
ทุกคนรู้กันไหม…ถ้าอยากอยู่บ้านใกล้สาทรแล้วมีงบ 10-20 ล้านบาทเนี่ย จะได้อยู่โซนไหน?
แม้ว่าฝั่งพระราม 3 จะเป็นตัวเลือกยอดนิยม แต่ราคาก็แรงไม่เบา เอาแค่ทาวน์โฮมก็เริ่มต้นราว 20 ล้านแล้วค่ะ ถ้าเป็นบ้านไม่ต้องพูดถึงต้องมี 50 ล้านขึ้นไปเลยนะ ทีนี้ลองข้ามน้ำมามองฝั่งธนฯ กันบ้าง โซนวงเวียนใหญ่ถือว่าใกล้สาทรที่สุด แต่โครงการบ้านเปิดใหม่มีน้อยมากกกก และส่วนใหญ่เป็นทาวน์โฮม ไม่ก็บ้านแฝด ราคาก็ไม่ธรรมดานะ 16–30 ล้านค่ะ
ดังนั้นโซนที่ถัดออกมาหน่อยอย่างบางหว้า-บางแค-กัลปพฤกษ์ จึงเป็นคำตอบของคนที่มองหาบ้านเดี่ยว/บ้านแฝดในงบ 10-20 ล้านบาท ซึ่ง 2 โครงการที่เรานำมาเปรียบเทียบในบทความนี้ บอกเลยว่าเป็นของหายาก…ใครสนใจโครงการไหนก็กดดูรายละเอียดแบบเจาะลึกที่ชื่อโครงการได้เลย
แม้ว่า 2 โครงการนี้จะเป็นบ้านใกล้สาทรเหมือนกัน อยู่บนถนนกัลปพฤกษ์เช่นกัน แต่ก็มีรายละเอียดที่ต่างกัน ครั้งนี้เราจึงอยากเปรียบเทียบจุดเด่นแต่ละโครงการ โดยที่เราจะขอแบ่ง Part หลักๆดังนี้
- ทำเลที่ตั้ง
- ส่วนกลาง
- รูปแบบห้องและราคา
- สรุป
ข้อมูลโครงการ
ข้อมูลโครงการ ณ วันที่ 7 สิงหาคม 2568
| ชื่อโครงการ | GRAMOUR SATHORN (แกรมเมอร์ สาทร) | THE CITY KALLAPAPHRUEK (เดอะ ซิตี้ กัลปพฤกษ์) |
| ชื่อผู้ประกอบการ | บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) | บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) |
| โครงการตั้งอยู่ | ถนนกัลปพฤกษ์ เขตจอมทอง | ถนน กัลปพฤกษ์ เขต บางแค |
| ที่ดิน | 44 – 2 – 36 ไร่ | 35-0-43.3 ไร่ |
| จำนวนยูนิต | 194 ยูนิต | 114 ยูนิต |
| ประเภทบ้าน |
|
|
| เว็บไซต์โครงการ | คลิกที่นี่ | คลิกที่นี่ |
| โทร | 1520 | 1623 |
ทำเลที่ตั้ง
ทำเล GRAMOUR SATHORN (แกรมเมอร์ สาทร) และ THE CITY KALLAPAPHRUEK (เดอะ ซิตี้ กัลปพฤกษ์)

ถ้าพูดถึง ‘สาทร’ แน่นอนว่าโซนนี้เป็น CBD ของกรุงเทพ เป็นแหล่งงานขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยอาคารสำนักงานชื่อดังมากกมาย อะไรที่เค้าว่าหรู ว่าแพง เครือโรงแรมระดับโลกล้วนรวมตัวกันอยู่ในโซนนี้ทั้งนั้น อย่างตึกมหานครที่เคยเป็นตึกสูงที่สุดในไทยก็อยู่ในโซนนี้เช่นกัน
หากจะหาบ้านใกล้สาทรบอกเลยว่าโครงการใหม่ๆ มีแต่คอนโดทั้งนั้น ถ้าเป็นบ้านต้องขยับออกมาสักหน่อย ย่านใกล้ๆ ยอดนิยมเลยก็ต้องพระราม 3 แต่ราคาบ้านโครงการใหม่ที่มาขึ้นนั้นมหาโหดมาก 20 ล้านได้แค่ทาวน์โฮม ถ้าบ้านเดี่ยวบ้านแฝดจะอยู่ที่ 50 ล้านขึ้นไปจนแตะ 100 ล้านเลยก็มี และมักจะเป็นบ้านแนวสูง 3-6 ชั้นกันด้วย
หากขยับมาที่ฝั่งธนฯ ย่านที่ใกล้กับสาทรมากที่สุดคงหนีไม่พ้นวงเวียนใหญ่ แต่โครงการบ้านในโซนนี้มีน้อยมากค่ะ และส่วนใหญ่เป็นทาวน์โฮมและบ้านแฝดด้วย ราคาก็ไม่ธรรมดานะ 16-30 ล้านเลยค่ะ
ดังนั้น โซนที่ขยับออกมาหน่อยแต่ยังใกล้สาทรก็จะเป็นโซนบางหว้า-บางแค-กัลปพฤกษ์ ซึ่งส่วนใหญ่ก็ยังเป็นโครงการทาวน์โฮมด้วยนะ มีราคาตั้งแต่ 4 ล้านขึ้นไปจนถึง 10 กว่าล้าน ส่วนบ้านแฝดและบ้านเดี่ยวถือว่ามีโครงการให้เลือกน้อยมาก ถ้ากำเงินมา 10 ล้านกว่าจะได้แค่บ้านแฝดนะคะ ส่วนบ้านเดี่ยวต้องมี 13 ล้านขึ้นและมีให้เลือกถึง 40 ล้านเลยค่ะ ซึ่งทั้ง 2 โครงการที่เราจับมา Battle กันในบทความนี้นับเป็นของหายากของย่านนะ
โครงการ Gramour Sathorn (แกรมเมอร์ สาทร) และ The City Kallapaphruek (เดอะ ซิตี้ กัลปพฤกษ์) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดใกล้สาทร ตั้งอยู่บนถนนกัลปพฤกษ์ ซึ่งเป็นถนนที่ไปเชื่อมต่อกับถนนหลักได้อีกหลายสาย ทั้งถนนพระราม 3, เพชรเกษม และกาญจนาภิเษก สามารถไปใช้ทางด่วนและรถไฟฟ้าได้ทั้ง BTS วุฒากาศและ MRT บางหว้า จึงเป็นโซนที่เดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองอย่างสาทร-สีลมได้ง่าย เหมาะกับคนที่มองหาบ้านใกล้สาทร
ทั้ง 2 โครงการมีทำเลที่ไม่ต่างกันมากเพราะอยู่บนถนนกัลปพฤกษ์เช่นเดียวกัน โดย Gramour จะอยู่ใกล้เมืองมากกว่า ไปใช้รถฟฟ้าได้สะดวกกว่า แต่ตัวโครงการจะ อยู่ใน “Golden Empire Sathorn” เข้าจากถนนกัลปพฤกษ์ประมาณ 1.9 กิโลเมตร ส่วน The City จะอิงไปทางถนนกาญจนาภิเษกมากกว่า แต่เข้าจากถนนกัลปพฤกษ์แค่ 300 เมตร เรียกได้ว่าเป็นโครงการติดถนนใหญ่ก็ว่าได้
เปรียบเทียบตัวช่วยในการเดินทาง
BTS & MRT
ในส่วนของ BTS ต้องยกให้ Gramour Sathorn (แกรมเมอร์ สาทร) เป็นโครงการที่ไป BTS ได้สะดวกกว่า ประมาณ 3.5 กิโลเมตรก็ถึง BTS สายสีเขียว สถานีวุฒากาศแล้ว ถ้าคุณพ่อคุณแม่ทำงานโดยใช้เส้นราชพฤกษ์ก็สามารถแวะส่งคุณลูกขึ้นรถไฟฟ้าเดินทางไปเรียนได้ง่าย
ในส่วนของ MRT ใกล้สุดจะเป็นสายสีน้ำเงิน ซึ่ง Gramour Sathorn (แกรมเมอร์ สาทร) และ The City Kallapaphruek (เดอะ ซิตี้ กัลปพฤกษ์) จะใกล้ MRT พอๆ กัน แต่ Gramour จะใกล้ MRT สถานีบางหว้า ซึ่งอยู่ใกล้เมืองมากกว่าและเป็นสถานี Interchange กับสายสีเขียวด้วยค่ะ ส่วน The City จะใกล้สถานีหลักสองมากที่สุด ซึ่งเป็นสถานีปลายทางของสายสีน้ำเงินในปัจจุบันนี้นะคะ
ทางด่วนเฉลิมมหานคร
ทางด่วนเฉลิมมหานคร ด่านที่ทั้ง 2 โครงการดูจะเดินทางไปสะดวกสุดคือ ด่านดาวคะนอง ที่ใช้เชื่อมต่อไปได้หลายเส้นทางทั้งพระราม 4, พระราม 9, บางนา หรือจะขึ้นไปทางสนามบินดอนเมืองก็ต่อเชื่อมไปได้หมดเลย โดย Gramour Sathorn (แกรมเมอร์ สาทร) และ The City Kallapaphruek (เดอะ ซิตี้ กัลปพฤกษ์) มีระยะทางถึงทางด่วนพอๆ กันประมาณ 14 กิโลเมตร ค่ะ
วงแหวนกาญจนาภิเษก
The City Kallapaphruek (เดอะ ซิตี้ กัลปพฤกษ์) จะใกล้วงแหวนกาญจนาภิเษกมากกว่า ใกล้มากประมาณ 900 เมตรก็ถึงแล้วค่ะ ถ้าใช้ถนนวงแหวนบ่อยๆ ก็เชียร์โครงการนี้นะ จะเดินทางได้สะดวกกว่าค่ะ
ถนนกัลปพฤกษ์
บรรยากาศบริเวณด้านหน้าโครงการ GRAMOUR SATHORN (แกรมเมอร์ สาทร) ระยะประมาณ 1.9 กิโลเมตร
บรรยากาศบริเวณด้านหน้าโครงการ The City Kallapaphruek (เดอะ ซิตี้ กัลปพฤกษ์) ระยะประมาณ 300 เมตร
แม้จะอยู่บนถนนกัลปพฤกษ์เหมือนกัน แต่มีประเด็นที่ต่างกันอยู่นิดหน่อยนะคะ โดย Gramour Sathorn (แกรมเมอร์ สาทร) จะอยู่ใน “Golden Empire Sathorn” ต้องเข้าซอยไปประมาณ 1.9 กิโลเมตร จึงได้ความสงบเป็นส่วนตัวที่มากขึ้น แต่ถ้าชอบโครงการติดถนนใหญ่เลย ไม่ต้องเข้าซอยลึกก็แนะนำ The City Kallapaphruek (เดอะ ซิตี้ กัลปพฤกษ์) เข้าจากถนนใหญ่ 300 เมตรก็ถึงซุ้มประตูโครงการแล้วค่ะ
ความอุดมสมบูรณ์รอบๆ โครงการ?
ในแง่ของความอุดมสมบูรณ์จากที่ตั้งทั้ง 2 โครงการ สามารถไปใช้สิ่งอำนวยความสะดวกได้หลากหลายทั้งในโซนกัลปพฤกษ์ – เพชรเกษม – บางแค ซึ่งถือเป็นย่านที่มีความคึกคัก รอบๆ มีทั้งตลาดขนาดใหญ่, ร้านค้า, ร้านอาหารและมี Community Mall ให้เลือกจับจ่ายใช้สอยได้ค่อนข้างเยอะ
ใกล้กับโครงการมีห้างใหญ่ๆ อาทิ The Mall บางแค, The Mall ท่าพระ, Seacon บางแค, Central พระราม 2 เป็นต้น หรือจะข้ามไปฝั่งสาทร – วงเวียนใหญ่ ก็มีห้าง ICONSIAM ที่เป็น Landmark อยู่ด้วย และนอกจากเป็นแหล่งไลฟ์สไตล์ในฝั่งกรุงเทพตะวันตกแล้ว ยังเป็นแหล่งรวมโรงพยาบาลชั้นนำและโรงเรียนนานาชาติชื่อดังหลายแห่ง เหมาะกับครอบครัวที่กำลังวางแผนมองหาบ้านใกล้โรงเรียนให้กับลูกๆ
สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก
GRAMOUR SATHORN (แกรมเมอร์ สาทร)
- BTS สถานีวุฒากาศ ~ 3.5 กิโลเมตร
- MRT สถานีบางหว้า ~ 4.5 กิโลเมตร
- วงแหวนกาญจนาภิเษก ~ 8.3 กิโลเมตร
- ทางด่วนเฉลิมมหานคร ด่านดาวคะนอง ~ 14.1 กิโลเมตร
- The Mall ท่าพระ ~ 5.4 กิโลเมตร
- ICONSIAM ~ 7 กิโลเมตร
- The Mall บางแค ~ 10 กิโลเมตร
- รร.เลิศหล้า กาญจนาภิเษก ~ 9.2 กิโลเมตร
THE CITY KALLAPAPHRUEK (เดอะ ซิตี้ กัลปพฤกษ์)
- BTS สถานีวุฒากาศ ~ 7.1 กิโลเมตร
- MRT สถานีหลักสอง ~ 4.5 กิโลเมตร
- วงแหวนกาญจนาภิเษก ~ 950 เมตร
- ทางด่วนเฉลิมมหานคร ด่านดาวคะนอง ~ 14.4 กิโลเมตร
- The Mall ท่าพระ ~ 10.2 กิโลเมตร
- ICONSIAM ~ 13 กิโลเมตร
- The Mall บางแค ~ 5 กิโลเมตร
- รร.เลิศหล้า กาญจนาภิเษก ~ 1.9 กม.
รายละเอียดโครงการ
สำหรับการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางทั้ง Gramour Sathorn (แกรมเมอร์ สาทร) และ The City Kallapaphruek (เดอะ ซิตี้ กัลปพฤกษ์) จัดได้ว่าสวยสูสีกัน น่าใช้งานทั้งคู่
Clubhouse
ส่วนตัวเราดูแล้วคิดว่าถ้าชอบฟังก์ชันหลักๆ ครบ มีขนาดใหญ่ไป Gramour แต่ถ้าชอบฟังก์ชันเยอะ กิจกรรมหลากหลายไป The City เพราะ Gramour จะโดดเด่นที่ขนาด อย่างสระว่ายน้ำจะใหญ่กว่า ถนนกว้างกว่า CCTV จำนวนเยอะกว่า ในขณะที่ The City จะออกแบบเป็นฟังก์ชันย่อยๆ เยอะกว่า รองรับกิจกรรมที่หลากหลาย และใช้เทคโนโลยีในการดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างระบบ KATSAN เข้ามาเพิ่มความสะดวกสบาย
อีกอย่างที่ต่างกันอย่างเห็นได้ชัดคือ สไตล์การออกแบบ ทำให้บรรยากาศภายในโครงการนั้นแตกต่างกัน อย่าง Gramour เองออกแบบมาในสไตล์ Classic ดูหรูหราเหมือนอยู่ยุโรป ส่วน The City จะมาในสไตล์ Modern ดูเรียบหรู ทันสมัย ซึ่งเรามีภาพมาฝากกันด้วย
แม้พื้นที่ส่วนกลางจะน่าใช้งานทั้งคู่ แต่ก็ต้องพิจารณาถึงจำนวนยูนิตของลูกบ้านด้วย เอาจริงๆ เพื่อนบ้านไม่เยอะทั้งคู่นะไม่ถึง 200 ยูนิต แต่ The City เพื่อนบ้านน้อยกว่า และค่าส่วนกลางถูกกว่า ถ้ามองถึงความสงบในการใช้งานก็คาดว่า The City จะได้ความเป็นส่วนตัวกว่านะคะ
บรรยากาศส่วนกลาง GRAMOUR SATHORN (แกรมเมอร์ สาทร)
Clubhouse ของ Gramour Sathorn (แกรมเมอร์ สาทร) ดีไซน์ดูหรูหรากลมกลืนกับซุ้มประตูด้านหน้าและส่วนพักอาศัยภายในโครงการ ภายในบรรยากาศโปร่งโล่ง ด้วยฝ้าเพดานค่อนข้างสูง และจะวางสระว่ายน้ำแอบไว้ด้านหลังอาคาร ได้ความเป็นส่วนตัว
บรรยากาศส่วนกลาง THE CITY KALLAPAPHRUEK (เดอะ ซิตี้ กัลปพฤกษ์)
ส่วน Clubhouse ของ The City Kallapaphruek (เดอะ ซิตี้ กัลปพฤกษ์) ถือว่ามีการดีไซน์ที่แตกต่างจาก The City ปกติอยู่สักหน่อยค่ะ เพราะส่วนใหญ่เราจะเห็นเป็นสไตล์ Modern ทรงเหลี่ยมธรรมดา ที่นานๆทีจะได้เห็นซุ้มประตูทรงโค้งแบบนี้ ถือว่ามีความสวยงามดีไปอีกแบบ
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ ‘KATSAN’ เป็นระบบรักษาความปลอดภัยมาตรฐานของ AP ที่มีในทุกๆโครงการ ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับลูกบ้านได้ค่อนข้างดี เช่น สามารถลงทะเบียนรถของแขกที่จะมาหาไว้ล่วงหน้าได้ หรือถ้ามีใครมาหาแล้วเราไม่สะดวกรับแขก/หรือไม่อยู่บ้านพอดี ก็สามารถกดปฏิเสธผ่าน Application ได้โดยไม่จำเป็นต้องให้คนภายนอกเข้ามาในหมู่บ้านให้เสียความเป็นส่วนตัวค่ะ
สวนส่วนกลาง
ทั้ง 2 โครงการมีขนาดสวนพอๆ กันค่ะ ประมาณ 1 ไร่ และมีพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยงเหมือนกันด้วย
บรรยากาศสวนส่วนกลาง GRAMOUR SATHORN (แกรมเมอร์ สาทร)
พื้นที่สวนภายในโครงการ GRAMOUR SATHORN (แกรมเมอร์ สาทร) มีให้เลือกใช้งานถึง 2 จุดรวมเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ โดยสวนด้านหน้าจุดเด่นจะอยู่ที่ Pet Society เป็นพื้นที่ๆจัดเตรียมเอาไว้ให้น้องหมา น้องแมวมาใช้ยืดเส้น ยืดสายกันได้ ข้างในมีทั้งอุปกรณ์เครื่องเล่น , มุมดื่มน้ำ และจุดทิ้งขยะเตรียมไว้เรียบร้อย ถูกใจคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกๆเป็นเจ้าสี่ขา
ส่วนพื้นที่สวนด้านในกำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ฟังก์ชันคร่าวๆจะประกอบด้วย Jogging Track , Picnic Area และ Kid bike park โดยการออกแบบได้รับแรงบันดาลใจมาจาก “สวนลักเซมเบิร์ก” ใจกลางกรุงปารีส หากสร้างเสร็จแล้วคาดว่าบรรยากาศน่าจะดูร่มรื่น น่าใช้งานค่ะ
บรรยากาศสวนส่วนกลาง THE CITY KALLAPAPHRUEK (เดอะ ซิตี้ กัลปพฤกษ์)
The City Kallapaphruek (เดอะ ซิตี้ กัลปพฤกษ์) สวนส่วนกลางจะแบ่งการใช้งานออกเป็นโซนๆ โซนแรกคือ Playground เป็นบ้านต้นไม้ที่สามารถพาน้องๆมาปีนป่าย เพื่อออกกำลังกายกลางแจ้งกันได้ โดยพื้นชั้นล่างจะปูด้วยพื้นยางกันกระแทก EPDM เพื่อช่วยลดอาการบาดเจ็บเวลาที่น้องๆหกล้มได้ดี อีกทั้งยังมีแท่น Trampoline ให้น้องๆได้กระโดดออกกำลังกายอีกด้วย ส่วนบนบ้านต้นไม้จะเป็นที่ให้นั่งเล่นและเชือกให้ปีนป่าย
โซนถัดมาภายในสวนจะมี Jogging Track ให้เราสามารถเดิน หรือวิ่งออกกำลังกายกันได้ รวมถึงยังมีเครื่องออกกำลังกายกลางแจ้งให้ใช้งานอีกด้วย บรรยากาศภายในสวนด้านในมีความสวยงาม และปลูกต้นไม้เยอะดูสดชื่นดีทีเดียวค่ะ ซึ่งระหว่างทางก็จะมีจุดให้เราได้นั่งเล่นพักผ่อนกันอยู่เป็นระยะๆด้วย บริเวณตรงกลางสวนจะเป็นที่ตั้งของ Pet Park ภายในมีอุปกรณ์เครื่องเล่นของน้องๆสัตว์เลี้ยง ให้เราสามารถมาพาฝึกหรือออกกำลังกายบริเวณนี้กันได้แบบจริงจังเลย
แบบบ้าน
แบบบ้านของทั้ง 2 โครงการ แตกต่างกันชัดเจนเลยนะคะ โดย Gramour Sathorn (แกรมเมอร์ สาทร) จะเป็นบ้าน 3 ชั้น มาในสไตล์ Classic เหมือนบ้านในยุโรป ส่วน The City Kallapaphruek (เดอะ ซิตี้ กัลปพฤกษ์) จะเป็นบ้าน 2 ชั้น มาในสไตล์ Modern ดูทันสมัย เรียบหรู สวยงามทั้งคู่ขึ้นอยู่กับว่าใครจะชอบสไตล์ไหนนะคะ
แต่ถ้าพูดถึงการอยู่อาศัยระหว่างบ้าน 3 และ 2 ชั้น ก็แน่นอนว่าบ้าน 2 ชั้นจะมีพื้นที่ใช้สอยในแต่ละชั้นมากกว่า ดูกว้างกว่า ในหนึ่งชั้นจะแบ่งเป็นหลายห้อง ในขณะที่บ้าน 3 ชั้นแต่ละชั้นจะมีพื้นที่ใช้สอยไม่เยอะเท่า ไม่กว้างเท่า แต่จะได้ความเป็นสัดส่วน แบบที่สามารถแบ่งชั้น 2 ทั้งชั้นเป็นห้องคุณพ่อคุณแม่ ชั้น 3 เป็นห้องลูกเต็มชั้นไปได้เลย
แต่หากใครมีงบ 10 ล้านนิดๆ จะยังซื้อบ้านเดี่ยวไม่ได้ จะได้เป็นบ้านแฝดแทนนะคะ ซึ่งจะมีให้เลือกเฉพาะในโครงการ Gramour Sathorn (แกรมเมอร์ สาทร) ส่วนใครที่มองหาบ้านเดี่ยว…ทั้ง 2 โครงการนี้มีให้เลือกหลายแบบมาก ราคาตั้งแต่ 16 ล้านขึ้นไปถึง 30 ล้านค่ะ
ราคา 10-15 ล้านบาท :
อย่างที่เกริ่นไปก่อนหน้าแล้วว่างบ 10 ล้านนิดๆ จะมีบ้านแฝดให้เลือกแบบเดียวนะคะ ชื่อแบบบ้าน Sailhant (เซลฮานท์) ในโครงการ GRAMOUR SATHORN (แกรมเมอร์ สาทร) เป็นบ้านแฝด 3 ชั้นมาพร้อมฟังก์ชัน 3 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ ได้พื้นที่ใช้สอย 204 ตร.ม.
จุดเด่นของรูปแบบบ้านนี้ก็คือ แปลนบ้านเป็นนแบบหน้ากว้างเหมาะกับคนที่ชอบความโปร่งโล่ง บรรยากาศภายในจะคล้ายกับรูปแบบบ้านเดี่ยว แตกต่างกันที่ฟังก์ชันชั้น 2 ที่ได้มาเป็น Master Bedroom 1 ห้องและพื้นที่อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ ได้อารมณ์แบบ Penthouse แยกชั้น จัดเป็นส่วนนั่งเล่นหรือห้องทำงานส่วนตัวได้ ส่วนชั้น 3 จะประกอบด้วยห้องนอน 2 ห้องและห้องอเนกประสงค์ตรงกลาง มีประตูกั้นแยกมาให้เป็นสัดส่วน เหมาะกับครอบครัวขนาด 3 – 4 คนกำลังดี
ราคา 16-17 ล้านบาท :
ขยับมาที่บ้านเดี่ยวในงบประมาณ 16-17 ล้านจะมีให้เลือกทั้ง 2 โครงการเลยค่ะ ชื่อแบบบ้าน Munich กับ Bellatrix ราคาพอๆกัน พื้นที่ใช้สอยพอๆ กัน ต่างกันตรงที่เป็นบ้านเดี่ยว 3 ชั้น กับ 2 ชั้น ซึ่งทำให้ฟังก์ชันของทั้ง 2 แบบบ้านต่างกันดังนี้
ห้องนอนชั้นล่าง : มีเฉพาะในแบบบ้าน Bellatrix ซึ่งมาพร้อมห้องน้ำในตัวเลย ครอบครัวไหนที่มีผู้สูงอายุ ต้องการห้องนอนชั้นล่างก็เหมาะกับแบบบ้านนี้มากกว่านะคะ
ห้องซักรีด : แบบบ้าน Munich จะจัดห้องซักรีดไว้บนชั้น 3 ตอบโจทย์ตัวบ้านทรงสูง 3 ชั้น ทำให้ไม่ต้องขนเสื้อผ้าลงไปชั้นล่าง จัดการที่ชั้นบนได้เลย ส่วน Bellatrix จะจัดพื้นที่ซักล้างไว้ชั้นล่างตามปกติ
Master Bedroom ขยายพื้นที่ได้ : เฉพาะแบบบ้าน Munich ที่พื้นที่อเนกประสงค์จะมีประตูเชื่อมกับ Master Bedroom และมีประตูกั้นจากโถงทางเดินด้วย จึงเป็น Option ว่าหากอยากใช้งานเป็นส่วนตัวก็ปิดประตูกั้นพื้นที่อเนกประสงค์ออกจากพื้นที่ส่วนอื่นได้ค่ะ
Master Bathroom + อ่างอาบน้ำ : เฉพาะแบบบ้าน Bellatrix ที่จะมีอ่างอาบน้ำมาให้ แถมอ่างล้างหน้าก็ให้มา 2 อ่างแบบ His&Her ด้วยค่ะ
พื้นที่อเนกประสงค์ : ทั้ง 2 แบบบ้านมีพื้นที่อเนกประสงค์ให้ใช้งานได้ตามไลฟ์สไตล์ แต่แบบบ้าน Munich พื้นที่อเนกประสงค์จะมีขนาดใหญ่กว่านะคะ
ห้องนอนทุกห้องได้ Walk-in Closet : ทั้ง 2 แบบบ้านเลยค่ะ เพราะพื้นที่แต่ละห้องมีขนาดใหญ่พอสมควรเลยและมีห้องน้ำในตัวทุกห้อง
ไม่มี Maid Room : ทั้ง 2 แบบบ้านอีกเช่นกันที่ไม่มีห้องแม่บ้าน ถ้าต้องการห้องแม่บ้านจะต้องเป็น Type บ้านถัดไปที่มีราคาเริ่มต้นประมาณ 18 ล้านบาทค่ะ
ราคา 18 ล้านบาท :
จุดเด่นของรูปแบบบ้านนี้ก็คือ แปลนบ้านที่ได้มาเป็นแบบหน้ากว้าง ได้ข้อดีในเรื่องของความโปร่งโล่งมากกว่าแบบบ้านตอนลึก การแบ่งพื้นที่ใช้สอยสามารถแบ่งส่วนพักผ่อนและ Service ของบ้านได้เป็น 2 ฝั่ง ใช้งานได้เป็นสัดส่วน การเข้า – ออกแบ่งเป็นประตูหลักที่บริเวณด้านหน้า และประตู Service ด้านหลังที่จอดรถ เปิดเชื่อมต่อเข้ามาเจอกับห้องครัวได้ สำหรับจุดเด่นของแบบบ้าน Luxembourg (ลักเซมเบิร์ก) เราจะขอสรุปออกมาเป็นข้อๆดังนี้
- Double Volume สูงประมาณ 6 เมตร : บริเวณ Foyer ด้านหน้า ช่วยเพิ่มความโปร่งโล่ง โอ่อ่าให้กับโถงทางเข้า
- Maid Room : เป็นรูปแบบบ้านเดียวที่ได้ Maid Room เหมาะกับครอบครัวที่ต้องการห้องพักไว้รองรับแม่บ้านที่อยู่ประจำ โดยตำแหน่งจะอยู่ด้านหลังบ้านติดกับห้องครัว มีทางเข้า – ออกแยกชัดเจน ได้ทั้งความเป็นส่วนตัวและสะดวกเวลาใช้งาน
- ห้องน้ำในตัวทุกห้อง : รูปแบบบ้านนี้ห้องนอนจะอยู่ที่ชั้น 2 และชั้น 3 มีทั้งหมด 4 ห้องนอน ได้ห้องน้ำในตัวทุกห้อง ดูจากการจัดวาง Layout ที่ได้ Walk – in Closet ในตัว ก็เหมือนได้ Master Bedroom มาทุกห้องเลย
- พื้นที่อเนกประสงค์เยอะ : ชั้น 2 ได้พื้นที่อเนกประสงค์บริเวณโถงบันได จัดเป็นมุมให้วางของตกแต่ง หรือทำเป็นบาร์เครื่องดื่มเหมือนบ้านตัวอย่างได้ ส่วนชั้น 3 ได้เป็นห้องอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ มีประตูบานเลื่อนกระจกกั้นแยกมาให้เป็นสัดส่วน
ราคาตั้งแต่ 20 ล้านบาทขึ้นไปจะมีให้เลือกเฉพาะในโครงการ THE CITY KALLAPAPHRUEK (เดอะ ซิตี้ กัลปพฤกษ์) ซึ่งจะมีฟังก์ชันอื่นๆ เพิ่มเติมจากแบบก่อนหน้าๆ อีก 3 แบบบ้าน ดังนี้ค่ะ
ราคา 21 ล้านบาท :
แบบบ้าน DIONNE เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 70 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 313 ตร.ม. จัดฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 2 ห้องพักผ่อน 1 ห้องรับประทานอาหาร 1 ห้องแม่บ้าน ที่จอดรถ 3 คัน
จุดเด่นของรูปแบบบ้านนี้ก็คือ
ฝ้าเพดานสูงแบบ Double Volume : ซึ่งอยู่บริเวณ Living Area และมีขนาดใหญ่กว่าบ้านแบบอื่นๆ จึงมีความสว่างโปร่งโล่ง และเชื่อมต่อพื้นที่ชั้นบนกับชั้นล่างได้ดี
ความเป็นส่วนตัวของพื้นที่พักผ่อน : โดยการนำ Common Area ให้ไปอยู่ทางโซนหลังบ้าน จึงไม่เสียความเป็นส่วนตัวจากคนที่ผ่านไป – มาหน้าบ้านเลย และเปิดม่านชมวิวสวนได้เต็มที่ อีกทั้งยังปรับให้มีทางเข้าบ้านเพียงแค่ทางเดียวด้วยค่ะ
พื้นที่อเนกประสงค์อยู่ติดกับ Double Volume : มองเชื่อมต่อลงไปชั้นล่างได้ เป็นมุมที่น่าใช้งาน
ห้องนอนรองขยายได้ : ตำแหน่งของห้องนอนรองจะอยู่ติดกับพื้นที่อเนกประสงค์จึงสามารถทุบผนังเชื่อมต่อขยายพื้นที่ให้กลายเป็น Master Bedroom อีกห้องหนึ่งก็ได้
มีอ่างอาบน้ำใน Master Bathroom : เป็นอ่างแบบฝัง มาพร้อมอ่างล้างหน้าแบบ His&Her
ราคา 22-23 ล้านบาท :
แบบบ้าน EMERALD บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 81.5 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 351 ตร.ม. ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3 ห้องพักผ่อน 1 ห้องรับประทานอาหาร 1 ห้องพระ 1 ห้องแม่บ้าน ที่จอดรถ 3 คัน
จุดเด่นของรูปแบบบ้านนี้ที่ต่างจากแบบก็คือ
แบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนแยกกันได้ชัดเจน :โดยเฉพาะแปลนชั้น 1 จะมีการใช้ประโยชน์จากบันไดกลางบ้าน ที่ช่วยบังโซนรับแขกด้านหน้าบ้าน ไม่ให้มองเห็นพื้นที่นั่งพักผ่อน และพื้นที่นั่งทานอาหารสำหรับครอบครัวที่อยู่ด้านใน จึงทำให้ไม่เสียความเป็นส่วนตัว
ห้องนอนชั้นล่าง : มาพร้อมห้องน้ำในตัวเลย ครอบครัวไหนที่มีผู้สูงอายุ ต้องการห้องนอนชั้นล่างก็เหมาะกับแบบบ้านนี้มากกว่านะคะ
พื้นที่อเนกประสงค์มีการเล่นระดับ : เปิดมุมมองใหม่ๆ ในบ้าน ทำให้บ้านดูมีมิติ และมีขนาดค่อนข้างใหญ่
ระเบียงห้องนอนกว้างมากๆ : เดินรับลมชมวิวได้สะดวกเลยค่ะ
ราคา 27-28 ล้านบาท :
แบบบ้าน GODIVA บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 91.6 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 416 ตร.ม. ฟังก์ชัน 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ 3 ห้องพักผ่อน 1 ห้องรับประทานอาหาร 1 ห้องพระ 1 ห้องแม่บ้าน ที่จอดรถ 4 คัน
จุดเด่นของรูปแบบบ้านนี้ที่ต่างจากแบบอื่นก็คือ
พื้นที่ให้สอยขนาดใหญ่ : มากถึง 416 ตร.ม. เรียกได้ว่าเยอะที่สุดในย่านเลยก็ว่าได้ จึงเหมาะกับครอบครัวขนาดใหญ่ หรือคนที่ต้องการบ้านกว้างขวางโปร่งโล่ง
ฝ้าเพดานสูงแบบ Double Volume : บริเวณโถงกลางบ้าน ซึ่งนอกจากความโปร่งโล่งแล้ว ยังทำหน้าที่เชื่อมต่อฟังก์ชันชั้นบนกับชั้นล่าง ช่วยให้ผู้อยู่อาศัยมีปฏิสัมพันธ์กันได้ดีมากขึ้น
มีพื้นที่อเนกประสงค์ทั้ง 2 ชั้น : ซึ่งมีขนาดใหญ่มากพอที่จะสามารถกั้นทำเป็นอีกห้องหนึ่งได้สบายๆ
จอดรถในร่มได้มากถึง 4 คัน : เยอะสุดในทุกแบบบ้าน
ห้องนอนชั้นล่างมีห้องน้ำในตัว : เหมาะมากสำหรับทำเป็นห้องผู้สูงอายุ เพราะออกแบบตามหลัก Universal Design
วัสดุภายในบ้าน
วัสดุภายในบ้านเป็นอีกปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อบ้าน แต่หลายคนเวลาไปดูบ้านตัวอย่างอาจจะไม่ได้สังเกต ซึ่งทั้ง 2 โครงการใช้วัสดุหลักๆ ในระดับเดียวกัน จะมีแตกต่างกันบ้างในบางส่วน
โครงสร้างบ้าน : Gramour ใช้โครงสร้างแบบ Precast ส่วน The City ใช้โครงสร้างแบบ Conventional ซึ่งโครงสร้างแบบ Conventional จะมีความยืดหยุ่นกว่า สามารถทุบต่อเติมได้
พื้นชั้น 2 : บ้านของ Gramour จะใช้พื้น SPC สายไม้ ซึ่งทนน้ำได้ดีกว่าพื้นไม้ลามิเนต ในบ้านของ The City
ชุดครัว : เฉพาะ The City ที่จะมีชุดครัว Built-in ติดตั้งมาให้ ซึ่งให้มาทั้งตู้เก็บของชั้นบนและล่าง และให้ Top เคาน์เตอร์เป็นหินสังเคราะห์
ระบบรักษาความปลอดภัยในบ้าน : ให้มาทั้ง 2 โครงการแต่ The City จะให้มาเยอะกว่าในส่วนของ Digital Door Lock และ IP Camera
Solar Panel : เฉพาะโครงการ Gramour ที่มี Solar Panel ติดตั้งมาให้ ขนาด 3 kW. เป็นระบบ On Grid ใช้ไฟได้เวลากลางวัน
บทสรุป
หลังจากที่เราได้พาไปเปรียบเทียบทั้ง 2 โครงการกันทีละประเด็นไปแล้ว ก็สามารถสรุปจุดเด่นแต่ละโครงการได้ดังนี้ค่ะ
Gramour Sathorn (แกรมเมอร์ สาทร)
เหมาะกับคนที่ให้ความสำคัญกับทำเลเป็นหลัก เน้นเรื่องการเดินทางเข้า-ออกเมืองสะดวก เข้าสาทรง่าย มีทางเลือกให้ใช้ทั้งทางด่วนและรถไฟฟ้าในระยะประมาณ 3 km.
ชอบโครงการสไตล์ Classic ได้บรรยากาศเหมือนอยู่ยุโรป ชอบส่วนกลางที่จัดฟังก์ชันหลักๆ มาครบและมีขนาดใหญ่น่าใช้งาน ถนนในโครงการกว้าง และ CCTV ถึง 57 จุด ยอมจ่ายค่าส่วนกลางสำหรับดูแลโครงการและถนนภาระจำยอมที่เป็นของ ‘Golden Empire Sathorn’ แลกมากับบรรยากาศหน้าโครงการที่สวยงามและได้ความเป็นส่วนตัว
ชอบบ้าน 3 ชั้นที่สามารถแบ่งพื้นที่ได้เป็นสัดส่วนกว่าแบบ 2 ชั้น แบ่งกันอยู่คนละชั้นได้เลย มองหาโครงการที่ ได้พื้นที่อเนกประสงค์หลายจุด ชอบห้องนอนใหญ่ ได้ Walk – in Closet และห้องน้ำในตัวทุกห้อง ชอบวัสดุปูพื้นที่ทนความชื้นดูแลง่าย ไม่มีชุดครัวให้ไม่เป็นไร อยากออกแบบชุดครัวเองตามแบบที่ชอบ มี Solar Panel ติดตั้งไว้ให้ครบ มีงบประมาณเริ่มต้นของบ้านที่ 10 – 20 ล้านบาท*
The City Kallapaphruek (เดอะ ซิตี้ กัลปพฤกษ์)
เหมาะกับคนที่มองหาบ้านเดี่ยวติดถนนกัลปพฤกษ์ ที่สามารถเข้าเมืองไปทางสาทรได้ง่าย หรือจะไปใช้ถนนกาญจนาภิเษกก็สะดวก
ชอบโครงการสไตล์ Modern ดูเรียบหรู ทันสมัย ชอบส่วนกลางที่มีฟังก์ชันเยอะ กิจกรรมหลากหลายกว่าโครงการทั่วๆ ไป ใช้ระบบ KATSAN ในการดูแลโครงการทำให้ใช้งานผ่าน Apps ได้สะดวกสบาย ชอบโครงการที่มียูนิตน้อยๆ ได้ความเป็นส่วนตัวสูง ชอบที่ค่าส่วนกลางไม่สูงมาก 32 บาท/ตร.ว. เท่านั้นเองค่ะ
มองหาบ้าน 2 ชั้น หน้ากว้าง ฟังก์ชันยืดหยุ่นปรับเปลี่ยนได้ รองรับการทุบต่อเติมในอนาคต และเหมาะกับการอยู่แบบ 3 Generation ชอบที่ให้ชุดครัวมาครบ ช่วยลดงบต่อเติม โดยมีงบประมาณเริ่มต้นที่ 17 – 28 ล้านบาท
…ใครสนใจโครงการไหนกดดูรายละเอียดที่ชื่อโครงการได้เลยนะ
เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับบทความ เทียบ 2 โครงการบ้านใกล้สาทร ติดถนนกัลปพฤกษ์ หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์สำหรับคนที่กำลังมองหาบ้านใกล้สาทร ไว้ครั้งหน้าทาง Think of Living จะมีบทความน่าสนใจอะไรอีกบ้าง ฝากติดตามด้วยนะคะ 😊
ตัวอย่างโครงการโดยรอบบนทำเลเดียวกัน
Think of Living รวบรวมมาให้แล้ว!
โครงการเปิดใหม่ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮมและคอนโดมิเนียม ในทำเลทั่วกรุงเทพและปริมณฑล ในทุกๆเดือนย้อนหลัง ใครที่กำลังมองหาบ้านห้ามพลาด อาจจะมีโครงการในราคาและทำเลที่เพื่อนๆ ตามหาอยู่ก็เป็นได้นะ
เข้ามาชมบทความรายเดือนได้เลย คลิกที่นี่

