ทำไมคอนโดใหม่ ใกล้ห้าง ใกล้รถไฟฟ้า ถึงเปิดราคาเริ่มต้นเพียง 1 ล้านกว่าๆ ได้?

ปัจจุบันคอนโดเปิดใหม่ส่วนใหญ่จะมีราคาเริ่มต้นที่ 2-3 ล้านบาท เพราะทั้งราคาที่ดินและต้นทุนการก่อสร้างต่างๆก็ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่มีคอนโดใหม่ ราคาไม่เกิน 2 ล้านบาทเลยนะ เพียงแค่คอนโดเหล่านี้จะมีทำเลที่ตั้งโครงการขยับออกจากตัวเมืองไปเล็กน้อย แต่ยังมีรถไฟฟ้าและสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ตอบโจทย์การอยู่อาศัยไม่ต่างจากการอยู่ในเมืองมากนัก ทาง Developer จึงเซฟต้นทุนในการพัฒนาโครงการไปได้เยอะและทำราคาขายที่ไม่สูงได้นั่นเอง

แต่คอนโดใหม่ไม่เกิน 2 ล้านบาทที่อยู่ทำเลรอบตัวเมืองก็มีให้เลือกหลายโครงการและมีระดับราคาที่ใกล้เคียงกัน ทำให้โครงการที่อยู่ใกล้รถไฟฟ้า ใกล้ห้างใหญ่ หรือเดินทางเข้า-ออกเมืองได้สะดวกก็จะมีความน่าสนใจมากกว่า

อย่างโครงการ “ศุภาลัย เซนส์ ศรีนครินทร์” คอนโดพร้อมอยู่ใหม่สุดในย่าน ราคาเริ่มต้น 1.52 ล้านบาท* มีข้อได้เปรียบของทำเลศรีนครินทร์ที่ราคาที่ดินยังไม่สูงเท่าโซนสุขุมวิทหรือบางนา แต่ยังสามารถเข้าถึงรถไฟฟ้าและสิ่งอำนวยความสะดวกได้ง่าย

โดยตั้งอยู่ทำเลใจกลางย่านศรีนครินทร์ที่ใกล้ Seacon ศรีนครินทร์ 600 เมตร จึงมาเดินเล่นช้อปปิ้งได้ง่าย หรือสั่ง Delivery จากร้านดังในห้างก็ไม่เสียค่าส่ง อีกทั้งสามารถเดินทางเข้า-ออกได้ 4 เส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นถนนศรีนครินทร์, ถนนอ่อนนุช, ถนนอุดมสุขและสุขุมวิท เชื่อมต่อการเดินทางได้สะดวก ใกล้ MRT สายสีเหลือง สถานีสวนหลวง ร.9 เพียง 700 เมตร พร้อม Shuttle Service คอยรับ-ส่ง รวมถึงมีสวนหลวง ร.9 และศูนย์กีฬาทางน้ำบึงหนองบอนอยู่ไม่ไกล จึงแวะไปออกกำลังกายได้ง่ายค่ะ

สำหรับพื้นที่ส่วนกลางก็ออกแบบมาให้ใช้งานครบครันนะคะ มี Highlight อย่างสระว่ายน้ำยาวกว่า 36 เมตร รวมถึง Trail Jogging บันไดให้เดินออกกำลังกายจากชั้น 1 เชื่อมต่อไปยัง Jogging Track ที่ชั้น Rooftop โดยพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมดจะถูกออกแบบอยู่ในอาคาร A ทำให้ใครชอบใช้ส่วนกลางประจำก็เหมาะอยู่อาศัยในอาคาร A ส่วนใครชอบความเป็นส่วนตัวและสงบก็เหมาะกับอาคาร B และ C มากกว่า

รูปแบบห้องพักของโครงการจะมีทั้งหมด 5 แบบ ได้แก่ 1 Bedroom – 2 Bedroom 2 Bathroom พื้นที่ใช้สอย 25 – 53 ตร.ม. ที่มี Layout มากถึง 9 แบบ พร้อมจุดเด่นแตกต่างกัน จึงเลือกซื้อได้ง่าย อย่างมีมุมนั่งเล่นติดหน้าต่าง, ห้องครัวแบบปิดติดระเบียง, Walk-in Closet ขนาดใหญ่, มีห้องอเนกประสงค์, พื้นที่นั่งเล่นกว้างๆ, ห้องน้ำในห้องนอน นอกจากนั้นยังมีรับประกันโครงสร้าง 10 ปีและประกันส่วนควบห้องชุด 3 ปีด้วยค่ะ

ดังนั้นด้วยราคาเริ่มต้นที่ยังจับต้องได้ง่าย ประกอบกับทำเลที่ใกล้ทั้งห้างและรถไฟฟ้า ทำให้โครงการ “ศุภาลัย เซนส์ ศรีนครินทร์” จึงเหมาะกับทั้งคนที่กำลังมองหาคอนโดหลังแรก, คนที่ต้องการย้ายออกจากบ้านเดิมหรือเปลี่ยนจากเช่าอพาร์ทเม้นท์มาซื้อเป็นคอนโดแทน, กลุ่มผู้ปกครอง คุณพ่อ-คุณแม่ของน้องๆวิทยาลัยดุสิตธานีที่ต้องการให้น้องๆเดินทางไปเรียนได้ง่าย, กลุ่มพนักงานที่ทำงานในห้างโซนนี้, กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลต่างๆ และกลุ่มนักลงทุนที่ซื้อเพื่อปล่อยเช่าด้วยค่ะ

เราได้รีวิวเจาะลึก พร้อมเก็บภาพบรรยากาศจริงของโครงการและห้องตัวอย่างมาให้เรียบร้อยแล้ว อ่านต่อด้านล่างได้เลยค่ะ

ข้อมูลโครงการ

รีวิว Supalai Sense Srinakarin (ศุภาลัย เซนส์ ศรีนครินทร์)  ณ วันที่ 21 กรกฎาคม 2569

 ชื่อโครงการ Supalai Sense Srinakarin (ศุภาลัย เซนส์ ศรีนครินทร์)
 ชื่อผู้ประกอบการ บริษัท ศุภาลัย จํากัด (มหาชน)
 SEGMENT CLASS   ECONOMY CLASS (รายละเอียดของ Segment คอนโดปี 2023 )
 โครงการตั้งอยู่ ศรีนครินทร์ 42 ซอยสุภาพงษ์ 3 แยก 8 ถนนศรีนครินทร์ เขตประเวศ กรุงเทพฯ
 ที่ดิน 3-3-76.3 ไร่
 ประเภทคอนโด Low Rise อาคาร A สูง 7 ชั้น, อาคาร B,C สูง 8 ชั้น รวม 3 อาคาร
 จำนวนยูนิต 477 ยูนิต (อาคาร A 57 ยูนิต, อาคาร B 210 ยูนิต, อาคาร C 210 ยูนิต)
 ที่จอดรถ   คิดเป็น 40% ไม่นับซ้อนคัน
 เริ่มก่อสร้าง ปี 2567
 คาดว่าจะแล้วเสร็จ   ปี 2569 สร้างเสร็จพร้อมอยู่แล้ว
 ประเภทห้องพัก
  • 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 25 – 41 ตร.ม.
  • 1 Bedroom แบบ Pool Access พื้นที่ใช้สอย 34.5 – 39 ตร.ม. (Sold Out)
  • 1 Bedroom Plus พื้นที่ใช้สอย 40.5 ตร.ม. (Sold Out)
  • 2 Bedroom 1 Bathroom พื้นที่ใช้สอย 45.5 – 48 ตร.ม.
  • 2 Bedroom 2 Bathroom พื้นที่ใช้สอย 53 ตร.ม.

 ราคาเริ่มต้น  1.52 ล้านบาท*
 ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการ ประมาณ 63,000 บาท/ตร.ม.
 EIA (ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม)  ผ่านแล้ว
 เว็บไซต์โครงการ คลิกที่นี่
 Call Center  1720

ทำเลที่ตั้ง

พิกัด Google Maps : 13.695663376647916, 100.6438858390305
หรือสามารถ : คลิกที่นี่

Highlight

  • ทำเลใจกลางย่านศรีนครินทร์ ใกล้ Seacon ศรีนครินทร์ 600 เมตร จึงมาเดินเล่นช้อปปิ้งได้ง่าย หรือสั่ง Delivery จากร้านดังในห้างก็ไม่เสียค่าส่ง
  • เข้า-ออกได้ 4 เส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นถนนศรีนครินทร์, ถนนอ่อนนุช, ถนนอุดมสุขและสุขุมวิท เชื่อมต่อการเดินทางได้สะดวก
  • ใกล้ MRT สายสีเหลือง สถานีสวนหลวง ร.9 เพียง 700 เมตร อีกทั้งมี Shuttle Service คอยรับ-ส่งจากโครงการด้วย
  • สวนสาธารณะอยู่ไม่ไกล สามารถมาออกกำลังกายได้สบายๆ
  • คอนโดพร้อมอยู่ใหม่สุดในย่าน ส่วนใหญ่จะเป็นคอนโดเก่าหรือสร้างเสร็จมาสักพักแล้ว รวมถึงโดยรอบจะเป็นอพาร์ทเม้นท์หรือหอพักหลายแห่งด้วย

แผนที่จากโครงการ

“ศุภาลัย เซนส์ ศรีนครินทร์” ตั้งอยู่ตรงไหน?

โครงการ ศุภาลัย เซนส์ ศรีนครินทร์ ถือเป็นโครงการที่มีจุดเด่นอย่างทำเลที่ตั้งนี่แหละ เพราะตั้งอยู่ในซอยสุภาพงษ์ 3 แยก 8 ที่มาจากซอยศรีนครินทร์ 40 และ 42 ได้ มีระยะห่างจากถนนศรีนครินทร์ประมาณ 550 เมตรและฝั่งตรงข้ามของทั้ง 2 ซอยนี้ก็คือ Seacon ศรีนครินทร์ ขยับไปอีกนิดก็เป็น Paradise Park, สวนหลวง ร.9 และศูนย์กีฬาทางน้ำบึงหนองบอนให้แวะไปออกกำลังกายและพักผ่อน จึงเรียกว่าเราอยู่อาศัยอยู่บนใจกลางทำเลศรีนครินทร์ก็ไม่ผิดค่ะ

สำหรับการเดินทางจากโครงการก็สามารถเข้า-ออกได้ถึง 4 เส้นทาง คือ ถนนศรีนครินทร์ ประมาณ 510 ม. / ถนนอ่อนนุช ประมาณ 2.5 กม. / ถนนอุดมสุขและสุขุมวิท ประมาณ 3.7 กม. รวมถึงใกล้รถไฟฟ้า MRT สายสีเหลือง สถานีสวนหลวง ร.9 เพียง 700 เมตร อีกทั้งทางโครงการมี Shuttle Service รถรับ-ส่งไปยังรถไฟฟ้านั่นเอง ก็สะดวกสำหรับคนที่มีเวลาเดินทางไม่ตรงกับรอบรถและไม่ต้องเดินเหนื่อยด้วย

อย่างที่เราได้เกริ่นไปแล้วนะคะว่าตัวโครงการจะตั้งอยู่ใกล้ Seacon ศรีนครินทร์ ที่ถือเป็น Node สำคัญของย่านนี้ ซึ่ง Seacon ศรีนครินทร์ จะมีทั้ง Lotus’s และ MyScape ศรีนครินทร์ที่อยู่ในระหว่างก่อสร้าง ประมาณ 50% แล้ว โดยจะมีพื้นที่กว่า 100,000 ตารางเมตร ออกแบบเป็น Retail and Lifestyle Ecosystem แห่งใหม่ คาดเปิดเดือนธันวาคม 2569 จึงช่วยเพิ่มศักยภาพทำเลศรีนครินทร์ให้น่าอยู่อาศัยมากขึ้น

นอกจากนั้นยังมีห้างหรือตลาดต่างๆไม่ว่าจะเป็น Paradise Park, Paradise Place, Central บางนา, ตลาดนัดรถไฟ ศรีนครินทร์, ตลาดเสรี มาร์เก็ต, ตลาดศรีนครินทร์มาร์เก็ต สถานศึกษาหลากหลาย เช่น วิทยาลัย ดุสิตธานี, โรงเรียนนานาชาติแองโกลสิงคโปร์, โรงเรียนนานาชาติเซนต์แอนดรูวส์, Wells International School เป็นต้น รวมถึงมีโรงพยาบาลหลายแห่งอย่างโรงพยาบาลสินแพทย์ ศรีนครินทร์และโรงพยาบาลไทยนครินทร์ด้วย

คอนโดศรีนครินทร์ ราคาเท่าไหร่?

จากที่เราลองสำรวจคอนโดในย่านนี้จะมีราคาเริ่มต้นอยู่ในช่วง 1 ล้านกลางๆ ไม่เกิน 2 ล้านบาท อย่างโครงการ ศุภาลัย เซนส์ ศรีนครินทร์ ก็เริ่มต้น 1.52 ล้านบาท* ถือว่ามีราคาพอๆกับเพื่อนบ้าน แต่คอนโดส่วนใหญ่ในย่านนี้จะเป็นคอนโดเก่าหรือสร้างเสร็จมาสักพักแล้ว ทำให้โครงการนี้จะเป็นคอนโดพร้อมอยู่ที่ใหม่สุดในย่านนั่นเอง อีกทั้งประกอบกับความใกล้ห้างใหญ่ ใช้รถไฟฟ้าได้ง่าย สวนสาธารณะอยู่ไม่ไกล แถมราคาจับต้องง่าย

ทำให้เรามองว่าโครงการนี้เหมาะกับคนที่ทองหาคอนโดหลังแรก, คนที่อยู่อาศัยในย่านนี้แล้วต้องการย้ายออกจากบ้านเดิม หรือเปลี่ยนจากเช่าอพาร์ทเม้นท์มาซื้อเป็นคอนโดแทน อีกทั้งยังน่าสนใจสำหรับกลุ่มผู้ปกครอง คุณพ่อ-คุณแม่ของน้องๆวิทยาลัยดุสิตธานีที่ต้องการให้น้องๆเดินทางไปเรียนได้ง่าย, กลุ่มพนักงานที่ทำงานในห้างโซนนี้, กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลต่างๆ และกลุ่มนักลงทุนที่ซื้อเพื่อปล่อยเช่าด้วยนะ เพราะอพาร์ทเม้นท์ในซอยนี้จะมีค่าเช่าเริ่มประมาณ 6,500 บาท ส่วนโครงการ ศุภาลัย เซนส์ ศรีนครินทร์ ก็จะคิดค่าเช่าเริ่มต้นประมาณ 8,500 บาท แค่จ่ายเพิ่มอีกนิดก็ได้อยู่อาศัยในโครงการที่ปลอดภัยมากขึ้น พร้อมพื้นที่ส่วนกลางใหม่ๆสวยๆให้ใช้งานด้วยนั่นเอง

สภาพแวดล้อมรอบโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้

สภาพแวดล้อมโดยรอบโครงการ ศุภาลัย เซนส์ ศรีนครินทร์ จะมีความเป็นชุมชนสูง เพราะล้อมรอบด้วยหมู่บ้านแนวราบ, อพาร์ทเม้นท์, หอพักและคอนโดมิเนียมหลายแห่ง ทำให้บรรยากาศโดยรอบค่อนข้างเงียบสงบ แต่ก็มีคนหรือรถผ่านไป-มาบ้าง

สำหรับห้องพักอาศัยในอาคาร A ตรงด้านหน้าโครงการจะถูกออกแบบให้หันเข้าด้านในโครงการทั้งหมด และห้องพักในอาคาร B ที่หันมาทางทิศเหนือและตะวันตกจะได้วิวเปิดโล่ง เพราะปัจจุบันจะเป็นที่ดินเปล่าและบ้านแนวราบ แต่สำหรับฝั่งทิศตะวันออกของโครงการจะอยู่ติดกับคอนโดสูง 8 ชั้น ทำให้ห้องพักอาศัยในอาคาร C ส่วนนึงจะถูกบังวิวไปนั่นเอง

  • ทิศเหนือ ติดกับ ที่ดินเปล่า, บ้านแนวราบ
  • ทิศตะวันออก ติดกับ คอนโด 8 ชั้น
  • ทิศใต้ ติดกับ ซอยสุภาพงษ์ 3 แยก 8, หมู่บ้านทาวน์โฮม 4 ชั้น
  • ทิศตะวันตก ติดกับ ที่ดินเปล่า

ภาพบรรยากาศบริเวณด้านหน้าโครงการ ศุภาลัย เซนส์ ศรีนครินทร์ โดยถนนของซอยสุภาพงษ์ 3 แยก 8 จะมีขนาดใหญ่ ขับรถสวนกันได้ ส่วนโดยรอบก็จะเป็นหมู่บ้าน อพาร์ทเม้นท์และหอพักค่ะ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

ห้างสรรพสินค้า / ตลาด

  • ซีคอน สแควร์ ศรีนครินทร์ ~ 600 ม.
  • แมคโคร ศรีนครินทร์ 2 ~ 1.3 กม.
  • ศรีนครินทร์มาร์เก็ต ~ 1.1 กม.
  • พาราไดซ์ เพลส , พาราไดซ์ พาร์ค ~ 1.4 กม.
  • ตลาดเสรี มาร์เก็ต ~ 1.4 กม.
  • ตลาดนัดรถไฟ ศรีนครินทร์ ~ 1.8 กม.
  • Udomsuk Walk ~ 3.4 กม.
  • เซ็นทรัล บางนา ~ 4.3 กม.
  • ธัญญา พาร์ค ~ 4.6 กม.
  • SB Design Square ~ 4.6 กม.
  • Chic Republic ~ 4.6 กม.
  • Index Living Mall ~ 4.8 กม.
  • One Udomsuk ~ 5.1 กม.

โรงพยาบาล

  • โรงพยาบาลสินแพทย์ ศรีนครินทร์ ~ 2.6 กม.
  • โรงพยาบาลไทยนครินทร์ ~ 4.6 กม.
  • โรงพยาบาลบางนา 1 ~ 4.6 กม.
  • โรงพยาบาลผู้สูงอายุกล้วยน้ำไท 2 ~ 5.6 กม.
  • โรงพยาบาลศิครินทร์ ~ 7.7 กม.

สถานศึกษา

  • วิทยาลัย ดุสิตธานี ~ 1.0 กม.
  • โรงเรียนนานาชาติคิดส์อะคาเดมี ~ 1.9 กม.
  • Wells International School บางนา ~ 3.5 กม.
  • โรงเรียนนานาชาติแองโกลสิงคโปร์ ~ 5.2 กม.
  • โรงเรียนนานาชาติเบิร์คลีย์ ~ 5.5 กม.
  • โรงเรียนบางกอกพัฒนา ~ 6.4 กม.

อื่นๆ

  • สวนหลวง ร.9 ~ 2.8 กม.
  • ศูนย์กีฬาทางน้ำบึงหนองบอน ~ 4.5 กม.

รายละเอียดโครงการ

Highlight

  • พื้นที่ส่วนกลางทั้งหมดอยู่ในอาคาร A เพียงอาคารเดียว ทำให้ลูกบ้านที่ใช้ส่วนกลางเป็นประจำก็เหมาะอยู่อาศัยในอาคาร A ส่วนใครชอบความเป็นส่วนตัวและสงบก็เหมาะกับอาคาร B และ C มากกว่า
  • สระว่ายน้ำยาวกว่า 36 เมตร ถือว่ามีความยาวมากกว่าสระ Half Olympics อีก จึงสามารถมาว่ายน้ำได้จริงจังค่ะ
  • Trail Jogging โดยใช้ประโยชน์จากบันไดหนีไฟมาทำเป็นบันไดให้เดินออกกำลังกายจากชั้น 1 เชื่อมต่อไปยัง Jogging Track ที่ชั้น Rooftop ของอาคาร A ได้
  • Mailbox Area แยกอยู่ตรงชั้นพักอาศัยทุกชั้น ลูกบ้านไม่ต้องเดินลงมาหยิบจดหมายต่างๆเอง
  • Private Storage ห้องเก็บของส่วนตัวที่อยู่นอกห้องพักอาศัย เฉพาะลูกบ้านที่ซื้อห้องใหญ่สุดในชั้นนั้นๆ จึงได้เพิ่มพื้นที่เก็บของเพิ่มขึ้นโดยไม่รบกวนพื้นที่พักผ่อนภายในห้อง

โครงการ ศุภาลัย เซนส์ ศรีนครินทร์ ออกแบบเป็นคอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น 3 อาคาร บนที่ดินขนาด 3-3-76.3 ไร่ รวม 477 ยูนิต แบ่งเป็นอาคาร A สูง 7 ชั้น (57 ยูนิต), อาคาร B,C สูง 8 ชั้น (อาคารละ 210 ยูนิต) โดยมี Concept การออกแบบโครงการเป็น Staycation ด้วยการผสมผสานระหว่าง Stay (ที่พักอาศัย) กับ Vacation (การไปพักผ่อนนอกบ้าน) ทำให้บรรยากาศภายในโครงการได้ฟีลเหมือนรีสอร์ตนั่นเอง

โดยออกแบบให้ทั้ง 3 อาคารโอบล้อมพื้นที่ตรงกลางไว้ ทำให้ห้องพักส่วนนึงที่หันหน้าเข้ามาด้านในจะได้การันตีวิวสระว่ายน้ำสวยๆที่ออกแบบยื่นมาจากอาคาร A นั่นเอง

สำหรับการเลือกใช้สีของอาคารก็จะเป็น Earth Tone ส่วนพื้นที่ภายในโครงการก็จะเน้นความโปร่งสบาย อย่างการเลือกใช้ในโทนสีที่อบอุ่นและสว่างทั้งสีส้มและขาวในพื้นที่ส่วนกลาง พร้อมจัดวางต้นไม้เพิ่มความสบายตาและสร้างความรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติ

ทางโครงการก็มี Concept ในการออกแบบพื้นที่สวนสีเขียวเป็น Natural Cascadeโดยใช้เส้นสาย ความโค้งมนและ Element ต่างๆที่ให้ความรู้สึกโอบล้อม พร้อมโทนสีเทาและขาว พร้อมสีส้ม เพื่อสร้างสีสันและลูกเล่น ไม่ดูเรียบจนเกินไป

งั้นเรามาดูรายละเอียดของโครงการ พร้อมภาพบรรยากาศจริงที่เราเก็บมาฝากกันต่อได้เลยค่ะ

 

Master Plan

เรามาเริ่มกันที่ Master Plan ของโครงการ ศุภาลัย เซนส์ ศรีนครินทร์ กันเลยนะคะ โดยทางโครงการออกแบบบริเวณชั้น 1 เป็นพื้นที่จอดรถทั้งหมดพร้อม EV Charger รวมถึงมีพื้นที่สวนสีเขียวโดยรอบและ Seating Area พื้นที่นั่งเล่นในสวน

สำหรับพื้นที่ส่วนกลางของโครงการนี้จะอยู่ที่อาคาร A เท่านั้น ทำให้ชั้น 1 ของอาคาร A จะมี Lobby Lounge / ห้องน้ำส่วนกลาง / Trail Jogging เดินขึ้นไปยังชั้น Rooftop ห้องพักของอาคารนี้จึงเหมาะกับคนที่ชอบใช้ส่วนกลางบ่อยๆ เพราะแค่ขึ้น-ลงลิฟต์ก็เดินมาใช้งานพื้นที่ส่วนกลางได้เลย อีกทั้งยังอยู่ใกล้ทางเข้า-ออกโครงการด้วยนะ

ส่วนอาคาร B และ C จะมีเพียงห้องพักอาศัยเท่านั้น แต่อาคาร B จะเข้า-ออกโครงการได้ง่าย ส่วนอาคาร C จะอยู่ด้านในสุดน่าจะถูกใจคนที่ชอบความเงียบสงบและความเป็นส่วนตัว ทำให้ชั้น 1 ของทั้ง 2 อาคารนี้จะมีเพียง Lift Lobby เพื่อยืนรอลิฟต์ พร้อมติดตั้งระบบ Face Scan ในการเข้า-ออกและขึ้น-ลงอาคาร

Image 1/4
ทางเข้า-ออกโครงการ

ทางเข้า-ออกโครงการ

ซุ้มประตูโครงการ มีป้ายชื่อขนาดใหญ่อยู่ด้านบน ส่วนประตูทางเข้า-ออกโครงการจะเป็นรั้วกั้นไม้กระดก เมื่อเข้าโครงการมาจะต้องตรงเข้าไปด้านในและวนรอบอาคารเพื่อออกจากโครงการค่ะ บริเวณด้านข้างซุ้มประตูนี้จะมีป้อม รปภ. มีระบบการเข้า-ออกแบบสแกนป้ายทะเบียนรถยนต์ พร้อมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง, ระบบ CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ 87 จุด รวมถึงรั้วทึบรอบโครงการสูง 2.50 เมตร

ทางโครงการออกแบบ อาคาร A ที่มีพื้นที่ส่วนกลางของโครงการอยู่ติดกับซุ้มประตูทางเข้า-ออกโครงการเลย จึงทำหน้าที่เหมือนเป็นมุมต้อนรับที่สวยงามนั่นเอง

Image 1/3
Lobby Lounge

Lobby Lounge

สำหรับอาคาร A จะเป็นเพียงอาคารเดียวที่มีพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมด ทำให้ทางโครงการจึงออกแบบ Lobby Lounge อยู่ตรงชั้น 1 ใกล้ๆกับทางเข้า-ออกโครงการ เพื่อใช้รองรับแขก

โดยภายในห้องจะออกแบบเป็นพื้นที่ฝ้าเพดานสูงแบบ Double Volume ประกอบกับกระจกขนาดใหญ่โดยรอบ จึงสร้างบรรยากาศโปร่งสบาย อีกทั้งยังมีต้นไม้สีเขียวขนาดใหญ่ได้ความใกล้ชิดธรรมชาติดี รวมถึงมีพื้นที่นั่งพักหลากหลายรูปแบบทั้งโซฟาแนวยาวและโต๊ะเก้าอี้ ส่วนด้านข้างของ Lobby Lounge จะเป็น Lift Lobby ของอาคาร A ค่ะ

Image 1/2
Lift Lobby อาคาร A

Lift Lobby อาคาร A

Lift Lobby ของอาคาร A จะเป็นพื้นที่ยืนคอยลิฟต์ โดยจะมีลิฟต์โดยสาร 2 ตัว/อาคาร แต่สำหรับอาคาร A ที่มีจำนวนยูนิตเพียง 57 ห้อง ทำให้อัตราส่วนลิฟต์ตึก A อยู่ที่ 29 : 1 ซึ่งถือว่าน้อยมากๆ จึงไม่ต้องรอลิฟต์นานด้วย ส่วนระบบในการขึ้น-ลงอาคารจะเป็น Face Scan ช่วยเพิ่มความปลอดภัยภายในอาคารได้ดีเลยค่ะ

Image 1/4
Delivery Drop Off / Drop Store

Delivery Drop Off / Drop Store

ทางโครงการยังออกแบบ Delivery Drop Off / Drop Store บริเวณ Lift Lobby ของทุกอาคารด้วยนะ ซึ่งถือเป็นฟังก์ชันที่เราเห็นในคอนโดใหม่แทบทุกโครงการเลย เพราะเดี๋ยวนี้เราก็สั่งอาหารต่างๆผ่าน Application กันมากขึ้น รวมถึงโครงการนี้ที่อยู่ใกล้ Seacon ศรีนครินทร์ เราจึงสั่งอาหารจากร้านต่างๆในห้างนี้ได้แบบไม่ต้องเสียค่าส่งด้วยนะ ยิ่งทำให้เราใช้ชีวิตและอยู่อาศัยในโครงการได้สะดวกมากๆ

ส่วนตัวเราชอบการออกแบบ Delivery Drop Off / Drop Store นี้มากๆ เพราะออกแบบเป็นตู้รับอาหารที่มีหน้าบานปิดเรียบร้อย ลูกบ้านแค่ลงลิฟต์มาและเปิดตู้นี้ ก็หยิบของที่สั่งได้แบบไม่ต้องเดินออกไปนอกอาคารเลย เพราะผนังด้านในตู้อีกฝั่งจะถูกเจาะและติดตั้งเป็นกระจกบานเลื่อนให้พี่ๆไรเดอร์วางอาหารไว้ในตู้นี้ได้แบบไม่ต้องเสียเวลาเดินเข้ามาวางของภายในอาคารเลยนั่นเอง อีกทั้งยังช่วยป้องกันบุคคลภายนอกและมีความปลอดภัยในการอยู่อาศัยมากขึ้นค่ะ

Image 1/4
Lift Lobby อาคาร B และ C

Lift Lobby อาคาร B และ C

อาคาร B และ C จะเป็นอาคารที่มีเพียงห้องพักอาศัยเท่านั้น ไม่มีพื้นที่ส่วนกลางเลย จึงทำให้บริเวณชั้น 1 มีเพียง Lift Lobby และ Delivery Drop Off / Drop Store

โดยก่อนจะเข้าไปยัง Lift Lobby ของอาคาร B และ C จะมีติดตั้งระบบ Face Scan อยู่ด้านข้างประตูเข้า-ออกอาคาร เมื่อเดินเข้ามาภายในอาคารจะออกแบบเป็นพื้นที่ยืนคอยลิฟต์ที่มีลิฟต์โดยสาร 2 ตัว/อาคาร อัตราส่วนลิฟต์แต่ละอาคารอยู่ที่ 105 : 1 รวมถึงมีออกแบบ Delivery Drop Off / Drop Store สำหรับวางของ Delivery เหมือนอาคาร A ด้วยนะคะ

Image 1/2
พื้นที่จอดรถ

พื้นที่จอดรถ

พื้นที่จอดรถ ของโครงการนี้จะคิดเป็น 40% แบบไม่นับซ้อนคัน โดยออกแบบเป็น Conventional Parking ที่มีทั้งพื้นที่จอดรถใต้อาคารและพื้นที่จอดรถกลางแจ้งให้เลือกจอดได้ นอกจากนั้นยังมี EV Charger รวม 2 จุด อยู่บริเวณอาคาร B และ C เพื่อรองรับกับเทรนด์สมัยใหม่ที่คนหันมาใช้งานรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นค่ะ

ทางโครงการมีออกแบบ ห้องน้ำส่วนกลางอยู่ที่ชั้น 1 ใกล้ๆกับ Lobby Lounge ด้วยนะ โดยจะออกแบบมีทั้งหมดเป็น 2 ห้อง แบ่งเป็นห้องน้ำที่ชาย-หญิงใช้งานร่วมกันและห้องน้ำแบบ Universal Design ที่ออกแบบเป็นประตูบานเลื่อน ส่วนภายในห้องก็มีขนาดใหญ่ รองรับการใช้งานวีลแชร์พร้อมติดตั้งอุปกรณ์ราวจับต่างๆ

สำหรับที่ตั้งของโครงการที่อยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สายสีเหลือง สถานีสวนหลวง ร.9 ประมาณ 700 เมตร ทางโครงการจึงมี Shuttle Service รับ-ส่งจากโครงการไปยัง MRT สถานีสวนหลวง ร.9 ด้วย อีกทั้งยังผ่าน Seacon ศรีนครินทร์และ Paradise Park ศรีนครินทร์ เราจึงนั่งรถนี้ไปเดินเล่นที่ห้างได้เลยค่ะ

Image 1/2
Seating Area บริเวณอาคาร C

Seating Area บริเวณอาคาร C

ทางโครงการยังออกแบบ Seating Area เป็นพื้นที่นั่งเล่นในสวนบริเวณอาคาร C มาให้ 2 จุดให้ลูกบ้านมานั่งพักผ่อนกันได้

Image 1/5
Trail Jogging

Trail Jogging

นอกจากนั้นยังมี Trail Jogging ที่จริงๆแล้วก็คือบันไดหนีไฟของอาคารนี่แหละ แต่เอามาทำเป็น Trail Jogging บันไดสีส้มตามภาพเลย เพื่อให้ลูกบ้านมาใช้ออกกำลังกายกันได้ โดยจะเริ่มจากชั้น 1 ใกล้ๆกับ Lobby Lounge ของอาคาร A เดินขึ้นไปเชื่อมต่อกับ Jogging Track ที่ชั้น Rooftop ได้นั่นเอง โดยการเดินขึ้นจากชั้น 1 ไปยัง Rooftop จะสามารถเผาผลาญได้ประมาณ 35 Kcal ค่ะ

 

ชั้น 2

พอขึ้นมา ชั้น 2 จะเป็นชั้นเริ่มต้นของห้องพักอาศัยนะคะ แต่สำหรับอาคาร A ที่รวมพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมดของโครงการ ก็จะมีพื้นที่ส่วนกลางในชั้นนี้ด้วย ได้แก่ Co-Working Space / Fitness / Swimming Pool

ลูกบ้านในชั้นนี้ของอาคาร A จึงเดินมาใช้งานพื้นที่ส่วนกลางได้สะดวกมาก แค่เปิดประตูห้องก็เดินมาใช้งานพื้นที่ส่วนกลางได้เลย นอกจากนั้นห้องพักในชั้นนี้ของอาคาร A ยังเป็นห้องแบบ Pool Access ที่เดินลงสระว่ายน้ำจากระเบียงห้องพักได้เลย แต่ปัจจุบันห้องพักนี้ได้ Sold Out เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ถึงแม้ทางโครงการจะไม่ได้ออกแบบกั้นประตูแบ่งโซนพื้นที่ส่วนกลางและโซนห้องพักอาศัยออกจากกันชัดเจน แต่ตำแหน่งของห้องพักที่มีระยะห่างจากโซนพื้นที่ส่วนกลางพอสมควร จึงทำให้ได้ความรู้สึกแบ่งแยกโซนดีค่ะ

เมื่อขึ้นมายังชั้น 2 ของอาคาร A จะเจอกับ Co-Working Space ที่อยู่ด้านข้างโถงลิฟต์เลยค่ะ

Image 1/6
Co-Working Space

Co-Working Space

Co-Working Space เป็นพื้นที่ให้ลูกบ้านมานั่งทำงานหรือนั่งเล่นพักผ่อนได้ โดยออกแบบเป็นโซฟายาวและโต๊ะขนาดใหญ่ พร้อมเก้าอี้ อีกทั้งเตรียมปลั๊กไฟไว้ให้เรียบร้อยด้วย

นอกจากนั้นผนังห้องทั้ง 2 ฝั่งจะเป็นหน้าต่างกระจกขนาดใหญ่จึงเปิดรับแสงธรรมชาติและวิวได้กว้างดี รวมถึงมองเห็นยอดต้นไม้ตรง Lobby Lounge ด้านล่างที่สูงขึ้นมายังชั้น 2 จึงสร้างบรรยากาศผ่อนคลายได้ดี

ถัดจากโถงลิฟต์ชั้น 2 จะเป็น ทางเดินเชื่อมไปยังโซนสระว่ายน้ำ Fitness และโซนห้องพักอาศัยในชั้นนี้ ค่ะ เราขอไปดู Fitness กันก่อนนะคะ

Image 1/3
Fitness

Fitness

Fitness ของโครงการจะมีทั้งโซน Weight Training และ Cardio ให้มาออกกำลังกายกันได้ ซึ่งตอนที่เราไปเก็บภาพบรรยากาศก็มีลูกบ้านมาใช้งานประมาณนึงเหมือนกันนะ รวมถึงภายในห้องนี้ยังมีบอลเล่นโยคะและที่นั่งพักหลังออกกำลังกายด้วยค่ะ

ส่วนผนังโดยรอบจะเป็นกระจก เพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติและวิวด้านนอก โดยเฉพาะโซน Cardio ที่มองออกไปได้วิวด้านหน้าโครงการและต้นไม้ใหญ่จาก Lobby Lounge ช่วยให้ออกกำลังกายได้เพลินๆดี

Image 1/7
Swimming Pool

Swimming Pool

ทางโครงการออกแบบ Swimming Pool เป็นสระว่ายน้ำระบบเกลือ ขนาด 36.40×5.75 เมตร ลึก 1.10 เมตร ถือว่ายาวว่าสระ Half Olympics อีกนะ จึงสามารถมาว่ายน้ำได้จริงจังเลย โดยอีกฝั่งของสระจะเป็น Jacuzzi ให้มาแช่น้ำผ่อนคลายได้และ Pool Bed สำหรับนั่งพักผ่อน

นอกจากนั้นยังออกแบบแบ่งเป็น Kid’s Pool ขนาด 2.10×5.50 เมตร ความลึก 0.60 เมตร ให้เด็กๆมาเล่นสนุกกันได้ ส่วนด้านข้างจะเป็น Sunken Seat ที่ล้อมรอบด้วยต้นไม้สีเขียว ทำให้นอกจากจะมานั่งเล่นแล้ว ก็ทำให้ผู้ปกครองมานั่งดูแลเด็กๆแบบใกล้ชิด รวมถึงมีออกแบบพื้นที่อาบน้ำล้างตัวมาให้ 1 จุดด้วยค่ะ

Image 1/3
Pool Terrace

Pool Terrace

บริเวณด้านข้างสระว่ายน้ำจะเป็น Pool Terrace พื้นที่นั่งพักผ่อนริมสระว่ายน้ำ ทำให้เรามานั่งเล่น รับลมเย็นๆที่พัดจากสระว่ายน้ำได้นะคะ

Image 1/5
ห้องน้ำชาย-หญิง และ Universal

ห้องน้ำชาย-หญิง และ Universal

สำหรับ ห้องน้ำส่วนกลาง นอกจากจะอยู่ที่ชั้น 1 แล้วจะมีอยู่อีกจุดก็คือบริเวณข้างสระว่ายน้ำนี้นั่นเอง เพื่อรองรับลูกบ้านที่มาใช้งานพื้นที่ส่วนกลางในชั้นนี้ค่ะ

ทางโครงการออกแบบห้องน้ำแบ่งฝั่งชาย-หญิง ภายในห้องน้ำหญิงจะมีห้องน้ำ 2 ห้องและห้องอาบน้ำ 1 ห้อง รวมถึงมีตู้ Locker ให้เก็บของต่างๆเวลามาว่ายน้ำด้วย นอกจากนั้นยังออกแบบห้องน้ำ Universal Design เพื่อรองรับคนทุกวัย ซึ่งจะมีพื้นที่ขนาดใหญ่ สามารถเข็นวีลแชร์เข้า-ออกได้และเลือกใช้ประตูบานเลื่อนที่เปิด-ปิดได้ง่าย พร้อมราวจับคอยพยุงเวลาลุก-นั่ง

 

ชั้น 3

สำหรับ ชั้น 3 ของอาคาร B และ C ก็จะออกแบบเป็นห้องพักอาศัยทั้งชั้นเลย ส่วนชั้น 3 ของอาคาร A จะมีทั้งห้องพักอาศัยและโซนพื้นที่ส่วนกลางอย่าง Pocket Garden ด้วย ซึ่งดีที่ออกแบบประตูเปิดไปยัง Pocket Garden อยู่ใกล้ๆกับโซนลิฟต์ ทำให้โซนห้องพักในชั้นนี้ก็ยังคงได้ความสงบและเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัย ไม่มีลูกบ้านคนอื่นๆเดินผ่านหน้าห้องค่ะ

จากโถงลิฟต์ชั้น 3 ของอาคาร A เดินตรงมานิดหน่อยก็จะเจอกับประตูเปิดไปยัง Pocket Garden

Pocket Garden เป็นพื้นที่สวนสีเขียวให้ทุกคนมาเดินเล่น พักผ่อนกันได้ โดยจะตั้งอยู่ด้านบนของซุ้มประตูทางเข้า-ออกโครงการนั่นเอง

Image 1/7
Pocket Garden

Pocket Garden

 

ทางโครงการได้ปลูกต้นไม้เล็ก-ใหญ่ล้อมรอบ Pocket Garden สร้างบรรยากาศร่มรื่นและผ่อนคลายได้ดี อีกทั้งมีสนามหญ้ากว้างให้เรามานั่งปิกนิกได้เหมือนกันนะ รวมถึงออกแบบมุมนั่งพักผ่อนหลากหลายรูปแบบให้ใช้งานได้ตามต้องการไม่ว่าจะก่อเป็นที่นั่งยาวๆหรือที่นั่งแบบบาร์

นอกจากนั้นเรายังชอบที่ปลูกต้นไม้ใหญ่ใกล้ๆโซนที่นั่งใน Pocket Garden เพราะเมื่อต้นไม้เหล่านี้โตเต็มที่ก็จะเป็นร่มเงาให้ลูกบ้านสามารถนั่งเล่นได้นานขึ้น

 

ชั้น Rooftop

ทางโครงการได้ออกแบบพื้นที่ส่วนกลางอยู่ที่ ชั้น Rooftop ของอาคาร A ด้วยนะคะ โดยจะเป็นพื้นที่สวนสีเขียวอีกจุดให้ลูกบ้านมาใช้งานกันได้

เมื่อออกจากลิฟต์มายังชั้น Rooftop ก็จะเปิดประตูออกไปยัง Roof Garden ได้เลยค่ะ

ทางโครงการได้ออกแบบ Roof Garden เป็นพื้นที่สวนสีเขียวอีกจุดของโครงการ รวมถึงเราจะเห็น Trail Jogging บันไดสีส้มที่ให้เดินจากชั้น 1 เชื่อมขึ้นมายัง Jogging Track ที่ชั้น Rooftop นี้ตามที่เราได้พูดถึงไปก่อนหน้านี้นะคะ

Image 1/7
Roof Garden

Roof Garden

Roof Garden ออกแบบเป็นพื้นที่สวนสีเขียวพร้อมต้นไม้และดอกไม้นานาพันธุ์ พร้อม Jogging Track ให้มาวิ่งออกกำลังกายกันได้ นอกจากนั้นยังก่อเป็นที่นั่งแบบยาว, พื้นที่นั่งแบบ Amphitheatre, Pavilion ศาลานั่งพักผ่อนท่ามกลางสวนสีเขียวและสนามหญ้ากว้างๆ ให้เรามาปิกนิก เล่นโยคะหรือนอนดูดาวกันได้ค่ะ

 

แปลนชั้นพักอาศัย

โครงการ ศุภาลัย เซนส์ ศรีนครินทร์ ออกแบบเป็นคอนโด Low Rise รวม 3 อาคาร จำนวนยูนิต 477 ยูนิต แบ่งเป็นอาคาร A สูง 7 ชั้น (57 ยูนิต), อาคาร B,C สูง 8 ชั้น (อาคารละ 210 ยูนิต) โดยอาคาร A มีจำนวนยูนิตต่อชั้นสูงสุดอยู่ที่ 10 ยูนิต ส่วนอาคาร B และ C มีจำนวน 31 ยูนิตต่อชั้น

โดยห้องพักอาศัยของทุกอาคารจะเริ่มที่ชั้น 2 เป็นต้นไปและ Typical Floor Plan จะเป็นชั้น 4-7 มีระบบในการเข้า-ออกและขึ้นลงอาคารแบบ Face Scan สำหรับสิ่งที่น่าสนใจในการออกแบบแปลนชั้นพักอาศัยของโครงการนี้ก็คือ

  • โถงทางเดินแบบ Single load Corridor ในอาคาร A จึงไม่มีห้องอื่นอยู่ฝั่งตรงข้าม ได้ความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัยมากขึ้น
  • Mailbox Area บริเวณด้านข้างโถงลิฟต์ของชั้นพักอาศัยทุกชั้นทุกอาคาร ลูกบ้านจึงไม่ต้องเดินไปหยิบจดหมายต่างๆจากชั้นล่างเลย
  • Private Storage ในแต่ละชั้น ทางโครงการจะขายพ่วงกับห้องใหญ่สุดของอาคารนั้นๆ จึงเก็บพวกของชิ้นใหญ่ๆอย่างจักรยานพับหรือกระเป๋าเดินทางได้เลย

Image 1/2
โถงทางเดินอาคาร A : Single load Corridor

โถงทางเดินอาคาร A : Single load Corridor

ภาพบรรยากาศของ โถงทางเดินของอาคาร A จะเป็นแบบ Single load Corridor เราจึงไม่ต้องเปิดประตูห้องมาเจอเพื่อนบ้านฝั่งตรงข้าม ทำให้อีกฝั่งของโถงทางเดินจะเป็นช่องหน้าต่างเปิดรับแสงธรรมชาติเข้ามาช่วยให้โถงทางเดินดูสว่าง

ส่วน โถงทางเดินของอาคาร B และ C จะเป็น Double load Corridor ที่มีห้องพักอยู่ทั้ง 2 ฝั่งของโถงทางเดิน แต่ดีที่ทางโครงการออกแบบตำแหน่งประตูห้องไม่ได้เปิดชนกัน จึงช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวค่ะ

Image 1/3
MailBox ของอาคาร A

MailBox ของอาคาร A

ภาพบรรยากาศของ Mailbox Area ที่ทางโครงการออกแบบตู้จดหมายนี้ไว้ที่ชั้นพักอาศัยทุกชั้นเลย ทำให้ลูกบ้านไม่ต้องเดินไปหยิบจดหมายต่างๆที่ชั้น 1 เหมือนโครงการอื่นๆ แต่หากเป็นพัสดุชิ้นใหญ่ก็จะมีกระดาษโน้ตแปะไว้ให้เราไปรับของที่ชั้นล่างนะคะ

สำหรับอาคาร A ที่มีจำนวนยูนิตต่อชั้นสูงสุดเพียง 10 ยูนิต จึงมีจำนวนตู้จดหมายน้อยกว่าอาคาร B และ C ที่มีจำนวนยูนิตต่อชั้นอยู่ที่ 31 ยูนิตนั่นเอง

Image 1/3
Private Storage

Private Storage

ภาพบรรยากาศของ Private Storage ห้องเก็บของส่วนตัวที่อยู่นอกห้องพักอาศัย ทำให้ลูกบ้านได้เพิ่มพื้นที่เก็บของเพิ่มขึ้นโดยไม่รบกวนพื้นที่พักผ่อนภายในห้อง

โดยขายพ่วงมากับห้องพักขนาดใหญ่สุดของอาคารนั้นๆ รวมถึงนำพื้นที่ของห้องเก็บของนี้ไปคิดค่าส่วนกลางด้วยค่ะ อย่างอาคาร A จะมีเพียงชั้นละ 1 ห้องในชั้น 4-7 ขนาดห้อง 5.50 ตร.ม. ส่วนอาคาร B และ C จะมีชั้นละ 2 ห้องในชั้น 3-8 ขนาด 4.00 ตร.ม. ซึ่งทาง Supalai เริ่มนำ Private Storage มาทำเป็นฟังก์ชันที่มีในคอนโดใหม่ๆมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ชาวคอนโดที่มักเจอปัญหาพื้นที่เก็บของไม่พอค่ะ

บริเวณด้านหน้า Private Storage จะมีป้ายเลขที่ห้องพักกำกับชัดเจน ส่วนประตูห้องจะเป็นบานคู่สีขาวที่เปิด-ปิดได้กว้าง พร้อมมือจับแบบก้านโยกและใช้กุญแจในการล็อกห้อง ส่วนภายในห้องจะเป็นพื้นคอนกรีตขัดมัน พร้อมผนังทาสีขาว ไม่มีฝ้าและปลั๊ก แต่จะใช้เป็นไฟแบตเตอรี่แทนนะคะ

ดังนั้นเราจึงสามารถทำ Buil-in เป็นชั้นเก็บของแบบเต็มผนังได้เลยนะ แต่หากใครที่ไม่ได้ใช้งานห้องเก็บของนี้เลย เราก็สามารถนำ Private Storage มาปล่อยเช่าให้เพื่อนบ้านในชั้นเดียวกันได้ด้วยค่ะ

ต่อมาเราจะพาไปดู แปลนชั้นพักอาศัยของแต่ละอาคาร กันนะคะ

อาคาร A

Image 1/3
อาคาร A ชั้น 2

อาคาร A ชั้น 2

ออกแบบ อาคาร A เป็นอาคารรูปตัว I ที่มีโถงทางเดินแบบ Single load Corridor และมีห้องพักอาศัยสูงสุดเพียง 10 ยูนิตต่อชั้น เหมาะกับลูกบ้านที่ชอบความเป็นส่วนตัว เพื่อนบ้านในอาคารเดียวกันไม่เยอะ ถึงแม้จะเป็นอาคารที่รวมพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมดของโครงการ แต่ก็ไม่ได้ซีเรียส เพราะเปิดให้ใช้งานพื้นที่ส่วนกลางเป็นเวลาและลูกบ้านแต่ละคนก็มาใช้งานเพียงชั่วคราวนั่นเอง

ห้องพักอาศัยในอาคารนี้จะเป็น 1 Bedroom ทั้งหมดเลย มีห้องแบบ Pool Access พื้นที่ใช้สอย 34.5 – 39 ตร.ม. ในชั้น 2 ที่ Sold Out ไปแล้วและห้อง 1 Bedroom Type D พื้นที่ใช้สอย 35 – 39 ตร.ม. ที่มีมุมอเนกประสงค์ภายในห้องให้เลือกซื้อ

ส่วนโถงลิฟต์จะอยู่ฝั่งซ้ายสุดของอาคาร จึงทำให้ห้องพักที่อยู่อีกฝั่งของอาคารจะมีระยะเดินที่ไกลกว่านะคะ นอกจากนั้นห้องพักทุกห้องในอาคารนี้จะหันเข้าด้านในโครงการ อีกทั้งยังเปิดรับวิวส่วนกลางของโครงการด้วยค่ะ

  • กรอบสีน้ำเงิน : ห้องที่เปิดรับวิวสระว่ายน้ำเต็มๆ สามารถเลือกชั้นที่อยู่สูงกว่าชั้นส่วนกลางไม่เกิน 3 ชั้นก็จะได้วิวสระว่ายน้ำมุมสูงด้วยค่ะ
  • กรอบสีเขียว : ห้องที่อยู่ติดเพื่อนบ้านฝั่งเดียว (จริงๆมีห้องตำแหน่ง 01 ด้วย แต่อยู่ใกล้โถงลิฟต์ที่มีคนขึ้น-ลงเยอะค่ะ) จึงทำให้ห้องตำแหน่ง 10 ได้ความเป็นส่วนตัวมากกว่า แต่ก็แลกมากับระยะที่ห่างจากโถงลิฟต์
  • กรอบสีชมพู : ห้องที่อยู่ติดเพื่อนบ้านฝั่งเดียว + Private Storage โดยจะอยู่ที่ชั้น 4-7 ทำให้นอกจากจะอยู่อาศัยได้เป็นส่วนตัว มีความสงบแล้ว ยังได้พื้นที่เก็บของนอกห้องพักเพิ่มขึ้นมาด้วย

 

อาคาร B และ C

Image 1/4
อาคาร B ชั้น 2

อาคาร B ชั้น 2

อาคาร B และ C จะถูกออกแบบเป็นอาคารตัว L ที่มีโถงลิฟต์อยู่ตรงกลางชั้น ทำให้ห้องพักแต่ละฝั่งของอาคารมีระยะเดินที่พอๆกัน ส่วนโถงทางเดินเป็นแบบ Double load Corridor ที่มีห้องพักทั้ง 2 ฝั่ง รวมจำนวนยูนิตต่อชั้นอยู่ที่ 31 ยูนิต แต่ดีที่ออกแบบประตูห้องไม่ตรงกัน จึงช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวนั่นเอง

สำหรับแบบห้องพักใน 2 อาคารนี้จะมีให้เลือกทั้ง 1-2 Bedroom แต่ห้อง 1 Bedrom Plus ได้ Sold Out เรียบร้อยแล้วนะ นอกจากนั้นตำแหน่งห้องใหญ่ 2 ห้องในชั้น 3-8 ของแต่ละอาคารจะขายพร้อม Private Storage อย่างที่เราได้พูดถึงไปแล้ว

  • กรอบสีส้ม : ห้องที่ไม่ติดเพื่อนบ้าน จึงได้ความเป็นส่วนตัวสูงสุด โดยจะเป็นห้องมุมอาคารที่เป็นห้อง 2 Bedroom นั่นเอง
  • กรอบสีเขียว : ห้องที่อยู่ติดเพื่อนบ้านฝั่งเดียว (จริงๆมีห้องตำแหน่ง 29-30 ในอาคาร B และตำแหน่ง 23-24 ของอาคาร C ด้วย แต่อยู่ใกล้โถงลิฟต์) ทำให้ตำแหน่งห้องนี้จึงได้ความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัยดีค่ะ นอกจากนั้นห้องตำแหน่ง 02 ของอาคาร C ยังเป็นห้องขนาดเล็ก จึงถือเป็นห้องราคาจับต้องง่ายแต่ได้ความเป็นส่วนตัวสูงค่ะ
  • กรอบสีชมพู : ห้องที่อยู่ติดเพื่อนบ้านฝั่งเดียว + Private Storage จะเป็นห้อง 2 Bedroom ในชั้น 3-8 นั่นเอง

 

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • ชั้น 1 (อาคาร A)
    – Lobby Lounge
    – Trail Jogging เดินจากชั้น 1 ไปยังชั้น Rooftop
  • ชั้น 2 (อาคาร A)
    – Co-Working Space
    – Fitness
    – Swimming Pool สระว่ายน้ำระบบเกลือ ขนาด 36.40×5.75 เมตร ลึก 1.10 เมตร พร้อม Kid’s Pool ขนาด 2.10×5.50 เมตร และ Jacuzzi
    – Sunken Seat
    – Pool Terrace
    – Pool Bed
  • ชั้น 3 (อาคาร A)
    – Pocket Garden
  • ชั้น Rooftop (อาคาร A)
    – Roof Garden
    – Pavilion ศาลานั่งพักผ่อน
    – Jogging Track เชื่อมต่อจาก Trail Jogging
  • Lift Lobby พื้นที่คอยลิฟต์
  • Mailbox Area บริเวณด้านข้างโถงลิฟต์ของทุกชั้นพักอาศัย
  • Delivery Drop Off / Drop Store บริเวณ Lift Lobby ของทุกอาคาร
  • Seating Area พื้นที่นั่งเล่นในสวน บริเวณอาคาร C
  • EV Charger 2 จุด บริเวณอาคาร B และ C
  • Shuttle Service รับ-ส่งจากโครงการไป MRT สายสีเหลือง สถานีสวนหลวง ร.9
  • ลิฟต์โดยสาร 2 ตัว/อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 80 :  1
  • อัตราส่วนลิฟต์ตึก A 29 : 1
  • อัตราส่วนลิฟต์ตึก B 105 : 1
  • อัตราส่วนลิฟต์ตึก C 105 : 1
  • ที่จอดรถคิดเป็น 40% ไม่นับซ้อนคัน
  • ระบบรักษาความปลอดภัยในโครงการ
    – รูปแบบประตูทางเข้า-ออกโครงการ (รถยนต์) : รั้วไม้กระดก
    – ระบบในการเข้า-ออก (รถยนต์) : สแกนป้ายทะเบียนรถ
    – ระบบในการเข้า-ออก (เดินเข้า-ออกอาคาร) : Face Scan
    – ระบบในการเข้า-ออก (เดินขึ้น-ลงอาคาร) : Face Scan
    – CCTV ส่วนกลาง รวม 87 จุด
    – เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
    – รั้วรอบโครงการ : รั้วทึบสูง 2.50 เมตร

แบบห้อง

Highlight

  • เน้นห้องเล็ก อยู่ 1-2 คน แต่ก็มี 1 Bedroom Plus และ 2 Bedroom รองรับกลุ่มครอบครัวได้ด้วย
  • Layout ห้องแต่ละแบบมีจุดเด่นแตกต่างกัน จึงเลือกซื้อได้ง่าย อย่างมีมุมนั่งเล่นติดหน้าต่าง, ห้องครัวแบบปิดติดระเบียง, Walk-in Closet ขนาดใหญ่, มีห้องอเนกประสงค์, พื้นที่นั่งเล่นกว้างๆ, ห้องน้ำในห้องนอน
  • รับประกันโครงสร้าง 10 ปีและประกันส่วนควบห้องชุด 3 ปี ช่วยให้อยู่อาศัยได้สบายใจ

โครงการ ศุภาลัย เซนส์ ศรีนครินทร์ ออกแบบเน้นห้องขนาดเล็กแบบอยู่ได้ 1-2 คนสบายๆ มีรูปแบบห้องพักหลักๆ 5 แบบ พื้นที่ใช้สอย 25 – 53 ตร.ม. พร้อม Layout มากถึง 9 แบบจึงเลือกได้ตรงตามไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นมีมุมนั่งเล่นติดหน้าต่าง, ห้องครัวแบบปิดติดระเบียง, Walk-in Closet ขนาดใหญ่, มีห้องอเนกประสงค์, พื้นที่นั่งเล่นกว้างๆ, ห้องน้ำในห้องนอน นอกจากนั้นยังมีห้องพักแบบ Pool Access ที่สามารถเดินออกมาเล่นน้ำที่สระว่ายน้ำได้จากระเบียงห้องพักเลยนั่นเอง

ซึ่งปัจจุบันทางโครงการขายไปได้กว่า 60% แล้วนะ อีกทั้งยังเริ่มโอนห้องในช่วงเดือนเมษายน 2569 ที่ผ่านมา ทำให้ห้อง 1 Bedroom แบบ Pool Access และ 1 Bedroom Plus ได้ Sold Out เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงมีเพียงห้อง 1 Bedroom และ 2 Bedroom ให้เลือกซื้อเท่านั้น มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 1.52 ล้านบาท*

  • 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 25 – 41 ตร.ม.
  • 1 Bedroom แบบ Pool Access พื้นที่ใช้สอย 34.5 – 39 (Sold Out)
  • 1 Bedroom Plus พื้นที่ใช้สอย 40.5 ตร.ม. (Sold Out)
  • 2 Bedroom 1 Bathroom พื้นที่ใช้สอย 45.5 – 48 ตร.ม.
  • 2 Bedroom 2 Bathroom พื้นที่ใช้สอย 53 ตร.ม.

ทางโครงการตกแต่งห้องแบบ Fully Fitted ที่มี Built-in เคาน์เตอร์ครัวมาให้เรียบร้อย ส่วนพื้นที่ที่เหลือก็ให้ลูกบ้านสามารถไปแต่งห้องได้ตามไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยของแต่ละคนเลยค่ะ นอกจากนั้นยังมีการรับประกันโครงสร้าง 10 ปีและประกันส่วนควบห้องชุด 3 ปีมาให้ด้วยนะ

วัสดุภายในห้อง
– พื้นห้อง : SPC ลายไม้
– พื้นระเบียง : กระเบื้องเซรามิก ขนาด 30×30 เซนติเมตร
– ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน อาคาร A ชั้น 2 สูง 2.70 เมตร, ชั้น 3-7 สูง 2.60 เมตร / อาคาร B และ C สูง 2.50 เมตร
– ผนังห้องติด Wallpaper ทั้งห้อง
– ไฟดาวน์ไลท์
– เครื่องปรับอากาศแบบ Wall Type จาก SUMSUNG
– Digital Door Lock จาก HAFELE รองรับ 4 ระบบ ได้แก่ Fingerprint, Password, Card, Key

วัสดุห้องครัว
– พื้นห้องครัว : กระเบื้องเซรามิก ขนาด 40×40 เซนติเมตร
– เคาน์เตอร์ครัว Top Counter เป็น Particle Board พร้อม Built-in ชั้นวางของด้านบน-ล่างพร้อมหน้าบาน
– Backsplash : กระเบื้อง
– อ่างล้างจาน, Hob และ Hood จาก HAFELE

วัสดุห้องน้ำ
– พื้นห้องน้ำ : กระเบื้องพอร์ซเลน ขนาด 60×60 เซนติเมตร
– สุขภัณฑ์ในห้องน้ำ (ก๊อกน้ำ อ่างล้างมือ โถสุขภัณฑ์และฝักบัว) จาก HAFELE
– ฉากกั้นอาบน้ำ จาก OVERSEAS
– เครื่องทำน้ำอุ่น จาก STIEBEL ELTRON
– พัดลมดูดอากาศ จาก MITSUBISHI ELECTRIC

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ


ห้องตัวอย่าง 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 25 ตร.ม. (Type A1)

สำหรับห้องแรกที่เราพามาดูกันจะเป็น 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 25 ตร.ม. (Type A1) โดยจะมีจุดเด่นที่ออกแบบแยกโซน Service และโซนพักผ่อนชัดเจน แถมมีพื้นที่แบบ Bay Window เหมาะกับคนที่ต้องการมุมทำงาน มุมนั่งเล่นอ่านหนังสือริมหน้าต่างด้วยนะคะ

  • โซน Service อยู่ด้านหน้าห้อง ทำให้พื้นที่พักผ่อนอยู่ด้านใน ได้ความเงียบสงบ เป็นส่วนตัว
  • ห้องครัวแบบปิด ทำอาหารจริงจังได้
  • Open Plan เชื่อมต่อพื้นที่นั่งเล่นและพื้นที่นอน จึงจัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้ยืดหยุ่นและใช้งานได้ต่อเนื่องกัน
  • ห้องน้ำ ออกแบบเป็นสัดส่วน ใช้งานง่าย
  • Bay Window พื้นที่ริมหน้าต่าง ใช้เป็นมุมนั่งทำงานหรือนั่งเล่นได้
  • ระเบียง แขวน Condensing Unit ไว้ด้านบน มีพื้นที่ด้านล่างใช้งานได้

งั้นเรามาเริ่มกันที่ บริเวณด้านหน้าห้อง กันเลยนะคะ โดยจะได้หน้าบานประตูลายไม้เหมือนในภาพ พร้อมติดตั้ง Digital Door Lock จาก HAFELE รองรับ 4 ระบบ ได้แก่ Fingerprint, Password, Card, Key ทำให้ใช้งานได้สะดวกดี

Image 1/5
ห้องครัวแบบปิด

ห้องครัวแบบปิด

 

เมื่อเข้ามาภายในห้องจะเจอกับ ห้องครัวแบบปิด ทำให้ถูกใจคนชอบทำอาหารกินเองบ่อยๆ เพราะไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นควันจากการทำอาหารจะเข้าไปติดเฟอร์นิเจอร์ภายในห้อง โดยจะมีขนาด 1.80×2.35 เมตร ปูพื้นเป็นกระเบื้องเซรามิก ขนาด 40×40 เซนติเมตร

ซึ่งทางโครงการได้ติดตั้งชุดเคาน์เตอร์ครัวมาให้เหมือนห้องตัวอย่างเลยค่ะ โดยจะมี Top Counter เป็น Particle Board ที่จะผลิตจากเศษไม้มาอัดขึ้นรูปและปิดผิวด้วยเมลามีนหรือลามิเนตที่มีลวดลายสวยงาม แต่ไม่ค่อยทนความชื้นมากนัก ทำให้หากโดนน้ำบ่อยๆก็อาจทำให้เกิดการบวมพองได้นะคะ

รวมถึงมี Built-in ชั้นวางของด้านบน-ล่างพร้อมหน้าบาน ช่วยเก็บของได้เป็นระเบียบ พร้อมติดตั้งอ่างล้างจาน, Hob และ Hood ที่ต้องคอยเปลี่ยนไส้กรองเป็นประจำจาก HAFELE แถมมี Backsplash เป็นกระเบื้องบริเวณผนังด้านหลังเคาน์เตอร์ ช่วยให้เช็ดทำความสะอาดได้ง่ายและผนังไม่เป็นรอยคราบสกปรกจากการทำอาหารด้วยค่ะ

ถัดจากห้องครัวจะเป็น ห้องน้ำ นั่นเอง เพราะทางโครงการตั้งใจออกแบบโซน Service ทั้งห้องครัวแบบปิดและห้องน้ำอยู่ด้านหน้าห้อง เพื่อทำหน้าที่เป็น Buffer Zone ป้องกันเสียงดังจากโถงทางเดินไม่ให้ไปรบกวนการพักผ่อนภายในห้องค่ะ ถือเป็นการออกแบบที่ช่วยให้ลูกบ้านได้ความเงียบสงบและเป็นส่วนตัวมากขึ้น

สำหรับ ประตูห้องน้ำ จะได้หน้าตาตามห้องตัวอย่างเลยนะคะ โดยจะเป็นบานประตูสีขาว พร้อมมือจับแบบลูกบิด

Image 1/6
ห้องน้ำ

ห้องน้ำ

ห้องน้ำ จะมีขนาด 1.40×2.40 เมตร ปูพื้นเป็นกระเบื้องพอร์ซเลน ขนาด 40×40 เซนติเมตร โดยออกแบบแบ่งโซนแห้ง-เปียกไว้ชัดเจน เลือกใช้สุขภัณฑ์ในห้องน้ำทั้งก๊อกน้ำ, อ่างล้างมือ, โถสุขภัณฑ์และฝักบัวจาก HAFELE ที่มีหน้าตาเหมือนห้องตัวอย่างเลย รวมถึงออกแบบ Low Wall ไว้ใช้วางอุปกรณ์ของใช้ในห้องน้ำหรือของตกแต่งได้

ส่วนพื้นที่อาบน้ำมีความกว้างประมาณ 0.90 เมตร พร้อมเจาะช่องตรงผนังด้านข้างมาให้วางอุปกรณ์อาบน้ำและติดตั้งฉากกั้นกระจกอาบน้ำจาก OVERSEAS มาเรียบร้อย เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้น้ำกระเด็นไปเลอะบริเวณอื่น นอกจากนั้นด้วยตำแหน่งของห้องน้ำที่อยู่ด้านหน้าห้อง ทางโครงการจึงติดตั้งพัดลมดูดอากาศจาก MITSUBISHI ELECTRIC เพื่อช่วยระบายอากาศและความชื้นในห้องน้ำด้วย

ต่อมาเราจะพาไปดูโซนพักผ่อนที่อยู่ด้านในกันต่อเลย โดยทางโครงการจะติดตั้ง ประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน ที่นอกจากจะช่วยป้องกันกลิ่นควันจากห้องครัวแล้ว ยังช่วยแบ่งพื้นที่ภายในห้องให้เป็นสัดส่วนด้วยค่ะ

Image 1/5
Open Plan พื้นที่นั่งเล่น + พื้นที่เตียงนอน

Open Plan พื้นที่นั่งเล่น + พื้นที่เตียงนอน

ทางโครงการออกแบบ โซนพักผ่อน เป็นพื้นที่แบบ Open Plan เชื่อมพื้นที่นั่งเล่นและพื้นที่นอนอยู่บริเวณเดียวกัน โดยมีขนาดประมาณ 3.10×4.80 เมตร ซึ่งข้อดีของการออกแบบ Open Plan คือได้พื้นที่กว้างๆ สร้างบรรยากาศโปร่งสบายภายในห้อง อีกทั้งยังจัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้ยืดหยุ่นตามการใช้งานนั่นเอง

อย่างทางห้องตัวอย่างก็จัดวางพื้นที่นั่งเล่นอยู่ถัดจากห้องครัวเลย จึงใช้เป็นพื้นที่นั่งรับประทานอาหารได้ด้วย ส่วนพื้นที่เตียงนอนก็จะอยู่ใกล้ริมหน้าต่าง

วัสดุพื้นห้องเป็น SPC ลายไม้ ที่นอกจากจะให้ความรู้สึกอบอุ่นแล้ว ยังมีคุณสมบัติที่ทนทานต่อรอยขีดข่วนและความชื้นได้ดี จึงมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ส่วนผนังห้องก็ติด Wallpaper มาให้เรียบร้อยทั้งห้องพร้อมไฟดาวน์ไลท์และติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบ Wall Type จาก SUMSUNG

สำหรับความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานจะแตกต่างกัน อย่างห้องพักในอาคาร A ตรงชั้น 2 จะสูง 2.70 เมตร แต่ชั้น 3-7 สูง 2.60 เมตร ส่วนห้องพักในอาคาร B และ C จะมีความสูงอยู่ที่ 2.50 เมตร

พวกโคมไฟหรือแจกันดอกไม้ก็ช่วยสร้างบรรยากาศอบอุ่น น่าอยู่อาศัยมากขึ้นนะคะ

Image 1/2
พื้นที่นั่งเล่น

พื้นที่นั่งเล่น

พื้นที่นั่งเล่น สามารถตกแต่งเหมือนห้องตัวอย่างได้เลย โดยวางโซฟา 2-3 ที่นั่ง, ชั้นวางทีวีและโต๊ะกลางเล็กๆได้สบายๆ มีพื้นที่เดินผ่านไป-มาได้ ส่วนระยะดูทีวีจะอยู่ที่ 2.90 เมตร จึงวางทีวี 50 นิ้วขึ้นไปได้ค่ะ

แบบห้องนี้จะไม่ได้แบ่งพื้นที่รับประทานอาหารเป็นสัดส่วน ถ้าเป็นเราจะเลือกโต๊ะกลางขนาดใหญ่หน่อย เพราะนอกจากจะวางพวกรีโมททีวี แจกัน ก้านไม้หอมหรือหนังสือต่างๆแล้ว จะได้มีพื้นที่วางจานและแก้วน้ำได้สะดวกด้วย

Image 1/4
พื้นที่เตียงนอน

พื้นที่เตียงนอน

ถัดจากพื้นที่นั่งเล่นจะเป็น พื้นที่เตียงนอน โดยจะวางเตียง 5-6 ฟุตได้สบายๆหรือถ้าเลือกซื้อฐานเตียงมีลิ้นชักเก็บของก็ช่วยให้เราเก็บของกระจุกกระจิกได้เป็นระเบียบเรียบร้อยดี ส่วนบริเวณปลายเตียงก็สามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าเหมือนห้องตัวอย่างได้เลย จะมีพื้นที่เหลือเป็นทางเดินไปยังระเบียงและมุม Bay Window

สำหรับบานหน้าต่างและบานประตูกระจกเปิดไประเบียงจะเป็นกระจกเขียวตัดแสงปกติทั่วไปนะคะ แต่ทางห้องตัวอย่างได้ติดเป็นกระจกฝ้า เพื่อช่วยกรองแสงระดับนึงนั่นเอง ก็ถือเป็นไอเดียให้เราไปปรับใช้กันค่ะ

การเลือกเฟอร์นิเจอร์ห้องภายในห้องอย่างสีส้มที่ถึงแม้จะเป็นสีโทนร้อน แต่ก็ช่วยสร้างสีสันและความมีชีวิตชีวาได้ดี นอกจากนั้นเรายังเลือกใช้เป็นสีส้มหม่นๆหรือสีน้ำตาลมาเสริมเพื่อช่วยตัดโทน สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นได้เหมือนกัน

มุม Bay Window ขนาด 1.00×1.65 เมตร สามารถจัดเป็นมุมทำงาน วางเป็นโต๊ะยาวติดหน้าต่าง พร้อมเก้าอี้ ทำให้ได้รับแสงธรรมชาติ อีกทั้งยังเปิดรับวิว ถือเป็นมุมพักสายตาจากการทำงานได้ด้วย นอกจากนั้นเราจะเปลี่ยนเป็นมุมนั่งเล่น อ่านหนังสือก็ได้เหมือนกัน โดยวางเป็นโซฟายาวพร้อมชั้นวางหนังสือเล็กๆอยู่ด้านข้าง

Image 1/2
ระเบียง

ระเบียง

ถัดจากพื้นที่นั่งเล่นและพื้นที่เตียงนอนจะมีประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอนเปิดออกไปยัง ระเบียง ขนาดประมาณ 1.20×1.50 เมตร ปูพื้นกระเบื้องเซรามิก ขนาด 30×30 เซนติเมตร ที่ทำความสะอาดได้ง่าย ซึ่งจะมีพื้นที่ด้านล่างให้เราใช้งานได้ไม่ว่าจะเป็นวางราวตากผ้าหรือตั้งกระถางต้นไม้เป็นมุมสีเขียว เพราะทางโครงการได้แขวน Condensing Unit ไว้ด้านบนแล้วนั่นเอง


ห้องตัวอย่าง 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 33 ตร.ม. (Type B1)

ห้องตัวอย่างห้องสุดท้ายจะเป็น 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 33 ตร.ม. (Type B1) จะมี Highlight เป็นห้องครัวปิดติดระเบียง เหมาะกับคนที่ชอบทำอาหารรับประทานเองบ่อยๆ อีกทั้งยังได้พื้นที่ภายในห้องเป็นสัดส่วนด้วย

  • Common Area ขนาดใหญ่ เชื่อมต่อพื้นที่นั่งเล่นและพื้นที่รับประทานอาหาร
  • ห้องน้ำ ใช้งานสะดวก อยู่ใกล้ทั้ง Common Area และห้องนอน
  • ห้องครัวแบบปิดติดระเบียง เหมาะกับคนชอบทำอาหาร สามารถเปิดระบายอากาศได้ดี
  • ระเบียง มีพื้นที่ด้านล่างทำเป็นมุมต้นไม้หรือตากผ้าได้สบาย
  • ห้องนอน แบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนทั้งโซนเตียงนอน ตู้เสื้อผ้าและโต๊ะทำงาน

Image 1/5
Common Area

Common Area

ทางโครงการออกแบบ ประตูห้อง เป็นบานลายไม้ พร้อมติดตั้ง Digital Door Lock จาก HAFELE รองรับ 4 ระบบ ได้แก่ Fingerprint, Password, Card, Key ในทุกยูนิต ทำให้ใช้งานได้ง่าย เราไม่ต้องเสียเวลายืนหาบัตรหรือกุญแจตรงหน้าห้องค่ะ

เมื่อเข้ามาภายในห้องจะเจอกับ Common Area ที่ออกแบบเป็น Open Plan ขนาดใหญ่ 2.80×4.25 เมตร เชื่อมต่อพื้นที่นั่งเล่นและพื้นที่รับประทานอาหารอยู่บริเวณเดียวกัน จึงได้บรรยากาศภายในห้องที่โปร่งสบายและจัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้ตามการใช้งาน

สำหรับพื้นที่ Common Area จะไม่ได้รับแสงธรรมชาติโดยตรง เพราะแสงแดดจะต้องลอดผ่านระเบียงและห้องครัวมายังพื้นที่นี้ ทำให้ความสว่างๆหลักของ Common Area จึงต้องพึ่งพาหลอดไฟเป็นหลักนั่นเอง แต่ก็ทำให้ไม่ร้อนแดดเวลาพักผ่อนอยู่ภายในห้อง

ส่วนวัสดุปูพื้นจะเป็น SPC ลายไม้ ที่ทนทานต่อรอยขีดข่วนและความชื้นได้ดี อีกทั้งสร้างบรรยากาศอบอุ่น น่าอยู่อาศัย รวมถึงทางโครงการได้ติด Wallpaper ทั้งห้องพร้อมไฟดาวน์ไลท์และติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบ Wall Type จาก SUMSUNG มาให้ด้วยค่ะ ส่วนความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานของห้องพักในอาคาร A ชั้น 2 สูง 2.70 เมตรและชั้น 3-7 สูง 2.60 เมตร แต่ห้องพักในอาคาร B และ C สูง 2.50 เมตรค่ะ

Image 1/2
พื้นที่นั่งเล่น

พื้นที่นั่งเล่น

ทางโครงการออกแบบ พื้นที่นั่งเล่น อยู่บริเวณด้านหน้าห้องเลยนะคะ โดยฝั่งนึงจะวางเป็นโซฟายาวพร้อมโต๊ะกลาง ส่วนอีกฝั่งก็ตั้งเป็นชั้นวางทีวี พร้อมทีวีขนาด 50 นิ้วได้ มีระยะดูทีวีอยู่ที่ 2.50 เมตรค่ะ อีกทั้งยังมีทางเดินกว้างๆ เพื่อเดินเข้า-ออกห้องด้วย

พอพื้นที่ Common Area ไม่ได้รับแสงธรรมชาติโดยตรง แต่เราก็สามารถสร้างบรรยากาศใกล้ชิดธรรมชาติโดยการตกแต่งเป็นแจกันดอกไม้ได้นะ หรือใครไม่มีเวลาดูแลก็เลือกเป็นต้นไม้ปลอมได้เหมือนกัน ก็เสริมความน่าอยู่อาศัยได้ดี

พื้นที่รับประทานอาหาร จะอยู่ติดกับพื้นที่นั่งเล่นเลย ซึ่งเราสามารถวางเป็นโต๊ะ-เก้าอี้ 2 ที่นั่งเหมือนห้องตัวอย่างได้ หรือใครที่มีครอบครัวหรือเพื่อนๆมาเยี่ยมบ่อยๆ ก็สามารถเลือกโต๊ะที่ขนาดใหญ่ขึ้นได้ตามการใช้งานค่ะ เพราะ Common Area นี้ออกแบบเป็น Open Plan อยู่แล้ว จึงจัดวางเฟอร์นิเจอร์ต่างๆได้ยืดหยุ่นเลยนะ

ถัดจาก Common Area จะเป็น ห้องครัวแบบปิดติดระเบียง ที่เป็น Highlight ของห้องนี้นั่นเอง

ทางโครงการจะติดตั้งเป็น ประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน จึงเปิด-ปิดได้ง่ายและกว้างดี อีกทั้งยังช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามาภายในห้องได้ส่วนนึง แต่ที่สำคัญก็คือช่วยป้องกันไม่ให้มีกลิ่นควันจากห้องครัวลอยเข้ามาภายในห้องค่ะ

Image 1/5
ห้องครัว

ห้องครัว

 

Highlight ของแบบห้องนี้ก็คือ ห้องครัวปิดติดระเบียง นั่นเอง โดยจะมีขนาด 1.50×2.00 เมตร มีพื้นที่ยืนทำอาหารกว้างประมาณ 0.90 เมตร ส่วนวัสดุปูพื้นเป็นกระเบื้องเซรามิก ขนาด 40×40 เซนติเมตร ที่ทางโครงการติดตั้งชุดเคาน์เตอร์ครัวมาหาให้ พร้อม Built-in ชั้นวางของด้านบน-ล่างพร้อมหน้าบาน ช่วยเก็บของได้เยอะ ส่วน Top Counter จะเป็น Particle Board ที่ถึงแม้จะไม่ค่อยทนความชื้นมากนัก แต่มีลวดลายที่สวยงาม ดังนั้นใครที่ทำอาหารเป็นประจำก็สามารถเลือกซื้อ Top Counter มาเปลี่ยนเองได้เลย จะได้ใช้งานครัวได้เต็มที่

ส่วนอ่างล้างจาน, Hob และ Hood ก็เลือกใช้จาก HAFELE พร้อม Backsplash เป็นกระเบื้องบริเวณผนังด้านหลังเคาน์เตอร์ ช่วยให้เช็ดทำความสะอาดได้ง่าย และถึงแม้จะเป็น Hood ที่ต้องคอยเปลี่ยนไส้กรองเป็นประจำ แต่ด้วยตำแหน่งห้องครัวที่อยู่ติดระเบียงจึงทำให้สามารถเปิดระบายอากาศไปด้านนอกได้โดยตรง ไม่จำเป็นต้องใช้งาน Hood มากนักนั่นเอง

Image 1/2
ระเบียง

ระเบียง

ถัดจากห้องครัวจะเป็น ระเบียง โดยจะมีประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอนเพื่อเปิดไปยังระเบียง อีกทั้งเป็นการเปิดเพื่อช่วยระบายกลิ่นควันจากการทำอาหารได้ด้วย

ระเบียงนี้จะมีขนาดประมาณ 1.20×1.40 เมตร ปูพื้นกระเบื้องเซรามิก ขนาด 30×30 เซนติเมตร ที่ทำความสะอาดได้ง่าย ทางโครงการได้แขวน Condensing Unit ไว้ด้านบนอยู่ฝั่งนึงของระเบียง จึงมีพื้นที่อีกฝั่งของระเบียงทำเป็นมุมต้นไม้ เพิ่มวิวสีเขียวภายในห้องหรือตั้งราวตากผ้าได้ค่ะ

ต่อมาเราพามาดูอีกฝั่งของห้องกันบ้าง โดยจะเป็น ห้องน้ำและห้องนอน นั่นเอง ซึ่งถือว่าตำแหน่งห้องน้ำจะอยู่ใกล้ทั้ง Common Area และห้องนอนเลยนะ จึงมาใช้งานได้สะดวกดีค่ะ

เราชอบที่ทางโครงการมี Built-in ชั้นวางของและตู้เก็บของอยู่บริเวณพื้นที่ด้านหน้าของทั้ง 2 ห้องนะคะ เพราะปัญหาของชาวคอนโดส่วนใหญ่ก็คือมีพื้นที่เก็บของไม่พอนี่แหละ พอมีพื้นที่ Built-in แบบนี้ก็ช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บของภายในห้องได้อีกจุด แถมเป็นการใช้ประโยชน์พื้นที่ในแนวตั้งได้ดีด้วย

เราสามารถวางของโชว์หรือของสะสมต่างๆตรงชั้นวางของนี้ได้นะคะ ก็สร้างบรรยากาศน่าอยู่อาศัยดีค่ะ

Image 1/6
ห้องน้ำ

ห้องน้ำ

ห้องน้ำ มีการออกแบบและเลือกใช้วัสดุ สุขภัณฑ์เหมือนห้องตัวอย่างก่อนหน้านี้เลย โดยมีขนาด 1.40×2.40 เมตร ปูพื้นเป็นกระเบื้องพอร์ซเลน ขนาด 40×40 เซนติเมตร พร้อมแบ่งโซนแห้ง-เปียกไว้เป็นสัดส่วน ติดตั้งสุขภัณฑ์ในห้องน้ำที่หน้าตาเหมือนห้องตัวอย่างจาก HAFELE

พื้นที่อาบน้ำมีความกว้างประมาณ 0.90 เมตร พร้อมเจาะช่องตรงผนังด้านข้าง, ติดตั้งฉากกั้นกระจกอาบน้ำจาก OVERSEAS และมีพัดลมดูดอากาศจาก MITSUBISHI ELECTRIC มาให้เรียบร้อย

ต่อมาเราจะพาดู ห้องนอน กันนะคะ ซึ่งอยู่ถัดจาก Common Area และห้องน้ำนั่นเอง โดยบานประตูของห้องนอนจะเป็นบานทึบจึงได้ความเป็นส่วนตัวดี

Image 1/4
ห้องนอน

ห้องนอน

ห้องนอน มีขนาด 2.75×4.70 เมตร โดยวางเตียง 5-6 ฟุตได้สบาย ถ้าใครที่อยากมีทีวีในห้องนอน เราก็แนะนำให้เลือกเป็นทีวีแบบแขวนดีกว่า เพราะหากตั้งชั้นวางทีวีไปแล้วจะเหลือทางเดินน้อย ส่วนหน้าต่างห้องก็มีขนาดใหญ่ เปิดรับแสงธรรมชาติได้เยอะ พร้อมติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบ Wall Type จาก SUMSUNG มาให้ด้วย

จริงๆการตั้งแจกันดอกไม้จะช่วยสร้างบรรยากาศผ่อนคลายได้ดีเลยนะ ซึ่งเราก็สามารถเลือกใช้เป็นดอกไม้หรือต้นไม้ปลอมได้เหมือนกัน สามารถดูแลได้ง่ายและใช้งานได้ยาวๆด้วย

ทางโครงการมีออกแบบพื้นที่ขนาดประมาณ 1.25×1.35 เมตร ใกล้ๆกับประตูห้องนอน เพื่อใช้เป็น มุมตั้งตู้เสื้อผ้า เหมือนห้องตัวอย่างได้เลย ซึ่งจริงๆเราก็สามารถเลือกทำ Built-in ตู้เสื้อผ้าเป็นรูปตัว L ได้เหมือนกันนะ ช่วยเก็บเสื้อผ้าได้เยอะขึ้นด้วย นอกจากนั้นบริเวณด้านข้างเตียงก็มีพื้นที่ทำเป็นมุมโต๊ะแต่งหน้า จึงใช้งานได้ต่อเนื่องดี หรือจะปรับเป็นมุมโต๊ะทำงานในห้องนอนก็ได้เหมือนกันค่ะ

แบบแปลน

Image 1/15
1 Bedroom

1 Bedroom

ราคา

Supalai Sense Srinakarin (ศุภาลัย เซนส์ ศรีนครินทร์) ราคาเท่าไหร่ (ณ วันที่ 21 กรกฎาคม 2569)

ราคาผ่อนต่อเดือนยกตัวอย่างจาก ดอกเบี้ย 4% ระยะเวลาผ่อน 30 ปี*
สามารถคลิกดูอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันได้ที่ >> อัปเดต! ดอกเบี้ยบ้าน 2568 ทุกธนาคาร

  • 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 25 – 41 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 1.52 ล้านบาท
    – ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 7,256.71 บาท
    – ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 1,050-1,722 บาทต่อเดือน
    – ค่ากองทุนเริ่มต้น 10,500-17,220 บาท
  • 2 Bedroom 1 Bathroom พื้นที่ใช้สอย 45.5 – 48 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.99 ล้านบาท
    – ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 14,274.72 บาท
    – ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 1,911-2,016 บาทต่อเดือน
    – ค่ากองทุนเริ่มต้น 19,110-20,160 บาท
  • 2 Bedroom 2 Bathroom พื้นที่ใช้สอย 53 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 3.69 ล้านบาท
    – ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 17,616.62 บาท
    – ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 2,226 บาทต่อเดือน
    – ค่ากองทุนเริ่มต้น 22,260 บาท
  • รูปแบบการขาย Fully Fitted
  • ค่าจอง 5,000-10,000 บาท
  • ค่าทำสัญญา 5,000-10,000 บาท
  • ค่ากองทุน 420 บาท/ตร.ม. (จ่ายครั้งเดียว)
  • ค่าส่วนกลาง 42 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ

Tips : แนะนำการขอสินเชื่อกับธนาคาร 

เกณฑ์การพิจารณาการขอสินเชื่อจากธนาคาร ควรมีเงื่อนไขตรงกับข้อไปนี้ค่ะ

  • มีรายรับชัดเจน สม่ำเสมอ(ไม่ผันผวน) ต่อเนื่องนานกว่า 6 เดือน และสามารถตรวจสอบได้
  • ควรมีภาระหนี้รวมทั้งหมด (ทั้งบ้าน รถยนต์ บัตรเครดิต และอื่นๆ) ไม่เกิน 40% ของรายได้ต่อเดือน
  • มีรายได้ต่อเดือนมากกว่าค่าผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน 3 เท่าขึ้นไป

หากต้องการผ่อนบ้านให้หมดไว แนะนำให้โปะเพิ่มประมาณ 10% ของงวดผ่อน จะช่วยลดระยะเวลาผ่อนลงได้ 4 – 7 ปี (ขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ย) และควร Refinance หรือ Retention เพื่อให้ดอกเบี้ยลดลงทุกๆ 3 ปี ทั้งนี้อย่าลืมเผื่อค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและตกแต่ง*ก่อนเข้าอยู่เพิ่มเติมด้วยนะคะ

บทสรุป

ทำเล :

โครงการ ศุภาลัย เซนส์ ศรีนครินทร์ ถือเป็นคอนโดที่ใกล้ห้างใหญ่อย่าง Seacon ศรีนครินทร์ และรถไฟฟ้า MRT สายสีเหลือง โดยตั้งอยู่ในซอยสุภาพงษ์ 3 แยก 8 ที่มาจากซอยศรีนครินทร์ 40 และ 42 ได้ ถือว่าตั้งอยู่ใจกลางย่านศรีนครินทร์เลยนั่นเอง ประกอบกับโดยรอบที่มีความเป็นชุมชนสูง ทำให้มีความอุดมสมบูรณ์หลากหลาย เช่น Paradise Park, Paradise Place, Central บางนา, ตลาดนัดรถไฟ ศรีนครินทร์, วิทยาลัย ดุสิตธานี, โรงเรียนนานาชาติเซนต์แอนดรูวส์, โรงพยาบาลสินแพทย์ ศรีนครินทร์ เป็นต้น รวมถึงสวนหลวง ร.9 และศูนย์กีฬาทางน้ำบึงหนองบอนให้แวะไปออกกำลังกายและพักผ่อนได้ด้วยนะคะ

การเดินทางโดยใช้รถ :

ถือว่าสะดวกเลย เพราะจากที่ตั้งโครงการสามารถเดินทางเข้า-ออกได้ถึง 4 เส้นทางไม่ว่าจะเป็นถนนศรีนครินทร์, อ่อนนุช, อุดมสุขและสุขุมวิทที่อยู่ห่างจากโครงการไม่เกิน 4 กิโลเมตร อีกทั้งมีซอยเล็กซอยน้อยให้ลัดเลาะได้เยอะมากๆ ส่วนพื้นที่จอดรถในโครงการเป็นแบบ Conventional คิดเป็น 40% ไม่นับซ้อนคัน ถือว่าเป็นไปตามมาตรฐานและให้มาพอๆกับเพื่อนบ้านค่ะ

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ :

ที่ตั้งโครงการจะอยู่ใกล้รถไฟฟ้า MRT สายสีเหลือง สถานีสวนหลวง ร.9 เพียง 700 เมตร ถ้าใครร่างกายฟิตๆ ชอบเดินอยู่แล้วก็สบายเลยค่ะ แต่ใครที่มีเวลาเดินทางไม่ตรงกับรอบรถและไม่อยากเดินเหนื่อยก็มี Shuttle Service รถรับ-ส่งไปยังรถไฟฟ้ามาอำนวยความสะดวกลูกบ้านด้วยเหมือนกัน

วัสดุ :

รูปแบบการขายแบบ Fully Fitted ที่ได้ชุดเคาน์เตอร์ครัว, เครื่องปรับอากาศจาก SUMSUNG และ Digital Door Lock จาก HAFELE มาให้ เราจึงสามารถออกแบบและซื้อของตกแต่งห้องได้ตามความชอบและไลฟ์สไตล์ของเราได้เลย ทำให้ย้ายเข้าอยู่หรือปล่อยเช่าได้เลยนะคะ

ส่วนวัสดุก็ได้ตามมาตรฐานระดับราคา พื้นห้องเป็นพื้น SPC ลายไม้ ผนังติด Wallpaper และฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสี-ไฟดาวน์ไลท์ ส่วน Top เคาน์เตอร์ครัวเป็น Particle Board พร้อม Built-in ชั้นวางของด้านบน-ล่างพร้อมหน้าบาน, Backsplash กระเบื้อง รวมถึงติดตั้งอ่างล้างจาน, Hob และ Hood จาก HAFELE สำหรับสุขภัณฑ์ในห้องน้ำเลือกใช้จาก HAFELE

การออกแบบ :

ทางโครงการออกแบบเป็นคอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น 3 อาคาร รวม 477 ยูนิต เน้นบรรยากาศภายในโครงการได้ฟีลเหมือนอยู่รีสอร์ต นอกจากนั้นยังเลือกซื้อห้องพักได้ง่าย เพราะพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมดจะอยู่ที่อาคาร A เหมาะกับคนที่ชอบใช้งานส่วนกลางบ่อยๆ ส่วนอาคาร B และ C จะเป็นห้องพักอาศัยทั้งหมดเลย เหมาะกับคนที่ชอบความสงบและเป็นส่วนตัว แต่อาคาร B จะใกล้ทางเข้า-ออกมากกว่า ส่วนอาคาร C จะอยู่ด้านในสุด ไม่ซีเรียสที่มีระยะเดินจากทางเข้า-ออกโครงการหรือไปยังพื้นที่ส่วนกลางมากกว่าอาคารอื่น

ห้องพักอาศัยของโครงการจะเน้นห้องเล็ก อยู่ 1-2 คน อีกทั้งมี Layout หลากหลายและมีจุดเด่นแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นมีมุมนั่งเล่นติดหน้าต่าง, ห้องครัวแบบปิดติดระเบียง, Walk-in Closet ขนาดใหญ่, มีห้องอเนกประสงค์, พื้นที่นั่งเล่นกว้างๆ, ห้องน้ำในห้องนอน รวมถึงมีการรับประกันโครงสร้าง 10 ปีและประกันส่วนควบห้องชุด 3 ปีด้วย

สาธารณูปโภค :

ถึงแม้จะไม่ได้มีฟังก์ชันส่วนกลางที่หลากหลาย แต่ก็ออกแบบมาให้ครบครันอยู่ที่อาคาร A ทั้งหมด มีฟังก์ชันส่วนกลางที่ออกแบบน่าสนใจอย่างสระว่ายน้ำยาวกว่า 36 เมตร, Trail Jogging ที่ใช้บันไดหนีไฟมาให้เดินออกกำลังกายจากชั้น 1 เชื่อมต่อไปยัง Jogging Track ที่ชั้น Rooftop, Mailbox Area แยกอยู่ตรงชั้นพักอาศัยทุกชั้นและ Private Storage ห้องเก็บของส่วนตัวที่อยู่นอกห้องพักอาศัยของห้องใหญ่สุดในอาคารนั้นๆ ซึ่งทาง Supalai จะออกแบบฟังก์ชันนี้ในคอนโดใหม่ๆมากขึ้นด้วย

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับช่วงราคาเฉลี่ยแบบทั้งโครงการ AVG 63,000 บาท/ตร.ม., 21 กรกฎาคม 2569

ECONOMY CLASS

หมวดหมู่ คะแนน
หมายเหตุ
ทำเล 8.5/10 ถึงแม้จะอยู่ในซอย แต่ใกล้ห้างใหญ่และ MRT สถานีสวนหลวง ร.9
เดินทางด้วยรถยนต์ 7.5/10 เข้า-ออกได้ 4 เส้นทาง มีเส้นทางลัดเลาะเยอะ
เดินทางด้วยรถสาธารณะ 7.5/10 ใกล้ MRT สถานีสวนหลวง ร.9 ประมาณ 700 เมตร
วัสดุ 7.5/10 Fully Fitted วัสดุเป็นไปตามมาตรฐานของระดับราคา
การออกแบบ 8/10 เน้นห้องเล็กอยู่ 1-2 คน แบบห้องเยอะ แต่ละแบบมีจุดเด่นต่างกัน
สาธารณูปโภค 8.5/10  ส่วนกลางหลักๆครบ แต่น่าสนใจที่มีสระว่ายน้ำยาวกว่า 36 เมตร, Trail Jogging, Mailbox Area แยกอยู่ทุกชั้น, Private Storage ที่อยู่นอกห้องพัก
รวมคะแนน 8.00 จาก 10 คะแนน

Supalai Sense Srinakarin (ศุภาลัย เซนส์ ศรีนครินทร์) ดีไหม?

โครงการ ศุภาลัย เซนส์ ศรีนครินทร์ เหมาะกับคนที่อยากได้คอนโดพร้อมอยู่ ใกล้ห้างใหญ่และรถไฟฟ้าในราคาจับต้องง่าย จึงน่าสนใจมากๆสำหรับคนที่อยากย้ายจากอยู่หอพักหรืออพาร์ทเม้นท์ รวมไปถึงบ้านเดิมบนทำเลนี้มาเป็นคอนโดที่ได้ความปลอดภัยและพื้นที่ส่วนกลางสวยๆให้ใช้งาน นอกจากนั้นยังน่าสนใจในแง่ปล่อยเช่าด้วยเพราะมีกลุ่มนักศึกษาและพนักงานบนทำเลนี้เยอะค่ะ นอกจากนั้นยังเน้นห้องเล็ก อยู่ 1-2 คนได้สบายๆและมีให้เลือกหลาย Layout พร้อมพื้นที่ส่วนกลางให้ใช้งานครบครัน มีงบประมาณเริ่มต้นที่ 1.52-3.69 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนต่อเดือนที่ 7,256.71-17,616.62 บาท

ตัวอย่างโครงการคอนโดศรีนครินทร์

Think of Living รวบรวมมาให้แล้ว!

โครงการเปิดใหม่ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮมและคอนโดมิเนียม ในทำเลทั่วกรุงเทพและปริมณฑล ในทุกๆเดือนย้อนหลัง ใครที่กำลังมองหาบ้านห้ามพลาด อาจจะมีโครงการในราคาและทำเลที่เพื่อนๆ ตามหาอยู่ก็เป็นได้นะ

เข้ามาชมบทความรายเดือนได้เลย คลิกที่นี่