こんばんは หลายคนน่าจะรู้ว่า “พร้อมพงษ์” คือ Japanese Town ของกรุงเทพฯ แต่เคยสงสัยไหมว่าทำไมชาวญี่ปุ่นถึงเลือกใช้ชีวิตที่นี่ ทั้งที่โรงงานส่วนใหญ่อยู่ชลบุรีและระยอง?

วันนี้ Think of Living จะพาดูว่าทำไมประเทศไทยถึงกลายเป็น 1 ในประเทศที่ชาวญี่ปุ่นเลือกมาใช้ชีวิตมากที่สุดในโลก แล้วชาวญี่ปุ่นหรือกลุ่ม Expat ที่อยู่อาศัยในไทยเหล่านี้ส่งผลต่อการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมในย่านพร้อมพงษ์ยังไงบ้าง?

ทุกคนรู้กันมั้ยว่า “ประเทศไทยติด Top 5 ประเทศที่มีชาวญี่ปุ่นย้ายมาอยู่อาศัยมากสุดในโลกตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปี 2568” เรียกว่าเป็นแชมป์ Top 5 ต่อเนื่องมานานถึง 11 ปี หรือแม้แต่ “จังหวัดกรุงเทพฯ ก็ติด Top 2 เมืองที่มีชาวญี่ปุ่นย้ายมาอยู่อาศัยมากสุดในโลก ปี 2568” ด้วยนะ สถิติแบบนี้ก็สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยยังเป็นประเทศที่สำคัญของชาวญี่ปุ่นทั้งในด้านการทำงาน การลงทุน และการใช้ชีวิต

จุดเริ่มต้นของชาวญี่ปุ่นในไทยก็มาจาก

  • หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 : ญี่ปุ่นขยายการลงทุนมายังประเทศต่างๆในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงไทย
  • ค.ศ. 1960–1970 : บริษัทญี่ปุ่นเริ่มเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
  • ค.ศ. 1985 : เพราะการแข็งค่าของเงินเยน ต้นทุนการผลิตในญี่ปุ่นสูงขึ้น บริษัทญี่ปุ่นจึงย้ายฐานการผลิตมาลงทุนในไทย
  • หลังจาก ค.ศ. 1985 : จำนวนชาวญี่ปุ่นอยู่อาศัยในไทยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะ Expat ที่มาทำงานพร้อมพาครอบครัวมาด้วย

ประกอบกับโซนสุขุมวิทที่เป็นทำเลใหม่กำลังขยายตัว มีที่ดินรองรับการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย ชาวญี่ปุ่นรุ่นบุกเบิกจึงเลือกเข้ามาอยู่อาศัยบริเวณพร้อมพงษ์และค่อยๆกลายเป็นจุดเริ่มต้นของชุมชนชาวญี่ปุ่นนั่นเอง อีกทั้งในปีเดียวกันนี้ (ค.ศ.1985) ก็มีการเปิดตัว UFM Fuji Super สาขาแรกที่ซอยสุขุมวิท 33/1 จากนั้นสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารญี่ปุ่น, คลินิก, โรงเรียนและโรงพยาบาล ก็ทยอยเปิดตามมาอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ “ย่านพร้อมพงษ์” ค่อยๆพัฒนาเป็น Community ของชาวญี่ปุ่นอย่างในปัจจุบัน

พอ “ย่านพร้อมพงษ์” เป็นชุมชนชาวญี่ปุ่นที่มีเพื่อนบ้านพูดคุยภาษาเดียวกัน หาซื้อของกินของใช้แบบญี่ปุ่นได้ง่าย แถมไม่ต้องปรับตัวเยอะ ก็ทำให้ชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่เลือกอยู่อาศัยในย่านนี้แบบไม่ลังเล ถึงแม้จะอยู่ไกลจากที่ทำงานอย่างโรงงานและนิคมฯในจังหวัดชลบุรีและระยองก็ตามนั่นเอง

นอกจากนั้นนักลงทุนญี่ปุ่นก็ยังคงลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องจนปัจจุบันมีบริษัทญี่ปุ่นที่ทำธุรกิจในไทยมากกว่า 6,000 บริษัทและเน้นเทคโนโลยีใหม่มากขึ้นอย่างพวกรถยนต์ไฮบริดและชิ้นส่วน ทำให้แนวโน้มจำนวนชาวญี่ปุ่นในไทยและกรุงเทพฯก็ยังคงรักษาอันดับได้ดี ถึงแม้จะมีจำนวนเพิ่ม-ลดบ้างในบางปี

“ย่านพร้อมพงษ์” จึงเป็นเหมือนศูนย์กลางของวิถีชีวิตแบบญี่ปุ่นในกรุงเทพฯ ทำให้เราเห็น Developer ออกแบบและพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมในย่านนี้ที่เอาใจชาวญี่ปุ่นแบบสุดๆ เพราะเป็นฟังก์ชันที่เราไม่ค่อยเห็นในคอนโดย่านอื่น เช่น อ่างอาบน้ำ, เก็นคัง โถงทางเข้าบ้านแบบญี่ปุ่นหรือพื้นที่ส่วนกลางที่มีฟังก์ชันออนเซ็น เป็นต้น จนกลายเป็นเสน่ห์ของคอนโดพร้อมพงษ์นั่นเองค่ะ

ดังนั้นเราจึงรวบรวม “คอนโดพร้อมพงษ์ มือหนึ่ง” ที่ยังมีให้เลือกซื้อมาฝากกันทั้งหมด 9 โครงการ มีตั้งแต่ราคาเริ่มต้นไม่เกิน 3 ล้านบาทไปจนถึง 70 ล้านบาทเลยนะ แล้วจะมีที่ไหน? เหมาะกับใครบ้าง? เราก็ได้สรุปจุดเด่น แถมแปะ Link รีวิวเจาะลึกแต่ละโครงการไว้ให้ตามไปอ่านกันได้ด้วย ถ้าใครชอบเสน่ห์และบรรยากาศของย่านพร้อมพงษ์นี้ ก็อ่านต่อด้านล่างกันได้เลย


“ประเทศไทย” ติด Top 5 ประเทศที่มีชาวญี่ปุ่นย้ายมาอยู่อาศัยมากสุดในโลกนานถึง 11 ปี

จริงๆเราว่าทุกคนน่าจะรู้กันอยู่แล้วว่า “ประเทศไทย” มีคนญี่ปุ่นมาอยู่อาศัยกันเยอะมาก แต่รู้กันมั้ยว่า “ไทยติด Top 5 ประเทศที่มีชาวญี่ปุ่นย้ายมาอยู่อาศัยมากที่สุดในโลก นานติดต่อกันถึง 11 ปี” ตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปี 2568 เลยค่ะ จากข้อมูลรายงานสถิติประจำปีของกระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568 พบว่ามีคนญี่ปุ่นในต่างประเทศรวม 1,298,170 คน โดยมีคนญี่ปุ่นอาศัยอยู่ในประเทศไทยทั้งหมด 72,113 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2567 อยู่ที่ 2.4% เลยนะ

งั้นเรามาดูเมืองหรือจังหวัดไหนที่มีจำนวนชาวญี่ปุ่นย้ายมาอยู่อาศัยเยอะสุดในโลก? ก็จะเห็นว่าจังหวัดกรุงเทพฯ เป็น Top 2 เมืองหรือจังหวัดที่มีจำนวนชาวญี่ปุ่นย้ายมาอยู่อาศัยเยอะสุด โดยมีจำนวน 58,783 คน เป็นรองจากอันดับ 1 อย่างเมือง Los Angeles สหรัฐอเมริกา ที่มีจำนวน 67,501 คนนั่นเอง

นอกจากนั้นจากผลสำรวจแนวโน้มเศรษฐกิจของบริษัทญี่ปุ่นในประเทศไทยปี 2568 ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และผลการสำรวจภาพรวมการขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากญี่ปุ่นในปี 2568 ของหอการค้าญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ก็สอดคล้องกันว่านักลงทุนญี่ปุ่นยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทยและเดินหน้าขยายการลงทุนในประเทศไทย เปลี่ยนมาเน้นเทคโนโลยีใหม่มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไฮบริดและชิ้นส่วน, การประกอบและทดสอบเซมิคอนดักเตอร์, แผงวงจร, อิเล็กทรอนิกส์ (PCB), ชิ้นส่วนอากาศยาน, ผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีชีวภาพ กิจการดาต้าเซ็นเตอร์และพลังงานหมุนเวียน เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันมีบริษัทญี่ปุ่นที่ทำธุรกิจในไทยมากกว่า 6,000 บริษัทเลยนะ

ถึงแม้ตัวตัวเลขจำนวนชาวญี่ปุ่นในไทยจะมีทั้งเพิ่มขึ้นและลดลงบ้าง แต่ประเทศไทยก็ยังคงรักษาอันดับได้ดี ประกอบกับมีบริษัทญี่ปุ่นในไทยเยอะ ก็ทำให้เราเห็นภาพชัดเจนมากขึ้นว่ามีคนญี่ปุ่นมาอยู่อาศัยในไทยเยอะจริงๆ เราไม่ได้คิดกันไปเองค่ะ

รู้ไหม? ทำไมชาวญี่ปุ่นถึงเลือกใช้ชีวิตที่ “พร้อมพงษ์” ทั้งๆที่โรงงานส่วนใหญ่อยู่ชลบุรีและระยอง

ทุกคนสงสัยกันมั้ยว่าทำไมชาวญี่ปุ่นถึงย้ายมาอยู่อาศัยในไทยและกรุงเทพฯกันเยอะขนาดนี้ โดยเฉพาะ “ย่านพร้อมพงษ์” ที่มีชาวญี่ปุ่นอยู่เยอะมากจนถือเป็น Japanese Town ของกรุงเทพฯเลย เราจะมาสรุปให้อ่านกันค่ะ

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นก็เริ่มฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วและขยายการลงทุนมายังประเทศต่างๆในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทยด้วย ทำให้ตั้งแต่ช่วง ค.ศ. 1960–1970 บริษัทญี่ปุ่นจึงเริ่มเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับญี่ปุ่นก็ยิ่งช่วยส่งเสริมการค้าและการลงทุนให้เติบโตมากขึ้น

แต่จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ชาวญี่ปุ่นเข้ามาในประเทศไทยอย่างชัดเจนก็คือ ค.ศ. 1985 หลังการแข็งค่าของเงินเยนจากข้อตกลง Plaza Accord ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตในญี่ปุ่นสูงขึ้น บริษัทญี่ปุ่นจำนวนมากจึงตัดสินใจย้ายฐานการผลิตหรือจัดหาชิ้นส่วนจากต่างประเทศแทน ซึ่งบริษัทญี่ปุ่นหลายแห่งจึงตัดสินใจเลือกมาลงทุนในประเทศไทย ด้วยความพร้อมของไทยอย่างศักยภาพด้านแรงงาน โครงสร้างพื้นฐานและความสัมพันธ์อันดีกับญี่ปุ่น

เมื่อบริษัทญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น เหล่า Expat ชาวญี่ปุ่นทั้งวิศวกร ผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญต่างๆก็ทยอยย้ายมาทำงานในประเทศไทย พร้อมพาครอบครัวมาใช้ชีวิตอยู่ด้วย ทำให้ความต้องการที่อยู่อาศัยและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับชาวญี่ปุ่นเพิ่มสูงขึ้น

แต่ในช่วงเวลานั้น ทำเลใจกลางเมืองอย่างสีลม-สาทรเป็นย่านที่ชาวต่างชาติอาศัยอยู่ค่อนข้างหนาแน่นแล้ว ขณะที่โซนสุขุมวิทถือเป็นทำเลใหม่ที่กำลังขยายตัว มีที่ดินรองรับการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยจำนวนมาก อีกทั้งเริ่มได้รับความนิยมจากผู้มีฐานะและตำแหน่งในสังคมสูง ทำให้ชาวญี่ปุ่นรุ่นบุกเบิกเริ่มเลือกเข้ามาอยู่อาศัยบริเวณพร้อมพงษ์และค่อยๆกลายเป็นจุดเริ่มต้นของชุมชนชาวญี่ปุ่นนั่นเอง

เมื่อจำนวนผู้อยู่อาศัยชาวญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น พวกธุรกิจและบริการที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนญี่ปุ่นก็เริ่มทยอยเกิดขึ้นตามมา อย่างในปีเดียวกันนี้ (ค.ศ.1985) ก็มีการเปิดตัว UFM Fuji Super สาขาแรกที่ซอยสุขุมวิท 33/1 ก่อนจะขยายเป็น 5 สาขากระจายในโซนนี้เหมือนปัจจุบัน จากนั้นร้านอาหารญี่ปุ่น, คลินิก, โรงเรียนและโรงพยาบาลต่างๆ ก็ทยอยเปิดตามมาอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ “ย่านพร้อมพงษ์” ค่อยๆพัฒนาเป็น Community ของชาวญี่ปุ่นอย่างในปัจจุบันนี้

หลายคนอาจสงสัยว่าในเมื่อโรงงานและนิคมอุตสาหกรรมของบริษัทญี่ปุ่นส่วนใหญ่อยู่ที่จังหวัดชลบุรีและระยอง แล้วทำไม Expat ชาวญี่ปุ่นถึงไม่เลือกอาศัยอยู่ใกล้ที่ทำงาน? นั่นก็เป็นเพราะว่าคนญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของครอบครัวมากกว่าความใกล้ที่ทำงานค่ะ

Expat ชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่ไม่ได้เดินทางมาคนเดียว แต่ย้ายมาพร้อมภรรยาและลูกๆ จึงต้องการให้ครอบครัวได้ใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคย มีชุมชนชาวญี่ปุ่น มีเพื่อนบ้านที่พูดคุยภาษาเดียวกัน รวมถึงสามารถหาร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ตและสินค้าญี่ปุ่นได้ง่าย โดยเฉพาะคุณแม่ชาวญี่ปุ่นที่ต้องดูแลเรื่องอาหารและความเป็นอยู่ของครอบครัว การได้อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ใกล้เคียงกับญี่ปุ่นก็ทำให้สามารถปรับตัวกับการใช้ชีวิตในต่างประเทศได้ง่ายขึ้น อีกทั้งตัวคุณพ่อเองก็สามารถนั่งรถตู้รับ-ส่งของบริษัทไปทำงานต่างจังหวัดหรือมีรถประจำตำแหน่งพร้อมคนขับคอยรับ-ส่งอยู่แล้ว การอยู่คอนโดไกลจากที่ทำงานจึงไม่ใช่เรื่องใหญ่ “พร้อมพงษ์” จึงไม่ใช่แค่ย่านที่มีชาวญี่ปุ่นอาศัยอยู่เยอะ แต่ยังเป็นศูนย์กลางของวิถีชีวิตแบบญี่ปุ่นในกรุงเทพฯด้วย

ซึ่งอิทธิพลของชุมชนชาวญี่ปุ่นก็ส่งผลต่อการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในย่านนี้ด้วยนะ เราจึงเห็นคอนโดมิเนียมหลายโครงการที่ออกแบบมาเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ของชาวญี่ปุ่นโดยเฉพาะ เช่น อ่างอาบน้ำ, เก็นคัง โถงทางเข้าบ้านแบบญี่ปุ่นหรือพื้นที่ส่วนกลางที่มีฟังก์ชันออนเซ็น เป็นต้น ซึ่งเป็นฟังก์ชันพิเศษที่เราไม่ค่อยเห็นในคอนโดย่านอื่นๆ ทำให้ฟังก์ชันเหล่านี้ก็ถือเป็นเสน่ห์ของคอนโดพร้อมพงษ์นั่นเองค่ะ


Update! 9 คอนโดพร้อมพงษ์ มือหนึ่ง

หลังจากเราเล่าความเป็นมาของชาวญี่ปุ่นที่เลือกอยู่อาศัยในย่านพร้อมพงษ์กันมาแล้ว ถ้าใครชอบบรรยากาศของย่านนี้ อยากซื้อคอนโดเพื่ออยู่อาศัยเองหรือซื้อคอนโดลงทุนปล่อยเช่าชาวญี่ปุ่น เราก็ได้รวบรวม “คอนโดพร้อมพงษ์ มือหนึ่ง” ที่ยังมีให้เลือกซื้อมาฝากกันทั้งหมด 9 โครงการค่ะ โดยมีราคาจะเริ่มต้นตั้งแต่ 2.39 ล้านบาทไปจนถึง 70 ล้านบาทเลย

  1. QUINTARA MHy’ZEN PHROM PHONG (ควินทารา มาย’เซน พร้อมพงษ์)
    – ราคาเริ่มต้น 2.39 ล้านบาท
  2. Quintara Phume Sukhumvit 39 (ควินทารา ภูม สุขุมวิท 39)
    – ราคาเริ่มต้น 2.99 ล้านบาท
  3. Supalai Oriental Sukhumvit 39 (ศุภาลัย โอเรียนทัล สุขุมวิท 39)
    – ราคาเริ่มต้น 4.19 ล้านบาท
  4. SCOPE PROMSRI (สโคป พร้อมศรี)
    – ราคาเริ่มต้น 6.68 ล้านบาท
  5. Park Origin Phromphong (พาร์ค ออริจิ้น พร้อมพงษ์)
    – ราคาเริ่มต้น 6.89 ล้านบาท
  6. MUNIQ PHROMPHONG (มิวนิค พร้อมพงษ์)
    – ราคาเริ่มต้น 24.5 ล้านบาท
  7. STILL Sukhumvit 20 (สติลล์ สุขุมวิท 20)
    – ราคาเริ่มต้น 45 ล้านบาท
  8. Canvas 39 The Residence (แคนวาส 39 เดอะ เรสซิเดนซ์)
    – ราคาเริ่มต้น 61 ล้านบาท
  9. MAVISTA PHROM PHONG (มาวิสต้า พร้อมพงษ์)
    – ราคาเริ่มต้น 70 ล้านบาท

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เก็บข้อมูลช่วงเดือนมิถุนายน 2569 ดังนั้นราคาต่างๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ

งั้นเราพาไปดูรายละเอียดแต่ละโครงการกันเลยว่าเป็นยังไง? พื้นที่ส่วนกลางและห้องพักมีความน่าสนใจตรงไหน? เหมาะกับใครบ้าง? รวมถึงถ้าใครอยากอ่านรีวิวโครงการแบบเจาะลึก เราก็ได้แปะ Link แต่ละโครงการไว้ให้ตามไปอ่านกันต่อได้ด้วยค่ะ


QUINTARA MHy’ZEN PHROM PHONG (ควินทารา มาย’เซน พร้อมพงษ์)
ราคาเริ่มต้น 2.39 ล้านบาท / รีวิวเจาะลึกโครงการ

Image 1/9
QUINTARA MHy’ZEN PHROM PHONG

QUINTARA MHy’ZEN PHROM PHONG

เป็นคอนโดพร้อมพงษ์ที่มีราคาจับต้องได้ง่ายสุดในบทความนี้ เพราะเริ่มต้นเพียง 2.39 ล้านบาท* โครงการนี้ออกแบบเป็นคอนโด Low Rise 8 ชั้น 2 อาคาร รวม 276 ยูนิต พร้อมพื้นที่จอดรถ 95 คัน คิดเป็น 34% (ถ้ารวมจอดซ้อนคัน คิดเป็น 40%) จาก Eastern Star ที่ตั้งอยู่ในซอยประชัญคดีที่เป็นซอยย่อย ช่วงท้ายซอยสุขุมวิท 39 (ซอยพร้อมพงษ์) จึงห่างจากถนนเพชรบุรี 300 เมตร แต่ทางโครงการก็มีบริการ Shuttle Service รับ-ส่งที่ BTS พร้อมพงษ์ตรงปากซอยโครงการด้วยค่ะ ทำให้เรายังได้ไลฟ์สไตล์แบบพร้อมพงษ์อยู่ จะไปเดินเล่นที่ EM District อย่าง Emporium , EmQuartier และ EmSphere ก็ได้นั่นเอง

พื้นที่ส่วนกลาง

ตัวโครงการออกแบบมาในรูปแบบญี่ปุ่น Zen Style ที่มีการใช้องค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นในหลายๆจุด โดยออกแบบพื้นที่ส่วนกลางอยู่ที่ชั้น 1 (พื้นที่ต้อนรับ-นั่งเล่นและสวนสีเขียว), ชั้น 2 (ห้องจัดเลี้ยงเล็กๆ, สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย, Steam Room, Hydrotherapy และสวนสีเขียว), ชั้น 3 (Working Pod, Kitchen studio) และชั้น Rooftop (สวนสีเขียว) แต่ที่เราว่าน่าสนใจก็คือทางโครงการออกแบบเป็นทางลดระดับเพื่อเชื่อมต่อพื้นที่ส่วนกลางในชั้น 2 และ 3 ทำให้เราสามารถใช้งานส่วนกลางได้ต่อเนื่องกันดีค่ะ

ห้องพักอาศัย

รูปแบบห้องพักของโครงการนี้จะเน้นห้องขนาดกะทัดรัด อยู่อาศัย 1-2 คนได้สบายๆ มีให้เลือกตั้งแต่ห้อง Studio ไปจนถึง 2 Bedroom ขนาด 21- 65 ตร.ม. แตกต่างจากโครงการอื่นๆในย่านนี้ที่มักจะเน้นห้องขนาดใหญ่ รองรับกลุ่มครอบครัวนั่นเอง ดังนั้นด้วยตัวโครงการที่เป็นคอนโด Low Rise มีห้องเริ่มต้นขนาดไม่ใหญ่ จึงทำให้ราคาเริ่มต้นของโครงการนี้ไม่สูงนั่นเอง อีกทั้งยังตกแต่งห้องครบแบบ Fully Furnished มาให้ด้วย จึงถือว่าเป็นโครงการที่มีความคุ้มค่าในด้านราคาเลย

 

Quintara Phume Sukhumvit 39 (ควินทารา ภูม สุขุมวิท 39)
ราคาเริ่มต้น 2.99 ล้านบาท / รีวิวเจาะลึกโครงการ

Image 1/15
Quintara Phume Sukhumvit 39

Quintara Phume Sukhumvit 39

คอนโด Low Rise 8 ชั้น 2 อาคาร รวม 323 ยูนิต พร้อมพื้นที่จอดรถประมาณ 170 คันคิดเป็น 53% ค่ะ โดยเป็นอีกโครงการจาก Eastern Star ที่อยู่บนทำเลพร้อมพงษ์นี้ อีกทั้งตั้งอยู่ในซอยประชัญคดีและอยู่เยื้องๆกับโครงการ QUINTARA MHy’ZEN PHROM PHONG (ควินทารา มาย’เซน พร้อมพงษ์) ที่เราพาไปดูกันเมื่อกี้เลยค่ะ ซึ่งความแตกต่างของโครงการนี้ก็คือสไตล์การออกแบบมีความเป็นไทยแบบทันสมัย ด้วยการลดทอนรายละเอียดลวดลายต่างๆ อีกทั้งยังเน้นห้องที่ขนาดใหญ่ขึ้นนั่นเอง ทำให้สามารถอยู่อาศัยได้สบายมากขึ้น

พื้นที่ส่วนกลาง

ทางโครงการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางอยู่ที่ชั้น 1 และ 4 โดยพื้นที่ชั้น 1 จะเป็น Lobby แบบ Semi-Outdoor เชื่อมทั้ง 2 อาคารและพื้นที่จอดรถ ส่วนชั้น 4 จะเป็น Main Facilities ที่ออกแบบแบ่งฟังก์ชันแยกชัดเจน โดยอาคาร A เน้น Active Facilities ทั้ง Swimming Pool ยาว 18 เมตร, Rotenburo (บ่อน้ำแช่น้ำอุ่น กลางแจ้ง), Jet Pool, Steam, Fitness, Yoga room ส่วนอาคาร B จะเป็น Passive Facilities อย่าง Co-Working & E-Library ให้มานั่งทำงาน พักผ่อนกัน ทำให้หากเราใช้ฟังก์ชันส่วนกลางไหนบ่อยๆก็เลือกห้องที่อยู่ในอาคารนั้นๆได้เลย เวลามาใช้งานก็ง่ายด้วยค่ะ

ห้องพักอาศัย

รูปแบบห้องของโครงการจะมีทั้ง 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอยภายใน 28 – 45 ตร.ม., 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยภายใน 54 – 68 ตร.ม. และมี Garden Access พื้นที่ใช้สอยภายใน 30 – 68 ตร.ม. ตรงชั้น 1 และชั้น 4 ที่มีระเบียงเชื่อมต่อกับพื้นที่สวนส่วนกลางด้วยนะ ทำให้เดินออกมาใช้งานที่สวนได้เลย ส่วนการจัดวางฟังก์ชันในห้องพักทุกห้องจะแยกเป็นสัดส่วนชัดเจน มีห้องครัวปิดสามารถทำอาหารจริงจัง อีกทั้งจัดเป็นมุม Bay Window ได้ด้วย

 

Supalai Oriental Sukhumvit 39 (ศุภาลัย โอเรียนทัล สุขุมวิท 39)
ราคาเริ่มต้น 4.19 ล้านบาท / รีวิวเจาะลึกโครงการ

Image 1/14
Supalai Oriental Sukhumvit 39

Supalai Oriental Sukhumvit 39

ออกแบบเป็นคอนโด High Rise 4 อาคาร สูง 25-35 ชั้น รวม 1,046 ยูนิต และร้านค้า 8 ยูนิต พร้อมอาคารจอดรถ 1 อาคาร (8 ชั้น + 1 ชั้นใต้ดิน) จอดได้ประมาณ 1,054 คัน คิดเป็น 100% แบบไม่รวมจอดซ้อนคัน ซึ่งตั้งอยู่ภายในซอยสุขุมวิท 39 อิงมาฝั่งถนนเพชรบุรีตัดใหม่มากกว่า โดยห่างถนนเพชรบุรีประมาณ 160 เมตร ซึ่งข้อดีซอยนี้คือมีเส้นทางลัดเลาะไปทั้งถนนอโศกมนตรี ถนนสุขุมวิท และซอยเอกมัย-ทองหล่อ แบบไม่ต้องขับผ่านถนนใหญ่ได้ นอกจากนั้นความอุดมสมบูรณ์ในระยะเดินก็เยอะไม่ว่าจะเป็น Community Mall อย่าง Taka Town, TOPS Food Hall และ UFM Fuji Super ส่วน EM District (Emporium, EmQuartier และ EmSphere) ก็อยู่ปากซอยโครงการ

พื้นที่ส่วนกลาง

แนวคิดการออกแบบโครงการเป็น Luxurious Modern Oriental ที่ผสมผสานความโมเดิร์นแบบเอเชียตะวันออก (ญี่ปุ่น,จีน) สำหรับ Main Facilities ของโครงการจะออกแบบอยู่ที่ดาดฟ้าของอาคารจอดรถ เพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวและความเงียบสงบในอาคารพักอาศัย ไม่ให้เกิดเสียงดังรบกวน แต่แลกมากับลูกบ้านจะต้องเดินออกจากอาคารเพื่อมาใช้งานส่วนกลางค่ะ

โดย Main Facilities นี้จะประกอบด้วยสระว่ายน้ำระบบเกลือ แบ่งสระเด็ก, ฟิตเนส + ห้องอเนกประสงค์ (Aerobic & Yoga), ห้องน้ำแยกชายหญิง Sauna & Locker, Game Room, Kids’ Room ส่วนพื้นที่ส่วนกลางภายในอาคารพักอาศัยแต่ละอาคารจะมี Lobby + Fancy Fish Pond อยู่ที่ชั้น 1 สำหรับรองรับแขก-นั่งเล่น และชั้น Rooftop ของแต่ละอาคารจะมี Sky Lounge + สวนหย่อมเล็กๆค่ะ นอกจากนั้นทางโครงการยังออกแบบพื้นที่สวนสีเขียวมากกว่า 3 ไร่ ช่วยสร้างบรรยากาศน่าอยู่อาศัยและร่มรื่นได้ดี

ห้องพักอาศัย

มีห้องพักให้เลือกทั้งหมด 4 แบบ ได้แก่ 1 Bedroom 39 – 57.5 ตร.ม., 2 Bedroom 65.5-148 ตร.ม., 3 Bedroom 141.5-209.5 ตร.ม. และ 4 Bedroom (Penthouse) 355 ตร.ม.จึงรองรับตั้งแต่คนเดียวไปถึงครอบครัวได้ ส่วนภายในห้องก็ออกแบบฟังก์ชันมาเป็นสัดส่วนดี ออกแบบครัวปิดทั้งหมด ไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นควันจากการทำอาหาร นอกจากนั้นด้วยราคาที่ไม่สูงมากนัก เริ่มต้น 4.19 ล้านบาท* แต่ได้ห้องเริ่มต้นใหญ่ 39 ตร.ม. ประกอบกับมีสิ่งอำนวยความสะดวกเยอะในระยะเดิน จึงทำให้น่าสนใจสำหรับการปล่อยเช่าด้วยนั่นเอง

 

SCOPE PROMSRI (สโคป พร้อมศรี)
ราคาเริ่มต้น 6.68 ล้านบาท / รีวิวเจาะลึกโครงการ

Image 1/10
SCOPE PROMSRI

SCOPE PROMSRI

คอนโด Low Rise 8 ชั้น 1 อาคาร 146 ยูนิต และร้านค้า 2 ยูนิต ที่จอดรถประมาณ 65 คัน คิดเป็น 45% (ไม่รวมจอดซ้อนคัน) อีกทั้งยังเป็นคอนโด Pet-Friendly เลี้ยงสัตว์ได้ด้วยนะ โดยตั้งอยู่ภายในซอยพร้อมศรี ที่เป็นซอยย่อยของซอยพร้อมพงษ์ (สุขุมวิท 39) ห่างจากถนนสุขุมวิท 1.2 กิโลเมตร ซึ่งเราสามารถลัดเลาะไปได้หลายเส้นทางไม่ว่าจะเป็นถนนเพชรบุรี, ถนนอโศกมนตรี, ถนนสุขุมวิทและซอยเอกมัย-ทองหล่อได้สบายๆ

ส่วนความอุดมสมบูรณ์ก็สามารถอิงได้ทั้งฝั่งสุขุมวิทที่มีศูนย์การค้าชั้นนำ EM District ที่มีทั้ง Emporium , EmQuartier และ EnSphere, สวนเบญจสิริให้มาเดิน-วิ่งออกกำลังกายได้ด้วย หรือโซนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ที่ปัจจุบันก็คึกคักมากขึ้น ตั้งแต่มีตึก Singha Complex มาเปิดให้บริการ ซึ่งเป็นลักษณะ Mixed Use Building ที่มีทั้งอาคารสำนักงาน, Conventional Hall, โรงแรม, ร้านอาหาร และคอนโดมิเนียม อีกทั้งยังเป็นเส้นที่มีอาคารสำนักงานอยู่ค่อนข้างเยอะด้วยค่ะ

พื้นที่ส่วนกลาง

ตัวโครงการออกแบบในสไตล์ที่ดูเรียบๆ ให้อารมณ์แบบ Timeless และมีความพิถีพิถันในการเลือกใช้วัสดุจากดีไซเนอร์ระดับโลกด้วยความร่วมมือจากแบรนด์เฟอร์นิเจอร์สัญชาติฝรั่งเศสอย่าง Ligne Roset ที่มีชื่อเสียงมายาวนานมาออกแบบและ Customized เฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นขนาด วัสดุ และสีพิเศษ ทำให้โครงการดูพิเศษไม่เหมือนใคร

สำหรับพื้นที่ส่วนกลางจะมีแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ขึ้นชื่อของ Mexico อย่าง Cenotes ที่ให้บรรยากาศใกล้ชิดธรรมชาติ โดยพื้นที่ส่วนกลางหลักๆของโครงการจะอยู่ที่ชั้น 1 ไม่ว่าจะเป็นสวนหย่อม, Cenote Court สระว่ายน้ำขนาด 10 x 7.1 m. (เฉพาะส่วนที่เป็น Lap Pool ขนาด 10 x 2.5 m.), Lobby, Private Onsen, Club Cafe’ ส่วนชั้น 2 จะมี Fitness และ Yoga เรียกว่ามีฟังก์ชันหลักๆให้ใช้งานครบครันเลย

ห้องพักอาศัย

ทางโครงการจะมีแบบห้อง 1 Bedroom เท่านั้น แต่จะมีขนาดให้เลือกตั้งแต่ 28 ตร.ม., 30-32 ตร.ม. และ 34 ตร.ม. ซึ่งการออกแบบ Layout และการจัดฟังก์ชันภายในห้องจะคล้ายๆกัน โดยโซน Service อย่างห้องครัวแบบปิดและห้องน้ำจะอยู่โซนด้านหน้าห้อง ส่วนพื้นที่นั่งเล่นและพื้นที่นอนจะอยู่บริเวณเดียวกัน ทำให้แบบห้องทั้ง 3 แบบจะแตกต่างกันที่ความกว้างและความลึกของห้องเพียงนิดหน่อย จึงทำให้ได้ขนาดพื้นที่ใช้สอยของห้องมากน้อยต่างกันนั่นเอง แต่สำหรับห้องขนาด 34 ตร.ม.จะได้อ่างอาบน้ำและพื้นที่วางโต๊ะรับประทานอาหารเพิ่มขึ้นมาค่ะ นอกจากนั้นทุกห้องจะตกแต่งแบบ Fully Furnished ด้วยเฟอร์นิเจอร์จากแบรนด์ระดับโลก Ligne Roset ด้วยค่ะ

 

Park Origin Phromphong (พาร์ค ออริจิ้น พร้อมพงษ์)
ราคาเริ่มต้น 6.89 ล้านบาท / รีวิวเจาะลึกโครงการ

Image 1/13
Park Origin Phromphong

Park Origin Phromphong

 

สำหรับโครงการนี้จะทยอยสร้างเฟสใหม่ๆและเปิดตึกใหม่ๆอยู่เรื่อยๆ โดยปัจจุบันจะมีให้เลือกซื้อเป็น Tower 5 และ 6 ที่ออกแบบเป็นคอนโดมิเนียม High Rise สูง 44 ชั้น 420 ยูนิตและสูง 55 ชั้น 520 ยูนิต ทำให้จำนวนยูนิตทั้งโครงการรวมกว่า 2,000 ยูนิตเลยค่ะ จึงถือเป็นโครงการขนาดใหญ่ในโซนนี้เลย จึงทำให้มีพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ถึง 10 ไร่เลยนั่นเอง

ที่ตั้งของโครงการจะอยู่ภายในซอยและเข้า-ออกได้ทั้งจากซอยสุขุมวิท 22 และ 24 ห่างจากถนนสุขุมวิทประมาณ 600 เมตร ซึ่งอย่างที่เรารู้กันดีว่าปากซอยสุขุมวิท 24 จะเป็น BTS สถานีพร้อมพงษ์ และ EM District ที่ประกอบด้วย Emporium  EmQuartier และ EmSphere ทำให้เรามาใช้สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆได้ง่าย รวมถึงมี Shuttle Bus คอยรับ-ส่งจากโครงการด้วยค่ะ นอกจากนั้นข้อดีของซอยสุขุมวิทฝั่งเลขคู่ก็คือใช้เลี่ยงรถติดบนถนนสุขุมวิทไปถนนพระราม 4 ได้ง่าย

พื้นที่ส่วนกลาง

ถือเป็น Highlight ของโครงการนี้เลย เพราะมีขนาดใหญ่ถึง 10 ไร่ แต่ก็เป็นเพราะว่ามีจำนวนยูนิตที่เยอะสุดในโซนนี้นั่นเอง โดยพื้นที่ส่วนกลางของ Tower 5 และ 6 ก็จะมีมาให้ครบ เช่น Luxurious Lobby, Living Room & Meeting Room, Fitness Room, Jacuzzi and Kid’s Pool, Cloud Pool ความยาว 40 เมตร, Kid Zone & Playground Garden, Sauna Room, Boxing, Yoga Studio เป็นต้น

ห้องพักอาศัย

รูปแบบห้องพักของ Tower 5 และ 6 จะมีตั้งแต่ 1 Bedroom ขนาด 25.93 – 40.60 ตร.ม., 2 Bedroom ขนาด 53 -67 ตร.ม. และ DUPLEX ขนาด 86.82 ตร.ม. รองรับการอยู่อาศัยคนเดียว คู่รัก ไปจนถึงครอบครัวได้ นอกจากนั้นห้อง DUPLEX ก็ถือเป็น Product หายากในโซนนี้ด้วยค่ะ ส่วนใหญ่จะได้เป็นห้อง Loft หรือ High Ceiling มากกว่า จึงทำให้เราได้บรรยากาศเหมือนอยู่บ้านจริงๆ

 

MUNIQ PHROMPHONG (มิวนิค พร้อมพงษ์)
ราคาเริ่มต้น 24.5 ล้านบาท

Image 1/10
MUNIQ PHROMPHONG

MUNIQ PHROMPHONG

เป็นคอนโดมิเนียม 34 ชั้นจาก Major Development มีจำนวนยูนิตอยู่ที่ 106 ยูนิตและมีห้องให้เลือกตั้งแต่ 1-4 Bedroom รองรับกลุ่มคนที่อยู่อาศัยคนเดียว คู่รักไปจนถึงกลุ่มครอบครัวเล็ก-กลางได้เลย นอกจากนั้นยังโดดเด่นในเรื่องที่ตั้งโครงการที่อยู่ติดถนนสุขุมวิทที่แค่ข้ามทางม้าลายก็เจอกับ BTS พร้อมพงษ์เลยค่ะ และแน่นอนว่าจะไปเดินเล่น ช้อปปิ้งตรง EM District อย่าง Emporium  EmQuartier และ EmSphere ก็ง่ายๆ

พื้นที่ส่วนกลาง

ออกแบบภายใต้แนวคิด CLASS IS PERMANENT พร้อมการดีไซน์อาคารในรูปแบบ Manhattan Motif ที่สะท้อนงานสถาปัตยกรรมเหมือนอาคารสวยๆใจกลางเมือง New York โดยชั้น 1 จะเป็นพื้นที่ต้อนรับ-นั่งเล่น, ชั้น 23 / 26 / 33 เป็นพื้นที่สวนสีเขียวเล็กๆแบบ Pocket Garden และ Main Facilities ของโครงการจะอยู่ที่ชั้น 29-31 ที่ออกแบบส่วนกลางในชั้น 29 เป็น Active Facilites เน้นฟังก์ชันออกกำลังกาย, ชั้น 30 เน้นพื้นที่นั่งทำงาน-ประชุม และชั้น 31 จะเป็นพื้นที่นั่งพักผ่อนพร้อมสวนสีเขียว นอกจากนั้นชั้นดาดฟ้าจะมีพื้นที่สวนสีเขียวอีกจุดให้เรามาใช้งานกันได้ด้วย สำหรับพื้นที่จอดรถของโครงการจะมีทั้ง Conventional และ Auto Parking รวม 146 คัน

ห้องพักอาศัย

รูปแบบห้องพักของโครงการจะมีตั้งแต่ 1 Bedroom 56 ตร.ม. ไปถึง 4 Bedroom 312 ตร.ม. ซึ่งจะมีจำนวนยูนิตสูงสุดอยู่ที่ 5 ยูนิต จึงถือว่าได้ความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัยดี นอกจากนั้นทางโครงการยังออกแบบเน้นเป็นห้องหน้ากว้าง มึความสูงจากพื้นถึงเพดานอยู่ที่ 3 เมตรพร้อมหน้าต่างบานใหญ่สูงเต็มบาน จึงเปิดรับวิวได้กว้าง นอกจากนั้นบางห้องยังได้เพดานห้องสูงถึง 3.4 เมตรและกระจกโค้งเข้ามุมด้วยนะ

 

STILL Sukhumvit 20 (สติลล์ สุขุมวิท 20)
ราคาเริ่มต้น 45 ล้านบาท / รีวิวเจาะลึกโครงการ

Image 1/13
STILL Sukhumvit 20

STILL Sukhumvit 20

ถือเป็นคอนโด High Rise ระดับ Super Luxury แบรนด์ใหม่จาก SC Asset ที่เทียบเท่ากับโครงการ Saladaeng One, Beatniq, 28 Chidlom นั่นเองและเป็นคอนโดอีกแห่งในบทความนี้ที่อยู่ติดถนนสุขุมวิท แต่จะตั้งอยู่ติดกับซอยสุขุมวิท 20 หรืออยู่ระหว่าง BTS สถานีอโศกและพร้อมพงษ์ นอกจากนั้นซอยสุขุมวิทฝั่งเลขคู่จะสามารถลัดเลาะไปยังถนนพระราม 4 ได้ง่าย จึงช่วยเลี่ยงรถติดบนถนนสุขุมวิทในเวลาเร่งด่วนได้

ส่วนสิ่งอำนวยความสะดวกในย่านนี้ก็จะต้องเป็น EM District ที่เราสามารถเดินไป EmSphere ในระยะ 200 เมตร หากใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศการเดินเล่น รับประทานอาหาร ก็ยังมีห้างและโรงแรมหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น Gaysorn Village, Central World, Central Embassy หรือใกล้ๆอย่าง Terminal 21 เป็นต้น

พื้นที่ส่วนกลาง

ตัวโครงการออกแบบมีความสูง 30 ชั้น รวม 124 ยูนิต พร้อมพื้นที่จอดรถ 217 คัน คิดเป็น 175% แบบ Conventional Parking นอกจากนั้นยังเป็นคอนโด Pet Allowed สามารถเลี้ยงสัตว์ได้ โดยแยกพื้นที่ส่วนกลางระหว่างคนกับสัตว์เลี้ยงชัดเจน รวมถึงลิฟต์โดยสารด้วย ทำให้ถือเป็นจุดเด่นของโครงการนี้เลยนั่นเอง

พื้นที่ส่วนกลางจะออกแบบกระจาย 4 ชั้นและสามารถใช้งานได้อย่างเป็นส่วนตัวผ่านการจอง โดยชั้น 1 จะเป็นพื้นที่พักผ่อน-ทำงาน / ชั้น 8 เน้นฟังก์ชันผ่อนคลายและสนุกสนานอย่างSpa, Onsen, Playroom หรือ Orangery Dining Lounge และ Grill Yard / ชั้น 26-27 จะเป็น Sky Facilities ที่ถือเป็นโซน Heath Club in Residence ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำ ฟิตเนส เล่นกอล์ฟ หรือห้อง Pilates & Yoga Studio รวมถึงยังมี Concierge Service เป็นผู้ช่วยดูแลช่วยเหลือได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดย Staff ของโครงการ Trained by Nailert พร้อม Service provided by Linton ค่ะ

ห้องพักอาศัย

ทางโครงการออกแบบมีจำนวนห้องสูงสุดเพียง 7 ยูนิต/ชั้น พร้อม Private Lift ทุกยูนิต ช่วยสร้างบรรยากาศที่เป็นส่วนตัวมากขึ้น สำหรับห้องพักของโครงการจะมีให้เลือกตั้งแต่ 2 Bedrooms ขนาด 85 ตร.ม. ไปจนถึง Penthouse ขนาด 439 ตร.ม. ภายในห้องจะเน้นความโปร่งสบาย มีฝ้าเพดานสูง 3.2 เมตรและช่องแสงขนาดใหญ่แบบ Full Height เปิดรับแสงธรรมชาติและวิวได้กว้าง

 

Canvas 39 The Residence (แคนวาส 39 เดอะ เรสซิเดนซ์)
ราคาเริ่มต้น 61 ล้านบาท / รีวิวเจาะลึกโครงการ

Image 1/16
Canvas 39 The Residence

Canvas 39 The Residence

ถ้าอยากได้ความเป็นส่วนตัวสูง ห้องขนาดใหญ่แบบ Penthouse แล้วเลี้ยงสัตว์ได้ก็ต้องโครงการ Canvas 39 The Residence (แคนวาส 39 เดอะ เรสซิเดนซ์) เลยค่ะ เพราะเป็นโครงการในย่านพร้อมพงษ์ที่ออกแบบมาในรูปแบบ All Penthouse อนุญาตให้เลี้ยงน้องๆสัตว์เลี้ยงได้ โดยเป็นคอนโด Mid Rise 14 ชั้น รวม 23 ยูนิต พร้อมพื้นที่จอดรถ 51 คัน หรือประมาณ 222% (แบ่งเป็น Auto Parking 28 คัน และที่จอดปกติ 23 คัน) ตั้งอยู่ในซอยพร้อมจิตร เชื่อมต่อซอยสุขุมวิท 39 และห่างจากถนนสุขุมวิทประมาณ 900 เมตร ล้อมรอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันไม่ว่าจะเป็น BTS พร้อมพงษ์, Emporium , EmQuartier และ EmSphere

พื้นที่ส่วนกลาง

ตัวโครงการออกแบบในสไตล์ Neo Classic ได้กลิ่นอายเรียบหรู ด้วยโทนสีขาว ครีม น้ำตาล แต่มีพื้นที่สวนสีเขียวโดยรอบโครงการสร้างความอบอุ่น น่าอยู่อาศัย สำหรับ Main Facilities จะอยู่ที่ชั้น 2 ประกอบด้วย Lobby , Veranda Lobby , Co – Kitchen , Library , Fitness by Technogym , Juristic Office , Fresh Water Swimming Pool และ Infrared Sauna แต่จุดที่เรามองว่าน่าสนใจคือการนำนวัตกรรมมาใช้กับระบบกรองน้ำ, กรองอากาศ และตู้ Smart Locker ลูกบ้านจึงอยู่อาศัยได้อย่างปลอดภัยและสะดวกสบายมากขึ้น

ห้องพักอาศัย

อย่างที่เราได้บอกไปนะคะว่าตัวโครงการจะเป็นคอนโด All Penthouse จึงมีจำนวนห้องพักอาศัยชั้นละ 2 ยูนิต โดยมีรูปแบบห้องเป็น 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ ได้พื้นที่ใช้สอยใหญ่ถึง 227.54 ตร.ม. ทำให้แต่ละฟังก์ชันจึงได้พื้นที่เยอะ จัดวางเฟอร์นิเจอร์ ทำ Built-in ต่างๆหรืออยู่อาศัยก็ได้สบายๆ ไม่อึดอัด อีกทั้งมีห้องแม่บ้านมาให้ด้วย จึงทำให้แม่บ้านช่วยดูแล-อำนวยความสะดวกได้ตลอดทั้งวัน

 

MAVISTA PHROM PHONG (มาวิสต้า พร้อมพงษ์)
ราคาเริ่มต้น 70 ล้านบาท / พรีวิวโครงการ

Image 1/12
MAVISTA PHROM PHONG

MAVISTA PHROM PHONG

เป็นอีกโครงการหรูบนทำเลพร้อมพงษ์จาก Major Development โดยออกแบบเป็นคอนโดมิเนียม High Rise 32 ชั้น และเป็นอีกโครงการที่ออกแบบมาในรูปแบบ All Penthouse รวม 45 ยูนิต อีกทั้งยังได้พื้นที่จอดรถมากถึง 357% เลยค่ะ สำหรับที่ตั้งโครงการก็ถือเป็นจุดเด่นอีกอย่างของโครงการนี้เลยนะ โดยตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 39 ห่างจากถนนสุขุมวิทเพียง 170 เมตร รวมถึงใกล้กับ BTS พร้อมพงษ์เพียง 200 เมตร นอกจากนั้นพออยู่ใกล้ถนนสุขุมวิทที่มีห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆอย่าง Emporium  EmQuartier และ EmSphere ก็ทำให้เดินไปได้ในระยะ 200-300 เมตร หรือจะขับรถไปก็ไม่เกิน 1 กิโลเมตรค่ะ อีกทั้งยังมีสวนเบญจสิริที่ห่างจากโครงการเพียง 500 เมตร จึงมาเดินเล่นหรือออกกำลังกายกันได้ด้วย เรียกว่าสามารถใช้ชีวิตได้สะดวกสบายมากๆเพราะแทบทุกอย่างอยู่ในระยะ 500 เมตร

พื้นที่ส่วนกลาง

ทางโครงการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางอยู่แค่ชั้น 1 และ 15 ไม่ได้กระจายพื้นที่ส่วนกลางอยู่หลายๆชั้น เพื่อทำให้ลูกบ้านได้บรรยากาศความเป็นส่วนตัวสูง โดยชั้น 1 เน้นเป็น Passive Facilities พื้นที่พักคอย-นั่งเล่น ได้แก่ The Lobby Lounge, Leisure Area, Business Lounge และ Recreation Room ส่วนชั้น 15 จะเน้นเป็น Active Facilities อย่าง Panoramic Gym และ Yoga Studio รวมถึงมี Forum Meeting Room ให้ใช้ประชุมงานด้วยค่ะ

ห้องพักอาศัย

ด้วยตัวโครงการที่ออกแบบเป็นคอนโด All Penthouse จึงมีจำนวนยูนิตต่อชั้นสูงสุดเพียง 2 ยูนิตเท่านั้น รวมถึงมีลิฟต์ส่วนตัวทุกห้อง ทำให้โครงการนี้จึงโดดเด่นเรื่องความเป็นส่วนตัวสูงนั่นเอง โดยรูปแบบห้องพักของโครงการจะเน้นห้องใหญ่ มีตั้งแต่ห้อง 3 Bedroom 4 Bathroom พื้นที่ใช้สอย 204 ตร.ม. ไปจนถึง 5 Bedroom 6 Bathroom พื้นที่ใช้สอย 481 ตร.ม. จึงรองรับการอยู่กันเป็นครอบครัวได้สบายๆ


ภาพรวม 9 คอนโดพร้อมพงษ์ มือหนึ่ง Update 2569

  • คอนโดพร้อมพงษ์ ราคาเริ่มต้นไม่เกิน 3 ล้านบาท
    QUINTARA MHy’ZEN PHROM PHONG เริ่ม 2.39 ล้านบาท
    Quintara Phume Sukhumvit 39 เริ่ม 2.99 ล้านบาท
  • เลี้ยงสัตว์ได้ เอาใจเหล่า Pet Lover
    SCOPE PROMSRI คอนโด Pet-Friendly ที่ไม่มีการจำกัดน้ำหนักและขนาดของน้องๆสัตว์เลี้ยง แตกต่างจากคอนโดทั่วไปที่จำกัดทั้งขนาดและน้ำหนักของน้องๆ พร้อม Pet Facilities เช่น Dog Park และบริการ Grooming เป็นต้น
    STILL Sukhumvit 20 ออกแบบเป็นคอนโด Pet Allowed ที่สามารถเลี้ยงสัตว์ได้ แต่จะมีกฎเกณฑ์การใช้งานที่เข้มงวดและพื้นที่ส่วนกลางสำหรับสัตว์น้อยกว่าคอนโด Pet Friendly ค่ะ
    Canvas 39 The Residence เป็นคอนโด Pet-Friendly อีกแห่งที่ไม่จำกัดน้ำหนักของน้องๆ จึงสามารถเลี้ยงสัตว์สายพันธุ์ใหญ่ๆได้
  • ตั้งอยู่ติดถนนสุขุมวิท
    – MUNIQ PHROMPHONG อยู่ติดถนนสุขุมวิทที่แค่ข้ามทางม้าลายก็เจอกับ BTS พร้อมพงษ์เลย
    – STILL Sukhumvit 20 โดยอยู่ระหว่างสุขุมวิท 20 และ 24
  • คอนโด All Penthouse ความเป็นส่วนตัวสูง
    Canvas 39 The Residence มีเพียง 23 ยูนิต
    MAVISTA PHROM PHONG รวม 45 ยูนิต พร้อมลิฟต์ส่วนตัวทุกห้อง
  • โดดเด่นเรื่องพื้นที่ส่วนกลาง
    – Park Origin Phromphong ออกแบบพื้นที่ส่วนกลางใหญ่ถึง 10 ไร่ แต่ก็เป็นไปตามขนาดโครงการที่มีจำนวนยูนิตเยอะสุดในโซนนี้ มากกว่า 2,000 ยูนิต
    – Supalai Oriental Sukhumvit 39 ออกแบบแยกพื้นที่ส่วนกลางแยกจากอาคารพักอาศัย แถมมีพื้นที่สวนสีเขียวใหญ่ถึง 3 ไร่ สร้างความร่มรื่น


Source of Information :