วันนี้ผมอยากพาทุกคนมาชมโครงการ HOF อุดมสุข ซึ่งเป็นโครงการถัดมาของโครงการ HOF สุขุมวิท 101/1 โดย UNI-Living เป็นโฮมออฟฟิศ 3.5 ชั้น เพียง 7 ยูนิต ที่อยู่ในทำเลที่น่าสนใจ แถมยังมีฟังก์ชันภายในตัวบ้านที่พิเศษในหลาย ๆ จุด ก่อนจะเข้าไปชมรายละเอียดภายใน มาดู Highlight ของโครงการนี้ที่ผมรวบรวมมาให้ชมกันก่อนครับ

  • ทำเล – เป็นโครงการโฮมออฟฟิศที่เดินทางเข้าออกได้สะดวกเลยครับ เพราะถ้าหากขับรถยนต์ส่วนตัวก็สามารถเข้าออกจากโครงการได้ถึง 3 ทาง จากถนนโดยรอบ ไม่ว่าจะเป็นถนนสุขุมวิท, ถนนอุดมสุข และถนนบางนา-ตราด แถมยังขึ้นลงทางด่วนได้ง่าย หรือถ้าจะเดินทางสาธารณะก็มีรถไฟฟ้า BTS อุดมสุขในระยะประมาณ 600 เมตร ตัวโครงการยังใกล้กับโครงการ Bangkok Mall ในอนาคตประมาณ 100 เมตร เท่านั้น จากทำเลนี้คงเห็นว่ามีความอุดมสมบูรณ์รายล้อมหลายฝั่งเลยครับ
  • ฟังก์ชันตัวบ้าน – ตัวบ้านมีพื้นที่ใช้สอย 388 ตร.ม. รองรับพื้นที่จอดรถถึง 5-8 คัน ซึ่งจัดว่าเยอะกว่าโครงการใกล้เคียงส่วนใหญ่ในย่านนี้ทั้งสองส่วนเลย ตัวโครงการออกแบบมาเป็นพื้นที่สำหรับโฮมออฟฟิศเป็นหลัก ได้ความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตภายในพื้นที่มีเพียง 7 ยูนิตเท่านั้น โดยทุกยูนิตจะมีลิฟต์ระบบล็อคชั้นมาให้ในตัว ทำให้ในแง่ของการปล่อยเช่าก็สามารถเลือกแบ่งชั้นให้เช่าได้ เหมาะกับการซื้อเพื่อลงทุนด้วยเช่นกัน พื้นที่ภายในมีโถงยกเพดานสูง 2-3 พื้นที่ เหมาะกับคนที่ชอบบรรยากาศโปร่งและโล่งภายในตัวบ้าน
  • ดีเทลและวัสดุภายในตัวบ้าน – ภายในบ้านจะมีการสอดแทรกรายละเอียดต่าง ๆ ลงไปในหลาย ๆ ส่วนครับ มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ใช้เทคโนโลยีมาช่วย ทั้ง Video Door Phone, CCTV และ Home Automation ส่วนภายในตัวบ้านจะได้ Built-in ในหลาย ๆ จุด ตั้งแต่ชั้นรองเท้าที่ทางขึ้นบ้านชั้น 1, ชั้นวางทีวีและพื้นที่ครัวที่ชั้น 2 ดีเทลตามขอบฝ้าเพดานที่จะเว้นร่องไว้ให้เกิดมิติและความสวยงาม, ประตูจะใช้เป็นระบบแม่เหล็ก ทำให้ไม่ส่งเสียงดังเวลาปิด เป็นต้นครับ ทำให้ตัวบ้านได้รับรางวัลต่าง ๆ ในการออกแบบมากมายเลย

ข้อมูลโครงการ

HOF Udomsuk (ฮอฟ อุดมสุข) ณ วันที่ 10 พฤศจิกายน 2564

 ชื่อโครงการ   HOF Udomsuk (ฮอฟ อุดมสุข)
 ชื่อผู้ประกอบการ   บริษัท ยูนิ-ลิฟวิ่ง จำกัด
 SEGMENT CLASS   HIGH CLASS (รายละเอียดของ Segment บ้านปี 2021 )
 โครงการตั้งอยู่   ซอยอุดมสุข 18 เขตบางนา
 ที่ดิน  307 ตารางวา
 จำนวนยูนิต  จำนวน 7 ยูนิต
 ประเภทบ้าน โฮมออฟฟิศ 3.5 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 25.70-45.20 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 388 ตร.ม. รองรับ 5-8 ที่จอดรถ
– ราคาเริ่มต้น 18.9 ล้านบาท
 ความสูงจากพื้นถึงฝ้า   เพดานชั้น 1 สูง 5.00 เมตร, ชั้น 2 สูง 5.5 และ 2.70 เมตร, ชั้น 3 เพดานสูงสุด 3.70 เมตร
 ราคาที่ดินเพิ่มลดตารางวาละ                      N/A บาท
 เริ่มก่อสร้าง   มีนาคม ปี 2563
 คาดว่าจะแล้วเสร็จ   มกราคม ปี 2565
 เว็บไซต์โครงการ   https://www.uni-living.co.th/
 โทร   09-8283-8787
 Call Center   

ทำเลที่ตั้ง

พิกัด Google Maps : 13.67564758, 100.6130254
หรือสามารถ :  คลิกที่นี่

แผนที่จากทางโครงการ HOF อุดมสุข ครับ

สำหรับทำเลของโครงการ HOF อุดมสุข นะครับ จะอยู่ภายในซอยย่านอุดมสุข สามารถเข้าออกได้ 3 ทาง ซอยอุดมสุข 18, ซอยสุขุมวิท 103/2 หรือซอยบางนา-ตราด 1 ก็ได้ทั้งหมดครับ สามารถเข้าออกได้ทั้ง 3 ถนนสายหลักรอบโครงการนี้เลย ทำให้มีตัวเลือกในการเดินทางที่หลากหลาย แถมยังใกล้จุดขึ้นลงทางด่วนด้วยครับ นอกจากนั้นหนึ่งในคุณสมบัติสำคัญของโฮมออฟฟิศก็คือการเข้าถึงได้ง่าย โดยนอกจาก 3 ถนนสายหลักโดยรอบและทางด่วนแล้ว ยังมี BTS อุดมสุข ในระยะเดินได้ประมาณ 600 เมตร ทำให้พนักงานสามารถเลือกเดินทางได้สะดวกด้วยเช่นกัน

อีกหนึ่งคุณสมบัติสำคัญของโฮมออฟฟิศนอกจากการเดินทางแล้วก็คือความอุดมสมบูรณ์ที่หลากหลายครับ เพื่อรองรับทั้งพนักงาน, ผู้มาติดต่องาน รวมถึงเจ้าของเองก็เช่นกัน ซึ่งจะว่าไปแล้วโซนนี้ก็มีของกินของใช้ให้เลือกได้หลายช่วงราคาเลยครับ เช่น ในกรณีที่พนักงานมาทำงานก็ควรจะมีร้านอาหารในราคาย่อมเยาเป็นตัวเลือกให้มากมาย ซึ่งที่นี่ก็มีให้เห็นกันได้ง่าย ๆ ภายในซอยอุดมสุขครับ ทั้งตามริมถนนอุดมสุข, ตลาดอุดมสุข และอุดมสุข Walk ก็ต่างมีระยะอยู่ใกล้ ๆ กัน หรือในกรณีที่ต้องพาผู้มาติดต่องานไปเลี้ยงต้อนรับ ก็อาจจะเป็นร้านอาหารที่มีระดับขึ้นมาหน่อย อิงไปทางฝั่ง Central บางนา, Whizdom 101 หรือ Bangkok Mall ในอนาคตก็ง่ายครับ

ในช่วงหลายปีมานี้ทำเลแถบสุขุมวิทตอนปลายมีคอนโดเกิดใหม่ตามรถไฟฟ้าค่อนข้างเยอะ สภาพชุมชนค่อย ๆ พัฒนา ตามจำนวนประชากรที่เพิ่มมากขึ้น มี Community Mall และ ศูนย์การค้าใหม่ ๆ ที่มาสร้างในย่านนี้ให้เห็นและเข้าใช้งานได้ง่ายในหลาย ๆ พื้นที่ เริ่มกันที่

  • Bangkok Mall – ตั้งอยู่บริเวณถนนบางนา-ตราด ตัดกับสุขุมวิท โดยจะมีประตูทางเข้าออกด้านหลังห่างจากโครงการ HOF อุดมสุข ประมาณ 100 เมตร เท่านั้น (รอสอบถามทางโครงการเมื่อสร้างเสร็จอีกทีนะครับ) ภายในจะเป็นศูนย์การค้าและออฟฟิศบนพื้นที่ขนาดใหญ่เป็น 3 เท่าของสยามพารากอน ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการดำเนินการ และเมื่อโครงการเสร็จสมบูรณ์จะกลายเป็นศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เลยครับ
  • Whizdom 101 – Mixed use ขนาดใหญ่มูลค่ากว่า 30,000 ล้านบาท ภายในประกอบไปด้วย สวนสาธารณะขนาดใหญ่ คอนโด และ Community Mall บนเนื้อที่กว่า 43 ไร่ นอกจากนั้นยังมี True Digital Park สถานที่สำหรับคนยุคดิจิทัล ได้ครบทั้งที่ทำงาน พักผ่อน เพื่อตอบโจทย์กลุ่มสตาร์ทอัพให้ครบวงจร
  • Century Movie Plaza Onnut – ตั้งอยู่ข้างๆ BTS อ่อนนุช เป็นโครงการ Mixed Use คือมีทั้งส่วนของคอนโดมิเนียมและพื้นที่เชิงพาณิชย์ Shopping complex , โรงภาพยนตร์
  • Phyll สุขุมวิท 54 – ตั้งอยู่บริเวณปากซอยสุขุมวิท 54 ข้างสำนักงานเขตพระโขนง เป็น Hybrid-Lifestyle Mall มีทั้งพื้นที่ Open-Air และ พื้นที่ภายใน รวมถึงชั้นใต้ดินด้วย มีสินค้าหลากหลายประเภท บนพื้นที่ขายขนาด 5,200 ตารางเมตร

อ้างอิงจากระยะใน Google Map นะครับ

สำหรับทางเข้าออกโครงการนี้นะครับ หากใช้รถยนต์ส่วนตัวจะสามารถเข้าออกได้ 3 ทางหลัก ๆ จากถนนโดยรอบเลย

  • ถนนสุขุมวิท : จะเข้าออกทางซอยสุขุมวิท 103/2 ซึ่งจะมีระยะประมาณ 550 เมตร
  • ถนนอุดมสุข : จะเข้าออกทางซอยอุดมสุข 18 ซึ่งจะมีระยะประมาณ 450 เมตร
  • ถนนบางนา-ตราด : จะเข้าออกทางซอยบางนา-ตราด 1 ซึ่งจะมีระยะประมาณ 800 เมตร

หรือถ้าใครอยากจะเดินทางด้วยรถสาธารณะก็จะมี BTS อุดมสุข ซึ่งจะมีจุดขึ้นลงสถานีที่ใกล้ที่สุดอยู่บริเวณใกล้ ๆ กับปากซอยสุขุมวิท 103/2 มีระยะเดินประมาณ 600-650 เมตร เพื่อขึ้น Skywalk ครับ

สภาพแวดล้อมรอบโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะครับ

สภาพแวดล้อมโดยรอบของพื้นที่โครงการจะเป็นชุมชนพักอาศัยทั้งหมดโดยรอบเลย มีทั้งส่วนของบ้านเดี่ยว 1-2 ชั้น ไปจนถึงอาคาร 4 ชั้น ซึ่งอาคารสูงเกิน 4 ชั้นจะไม่ได้อยู่โซนนี้นะครับ จะไปอยู่ในช่วงใกล้ถนนหลักรอบ ๆ อย่างถนนสุขุมวิทและอุดมสุขซะมากกว่า ทำให้พื้นที่นี้จะได้บริบทที่ค่อนข้างเงียบสงบ ไม่วุ่นวาย เหมาะกับการเป็นพื้นที่พักอาศัย แต่ด้วยความที่เป็นพื้นที่ที่ทะลุออกถนนหลักโดยรอบได้ง่าย ทำให้อาจจะมีรถผ่านไปมาบ้างนะครับ แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรนัก เพราะเป็นถนนซอยสองเลน ทำให้รถขับเร็วไม่ได้ แถมตัวบ้านภายในโครงการเองก็ถูกดันเข้ามาด้านใน หรือแม้กระทั่งบ้านหลังแรกก็จะมีพื้นที่ด้านข้างสำหรับจอดรถได้เป็นส่วน Buffer กั้นไว้ด้วย ลองไปชมบรรยากาศในแต่ละทางกันครับ

Image 1/5
ทางซอยอุดมสุข 18 เป็นทางที่ไปเชื่อมกับถนนอุดมสุขและทะลุออกถนนบางนา-ตราด 1 เพื่อเชื่อมต่อออกถนนบางนา-ตราด ได้

ทางซอยอุดมสุข 18 เป็นทางที่ไปเชื่อมกับถนนอุดมสุขและทะลุออกถนนบางนา-ตราด 1 เพื่อเชื่อมต่อออกถนนบางนา-ตราด ได้

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

ห้างสรรพสินค้า

  • Bangkok Mall ~ 100 เมตร
  • Bitec Bangna ~ 1.4 กิโลเมตร
  • Whizdom 101 ~ 2 กิโลเมตร
  • Central Bangna ~ 3.4 กิโลเมตร
  • Paradise Park ~ 5 กิโลเมตร
  • Seacon Square ~ 8.3 กิโลเมตร
  • Mega Bangna ~ 9.2 กิโลเมตร
  • The Forestias (2565) ~ 9.9 กิโลเมตร

โรงพยาบาล

  • โรงพยาบาลกล้วยนํ้าไท 2 ~ 1.3 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลไทยนครินทร์ ~ 3.5 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลบางนา ~ 7.8 กิโลเมตร

การเดินทาง

  • ถนนอุดมสุข ~ 400 เมตร
  • ถนนสุขุมวิท ~ 550 เมตร
  • BTS อุดมสุข สายสีเขียว ~ 600 เมตร
  • ถนนบางนาตราด ~ 800 เมตร
  • ทางด่วนสรรพาวุธ ~ 1.2 กิโลเมตร
  • BTS ศรีอุดม สายสีเหลือง ~ 3.6 กิโลเมตร
  • ทางด่วนสุขุมวิท 62 ~ 4.2 กิโลเมตร

รายละเอียดโครงการ

ภายในโครงการพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 307 ตร.วา มีบ้านทั้งหมด 7 ยูนิตครับ โดยบ้านมาตรฐานจะมีทั้งหมด 5 ยูนิตกลาง ที่มีพื้นที่จอดรถภายในตัวบ้านได้ 5 คัน แต่จะมีหลังมุม (A1 และ A7) ที่ได้พื้นที่ด้านข้างสำหรับจอดรถเพิ่มเติมได้ รวมแล้วสูงสุด 8 คันครับ มีถนนหน้าโครงการเป็นพื้นคอนกรีตพิมพ์ลาย ขนาดความกว้างประมาณ 9 เมตร มีจุดทางเข้าออกหลัก 1 ทาง โดยโครงการนี้ไม่ใช่โครงการจัดสรรนะครับ ทำให้จะไม่ได้มีพี่รปภ.คอยดูแลให้ แต่ภายในตัวบ้านเองก็มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ให้มาค่อนข้างดูดีทีเดียว

ซึ่งปัจจุบันโครงการก็ใกล้จะขายหมดแล้วนะครับ เหลือขายอยู่เพียงไม่กี่ยูนิตเท่านั้น สำหรับใครที่สนใจก็ต้องรีบกันหน่อยนะครับ หรือถ้าใครที่ไม่ทันจริง ๆ ในอนาคตทาง UNI-Living ก็มีแพลนจะเปิดอีกโครงการใกล้ ๆ ในโซนนี้ด้วย ซึ่งหากทาง Thinkofliving มีข้อมูลเมื่อไหร่ จะรีบพาทุกคนไปชมกันนะครับ… แต่ตอนนี้สำหรับใครที่อยากทราบกันว่าทำไมโครงการนี้ถึงใกล้จะขายหมด รีบตามผมเข้าไปชมรายละเอียดด้านกันต่อเลยครับ

ถนนภายในเป็นคอนกรีตพิมพ์ลายครับ ฝั่งตรงข้ามตัวบ้านจะปลูกแนวต้นไม้ตามแนวรั้วให้ด้วยครับ รวมกับต้นไม้หน้าบ้านแต่ละหลังที่ให้มา (ต้นซิลเวอร์โอ๊ค) ทำให้บรรยากาศโดยรวมของโครงการดูค่อนข้างร่มรื่นขึ้นมาครับ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • ลิฟต์โดยสาร 1 ตัว/หลัง แบบล็อคชั้นพร้อม Key Card รองรับการใช้งานรถเข็น
  • ระบบ CCTV แบบเดินสาย 2 จุด
  • Magnet Lock ควบคุมการเปิดปิด ด้วยระบบ Intercom
  • Intercom Video Phone(Monitor) 2 เครื่อง แยกชั้นออฟฟิศ และ ชั้นบ้าน
  • Shutter Door พร้อมรีโมท
  • ระบบ Home Automation โซนบ้าน ชั้น2
  • Pantry Build-in พร้อม Stove 4หัว, Sink และ Hood
  • เครื่องปรับอากาศ ชั้นออฟฟิศ 1 ตัว , ชั้นบ้าน 1 ตัว , ห้องนอนMaster 1 ตัว
  • Timer System สำหรับตั้งเวลารดน้ำต้นไม้

แบบบ้าน

ที่นี่จะมีแบบบ้านแบบเดียวนะครับ มีทั้งหมด 7 ยูนิต ต่างกันที่พื้นที่ดินเล็กน้อย โดยจะเริ่มต้นที่ 25.7 ตร.วา ไปจนถึง 45.2 ตร.วา (หลังมุม) ส่วนผังภายในตัวบ้านก็จะเหมือนกันเกือบทั้งหมด ยกเว้นหลังมุมที่มีช่องแสงด้านข้างมาให้ที่ชั้น 2-3 เท่านั้น

วัสดุภายในบ้านให้มาค่อนข้างโอเคตามมาตรฐานราคา เริ่มตั้งแต่ความปลอดภัยจะได้ CCTV แบบเดินสาย 2 จุด และ ประตูเข้าหลักเป็นแบบ Magnet Lock ควบคุมการเปิดปิด ด้วยระบบ Intercom มีจอแสดงผล Intercom Video Phone (Monitor) 2 เครื่อง แยกชั้นออฟฟิศ และ ชั้นบ้าน ประตูที่จอดรถเป็น Shutter Door พร้อมรีโมทคอนโทล ภายในชั้นบ้านมีระบบ Home Automation และเครื่องปรับอากาศติดตั้งมาให้ทั้งแบบ Cassette Type และ Wall Type พื้นภายในตัวบ้านจะเป็นกระเบื้องและ Engineering Wood ผิวไม้โอ๊ค โครงสร้างบันไดเป็นบันไดโครงเหล็กปิดผิวไม้จริงไม้โอ๊ค ราวจับและฝ้าเพดาน ที่ชั้น 2 เป็นไม้สักแท้ ได้ลิฟต์โดยสารจาก Marohn Thyssenkrupp รองรับ 3-4 คน (260 กิโลกรัม) ที่เป็นลิฟต์ล็อคชั้นและรองรับการใช้งานรถเข็นได้ Pantry Build-in พร้อม Stove 4หัว และ Hood แบบดูดออกภายนอกจาก Smeg อ่างล้างจานสเตนเลสจาก MEX ชุดสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ในห้องน้ำ ชั้น 1- ชั้น2 ใช้ของ American Standard ชั้น3 ห้อง Master Bathroom ใช้ของ OVAL by Cotto หน้าบ้านได้ต้นซิลเวอร์โอ๊ค 1 ต้น

ลองเข้าไปชมรายละเอียดภายในบ้านกันเลยครับ

 

ที่นี่ผมมองว่าเขาออกแบบมามีจุดเด่นที่น่าสนใจหลาย ๆ ส่วนเลยนะครับ ส่วนแรกคือพื้นที่จอดรถเยอะถึง 5-8 คัน ส่วนที่สองคือการแบ่งพื้นที่ภายในที่ตัวบ้านได้ดี ทำให้สามารถเลือกที่จะแบ่งปล่อยเช่าได้ หรือถ้าไม่ปล่อยเช่าก็ได้ความเป็นส่วนตัวสูงภายในแต่ละส่วน อีกอย่างที่น่าสนใจคือการเล่นระดับพื้นที่ภายในบ้าน มีพื้นที่ยกเพดานสูงกว่าปกติมาถึง 3 ชั้น เชื่อมต่อช่องแสงภายในร่วมกันได้เป็นอย่างดีเลย ไปชมรายละเอียดแต่ละชั้นกันครับ

โฮมออฟฟิศของที่นี่จะเป็น 3 ชั้นครึ่งนะครับ แต่ถ้าแยกออกมาจริง ๆ รวมพื้นที่ชั้นใต้ดินสำหรับจอดรถ และพื้นที่ชั้นลอย จะมีพื้นที่ใช้งานถึง 5 ชั้นแบบที่เห็นในแปลนด้านบนนี้ มาเริ่มดูกันที่ด้านล่างกันก่อนเลยครับ เป็นชั้นใต้ดินที่ลดระดับลงจากถนนด้านนอกเล็กน้อย ภายในสำหรับบ้านแปลงกลางสามารถจอดได้ 5 คัน ส่วนถ้าเป็นแปลงมุมจะมีพื้นที่ด้านข้างบ้านเพิ่มมาให้ด้วย มีลิฟต์ให้ตั้งแต่ชั้นนี้ไปจนถึงชั้น 2 ของตัวบ้าน ทางเข้าบ้านจะเป็นประตู Shutter Door พร้อมรีโมทคอนโทล แยกทางรถและคนชัดเจน ขึ้นบันไดมาชั้น 1 ของตัวบ้าน จะเป็นพื้นที่โถงยกเพดานสูง พร้อมแนวระเบียงขนาดใหญ่หน้าบ้านที่เป็นช่องแสงหลัก ด้านในเป็นพื้นที่โล่งที่จัดได้หลากหลาย มาพร้อมห้องเก็บของและห้องน้ำที่ภายในแยกการใช้งานสำหรับชายหญิงมาให้พร้อม ต่อขึ้นมาที่ชั้นลอยจะเป็นพื้นที่ที่เหมาะกับการใข้งานร่วมกันกับชั้น 1 เพราะสามารถเชื่อมต่อกันได้ดี มีพื้นที่กว้างด้านหลังบ้าน ส่วนด้านหน้าจะเป็นพื้นที่สำหรับเตรียมไว้ให้ทำ Pantry เล็ก ๆ ได้ พร้อมระเบียงอีกจุด

ส่วนขึ้นมาที่ชั้น 2 ของตัวบ้าน จะแยกออกจากชั้น 1 และชั้นลอยอย่างชัดเจน ทำให้เราสามารถแบ่งพื้นที่ส่วนนี้ให้เช่าได้ ในกรณีที่ไม่อยากทำเป็นออฟฟิศส่วนตัวด้านล่าง ชั้นนี้จะเน้นเป็นพื้นที่พักอาศัยมายิ่งขึ้น เพราะจะเชื่อมต่อไปยังชั้น 3 ด้านบน ด้วยพื้นที่เพดานสูงอีกเช่นกัน ได้ช่องแสงที่เชื่อมต่อกัน ทำให้บ้านดูโปร่งและโล่งกว่าปกติ มีห้องน้ำ ระเบียงซักล้าง และครัวภายในตัวมาให้เรียบร้อยเลย ส่วนชั้น 3 จะออกแบบมาให้เป็นพื้นที่พักอาศัย ซึ่งจะแยกเป็นห้องนอนยกฝ้าเพดานสูงทางฝั่งหน้าบ้าน พื้นที่ Walk-in Closet ที่เชื่อมต่อกับด้านล่างที่ชั้น 2 ได้ตรงกลาง และด้านหลังของชั้นนี้จะเป็นห้องน้ำ Master Bathroom ขนาดใหญ่ครับ มีการเล่นช่องแสงและ Skylight ที่น่าสนใจหลาย ๆ จุดเลย ลองไปชมกันครับ

ที่จอดรถจะเป็นประตู Shutter Door พร้อมรีโมทคอนโทล ส่วนประตูเข้าบ้านจะเป็น Magnet Lock แยกทางรถและคนชัดเจนครับ ปลอดภัยและสะดวกดี

ด้านในจะมีทางเข้าออกชัดเจนครับ พื้นภายในด้านล่างนี้จะเป็นคอนกรีตพิมพ์ลาย มีช่องเก็บของให้เล็กน้อย และทางขึ้นบ้านด้านข้างครับ

ด้านในมีรางระบายน้ำ พร้อม Skylight ทางฝั่งหลังบ้าน ที่ช่วยให้พื้นที่นี้ไม่มืดทึบ และใช้งานได้ง่ายในเวลากลางวันเลย แถมยังมีลิฟต์ที่สามารถขึ้นลงได้จากชั้นนี้เลยด้วย ทำให้เวลาขนของหรือมีการใช้งานรถเข็นก็สะดวกดีครับ

ทางเข้าบ้านจะเป็นประตูระแนงไม้ที่เป็น Magnet Lock แบบที่เห็น มี Video Door Phone ที่สามารถสองเห็นและสั่งการเปิดปิดประตูได้จากด้านบนตัวบ้าน แถมยังมี CCTV คอยดูแลให้บริเวณนี้ด้วย

เดินขึ้นมาจะเจอกับตู้รองเท้าก่อนเลย ซึ่งเขา Built-in มาให้เรียบร้อย ออกแบบมาพร้อมกับการใช้งานพื้นที่ก็ทำให้ใช้พื้นที่ได้คุ้มค่ายิ่งขึ้นครับ เก็บของรองเท้าได้เยอะ

ด้านบนจะมีเป็นเหมือน Foyer เล็ก ๆ ก่อนเข้าบ้านที่ทำหน้าที่ไว้นั่งใส่และถอดรองเท้าได้ แนวประตูก็เปิดด้านข้างให้ดูกว้างขึ้น ทำให้พื้นที่นี้ดูไม่แคบไปด้วย

เข้ามาที่ชั้น 1 จะเจอกับพื้นที่โถงสูง 5 เมตร ซึ่งจะมาพร้อมแนวกระจกบานใหญ่ทางฝั่งหน้าบ้าน ทำให้รับแสงเข้าภายในบ้านได้อย่างเต็มที่เลย ด้านข้างประตูเข้าออกจะมีลิฟต์ส่วนตัวและ Video Door Phone ที่ใช้เชื่อมต่อกับภายนอกบ้านได้

ลิฟต์โดยสารจาก Marohn Thyssenkrupp รองรับ 3-4 คน (260 กิโลกรัม) ที่เป็นลิฟต์ที่รองรับการใช้งานรถเข็น และล็อคชั้น ทำให้สามารถแบ่งความเป็นส่วนตัวในแต่ละพื้นที่ของตัวบ้านได้เป็นอย่างดีเลย

ด้านข้างได้ Video Door Phone จาก Aiphone มาให้ ใช้งานง่ายครับ ผมลองเองแล้วก็สะดวกดี กล้องด้านล่างก็ชัดและไม่ดีเลย์ด้วย

ออกมาที่ระเบียงฝั่งหน้าบ้าน พื้นที่ด้านนอกนี้จะเป็นระเบียงขนาดใหญ่ที่มีต้นไม้ปลูกมาให้ที่ด้านหน้าบ้าน เป็นต้น Silver Oak ครับ

พื้นที่ระเบียงส่วนนี้จะมีขนาดประมาณ 3.65 x 2.25 เมตร ซึ่งจะเชื่อมต่อกันได้กับระเบียงที่ชั้นลอยด้านบนด้วย

ด้านในของโถงชั้น 1 จะเป็นพื้นที่โล่งกว้างยาวเข้าไป สามารถเลือกจัดได้หลากหลาย ส่วนราวกันตกและไฟต่าง ๆ เราจะได้แบบนี้เลยนะครับ ยกเว้นแค่เฟอร์นิเจอร์ลอยตัวเท่านั้น

ด้านในจะมีห้องเก็บของ และห้องน้ำ แอร์ก็เป็น Cassette Type มาให้แบบนี้เลย

ด้านในเป็นพื้นที่โล่งที่มีช่องแสงขนาดใหญ่มาให้ที่ด้านหลังอีกเช่นกัน ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าตัวบ้านจะดูทึบตันเลย หรือในช่วงกลางวันนี่ก็แทบจะไม่ต้องเปิดไฟภายในบ้านเลยครับ

ห้องน้ำของที่นี่จะมีฉากกั้นให้มาแบบนี้เลยครับ สำหรับแยกชายและหญิงชัดเจน ทำให้สามารถใช้งานพร้อมกันได้หลาย ๆ คน เหมาะกับการเป็นห้องน้ำของพื้นที่ทำงาน

ภายในห้องน้ำก็จะได้สุขภัณฑ์และอุปกรณ์จาก American Standard ที่ชอบคือมีช่องแสงสำหรับเปิดระบายอากาศได้มาให้ด้วย

ด้านนอกจะได้อ่างล้างหน้าที่ใช้ร่วมกันมา และมีแนวกระจกบานใหญ่ด้านข้างไว้เช็คความเรียบร้อยด้วย

ด้านข้างหน้าห้องน้ำจะมีทางขึ้นไปยังชั้นลอยด้านบนครับ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เชื่อมต่อกันได้ดีเลย

เป็นบันไดโครงสร้างคอนกรีตที่ได้ราวจับไม้สักแท้ซ่อนไฟ LED มาให้ด้วย

ขึ้นมาด้านบนจะแยกพื้นที่ออกเป็น​ 2 ฝั่ง ที่หน้าบ้านและหลังบ้านนะครับ แนวทางเดินตรงนี้จะกว้าง 1.35 เมตร ซึ่งสามารถทำ Built-in ชั้นวางของที่ผนังด้านข้างได้เลยนะ หรือถ้าไม่ทำก็เดินสวนกันได้สบาย ๆ

ด้านในจะมีพื้นที่กว้างที่ทำฝ้าหลุมมาไว้ให้ พื้นที่ส่วนนี้ก็ดูโปร่งและโล่งไปอีก เพราะได้ช่องแสงทางด้านหลังบ้าน และพื้นที่ฝั่งหน้าบ้านที่เชื่อมต่อกับชั้น 1 ด้านล่าง

ฝ้าเพดานทุกชั้นของที่นี่จะมีการเซาะร่องไว้ ที่ส่วนชิดกันระหว่างฝ้ากับผนัง เพื่อให้ดูมีมิติมากยิ่งขึ้น เป็นการจบงานที่ดูเรียบร้อยและสวยงามทีเดียวครับ แสดงให้เห็นถึงการใส่ใจในการออกแบบ

เป็นหน้าต่างขนาดใหญ่ ให้ราวกันตกใสมากั้น ตรงนี้จะช่วยให้ดูโปร่งและโล่งทั้งในตอนที่เปิดหรือไม่เปิดหน้าต่างเลย แต่ถ้าเปิดก็จะได้ช่องลมขนาดใหญ่ แถมยังดูโปร่งโล่งเหมือนเดิมด้วย

ด้านในจะได้เป็นแนวพื้นที่กว้างโล่ง ติดต่อกับด้านล่างได้ หรือถ้าอยากทำพื้นที่นี้ให้เป็นห้องผู้บริหาร หรือพื้นที่ที่ได้ความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้นก็สามารถกั้นกระจกเพื่อแบ่งพื้นที่ได้นะครับ

ลองเดินไปดูฝั่งหน้าบ้านกันบ้าง

จะมีมุมที่เตรียมระบบน้ำไฟไว้ให้สำหรับทำ Pantry เล็ก ๆ สำหรับพนักงานมาใช้งานกันได้ด้วย พร้อมระเบียงพักผ่อนหน้าบ้าน ไว้ให้ไปยืนสูดอากาศให้ Relax กันหน่อย

พื้นที่ระเบียงชั้นลอยมีขนาดประมาณ 2.4 x 0.95 เมตร ผมชอบที่เขาเลือกใช้วัสดุที่มีดีเทลในจุดต่าง ๆ เช่น การใช้พื้นระแนงเหล็กที่ได้ความโปร่งโล่ง และทำให้ระบายอากาศได้เป็นอย่างดีด้วย

ตรงนี้จะมองลงไปเห็นพื้นที่ระเบียงชั้น 1 ฝั่งหน้าบ้านที่เราไปกันมาก่อนหน้านี้ด้วยนะครับ

ขึ้นมาที่ชั้น 2 ของตัวบ้าน จะเป็นพื้นที่ที่แยกส่วนจากด้านล่างชัดเจน ซึ่งจะมีพื้นที่ฝ้าเพดานสูงภายในตัวมาอีกเช่นกัน โดยชั้นนี้บริเวณโถงบันไดจะสูงถึง 5.5 เมตร ทำให้พื้นที่ชั้น 2 นี้ดูมีมิติมากยิ่งขึ้นครับ โดยพื้นที่ชั้นนี้จะแยกเป็นสองส่วนที่ส่วนด้านหน้าบ้านและกลาง-หลังบ้านในส่วนนี้ พื้นที่แรกตรงนี้ทำหน้าที่เป็น Living Room ของบ้าน ยังคงเน้นความโปร่งโล่งด้วยการรับช่องแสงถึง 3 ฝั่ง ที่ด้านหน้าบ้าน, หลังบ้าน และด้านบน

เป็นพื้นที่โถงบันไดที่เชื่อมต่อไปยังชั้น 3 สูงถึง 5.5 เมตร แถมเขาก็ทำพื้นที่เชื่อมต่อกันได้ดีเลย ในส่วนฝั่งซ้ายมือจะเป็นพื้นที่ Walk-in Closet ที่เปิดโล่ง ส่วนด้านขวาจะเป็น Skylight ที่ช่วยเพิ่มมิติในการรับแสงธรรมชาติเข้าสู่ภายในตัวบ้านได้มากยิ่งขึ้น

ด้านในของชั้นนี้จะเป็นพื้นที่โล่งที่จัดได้หลากหลายเลยครับ จะทำเป็นมุมนั่งทำงานอ่านหนังสือ ออกกำลังกาย หรือจะกั้นเป็นอีกหนึ่งห้องนอนก็ได้สบาย ๆ เลย

มีห้องน้ำด้านข้างที่มีส่วนอาบน้ำมาให้พร้อม ทำให้ด้านนอกเมื่อสักครู่สามารถทำเป็นห้องนอนได้จริงนะ ภายในห้องน้ำก็ให้มาค่อนข้างกว้าง ผมชอบในความเป็นทาวน์โฮมแต่ก็ออกแบบมาให้ห้องน้ำทุกห้องได้ช่องแสงภายในตัว ซึ่งจัดเป็นข้อดีมาก ๆ เลยนะครับ เพราะจะช่วยทำให้ห้องน้ำไม่อับชื้น ดูโล่งไม่ทึบตัน แถมไม่ต้องมีเสียงดังของพัดลมดูดอากาศมาคอยกวนใจเวลาใช้งานด้วย

ภายในห้องนี้จะใช้สุขภัณฑ์และอุปกรณ์จาก American Standard ทั้งหมด ได้เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าแบบก่อมาให้ พร้อมสุขภัณฑ์แบบ 2 ชิ้น

ส่วนอาบน้ำจะได้ตามนี้เลยครับ มาพร้อมฉากกั้นอาบน้ำและแนวหน้าต่าง ที่ริมหน้าต่างได้ผนัง Low Wall มาสำหรับวางอุปกรณ์อาบน้ำด้วย โดยจะมีพื้นที่อาบน้ำประมาณ 1.5 x 0.9 เมตร สามารถวางชั้นวางอุปกรณ์อาบน้ำเพิ่มได้อีกสบาย ๆ

กลับออกมาที่ด้านนอกกันอีกนิดนะครับ ด้านหลังบ้านจะมีแนวกระจกที่เปิดออกไปเป็นระเบียงยาวหลังบ้านให้ด้วย

เป็นระเบียงขนาด 5 x 0.95 เมตร ซึ่งติดตั้งงานระบบไว้ให้สำหรับวางเครื่องซักผ้าได้ด้วย สามารถใช้พื้นที่ระเบียงบริเวณนี้ตากผ้าได้ยาว ๆ เลยครับ หรือจะแขวนต้นไม้ จัดสวนเพื่อสร้างบรรยากาศให้พื้นที่ภายในบ้านก็ได้ครับ

ก่อนจะขึ้นไปยังชั้นบนสุด เราไปดูพื้นที่ฝั่งหน้าบ้านกันก่อน รับรองว่ามีมุมที่น่าสนใจให้ชมกันอีกหลายจุดเลย

พื้นที่หน้าบ้านตรงนี้จะกั้นด้วยแนวกระจกบานเลื่อนแบบ 3 ตอนขนาดใหญ่ ทำให้สามารถเปิดได้กว้างกว่าแบบ 2 ตอน และเก็บแนวกระจกเข้าผนังด้านข้างพอดีกับขนาดลิฟต์เลยครับ ออกแบบมาได้ดูลงตัวทีเดียว การที่มีกระจกกั้นบานใหญ่นี้จะช่วยให้พื้นที่ตรงนี้ยืดหยุ่นขึ้นครับ เช่น หากมีแขกเยอะ เราสามารถเปิดกว้างเชื่อมพื้นที่ตรงกลางและด้านหน้าบ้านได้ หรือถ้าวันไหนอยากนั่งรับลมทานอาหารนอกบ้าน จัด BBQ Party ก็สามารถกั้นกระจกส่วนนี้ และเปิดกระจกด้านนอก เราก็จะได้ระเบียงขนาดใหญ่ที่ไม่รบกวนพื้นที่ภายในบ้านมาใช้งานกันได้สบาย ๆ เลย และการตกแต่งที่เราเห็นเขาจะ Built-in ด้วยไม้สักแท้มาให้แบบนี้เลยครับ ดูอบอุ่นเข้ากับธีมรวมของบ้านได้เป็นอย่างดี

โดยด้านนอกนี้จะมีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง และที่สำคัญคือจะได้ครัวมาให้ภายในตัวพร้อมเลยครับ

เป็นชุดครัวที่ Built-in มาให้ครบเซ็ตพอดีกับพื้นที่แบบนี้เลย หน้าบานตู้ต่าง ๆ จะเป็นลามิเนตเกรด A เว้นพื้นที่วางตู้เย็นไว้ให้พร้อม

ท็อปครัวและ Backsplash จะเป็นหินสังเคราะห์ ได้เตาไฟฟ้า 4 หัวพร้อมเครื่องดูดควันแบบต่อท่อออกภายนอกจาก Smeg แบรนด์ดังจากประเทศอิตาลี พร้อมอ่างล้างจานสเตนเลสจาก MEX

ได้แนวหน้าต่างกระจกบานเลื่อนแบบ 3 ตอนมาอีกเช่นกันครับ ขนาดเท่า ๆ เดิมเลย เก็บที่ด้านหลังแนวผนังครัวได้พอดี อย่างที่บอกไปว่าจะช่วยให้พื้นที่ส่วนนี้ยืดหยุ่นเอามาก ๆ ใช้งานได้หลากหลายเลย

ทางผู้ออกแบบ Built-in ซ่อนรางม่านมาให้เรียบร้อยเลยนะครับ แต่ม่านต้องหามาติดเองนะ

ด้านนอกจะได้ระเบียงโปร่งมาให้แบบเดิมเลยครับ ขนาดประมาณ 3.5 x 1.35 เมตร สามารถจัดสวนสร้างบรรยากาศสวย ๆ ให้พื้นที่ภายในได้สบาย ด้านข้างก็ได้สีเขียวจากยอดของต้น Silver Oak ที่ให้มาพอดี

กลับเข้ามาที่กลางตัวบ้าน สิ่งนึงที่ไม่พูดถึงไม่ได้ของชั้นนี้คือแนวบันไดตรงกลางครับ ซึ่งถ้าเปรียบชั้นนี้เป็น Gallery ส่วนนี้ก็คงเป็นเหมือน Masterpiece ของที่นี่เลยครับ เพราะมีตำแหน่งที่ยกฝ้าเพดานสูงและได้แสงจาก Skylight ลงอย่างเต็มที่ และการเลือกใช้วัสดุที่ตัดกับผนังด้านหลังได้อย่างโดดเด่น ซึ่งทางโครงการเขาก็ Built-in ให้มาแบบนี้เลยนะครับ

ด้านล่างจะเป็นชั้นวางทีวีที่มีลิ้นชักเก็บของมาให้ ซ่อนไฟด้านใต้ช่วยเพิ่มมิติ ส่วนตัวบันไดจะเป็นโครงสร้างเหล็กที่ปิดผิวด้วยไม้จริงไม้โอ๊ค ส่วนราวจับจะเป็นไม้สักแท้ ผนังด้านหลังเป็นคอนกรีตเปลือยทาสีเทาเซาะร่องเล่นจังหวะล้อไปกับราวกันตกของบันไดได้ดีเลย

พื้นที่ยกฝ้าเพดานสูงส่วนนี้เขาก็มีระยะร่นออกมาจากตัวบันไดด้วย เพื่อเพิ่มมิติและช่องแสงให้กับพื้นที่ใช้งานที่ชั้น 2 นี้ด้วย

ขึ้นมาด้านบนจะเห็นพื้นที่ชั้น 3 ในส่วนที่เชื่อมต่อกับชั้น 2 ครับ ซึ่งด้วยความที่เป็นพื้นที่พักผ่อน ดังนั้นจึงเปิดเชื่อมกับแค่ส่วนของช่องแสง แต่พยามจะไม่ให้เสียงมารบกวนกันนัก จึงเลือกเปิดพื้นที่ในส่วน Walk-in Closet ทำให้ส่วนของห้องนอนยังได้ความเป็นส่วนตัวอย่างเต็มที่

ประตูของที่นี่ในทุก ๆ บานเขาจะใช้เป็นระบบแม่เหล็ก ทำให้เวลาเราเปิดหรือปิดจะไม่มีเสียงดังนะครับ

ภายในห้องนอนของห้องนี้จะมีตำแหน่งอยู่ทางฝั่งหน้าบ้านครับ มีลักษณะฝ้าเพดานล้อไปกับทรงหลังคาของบ้านที่เป็นจั่ว พื้นที่ภายในห้องสามารถวางเตียง 6 ฟุตได้สบาย ๆ เหลือพื้นที่ด้านข้างไว้จัดเป็นมุมโต๊ะทำงานด้วย ส่วนตู้เสื้อผ้ากับโต๊ะเครื่องแป้งจะอยู่อีกส่วนนึงนะครับ ทำให้ภายในห้องนี้จัดได้เต็มที่เลย

ได้แนวกระจกบานใหญ่ทางฝั่งหน้าบ้านเปิดรับลมระบายอากาศได้ ฝ้าเพดานของห้องนี้จะมีจุดสูงที่สุดที่ประมาณ 3.7 เมตร เลยทีเดียว

พื้นที่ปลายเตียงจะมีขนาดค่อนข้างกว้าง จัดเป็นชุดโซฟาไว้นั่งดูหนังกันได้สบาย ๆ เลย

ด้านในจะมีประตูเชื่อมไปยังส่วนของห้อง Walk-in Closet ที่อยู่หน้าห้องน้ำครับ

เป็นพื้นที่ Walk-in Closet ขนาดใหญ่เอามาก ๆ โดยจะมีพื้นที่ประมาณ 5 x 2.15 เมตร ได้แนวกระจกบานใหญ่ยาว 5 เมตร สูงถึงฝ้าเพดาน ทำให้เราสามารถจัดมุมแม่งตัวกันได้อย่างเต็มที่ หรือจะแบ่งพื้นที่ครึ่งนึงจัดเป็นห้องทำงานไปด้วยก็ยังได้เลยครับ

ด้านในสุดจะเป็นห้องน้ำหลักของบ้านหลังนี้ มีขนาดพื้นที่ค่อนข้างกว้าง ได้ช่องแสง 2 ฝั่ง พร้อมสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เป็น “Oval Collection” จาก Cotto ซึ่งออกแบบโดย นาโอโตะ ฟูกาซาว่า (Naoto Fukasawa) ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากดีไซน์ของวงรีที่เป็นรูปทรงเรขาคณิตที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อน เน้นความมินิมอล ดูเรียบง่ายและเป็นธรรมชาติ

ส่วนแรกคืออ่างล้างหน้าแบบ His & Her ที่เป็นอ่างแบบวางบนเคาน์เตอร์หินสังเคราะห์ พร้อมแนวกระจกเงาขนาดใหญ่ เปิดเก็บของได้และซ่อนไฟมาให้

ด้านในจะเป็นพื้นที่โถสุขภัณฑ์และส่วนอาบน้ำที่ได้ฉากกั้นอาบน้ำขนาดใหญ่มาให้พร้อมเลย

พื้นที่อาบน้ำมีขนาดประมาณ 1.75 x 1.7 เมตร ซึ่งจัดว่ากว้างเอามาก ๆ ยืนอาบน้ำกันสองคนได้สบาย ๆ ผนังด้านเซาะร่องสำหรับวางอุปกรณ์อาบน้ำและซ่อนไฟมาให้ ได้ทั้ง Hand Shower และ Rain Shower มาครบเลยครับ

พื้นที่ด้านข้างฝั่งแรกจะเป็นช่องแสงที่ออกแบบมาให้สามารถวางเครื่องซักผ้าและใช้งานตากผ้าได้ด้วย

ด้านในจะติดตั้งงานระบบมาให้พร้อมเลย ส่วน Skylight ด้านบนก็จะมีส่วนที่โปร่งสำหรับปลูกต้นไม้ได้มาให้ และบางส่วนที่เป็นหลังคาใสสำหรับวางเครื่องซักผ้า สามารถใช้บริเวณนี้ตากผ้าได้สบาย ๆ ไม่ต้องกลัวเปียก

ส่วนอีกฝั่งก็จะมีพื้นที่ลักษณะนี้เช่นกันครับ ช่วยเป็นช่องแสงให้กับโถงบันไดด้วย

ฝั่งนี้จะทำหน้าที่เป็นพื้นที่วาง Condensing Unit และมีบันไดหนีไฟมาให้ด้วยครับ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่าครับ

ราคา

HOF อุดมสุข ราคา ณ วันที่ 10 พฤศจิกายน 2564

  • โฮมออฟฟิศ 3.5 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 25.70-45.20 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 388 ตร.ม. รองรับ 5-8 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 18.9 ล้านบาท
  • จอง 200,000 บาท (หลังกลาง) – 300,000 บาท (หลังมุม)
  • ทำสัญญา 10% ของเงินจอง
  • ค่าจดจำนอง ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
  • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ซื้อแล้วผู้ขายชำระฝ่ายละครึ่ง
  • ค่าประกัน มิเตอร์ไฟฟ้า ประปา ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ

บทสรุป

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง : เป็นหนึ่งในจุดเด่นของโครงการนี้เลยครับ เพราะเป็นโครงการที่สามารถขับรถเข้าออกได้ถึง 3 ทาง เชื่อมต่อกับถนนโดยรอบสายสำคัญทั้ง 3 สาย อย่าง ถนนสุขุมวิท, ถนนอุดมสุข และถนนบางนา-ตราด ได้ง่าย แถมยังมี BTS อุดมสุขในระยะเดินเพียงประมาณ 600 เมตรด้วย ดังนั้นเรื่องความอุดมสมบูรณ์ก็จัดว่าค่อนข้างจะครบครันเลย มีทั้งร้านค้าร้านอาหารให้เลือกตั้งแต่สำหรับพนักงานกินในช่วงกลางวัน ไปจนถึงรองรับลูกค้าสำหรับติดต่อธุรกิจก็ทำได้ไม่ยากในย่านนี้ แถมในอนาคตยังจะมี MEGA Project อยาก Bangkok Mall ที่มีประตูโครงการห่างออกไปประมาณ 100 เมตร ด้วยครับ

ความปลอดภัยในโครงการและตัวบ้าน : โครงการนี้ไม่ได้เป็นโครงการจัดสรรนะครับ ทำให้ไม่ได้มีระบบรักษาความปลอดภัยโดยรวมเตรียมมาไว้ให้นัก แต่ด้วยลักษณะของพื้นที่ที่มีทางเข้าออกเดียวเป็นแนวยาว รั้วโครงการสูง และทุกบ้านเองก็มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ให้มาค่อนข้างครบครัน ตั้งแต่ Shuttle Door ที่ควบคุมด้วยรีโมทคอนโทลทั้งทางโรงจอดรถและประตูทางเข้าปกติ ติดตั้ง CCTV และ Video Door Phone ที่สามารถสั่งการเปิดประตูได้จากภายในบ้าน

การออกแบบโครงการและพื้นที่ใช้สอย : เป็นส่วนที่ทางโครงการได้รับรางวัลในการออกแบบการันตีมาอยู่แล้วจาก Thailand Property Award 2020 ซึ่งโดยส่วนตัวผมเองก็ชอบในส่วนนี้เป็นพิเศษเช่นกัน เพราะเขาออกแบบมาได้ดูน่าสนใจในหลาย ๆ พื้นที่เช่นการแบ่งพื้นที่ภายในได้อย่างชัดเจน ที่ชั้น 1 และชั้นลอยจะเชื่อมต่อกันได้ง่าย ส่วนชั้น 2 และชั้น 3 ก็จะเชื่อมต่อกันได้ดีเช่นกัน แต่สองส่วนนี้จะแยกออกจากกันชัดเจนด้วยลิฟต์แบบล็อคชั้น ทำให้เราสามารถเลือกแบ่งการใช้งานได้หลากหลาย ได้ความเป็นส่วนตัวสูง หรือจะแยกปล่อยเช่าก็ทำได้ นอกจากนั้นในแต่ละส่วนเองก็มีดีเทลที่น่าสนใจมาให้เห็นค่อนข้างเยอะ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้วัสดุในการสร้าง Mood & Tone ภายในตัวบ้าน การเปิดช่องแสงที่เชื่อมกันในหลาย ๆ จุด, ยกฝ้าเพดานสูงในหลาย ๆ พื้นที่, การเซาะร่องที่ฝ้าระหว่างผนัง Built-in ในหลาย ๆ ส่วน แถมยังมีการซ่อนรางม่านมาให้ เลือกใช้ประตูแบบแม่เหล็กเพื่อไม่ให้เกิดเสียงดัง เป็นต้น

วัสดุ : วัสดุภายในบ้านให้มาค่อนข้างโอเคตามมาตรฐานราคา เริ่มตั้งแต่ความปลอดภัยจะได้ CCTV แบบเดินสาย 2 จุด และ ประตูเข้าหลักเป็นแบบ Magnet Lock ควบคุมการเปิดปิด ด้วยระบบ Intercom มีจอแสดงผล Intercom Video Phone (Monitor) 2 เครื่อง แยกชั้นออฟฟิศ และ ชั้นบ้าน ประตูที่จอดรถเป็น Shutter Door พร้อมรีโมทคอนโทล ภายในชั้นบ้านมีระบบ Home Automation และเครื่องปรับอากาศติดตั้งมาให้ทั้งแบบ Cassette Type และ Wall Type พื้นภายในตัวบ้านจะเป็นกระเบื้องและ Engineering Wood ผิวไม้โอ๊ค โครงสร้างบันไดเป็นบันไดโครงเหล็กปิดผิวไม้จริงไม้โอ๊ค ราวจับและฝ้าเพดาน ที่ชั้น 2 เป็นไม้สักแท้ ได้ลิฟต์โดยสารจาก Marohn Thyssenkrupp รองรับ 3-4 คน (260 กิโลกรัม) ที่เป็นลิฟต์ล็อคชั้นและรองรับการใช้งานรถเข็นได้ Pantry Build-in พร้อม Stove 4หัว และ Hood แบบดูดออกภายนอกจาก Smeg อ่างล้างจานสเตนเลสจาก MEX ชุดสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ในห้องน้ำ ชั้น 1- ชั้น2 ใช้ของ American Standard ชั้น3 ห้อง Master Bathroom ใช้ของ OVAL by Cotto หน้าบ้านได้ต้นซิลเวอร์โอ๊ค 1 ต้น

พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ : เนื่องจากเป็นโครงการที่ไม่ได้จัดสรรและมีขนาดประมาณ 300 วา กว่า ๆ ทำให้ไม่ได้มีสวนหรือพื้นที่ส่วนกลางมาให้ แต่ก็ปลูกแนวต้นไม้ตามถนนหลักภายในโครงการมาให้ ถนนก็เป็นคอนกรีตพิมพ์ลายทั้งหมด และให้ต้นซิลเวอร์โอ๊คในบ้านแต่ละหลังมาที่บริเวณหน้าบ้าน ซึ่งก็ช่วยสร้างบรรยากาศโดยรวมได้ดีทีเดียวครับ ส่วนสภาพโครงการนั้นก็ยังจัดว่าใหม่เอามาก ๆ ปัจจุบันยังไม่ได้มีการย้ายเข้าอยู่ แต่ก็ถูกขายออกไปเยอะจนเกือบจะหมดแล้วเหมือนกันครับ คาดว่าน่าจะปิดโครงการในเร็ว ๆ นี้ ใครที่สนใจก็ต้องรีบกันหน่อยนะครับ

สาธารณูปโภค : เป็นโครงการไม่ได้จัดสรร ทำให้ไม่ได้มีพื้นที่ส่วนกลางมาให้ครับ

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 40%, ความปลอดภัย 15%, การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 15%, วัสดุ 10%, พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 10%,  และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับแพคเกจ 18.9 ล้านบาท, 10 พฤศจิกายน 2564

  • ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 8.25/10 – เข้าออกได้ 3 ทาง ใกล้ทางด่วน ห่าง 600 ม. จาก BTS อุดมสุข
  • ความปลอดภัย 7.5/10 – โครงการไม่ได้จัดสรร แต่บ้านให้ CCTV, Shuttle Door ควบคุมด้วยรีโมท และ Video Door Phone
  • การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 8.75/10 – แยกสัดส่วนชัดเจน พื้นที่ภายในน่าสนใจ มีดีเทลในหลาย ๆ จุด
  • วัสดุ 7.75/10 – ลิฟต์ส่วนตัว, พื้น Engineering Wood, บันไดไม้สัก, ได้ครัว Built-in, กระจกบานใหญ่
  • พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 7.5/10 – ได้ต้นไม้ตามแนวรั้วโครงการ บ้านได้ Silver Oak 1 ต้น
  • 8.05 / 10.00 

HOF อุดมสุข เหมาะกับใคร

โครงการ HOF อุดมสุข เหมาะสำหรับครอบครัวสมาชิกขนาด 2-4 คน หรือผู้ประกอบการที่กำลังมองหาพื้นที่สำนักงานและเป็นบ้านไปด้วยได้ในตัว ช่วงสุขุมวิทตอนปลาย เดินทางเข้าออกสะดวกและรายล้อมด้วยความอุดมสมบูรณ์ รองรับพื้นที่จอดรถ 5-8 คัน พื้นที่ใช้สอยและพื้นที่จอดรถเยอะกว่าโครงการอื่น ๆ ในย่านนี้ สามารถแยกปล่อยเช่าในแต่ละชั้นได้ เน้นพื้นที่โปร่งและโล่งภายในตัวบ้าน มีมุมพักผ่อนให้ในทุกชั้น  ในงบประมาณที่ 20 ล้านบาทขึ้นไป รวมตกแต่ง หรือมีกำลังผ่อนต่อเดือนที่ 140,000 บาท/เดือน ขึ้นไป


ThinkofLiving มี LINE Official Account แล้วนะ
ไม่อยากพลาดข้อมูลข่าวสารก็ Add เลย > https://lin.ee/svACOxc