
บางบัวทองเหมือนกัน แต่ทำเลไม่ได้เหมือนกัน
ถ้าพูดถึงบ้านในงบ 3–6 ล้านบาท “บางบัวทอง” ก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งทำเลที่หลายคนนึกถึง เพราะมีบ้านให้เลือกหลายแบบ แถมยังเป็นตัวเลือกสำหรับคนที่อยากขยับออกมาหาบ้านที่มีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น ในงบประมาณที่ตัวเองไหว
แต่รู้ไหมครับว่า ถึงจะอยู่ในย่านบางบัวทองเหมือนกัน ก็ไม่ได้แปลว่าการเดินทางหรือการใช้ชีวิตจะเหมือนกันไปหมด โดยเราสามารถแบ่งออกเป็น 2 โซนหลัก ที่จะสามารถใช้ชีวิตและมีจุดเด่นที่แตกต่างกันได้อย่างเด่นชัดคือ
- โซนรัตนาธิเบศร์–บางบัวทอง : เป็นแหล่งชุมชนเข้า ใกล้ตลาด ห้าง และรถไฟฟ้า เมืองง่าย
- โซนวงแหวน–บางบัวทอง : ทำเลเชื่อมต่อ 3 ถนนหลักและทางด่วน M9 และ M82 ออกเมืองก็ง่าย
ซึ่งแต่ละโซนก็มีเส้นทางเชื่อมต่อและสิ่งอำนวยความสะดวกรอบ ๆ ที่ต้องลองพิจารณากันดูให้ดีอีกทีว่า บ้านบางบัวทองที่เรากำลังพิจารณาอยู่ตรงกับ Lifestyle ของครอบครัวและความต้องการของเราไหม อย่างเช่น
- …ถ้าต้องเข้าเมืองไปทำงานทุกวัน การเดินทางไปขึ้นรถไฟฟ้าหรือเชื่อมต่อถนนสายหลักอาจเป็นเรื่องสำคัญ >> ก็อาจจะเหมาะกับโซนรัตนาธิเบศร์-บางบัวทอง
- …แต่ถ้าใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นหลัก ก็อาจต้องดูว่าเส้นทางจากบ้านไปที่ทำงานสะดวกแค่ไหน ต้องผ่านถนนที่รถติดเป็นประจำหรือเปล่า และถ้ามีธุระระหว่างทางจะแวะไปไหนได้บ้าง >> ก็อาจจะเหมาะกับโซนวงแหวน-บางบัวทอง
นอกจากเรื่องเดินทางแล้ว ยังมีเรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้ามเหมือนกันนะครับ อย่างหลังเลิกงานอยากแวะซื้อของเข้าบ้าน วันหยุดอยากไปเดินห้าง หรือถ้ามีลูกและผู้สูงอายุในครอบครัว โรงเรียนกับโรงพยาบาลอยู่ไกลจากบ้านแค่ไหน เรื่องเหล่านี้อาจดูเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ แต่พอใช้ชีวิตจริงทุกวันก็ส่งผลไม่น้อยเลย
เพราะฉะนั้น การเลือกบ้านในบางบัวทองอาจไม่ใช่แค่ดูว่าราคาเท่าไร หรือบ้านใหญ่แค่ไหน แต่ต้องลองดูด้วยว่า ทำเลแบบไหนที่เข้ากับชีวิตของเรามากที่สุด แล้วสองโซนนี้มีอะไรต่างกันบ้าง ลองมาเทียบกันจากเส้นทางที่ใช้จริงและสิ่งอำนวยความสะดวกรอบ ๆ กันครับ
โซนรัตนาธิเบศร์–บางบัวทอง
เชื่อมต่อถนนรัตนาธิเบศร์ และรถไฟฟ้าสายสีม่วง :
จุดเด่นอย่างหนึ่งของโซนนี้คือ ‘การเชื่อมต่อกับถนนรัตนาธิเบศร์’ ซึ่งเป็นถนนสายหลักของนนทบุรี และมีรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วงให้เลือกใช้ โดยสายสีม่วงเชื่อมต่อจากคลองบางไผ่ ผ่านย่านบางใหญ่ และรัตนาธิเบศร์ ไปยังสถานีเตาปูน ซึ่งสามารถเปลี่ยนไปใช้รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเพื่อเดินทางต่อเข้าสู่กรุงเทพฯ ได้ ดังนั้นสำหรับคนที่ทำงานในนนทบุรี หรือมีจุดหมายอยู่ตามแนวรถไฟฟ้า การมีทางเลือกเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะก็ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นได้ครับ
มีตลาด ร้านค้า และแหล่งจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวัน :
อีกจุดที่น่าสนใจคือ ‘บรรยากาศของย่านชุมชน’ ซึ่งมีทั้งตลาด ร้านอาหาร ร้านค้าริมถนน และอาคารพาณิชย์ตามแนวถนนเยอะมาก เหมาะกับคนที่ชอบความสะดวกแบบแวะซื้อของระหว่างทางได้ เช่น ซื้ออาหารเช้าก่อนออกไปทำงาน หรือซื้อกับข้าวกลับบ้านหลังเลิกงาน
นอกจากร้านค้าใกล้บ้านแล้ว บริเวณบางใหญ่และแนวถนนรัตนาธิเบศร์ ยังมีศูนย์การค้าขนาดใหญ่อย่าง เซ็นทรัล เวสต์เกต และเซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์ให้เลือกไปใช้บริการด้วย
เหมาะกับใคร? :
ถ้าคุณต้องเดินทางไปทำงานในตัวเมืองนนทบุรี หรือกรุงเทพฯ และอยากมีทางเลือกทั้งรถยนต์และรถไฟฟ้า รวมถึงให้ความสำคัญกับแหล่งจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวัน เช่น ตลาด ร้านค้า และห้างสรรพสินค้า โซนนี้ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าลองพิจารณาครับ โดยเฉพาะบ้านบางบัวทองที่อยู่ในตำแหน่งเชื่อมต่อถนนหลักหรือสถานีรถไฟฟ้าได้สะดวก
โซนวงแหวน–บางบัวทอง
เชื่อมต่อถนนกาญจนาภิเษกและถนนสายหลักโดยรอบ :
สำหรับโซนวงแหวน–บางบัวทอง จุดที่ควรพิจารณาเป็นอันดับแรกคือ ‘การเดินทางด้วยรถยนต์’ โดยเฉพาะตำแหน่งบ้านเมื่อเทียบกับถนนกาญจนาภิเษกและทางเชื่อมต่อไปยังถนนสายอื่น ๆ เพราะถ้าเส้นทางจากบ้านออกสู่ถนนหลักได้สะดวก (หรือติดถนนใหญ่) ก็จะช่วยให้วางแผนการเดินทางไปยังจุดหมายต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น แต่สำหรับคนที่มาจากในตัวเมืองหรือยังคงต้องเดินทางเข้าเมือง ก็อาจต้องมีการกลับรถอยู่บ้าง ซึ่งจุดกลับรถก็มีให้ใช้งานได้ไม่ลำบากนักสำหรับทำเลนี้ครับ
มีทางเลือกสำหรับคนที่ต้องเดินทางออกนอกเมือง :
ถ้าต้องขับรถไปทำงานหรือทำธุระในหลายพื้นที่ การเชื่อมต่อกับถนนวงแหวนอาจช่วยเพิ่มทางเลือกในการวางเส้นทางได้สะดวกมากขึ้น เช่น การเดินทางไปยังพื้นที่ศาลายา นครปฐม สุพรรณบุรี ปทุมธานี หรืออยุธยา โดยไม่จำเป็นต้องผ่านใจกลางกรุงเทพฯ
อีกหนึ่งโครงข่ายที่น่าติดตามคือ มอเตอร์เวย์ M9 ซึ่งมีแผนจะทำแบ่งเป็น 2 ช่วงคือ M9 ช่วงบางบัวทอง–บางปะอิน ซึ่งมีแผนเชื่อมต่อการเดินทางในแนวตะวันตก–ตะวันออก โดยโครงการช่วงนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาและก่อสร้าง (มีกำหนดการแล้วเสร็จประมาณปี พ.ศ. 2573) และยังมีแผนจะไปบรรจบกับวงแหวนฝั่งตะวันออกที่บางปะอินแบบสมบูรณ์
ส่วนอีกช่วงหนึ่งคือ M9 ช่วงบางขุนเทียน-บางบัวทอง จะเป็นเส้นทางเดิมในปัจจุบันนี่แหละครับ แต่เค้าจะทำเป็นทางยกระดับขึ้นมาเหมือนวงแหวนฝั่งตะวันออก (มีกำหนดการแล้วเสร็จประมาณปี พ.ศ. 2575)
ราคาที่จับต้องได้ง่ายกว่า :
ในราคาเริ่มต้นที่เท่ากัน บ้านในโซนวงแหวน-บางบัวทอง เราอาจได้บ้านที่มีพื้นที่ใช้สอยที่เยอะกว่า และคุ้มค่ามากขึ้น แต่ก็ต้องแลกมากับระยะทางที่ไกลออกจากนอกเมืองมากกว่าอยู่บ้างเหมือนกัน
เหมาะกับใคร? :
ถ้าคุณใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นหลัก และต้องเดินทางออกนอกเมืองไปหลายพื้นที่โดยไม่ต้องเสียเวลาผ่านใจกลางเมือง หรือให้ความสำคัญกับการเชื่อมต่อถนนสายหลักและทางด่วนในอนาคต บ้านในโซนวงแหวน-บางบัวทองนี้ก็เป็นอีกตัวเลือกที่ควรนำมาเปรียบเทียบครับ โดยควรให้ความสำคัญกับทางเข้าออกโครงการที่ต้องติดถนนใหญ่ และเวลาเดินทางช่วงเร่งด่วนเป็นพิเศษด้วยนะ
ทำเลต่างกัน ราคาที่ดิน และราคาบ้านก็ต่างกัน
นอกจากเรื่องการเดินทางแล้ว อีกเรื่องที่น่าจะมีผลกับการตัดสินใจซื้อบ้านไม่น้อยก็คือ “ราคา” เพราะถึงจะมองหาบ้านในย่านบางบัวทองเหมือนกัน แต่ถ้าตำแหน่งที่ตั้งต่างกัน ต้นทุนที่ดินและสิ่งที่อยู่รอบ ๆ ก็อาจต่างกันตามไปด้วย
ลองนึกภาพง่ายๆ ว่า ที่ดินบริเวณที่เชื่อมต่อถนนสายหลักได้สะดวก ใกล้รถไฟฟ้า หรืออยู่ไม่ไกลจากห้างและแหล่งจับจ่ายใช้สอย มักมีข้อได้เปรียบเรื่องการเดินทางและการใช้ชีวิตสูง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้อาจสะท้อนอยู่ในราคาที่ดินที่สูงตามขึ้นได้ ส่วนพื้นที่ที่อยู่ถัดออกไปจากย่านที่พัฒนาแล้ว หรือยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกกระจุกตัวไม่มากนัก ก็อาจมีโอกาสพบที่ดินที่มีต้นทุนต่ำกว่า ทำให้ผู้พัฒนามีทางเลือกในการกำหนดราคาบ้านให้เข้าถึงง่ายขึ้นได้เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าบ้านที่อยู่ใกล้วงแหวนหรืออยู่ในพื้นที่รอบนอกจะต้องราคาถูกกว่าเสมอไปนะครับ เพราะราคายังขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ดินจริง การเข้าถึงถนนหลัก ขนาดแปลง และสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบด้วย
งบใกล้กัน แต่สิ่งที่ได้อาจไม่เหมือนกัน
อีกเรื่องที่อยากชวนให้ลองคิดตามคือ ต่อให้ตั้งงบซื้อบ้านบางบัวทองไว้เท่ากัน แต่เราก็อาจได้บ้านที่มีรูปแบบที่แตกต่างกัน
- ..บางคนอาจยอมจ่ายเพิ่มเพื่อให้อยู่ใกล้เส้นทางที่ใช้เดินทางเป็นประจำ หรือมีร้านค้าและห้างให้แวะได้สะดวก
- …ขณะที่บางคนอาจเลือกขยับออกไปอีกหน่อย เพื่อให้มีตัวเลือกบ้านที่ตรงกับความต้องการมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ใช้สอย ห้องนอน หรือพื้นที่ส่วนตัวของสมาชิกในครอบครัว
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงไม่ควรดูแค่ราคาบ้านเพียงอย่างเดียว แต่ควรดูด้วยว่าเงินที่จ่ายไปนั้นได้อะไรกลับมาบ้าง ทั้งทำเล ขนาดที่ดิน พื้นที่ใช้สอย และรูปแบบบ้านที่ตอบโจทย์ชีวิตเรา รวมไปถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่โครงการนั้นๆมีให้ เช่น บริการรถรับ-ส่ง ถึงรถไฟฟ้า และเซ็นทรัล เวสต์เกต เป็นต้น
หรือถ้าจะเลือกบ้านให้เหมาะกับตัวเอง ลองเริ่มจากคำถามง่ายๆ 3 ข้อครับ
- งบประมาณที่มี ซื้อบ้านแบบไหนได้บ้าง? บ้านเดี่ยว บ้านแแฝด บ้านทรงอิสระ หรือโฮมออฟฟิศ
- บ้านที่ได้มีพื้นที่ใช้สอยเพียงพอกับชีวิตหรือไม่? ลองดูขนาดที่ดิน พื้นที่ใช้สอย และการจัดห้อง ไม่ใช่ดูแค่จำนวนห้องนอน
- ทำเลนั้นเหมาะกับเส้นทางที่เราใช้จริงหรือเปล่า? บ้านที่ราคาถูกลงอาจน่าสนใจ แต่ต้องดูด้วยว่าเข้ากับการเดินทางและชีวิตประจำวันของเราหรือไม่
เพราะท้ายที่สุด การเลือกบ้านไม่ใช่การหาว่าโซนไหนดีที่สุดสำหรับทุกคน แต่เป็นการหาว่า..ในงบประมาณที่เรามีบ้านแบบไหนและทำเลไหนให้สิ่งที่เราต้องการได้ลงตัวที่สุด แล้วถ้าจำกัดงบไว้ประมาณ 3–6 ล้านบาท บ้านบางบัวทองในสองโซนนี้จะมีบ้านแบบไหนให้เลือกบ้าง และแต่ละแบบเหมาะกับใคร ลองไปดูตัวเลือกบ้านจริงกันครับ
เปิดตัวเลือกบ้านบางบัวทอง 6 โครงการจากเสนา ในงบ 3–6 ล้านบาท
หลังจากลองเทียบทั้งเรื่องทำเล ราคา และรูปแบบการใช้ชีวิตกันไปแล้ว คราวนี้มาดูกันครับว่า ถ้ามีงบประมาณประมาณ 3–6 ล้านบาท และกำลังมองหาบ้านในโซนบางบัวทอง จะมีตัวเลือกแบบไหนให้พิจารณาบ้าง
สำหรับโครงการในเครือ ‘เสนา’ เราสามารถแบ่งตัวเลือกออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ ตามทำเลที่พูดถึงกันก่อนหน้านี้ คือ โซนรัตนาธิเบศร์–บางบัวทอง ที่เหมาะกับคนที่ต้องการพิจารณาเส้นทางเชื่อมต่อไปยังแนวรัตนาธิเบศร์และรถไฟฟ้าสายสีม่วง กับโซนวงแหวน–บางบัวทอง ที่มีตัวเลือกบ้านหลายรูปแบบบนแนวถนนสายหลัก โดยควรพิจารณาร่วมกับเส้นทางที่ใช้จริงของแต่ละครอบครัวด้วย
บ้านบางบัวทองของเสนามี ‘จุดเด่น’ อะไร ที่น่าสนใจและแตกต่างจากเพื่อนๆบ้าง?
- ติดตั้ง Solar Rooftop ช่วยประหยัดค่าไฟมาให้ตั้งแต่แรก
- มี EV Ready สำหรับคนที่ใช้รถยนต์ไฟฟ้า
- มี V Move ช่วยอำนวยความสะดวกไปรับ-ส่งให้ถึง MRT และห้างเซ็นทรัล
- มีโปรแกรม LivNex ช่วยให้คนมีบ้านเป็นของตัวเองได้ง่ายขึ้น
โซนรัตนาธิเบศร์–บางบัวทอง
บ้านของเสนาในโซนนี้เด่นเรื่องของ ‘ทำเล’ ที่อยู่ติดกับตลาดบางบัวทอง สามารถไปเดินจ่ายตลาดและหาซื้อของเข้าบ้านได้ทุกวัน ด้านหน้าโครงการเสนาเป็น Avenue โฮมออฟฟิศที่มีบริษัท Start-up มาเปิดธุรกิจกันเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นร้านนวด ร้านกาแฟ และอื่นๆ
รวมถึงบริเวณหน้าโครงการยังมีรถสาธารณะให้เรียกได้สะดวกด้วย ไม่ว่าจะเป็นรถสองแถว รถเมล์ แท็กซี่ และวินมอเตอร์ไซค์ โดยเรายังสามารถนั่งไปเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้า MRT สถานี บางพลู ได้อีกด้วย อีกทั้งยังอยู่ใกล้ห้างสรรพสินค้าและตัวเมือง ทำให้มีความสะดวกในการเดินทางเข้าไปทำงานในเมืองอีกด้วยครับ ประกอบด้วย
- เสนา เวล่า รัตนาธิเบศร์ – บางบัวทอง
- เสนา วิลเลจ รัตนาธิเบศร์ – บางบัวทอง
- เสนา อเวนิว รัตนาธิเบศร์ – บางบัวทอง
เสนา เวล่า รัตนาธิเบศร์ – บางบัวทอง
โครงการ เสนา เวล่า รัตนาธิเบศร์ – บางบัวทอง มีจุดเด่นอยู่ที่ ‘แบบบ้านทรงอิสระ’ ที่มีฟังก์ถึง 5 ห้อง ถือว่าเยอะเลยนะครับสำหรับทาวน์โฮม 2 ชั้นทั่วไป โดยจะประกอบด้วยฟังก์ชัน 3 ห้องนอน 2 ห้องอเนกประสงค์ เหมาะกับคนที่อยากได้บ้านที่มีฟังก์ชันยืดหยุ่น มีห้องเยอะๆไว้สำหรับทำเป็นห้องต่างๆเพิ่มได้ เช่น ห้องทำงาน ห้องนอนแขก ห้องเลี้ยงน้องหมาน้องแมว เป็นต้น อีกทั้งยังมีการออกแบบบ้านให้มีความ ‘เป็นส่วนตัว’ เพราะเป็นทาวน์โฮมที่ผนังส่วนใหญ่จะไม่ติดกัน มีแค่เพียงห้องอเนกประสงค์ด้านล่างเท่านั้นที่เชื่อมต่อกันครับ
- THEE+ ทาวน์โฮม 2 ชั้น หน้ากว้าง 7.7 เมตร พื้นที่ใช้สอย 140 ตร.ม.
- ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ 2 ห้องอเนกประสงค์
- ติดตั้ง Solar Rooftop แบบ On-Grid ขนาด 3 กิโลวัตต์ (kW)
- มีระบบ EV Ready ทุกหลัง
- ราคาเริ่มต้น : 4.29 ล้านบาท
- Official Website : คลิกที่นี่
- Preview : คลิกที่นี่
เสนา วิลเลจ รัตนาธิเบศร์ – บางบัวทอง
โครงการ เสนา วิลเลจ รัตนาธิเบศร์ – บางบัวทอง เป็น ‘บ้านแฝดสไตล์บ้านเดี่ยว’ เพราะถูกออกแบบให้เชื่อมต่อกันด้วยหลังคาที่จอดรถเท่านั้น ส่วนผนังบ้านจะแยกกันทั้งหมด ทำให้มีพื้นที่รอบบ้านไม่ต่างจากบ้านเดี่ยว แถมยังได้ความเป็นส่วนตัวเพิ่มขึ้นด้วยครับ นอกจากนี้ยังได้ ‘ครัวปิด’ เหมาะกับคนที่ต้องการฟังก์ชันเป็นสัดส่วนและอยู่อาศัยเป็นครอบครัวจริงจังมากขึ้น รวมถึงยังมี Facilities เป็นของตัวเองภายในโครงการให้ใช้งาน ซึ่งมีฟังก์ชันหลักๆให้ครบไม่ว่าจะเป็นสวน สระว่ายน้ำ ฟิตเนส และสนามเด็กเล่น
- VIOLA บ้านแฝด 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 146 ตร.ม.
- ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ
- MANDOLIN บ้านแฝด 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 145 ตร.ม.
- ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ
- ติดตั้ง Solar Rooftop แบบ On-Grid ขนาด 3 กิโลวัตต์ (kW)
- ราคาเริ่มต้น : 4.59 ล้านบาท
- Official Website : คลิกที่นี่
- Preview : คลิกที่นี่
เสนา อเวนิว รัตนาธิเบศร์ – บางบัวทอง
โครงการ เสนา อเวนิว รัตนาธิเบศร์ – บางบัวทอง เป็น Home Office 3 ชั้น เพียงโครงการเดียวของเสนาในย่านบางบัวทองตอนนี้ครับ ซึ่งปัจจุบันก็ขายไปแล้วกว่า 80% เหลืออีกเพียงไม่กี่หลังครับ เนื่องจากโปรดักส์นี้มีความยืดหยุ่นสูง สามารถทำธุรกิจและอยู่อาศัยได้ภายในหลังเดียวกัน อีกทั้งยังตั้งอยู่ในทำเลบริเวณด้านหน้า Avenue ของโครงการเสนาและติดถนนใหญ่ ทำให้เหมาะกับการทำธุรกิจที่จะมีลูกค้าทั้งขาจรที่ผ่านไป-มา และลูกบ้านภายในโครงการของเสนาที่ผ่านเข้า-ออกอยู่ประจำด้วยเช่นกัน เท่าที่เราเห็นก็จะมีธุรกิจหลากหลายเลย ตั้งแต่คลินิก ร้านนวด ธนาคาร คาเฟ่ สำนักงานบัญชี และอื่นๆ
ส่วนการออกแบบภายในแต่ละชั้นจะกั้นห้องแยกไว้ให้เป็นสัดส่วนทั้งหมดตั้งแต่แรก อารมณ์จะคล้ายๆทาวน์โฮม 3 ชั้น แตกต่างจากโฮมออฟฟิศทั่วไปที่จะเป็นพื้นที่โล่งๆแบบทั้งชั้น ดังนั้นจึงเหมาะกับคนที่ไม่อยากเสียเวลามากั้นห้องเอง อาจเป็นธุรกิจที่ต้องการแยกห้องเป็นสัดส่วนอยู่แล้ว หรือเป็นคนที่เน้นการอยู่อาศัยเป็นหลักแต่ก็อยากมีพื้นที่ทำธุรกิจส่วนตัวบ้าง เป็นต้น หน้าบ้านสามารถติดตั้งป้ายชื่อธุรกิจได้สบายๆ รวมถึงยังมี รปภ. คอยเดินดูแลความปลอดภัยให้อยู่เป็นระยะๆ และช่วยอำนวยความสะดวกให้ด้วยหายห่วงเลยครับ
- Home Office 3 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 161 ตร.ม.
- ฟังก์ชัน 5 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ
- ราคาเริ่มต้น : 4.79 ล้านบาท
- Official Website : คลิกที่นี่
- Preview : คลิกที่นี่
บ้านในโซนนี้ของเสนาทำเลจะอยู่ติดถนนใหญ่ 2 สายคือ ‘ถนนบางบัวทอง-สุพรรณบุรี (ทล.304)’ และ ‘ถนนกาญจนาภิเษก’ ซึ่งอนาคตก็จะอยู่ติดกับมอเตอร์เวย์ M9 ด้วยครับ ทำให้สามารถเดินทางไกลไปทางสุพรรณบุรี นครปฐม ศาลายา ปทุมธานี และบางปะอินได้สะดวกมากๆ
แต่จุดเด่นจริงๆที่เพิ่มเติมมาก็คือ ‘ส่วนกลาง และพื้นที่สีเขียว’ ที่ใหญ่และน่าใช้งานมากขึ้น บรรยากาศภายในโครงการมีความร่มรื่นน่าอยู่อาศัย ใครที่ชอบออกมาเดินเล่นที่สวนนอกบ้าน หรือต้องการมีพื้นที่ทำกิจกรรมภายในโครงการ บ้านในโซนวงแหวน-บางบัวทองจากเสนาก็ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย ส่วนใครที่อยากเดินทางเข้าเมืองได้สะดวกมากขึ้น เค้าก็ยังมีบริการ V Move รถรับ-ส่ง ถึงรถไฟฟ้าสถานีคลองบางไผ่ และเซ็นทรัล เวสต์เกต ให้อีกด้วยครับ ประกอบด้วย
- เสนา เวล่า วงแหวน- บางบัวทอง
- เสนา วีว่า วงแหวน- บางบัวทอง
- เสนา วิลล์ วงแหวน – บางบัวทอง
เสนา เวล่า วงแหวน- บางบัวทอง
โครงการ เสนา เวล่า วงแหวน- บางบัวทอง เป็น ‘แบบบ้านทรงอิสระ’ เหมือนกับแบรนด์เดียวกันที่โซนรัตนาธิเบศร์-บางบัวทองก่อนหน้านี้เลยครับ แต่ความพิเศษจริงๆของโครงการในโซนวงแหวน-บางบัวทองก็คือ ‘ส่วนกลางและพื้นที่สีเขียว’ ที่ให้มาเยอะมากกว่า 1 ไร่ ทำให้มีบรรยากาศที่สวยงาม น่าอยู่อาศัย เหมาะกับคนที่อยากมีพื้นที่ให้พาเด็กๆ หรือสัตว์เลี้ยงมาเดินเล่นออกกำลังกายได้ รวมถึงยังมีบริการ V Move รถรับ-ส่ง ถึงรถไฟฟ้าสถานีคลองบางไผ่ และเซ็นทรัล เวสต์เกต อีกด้วยครับ
- THEE+ ทาวน์โฮม 2 ชั้น หน้ากว้าง 7.7 เมตร พื้นที่ใช้สอย 140 ตร.ม.
- ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ 2 ห้องอเนกประสงค์
- ติดตั้ง Solar Rooftop แบบ On-Grid ขนาด 3 กิโลวัตต์ (kW)
- มีระบบ EV Ready ทุกหลัง
- บริการ V Move รถรับ-ส่ง ถึงรถไฟฟ้าสถานีคลองบางไผ่ และเซ็นทรัล เวสต์เกต
- ราคาเริ่มต้น : 3.39 ล้านบาท
- Official Website : คลิกที่นี่
- Review : คลิกที่นี่
- Video รายการขึ้นบ้านใหม่ : คลิกที่นี่
เสนา วีว่า วงแหวน- บางบัวทอง
โครงการ SENA VIVA วงแหวน- บางบัวทอง เป็นบ้านแฝด 2 ชั้นสไตล์ Modern ซึ่งมีการเปลี่ยนดีไซน์หน้าตาบ้านให้ทันสมัยและมินิมอลมากขึ้น รวมถึงยังปรับฟังก์ชันเพิ่มครัวปิดให้เหมาะกับการทำอาหาร และอยู่อาศัยแบบครอบครัวได้ดีมากขึ้นด้วยครับ โดยโครงการนี้เรามีโอกาสได้เข้าไปรีวิวมาแล้วเมื่อ 2 ปีก่อน แต่ก็ได้ถ่ายภาพอัพเดตบ้านตัวอย่างหลังใหม่มาฝากทุกคนด้วย ซึ่งปัจจุบันก็จะมีขายอยู่เดียว Type เดียวแล้ว สามารถคลิกชมได้ใน Gallery ได้เลยนะ
- MANDOLIN บ้านแฝด 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 145 ตร.ม.
- ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ
- ติดตั้ง Solar Rooftop แบบ On-Grid ขนาด 3 กิโลวัตต์ (kW)
- บริการ V Move รถรับ-ส่ง ถึงรถไฟฟ้าสถานีคลองบางไผ่ และเซ็นทรัล เวสต์เกต
- ราคาเริ่มต้น : 4.39 ล้านบาท
- Official Website : คลิกที่นี่
- Review : คลิกที่นี่
เสนา วิลล์ วงแหวน – บางบัวทอง
โครงการ เสนา วิลล์ วงแหวน – บางบัวทอง เป็นโปรดักส์ ‘บ้านเดี่ยว’ ที่มีพื้นที่ใช้สอยเยอะสุดในบรรดาโครงการจากเสนาในวันนี้ อีกทั้งยังมีพื้นที่สีเขียวขนาดกว่า 1 ไร่ ในบรรยากาศต้นไม้เยอะดูร่มรื่นน่าใช้งานไม่น้อย อีกจุดหนึ่งที่เราชอบคือ การวางผังโครงการที่แยกเป็นซอยย่อยต่างๆ ซึ่งเพื่อนบ้านในแต่ละซอยจะมีประมาณ 4 – 6 หลัง ทำให้มีความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัยที่ดีทีเดียว รวมถึงยังทำให้มีบ้านแปลงมุมที่ได้พื้นที่ดินข้างบ้านเยอะๆให้เลือกด้วยครับ ใครที่กำลังมองหาบ้านที่มีพื้นที่ไว้ปลูกต้นไม้ จัดสวนสวยๆเป็นของตัวเองภายในบ้าน หรืออยากที่จะต่อเติมให้บ้านมีพื้นที่ใหญ่ขึ้นไปอีก เราคิดว่าโครงการนี้น่าจะตอบโจทย์ได้ดีทีเดียว
- LOUIS บ้านเดี่ยว 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 201 ตร.ม.
- ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ
- LOUVRE บ้านเดี่ยว 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 178 ตร.ม.
- ฟังก์ชัน 5 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ
- ติดตั้ง Solar Rooftop แบบ On-Grid ขนาด 3 กิโลวัตต์ (kW)
- มีระบบ EV Ready ทุกหลัง
- ราคาเริ่มต้น : 5.99 ล้านบาท
- Official Website : คลิกที่นี่
- Review : คลิกที่นี่
เลือกทำเลที่ใช่แล้ว อย่าลืมมองค่าใช้จ่ายหลังเข้าอยู่
เวลาซื้อบ้าน เรามักจะคิดถึงเงินก้อนใหญ่ก่อนเลยครับ ทั้งเงินดาวน์ ค่าผ่อนบ้าน และค่าใช้จ่ายวันโอน แต่พอเข้าไปอยู่จริงแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายกันทุกเดือน โดยเฉพาะ ‘ค่าไฟ’ ซึ่งถ้าบ้านมีพื้นที่ใช้สอยเยอะ หรือเปิดแอร์หลายห้องเป็นประจำ ก็อาจกลายเป็นรายจ่ายก้อนสำคัญได้เหมือนกัน
เพราะฉะนั้น นอกจากเลือกทำเลและแบบบ้านให้เหมาะกับตัวเองแล้ว ลองดูด้วยครับว่าบ้านมีอะไรที่ช่วยจัดการค่าใช้จ่ายระยะยาวได้บ้างอย่าง Solar Cell ที่ช่วยผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์มาใช้ภายในบ้าน และถ้าใช้ไฟได้ตรงกับช่วงเวลาที่ผลิต ก็มีโอกาสช่วยลดค่าไฟในแต่ละเดือนได้อีกด้วย
Solar Cell 3 kW ช่วยประหยัดค่าไฟได้ประมาณเท่าไร?
สำหรับโครงการในเครือเสนาที่ติดตั้ง Solar Cell มาให้ จะเป็นขนาด 3 กิโลวัตต์ (kW) แบบ On-Grid ซึ่งเชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้า และไม่มีแบตเตอรี่สำหรับเก็บไฟไว้ใช้ตอนกลางคืน
โดยข้อมูลจากทางเสนาประเมินว่าระบบสามารถช่วยประหยัดค่าไฟได้ประมาณ 1,800 บาทต่อเดือน หรือ 21,600 บาทต่อปี ทั้งนี้ ตัวเลขจริงอาจมากหรือน้อยกว่านี้ตามปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้และพฤติกรรมการใช้ไฟของแต่ละบ้าน ลองดูตัวอย่างกันดังนี้ครับ
กรณีที่ 1 : ทำงานที่บ้าน หรือมีคนอยู่บ้านช่วงกลางวัน
สมมติว่าช่วงกลางวันเราเปิดแอร์ ทำงานผ่านคอมพิวเตอร์ และใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ภายในบ้าน ซึ่งเป็นช่วงที่ Solar Cell กำลังผลิตไฟฟ้าอยู่พอดี เราก็สามารถนำไฟที่ผลิตได้มาใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านี้ได้เลย ช่วยลดปริมาณไฟที่ต้องซื้อจากการไฟฟ้า
หากประเมินว่าช่วยลดค่าไฟได้เฉลี่ยเดือนละ 1,800 บาท ก็เท่ากับว่าในหนึ่งปีมีโอกาสลดรายจ่ายได้ประมาณ 21,600 บาท โดยไม่ต้องจ่ายเงินซื้อไฟฟ้าจากการไฟฟ้าในส่วนที่ระบบผลิตและจ่ายให้เราใช้เอง
กรณีที่ 2 : ออกไปทำงานตอนกลางวัน แล้วกลับบ้านช่วงเย็น
สำหรับคนที่ไม่ค่อยอยู่บ้านตอนกลางวัน ก็ยังมีโอกาสใช้ประโยชน์จาก Solar Cell ได้ครับ เพราะหากระบบผลิตไฟฟ้าได้มากกว่าที่บ้านใช้ในขณะนั้น และมีการติดตั้งพร้อมผ่านเงื่อนไขการรับซื้อไฟฟ้าของภาครัฐ ก็สามารถขายไฟฟ้าส่วนเกินกลับเข้าสู่ระบบได้
ปัจจุบัน โครงการรับซื้อไฟฟ้าจาก Solar Rooftop ภาคประชาชน ปี 2569 กำหนดอัตรารับซื้อไว้ที่ 2.20 บาทต่อหน่วย โดยมีระยะเวลารับซื้อ 10 ปี และกำหนดปริมาณไฟฟ้าที่เสนอขายไม่เกิน 5 kW ต่อมิเตอร์ ทั้งนี้ ต้องสมัครและได้รับอนุมัติตามเงื่อนไขของโครงการก่อน
ตัวเลขนี้เป็นเพียงตัวอย่างคำนวณจากอัตรารับซื้อ 2.20 บาทต่อหน่วย (ในปัจจุบัน) ไม่ใช่การรับประกันว่าทุกบ้านจะขายไฟได้เท่านี้นะครับ เพราะปริมาณไฟฟ้าส่วนเกินขึ้นอยู่กับกำลังผลิต สภาพอากาศ และการใช้ไฟภายในบ้าน อีกทั้งระบบ On-Grid ที่ไม่มีแบตเตอรี่ก็ไม่สามารถเก็บไฟกลางวันไว้ใช้เองในตอนกลางคืนได้
ดังนั้น สำหรับคนที่อยู่บ้านช่วงกลางวัน ประโยชน์หลักอาจเป็นการนำไฟที่ผลิตได้มาใช้เองเพื่อลดค่าไฟ ส่วนคนที่ไม่ค่อยอยู่บ้านในช่วงนั้น ก็อาจพิจารณารายรับจากการขายไฟส่วนเกินเป็นตัวช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายได้ หากผ่านเงื่อนไขของโครงการ
ติด Solar Cell แล้ว ยังมีสิทธิลดหย่อนภาษีด้วยไหม?
อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ ปัจจุบันภาครัฐมีมาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับบุคคลธรรมดาที่ซื้ออุปกรณ์และติดตั้ง Solar Rooftop ตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยสามารถใช้สิทธิได้ตามค่าใช้จ่ายจริง สูงสุด 200,000 บาท สำหรับการติดตั้งที่เข้าเงื่อนไขภายในช่วงวันที่ 3 มีนาคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2571
โดยโครงการบ้านของเสนาได้ทำการติดตั้งโซลาร์ให้แล้ว ลูกบ้านสามารถนำโซลาร์ไปยื่นลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 200,000 บาท ซึ่งทำให้ช่วยลดหย่อนภาษี ได้สูงสุดประมาณ 20,000 บาท
อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม :
EV Ready / V Move ฟังก์ชันพิเศษที่เหมาะกับชีวิตปัจจุบัน
นอกจาก Solar Cell แล้ว ทางโครงการเดินระบบสำหรับการติดตั้ง EV Charger ให้แล้ว ไม่ต้องเสียเวลาหรือเสียเงินทำเพิ่มเองภายหลัง ไม่ต้องเดิน สายไฟใหม่ มาพร้อมมิเตอร์ไฟแบบ 30/100 ให้สามารถนำ EV Charger ติดตั้งได้เลย
ส่วนคนที่ต้องเดินทางไปทำงานด้วยรถไฟฟ้าเป็นประจำ บางโครงการในเครือของเสนาทำเลนี้ยังมีบริการ V Move รถรับ-ส่ง ถึงรถไฟฟ้าสถานีคลองบางไผ่ และเซ็นทรัล เวสต์เกต ซึ่งอาจเป็นอีกทางเลือกสำหรับวันที่ไม่อยากขับรถออกไปเอง โดยควรตรวจสอบเส้นทาง เวลาให้บริการ และเงื่อนไขของแต่ละโครงการก่อนตัดสินใจ
สุดท้ายแล้ว การเลือกบ้านให้เหมาะกับตัวเองจึงไม่ใช่แค่ดูว่าราคาเท่าไร อยู่ทำเลไหน หรือมีพื้นที่ใช้สอยมากแค่ไหน แต่ควรมองไปถึงชีวิตหลังเข้าอยู่ด้วยว่า เราใช้ไฟฟ้าแบบไหน เดินทางอย่างไร และมีค่าใช้จ่ายอะไรที่วางแผนจัดการได้ตั้งแต่วันแรก เพราะบ้านที่เหมาะกับเรา ไม่ได้มีแค่บ้านที่ซื้อไหว แต่ควรเป็นบ้านที่ช่วยให้เราใช้ชีวิตได้สะดวกและจัดการค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้อย่างเหมาะสมด้วยครับ
ถ้ายังไม่พร้อมซื้อบ้านด้วยสินเชื่อทันที มีทางเลือกอื่นไหม?
อีกหนึ่งทางเลือกที่อาจเหมาะสำหรับคนที่อยากมีบ้านเป็นของตัวเอง แต่ยังติดปัญหาเรื่องสินเชื่อหรือยื่นกู้กับธนาคาร ทางเสนามีโปรแกรม LivNex หรือรูปแบบเช่าเพื่อเป็นเจ้าของ โดยในระหว่างที่รอขอสินเชื่อ หรือเคลียเครดิตบูโรอยู่ เราสามารถมาเช่าบ้านอยู่ในโครงการของเสนาก่อนได้ (ธอส. เข้ามาดูแล มีการเปิดบัญชีกับ ธอส. เพื่อชำระค่าเช่า – ออมกับ ธอส.โดยตรง) ซึ่งเงินเช่า – ออมที่สะสมไว้สามารถนำมาตัดเงินต้นได้ในตอนที่ยื่นกู้ขอสินเชื่อกับธนาคาร ณ วันจะซื้อ-ขายจริง
ปัจจุบันมีคนเข้าร่วม LivNex กับทางเสนาแล้วทั้งหมด 1,025 คน และสามารถโอนกรรมสิทธิ์ไปแล้ว 289 คน ถือว่าเป็นข้อดีสำหรับคนที่อยากมีบ้าน แต่ติดเรื่องปัญหาสินเชื่อ หรือความพร้อมทางการเงินด้านอื่นๆ LivNex จึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยให้เรามีบ้านเป็นของตัวเองได้ง่ายมากขึ้นครับ
