วัสดุครัว

ทำความรู้จักกับวัสดุภายในครัว

สำหรับใครที่กำลังมองหาบ้านหรือคอนโดมิเนียมสักหลังคงปฎิเสธไม่ได้ว่า “ครัว” เป็นสิ่งเราให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ยิ่งเป็นครอบครัวที่มีคุณแม่บ้านที่ชื่นชอบการทำอาหารด้วยแล้ว การวางผัง พื้นที่ใช้สอย ตำแหน่งประตู-หน้าต่างในครัว หรือแม้กระทั่ง “วัสดุ” เอง ถือว่ามีความสำคัญและมีผลต่อการใช้งานทั้งสิ้น ปัจจุบันโครงการต่างๆนิยมให้ครัวมาพร้อมกับตัวบ้านหรือห้องพักอาศัยด้วย ซึ่งแต่ละโครงการก็มีรูปแบบของครัวและวัสดุที่ใช้แตกต่างกัน วันนี้เราจึงพาเพื่อนๆมาทำความรู้จักกับของที่เราได้ภายในห้องครัวกันค่ะ รวมถึงอุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ เพื่อจะได้รู้ถึงข้อดี-ข้อเสีย คุณสมบัติเบื้องต้นและการดูแลรักษา จากนั้นจึงนำมาพิจารณาว่าสิ่งที่ได้นั้นเหมาะกับราคาบ้านที่เราซื้อหรือไม่นะคะ โดยเราจะหยิบยกข้อมูลมาจากหนังสือ “คุ้มค่าราคาบ้าน” หนังสือเล่มใหม่ล่าสุดจาก ThinkofLiving.com ที่กำลังจะแจกในงาน Living Expo 2019  มาสปอยกันก่อนะคะ ^^

 

ทำความรู้จักกับวัสดุอุปกรณ์ภายในครัว

ก่อนอื่นเรามารู้จักกับวัสดุภายในครัวกันก่อนค่ะ ส่วนใหญ่แล้วครัวที่โครงการให้มาจะประกอบด้วยส่วนที่เป็นเคาน์เตอร์ครัวและเครื่องใช้ไฟฟ้าซึ่งจะสามารถแบ่งออกเป็นหมวดหมู่ย่อยๆได้ดังนี้

  • Top ครัว
  • ผนังกันเปื้อน (Backsplash)
  • เคาน์เตอร์ครัว
  • เตาแก๊ส & เตาไฟฟ้า (Hob)
  • เครื่องดูดควัน (Hood)
  • อ่างล้างจาน (Sink)

ในบทนี้เราจะพาไปรู้จักกับวัสดุและเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยจะเน้นไปที่ของที่โครงการให้นะคะ

Top ครัว

Top ครัว หรือ วัสดุรองหน้าเคาน์เตอร์ครัว ถือเป็นส่วนที่สัมพันธ์กับการใช้งานภายในครัวมากที่สุดก็ว่าได้ เนื่องจากไม่ว่าเราจะเตรียมอาหาร หั่นหมู หั่นผัก หรือประกอบอาหารก็ต้องทำบน Top นี้ค่ะ การเลือกใช้วัสดุที่จะเอามาทำเป็น Top นั้นต้องเหมาะกับกับการใช้งานในแต่ละประเภทของครัว ถ้าโครงการที่อยู่ใน Segment บนๆหน่อยก็ควรจะได้วัสดุอุปกรณ์ที่ดีขึ้นตามราคา สำหรับวัสดุที่ทางโครงการนิยมนำมาทำเป็น Top นั้นแบ่งออกเป็น

1.ลามิเนต

ลามิเนต หรือ High Pressure Laminate (HPL) จัดว่าเป็น Top มาตรฐานนิยมใช้กันในหลายๆโครงการ ตั้งแต่โครงการในระดับ Super Economy Class ไปจนถึง High Class เลยก็มีเนื่องจากราคาที่ไม่แพงเริ่มต้นที่หลักร้อยเท่านั้น โดยลามิเนตเป็นวัสดุประเภทพลาสติกที่มีสีสันและลวดลายให้เลือกหลากหลาย ส่วนใหญ่ที่ทางโครงการนิยมใช้กันบ่อยๆคือลายไม้และลายหิน
ข้อดีของ Top ลามิเนตนั้นคือสามารถเช็ดล้างทำความสะอาดได้ง่าย แต่ข้อเสียคือสามารถเกิดรอยขีดข่วนได้ง่าย ความคงทนในการใช้งานน้อยเมื่อเทียบกับวัสดุอื่นๆ เมื่อมีรอยขูดขีดจะไม่สามารถซ่อมแซมได้ และเห็นร่องรอยชัดเจน และไม่ควรนำภาชนะร้อนๆ วางลงไปโดยตรงจึงเหมาะกับครัวที่ไม่ได้มีการใช้งานที่หนักมากเช่น ครัวไทย เป็นต้น

2.กระเบื้อง

กระเบื้องก็เป็นหนึ่งในวัสดุนิยมนำมาทำเป็น Top ครัวโดยเฉพาะโครงการแนวราบ ด้วยความที่ดูแลรักษาและทำความสะอาดง่าย ทนความร้อนได้ดี มีหลายแบบหลายราคาให้เลือก ส่วนข้อเสียนั้นคือผิวจะไม่สม่ำเสมอเพราะเวลาติดตั้งต้องใช้ยาแนว หากใช้ไปนานๆและไม่ดูแลรักษาความสะอาดอาจจะมีคราบเปื้อนสามารถไปติดบริเวณยาแนวได้ มีโอกาสที่กระเบื้องอาจแตกหรือหลุดร่อน แต่ก็สามารถซ่อมแซมเฉพาะจุดได้ค่ะ โดยกระเบื้องที่ทางโครงการนิยมใช้แบ่งออกเป็น

กระเบื้องเซรามิค คือกระเบื้องดินเผาเคลือบเซรามิค มีคุณสมบัตพรุนตัวและดูดซึมน้ำสูง จึงไม่ทนทานต่อน้ำ ไม่เหมาะกับการใช้งานในพื้นที่ที่มีน้ำขัง

กระเบื้องแกรนิตโต้ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “Homogeneous Tiles” มีความแข็งแกร่ง ทนทาน มีค่าการดูดซึมน้ำต่ำ (ไม่เกิน 0.1%) มีลวดลายหลากหลายตามแต่ละผู้ผลิต พื้นผิวมีทั้งผิวด้าน กึ่งเงา และมันเงา ลักษณะของเนื้อกระเบื้องจะเป็นเนื้อเดียวกันทั้งแผ่น ซึ่งหากเกิดการกะเทาะหรือเกิดรอยขีดข่วนจะสังเกตเห็นได้ยาก

กระเบื้อง Porcelain เป็นกระเบื้องเคลือบชนิดหนึ่ง มีความแข็งแรง รองรับน้ำหนักได้ดี ทนต่อการขูดขีด การดูดซึมน้ำต่ำเพียง 0.05% หรือไม่มีการดูดซึมน้ำเลยก็ว่าได้ หากสังเกตที่ขอบกระเบื้องจะมองเห็นชั้นเคลือบและเนื้อกระเบื้อง สามารถปูชิดกันได้เช่นเดียวกับกระเบื้องแกรนิตโต้

ส่วนกระเบื้อง Porcelain อีกตัวหนึ่งที่มีความน่าสนใจและเหมาะกับการใช้เป็น Top ครัวคือ COTTO GRANDE COLLECTION กระเบื้อง Porcelain ที่มีกระบวนการผลิตต่างจากกระเบื้องทั่วไปที่ขึ้นรูปเป็นแผ่น แต่จะผลิตโดยการด้วยการบดอัดแล้วกลิ้งแทน ทำให้ตัววัสดุมีความยืดหยุ่น (Flexible) มากขึ้นและได้แผ่นกระเบื้องที่มีขนาดใหญ่ไร้รอยต่อได้

จุดเด่นของกระเบื้องชนิดนี้คือการนำไปใช้ในงาน Top ครัว เพราะมีความคงทนแข็งแรง รับน้ำหนักและแรงกระแทกต่างๆ ได้ ทนร้อนทนไฟ ทนรอยขีดข่วน ทนกรดด่างและสารเคมีได้

3.หินแกรนิต

หินแกรนิตเป็นหินธรรมชาติชนิดหนึ่ง แต่ละแผ่นจะมีสีสันและลวดลายเฉพาะตัว ขึ้นอยู่กับส่วนประกอบทางเคมี และองค์ประกอบทางแร่ธาติที่ต่างกัน ดังนั้นจึงมีความแข็งแกร่งและคงทนต่อกรด ด่าง การขีดข่วน และทนความร้อนได้ถึงประมาณ 1,200 องศาฟาเรนไฮท์ ทำความสะอาดได้ง่าย มีอัตราการซึมน้ำต่ำจึงมักเป็นที่นิยมใช้ในห้องครัว โดยเฉพาะครัวไทย

4.หินเทียมหรือหินสังเคราะห์

หินชนิดนี้เป็นวัสดุทดแทนหินที่มีส่วนผสมของหินธรรมชาติหรือแร่ชนิดต่างๆปนอยู่ โดยมีเรซิ่นเป็นตัวประสาน ทำให้มีความคงทนและแข็งแรงกว่าหินธรรมชาติ ไม่มีรอยต่อตอนเชื่อมหรือมีน้อย ทนกรดด่าง ดูแลรักษาง่าย พื้นผิวของหินสังเคราะห์จะเรียบไร้รูพรุนจึงไม่เป็นที่สะสมของสิ่งสกปรก สามารถทนรอยขูดขีดได้ดี หินสังเคราะห์ไม่สามารถดัดโค้งได้ มีลวดลายให้เลือกไม่หลากหลาย มีราคาที่แพงกว่าหินธรรมชาติค่ะ

5.หินควอทช์

หินควอทช์ เป็นหินที่ผลิตจากแร่ควอทซ์ธรรมชาติกว่า 95%
จึงมีความแข็งแกร่งมากกว่าหินธรรมชาติ อาทิ หินแกรนิต หินอ่อน เป็นต้น อีกทั้งยัง สามารถทนต่อคราบเปื้อน รอยขีดข่วน ความร้อนและความเย็น ไม่มีรูพรุน ไม่ซึมน้ำ ไม่เกิดคราบฝังแน่น จึงสามารถนำมาใช้ตกแต่งส่วนต่างๆ ของบ้านได้อย่างหลากหลาย เช่น ทำท็อปครัว เป็นต้น นอกจากนั้นยังสามารถผสมให้เกิดเป็นลวดลายและเฉดสีที่หลากหลายได้อีกด้วย

6.หินอ่อน

สำหรับหินอ่อน เรามักจะเจอหินชนิดนี้ในโครงการระดับ Luxury ขึ้นไป เนื่องจากเป็นวัสดุที่ดูหรูหรา แต่ไม่คอยเป็นที่นิยมในการนำมาใช้ทำชุดครัวทั้งชุด แต่จะใช้บางส่วน เช่น บริเวณเคาน์เตอร์ลอยตรงกลาง (Island Counter) หินอ่อนยังสามารถทนน้ำและความร้อนได้บ้างแต่ต้องการการดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอ เพราะหินอ่อนไม่ทนกรดและด่าง เป็นคราบเปื้อนง่ายและยังเป็นรอยขูดขีดอีกด้วย

ผนังกันเปื้อน (Backsplash)

ผนังกันเปื้อน หรือ Backsplash สิ่งที่ใครหลายๆคนอาจจะมองข้ามแต่ในแง่ของการใช้งานถือว่ามีประโยชน์มากทีเดียว เพราะเวลาเราทำอาหารหากมีน้ำมันหรือซอสปรุงรสต่างๆกระเด็นไปโดน เราจะสามารถเช็ดล้างทำความสะอาดได้ง่ายกว่าผนังฉาบเรียบทาสีธรรมดา และจะไม่ทิ้งคราบให้เปื้อนผนังของเราอีกด้วย ผนังกันเปื้อนนี้บางโครงการจะให้มาพร้อมกับครัวด้วย แต่บางโครงการก็ไม่ได้ให้ ซึ่งเราจะต้องหามาติดเพิ่มเองในภายหลัง สำหรับวัสดุของผนังกันเปื้อนที่โครงการนิยมให้ได้แก่

1.กระเบื้อง

กระเบื้องเป็นวัสดุยอดนิยมในการนำมาทำเป็นผนังกันเปื้อนด้วยความที่ดูแลรักษา ทำความสะอาดง่าย และยังมีสีและลวดลายให้เลือกหลากหลาย สามารถเลือกให้เหมาะกับการออกแบบของห้องได้ โดยจะแบ่งออกเป็นกระเบื้องเซรามิค กระเบื้องแกรนิตโต้ และกระเบื้องโมเสค การเลือกใช้งานก็ขึ้นอยู่กับความชื่นชอบและการออกแบบโดยรวมของห้อง ซึ่งราคาและคุณสมบัติของกระเบื้องแต่ละประเภทก็จะแตกต่างกันค่ะ

2.กระจก

กระจกเป็นอีกหนึ่งผนังกันเปื้อนที่ทางโครงการนิยมติดตั้งให้กับลูกบ้าน ด้วยผิวที่มันวาวและทำความสะอาดง่าย ไม่มีรอยต่อหรือถ้ามีก็น้อยมากๆ อีกทั้งยังสามารถเพิ่มความหรูหราให้กับครัวได้อีกด้วย ดังนั้นโครงการที่ให้ผนังกันเปื้อนเป็นกระจกนี้จะเป็นโครงการที่มีราคาสูงขึ้นมาหน่อยเช่น โครงการที่อยู่ในระดับ High Class ขึ้นไป โดยกระจกที่นิยมใช้กันมีดังนี้

กระจกพ่นสี กระจกเคลือบสี หรือ กระจกกลาสโค้ท (ColorKote) ข้อดีคือทำความสะอาดง่าย สามารถผลิตได้แทบจะทุกสีที่ต้องการ ถ้าอยู่ใกล้กับเตาแนะนำให้เลือกใช้เป็นกระจกเทมเปอร์ เพราะกระจกเทมเปอร์จะทนความร้อนได้ดีกว่ากระจกธรรมดาค่ะ

กระจกเงา มีคุณสมบัติที่เหมือนกับกระจกพ่นสี แตกต่างกันตรงที่ผิวเป็นกระจกเงาซึ่งมีความแวววาวและสะท้อนได้ โดยจะมีทั้งกระจกเงาธรรมดาและกระจกเงาที่ผสมกับสีต่างๆ ที่นิยมใช้กับคือกระจกเงาสีชาค่ะ

3.หิน

หินถือเป็นวัสดุที่ค่อนข้างสวยงามและดูหรูหราทีเดียวสำหรับการใช้งานเป็นผนังกันเปื้อน ถ้าเป็นหินอ่อนจะเหมาะกับการใช้ในครัวเปิดและส่วนเตรียมอาหารมากกว่า ด้วยความที่เนื้อวัสดุไม่ทนกรดและด่างและเป็นคราบเปื้อนง่าย ส่วนถ้าเป็นหินแกรนิต หินควอทซ์ และ หินสังเคราะห์จึงจะเหมาะกับการใช้งานในครัวไทย ซึ่งเราจะไม่ค่อยเห็นโครงการให้ผนังกันเปื้อนเป็นหินกันสักเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะเป็นโครงการที่มีราคาสูงค่ะ

เคาน์เตอร์ครัว

เคาน์เตอร์ครัวถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่สุดในครัวเลยก็ว่าได้ เนื่องจากเป็นพื้นที่หลักที่เราใช้ในการประกอบอาหารและเป็นที่รวมฟังก์ชั่นต่างๆไว้ด้วยกัน เคาน์เตอร์ครัวมีหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับพื้นที่และการใช้งาน ทั้งรูปตัวI ตัวL ตัวU หรือแม้กระทั่งในครัวที่ใหญ่หน่อยก็จะมีเคาน์เตอร์ครัวแบบเกาะกลาง (Island) ตามมาด้วย หลายโครงการโดยเฉพาะคอนโดมิเนียมจะมีการให้ครัวมาพร้อมกับห้องพักและมีการดีไซน์เคาน์เตอร์เพื่อให้เข้ากับการตกแต่งของห้องพัก เคาน์เตอร์จึงมีทั้งที่ทางโครงการสั่งทำพิเศษหรือใช้แบรนด์ดังเพื่อนำมาเป็นจุดขาย แต่สำหรับการใช้งานแล้วเราจะเน้นไปที่วัสดุของเคาน์เตอร์ครัว ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นโครงสร้างและวัสดุปิดผิวค่ะ เนื่องจากเรื่องนี้มีความคาบเกี่ยวกันกับบทถัดไป ในบทนี้เราจะขอเล่าถึงคร่าวๆก่อนแล้วจะพูดละเอียดกันอีกครั้งในบทของเฟอร์นิเจอร์นะคะ

1.โครงสร้าง

เคาน์เตอร์ครัวที่เราเห็นกันภายนอกนั้นประกอบด้วยโครงไม้ก่อขึ้นรูปแล้วจึงปิดผิวทับอีกที โดยวัสดุที่ใช้เป็นโครงนั้นมีหลากหลายเราจะเลือกอธิบายเฉพาะที่โครงการนิยมให้กันนั่นก็คือ

  • ไม้ปาติเกิล (Particle Board) สร้างมาจากเศษชิ้นไม้นำมามาประสานกันโดยสารเคมีและบดอัดด้วยความดันสูง ไม่แข็งแรงเท่าไหร่เพราะถ้าโดนน้ำอาจจะทำให้เปื่อยยุ่ยได้
  • ไม้ MDF มีความคล้ายคลึงกับไม้ปาติเกิลแต่ว่าจะผ่านกระบวนการอัดพร้อมกับความร้อน จึงทำให้เนื้อไม้มีความแน่นและผิวเนียนมากกว่า
  • ไม้อัด (Plywood) ถือเป็นไม้ที่ดีขึ้นมาอีกระดับ มีความทนทานและกันน้ำ กันปลวกได้
ขอบคุณภาพประกอบจาก http://inspirasimengecat.blogspot.com

2.วัสดุปิดผิว

  • แผ่น PVC – เป็นวัสดุที่ทำจากพลาสติกและมีการพิมพ์ลายเลียนแบบสีไม้ธรรมชาติ
  • แผ่น-เมลามีน – เป็นวัสดุที่ทำจากกระดาษหลายๆชั้นอัดแน่นทับกันและเคลือบเงา พร้อมพิมพ์ลายเลียนแบบสีไม้ธรรมชาติ จะมีประสิทธิภาพในการใช้งานมากขึ้น สามารถทนความร้อน ความชื้น และรอยขีดข่วนได้ดี
  • แผ่นลามิเนต – เป็นวัสดุปิดผิวที่ให้ความรู้สึกเหมือนกับไม้จริง อีกทั้งยังสามารถทำสีได้หลากหลายและทำ Texture ได้ใกล้เคียงกับเนื้อไม้จริงมากๆ ทนทานต่อแรงกระแทก ความร้อน และการขูดขีดได้ดีกว่า PVC และผิวเมลามีน
  • สีพ่น Hi-gloss – เป็นสีพ่นทับโครงไม้อีกที มีความสวยงามและมันวาว เรียบเนียน สีไม่หลุดลอกร่อน

เตาแก๊ส & เตาไฟฟ้า (Hob)

การทำอาหารเป็นส่วนหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับสังคมไทย แต่เดิมเราจะเห็นคนนิยมใช้เตาแก๊สกันเป็นส่วนใหญ่ มาในปัจจุบันการใช้ชีวิตและสังคมเปลี่ยนไป มีความเร่งรีบมากขึ้น แก๊สก็หาซื้อได้ยากขึ้นยิ่งถ้าเราเข้าไปอยู่ในเมืองใหญ่ เตาไฟฟ้าจึงได้ถูกนำมาใช้งานในการทำอาหารแทนเตาแก๊สมากขึ้น ด้วยความที่ใช้งานสะดวกและยังสามารถปรุงอาหารได้รวดเร็วกว่า สำหรับในวงการอสังหาริมทรัพย์ เตาไฟฟ้าถือเป็นส่วนหนึ่งที่ทางโครงการมีใช้มาพร้อมกับตัวห้องโดยเฉพาะคอนโดมิเนียม เราสามารถแบ่งประเภทเตาไฟฟ้าได้ทั้งหมด 3 ประเภท ได้แก่ แบบ Hot Plate แบบ Ceramic และแบบ Induction ค่ะ

เครื่องดูดควัน (Hood)

เครื่องดูดควันเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทางโครงการนิยมให้มาพร้อมกับตัวบ้านหรือคอนโดมิเนียมของเรา หน้าที่ของมันคือคอยกำจัดไขมัน ไอน้ำ และกลิ่นไม่พึงประสงค์ มีหลากหลายรูปแบบให้เลือกทั้งดีไซน์และการใช้งาน เครื่องดูดควันจะมีประโยขน์มากๆสำหรับครัวในคอนโดมิเนียม ยิ่งเป็นครัวปิดที่ไม่มีช่องระบายอากาศด้วยแล้ว หากไม่มีเครื่องดูดควันก็อาจจะเกิดปัญหากลิ่นและควันลอยเข้ามาในห้องพักได้ โดยเราจะขอแบ่งตามระบบการทำงานดังต่อไปนี้ค่ะ

1.เครื่องดูดควันระบบหมุนเวียนอากาศ (Recirculation type)

ระบบนี้จะดูดควันเข้าไปในเครื่อง จุดสังเกตคือตัวเครื่องจะไม่มีท่อต่อออกไปด้านบนฝ้าเพดาน โดยเครื่องจะมีฟิลเตอร์คาร์บอนทำหน้าที่ในการดูดซับกลิ่น ควัน และฟอกอากาศให้บริสุทธิ์ก่อนปล่อยอากาศบริสุทธิ์หมุนเวียนเข้ามาภายในห้อง เครื่องดูดควันระบบหมุนเวียนนี้จะติดตั้งง่าย ไม่ต้องเจาะผนัง แต่ผู้ใช้งานจำเป็นต้องเปลี่ยนฟิลเตอร์สม่ำเสมอปีละครั้ง ถ้าใช้ไปนานๆไม่เปลี่ยนแผ่นคาร์บอนจะทำให้เปลืองไฟได้ค่ะ

2.เครื่องดูดควันระบบท่อ (Extraction type)

ระบบนี้เป็นระบบที่ติดตั้งกับเพดานเพื่อปล่อยควันออกไปด้านนอกบ้านหรืออาคาร ข้อดีคือสามารถกำจัดควัน กลิ่นและน้ำมันได้ดีมากเพราะสามารถดูดออกนอกห้องได้หมด และมีแรงดูดที่ดีกว่าเพราะไม่มีฟิลเตอร์คาร์บอนขวางทางลม อีกทั้งระบบนี้เราไม่ต้องเปลี่ยนแผ่นฟิลเตอร์คาร์บอน ค่าใช้จ่ายระยะยาวจึงถูกกว่า ส่วนข้อเสียคืออาจจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มในการติดตั้งและเดินท่อต่อปล่องสู่ภายนอกและบางโครงการไม่อนุญาตให้เจาะผนังค่ะ

อ่างล้างจาน (Sink)

อ่างล้างจานถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญประจำครัวเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าเราจะเตรียมอาหาร ทำอาหาร หรือแม้กระทั่งทานอาหารเสร็จแล้ว เราก็มีความจำเป็นที่จะต้องใช้อ่างล้างจานทั้งสิ้น ปัจจุบันอ่างล้างจานมีหลายรูปแบบให้เลือกสรร แต่อ่างที่ทางโครงการเลือกให้มาพร้อมกับห้องพักนั้นมีแค่ไม่กี่ชนิดเท่านั้น จะแตกต่างไปที่แบรนด์มากกว่า ก่อนจะลงลึกไปถึงแบรนด์ที่ได้ในบทถัดๆไป ขออธิบายถึงวัสดุ การติดตั้งและการใช้งานของอ่างก่อนนะคะ

วัสดุของอ่างล้างจาน

  • สแตนเลส สตีล เป็นวัสดุที่นิยมใช้ทำเป็นอ่างล้างจาน เนื่องจากมีความทนทานต่อการกัดกร่อนและรอยขีดข่วน อีกทั้งยังดูสวยงามเข้าได้กับทุกการตกแต่งของห้อง
  • หินสังเคราะห์ มีความแข็งแรงและความทนทานและรูปลักษณ์ที่ดูสวยงาม และสามารถลดระดับเสียงน้ำชนกับพื้นผิวของอ่างล้างจาน ทำให้ไม่เกิดเกิดเสียงรบกวน แต่มีข้อควรระวังคือควรจะใช้ช่างที่มีความเชี่ยวชาญเพื่อไม่เกิดความเสียหายระหว่างการติดตั้ง

รูปแบบของอ่างล้างจาน

อ่างล้างจานมีทั้งแบบหลุมเดียวและหลายหลุม ถ้าเป็นหลุมเดียวจะเหมาะกับการใช้งานในพื้นที่จำกัดเช่นในคอนโดมิเนียม ถ้ามีพื้นที่ที่มากขึ้นการใช้อ่างล้างจานแบบมากกว่า 1 หลุมจะช่วยแบ่งการใช้งานของอ่างได้หลายแบบเช่น หลุมหนึ่งเอาไว้แช่ผัก อีกหลุมหนึ่งเอาไว้ล้างทำความสะอาดเป็นต้น นอกจากนั้นยังมีถาดพักจานด้านข้างซึ่งสามารถเอาจานหรือของต่างๆที่เราล้างมาพักไว้ด้านข้างได้อีกด้วย ปัจจุบันนี้มีการออกแบบฝาครอบด้านบนอ่างเอาไว้สำหรับเพิ่มพื้นที่ใช้สอย ถ้าปิดฝาก็ใช้เป็นพื้นที่ในการเตรียมอาหารได้ อีกทั้งยังสามารถกันกลิ่นและแมลงที่จะขึ้นมาจากท่อได้ด้วย

รูปแบบการติดตั้ง

นอกจากวัสดุและรูปแบบของอ่างล้างจานที่มีให้เราเลือกกันค่อนข้างหลากหลายแล้ว อ่างล้างยังมีการการติดตั้งหลายรูปแบบ โดยการติดตั้งที่นิยมในปัจจุบันสามารถแบ่งได้ 3 ประเภทได้แก่

• การติดตั้งจากด้านบน หรือ Topmount
• การติดตั้งแบบเรียบเสมอกับเคาน์เตอร์ หรือ Flat Rim
• การติดตั้งจากด้านล่างเคาน์เตอร์ หรือ Undermount

แบรนด์ของอุปกรณ์ไฟฟ้าในครัว

ในการพิจารณาอุปกรณ์ในครัวจำพวก เตาไฟฟ้า เครื่องดูดควัน อ่างล้างจาน นอกจากวัสดุแล้ว สิ่งที่สามารถบอกเราได้ว่าของที่โครงการให้คุ้มค่ากับราคาโครงการที่เราซื้อไปหรือไม่ก็คือแบรนด์และเกรดของอุปกรณ์นั้นๆ สำหรับแบรนด์จะแบ่งออกเป็นแบรนด์ที่ใช้ทั่วๆไปและแบรนด์ในระดับสูงหน่อย ราคาก็จะแพงตามไปด้วย ซึ่งเราจะเห็นในโครงการระดับ Luxury ขึ้นไปค่ะ

อุปกรณ์ประกอบอื่นๆ

นอกเหนือจากวัสดุและอุปกรณ์หลักๆที่ได้กล่าวไปเลย ยังมีอุปกรณ์เสริมอื่นๆที่ถ้าทางโครงการให้ก็ถือว่าเป็นการเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้อยู่อาศัยเช่น ถาดใส่ช้อน-ส้อม แผ่นฟลอยด์รองพื้นอ่างล้างจาน เครื่องบดอัดเศษอาหารและอุปกรณ์เก็บจานต่างๆค่ะ

________________________________________________________________

สำหรับใครที่กำลังตัดสินใจซื้อคอนโด สิ่งที่เราต้องคำนึงถึงนอกจากทำเล พื้นที่ส่วนกลางและการออกแบบก็คือวัสดุและอุปกรณ์ที่ติดมากับห้อง เพราะเราต้องเข้ามาอยู่อาศัยและใช้งาน ถึงแม้ว่าทำเลจะดีเพียงใดแต่ถ้าห้องของเรานั้นได้วัสดุและอุปกรณ์ที่ไม่เหมาะสมกับการใช้งานก็อาจจะส่งผลให้ต้องเสียเวลาและเสียเงินในการซ่อมแซมก็เป็นได้ อีกกรณีหนึ่งที่ควรพิจารณาก่อนจะตัดสินใจซื้อคอนโดได้แก่ “ความคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป” หมายความว่าเราควรเลือกโครงการที่ได้วัสดุที่เหมาะสมกับราคาที่จ่ายไปด้วย จากการสังเกตเราพบว่าคอนโดมิเนียมที่ราคาต่างกันจะให้วัสดุและอุปกรณ์ที่แตกต่างกันด้วยนะคะ ยกตัวอย่างเช่น

คอนโดมิเนียมราคาหยิบจับง่าย

ราคาเฉลี่ยต่ำกว่า 70,000 บาท/ตร.ม.

จัดเป็นโครงการในระดับที่สามารถจับต้องได้ง่ายที่สุด ด้วยจุดเด่นในเรื่องของราคาที่สามารถหยิบจับได้ง่าย ทำให้ต้องแลกกับทำเลที่มักจะเป็นรอบเมืองซะเป็นส่วนใหญ่ การออกแบบโครงการจะค่อนข้างเรียบง่าย สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการอาจจะไม่ได้หวือหวามากนัก รวมถึงพื้นที่ใช้สอยภายในห้องก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไรมาก เพราะทำออกมาเพื่อให้คนที่มีรายได้จำกัด วัสดุที่โครงการลักษณะนี้ให้ส่วนใหญ่จะเป็นของที่ให้กันตามมาตรฐานทั่วๆไป อาจจะมีบางรายการที่ไม่มีให้มาบ้างแลกกับราคาที่หยิบจับได้ง่าย จากข้อมูลสรุปได้ดังนี้ค่ะ

Top :  ไม้เทียม (Particle Board , เมลามีน, ลามิเนต), หิน (แกรนิต, หินสังเคราะห์)

ผนังกันเปื้อน : กระเบื้อง, กระจก หรือไม่มี

วัสดุปิดผิว : ลามิเนต, เมลามีน

อุปกรณ์ต่างๆ :  MEX, Hafele, TEKA

คอนโดมิเนียมระดับกลาง

ราคาเฉลี่ย 70,000 – 150,000 บาท/ตร.ม.

จัดเป็นคอนโดระดับกลางค่อนข้างไปทางสูง ซึ่งเราจะเห็นโครงการประเภทนี้ค่อนข้างเยอะในตลาด วัสดุจะได้ตามมาตรฐาน มีการปรับให้ดูดีและมีความทนทานเพิ่มมากขึ้นกว่าคอนโดที่ราคาต่ำกว่า 70,000 บาท/ตร.ม. ในบางโครงการจะมีการออกแบบเคาน์เตอร์ให้สอดคล้องกับดีไซน์ของโครงการ

Top :  หินควอตซ์, หินสังเคราะห์, หินแกรนิต, หินอ่อน ,ลามิเนต

ผนังกันเปื้อน : กระเบื้อง, กระจก, หินอ่อน

วัสดุปิดผิว :  เมลามีน, ลามิเนต, สีพ่น Hi Gloss

อุปกรณ์ต่างๆ :  ช่วงราคานี้ที่เราเจอบ่อยๆได้แก่ Electrolux, Blanco, Frange, Mex,  Simens, Smeg, Teka

คอนโดมิเนียมหรู

ราคาเฉลี่ย 300,000 บาท/ตร.ม.ขึ้นไป

อีกตัวอย่างคือ คอนโดมิเนียมราคาเฉลี่ยทั้งโครงการ 300,000 บาทต่อตารางเมตรขึ้นไป เป็นโครงการระดับหรูที่ทำขึ้นมาเพื่อกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อ ซึ่งเราจะไม่ค่อยได้โครงการในลักษณะนี้กันเห็นกันบ่อยๆ วัสดุที่โครงการประเภทนี้เลือกใช้ก็มักจะไม่ใช่ของที่ให้กันอยู่ในคอนโดยทั่วๆไป ยกตัวอย่างเช่นถ้าคอนโดทั่วๆไปให้พื้นที่เป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ธรรมดา โครงการในลักษณะนี้มักจะให้หินทำเข้าจากต่างประเทศที่มีลวดลายที่คัดสรรพิเศษ อุปกรณ์ต่างๆก็มักจะเป็นแบรนด์นำเข้าที่ชื่ออ่านค่อนข้างยาก ในกรณีที่เป็นแบรนด์ที่ใกล้เคียงกับคอนโดในตลาดก็มักจะเป็นรุ่นที่สูงกว่า โครงการประเภทนี้มักจะไม่เน้นการขายพร้อมเฟอร์นิเจอร์สักเท่าไหร่ แต่จะขายในลักษณะที่เป็นห้องเปล่าๆ (Fully Furnished) เพื่อให้ลูกค้าสามารถตกแต่งต่อเติมได้ตามใจชอบ เนื่องจากลูกค้ากลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อและรสนิยมเฉพาะบุคคลค่ะ

Top : หินควอทซ์, หินอ่อน, หินสังเคราะห์

ผนังกันเปื้อน : หิน, กระเบื้องแกรนิตโต้, กระจก

วัสดุปิดผิว : ขึ้นอยู่กับการการออกแบบ

อุปกรณ์ต่างๆ :  Gorenje , Kupperbusch , Poggenpohl , Gaggenau , Fisher&Paykel

ใครที่สนใจอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัสดุภายในบ้านเพิ่มเติม อย่าลืมมาลงทะเบียนและรับหนังสือ “คุ้มค่าราคาบ้าน” หนังสือเจาะลึกวัสดุกับราคา จากรีวิวกว่า 1,000 โครงการโดยทีมงาน thinkofliving.com ในงาน Living Expo 22 – 25 ส.ค. นี้นะคะ คลิกเลยVVV