สวัสดีมิตรรักแฟนเพจ Thinkofliving ทุกท่าน วันนี้เราขอเอาใจผู้ที่กำลังหาบ้านเดี่ยวในงบไม่เกิน 5 ล้านบาทกันบ้าง ทุกวันนี้ถ้าเราลองสำรวจตลาดบ้านเดี่ยวราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลจะเริ่มหายากขึ้นแล้วนะคะ เวลาสอบถามกับโครงการก็จะได้คำตอบมาว่างบ 5 ล้านเนี่ยเป็นขนาดเริ่มต้นของบ้านเดี่ยวในโครงการนั้นๆ เลย หลายๆบริษัท อสังหาริมทรัพย์(มหาชน) ก็ไม่ได้ทำออกมาขายกันแล้วนะ เพราะค่าที่ดินก็สูงขึ้น ค่าก่อสร้างก็สูงขึ้น ทำให้ราคาบ้านเดี่ยวในปัจจุบันเด้งไปที่ 5 ล้านกว่า – 6 ล้านขึ้นกันแล้ว ทำให้ Developer มักจะทำเป็นบ้านแฝดแทนออกมาขายแทน

แต่..“ถ้าเรามีงบซื้อบ้านเดี่ยว 5 ล้านบาท แล้วอยากจะรู้ว่ามีบ้านของบริษัทไหนบ้าง และบ้านแต่ละแบบมีจุดเด่นอะไร” ในบทความนี้เราได้รวมรวบข้อมูลมาให้แล้วบางส่วน โดยเลือกบริษัท อสังหาริมทรัพย์(มหาชน) ทั้งหมด 7 บริษัทชั้นนำ มาดูไปพร้อมๆ กันเลยค่า

บ้านเดี่ยวราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท

ก่อนอื่นเลยเราได้ลองสอบถามจากหลายๆ โครงการที่เป็นของบริษัท อสังหาริมทรัพย์ ชั้นนำในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ก็ถามไปว่า “ถ้ามีงบประมาณ 5 ล้านบาท มีบ้านเดี่ยวแบบไหนให้เลือกบ้าง” คำตอบที่ได้ส่วนใหญ่คล้ายๆ กันเลยคือ สมมุติถ้าโครงการนั้นมีบ้านเดี่ยว 4 แบบ งบประมาณ 5 ล้านบาทจะเหลือแบบบ้านให้เลือกแค่แบบเดียวเท่านั้น ซึ่งเป็นแบบบ้านขนาดเริ่มต้นของโครงการเลยแหละ ที่ดินก็เริ่มต้นที่ 50 ตร.วา ตามกฎหมายบ้านเดี่ยว ส่วนพื้นที่ใช้สอยก็จะอยู่ที่ประมาณ 115 -150 ตร.ม. ฟังก์ชัน 3-4 ห้องนอน 2-3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ จึงเหมาะกับครอบครัวขยาย อยู่กันได้หลายรุ่น ซึ่งแต่ละแบรนด์ก็พยายามเสนอจุดเด่นของตัวเอง ก็ไม่พ้นในเรื่องของทำเล, พื้นที่ส่วนกลาง, รูปแบบบ้าน, แบรนด์ และเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ทำให้ผู้อยู่อาศัยเกิดความสะดวกสบายมากขึ้น

ต่อไปเราจะพาไปดูกันว่าบ้านเดี่ยวแต่ละแบรนด์มีจุดเด่นอะไรกันบ้าง และมีโครงการทำเลไหนให้เลือกกันบ้างนะคะ


1. คณาสิริ จาก บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)

เราขอเริ่มกันที่โครงการบ้านเดี่ยวแบรนด์ คณาสิริ ในเครือของแสนสิริ ซึ่งจุดเด่นหลักๆ ของพี่แสนแน่นอนว่าต้องเป็นเรื่องของเทคโนโลโยที่ทันสมัย สำหรับตัวบ้านเดี่ยวก็จะมีนวัตกรรม Cooliving Designed Home ถือได้ว่าทาง Developer ใส่ใจในรายละเอียดในการออกแบบตัวบ้านเพื่อช่วยลดความร้อน นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการประหยัดพลังงานด้วยค่ะ

รูปแบบบ้านและพื้นที่ส่วนกลาง

หน้าตาของตัวบ้านของแบรนด์คณาสิริ ในแต่ละโครงการจะมีสไตล์ที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับทำเล ตัวอย่างบ้านที่เราหยิบมาให้ดูกันเป็นของ คณาสิริ วงแหวน-พระราม 2 ซึ่งตัวบ้านมีความเป็นเอกลักษณ์ ออกมาในยุค 70 (Mid Century 70’s) เน้นความเรียบง่าย ซึ่งโครงการอื่นๆ ก็จะมีสไตล์ที่แตกต่างกันออกไป

ในส่วนของ Facilities ส่วนกลางก็จะจัด Clubhouse มาให้มีขนาดใหญ่และ มีการออกแบบตัวอาคาร Clubhouse ที่ทำให้บรรยากาศออกมาให้ดูน่าใช้งาน ภายในก็จะมีครบทั้ง
ฟิตเนส, Co-working space, Educational Playground, สระว่ายน้ำ

จุดเด่นภายในบ้าน

แปลนบ้าน – ยกตัวอย่างแบบบ้านขนาด 128 ตร.ม. เป็นแบบที่มีขนาดใหญ่สุดที่เราสามารถซื้อได้ในงบไม่เกิน 5 ลบ. จัดฟังก์ชันมาให้ครบแบบ 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ ส่วนที่เป็นจุดเด่นของตัวบ้านมีอยู่ 4 ส่วนที่เราคิดว่าน่าสนใจ

1. ครัวไทยให้มามีขนาดใหญ่ เป็นครัวปิด  ทำให้ไม่ต้องต่อเติมครัวเพิ่ม เหมาะสำหรับครอบครัวที่ชอบทำครัวเป็นประจำ ต้องการครัวปิดที่สามารถช่วยกันกลิ่นและควันได้ ถ้าเลือกบ้านแบบนี้ก็ไม่ต้องเสียงบที่จะต่อเติมครัวเพิ่มเลย

2. ห้องน้ำทุกห้องออกแบบมาให้มีพื้นที่แบ่งส่วนเปียกส่วนแห้ง ทำให้สามารถอาบน้ำได้สะดวกทุกห้อง ซึ่งจำเป็นมากสำหรับครอบครัวที่มีสมาชิกหลายคน และต้องรีบออกจากบ้านพร้อมกันในช่วงเวลาเร่งด่วนยามเช้า เราก็สามารถแบ่งสมาชิกลงมาอาบน้ำที่ชั้นล่างได้ด้วย

3. ระเบียงในห้องนอนใหญ่มีความกว้าง น่าใช้งาน ทำให้เราสามารถมีพื้นที่มานั่งพักผ่อน เปลี่ยนบรรยากาศที่ชั้นบนของตัวบ้านได้อีกตำแหน่งหนึ่ง

4. เมื่อเราเอ่ยถึงบ้านของแสนสิริ “นวัตกรรม” เป็นเรื่องที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลย ซึ่งตอนนี้ก็จะมีนวัตกรรม Cool living Designed Home ที่มีการออกแบบหลายๆ ส่วนให้ประหยัดพลังงานและให้เกิดความสะดวกสบายกับผู้อยู่อาศัยมากขึ้น ซึ่งหลายๆ แบรนด์ก็ทำออกมาเช่นกัน แต่ส่วนที่พี่แสนมีเพิ่มขึ้นมาให้อย่างเช่น

  • หน้าต่างของบ้านจะไม่ได้เป็นหน้าต่างเหมือนบานปกติทั่วๆไปนะ แต่พี่แสนเค้าเรียกว่า Breeze Panel ซึ่งมีข้อดีตรงที่ช่วยถ่ายเทอากาศภายในบ้านได้ โดยหน้าต่างแบบนี้จะมีมาให้ 2 จุดคือพื้นที่ห้องนั่งเล่นกับพื้นที่ทานอาหาร เมื่อเปิดพร้อมกันแล้วจะช่วยถ่ายเทอากาศภายในบ้านได้บางส่วน แต่อย่าเข้าใจผิดว่าเปิดแล้วลมเข้ามาแรงๆนะคะ เค้าไม่ได้ออกแบบมาให้ดักลมเข้าบ้านแต่เน้นไปที่การถ่ายเทอากาศมากกว่า

  • Roof Ventilation & Roof Shade & Roof Reflex ช่องระบายอากาศบริเวณฝ้าใต้หลังคาเพื่อการระบายความร้อนใต้หลังคาและถ่ายเทอากาศ เพิ่มความยาวกว่ามาตรฐานป้องกันแดด และฝน ติดแผ่นสะท้อนความร้อนบนหลังคาและรูระบายอากาศเล็กๆ ช่วยระบายความร้อนของตัวบ้าน

  • โรงจอดรถจะมีไฟ LED แบบเปิด/ปิดให้อัตโนมัติตามความเข้มของแสง

แบบบ้านเหมาะกับ – ครอบครัวขนาดกลาง 3-4 คน ที่แยกบ้านออกมาอยู่อาศัยแบบพ่อแม่ลูก เพราะไม่ได้มีห้องนอนผู้สูงอายุที่ชั้นล่าง และเหมาะกับครอบครัวที่อยากได้ครัวปิด แบบไม่ต้องเสียงบต่อเติมเพิ่มเลย เราได้รวบรวมโครงการที่มี Design และงบประมาณตามที่เล่ามา ดังนี้


2. Centro จาก AP (บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จํากัด (มหาชน))

มาต่อกันที่โครงการบ้านเดี่ยวแบรนด์ Centro จาก AP เป็นอีกบริษัทหนึ่งที่มีการพัฒนาโปรดักส์อยู่ตลอด  ซึ่งจุดเด่นหลักๆ ของแบรนด์นี้ก็จะเป็นเรื่องของพื้นที่ส่วนกลางบริเวณด้านหน้าโครงการ ทำให้โครงการดูหรูหราทีเดียว สำหรับตัวบ้านจะมีฟังก์ชันที่มีห้องอเนกประสงค์ที่ชั้นล่าง จึงตอบโจทย์ครอบครัวใหญ่ที่มีผู้สูงอายุ หรือสามารถปรับฟังก์ชันตามไลฟ์สไตล์ผู้อยู่อาศัยได้เลย

รูปแบบบ้านและพื้นที่ส่วนกลาง

หน้าตาของตัวบ้านของแบรนด์ Centro จะออกมาในสไตล์ Modern ดูเรียบง่าย ไม่ตกยุคตัวอย่างบ้านที่เราหยิบมาให้ดูกันเป็นของ Centro รังสิต คลอง4-วงแหวน ซึ่งหลายๆ โครงการในแบรนด์ Centro ก็จะมีการใช้สีในโทนขาวๆ เทาๆ แบบนี้

สำหรับอาคาร Clubhouse ของโครงการจะมีความโดดเด่นเป็นสง่าอยู่ด้านหน้าโครงการและจะเห็นได้ว่าอาคารถูกออกแบบเป็นรูปตัว L ใช้เป็นส่วนหนึ่งของซุ้มประตูเลย โดยมีการตกแต่งด้วยโทนสีขาว-ดำ และใช้คอนกรีต ปูน และกระจกเป็นวัสดุหลัก ให้ความรู้สึก Modern ตามสมัยนิยมค่ะ

บรรยากาศของห้องรับเเขกภายใน Clubhouse เราจะเจอกับความโปร่งทั้งจากความสูงของห้องที่สูงมากกว่า 3 เมคร และความสว่างจากการออกแบบโดยใช้กระจกเต็มผนังทั้งด้าน ตั้งแต่พื้นจรดฝ้าเพดาน ทำให้ส่วนกลางของบ้านจาก AP มีความโปร่งโล่งอยู่เสมอ สำหรับฟังก์ชันก็มีครบตามปกติทั้งสระว่ายน้ำ ฟิตเนส ส่วนที่เราคิดว่ามีเพิ่มกว่าโครงการอื่นจะเป็น Kid’s Room เพื่อตอบโจทย์กลุ่มครอบครัวขยาย ซึ่งเราชอบนะ เพราะเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้มาปฎิสัมพันธ์กันรวมถึงผู้ปกครองด้วย

บรรยากาศภายใน Kid’s Room มีการเตรียมพื้นที่ให้เหมาะสำหรับเด็กเล็ก และมีพื้นที่ให้คุณพ่อคุณแม่นั่งรอได้ด้วย

จุดเด่นภายในบ้าน

แปลนบ้าน – ยกตัวอย่างแบบบ้านขนาด 154 ตร.ม. เป็นแบบที่มีขนาดใหญ่สุดที่เราสามารถซื้อได้ในงบไม่เกิน 5 ลบ. จัดฟังก์ชันมาให้ครบแบบ 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ ส่วนที่เป็นจุดเด่นของตัวบ้านมีอยู่ 3 ส่วนที่เราคิดว่าน่าสนใจ

1. มีพื้นที่บริเวณหน้าบันไดเพิ่มขึ้นมา เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ จัดเป็นพื้นที่ทำงานหรือพื้นที่นั่งเล่นก็ได้ค่ะ

2. พื้นที่ชั้นล่างสามารถปรับเป็นห้องผู้สูงอายุ หรือห้องทำงานโดยไม่ต้องกั้นห้องเพิ่ม ซึ่งหน้าต่างของห้องจะได้กระจกบานใหญ่ ที่มีบาน Fix และบานเลื่อน ทำให้ห้องดูโปร่งโล่งและสามารถเปิดหน้าต่างระบายอากาศได้

3. Master Bedroom มีขนาดใหญ่ จึงมีพื้นที่สำหรับทำเป็น Walk-in Closet ได้กว้าง ซึ่งบริเวณนี้จะเชื่อมติดกับห้องน้ำ และประตูทางออกไประเบียง ทำให้ได้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาบริเวณนี้ค่อนข้างมาก

แบบบ้านเหมาะกับ – ครอบครัวขยายขนาด 3-5 คน ซึ่งรองรับครอบครัวที่มีผู้สูงอายุด้วย เพราะมีห้องอเนกประสงค์ที่ชั้นล่าง ทำให้สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันได้ และเหมาะกับกลุ่มคนที่ต้องการให้มีพื้นที่ Walk-in ใน Master Bedroom ขนาดใหญ่ แต่ก็ต้องมีงบประมาณสำหรับต่อเติมนิดหน่อย เพราะต้องทำฉากกั้นพื้นที่ Walk-in Closet เพิ่มอีกหน่อยค่ะ เราได้รวบรวมโครงการที่มี Design และงบประมาณตามที่เล่ามา ดังนี้


3. Pave จาก SC  (บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จํากัด (มหาชน))

ต่อไปเป็นโครงการบ้านเดี่ยวแบรนด์ Pave ในเครือของ Sc Asset ส่วนตัวเรารู้สึกว่าโครงการบ้านของ SC มีความโดดเด่นในเรื่องของบรรยากาศภายในโครงการ ที่จะให้อารมณ์เหมือนพักผ่อนในรีสอร์ท โดยเฉพาะบรรยากาศของพื้นที่ส่วนกลาง บริเวณ Clubhouse ค่ะ

รูปแบบบ้านและพื้นที่ส่วนกลาง

แบบบ้าน Delta จากโครงการ Pave บางนา

หน้าตาของตัวบ้านของแบรนด์ Pave จะเห็นมีอยู่หลักๆ 2 แบบ ส่วนใหญ่เป็นบ้านแบบ Modern ตามปกติที่เราเห็นกันทั่วไป แต่ก็จะมีบางโครงการอย่างเช่น Pave บางนา และ Pave ปิ่นเกล้า-ศาลายา ที่ทำออกมามีเอกลักษณ์ เป็นหลังคาแบบหน้าจั่ว ใช้สีน้ำตาลและเทา ทำให้ดูกลมกลืนกับสีเขียวของธรรมชาติโดยรอบมากขึ้น

ในส่วนของบริเวณ Clubhouse ของโครงการ จะมีการใช้กระจกในเป็นผนังอาคารค่อนข้างมาก และเน้นให้ฝ้าเพดานสูง กับหลังคามีความยาวมากกว่าปกติด้วย นอกจากนี้จะมีการจัดวางสระว่ายน้ำให้อยู่ตรงกลาง ทำให้เราสามารถชมวิวสระว่ายน้ำได้จากหลายๆ มุมของ Clubhouse จึงให้ความรู้สึกสไตล์รีสอร์ทค่ะ

อีกอย่างที่ทำให้เรารู้สึกว่าบรรยากาศส่วนกลางจะให้ความรู้สึกเหมือนอยู่รีสอร์ท คือดีเทลของฉากบังแดด ที่เป็นลักษณะของบานเฟี้ยม ซึ่งในหลายๆ โครงการก็จะมีดีเทลที่แตกต่างกันออกไป สำหรับ Facilities ส่วนกลางก็จะจัดฟังก์ชันหลักๆ อย่าง สระว่ายน้ำ ฟิตเนส และสวนมาครบตามปกติค่ะ แต่ก็จะมีบางโครงการที่เพิ่มในส่วนของ Co-Working Space เป็นห้องคุยงานให้ลูกบ้านใช้ประชุมได้ พร้อม Wi-Fi Free หรือบางโครงการที่เพิ่ม Kid’s Room มาให้ เป็นต้น

จุดเด่นภายในบ้าน

แปลนบ้าน – ยกตัวอย่างแบบบ้านขนาด 178 ตร.ม. เป็นแบบที่มีขนาดใหญ่สุดที่เราสามารถซื้อได้ในงบไม่เกิน 5 ลบ. จัดฟังก์ชันมาให้ครบแบบ 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 พื้นที่รับแขก 1 พื้นที่อเนกประสงค์ และ 2 ที่จอดรถ ส่วนที่เป็นจุดเด่นของตัวบ้านมีอยู่ 4 ส่วนที่เราคิดว่าน่าสนใจ

1. มีพื้นที่อเนกประสงค์ต่อเชื่อมจาก Living Area ในส่วนรับประทานอาหารก็จะเชื่อมต่อกับส่วนครัว ซึ่งภายในบ้านหลังนี้ก็ออกแบบให้มีเคาน์เตอร์เล็กๆ ไว้สำหรับจัดเตรียมอาหารหรือชงเครื่องดื่มง่ายๆ นอกจากได้ฟังก์ชั้นจากการจัดเตรียมแล้ว ยังเป็นใช้เป็นส่วนที่กั้นพื้นที่ส่วนครัวไปในตัวอีกด้วย แต่ถ้าเราไม่ได้ทำเคาน์เตอร์บาร์ เราสามารถขยับโต๊ะทานอาหารไปติดกับส่วนครัว ก็จะทำให้เรามีพื้นที่อเนกประสงค์โล่งๆ ที่ติดกับ Living Area ได้

2. พื้นที่ทำครัวมีขนาดใหญ่ ทำให้เรามีพื้นที่สำหรับทำ Pantry บริเวณทางเข้าห้องครัวได้ แต่เค้าจะไม่ได้กั้นผนังมาให้แบบครัวปิดนะคะ สำหรับบ้านไหนที่ต้องการครัวปิดต้องเสียเงินกั้นผนังในส่วนนี้เพิ่มเติมค่ะ

3. โครงการมีห้องอเนกประสงค์ให้สามารถปรับฟังก์ชันได้ ทำให้สามารถรองรับครอบครัวที่มีผู้สูงอายุได้ หรือจะตกแต่งเป็นห้องทำงาน ทำการบ้านเล็กๆของลูกๆ แบบในบ้านตัวอย่างก็ได้ ซึ่งภายในห้องนี้จะมีช่องแสงที่เพียงพอจากหน้าต่างบานใหญ่บริเวณข้างบ้าน จึงเหมาะสำหรับเป็นห้องทำการบ้านได้เป็นอย่างดี

4. หลายๆ โครงการก็มีการติดตั้งสัญญาณกันขโมยให้นะคะ แต่โครงการส่วนใหญ่จะติดตั้งให้เฉพาะชั้นล่าง แต่สำหรับบ้านแบรนด์ Pave ของ SC นั้น เค้าจะติดตั้งมาให้ทั้งชั้นบนและชั้นล่างด้วยระบบ Magnetic Sensor ค่ะ

แบบบ้านเหมาะกับ – แบบบ้านของ Pave จะมีพื้นที่ใช้สอยที่ค่อนข้างเยอะ เหมาะกับครอบครัวที่อยาก ได้พื้นที่ Living+Dining Area กว้างๆ สำหรับฟังก์ชันของบ้านเหมาะสมกับครอบครัวขยายขนาด 3-5 คน ซึ่งรองรับครอบครัวที่มีผู้สูงอายุได้ด้วย เพราะมีห้องอเนกประสงค์ที่ชั้นล่าง ทำให้สามารถจัดเป็นห้องนอนได้ เราได้รวบรวมโครงการที่มี Design และงบประมาณตามที่เล่ามา ดังนี้


4. Perfect Park จาก Property Perfect (บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน))

ต่อไปเป็นโครงการบ้านเดี่ยวแบรนด์ Perfect Park ในเครือของ Property Perfect หากใครเคยไปเยี่ยมชมโครงการของ Property Perfect จะทราบดีอยู่แล้วว่าบริษัทนี้มักจะซื้อที่ดินขนาดใหญ่เป็นหลาย 100 ไร่ เพื่อแบ่งที่ดินพัฒนาเป็นหลายๆ โครงการในบริเวณเดียวกัน แล้วมักจะมีทะเลสาบซึ่งถือว่าเป็น Signature ของเค้าเลย อยู่บริเวณทางเข้าก่อนที่จะแยกย่อยไปตามโครงการต่างๆ ทำให้ลูกบ้านของทุกโครงการสามารถมาแชร์กันใช้พื้นที่ส่วนกลางบริเวณริมทะเลสาบได้ และก็จะมีส่วนกลางของแต่ละโครงการแยกออกไปอีกทีหนึ่ง รวมถึง Perfect Park หลายๆ ทำเลก็จะมีทะเลสาบเป็นอีกหนึ่ง Facilities ส่วนกลางเช่นเดียวกันค่ะ

รูปแบบบ้านและพื้นที่ส่วนกลาง

แบบบ้าน Aster ของโครงการ Perfect Park ราชพฤกษ์-ปทุมธานี

หน้าตาของตัวบ้านของแบรนด์ Perfect Park จะมีให้เลือกค่อนข้าง จะเห็นมีอยู่หลักๆ 2 แบบ คือเป็นแบบบ้านสไตล์ Modern และแบบบ้านที่ทำออกมาเป็นหลังคาแบบหน้าจั่ว ซึ่งทั้ง 2 แบบก็จะใช้สีโทนน้ำตาลและเทา ทำให้ดูไม่ขัดตากับสีเขียวของธรรมชาติโดยรอบ แต่ส่วนตัวแล้วจะรู้สึกชอบบ้านทรงจั่วมากกว่า เพราะดูมีรายละเอียดเช่น การทำขอบบ้านเบิ้ลขึ้นมาอีกชั้นหนึ่งเพื่อให้เกิดความสวยงาม ซึ่งถ้าเป็นบ้านแบบ Modern ก็จะดูเรียบๆ มากกว่า ซึ่งก็เป็นแบบตามปกติทั่วไปที่เรามักเห็นกันในหลายๆ โครงการ

สำหรับ Facilities ส่วนกลางภายในของแต่ละโครงการก็จะมีหลักๆ ทั้งสระว่ายน้ำ ฟิตเนส แล้ว รู้สึกว่าบรรยากาศบริเวณ Clubhouse ของโครงการ Perfect Park จะเน้นเรื่องความเขียวชอุ่มของต้นไม้ ทำให้ดูร่มรื่นเป็นพิเศษ เหมาะกับคนที่ชอบบรรยากาศเขียวๆ นอกจากนี้โครงการในบางทำเลก็จะมีทะเลสาบด้วย เช่น Perfect Park พระราม 5-บางใหญ่ เป็นต้น

จุดเด่นภายในบ้าน

แบบบ้าน Aster ของโครงการ Perfect Park ราชพฤกษ์-ปทุมธานี

แปลนบ้าน – แบบบ้านในงบไม่เกิน 5 ล้านบาท ของแบรนด์นี้จะมีพื้นที่ใช้สอยกะทัดรัดหน่อย อยู่ที่ประมาณ 120-140 กว่า ตร.ม. เราลองเลือกตัวอย่างของแบบบ้านขนาด 120 ตร.ม. มาให้ชมกัน จัดฟังก์ชันมาให้ครบแบบ 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ ส่วนที่เป็นจุดเด่นของตัวบ้านมีอยู่ 3 ส่วนที่เราคิดว่าน่าสนใจ

1. ห้องครัวได้เป็นครัวปิด ทำให้เราไม่ต้องเสียเงินในการต่อเติมครัวเพิ่มเลย แถมพื้นที่ใช้สอยที่ให้มาก็มีขนาดใหญ่ทีเดียว สามารถทำเคาน์เตอร์ตัว L และติดตั้งซิงค์ล้างจาน เตาแก๊ส และมีพื้นที่สำหรับเตรียมอาหารได้แบบไม่อึดอัด

2. Master Bedroom มีขนาดใหญ่และได้หน้าต่าง/ประตูเป็นกระจกบานใหญ่ จึงรับแสงธรรมชาติเข้ามาได้มาก ทำให้บริเวณภายในห้องดูโปร่งโล่งมากๆ ก็แลกมากับการทีเราต้องติดม่านเพิ่ม จะได้ปิดได้เวลาที่เราต้องการความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัยนะคะ

3. ได้ Sky Terrace แบบระเบียงกว้าง ซึ่งโครงการสมัยนี้ไม่ค่อยได้เห็นระเบียงใหญ่ขนาดนี้สักเท่าไหร่ เพราะส่วนมากจะเอาไปทำเป็นพื้นที่ภายในมากกว่า ซึ่งอันนี้ก็แล้วแต่ความชอบส่วนตัวของผู้อยู่อาศัยแต่ละคนนะคะ

4. Smart Home Automation เป็นนวัตกรรมที่จะทำให้ผู้อยู่อาศัยสะดวกสบายขึ้น จากการสั่งงานเครื่องใช้ไฟฟ้าผ่าน Smart Phone ได้เลย เช่น สามารถควบคุมการเปิด/ปิดไฟ, การควบคุมเครื่องปรับอากาศรวมถึงสร้างความปลอดภัย อย่าง Perfect Smart Home Security เทคโนโลยีสำหรับดูความเคลื่อนไหวภายในบ้านจากกล้องวงจรปิด พร้อมระบบ Smart Motion Sensor ที่แจ้งเตือนผ่านสมาร์ทโฟน ทำให้คุณรู้สึกอุ่นใจในการพักอาศัย และสบายในเมื่ออยู่นอกบ้านยิ่งขึ้น

แบบบ้านเหมาะกับ – ครอบครัวขนาดกลาง 3-4 คน ที่แยกบ้านออกมาอยู่อาศัยแบบพ่อแม่ลูก เพราะไม่ได้มีห้องนอนผู้สูงอายุที่ชั้นล่าง และเหมาะกับครอบครัวที่อยากได้ครัวปิด แบบไม่ต้องเสียงบต่อเติมเพิ่มเลย มีความชอบระเบียงที่กว้างขวาง รับได้กับห้องน้ำ 1 ห้องในชั้นบนที่ต้องแชร์กันใช้งานค่ะ เราได้รวบรวมโครงการที่มี Design และงบประมาณตามที่เล่ามา ดังนี้


5. The Plant จาก Pruksa (บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน))

มาดูในฝั่งของเจ้าตลาดทาวน์โฮมอย่าง Pruksa กันบ้าง ซึ่งบ้านเดี่ยวในงบประมาณ 5 ล้านบาทของเค้าก็มีเช่นกัน เป็นโครงการบ้านเดี่ยวที่มาในแบรนด์ The Plant นั่นเอง สำหรับบ้านของ Pruksa มักจะเน้นในเรื่องของความคุ้มค่า ราคาหยิบจับง่าย อย่างแบรนด์อื่นๆ ที่เราดูๆ มาบ้านเดี่ยวขนาดที่ดิน 50 ตร.วา ก็จะเริ่มกันที่ 4 ล้านปลายๆ แต่ของเจ้านี้เค้ามีบ้านเดี่ยวให้เลือกในราคาตั้งแต่ 3 ล้านปลายๆ เลยนั่นเอง ซึ่งบอกเลยว่าทั้ง Facilities ส่วนกลางหลักๆ และฟังก์ชันบ้านก็มีมาครบเช่นเดียวกัน และมีให้เลือกในหลายทำเลเลยนะคะ

รูปแบบบ้านและพื้นที่ส่วนกลาง

แบบบ้าน Pricy ของโครงการ The Plant เทพารักษ์-บางนา

หน้าตาของตัวบ้านของแบรนด์ The Plant จะถูกออกแบบมาในสไตล์ Modern ใช้โทนสีน้ำตาลเทา ส่วนที่มีความพิเศษกว่าแบรนด์อื่นๆ คือ มีการใช้หินประดับในบริเวณของผนังบ้านชั้นบน จึงดูมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองค่ะ

สำหรับพื้นที่ส่วนกลางบริเวณประตูซุ้มโครงการ ดูเรียบง่าย ทันสมัย ยังมีการใช้ลักษณะของเส้นแนวยาว ที่เลียนแบบลักษณะของต้นไม้ เข้ากับชื่อแบรนด์ The Plant

สำหรับส่วนกลางของโครงการก็จะให้ Facilities หลักๆ มาครบ ประกอบไปด้วย Club House 2 ชั้น ด้านบนเป็นพื้นที่ห้องออกกำลังกาย ส่วนด้านล่างมีสระว่ายน้ำ และพื้นที่ co-working space ที่สามารถนั่งทำงานนั่งพักผ่อนได้สบายๆ

จุดเด่นภายในบ้าน

แบบบ้าน Pricy ของโครงการ The Plant เทพารักษ์-บางนา

แปลนบ้าน – เราหยิบเอาตัวอย่างของแบบบ้านขนาด 142 ตร.ม. มาให้ชมกัน จัดฟังก์ชันมาให้ครบแบบ 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ โดยมีโครงสร้างตัวบ้านเป็น Precast Concreate ส่วนที่เป็นจุดเด่นของตัวบ้านมีอยู่ 3 ส่วนที่เราคิดว่าน่าสนใจ

1. พื้นที่ทำครัวมีขนาดใหญ่ ทำให้เรามีพื้นที่สำหรับทำเคาน์เตอร์บาร์บริเวณทางเข้าห้องครัวได้ แต่เค้าจะไม่ได้กั้นผนังมาให้แบบครัวปิดนะคะ สำหรับบ้านไหนที่ต้องการครัวปิดต้องเสียเงินกั้นผนังในส่วนนี้เพิ่มเติมค่ะ

2. Master Bedroom มีพื้นที่ทำ Walk-in Closet ถูกออกแบบมาอย่างเป็นสัดส่วนเพื่อใช้งานง่าย เพราะอยู่ติดกับประตูทางเข้าห้องน้ำเลย

พื้นที่ภายในหลังจากวางตู้แล้วนั้นเหลือพื้นที่ให้ยืนแต่งตัวได้สบายๆ

3. มีการนำเทคโนโลยี Smart Home มาใช้ ซึ่งจะติดตั้งให้กับบ้านทุกหลัง มีอุปกรณ์ต่างๆ ดังนี้

  • RM Pro :IR/R 1 set เครื่องสีดำตัวนี้ จะทำให้เราสามารถสั่งการเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ในบริเวณที่เจ้าเครื่องนี้ตั้งอยู่ได้ โดยผ่าน Application ในมือถือ เช่น หากเราไม่อยู่บ้านนานๆ สามารถสั่งการเปิดไฟที่บ้านในเวลากลางคืน และปิดไฟในตอนเช้าได้ เพื่อความปลอดภัย ทางโครงการมีให้ 1 ตัว
  • IP Camera กล้องวงจรปิดที่บริเวณโรงจอดรถ 
  • Switch ไฟเปิด-ปิด แบบ Touch Screen 
  • Motion Sensor ตัวจับสัญญาณความเคลื่อนไหว หากมีความเคลื่อนไหวเกิดขึ้น จะส่งสัญญาณเตือนไปที่ Application ในมือถือของเรา 
  • Door Sensor ติดที่หน้าต่างและประตูของบริเวณชั้น 1 

สำหรับพวก Smart Home มักจะเป็นโปรโมชันส่งเสริมการขาย ที่เค้าอาจจะไม่ได้ให้ในทุกๆ โครงการ ถ้าเอาชัวร์ๆ ก็ลองสอบถามเซลล์แต่ละโครงการอีกทีหนึ่ง สำหรับโครงการที่เราไปเจอว่าให้ Smart Home มาคือ โครงการ The Plant เทพารักษ์-บางนา ค่ะ

แบบบ้านเหมาะกับ – ครอบครัวขนาดกลาง 3-4 คน ที่แยกบ้านออกมาอยู่อาศัยแบบพ่อแม่ลูก เพราะไม่ได้มีห้องนอนผู้สูงอายุที่ชั้นล่าง มีงบประมาณสำหรับต่อเติมบริเวณห้องครัวเพิ่มถ้าอยากได้ครัวปิด ชอบฟังก์ชันของ Master Bedroom ที่ครบครันทั้งห้องน้ำในตัว พื้นที่สำหรับจัด alk-in Closet และระเบียง ทางทีมงานได้รวบรวมโครงการที่มี Design และงบประมาณตามที่เล่ามา ดังนี้

สำหรับบ้านเดี่ยวราคา 5 ล้านในเครือของบริษัทพฤกษา จะมีตัวเลือกอีกแบรนด์หนึ่งคือ Passorn นะคะ ซึ่งแบบบ้านก็จะคล้ายๆ The Plant นี่แหละ จะต่างกันที่ทำเลของแต่ละโครงการเท่านั้นเอง แต่ถ้าใครหาบ้านแบรนด์ Passorn แล้วไปเจอชื่อสร้อยต่อท้าย เช่น Passorn Prestige โครงการกลุ่มนี้ก็จะมีระดับราคาที่สูงขึ้นไปอีกนิดหน่อยค่ะ


6. Supalai Bella จาก Supalai (บริษัท ศุภาลัย จํากัด (มหาชน))

ในส่วนของบ้านเดี่ยวในงบประมาณ 5 ล้านบาทในเครือของป้าศุ ก็จะมีโครงการบ้านเดี่ยวที่มาในแบรนด์ Supalai Bella เป็นอีกแบรนด์ที่มีบ้านเดี่ยวราคาเริ่มต้นไม่แรงมาก ตั้งแต่ 3 ล้านปลายๆ ขึ้นไป และบอกเลยว่าให้พื้นที่ใช้สอยมาเยอะทีเดียวค่ะ

รูปแบบบ้าน

แบบบ้านศุภลักขณา จากโครงการ Supalai Bella เทพารักษ์

หน้าตาของตัวบ้านของแบรนด์ Supalai Bella จะถูกออกแบบมาในสไตล์ Modern ใช้โทนสีขาวเป็นหลักตัดด้วยสีน้ำตาล มีรายละเอียดของการทำขอบปูนในส่วนต่างๆ ทำให้ตัวบ้านดูมีมิติมากขึ้น

จุดเด่นภายในบ้าน

แบบบ้านศุภลักขณา จากโครงการ Supalai Bella เทพารักษ์

แปลนบ้าน – เราหยิบเอาตัวอย่างของแบบบ้านขนาด 150 ตร.ม. มาให้ชมกัน จัดฟังก์ชันมาให้ครบแบบ 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ ซึ่งเป็นแบบบ้านมาตรฐานที่เรามักจะเจอกันในโครงการบ้านเดี่ยวส่วนใหญ่ของศุภาลัยเลยนะคะ ส่วนที่เป็นจุดเด่นของตัวบ้านมีอยู่ 2 ส่วนที่เราคิดว่าน่าสนใจ ดังนี้

1. ดูจากแปลนเราจะเห็นว่าห้องครัวที่ได้เป็นครัวปิด ทำให้เราไม่ต้องเสียเงินในการต่อเติมครัวเพิ่มเลย แถมพื้นที่ใช้สอยที่ให้มาก็มีขนาดใหญ่ทีเดียว สามารถทำเคาน์เตอร์ครัวแบบขนานและมีพื้นที่พอให้ทำอาหารได้สบายๆ

2. Master Bedroom จะได้หน้าต่างบานใหญ่ มีความกว้างเต็มผนัง ทำให้บรรยากาศภายในห้องดูโปร่งโล่ง และถ้าดูจากแปลนเราจะเห็นว่าพื้นที่ทำ Walk-in Closet ถูกออกแบบมาอย่างเป็นสัดส่วนเพื่อใช้งานง่าย เพราะอยู่ติดกับประตูทางเข้าห้องน้ำเลย

แบบบ้านเหมาะกับ – ครอบครัวขนาดกลาง 3-4 คน ที่แยกบ้านออกมาอยู่อาศัยแบบพ่อแม่ลูก เพราะไม่ได้มีห้องนอนผู้สูงอายุที่ชั้นล่าง ชอบบ้านที่มีพื้นที่ใช้สอยเยอะๆ และอยู่ในงบประมาณที่หยิบจับง่าย ทางทีมงานได้รวบรวมโครงการที่มี Design และงบประมาณตามที่เล่ามา ดังนี้


7. Lanceo จาก Lalin Property (บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด(มหาชน))

สำหรับ ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ก็เป็นอีกบริษัท ที่มีบ้านเดี่ยวในงบประมาณ 5 ล้านบาทให้เลือกด้วยเช่นกัน จะเป็นบ้านในแบรนด์ Lanceo ซึ่งจุดขายของเค้าเลยคือ เอาใจครอบครัวที่ชอบที่ดินขนาดใหญ่ คือ บ้านเดี่ยวทั่่วไปจะมีขนาดที่ดิน 50 ตร.วา แต่สำหรับลลิลจะชอบแบ่งแปลงที่ดินให้มีขนาดใหญ่ขึ้นเช่น 60 ตร.วา เป็นต้น

รูปแบบบ้าน

แบบบ้าน Leonus จากโครงการ Lanceo รามอินทรา-วัชรพล

หน้าตาของตัวบ้านของแบรนด์ Lanceo จะมีเอกลักษณ์ในส่วนของหลังคาที่มีการต่อเชิงชายลงมา ทำให้มีความเรียบร้อยขึ้น ดูย้อนยุคหน่อยๆ ค่ะ

แบบบ้าน Leonus จากโครงการ Lanceo รามอินทรา-วัชรพล

แปลนบ้าน – เราหยิบเอาตัวอย่างของแบบบ้านขนาด 175 ตร.ม. มาให้ชมกัน ถือว่าเป็นบ้านที่มีพื้นที่ใช้สอยเยอะทีเดียว เมื่อเทียบกับราคาบ้านไม่เกิน 5 ล้านบาท จัดฟังก์ชันมาให้ครบแบบ 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ ส่วนที่เป็นจุดเด่นของตัวบ้านมีอยู่ 3 ส่วนที่เราคิดว่าน่าสนใจ ดังนี้

1. ดูจากแปลนเราจะเห็นว่าห้องครัวที่ได้จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือได้ทั้งครัวปิดไว้สำหรับทำอาหารไทย ที่มีกลิ่น มีควันฉุนๆ ได้ ทำให้เราไม่ต้องเสียเงินในการต่อเติมครัวเพิ่มเลย และยังได้ครัวเปิดที่สามารถทำ Pantry ครัว ไว้สำหรับทำอาหารเบาๆ เช่น ปิ้งขนมปัง หรือสามารถตั้งโต๊ะสตูสูง ไว้เป็นอีกมุมหนึ่งให้มานั่งทานอาหาร หรือมานั่งให้กำลังใจแม่บ้านเวลาทำครัวก็ได้นะ^^

2. ห้องน้ำทุกห้องออกแบบมาให้มีพื้นที่แบ่งส่วนเปียกส่วนแห้ง ทำให้สามารถอาบน้ำได้สะดวกทุกห้อง ซึ่งจำเป็นมากสำหรับครอบครัวที่มีสมาชิกหลายคน และต้องรีบออกจากบ้านพร้อมกันในช่วงเวลาเร่งด่วนยามเช้า เราก็สามารถแบ่งสมาชิกลงมาอาบน้ำที่ชั้นล่างได้ด้วย

3. ได้ Master Bedroom ที่มีขนาดใหญ่ มีพื้นที่ทำ Walk-in Closet ซึ่งถูกออกแบบมาอย่างเป็นสัดส่วนเพื่อใช้งานง่าย เพราะอยู่ติดกับประตูทางเข้าห้องน้ำเลย

แบบบ้านเหมาะกับ – ครอบครัวขนาดกลาง 3-4 คน ที่แยกบ้านออกมาอยู่อาศัยแบบพ่อแม่ลูก เพราะไม่ได้มีห้องนอนผู้สูงอายุที่ชั้นล่าง ชอบบ้านที่มีที่ดินเยอะๆ แต่ยังอยู่ในงบประมาณ 5 ล้านบาท อยากได้ครัวทั้ง 2 แบบคือครัวปิด/ครัวเปิด แต่ไม่มีงบประมาณในการกั้นห้อง ก็เหมาะกับโครงการนี้เพราะเค้ากั้นมาให้เสร็จสรรพ  และอยากได้ Master Bedroom ที่มีขนาดใหญ่ มีฟังก์ชันครบทั้ง Walk-in Closet ห้องน้ำ และระเบียงค่ะ

สรุป

บ้านเดี่ยวราคาไม่เกิน 5 ล้านบาทในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลจะเริ่มหายากขึ้นแล้วนะคะ โครงการที่เราไปสอบถามข้อมูลมาฝากกันก็มักจะได้คำตอบมาว่างบ 5 ล้านเนี่ยเป็นขนาดเริ่มต้นของโครงการ จึงมักจะมีแบบบ้านให้เลือกแค่แบบเดียวคือแบบพื้นที่ใช้สอยน้อยที่สุด เป็นขนาดเริ่มต้น พอขยับพื้นที่เพิ่มขึ้นไปอีกหน่อย ในแบบบ้านที่ใหญ่ขึ้นก็มักจะเลยงบ 5 ล้านบาทเสียแล้ว นอกจากนี้ หลายๆ บริษัท อสังหาริมทรัพย์(มหาชน) ก็ไม่ได้ทำออกมาขายกันแล้วนะ เพราะค่าที่ดินก็สูงขึ้น ค่าก่อสร้างก็สูงขึ้น ทำให้ราคาบ้านเดี่ยวในปัจจุบันเด้งไปที่ 5 ล้านกว่า – 6 ล้านบ้านขึ้นกันแล้ว อย่างไรก็ตามเราได้รวบรวมโครงการบ้านเดี่ยวที่ยังอยู่ในงบประมาณ 5 ล้านบาทไว้ให้แล้ว (เก็บข้อมูล ณ วันที่ 16/1/2020) แต่ก็จะมีทำเลให้เลือกน้อยลงหน่อย ส่วนจุดเด่นของการออกแบบในแต่ละโครงการเราขอสรุปตามนี้นะคะ

สำหรับคนที่ชอบงานนวัตกรรม เน้นเรื่องการออกแบบให้บ้านเย็น ระบายอากาศได้ดี แนะนำแบรนด์คณาสิริ ชอบเทคโนโลยีที่ทันสมัย แนะนำแบรนด์ของ The Plant และ Perfect Park

สำหรับคนที่ชอบทำอาหาร และไม่ต้องการให้กลิ่นเข้ามารบกวนภายในตัวบ้าน เราแนะนำ คณาสิริ, Centro, Perfect Park, Supalai Bella และ Lanceo ที่จะได้เป็นครัวปิดไม่ต้องเสียเงินต่อเติม หรือทำผนังเพิ่มเลย

ส่วนถ้าโฟกัสไปที่ระบบรักษาความปลอดภัย คงต้องแนะนำแบรนด์ Pave ที่ตัวบ้านจะได้สัญญาณกันขโมยระบบ Magnetic Sensor ในตัวบ้านทั้ง 2 ชั้น ซึ่งต่างจากโครงการส่วนใหญ่ที่มักจะติดตั้งให้แค่บริเวณชั้นล่างอย่างเดียว หรือจะมองเป็นพวก The Plant กับ Perfect Park ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ให้ Magnetic Sensor ทั้ง 2 ชั้น แต่ก็จะมีการติดตั้งกล้องวงจรปิด, Motion Sensor และ Door Sensor เพิ่มเติมให้ ซึ่งจะเชื่อมต่อกับ Application ในมือถือเราด้วย

ส่วนคนที่ชอบระบบเทคโนโลยีภายในบ้านแนะนำ The Plant และ Perfect Park ที่มีระบบ Smart Home Automation ที่ใช้ในการสั่งงานเปิดปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าด้วย

สำหรับใครที่ชอบส่วนกลางสไตล์รีสอร์ท สวยๆ ได้บรรยากาศชิลๆ เราว่า Pave ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ หรือหากชอบ Facilities ที่หลากหลายก็เลือก Centro จะมีห้องทำกิจกรรมที่รองรับกับคนหลายช่วงอายุมากขึ้น แต่ถ้าอยากได้โครงการที่มีทะเลสาบก็เลือก Perfect Park แต่จะไม่ได้มีทะเลสาบในทุกทำเลนะคะ ต้องดูเป็นแต่ละทำเลไปค่ะ

หากครอบครัวไหนที่มีสมาชิกหลายคน และต้องรีบออกจากบ้านพร้อมกันในช่วงเวลาเร่งด่วนยามเช้า แล้วต้องการห้องน้ำ 3 ห้อง ที่แบ่งพื้นที่ภายในเป็นสัดส่วน ให้สามารถแบ่งสมาชิกลงมาอาบน้ำที่ชั้นล่างได้สะดวก ก็มีอยู่หลายตัวเลือก ได้แก่ คณาสิริ, Centro, Pave, Supalai Bella และ Lanceo 

ส่วนครอบครัวที่ต้องการที่ดินขนาดใหญ่ ชอบปลูกต้นไม้ หรือต้องการพื้นที่รอบบ้านเยอะๆ ก็แนะนำให้เลือก Lanceo ค่ะ

สุดท้ายถ้าบ้านไหนอยู่กันแบบครอบครัวใหญ่ มีคุณปู่คุณย่าอาศัยอยู่ด้วย อยากจะได้ห้องนอนที่ชั้นล่างก็แนะนำเป็น Centro ค่ะ ไม่ต้องกั้นห้องเพิ่มเลย

เป็นไงกันบ้างคะ สำหรับภาพรวมของบ้านเดี่ยวภายใต้แบรนด์ต่างๆ ของ 7 ผู้ประกอบการชั้นนำ ที่เรานำมาฝากกัน ทางทีมงานคิดว่าบทความนี้จะช่วยให้เพื่อนๆ ทุกคน หาบ้านในฝันของตัวเองได้ง่ายขึ้น ใครมีข้อเสนอแนะ ติชม สามารถ Comment ใต้บทความได้เลย ขอบคุณค่ะ ^^


ติดตามพวกเราได้ที่

Website : www.thinkofliving.com
Twitter : www.twitter.com/thinkofliving
YouTube : www.youtube.com/ThinkofLiving
Instagram : www.instagram.com/thinkofliving
Facebook : ThinkofLiving