยและอพาร์ทเม้นท์ บรรยากาศในซอยค่อนข้างเงียบ

ตรงมาเรื่อยๆจะเจอสามแยก ให้เราเลี้ยวซ้ายนะคะ เพราะถ้าตรงไปจะเป็นซอยตัน

%e0%b8%8b%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a

เมื่อเลี้ยวซ้ายแล้วตรงมาเรื่อยๆเราจะเจอป้ายบอกทางลัดไปสุขุมวิทและสถานฑูตมองโกเลียได้ โดยใช้ซอยเยาวราชเพื่อไปทะลุถนนถนนสุขุมวิท 71 หรือปรีดี พนมยงค์ แต่เราจะตรงไปเรื่อยๆก่อนนะคะ

ขับรถมาเรื่อยๆบรรยากาศ 2 ข้างทางจะเป็นบ้านพักอาศัยและอาคารพาณิชย์

พอเจอซอยเอกมัย 30 ก็ให้เราเลี้ยวซ้ายเข้าซอยเลยค่ะ

บรรยากาศในซอยเอกมัย 30 จะเป็นบ้านพักอาศัยและอาคารพาณิชย์ซะเป็นส่วนใหญ่ ทางซ้ายมือมีคลองเล็กๆที่มีการปลูกไม่พุ่มและไม้ยืนต้นบรรยากาศร่มรื่นดี

ตรงมาเรื่อยๆช่วงใกล้ถึงถนนเอกมัยบรรยากาศจะคึกคักมากขึ้น มีร้านค้ารถเข็นมาขายของค่อนข้างเยอะ

ขับมาอีกนิดเราจะเจอทางเข้าตลาดเอกมัยอยู่ทางซ้ายมือ

เมื่อเข้ามาภายในซอยเราจะเจอรั้วโครงการ C เอกมัย ที่ติดกับตลาดเอกมัยทางซ้ายมือ โดยตลาดเอกมัยจะเป็นตลาดสดเล็กๆที่แทรกตัวอยู่ในตึกแถวมีผัก ผลไม้ ของสด หมู ไข่ เปิดขายกันตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ค่ะ

บริเวณปากซอยจะเป็นอาคารพาณิชย์ 3-4 ชั้นที่เป็นที่พักอาศัยและร้านขายของ ด้านหน้ามีร้านอาหารรถเข็น ที่มีของกินต่างๆให้เลือกหลากหลาย

เราเดินต่อไปจะเห็นว่าบรรยากาศช่วงต้นซอยเอกมัย 30 ค่อนข้างคึกคักมาก โดยเฉพาะช่วงบ่ายถึงเย็นจะมีร้านค้า ร้านอาหาร มาขายค่อนข้างเยอะ

ปากซอยเอกมัย ทางขวามือจะมีพี่วินให้เราไปใช้บริการกันได้

ออกจากปากซอยเอกมัย 30 มา เมื่อมองไปทางขวามือจะเห็นสะพานข้ามแยกเพชรบุรีเหนือ-เอกมัย โดยฝั่งนี้จะเป็นถนนเอกมัยฝั่งเลขคู่ที่รับรถจากเพชรบุรีเข้ามาสู่เอกมัย

ส่วนถ้าเราเดินมาทางซ้ายมือจะเจอแผงขายผลไม้ ด้านหน้ามีคิวรถกระป๊อสามารถนั่งไปถึง BTS ได้เลย

เราเดินมาบนฟุตบาทริมถนนเอกมัย ตัวฟุตบาทค่อนข้างกว้างและเรียบร้อยดี มีต้นไม้ให้ร่มเงา มีร้านขายผลไม้ ขายอาหาร ค่อนข้างคึกคัก

เดินมาอีกนิดก็จะเจอที่ดินของโครงการแล้วค่ะ โดยปัจจุบันด้านหน้าโครงการนี้จะมีร้านค้าแผงลอยขายอาหารและผลไม้อยู่ แต่ในอนาคตพื้นที่ตรงนี้จะเป็นสวนและทางเข้าโครงการ ดังนั้นเมื่อโครงการสร้างเสร็จแล้วจะไม่มีแผงลอยนี้นะคะ

หน้าตาสำนักงานขายของโครงการซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่ก่อสร้างโครงการจริงนะคะ โดยอนาคตสำนักงานขายนี้จะถูกสร้างใหม่กลายเป็นพื้นที่ร้านค้าจำนวน 2 ยูนิต ด้านหน้าโครงการ

Map Zoom C Ekkamai**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

สภาพแวดล้อมรอบๆโครงการ ส่วนใหญ่จะเป็นอาคารพาณิชย์และตึกแถว มีตลาดเอกมัยที่เป็นตลาดสด และผลไม้ให้ไปซื้อของทำกับข้าว และริมฟุตบาทด้านหน้าโครงการก็มีเต้นท์ร้านค้า ร้านอาหารและผลไม้ให้ไปซื้อของกินกันได้ใกล้ๆ หน้าซอยเอกมัย 28 ก็มีธนาคารธนชาตและธนาคารกรุงไทย เผื่อใครจะไปทำธุรกรรมทางการเงิน บริเวณรอบๆโครงการไม่มีตึกสูงมาบังวิวในระยะประชิดแบบตรงๆ เพราะตึกเราสูงกว่าเพื่อนบ้านเลย

  • ทิศเหนือ ติดกับ ตลาดเอกมัย ตึกแถว และอาคารพาณิชย์สูงประมาณ 3 ชั้น
  • ทิศตะวันตก ติดกับถนนเอกมัย ฝั่งตรงข้ามเป็นตึกแถว 3-4 ชั้น และเยื้องๆมาทางทิศตะวันตกเฉียงใต้จะเห็นตึก D Varee Up เอกมัย สูง 30 ชั้น ที่จะจ๊ะเอ๋กับห้องพักทางทิศตะวันออกแบบเยื้องๆกัน แต่ก็ไม่ทำให้รู้สึกอึดอัด
  • ทิศใต้ ติดกับอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น
  • ทิศตะวันออก ติดกับบ้านพักอาศัย 2 ชั้น จะได้วิวโล่งๆ บรรยากาศค่อนข้างเงียบสงบ

สภาพแวดล้อมด้านหน้าโครงการติดกับถนนเอกมัย ฝั่งตรงข้ามโครงการเป็นตึกแถว 3-4 ชั้น บนฟุตบาทก่อนถึงโครงการจะเป็นร้านค้า ร้านอาหาร ร้านขายผลไม้ ค่อนข้างคึกคัก สามารถไปฝากท้องกันได้ในระยะเดิน เยื้องๆโครงการจะเป็นตึก D Varee Up เอกมัย มองตรงไปเป็นตึกไทปิงทาวเวอร์สที่จะมาบังวิวในระยะไกล แต่ถ้าใครเลือกชั้น 30 ขึ้นไปก็จะไม่โดนบังวิวแล้วค่ะ

เข้ามาดูความคืบหน้าภายในโครงการที่ปัจจุบันกำลังเคลียร์พื้นที่ก่อสร้างกันอยู่ ด้านหลังโครงการหรือทางทิศตะวันออกจะติดกับบ้านพักอาศัย 2 ชั้น วิวค่อนข้างเคลียร์ไม่มีตึกสูงมาบังเลยค่ะ

ทางขวามือหรือทางทิศใต้ จะติดกับตึกแถว 4 ชั้น และมองเห็นตึกไทปิงทาวเวอร์ส อาคารสูง 27 ชั้น และตึกธนาคารกรุงไทยในระยะประมาณ 250 เมตร เป็นระยะที่ไม่ได้รู้สึกอึดอัดมาก

ด้านหน้าโครงการหรือทางทิศตะวันตก ติดกับถนนเอกมัย ฝั่งตรงข้ามเป็นตึกแถว 3-4 ชั้น และที่ดินว่างเปล่า จึงไม่มีตึกสูงมาบังวิวในระยะประชิด แต่จะมีตึก D Vareee Up เอกมัย ทางซ้ายมือ และคอนโด Supalai Park รวมทั้งอาคารสำนักงาน Chan Issara II ที่จะมาบล็อกวิวแบบเฉียดๆ

ทางทิศเหนือที่หันไปทางถนนเพชรบุรีจะติดกับตึกแถวและตลาดเอกมัยค่ะ

 

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • ตลาดเอกมัย ~190 เมตร
  • อาคารสำนักงาน  S.S.P. Tower ~290 เมตร
  • Charn Issara Tower 2 ~ 650 เมตร
  • Arena 10 ~ 1.2 กิโลเมตร
  • Health Land ~1.3 กิโลเมตร
  • The Commons ~1.4 กิโลเมตร
  • Big C เอกมัย ~ 1.5 กิโลเมตร
  • J Avenue ~ 1.5 กิโลเมตร
  • Seenspace ~ 1.6 กิโลเมตร
  • Ekkamai International School ~ 1.7 กิโลเมตร
  • อาคารสำนักงานสรชัย ~ 1.8 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท ~ 2.1 กิโลเมตร
  • Gateway เอกมัย ~2.4 กิโลเมตร
  • Major Cineplex เอกมัย ~ 2.5 กิโลเมตร
  • Park Lane  ~2.8 กิโลเมตร

 


เจาะลึกตัวโครงการ

โครงการ C Ekkamai เป็นคอนโด High Rise สูง 44 ชั้น มีห้องพักทั้งหมด 729 ยูนิต และร้านค้า 7 ยูนิต โดยโครงการออกแบบมาภายใต้คอนเซปต์ “ปริซึมดีไซน์” (Prism Design) ที่นำหลักการสะท้อนของแสงผ่านแท่งปรึซึมมาใช้ เราจึงจะได้เห็นลายเส้นที่มีลักษณะคล้ายสามเหลี่ยม และเส้นเฉียงอยู่ในส่วนต่างๆของอาคาร ทั้งการตกแต่งภายในและ Facade (เปลือกอาคาร) ตัวอาคารใช้โทนสีขาว เทา และตกแต่งด้วยอลูมิเนียมสี Rose gold

มาดูโมเดลของโครงการกันบ้างค่ะ

C เอกมัย

โครงการเป็นคอนโด High Rise สูง 44 ชั้น มีห้องพักจำนวน 729 ยูนิต และร้านค้า 7 ยูนิต โดยให้ร้าน 2 ยูนิตอยู่ด้านหน้า ส่วนอีก 5 ยูนิตอยู่ด้านในอาคารที่ชั้น 1 ตัวอาคารมีการ Set back เข้าไปในที่ดินพอสมควรเพื่อผลักอาคารให้ไปอยู่ด้านหลัง ทำให้พื้นที่ด้านหน้าเหลือพอที่จะตั้งร้านค้า มีจุด Drop Off ทางวนรถ และจัดสวนด้านหน้าสร้าง approach (จุดนำสายตา) ที่ดีให้อาคาร โดยโครงการแบ่งฟังก์ชั่นให้

  • ชั้น 1 เป็น Lobby ของโครงการ
  • ชั้น 1-5 เป็นที่จอดรถ
  • ชั้น 6 เป็น Facilities ที่ประกอบด้วยสระว่ายน้ำ, Fitness, ลานโยคะ, Library, สวน และ Jogging Track
  • ชั้น 6-43 เป็นห้องพักอาศัย
  • ชั้น 44-ชั้นดาดฟ้า เป็น Sky Lounge และสวน

โดยด้านหน้าโครงการอยู่ทางทิศตะวันตก ติดกับถนนเอกมัย ซึ่งฝั่งนี้ไม่มีตึกสูงมาบังวิวในระยะประชิด โดยห้องที่เด่นๆในฝั่งนี้คือห้องแบบ 2 Bedroom ชั้น 6-39 เป็นห้องแบบ Corner Unit (ห้องมุม) ที่มีเฉพาะทางทิศตะวันตกเท่านั้น ซึ่งห้องทิศนี้จะโดนแดดร้อนตอนบ่าย แต่มีข้อดีคือได้ City View ฝั่งทองหล่อ, อโศก ไม่มีตึกสูงบังวิวและยังสามารถมองลงมาเห็นวิวสระว่ายน้ำอีกด้วย ส่วนห้องอื่นๆในชั้นเดียวกันจะเป็นห้องแบบ 1 Bedroom ทั้งหมด นอกจากนี้ที่ชั้น 43 ยังมีห้อง Penthouse ซึ่งเป็นห้องใหญ่กินพื้นที่ทั้งชั้นด้วยค่ะ

อาคารด้านหลังอาคารหรือทางทิศตะวันออก ตั้งแต่ชั้น 1-39 ห้องพักที่อยู่ทางทิศนี้จะเป็นห้องแบบ 1 Bedroom ทั้งหมด ส่วนห้องเด่นๆจะอยู่ที่ชั้น 40-42 เป็นห้อง 1 Bedroom loft ที่มี Double Volume ฝ้าเพดานสูง 4.2 เมตร ส่วนชั้น 43 จะเป็นห้อง Penthouse ทั้งชั้น โดยห้องพักที่อยู่ทางฝั่งนี้จะได้วิวฝั่งสุขุมวิทตอนปลาย ส่วนชั้น 44 ถึงชั้นดาดฟ้าจะเป็นพื้นที่สวนและ Sky Lounge ค่ะ

หน้าโครงการ

ก่อนอื่นต้องอธิบายก่อนว่า โครงการมีร้านค้าทั้งหมด 7 ยูนิต โดย มีร้านค้าที่ด้านหน้าโครงการ  2 ยูนิต และด้านในอีก 5 ยูนิต โดยร้านค้าทั้ง 7 ร้านนี้ สามารถให้บุคคลภายนอกเข้ามาใช้งานได้ โดยโครงการจะมี Security สำหรับลูกบ้าน โดยการทำรั้วกั้นไม้กระดกแยกทางเข้า-ออก ผ่านประตูโดยแตะคีย์การ์ด หากเป็น Visitor จะต้องแลกบัตรกับพี่ยามก่อนค่ะ แต่สำหรับคนที่มาส่งเพื่อนก็สามารถจอดส่งที่ Drop Off ด้านหน้าได้เลย  ส่วนที่จอดรถด้านหน้าโครงการจะสำรองไว้ให้ลูกค้าภายนอกที่มาใช้บริการ Shop ของโครงการด้วย ซึ่งก็ต้องดูกันต่อไปนะคะว่าจะมีการบริหารจัดการอย่างไรให้ที่จอดรถเพียงพอไม่ส่งผลกระทบกับลูกบ้าน

การเดินรถภายในอาคารหากใครที่มาแท๊กซี่ หรือมีคนมาส่งก็ให้จอดรถที่จุด Drop Off ด้านหน้าแล้ววนออกได้เลย ส่วนลูกบ้านจะวนซ้ายตามเข็มนาฬิกาเป็น One Way ผ่านป้อม รปภ.ทางเข้าด้านซ้ายมือ แล้ววนไปด้านข้างอาคารจะมีทางขึ้นลานจอดรถชั้น 1-5 และหากต้องการออกจากอาคารก็ขับอ้อมอาคารมาผ่านป้อม รปภ. ทางออกด้านขวามือค่ะ

จุด Drop Off ด้านหน้าโครงการ เมื่อลงจากรถแล้วก็สามารถเดินเข้า Lobby ได้เลย

ภาพจำลอง Lobby อาคารในชั้น 1 บรรยากาศค่อนข้างโปร่งโล่งเนื่องจากมีฝ้าเพดานสูง ตกแต่งด้วยโทนสีทอง สไตล์ Modern Luxury ที่ผนังอาคารมีการใช้ลวดลายปริซึมที่เป็นเส้นสามเหลี่ยมมาตกแต่งตามคอนเซปต์

สำหรับใครที่ไม่ต้องการไปจอดรถบนอาคาร ก็สามารถวนมาจอดรถใต้อาคารหรือจะจอดแบบ Outdoor ก็ได้ค่ะ

ขึ้นมาที่ชั้น 6 เป็นห้องพักอาศัยและ Facilities ที่ประกอบด้วยสระว่ายน้ำ, Fitness, ลานโยคะ, Library, สวน และ Jogging Track

ภาพจำลอง Facilities ที่ชั้น 6 บริเวณสระว่ายน้ำระบบเกลือ ขนาด 9.20 x 28.80 เมตร  ริมสระว่ายน้ำมีศาลาริมน้ำให้มานั่งเล่น รวมทั้งพื้นที่สวนและ Jogging Track  ให้มาวิ่งออกกำลังกายกันได้ ส่วนถ้ามองตรงไปจะเป็นห้อง Fitness  และ Library ที่สามารถมองมาเห็นสระว่ายน้ำได้

โดยสระว่ายน้ำเป็นระบบเกลือ ขนาด 9.20 x 28.80 เมตร  มองตรงไปเป็นห้อง Fitness และ Library

ภาพจำลองวิวจากห้อง Fitness และห้องสมุดที่ชั้น 8 สามารถมองเห็นวิวฝั่งพระราม 9 ได้

โดยห้อง Fitness และ Library จะมีพื้นยื่นออกมาจากอาคารเล็กน้อย เป็นการออกแบบที่ช่วยให้คนที่อยู่ในห้องนั้นรู้สึกโปร่งและช่วยให้อาคารมีลูกเล่น รับกับ Facade อาคาร ที่ตกแต่งด้วยระแนงอลูมิเนียมสี Rose Gold ที่มีการเซาะร่องเล่นเหลี่ยมมุมคล้ายกับผลึกของปริซึม และยังช่วยบังสายตาบริเวณสระว่ายน้ำจากตึก D Varee Up เอกมัย ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวได้อีกด้วย

โดยอลูมิเนียมที่ใช้ใน Facade อาคารของจริง จะเป็นอลูมิเนียมสี Rose Gold ที่โครงการตกแต่งในสำนักงานขายให้ดูเป็นตัวอย่าง แบบนี้ค่ะ (สีที่ถ่ายรูปออกมาอาจจะผิดเพี้ยนจากของจริงไปหน่อยนะคะ)

กลับมาที่ Facilities ชั้น 6 กันต่อ พื้นที่ข้างๆสระว่ายน้ำมีศาลาให้นั่งเล่นชิลๆ ด้านหลังเป็นพื้นที่สวนและ Jogging Track ให้สามารถมาวิ่งเล่นออกกำลังกายได้

ถัดไปทางขวามือเป็นพื้นที่ลานโยคะบนห้อง Fitness ส่วนทางซ้ายมือเป็นสนามเด็กเล่น

บริเวณดาดฟ้าของชั้น 40 จะเป็น Green Roof ซึ่งเป็นสวนสีเขียวสามารถออกมาใช้งานได้และสามารถ Take View ให้ห้องชั้นบนได้ด้วย ส่วนชั้น 44 จะเป็นห้อง Sky Lounge และ Roof top Garden

โดยทางทิศตะวันออก ด้านหน้า Sky Lounge จะมีสวนให้มานั่งเล่นชมวิวกันได้ รวมทั้งสวนชั้นดาดฟ้าให้เลือกใช้งานกันได้ค่ะ

C เอกมัย 18

ภาพจำลอง Sky Lounge ที่ชั้น 44 เป็นห้องแบบ Double Volume ผนังเป็นกระจกทั้งหมด ทำให้สามารถมองวิวจากมุมสูงได้เต็มที่

มาดูที่ผังอาคารชั้นแรก ทางเข้า-ออกหลักของอาคารติดกับเอกมัยด้านหน้าอาคารมีการจัดสวนและมีร้านค้าจำนวน 2 ยูนิต เมื่อเข้ามาด้านในอาคารจะมีจุด Drop Off ด้านหน้า Lobby ให้ส่งคนลงแล้ววนรถออกนอกอาคารได้เลย ถนนรอบอาคารกว้าง 6 เมตร เดินรถเป็น one way วนซ้ายตามเข็มนาฬิกา หากใครต้องการขึ้นชั้นจอดรถก็สามารถขึ้นได้ทางซ้ายมือของอาคาร โดยโครงการให้ที่จอดรถมาที่ชั้น 1-5  แต่หากใครไม่ต้องการขึ้นชั้นจอดรถ ก็สามารถจอดรถที่ใต้อาคารได้รอบอาคารเลยค่ะ โครงการให้ที่จอดรถให้ทั้งหมด 55% รวมจอดซ้อนคัน ซึ่งค่อนข้างน้อยไปหน่อยสำหรับทำเลที่ต้องใช้รถในการเดินทางนะคะ

เมื่อเข้ามาในอาคารแล้วจะเจอ Lobby ห้องนิติบุคคล ห้องจดหมาย ตรงกลางอาคารเป็นโถงลิฟต์โดยสาร จำนวน 4 ตัว คิดเป็นอัตราส่วน 183 : 1 ค่อนข้างหนาแน่นในช่วงเวลาเร่งด่วน และมีลิฟต์ Service อีก 1 ตัว ข้างๆกันเป็นพื้นที่ร้านค้าจำนวน 5 ร้าน ซึ่งโครงการเปิดให้คนนอกมาใช้บริการได้ด้วย โดยสำรองที่จอดรถด้านหน้าอาคารไว้ให้บุคคลภายนอกส่วนนึง ซึ่งก็ต้องดูกันต่อไปว่าอนาคตจะมีการบริหารจัดการที่จอดรถกันอย่างไรนะคะ

ขึ้นมาที่ชั้น 6 จะเป็นชั้นที่มีห้องพักรวมกับ Facilities ที่ประกอบด้วยสระว่ายน้ำ, Fitness, ลานโยคะ, Library, สวน และ Jogging ที่หน้าไปทางทิศตะวันตก ติดกับถนนเอกมัยและฝั่งตรงข้ามเป็นอาคารพาณิชย์ 3-4 ชั้น จึงไม่มีปัญหาเรื่องมีตึกสูงมาบังวิว ทางเดินภายในอาคารเป็น  Double Corridor และ Single Corridor ที่ปลายของอาคารทั้งสองด้านของอาคารทางทิศเหนือและใต้ มีหน้าต่างช่วยให้แสงธรรมชาติและอากาศถ่ายเทเข้าสู่โถงทางเดินได้ดีค่ะ

ส่วนห้องพักอาศัยในชั้นนี้มีทั้งหมด 17 ยูนิต โดยโครงการวางอาคารเป็นรูปตัว C ห้องพักที่อยู่ตรงปลายของตัว C ทั้งสองด้านจะเป็นห้อง 1 Bedroom ห้องใหญ่ ขนาด 52.25 ตร.ม. เป็นห้องที่อยู่ทางทิศตะวันตกที่ห้องหนึ่งจะติดกับติดกับสวน/สนามเด็กเล่นและอีกห้องติดสระว่ายน้ำซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนกลาง มองในแง่นึงก็มีข้อเสียตรงที่ขาดความ Privacy แต่ก็มีข้อดีตรงที่เราจะได้วิวสวน/สนามเด็กเล่นและสระว่ายน้ำหน้าห้องเลย  นอกนั้นเป็นห้อง 1 Bedroom ขนาดเล็กลงมา โดยห้องทางทิศเหนือและใต้จะเป็นห้อง 1 Bedroom ขนาด 34.25 ตร.ม. ส่วนทางทิศตะวันออกจะเป็นห้องแบบ 1 Bedroom ขนาด 30 ตร.ม.

ชั้น 6-39 จะเป็นห้องพักอาศัยทั้งหมดทั้งหมด 17 ยูนิต มีการวางผังสวนห้องพักเหมือนชั้น 6 ทุกประการ จะต่างกันก็ตรงที่ห้องในตำแหน่งปลายของตัว C ทั้งสองห้องเปลี่ยนเป็นห้อง 2 Bedroom  ขนาด 65 ตร.ม. ซึ่งห้องที่อยู่ในทิศนี้เป็นทิศตะวันตกที่ห้องจะเจอแดดร้อนตอนบ่าย แต่ก็มีข้อดีคือไม่มีตึกสูงบังวิวในระยะประชิด ได้ City View และมองลงมาเห็นสวนและสระว่ายน้ำด้านล่างค่ะ

ชั้น 40 ห้องพักที่อยู่ตรงปลายของตัว C ทางทิศตะวันตกจะหายไป แล้วเปลี่ยนเป็นพื้นที่สวนแทน ห้องพักอาศัยมีทั้งหมด 14 ยูนิต เป็นห้องแบบ 1 Bedroom 13 ยูนิต และมีห้องแบบ 2 Bedroom 1 ยูนิตทางทิศเหนือ

ชั้น 41-42 จะเหมือนกัน โดยผังอาคารจะลดลงกลายเป็นรูปตัว I เป็นชั้นพักอาศัยทั้งหมด โดยที่มีห้องแบบ 1 Bedroom 5 ยูนิต และห้องแบบ 2 Bedroom จำนวน 2 ยูนิต ที่ทิศเหนือและใต้ ส่วนห้องพักอาศัยทางทิศตะวันออก(สีฟ้าน้ำทะเล)ทั้งหมดจะเป็นห้อง Loft ที่มีทั้งหมด  7 ยูนิตค่ะ

ชั้น 43 เป็นห้อง Penthouse ทั้งชั้น จำนวน 7 ยูนิต

Floor Plan 43 copy

ชั้น 44 จะมีพื้นที่ต่อเนื่องกับชั้นลอยที่จัดฟังก์ชั่นเป็น Sky Lounge และสวน โดยเราสามารถขึ้นลิฟต์มาที่ชั้นนี้ได้เลยค่ะ ตัว Sky Lounge เป็นห้องแบบ Double Voulume ที่จะเห็นวิวทางตะวันตก เป็น City View ฝั่งทองหล่อ อโศก และฝั่งตะวันออกที่เป็นสวนหย่อมแบบ out Door เป็นวิวสุขุมวิทตอนปลาย ช่วงพระโขนง อ่อนนุชค่ะ ขึ้นไปที่ชั้นดาดฟ้าจะเป็นพื้นที่สวนทั้งชั้น

ตัวสำนักงานขายทำออกมาได้ค่อนข้างสวยเลยค่ะและมีการตกแต่งตาม Concept ของโครงการทั้งวัสดุและสีค่ะ จากตรงนี้เดี๋ยวเราจะพาไปดูห้องตัวอย่างกันนะคะ ^^

 

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ ขนาด 9.20 x 28.80 เมตร แบ่งสระเด็กลึก 0.6 เมตร สระผู้ใหญ่ลึก 1.2 เมตร
  • ห้องออกกำลังกาย 1 ห้อง
  • Jacuzzi
  • Library / Working Space
  • Meditation Zone / Outdoor Yoga
  • Playground
  • Jogging Track
  • Sky Lounge / Sky Garden
  • สวนหย่อมรอบโครงการ
  • ลิฟท์โดยสาร 4 ตัวต่อ/อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 183 :  1
  • Service Lift 1 ตัว
  • ที่จอดรถประมาณ  55 % รวมจอดซ้อนคัน
  • ระบบ CCTV / Access Card

 


Product Walkthrough

ห้องพักของโครงการขายแบบ Fully Fitted ประกอบด้วย เคาน์เตอร์ครัว ตู้เสื้อผ้า แอร์ และสุขภัณฑ์ในห้องน้ำ โดยมีห้องพัก 2 รูปแบบ คือ

  • 1 Bedroom ขนาด 27 – 52 ตร.ม.
  • 1 Bedroom Loft ขนาด 34  ตร.ม.
  • 2 Bedrooms 51 – 65 ตร.ม.
  • Penthouse 82 – 126 ตร.ม.

โดยห้องตัวอย่างที่เราจะพาไปเจาะลึกกันเป็นห้องแบบ 1 Bedroom ขนาด 34.25 ตร.ม. และห้องแบบ 2 Bedrooms 64 ตร.ม. ส่วนห้องแบบ 1 Bedroom Loft ขนาด 34 ตร.ม. เราไจะพาไปดูพอเป็นน้ำจิ้ม หากใครสนใจก็สามารถเข้าไปดูที่สำนักงานขายได้ค่ะ

เรามาเริ่มกันที่ห้อง 1 Bedroom 1 Bathroom ขนาด 34.25 ตารางเมตร ฝ้าเพดานสูง 2.7 เมตรซึ่งสูงกว่าคอนโดทั่วๆไป (2.4 เมตร) เลยทำให้ห้องดูกว้างและโปร่งมากขึ้น จุดเด่นของห้องนี้คือการจัดฟังก์ชั่นให้โซน Service อย่างห้องน้ำและห้องครัวมาอยู่ด้านในติดกับผนังโถงทางเดิน และให้ส่วนพักผ่อนอย่างห้องนั่งเล่นและห้องนอนไปอยู่ด้านที่มีช่องเปิดทำให้ห้องนี้ Take View ได้เต็มที่ในส่วนพักผ่อน

เมื่อเข้ามาในห้องจะเจอครัวเปิดที่โครงการ Built-in เคาน์เตอร์ครัวมาให้ ถัดไปเป็นห้องนั่งเล่นที่ถูกกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนที่สามารถเปิดออกไปยังระเบียง ขณะอยู่ในห้องก็สามารถมองไปเห็นวิวหรือบรรยากาศข้างนอกได้ ติดกันเป็นห้องนอนที่มีห้องน้ำให้ในตัว โดยโครงการ Built-in ตู้เสื้อผ้ามาให้ 2 ตู้ที่หน้าห้องน้ำ จึงสะดวกกับการใช้งาน เวลาอาบน้ำเสร็จก็ออกมาเปลี่ยนเสื้อผ้าได้เลย ภายในห้องนอนมีหน้าต่างเต็มผนังช่วยให้แสงธรรมชาติเข้าและระบายอากาศได้ดี พื้นที่ปลายเตียงเหลือน้อยหากใครชอบดูทีวีในห้องนอนแนะนำเป็นทีวีติดผนังค่ะ จะได้เหลือทางเดินปลายเตียง โดยรวมแล้วห้องนี้มีการจัดฟังก์ชั่นที่ครบแต่พื้นที่ใช้งานไม่มาก เหมาะกับการอยู่อาศัยประมาณ 1-2 คนค่ะ

โดยเข้าห้องมา ส่วนแรกที่เราจะเจอคือห้องครัว ที่มีส่วนต่อเนื่องกับห้องนั่งเล่นและห้องนอน โดยโครงการได้จัดวางโต๊ะรับประทานอาหารขนาด 2 ที่นั่งไว้ให้เป็นไอเดียตัวอย่าง ให้เห็นว่าพื้นที่ตรงนี้สามารถนั่งรับประทานได้ด้วยค่ะ

พื้นห้องปูด้วยกระเบื้อง porcelain สีเทา ซึ่งเป็นกระเบื้องที่มีการเคลือบผิวหน้าทำให้มีคุณสมบัติดูดซับน้ำต่ำกว่าแกรนิตโต้ที่เราพบเห็นทั่วไปเวลาพื้นเปียกน้ำจะแห้งได้เร็วกว่า ช่วยให้พื้นไม่อมความชื้นและสามารถดูแลรักษาง่าย

มองย้อนกลับไปที่หน้าห้องจะเห็นพื้นที่ส่วนครัวทั้งหมดที่มีพื้นที่ขนาดประมาณ 1.50 x 2.25 เมตร  โดยทางซ้ายมือมีการ Built-in ตู้เก็บของและวางรองเท้ามาให้ ส่วนทางขวามือโครงการ Built-in ชุดครัว ยกเว้นเครื่องใช้ไฟฟ้ามาให้ ส่วนโต๊ะรับประทานอาหารโครงการจัดวางมาให้ดูเป็นไอเดียแต่ไม่ได้ให้นะคะ

ชุดครัวที่โครงการ Built-in มาให้จะมีหน้าบานทั้งด้านบนและด้านล่างเป็น Hi-gloss สีขาว ทางซ้ายมือเว้นช่องว่างไว้ให้วางตู้เย็น ขนาดประมาณ 0.6 x 0.62 เมตร

เมื่อเปิดครัวออกมาด้านบนเป็นตู้บานเปิดที่มีชั้นให้วางของได้ค่อนข้างเยอะ ส่วนเคาน์เตอร์ครัวด้านล่างมีที่วางช้อน ส้อม มีช่องที่ทำไว้สำหรับวางไมโครเวฟ และพื้นที่ใต้ซิ้งค์ล้างจาน ที่ติดตั้งถังขยะไว้ให้ด้วย

เนื่องจากตู้ครัวมีดีไซน์ Modern จึงออกแบบมาให้ไม่มีมือจับ แต่เราสามารถจับบานตู้เพื่อเปิดได้ตามภาพด้านบนค่ะ ส่วนภาพล่างเป็นบานพับตู้ที่ให้แบบ Soft Closed ทั้งหมด

ตรงผนังเคาน์เตอร์ติดกระจกมาให้ตามภาพ ช่วยให้ทำความสะอาดน้ำและคราบต่างๆได้ง่าย ท็อปเคาน์เตอร์ครัวเป็นหินสังเคราะห์ มีการติดตั้งซิงค์ล้างจาน เตาและที่ดูดควันมาให้เรียบร้อย

ซิงค์ล้างจานรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดปานกลางพร้อมก๊อกน้ำสแตนเลสของ Mex

เตาและที่ดูดควันของ Mex

ด้านข้างเคาน์เตอร์ครัวมีช่องวางของ สามารถวางของโชว์ วางหนังสือ หรือของใช้กระจุกกระจิกได้

โครงการวางโต๊ะรับประทานอาหารขนาด 2 ที่นั่งมาให้ที่หน้าเคาน์เตอร์ครัว ซึ่งห้องจริงจะไม่มีให้นะคะ แต่โครงการวางมาให้ดูเป็นตัวอย่างเฉยๆ สำหรับการวางฟังก์ชั่นในลักษณะนี้ นอกจากจะได้พื้นที่รับประทานอาหารแล้ว ยังสามารถปรับเปลี่ยนให้โต๊ะนี้เป็นเคาน์เตอร์ครัวจำเป็น ขณะที่ทำอาหารก็ได้ หรือจะเปลี่ยนเป็นโต๊ะทำงานก็สะดวก แล้วแต่การใช้งาน ใครที่อยากนำไอเดียไปใช้ก็ไม่ว่ากัน

มือจับตู้มีลักษณะแบบนี้ค่ะ

โดยพื้นห้องนั่งเล่นจะลามิเนตลายไม้ มีการปิดคิ้วรอยต่อระหว่างพื้นห้องครัวกับห้องรับแขกเรียบร้อย

ถัดไปจะเป็นระเบียงห้อง ที่กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน กรอบอลูมิเนียมเป็น powder coat ค่อนข้างหนาดี

ตัวล็อกประตูเป็นลักษณะนี้ ด้านข้างมีสักหลาดกันกระแทกมาให้เรียบร้อย

พื้นที่ระหว่างห้องนั่งเล่นกับระเบียงมีรางเลื่อนยื่นขึ้นมาเล็กน้อย พื้นระเบียงปูด้วยกระเบื้อง porcelain ลายหินอ่อน

มองไปทางขวามือเป็นที่วาง CDU แอร์แบบเป่าลมร้อนออกนอกอาคารทำให้ระเบียงไม่ร้อน สามารถออกมาใช้งานระเบียงได้ในขณะที่เปิดแอร์

จากระเบียงมองเข้าไปจะได้มุมมองแบบนี้ สามารถเห็นห้องนั่งเล่นไปถึงห้องครัวเลย

ถัดไปเป็นทางเข้าห้องนอน ประตูทางเข้าของจริงจะเป็นประตูสีน้ำตาลลายไม้ สีเดียวกับวงกบประตู  พื้นห้องนั่งเล่นกับห้องนอนจะปูด้วยลามิเนตลายไม้สีเดียวกับห้องนั่งเล่น

ห้องนอนมีขนาดประมาณ 5 x 2.47 เมตร ภายในห้องนอนนี้โครงการจะ Built-in ตู้เสื้อผ้าและติดแอร์แบบ Sprite type มาให้ โดยเราสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตแบบห้องตัวอย่างได้สบายๆ รวมทั้งวางโต๊ะเขียนหนังสือข้างๆเตียงได้พอดี

พื้นที่ข้างเตียงมีการ Drop ฝ้าเพดานเข้าไปซึ่งเราสามารถ Built-in โซฟาแบบห้องตัวอย่างก็เป็นไอเดียที่ดี ที่ผนังมีการติดตั้งหน้าต่างบาน Fix และบานกระทุ้งมาให้ บานหน้าต่างไม่กว้างมากนัก อาจจะเห็นวิวได้ไม่เต็มที่เท่าไหร่ แต่ก็ช่วยให้แสงธรรมชาติเข้าและระบายอากาศได้ดีค่ะ

หากวางเตียงขนาด 5′ แบบห้องตัวอย่างจะเหลือ พื้นที่จากปลายเตียงถึงผนังมีระยะประมาณ 0.44 เมตร ค่อนข้างแคบ ไม่เหมาะกับการวางตู้ทีวีเพราะจะทำให้ไม่มีทางเดินปลายเตียง หากใครที่ชอบดูทีวีในห้องแนะนำให้ติดตั้งทีวีแบบแขวนผนัง จะช่วยประหยัดพื้นที่ได้ดีกว่าค่ะ

ถัดไปเป็นพื้นที่หน้าห้องน้ำที่โครงการ Built-in ตู้เสื้อผ้ามาให้ 2 ตู้แบบนี้น่าจะถูกใจคุณผู้หญิงที่มีเสื้อผ้าเยอะๆ โดยข้อดีของการวางตู้เสื้อผ้ามาให้ในตำแหน่งนี้คือสะดวก เวลาอาบน้ำเสร็จก็ออกมาแต่งตัวได้เลย โดยพื้นที่ระหว่างตู้เสื้อผ้ากับเตียง เราสามารถวางโต๊ะเก้าอี้แบบห้องตัวอย่างก็ได้ พอแต่งตัวเสร็จสาวๆก็จะได้นั่งแต่งหน้าได้สะดวก แถมในเวลาที่ไม่ได้แต่งหน้าแต่งตัวก็เปลี่ยนเป็นโต๊ะเขียนหนังสือหรือนั่งทำงานได้สบายๆ

ตู้เสื้อผ้าที่โครงการ Built-in มาให้ จะมีความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน หน้าบานจะเป็นกระจกสีชา กรอบอลูมิเนียมเป็น Powder Coat สีดำ  ส่วนฟังก์ชั่นภายในตู้เสื้อผ้าก็ค่อนข้างครบ ทั้งแขวนผ้าและพับผ้าได้ ตู้ด้านบนก็พอให้วางหมอนวางผ้านวมได้ โดยตู้เสื้อผ้าที่ให้ทั้งสองตู้จะมีฟังก์ชั่นเหมือนกันเลยค่ะ

ถัดไปเป็นห้องน้ำ ซึ่งประตูห้องน้ำจะเป็นประตูลายไม้สีเดียวกับวงกบประตู

พื้นห้องน้ำมีการลดระดับลงเล็กน้อย ที่รอยต่อของพื้นห้องน้ำและพื้นห้องนอนมีการปิดคิ้วด้วยสแตนเลส

โดยกระเบื้องห้องน้ำจะปูด้วยกระเบื้อง porcelain สีเทาผิวหยาบขรุขระ ซึ่งจะช่วยกันลื่นเวลาพื้นเปียก และผิวกระเบื้องมีกริตเตอร์เพิ่มความสวยงาม

ห้องนำ้ขนาดประมาณ 1.4 x 2.47 เมตร ด้านในจัดวางพื้นที่ใช้งานเป็น 3 ส่วนคือ เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าพร้อมกระจกเงา, โถสุขภัณฑ์ และพื้นที่เปียกสำหรับอาบนำ้ที่มาพร้อมกับฉากกั้น

อ่างล้างหน้าแบบลอยตัวรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าพร้อมกระจกเงาติดผนังมาให้ ตัวท๊อปเคาน์เตอร์เป็น Plaswood ลายไม้ที่เป็นวัสดุกึ่ง PVC สามารถโดนน้ำได้ไม่บวม

อ่างล้างหน้าขนาดใหญ่ดี พร้อมก๊อกน้ำสแตนเลสแบบก้านโยกของ Cotto

โถสุขภัณฑ์ของ Cotto  พร้อมติดตั้งสายชำระและที่แขวนกระดาษทิชชู่มาให้เรียบร้อย แต่น่าจะย้ายไปติดกำแพงด้านข้างนะจะได้ใช้งานสะดวกหน่อย

ซูมหน้าตาสายชำระและที่แขวนกระดาษทิชชู่ให้ดูใกล้ๆ

ถัดไปเป็นพื้นที่อาบน้ำ ขนาดประมาณ 0.90 x 0.9 เมตร พื้นที่กระทัดรัดพอให้อาบน้ำสบายๆ ฉากกั้นอาบน้ำเป็นกระจก Temper glass มือจับค่อนข้างใหญ่จับถนัดมือดี

ที่พื้นมีการยกธรณีกันน้ำไหลไปสู่ส่วนแห้ง ปูกระเบื้องชนิดเดียวกับส่วนอื่นๆในห้องน้ำ

ชุดฝักบัวอาบน้ำของ Cotto หรือเทียบเท่า พร้อมที่วางสบู่

ฝักบัวขนาดใหญ่ ปรับระดับน้ำได้ด้วย

CEkkamai_3 copy

 

ปิดท้ายกันที่ห้อง 2 Bedroom ขนาด 64 ตารางเมตรที่เป็นแบบหน้ากว้างรับแสงธรรมชาติได้เยอะทำให้ห้องดูโปร่งและน่าใช้งานมากขึ้นกว่าห้องแบบหน้าแคบ ขนาดห้องเหมาะกับการพักอาศัย 3-4 คน เมื่อเข้าห้องมาจะเจอกับโถงทางเดินเล็กๆที่ทางซ้ายมือ Built-in ตู้เก็บของที่มีชั้นวางรองเท้ามาให้ ส่วนทางขวามือเป็นห้องเก็บ CDU แอร์ที่โครงการจัดวางตำแหน่งมาได้ดีมากเลยคือทำให้ระเบียงของห้องนี้กว้าง เพราะไม่ต้องเปลืองพื้นที่วาง CDU แล้วเวลาช่างมา Service ก็ไม่ต้องเข้ามาในห้อง สามารถเปิดประตูซ่อมได้ที่หน้าห้องได้เลย ช่วยในเรื่องความเป็นส่วนตัวได้อีก

ถัดไปเป็นครัว ที่โครงการ Built-in ชุดครัวรูปตัว L พร้อมฉากกั้นกระจกเข้ามุมมาให้  ช่วยให้ครัวนี้สามารถเป็นทั้งครัวเปิดและปิดตามต้องการ ถัดไปเป็นโถง Living room ที่สามารถจัดเป็นห้องนั่งเล่นและรับประทานอาหารได้ โดยห้องนี้จะเชื่อมต่อกับระเบียง ห้องนอนเล็ก ห้องน้ำ และห้องนอนใหญ่ที่มีห้องน้ำในตัว โดยห้องนี้จะอยู่ในตำแหน่งห้องมุมทางทิศตะวันตก จึงมีผนังที่มีหน้าต่าง 2 ด้านให้ที่ห้องนอนใหญ่ ช่วยให้แสงธรรมชาติเข้าดีแต่น่าเสียดายที่ติดเสาอาคารเลยไม่ได้บานกระจกแบบ Bay Window ค่ะ

เข้ามาในห้องจะเจอโถงทางเดินกว้าง 1.5 เมตร ทางซ้ายมือเป็นตู้ที่โครงการ Built-in มาให้ ส่วนทางขวามือเป็นที่วาง CDU แอร์ที่เป็นสัดส่วนดี

รูปเมื่อกี้อาจจะดูยากไปหน่อยเพราะมีกระจกเงาเลยเดินเข้ามาในห้องแล้วถ่ายกลับไปหน้าห้องให้ดูนะคะ จะเห็นว่าทางขวามือโครงการ Built-in ตู้เก็บของสูงถึงฝ้าเพดานมาให้  ส่วนทางซ้ายมือจะเป็นประตูเปิดไป Service ตัว CDU แอร์

โดยประตูนี้จะเป็นประตูบานเปิด กระจกฝ้าหน้าตาแบบนี้เลย หลังบานประตูนี้จะเป็นห้องวาง CDU ทุกตัวในห้องนี้ เวลาแอร์มีปัญหาก็ให้ช่างมา Service ตรงนี้ได้เลยไม่ต้องเข้าไปในห้องยกเว้นจะเสียที่ตัวแอร์

ตรงข้ามกันเป็นวางรองเท้าและเก็บของ เหมาะกับจะวางพวกร่ม กุญแจบ้าน กระเป๋า และของต่างๆที่ต้องใช้ก่อนเข้า-ออกห้อง เวลาออกไปข้างนอกจะได้ไม่ลืม

เดินเข้ามาจะเจอห้องครัวที่โครงการติดตั้งฉากกั้นกระจกเข้ามุมมาให้แบบนี้เลยค่อนข้างสะดวก สามารถปรับเปลี่ยนเป็นครัวปิดและครัวเปิดได้ เช่น หากทำอาหารหนักหรือมีกลิ่นก็ปิดประตูไว้กันกลิ่นไปรบกวนห้องอื่นๆ แต่ถ้าตอนไหนทำเครื่องดื่ม หรือเตรียมอาหารเบาๆก็เปิดประตูไว้ได้ค่ะ

พื้นห้องครัวปูด้วยกระเบื้อง porcelain สีครีม สามารถเช็ด ทำความสะอาดพื้นได้ง่าย มีรางเลื่อนเดินรอบและปิดคิ้วรอยต่อให้เรียบร้อย

เข้ามาภายในห้องครัวที่ Built-in ชุดครัวรูปตัว L มาให้แบบนี้เลย  หน้าบานตู้ด้านบนมีหน้าบานปิดผิวด้วย Hi-gloss สีเทาออกครีมและหน้าบานกระจกสีชา กรอบอลูมิเนียมสี Rose Gold เมื่อเปิดตู้ออกมาจะเห็นว่ามีชั้นวางของให้ค่อนข้างเยอะ ส่วนเคาน์เตอร์ครัวด้านล่างจะมีหน้าบานเป็น Hi-gloss ทั้งหมด เมื่อเปิดออกมาจะเห็นว่ามีที่วางช้อน ส้อม มีช่องที่ทำไว้สำหรับวางไมโครเวฟ และพื้นที่ใต้ซิ้งค์ล้างจานที่ติดตั้งถังขยะมาให้ ทางขวามือเป็นช่องว่างที่สามารถวางตู้เย็นแบบนี้ได้

ตรงผนังเคาน์เตอร์ติดกระจกมาให้ สามารถทำความสะอาดคราบต่างๆได้ง่ายดี ท็อปเคาน์เตอร์ครัวเป็นหินสังเคราะห์ มีการติดตั้งซิงค์ล้างจาน เตาและที่ดูดควันของ Mex มาให้เรียบร้อย

โดยพื้นที่ห้องครัวนี้จะเชื่อมต่อกับ Living room ที่สามารถจัดเป็นห้องนั่งเล่นและห้องรับประทานอาหารได้ เวลาทำอาหารหรือของว่างเสร็จก็มาเสิร์ฟกันได้เลยใกล้ๆ

โดยพื้นที่ Living room มีขนาด 3.5 x 5 เมตร สามารถวางฟังก์ชั่นเป็นห้องนั่งเล่นและห้องรับประทานอาหารได้

โดยหากจัดฟังก์ชั่นแบบนี้จะมีพื้นที่รับประทานอาหารประมาณ 2.3 x 3 เมตร สามารถวางโต๊ะรับประทานอาหารขนาด 4-6 ที่นั่งได้สบายๆ

ส่วนนั่งเล่นสามารถวางโซฟาขนาด 2-3 ที่นั่ง พร้อมชั้นวางทีวีแบบติดผนังจะเหมาะสมที่สุด เนื่องจากพื้นที่ค่อนข้างจำกัด หากวางโต๊ะวางทีวีอาจจะกินพื้นที่เกินไป โดยระยะดูทีวีอยู่ที่ประมาณ 2.1 เมตร เหมาะกับการติดตั้งทีวีขนาด 46 ” จะเป็นขนาดที่พอดีกับสายตา แต่ถ้าอยากดูจากโต๊ะทานอาหารด้วยก็ติดทีวีใหญ่กว่านี้ได้นะ

ถัดไปเป็นพื้นที่ระเบียงที่ถูกกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนสองตอนอยู่ทางซ้ายและขวา ส่วนตรงกลางเป็นบาน Fix

พื้นที่ระหว่างห้องนั่งเล่นกับระเบียงมีรางเลื่อนยื่นขึ้นมาเล็กน้อย พื้นระเบียงปูด้วยกระเบื้อง porcelain ลายหิน

เนื่องจากโครงการมีที่วาง CDU ไว้ให้แล้วต่างหาก ทำให้ระเบียงห้องนี้ค่อนข้างกว้าง สามารถใช้งานได้อเนกประสงค์ โดยระเบียงนี้มีพื้นที่ประมาณ 4.4 x 1.18 เมตร ส่วนราวระเบียงเป็นเหล็กโปร่งสูงประมาณ 1 เมตร

จากระเบียงมองเข้ามาในห้อง จะเห็นพื้นที่ Living area และห้องครัวทั้งหมด ที่ผนังเหนือห้องครัวจะมีการติดตั้งแอร์แบบฝั่งฝ้าเพดานมาให้แบบนี้ห้องเลยดูเรียบร้อยและสวยงามมากขึ้น ทางขวามือของห้องนอนใหญ่ ส่วนทางขวามือเป็นห้องนอนเล็ก และห้องน้ำ

เราจะมาดูห้องนอนเล็กและห้องน้ำกันนะคะ โดยประตูห้องจะเป็นลายไม้ สีเดียวกับวงกบประตู

เข้ามาในห้องนอนเล็กขนาดประมาณ 2.9 x 2.88 เมตร  สามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตแบบในห้องตัวอย่างได้  โดยห้องจริงจะเป็นผนังฉาบเรียบทาสีขาวธรรมดา พื้นลามิเนตลายไม้ ไม่มีการ Drop ฝ้าเพดานให้นะคะ

ที่ผนังมีการติดตั้งหน้าต่างบาน Fix และบานกระทุ้งมาให้  เสียดายหน้าต่างบานเล็กไปหน่อยถ้าได้จากพื้นถึงฝ้าจะดีมากเลยเพราะฝ้าสูง 2.7 แหนะ

พื้นที่ปลายเตียงติดเสาและค่อนข้างแคบ เดินผ่านไม่สะดวกเท่าไหร่ ที่ผนังด้านบนโครงการจะติดตั้งแอร์มาให้แบบนี้เลย

มองกลับไปยังพื้นที่ข้างเตียงอีกฝั่ง โครงการจะ Built-in ตู้เสื้อผ้าความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานมาให้ หน้าบานเป็นกระจกสีชา และกรอบบานเป็นอลูมิเนียมสี Rose Gold 

ฟังก์ชั่นของตู้ทำออกมาได้ดีทีเดียว โดยสามารถดึงลิ้นชักด้านข้างทางซ้ายมือออกมาเพื่อห้อยเครื่องประดับ และเก็บของใส่ลิ้นชักได้ ส่วนทางซ้ายมือเป็นตู้เสื้อผ้าที่มีฟังก์ชั่นครบคือมีลิ้นชักเก็บของด้านล่าง ราวแขวนผ้า และชั้นใส่หมอน ผ้าห่มด้านบน

ถัดไปเป็นห้องน้ำขนาดประมาณ 2.4 x 1.6 เมตรใช้โทนสีขาว-เทาอ่อน พื้นที่ห้องน้ำแบบนี้จะมีขนาดใหญ่กว่าห้อง 1 Bed เลยมีพื้นที่เหลือให้วางตะกร้าผ้าได้สบายๆค่ะ ด้านในจัดวางพื้นที่ใช้งานเป็น 3 ส่วนคือ เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าพร้อมกระจกเงา, โถสุขภัณฑ์ และพื้นที่เปียกสำหรับอาบนำ้ที่มีฉากกั้นมาให้เรียบร้อย

อ่างล้างหน้าแบบลอยตัวรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าของ Cotto พร้อมกระจกเงาติดผนังมาให้ ตัวท๊อปเคาน์เตอร์เป็น Plaswood ลายไม้ที่เป็นวัสดุกึ่ง PVC สามารถโดนน้ำได้ไม่บวม

ข้างๆกันเป็นโถสุขภัณฑ์ของ Cotto พร้อมติดตั้งสายชำระและที่แขวนกระดาษทิชชู่มาให้เรียบร้อย ที่ผนังทางซ้ายมือมีการ Drop ผนังเข้าไปเป็นที่ว่างที่เราสามารถ Built-in ตู้ หรือชั้นวางของอย่างเช่น หนังสือ เพื่อได้ใช้เวลาที่นั่งนานๆ^^

ถัดไปพื้นที่เปียกสำหรับอาบน้ำ ขนาดประมาณ 0.90 x 1.1 เมตร ฉากกั้นอาบน้ำเป็นกระจก Temper glass มือจับค่อนข้างใหญ่ดี ที่ผนังข้างๆกันมีที่แขวนผ้าเช็ดตัวมาให้เรียบร้อย

ที่พื้นมีการยกธรณีกันน้ำไหลไปสู่ส่วนแห้ง ปูกระเบื้องชนิดเดียวกับส่วนอื่นๆในห้องน้ำ

ที่ผนังติดตั้งชุดฝักบัวอาบน้ำของ Cotto หรือเทียบเท่ามาให้ พร้อมที่วางสบู่ ฝักบัวขนาดใหญ่ ปรับระดับน้ำได้ด้วย

ถัดไปเป็นห้องนอนใหญ่ที่อยู่อีกฝั่งของห้อง ห้องนี้สามารถวางเตียงนอน King size ขนาด 6 ฟุตได้สบายๆ โดยภาพรวมจะเห็นว่าห้องนี้ค่อนข้างโปร่งและแสงธรรมชาติเข้าดีมาก เนื่องจากมีช่องเปิดที่ผนังสองด้าน

พื้นที่ปลายเตียงมีระยะ  0.70 เมตร ขนาดพอที่จะวางทีวีแขวนผนังและ Built-in ตู้วางของติดผนังแบบในห้องตัวอย่างได้ หรือใครจะหาโต๊ะวางทีวีเก๋ๆสักตัวแล้ววางทีวีตั้งโต๊ะก็ยังเหลือพื้นที่พอค่ะ

ข้างเตียงอีกด้านเป็นพื้นที่หน้าห้องน้ำ ที่โครงการตู้เสื้อผ้า Built-in ตู้เสื้อผ้ามาให้เป็นพื้นที่  Walk-in Closet

ฟังก์ชั่นในตู้เสื้อผ้าจะเหมือนกับของห้องนอนเล็ก โดยสามารถดึงลิ้นชักด้านข้างทางซ้ายมือออกมาเพื่อห้อยเครื่องประดับ และเก็บของได้ ส่วนทางซ้ายมือเป็นตู้เสื้อผ้าที่มีลิ้นชักเก็บของด้านล่าง ราวแขวนผ้า และชั้นใส่หมอน ผ้าห่มด้านบน แต่หน้าบานจะเป็นบานเลื่อนเดี่ยว เปิดใช้งานได้ทีละด้านค่ะ

ข้างๆกันเป็นห้องน้ำขนาดประมาณ  1.41 x 2.47 เมตร มีฟังก์ชั่นหลัก 3 ส่วนคือ เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าของ Cotto พร้อมกระจกเงา พร้อมสายชำระและที่แขวนกระดาษทิชชู่ และพื้นที่เปียกสำหรับอาบนำ้ที่มาพร้อมกับฉากกั้นกระจก Tempered ด้านในติดตั้งชุดฝักบัวพร้อมที่วางสบู่มาให้เรียบร้อย ผนังและพื้นห้องนี้จะเป็นกระเบื้อง porcelain ผิวหยาบทั้งหมด

DSC01159

ถัดไปเป็นห้องแบบ 1 Bedroom Loft ขนาด 34.25 ตร.ม. ฝ้าเพดานสูง 4.2 เมตร เหมาะกับคนที่ชอบห้องแบบฝ้าเพดานสูง อยู่อาศัย 1-2 คน ตัวห้องเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า พื้นที่ชั้นล่างแบ่งเป็นเป็นห้องครัว ห้องน้ำ และ living room ที่เชื่อมต่อกับระเบียง ส่วนชั้น 2 เป็นห้องนอนที่โครงการ Built-in ตู้เสื้อผ้ามาให้ด้วย โดยห้องนี้เราจะพาไปดูกันพอเป็นน้ำจิ้ม ใครสนใจสามารถไปดูที่สำนักงานขายได้นะคะ

DSC01173

เมื่อเข้ามาในห้องจะเจอพื้นที่ครัวที่มีฝ้าเพดานสูง 2.2 เมตร โครงการ Built-in ชุดครัวมาให้เหมือนกับห้อง Type อื่นๆ  ทางซ้ายมือเป็นห้องน้ำ มองตรงไปเป็น Living room แบบฝ้าเพดานสูงที่เชื่อมต่อกับระเบียง

DSC01174

เข้ามาภายในห้องน้ำจะแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ส่วนคืออ่างล้างหน้า โถสุขภัณฑ์ และส่วนอาบน้ำที่มีฉากกั้นกระจกนิรภัยมาให้เรียบร้อย โดยทางขวามือมีการติดตั้งตู้เสื้อผ้าหน้าบานเป็นกระจกมาให้ด้วย สุขภัณฑ์ภายในห้องนี้ทั้งหมดจะให้ของ Cotto ค่ะ

ปิดท้ายด้วยห้อง Living room ที่เป็นห้องฝ้าเพดานสูง 4.2 เมตร จากห้องนี้จะมีบันไดทางขึ้นไปยังห้องนอนได้ ใครอยากเห็นห้องแบบ 1 Bedroom Loft กันแบบเต็มๆ สามารถติดตามชมได้ในรายการ คิด เรื่อง อยู่ เร็วๆนี้ค่ะ 🙂

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

 

ราคาและเงื่อนไขการขาย @7 October 2016

  • ห้อง 1 Bedroom  ชั้น 16 ห้อง 1620 เนื้อที่ 27 ตร.ม. ราคา 3,270,000 บาท หรือ 121,111 บาท/ตร.ม.
  • ห้อง 1 Bedroom  ชั้น 27 ห้อง 2709  เนื้อที่ 30 ตร.ม. ราคา 4,100,000 บาท หรือ 136,667 บาท/ตร.ม.
  • ห้อง 1 Bedroom Loft  ชั้น 41 ห้อง 4110 เนื้อที่ 34.25 ตร.ม. ราคา 5,950,000 บาท หรือ 173,723 บาท/ตร.ม.
  • ห้อง 2 Bedroom  ชั้น 10 ห้อง 1001 เนื้อที่ 65 ตร.ม. ราคา 7,370,000 บาท หรือ 113,385บาท/ตร.ม.
  • ห้อง 2 Bedroom  ชั้น 35 ห้อง 3517 เนื้อที่ 65  ตร.ม. ราคา 8,830,000 บาท หรือ 135,846 บาท/ตร.ม.
  • ห้อง 2 Bedroom  ชั้น 16 ห้อง 1601 เนื้อที่ 65 ตร.ม. ราคา 7,400,000 บาท หรือ 113,846 บาท/ตร.ม.

 

  • Fully Fitted
  • ฝ้าเพดานสูง 2.7 และ 4.2 เมตร
  • Kitchen & Sink
  • Hob & Hood
  • Shuttle Bus ไปกลับ BTS เอกมัย
  • 1 Bedroom จอง 30,000 บาท และทำสัญญา 70,000 บาท
  • 2 Bedroom จอง 50,000 บาท และทำสัญญา 100,000 บาท
  • ดาวน์ 15% ผ่อนดาวน์ 30 งวด
  • ค่ากองทุน 600 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 55 บาท/ตร.ม./เดือน
  • โปรโมชั่น : ส่วนลดสูงสุด 150,000 และรับ iPhone 7

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ

 


เจาะลึกรวบยอด

โครงการ C Ekkamai เหมาะกับคนที่มองหาคอนโดบนถนนเอกมัยค่อนมาทางเพชรบุรี มี Life style แบบคนรุ่นใหม่ ชอบความอุดมสมบูรณ์ในโซนทองหล่อ-เอกมัย สามารถขับรถไปได้ไม่ไกลมาก ซึ่งทำเลนี้ถ้าจะไปเทียบกับช่วงต้นหรือกลางซอยเอกมัยคงไม่ได้ เพราะทำเลนี้จะเน้นมาทางเพชรบุรีที่มีความคึกคักน้อยกว่า แต่ก็มีตลาดเอกมัยอยู่ใกล้ๆให้เดินไปซื้อของได้เลย โดยโครงการเปิดตัวมาในราคา 125,000 บาท ซึ่งถ้าเทียบกับคอนโดติดถนนเอกมัยที่มีอยู่ตอนนี้จะมีราคาอยู่ที่ 150,000 ขึ้นไป ทั้งคอนโดเปิดตัวใหม่ และ Resale ดังนั้นโครงการนี้จึงเหมาะกับคนที่ต้องการคอนโดติดถนนเอกมัย แต่ยอมเขยิบมาอยู่ตอนท้ายของเอกมัยค่อนมาทางถนนเพชรบุรี เพื่อที่จะได้ราคาถูกลงมา

การเดินทางเหมาะสำหรับคนที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นหลัก สามารถไปสุขุมวิท เพชรบุรี พัฒนาการ หรือตรงไปเรื่อยๆก็ออกเลียบด่วนรามอินทราได้เลย โดยถนนเอกมัยนี่ใครๆก็รู้ว่ารถติด ซึ่งก็ยังดีที่โครงการมีทางลัดเลาะ เลี่ยงรถติดได้ค่อนข้างเยอะค่ะ ส่วนทางด่วนก็มีสองจุดหลักๆ ให้เลือกคือทางด่วนรามอินทราช่วงสุดถนนเอกมัย และทางด่วนอาจณรงค์ที่ต้องวิ่งทะลุซอยสุขุมวิท 40 ไปออกฝั่งกล้วยน้ำไทค่ะ โดยรวมแล้วการเดินทางด้วยรถยนต์สะดวกดี ที่จอดรถมา 55% ถือว่าน้อยไปหน่อยสำหรับคอนโดราคานี้ที่ไม่ได้อยู่ใกล้รถไฟฟ้ามากนัก

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ ตัวโครงการมีระยะห่างจาก BTS เอกมัย ประมาณ 2.3 กม. เป็นระยะที่อาจเรียกไม่ได้ว่าอยู่ใกล้รถไฟฟ้า แต่ก็เป็นตัวเลือกที่สามารถใช้ได้ค่ะ โดยโครงการมีรถ Shuttle Bus รับส่ง นอกจากนี้หน้าโครงการยังมีรถเมล์ รถแท๊กซี่ผ่านตลอดทั้งวัน หรือจะเดินไปนิดหน่อยตรงหน้าซอยเอกมัย 30 ก็มีพี่วินและรถกระป๊อที่สามารถนั่งไปได้ถึง BTS เอกมัยเลย

วัสดุของโครงการถือเป็นจุดเด่นของที่นี่ มีการเลือกสเปคที่ค่อนข้างดี โดยกระเบื้องที่ใช้ในห้องนี้ทั้งหมดจะเป็นกระเบื้อง porcelain สีเทา ซึ่งเป็นกระเบื้องที่มีการเคลือบผิวหน้าทำให้มีคุณสมบัติดูดซับน้ำต่ำกว่ากระเบื้องที่เราพบเห็นทั่วไปเวลาพื้นเปียกน้ำจะแห้งได้เร็วกว่า ช่วยให้พื้นไม่อมความชื้นและสามารถดูแลรักษาง่าย ซึ่งจะมีความแตกต่างกันที่พื้นผิวและลวดลายในแต่ละจุด โดยในห้องครัวใช้กระเบื้องสีเทา ห้องน้ำใช้ผิวขรุขระและมีกริตเตอร์ ส่วนที่ระเบียงจะเป็นลายหินอ่อน ซึ่งเลือกวัสดุได้เข้ากับดีไซน์การใช้งานแต่ละพื้นที่ดี ส่วนของที่ Built-in มาให้อย่างตู้เสื้อผ้า จะเป็นหน้าบานกระจกสีชา กรอบอลูมิเนียมสี Rose Gold ส่วนชุดครัวหน้าบาน Hi-Gloss ท๊อปหินสังเคราะห์ ติดตั้งซิ้งค์ล้างจาน เตา และที่ดูดควันของ Mex มาให้ ส่วนสุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำให้ของ Cotto 

โครงการออกแบบภายใต้คอนเซปต์ “ปริซึมดีไซน์” คือการตัดทอนเอาลวดลายของปริซึมมาเป็นลูกเล่นในการตกแต่งอาคารทั้งที่ Facade และงานออกแบบภายในซึ่งดูจากสำนักงานขายถือว่าทำออกมาได้สวยดีค่ะ โดยรวมแล้วออกแบบมาได้ลงตัวในพื้นที่ 3 ไร่เศษ ที่ความสูง 44 ชั้น ซึ่งเป็นคอนโดที่สูงที่สุดในย่านเอกมัย ณ ปัจจุบัน จุดเด่นของที่นี่เลยจะมีห้องที่ได้วิวมุมสูง และ Facilities ชั้นดาดฟ้าที่สามารถ Take วิวเมืองได้ดี

ห้องพักจะเน้นไปที่ห้องแบบ 1 Bedroom ที่มีแบบห้องให้เลือกเยอะสุด เพราะเน้นไปที่กลุ่มคนวัยทำงานที่พักอาศัยกันอยู่ 1-2 คน มีห้อง 1 Bedroom duplex มาเป็นตัวเลือกให้คนที่ชอบห้อง Double volume ส่วนใครที่พักอาศัยกันเป็นครอบครัวก็มีห้องแบบ 2 Bedroom จนถึง Penthouse มาเป็นตัวเลือกให้ด้วยเหมือนกัน ส่วนห้องขายแบบ Fully fitted ซึ่งให้ของ Buit-in ที่จำเป็นสำหรับชีวิตประจำวันอย่างสุขภัณฑ์ ครัวและตู้เสื้อผ้า ซึ่งเราสามารถซื้อเฟอร์นิเจอร์มาแต่งบ้านในสไตล์ของตัวเองเพิ่มได้อีกค่ะ

ส่วนกลางของที่นี่จะมีให้ที่ชั้น 6 ประกอบด้วยสระว่ายน้ำ, Fitness, ลานโยคะ, Library, สวน และ Jogging Track ส่วนที่ชั้น 44 จะมีสวน Sky Lounge แบบ Double Volume และสวนชั้นดาดฟ้า ซึ่งถือว่าให้มาเยอะและหลากหลายดีสำหรับห้องพัก 729 ยูนิต

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับราคา 125,000 บาท/ตร.ม., 7 October 2016

  • ทำเล 7.5/10 -ติดถนนเอกมัยค่อนไปทางเพชรบุรี
  • เดินทางด้วยรถ 7.75/10 -เดินทางด้วยรถยนต์สะดวก มีทางลัดเลาะเลี่ยงรถติดได้หลายทาง
  • ไม่ใช้รถ 7.25/10 -ห่างจาก BTS เอกมัยประมาณ 2.3 กม. มีรถเมล์และแท๊กซี่ผ่านหน้าโครงการ รวมทั้งมีคิวรถกระป๊อและวินมอเตอร์ไซค์ ห่างจากโครงการไปประมาณ 90 เมตร สามารถนั่งไปถึง BTS เอกมัยได้
  • วัสดุ 8/10 -ขายแบบ Fully Fitted วัสดุให้มาดี มีดีไซน์เหมาะสมกับพื้นที่และฟังก์ชั่นการใช้งาน
  • แบบ 8.25/10 -ออกแบบได้ลงตัว มีห้องพักให้เลือกหลากหลาย ขนาดตั้งแต่  27 ตร.ม.ขึ้นไป
  • สาธารณูปโภค 8.25/10 -ให้มาเต็มที่และเลือกใช้งานได้หลากหลาย โดยมี Facilities ที่หลักชั้น 6 และ Sky Lounge ที่ชั้น 44 สามารถมองวิวได้จากมุมสูง

  • HIGH CLASS
  • 7.73 / 10.00

BOTTOM LINE

C Ekkamai เหมาะกับคนที่ต้องการคอนโดในย่านเอกมัย -เพชรบุรี แต่ยังเดินทางไปทองหล่อได้สะดวก ชอบโครงการที่มี Facilities จัดเต็ม และให้วัสดุภายในห้องค่อนข้างดี เดินทางด้วยรถส่วนตัวเป็นหลัก หวังพึ่งพารถไฟฟ้าอยู่บ้าง มีงบประมาณระดับ 3-7 ล้าน หรือมีกำลังผ่อนประมาณ 24,000 – 49,000 บาท/เดือน 

ถ้าเห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด LIKE ให้หน่อยนะคะ จะได้มีกำลังใจทำรีวิวถัดๆไปค่ะ

สมัครสมาชิกพร้อมรับข่าวสารเพิ่มเติม (คลิกที่นี่ )