
ใครๆ ก็รู้ว่ารังสิตมีคลองเยอะ…แต่ทุกคนรู้มั้ยคะว่า ‘รังสิตมีทั้งหมดกี่คลอง..?’ ติ๊กต่อก…ติ๊กต่อก ถ้านับแค่ในจังหวัดปทุมธานี รังสิตมีจำนวนคลองทั้งหมด 14 คลอง!! ครอบคลุมพื้นที่ถึง 4 อำเภอ คือ อำเภอคลองหลวง , อำเภอหนองเสือ , อำเภอลำลูกกา และอำเภอธัญบุรี โดยบางเส้นมีความยาวจากเหนือจรดใต้มากสุดกว่า 20 กิโลเมตร..!! หลายคนอาจสงสัยว่าทำไม ‘รังสิต’ ต้องมีคลองมากมายขนาดนี้ เราคงต้องเล่าย้อนความไปเมื่อร้อยกว่าปีก่อนที่ ‘รังสิต’ ยังถูกเรียกว่า ‘ทุ่งหลวง’ เพราะต้องการเปลี่ยนแปลงพื้นที่รกร้างขนาดใหญ่ให้กลายเป็นพื้นที่เกษตรกรรม
จึงเกิดเป็น ‘คลองรังสิตประยูรศักดิ์’ คลองสายแรกที่เชื่อมต่อระหว่างแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำนครนายก ก่อนแตกออกเป็นคลองย่อย 33 คลอง กินพื้นที่ 7 จังหวัด ตั้งแต่ปทุมธานี , นครนายก , อยุธยา , ฉะเชิงเทรา , ปราจีนบุรี , สระบุรี และกรุงเทพฯ ถือเป็นอภิมหาโปรเจกต์ที่มีเนื้อที่กว่า 2.3 ล้านไร่ เทียบเท่ากับเมืองหลวงของเราทั้งจังหวัดเลยทีเดียว ส่งผลให้แปลงที่ดินในโซนนี้ถูกตัดแบ่งออกเป็นบล็อกๆ ยาวขนานไปกับลำคลอง เพื่อให้ในอดีตสามารถสัญจรและผันน้ำเข้ามาในพื้นที่ได้ง่าย แต่ปัจจุบันที่ผู้คนใช้ถนนในการสัญจรเป็นหลัก ทางเข้า – ออกจึงถูกบีบให้เหลือแค่ 2 ทาง การวิ่งเชื่อมต่อระหว่างกันก็ค่อนข้างยาก จึงทำให้การพัฒนาพื้นที่มีขอบเขตที่จำกัด จนหลายคนอาจตั้งคำถามว่า ‘รังสิต จะสามารถโตได้อีกมั้ย..?’
จากการอัปเดตล่าสุดในช่วงต้นปี 2569 ‘ย่านรังสิต’ กำลังจะมี Mega Project ยักษ์ใหญ่ถึง 4 โครงการ ซึ่งถือเป็นการขยับขยายครั้งสำคัญของย่านเลยก็ว่าได้ โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการปรับผังสีเมืองรวมแต่ละโซน รวมถึงโครงการส่วนต่อขยายต่างๆ ที่เริ่มมีการเซ็นอนุมัติก่อสร้างแล้วในปัจจุบัน นับเป็นจังหวะที่สอดรับกันพอดีระหว่างการพัฒนาของกลุ่มพาณิชยกรรมและโครงข่ายคมนาคมของภาครัฐที่วางแผนเตรียมไว้ล่วงหน้าแล้วหลายปี เกิดเป็น 4 โครงการที่จะมาพลิกโฉม ‘รังสิต’ ให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง ซึ่งแต่ละแห่งจะปักหมุดตรงไหนในย่าน และมีความสำคัญยังไงบ้าง วันนี้เราจะพาไปชมกัน รวมถึงใครที่กำลังมองหาบ้านในย่านนี้ เราก็มี ‘เทียบทำเลบ้านโซนคลอง 1 – 6 คลองไหนน่าอยู่สุด…?’ พร้อมตัวอย่างรายชื่อโครงการมาฝากกันด้วยนะคะ
Central M หรือ Central รังสิต : ติดถนนพหลโยธิน ขาออก (คลอง 1)
เป็น Mega Project จาก CPN บนเนื้อที่ดินกว่า 761 ไร่..!! ซึ่งมีหน้ากว้างเกือบ 1 กิโลเมตร ติดถนนพหลโยธิน ฝั่งขาออก (เดิมเป็นโรงงานไทยเมล่อน) เรียกได้ว่าใหญ่กว่า Future City ที่มีขนาด 600 ไร่ อีกนะ โดย CPN ได้ทยอยซื้อเก็บมาเรื่อยๆ จนเมื่อมีการประกาศผังเมืองรวมใหม่ เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา โดยแก้ไขข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ของที่ดิน “ผังเมืองรวมเมืองท่าโขลงคลองหลวง – รังสิต จังหวัดปทุมธานี พ.ศ. 2568” เปลี่ยนจากการใช้ประโยชน์ พื้นที่สีม่วงบางส่วน (ที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า) กลายเป็น พื้นที่สีแดง (ที่ดินประเภทพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก) จึงทำให้สามารถก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ได้!!
โดยที่ตั้งของโครงการนอกจากจะอยู่ติดถนนใหญ่แล้ว ยังใกล้จุดขึ้น – ลงทางด่วน (ดอนเมือง – โทลเวย์) และในอนาคตยังมีมอเตอร์เวย์ M5 เชื่อมต่อรังสิต – บางปะอิน และรถไฟฟ้าสีแดงส่วนต่อขยาย (SRT) ช่วงรังสิต – ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ตัดผ่านด้านหลังเลยนะคะ ซึ่งทั้ง 2 โครงการคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2569 โดยรถไฟฟ้าสายสีแดงจะแล้วเสร็จประมาณปี 2572 ส่วนมอเตอร์เวย์จะแล้วเสร็จในปี 2574 ค่ะ
โครงการนี้ส่งผลต่อคนในย่านอย่างไร : อนาคตของโครงการคาดว่าจะกลายเป็น Mixed – Use ขนาดใหญ่ของฝั่งกรุงเทพฯ ตอนเหนือ ซึ่งนอกจากห้างสรรพสินค้า อาจมีสำนักงาน , โรงแรม หรือ คอนโดมิเนียมเกิดเพิ่มขึ้นโดยรอบก็ได้ จึงกลายเป็นทั้งแหล่งงานและย่านไลฟ์สไตล์แห่งใหม่ในโซนรังสิต ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับคนในพื้นที่ ไม่ต้องฝ่ารถติดออกไปไกลบ้าน ทั้งยังส่งผลต่อราคาที่ดิน จากปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 100,000 บาทต่อตารางวา ก็อาจเพิ่มเป็น 200,000 – 300,000 บาทต่อตารางวาเลยก็ได้ ยกกรณีตัวอย่างจากการมาของ รถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย (ช่วงหมอชิต – คูคต) ก็ขยับมาถึง 200,000 – 300,000 บาทต่อตารางวาเลยค่ะ
MEGA รังสิต และ IKEA รังสิต : จุดตัดทางต่างระดับวงแหวนคลอง 5
MEGA ของจริงเพราะตั้งอยู่เนื้อที่กว่า 1,000 ไร่ ไม่ใช่แค่ CPN เพียงเจ้าเดียวที่คว้าผืนที่ดินขนาดใหญ่ในโซนรังสิตมาได้ แต่บริษัท สยามฟิวเจอร์ ดีเวลอปเมนท์ (SF) ร่วมกับบริษัท อิคาโน่ รีเทล เอเชีย จำกัด ผู้พัฒนา MEGA และ IKEA ก็เตรียมเดินหน้าเปิดตลาดศูนย์กลางการค้าปลีกแห่งใหม่บนทำเลจุดตัดระหว่างถนนรังสิต – นครนายกและถนนกาญจนาภิเษก (มอเตอร์เวย์ M9) แต่ปัจจุบันยังอยู่ในช่วงรอลุ้นการปรับผังสีเมืองรวมในอนาคต สำหรับ “ผังเมืองรวมเมืองลำลูกกา – บึงยี่โถ จังหวัดปทุมธานี พ.ศ. 2555” ซึ่งอยู่ในระหว่างการประชุมร่างฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 พ.ศ. 2565 เมื่อเดือนกันยายน 2568 ที่ผ่านมา จากเดิม พื้นที่สีเขียว (ที่ดินชนบทและเกษตรกรรม) เปลี่ยนเป็น พื้นที่สีแดง (ที่ดินประเภทพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก) ซึ่งหากผังเมืองรวมฉบับนี้ผ่าน คาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 3 ปี (อ้างอิงจาก MEGA บางนา) ชาวรังสิตก็จะได้มี IKEA เป็นของตัวเองแล้วนะ!!
โครงการนี้ส่งผลต่อคนในย่านอย่างไร : โครงการนี้ถือว่ามาพลิกโฉมฝั่งช่วงคลองตอนปลาย ที่หลายคนอาจเคยมองเป็นทำเลนอกสายตา ให้กลายเป็นศูนย์กลางการช้อปปิ้งแห่งใหม่ จากเดิมที่หากต้องการซื้อของแต่งบ้าน ต้องข้ามไปฝั่งบางนาหรือวิ่งเข้าสุขุมวิท แต่ชาวรังสิตไม่ต้องใช้เวลาฝ่ารถติดเป็นชั่วโมงอีกต่อไป อีกทั้งยังเป็นทำเลที่ดึงดูดกลุ่มคนจากฝั่งนครนายก , ฉะเชิงเทรา รวมถึงคนที่ใช้ทางด่วนมอเตอร์เวย์ได้เป็นอย่างดี ช่วยกระตุ้นให้ตลาดที่พักอาศัยในย่านนี้คึกคักขึ้นอีกเท่าตัว เมื่อเทียบกับฝั่งต้นคลอง (1 – 3) ที่มีโครงการบ้านหนาแน่นและราคาพุ่งสูงไปไกล การเลือกขยับมาอยู่คลอง 4 – 7 ที่ราคาย่อมเยากว่า อาจไม่ทำให้รู้สึก ‘ห่างไกลความเจริญ’ อีกต่อไป ส่งผลให้ในอนาคตเราอาจได้เห็น Developer เจ้าใหญ่ๆ เข้ามาพัฒนาโครงการในโซนนี้อีกเพียบอย่างแน่นอน
รถไฟฟ้าสายสีแดงเข้มส่วนต่อขยาย (ช่วงรังสิต – ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต)
รถไฟฟ้าสายสีแดงเข้มส่วนต่อขยาย (ช่วงรังสิต – ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต)
มาที่ระบบขนส่งมวลชนกันบ้าง สำหรับ รถไฟฟ้าสายสีแดงเข้มส่วนต่อขยาย (ช่วงรังสิต – ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต) ปัจจุบันได้ผ่านขั้นตอนการเซ็นอนุมัติและเตรียมเข้าสู่ขั้นตอนการปักเสาเข็มก่อสร้างภายในปีนี้แล้ว!! โดยมีแผนกำหนดเปิดให้บริการได้ในปี 2572 ซึ่งโครงการนี้ถือเป็นรถไฟฟ้าสายที่สั้นที่สุด รวมระยะทางส่วนต่อขยายประมาณ 8.84 กิโลเมตร มีทั้งหมด 4 สถานี คือ สถานีคลองหนึ่ง , สถานีมหาวิทยาลัยกรุงเทพ , สถานีเชียงราก และ สถานีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต โดยเส้นทางของรถไฟฟ้าจะวิ่งขนานไปกับถนนเลียบคลองเปรมประชากร ถือเป็นระบบขนส่งมวลชนที่เข้ามาช่วยทลายจุดอ่อนของบล็อกที่ดินแนวลึกในปัจจุบันให้วิ่งเชื่อมต่อเข้าสู่โซนใจกลางเมืองได้
โครงการนี้ส่งผลต่อคนในย่านอย่างไร : รถไฟฟ้าวิ่งผ่านมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ในย่านรังสิตถึง 2 แห่ง จึงทำให้กลุ่มผู้ใช้งานหลัก น่าจะเป็นนักเรียน นักศึกษา และกลุ่มคนทำงาน ทั้งที่อยู่ในย่านและโซน CBD ก็ช่วยร่นระยะเวลาในการเดินทางเข้า – ออกเมือง จากสถานีมหาลัยวิ่งเชื่อมต่อไป สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (บางซื่อ) ใช้เวลาประมาณ 30 นาที เมื่อเทียบกับการขับรถ , นั่งรถเมล์ หรือรถตู้ ก็สะดวกและปลอดภัยกว่า ทั้งยังสามารถควบคุมเวลาในการเดินทางได้ง่าย ทำให้ในอนาคตเราอาจได้เห็น Community Mall หรือคอนโดมิเนียมใหม่ๆ ที่ผุดขึ้นรับ Demand ของคนในย่าน ที่มองหาคอนโดใกล้รถไฟฟ้า
มอเตอร์เวย์สายใหม่ “M5” และ “M91”
ทางยกระดับอุตราภิมุข ช่วงรังสิต – บางปะอิน (M5) : เป็นส่วนหนึ่งของโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายกรุงเทพฯ – ด่านแม่สาย/เชียงของ มีวัตถุประสงค์เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางจากใจกลางกรุงเทพฯ สู่พื้นที่ด้านเหนือ และบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดบนถนนพหลโยธินและถนนวิภาวดีรังสิต รองรับการขยับขยายของเมืองในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีและอยุธยา โดยจุดเริ่มต้นจะอยู่ที่บริเวณทางแยกต่างระดับรังสิต ไปสิ้นสุดที่อำเภอบางปะอิน ระยะทางรวมประมาณ 22 กิโลเมตร ความกว้าง 6 ช่องจราจร โดยมีแผนจะลงเสาเข็มภายในปี 2569 และคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 2574
มอเตอร์เวย์ (M91) : โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร รอบที่ 3 วิ่งตัดผ่าเชื่อมโยงในแนวเหนือ – ใต้ ตรงช่วงทำเลคลอง 5 – คลอง 6 เพื่อเชื่อมถนนรังสิต – นครนายก และถนนลำลูกกาเข้าด้วยกัน เส้นทางเกือบทั้งหมดเป็น ‘ทางยกระดับ’ ระยะทางรวมประมาณ 13.6 กิโลเมตร มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยลดปัญหาการจราจรติดขัดภายในกรุงเทพฯ รวมถึงบริเวณรอบนอก โดยเฉพาะวงแหวนรอบที่ 2 ซึ่งมีความหนาแน่นเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน โดยโครงการมีแผนจะเริ่มก่อสร้างในปี 2571 คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2574 ซึ่งตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างการทบทวนแบบ และจัดทำ EIA
โครงการนี้ส่งผลต่อคนในย่านอย่างไร : สำหรับเส้น M5 จะช่วยลดปัญหาการจราจรติดขัดไปได้มาก ช่วยดักรถที่จะวิ่งออกนอกเมือง (ไปอยุธยา สระบุรี หรือภาคเหนือ – อีสาน) ทำให้การสัญจรบริเวณหน้าห้าง Future Park คล่องตัวมากขึ้น ส่วน
M91 จะเข้ามาตอบโจทย์รถในโซนด้านนอกที่ต้องการวิ่งข้ามจังหวัด ช่วยให้ขับรถเชื่อมต่อระหว่างถนนรังสิต – นครนายก และถนนลำลูกกาได้ง่ายขึ้น ช่วยลดความหนาแน่นของปริมาณรถบนเส้น M9 ทำให้คนในพื้นที่เดินทางได้สะดวกขึ้น โดยไม่ต้องเสียเวลาขับรถวิ่งย้อนเข้ามาในเมืองช่วงชั่วโมงเร่งด่วน
เทียบทำเลบ้านคลอง 1 – 6 โซนไหนน่าอยู่สุด?
จากข้อมูล Mega Project ทั้ง 4 โครงการ ทุกคนคิดว่าบ้านในโซนรังสิต ยังน่าซื้ออยู่มั้ยคะ..? ส่วนตัวเราค่อนข้างตื่นเต้นกับโครงการ MEGA รังสิตและ IKEA มากๆ เพราะไม่ต้องขับรถไปไกลคนละฝั่งของเมืองอีกต่อไป แถมพิกัดยังอยู่บนรังสิตคลอง 5 ซึ่งเรามองว่าเป็นทำเลที่ยังสามารถพัฒนาไปต่อได้อีกมาก ยังไม่รวมโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่จะทำส่วนต่อขยายจากสถานีคูคตมาที่คลอง 6 ด้วยนะ โดยภาพรวมแล้วจึงทำให้ย่านนี้น่าจะมีการพลิกฟื้นครั้งใหญ่
สำหรับใครที่กำลังมองหาบ้านพักอาศัย เราว่ารังสิตเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเลยค่ะ เพราะนอกจากโปรเจกต์ใหญ่ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต ย่านรังสิตยังเป็นย่านที่ราคาบ้านหยิบจับง่าย เมื่อเทียบกับโซนปริมณฑลฝั่งอื่นๆ ถ้าคุณมีงบ 5 ล้านบาท ก็สามารถซื้อบ้านเดี่ยว 4 ห้องนอนในโซนนี้ได้แล้วนะ
วันนี้ Think of Living จึงขอพามาชมอัปเดตโครงการบ้านในโซนรังสิตคลอง 1 – 6 โซนไหนน่าอยู่สุด โดยในย่านนี้เราจะขอแบ่งทำเลออกเป็น 2 ฝั่ง คือ ฝั่งเหนือคลอง (ถนนรังสิต – นครนายก) และฝั่งใต้คลอง (ถนนเลียบคลองรังสิต) เพราะถึงจะใช้เลขคลองเหมือนกัน แต่ไลฟ์สไตล์ของคนแต่ละฝั่งรวมถึงราคาบ้านมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน (15 – 30%) โดยเราจะวัดระยะจากถนนเข้าไปถึงโครงการ ไม่เกิน 4 กิโลเมตร ไปชมกันเลยค่ะว่าแต่ละคลองจะมีโครงการไหนที่น่าสนใจในปี 2026 นี้บ้าง 🙂
รวมโครงการบ้านโซนรังสิตคลอง 1 – 2
“รังสิตคลอง 1 – 2” จัดเป็นโซนที่มีโครงการบ้านหนาแน่นที่สุด โดยเฉพาะฝั่งเหนือคลอง ด้วยความเป็นทำเลใกล้เมือง วิ่งเชื่อมต่อถนนพหลโยธิน , ถนนลำลูกกา และถนนวิภาวดีรังสิตได้ง่าย จะขึ้นทางด่วนหรือขับรถไปห้าง Future Park ก็สะดวก แถมในอนาคตยังเป็นย่านที่อยู่ใกล้ห้าง Central รังสิตที่สุดอีกด้วย เหมาะกับคนชอบคึกคัก ใกล้ศูนย์กลางความอุดมสมบูรณ์สูง ราคาบ้านมีให้เลือกหลายระดับ ตั้งแต่ทาวน์โฮมในงบ 2 ล้านบาทไปจนถึงบ้านเดี่ยว 20 ล้านบาทขึ้นไปเลย แต่ช่วงหน้าฝนอาจต้องเช็คระดับการถมที่ดินของโครงการให้ดีนะคะ เป็นโซนนี้เป็นโซนที่ดินลุ่มต่ำ จึงทำให้มีปัญหาน้ำท่วมขังมากที่สุด
Siamese Blossom Phahol – Vibhavadi (ไซมิส บลอสซั่ม พหล – วิภาวดี)
โครงการบ้านพักอาศัยในโซนคลอง 1 – 2 มีทั้งหมด 20 โครงการ โดยมีโครงการที่ Think of Living ได้เข้าไปรีวิวทั้งหมด 9 โครงการ หากใครสนใจสามารถคลิกอ่านรีวิวเพิ่มเติม เพื่อนำข้อมูลแบบเจาะลึกไปเปรียบเทียบกับโครงการอื่นๆ ในย่าน เพื่อเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจเลือกซื้อได้นะคะ
- Siamese Blossom Phahol – Vibhavadi (ไซมิส บลอสซั่ม พหล – วิภาวดี)
– ทาวน์โฮม บ้านแฝด 2 ชั้น 445 ยูนิต
– ราคาเริ่มต้น 3.19 – 5.59 ล้านบาท*
– เว็บไซต์โครงการ >> คลิกที่นี่
– รีวิวเจาะลึก >> คลิกที่นี่ - Siamese Holm Phahol – Vibhavadi (ไซมิส โฮล์ม พหลฯ – วิภาวดี)
– บ้านเดี่ยว 2 ชั้น 192 ยูนิต
– ราคาเริ่มต้น 7.59 – 12 ล้านบาท*
– เว็บไซต์โครงการ >> คลิกที่นี่
– รีวิวเจาะลึก >> คลิกที่นี่ - Bangkok Boulevard Vibhavadi – Phaholyothin (บางกอก บูเลอวาร์ด วิภาวดี – พหลฯ)
– บ้านเดี่ยว 2 ชั้น 157 ยูนิต
– ราคาเริ่มต้น 12.99 – 20 ล้านบาท*
– เว็บไซต์โครงการ >> คลิกที่นี่
– รีวิวเจาะลึก >> คลิกที่นี่ - Bangkok Boulevard Pause Vibhavadi – Phahol (บางกอก บูเลอวาร์ด พอส วิภาวดี – พหลฯ)
– บ้านเดี่ยว 2 ชั้น 163 ยูนิต
– ราคาเริ่มต้น 13.59 – 25 ล้านบาท*
– เว็บไซต์โครงการ >> คลิกที่นี่
– รีวิวเจาะลึก >> คลิกที่นี่ - Venue ID Vibhavadi – Phaholyothin (เวนิว ไอดี วิภาวดี – พหลฯ)
– บ้านเดี่ยว 2 ชั้น 154 ยูนิต
– ราคาเริ่มต้น 9.99 – 15 ล้านบาท*
– เว็บไซต์โครงการ >> คลิกที่นี่
– รีวิวเจาะลึก >> คลิกที่นี่ - Grandio 2 Vibhavadi – Rangsit (แกรนดิโอ 2 วิภาวดี – รังสิต)
– บ้านเดี่ยว 2 ชั้น 112 ยูนิต
– ราคาเริ่มต้น 9.99 ล้านบาท*
– เว็บไซต์โครงการ >> คลิกที่นี่
– รีวิวเจาะลึก >> คลิกที่นี่ - Esta Rangsit – Klong2 (เอสต้า รังสิต – คลอง 2)
– บ้านแฝด บ้านเดี่ยว 2 ชั้น 142 ยูนิต
– ราคาเริ่มต้น 5.29 ล้านบาท*
– เว็บไซต์โครงการ >> คลิกที่นี่
– รีวิวเจาะลึก >> คลิกที่นี่ - Siri Place Rangsit – Klong 2 (สิริ เพลส รังสิต-คลอง 2)
– ทาวน์โฮม 2 ชั้น 264 ยูนิต
– ราคาเริ่มต้น 2.39 – 3 ล้านบาท*
– เว็บไซต์โครงการ >> คลิกที่นี่
– รีวิวเจาะลึก >> คลิกที่นี่ - Passorn Rangsi t – Avenue (ภัสสร รังสิต – อเวนิว)
– บ้านเดี่ยว 2 ชั้น 147 ยูนิต
– ราคาเริ่มต้น 6.79 ล้านบาท*
– เว็บไซต์โครงการ >> คลิกที่นี่
– รีวิวเจาะลึก >> คลิกที่นี่
รวมโครงการบ้านโซนรังสิตคลอง 3 – 4
“รังสิตคลอง 3 – 4” เป็นโซนพักอาศัยที่มีความเงียบสงบ การจราจรคล่องตัวขึ้นกว่าคลอง 1 – 2 ที่มีลักษณะเป็นคอขวด ทำเลจะอยู่กึ่งกลางระหว่างทางด่วน 2 สายที่ใช้วิ่งเข้า – ออกเมือง จัดเป็นย่านที่มีหมู่บ้านจัดสรรขึ้นเยอะเช่นกัน รอบๆ มีร้านค้า ร้านอาหาร , ห้างขนาดเล็ก และ Community Mall ให้ออกมาเลือกจับจ่ายใช้สอยกันได้ สำหรับใครที่ไม่อยากฝ่ารถติดไปห้างใหญ่ๆ ราคาบ้านเริ่มลดลงมาจากฝั่งคลอง 1 – 2 ทางฝั่งใต้คลอง มีหลายโครงการอยู่ติดถนนหลัก เดินทางเข้า – ออกได้ง่าย โดยฝั่งใต้คลองมีข้อดีอีกอย่างก็คือ สามารถวิ่งไปใช้งาน BTS ที่สถานีคูคต นั่งยาวเข้าโซน CBD ได้เลย อีกทั้งปัจจุบันยังมีโรงเรียนนานาชาติ SISB มาเปิดที่คลอง 3 อีกด้วย เหมาะกับผู้ปกครองที่กำลังมองหาบ้านใกล้โรงเรียนให้กับลูกๆ
Civilai Rangsit – Klong 3 (ศิวิไล รังสิต – คลอง 3)
โครงการบ้านในโซนรังสิตคลอง 3 – 4 ที่มีรีวิวจาก Think of Living จะมีทั้งหมด 7 โครงการดังนี้
- Civilai Rangsit – Klong 3 (ศิวิไล รังสิต – คลอง 3)
– บ้านเดี่ยว 2 ชั้น 96 ยูนิต
– ราคาเริ่มต้น 7.59 ล้านบาท*
– เว็บไซต์โครงการ >> คลิกที่นี่
– รีวิวเจาะลึก >> คลิกที่นี่ - Pave Rangsit-Vibhavadi (เพฟ รังสิต – วิภาวดี)
– บ้านเดี่ยว 2 ชั้น 216 ยูนิต
– ราคาเริ่มต้น 5.49 ล้านบาท*
– เว็บไซต์โครงการ >> คลิกที่นี่
– รีวิวเจาะลึก >> คลิกที่นี่ - Supalai Palm Ville Wongwan – Rangsit Khlong 4 (ศุภาลัย ปาล์มวิลล์ วงแหวน – รังสิต คลอง 4)
– บ้านเดี่ยว 2 ชั้น 173 ยูนิต
– ราคาเริ่มต้น 4.69 ล้านบาท*
– เว็บไซต์โครงการ >> คลิกที่นี่
– รีวิวเจาะลึก >> คลิกที่นี่ - Villaggio Rangsit – Klong 4 (วิลลาจจิโอ รังสิต – คลอง 4)
– ทาวน์โฮม บ้านเดี่ยว 2 ชั้น 263 ยูนิต
– ราคาเริ่มต้น 2.69 ล้านบาท*
– เว็บไซต์โครงการ >> คลิกที่นี่
– รีวิวเจาะลึก >> คลิกที่นี่ - Chaiyapruek 2 Rangsit – Klong4 (ชัยพฤกษ์ 2 รังสิต – คลอง 4)
– บ้านเดี่ยว 2 ชั้น 325 ยูนิต
– ราคาเริ่มต้น 9 – 15 ล้านบาท*
– เว็บไซต์โครงการ >> คลิกที่นี่
– รีวิวเจาะลึก >> คลิกที่นี่ - Supalai Prima Villa Rangsit – Klong 3 (ศุภาลัย พรีมา วิลล่า รังสิต – คลอง 3)
– บ้านเดี่ยว 2 ชั้น 271 ยูนิต
– ราคาเริ่มต้น 18 – 25 ล้านบาท*
– เว็บไซต์โครงการ >> คลิกที่นี่
– รีวิวเจาะลึก >> คลิกที่นี่ - Supalai Palm Springs Rangsit Klong 3 (ศุภาลัย ปาล์มสปริงส์ รังสิต คลอง 3)
– บ้านแฝด บ้านเดี่ยว 2 ชั้น 310 ยูนิต
– ราคาเริ่มต้น 4.19 ล้านบาท*
– เว็บไซต์โครงการ >> คลิกที่นี่
– รีวิวเจาะลึก >> คลิกที่นี่
รวมโครงการบ้านโซนรังสิตคลอง 5 – 6
“รังสิตคลอง 5 – 6” เป็นย่านที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย รอบๆ ส่วนใหญ่ยังเป็นที่ว่าง มีหน่วยงานราชการและสถานศึกษา เช่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี แต่ในอนาคตจะเป็นทำเลที่อยู่ใกล้ห้าง MEGA และ IKEA มากที่สุด การเดินทางก็ถือว่าค่อนข้างสะดวก ใกล้ถนนวงแหวนรอบนอก (กาญจนาภิเษก) และ M91 ในอนาคต ซึ่งข้อดีก็คือ โซนนี้จะได้อานิสงส์จากระบบระบายน้ำรอบทางด่วนมอเตอร์เวย์ แถมโครงการส่วนใหญ่เป็นหมู่บ้านสร้างใหม่จึงถมที่ดินค่อนข้างสูง ช่วยลดปัญหาน้ำท่วมขังเวลาฝนตกได้ และราคาโครงการบ้านยังถือว่าย่อมเยาที่สุดในโซนรังสิต แต่หาก Mega Project ต่างๆ เป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น เรามองว่าอาจส่งผลให้ราคาที่ดินเพิ่มขึ้นสูงกว่าปัจจุบันได้นะคะ สำหรับใครที่มองหาคลอง 5 – 6 ไกลเกินไป อาจจะได้เปลี่ยนความคิดใหม่แน่นอน
Baranee Bliss Rangsit – Wongwaen (บารานี บลิซ รังสิต – วงแหวน)
โครงการบ้านในโซนรังสิตคลอง 5 – 6 ที่มีรีวิวจาก Think of Living จะมีทั้งหมด 3 โครงการดังนี้
- Baranee Bliss Rangsit – Wongwaen (บารานี บลิซ รังสิต – วงแหวน)
– บ้านแฝด บ้านเดี่ยว 2 ชั้น 148 ยูนิต
– ราคาเริ่มต้น 6.99 – 17 ล้านบาท*
– เว็บไซต์โครงการ >> คลิกที่นี่
– รีวิวเจาะลึก >> คลิกที่นี่ - Viranya Rangsit – Wongwaen (วิรัณยา รังสิต – วงแหวน)
– บ้านแฝด บ้านเดี่ยว 2 ชั้น 273 ยูนิต
– ราคาเริ่มต้น 4.69 ล้านบาท*
– เว็บไซต์โครงการ >> คลิกที่นี่
– รีวิวเจาะลึก >> คลิกที่นี่ - Siri Place Wongwaen-Lamlukka (สิริ เพลส วงแหวน – ลำลูกกา)
– ทาวน์โฮม 2 ชั้น 210 ยูนิต
– ราคาเริ่มต้น 2.39 ล้านบาท*
– เว็บไซต์โครงการ >> คลิกที่นี่
– รีวิวเจาะลึก >> คลิกที่นี่
เป็นยังไงกันบ้างคะกับ 45 โครงการบ้านในย่านรังสิต คลอง 1 – 6?
ซึ่งเป็นโซนที่รวบรวม Product ไว้ให้ครบทั้ง ทาวน์โฮม บ้านแฝด และบ้านเดี่ยว สำหรับคนที่มีงบประมาณตั้งแต่ 2 – 30 ล้านบาท โดยทำเลในโซนคลองเรามองว่ายังเป็น “ย่านไข่แดง” ในปัจจุบันของรังสิต ที่รวมทั้งความสะดวกในการเดินทาง ทั้งทางด่วน , รถไฟฟ้า , รถตู้ , รถเมล์ รายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีโรงเรียน , โรงพยาบาล และมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่หลายแห่ง จัดเป็นย่านที่ยังคงมี Demand ในการอยู่อาศัยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มว่าราคาที่ดินจะพุ่งสูงขึ้นอีกในอนาคต หากจะสรุปแบบฟันธงสั้นๆ การเลือกทำเลของโครงการขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน
➡️ เลือก คลอง 1 – 2 : ได้ความเจริญช่วงต้นคลอง ขับรถไม่กี่นาทีถึงฟิวเจอร์พาร์ค และขึ้นทางด่วนเข้าเมืองได้เร็วที่สุด แต่ต้องแลกกับงบประมาณที่สูงกว่า ความพลุกพล่านและการจราจรที่อาจติดขัดในชั่วโมงเร่งด่วน
➡️ เลือก คลอง 3 – 4 : เป็นทำเลกึ่งกลาง มีหมู่บ้านให้เลือกเยอะ แต่ไม่หนาแน่นเท่าช่วงต้นคลองที่เป็นจุดตัดถนนใหญ่ เหมาะกับคนที่ชอบความสงบแต่ยังเดินทางได้สะดวก รอบๆ มีแหล่งของกินเยอะ ไม่ต้องขับรถออกไปไกล
➡️ เลือก คลอง 5 – 6 : ทำเลในอนาคต ราคายังอยู่ในช่วงหยิบจับง่าย (2 – 5 ล้านบาท) ปัญหาน้ำท่วมขังน้อยที่สุด ใกล้ Mega Project ขนาดใหญ่หลายแห่ง ทั้ง MEGA & IKEA , M91 เชื่อมต่อรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว และอนาคตส่วนต่อขยาย
แล้วเพื่อนๆ ล่ะคะ คิดว่าหากจะเลือกซื้อบ้านในโซนรังสิต จะเลือกอยู่คลองไหน ฝั่งเหนือหรือใต้? สามารถมาแชร์กันใน Comment ได้เลยนะคะ ส่วนครั้งหน้า Think of Living จะมี Mega Project หรือโครงการบ้าน – คอนโดในโซนไหนที่น่าสนใจอีกบ้าง อย่าลืมติดตามกันนะคะ 🙂
