
ทำไมคอนโดใหม่ ใกล้ห้าง ใกล้รถไฟฟ้า ถึงเปิดราคาเริ่มต้นเพียง 1 ล้านกว่าๆ ได้?
ปัจจุบันคอนโดเปิดใหม่ส่วนใหญ่จะมีราคาเริ่มต้นที่ 2-3 ล้านบาท เพราะทั้งราคาที่ดินและต้นทุนการก่อสร้างต่างๆก็ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่มีคอนโดใหม่ ราคาไม่เกิน 2 ล้านบาทเลยนะ เพียงแค่คอนโดเหล่านี้จะมีทำเลที่ตั้งโครงการขยับออกจากตัวเมืองไปเล็กน้อย แต่ยังมีรถไฟฟ้าและสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ตอบโจทย์การอยู่อาศัยไม่ต่างจากการอยู่ในเมืองมากนัก ทาง Developer จึงเซฟต้นทุนในการพัฒนาโครงการไปได้เยอะและทำราคาขายที่ไม่สูงได้นั่นเอง
แต่คอนโดใหม่ไม่เกิน 2 ล้านบาทที่อยู่ทำเลรอบตัวเมืองก็มีให้เลือกหลายโครงการและมีระดับราคาที่ใกล้เคียงกัน ทำให้โครงการที่อยู่ใกล้รถไฟฟ้า ใกล้ห้างใหญ่ หรือเดินทางเข้า-ออกเมืองได้สะดวกก็จะมีความน่าสนใจมากกว่า
อย่างโครงการ “ศุภาลัย เซนส์ ศรีนครินทร์” คอนโดพร้อมอยู่ใหม่สุดในย่าน ราคาเริ่มต้น 1.52 ล้านบาท* มีข้อได้เปรียบของทำเลศรีนครินทร์ที่ราคาที่ดินยังไม่สูงเท่าโซนสุขุมวิทหรือบางนา แต่ยังสามารถเข้าถึงรถไฟฟ้าและสิ่งอำนวยความสะดวกได้ง่าย
โดยตั้งอยู่ทำเลใจกลางย่านศรีนครินทร์ที่ใกล้ Seacon ศรีนครินทร์ 600 เมตร จึงมาเดินเล่นช้อปปิ้งได้ง่าย หรือสั่ง Delivery จากร้านดังในห้างก็ไม่เสียค่าส่ง อีกทั้งสามารถเดินทางเข้า-ออกได้ 4 เส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นถนนศรีนครินทร์, ถนนอ่อนนุช, ถนนอุดมสุขและสุขุมวิท เชื่อมต่อการเดินทางได้สะดวก ใกล้ MRT สายสีเหลือง สถานีสวนหลวง ร.9 เพียง 700 เมตร พร้อม Shuttle Service คอยรับ-ส่ง รวมถึงมีสวนหลวง ร.9 และศูนย์กีฬาทางน้ำบึงหนองบอนอยู่ไม่ไกล จึงแวะไปออกกำลังกายได้ง่ายค่ะ
สำหรับพื้นที่ส่วนกลางก็ออกแบบมาให้ใช้งานครบครันนะคะ มี Highlight อย่างสระว่ายน้ำยาวกว่า 36 เมตร รวมถึง Trail Jogging บันไดให้เดินออกกำลังกายจากชั้น 1 เชื่อมต่อไปยัง Jogging Track ที่ชั้น Rooftop โดยพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมดจะถูกออกแบบอยู่ในอาคาร A ทำให้ใครชอบใช้ส่วนกลางประจำก็เหมาะอยู่อาศัยในอาคาร A ส่วนใครชอบความเป็นส่วนตัวและสงบก็เหมาะกับอาคาร B และ C มากกว่า
รูปแบบห้องพักของโครงการจะมีทั้งหมด 5 แบบ ได้แก่ 1 Bedroom – 2 Bedroom 2 Bathroom พื้นที่ใช้สอย 25 – 53 ตร.ม. ที่มี Layout มากถึง 9 แบบ พร้อมจุดเด่นแตกต่างกัน จึงเลือกซื้อได้ง่าย อย่างมีมุมนั่งเล่นติดหน้าต่าง, ห้องครัวแบบปิดติดระเบียง, Walk-in Closet ขนาดใหญ่, มีห้องอเนกประสงค์, พื้นที่นั่งเล่นกว้างๆ, ห้องน้ำในห้องนอน นอกจากนั้นยังมีรับประกันโครงสร้าง 10 ปีและประกันส่วนควบห้องชุด 3 ปีด้วยค่ะ
ดังนั้นด้วยราคาเริ่มต้นที่ยังจับต้องได้ง่าย ประกอบกับทำเลที่ใกล้ทั้งห้างและรถไฟฟ้า ทำให้โครงการ “ศุภาลัย เซนส์ ศรีนครินทร์” จึงเหมาะกับทั้งคนที่กำลังมองหาคอนโดหลังแรก, คนที่ต้องการย้ายออกจากบ้านเดิมหรือเปลี่ยนจากเช่าอพาร์ทเม้นท์มาซื้อเป็นคอนโดแทน, กลุ่มผู้ปกครอง คุณพ่อ-คุณแม่ของน้องๆวิทยาลัยดุสิตธานีที่ต้องการให้น้องๆเดินทางไปเรียนได้ง่าย, กลุ่มพนักงานที่ทำงานในห้างโซนนี้, กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลต่างๆ และกลุ่มนักลงทุนที่ซื้อเพื่อปล่อยเช่าด้วยค่ะ
เราได้รีวิวเจาะลึก พร้อมเก็บภาพบรรยากาศจริงของโครงการและห้องตัวอย่างมาให้เรียบร้อยแล้ว อ่านต่อด้านล่างได้เลยค่ะ
ข้อมูลโครงการ
รีวิว Supalai Sense Srinakarin (ศุภาลัย เซนส์ ศรีนครินทร์) ณ วันที่ 21 กรกฎาคม 2569
| ชื่อโครงการ | Supalai Sense Srinakarin (ศุภาลัย เซนส์ ศรีนครินทร์) |
| ชื่อผู้ประกอบการ | บริษัท ศุภาลัย จํากัด (มหาชน) |
| SEGMENT CLASS | ECONOMY CLASS (รายละเอียดของ Segment คอนโดปี 2023 ) |
| โครงการตั้งอยู่ | ศรีนครินทร์ 42 ซอยสุภาพงษ์ 3 แยก 8 ถนนศรีนครินทร์ เขตประเวศ กรุงเทพฯ |
| ที่ดิน | 3-3-76.3 ไร่ |
| ประเภทคอนโด | Low Rise อาคาร A สูง 7 ชั้น, อาคาร B,C สูง 8 ชั้น รวม 3 อาคาร |
| จำนวนยูนิต | 477 ยูนิต (อาคาร A 57 ยูนิต, อาคาร B 210 ยูนิต, อาคาร C 210 ยูนิต) |
| ที่จอดรถ | คิดเป็น 40% ไม่นับซ้อนคัน |
| เริ่มก่อสร้าง | ปี 2567 |
| คาดว่าจะแล้วเสร็จ | ปี 2569 สร้างเสร็จพร้อมอยู่แล้ว |
| ประเภทห้องพัก |
|
| ราคาเริ่มต้น | 1.52 ล้านบาท* |
| ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการ | ประมาณ 63,000 บาท/ตร.ม. |
| EIA (ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) | ผ่านแล้ว |
| เว็บไซต์โครงการ | คลิกที่นี่ |
| Call Center | 1720 |

ทำเลที่ตั้ง
พิกัด Google Maps : 13.695663376647916, 100.6438858390305
หรือสามารถ : คลิกที่นี่
Highlight
- ทำเลใจกลางย่านศรีนครินทร์ ใกล้ Seacon ศรีนครินทร์ 600 เมตร จึงมาเดินเล่นช้อปปิ้งได้ง่าย หรือสั่ง Delivery จากร้านดังในห้างก็ไม่เสียค่าส่ง
- เข้า-ออกได้ 4 เส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นถนนศรีนครินทร์, ถนนอ่อนนุช, ถนนอุดมสุขและสุขุมวิท เชื่อมต่อการเดินทางได้สะดวก
- ใกล้ MRT สายสีเหลือง สถานีสวนหลวง ร.9 เพียง 700 เมตร อีกทั้งมี Shuttle Service คอยรับ-ส่งจากโครงการด้วย
- สวนสาธารณะอยู่ไม่ไกล สามารถมาออกกำลังกายได้สบายๆ
- คอนโดพร้อมอยู่ใหม่สุดในย่าน ส่วนใหญ่จะเป็นคอนโดเก่าหรือสร้างเสร็จมาสักพักแล้ว รวมถึงโดยรอบจะเป็นอพาร์ทเม้นท์หรือหอพักหลายแห่งด้วย
แผนที่จากโครงการ
“ศุภาลัย เซนส์ ศรีนครินทร์” ตั้งอยู่ตรงไหน?
โครงการ ศุภาลัย เซนส์ ศรีนครินทร์ ถือเป็นโครงการที่มีจุดเด่นอย่างทำเลที่ตั้งนี่แหละ เพราะตั้งอยู่ในซอยสุภาพงษ์ 3 แยก 8 ที่มาจากซอยศรีนครินทร์ 40 และ 42 ได้ มีระยะห่างจากถนนศรีนครินทร์ประมาณ 550 เมตรและฝั่งตรงข้ามของทั้ง 2 ซอยนี้ก็คือ Seacon ศรีนครินทร์ ขยับไปอีกนิดก็เป็น Paradise Park, สวนหลวง ร.9 และศูนย์กีฬาทางน้ำบึงหนองบอนให้แวะไปออกกำลังกายและพักผ่อน จึงเรียกว่าเราอยู่อาศัยอยู่บนใจกลางทำเลศรีนครินทร์ก็ไม่ผิดค่ะ
สำหรับการเดินทางจากโครงการก็สามารถเข้า-ออกได้ถึง 4 เส้นทาง คือ ถนนศรีนครินทร์ ประมาณ 510 ม. / ถนนอ่อนนุช ประมาณ 2.5 กม. / ถนนอุดมสุขและสุขุมวิท ประมาณ 3.7 กม. รวมถึงใกล้รถไฟฟ้า MRT สายสีเหลือง สถานีสวนหลวง ร.9 เพียง 700 เมตร อีกทั้งทางโครงการมี Shuttle Service รถรับ-ส่งไปยังรถไฟฟ้านั่นเอง ก็สะดวกสำหรับคนที่มีเวลาเดินทางไม่ตรงกับรอบรถและไม่ต้องเดินเหนื่อยด้วย
อย่างที่เราได้เกริ่นไปแล้วนะคะว่าตัวโครงการจะตั้งอยู่ใกล้ Seacon ศรีนครินทร์ ที่ถือเป็น Node สำคัญของย่านนี้ ซึ่ง Seacon ศรีนครินทร์ จะมีทั้ง Lotus’s และ MyScape ศรีนครินทร์ที่อยู่ในระหว่างก่อสร้าง ประมาณ 50% แล้ว โดยจะมีพื้นที่กว่า 100,000 ตารางเมตร ออกแบบเป็น Retail and Lifestyle Ecosystem แห่งใหม่ คาดเปิดเดือนธันวาคม 2569 จึงช่วยเพิ่มศักยภาพทำเลศรีนครินทร์ให้น่าอยู่อาศัยมากขึ้น
นอกจากนั้นยังมีห้างหรือตลาดต่างๆไม่ว่าจะเป็น Paradise Park, Paradise Place, Central บางนา, ตลาดนัดรถไฟ ศรีนครินทร์, ตลาดเสรี มาร์เก็ต, ตลาดศรีนครินทร์มาร์เก็ต สถานศึกษาหลากหลาย เช่น วิทยาลัย ดุสิตธานี, โรงเรียนนานาชาติแองโกลสิงคโปร์, โรงเรียนนานาชาติเซนต์แอนดรูวส์, Wells International School เป็นต้น รวมถึงมีโรงพยาบาลหลายแห่งอย่างโรงพยาบาลสินแพทย์ ศรีนครินทร์และโรงพยาบาลไทยนครินทร์ด้วย
คอนโดศรีนครินทร์ ราคาเท่าไหร่?
จากที่เราลองสำรวจคอนโดในย่านนี้จะมีราคาเริ่มต้นอยู่ในช่วง 1 ล้านกลางๆ ไม่เกิน 2 ล้านบาท อย่างโครงการ ศุภาลัย เซนส์ ศรีนครินทร์ ก็เริ่มต้น 1.52 ล้านบาท* ถือว่ามีราคาพอๆกับเพื่อนบ้าน แต่คอนโดส่วนใหญ่ในย่านนี้จะเป็นคอนโดเก่าหรือสร้างเสร็จมาสักพักแล้ว ทำให้โครงการนี้จะเป็นคอนโดพร้อมอยู่ที่ใหม่สุดในย่านนั่นเอง อีกทั้งประกอบกับความใกล้ห้างใหญ่ ใช้รถไฟฟ้าได้ง่าย สวนสาธารณะอยู่ไม่ไกล แถมราคาจับต้องง่าย
ทำให้เรามองว่าโครงการนี้เหมาะกับคนที่ทองหาคอนโดหลังแรก, คนที่อยู่อาศัยในย่านนี้แล้วต้องการย้ายออกจากบ้านเดิม หรือเปลี่ยนจากเช่าอพาร์ทเม้นท์มาซื้อเป็นคอนโดแทน อีกทั้งยังน่าสนใจสำหรับกลุ่มผู้ปกครอง คุณพ่อ-คุณแม่ของน้องๆวิทยาลัยดุสิตธานีที่ต้องการให้น้องๆเดินทางไปเรียนได้ง่าย, กลุ่มพนักงานที่ทำงานในห้างโซนนี้, กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลต่างๆ และกลุ่มนักลงทุนที่ซื้อเพื่อปล่อยเช่าด้วยนะ เพราะอพาร์ทเม้นท์ในซอยนี้จะมีค่าเช่าเริ่มประมาณ 6,500 บาท ส่วนโครงการ ศุภาลัย เซนส์ ศรีนครินทร์ ก็จะคิดค่าเช่าเริ่มต้นประมาณ 8,500 บาท แค่จ่ายเพิ่มอีกนิดก็ได้อยู่อาศัยในโครงการที่ปลอดภัยมากขึ้น พร้อมพื้นที่ส่วนกลางใหม่ๆสวยๆให้ใช้งานด้วยนั่นเอง
สภาพแวดล้อมรอบโครงการ
สภาพแวดล้อมโดยรอบโครงการ ศุภาลัย เซนส์ ศรีนครินทร์ จะมีความเป็นชุมชนสูง เพราะล้อมรอบด้วยหมู่บ้านแนวราบ, อพาร์ทเม้นท์, หอพักและคอนโดมิเนียมหลายแห่ง ทำให้บรรยากาศโดยรอบค่อนข้างเงียบสงบ แต่ก็มีคนหรือรถผ่านไป-มาบ้าง
สำหรับห้องพักอาศัยในอาคาร A ตรงด้านหน้าโครงการจะถูกออกแบบให้หันเข้าด้านในโครงการทั้งหมด และห้องพักในอาคาร B ที่หันมาทางทิศเหนือและตะวันตกจะได้วิวเปิดโล่ง เพราะปัจจุบันจะเป็นที่ดินเปล่าและบ้านแนวราบ แต่สำหรับฝั่งทิศตะวันออกของโครงการจะอยู่ติดกับคอนโดสูง 8 ชั้น ทำให้ห้องพักอาศัยในอาคาร C ส่วนนึงจะถูกบังวิวไปนั่นเอง
- ทิศเหนือ ติดกับ ที่ดินเปล่า, บ้านแนวราบ
- ทิศตะวันออก ติดกับ คอนโด 8 ชั้น
- ทิศใต้ ติดกับ ซอยสุภาพงษ์ 3 แยก 8, หมู่บ้านทาวน์โฮม 4 ชั้น
- ทิศตะวันตก ติดกับ ที่ดินเปล่า
ภาพบรรยากาศบริเวณด้านหน้าโครงการ ศุภาลัย เซนส์ ศรีนครินทร์ โดยถนนของซอยสุภาพงษ์ 3 แยก 8 จะมีขนาดใหญ่ ขับรถสวนกันได้ ส่วนโดยรอบก็จะเป็นหมู่บ้าน อพาร์ทเม้นท์และหอพักค่ะ
สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น
ห้างสรรพสินค้า / ตลาด
- ซีคอน สแควร์ ศรีนครินทร์ ~ 600 ม.
- แมคโคร ศรีนครินทร์ 2 ~ 1.3 กม.
- ศรีนครินทร์มาร์เก็ต ~ 1.1 กม.
- พาราไดซ์ เพลส , พาราไดซ์ พาร์ค ~ 1.4 กม.
- ตลาดเสรี มาร์เก็ต ~ 1.4 กม.
- ตลาดนัดรถไฟ ศรีนครินทร์ ~ 1.8 กม.
- Udomsuk Walk ~ 3.4 กม.
- เซ็นทรัล บางนา ~ 4.3 กม.
- ธัญญา พาร์ค ~ 4.6 กม.
- SB Design Square ~ 4.6 กม.
- Chic Republic ~ 4.6 กม.
- Index Living Mall ~ 4.8 กม.
- One Udomsuk ~ 5.1 กม.
โรงพยาบาล
- โรงพยาบาลสินแพทย์ ศรีนครินทร์ ~ 2.6 กม.
- โรงพยาบาลไทยนครินทร์ ~ 4.6 กม.
- โรงพยาบาลบางนา 1 ~ 4.6 กม.
- โรงพยาบาลผู้สูงอายุกล้วยน้ำไท 2 ~ 5.6 กม.
- โรงพยาบาลศิครินทร์ ~ 7.7 กม.
สถานศึกษา
- วิทยาลัย ดุสิตธานี ~ 1.0 กม.
- โรงเรียนนานาชาติคิดส์อะคาเดมี ~ 1.9 กม.
- Wells International School บางนา ~ 3.5 กม.
- โรงเรียนนานาชาติแองโกลสิงคโปร์ ~ 5.2 กม.
- โรงเรียนนานาชาติเบิร์คลีย์ ~ 5.5 กม.
- โรงเรียนบางกอกพัฒนา ~ 6.4 กม.
อื่นๆ
- สวนหลวง ร.9 ~ 2.8 กม.
- ศูนย์กีฬาทางน้ำบึงหนองบอน ~ 4.5 กม.
รายละเอียดโครงการ
Highlight
- พื้นที่ส่วนกลางทั้งหมดอยู่ในอาคาร A เพียงอาคารเดียว ทำให้ลูกบ้านที่ใช้ส่วนกลางเป็นประจำก็เหมาะอยู่อาศัยในอาคาร A ส่วนใครชอบความเป็นส่วนตัวและสงบก็เหมาะกับอาคาร B และ C มากกว่า
- สระว่ายน้ำยาวกว่า 36 เมตร ถือว่ามีความยาวมากกว่าสระ Half Olympics อีก จึงสามารถมาว่ายน้ำได้จริงจังค่ะ
- Trail Jogging โดยใช้ประโยชน์จากบันไดหนีไฟมาทำเป็นบันไดให้เดินออกกำลังกายจากชั้น 1 เชื่อมต่อไปยัง Jogging Track ที่ชั้น Rooftop ของอาคาร A ได้
- Mailbox Area แยกอยู่ตรงชั้นพักอาศัยทุกชั้น ลูกบ้านไม่ต้องเดินลงมาหยิบจดหมายต่างๆเอง
- Private Storage ห้องเก็บของส่วนตัวที่อยู่นอกห้องพักอาศัย เฉพาะลูกบ้านที่ซื้อห้องใหญ่สุดในชั้นนั้นๆ จึงได้เพิ่มพื้นที่เก็บของเพิ่มขึ้นโดยไม่รบกวนพื้นที่พักผ่อนภายในห้อง
โครงการ ศุภาลัย เซนส์ ศรีนครินทร์ ออกแบบเป็นคอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น 3 อาคาร บนที่ดินขนาด 3-3-76.3 ไร่ รวม 477 ยูนิต แบ่งเป็นอาคาร A สูง 7 ชั้น (57 ยูนิต), อาคาร B,C สูง 8 ชั้น (อาคารละ 210 ยูนิต) โดยมี Concept การออกแบบโครงการเป็น Staycation ด้วยการผสมผสานระหว่าง Stay (ที่พักอาศัย) กับ Vacation (การไปพักผ่อนนอกบ้าน) ทำให้บรรยากาศภายในโครงการได้ฟีลเหมือนรีสอร์ตนั่นเอง
โดยออกแบบให้ทั้ง 3 อาคารโอบล้อมพื้นที่ตรงกลางไว้ ทำให้ห้องพักส่วนนึงที่หันหน้าเข้ามาด้านในจะได้การันตีวิวสระว่ายน้ำสวยๆที่ออกแบบยื่นมาจากอาคาร A นั่นเอง
สำหรับการเลือกใช้สีของอาคารก็จะเป็น Earth Tone ส่วนพื้นที่ภายในโครงการก็จะเน้นความโปร่งสบาย อย่างการเลือกใช้ในโทนสีที่อบอุ่นและสว่างทั้งสีส้มและขาวในพื้นที่ส่วนกลาง พร้อมจัดวางต้นไม้เพิ่มความสบายตาและสร้างความรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติ
ทางโครงการก็มี Concept ในการออกแบบพื้นที่สวนสีเขียวเป็น Natural Cascadeโดยใช้เส้นสาย ความโค้งมนและ Element ต่างๆที่ให้ความรู้สึกโอบล้อม พร้อมโทนสีเทาและขาว พร้อมสีส้ม เพื่อสร้างสีสันและลูกเล่น ไม่ดูเรียบจนเกินไป
งั้นเรามาดูรายละเอียดของโครงการ พร้อมภาพบรรยากาศจริงที่เราเก็บมาฝากกันต่อได้เลยค่ะ
Master Plan
เรามาเริ่มกันที่ Master Plan ของโครงการ ศุภาลัย เซนส์ ศรีนครินทร์ กันเลยนะคะ โดยทางโครงการออกแบบบริเวณชั้น 1 เป็นพื้นที่จอดรถทั้งหมดพร้อม EV Charger รวมถึงมีพื้นที่สวนสีเขียวโดยรอบและ Seating Area พื้นที่นั่งเล่นในสวน
สำหรับพื้นที่ส่วนกลางของโครงการนี้จะอยู่ที่อาคาร A เท่านั้น ทำให้ชั้น 1 ของอาคาร A จะมี Lobby Lounge / ห้องน้ำส่วนกลาง / Trail Jogging เดินขึ้นไปยังชั้น Rooftop ห้องพักของอาคารนี้จึงเหมาะกับคนที่ชอบใช้ส่วนกลางบ่อยๆ เพราะแค่ขึ้น-ลงลิฟต์ก็เดินมาใช้งานพื้นที่ส่วนกลางได้เลย อีกทั้งยังอยู่ใกล้ทางเข้า-ออกโครงการด้วยนะ
ส่วนอาคาร B และ C จะมีเพียงห้องพักอาศัยเท่านั้น แต่อาคาร B จะเข้า-ออกโครงการได้ง่าย ส่วนอาคาร C จะอยู่ด้านในสุดน่าจะถูกใจคนที่ชอบความเงียบสงบและความเป็นส่วนตัว ทำให้ชั้น 1 ของทั้ง 2 อาคารนี้จะมีเพียง Lift Lobby เพื่อยืนรอลิฟต์ พร้อมติดตั้งระบบ Face Scan ในการเข้า-ออกและขึ้น-ลงอาคาร
ทางเข้า-ออกโครงการ
ซุ้มประตูโครงการ มีป้ายชื่อขนาดใหญ่อยู่ด้านบน ส่วนประตูทางเข้า-ออกโครงการจะเป็นรั้วกั้นไม้กระดก เมื่อเข้าโครงการมาจะต้องตรงเข้าไปด้านในและวนรอบอาคารเพื่อออกจากโครงการค่ะ บริเวณด้านข้างซุ้มประตูนี้จะมีป้อม รปภ. มีระบบการเข้า-ออกแบบสแกนป้ายทะเบียนรถยนต์ พร้อมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง, ระบบ CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ 87 จุด รวมถึงรั้วทึบรอบโครงการสูง 2.50 เมตร
ทางโครงการออกแบบ อาคาร A ที่มีพื้นที่ส่วนกลางของโครงการอยู่ติดกับซุ้มประตูทางเข้า-ออกโครงการเลย จึงทำหน้าที่เหมือนเป็นมุมต้อนรับที่สวยงามนั่นเอง
Lobby Lounge
สำหรับอาคาร A จะเป็นเพียงอาคารเดียวที่มีพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมด ทำให้ทางโครงการจึงออกแบบ Lobby Lounge อยู่ตรงชั้น 1 ใกล้ๆกับทางเข้า-ออกโครงการ เพื่อใช้รองรับแขก
โดยภายในห้องจะออกแบบเป็นพื้นที่ฝ้าเพดานสูงแบบ Double Volume ประกอบกับกระจกขนาดใหญ่โดยรอบ จึงสร้างบรรยากาศโปร่งสบาย อีกทั้งยังมีต้นไม้สีเขียวขนาดใหญ่ได้ความใกล้ชิดธรรมชาติดี รวมถึงมีพื้นที่นั่งพักหลากหลายรูปแบบทั้งโซฟาแนวยาวและโต๊ะเก้าอี้ ส่วนด้านข้างของ Lobby Lounge จะเป็น Lift Lobby ของอาคาร A ค่ะ
Lift Lobby อาคาร A
Lift Lobby ของอาคาร A จะเป็นพื้นที่ยืนคอยลิฟต์ โดยจะมีลิฟต์โดยสาร 2 ตัว/อาคาร แต่สำหรับอาคาร A ที่มีจำนวนยูนิตเพียง 57 ห้อง ทำให้อัตราส่วนลิฟต์ตึก A อยู่ที่ 29 : 1 ซึ่งถือว่าน้อยมากๆ จึงไม่ต้องรอลิฟต์นานด้วย ส่วนระบบในการขึ้น-ลงอาคารจะเป็น Face Scan ช่วยเพิ่มความปลอดภัยภายในอาคารได้ดีเลยค่ะ
Delivery Drop Off / Drop Store
ทางโครงการยังออกแบบ Delivery Drop Off / Drop Store บริเวณ Lift Lobby ของทุกอาคารด้วยนะ ซึ่งถือเป็นฟังก์ชันที่เราเห็นในคอนโดใหม่แทบทุกโครงการเลย เพราะเดี๋ยวนี้เราก็สั่งอาหารต่างๆผ่าน Application กันมากขึ้น รวมถึงโครงการนี้ที่อยู่ใกล้ Seacon ศรีนครินทร์ เราจึงสั่งอาหารจากร้านต่างๆในห้างนี้ได้แบบไม่ต้องเสียค่าส่งด้วยนะ ยิ่งทำให้เราใช้ชีวิตและอยู่อาศัยในโครงการได้สะดวกมากๆ
ส่วนตัวเราชอบการออกแบบ Delivery Drop Off / Drop Store นี้มากๆ เพราะออกแบบเป็นตู้รับอาหารที่มีหน้าบานปิดเรียบร้อย ลูกบ้านแค่ลงลิฟต์มาและเปิดตู้นี้ ก็หยิบของที่สั่งได้แบบไม่ต้องเดินออกไปนอกอาคารเลย เพราะผนังด้านในตู้อีกฝั่งจะถูกเจาะและติดตั้งเป็นกระจกบานเลื่อนให้พี่ๆไรเดอร์วางอาหารไว้ในตู้นี้ได้แบบไม่ต้องเสียเวลาเดินเข้ามาวางของภายในอาคารเลยนั่นเอง อีกทั้งยังช่วยป้องกันบุคคลภายนอกและมีความปลอดภัยในการอยู่อาศัยมากขึ้นค่ะ
Lift Lobby อาคาร B และ C
อาคาร B และ C จะเป็นอาคารที่มีเพียงห้องพักอาศัยเท่านั้น ไม่มีพื้นที่ส่วนกลางเลย จึงทำให้บริเวณชั้น 1 มีเพียง Lift Lobby และ Delivery Drop Off / Drop Store
โดยก่อนจะเข้าไปยัง Lift Lobby ของอาคาร B และ C จะมีติดตั้งระบบ Face Scan อยู่ด้านข้างประตูเข้า-ออกอาคาร เมื่อเดินเข้ามาภายในอาคารจะออกแบบเป็นพื้นที่ยืนคอยลิฟต์ที่มีลิฟต์โดยสาร 2 ตัว/อาคาร อัตราส่วนลิฟต์แต่ละอาคารอยู่ที่ 105 : 1 รวมถึงมีออกแบบ Delivery Drop Off / Drop Store สำหรับวางของ Delivery เหมือนอาคาร A ด้วยนะคะ
พื้นที่จอดรถ
พื้นที่จอดรถ ของโครงการนี้จะคิดเป็น 40% แบบไม่นับซ้อนคัน โดยออกแบบเป็น Conventional Parking ที่มีทั้งพื้นที่จอดรถใต้อาคารและพื้นที่จอดรถกลางแจ้งให้เลือกจอดได้ นอกจากนั้นยังมี EV Charger รวม 2 จุด อยู่บริเวณอาคาร B และ C เพื่อรองรับกับเทรนด์สมัยใหม่ที่คนหันมาใช้งานรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นค่ะ
ทางโครงการมีออกแบบ ห้องน้ำส่วนกลางอยู่ที่ชั้น 1 ใกล้ๆกับ Lobby Lounge ด้วยนะ โดยจะออกแบบมีทั้งหมดเป็น 2 ห้อง แบ่งเป็นห้องน้ำที่ชาย-หญิงใช้งานร่วมกันและห้องน้ำแบบ Universal Design ที่ออกแบบเป็นประตูบานเลื่อน ส่วนภายในห้องก็มีขนาดใหญ่ รองรับการใช้งานวีลแชร์พร้อมติดตั้งอุปกรณ์ราวจับต่างๆ
สำหรับที่ตั้งของโครงการที่อยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สายสีเหลือง สถานีสวนหลวง ร.9 ประมาณ 700 เมตร ทางโครงการจึงมี Shuttle Service รับ-ส่งจากโครงการไปยัง MRT สถานีสวนหลวง ร.9 ด้วย อีกทั้งยังผ่าน Seacon ศรีนครินทร์และ Paradise Park ศรีนครินทร์ เราจึงนั่งรถนี้ไปเดินเล่นที่ห้างได้เลยค่ะ
Seating Area บริเวณอาคาร C
ทางโครงการยังออกแบบ Seating Area เป็นพื้นที่นั่งเล่นในสวนบริเวณอาคาร C มาให้ 2 จุดให้ลูกบ้านมานั่งพักผ่อนกันได้
Trail Jogging
นอกจากนั้นยังมี Trail Jogging ที่จริงๆแล้วก็คือบันไดหนีไฟของอาคารนี่แหละ แต่เอามาทำเป็น Trail Jogging บันไดสีส้มตามภาพเลย เพื่อให้ลูกบ้านมาใช้ออกกำลังกายกันได้ โดยจะเริ่มจากชั้น 1 ใกล้ๆกับ Lobby Lounge ของอาคาร A เดินขึ้นไปเชื่อมต่อกับ Jogging Track ที่ชั้น Rooftop ได้นั่นเอง โดยการเดินขึ้นจากชั้น 1 ไปยัง Rooftop จะสามารถเผาผลาญได้ประมาณ 35 Kcal ค่ะ
ชั้น 2
พอขึ้นมา ชั้น 2 จะเป็นชั้นเริ่มต้นของห้องพักอาศัยนะคะ แต่สำหรับอาคาร A ที่รวมพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมดของโครงการ ก็จะมีพื้นที่ส่วนกลางในชั้นนี้ด้วย ได้แก่ Co-Working Space / Fitness / Swimming Pool
ลูกบ้านในชั้นนี้ของอาคาร A จึงเดินมาใช้งานพื้นที่ส่วนกลางได้สะดวกมาก แค่เปิดประตูห้องก็เดินมาใช้งานพื้นที่ส่วนกลางได้เลย นอกจากนั้นห้องพักในชั้นนี้ของอาคาร A ยังเป็นห้องแบบ Pool Access ที่เดินลงสระว่ายน้ำจากระเบียงห้องพักได้เลย แต่ปัจจุบันห้องพักนี้ได้ Sold Out เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ถึงแม้ทางโครงการจะไม่ได้ออกแบบกั้นประตูแบ่งโซนพื้นที่ส่วนกลางและโซนห้องพักอาศัยออกจากกันชัดเจน แต่ตำแหน่งของห้องพักที่มีระยะห่างจากโซนพื้นที่ส่วนกลางพอสมควร จึงทำให้ได้ความรู้สึกแบ่งแยกโซนดีค่ะ
เมื่อขึ้นมายังชั้น 2 ของอาคาร A จะเจอกับ Co-Working Space ที่อยู่ด้านข้างโถงลิฟต์เลยค่ะ
Co-Working Space
Co-Working Space เป็นพื้นที่ให้ลูกบ้านมานั่งทำงานหรือนั่งเล่นพักผ่อนได้ โดยออกแบบเป็นโซฟายาวและโต๊ะขนาดใหญ่ พร้อมเก้าอี้ อีกทั้งเตรียมปลั๊กไฟไว้ให้เรียบร้อยด้วย
นอกจากนั้นผนังห้องทั้ง 2 ฝั่งจะเป็นหน้าต่างกระจกขนาดใหญ่จึงเปิดรับแสงธรรมชาติและวิวได้กว้างดี รวมถึงมองเห็นยอดต้นไม้ตรง Lobby Lounge ด้านล่างที่สูงขึ้นมายังชั้น 2 จึงสร้างบรรยากาศผ่อนคลายได้ดี
ถัดจากโถงลิฟต์ชั้น 2 จะเป็น ทางเดินเชื่อมไปยังโซนสระว่ายน้ำ Fitness และโซนห้องพักอาศัยในชั้นนี้ ค่ะ เราขอไปดู Fitness กันก่อนนะคะ
Fitness
Fitness ของโครงการจะมีทั้งโซน Weight Training และ Cardio ให้มาออกกำลังกายกันได้ ซึ่งตอนที่เราไปเก็บภาพบรรยากาศก็มีลูกบ้านมาใช้งานประมาณนึงเหมือนกันนะ รวมถึงภายในห้องนี้ยังมีบอลเล่นโยคะและที่นั่งพักหลังออกกำลังกายด้วยค่ะ
ส่วนผนังโดยรอบจะเป็นกระจก เพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติและวิวด้านนอก โดยเฉพาะโซน Cardio ที่มองออกไปได้วิวด้านหน้าโครงการและต้นไม้ใหญ่จาก Lobby Lounge ช่วยให้ออกกำลังกายได้เพลินๆดี
Swimming Pool
ทางโครงการออกแบบ Swimming Pool เป็นสระว่ายน้ำระบบเกลือ ขนาด 36.40×5.75 เมตร ลึก 1.10 เมตร ถือว่ายาวว่าสระ Half Olympics อีกนะ จึงสามารถมาว่ายน้ำได้จริงจังเลย โดยอีกฝั่งของสระจะเป็น Jacuzzi ให้มาแช่น้ำผ่อนคลายได้และ Pool Bed สำหรับนั่งพักผ่อน
นอกจากนั้นยังออกแบบแบ่งเป็น Kid’s Pool ขนาด 2.10×5.50 เมตร ความลึก 0.60 เมตร ให้เด็กๆมาเล่นสนุกกันได้ ส่วนด้านข้างจะเป็น Sunken Seat ที่ล้อมรอบด้วยต้นไม้สีเขียว ทำให้นอกจากจะมานั่งเล่นแล้ว ก็ทำให้ผู้ปกครองมานั่งดูแลเด็กๆแบบใกล้ชิด รวมถึงมีออกแบบพื้นที่อาบน้ำล้างตัวมาให้ 1 จุดด้วยค่ะ
Pool Terrace
บริเวณด้านข้างสระว่ายน้ำจะเป็น Pool Terrace พื้นที่นั่งพักผ่อนริมสระว่ายน้ำ ทำให้เรามานั่งเล่น รับลมเย็นๆที่พัดจากสระว่ายน้ำได้นะคะ
ห้องน้ำชาย-หญิง และ Universal
สำหรับ ห้องน้ำส่วนกลาง นอกจากจะอยู่ที่ชั้น 1 แล้วจะมีอยู่อีกจุดก็คือบริเวณข้างสระว่ายน้ำนี้นั่นเอง เพื่อรองรับลูกบ้านที่มาใช้งานพื้นที่ส่วนกลางในชั้นนี้ค่ะ
ทางโครงการออกแบบห้องน้ำแบ่งฝั่งชาย-หญิง ภายในห้องน้ำหญิงจะมีห้องน้ำ 2 ห้องและห้องอาบน้ำ 1 ห้อง รวมถึงมีตู้ Locker ให้เก็บของต่างๆเวลามาว่ายน้ำด้วย นอกจากนั้นยังออกแบบห้องน้ำ Universal Design เพื่อรองรับคนทุกวัย ซึ่งจะมีพื้นที่ขนาดใหญ่ สามารถเข็นวีลแชร์เข้า-ออกได้และเลือกใช้ประตูบานเลื่อนที่เปิด-ปิดได้ง่าย พร้อมราวจับคอยพยุงเวลาลุก-นั่ง
ชั้น 3
สำหรับ ชั้น 3 ของอาคาร B และ C ก็จะออกแบบเป็นห้องพักอาศัยทั้งชั้นเลย ส่วนชั้น 3 ของอาคาร A จะมีทั้งห้องพักอาศัยและโซนพื้นที่ส่วนกลางอย่าง Pocket Garden ด้วย ซึ่งดีที่ออกแบบประตูเปิดไปยัง Pocket Garden อยู่ใกล้ๆกับโซนลิฟต์ ทำให้โซนห้องพักในชั้นนี้ก็ยังคงได้ความสงบและเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัย ไม่มีลูกบ้านคนอื่นๆเดินผ่านหน้าห้องค่ะ
จากโถงลิฟต์ชั้น 3 ของอาคาร A เดินตรงมานิดหน่อยก็จะเจอกับประตูเปิดไปยัง Pocket Garden
Pocket Garden เป็นพื้นที่สวนสีเขียวให้ทุกคนมาเดินเล่น พักผ่อนกันได้ โดยจะตั้งอยู่ด้านบนของซุ้มประตูทางเข้า-ออกโครงการนั่นเอง
Pocket Garden
ทางโครงการได้ปลูกต้นไม้เล็ก-ใหญ่ล้อมรอบ Pocket Garden สร้างบรรยากาศร่มรื่นและผ่อนคลายได้ดี อีกทั้งมีสนามหญ้ากว้างให้เรามานั่งปิกนิกได้เหมือนกันนะ รวมถึงออกแบบมุมนั่งพักผ่อนหลากหลายรูปแบบให้ใช้งานได้ตามต้องการไม่ว่าจะก่อเป็นที่นั่งยาวๆหรือที่นั่งแบบบาร์
นอกจากนั้นเรายังชอบที่ปลูกต้นไม้ใหญ่ใกล้ๆโซนที่นั่งใน Pocket Garden เพราะเมื่อต้นไม้เหล่านี้โตเต็มที่ก็จะเป็นร่มเงาให้ลูกบ้านสามารถนั่งเล่นได้นานขึ้น
ชั้น Rooftop
ทางโครงการได้ออกแบบพื้นที่ส่วนกลางอยู่ที่ ชั้น Rooftop ของอาคาร A ด้วยนะคะ โดยจะเป็นพื้นที่สวนสีเขียวอีกจุดให้ลูกบ้านมาใช้งานกันได้
เมื่อออกจากลิฟต์มายังชั้น Rooftop ก็จะเปิดประตูออกไปยัง Roof Garden ได้เลยค่ะ
ทางโครงการได้ออกแบบ Roof Garden เป็นพื้นที่สวนสีเขียวอีกจุดของโครงการ รวมถึงเราจะเห็น Trail Jogging บันไดสีส้มที่ให้เดินจากชั้น 1 เชื่อมขึ้นมายัง Jogging Track ที่ชั้น Rooftop นี้ตามที่เราได้พูดถึงไปก่อนหน้านี้นะคะ
Roof Garden
Roof Garden ออกแบบเป็นพื้นที่สวนสีเขียวพร้อมต้นไม้และดอกไม้นานาพันธุ์ พร้อม Jogging Track ให้มาวิ่งออกกำลังกายกันได้ นอกจากนั้นยังก่อเป็นที่นั่งแบบยาว, พื้นที่นั่งแบบ Amphitheatre, Pavilion ศาลานั่งพักผ่อนท่ามกลางสวนสีเขียวและสนามหญ้ากว้างๆ ให้เรามาปิกนิก เล่นโยคะหรือนอนดูดาวกันได้ค่ะ
แปลนชั้นพักอาศัย
โครงการ ศุภาลัย เซนส์ ศรีนครินทร์ ออกแบบเป็นคอนโด Low Rise รวม 3 อาคาร จำนวนยูนิต 477 ยูนิต แบ่งเป็นอาคาร A สูง 7 ชั้น (57 ยูนิต), อาคาร B,C สูง 8 ชั้น (อาคารละ 210 ยูนิต) โดยอาคาร A มีจำนวนยูนิตต่อชั้นสูงสุดอยู่ที่ 10 ยูนิต ส่วนอาคาร B และ C มีจำนวน 31 ยูนิตต่อชั้น
โดยห้องพักอาศัยของทุกอาคารจะเริ่มที่ชั้น 2 เป็นต้นไปและ Typical Floor Plan จะเป็นชั้น 4-7 มีระบบในการเข้า-ออกและขึ้นลงอาคารแบบ Face Scan สำหรับสิ่งที่น่าสนใจในการออกแบบแปลนชั้นพักอาศัยของโครงการนี้ก็คือ
- โถงทางเดินแบบ Single load Corridor ในอาคาร A จึงไม่มีห้องอื่นอยู่ฝั่งตรงข้าม ได้ความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัยมากขึ้น
- Mailbox Area บริเวณด้านข้างโถงลิฟต์ของชั้นพักอาศัยทุกชั้นทุกอาคาร ลูกบ้านจึงไม่ต้องเดินไปหยิบจดหมายต่างๆจากชั้นล่างเลย
- Private Storage ในแต่ละชั้น ทางโครงการจะขายพ่วงกับห้องใหญ่สุดของอาคารนั้นๆ จึงเก็บพวกของชิ้นใหญ่ๆอย่างจักรยานพับหรือกระเป๋าเดินทางได้เลย
โถงทางเดินอาคาร A : Single load Corridor
ภาพบรรยากาศของ โถงทางเดินของอาคาร A จะเป็นแบบ Single load Corridor เราจึงไม่ต้องเปิดประตูห้องมาเจอเพื่อนบ้านฝั่งตรงข้าม ทำให้อีกฝั่งของโถงทางเดินจะเป็นช่องหน้าต่างเปิดรับแสงธรรมชาติเข้ามาช่วยให้โถงทางเดินดูสว่าง
ส่วน โถงทางเดินของอาคาร B และ C จะเป็น Double load Corridor ที่มีห้องพักอยู่ทั้ง 2 ฝั่งของโถงทางเดิน แต่ดีที่ทางโครงการออกแบบตำแหน่งประตูห้องไม่ได้เปิดชนกัน จึงช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวค่ะ
MailBox ของอาคาร A
ภาพบรรยากาศของ Mailbox Area ที่ทางโครงการออกแบบตู้จดหมายนี้ไว้ที่ชั้นพักอาศัยทุกชั้นเลย ทำให้ลูกบ้านไม่ต้องเดินไปหยิบจดหมายต่างๆที่ชั้น 1 เหมือนโครงการอื่นๆ แต่หากเป็นพัสดุชิ้นใหญ่ก็จะมีกระดาษโน้ตแปะไว้ให้เราไปรับของที่ชั้นล่างนะคะ
สำหรับอาคาร A ที่มีจำนวนยูนิตต่อชั้นสูงสุดเพียง 10 ยูนิต จึงมีจำนวนตู้จดหมายน้อยกว่าอาคาร B และ C ที่มีจำนวนยูนิตต่อชั้นอยู่ที่ 31 ยูนิตนั่นเอง
Private Storage
ภาพบรรยากาศของ Private Storage ห้องเก็บของส่วนตัวที่อยู่นอกห้องพักอาศัย ทำให้ลูกบ้านได้เพิ่มพื้นที่เก็บของเพิ่มขึ้นโดยไม่รบกวนพื้นที่พักผ่อนภายในห้อง
โดยขายพ่วงมากับห้องพักขนาดใหญ่สุดของอาคารนั้นๆ รวมถึงนำพื้นที่ของห้องเก็บของนี้ไปคิดค่าส่วนกลางด้วยค่ะ อย่างอาคาร A จะมีเพียงชั้นละ 1 ห้องในชั้น 4-7 ขนาดห้อง 5.50 ตร.ม. ส่วนอาคาร B และ C จะมีชั้นละ 2 ห้องในชั้น 3-8 ขนาด 4.00 ตร.ม. ซึ่งทาง Supalai เริ่มนำ Private Storage มาทำเป็นฟังก์ชันที่มีในคอนโดใหม่ๆมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ชาวคอนโดที่มักเจอปัญหาพื้นที่เก็บของไม่พอค่ะ
บริเวณด้านหน้า Private Storage จะมีป้ายเลขที่ห้องพักกำกับชัดเจน ส่วนประตูห้องจะเป็นบานคู่สีขาวที่เปิด-ปิดได้กว้าง พร้อมมือจับแบบก้านโยกและใช้กุญแจในการล็อกห้อง ส่วนภายในห้องจะเป็นพื้นคอนกรีตขัดมัน พร้อมผนังทาสีขาว ไม่มีฝ้าและปลั๊ก แต่จะใช้เป็นไฟแบตเตอรี่แทนนะคะ
ดังนั้นเราจึงสามารถทำ Buil-in เป็นชั้นเก็บของแบบเต็มผนังได้เลยนะ แต่หากใครที่ไม่ได้ใช้งานห้องเก็บของนี้เลย เราก็สามารถนำ Private Storage มาปล่อยเช่าให้เพื่อนบ้านในชั้นเดียวกันได้ด้วยค่ะ
ต่อมาเราจะพาไปดู แปลนชั้นพักอาศัยของแต่ละอาคาร กันนะคะ
อาคาร A
อาคาร A ชั้น 2
ออกแบบ อาคาร A เป็นอาคารรูปตัว I ที่มีโถงทางเดินแบบ Single load Corridor และมีห้องพักอาศัยสูงสุดเพียง 10 ยูนิตต่อชั้น เหมาะกับลูกบ้านที่ชอบความเป็นส่วนตัว เพื่อนบ้านในอาคารเดียวกันไม่เยอะ ถึงแม้จะเป็นอาคารที่รวมพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมดของโครงการ แต่ก็ไม่ได้ซีเรียส เพราะเปิดให้ใช้งานพื้นที่ส่วนกลางเป็นเวลาและลูกบ้านแต่ละคนก็มาใช้งานเพียงชั่วคราวนั่นเอง
ห้องพักอาศัยในอาคารนี้จะเป็น 1 Bedroom ทั้งหมดเลย มีห้องแบบ Pool Access พื้นที่ใช้สอย 34.5 – 39 ตร.ม. ในชั้น 2 ที่ Sold Out ไปแล้วและห้อง 1 Bedroom Type D พื้นที่ใช้สอย 35 – 39 ตร.ม. ที่มีมุมอเนกประสงค์ภายในห้องให้เลือกซื้อ
ส่วนโถงลิฟต์จะอยู่ฝั่งซ้ายสุดของอาคาร จึงทำให้ห้องพักที่อยู่อีกฝั่งของอาคารจะมีระยะเดินที่ไกลกว่านะคะ นอกจากนั้นห้องพักทุกห้องในอาคารนี้จะหันเข้าด้านในโครงการ อีกทั้งยังเปิดรับวิวส่วนกลางของโครงการด้วยค่ะ
- กรอบสีน้ำเงิน : ห้องที่เปิดรับวิวสระว่ายน้ำเต็มๆ สามารถเลือกชั้นที่อยู่สูงกว่าชั้นส่วนกลางไม่เกิน 3 ชั้นก็จะได้วิวสระว่ายน้ำมุมสูงด้วยค่ะ
- กรอบสีเขียว : ห้องที่อยู่ติดเพื่อนบ้านฝั่งเดียว (จริงๆมีห้องตำแหน่ง 01 ด้วย แต่อยู่ใกล้โถงลิฟต์ที่มีคนขึ้น-ลงเยอะค่ะ) จึงทำให้ห้องตำแหน่ง 10 ได้ความเป็นส่วนตัวมากกว่า แต่ก็แลกมากับระยะที่ห่างจากโถงลิฟต์
- กรอบสีชมพู : ห้องที่อยู่ติดเพื่อนบ้านฝั่งเดียว + Private Storage โดยจะอยู่ที่ชั้น 4-7 ทำให้นอกจากจะอยู่อาศัยได้เป็นส่วนตัว มีความสงบแล้ว ยังได้พื้นที่เก็บของนอกห้องพักเพิ่มขึ้นมาด้วย
อาคาร B และ C
อาคาร B ชั้น 2
อาคาร B และ C จะถูกออกแบบเป็นอาคารตัว L ที่มีโถงลิฟต์อยู่ตรงกลางชั้น ทำให้ห้องพักแต่ละฝั่งของอาคารมีระยะเดินที่พอๆกัน ส่วนโถงทางเดินเป็นแบบ Double load Corridor ที่มีห้องพักทั้ง 2 ฝั่ง รวมจำนวนยูนิตต่อชั้นอยู่ที่ 31 ยูนิต แต่ดีที่ออกแบบประตูห้องไม่ตรงกัน จึงช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวนั่นเอง
สำหรับแบบห้องพักใน 2 อาคารนี้จะมีให้เลือกทั้ง 1-2 Bedroom แต่ห้อง 1 Bedrom Plus ได้ Sold Out เรียบร้อยแล้วนะ นอกจากนั้นตำแหน่งห้องใหญ่ 2 ห้องในชั้น 3-8 ของแต่ละอาคารจะขายพร้อม Private Storage อย่างที่เราได้พูดถึงไปแล้ว
- กรอบสีส้ม : ห้องที่ไม่ติดเพื่อนบ้าน จึงได้ความเป็นส่วนตัวสูงสุด โดยจะเป็นห้องมุมอาคารที่เป็นห้อง 2 Bedroom นั่นเอง
- กรอบสีเขียว : ห้องที่อยู่ติดเพื่อนบ้านฝั่งเดียว (จริงๆมีห้องตำแหน่ง 29-30 ในอาคาร B และตำแหน่ง 23-24 ของอาคาร C ด้วย แต่อยู่ใกล้โถงลิฟต์) ทำให้ตำแหน่งห้องนี้จึงได้ความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัยดีค่ะ นอกจากนั้นห้องตำแหน่ง 02 ของอาคาร C ยังเป็นห้องขนาดเล็ก จึงถือเป็นห้องราคาจับต้องง่ายแต่ได้ความเป็นส่วนตัวสูงค่ะ
- กรอบสีชมพู : ห้องที่อยู่ติดเพื่อนบ้านฝั่งเดียว + Private Storage จะเป็นห้อง 2 Bedroom ในชั้น 3-8 นั่นเอง
สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก
- ชั้น 1 (อาคาร A)
– Lobby Lounge
– Trail Jogging เดินจากชั้น 1 ไปยังชั้น Rooftop - ชั้น 2 (อาคาร A)
– Co-Working Space
– Fitness
– Swimming Pool สระว่ายน้ำระบบเกลือ ขนาด 36.40×5.75 เมตร ลึก 1.10 เมตร พร้อม Kid’s Pool ขนาด 2.10×5.50 เมตร และ Jacuzzi
– Sunken Seat
– Pool Terrace
– Pool Bed - ชั้น 3 (อาคาร A)
– Pocket Garden - ชั้น Rooftop (อาคาร A)
– Roof Garden
– Pavilion ศาลานั่งพักผ่อน
– Jogging Track เชื่อมต่อจาก Trail Jogging - Lift Lobby พื้นที่คอยลิฟต์
- Mailbox Area บริเวณด้านข้างโถงลิฟต์ของทุกชั้นพักอาศัย
- Delivery Drop Off / Drop Store บริเวณ Lift Lobby ของทุกอาคาร
- Seating Area พื้นที่นั่งเล่นในสวน บริเวณอาคาร C
- EV Charger 2 จุด บริเวณอาคาร B และ C
- Shuttle Service รับ-ส่งจากโครงการไป MRT สายสีเหลือง สถานีสวนหลวง ร.9
- ลิฟต์โดยสาร 2 ตัว/อาคาร
- อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 80 : 1
- อัตราส่วนลิฟต์ตึก A 29 : 1
- อัตราส่วนลิฟต์ตึก B 105 : 1
- อัตราส่วนลิฟต์ตึก C 105 : 1
- ที่จอดรถคิดเป็น 40% ไม่นับซ้อนคัน
- ระบบรักษาความปลอดภัยในโครงการ
– รูปแบบประตูทางเข้า-ออกโครงการ (รถยนต์) : รั้วไม้กระดก
– ระบบในการเข้า-ออก (รถยนต์) : สแกนป้ายทะเบียนรถ
– ระบบในการเข้า-ออก (เดินเข้า-ออกอาคาร) : Face Scan
– ระบบในการเข้า-ออก (เดินขึ้น-ลงอาคาร) : Face Scan
– CCTV ส่วนกลาง รวม 87 จุด
– เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
– รั้วรอบโครงการ : รั้วทึบสูง 2.50 เมตร
แบบห้อง
Highlight
- เน้นห้องเล็ก อยู่ 1-2 คน แต่ก็มี 1 Bedroom Plus และ 2 Bedroom รองรับกลุ่มครอบครัวได้ด้วย
- Layout ห้องแต่ละแบบมีจุดเด่นแตกต่างกัน จึงเลือกซื้อได้ง่าย อย่างมีมุมนั่งเล่นติดหน้าต่าง, ห้องครัวแบบปิดติดระเบียง, Walk-in Closet ขนาดใหญ่, มีห้องอเนกประสงค์, พื้นที่นั่งเล่นกว้างๆ, ห้องน้ำในห้องนอน
- รับประกันโครงสร้าง 10 ปีและประกันส่วนควบห้องชุด 3 ปี ช่วยให้อยู่อาศัยได้สบายใจ
โครงการ ศุภาลัย เซนส์ ศรีนครินทร์ ออกแบบเน้นห้องขนาดเล็กแบบอยู่ได้ 1-2 คนสบายๆ มีรูปแบบห้องพักหลักๆ 5 แบบ พื้นที่ใช้สอย 25 – 53 ตร.ม. พร้อม Layout มากถึง 9 แบบจึงเลือกได้ตรงตามไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นมีมุมนั่งเล่นติดหน้าต่าง, ห้องครัวแบบปิดติดระเบียง, Walk-in Closet ขนาดใหญ่, มีห้องอเนกประสงค์, พื้นที่นั่งเล่นกว้างๆ, ห้องน้ำในห้องนอน นอกจากนั้นยังมีห้องพักแบบ Pool Access ที่สามารถเดินออกมาเล่นน้ำที่สระว่ายน้ำได้จากระเบียงห้องพักเลยนั่นเอง
ซึ่งปัจจุบันทางโครงการขายไปได้กว่า 60% แล้วนะ อีกทั้งยังเริ่มโอนห้องในช่วงเดือนเมษายน 2569 ที่ผ่านมา ทำให้ห้อง 1 Bedroom แบบ Pool Access และ 1 Bedroom Plus ได้ Sold Out เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงมีเพียงห้อง 1 Bedroom และ 2 Bedroom ให้เลือกซื้อเท่านั้น มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 1.52 ล้านบาท*
- 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 25 – 41 ตร.ม.
- 1 Bedroom แบบ Pool Access พื้นที่ใช้สอย 34.5 – 39 (Sold Out)
- 1 Bedroom Plus พื้นที่ใช้สอย 40.5 ตร.ม. (Sold Out)
- 2 Bedroom 1 Bathroom พื้นที่ใช้สอย 45.5 – 48 ตร.ม.
- 2 Bedroom 2 Bathroom พื้นที่ใช้สอย 53 ตร.ม.
ทางโครงการตกแต่งห้องแบบ Fully Fitted ที่มี Built-in เคาน์เตอร์ครัวมาให้เรียบร้อย ส่วนพื้นที่ที่เหลือก็ให้ลูกบ้านสามารถไปแต่งห้องได้ตามไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยของแต่ละคนเลยค่ะ นอกจากนั้นยังมีการรับประกันโครงสร้าง 10 ปีและประกันส่วนควบห้องชุด 3 ปีมาให้ด้วยนะ
วัสดุภายในห้อง
– พื้นห้อง : SPC ลายไม้
– พื้นระเบียง : กระเบื้องเซรามิก ขนาด 30×30 เซนติเมตร
– ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน อาคาร A ชั้น 2 สูง 2.70 เมตร, ชั้น 3-7 สูง 2.60 เมตร / อาคาร B และ C สูง 2.50 เมตร
– ผนังห้องติด Wallpaper ทั้งห้อง
– ไฟดาวน์ไลท์
– เครื่องปรับอากาศแบบ Wall Type จาก SUMSUNG
– Digital Door Lock จาก HAFELE รองรับ 4 ระบบ ได้แก่ Fingerprint, Password, Card, Key
วัสดุห้องครัว
– พื้นห้องครัว : กระเบื้องเซรามิก ขนาด 40×40 เซนติเมตร
– เคาน์เตอร์ครัว Top Counter เป็น Particle Board พร้อม Built-in ชั้นวางของด้านบน-ล่างพร้อมหน้าบาน
– Backsplash : กระเบื้อง
– อ่างล้างจาน, Hob และ Hood จาก HAFELE
วัสดุห้องน้ำ
– พื้นห้องน้ำ : กระเบื้องพอร์ซเลน ขนาด 60×60 เซนติเมตร
– สุขภัณฑ์ในห้องน้ำ (ก๊อกน้ำ อ่างล้างมือ โถสุขภัณฑ์และฝักบัว) จาก HAFELE
– ฉากกั้นอาบน้ำ จาก OVERSEAS
– เครื่องทำน้ำอุ่น จาก STIEBEL ELTRON
– พัดลมดูดอากาศ จาก MITSUBISHI ELECTRIC
**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ
ห้องตัวอย่าง 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 25 ตร.ม. (Type A1)
สำหรับห้องแรกที่เราพามาดูกันจะเป็น 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 25 ตร.ม. (Type A1) โดยจะมีจุดเด่นที่ออกแบบแยกโซน Service และโซนพักผ่อนชัดเจน แถมมีพื้นที่แบบ Bay Window เหมาะกับคนที่ต้องการมุมทำงาน มุมนั่งเล่นอ่านหนังสือริมหน้าต่างด้วยนะคะ
- โซน Service อยู่ด้านหน้าห้อง ทำให้พื้นที่พักผ่อนอยู่ด้านใน ได้ความเงียบสงบ เป็นส่วนตัว
- ห้องครัวแบบปิด ทำอาหารจริงจังได้
- Open Plan เชื่อมต่อพื้นที่นั่งเล่นและพื้นที่นอน จึงจัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้ยืดหยุ่นและใช้งานได้ต่อเนื่องกัน
- ห้องน้ำ ออกแบบเป็นสัดส่วน ใช้งานง่าย
- Bay Window พื้นที่ริมหน้าต่าง ใช้เป็นมุมนั่งทำงานหรือนั่งเล่นได้
- ระเบียง แขวน Condensing Unit ไว้ด้านบน มีพื้นที่ด้านล่างใช้งานได้
งั้นเรามาเริ่มกันที่ บริเวณด้านหน้าห้อง กันเลยนะคะ โดยจะได้หน้าบานประตูลายไม้เหมือนในภาพ พร้อมติดตั้ง Digital Door Lock จาก HAFELE รองรับ 4 ระบบ ได้แก่ Fingerprint, Password, Card, Key ทำให้ใช้งานได้สะดวกดี
ห้องครัวแบบปิด
เมื่อเข้ามาภายในห้องจะเจอกับ ห้องครัวแบบปิด ทำให้ถูกใจคนชอบทำอาหารกินเองบ่อยๆ เพราะไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นควันจากการทำอาหารจะเข้าไปติดเฟอร์นิเจอร์ภายในห้อง โดยจะมีขนาด 1.80×2.35 เมตร ปูพื้นเป็นกระเบื้องเซรามิก ขนาด 40×40 เซนติเมตร
ซึ่งทางโครงการได้ติดตั้งชุดเคาน์เตอร์ครัวมาให้เหมือนห้องตัวอย่างเลยค่ะ โดยจะมี Top Counter เป็น Particle Board ที่จะผลิตจากเศษไม้มาอัดขึ้นรูปและปิดผิวด้วยเมลามีนหรือลามิเนตที่มีลวดลายสวยงาม แต่ไม่ค่อยทนความชื้นมากนัก ทำให้หากโดนน้ำบ่อยๆก็อาจทำให้เกิดการบวมพองได้นะคะ
รวมถึงมี Built-in ชั้นวางของด้านบน-ล่างพร้อมหน้าบาน ช่วยเก็บของได้เป็นระเบียบ พร้อมติดตั้งอ่างล้างจาน, Hob และ Hood ที่ต้องคอยเปลี่ยนไส้กรองเป็นประจำจาก HAFELE แถมมี Backsplash เป็นกระเบื้องบริเวณผนังด้านหลังเคาน์เตอร์ ช่วยให้เช็ดทำความสะอาดได้ง่ายและผนังไม่เป็นรอยคราบสกปรกจากการทำอาหารด้วยค่ะ
ถัดจากห้องครัวจะเป็น ห้องน้ำ นั่นเอง เพราะทางโครงการตั้งใจออกแบบโซน Service ทั้งห้องครัวแบบปิดและห้องน้ำอยู่ด้านหน้าห้อง เพื่อทำหน้าที่เป็น Buffer Zone ป้องกันเสียงดังจากโถงทางเดินไม่ให้ไปรบกวนการพักผ่อนภายในห้องค่ะ ถือเป็นการออกแบบที่ช่วยให้ลูกบ้านได้ความเงียบสงบและเป็นส่วนตัวมากขึ้น
สำหรับ ประตูห้องน้ำ จะได้หน้าตาตามห้องตัวอย่างเลยนะคะ โดยจะเป็นบานประตูสีขาว พร้อมมือจับแบบลูกบิด
ห้องน้ำ
ห้องน้ำ จะมีขนาด 1.40×2.40 เมตร ปูพื้นเป็นกระเบื้องพอร์ซเลน ขนาด 40×40 เซนติเมตร โดยออกแบบแบ่งโซนแห้ง-เปียกไว้ชัดเจน เลือกใช้สุขภัณฑ์ในห้องน้ำทั้งก๊อกน้ำ, อ่างล้างมือ, โถสุขภัณฑ์และฝักบัวจาก HAFELE ที่มีหน้าตาเหมือนห้องตัวอย่างเลย รวมถึงออกแบบ Low Wall ไว้ใช้วางอุปกรณ์ของใช้ในห้องน้ำหรือของตกแต่งได้
ส่วนพื้นที่อาบน้ำมีความกว้างประมาณ 0.90 เมตร พร้อมเจาะช่องตรงผนังด้านข้างมาให้วางอุปกรณ์อาบน้ำและติดตั้งฉากกั้นกระจกอาบน้ำจาก OVERSEAS มาเรียบร้อย เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้น้ำกระเด็นไปเลอะบริเวณอื่น นอกจากนั้นด้วยตำแหน่งของห้องน้ำที่อยู่ด้านหน้าห้อง ทางโครงการจึงติดตั้งพัดลมดูดอากาศจาก MITSUBISHI ELECTRIC เพื่อช่วยระบายอากาศและความชื้นในห้องน้ำด้วย
ต่อมาเราจะพาไปดูโซนพักผ่อนที่อยู่ด้านในกันต่อเลย โดยทางโครงการจะติดตั้ง ประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน ที่นอกจากจะช่วยป้องกันกลิ่นควันจากห้องครัวแล้ว ยังช่วยแบ่งพื้นที่ภายในห้องให้เป็นสัดส่วนด้วยค่ะ
Open Plan พื้นที่นั่งเล่น + พื้นที่เตียงนอน
ทางโครงการออกแบบ โซนพักผ่อน เป็นพื้นที่แบบ Open Plan เชื่อมพื้นที่นั่งเล่นและพื้นที่นอนอยู่บริเวณเดียวกัน โดยมีขนาดประมาณ 3.10×4.80 เมตร ซึ่งข้อดีของการออกแบบ Open Plan คือได้พื้นที่กว้างๆ สร้างบรรยากาศโปร่งสบายภายในห้อง อีกทั้งยังจัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้ยืดหยุ่นตามการใช้งานนั่นเอง
อย่างทางห้องตัวอย่างก็จัดวางพื้นที่นั่งเล่นอยู่ถัดจากห้องครัวเลย จึงใช้เป็นพื้นที่นั่งรับประทานอาหารได้ด้วย ส่วนพื้นที่เตียงนอนก็จะอยู่ใกล้ริมหน้าต่าง
วัสดุพื้นห้องเป็น SPC ลายไม้ ที่นอกจากจะให้ความรู้สึกอบอุ่นแล้ว ยังมีคุณสมบัติที่ทนทานต่อรอยขีดข่วนและความชื้นได้ดี จึงมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ส่วนผนังห้องก็ติด Wallpaper มาให้เรียบร้อยทั้งห้องพร้อมไฟดาวน์ไลท์และติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบ Wall Type จาก SUMSUNG
สำหรับความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานจะแตกต่างกัน อย่างห้องพักในอาคาร A ตรงชั้น 2 จะสูง 2.70 เมตร แต่ชั้น 3-7 สูง 2.60 เมตร ส่วนห้องพักในอาคาร B และ C จะมีความสูงอยู่ที่ 2.50 เมตร
พวกโคมไฟหรือแจกันดอกไม้ก็ช่วยสร้างบรรยากาศอบอุ่น น่าอยู่อาศัยมากขึ้นนะคะ
พื้นที่นั่งเล่น
พื้นที่นั่งเล่น สามารถตกแต่งเหมือนห้องตัวอย่างได้เลย โดยวางโซฟา 2-3 ที่นั่ง, ชั้นวางทีวีและโต๊ะกลางเล็กๆได้สบายๆ มีพื้นที่เดินผ่านไป-มาได้ ส่วนระยะดูทีวีจะอยู่ที่ 2.90 เมตร จึงวางทีวี 50 นิ้วขึ้นไปได้ค่ะ
แบบห้องนี้จะไม่ได้แบ่งพื้นที่รับประทานอาหารเป็นสัดส่วน ถ้าเป็นเราจะเลือกโต๊ะกลางขนาดใหญ่หน่อย เพราะนอกจากจะวางพวกรีโมททีวี แจกัน ก้านไม้หอมหรือหนังสือต่างๆแล้ว จะได้มีพื้นที่วางจานและแก้วน้ำได้สะดวกด้วย
พื้นที่เตียงนอน
ถัดจากพื้นที่นั่งเล่นจะเป็น พื้นที่เตียงนอน โดยจะวางเตียง 5-6 ฟุตได้สบายๆหรือถ้าเลือกซื้อฐานเตียงมีลิ้นชักเก็บของก็ช่วยให้เราเก็บของกระจุกกระจิกได้เป็นระเบียบเรียบร้อยดี ส่วนบริเวณปลายเตียงก็สามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าเหมือนห้องตัวอย่างได้เลย จะมีพื้นที่เหลือเป็นทางเดินไปยังระเบียงและมุม Bay Window
สำหรับบานหน้าต่างและบานประตูกระจกเปิดไประเบียงจะเป็นกระจกเขียวตัดแสงปกติทั่วไปนะคะ แต่ทางห้องตัวอย่างได้ติดเป็นกระจกฝ้า เพื่อช่วยกรองแสงระดับนึงนั่นเอง ก็ถือเป็นไอเดียให้เราไปปรับใช้กันค่ะ
การเลือกเฟอร์นิเจอร์ห้องภายในห้องอย่างสีส้มที่ถึงแม้จะเป็นสีโทนร้อน แต่ก็ช่วยสร้างสีสันและความมีชีวิตชีวาได้ดี นอกจากนั้นเรายังเลือกใช้เป็นสีส้มหม่นๆหรือสีน้ำตาลมาเสริมเพื่อช่วยตัดโทน สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นได้เหมือนกัน
มุม Bay Window ขนาด 1.00×1.65 เมตร สามารถจัดเป็นมุมทำงาน วางเป็นโต๊ะยาวติดหน้าต่าง พร้อมเก้าอี้ ทำให้ได้รับแสงธรรมชาติ อีกทั้งยังเปิดรับวิว ถือเป็นมุมพักสายตาจากการทำงานได้ด้วย นอกจากนั้นเราจะเปลี่ยนเป็นมุมนั่งเล่น อ่านหนังสือก็ได้เหมือนกัน โดยวางเป็นโซฟายาวพร้อมชั้นวางหนังสือเล็กๆอยู่ด้านข้าง
ระเบียง
ถัดจากพื้นที่นั่งเล่นและพื้นที่เตียงนอนจะมีประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอนเปิดออกไปยัง ระเบียง ขนาดประมาณ 1.20×1.50 เมตร ปูพื้นกระเบื้องเซรามิก ขนาด 30×30 เซนติเมตร ที่ทำความสะอาดได้ง่าย ซึ่งจะมีพื้นที่ด้านล่างให้เราใช้งานได้ไม่ว่าจะเป็นวางราวตากผ้าหรือตั้งกระถางต้นไม้เป็นมุมสีเขียว เพราะทางโครงการได้แขวน Condensing Unit ไว้ด้านบนแล้วนั่นเอง
ห้องตัวอย่าง 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 33 ตร.ม. (Type B1)
ห้องตัวอย่างห้องสุดท้ายจะเป็น 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 33 ตร.ม. (Type B1) จะมี Highlight เป็นห้องครัวปิดติดระเบียง เหมาะกับคนที่ชอบทำอาหารรับประทานเองบ่อยๆ อีกทั้งยังได้พื้นที่ภายในห้องเป็นสัดส่วนด้วย
- Common Area ขนาดใหญ่ เชื่อมต่อพื้นที่นั่งเล่นและพื้นที่รับประทานอาหาร
- ห้องน้ำ ใช้งานสะดวก อยู่ใกล้ทั้ง Common Area และห้องนอน
- ห้องครัวแบบปิดติดระเบียง เหมาะกับคนชอบทำอาหาร สามารถเปิดระบายอากาศได้ดี
- ระเบียง มีพื้นที่ด้านล่างทำเป็นมุมต้นไม้หรือตากผ้าได้สบาย
- ห้องนอน แบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนทั้งโซนเตียงนอน ตู้เสื้อผ้าและโต๊ะทำงาน
Common Area
ทางโครงการออกแบบ ประตูห้อง เป็นบานลายไม้ พร้อมติดตั้ง Digital Door Lock จาก HAFELE รองรับ 4 ระบบ ได้แก่ Fingerprint, Password, Card, Key ในทุกยูนิต ทำให้ใช้งานได้ง่าย เราไม่ต้องเสียเวลายืนหาบัตรหรือกุญแจตรงหน้าห้องค่ะ
เมื่อเข้ามาภายในห้องจะเจอกับ Common Area ที่ออกแบบเป็น Open Plan ขนาดใหญ่ 2.80×4.25 เมตร เชื่อมต่อพื้นที่นั่งเล่นและพื้นที่รับประทานอาหารอยู่บริเวณเดียวกัน จึงได้บรรยากาศภายในห้องที่โปร่งสบายและจัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้ตามการใช้งาน
สำหรับพื้นที่ Common Area จะไม่ได้รับแสงธรรมชาติโดยตรง เพราะแสงแดดจะต้องลอดผ่านระเบียงและห้องครัวมายังพื้นที่นี้ ทำให้ความสว่างๆหลักของ Common Area จึงต้องพึ่งพาหลอดไฟเป็นหลักนั่นเอง แต่ก็ทำให้ไม่ร้อนแดดเวลาพักผ่อนอยู่ภายในห้อง
ส่วนวัสดุปูพื้นจะเป็น SPC ลายไม้ ที่ทนทานต่อรอยขีดข่วนและความชื้นได้ดี อีกทั้งสร้างบรรยากาศอบอุ่น น่าอยู่อาศัย รวมถึงทางโครงการได้ติด Wallpaper ทั้งห้องพร้อมไฟดาวน์ไลท์และติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบ Wall Type จาก SUMSUNG มาให้ด้วยค่ะ ส่วนความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานของห้องพักในอาคาร A ชั้น 2 สูง 2.70 เมตรและชั้น 3-7 สูง 2.60 เมตร แต่ห้องพักในอาคาร B และ C สูง 2.50 เมตรค่ะ
พื้นที่นั่งเล่น
ทางโครงการออกแบบ พื้นที่นั่งเล่น อยู่บริเวณด้านหน้าห้องเลยนะคะ โดยฝั่งนึงจะวางเป็นโซฟายาวพร้อมโต๊ะกลาง ส่วนอีกฝั่งก็ตั้งเป็นชั้นวางทีวี พร้อมทีวีขนาด 50 นิ้วได้ มีระยะดูทีวีอยู่ที่ 2.50 เมตรค่ะ อีกทั้งยังมีทางเดินกว้างๆ เพื่อเดินเข้า-ออกห้องด้วย
พอพื้นที่ Common Area ไม่ได้รับแสงธรรมชาติโดยตรง แต่เราก็สามารถสร้างบรรยากาศใกล้ชิดธรรมชาติโดยการตกแต่งเป็นแจกันดอกไม้ได้นะ หรือใครไม่มีเวลาดูแลก็เลือกเป็นต้นไม้ปลอมได้เหมือนกัน ก็เสริมความน่าอยู่อาศัยได้ดี
พื้นที่รับประทานอาหาร จะอยู่ติดกับพื้นที่นั่งเล่นเลย ซึ่งเราสามารถวางเป็นโต๊ะ-เก้าอี้ 2 ที่นั่งเหมือนห้องตัวอย่างได้ หรือใครที่มีครอบครัวหรือเพื่อนๆมาเยี่ยมบ่อยๆ ก็สามารถเลือกโต๊ะที่ขนาดใหญ่ขึ้นได้ตามการใช้งานค่ะ เพราะ Common Area นี้ออกแบบเป็น Open Plan อยู่แล้ว จึงจัดวางเฟอร์นิเจอร์ต่างๆได้ยืดหยุ่นเลยนะ
ถัดจาก Common Area จะเป็น ห้องครัวแบบปิดติดระเบียง ที่เป็น Highlight ของห้องนี้นั่นเอง
ทางโครงการจะติดตั้งเป็น ประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน จึงเปิด-ปิดได้ง่ายและกว้างดี อีกทั้งยังช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามาภายในห้องได้ส่วนนึง แต่ที่สำคัญก็คือช่วยป้องกันไม่ให้มีกลิ่นควันจากห้องครัวลอยเข้ามาภายในห้องค่ะ
ห้องครัว
Highlight ของแบบห้องนี้ก็คือ ห้องครัวปิดติดระเบียง นั่นเอง โดยจะมีขนาด 1.50×2.00 เมตร มีพื้นที่ยืนทำอาหารกว้างประมาณ 0.90 เมตร ส่วนวัสดุปูพื้นเป็นกระเบื้องเซรามิก ขนาด 40×40 เซนติเมตร ที่ทางโครงการติดตั้งชุดเคาน์เตอร์ครัวมาหาให้ พร้อม Built-in ชั้นวางของด้านบน-ล่างพร้อมหน้าบาน ช่วยเก็บของได้เยอะ ส่วน Top Counter จะเป็น Particle Board ที่ถึงแม้จะไม่ค่อยทนความชื้นมากนัก แต่มีลวดลายที่สวยงาม ดังนั้นใครที่ทำอาหารเป็นประจำก็สามารถเลือกซื้อ Top Counter มาเปลี่ยนเองได้เลย จะได้ใช้งานครัวได้เต็มที่
ส่วนอ่างล้างจาน, Hob และ Hood ก็เลือกใช้จาก HAFELE พร้อม Backsplash เป็นกระเบื้องบริเวณผนังด้านหลังเคาน์เตอร์ ช่วยให้เช็ดทำความสะอาดได้ง่าย และถึงแม้จะเป็น Hood ที่ต้องคอยเปลี่ยนไส้กรองเป็นประจำ แต่ด้วยตำแหน่งห้องครัวที่อยู่ติดระเบียงจึงทำให้สามารถเปิดระบายอากาศไปด้านนอกได้โดยตรง ไม่จำเป็นต้องใช้งาน Hood มากนักนั่นเอง
ระเบียง
ถัดจากห้องครัวจะเป็น ระเบียง โดยจะมีประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอนเพื่อเปิดไปยังระเบียง อีกทั้งเป็นการเปิดเพื่อช่วยระบายกลิ่นควันจากการทำอาหารได้ด้วย
ระเบียงนี้จะมีขนาดประมาณ 1.20×1.40 เมตร ปูพื้นกระเบื้องเซรามิก ขนาด 30×30 เซนติเมตร ที่ทำความสะอาดได้ง่าย ทางโครงการได้แขวน Condensing Unit ไว้ด้านบนอยู่ฝั่งนึงของระเบียง จึงมีพื้นที่อีกฝั่งของระเบียงทำเป็นมุมต้นไม้ เพิ่มวิวสีเขียวภายในห้องหรือตั้งราวตากผ้าได้ค่ะ
ต่อมาเราพามาดูอีกฝั่งของห้องกันบ้าง โดยจะเป็น ห้องน้ำและห้องนอน นั่นเอง ซึ่งถือว่าตำแหน่งห้องน้ำจะอยู่ใกล้ทั้ง Common Area และห้องนอนเลยนะ จึงมาใช้งานได้สะดวกดีค่ะ
เราชอบที่ทางโครงการมี Built-in ชั้นวางของและตู้เก็บของอยู่บริเวณพื้นที่ด้านหน้าของทั้ง 2 ห้องนะคะ เพราะปัญหาของชาวคอนโดส่วนใหญ่ก็คือมีพื้นที่เก็บของไม่พอนี่แหละ พอมีพื้นที่ Built-in แบบนี้ก็ช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บของภายในห้องได้อีกจุด แถมเป็นการใช้ประโยชน์พื้นที่ในแนวตั้งได้ดีด้วย
เราสามารถวางของโชว์หรือของสะสมต่างๆตรงชั้นวางของนี้ได้นะคะ ก็สร้างบรรยากาศน่าอยู่อาศัยดีค่ะ
ห้องน้ำ
ห้องน้ำ มีการออกแบบและเลือกใช้วัสดุ สุขภัณฑ์เหมือนห้องตัวอย่างก่อนหน้านี้เลย โดยมีขนาด 1.40×2.40 เมตร ปูพื้นเป็นกระเบื้องพอร์ซเลน ขนาด 40×40 เซนติเมตร พร้อมแบ่งโซนแห้ง-เปียกไว้เป็นสัดส่วน ติดตั้งสุขภัณฑ์ในห้องน้ำที่หน้าตาเหมือนห้องตัวอย่างจาก HAFELE
พื้นที่อาบน้ำมีความกว้างประมาณ 0.90 เมตร พร้อมเจาะช่องตรงผนังด้านข้าง, ติดตั้งฉากกั้นกระจกอาบน้ำจาก OVERSEAS และมีพัดลมดูดอากาศจาก MITSUBISHI ELECTRIC มาให้เรียบร้อย
ต่อมาเราจะพาดู ห้องนอน กันนะคะ ซึ่งอยู่ถัดจาก Common Area และห้องน้ำนั่นเอง โดยบานประตูของห้องนอนจะเป็นบานทึบจึงได้ความเป็นส่วนตัวดี
ห้องนอน
ห้องนอน มีขนาด 2.75×4.70 เมตร โดยวางเตียง 5-6 ฟุตได้สบาย ถ้าใครที่อยากมีทีวีในห้องนอน เราก็แนะนำให้เลือกเป็นทีวีแบบแขวนดีกว่า เพราะหากตั้งชั้นวางทีวีไปแล้วจะเหลือทางเดินน้อย ส่วนหน้าต่างห้องก็มีขนาดใหญ่ เปิดรับแสงธรรมชาติได้เยอะ พร้อมติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบ Wall Type จาก SUMSUNG มาให้ด้วย
จริงๆการตั้งแจกันดอกไม้จะช่วยสร้างบรรยากาศผ่อนคลายได้ดีเลยนะ ซึ่งเราก็สามารถเลือกใช้เป็นดอกไม้หรือต้นไม้ปลอมได้เหมือนกัน สามารถดูแลได้ง่ายและใช้งานได้ยาวๆด้วย
ทางโครงการมีออกแบบพื้นที่ขนาดประมาณ 1.25×1.35 เมตร ใกล้ๆกับประตูห้องนอน เพื่อใช้เป็น มุมตั้งตู้เสื้อผ้า เหมือนห้องตัวอย่างได้เลย ซึ่งจริงๆเราก็สามารถเลือกทำ Built-in ตู้เสื้อผ้าเป็นรูปตัว L ได้เหมือนกันนะ ช่วยเก็บเสื้อผ้าได้เยอะขึ้นด้วย นอกจากนั้นบริเวณด้านข้างเตียงก็มีพื้นที่ทำเป็นมุมโต๊ะแต่งหน้า จึงใช้งานได้ต่อเนื่องดี หรือจะปรับเป็นมุมโต๊ะทำงานในห้องนอนก็ได้เหมือนกันค่ะ
แบบแปลน
1 Bedroom
ราคา
Supalai Sense Srinakarin (ศุภาลัย เซนส์ ศรีนครินทร์) ราคาเท่าไหร่ (ณ วันที่ 21 กรกฎาคม 2569)
ราคาผ่อนต่อเดือนยกตัวอย่างจาก ดอกเบี้ย 4% ระยะเวลาผ่อน 30 ปี*
สามารถคลิกดูอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันได้ที่ >> อัปเดต! ดอกเบี้ยบ้าน 2568 ทุกธนาคาร
- 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 25 – 41 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 1.52 ล้านบาท
– ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 7,256.71 บาท
– ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 1,050-1,722 บาทต่อเดือน
– ค่ากองทุนเริ่มต้น 10,500-17,220 บาท - 2 Bedroom 1 Bathroom พื้นที่ใช้สอย 45.5 – 48 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.99 ล้านบาท
– ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 14,274.72 บาท
– ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 1,911-2,016 บาทต่อเดือน
– ค่ากองทุนเริ่มต้น 19,110-20,160 บาท - 2 Bedroom 2 Bathroom พื้นที่ใช้สอย 53 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 3.69 ล้านบาท
– ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 17,616.62 บาท
– ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 2,226 บาทต่อเดือน
– ค่ากองทุนเริ่มต้น 22,260 บาท - รูปแบบการขาย Fully Fitted
- ค่าจอง 5,000-10,000 บาท
- ค่าทำสัญญา 5,000-10,000 บาท
- ค่ากองทุน 420 บาท/ตร.ม. (จ่ายครั้งเดียว)
- ค่าส่วนกลาง 42 บาท/ตร.ม./เดือน
**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ
Tips : แนะนำการขอสินเชื่อกับธนาคาร
เกณฑ์การพิจารณาการขอสินเชื่อจากธนาคาร ควรมีเงื่อนไขตรงกับข้อไปนี้ค่ะ
- มีรายรับชัดเจน สม่ำเสมอ(ไม่ผันผวน) ต่อเนื่องนานกว่า 6 เดือน และสามารถตรวจสอบได้
- ควรมีภาระหนี้รวมทั้งหมด (ทั้งบ้าน รถยนต์ บัตรเครดิต และอื่นๆ) ไม่เกิน 40% ของรายได้ต่อเดือน
- มีรายได้ต่อเดือนมากกว่าค่าผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน 3 เท่าขึ้นไป
หากต้องการผ่อนบ้านให้หมดไว แนะนำให้โปะเพิ่มประมาณ 10% ของงวดผ่อน จะช่วยลดระยะเวลาผ่อนลงได้ 4 – 7 ปี (ขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ย) และควร Refinance หรือ Retention เพื่อให้ดอกเบี้ยลดลงทุกๆ 3 ปี ทั้งนี้อย่าลืมเผื่อค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและตกแต่ง*ก่อนเข้าอยู่เพิ่มเติมด้วยนะคะ
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
>>โปะบ้านหมดไว คำนวณได้เอง
>>โอนบ้านจบ อย่าใช้เงินหมด! ค่าใช้จ่ายแฝงเพียบ
บทสรุป
ทำเล :
โครงการ ศุภาลัย เซนส์ ศรีนครินทร์ ถือเป็นคอนโดที่ใกล้ห้างใหญ่อย่าง Seacon ศรีนครินทร์ และรถไฟฟ้า MRT สายสีเหลือง โดยตั้งอยู่ในซอยสุภาพงษ์ 3 แยก 8 ที่มาจากซอยศรีนครินทร์ 40 และ 42 ได้ ถือว่าตั้งอยู่ใจกลางย่านศรีนครินทร์เลยนั่นเอง ประกอบกับโดยรอบที่มีความเป็นชุมชนสูง ทำให้มีความอุดมสมบูรณ์หลากหลาย เช่น Paradise Park, Paradise Place, Central บางนา, ตลาดนัดรถไฟ ศรีนครินทร์, วิทยาลัย ดุสิตธานี, โรงเรียนนานาชาติเซนต์แอนดรูวส์, โรงพยาบาลสินแพทย์ ศรีนครินทร์ เป็นต้น รวมถึงสวนหลวง ร.9 และศูนย์กีฬาทางน้ำบึงหนองบอนให้แวะไปออกกำลังกายและพักผ่อนได้ด้วยนะคะ
การเดินทางโดยใช้รถ :
ถือว่าสะดวกเลย เพราะจากที่ตั้งโครงการสามารถเดินทางเข้า-ออกได้ถึง 4 เส้นทางไม่ว่าจะเป็นถนนศรีนครินทร์, อ่อนนุช, อุดมสุขและสุขุมวิทที่อยู่ห่างจากโครงการไม่เกิน 4 กิโลเมตร อีกทั้งมีซอยเล็กซอยน้อยให้ลัดเลาะได้เยอะมากๆ ส่วนพื้นที่จอดรถในโครงการเป็นแบบ Conventional คิดเป็น 40% ไม่นับซ้อนคัน ถือว่าเป็นไปตามมาตรฐานและให้มาพอๆกับเพื่อนบ้านค่ะ
การเดินทางโดยไม่ใช้รถ :
ที่ตั้งโครงการจะอยู่ใกล้รถไฟฟ้า MRT สายสีเหลือง สถานีสวนหลวง ร.9 เพียง 700 เมตร ถ้าใครร่างกายฟิตๆ ชอบเดินอยู่แล้วก็สบายเลยค่ะ แต่ใครที่มีเวลาเดินทางไม่ตรงกับรอบรถและไม่อยากเดินเหนื่อยก็มี Shuttle Service รถรับ-ส่งไปยังรถไฟฟ้ามาอำนวยความสะดวกลูกบ้านด้วยเหมือนกัน
วัสดุ :
รูปแบบการขายแบบ Fully Fitted ที่ได้ชุดเคาน์เตอร์ครัว, เครื่องปรับอากาศจาก SUMSUNG และ Digital Door Lock จาก HAFELE มาให้ เราจึงสามารถออกแบบและซื้อของตกแต่งห้องได้ตามความชอบและไลฟ์สไตล์ของเราได้เลย ทำให้ย้ายเข้าอยู่หรือปล่อยเช่าได้เลยนะคะ
ส่วนวัสดุก็ได้ตามมาตรฐานระดับราคา พื้นห้องเป็นพื้น SPC ลายไม้ ผนังติด Wallpaper และฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสี-ไฟดาวน์ไลท์ ส่วน Top เคาน์เตอร์ครัวเป็น Particle Board พร้อม Built-in ชั้นวางของด้านบน-ล่างพร้อมหน้าบาน, Backsplash กระเบื้อง รวมถึงติดตั้งอ่างล้างจาน, Hob และ Hood จาก HAFELE สำหรับสุขภัณฑ์ในห้องน้ำเลือกใช้จาก HAFELE
การออกแบบ :
ทางโครงการออกแบบเป็นคอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น 3 อาคาร รวม 477 ยูนิต เน้นบรรยากาศภายในโครงการได้ฟีลเหมือนอยู่รีสอร์ต นอกจากนั้นยังเลือกซื้อห้องพักได้ง่าย เพราะพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมดจะอยู่ที่อาคาร A เหมาะกับคนที่ชอบใช้งานส่วนกลางบ่อยๆ ส่วนอาคาร B และ C จะเป็นห้องพักอาศัยทั้งหมดเลย เหมาะกับคนที่ชอบความสงบและเป็นส่วนตัว แต่อาคาร B จะใกล้ทางเข้า-ออกมากกว่า ส่วนอาคาร C จะอยู่ด้านในสุด ไม่ซีเรียสที่มีระยะเดินจากทางเข้า-ออกโครงการหรือไปยังพื้นที่ส่วนกลางมากกว่าอาคารอื่น
ห้องพักอาศัยของโครงการจะเน้นห้องเล็ก อยู่ 1-2 คน อีกทั้งมี Layout หลากหลายและมีจุดเด่นแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นมีมุมนั่งเล่นติดหน้าต่าง, ห้องครัวแบบปิดติดระเบียง, Walk-in Closet ขนาดใหญ่, มีห้องอเนกประสงค์, พื้นที่นั่งเล่นกว้างๆ, ห้องน้ำในห้องนอน รวมถึงมีการรับประกันโครงสร้าง 10 ปีและประกันส่วนควบห้องชุด 3 ปีด้วย
สาธารณูปโภค :
ถึงแม้จะไม่ได้มีฟังก์ชันส่วนกลางที่หลากหลาย แต่ก็ออกแบบมาให้ครบครันอยู่ที่อาคาร A ทั้งหมด มีฟังก์ชันส่วนกลางที่ออกแบบน่าสนใจอย่างสระว่ายน้ำยาวกว่า 36 เมตร, Trail Jogging ที่ใช้บันไดหนีไฟมาให้เดินออกกำลังกายจากชั้น 1 เชื่อมต่อไปยัง Jogging Track ที่ชั้น Rooftop, Mailbox Area แยกอยู่ตรงชั้นพักอาศัยทุกชั้นและ Private Storage ห้องเก็บของส่วนตัวที่อยู่นอกห้องพักอาศัยของห้องใหญ่สุดในอาคารนั้นๆ ซึ่งทาง Supalai จะออกแบบฟังก์ชันนี้ในคอนโดใหม่ๆมากขึ้นด้วย
Judgement
การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้
ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%
เทียบกับช่วงราคาเฉลี่ยแบบทั้งโครงการ AVG 63,000 บาท/ตร.ม., 21 กรกฎาคม 2569
ECONOMY CLASS
| หมวดหมู่ | คะแนน |
หมายเหตุ |
| ทำเล | 8.5/10 | ถึงแม้จะอยู่ในซอย แต่ใกล้ห้างใหญ่และ MRT สถานีสวนหลวง ร.9 |
| เดินทางด้วยรถยนต์ | 7.5/10 | เข้า-ออกได้ 4 เส้นทาง มีเส้นทางลัดเลาะเยอะ |
| เดินทางด้วยรถสาธารณะ | 7.5/10 | ใกล้ MRT สถานีสวนหลวง ร.9 ประมาณ 700 เมตร |
| วัสดุ | 7.5/10 | Fully Fitted วัสดุเป็นไปตามมาตรฐานของระดับราคา |
| การออกแบบ | 8/10 | เน้นห้องเล็กอยู่ 1-2 คน แบบห้องเยอะ แต่ละแบบมีจุดเด่นต่างกัน |
| สาธารณูปโภค | 8.5/10 | ส่วนกลางหลักๆครบ แต่น่าสนใจที่มีสระว่ายน้ำยาวกว่า 36 เมตร, Trail Jogging, Mailbox Area แยกอยู่ทุกชั้น, Private Storage ที่อยู่นอกห้องพัก |
| รวมคะแนน | 8.00 | จาก 10 คะแนน |
Supalai Sense Srinakarin (ศุภาลัย เซนส์ ศรีนครินทร์) ดีไหม?
โครงการ ศุภาลัย เซนส์ ศรีนครินทร์ เหมาะกับคนที่อยากได้คอนโดพร้อมอยู่ ใกล้ห้างใหญ่และรถไฟฟ้าในราคาจับต้องง่าย จึงน่าสนใจมากๆสำหรับคนที่อยากย้ายจากอยู่หอพักหรืออพาร์ทเม้นท์ รวมไปถึงบ้านเดิมบนทำเลนี้มาเป็นคอนโดที่ได้ความปลอดภัยและพื้นที่ส่วนกลางสวยๆให้ใช้งาน นอกจากนั้นยังน่าสนใจในแง่ปล่อยเช่าด้วยเพราะมีกลุ่มนักศึกษาและพนักงานบนทำเลนี้เยอะค่ะ นอกจากนั้นยังเน้นห้องเล็ก อยู่ 1-2 คนได้สบายๆและมีให้เลือกหลาย Layout พร้อมพื้นที่ส่วนกลางให้ใช้งานครบครัน มีงบประมาณเริ่มต้นที่ 1.52-3.69 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนต่อเดือนที่ 7,256.71-17,616.62 บาท
ตัวอย่างโครงการคอนโดศรีนครินทร์
Think of Living รวบรวมมาให้แล้ว!
โครงการเปิดใหม่ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮมและคอนโดมิเนียม ในทำเลทั่วกรุงเทพและปริมณฑล ในทุกๆเดือนย้อนหลัง ใครที่กำลังมองหาบ้านห้ามพลาด อาจจะมีโครงการในราคาและทำเลที่เพื่อนๆ ตามหาอยู่ก็เป็นได้นะ
เข้ามาชมบทความรายเดือนได้เลย คลิกที่นี่

