
“Brilliant Avenue” คืออสังหาฯ รูปแบบใหม่ที่ไม่ใช่แค่โฮมออฟฟิศทั่วไป แต่เป็นอาคารอเนกประสงค์ 4-5 ชั้นที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตและทำงานแบบครบวงจร มีทั้ง Showroom, ออฟฟิศทันสมัย และ Penthouse ส่วนตัวในอาคารเดียว จึงตอบโจทย์ “Where Work and Life” ได้ครบถ้วน โดยแต่ละโครงการจะมีเพียง 8 แปลงเท่านั้น ทำให้ได้ความเป็นส่วนตัวสูงกว่าโครงการทั่วไปที่มีจำนวนยูนิตเยอะๆ ค่ะ
ทำไมถึงต้องมีอสังหาฯ รูปแบบใหม่?
โมเดลอสังหาฯ ใหม่นี้เกิดขึ้นจาก Pain Point ของนักธุรกิจที่รักความคุ้มค่าของการลงทุน ไม่ต้องการซื้อบ้านที่นึง แต่ต้องเดินทางไปทำงานอีกที่นึง หรืออาจจะมีบ้านให้เช่าอีกที่นึง ก็อยากให้อาคารเดียวตอบโจทย์ทั้งหมด นึกภาพว่าแค่กดลิฟต์ก็ลงมาชั้นล่างก็เริ่มทำงานได้แบบไม่ต้องฝ่ารถติดบนท้องถนน ซึ่งอสังหาฯ แบบเดิมๆก็ยังรองรับการทำธุรกิจหลายอย่างไม่ได้
โดยโครงการนี้คัดเฉพาะทำเลศักยภาพสูง เดินทางสะดวก การเป็นเจ้าของอสังหาฯ แบบนี้จึงไม่ได้เป็นแค่การลงทุนเพื่อใช้ระยะสั้น แต่ยังมีโอกาสสร้าง Capital Gain ระยะยาว ที่คุ้มกว่าการเช่าพื้นที่สำนักงานและที่พักแยกกัน เพราะเป็นการผสมผสานระหว่างอสังหาฯ เพื่อการอยู่อาศัยและสานธุรกิจไปพร้อมกัน ช่วยลดต้นทุนการทำธุรกิจระยะยาวได้อย่างชัดเจน โดยไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายจากการเดินทาง
…ทั้งหมดนี้เป็นที่มาของโครงการ “Brilliant Avenue” การรวมทุกฟังก์ชันที่ต้องการไว้ในอาคารเดียวกันได้ก็น่าจะตอบโจทย์ ทั้งหน้าร้าน-ออฟฟิศ-บ้าน-พื้นที่ให้เช่า-พื้นที่รองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต
“Brilliant Avenue” มีที่มาจากคำว่า billionaire (ความร่ำรวย) และ Brilliant (ความฉลาด) ซึ่งมาจาก Target Group ของโครงการ คือ กลุ่ม Entreprenuer หรือ SME ที่กำลังมองหาพื้นที่สร้างอาคารธุรกิจของตนเอง ที่มีที่อยู่อาศัยรวมอยู่ในอาคารเดียวกัน บนโลเคชั่นที่มีคนผ่านไปมาอย่างคึกคักเหมือน Community Mall
แต่ๆๆ อย่าเพิ่งนึกว่าเหมือน Home Office ทั่วไป เพราะความเจ๋งของที่นี่คือ ไม่ใช่โครงการจัดสรร ทำให้มีอิสระมากกว่าโครงการแบบเดิมๆ ช่วยส่งเสริมธุรกิจได้มากขึ้นเยอะเลยค่ะ และมีคอนเซปต์เป็นเลขมงคล ” 168 “ ที่มีความหมายถึงหนทางสู่ความร่ำรวย มีความเป็นสิริมงคลทางธุรกิจ
เลข 1 : ที่เดียวที่สามารถออกแบบได้เอง ไม่เหมือนใคร
เลข 6 : เป็นทำเลที่มีศักยภาพทั้งหมด 6 ทำเล
เลข 8 : Exclusive แค่ 8 ยูนิตทั้งโครงการ
เราสรุปมาให้เป็น 5 ข้อหลัก ตามเราไปดูกันทีละประเด็นนะคะ
1. อิสระในการออกแบบฟังก์ชัน (Function) สามารถแยกส่วนธุรกิจและการพักอาศัยออกจากกันได้ในอาคารเดียวกัน
ถ้าเป็น Home Office แบบทั่วไปก็จะสร้างอาคารขึ้นมาให้เสร็จเลย เราแค่ไปเลือกว่าอยากได้หลังไหน แต่ Brilliant Avenue เค้าขายเป็นแปลงที่ดินเปล่า พร้อมถนนส่วนกลางและระบบรักษาความปลอดภัยของโครงการ จึงมีอิสระมากกว่าเพราะไม่ถูกบังคับด้วยกฎหมายจัดสรร และกฎของหมู่บ้าน
ผู้ซื้อจึงมีอิสระในการออกแบบอาคารที่เหมาะกับธุรกิจและพื้นที่พักอาศัยที่เหมาะกับสมาชิกในครอบครัวตามที่ต้องการ เพราะธุรกิจแต่ละประเภทต้องการพื้นที่แตกต่างกัน เช่น
- คลินิกเฉพาะทางระดับพรีเมียม : ต้องการความสงบและความสะดวกให้กับผู้ป่วยระดับพรีเมี่ยม
- สตูดิโอออกแบบ และเอเจนซี่โฆษณา : ต้องแสดงความเป็นตัวตนของบริษัทผ่านการออกแบบออฟฟิศ
- สำนักงานกฎหมายและที่ปรึกษาทางธุรกิจ : เน้นความเป็นส่วนตัวและความน่าเชื่อถือสูงสุดในบรรยากาศที่เงียบสงบ
- ธุรกิจ Fine Dining, ร้านอาหารพรีเมียมบนดาดฟ้า : สร้างประสบการณ์แปลกใหม่ดึงดูดลูกค้าที่มีรสนิยมสูง
ซึ่งการออกแบบได้เองนั้นทำให้ตอบโจทย์การใช้งานได้เหมาะสมจริง และยังออกแบบให้รองรับธุรกิจที่ผสมผสานกันได้ เช่น ชั้นล่างเป็นโชว์รูม ชั้น 2 เป็นออฟฟิศ และชั้น 3 เป็นที่พักอาศัย หรือแม้แต่เปิดร้านอาหารบนดาดฟ้า จึงสามารถออกแบบเองว่าจะสูงกี่ชั้น ฟังก์ชันอะไรบ้างได้อย่างลงตัว ตามเงินทุนของตัวเองและตามข้อกำหนดของกฎหมายควบคุมอาคาร เช่น FAR, OSR ค่ะ
นอกจากนี้แต่ละแปลงมีขนาดที่ดินประมาณ 200 ตร.ว. ขึ้นไปจึงสามารถจัดสรรที่จอดรถได้อย่างเต็มที่แต่ละแปลงได้เป็น 10 คันแน่นอน ซึ่งมากกว่า Home Office ที่มีขายทั่วไป
2. อิสระในการออกแบบหน้าตาอาคาร (Aesthetics)
ฉีกกฎของหมู่บ้านจัดสรรเดิมที่บ้านต้องเหมือนกันทุกหลัง โดยทางโครงการไม่กำกับหน้าตาอาคารและยังส่งเสริมให้ลูกค้าใช้หน้าตาอาคารในการสร้างภาพจำของแบรนด์ ออกแบบอาคารให้โดดเด่นแปลกใหม่ได้ เพื่อส่งสินค้าและบริการได้ตามอิสระ
การออกแบบหน้าตาอาคารได้เองนั้น ยังช่วยให้เกิด Corporate Identity (CI) ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและทำให้ลูกค้าจำได้ว่านี่คือแบรนด์ของเรา
3. อิสระในการทำหลายธุรกิจในที่ดิน 1 แปลง (Mall in Mall)
ไม่จำกัดที่จะมีมากกว่า 1 ธุรกิจใน 1 แปลงที่ดิน รวมถึงสามารถสร้างมากกว่า 1 อาคารก็ได้ โดยโครงการสนับสนุนให้เกิดแนวคิด “Mall in Mall” ลูกค้าสามารถซื้อไป 1 แปลง แล้วแบ่งพื้นที่ชั้นต่างๆ ให้เพื่อนเช่า หรือทำธุรกิจหลายตัวในอาคารเดียวเพื่อเพิ่มรายได้ และหาคนร่วมแชร์ค่าใช้จ่าย
4. อิสระในการแบ่งแปลง (Subdivision)
ผู้ซื้อสามารถแบ่งแปลงที่ดินให้กับลูกหลานได้ทันที ซึ่งแตกต่างจากหมู่บ้านจัดสรรทั่วไปที่ถูกจำกัดด้วยกฎหมาย
5. อิสระในการใช้ประโยชน์ที่ดิน
สามารถขออนุญาตทำธุรกิจได้หลากหลายรูปแบบ เช่น โรงแรม, คอนโด หรือแม้แต่การสร้างอาคารสูงเพื่อแบ่งเป็นชั้นๆให้สมาชิกในตระกูล (แบ่งโฉนดแต่ละชั้นเป็น อช.) ก็ทำได้
1. ข้อได้เปรียบทางการเงิน (Housing Loan) นี่คือจุดขายที่สำคัญที่สุด คือการทำอาคารธุรกิจโดยได้รับสินเชื่อแบบ Housing Loan (สินเชื่อที่อยู่อาศัย) ดอกเบี้ยถูก และระยะเวลาการได้ผ่อนยาวกว่า Business Loan จึงเหมือนเราได้ดอกเบี้ย Rate กู้บ้านมาซื้อที่ดินและสร้างอาคารทำธุรกิจ
ซึ่งธนาคารที่เป็นพันธมิตรกับโครงการทั้ง 3 แห่ง (KBank, SCB, BBL) ได้ตกลงที่จะให้สินเชื่อในรูปแบบ Housing Loan สำหรับโครงการ Limited Edition นี้
ในอนาคตเมื่อเจ้าของสินทรัพย์ผ่อนชำระด้วย Housing Loan มาเรื่อยๆ จะทำให้เกิดส่วนต่างระหว่างหนี้คงเหลือและยอดกู้ตั้งต้น ซึ่งสามารถขอกู้เพิ่มเพื่อใช้ในการขยายธุรกิจได้ในภายหลัง
2. การสร้างชุมชนนักธุรกิจ (Community of Business Partner)
โครงการจะสร้างสมาคมของนักธุรกิจทั้ง 8 คน เพื่อต่อยอด Connections ช่วยกันเรียกลูกค้าและแนะนำลูกค้าให้กัน ช่วยหา Supplier ให้กัน เพราะเมื่อธุรกิจประสบความสำเร็จไปด้วยกัน ก็จะเกิด Environment ที่ดีในโครงการ เกิดความคึกคักของร้านค้าในโครงการ บรรยากาศที่ดี ร้านรวงที่เปิดกันหนาแน่นก็จะเรียกลูกค้าเข้ามาเรื่อยๆ
3. โครงการเลือกโลเคชั่นที่มีความหนาแน่นและกำลังซื้อในพื้นที่สูง (Density & Spending)
ทำเลที่โครงการเลือกเป็นทำเลที่มีความหนาแน่นของประชากรสูงและมีกำลังซื้อสูง ทำให้ธุรกิจสามารถค้าขายกับคนในพื้นที่ได้ โดยเน้นการขายสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับไลฟ์สไตล์ของครอบครัวผู้มีฐานะ โดย Brilliant Avenue จะเปิดตัวใน 6 โลเคชั่นดังนี้
1. ทำเลกรุงเทพกรีฑา ถือเป็นเพชรยอดมงกุฎของ Brilliant Avenue เลยค่ะ บ้านในย่านนี้มีราคาสูงมากและมีกำลังซื้อมหาศาล ซึ่งโครงการได้ที่ดินแปลงสวยติดถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่เลย
ทำเลนี้ถือว่าเป็น New CBD Residential Zone ของกรุงเทพฯ รายล้อมด้วยโครงการบ้านเดี่ยวระดับบนอย่างบ้านราคามากกว่า 40 ล้านนั้น เรียกว่าเห็นได้ทั่วไปในโซนนี้เลยค่ะ ผู้อยู่อาศัยส่วนใหญ่เป็น High-income ทั้งเจ้าของกิจการ, ผู้บริหาร, Expats, Young Successors
ในรัศมี 5 กิโลเมตรจากที่ตั้งโครงการก็มีจำนวนประชากรรวมประมาณ 120,000 – 150,000 คน โดยมีรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือน 100,000 – 200,000 บาทขึ้นไป/เดือน จึงมีโรงเรียนนานาชาติชั้นนำใกล้ๆ เกือบ 10 แห่ง
ราคาแปลงที่ดินเริ่มต้น 99 ล้านบาท (ขนาดแปลงเล็กสุด 200 ตารางวา ใหญ่สุดประมาณ 1 ไร่กว่า)
2. ทำเลนอร์ท ราชพฤกษ์ (North Ratchaphruek) เป็นทำเลรองลงมา ตั้งอยู่ใกล้ Robinson Lifestyle ราชพฤกษ์ ซึ่งเป็นศูนย์รวมของธนาคารและห้างร้านมากมาย
ในรัศมี 5 กิโลเมตรจากที่ตั้งโครงการ มีจำนวนประชากรรวมประมาณ 150,000 – 200,000 คน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มครอบครัวของคนรุ่นใหม่ วัยทำงาน ที่มีรายได้กลาง-สูง มีรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนประมาณ 70,000 – 120,000 บาท/เดือน เราจึงเห็นหมู่บ้านจัดสรรระดับกลาง-บนในโซนนี้ และจะเห็นว่าในรัศมี 10 กิโลเมตรก็เต็มไปด้วยโรงเรียนนานาชาติด้วยเช่นกัน
Community Mall ในย่านนี้ก็มี Foot Traffic สูงกว่าค่าเฉลี่ยในกรุงเทพมหานคร เนื่องจากเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยหนาแน่น อย่าง Robinson Lifestyle ราชพฤกษ์ แห่งเดียวก็มียอดคนเดิน 12,000 – 18,000 คน/วันแล้วค่ะ
ราคาแปลงที่ดินเริ่มต้นประมาณ 50 ล้านบาท
3. ทำเลรามคำแหง ตั้งอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าเตรียมน้อม ประมาณ 130 เมตร เป็นทำเลที่กลุ่มลูกค้ามี Segment กว้าง เนื่องจากมีรถไฟฟ้าสายสีส้มที่จะพาเข้าสู่ใจกลางเมือง มีชุมชนดั้งเดิมและหมู่บ้านขนาดใหญ่เก่าแก่ ที่นี่จะมีราคาที่หยิบจับง่ายกว่าโลเคชั่นอื่น
ในรัศมี 3 กิโลเมตรรอบสถานีมีจำนวนประชากรประมาณ 120,000 – 160,000 คน (รวมหมู่บ้าน, คอนโด, แฟลต, หอพัก, อพาร์ตเมนต์) รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนกลุ่มกลางและกลางบน 45,000 – 85,000 บาท/เดือน แม้ว่าจะมีรายได้เฉลี่ยน้อยกว่าทำเลอื่น แต่ถือว่ามีจำนวนประชากรเยอะ และมีโอกาสโตอีกเมื่อรถไฟฟ้าสายสีส้มเปิดให้ใช้บริการค่ะ
ราคาแปลงที่ดินเริ่มต้นประมาณ n/a ล้านบาท >> สอบถามโดยตรงกับทางโครงการอีกครั้ง
4. ทำเลสุขุมวิท-บางนา ตั้งอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีเหลืองสถานีศรีลาซาล บนถนนศรีนครินทร์ เป็นทำเลที่เชื่อมต่อเข้าเมืองได้ง่าย และไปท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รวมถึงโซนเศรษฐกิจตะวันออก (EEC) ได้สะดวก
ในรัศมี 3-5 กิโลเมตรรอบสถานีลาซาล เป็นชุมชนที่อยู่อาศัยหนาแน่นทั้งในรูปแบบคอนโดและบ้านแนวราบ นั่นหมายถึงมีฐานลูกค้าที่ใช้ชีวิตประจำวันจริง ไม่ใช่เพียงแค่ทางผ่าน คนในโซนนี้มีระดับรายได้หลากหลาย อยู่ในกลุ่มรายได้ปานกลาง-สูง (ใกล้เคียงหรือสูงกว่าค่าเฉลี่ยกรุงเทพฯ)
ราคาแปลงที่ดินเริ่มต้นประมาณ n/a ล้านบาท >> สอบถามโดยตรงกับทางโครงการอีกครั้ง
5. ทำเลราชพฤกษ์-พระราม 5 ตั้งอยู่บนถนนนครอินทร์ อีกหนึ่งทำเลศักยภาพที่กำลังมีการก่อสร้างถนนใหม่ที่เชื่อมระหว่างนครอินทร์และศาลายา เส้นทางนี้คาดว่าจะกลายเป็นทางสายหลักในการขนส่งสำหรับฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ
ย่านนครอินทร์จัดเป็นทำเลชานเมืองที่มีประชากรหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ คาดว่าในรัศมี 5 กิโลเมตรโดยรอบน่าจะมีประชากรมากกว่า 100,000 คนขึ้นไป เพราะครอบคลุมชุมชนย่อยและโซนอยู่อาศัยที่หนาแน่นของนนทบุรี โดยโครงการพักอาศัยส่วนใหญ่เป็นบ้านเดี่ยว อยู่ในช่วงราคา 7-15 ล้านเป็นส่วนใหญ่ และมีโครงการระดับ Luxury ที่ราคาสูงกว่า 20-30 ล้านบาทขึ้นไปด้วย อีกทั้งยังเป็นทำเลที่ใกล้โรงเรียนนานาชาติ ที่เป็น Magnet ดึงดูดครอบครัวที่มีรายได้ ระดับกลาง-สูงด้วยค่ะ โซนนี้จึงเป็นทำเลที่มีฐานลูกค้าจริงและมีกำลังซื้อแข็งแกร่งเลยทีเดียว
ราคาแปลงที่ดินเริ่มต้นประมาณ n/a ล้านบาท >> สอบถามโดยตรงกับทางโครงการอีกครั้ง
6. ทำเลเจ้าพระยา ริเวอร์ฟร้อนท์ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้พื้นที่นี้มีคาแรคเตอร์แตกต่างจากโซนอื่นชัดเจน เพราะมีคุณค่าทางอารมณ์ (ติดแม่น้ำ) ทำเลนี้เชื่อมต่อได้อย่างง่ายกับถนนสายหลัก เช่น ถนนติวานนท์และถนนแจ้งวัฒนะ ด้วยทางด่วนศรีรัชที่อยู่ใกล้เพียงไม่กี่นาที
ล้อมรอบไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและแหล่งไลฟ์สไตล์ชั้นนำ อาทิ เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ, โรบินสัน ศรีสมาน และอิมแพ็ค เมืองทองธานี สถาบันการศึกษาและโรงพยาบาลชั้นนำก็อยู่ใกล้เคียง ตามแนวถนนสุขาภิบาล 2 มีประชากรระดับ 150,000-300,000 คน มีรายได้ระดับกลาง-บน รายได้เฉลี่ยไม่หวือหวาเท่าโซนราชพฤกษ์ แต่ก็เป็นกลุ่มที่มีรายได้สม่ำเสมอ
ราคาแปลงที่ดินเริ่มต้นประมาณ n/a ล้านบาท >> สอบถามโดยตรงกับทางโครงการอีกครั้ง
4. Community Service
ค่าส่วนกลางถูกกว่าหมู่บ้านจัดสรร เพราะส่วนกลางของโครงการมีเพียงถนน ซุ้มประตู ไม่ได้มี Clubhouse ทำให้การดูแลง่ายขึ้นและมีค่าใช้จ่ายที่น้อยลง โดยทาง BRITANIA จะมีบริษัทนิติบุคคลในเครืออย่าง Primo Service Solution เข้ามาช่วยดูแล
5. Design and Construction Services
ทางโครงการอนุญาตให้ผู้ซื้อมีอิสระอย่างเต็มที่ในการออกแบบ คัดเลือกสถาปนิกและผู้รับเหมา แต่หากต้องการตัวช่วยในการออกแบบและก่อสร้าง ทางโครงการก็เตรียม 3 บริษัทใหญ่ที่เป็นพันธมิตรไว้ให้ทั้ง LANDY GRAND, W HOUSE และ SEACON จะเลือกตามแบบที่มีอยู่แล้วกว่า 300 แบบก็ได้ หรือจะออกแบบใหม่ตั้งแต่ต้นก็ได้เช่นกัน
ตัวอย่างผลงานการออกแบบก่อสร้างโดย LANDY GRAND
ตัวอย่างผลงานการออกแบบก่อสร้างโดย W HOUSE
ตัวอย่างผลงานการออกแบบก่อสร้างโดย SEACON
ทำไมถึงต้องรีบเป็น 1 ใน 8 เจ้าของที่นี่ ?
- จำนวนจำกัดเพียง 8 ยูนิต ในแต่ละโครงการ
- ออกแบบได้อย่างอิสระ ตอบโจทย์ธุรกิจและไลฟ์สไตล์คุณอย่างแท้จริง
พื้นที่อเนกประสงค์ ครบทุกฟังก์ชัน “Work-Life Balance” ภายในอาคารเดียว - ทำเลศักยภาพสูงเหมาะกับการทำธุรกิจ
- เป็นโอกาสในการลงทุนที่ได้สินเชื่อ Housing Loan อัตราดอกเบี้ยต่ำ ผ่อนยาวกว่า Business Loan
- ได้อยู่ในชุมชนของนักธุรกิจทั้ง 8 คน (Community of Business Partner) เพื่อต่อยอด Connections ช่วยกันเรียกลูกค้าและแนะนำลูกค้าให้กัน
ในความคิดเห็นส่วนตัวของเรา โครงการนี้มีองค์ประกอบที่ดีที่จะส่งเสริมให้ประสบความเร็จได้ทั้งโลเคชั่น และความอิสระของโครงการในการใช้ประโยชน์ แต่คงต้องขึ้นอยู่กับบรรยากาศความคึกคักโดยรวมของโครงการด้วย ซึ่งนั่นหมายถึงการส่งเสริมกันของประเภทธุรกิจและ ความสามารถในการดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง
ลงทะเบียนติดต่อรับข้อมูลเพิ่มเติม และนัดหมายเยี่ยมชมโครงการได้ที่ >> https://britania.co.th/thebrilliant/
โทร. 1509