ถือเป็นคอนโด Low Rise ที่ออกแบบมาดี สวยงามที่สุดในโซนพัทยา และประทับใจผมที่สุดในปีนี้เลยครับ กับโครงการ The Panora Estuaria (เดอะ พาโนรา เอสทัวเรีย) คอนโด Low Rise เพียง 264 ยูนิต ติดทะเลหาดบ้านอำเภอ ใกล้มอเตอร์เวย์เพียง 900 เมตร มาพร้อมส่วนกลางขนาดใหญ่และฟังก์ชันเยอะรวมกว่า 50 ฟังก์ชัน ออกแบบโดยได้แรงบันดาลใจมาจาก Mangrove หรือ ป่าชายเลน ได้ความร่มรื่น พร้อมบริการ Concierge Service ระดับโรงแรม 5 ดาว ขายแบบ Fully-Furnished พร้อมเครื่องใช้ไฟฟ้า วัสดุระดับพรีเมี่ยม มาแบบไม่ต้องแต่งอะไรเพิ่มในราคาเริ่มต้น 6.92 ล้านบาท ขนาดใหญ่ถึง 46.86 ตร.ม.!

  • ทำเล : โครงการตั้งอยู่ติดหาดบ้านอำเภอ วิวสวยแบบไม่มีอะไรกั้น เป็นโซนที่ได้ความสงบ เป็นส่วนตัว ห่างจากถนนสุขุมวิทเพียง 500 เมตร ใกล้ทางขึ้นมอเตอร์เพียง 900 เมตร ใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพไม่เกิน 2 ชั่วโมง และยังใกล้ Ocean Marina Yacht Club ไม่ไกลจากตัวเมืองพัทยาและสัตหีบ ขับรถไปได้สะดวกในระยะไม่เกิน 30 นาที
  • วัสดุ : โครงการขายพร้อมเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้า* ไม่ต้องเสียเวลาเลือกซื้อหรือเสียค่าตกแต่ง, ค่าเฟอร์นิเจอร์เพิ่มเติม ให้วัสดุคุณภาพดี ช่องแสงแบบ Full-Height ประตูเหล็กกันไฟ รวมถึงปูพื้นด้วยกระเบื้องหินสังเคราะห์ทั้งห้อง
  • การออกแบบ : โครงการได้ความเป็นส่วนตัวสูง มีเพียง 264 ยูนิต บนที่ดินขนาด 6 ไร่ครึ่ง ห้องพักอาศัยต่อชั้นอยู่ที่ 4 – 15 ห้องเท่านั้น มาพร้อมส่วนกลางขนาดใหญ่รวมกว่า 50 ฟังก์ชันกระจายอยู่ทั่วทั้งโครงการ ได้ความร่มรื่น มีสระว่ายน้ำถึง 3 สระ เปิดรับวิวส่วนกลางและวิวทะเลได้แบบเต็มตา สามารถจองส่วนกลางเป็นแบบ Private ได้ด้วย

ข้อมูลโครงการ

รีวิว The Panora Estuaria (เดอะ พาโนรา เอสทัวเรีย) ณ วันที่ 20 มีนาคม 2569

 ชื่อโครงการ   The Panora Estuaria (เดอะ พาโนรา เอสทัวเรีย)
 ชื่อผู้ประกอบการ   บริษัท ไมด้า แอสเซ็ท จํากัด (มหาชน)
 SEGMENT CLASS   HIGH CLASS (รายละเอียดของ Segment คอนโดปี 2023 )
 โครงการตั้งอยู่   ซอยนาจอมเทียน 22 ตําบลนาจอมเทียน อําเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี 20250
 ที่ดิน   6 – 2 – 49.30 ไร่
 ประเภทคอนโด   Low Rise สูง 7 ชั้น 4 อาคาร
 จำนวนยูนิต   264 ยูนิต และ Shop 6 ยูนิต
 ที่จอดรถ   Auto Parking 131 คัน และ Conventional 20 คัน คิดเป็น 57% ไม่รวมจอดซ้อนคัน
 เริ่มก่อสร้าง   กลางปี 2567
 คาดว่าจะแล้วเสร็จ   มีนาคม 2569
 ประเภทห้องพัก โครงการมีห้องพักอาศัย 9 แบบ ดังนี้
• Studio ขนาด 32.47 – 33.15 ตร.ม. (Sold Out)
• 1 Bedroom ขนาด 46.86 – 53.10 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 6.92 ล้านบาท
• 2 Bedroom 3 Bathroon ขนาด 93.83 – 110.37 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 14.4 ล้านบาท
• 3 Bedroom 4 Bathroom ขนาด 153.55 – 164.61 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 26.9 ล้านบาท
• Duplex Penthouse ขนาด 282.58 ตร.ม. (Sold Out)
 ความสูงพื้นถึงฝ้า 2.75 เมตร
 ราคาเริ่มต้น 6.92 ล้านบาท*
 ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการ  ประมาณ 189,700 บาท/ตร.ม.
 ค่าส่วนกลาง 75 บาท/ตร.ม./เดือน
 EIA (ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) ผ่าน EIA แล้ว (สร้างเสร็จพร้อมเข้าชม)
 เว็บไซต์โครงการ คลิกที่นี่
 Call Center 063-205-7755

ทำเลที่ตั้ง

พิกัด Google Maps : 12.8237711,100.9122846
หรือสามารถ : คลิกที่นี่

Highlight

  • ใกล้จุดขึ้น-ลงมอเตอร์เวย์ เพียง 900 เมตร : เดินทางจากกรุงเทพแค่ประมาณ 2 ชั่วโมงเท่านั้น
  • ติดหาดบ้านอำเภอ : เดินเล่นริมทะเลได้ทุกวัน พร้อมวิวพระอาทิตย์ตกดินมองเห็นได้จากห้องพักและส่วนกลาง นอกจากนั้นยังใกล้ Ocean Marina Yacht Club และห้างใหญ่ (ในอนาคต)
  • ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกทั้งโซนพัทยาและสัตหีบ : สามารถไปห้างสรรพสินค้าและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เช่น Lotus, Central Pattaya และ Terminal 21 ได้ในระยะไม่เกิน 15 – 30 นาที

The Panora Estuaria ตั้งอยู่ตรงไหน?

โครงการตั้งอยู่ในซอยนาจอมเทียน 22 เข้ามาจากถนนสุขุมวิทประมาณ 550 เมตร ใกล้จุดขึ้นลงมอเตอร์เวย์กรุงเทพ – ชลบุรี ประมาณ 900 เมตร เรียกได้ว่าเป็นทำเลติดทะเล ที่ใกล้ถนนใหญ่และทางด่วนมาก ๆ  ซึ่งมีข้อดีคือการจราจรโซนนี้ไม่หนาแน่นเท่าในเมืองพัทยา ชายหาดมีความสงบมากกว่า ขึ้นทางด่วนไป-กลับกรุงเทพได้สะดวก โดยสิ่งอำนวยความสะดวกอาจจะไม่ได้อยู่ใกล้โครงการมากนัก ส่วนใหญ่จะอยู่ในเมืองพัทยา – จอมเทียน และตัวเมืองสัตหีบเป็นหลัก ซึ่งจากโครงการ The Panora Estuaria สามารถขับรถไปใช้งานได้สะดวกในระยะประมาณ 10 – 20 กิโลเมตร หรือขับรถประมาณ 15 – 30 นาทีเท่านั้นครับ

คอนโดติดหาดพัทยา – นาจอมเทียน – บ้านอำเภอ ราคาเท่าไหร่?

…หากดูภาพรวมของคอนโดมือ 1 ติดทะเลในโซนพัทยา – นาจอมเทียน ส่วนใหญ่จะเป็นคอนโด High Rise ติดถนนจอมเทียนสาย 1 มาพร้อมราคาเริ่มต้นประมาณ 6 – 7 ล้าน ส่วนอีกกลุ่มจะเป็นคอนโดที่อยู่บนถนนจอมเทียนสาย 2 ไม่ติดทะเล ซึ่งมักจะเป็นคอนโด High Rise ขนาดใหญ่ มีจำนวนยูนิตที่เยอะ มาพร้อมราคาเริ่มต้นประมาณ 2 – 4 ล้านบาท แต่ถ้าเราโฟกัสมาที่บริเวณหาดบ้านอำเภอที่มีความสงบมากกว่า แต่ถ้าเราโฟกัสมาที่บริเวณหาดบ้านอำเภอที่มีความสงบมากกว่า โครงการ The Panora Estuaria ถือเป็นคอนโดตากอากาศหนึ่งเดียวในหาดบ้านอำเภอ ที่เหมาะกับคนที่อยากได้ห้องพักสวยๆ แต่งครบพร้อมเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าแบบโรงแรม จะมาอยู่เองก็พร้อมหิ้วกระเป๋ามาได้เลย หรือจะปล่อยเช่าก็ไม่ต้องเสียเวลาตกแต่งห้อง ซึ่งราคาจะใกล้เคียงกับคอนโด High Rise โซนพัทยา มีราคาเริ่มต้นประมาณ 7 ล้านบาท แต่ที่นี่ได้พื้นที่ใช้สอยที่มากกว่าครับ

การเดินทาง

โครงการ The Panora Estuaria อยู่ห่างจากกรุงเทพประมาณ 143 กิโลเมตร (วัดจากจุดขึ้นมอเตอร์เวย์ต่างระดับศรีนครินทร์) ใช้เวลาขับรถประมาณ 2 ชั่วโมง โดยหากเดินทางในช่วงที่การจราจรไม่หนาแน่น และทำความเร็วหน่อย จะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาทีได้ครับ ตอบโจทย์คนที่ต้องการซื้อโครงการนี้ไว้สำหรับเป็นคอนโดตากอากาศ หรือไว้ใช้ส่วนกลางในการสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนได้ครับ รวมถึงตอบโจทย์กลุ่มนักลงทุนที่อยากปล่อยเช่าชาวต่างชาติในโซนนี้ นักท่องเที่ยวต่างชาติลงจากสนามบินสุวรรณภูมิสามารถขึ้นรถหรือเช่ารถต่อมาได้ง่ายครับ

Image 1/2
จากมอเตอร์เวย์มาโครงการ

จากมอเตอร์เวย์มาโครงการ

ตัวโครงการ The Panora Estuaria อยู่ห่างจากจุดขึ้น-ลงมอเตอร์เวย์กรุงเทพ – ชลบุรี ด่านห้วยใหญ่ในระยะเพียง 900 เมตรเท่านั้น ออกจากโครงการไปที่ถนนสุขุมวิท สามารถเลี้ยวขวาขึ้นได้เลยครับ ส่วนเวลามาจากกรุงเทพเราสามารถเลี้ยวซ้ายมากลับรถและเข้าซอยมาโครงการได้สะดวกเช่นกันครับ มีระยะประมาณ 1.8 กิโลเมตร โดยจากด่านลาดกระบังถึงด่านห้วยใหญ่มีค่าผ่านทางอยู่ที่ 115 บาทครับ

โครงการอยู่ห่างจากโซนหาดจอมเทียนประมาณ 8.2 กิโลเมตร ขับรถประมาณ 10 – 15 นาที ซึ่งในโซนนี้ถือว่ามีร้านค้า ร้านอาหารต่าง ๆ อยู่เยอะเลย มี Supermarket อย่าง Makro และ Lotus’s อยู่ รวมถึงมีสนามกอล์ฟ สนามโกคาร์ท สวนน้ำ สำหรับไปตีกอล์ฟกับกลุ่มเพื่อนหรือพาลูก ๆ ไปเที่ยวได้ครับ

ส่วนถ้าใครอยากเดินห้างที่มีขนาดใหญ่ อยาก Shopping สินค้าแบรนด์ดังต่าง ๆ สามารถขับรถไปเดินห้างในโซนพัทยา อย่าง Terminal 21, Central Pattaya หรือจะไปทาน Dinner จิบไวน์ยามเย็นบนโรงแรมหรูในโซนพัทยา ก็สามารถขับรถมาได้สะดวกในระยะไม่เกิน 15 กิโลเมตร หรือขับรถประมาณ 30 นาทีถึงครับ

หรือหากใครที่มีไลฟ์สไตล์ชอบท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ โซนสัตหีบถือเป็นอีกโซนที่น่าสนใจครับ ขับรถจากโครงการไปประมาณ 20 กิโลเมตร เราสามารถมาเที่ยวที่หาดดงตาล และหาดใกล้เคียงอย่าง หาดนางรำ หาดน้ำใส ที่อยู่ในกองทัพเรือได้ครับ หรือจะไปดำน้ำดูปะการัง ข้ามเรือไปเกาะแสมสาร ก็อยู่ในโซนสัตหีบทั้งหมดครับ

สภาพแวดล้อมรอบโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้

ที่ตั้งโครงการ The Panora Estuaria จะตั้งอยู่ภายในซอยนาจอมเทียน 22 บริเวณโดยรอบมีชุมชนดั้งเดิมและคอนโดสูงประมาณ 7 – 12 ชั้น ส่วนด้านทิศเหนือและใต้ของโครงการเป็นที่ดินเปล่าทั้ง 2 ทิศ โดยแปลงทางทิศเหนือคาดว่าจะก่อสร้างเป็นร้านอาหารและ Sport Club ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะสร้างเป็นอาคารสูง 1 – 3 ชั้น ทำให้ไม่ได้บังวิวโครงการเราซะทีเดียว (ข้อมูลไม่เป็นทางการนะครับ)  ส่วนที่ดินเปล่าทางทิศใต้ยังมีมีข้อมูลว่าจะพัฒนาเป็นอะไรนะครับ นอกจากนี้ที่ดินเปล่าที่อยู่หัวมุมถนนสุขุมวิทกับซอยนาจอมเทียน 22 เคยมีข่าวลือมาว่าจะมีการพัฒนาเป็น ICONSIAM แห่งที่ 2 แต่อนาคตจะเป็นอย่างไร ต้องรอติดตามกันต่อไปนะครับ

  • ทิศเหนือ ติดกับ ที่ดินเปล่า
  • ทิศตะวันออก ติดกับ ซอยนาจอมเทียน 22
  • ทิศใต้ ติดกับ ที่ดินเปล่า
  • ทิศตะวันตก ติดกับ ชายทะเล หาดบ้านอำเภอ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่าง ๆ เช่น

สถานที่ท่องเที่ยว

  • โอเชี่ยน มารีน่า ยอช์ท คลับ พัทยา ~ 1.2 กิโลเมตร
  • ตลาดน้ำ 4 ภาค ~ 6.3 กิโลเมตร
  • โคลัมเบีย พิคเจอร์ส อควาเวิร์ส ~ 6.3 กิโลเมตร
  • เลเจนด์ สยาม พัทยา ~ 6.2 กิโลเมตร
  • สวนนงนุช พัทยา ~ 8.1 กิโลเมตร
  • หาดจอมเทียน ~ 8.2 กิโลเมตร
  • หาดบางเสร่ ~ 8.7 กิโลเมตร
  • อันเดอร์วอเตอร์เวิลด์ พัทยา ~ 8.7 กิโลเมตร
  • สวนน้ำรามายณะ พัทยา ~ 12 กิโลเมตร
  • จุดชมวิว เขาพระตำหนัก ~ 13.9 กิโลเมตร
  • ถนนคนเดินพัทยา ~ 14 กิโลเมตร
  • หาดพัทยา ~ 14.7 กิโลเมตร
  • อ่าวดงตาล(สัตหีบ) ~ 22 กิโลเมตร
  • หาดนางรำ ~ 34.7 กิโลเมตร
  • ท่าเรือไปเกาะแสมสาร ~ 35.6 กิโลเมตร

ห้างสรรพสินค้า / ตลาด

  • ท็อปส์ เดลี่ ~ 550 เมตร
  • ตลาดบ้านอำเภอ ~ 600 เมตร
  • โฮมโปร สาขาบางเสร่ ~ 5.8 กิโลเมตร
  • แม็คโคร ฟู้ดเซอร์วิส ~ 8.9 กิโลเมตร
  • ตลาดอาหารทะเลสด บางเสร่ ~ 9.1 กิโลเมตร
  • โลตัส สาขาพัทยาใต้ ~ 9.8 กิโลเมตร
  • บิ๊กซี พัทยาใต้ ~ 10.8 กิโลเมตร
  • เซนทรัลพัทยา ~ 14.6 กิโลเมตร
  • เทอร์มินอล 21 พัทยา ~ 16.4 กิโลเมตร

โรงพยาบาล

  • โรงพยาบาลจอมเทียน ~ 11.5 กิโลเมตร

โรงเรียน

  • โรงเรียนนานาชาติอีเอฟไอพี ~ 8.2 กิโลเมตร

การเดินทาง

  • ทางขึ้นมอเตอร์เวย์ พัทยา – กรุงเทพมหานคร (ด่านห้วยใหญ่) ~ 900 เมตร
  • สถานีรถไฟพัทยา ~ 14.2 กิโลเมตร
  • ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ~ 25.9 กิโลเมตร
  • ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ~ 130 กิโลเมตร

รายละเอียดโครงการ

Highlight

  • ส่วนกลางจัดเต็มกว่า 50 ฟังก์ชัน : กระจายอยู่ทั้ง 4 อาคาร ตามชั้นต่าง ๆ ทำให้ลูกบ้านแต่ละอาคารเข้าถึงส่วนกลางได้ง่าย พร้อมพื้นที่ส่วนกลางได้แรงบันดาลใจมาจากป่าโกงกาง ได้ความร่มรื่น พร้อม concierge service ระดับโรงแรม 5 ดาว มีสระว่ายน้ำถึง 3 สระ
  • Private Onsen : สามารถมาแช่ Onsen แบบส่วนตัว พร้อมชมวิวทะเลได้แบบเพลิน ๆ มีให้ใช้งานถึง 4 ห้อง
  • สระว่ายน้ำแบบ Infinity Edge Pool : อยู่บนชั้น 7 ของอาคาร D (Samuttra) ให้ความรู้สึกเหมือนว่ายน้ำบนสระที่เชื่อมต่อกับทะเล ชมวิวขอบฟ้าและตะวันตกดินได้

The Panora Estuaria (เดอะ พาโนรา เอสทัวเรีย) เป็นคอนโด Low Rise สูง 7 ชั้น จำนวน 4 อาคาร ตั้งอยู่บนที่ดินขนาดประมาณ 6.5 ไร่ มีห้องพักอาศัยรวม 264 ยูนิต พร้อม 6 ร้านค้า โดยแบ่งเป็นอาคาร A จำนวน 59 ยูนิต, อาคาร B จำนวน 88 ยูนิต, อาคาร C จำนวน 42 ยูนิต และอาคาร D จำนวน 81 ยูนิต มาพร้อมที่จอดรถแบบ Automatic Parking 131 คัน และ Conventional 20 คัน คิดเป็น 57% ไม่รวมจอดซ้อนคัน ถือว่าเป็นโครงการที่ได้ความเป็นส่วนตัวสูงมาก ๆ มาพร้อมส่วนกลางรวมแล้วไม่ต่ำกว่า 50 ฟังก์ชันครับ

บริเวณกลางโครงการออกแบบให้มี “The Mangrove Lagoons” สระทะเลสาบ ที่ถูกโอบล้อมด้วยอาคาร 3 ด้าน เปรียบเสมือนธรรมชาติใจกลางโครงการ พร้อมเชื่อมต่อกันด้วยทางเดินแบบ Free form และปกคลุมด้วยพันธุ์ไม้เขียวชอุ่ม ได้คอนเซปมาจาก “ป่าชายเลน” ให้ความรู้สึกผ่อนคลายเป็นธรรมชาติ เหมาะกับการมาพักผ่อน รวมถึงมีการตั้งชื่ออาคารต่าง ๆ เพื่อให้เข้ากับคอนเซปของโครงการ ได้แก่ Nara, Pana, Kirima, Samuttra ที่เมื่ออยู่รวมกันแล้วจะสื่อความหมายว่า น้ำ ป่า ภูเขา ท้องทะเล เป็นเหมือนป่าชายเลนที่มีความอุดมสมบูรณ์ร่มรื่นอยู่ติดกับชายทะเล

ภายในโครงการจะมี Concierge Services คอยอำนวยความสะดวกให้ลูกบ้านตลอด 24 ชั่วโมง ดังนี้

  • Personal Chauffeur Service ช่วยนำรถเราจากบริเวณ Drop Off ไปจอดที่ Auto Parking ให้ (Valet parking)
  • Airport Transfer Booking ช่วยจองตั๋วเครื่องบินต่าง ๆ
  • Business Center Services Copying and Printing ช่วยอำนวยความสะดวกในการปริ้นเอกสารหรือถ่ายเอกสารต่าง ๆ ให้ลูกบ้าน
  • Shuttle Service รถรับ-ส่งตามจุดต่าง ๆ

รวมถึงมีบริการเสริมต่าง ๆ (มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม) ดังนี้

  • Laundry Service (บริการซัก – รีด)
  • Housekeeping (บริการทำความสะอาด)
  • Doctor-On-Call (บริการคุณหมอ)
  • Storage Rental (พื้นที่เช่าเก็บของ)
  • Babysitting (พี่เลี้ยงเด็ก)

มาดูรายละเอียดของโครงการกัน เริ่มจาก Master Plan ของโครงการ โดยชั้นแรกของอาคาร A, B และ C จะเป็นส่วนกลางทั้งหมด ไม่มีห้องพักอาศัยเลย เมื่อเข้ามาจะเจอกับวงเวียนเป็น Drop Off สำหรับรับ-ส่ง โดยลูกบ้านที่ขับรถมา สามารถลงรถบริเวณนี้เพื่อให้ Valet Parking นำรถของเราไปจอดให้ หรือถ้าเราสะดวกจะนำไปจอดเองก็ได้เช่นกันนะครับ ขับตามทางเข้ามาอีกหน่อยจะเจอกับ Auto Parking บริเวณอาคาร C ส่วนบริเวณอาคาร D จะมีห้องพักอาศัยบางส่วน และมีส่วนกลางติดกับชายทะเลครับ

โครงการนี้จะมีชั้น Basement เสมือนเป็นชั้นที่อยู่ใต้ชั้น 1 อีกที โดยบริเวณตรงกลางระหว่าง 3 อาคารจะเป็น The Mangrove Lagoons พร้อมส่วนกลางบริเวณอาคาร A และ B เปิดรับวิวด้านใน ได้ความร่มรื่น ซึ่งจริง ๆ สามารถนำไปทำเป็นพื้นที่ขายเป็นห้องพักแบบ Duplex พร้อม Pool Access ก็ทำได้ แต่โครงการเลือกจะทำเป็นส่วนกลาง เพื่อให้ลูกบ้านทุก ๆ คน ได้ส่วนกลางที่มีบรรยากาศร่มรื่น สวยงามครับ บริเวณอาคาร C จะเป็นงานระบบ Auto Parking

ชั้น 2 จะเป็นห้องพักอาศัยทั้งหมด โดยจะมีบริเวณอาคาร A ที่มีพื้นที่ระเบียงส่วนกลางออกมานั่งเล่นชมวิวส่วนกลางได้ครับ

Image 1/4
ชั้น 3

ชั้น 3

ชั้น 3 – 6 จะเป็นห้องพักอาศัยทั้งหมด

ชั้น 7 บริเวณอาคาร D จะมีส่วนกลางเป็น Fitness, Reception, Sky Lounge รวมถึง Highlight อย่าง Private Onsen ที่ให้มาถึง 4 ห้องเลยครับ

ชั้นดาดฟ้าจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมด โดยบริเวณอาคาร A, B และ C จะเป็นพื้นที่สวนเชื่อมต่อกันทั้ง 3 อาคารโดยมีสะพานเชื่อม ส่วนบริเวณอาคาร D จะเป็นสระว่ายน้ำแบบ Infinity Edge Pool พร้อม Jacuzzi รับวิวทะเลและตะวันตกดิน

ส่วนถัดไปเดี๋ยวเราพาไปเดินชมตั้งแต่ด้านหน้าโครงการกันเลยครับ

เข้ามาเราจะเจอกับบริเวณวงเวียนสำหรับ Drop Off หน้าอาคาร A ซึ่งจะมี Reception และ Conceirge คอยบริการ/ต้อนรับเราอยู่ครับ

ด้านข้าง โครงการเตรียมทางลาดรองรับสำหรับลากกระเป๋าหรือเข็นวีลแชร์ขึ้นอาคารมาให้

อาคาร A (NARA)

เข้ามาภายในอาคาร A จะเจอกับโซน Reception และ Lobby แบบ Double Volume เปิดรับวิว Lagoon ภายในโครงการ

Image 1/4
Lobby อาคาร A

Lobby อาคาร A

โครงการเตรียมพื้นที่สำหรับนั่งเล่น ไว้หลายจุดเลยครับ สามารถเลือกนั่งแบบห่าง ๆ กัน เพื่อความเป็นส่วนตัว หรือจะนั่งติดหน้าต่าง มองชมวิวเพลิน ๆ ก็ได้ครับ

Image 1/5
Lobby อาคาร A

Lobby อาคาร A

ถัดเข้ามาด้านในจะเป็นพื้นที่ Lobby ที่ส่วนตัวมากขึ้น อยู่บริเวณหน้าโถงลิฟต์ จัดวางเป็นชุดโซฟาขนาดใหญ่มาให้ 3 ชุด นั่งได้สบาย ๆ

ฝั่งตรงข้ามจะมีห้องน้ำและโถงลิฟต์

Image 1/4
ภายในห้องน้ำ

ภายในห้องน้ำ

ภายในห้องน้ำโครงการเตรียมสุขภัณฑ์มาให้เยอะเลยทีเดียว อย่างโถปัสสาวะให้มาถึง 6 ชุด ซึ่งถ้าเทียบกับจำนวนยูนิตภายในโครงการแล้วถือว่าให้มาเยอะเลยทีเดียวครับ

Image 1/2
Lift Hall

Lift Hall

ใกล้ ๆ กันจะมี Lift Hall ให้ลิฟต์มาอาคารละ 2 ตัว

Image 1/2
ห้องจดหมาย

ห้องจดหมาย

ถัดมาจะเป็นห้องจดหมาย ซึ่งทางโครงการเตรียมชั้นวางของรองรับการวางพัสดุมาให้ค่อนข้างเยอะเลยครับ

ลงลิฟต์มาที่ชั้น Basement ของอาคาร A เดี๋ยวเราพามาชมส่วนกลางให้ครบกันไปทีละตึกนะครับ เพราะโครงการนี้มีส่วนกลางเยอะมาก ๆ ถ้าเดินข้ามตึกไปมาเดี๋ยวทุก ๆ คนจะตามไม่ทันกันครับ โดยที่ชั้นนี้จะมี Co-Working Space, สำนักงานนิติบุคคล, Storage Rental และทางออกไป Mangrove Lagoons กลางโครงการได้

Image 1/4
Co-Working Space

Co-Working Space

ภายใน Co-Working Space ได้ความสูงแบบ Double Volume จัดวางชุดโซฟามาให้หลายชุดเลย สามารถมานั่งคุยงาน นั่งทำงานได้ พร้อมมองชมวิวพื้นที่ส่วนกลางได้ด้วย

อีกโซนนึงจะมีโต๊ะสำหรับนั่งประชุมหรือนั่งทำงานเป็นกลุ่มได้

Image 1/3
Private Meeting Room

Private Meeting Room

หรือใครอยากได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น โครงการเตรียม Private Meeting Room แบบ 4 คน และ 8 คนมาให้ด้วย

โครงการให้กระจกภายใน Co-Working Space มาขนาดใหญ่ ยาวตลอดแนว ได้ความโปร่ง โล่ง ชมความร่มรื่นของพื้นที่ส่วนกลางได้ดี หรือถ้าช่วงบ่าย ๆ แดดเข้า ก็สามารถปิดม่านได้ โครงการติดม่านระบบอัตโนมัติมาให้ด้วย

ที่ชั้น Basement ห้องสำนักงานนิติบุคคลอยู่ด้วย ซึ่งลูกบ้านโครงการนี้อาจจะไม่ได้จำเป็นต้องลงมาตรงนี้นะครับ เพราะเราสามารถติดต่อ Reception ที่มี Concierge Service ตรง Lobby อาคาร A ได้เลยครับ

ฝั่งตรงข้ามจะมี Storage Rental Room มาให้ โดยห้องนี้เราสามารถเช่าพื้นที่สำหรับเก็บของได้ สะดวกสำหรับใครที่เป็นสายลงทุนปล่อยเช่า อาจจะปล่อยสัญญารายเดือน แต่บางช่วงที่ห้องว่างสามารถมานอนเล่นพักผ่อนได้ เมื่อได้ผู้เช่าแล้ว เราก็เอาสัมภาระของเรามาเก็บที่นี่ ไม่ต้องขนไป-มาให้ลำบากครับ ซึ่งฟังก์ชันส่วนกลางแบบนี้เรามักจะเห็นเฉพาะคอนโดหรูระดับ Super Luxury หรือ Ultimate Class เลยครับ

Image 1/3
Terrace ชั้น 2

Terrace ชั้น 2

ขึ้นมาที่ชั้น 2 จะมี Terrace สำหรับมานั่งเล่นได้อีกจุดนึง สำหรับใครที่อยากรับลมธรรมชาติ

บริเวณนี้เราสามารถมองลงมาชมส่วนกลาง Mangrove Lagoon กลางโครงการได้

ช่วงเย็น ๆ เราสามารถมานั่งชมวิวทะเลและวิวภูเขา เกาะต่าง ๆ โซนสัตหีบได้ด้วยนะครับ บรรยากาศดี แสงกำลังสวยเลย

ส่วนถัดมา เราจะพาเดินลงมาจากบริเวณชั้น 1 อาคาร A ไปชมบริเวณ Mangrove Lagoon กันต่อครับ

บริเวณนี้จะเป็นทางเดินลัดเลาะไปตามพื้นที่ส่วนกลาง ตกแต่งด้วยต้นไม้ต่าง ๆ รวมถึงมีที่นั่งตามจุดต่าง ๆ มาให้

บริเวณนี้เราสามารถลงมาว่ายน้ำเล่นได้ด้วยนะครับ เป็นสระว่ายน้ำที่ได้ความร่มรื่นมาก ๆ เลย

ด้านข้างมีพื้นที่สำหรับนั่งเล่นมาให้ ใกล้ ๆ กันจะมีทางเข้าไปที่บริเวณชั้น Basement ของอาคาร A ได้ด้วยครับ ใครที่อยู่อาคาร A สามารถกดลิฟต์ลงมาชั้น Basement เพื่อมาบริเวณนี้ได้สะดวก

มีที่อาบน้ำล้างตัวแบบ Rain Shower มาให้ 1 จุด

Image 1/4
Mangrove Lagoon

Mangrove Lagoon

โครงการเตรียมพื้นที่นั่งเล่น ตามจุดต่าง ๆ ดีไซน์คล้ายรังนก ยกสูงจากระดับสระว่ายน้ำ ทำให้เราได้วิวมุมสูง มองเห็นสระว่ายน้ำได้สวยมากขึ้น

Image 1/5
สระเด็ก

สระเด็ก

โครงการเตรียมสระว่ายน้ำสำหรับเด็กพร้อมไม้ลื่นมาให้ รวมถึงมีสระที่อยู่ใต้ต้นไม้ เหมือนให้เด็กได้ผจญภัย สำรวจสิ่งต่าง ๆ ได้ มีไม้ลื่นมาให้สำหรับเด็ก ๆ มาเล่นได้

Image 1/3
พื้นที่นั่งเล่น

พื้นที่นั่งเล่น

ใกล้ ๆ สระเด็ก จะมีทางเดินยกระดับให้อารมณ์คล้ายเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติในป่าชายเลน มีพื้นที่นั่งเล่นตามจุดต่าง ๆ มาให้

Image 1/3
Sunken Seat

Sunken Seat

โครงการเตรียม Sunken Seat สำหรับนั่งเล่นตากอากาศมาให้อีกจุดนึงครับ

พาชมส่วนกลางอาคาร A กันครบแล้ว พามาชม Floor Plan ชั้นพักอาศัยกันบ้าง

อาคาร A ชั้น 2 ห้องพักจะมี 4 ยูนิตเท่านั้นได้ความเป็นส่วนตัวมาก ๆ ห้องเป็น 1 Bedroom ทั้งหมด ห้องอยู่โซนทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ได้วิวเมืองฝั่งถนนสุขุมวิท

Image 1/3
อาคาร A ชั้น 3

อาคาร A ชั้น 3

อาคาร A ชั้น 3 – 7 จะเป็นชั้นที่มีห้องพักอาศัยเต็มชั้นโดยมีห้องขนาดต่าง ๆ ดังนี้

  • Studio อยู่ที่ตำแหน่ง 04 – 05 อยู่โซนหน้าลิฟต์ ได้วิวส่วนกลาง Mangrove Lagoon และระยะไกลเห็นทะเลและภูเขาโซนสัตหีบ
  • 1 Bedroom อยู่ที่ตำแหน่ง 06 – 11 โดยมีตำแหน่ง 06 ที่จะได้วิวส่วนกลาง Mangrove Lagoon ส่วนตำแหน่ง 07 จะได้ความเป็นส่วนตัว ผนังห้องไม่ติดใครเลย
  • 2 Bedroom อยู่ที่ตำแหน่ง 02 – 03 จะได้วิวส่วนกลาง Mangrove Lagoon และระยะไกลเห็นทะเลและภูเขาโซนสัตหีบครับ
  • 3 Bedroom อยู่ที่ตำแหน่ง 01 จะได้วิวฝั่ง Ocean Marina Yacht Club และวิวทะเลฝั่งจอมเทียน – พัทยา


อาคาร B (PANA)

ถัดมาเดี๋ยวเราพาเดินเชื่อมจากชั้น 1 อาคาร A มาที่อาคาร B กันต่อครับ

เข้ามาจะเป็นโถงขนาดใหญ่แบบ Double Volume ด้านขวามีชุดโซฟาขนาดใหญ่มาให้

Image 1/5
Lobby อาคาร B

Lobby อาคาร B

ด้านซ้ายจะเป็นพื้นที่ Lobby แบบ Private ขึ้นมาหน่อย มีชุดโซฟาขนาดใหญ่มาให้ พร้อมมีตู้จดหมายมาให้ครับ

ถัดเข้ามาจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางสำหรับเด็ก ๆ โดยโครงการตั้งใจดีไซน์มาให้ไม่มีมุมภายในห้อง โครงการจึงเน้นลบเหลี่ยมมุมต่าง ๆ ทั้งหมด รวมถึงกระจกก็ดีไซน์เป็นกระจกโค้งแบบเต็มความสูง ได้ความสวยงาม ซึ่งมีต้นทุนสูงกว่ากระจกปกติเยอะเลยครับ เรามักจะเห็นกระจกโค้งแบบนี้ในโครงการ Super Luxury ขึ้นไป

Image 1/9
Kid's Room

Kid's Room

ภายในโซนนี้จะมี Kid’s Study Room สำหรับเด็ก ๆ มานั่งทำการบ้าน นั่งเรียนหนังสือ ส่วนอีกโซนนึงจะเป็น Kid’s Room มีเครื่องเล่นและของเล่นต่าง ๆ มาให้เยอะเลยครับ ครอบครัวไหนมีเด็กเล็ก ๆ เด็ก ๆ น่าจะถูกใจเลยครับ

Image 1/3
ภายในอาคาร B

ภายในอาคาร B

ใกล้ ๆ กับ Kid’s Room ระหว่างทางเดินไป Lift Hall จะมีทางเดินกระจายไว้ให้นั่งตามจุดต่าง ๆ

มี Meeting Room มาให้ 1 ห้อง รองรับ 6 ที่นั่ง มีจอทีวีมาให้เรียบร้อย

Image 1/3
Kid's Rest Room

Kid's Rest Room

ใกล้ ๆ กันมี Kid’s Restroom เป็นห้องน้ำสำหรับเด็ก ๆ แยกชาย-หญิงมาให้ด้วย น่ารักดีครับ

ถัดมาจะเป็นห้องน้ำของผู้ใหญ่ปกติ แยกชาย-หญิง และห้องน้ำรองรับวีลแชร์มาให้

Image 1/2
Terrace

Terrace

เดินเชื่อมออกมาบริเวณ Terrace อาคาร B จะมีพื้นที่นั่งเล่นแบบ Semi – Outdoor มาให้ มานั่งเล่นรับลมได้

มีพื้นที่นั่งเล่นดีไซน์วงกลม สำหรับนั่งเล่นพร้อมชมวิวส่วนกลางได้

วิวส่วนกลางที่เราได้จะเป็นแบบนี้เลยครับ ได้ความร่มรื่น ลมพัดผ่านเรื่อย ๆ หรือมานั่งรอเด็ก ๆ เล่นน้ำสระก็ได้ครับ

มีบันไดเดินลงไปบริเวณ Mangrove Lagoon ได้ด้วยครับ

เรากลับมาภายในอาคาร B บริเวณใกล้กับ Kid’s Room จะมีบันไดเชื่อมต่อลงมาชั้น Basement ได้ โดยด้านล่างจะมีส่วนกลางอีก ตามเราไปชมกันครับ

ลงมาเราจะเจอกับส่วนกลางเป็น Mini-Theatre และ Hidden Lounge

Image 1/3
Mini-Theatre

Mini-Theatre

ภายใน Mini-Theatre รองรับได้ 8 ที่นั่ง โดยเก้าอี้สามารถกางออกเพื่อยืดขาได้ด้วยนะครับ นอนดูหนังเพลิน ๆ ได้เลย

ถัดมาจะเป็น Hidden Lounge เป็นห้องลับ ได้ความเป็นส่วนตัว ไม่มีหน้าต่างใด ๆ อาจจะมานั่งคุยธุรกิจหรือจัด Private Party จัดงานต่าง ๆ ได้ครับ

Image 1/6
Hidden Lounge

Hidden Lounge

ภายในห้องมีชุดโซฟามารองรับ 6 – 8 ที่นั่ง รวมถึงมีโต๊ะบาร์สำหรับนั่งดื่มมาให้ด้วยครับ

ตรงข้ามกับโซน Mini-Theatre และ Hidden Lounge จะมี Game Room มาให้

โครงการออกแบบเป็นเพดานสูง พร้อมช่องแสงขนาดใหญ่ เปิดรับวิวส่วนกลางได้

มีโต๊ะปิงปองมาให้ 2 ตัว โดยโต๊ะปิงปองเป็นการดีไซน์และสั่งทำพิเศษเลยนะครับ

มีพื้นที่สำหรับนั่งเล่นชมพื้นที่ส่วนกลางมาให้ริมหน้าต่าง

อีกฝั่งมีโต๊ะพูล และโต๊ะ Air Hockey สามารถพาเพื่อน ๆ มาเล่นได้ครับ

ถัดมาเรามาดูชั้นพักอาศัยของอาคาร B กันต่อครับ

อาคาร B ชั้น 2 จะเป็นชั้นที่มีห้องพักอาศัย 14 ห้อง โดยมีห้องขนาดต่าง ๆ ดังนี้

  • Studio อยู่ที่ตำแหน่ง 04 – 06 เป็นโซนที่จะมองเห็นอาคาร A แต่ยังพอมองเฉียงไปทางซ้ายเพื่อเทควิวส่วนกลางได้ครับ
  • 1 Bedroom อยู่ที่ตำแหน่ง 01, 08 และ 10 – 15 โดยมีตำแหน่ง 08 ที่จะได้วิวส่วนกลาง Mangrove Lagoon ส่วนตำแหน่ง 10 – 15 จะได้วิวฝั่งสัตหีบมองเห็นทะเลและเขาชีจรรย์ได้ ส่วนตำแหน่ง 01 จะได้ความเป็นส่วนตัว ผนังห้องไม่ติดใครเลย
  • 2 Bedroom อยู่ที่ตำแหน่ง 07 จะได้วิวส่วนกลาง Mangrove Lagoon
  • 3 Bedroom อยู่ที่ตำแหน่ง 09 จะได้วิวทะเลภูเขาและเกาะโซนสัตหีบเป็นหลัก พร้อมวิวส่วนกลางและวิวเมืองฝั่งสัตหีบ ถือว่าได้วิว 3 ด้านเลยครับ

อาคาร B ชั้น 3 – 6 จะเป็นชั้นที่มีห้องพักอาศัยเต็มชั้นโดยมีห้องขนาดต่าง ๆ ดังนี้

  • Studio อยู่ที่ตำแหน่ง 02 – 06 อยู่โซนหน้าลิฟต์และโซนที่จะมองเห็นอาคาร A ครับ
  • 1 Bedroom อยู่ที่ตำแหน่ง 01, 08 และ 10 – 15 โดยมีตำแหน่ง 08 ที่จะได้วิวส่วนกลาง Mangrove Lagoon ส่วนตำแหน่ง 10 – 15 จะได้วิวฝั่งสัตหีบมองเห็นทะเลและเขาชีจรรย์ได้ ส่วนตำแหน่ง 01 จะได้ความเป็นส่วนตัว ผนังห้องไม่ติดใครเลย
  • 2 Bedroom อยู่ที่ตำแหน่ง 07 จะได้วิวส่วนกลาง Mangrove Lagoon
  • 3 Bedroom อยู่ที่ตำแหน่ง 09 จะได้วิวทะเลภูเขาและเกาะโซนสัตหีบเป็นหลัก พร้อมวิวส่วนกลางและวิวเมืองฝั่งสัตหีบ ถือว่าได้วิว 3 ด้านเลยครับ

อาคาร B ชั้น 7 จะเป็นชั้นที่มีห้องพักอาศัยเต็มชั้น โดยจะแตกต่างจากชั้น 3 – 6 คือ ตำแหน่ง 01 จะเป็นห้องแบบ Studio โดยมีห้องขนาดต่าง ๆ ดังนี้

  • Studio อยู่ที่ตำแหน่ง 01 – 06 อยู่โซนหน้าลิฟต์และโซนที่จะมองเห็นอาคาร A ครับ โดยตำแหน่ง 01 ถือว่าน่าสนใจเป็นมุมที่ติดเพื่อนบ้านฝั่งเดียวและพ้นอาคาร A ไปแล้ว ทำให้ได้วิวที่เปิดกว้างครับ
  • 1 Bedroom อยู่ที่ตำแหน่ง 08 และ 10 – 15 โดยมีตำแหน่ง 08 ที่จะได้วิวส่วนกลาง Mangrove Lagoon ส่วนตำแหน่ง 10 – 15 จะได้วิวฝั่งสัตหีบมองเห็นทะเลและเขาชีจรรย์ได้
  • 2 Bedroom อยู่ที่ตำแหน่ง 07 จะได้วิวส่วนกลาง Mangrove Lagoon
  • 3 Bedroom อยู่ที่ตำแหน่ง 09 จะได้วิวทะเลภูเขาและเกาะโซนสัตหีบเป็นหลัก พร้อมวิวส่วนกลางและวิวเมืองฝั่งสัตหีบ ถือว่าได้วิว 3 ด้านเลยครับ


อาคาร C (KIRIMA)

ถัดมา เดี๋ยวเราพาไปชมอาคาร C กันต่อ โดยเราเดินมาเข้าบริเวณ Drop Off นะครับ

เข้ามาด้านซ้ายจะเป็น Lobby อาคาร C เป็นแบบ Double Volume มีขนาดใหญ่ ได้ความโอ่อ่า อลังการเลยครับ

วิวบริเวณนี้จะได้เป็นวิวต้นไม้ต่าง ๆ เหมือนอยู่บนภูเขา สอดคล้องกับชื่อ KIRIMA (คีรีมา) ซึ่งแปลว่าภูเขา

Image 1/2
ห้องจดหมาย

ห้องจดหมาย

ใกล้ ๆ กันจะมีห้องจดหมายมาให้ครับ สามารถเข้ามารับจดหมายที่ตู้ของห้องเราได้

ฝั่งตรงข้ามมีห้องน้ำแยกชาย-หญิง พร้อมห้องน้ำรองรับวีลแชร์มาให้ครบตามมาตรฐาน

เดินถัดมาจะเป็น Lift Hall ให้ลิฟต์มา 2 ตัว

ถัดเข้ามาจะเป็น Parking Lounge มีขนาดใหญ่มาก ๆ

มีที่สำหรับแตะ Keycard เพื่อเรียกรถจาก Auto Parking มาให้ 2 ชุด สามารถรองรับลูกบ้าน 2 กลุ่มได้สบาย ๆ ไม่ต้องแย่งกันนั่ง ซึ่งถ้าเทียบกับจำนวนยูนิตเพียง 264 ยูนิตแล้ว ถือว่าใหญ่มาก ๆ เลยครับ ให้มาจัดเต็มสุด ๆ

Image 1/3
Parking Lounge

Parking Lounge

บริเวณ Parking Lounge จะได้ผนังกระจกตลอดแนวเต็มความสูง เปิดรับวิวส่วนกลาง ได้ความสว่างและความร่มรื่น

Image 1/4
ร้านกาแฟ

ร้านกาแฟ

เดินถัดมาอีกหน่อยจะเป็นโซนร้านกาแฟ ซึ่งทางโครงการแจ้งว่าจะนำร้านกาแฟมาเปิด คาดว่าจะเป็น Starbucks* (อยู่ระหว่างการติดต่อเจรจานะครับ) มาลงบริเวณนี้ รองรับสำหรับลูกบ้านซื้อกาแฟทานเวลามารอรถ หรือลงมาทานกาแฟเวลามาพักผ่อนที่คอนโดได้

Image 1/3
ห้องน้ำ

ห้องน้ำ

มีห้องน้ำแยกชาย-หญิงมาให้บริเวณนี้ด้วย ไม่ต้องเดินไปเข้าไกล

เดินออกมาด้านนอกเราจะเจอกับ Auto Parking เราสามารถขึ้นรถบริเวณนี้ได้เลยครับ

โครงการให้ Auto Parking มา 2 ช่องจอด โดยงานระบบ Auto Parking จะเก็บอยู่บริเวณชั้น Basement และใต้ดินครับ

โดย Auto Parking ของโครงการ The Panora Estuaria จะเป็นแบบถาดด้านนอก เวลาเราจะจอดรถเข้า Auto Parking เราจะต้องจอดบริเวณถาดกลม ๆ นี้ จากนั้นระบบจะยกรถเราเข้าไปเก็บในช่องด้านใน ซึ่งระบบนี้เรามักจะเห็นในโครงการที่มีราคาสูงมาก ๆ มีข้อดีคือเราสามารถขึ้น-ลงรถได้สะดวก และเหมาะกับคนที่ไม่ชอบอยู่ในที่แคบด้วยครับ

เมื่อจอดรถเสร็จ เราจะต้องมาแตะ Keycard ตรงนี้เพื่อให้รถขึ้นไปเก็บ แต่ถ้าใครรู้สึกว่าการจอดรถ Auto Parking ดูยุ่งยาก สามารถให้ Valet Parking ขับรถเรามาจอดให้ได้นะครับ ทางโครงการยินดีบริการให้ลูกบ้านครับ

ถัดมา เราพาขึ้นลิฟต์มาที่ชั้น 7 เพื่อจะพาไปชมพื้นที่สีเขียวบนชั้น Roof Floor นะครับ

Image 1/2
ลิฟต์เพื่อขึ้นสู่ดาดฟ้า

ลิฟต์เพื่อขึ้นสู่ดาดฟ้า

โดยอาคาร A, B และ C เราจะต้องขึ้นลิฟต์มาที่ชั้น 7 ของแต่ละอาคารเพื่อมาต่อลิฟต์ไฮดรอลิกขึ้นสู่ชั้นดาดฟ้าอีกทีนะครับ หรือจะเดินบันไดขึ้นไปแทนก็ได้

Image 1/5
สวนดาดฟ้า อาคาร C

สวนดาดฟ้า อาคาร C

บริเวณดาดฟ้า โครงการจัดเป็นพื้นที่สวนขนาดใหญ่ สามารถมาเดินเล่นชมวิว รับลม เปลี่ยนบรรยากาศได้

จุดนี้เราสามารถมองเห็นทะเลและภูเขาในโซนสัตหีบได้สวย ๆ แบบนี้เลยครับ

บริเวณอาคาร C จะมีสะพานลอยฟ้าเชื่อมไปที่อาคาร A ได้ครับ

Image 1/5
สวนดาดฟ้า อาคาร A

สวนดาดฟ้า อาคาร A

ดาดฟ้าอาคาร A จะมีพื้นที่สวนให้เดินเล่นและพื้นที่สำหรับนั่งเล่นตามจุดต่าง ๆ มาให้ มี Private Nook เป็นที่นั่งในร่ม มานั่งเล่นรับลมได้

จากอาคาร A จะมีสะพานเชื่อมไปยังตึก B ได้ ทำให้ทั้ง 3 อาคาร สามารถเดินเชื่อมถึงกันเป็นสวนดาดฟ้าขนาดใหญ่เลยครับ

Image 1/4
สวนดาดฟ้า อาคาร B

สวนดาดฟ้า อาคาร B

ดาดฟ้าอาคาร B ก็จะมีพื้นที่สวนให้เดินเล่นและพื้นที่สำหรับนั่งเล่นตามจุดต่าง ๆ พร้อม Private Nook เป็นที่นั่งในร่ม มานั่งเล่นรับลมได้เช่นกันครับ

จุดนี้เป็นอีกจุดที่วิวสวยของอาคาร B เลยครับ มองวิวทะเลและภูเขาเพลิน ๆ ได้ครับ

ถัดมาเรามาดูชั้นพักอาศัยของอาคาร C กันต่อครับ

Image 1/4
อาคาร C ชั้น 2

อาคาร C ชั้น 2

อาคาร C ชั้น 2 – 7 จะเป็นชั้นที่มีห้องพักอาศัยเต็มชั้นเหมือนกันทุกชั้นเลยครับ  โดยมีห้องขนาด 1 – 2 Bedroom (ไม่มีห้อง Studio และ 3 Bedroom) ดังนี้

  • 1 Bedroom อยู่ที่ตำแหน่ง 04 และ 06 – 07 โดยมีตำแหน่ง 04 ที่จะได้ความเป็นส่วนตัวที่สุด พร้อมมีหน้าต่างรับวิวฝั่งทะเลด้วย ส่วนตำแหน่ง 06 – 07 จะได้วิวส่วนกลาง Mangrove Lagoon
  • 2 Bedroom อยู่ที่ตำแหน่ง 01 – 03 และ 05 โดยตำแหน่ง 05 จะได้วิวส่วนกลาง Mangrove Lagoon ส่วนตำแหน่ง 01 – 03 จะได้วิวฝั่ง Ocean Marina Yacht Club และทะเลฝั่งจอมเทียน – พัทยา โดยห้องตัวอย่างที่เราจะพาไปชมใน Part ถัดไป จะเป็นตำแหน่ง 01 ที่ความสูง ชั้น 7 สามารถลองไปดูวิวเบื้องต้นได้ครับ


อาคาร D (Samuttra)

ถัดมาเราเดินต่อมาที่บริเวณอาคาร D ครับ โดยหน้าอาคาร D จะมีวงเวียน Drop Off ส่วนตัว เนื่องจากตัวอาคารอยู่แยกออกมาบริเวณโซนใกล้ทะเล ลูกบ้านที่อยู่อาคาร D ถ้าขี้เกียจเดินสามารถมาจอดรถลงตรงนี้ แล้วให้ Valet นำรถเราไปจอดให้แทนก็ได้ครับ

อาคาร D จะมีชื่อว่า SAMUTTRA แปลตรงตัวว่า มหาสมุทร หรือทะเล ซึ่งมาจากตำแหน่งอาคารนี้ที่อยู่ติดกับทะเลครับ

เดินถัดมาจะเจอกับทางเข้า Lobby และมีทางเดินไปยังส่วนกลางริมทะเลได้ เดี๋ยวเราพาไปชมส่วนกลางริมทะเลกันก่อนครับ

ระหว่างทางเดินจะมีพื้นที่นั่งเล่นใกล้ ๆ กับสวนข้างอาคาร D มาให้

ใต้อาคาร D จะมี Shop จำนวน 6 ยูนิต ซึ่งโครงการขายแบบ Lease Hold เพื่อให้ไม่เกิดการผูกขาด เพราะทางโครงการตั้งใจให้เปิดเป็นร้านต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกบ้านจริง ๆ ครับ คาดว่าจะเป็นร้านสะดวกซื้อและร้านต่าง ๆ ครับ

เดินขึ้นบันไดมา ตรงนี้จะเป็นตำแหน่งร้านอาหาร ซึ่งทางโครงการแจ้งว่ามีลูกบ้านที่ซื้อโครงการไปแล้วจะเปิดเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นครับ

ถัดมาจะเป็นโซน Beach Pool สระว่ายน้ำติดทะเล

โดยบริเวณสระจะมีที่นั่งมาให้ค่อนข้างเยอะเลยครับ มานั่งรับลมทะเล ชมพระอาทิตย์ตกได้

บริเวณสระว่ายน้ำ โครงการเตรียม Jacuzzi มาให้ด้วยนะครับ อยู่บริเวณข้างต้นไม้

ห้องที่อยู่บริเวณวิวสระตรงนี้ จะเป็นห้องแบบ 3 Bedroom และ Penthouse ทั้งหมด ได้วิวทะเลแบบไม่มีอะไรบดบังเลยครับ

บริเวณโซนใกล้ชายหาด จะเป็น Sand Beach โครงการจะเททรายไว้ที่พื้น ให้ความรู้สึกเชื่อมต่อกับชายหาด จัดวางเก้าอี้พร้อมร่มมาให้หลายชุดเลย

ทะเลบริเวณนี้จะเรียกกันว่าหาดบ้านอำเภอ เป็นหาดที่อยู่เลยจากหาดจอมเทียนมา อยู่ก่อนถึงหาดบางเสร่ โดยหาดบริเวณนี้เราจะได้วิวบริเวณแหลมสัตหีบ ซึ่งมีภูเขาและเกาะ ทำให้วิวทะเลจากที่นี่ ได้วิวภูเขาไปด้วยครับ

Image 1/4
บรรยากาศบริเวณสระว่ายน้ำริมชายหาด

บรรยากาศบริเวณสระว่ายน้ำริมชายหาด

บรรยากาศบริเวณสระว่ายน้ำริมชายหาดเพิ่มเติมครับ

Image 1/6
Lobby อาคาร D

Lobby อาคาร D

กลับมาบริเวณ Lobby อาคาร D กันครับภายในจัดชุดโซฟาพร้อมโต๊ะกลางมาให้ 2 ชุดใหญ่ ๆ มีตู้จดหมายมาให้ เดินเชื่อมต่อไปยังโถงลิฟต์ได้ครับ

ขึ้นมาชั้น 7 เราจะเจอกับ Reception พร้อม Sky Lounge สำหรับนั่งเล่น บรรยากาศตกแต่งเป็นสไตล์ญี่ปุ่น เน้นวัสดุหินและไม้เป็นหลัก

โครงการจัดวางชุดโซฟาขนาดใหญ่มาให้ โดยบริเวณนี้จะอยู่ใกล้กับห้อง Fitness เผื่อใครออกกำลังกายมาเสร็จเหนื่อย ๆ มานั่งพักบริเวณนี้ก่อนได้ครับ

ใกล้ ๆ กันจะเป็นโซน Counter Bar พร้อมกับ Reception จะมีพนักงานคอยต้อนรับและพร้อมให้บริการช่วยเหลือเราอยู่บริเวณนี้ครับ

ส่วนถัดไป เดี๋ยวเราพาไปชมภายใน Fitness กันต่อครับ

ภายใน Fitness มีขนาดใหญ่มาก ๆ มาพร้อมเครื่องเล่นรวมกว่า 16 เครื่อง โดยทางด้านซ้ายจะเป็นเครื่องเล่นสำหรับ Cardio

Image 1/3
เครื่อง Cardio

เครื่อง Cardio

มีลู่วิ่งมาให้ 4 ตัว พร้อมเครื่องปั่นจักรยานและเครื่อง elliptical มาให้

Image 1/7
Weight Training

Weight Training

ส่วนโซนด้านขวาของ Fitness จะเป็นเครื่อง Weight Training มีเครื่องมาให้หลากหลาย ออกกำลังกล้ามเนื้อได้ครบทุกส่วน ถือเป็น Fitness ที่มีเครื่องเล่นครบและให้มาเยอะมาก ๆ เมื่อเทียบกับลูกบ้านเพียง 264 ยูนิต

ส่วนถัดไปเดี๋ยวเราพาเดินไปชมบริเวณ Private Onsen กันครับ โดยทางเดินบริเวณนี้ โครงการตกแต่งมาได้บรรยากาศสไตล์ญี่ปุ่นมาก ๆ มีการโรยหินไว้ริมทางเดิน พร้อมซ่อนไฟบริเวณผนังไว้ เพื่อเล่นแสงไม่ให้ทางเดินดูมืดครับ ซึ่งส่วนใหญ่เรามักจะเห็นการตกแต่งที่ลง Detail รายละเอียดทุกจุดแบบนี้ในโรงแรมหรู ๆ ครับ โดยการจะเข้าใช้งานจะต้องทำการจองเป็นส่วนตัวเท่านั้นนะครับ โดยจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม (สอบถามกับทางโครงการอีกครั้ง) ทำให้เราสามารถแช่ Onsen ได้แบบส่วนตัว ไม่ต้องแช่ร่วมกับคนแปลกหน้า

Private Onsen จะมีให้ใช้งานทั้งหมดถึง 4 ห้องเลยนะครับ เมื่อเข้ามาภายใน จะเจอกับพื้นที่นั่งสำหรับวางของหรือถอดรองเท้า

ภายในจะมีตู้เสื้อผ้า พร้อมห้องน้ำส่วนตัวภายใน มีทั้งโถสุขภัณฑ์ อ่างล้างมือ พื้นที่อาบน้ำแบบ Rain Shower มาให้ครบพร้อมใช้งาน

มีห้อง Sauna มาให้ใช้งานภายในโซน Private Onsen เลย ทำให้ใช้งานต่อเนื่องกันได้สะดวกและเป็นส่วนตัว

ภายใน Private Onsen เราสามารถแช่น้ำอุ่น ๆ พร้อมชมวิวทะเลสบาย ๆ น่าจะเป็นมุมที่ผ่อนคลายมาก ๆ เลยครับ ผมยังอยากมาลองใช้งานจริงเลย ^^

ฝั่งตรงข้าม Private Onsen จะมีห้องน้ำแยกชาย-หญิง มาให้ สำหรับคนที่มาใช้งาน Fitness หรือมานั่งเล่นบริเวณ Sky Lounge สามารถใช้งานได้สะดวก

Image 1/6
ภายในห้องน้ำ

ภายในห้องน้ำ

ภายในห้องน้ำชายมีขนาดใหญ่ และถือเป็นห้องน้ำส่วนกลางคอนโดที่มีวิวสวยมาก ๆ แห่งนึงเลยครับ มีโถปัสสาวะ ห้องสุขา และห้องอาบน้ำมาให้เยอะเลยทีเดียว ปกติถ้าห้องน้ำใหญ่แบบนี้ เรามักจะเห็นในส่วนกลางคอนโดที่มีจำนวนยูนิตระดับ 1,000 ยูนิต ทำให้ลูกบ้านโครงการ The Panora Estuaria ใช้งานได้สบาย ๆ เลยครับ ได้ความโปร่ง ได้ความกว้างในการใช้งาน

ส่วนถัดไปเรากลับมาบริเวณ Lift Hall จะมีโซนลิฟต์ไฮดรอลิกสำหรับขึ้นสู่ชั้น Roof Top ซึ่งดูจากตำแหน่งแล้วเวลาเราขึ้นลิฟต์เราสามารถชมวิวทะเลไปด้วยได้เลย ให้ความรู้สึกเหมือนลิฟต์แก้วครับ

ขึ้นมาบนชั้น Roof Top จะเจอกับทางเดินพร้อมหลังคา มีต้นไม้ตกแต่งตลอดทาง เพิ่มความร่มรื่น

ด้านซ้ายจะมีจุดอาบน้ำล้างตัวก่อนลงสระมาให้

บริเวณริมสระ มีพื้นที่สำหรับนั่งเล่นพักผ่อนมาให้ มานอนอาบแดดหรือนั่งตากอากาศ รับลม ชมวิวได้

โครงการเตรียมมาให้ถึง 8 ชุด วางของเวลามาใช้งานสระน้ำได้

โดยวิวที่เราได้จะเป็นวิวสระว่ายน้ำแบบ Infinity Edge Pool ความยาวกว่า 30 เมตร ให้ความรู้สึกเหมือนสระว่ายน้ำเชื่อมต่อกับทะเลเป็นผืนเดียวกัน โดยเวลาตอนที่เราขึ้นมาถ่ายภาพคือช่วงประมาณเกือบ ๆ 5 โมงเย็น แสงกำลังสวยเลยครับ ลมพัดเย็นสบาย บริเวณปลายสุดของสระจ่ายมี Jacuzzi มาให้ด้วยนะครับ

ใครที่เหนื่อยล้าจากการทำงาน มุมนี้สามารถมานั่งพักผ่อน ปล่อยกาย ปล่อยใจ คลายความเครียดได้ดีเลยครับ

ด้านซ้ายจะมองไปทางสัตหีบเห็นแนวภูเขาและเกาะต่าง ๆ

ด้านขวาจะมองไปทาง Ocean Marina Yacht Club และวิวทะเลฝั่งหาดจอมเทียนครับ

วิวพระอาทิตย์ตกที่เส้นขอบฟ้ากลางทะเลแบบนี้ เราจะชมได้เฉพาะทะเลฝั่งจังหวัดชลบุรีและทางภาคใต้ฝั่งอันดามันเท่านั้นครับ เพราะถ้าเป็นทะเลฝั่งชะอำ – หัวหิน จะเป็นวิวพระอาทิตย์ขึ้นจากทะเล ซึ่งส่วนตัวเรามองว่าพระอาทิตย์ตกดูสวยงาม ขึ้นมาดูได้ง่ายกว่า เพราะไม่ต้องรีบตื่นเช้ามาดู

ด้านข้างบริเวณทางเดินไปสระ โครงการเตรียมพื้นที่สำหรับนั่งเล่นมาให้ โครงการกำลังจะเตรียมเก้าอี้และเบาะมาติดตั้งให้นะครับ

 

Image 1/2
อาคาร D ชั้น 2

อาคาร D ชั้น 2

อาคาร D ชั้น 2 – 4 จะเป็นชั้นที่มีห้องพักอาศัยเต็มชั้น โดยมีห้องขนาด 1 – 3 Bedroom ดังนี้

  • 1 Bedroom อยู่ที่ตำแหน่ง 03 – 06 และ 09 – 13 โดยมีตำแหน่ง 03 – 06ได้วิวฝั่ง Ocean Marina Yacht Club และทะเลฝั่งจอมเทียน – พัทยา ส่วนตำแหน่ง 09 – 13 จะได้วิวทะเล ภูเขาและเกาะโซนสัตหีบ
  • 2 Bedroom อยู่ที่ตำแหน่ง 02, 07 – 08 และ 14 โดยมี Highlight อยู่ที่ตำแหน่ง 08 ได้ช่องแสง 3 ทิศทาง ทำให้ทุกฟังก์ชันได้แสงสว่างเยอะ ห้องดูโปร่งโล่งเลยทีเดียว
  • 3 Bedroom อยู่ที่ตำแหน่ง 01 ได้วิวทะเลแบบกว้าง ๆ ทั้งฝั่งจอมเทียน – พัทยา และสัตหีบ มองเห็นสระว่ายน้ำและเส้นขอบฟ้าพร้อมวิวพระอาทิตย์ตกดิน

Image 1/2
อาคาร D ชั้น 5

อาคาร D ชั้น 5

อาคาร D ชั้น 5 – 6 มีห้องขนาด 1 – 3 Bedroom ดังนี้

  • 1 Bedroom อยู่ที่ตำแหน่ง 03 – 06 และ 09 – 13 โดยมีตำแหน่ง 03 – 06ได้วิวฝั่ง Ocean Marina Yacht Club และทะเลฝั่งจอมเทียน – พัทยา ส่วนตำแหน่ง 09 – 13 จะได้วิวทะเล ภูเขาและเกาะโซนสัตหีบ
  • 2 Bedroom อยู่ที่ตำแหน่ง 02, 07 – 08 และ 14 โดยมี Highlight อยู่ที่ตำแหน่ง 08 ได้ช่องแสง 3 ทิศทาง ทำให้ทุกฟังก์ชันได้แสงสว่างเยอะ ห้องดูโปร่งโล่งเลยทีเดียว (เราเก็บภาพบรรยากาศภายในห้องตัวอย่างตำแหน่ง 08 ที่ความสูงชั้น 6 มาให้ชมกันด้วยนะครับ)
  • Penthouse Duplex อยู่ที่ตำแหน่ง 01 ได้วิวทะเลแบบกว้าง ๆ ทั้งฝั่งจอมเทียน – พัทยา และสัตหีบ มองเห็นสระว่ายน้ำและเส้นขอบฟ้าพร้อมวิวพระอาทิตย์ตกดิน โดยห้อง Penthouse Duplex จะเข้าออกได้ทั้ง 5 และ 6 ถือเป็นห้องที่ใหญ่ที่สุดและได้วิวทะเลสวยที่สุดในโครงการแบบไม่มีอะไรบังครับ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

– ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง และ CCTV รอบโครงการกว่า 100 จุด
– รั้วทึบสูง 3 เมตร
– ไม้กั้นกระดก ระบบจดจำป้ายทะเบียน พร้อมสติ๊กเกอร์
– เข้า-ออกอาคารด้วยระบบ Keycard
– ลิฟท์โดยสารอาคารละ 2 ตัว
– อัตราส่วนลิฟต์ต่อจำนวนยูนิตอาคาร A 29.5 : 1
– อัตราส่วนลิฟต์ต่อจำนวนยูนิตอาคาร B 44 : 1
– อัตราส่วนลิฟต์ต่อจำนวนยูนิตอาคาร C 21 : 1
– อัตราส่วนลิฟต์ต่อจำนวนยูนิตอาคาร D 40.5 : 1
– อัตราส่วนลิฟต์ต่อจำนวนยูนิตรวมทั้งโครงการ 33 : 1
– EV Charger จำนวน 2 ช่องจอด
– ที่จอดรถ 149 คัน คิดเป็น 56% ไม่รวมซ้อนคัน

  • อาคาร A (Nara)
    ชั้น Basement
    – Co-Working Space
    – Storage Room
    – Juristic
    – Mangrove Lagoons
    – Sunken Seat
    – Kid’s Pool
    ชั้น 1
    – Drop Off Area
    – Foyer
    – Reception
    – Lobby
    – Lift Hall
    – Mail Room
    ชั้น 2
    – Terrace
    ชั้น Roof Floor
    – Stolling Walkway
    – Private Nook
    – Roof Garden
  • อาคาร B (Pana)
    ชั้น Basement
    – Game Room
    – Mini Theatre
    – Hidden Lounge
    – Motorcycle Parking
    ชั้น 1
    – Lobby
    – Lift Hall
    – Mail Room
    – Foyer
    – Kid’s Room & Kid’s Study Room
    – Meeting Room
    – Terrace
    – Kid’s Rest Room
    ชั้น Roof Floor
    – Stolling Walkway
    – Private Nook
    – Roof Garden
    – Outdoor Co-Working Corner
  • อาคาร C (Kirima)
    ชั้น 1
    – Lobby
    – Lift Hall
    – Mail Room
    – Parking Lounge
    – Coffee Shop (Starbucks)
    ชั้น Roof Floor
    – Stolling Walkway
    – Yoga Lawn
    – Roof Garden
  • อาคาร D (Samuttra)
    ชั้น Basement
    – Lobby
    – Lift Hall
    – Retail Shops
    ชั้น 1
    – Swimming Pool
    – Jacuzzi
    – Restaurant
    – Laying Deck
    – Sand Beach
    ชั้น 7
    – Reception
    – Sky Lounge
    – Fitness
    – Private Onzen
    – Sauna
    ชั้น Roof Floor
    – Pool Terrace
    – Shallow Pool With Fountain
    – Infinity Edge Pool
    – Jacuzzi
    – Roof Garden
    ค่าส่วนกลาง 75 บาท/ตร.ม./เดือน
    ค่ากองทุน 600 บาท/ตร.ม.

แบบห้อง

Highlight

  • แต่งครบพร้อมเข้าอยู่ : ขายแบบ Fully-Furnished พร้อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ตกแต่งภายในห้องให้ทุกจุด
  • กระจกเต็มความสูงแบบ Full-Height : ได้ความโปร่ง โล่ง พร้อมวัสดุระดับเทียบเท่าคอนโดระดับ Super Luxury เช่น พื้นหินสังเคราะห์ทั้งห้อง, ผนังแบบ Double Wall, ประตู Sound Proof กันเสียงและไฟ
  • มีห้องให้เลือกหลายขนาด : ตั้งแต่ห้อง Studio ตอบโจทย์การมาอยู่อาศัยเป็นครั้งคราว หรือลงทุนปล่อยเช่า ไปจนถึงห้องขนาด 2 – 3 ห้องนอน รองรับการอยู่อาศัยตากอากาศสำหรับครอบครัวใหญ่ได้สบาย

ห้องพักอาศัยในโครงการ The Panora Estuaria จะขายแบบ Fully- Furnished จะได้เฟอร์นิเจอร์บิ้วอินและลอยตัวทั้งหมดตามที่เห็นภายในห้องตัวอย่าง รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า (ไม่รวมพร๊อพ ของตกแต่งนะครับ) โดยดีไซน์และเฟอร์นิเจอร์จะแตกต่างกันตามแต่ละขนาดห้องด้วยนะครับ โดยมีราคาเริ่มต้น 6.92 ล้านบาท (1 Bedroom 46.86 – 53.10 ตารางเมตร) ส่วนใครที่ต้องการห้องขนาดใหญ่ ทางโครงการก็มีห้อง 2 – 3 Bedroom ขนาดประมาณ 93 – 164 ตารางเมตรให้เลือกด้วยครับ ส่วนห้องแบบ Penthouse Duplex มีเพียงแค่ 1 ยูนิต และห้อง Studio ทุกตำแหน่ง ทางโครงการแจ้งว่าขายไปหมดแล้วเรียบร้อยครับ

สรุปวัสดุภายในบ้าน/ ห้อง

– พื้นห้องนั่งเล่น, ห้องนอน : กระเบื้องหินสังเคราะห์ 120×60 เมตร
– พื้นระเบียง : กระเบื้องหินสังเคราะห์ ขนาด 60×60 ซม.
– พื้นห้องน้ำ : กระเบื้องหินสังเคราะห์ ขนาด 60×60 ซม.
– ตกแต่งผนังพร้อมติด Wallpaper
– Backsplash: กระเบื้องแกรนิตโต้ ขนาด 60×60 ซม.
– ชุดครัวพร้อมอ่างล้างจาน และตู้ลอย
– ท๊อปครัววัสดุหินสังเคราะห์
– เตาไฟฟ้าและเครื่องดูดควัน(ระบบดูดออกภายนอก) แบรนด์ TEKA
– ตู้เย็นแบบ Built-in (สำหรับห้อง 2 ห้องนอนขึ้นไป)
– เตาไฟฟ้า 2 หัว สำหรับห้อง 1 Bedroom
– เตาไฟฟ้า 4 ตัว สำหรับห้อง 2 – 3 Bedroom
– เครื่องดูดควันระบบออกข้างนอก
– เตาอบและตู้เย็นแบบบิ้วอิน (สำหรับห้อง 2 – 3 Bedroom และ Penthouse)
– ผนังแบบ Double Wall
– ความสูงพื้นถึงฝ้า 2.75 เมตร
– ประตูเข้าห้องแบบ Soundproof วัสดุเหล็ก กันไฟได้ พร้อมธรณีประตูอลูมิเนียม
– Digital Door Lock 5 ระบบ Keycard , password , finger scan , กุญแจ , application
– ไฟแทรคไลท์
– สุขภัณฑ์แบรนด์ American Standard หรือเทียบเท่า
– ฉากกั้นอาบน้ำแบรนด์ Shower King
– ก๊อกน้ำภายในห้องน้ำแบบผสม
– ติดตั้งเครื่องทำน้ำร้อนมาให้
– Rain Shower
– ขายแบบ Fully-Furnished พร้อมเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว (ไม่รวมของตกแต่ง)
– เครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ภายในห้อง
– เครื่องปรับอากาศ Conceal Type Studio 1 ตัว /1 นอน 2 ตัว/ 2 นอน 3 ตัว / 3 นอน 4 ตัว / Penthouse 6 ตัว

**รายละเอียดของวัสดุต่าง ๆ เช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ


ห้องตัวอย่าง 1 Bedroom ขนาด 46.86 – 53.10 ตร.ม.

ห้องตัวอย่างที่เราจะพาไปชมห้องแรกเป็นแบบ 1 Bedroom ขนาด 46.86 – 53.10 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 6.92 ล้านบาท เดี๋ยวเราไปดูภาพรวมจาก Unit Plan กันก่อนครับ

เมื่อเปิดประตูเข้ามาจะเจอกับโซนครัวด้านขวา ด้านซ้ายเป็นพื้นที่วางตู้เย็น มีประตูเข้าห้องน้ำ เชื่อมต่อกับ Living Area อยู่ติดกับระเบียง ระเบียงมีขนาดใหญ่สามารถวางเก้าอี้ไว้นั่งเล่นได้ ห้องนอนกั้นด้วยผนังและประตูบานทึบ ได้ความเป็นสัดส่วน ภายในห้องนอนสามารถวางเตียงขนาด 6 ฟุตได้สบาย ๆ พร้อมตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้ง มีประตูเข้าห้องน้ำมาให้อีกจุด ทำให้ห้องนี้สามารถเข้า-ออกห้องน้ำได้ 2 ทาง

ประตูเข้าห้องโครงการจะให้เป็นประตูเหล็กกันไฟ พร้อมติดตั้ง Digital Door Lock โดย Digital Door Lock ฝั่งที่อยู่ด้านในห้องจะมีหน้าจอที่สามารถเช็คก่อนได้ว่า คนที่มาเรียกเราหน้าห้องใช่คนที่เรารู้จักจริงหรือไม่

บริเวณธรณีประตูเป็นวัสดุอลูมิเนียม พร้อมระดับพื้นห้องที่ยกสูงจากโถงทางเดินเล็กน้อยช่วยกันฝุ่นจากโถงทางเดินได้ดีกว่า รวมถึงบริเวณขอบประตูมีการติดซีลเพื่อช่วยป้องกันเสียงอีกชั้นนึงด้วยครับ

พื้นภายในห้องจะปูด้วยกระเบื้องหินสังเคราะห์ขนาด 60 x 120 เซนติเมตร ความสูงพื้นถึงฝ้าบริเวณครัวจะอยู่ที่ 2.4 เมตร เนื่องจากมีงานระบบแอร์แบบ Conceal Type อยู่ครับ ส่วนบริเวณห้องนั่งเล่นและห้องนอนจะได้ความสูงที่ 2.75 เมตรนะครับ

ด้านซ้ายโครงการจะบิ้วอินชั้นเก็บรองเท้ามาให้ มีที่สำหรับวางกระเป๋าตังค์ วางกุญแจได้ ส่วนด้านบนมีช่องสำหรับเก็บของเพิ่มเติมได้อีก

ส่วนด้านขวาของห้องจะเป็นชุดเคาน์เตอร์ครัวแบบเข้ามุมรูปตัว L พร้อมพื้นที่สำหรับนั่งทานอาหารมาให้ครับ

เคาน์เตอร์ครัวมีความยาวประมาณ 2.2 เมตร โครงการติดตั้งอ่างล้างจานพร้อมเตาไฟฟ้าแบบ 2 หัว แบรนด์ FOTILE มาให้เป็นมาตรฐาน

Image 1/2
ชุดครัว

ชุดครัว

ด้านล่างมีตู้และลิ้นชักสำหรับเก็บของต่าง ๆ ได้เยอะเลย โดยมีฟังก์ชันมาให้หลากหลายเช่น ช่องเก็บช้อน เก็บมีด พื้นที่สำหรับคว่ำจาน เป็นต้น นอกจากนี้รางเลื่อนลิ้นชักต่าง ๆ จะเป็นแบบซ่อนอยู่ด้านใน ได้ความสวยงามและตกรางได้ยากกว่าแบบปกติครับ

ด้านบน โครงการบิ้วอินตู้ลอยมาให้ พร้อมติดตั้งเครื่องดูดควันแบรนด์ FOTILE ระบบดูดออกด้านนอก เข้าชุดกันกับเตาไฟฟ้า Backsplash โครงการติดตั้งกระเบื้องให้แบบที่เราเห็นเลย รวมถึงไฟซ่อนใต้ตู้ด้วยนะครับ

ตู้ด้านบนสามารถใช้เก็บของต่าง ๆ ได้อีกเยอะเลยครับ

บริเวณตู้ลอยด้านข้างตู้เย็นภายในจะมีระบบไฟภายในห้อง

ฝั่งตรงข้ามชุดครัวจะมีประตูสำหรับเข้าห้องน้ำได้ด้วย สะดวกเวลาเราอยู่บริเวณห้องนั่งเล่น

นอกจากนี้โครงการยังบิ้วอินช่องสำหรับวางเครื่องซักผ้ามาให้ด้วย เครื่องซักผ้าเราก็ได้ด้วยนะครับ ใครที่ไม่อยากตากผ้า สามารถซื้อเครื่องอบผ้ามาวางเพิ่มด้านบนได้ครับ

ถัดเข้ามาจะเป็นพื้นที่ห้องนั่งเล่นมีระยะดูทีวีประมาณ 3 เมตร โครงการบิ้วอินชั้นวางทีวีตลอดแนวเต็มความยาว 4.2 เมตรแบบนี้มาให้เลยครับ พร้อมติดตั้งทีวี ชั้นตู้ลอยพร้อมไฟซ่อน

ติดกันเป็นบานเลื่อน 3 ตอนเต็มความสูงห้อง ได้ความโปร่ง โล่งเป็นพิเศษ วันไหนอากาศดี ๆ เปิดรับลมได้กว้างเลยครับ

ชุดโซฟาขนาด 2 ที่นั่งพร้อมโต๊ะกลาง โครงการให้เราแบบนี้เลยครับ นั่งพักผ่อน ดูทีวีเพลิน ๆ ได้

ด้วยความที่ห้องนั่งเล่นอยู่ติดระเบียง พร้อมกับบานเลื่อนขนาดใหญ่ ทำให้เวลาเรานั่งอยู่บริเวณโซฟา แสงสว่างส่องเข้ามาได้เยอะ ทำให้ห้องดูโปร่งเลยทีเดียว

พื้นระเบียงจะลดระดับลงจากพื้นภายในห้องเล็กน้อย เพื่อป้องกันน้ำไหลเข้ามาพื้นที่ภายใน

ราวกันตกระเบียงได้เป็นวัสดุกระจกแบบเข้ามุม ทำให้ได้ความสวยงามมากกว่าเป็นราวกันตกแบบเป็นซี่เหล็ก ส่วน CDU โครงการเก็บไว้ด้านข้างพร้อมทำประตูระแนงปิดไว้ให้ เพิ่มความเรียบร้อย

ถัดมา เราพามาชมภายในห้องนอนกันต่อ ห้องนอนจะกั้นด้วยผนังและประตูทึบ ได้ความเป็นสัดส่วนของห้องนอน ภายในห้องนอนมีขนาดประมาณ 4.95 x 3.3 เมตร

บริเวณปลายเตียงมีชั้นวางทีวี พร้อมติดตั้งทีวีมาให้เรียบร้อย

บริเวณริมหน้าต่างเหลือพื้นที่ ใครที่อยากวาง Day Bed หรือโต๊ะทำงานเล็ก ๆ เพิ่มเติมได้ แต่ถ้าชอบความโล่งของพื้นที่ ก็ไม่ต้องวางอะไรก็ได้ครับ จะได้เดินสะดวก ยืนชมวิวได้

โครงการให้เตียงขนาด 6 ฟุตมา นอน 2 คนได้สบาย ๆ ไม่ต้องเบียดกันแบบเตียง 5 ฟุต

ใกล้กับหัวเตียง โครงการจัดวางโต๊ะเครื่องแป้งมาให้

ใกล้กับประตูห้องน้ำ โครงการบิ้วอินตู้เสื้อผ้ามาให้เรียบร้อย หน้าบานเป็นกระจกสีชา ได้ความเรียบหรู

ตู้เสื้อผ้าเป็นแบบ 3 หน้าบาน เก็บเสื้อผ้าได้เยอะ ด้านบนมีช่องสำหรับเก็บของหรือกล่องต่าง ๆ ได้

ด้านล่างมีลิ้นชัก โดยมีลิ้นชักบนมาพร้อมระบบรักษาความปลอดภัยแบบสแกนลายนิ้วมือ เหมาะสำหรับเก็บของมีค่า เพื่อความปลอดภัยครับ

ภายในห้องน้ำให้สุขภัณฑ์แบรนด์ American Standard มาครบทั้งห้อง พร้อมกระจกเงาบานใหญ่ ทำให้ห้องน้ำดูโปร่งและกว้างมากขึ้น

Image 1/2
อ่างล้างหน้า

อ่างล้างหน้า

อ่างล้างหน้า ด้านล่างมีตู้สำหรับเก็บของได้ รวมถึงติดตั้งเครื่องทำน้ำร้อนมาให้แล้ว โดยภายในห้องน้ำจะใช้ก็อกน้ำแบบผสมร้อน-เย็น ทำให้เราสามารถปรับอุณหภูมิน้ำได้ทั้งอ่างล้างหน้าและโซนอาบน้ำ

ใกล้ ๆ กันมีโถสุขภัณฑ์ พร้อมสายฉีดชำระมาให้

บริเวณอาบน้ำมีขนาดประมาณ 1.80 x 0.85 เมตร พร้อมฉากกระจกกั้นอาบน้ำ

ภายในโครงการให้ฝักบัวพร้อม Rain Shower มาครบ มีกรุผนังเจาะช่องสำหรับวางของพร้อมติดตั้งไฟรางซ่อนเพิ่มความสวยงามมาให้ด้วยนะครับ


ห้องตัวอย่าง 2 Bedroom 2 Bathroom (B8) ขนาด 117.73 ตร.ม.

ห้องตัวอย่างที่เราจะพาไปชมห้องแรกเป็นแบบ 2 Bedroom 2 Bathroom ขนาด 117.73 ตร.ม. เดี๋ยวเราไปดูภาพรวมจาก Unit Plan กันก่อนครับ

เมื่อเปิดประตูเข้ามาจะเจอกับโซนครัวเปิดด้านซ้าย เชื่อมต่อกับพื้นที่ Living Area ขนาดใหญ่ และกว้างเป็นพิเศษ ทำให้ดูโปร่ง โล่งมาก ๆ ติดกับมีระเบียงยาวตลอดแนว เปิดรับลม หรือออกไปยืนชมวิวทะเลได้สบาย ด้านขวาฝั่งตรงข้ามครัวมีห้องน้ำ Powder รองรับแขกฝั่งซ้ายเป็นห้องนอนรอง มีห้องน้ำส่วนตัวด้านใน ฝั่งขวาเป็น Master Bedroom มีห้องน้ำส่วนตัวภายใน พร้อมอ่างอาบน้ำ

ประตูเข้าห้องโครงการจะให้เป็นประตูเหล็กกันไฟ พร้อมติดตั้ง Digital Door Lock โดย Digital Door Lock ฝั่งที่อยู่ด้านในห้องจะมีหน้าจอที่สามารถเช็คก่อนแขกที่มาหน้าห้อง มาตรฐานเดียวกันทุกห้องภายในโครงการเลยครับ

ด้านขวาจะมีตู้สำหรับวางเครื่องซักผ้า ห้องน้ำ Powder และตู้เก็บรองเท้า เดี๋ยวเราพาชมทีละส่วนนะครับ

ภายในตู้เก็บเครื่องซักผ้า ของห้อง 2 Bedroom โครงการจะให้มาทั้งเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้าครบพร้อมใช้งาน

ใกล้ ๆ กันมีตู้เก็บรองเท้า พร้อมช่องสำหรับวางของและตู้ลอยด้านบน ใช้เก็บของได้เยอะ ด้านล่างเหมาะสำหรับสอดรองเท้าคู่ที่ใส่ประจำ เราจะได้ไม่ต้องเปิด-ปิดตู้บ่อย ๆ

Image 1/2
ห้องน้ำ Powder

ห้องน้ำ Powder

ภายในห้องน้ำ Powder โครงการเตรียมอ่างล้างมือพร้อมโถสุขภัณฑ์ระบบอัตโนมัติมาให้เป็นมาตรฐานสำหรับห้อง 2-3 Bedroom ครับ

ด้านซ้ายเป็นโซนเคาน์เตอร์ครัวขนาดใหญ่ พื้นปูเป็นกระเบื้องหินสังเคราะห์ขนาด 60×120 เซนติเมตรมาให้เป็นมาตรฐานทั้งห้อง ได้ความทนทาน ทนความชื้นและรอยขีดข่วนได้ดีกว่าลามิเนตมาก ๆ

ชุดครัวให้เป็นรูปตัว L ขนาดใหญ่ พร้อมเคาน์เตอร์กลาง ทำให้มีพื้นที่เตรียมอาหารได้เยอะครับ

Image 1/6
ชุดครัว

ชุดครัว

ชุดเคาน์เตอร์ครัวมีความยาวประมาณ 1.9 เมตร มีชั้นวางของ ลิ้นชักและตู้เก็บของมาให้เยอะเลย มีเตาไฟฟ้าแบบ 4 หัวมาให้พร้อมเครื่องดูดควันระบบดูดออกด้านนอก

Image 1/3
ชุดครัว

ชุดครัว

ใกล้ ๆ กันจะมีเตาอบแบบฝังเข้ากับชุดครัวมาให้เลย พร้อมช่องเก็บของด้านบนและล่าง

ความพิเศษของห้องขนาด 2 – 3 Bedroom คือทางโครงการจะบิ้วอินตู้เย็นให้แบบนี้เลย ได้ความสวยงาม ใครที่อยากได้ตู้เย็นใหญ่กว่านี้ สามารถทำเพิ่มเองได้ครับ

Image 1/2
เคาน์เตอร์ลอย

เคาน์เตอร์ลอย

โครงการมีชุดเคาน์เตอร์กลางมาให้เพิ่มเติม ทำให้เรามีพื้นที่เตรียมอาหารเพิ่มอีกเยอะเลยครับ ด้านล่างมีตู้เก็บของและลิ้นชักมาให้อีกหลายจุดเลย

เชื่อมต่อมาจากโซนครัวจะเป็น Living Area ที่มีขนาดใหญ่มาก ๆ มีระยะติดช่องแสงกว่าถึง 7.8 เมตร แต่ก็มีระยะกว้างภายในห้อง 3.5 เมตร ทำให้เราวางโซฟาขนาดใหญ่แบบ 3 ที่นั่งได้ มีพื้นที่เดินรอบโซฟาได้แบบสบาย ๆ ฝั่งที่ติดกับระเบียงสามารถเลื่อนเปิดออกได้ทั้ง 2 จุดเลยครับ

ด้านหลังโซฟา เราจะได้โต๊ะทานข้าวแบบ 6 ที่นั่งแบบนี้เลยครับ ได้ช่องแสงตลอดแนว ทำให้ได้ความโปร่ง โล่ง เปิดรับวิวได้เต็มตา

Image 1/5
บรรยากาศบริเวณ Living Area

บรรยากาศบริเวณ Living Area

บรรยากาศ Living Area เพิ่มเติมครับ

ระเบียงของห้องนี้จะลดระดับลงเล็กน้อย เพื่อกันน้ำไหลเข้าสู่ภายในห้อง พื้นปูด้วยกระเบื้องขนาด 60×60 เซนติเมตร ระเบียงมีความกว้างประมาณ 1.1 เมตร

Image 1/2
พื้นที่ CDU

พื้นที่ CDU

โครงการเก็บ CDU ไว้บริเวณด้านซ้ายสุดและขวาสุดของระเบียงพร้อมทำบานเปิดแบบระแนงช่วยพรางสายตาเพื่อเพิ่มความเรียบร้อยให้ตัวห้องครับ

ราวกันตกระเบียงได้เป็นวัสดุกระจกแบบไม่มีเฟรม ทำให้เรารับวิวได้เป็นเต็มได้ ไม่มีอะไรบดบัง

ห้องตัวอย่างอยู่ที่ระดับความสูงชั้น 7 ของอาคาร C วิวที่ได้จะมองเห็นที่ดินเปล่าซึ่งทางโครงการแจ้งว่ากำลังจะมีกาพัฒนาเป็นร้านอาหาร และ Sportclub ไม่ได้สร้างเป็นคอนโด Lowrise หรืออาคารสูงครับ ระยะกลางจะเห็นเป็นวิวทะเล

หรือถ้าเราหันเฉียงไปทางด้านขวาหน่อย เราจะเห็น Ocean Marina Yacht Club

ไฟภายในห้องเป็นแบบแทรคไลท์ สามารถเลื่อนไป-มาในรางได้สะดวก รวมถึงสามารถถอดเปลี่ยนได้ง่ายด้วยครับ

ฝั่งขวาของตัวห้องจะเป็นห้องนอน Master Bedroom ภายในมีขนาดประมาณ 4.7 x 2.95 เมตร ได้เตียงแบบ King Size แบบนี้เลยครับ วางได้สบาย ๆ พร้อมโต๊ะหัวเตียง 2 ฝั่ง

ปลายเตียงวางชั้นวางทีวีพร้อมติดตั้งทีวีแขวนผนังมาให้แบบนี้เลย

Image 1/3
โต๊ะทำงาน

โต๊ะทำงาน

บริเวณติดกับช่องแสง โครงการเตรียมโต๊ะทำงานพร้อมเก้าอี้มาให้ สามารถนั่งทำงานพร้อมมองวิวทะเลเพลิน ๆ ได้เลยครับ

Image 1/6
Walk-in Closet

Walk-in Closet

ใกล้กับประตูห้องน้ำ โครงการบิ้วอินตู้เสื้อผ้าเป็น Walk-in Closet มาให้เรียบร้อย หน้าบานเป็นกระจกสีชา ได้ความเรียบหรู ด้านล่างมีลิ้นชัก โดยมีลิ้นชักบนมาพร้อมระบบรักษาความปลอดภัยแบบสแกนลายนิ้วมือ เหมาะสำหรับเก็บของมีค่า เพื่อความปลอดภัยครับ

ด้านในมีโต๊ะเครื่องแป้ง พร้อมกระจกติดตั้งไฟมาให้ ด้านล่างมีลื้นชักและเก้าอี้นั่งมาให้ครบ พร้อมใช้งาน

ใกล้ ๆ กันมีประตูห้องน้ำ ทำให้เวลาอาบน้ำออกมา เราสามารถยืนแต่งตัว แต่งหน้าบริเวณ Walk-in Closet ได้สะดวก

โครงการให้อ่างล้างหน้า พร้อมกระจกบานใหญ่ ติดตั้งไฟซ่อนใต้กระจกมาให้ ได้ความสวยงาม

ตู้ด้านล่างใช้เก็บของเพิ่มเติมได้

มีที่แขวนผ้าเช็ดมือมาให้ ด้านซ้าย ใกล้กับอ่างล้างมือ

ฝั่งตรงข้ามให้สุขภัณฑ์ระบบอัตโนมัติ พร้อมกรุผนังซ่อนไฟ ใช้วางของต่าง ๆ เพิ่มเติมได้

Image 1/2
อ่างอาบน้ำ

อ่างอาบน้ำ

มีอ่างอาบน้ำมาให้ สามารถมาแช่น้ำเพลิน ๆ เวลามาพักผ่อนที่ห้องได้

Image 1/2
ห้องน้ำ

ห้องน้ำ

พื้นที่อาบน้ำมีขนาดประมาณ 1.34 x 0.9 เมตร ติดตั้งฉากกระจกกั้นอาบน้ำมาให้ ภายในให้ฝักบัวพร้อม Rain Shower กรุผนังพร้อมซ่อนไฟ สำหรับวางขวดสบู่ แชมพู มาให้

ถัดมา เราพาไปชมห้องนอนรอง ซึ่งอยู่ด้านซ้ายของตัวห้องกันต่อครับ

Image 1/6
ห้องนอนรอง

ห้องนอนรอง

ภายในห้องนอนรองให้เฟอร์นิเจอร์มาครบตามมาตรฐานโครงการทั้ง เตียงนอน ชั้นวางทีวีพร้อมติดตั้งทีวี รวมถึงโต๊ะหัวเตียงทั้ง 2 ฝั่ง

Image 1/4
ตู้เสื้อผ้า

ตู้เสื้อผ้า

บริเวณหน้าห้องน้ำ โครงการบิ้วอินตู้เสื้อผ้าพร้อมโต๊ะเครื่องแป้งมาให้ครบ

Image 1/5
ห้องน้ำ

ห้องน้ำ

ภายในห้องน้ำได้สุขภัณฑ์มาครบตามมาตรฐาน จะแตกต่างกับห้องนอน Master คือไม่ได้มีอ่างอาบน้ำมาให้ครับ


ห้องตัวอย่าง 2 Bedroom 2 Bathroom (B7) ขนาด 110.27 ตร.ม.

เราเก็บภาพห้องตัวอย่างแบบ 2 Bedroom 2 Bathroom (B7) ขนาด 110.27 ตร.ม. อยู่ที่อาคาร D (Samuttra) มาฝากทุก ๆ คน ด้วยครับ ใครที่สนใจห้อง Type นี้ สามารถเลื่อนชมด้านล่างได้เลยครับ

Image 1/13
ห้องนั่งเล่น

ห้องนั่งเล่น


 

แบบแปลน

  • Studio ขนาด 32.47 – 33.15 ตร.ม.

  • 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาด 46.86 – 53.10 ตร.ม.

  • 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ขนาด 93.83 – 110.37 ตร.ม.

Image 1/3
2 Bedroom

2 Bedroom

  • 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ ขนาด 153.55 – 164.61 ตร.ม.

Image 1/2
3 Bedroom

3 Bedroom

  • Duplex Penthouse ขนาด 282.58 ตร.ม.

Image 1/2
Duplex Penthouse ขนาด 282.58 ตร.ม.

Duplex Penthouse ขนาด 282.58 ตร.ม.

ราคา

The Panora Estuaria (เดอะ พาโนรา เอสทัวเรีย) ราคาเท่าไหร่ (ณ วันที่ 20 มีนาคม 2569)

ราคาผ่อนต่อเดือนยกตัวอย่างจาก ดอกเบี้ย 4% ระยะเวลาผ่อน 30 ปี*
สามารถคลิกดูอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันได้ที่ >> อัปเดต! ดอกเบี้ยบ้าน 2568 ทุกธนาคาร

  • 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาด 46.86 – 53.10 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 6.92 ล้านบาท
    – ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 33,040 บาท
    – ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 3,515 บาทต่อเดือน
    – ค่ากองทุนเริ่มต้น 28,116 บาท
  • 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ขนาด 93.83 – 110.37 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 14.4 ล้านบาท
    – ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 68,750 บาท
    – ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 7,038 บาทต่อเดือน
    – ค่ากองทุนเริ่มต้น 56,298 บาท
  • 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ ขนาด 153.55 – 164.61 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 26.9 ล้านบาท
    – ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 128,430 บาท
    – ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 11,517 บาทต่อเดือน
    – ค่ากองทุนเริ่มต้น 92,130 บาท
  • รูปแบบการขาย Fully Furnished พร้อมเครื่องใช้ไฟฟ้า
  • จอง 50,000 – 200,000  บาท (ขึ้นอยู่กับ Type ห้อง)
  • ทำสัญญา 15 – 20% ของราคาห้อง (ขึ้นอยู่กับ Type ห้อง)
  • ค่ากองทุน 600 บาท/ตร.ม. (จ่ายครั้งเดียว)
  • ค่าส่วนกลาง 75 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่าง ๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ

Tips : แนะนำการขอสินเชื่อกับธนาคาร 

เกณฑ์การพิจารณาการขอสินเชื่อจากธนาคาร ควรมีเงื่อนไขตรงกับข้อไปนี้ครับ

  • มีรายรับชัดเจน สม่ำเสมอ(ไม่ผันผวน) ต่อเนื่องนานกว่า 6 เดือน และสามารถตรวจสอบได้
  • ควรมีภาระหนี้รวมทั้งหมด (ทั้งบ้าน รถยนต์ บัตรเครดิต และอื่นๆ) ไม่เกิน 40% ของรายได้ต่อเดือน
  • มีรายได้ต่อเดือนมากกว่าค่าผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน 3 เท่าขึ้นไป

หากต้องการผ่อนบ้านให้หมดไว แนะนำให้โปะเพิ่มประมาณ 10% ของงวดผ่อน จะช่วยลดระยะเวลาผ่อนลงได้ 4 – 7 ปี (ขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ย) และควร Refinance หรือ Retention เพื่อให้ดอกเบี้ยลดลงทุกๆ 3 ปี ทั้งนี้อย่าลืมเผื่อค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและตกแต่ง*ก่อนเข้าอยู่เพิ่มเติมด้วยนะครับ

บทสรุป

ทำเล : ตั้งอยู่ในซอยนาจอมเทียน 22 ถือว่าเป็นคอนโดมิเนียมใหม่แห่งเดียวในโซนหาดบ้านอำเภอ ที่สามารถเดินลงไปยังชายหาดได้เลย ได้ความเป็นส่วนตัวสูง ชายหาดมีความสงบ เหมาะกับคนที่ชอบสงบ ไม่ชอบความวุ่นวาย เน้นใช้ชีวิตอยู่ในคอนโดและส่วนกลางเป็นหลัก

การเดินทางโดยใช้รถ : การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวจากกรุงเทพฯ มาได้สะดวกมาก ๆ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งถึง 2 ชั่วโมง ขากลับก็ออกจากโครงการไปจุดขึ้นทางด่วนแค่ 900 เมตร ไม่ต้องเจอการจราจรหนาแน่นแบบตัวเมืองพัทยา ภายในโครงการมีที่จอดรถมาประมาณ 57% ไม่รวมซ้อนกัน ถือว่าให้มาเยอะเมื่อเทียบกับคอนโดตากอากาศในโซนพัทยา สามารถจอดได้สบาย ๆ ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่เพียงพอเลยครับ

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ : ด้วยความที่อยู่ในซอยและทำเลที่ได้ความสงบ อาจจะไม่ได้มีแท็กซี่ หรือวินมอเตอร์ไซต์ใกล้ แต่ยังพอที่จะเรียก Grab ไปไหนได้สะดวกครับ ซึ่งเรามองว่าไม่ได้เป็นผลกระทบต่อการอยู่อาศัยมากนัก เพราะคนที่เดินทางมาพักผ่อนส่วนใหญ่เน้นการขับรถมาอยู่แล้วครับ รวมถึงมี Shuttle Service คอยรับ-ส่งลูกบ้านตามจุดต่าง ๆ

วัสดุ : โครงการขายพร้อมเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้า* ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาเสียค่าตกแต่งหรือค่าเฟอร์นิเจอร์เพิ่มเติม ได้วัสดุคุณภาพดีทั้งบิ้วอินและลอยตัว มีการตกแต่งซ่อนไฟให้ทุกจุด ได้กระจกบานใหญ่แบบ Full-Height ปูพื้นที่เป็นกระเบื้องหินสังเคราะห์ทั้งห้อง ได้ความทนทานสูง

การออกแบบ : แนวคิดในการออกแบบมาจากป่าชายเลน (Mangrove) ที่เป็นผืนป่าชุ่มน้ำติดชายทะเล จึงมีการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางใจกลางโครงการให้ได้กลิ่นอายความเป็นป่าชายเลน ตกแต่งตัวต้นไม้ต่าง ๆ ได้ความร่มรื่น พร้อมทางเดินลัดเลาะไปตามสระว่ายน้ำและผืนน้ำ รวมถึงออกแบบส่วนกลางของแต่ละอาคารให้อยู่ติดกับสระกลางโครงการเปิดรับวิวที่สวยงาม ได้ความร่มรื่น และออกแบบให้ Facility ไฮไลท์อยู่ที่ 7 – Roof Floor ชั้นบนสุดของอาคาร D มองเห็นวิวทะเลและตะวันตกดินได้สวยงามมาก ๆ

ส่วนห้องพักอาศัยมีให้เลือกหลากหลายขนาดตั้งแต่ Studio – 3 Bedroom และ Penthouse Duplex ขนาด 32 – 282 ตร.ม. โดยเน้นไปที่ 1 – 2 Bedroom เป็นหลัก ออกแบบเน้นความกว้างและโปร่ง โล่ง รองรับได้ตั้งแต่อยู่คนเดียวไปจนถึงครอบครัวใหญ่ 4 – 5 คน รวมถึงนักลงทุนที่ตั้งใจซื้อปล่อยเช่า

สาธารณูปโภค : ถือว่าเป็นคอนโด Low Rise ที่มีจำนวนยูนิตน้อย แต่ให้ส่วนกลางมาจัดเต็มที่สุด รวมแล้วกว่า 50 ฟังก์ชัน โดยแต่ละฟังก์ชันมีขนาดใหญ่ ใช้งานได้สบาย ๆ มีห้องน้ำรองรับทุกจุด มี Valet Parking และ Concierge Service คอยให้บริการภายในโครงการ มีส่วนกลางกระจายอยู่ทั้งโครงการ เลือกใช้งาน เปลี่ยนบรรยากาศได้ มีส่วนกลางรองรับเด็ก ๆ พร้อม Universal Design รองรับวีลแชร์และรถเข็นทุกจุด มี Private Onsen, Hidden Lounge รวมถึง Storage Rental สำหรับเช่าเก็บสัมภาระได้

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับช่วงราคาเฉลี่ยแบบทั้งโครงการ AVG 189,700 บาท/ตร.ม., 20 มีนาคม 2569

HIGH CLASS

หมวดหมู่ คะแนน
หมายเหตุ
ทำเล 9.25/10 ติดทะเล ใกล้ถนนใหญ่ ใกล้ทางด่วน บรรยากาศสงบ ไม่วุ่นวาย
เดินทางด้วยรถยนต์ 9.25/10 ห่างจากถนนสุขุมวิท 500 เมตร และมอเตอร์เวย์ 900 เมตร ให้ที่จอดรถมาเยอะถึง 57%
เดินทางด้วยรถสาธารณะ 7.25/10 สามารถเรียก Grab ได้ โครงการมี Shuttle Service
วัสดุ 9.5/10 ให้เฟอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าครบ วัสดุดีมาก ๆ เมื่อเทียบกับระดับราคาโครงการ ช่องแสงขนาดใหญ่
การออกแบบ 9.5/10 เน้นความเป็นส่วนตัว เน้นห้องขนาดใหญ่ อยู่สบาย เปิดรับแสงธรรมชาติได้เยอะ เน้นความร่มรื่น
สาธารณูปโภค 9.75/10  ส่วนกลางเยอะ แต่ละฟังก์ชันมีขนาดใหญ่ เปิดรับวิวได้ดี
รวมคะแนน 9.06 จาก 10 คะแนน

The Panora Estuaria (เดอะ พาโนรา เอสทัวเรีย) ดีไหม?

The Panora Estuaria (เดอะ พาโนรา เอสทัวเรีย) เหมาะกับคนที่มองหาคอนโดตากอากาศในโซนพัทยา ชอบความสงบเป็นส่วนตัว ต้องการคอนโดติดชายหาด หรืออยากซื้อคอนโดไว้ใช้งานส่วนกลาง รวมถึงนักลงทุนสายปล่อยเช่า ชอบการนั่งพักผ่อนแบบเป็นส่วนตัว เดินไปทะเลได้ เห็นวิวสวย ชอบใช้งานส่วนกลางภายในโครงการ ชอบห้องพักอาศัยที่เน้นความโปร่งโล่ง ฟังก์ชันครบ มีพื้นที่ใช้สอยเยอะ มีงบประมาณเริ่มต้นที่ 6.92 – 27 ล้านบาทหรือมีกำลังผ่อนต่อเดือนที่ 48,300 – 189,000 บาท

ตัวอย่างคอนโดในโซนพัทยา – จอมเทียน – บ้านอำเภอ


Think of Living รวบรวมมาให้แล้ว!

โครงการเปิดใหม่ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮมและคอนโดมิเนียม ในทำเลทั่วกรุงเทพและปริมณฑล ในทุกๆเดือนย้อนหลัง ใครที่กำลังมองหาบ้านห้ามพลาด อาจจะมีโครงการในราคาและทำเลที่เพื่อนๆ ตามหาอยู่ก็เป็นได้นะ

เข้ามาชมบทความรายเดือนได้เลย คลิกที่นี่