…เวลาเรามองหาบ้านในทำเลชานเมืองหรือปริมณฑล นอกจากเราจะเจอโปรดักส์บ้านสองชั้นแบบที่พบเห็นได้ทั่วไปแล้ว บางพื้นที่เรายังมีโอกาสเจอโปรดักส์บ้านชั้นเดียวได้อีกด้วยครับ ซึ่งบางคนก็อาจเกิดความลังเลได้ว่า “เราจะซื้อบ้านชั้นเดียว หรือบ้านสองชั้นดีนะ?”

เพราะถึงแม้ว่าบ้านชั้นเดียวอาจมีฟังก์ชัน และขนาดพื้นที่ใช้สอยที่น้อยกว่าบ้านสองชั้น แต่ก็มีความน่าสนใจตรงที่ “ราคา” ซึ่งประหยัดเงินในกระเป๋าไปได้ไม่น้อย บางแห่งก็มีราคาเทียบเท่าทาวน์โฮมด้วยซ้ำ ถ้าเช่นนั้นในบทความนี้เราจะมาดูกันครับว่า ถ้าเราเจอสถานการณ์ที่มีความลังเลใจแบบนี้ เราจะมีวิธีพิจารณาและเลือกโปรดักส์ที่เหมาะสมกับเราได้อย่างไรบ้าง


มาทำความรู้จักประเภทโปรดักส์บ้านแนวราบกันก่อน

อย่างที่รู้กันดีกว่าบ้านแนวราบจะประกอบด้วย 3 ประเภทใหญ่ๆคือ ทาวน์โฮม บ้านแฝด และบ้านเดี่ยว แต่จริงๆแล้วถ้าเราลองให้ลึกลงไปกว่านั้น จำนวนชั้นของบ้านก็เป็นส่วนสำคัญ ที่ส่งผลต่อฟังก์ชันการใช้งาน ขนาดพื้นที่ใช้สอย และราคาขายด้วยครับ ซึ่งแต่ละโปรดักส์จะสามารถสรุปคร่าวๆได้ดังนี้

  • ทาวน์โฮมชั้นเดียว : มีขนาดที่ดิน พื้นที่ใช้สอย และจำนวนฟังก์ชันน้อยที่สุด แต่ก็มีราคาถูกมากที่สุด เหมาะกับครอบครัวขนาดเล็กหรือครอบครัวเริ่มต้น
  • ทาวน์โฮม 2 ชั้น : มีขนาดที่ดินเล็ก ผนังสองด้านติดกับเพื่อนบ้าน เน้นพื้นที่ใช้สอยแนวตั้ง และมีจำนวนฟังก์ชันเพียงพอสำหรับครอบครัวขนาดเล็ก – กลาง
  • บ้านแฝดชั้นเดียว : มีสวนเล็กๆข้างบ้านให้ใช้งานได้ พื้นที่ใช้สอยน้อย เหมาะกับครอบครัวขนาดเล็ก และคนที่ต้องการความโปร่งโล่ง หรือความเป็นส่วนตัวข้างบ้านเพิ่มมากขึ้น
  • บ้านแฝด 2 ชั้น : มีสวนข้างบ้านให้ใช้งาน พื้นที่ใช้สอยและฟังก์ชันเพียงพอสำหรับครอบครัวขนาดเล็ก – กลาง ราคาจะอยู่ในช่วงกลางๆระหว่างทาวน์โฮมและบ้านเดี่ยว
  • บ้านเดี่ยวชั้นเดียว : มีพื้นที่สวนรอบบ้านให้ใช้งาน พื้นที่ใช้สอยขึ้นอยู่กับขนาดที่ดินบ้าน เหมาะกับครอบครัวขนาดเล็ก – กลาง ได้ความเป็นส่วนตัวในราคาที่จับต้องไม่ยาก
  • บ้านเดี่ยว 2 ชั้น : มีพื้นที่ใช้สอยและฟังก์ชันเยอะ เหมาะกับครอบครัวขนาดกลาง-ใหญ่ มีความเป็นส่วนตัวสูง และมีราคาแพงกว่าแบบบ้านอื่นๆ

บ้านชั้นเดียวมี “ข้อดี-ข้อเสีย” อย่างไร?

“บ้านชั้นเดียว” เป็นบ้านที่มีฟังก์ชันภายในอยู่ชั้นเดียวกันหมด ซึ่งถ้าเราลองเอาแปลนบ้านมากางดูก็จะพบว่า จริงๆแล้วเค้าจะมีลักษณะเหมือนเป็นแปลนห้องคอนโดใหญ่ๆห้องหนึ่งเลยนั่นเอง ซึ่งก็มีฟังก์ชันครบเลยครับไม่ว่าจะเป็นห้องนอน ห้องน้ำ และห้องครัว ทั้งหมดเชื่อมต่อกันด้วย Common Area

แต่สิ่งที่ต่างออกไปจากคอนโดคือ เราจะมีที่จอดรถเป็นของตัวเอง มีพื้นที่รอบบ้านให้ปลูกต้นไม้ทำสวนได้ และยังได้ความเป็นส่วนตัวแยกจากเพื่อนบ้านมากขึ้นอีกด้วย โดยจะมีข้อดี-ข้อเสียดังต่อไปนี้

ข้อดี : สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือเรื่อง “ราคา” ที่ถูกกว่าบ้านหลายชั้นพอสมควร เพราะมีโครงสร้างที่ไม่ซับซ้อน ใช้ต้นทุนค่าก่อสร้างไม่มาก รวมถึงการที่ไม่มีบันไดต้องเดินขึ้น-ลงแบบนี้ จึงเป็นบ้านที่เหมาะกับครอบครัวที่มีผู้สูงอายุ ผู้ใช้รถวีลแชร์ หรือมีเด็กอาศัยอยู่ด้วย เพราะจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุได้ดี

แถมยังช่วยประหยัดเวลาทำความสะอาดบ้าน และการต่อเติมก็ไม่แพงเท่าบ้านสองชั้น เพราะใช้เสาเข็มต้นเล็กได้ จะขนย้ายเฟอร์นิเจอร์ก็ทำได้สะดวก แถมห้องนอนก็อยู่ติดสวน สามารถชมต้นไม้สวยๆ และยังทำให้ภายในห้องสว่างและโปร่งโล่งอีกด้วยครับ

ข้อเสีย : อาจมีความเสี่ยงจากปัญหาน้ำท่วมได้ เพราะไม่มีชั้นบนให้สามารถขนทรัพย์สินและข้าวของเครื่องใช้ไปพักไว้ได้ รวมถึงอาจมีปัญหาความชื้นจากดิน ที่จะสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างหรือวัสดุในบ้านได้ครับ ซึ่งบ้านชั้นเดียวที่ดี “ควรมีการยกระดับตัวบ้าน” ให้สูงจากพื้นดินประมาณ 1 – 1.5 m. ก็จะช่วยลดความเสี่ยงนี้ได้

ส่วนความร้อนที่เป็นผลมาจากฝ้าเพดาน ซึ่งทุกห้องเค้าจะอยู่ติดกับหลังคาโดยตรงนั้น สามารถป้องกันได้ด้วยการติดฉนวนกันความร้อน และแผ่นสะท้อนความร้อน หรือถ้าบ้านไหนที่มีฝ้าเพดานสูงกว่าปกติก็จะช่วยได้เช่นกันครับ

และการที่ทุกฟังก์ชันอยู่ชั้นเดียวกันหมดแบบนี้ นอกจากตัวบ้านจะต้องการที่ดินเยอะๆ เพื่อให้มีจำนวนฟังก์ชันและพื้นที่ใช้สอยภายในที่เพียงพอแล้ว ก็อาจทำให้ความเป็นสัดส่วน หรือเป็นส่วนตัวโดยเฉพาะห้องนอนลดลงไปบ้าง

สมมุติว่าเวลาเรามีแขกมาหาที่บ้าน หากเป็นบ้านชั้นเดียวก็สามารถมองเห็นห้องนอนของเราได้ง่าย จะต่างจากบ้านสองชั้นที่ห้องนอนจะอยู่ด้านบนครับ เว้นแต่ว่าถ้าบ้านใครไม่ค่อยได้รับแขกบ่อยนัก หรือชอบที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นหรือคนในครอบครัวอยู่เสมอ ก็อาจเหมาะกับบ้านชั้นเดียวแบบนี้ได้เหมือนกันครับ


บ้านชั้นเดียวมีแถวไหนบ้าง?

ถ้าพูดถึงบ้านชั้นเดียวแล้ว ส่วนใหญ่เราจะนึกถึงบ้านในต่างจังหวัดใช่มั้ยครับ ซึ่งแบรนด์บ้านของเจ้าใหญ่ๆที่เรารู้จักกันดีก็จะมี ศุภาลัย เบลล่า, ศุภาลัย วิลล์ และอภิทาวน์ เป็นต้น แต่ถ้าเป็นโซนในกรุงเทพฯและปริมณฑล เราจะไม่ค่อยได้เห็นโปรดักส์แบบนี้เท่าไหร่นัก เนื่องจากที่ดินในตัวเมืองมีราคาค่อนข้างสูง หลายๆคนจึงมักต้องการบ้านที่มีพื้นที่ใช้สอยเยอะๆ ซึ่งก็คือพื้นที่ใช้สอยแนวตั้งของชั้นสอง เพื่อให้คุ้มค่าราคาที่ดินมากที่สุด

แต่หลังจากที่ผมได้ลองหาข้อมูลมาแล้วก็พบว่า พื้นที่ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ก็ยังจะพอสามารถหาบ้านชั้นเดียวได้อยู่บ้าง โดยจะมีอยู่แถวๆโซนรังสิต-นครนายก, บางพลี-สมุทรปราการ, บางใหญ่-นนทบุรี, นครปฐม และพบได้มากอีกโซนก็คือแถวอยุธยาอย่าง นราวดี ซิตี้พาร์ค เป็นต้น ซึ่งล้วนแต่เป็นแหล่งใกล้นิคมอุตสาหกรรม หรือตลาดค้าปลีกค้าส่งขนาดใหญ่ ที่มีปริมาณความต้องการของกลุ่มผู้มีรายได้น้อยอยู่เยอะนั่นเองครับ

ตัวอย่างการเปรียบเทียบโปรดักส์ในโซน “รังสิต-นครนายก”

กรณีศึกษาในบทความนี้ ผมขอยกตัวอย่างบ้านในโซน “รังสิต-นครนายก” มาให้ดูครับ ซึ่งจริงๆแล้วทำเลนี้เราก็สามารถเจอโปรดักส์ได้ทุกแบบเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว 1 – 2 ชั้น, บ้านแฝด 1 – 2 ชั้น และทาวน์โฮม 1 – 2 ชั้น มีครบหมดเลย

Image 1/3
ราคาและฟังก์ชันบ้านชั้นเดียว

ราคาและฟังก์ชันบ้านชั้นเดียว

โดยโครงการบ้านเดี่ยวชั้นเดียวที่หาข้อมูลมานั้น จะมีช่วงราคาขายเริ่มต้นอยู่ที่ 1.79 – 3.69 ล้านบาท ใกล้เคียงกับราคาทาวน์โฮมส่วนใหญ่ที่ขายอยู่ในพื้นที่ และถูกกว่าบ้านเดี่ยวสองชั้นเป็นหลักล้านบาทเลยทีเดียว ซึ่งทำให้น่าสนใจไม่น้อยอยู่เหมือนกัน

ถึงแม้ว่าจำนวนฟังก์ชันและขนาดพื้นที่ใช้สอยอาจน้อยลงไปบ้าง แต่ถ้าใครเป็นครอบครัวขนาดเล็กที่อยู่อาศัย 2 – 3 คน และอยากมีเงินเหลือไว้ซื้อของเข้าบ้านบ้าง ซึ่งบ้านชั้นเดียวก็น่าจะเพียงพอต่อความต้องการแล้วครับ

เอาล่ะสิ…พอเห็นข้อมูลแบบนี้ ความลังเลใจก็เริ่มตามมา ว่าเราควรจะซื้อบ้านแบบไหนดีนะ? งั้นเราลองนำข้อมูลมาเปรียบเทียบกันทีละโปรดักส์ดูดีกว่าครับ ว่าจะมีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

เปรียบเทียบ “บ้านชั้นเดียว VS ทาวน์โฮม 2 ชั้น”

จากตารางในกรอบสีแดงจะเห็นว่า บ้านชั้นเดียวกับทาวน์โฮม 2 ชั้น ที่มีขนาดพื้นที่ใช้สอยพอๆกัน จะมีช่วงราคาอยู่ที่ 2 – 3 ล้านบาทเหมือนกันครับ แต่สิ่งที่ต่างกันออกไปคือประเภทของโปรดักส์ ซึ่งบ้านชั้นเดียวที่นำมาเทียบจะเป็นบ้านเดี่ยว มีที่ดินรอบบ้านเยอะและได้ความเป็นส่วนตัว ในขณะที่ทาวน์โฮม 2 ชั้น เค้าจะมีที่ดินน้อยกว่า เน้นพื้นที่ใช้สอยแนวตั้ง และมีกำแพงที่ชิดติดกัน

และเมื่อเราลองนำแปลนของบ้านชั้นเดียวและทาวน์โฮม 2 ชั้น ที่มีขนาดพื้นที่พอๆกันมาเปรียบเทียบกันดู จะพบว่าจำนวนฟังก์ชันห้องนอนของทาวน์โฮมจะมีเยอะกว่า และเอื้อประโยชน์แก่การอยู่อาศัยของสมาชิกครอบครัวหลายคนได้ ในขณะที่ห้องนอนของบ้านชั้นเดียวทุกห้องจะมีช่องหน้าต่างอย่างน้อย 2 ด้าน ซึ่งได้ทั้งความโปร่งโล่ง และได้วิวจากสวนรอบๆบ้านอีกด้วย

รวมถึงหากเราต้องการต่อเติม หรือขยายห้องให้กว้างขึ้นในอนาคต ก็ยังพอจะมีพื้นที่รอบข้างให้สามารถทำเพิ่มได้ง่ายครับ แต่สำหรับทาวน์โฮมจะทำได้อย่างมากก็คือ การทุบผนังภายในเพื่อเชื่อมต่อห้องเล็กสองห้องให้กลายเป็นห้องใหญ่ รวมถึงการที่มีผนังติดกับเพื่อนบ้านแบบนี้ ก็อาจมีเสียงดังรบกวนและเสียความเป็นส่วนตัวอยู่บ้างครับ

เปรียบเทียบ “บ้านชั้นเดียว VS บ้านเดี่ยว 2 ชั้น”

คราวนี้เมื่อเราลองเทียบกับบ้านเดี่ยว 2 ชั้น สิ่งที่ต่างกันอย่างมากคือ “ราคา” ที่ห่างกันเป็นหลักล้านบาทเลยทีเดียว ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่าโปรดักส์ทั้ง 2 ชนิดนี้ เค้าอยู่คนละ Segment หรือจับกลุ่มลูกค้าที่ไม่เหมือนกัน แน่นอนว่าพื้นที่ใช้สอยหรือจำนวนฟังก์ชันของบ้านชั้นเดียวย่อมสู้บ้าน 2 ชั้นไม่ได้ ถ้าเช่นนั้นแล้ว…


…เค้าทำโปรดักส์นี้มาเพื่อใคร?


เหตุผลนั้นง่ายมาก ซึ่งถ้าเพื่อนๆลองเช็คลิสต์ด้านบนตามไปด้วย ก็จะรู้ว่าตัวเรานั้นเหมาะกับโปรดักส์บ้านแบบไหน คือบ้านชั้นเดียวเค้าถูกสร้างมาเพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้ที่มีงบประมาณจำกัด และปัจจุบันอาจมีผู้สูงอายุที่เดินเหินไม่สะดวกอาศัยอยู่ด้วย หรือกะว่าจะอยู่ไปยาวๆจนแก่เฒ่าก็ได้

อีกทั้งยังต้องการบ้านเดี่ยวที่แยกเป็นส่วนตัวจากเพื่อนบ้าน ในราคาไม่แพง ที่มีพื้นที่ดินรอบบ้านให้สามารถปลูกต้นไม้ทำสวนได้ และเรายังสามารถนำเงินส่วนต่างของค่าบ้านที่ประหยัดลงไปนั้น ไปตกแต่งและซื้อของเข้าบ้านได้อีกด้วยครับ

สำหรับใครที่กำลังลังเลใจว่าจะซื้อ “บ้านชั้นเดียว หรือบ้านสองชั้นดี?” ผมก็หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ และมีส่วนช่วยในการตัดสินใจได้ง่ายขึ้นนะครับ สิ่งสำคัญที่สุดเพียงแค่เราต้องชัดเจนกับความต้องการของตัวเอง ซึ่งนั่นจะทำให้เราได้บ้านที่เหมาะสมกับเราอย่างแน่นอนครับ และคราวหน้า ThinkofLiving จะมีบทความอะไรดีๆมาฝากกันอีก อย่าลืมติดตามกันด้วยนะ


ThinkofLiving มี LINE Official Account แล้วนะคะ
ไม่อยากพลาดข้อมูลข่าวสารก็ Add เลย > https://lin.ee/svACOxc