
..วันนี้เราจะพาไปดูของดีที่เป็น Rare Item ใหม่ของย่านพระราม 3 อย่าง Lavier Rama III (ลาเวียร์ พระราม 3) จาก ภัทรา โฮม เจ้าเก่าเจ้าเดิมของย่านนี้ที่มักจะทำโปรดักส์บ้านหรูมาให้เราได้เห็นกันบ่อยๆ และบอกได้เลยว่าครั้งนี้ก็ไม่ผิดหวังจริงๆ เพราะนี่ถือเป็นโปรดักส์ที่แพงที่สุดที่เค้าเคยทำ เริ่มต้น 89.5 ล้าน++ และจัดเต็มกับสเปควัสดุที่ให้มากๆ เรียกได้ว่าทำถึงแบบสุดๆ โดยจะมีอยู่เพียง 7 ยูนิตเท่านั้น จุดเด่นหรือ Highlights หลักๆที่เราสรุปมาให้คร่าวๆก่อนจะมีดังต่อไปนี้
- ทำเลติดถนนใหญ่ เข้าเมืองไปสีลม-สาทรง่าย และอนาคตกำลังจะมีโรงเรียนนานาชาติเปิดใหม่ห่างไปเพียงไม่กี่ร้อยเมตร (กำลังสร้างใกล้เสร็จแล้ว)
- ให้วัสดุมาดีและจัดเต็มสุด เช่น ผนังก่ออิฐ 2 ชั้น และใช้หินอ่อนธรรมชาติของจริงนำเข้าจากต่างประเทศในหลายๆจุดของบ้าน เช่น ผนังภายนอก / พื้นชั้น 1 / เคาน์เตอร์ครัว และบันไดบ้าน
- แปลนบ้านรูปตัว C Shape โอบล้อม Courtyard ที่เป็นสระว่ายน้ำอยู่กลางบ้าน เพิ่มช่องแสง ความเป็นส่วนตัว และบรรยากาศที่ดีแก่ทุกฟังก์ชันในบ้านที่จะมองเห็นสระทั้งหมดเลย
- สร้างเต็มที่ดิน พื้นที่ใช้สอยเยอะ ฟังก์ชันยืดหยุ่น อยู่ร่วมกันได้เป็นครอบครัวใหญ่หลาย Generation
ข้อมูลโครงการ
รีวิว Lavier Rama III (ลาเวียร์ พระราม 3) ณ วันที่ 29 ตุลาคม 2568
| ชื่อโครงการ | Lavier Rama III (ลาเวียร์ พระราม 3 ) |
| ชื่อผู้ประกอบการ | บริษัท ภัทรา โฮม จำกัด |
| SEGMENT CLASS | ULTIMATE CLASS (รายละเอียดของ Segment บ้านปี 2023 ) |
| โครงการตั้งอยู่ | ถนน วงแหวนอุตสาหกรรม ทางคู่ขนาน เขต ยานนาวา |
| ที่ดิน | 2-1-37.14 ไร่ |
| จำนวนยูนิต | 7 ยูนิต |
| ประเภทบ้าน |
|
| ราคาเริ่มต้น | 89.5 ล้านบาท |
| เริ่มก่อสร้าง | ปี 2568 |
| คาดว่าจะแล้วเสร็จ | ปี 2569 |
| เว็บไซต์โครงการ | คลิกที่นี่ |
| โทร | 095-155-6552 |
| Line | คลิกที่นี่ |

ทำเลที่ตั้ง
Highlights :
- ใกล้สะพานวงแหวนอุตสาหกรรม และทางด่วน สามารถเข้า-ออกเมืองได้ง่าย
- อนาคตกำลังจะมีโรงเรียนนานาชาติเปิดใหม่ (SPGS) อยู่ใกล้โครงการไม่กี่ร้อยเมตร
- มีความอุดมสมบูรณ์ครบทั้งห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอลล์ และแหล่งแฮ้งค์เอ้าท์ริมแม่น้ำ
พิกัด Google Maps : 13.682715986531752, 100.54390613081657
หรือสามารถ : คลิกที่นี่
โครงการ Lavier Rama III (ลาเวียร์ พระราม 3) ตั้งอยู่ติดถนนวงแหวนอุตสาหกรรม ซึ่งสามารถใช้ข้ามสะพานภูมิพลเพื่อไปทางฝั่งสมุทรปราการ และเชื่อมต่อไปยังวงแหวนกาญจนาภิเษกได้ครับ โดยย่านพระราม 3 ก็ถือเป็นอีกหนึ่งย่านที่มีบ้านแนวราบระดับ Luxury ให้เลือกพอสมควร เพราะเป็นทำเลใกล้เมืองที่สามารถเชื่อมต่อไปยัง CBD อย่างสีลม-สาทร / พระราม 4 / อโศก ได้สะดวกมากๆ อีกทั้งยังมีความอุดมสมบูรณ์ครบครันมาก ไม่ว่าจะเป็นเซ็นทรัลพระราม 3 / Terminal 21 รวมถึงยังมีคอมมูนิตี้มอลล์และร้านแฮงค์เอ้าท์ริมแม่น้ำต่างๆเยอะมาก
แต่ที่น่าสนใจในตอนนี้ก็คือ ใกล้ๆกับโครงการ Lavier พระราม 3 จะมีโรงเรียนนานาชาติมาเปิดใหม่คือ SPGS International School Bangkok โดยเป็นส่วนหนึ่งในโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ของ Country Group Development (CGD) ซึ่งปัจจุบันกำลังอยู่ในช่วงก่อสร้างกันอยู่เลยครับ ทำให้คาดการณ์ว่าน่าจะมีทั้งบุคลากร และพ่อแม่ผู้ปกครองที่อยากส่งลูกเรียนที่นี่อยู่แล้ว น่าจะมีความสนใจโครงการนี้ไม่น้อย เพราะอยู่ใกล้มากๆ แบบว่าก่อนไปทำงานก็แวะส่งลูกหน้าโรงเรียนได้สบายๆเลย
ทางด่วนที่ใกล้ที่สุด :
- ทางด่วนเฉลิมมหานคร : อยู่ห่างจากโครงการประมาณ 3 km. สามารถเข้าเมืองไปทางดินแดง พญาไท และลาดพร้าวได้สบายๆ
- วงแหวนกาญจนาภิเษก : สามารถกลับรถตรงแยกพระราม 3 เพื่อย้อนกลับมาขึ้นสะพานวงแหวนอุตสาหกรรมที่อยู่ด้านหน้าโครงการ และเชื่อมต่อไปยังสะพานภูมิพล-วงแหวนกาญจนาภิเษกได้เลย
สภาพแวดล้อมรอบโครงการ
บริบทโดยรอบเป็นชุมชนแนวราบและที่ว่างครับ ด้านหน้าจะเป็นถนนวงแหวนอุตสาหกรรมที่เป็นทางยกระดับช่วงก่อนจะลงพื้นราบ ทำให้บ้านหลังแรกสุดอาจได้รับผลกระทบเรื่องเสียงและฝุ่นอยู่บ้าง แต่ด้วยการดีไซน์ช่องเปิดฝั่งนี้ที่น้อย และใช้วัสดุผนัง 2 ชั้น คิดว่าน่าจะช่วยลดปัญหาเรื่องมลพิษเหล่านี้ไปได้อยู่บ้างครับ ส่วนหลังอื่นๆปกติดีไม่มีอะไรต้องห่วงเลย
- ทิศเหนือ ติดกับ ซอยเปี่ยมใจและชุมชนแแนวราบ
- ทิศตะวันออก เป็นทางเข้าโครงการ ติดกับ ถนนวงแหวนอุตสาหกรรม
- ทิศใต้ ติดกับ หมู่บ้านอรุณพัฒน์ ทาวน์โฮมสูง 3 – 4 ชั้น
- ทิศตะวันตก ติดกับ ที่ว่างและชุมชนแนวราบ
ส่วนภาพนี้จะเป็นบรรยากาศของถนนด้านหน้าโครงการครับ ซึ่งจะเป็นทางคู่ขนานใกล้จุดกลับรถใต้สะพานวงแหวนอุตสาหกรรมพอดี โดยในช่วงเวลาปกติถนนด้านล่างรถจะไม่ค่อยเยอะ แต่ถ้าเป็นถนนด้านบนสะพานก็จะเยอะแทบจะตลอดเวลา เพราะเป็นเส้นทางเข้าเมืองของคนฝั่งสมุทรปราการนั่นเอง
สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น
ห้างสรรพสินค้า / ตลาด
- Int Intersect ~ 2.2 km.
- Lotus พระราม 3 ~ 2.8 km.
- ตลาดรุ่งเจริญ ~ 2.8 km.
- The Up พระราม 3 ~ 2.9 km.
- Central พระราม 3 ~ 3.4 km.
- Makro สาทร ~ 3.9 km.
- ตลาดนางลิ้นจี่ ~ 4.0 km.
- Terminal 21 พระราม 3 ~ 6.4 km.
- Asiatique ~ 8.4 km.
- Icon Siam ~ 10.8 km.
โรงพยาบาล
- โรงพยาบาล BNH ~ 5.7 km.
- โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ ~ 5.9 km.
- โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน ~ 6.9 km.
- โรงพยาบาลเลิดสิน ~ 7.1 km.
โรงเรียน
- โรงเรียนสารสาสน์พิทยา ~ 2.3 km.
- โรงเรียนนานาชาติเรนทรี ~ 3.3 km.
- โรงเรียนนานาชาติสาทรใหม่ ~ 3.4 km.
- โรงเรียนนานาชาติคิงส์คอลเลจกรุงเทพ ~ 3.8 km.
- โรงเรียนสารสาสน์เอกตรา ~ 4.9 km.
- โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์ ~ 5.9 km.
- โรงเรียนอัสสัมชัญ แผนกประถม ~ 5.9 km.
- โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ~ 6.4 km.
- โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี ~ 7.5 km.
รายละเอียดโครงการ
Highlight :
- ยูนิตน้อย มีความเป็นส่วนตัว
- วางผังบ้านโดยคำนึงถึง Space และช่องแสงให้ไม่เสียความเป็นส่วนตัว
โครงการ Lavier Rama III (ลาเวียร์ พระราม 3) เป็นบ้านเดี่ยวแบรนด์ใหม่จาก ‘ภัทรา โฮม’ ที่เราเริ่มรู้จักเค้าครั้งแรกตั้งแต่สมัยที่ทำโครงการ Welton Rama 3 โดยจะเป็นบ้านหรูระดับ Luxury ขึ้นไปเหมือนกัน และเรียกได้ว่านี่แแทบจะเป็นเจ้าตลาดของบ้านหรูย่านพระราม 3 เลยก็ว่าได้
แน่นอนว่ากลิ่นอายความเป็นบ้านสไตล์ Classic และความใส่ใจในสเปควัสดุที่ให้ยังคงอยู่ครับ ซึ่งเราประทับใจมาตั้งแต่โครงการตัวเก่าของเค้าหลายอย่างเลย แต่สำหรับครั้งนี้จะพิเศษขึ้นกว่าเดิม เพราะนี่ถือเป็นแบรนด์ใหม่ที่แพงที่สุดเท่าที่เค้าเคยทำมาเลยก็ว่าได้ จะเป็นอย่างไรและน่าสนใจขนาดไหนเราตามไปชมกันเลยครับ
โครงการนี้มีความเป็นส่วนตัวเพียง 7 ยูนิตเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่ใช่โครงการจัดสรรและไม่ได้มีส่วนกลางให้ใช้งานนะครับ แต่เค้าก็จะมีถนนเป็นของตัวเอง มีรั้วเพื่อความเป็นส่วนตัว รวมถึงมีป้อม รปภ. คอยดูแลความปลอดภัยให้ตลอด 24 ชม. อีกด้วย ดังนั้นโครงการนี้จึงจะมีค่าส่วนกลางที่จะต้องนำมาใช้จ่ายและดูแลส่วนกลางเหล่านี้ด้วยอยู่เหมือนกัน
สำหรับจุดเด่นของผังโครงการจะเป็นการวางแปลนบ้านครับ ซึ่งแต่ละหลังจะไม่ได้มีการ Flip ด้านกันเหมือนโครงการทั่วไป เพราะเค้าได้มีการออกแบบช่องแสง และตำแหน่งสระว่ายน้ำของบ้านมาไว้แล้ว ว่าจะเน้นอยู่ด้านใดด้านหนึ่งที่ไม่ชนกับช่องแสงบ้านข้างๆเลย จึงทำให้ไม่เสียความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัยเลยนั่นเองครับ
นี่เป็นบรรยากาศของซุ้มประตูด้านหน้าโครงการ ซึ่งจะมีทั้งป้อม รปภ. และใช้เป็นประตูเหล็กรางเลื่อนปิดเพื่อความเป็นส่วนตัว ทำให้เราไม่สามารถมองเห็นด้านในด้านเลยนั่นเอง (เห็นว่าในอนาคตน่าจะมีการติดตั้งไม้กั้นกระดกเพิ่มอีกชั้นหนึ่งด้วยนะ ทำให้มีความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้นครับ)
บรรยากาศของถนนภายในโครงการจะปูเป็นพื้นกระเบื้องสวยงามให้ทั้งหมด อีกทั้งยังนำสายไฟลงใต้ดินทำให้ไม่บดบังทัศนียภาพของโครงการเลยครับ
และด้วยความที่เป็นบ้านสร้างเต็มที่ดิน จึงทำให้ผนังบ้านค่อนข้างใกล้กันมากๆ ดูเหมือนจะต้องอึดอัดแน่ๆเลยใช่มั้ย แต่จริงๆเค้าออกแบบเรื่องช่องแสงและมี Space ภายในตรง Court กลางบ้านอยู่แล้วพอสมควร บอกเลยว่าไม่ได้อึดอัดแถมยังได้ความเป็นส่วนตัวอีกด้วย ซึ่งเดียวเราจะได้ชมของจริงกันในพาร์ทต่อไปครับ
สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก
- ระบบ CCTV ที่ Main Gate
- รั้วรอบโครงการสูง 4 เมตร (และหลังบ้านต่อเพิ่มด้วยระแนงไม้อีก 2 เมตร )
- ถนนหลักกว้าง 7.5 ม.
- เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
- ประตูรั้วโครงการแบบ รั้วกั้นไม้กระดก และประตูเหล็กเลื่อนไฟฟ้า เปิด-ปิดอัตโนมัติแบบ Easy Pass
- เดินสายไฟร้อยท่อลงดินทั้งโครงการ
แบบบ้าน
Highlight :
- ให้วัสดุดีมาก ส่วนใหญ่จะเน้นเป็นหินอ่อนธรรมชาตินำเข้าจากต่างประเทศ แถมยังใช้ผนังโครงสร้างเป็นก่ออิฐมอญแดงแบบ 2 ชั้นกว่า 90% ของตัวบ้านอีกด้วย
- จัดวางฟังก์ชันได้ดี แปลนบ้านรูปตัว C โอบล้อม Courtyard ที่เป็นสระตรงกลางบ้าน ทำให้ได้ทั้งช่องแสงและได้วิวในห้องนอนทุกห้องเลย
- พื้นที่ใช้สอยและฟังก์ชันเยอะ เหมาะกับครอบครัวขนาดใหญ่อยู่ร่วมกันได้ทุก Generation
- ห้องนอนใหญ่ทุกห้อง เรียกได้ว่าเป็น Master Bedroom ทุกห้องเลยก็ว่าได้ และห้องใหญ่สุดก็จัดเป็นระดับ Penthouse ไปเลยครับ
- มีความเป็นส่วนตัวสูง จัดวางบ้านแต่ละหลังโดยคำนึงถึงช่องแสงด้านข้างมาแล้วว่าจะไม่รบกวนกัน หรือเสียความเป็นส่วนตัวในการใช้งานสระว่ายน้ำ
- บรรยากาศสว่างโปร่งโล่ง มีช่องแสงขนาดใหญ่เยอะ อีกทั้งยังมีโซนฝ้าเพดานสูง Double Volume ถึง 2 จุดให้ใช้งานด้วย
- แยกโซนทำงานแม่บ้านได้ดี คือออกไปอยู่ด้านนอกหรือไม่ก็บนดาดฟ้าไปเลย จึงแทบจะไม่ค่อยได้มารบกวนเจ้าของบ้านหรือแขกด้านในเลย
โครงการ Lavier Rama III (ลาเวียร์ พระราม 3) ออกแบบบ้านเป็นสไตล์ Neo Classic แสดงถึงสถาปัตยกรรมที่มีรายละเอียด ประณีต และดูหรูหราสมราคาทีเดียวครับ ตัวบ้านโดดเด่นที่เทคนิคการย่อมุมของผนังที่มีหลายชั้น อีกทั้งวัสดุส่วนใหญ่ก็จะเน้นเป็นวัสดุจริงจากธรรมชาติเกือบทั้งหมดด้วย
บอกเลยว่ารอบนี้ ‘ภัทรา โฮม’ จัดเต็มมาให้แบบสุดๆ พื้นที่ใช้สอยและฟังก์ชันก็เยอะ สามารถอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวใหญ่แบบหลาย Generation ได้สบายๆเลย โดยแบบบ้านก็จะมีเพียงแบบเดียวเท่านั้นครับ ปัจจุบันมีบ้านตัวอย่างที่ตกแต่งให้ชมกันด้วย (ราคาขายรวมตกแต่งจะอยู่ที่ประมาณ 125 ล้านบาท) ใครสนใจแล้วก็ตามผมไปดูกันได้เลย
สเปควัสดุและโครงสร้างหลักของบ้าน :
- โครงสร้างบ้าน : ก่อด้วยอิฐมอญแดง 2 ชั้น เกือบ 90% ของพื้นที่ผนังภายนอก ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความร้อน และลดเสียงรบกวนได้อย่างดี
- ผนังภายนอก (หน้าบ้าน) : หิน Lime Stone รุ่นโมลิโนส เบจ จากโปรตุเกส
- พื้นที่จอดรถ : Slab on Beam พร้อมปูกระเบื้อง 60 x 60 cm. (ลงเข็มโรงรถ และพื้นที่รอบบ้าน)
- ประตูรั้วหน้าบ้าน : รั้วเหล็กรางเลื่อน พร้อมติดตั้งระบบประตูไฟฟ้าเลื่อนอัตโนมัติ (ควบคุมด้วยรีโมท)
- กรอบประตู-หน้าต่าง : อลูมิเนียมแบรนด์ Maenum รุ่น Euro Profile สีอบพิเศษ พร้อมกระจกลามิเนต 2 ชั้น (ตรงกลางมีชั้นฟิล์ม ป้องกันแสงและความร้อน (เฉพาะบางจุด))
- สระว่ายน้ำ : ระบบ Fresh Water ขนาด 2.8 x 12.2 m. ลึก 1.2 m.
- ลิฟต์ส่วนตัว : ยี่ห้อ Kalea แบรนด์ของสวีเวน เป็นระบบสกรู และรับน้ำหนักที่ 400 กิโลกรัม
- พื้นชั้น 1 : ปูด้วยหินอ่อน Creama Casper จากตุรกี
- พื้นชั้น 2 – 3 : พื้นไม้ Compound Solid ผิวไม้โอ๊ค (หลังที่ยังไม่ได้ปูพื้น สามารถเลือกโทนสีเองได้)
- พื้นชั้น 4 : กระเบื้อง Porcelain
- สุขภัณฑ์ในห้องน้ำ : TOTO / Grohe / Kohler / อ่างอาบน้ำ i-Spa
- เคาน์เตอร์ครัว : Top หินอ่อนซานต้า มารีน่า จากกรีซ + หินอ่อนคาร์เทียร์ จากตุรกี
- ครัวฝรั่ง : บิ้วอินมาพร้อมกับเครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ Smeg + ตู้เย็นบิ้วอิน + ซิงค์ + เตา + ที่ดูดควัน และไมโครเวฟ
- ครัวไทย : บิ้วอินมาพร้อมกับชุดเตาแก๊ส และที่ดูดควัน (ตามมาตรฐานโครงการ)
- งานระบบสำคัญบนดาดฟ้า : ถังเก็บน้ำสำเร็จรูป + ปั้มน้ำ + เครื่องทำน้ำร้อน (ส่งไปยังห้องน้ำในบ้านทุกห้อง เฉพาะตรง Shower และอ่างอาบน้ำ)
- ถังเก็บน้ำคอนกรีต ชั้น 1 : ขนาด 7,000 ลิตร จำนวน 1 ใบ รองรับปริมาณน้ำ 5,000-6,000 ลิตร
- ระบบไฟฟ้า : ไฟ 3 เฟส แบบ 30/100 พร้อมจุดรองรับ EV Charger
- ระบบความปลอดภัย : Digital Door Lock / Magnetic & Shock Sensor / CCTV / Home Automation
- LORENZO บ้านเดี่ยว 4 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 93.1 – 127.6 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 859 ตร.ม.
– ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 7 ห้องน้ำ / 4 ที่จอดรถ / 1 ห้องแม่บ้าน / 1 สระว่ายน้ำ / 1 ลิฟต์โดยสารส่วนตัว
แปลนชั้น 1 ลักษณะเป็นบ้านที่สร้างเต็มที่ดินของบ้านตามแบบฉบับบ้านในเมือง ที่ต้องการใช้พื้นที่ให้คุ้มค่ามากที่สุด เพราะอย่างที่เราทราบกันดีว่าที่ดินสมัยนี้มีราคาแพงมากๆ เลยทำให้กลายเป็นบ้านที่มีพื้นที่ใช้สอยภายในเยอะ และจุดเด่นอีกอย่างก็คือ มีสระว่ายน้ำส่วนตัวให้ใช้งานทุกหลักด้วย ซึ่งสระนี้เองที่เป็นหัวใจสำคัญในการช่วยเพิ่มบรรยากาศของบ้านให้มีความน่าอยู่อย่างมากเลยครับ เพราะเกือบทุกฟังก์ชันจะสามารถมองเห็นสระนี้ได้หมดเลย
พื้นที่ในบ้านชั้น 1 จะเน้นเป็น Common Area ขนาดใหญ่ ซึ่งตรง Living Area จะเป็นจุดของ Double Volume หรือฝ้าเพดานสูงด้วยครับ แน่นอนว่าพื้นที่ทั้งหมดจะเชื่อมต่อกับสระว่ายน้ำด้านข้างได้ด้วย เหมาะกับการพักผ่อนหรือจัดปาร์ตี้ริมสระมากๆ ส่วนหลังบ้านจะเป็นห้องครัว ที่มีให้ใช้ทั้งครัวฝรั่งและครัวไทยเลย ซึ่งโซนของแม่บ้านก็จะอยู่แยกออกไปด้านข้างนอกตัวบ้านด้วยครับ มีห้องนอนอยู่มุมซ้ายหน้าบ้านใกล้กับโซนทิ้งขยะ ทำให้เป็นการแยกพื้นที่ความเป็นส่วนตัวออกจากเจ้าของบ้านได้เป็นอย่างดีเลยนั่นเอง
อย่างที่เราเกริ่นไว้ตอนแรกว่าจุดเด่นของโครงการนี้คือ ‘วัสดุ’ เริ่มตั้งแต่โครงสร้างบ้านที่เป็นผนังก่ออิฐมวลเบาที่มีความแข็งแรงและทุบเจาะได้ง่าย ทำให้ตัวบ้านมีความยืดหยุ่นเหมาะกับการต่อเติมตามความต้องการของเจ้าของบ้าน อีกทั้งส่วนใหญ่ยังเป็นผนัง 2 ชั้นหรือ Double Wall ทำให้มีส่วนช่วยในการป้องกันเสียงและความร้อนได้ดีอีกด้วย
นอกจากนี้วัสดุปิดผิวภายนอก (ชั้น 1 โซนหน้าบ้าน) ก็ยังใช้เป็นหินอ่อนจริงจากธรรมชาติ Lime Stone จากโปรตุเกส ทำให้มีความหรูหราและสมจริงเป็นธรรมชาติมากสุดๆ แต่ด้วยความที่เป็นวัสดุจริงจากธรรมชาติที่มีรูพรุนภายในเยอะหน่อย ก็อาจต้องมีการดูแลรักษาที่มากกว่าปกติด้วยนะครับ เพราะเค้าจะค่อนข้างเป็นคราบหรือรอยด่างได้ง่ายนิดนึง แต่ยอมรับเลยว่าสวยจริงๆนะ
ประตูทางเข้าบ้านเป็นเหล็กรางเลื่อนแบบ 2 ตอน โดยทางโครงการจะติดตั้งเป็นประตูไฟฟ้าที่เปิดอัตโนมัติด้วยรีโมทมาให้เลยครับ ทำให้มีความสะดวกในการใช้งานมากๆ
ที่จอดรถกว้างช่วงละประมาณ 5.1 x 5.85 m. มีทั้งหมด 2 ช่วงเสา สามารถจอดรถได้รวม 4 คันในร่มสบายๆ มาพร้อมกับ Junction EV Charger เตรียมไว้ให้พร้อมใช้งานสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ส่วนอีกฝั่งก็จะมีห้องเก็บของพร้อมประตูหน้าบานเปิดเรียบร้อยให้ใช้ด้วย
พื้นที่จอดจะปูกระเบื้องขนาด 60 x 60 cm. มาให้แบบนี้เลยครับ โดยโครงสร้างจะเป็น Slab on Beam อยู่บนเสาเข็มเดียวกับตัวบ้านทั้งหมด ไม่ต้องกังวลว่าพื้นที่ทรุดตัวในอนาคต แต่ที่พิเศษกว่าก็คือ ความสูงของฝ้าเพดานจะอยู่ที่ 3.7 m. ทำให้สามารถรองรับการติดตั้ง Lift Car เพิ่มช่องจอดรถเป็น 2 เท่าในอนาคตได้อีกด้วยสบายๆ
ติดกันจะมีประตูคนเดินแยกเอาไว้ให้สำหรับเดินเข้า-ออกได้สะดวกแบบนี้ด้วย บอกเลยว่าเค้าทำเป็นซุ้มประตูจริงจังและดูเป็นส่วนตัวมากๆครับ
เข้ามาด้านในเราสามารถเดินเข้าประตูบ้านเลยก็ได้ หรือจะเดินแยกออกไปตามทางเดินด้านข้างแบบนี้ก็ได้เช่นกันครับ ซึ่งจะเป็นลักษณะทางลาดกว้าง 0.85 – 1.1 m. สำหรับเข็นรถขึ้น-ลงบ้านได้สะดวก
และที่เราชอบมากๆก็คือ ตลอดทางเดินจะมีการทำหลังคากระจกลามิเนตหนา 2 ชั้นเอาไว้ให้แบบนี้ด้วย ซึ่งช่วยกันฝนได้เป็นอย่างดี แต่ยังคงความสว่างและโปร่งโล่งจากแสงแดดตอนกลางวันได้อยู่ รวมถึงแม่บ้าน/ช่างก็สามารถปีนขึ้นไปเดินด้านบน (แนะนำให้เดินตรงคาน) เพื่อที่จะทำความสะอาดใบไม้หรือซ่อมแซมงานระบบของบ้านต่างๆได้นั่นเอง
ระหว่างทางเดินบริเวณด้านข้างจะมีตู้จดหมาย ตู้ส่งพัสดุ และถังขยะแยกเอาไว้ให้เรียบร้อยแบบนี้เลยครับ ซึ่งก็จะอยู่ใกล้กับโซนของห้องพักแม่บ้านนั่นเอง
และเมื่อเราเดินมาตามทางลาดก็จะเจอกับทางเข้าบ้านที่ 2 ซึ่งจะมาโผล่ตรงแถวๆกลางบ้านเลย ส่วนด้านบนหลังคากระจกหลายๆคนอาจสังเกตเห็นเป็นช่องว่างใช่มั้ยครับ โดยจุดนี้จะเป็นบริเวณที่ให้คนปีนขึ้นไปปฏิบัติภารกิจบนหลังคาได้ (แม่บ้าน/ช่าง) รวมถึงยังทำหน้าที่เป็นช่องลมให้อากาศถ่ายเทได้ดีอีกด้วย แต่ก็อาจมีฝนกระเด็นสาดเข้ามาได้บ้างในบางทีนะครับ อย่าลืมระวังพื้นเปียกด้วยล่ะ
ประตูทางเข้าบ้านหลักจะอยู่โซนด้านหน้าในตอนแรกเลย มาพร้อมกับติดตั้ง Dogital Door Lock และ Magnetic Sensor เพื่อความปลอดภัย รวมถึงยังมีพื้นที่ให้เราทำเป็นที่นั่งใส่รองเท้าข้างๆได้อีกด้วย
โดยประตูบ้านเป็นบ้านทึบที่ปราศจากช่องแสงใดๆเลยครับ ทั้งนี้ก็เพื่อความเป็นส่วนตัวภายในบ้าน เพราะอย่าลืมว่าประตูนี้ค่อนข้างจะอยู่ใกล้กับประตูรั้วบ้านมากๆ รวมถึงกลางบ้านก็มีแสงสว่างจากช่องแสงข้างบ้านเพียงพอแล้วนั่นเอง
เข้ามาในประตูเราจะเจอกับ Foyer ก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งจะยังมองไม่เห็นพื้นที่ส่วนอื่นๆในบ้านนะครับ ทำให้โซนพักผ่อนมีความเป็นส่วนตัวเข้าไปอีก
โดยพื้นที่โถงตรงนี้จะปูด้วยหินอ่อนลวดลายสวยงาม พร้อมกับลด Step ลงจากพื้นบ้านเล็กน้อย เพื่อจะได้ช่วยป้องกันฝุ่นหรือสิ่งสกปรกจากรองเท้าไม่ให้เข้าไปในบ้านได้นั่นเอง
อีกทั้งด้านข้างยังมีห้องเก็บรองเท้าที่ของจริงจะ Built-in ชั้นวางรองเท้าไว้เต็มห้องให้แบบนี้เลยนะ (หมุนชั้นใช้งานได้ 2 ฝั่งด้วย) ทำให้สามารถเก็บรองเท้าได้หลายสิบคู่กันเลย มาพร้อมพัดลมดูดอากาศบนเพดานที่จะช่วยทำให้ห้องนี้มีอากาศถ่ายเทที่ดีด้วย
ถัดเข้ามาด้านในเราจะมาบรรจบกับทางเข้าที่ 2 จากด้านข้างบ้านซ้ายมือก่อนหน้านี้ด้วย ซึ่งจะเชื่อมต่อกับ Common Area ที่เป็นฟังก์ชันหลักของชั้น 1 นี้แล้วครับ
หันมามองขวามือรับรองว่าทุกคนจะต้องร้องว้าวว~ กับพื้นที่นี้มากๆ ซึ่งจะมีขนาดใหญ่และกว้างขวาง ประกอบด้วยฟังก์ชันหลายส่วนทั้ง Living Area + Dinning Table + Pantry Zone
Living Area สามารถวางโซฟาชุดใหญ่ได้สบายๆ เหมาะกับการพักผ่อนของครอบครัวและใช้รับรองแขกได้สบาย ซึ่งเป็นโซนที่ได้ฝ้าเพดานสูง Double Volume 7.15 m. จึงมีบรรยากาศที่สว่างโปร่งโล่งมากๆครับ (ส่วนบริเวณอื่นของบ้านจะมีฝ้าสูงปกติอยู่ที่ 3.3 – 3.55 m.)
โดยพื้นที่ Living Area นี้จะอยู่ติดกับสระว่ายน้ำข้างบ้านด้วยครับ ซึ่งบอกได้เลยว่าบรรยากาศของจริงคือดีย์มากๆ เหมาะกับการพักผ่อนในวันสบายๆแบบสุดๆ
ซึ่งนอกจากเราจะชมวิวจากภายในบ้านเพลินๆแล้ว เรายังสามารถเปิดประตูกระจกบานเลื่อนเพื่อเชื่อมต่อออกมายังภายนอกได้ด้วย และไม่เพียงแค่นั้น การเปิดประตูแต่ละจุดของบ้านก็จะช่วยทำให้เกิด Ventilation ของลมให้พัดผ่านตัวบ้านได้เป็นอย่างดีเลย
สระว่ายน้ำขนาด 2.8 x 12.2 m. ลึก 1.2 m. เป็นสระแบบ Semi-Outdoor ที่สามารถใช้งานได้ตลอดทั้งวันแบบส่วนตัว โดยจะเป็นระบบ Fresh Water นวัตกรรมจากประเทศออสเตรเลีย ที่ช่วยทำให้น้ำใสสะอาดโดยไม่ต้องใช้คลอรีน รวมถึงยังดีต่อผิวพรรณและไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหรือตาด้วยครับ
ถัดเข้ามาตรงกลางบ้านจะเป็นโซนของโต๊ะทานอาหาร ซึ่งเราสามารถใช้โต๊ะขนาดใหญ่ 8 – 10 ที่นั่งได้สบายๆ รองรับแขกหรือสมาชิกครอบครัวหลายคนได้เต็มที่ และแน่นอนว่าโต๊ะทานอาหารนี้ก็จะยังอยู่ติดกับสระว่ายน้ำเช่นกันครับ
โดยบริเวณนี้จะเป็น Deck ริมสระขนาดใหญ่ ที่เราสามารถวางโต๊ะเก้าอี้พักผ่อนภายนอกได้แบบนี้เลย
แน่นอนว่าเราชอบที่ช่วงบ่ายๆ-เย็น จะมีแสงแดดส่องเข้าด้านในแบบนี้ด้วย ทำให้บรรยากาศสวยงามน่าใช้งานมากๆครับ
และนอกจากช่องเปิดนี้จะช่วยดึงแสงสว่างให้เข้ามาถึงกลางบ้านได้แล้ว ยังช่วยในเรื่อง Ventilation ของลมด้วย ซึ่งจะทำ Combo ร่วมกับช่องเปิดด้านหน้าบ้านครับ เพราะจะมีช่องเล็กๆของระแนงให้ลมพัดผ่านได้ตลอดเวลา แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงช่วยพรางสายตาจากคนภายนอกได้ด้วยนั่นเอง
ปลายสระมีการทำ Shower ให้เราได้ล้างเนื้อล้างตัวก่อนลงสระด้วยนะ ที่เจ๋งคือผนังรั้วสามารถเปิดเป็นประตูเชื่อมต่อไปยังโซนหลังบ้านได้ด้วย ซึ่งหลักๆจะใช้เป็นส่วน Service ของแม่บ้านโดยไม่จำเป็นต้องเปิดผ่านในบ้านนั่นเอง
เอาล่ะเรามาถึงโซนด้านในสุดของ Common Area จะเป็นจุดที่ทำเป็น Pantry หรือครัวฝรั่งสำหรับเตรียมอาหาร/ชงเครื่องดื่มเบาๆแบบนี้ได้
อันนี้เรานำภาพบ้านมาตรฐานของจริงมาให้ดูกันด้วยนะ ว่าของจริงเราก็จะได้แบบนี้ครบเลย ไม่ว่าจะเป็นตู้เก็บของ เครื่องใช้ไฟฟ้า และ Island Table ที่ปิดผิวด้วยหินอ่อนซานต้า มารีน่า จากประเทศกรีซ
ครัวจะ Built-in มาให้แบบจัดเต็มพร้อมใช้งานแบบนี้เลยครับ ที่ชอบมากๆคือ ตู้เย็นที่ซ่อนอยู่ภายในตู้ เลยทำเวลามองจากภายนอกจะดูเป็นแผงตู้ที่เรียบร้อยสวยงามแบบเนียนๆ รวมถึงมีเตาไฟฟ้าจาก Smeg ให้ใช้งานด้วย
อีกฝั่งหนึ่งก็จะมีตู้เก็บของที่ภายในมีลูกเล่นเป็นชั้นวางของแบบดึงออกมาได้ มาพร้อมกับตู้อบ + ไมโครเวฟให้อุ่นอาหารทำขนมแบบนี้เลย
อีกด้านของบ้านจะมีโถงทางเดินเล็กๆ แยกออกไปด้านข้างของลิฟต์กลางบ้าน ซึ่งด้านในจะเป็นห้องน้ำแบบ Powder Room ที่มีทั้งโถปัสสาวะและโถสุขภัณฑ์อัตโนมัติ TOTO Washlet มาให้ใช้งานแบบนี้เลย และฝั่งตรงข้ามของห้องน้ำจะเป็นห้องเก็บของใต้บันไดครับ
ติดกันจะเป็นห้องครัวไทยที่เอาไว้ทำอาหารหนักๆ หรืออาหารที่มีกลิ่นฉุนได้ โดยจะมีประตูกระจกบานเลื่อนกั้นแยกออกมาจาก Common Area ภายในบ้านครับ
โดยภายในครัวไทยจะมีการให้ชุดครัวและอุปกรณ์ต่างๆมาครบเหมือนที่เราเห็นนี้เลยนะ เรียกได้ว่าพร้อมใช้งานแบบไม่ต้องเสียเวลามาทำเพิ่มเองเลย
แต่วัสดุของจริงที่ได้อาจไม่ได้เหมือนกับบ้านตัวอย่างซะทีเดียว ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ (สอบถามกับโครงการอีกครั้ง ภาพนี้เราถ่ายใสจากบ้านเปล่ามาตรฐานมาให้ดูเบื้องต้นก่อน) หรือบางคนก็อยากตกแต่งและเลือกวัสดุเอง เพื่อให้เข้ากับ Theme ในการแต่งบ้านก็ได้เหมือนกัน
ประตูหลังบ้านก็จะเป็นกระจกขุ่นที่ช่วยให้ภายในสว่าง แต่ก็ไม่เสียความเป็นส่วนตัวครับ
เมื่อเปิดออกมาเราจะมาโผล่ตรงหลังบ้านที่เป็นลานซักล้าง พื้นที่ทั้งหมดจะลงเสาเข็มและปูกระเบื้องมาให้ไม่ต้องกลัวทรุดเลย อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ทำงานสำหรับแม่บ้าน ที่เดินเชื่อมต่อได้ทั้งโซนสระว่ายน้ำและโซนทิ้งขยะหน้าบ้านก่อนหน้านี้ได้หมดเลยครับ
สำหรับการขึ้นไปยังชั้นบนของบ้านจะมีให้เลือกทั้งบันไดตามปกติ และลิฟต์โดยสารส่วนตัวให้ใช้งานครับ โดยตัวบันไดจะมีความพิเศษตรงที่ วัสดุปิดผิวจะเป็นหินอ่อนของจริงซานต้า มารีน่า จากประเทศกรีซ (เหมือนตรง Island Table) เรียกได้ว่าสวยงามและเราแทบจะไม่เคยเห็นโครงการไหนให้สเปคแบบนี้มาก่อน แต่ตอนใช้งานก็ระวังพื้นหินลื่นกันด้วยนะครับ
ส่วนลิฟต์โดยสารจะเป็นของยี่ห้อ Kalea เป็นแบรนด์ของสวีเวน ระบบสกรู และรับน้ำหนักอยู่ที่ 400 กิโลกรัม ซึ่งเป็นลิฟต์กระจกที่ดูสวยงามดีทีเดียวครับ โดยเราจะชอบอยู่ 2 อย่างคือ ประตูที่เปิดให้อัตโนมัติ และยังมีปุ่มหยุดลิฟต์ฉุกเฉินให้ใช้งานเพื่อความปลอดภัยด้วย
แปลนชั้น 2 เราจะเห็นรูปทรงของบ้านชัดเจนมากขึ้นว่าเป็นแปลนตัว C Shape โอบล้อมสระว่ายน้ำตรงกลางเอาไว้ และชั้นนี้จะเป็นที่ตั้งของ Penthouse Master Bedroom อีกด้วย ซึ่งจะอยู่ทางโซนหลังบ้านที่มีความเป็นส่วนตัว แน่นอนว่าพื้นที่ใช้สอยภายในกว้างขวางและกินพื้นที่เกือบครึ่งหนึ่งของทั้งชั้นเลยครับ โดยภายในจะไม่ได้มีแค่โซนเตียงนอนเท่านั้น แต่จะแบ่งฟังก์ชันออกเป็นหลายๆส่วนให้เราได้ใช้งานอย่างเต็มที่
แต่ที่เราคิดว่าเจ๋งไม่แพ้กันคือ โซนด้านหน้าบ้านที่เหลือที่เป็นฟังก์ชันอเนกประสงค์ต่างๆ โดยเฉพาะ Living Aarea ที่ 2 จะเป็นอีกหนึ่งจุดที่ได้ฝ้าเพดานสูง Double Volume เช่นกันครับ อีกทั้งห้องอเนกประสงค์หน้าบ้านยังสามารถทำเป็นห้องนอนเพิ่มได้ด้วย เพราะชั้นนี้จะมีห้องน้ำที่มี Shower เตรียมไว้รองรับอยู่แล้วนั่นเอง
ขึ้นมาบนชั้น 2 เราจะเจอกับห้อง Penthouse Master Bedroom ที่อยู่ตรงข้ามกับบันไดและลิฟต์ก่อนเป็นห้องแรก และพื้นชั้น 2 – 3 จะใช้เป็นไม้ Compound Solid ผิวไม้โอ๊ค (กรณีที่หลังไหนยังไม่ได้ปูพื้น เราสามารถเลือกเฉดสีเองได้ด้วยนะครับ สามารถสอบถามเพิ่มที่โครงการได้เลย)
เข้ามาภายในห้อง Penthouse Master Bedroom เราจะยังไม่ได้เจอกับเตียงนอนทันทีนะครับ แต่จะเป็นโซน Living Area ไว้สำหรับดูทีวีหรือพักผ่อนแบบส่วนตัวในห้องของตัวเองได้ หรือใครจะปรับเป็นฟังก์ชันอื่นๆเพิ่มเติมก็ได้ ให้สมกับความเป็น Penthouse และพื้นที่ใช้สอยที่เยอะของห้องนี้นั่นเอง
ส่วนฟังก์ชันอื่นๆจะมีประตูแยกออกไป เลยทำให้ห้อง Master Bedroom นี้มีความเป็นส่วนตัวสูงมากๆเลยครับ
มาเริ่มกันที่ห้องนอนหลักด้านขวามือ ภายในมีพื้นที่กว้างขวางมาก ซึ่งจริงๆแล้วปลายเตียงก็ยังกว้างเหลือเฟือให้วางโซฟาดูทีวีได้อยู่แล้วนะ หรือถ้าใครอยากปรับเปลี่ยนฟังก์ชันจุดไหนเป็นอะไรก็มีอิสระเลือกให้ตรงกับ Lifestyle ความต้องการได้เต็มที่เลย
ด้านขวาของเตียงนอนจะเป็นช่องแสงขนาดใหญ่ ที่เราสามารถเปิดออกไปยังระเบียงภายนอกได้
โดยระเบียงนี้ก็จะมีขนาดไม่ใหญ่มากครับ แต่ก็เพียงพอให้เราได้ออกไปสูดอากาศและชมวิวได้ ซึ่งจะเป็นมุมด้านบนสระว่ายน้ำชั้น 1 ก่อนหน้านี้นั่นเอง
อีกด้านของห้องนอนจะเชื่อมต่อไปยัง Walk-in Closet ขนาดใหญ่ ซึ่งจะมีประตูเข้ามาจาก Living Area ก่อนหน้านี้ได้อีกทางหนึ่ง เพราะเวลาที่นั่งเล่นพักผ่อนอยู่ก็สามารถเข้าห้องน้ำจากทางนี้ได้สะดวก โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาอ้อมไปเข้าจากห้องนอนนั่นเอง
และด้านในสุดก็จะเป็นห้องน้ำขนาดใหญ่ให้ใช้งานครับ แต่ต้องบอกก่อนว่าสเปคของหรือการตกแต่งจะไม่ได้เหมือนบ้านตัวอย่างหลังนี้นะ (แต่งให้ดูเป็นไอเดียเฉยๆ เดี๋ยวจะมีของจริงให้ดูรูปถัดไปครับ)
พื้นที่ของจริงทั้ง Walk-in Closet ก็จะเป็นห้องเปล่าๆให้เราได้ Built-in เพิ่มเติมเอง ส่วนห้องน้ำจะใช้เป็นประตูกระจกบานเลื่อนแบบ Sexy Bath เพื่อความโปร่งโล่งและดูกว้างขวางของพื้นที่ แต่หากใครต้องการความเป็นส่วนตัวก็อาจทำเป็นกระจกฝ้า หรือก่อผนังปิดเลยก็ได้ตามต้องการ
สุขภัณฑ์ที่ได้จะเป็นเหมือนภาพบ้านจริงที่เราถ่ายมาฝากเลยครับ ตรงบริเวณ Shower จะมีที่นั่งก่อมาให้ใช้งานสะดวกด้วย หรือถ้าใครอยากแช่น้ำก็มีอ่างจาก i-spa ขนาดใหญ่ให้ใช้งาน แน่นอนว่าโถสุขภัณฑ์ก็เป็นแบบอัตโนมัติ พร้อมกั้นฉากกระจกมาให้แบบนี้เลย
อีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจคือ ช่องหน้าต่างข้างๆโถสุขภัณฑ์สามารถเปิดออกไปใช้งานได้ด้วยครับ ภายนอกเป็นระเบียงขนาดเล็กให้สามารถตากผ้าเล็กๆน้อยๆ ปลูกต้นไม้เพิ่มบรรยากาศและพรางสายตา รวมถึงยังเป็นพื้นที่ให้ช่างออกมา Maintenance งานระบบได้ง่ายอีกด้วย
มาต่อกันที่โซนกลางบ้านจะเป็นเหมือนสะพานทางเดินที่เชื่อมต่อกันระหว่าง บ้านทางฝั่งปีกด้านหน้าและด้านหลัง โดยตรงนี้ก็จะเป็นพื้นที่อเนกประสงค์โล่งๆ ให้เราสามารถจัดเป็นฟังก์ชันอะไรก็ได้ เช่น บ้านตัวอย่างจัดเป็น Family Area หรืออาจใช้เป็นพื้นที่พักคอยของคนในครอบครัวชั้นบนก็ได้เหมือนกัน
ที่เจ๋งคือ จากตรงนี้เราสามารถมองเชื่อมต่อไปยัง Living Area และสระว่ายน้ำที่อยู่ชั้น 1 ก่อนหน้านี้ได้ด้วยครับ ทำให้มองเห็นได้ว่าคนอื่นๆในบ้านกำลังทำอะไรอยู่ ช่วยเพิ่มปฎิสัมพันธ์และมองเห็นได้ว่ามีแขกไปใครมาบ้างมั้ย
บริเวณหน้าบ้านของจริงจะเป็นห้องอเนกประสงค์ที่กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน เลยทำให้มีความสว่างและโปร่งโล่งจากระเบียงหน้าบ้านส่องผ่านเข้ามาแบบนี้ด้วย (แต่ถ้าใครอยากเพิ่มความเป็นส่วนตัว ก็สามารถกั้นเป็นผนังทึบแบบบ้านตัวอย่างได้ครับ)
ภายในบ้านตัวอย่างจัดเป็นห้องน้ำงานมาให้ดูเป็นไอเดีย หรือใครจะปรับเป็นห้องอื่นๆ และทำเป็นห้องนอนเพิ่มอีกห้องก็ยังได้ (หมายความว่า จริงๆแล้วบ้านหลังนี้สามารถมีความจุของห้องนอนได้มากกว่า 4 ห้องนะ ขึ้นอยู่กับ Lifesryle และความต้องการของแแต่ละครอบครัว)
ระเบียงด้านหน้าจะเป็นระเบียงเล็กๆ แยกออกเป็น 3 ช่อง หลักๆจะช่วยในเรื่องความสว่างโปร่งโล่ง แต่ก็พอที่จะออกไปยืนสูดอากาศชมวิวได้นิดหน่อยด้วย
ขวามือของห้องอเนกประสงค์จะมีห้องน้ำอยู่ติดกันแบบนี้ครับ
อย่างที่บอกว่าภายในจะมี Shower เตรียมเอาไว้สำหรับเผื่อทำห้องนอนเพิ่มอีกห้องได้นั่นเอง และโถสุขภัณฑ์ของห้องอื่นๆต่อจากนี้จะเป็นแบบปกติครับ (ได้เฉพาะ Master Bedroom และ Powder Room ชั้นแรกเท่านั้น)
มาถึง Highlight ของชั้น 2 ก็คือ Living Area ที่เป็นห้องฝ้าเพดานสูง Double Volume 6.5 m. ซึ่งจุดเด่นของห้องนี้คือ ผนังทั้ง 2 ด้านที่เป็นกระจกสูงทั้งคู่ จึงมีความสว่างโปร่งโล่งที่สุดของบ้านหลังนี้เลยทีเดียว
โดยชื่อฟังก์ชันห้องนี้ที่ทางโครงการตั้งไว้จริงๆจะเรียกว่า Family Pantry Room เพราะนอกจากจะเป็นพื้นที่สำหรับสมาชิกในบ้านจะมาใช้เวลาร่วมกันได้แล้ว เค้ายังมีพื้นที่สำหรับทำมุม Pantry ด้านหลังโซฟาเอาไว้อีกด้วย (ของจริงจะเตรียมเป็นงานระบบเอาไว้ให้ สามารถต่อเติมเองได้ตามต้องการ หรือใครจะปรับเป็นฟังก์ชันอื่นก็ยังได้)
ช่องแสงด้านซ้ายมือจะเปิดออกไปตรง Court กลางบ้าน และมองเห็นสระว่ายน้ำได้เช่นเดียวกับ Master Bedroom เลยครับ พูดง่ายๆคือ เกือบทุกห้องนอนของบ้านหลังนี้จะมองเห็นสระว่ายน้ำได้หมดเลย จึงมีทั้งบรรยากาศที่สวยงาม เป็นส่วนตัว และมีปฎิสัมพันธ์ร่วมกันระหว่างชั้นได้ง่ายมากขึ้น
แปลนชั้น 3 จะเป็นชั้นของห้องนอนทั้งหมด 3 ห้อง โดยแต่ละห้องก็จะมีขนาดใหญ่ พร้อมกับ Walk-in Closet และห้องน้ำส่วนตัวด้วย ซึ่งความจริงหากเทียบกับบ้านทั่วๆไปแล้ว จะเรียกว่านี่เป็น Master Bedroom ทุกห้องเลยก็ไม่ผิดนัก และถ้าลูกๆอาศัยอยู่ก็บอกได้เลยว่าอยู่กันได้ตั้งแต่เด็ก-โต จนแต่งงานมีครอบครัวใหม่แล้วก็ยังอยู่ต่อได้ยันรุ่นหลานสบายๆ อีกทั้งชั้นนี้ยังมีห้องอเนกประสงค์อีก 2 – 3 ห้องไว้ให้ใช้งานด้วยครับ
เริ่มกันที่โซนด้านหลังบ้านติดกับบันได ตรงกลางจะเป็นห้องเก็บของเล็กๆให้ใช้งาน และด้านซ้ายมือจะเป็นห้องอเนกประสงค์ที่เล็กที่สุดของบ้านครับ
โดยภายในห้องนี้ก็ถูกจัดให้เป็นห้องพระมาให้ดูเป็นไอเดีย ซึ่งเราก็ว่าเหมาะสมดีแล้ว แต่หากครอบครัวไหนที่ต้องการวางโต๊ะหมู่ใหญ่กว่านี้ หรืออยากได้เป็นฟังก์ชันอื่นๆ ก็ลองปรับเปลี่ยนแต่ละห้องได้ตามต้องการเลยนะ
ฝั่งตรงข้ามจะมีห้องนอนแรกที่ฟังก์ชันไม่เหมือนใคร เพราะด้านหน้าจะเป็นโถงทางเดินยาวที่เราจะต้องเจอกับ Walk-in Closet ของห้องก่อน ทำให้มีความเป็นส่วนตัวเพราะมองไม่เห็นเตียงนอนเลยครับ
ส่วนห้องน้ำของห้องนี้เราก็ชอบมากๆด้วยเหมือนกัน แต่จะต้องมีการปลูกต้นไม้ตรงระเบียงด้านข้างแบบนี้ด้วยนะ เพราะช่วยทำให้รู้สึกสดชื่นและสว่างโปร่งโล่งดีมากๆ หรือใครอาจติดเป็นม่านเพื่อใช้พรางสายตาเพิ่มขึ้นอีกก็ได้เหมือนกัน
อีกด้านหนึ่งจะเป็น Shower ให้ใช้งานเช่นเคยครับ
ถัดมาด้านในสุดจะเป็นเตียงนอนขนาดใหญ่ พื้นที่กว้างขวางไม่ต่างจาก Master Bedroom หลักของชั้น 2 เพราะอยู่ตำแหน่ง Layout เดียวกันเลยครับ เพียงแต่ห้องนี้จะลดทอนระเบียงและพื้นที่บางส่วนออกไปเท่านั้น แต่ก็ยังถือว่าใหญ่ใช้งานสบายมากๆอยู่ดีนะ
ติดกันจะเป็นห้องนอนที่อยู่ตรงกลางบ้าน แน่นอนว่าช่องหน้าต่างก็จะมองเห็นสระว่ายน้ำเหมือนห้องอื่นๆ และมีขนาดพื้นที่ข้างเตียงแต่ละด้านกว้างขวาง จัดฟังก์ชันได้ตามต้องการ
อีกด้านหนึ่งจะมี Walk-in Closet และห้องน้ำอยู่แยกออกไป สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องตามปกติ
สุดท้ายคือห้องน้ำที่มีขนาดใหญ่ใช้งานได้ดี เราชอบที่ช่องแสงใหญ่ไม่แพ้ห้องเมื่อครู่เลย แต่ก็ติดเป็นกระจกฝ้าเพื่อความเป็นส่วนตัวจากบ้านหลังข้างๆมาให้เรียบร้อย
และที่พิเศษเพิ่มขึ้นนิดนึงคือ Shower จะมีที่นั่งอาบน้ำให้ใช้งานแบบนี้ด้วยครับ
ฝั่งตรงข้ามของห้องนอนกลางบ้านจะเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ ซึ่งจะเป็นพื้นที่เปิดโล่งเหมือนบ้านมาตรฐานที่เราถ่ายมาฝากกันแบบนี้เลยครับ โดยถ้าใครที่มีลูกเล็กๆอยู่ ก็อาจจัดเป็นพื้นที่ทำการบ้านและเรียนพิเศษร่วมกันของลูกๆก็ได้ หรือจะทำเป็นห้องพระที่ใหญ่ขึ้นแทนห้องแรกก่อนหน้านี้ก็ได้เหมือนกัน
ส่วนบ้านตัวอย่างได้กั้นผนังทึบเพื่อความเป็นส่วนตัว และจัดเป็นห้องดูหนังภายในบ้านที่บอกได้เลยว่าน่าใช้งานมากๆ ซึ่งใครจะเอาไอเดียนี้ไปใช้ก็ได้นะ
สุดท้ายคือห้องนอนที่อยู่โซนหน้าบ้าน ซึ่งต้องบอกก่อนว่าตำแหน่งของห้องนี้จะไม่ได้มองเห็นสระว่ายน้ำกลางบ้านเหมือนห้องอื่นๆ แต่จะได้วิวเปิดโล่งทางด้านหน้าบ้านแทน
รวมถึง Layout ของห้องจะแตกต่างจากบ้านตัวอย่างเล็กน้อย คือของจริงจะเป็นเหมือนภาพนี้ที่เราถ่ายมาฝากเลยครับ ประตูทางเข้าจะเปิดมาเจอโซนเตียงนอนก่อนเป็นอันดับแรก ส่วนโซนแต่งตัวและห้องน้ำจะต้องเดินอ้อมไปด้านซ้ายแทน
แต่สำหรับบ้านตัวอย่างได้ลองจัดฟังก์ชันใหม่ให้ดูเป็นไอเดีย โดยการเปลี่ยนตำแหน่งประตูห้องนอนให้เปิดมาเจอ Walk-in Closet ก่อนเป็นอันดับแรก ทำให้เตียงนอนและพื้นที่พักผ่อนมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น เพราะจากหน้าห้องจะไม่มีทางมองเห็นเตียงเลยนั่นเอง ซึ่งใครจะทำไอเดียนี้ไปใช้ก็ได้นะครับถ้าสนใจ
สุดท้ายคือห้องน้ำที่มีความพิเศษต่างจากห้องอื่นตรงที่ พื้นห้องน้ำจะไม่มีการลดระดับจากพื้นห้อง แต่จะใช้เป็นรางน้ำที่ฝังอยู่ในพื้นแทน ทำให้กลายเป็นห้องที่เหมาะกับผู้สูงอายุ หรือคนที่ใช้รถเข็นวีลแชร์นั่นเองครับ
แปลนชั้น 4 เป็นชั้นบนสุดของบ้านที่มีฟังก์ชันห้องอเนกประสงค์ให้เราใช้งานจริงจังได้ด้วยนะ โดยจะแบ่งออกเป็นห้องอเนกประสงค์หลักตรงกลาง ที่อาจทำเป็นห้องออกกำลังกายหรือห้องอื่นๆก็ได้ อีกทั้งยังมีระเบียงขนาดใหญ่ให้ปลูกต้นไม้จัดสวนสวยๆ เพื่อเพิ่มบรรยากาศสดชื่นได้อีกด้วย ส่วนโซนหลังบ้านจะเป็นพื้นที่ใช้งานอย่างห้องน้ำ ห้องซักรีด และระเบียงที่ใช้ตากผ้าได้
ขึ้นมาดูของจริงกันเลยดีกว่าครับ โดยชั้นนี้เรายังขึ้นลิฟต์มาได้สะดวกเหมือนเดิมนะ และบริเวณปลายโถงทางเดินของจริงจะเป็นพื้นที่โล่งๆ ซึ่งบ้านตัวอย่างก็จัดเป็น Pantry เล็กๆมาให้ดูเป็นไอเดีย เวลาจะหาอะไรทานเล็กๆน้อยๆก็จะได้ไม่ต้องเสียเวลาขึ้น-ลงบ้านนั่นเอง
ส่วนภายในจัดเป็นห้อง Fitness มาให้ดูเป็นไอเดียครับ แน่นอนว่านี่เป็นโครงการขนาดเล็กที่ไม่ได้มีส่วนกลางก็จริง แต่บ้านก็มีพื้นที่ใช้สอยและฟังก์ชันมากพอ ที่จะมีเป็นของส่วนตัวในบ้านแต่ละหลังได้สบายๆ โดยของจริงก็จะเป็นห้องโล่งๆที่เราสามารถจัดเป็นห้องอะไรก็ได้ตามต้องการ
นอกจากนี้ยังมีระเบียงขนาดใหญ่ที่เราสามารถปลูกต้นไม้แบบนี้ก็ได้ ซึ่งก็ช่วยเพิ่มบรรยากาศความสดชื่นได้เป็นอย่างดี รวมถึงยังกว้างมากพอที่จะเอาโต๊ะเก้าอี้มีวาง แล้วทำเป็นมุมปิ้งย่าง BBQ. ส่วนตัวก็ได้อีกด้วย
อีกด้านหนึ่งของบ้านจะมีห้องน้ำแบบ Powder Room ให้ใช้งานสะดวกบนชั้นนี้ด้วยครับ
ติดกันซ้ายมือจะเป็นห้อง Laundry ที่ภายในจะเตรียมท่องานระบบต่างๆเอาไว้รองรับ สามารถเอาเครื่องซักผ้าต่างๆมาวางได้เลย
ส่วนฝั่งตรงข้ามจะเป็นประตูที่เปิดออกมาเจอกับระเบียงขนาดใหญ่ แน่นอนว่าเหมาะมากที่จะใช้เป็นจุดตากผ้าครับ เพราะตรงนี้โดนแดดดีกว่าตรงชั้น 1 หลังบ้านมากๆ และแม่บ้านก็ไม่จำเป็นต้องข้นเสื้อผ้าลงไปผ่านโซน Living ชั้นล่างให้เจ้าของหรือแขกเสียความเป็นส่วนตัวเลย แต่สามารถขนขึ้นมาซักด้านบนทีเดียวแบบนี้ได้ครับ
**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่า
ราคา
Lavier Rama III (ลาเวียร์ พระราม 3) ราคาเท่าไหร่ (ณ วันที่ 29 ตุลาคม 2568)
ราคาผ่อนต่อเดือนยกตัวอย่างจาก ดอกเบี้ย 4% ระยะเวลาผ่อน 30 ปี*
สามารถคลิกดูอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันได้ที่ >> อัปเดต! ดอกเบี้ยบ้าน 2568 ทุกธนาคาร
- LORENZO บ้านเดี่ยว 4 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 93.1 – 127.6 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 859 ตร.ม.
– ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 7 ห้องน้ำ / 4 ที่จอดรถ / 1 ห้องแม่บ้าน / 1 สระว่ายน้ำ / 1 ลิฟต์โดยสารส่วนตัว
– ราคาเริ่มต้น 89.5 ล้านบาท
– ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 427,287 บาท
– ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 13,965 บาทต่อเดือน
- ค่าจอง n/a บาท
- ค่าทำสัญญา n/a บาท
- ที่ดินเพิ่มลด ราคาตารางวาละ n/a บาท
- ค่าส่วนกลาง 150 บาท/ตร.วา/เดือน
**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้
Tips : แนะนำการขอสินเชื่อกับธนาคาร
เกณฑ์การพิจารณาการขอสินเชื่อจากธนาคาร ควรมีเงื่อนไขตรงกับข้อไปนี้
- มีรายรับชัดเจน สม่ำเสมอ(ไม่ผันผวน) ต่อเนื่องนานกว่า 6 เดือน และสามารถตรวจสอบได้
- ควรมีภาระหนี้รวมทั้งหมด (ทั้งบ้าน รถยนต์ บัตรเครดิต และอื่นๆ) ไม่เกิน 40% ของรายได้ต่อเดือน
- มีรายได้ต่อเดือนมากกว่าค่าผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน 3 เท่าขึ้นไป
หากต้องการผ่อนบ้านให้หมดไว แนะนำให้โปะเพิ่มประมาณ 10% ของงวดผ่อน จะช่วยลดระยะเวลาผ่อนลงได้ 4 – 7 ปี (ขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ย) และควร Refinance หรือ Retention เพื่อให้ดอกเบี้ยลดลงทุกๆ 3 ปี ทั้งนี้อย่าลืมเผื่อค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและตกแต่ง*ก่อนเข้าอยู่เพิ่มเติมด้วยนะ
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
>>โปะบ้านหมดไว คำนวณได้เอง
>>โอนบ้านจบ อย่าใช้เงินหมด! ค่าใช้จ่ายแฝงเพียบ
บทสรุป
ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง : อยู่ติดถนนวงแหวนอุสาหกรรม เหมาะกับคนมองหาบ้านที่เข้าเมืองไปทางสีลม-สาทร และพระราม 4 – สามย่านมิตรทาวน์ได้ง่าย เพราะย่านพระราม 3 ถือเป็นโซนบ้านแนวราบระดับ Luxury ที่ใกล้เมืองมากที่สุดย่านหนึ่งเลยครับ ซึ่ง 4 – 5 ปี จะมีโครงการเปิดใหม่สักที รวมถึงคนที่มีงบซื้อบ้าน 89 ล้าน ++ ได้ก็แน่นอนว่าสามารถซื้อบ้านในทำเลไหนก็ได้ในกรุงเทพ แต่ทำไมต้องเป็นพระราม 3 ด้วยล่ะ? ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความชอบและคุ้นชินกับทำเลพระราม 3 อยู่แล้ว เพราะมีความเฉพาะตัวและเป็นเอกลักษณ์ค่อนข้างมาก
แต่ที่น่าสนใจอีกอย่างคือ ใกล้ๆกับโครงการจะมีโรงเรียนนานาชาติ SPGS International School Bangkok และมิกซ์ยูสเปิดใหม่ของ Country Group Development (CGD) เกิดขึ้นด้วย คาดว่าน่าจะช่วยเพิ่มความคึกคักและความสะดวกสบายให้กับโซนนี้ให้มากขึ้นได้ไม่มากก็น้อยเลย และใครที่คิดว่าอยากส่งลูกเรียนโรงเรียนนานาชาติใกล้บ้านอยู่แล้วก็น่าสนใจมากๆครับ
ความปลอดภัยในโครงการและตัวบ้าน : มีมาให้ครบตามมาตรฐาน เราชอบที่ถึงแม้ว่าจะเป็นโครงการขนาดเล็กที่ไม่ได้เข้าจัดสรรเลยก็ตาม แต่ทางโครงการยังคำนึงความปลอดภัยและเป็นส่วนตัวของลูกบ้านมาแล้วอย่างดี จึงได้มีทั้ง รปภ. รั้วรอบขอบชิด และสัญญาณกันขโมยต่างๆในบ้านครบเลย
การออกแบบโครงการและพื้นที่ใช้สอย : มีความเป็นส่วนตัวเพียง 7 ยูนิตเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีการวางผังบ้านแบบไม่ Flip กัน โดยได้หันด้านที่มีทั้ง Courtyard และช่องแสงเยอะๆ มาชนกับด้านที่เป็นผนังทึบของหลังติดกัน จึงทำให้ไม่เสียความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัยเลยครับ ส่วนตัวบ้านก็เรียกได้ว่าออกแบบมาได้ดีน่าใช้งาน เป็นแปลนรูปตัว C Shape โอบล้อม Courtyard ที่เป็นสระอยู่ตรงกลาง ทำให้มีช่องแสงส่องถึงกลางบ้านและห้องนอนทุกห้องก็มองเห็นวิวสระเกือบทั้งหมดเลย ซึ่งช่วยเพิ่มบรรยากาศความสวยงามและเพิ่มปฏิสัมพันธ์ในบ้านได้ดีมากขึ้น
ฟังก์ชันบ้านเหมาะกับการอยู่อาศัยเป็นครอบครัวใหญ่ร่วมกันทุก Generation เลยครับ สำหรับผู้สูงอายุก็จะมีทั้งทางลาด ลิฟต์โดยสาร และห้องน้ำที่ไม่มีพื้นลดระดับรองรับเรียบร้อย ส่วนห้องนอนก็ใหญ่จะเรียกว่าเป็น Master Bedroom ทุกห้องเลยก็ไม่ผิดนัก หมายความว่าเราสามารถอยู่อาศัยได้ตั้งแต่เล็ก-โต จนแต่งงานมีครอบครัวใหม่แล้วก็ยังอยู่หลังเดิมนี้ต่อไปอีกได้ยาวๆ
ส่วนของฝ้าเพดานสูง Double Volume ก็มีถึง 2 จุดน่าใช้งาน และที่สำคัญคือ บ้านหลังนี้มีห้องหรือพื้นที่อเนกประสงค์เยอะมาก ทำให้มีความยืดหยุ่นสามารถปรับเปลี่ยนได้หลากหลายตามความต้องการ ซึ่งทางโครงการยังมีการคิดเผื่อไว้ให้ครบหมดเลย ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมห้องน้ำที่มี Shower เอาไว้รองรับห้องนอนเพิ่ม หรือจะเตรียมงานระบบต่างๆสำหรับทำครัว/ซักล้างเพิ่มเติม และทำโรงจอดรถไว้สูงเผื่อติด Lift Car เพิ่มเติมได้ด้วย เป็นต้น
วัสดุ : นับว่าเป็นจุดเด่นที่สุดของโครงการนี้เลยครับ โดยวัสดุส่วนใหญ่จะเน้นเป็นหินอ่อนธรรมชาติที่นำเข้ามาจากหลากหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นผนังภายนอก / พื้นชั้น 1 / เคาน์เตอร์ครัว / ห้องน้ำ และขั้นบันได บอกเลยว่าบ้านระดับ Luxury ทั่วไปหลายโครงการยังไม่ได้ให้สเปคแบบนี้เลยครับ แต่ก็อย่าลืมคำนึงถึงเรื่องการดูแลรักษาที่จะยากกว่าวัสดุสังเคราะห์อื่นๆด้วยนะ
นอกจากนี้ยังมีลิฟต์โดยสารส่วนตัว และยัง Built-in ชุดครัวต่างๆมาให้ครบพร้อมใช้งาน แต่จุดที่เราชอบมากๆคือ ผนังบ้านก่ออิฐมอญแดงแบบ 2 ชั้น (Double Wall) กว่า 90% ของตัวบ้าน ที่ช่วยเรื่องกันเสียงและความร้อนได้ดีมาก รวมถึงพื้นที่รอบบ้านและโรงจอดรถทั้งหมดจะลงเสาเข็มให้ครบ รวมถึงยังทำหลังคากระจกลามิเนต 2 ชั้นมาให้ด้วย
พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ : ริมถนนหน้าบ้านมีการปลูกต้นไม้เพิ่มความร่มรื่น รวมถึงภายในบ้านยังมีการปลูกต้นไม้มาให้เหมือนที่เราเห็นในบ้านตัวอย่างเลยครับ โดยเฉพาะพวกไม้กระถางต่างๆ ภาพรวมเรามองว่าบรรยากาศดูดีและเรียบร้อยร่มรื่นครับ
สาธารณูปโภค : ไม่ใช่โครงการจัดสรรจึงไม่ได้มีส่วนกลางให้ก็จริง แต่ก็จะมีการเก็บค่าส่วนกลางสำหรับบำรุงรักษาถนนส่วนกลาง ค่าจ้างคนสวน และค่าจ้าง รปภ. ซึ่งก็ตกอยู่หลังละ 150 บาท/ตร.วา/เดือน คิดเป็นเงินเริ่มต้นประมาณ 13,965 บาทต่อเดือนขึ้นไป ถือว่าเยอะพอสมควรเหมือนกันนะ เนื่องจากมียูนิตเพื่อนบ้านแชร์กันไม่กี่หลังด้วยนั่นเอง แต่ก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคตเหมือนกันครับ ขึ้นอยู่กับการบริการจัดการและตกลงร่วมกันของลูกบ้านทั้ง 7 หลังอีกที
Judgement
สำหรับรีวิวโครงการ Lavier Rama III (ลาเวียร์ พระราม 3) ฉบับนี้ จะเป็นในส่วนโปรดักส์ของบ้านเดี่ยวเท่านั้น ซึ่งเป็นโครงการระดับ SUPER LUXURY CLASS ที่ขายราคาตั้งแต่ 89.5 ล้านบาทขึ้นไป ทำให้ปัจจัยในการเลือกซื้อนอกจากจะต้องดูเรื่องความคุ้มค่าทางการเงินแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆอีกที่สำคัญ เช่น ความชอบส่วนบุคคล อารมณ์ และความรู้สึกส่วนตัวของผู้ซื้อ ที่ต้องนำมาใช้ประกอบการพิจารณา ซึ่งปัจจัยดังกล่าวมีความแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล ดังนั้นทางทีมงานจะไม่มีการให้คะแนนความคุ้มค่าแก่โครงการลักษณะนี้นะครับ
Lavier พระราม 3 ดีไหม?
เป็นอีกหนึ่งครั้งที่ ‘ภัทรา โฮม’ ไม่ทำให้เราผิดหวัง โดยนี่เป็นโครงการที่บอกได้เลยว่าให้ของดีจริงๆครับ อย่างที่บอกว่าคนที่มี Budget ประมาณ 89 – 100 ล้าน++ สามารถซื้อบ้านทำเลไหนก็ได้ในกรุงเทพ แต่คนที่จะสนใจ Lavier Rama III (ลาเวียร์ พระราม 3) ส่วนใหญ่จะคุ้นชินและชื่นชอบทำเลนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เพราะเดินทางสะดวกและมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน รวมถึงอนาคตก็กำลังจะมีโรงเรียนนานาชาติใกล้บ้านเปิดใหม่ด้วย
แต่จุดเด่นที่สำคัญของโครงการนี้จริงๆคือ ‘สเปควัสดุ’ ถ้าให้คะแนนได้เราคงให้ 9 – 9.5/10 ไปเลยแน่ๆ อย่างที่บอกครับว่าของที่ให้เค้าดีจริง และเราไม่ค่อยเห็นโครงการที่ให้จัดเต็มขนาดนี้ต่อให้เป็นบ้าน Luxury เหมือนกันก็ตาม โดยเฉพาะผนังก่ออิฐ 2 ชั้น และหินอ่อนธรรมชาติแท้ๆนำเข้าจากต่างประเทศมากมาย
ส่วนตัวโปรดักส์ก็ออกแบบมาดี มีความเป็นส่วนตัวสูง และฟังก์ชันยืดหยุ่น เหมาะกับการอยู่อาศัยเป็นครอบครัวใหญ่ได้หลาย Generation ที่ชอบสุดๆเลยคือแปลนบ้านทรง C Shape ที่มี Courtyard เป็นสระกลางบ้านที่สวยงามน่าใช้งานสุดๆ หากใครสนใจก็จะต้องมีงบ 89.5 ล้านบาท และสามารถเข้าไปเยี่ยมชมบ้านจริงกันได้แล้วที่โครงการเลยครับ
Think of Living รวบรวมมาให้แล้ว!
โครงการเปิดใหม่ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮมและคอนโดมิเนียม ในทำเลทั่วกรุงเทพและปริมณฑล ในทุกๆเดือนย้อนหลัง ใครที่กำลังมองหาบ้านห้ามพลาด อาจจะมีโครงการในราคาและทำเลที่เพื่อนๆ ตามหาอยู่ก็เป็นได้นะ
เข้ามาชมบทความรายเดือนได้เลย คลิกที่นี่

