รีวิวฉบับที่ 2178 ..VENUE Flow แจ้งวัฒนะ บ้านเดี่ยว 2 ชั้น สไตล์นอร์ดิก (Nordic) ในซอยหอการค้าไทย บนถนนชัยพฤกษ์ จาก SC Asset พูดถึงแบรนด์นี้เค้าขึ้นชื่อในเรื่องของระบบรักษาความปลอดภัยอยู่แล้วนะคะ ซึ่งที่นี่ให้มาพิเศษกว่าที่อื่นเป็น Double Gate เลย อีกเรื่องคือ เค้าจัดบรรยากาศ Facilities ส่วนกลางได้น่าใช้งานทีเดียว ตัวบ้านเป็นแบบหน้ากว้าง ได้พื้นที่ใช้สอยเยอะ ไซส์เริ่มต้นก็ 170 ตร.ม. แล้ว ทำให้ราคาเริ่มที่ 5 ล้านกว่าๆ จะเป็นอย่างไรไปชมกันเลยค่ะ

ข้อมูลโครงการ

09 December 2020

  • VENUE Flow Chaengwattana (เวนิว โฟลว์ แจ้งวัฒนะ)
  • บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
  • UPPER CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment บ้านปี 2020 ได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่: ทางหลวงชนบท นนทบุรี 2051 (ซอยวัดสะพานสูง) จังหวัดนนทบุรี
  • ที่ดินประมาณ 66 ไร่ จำนวน 254 ยูนิต
  • PEONY : บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 50 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 170 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 5.59 ล้านบาท
  • PRIVET : บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 57 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 191 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 6.59 ล้านบาท
  • PERSIAN : บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 60 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 224 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 5 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 7.39 ล้านบาท
  • ความสูงจากพื้นถึงฝ้าชั้น 1 – 2.60 เมตร / ชั้น 2 – 2.80 เมตร
  • ที่ดินเพิ่มลดตารางวาละ n/a บาท
  • โครงการเริ่มก่อสร้าง ปี n/a
  • คาดว่าแล้วเสร็จทั้งโครงการ n/a
  • เว็บไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • Call Center : 1749

ทำเลที่ตั้ง

พิกัด Google Maps : 13.713492, 100.600415
หรือสามารถ :  คลิกที่นี่

แผนที่จากทางโครงการ VENUE Flow แจ้งวัฒนะ ตั้งอยู่ในซอยหอการค้าไทย จังหวัดนนทบุรีค่ะ

ที่ตั้งของโครงการ VENUE Flow แจ้งวัฒนะ ตั้งอยู่ในซอยหอการค้าไทย ซึ่งอยู่ระหว่างถนนชัยพฤกษ์และถนนสะพานนนทบุรี-บางบัวทอง ถึงตัวโครงการจะอยู่ในย่านชานเมือง แต่เมื่อดูภาพรวมแล้วยังเป็นพื้นที่ที่มีแนวโน้มพัฒนาที่อยู่อาศัยได้อย่างต่อเนื่อง มีโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมายและส่วนมากเป็นโครงการแนวราบในกลุ่มราคากลาง-สูง โดยเฉพาะในซอยหอการค้าไทย

ทำเลนี้เป็นทำเลที่เหมาะกับคนที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นหลัก เป็นโครงการที่เดินทางด้วยรถยนต์ได้สะดวก เพราะอยู่ใกล้กับถนนสายสำคัญอย่างถนนแจ้งวัฒนะที่วิ่งตรงเข้าเมืองไปถนนวิภาวดีได้เลย ส่วนถนนกาญจนาภิเษกฝั่งตะวันตกและถนนราชพฤกษ์ก็เป็นแหล่งของความอุดมสมบูรณ์ในย่านนี้ ซึ่งถนนชัยพฤกษ์มีจุดเด่นที่เหมาะกับคนที่กำลังมองหาโครงการที่เลือกเส้นทางได้หลากหลายทั้งเข้าเมืองและออกนอกเมือง ไม่ไกลจากแหล่งอาหารของกินของใช้ อีกทั้งบริเวณนี้รถยังไม่ติดมาก การเดินทางในพื้นที่รอบๆ บริเวณนี้จึงใช้เวลาไม่เยอะนัก และมีตัวช่วยในการเดินทางให้ใช้ ดังนี้

  • ทางด่วนศรีรัช ห่างจากโครงการประมาณ 11.2 กม.
  • ทางยกระดับอุตราภิมุข หรือ ดอนเมืองโทลล์เวย์ มีระยะจากโครงการประมาณ 15.4 กม.

สำหรับคนที่ไม่ใช้รถยนต์ส่วนตัวอาจจะลำบากหน่อยเพราะโครงการอยู่เข้าไปในซอย ซึ่งไม่ได้อยู่ในระยะเดินออกมาปากซอยได้แน่นอน อีกทั้งยังเป็นทำเลชานเมือง จึงไม่มีรถประจำทางให้ใช้นัก แต่ก็มีแท็กซี่ พี่วินมอเตอร์ไซค์ ผ่านไปมาให้เห็นอยู่ตลอด ซึ่งทางฝั่งถนนชัยพฤกษ์ จะมีรถสาธารณะเยอะหน่อย เรียกได้ง่าย เช่น รถโดยสารประจำทาง รถสองแถวสาธารณะที่วิ่งผ่านหน้าซอยหอการค้าไทยช่วงเช้าและช่วงเย็น แถมมีรถไฟฟ้ารอบๆ ให้ใช้ดังนี้

  • รถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีแยกปากเกร็ด ห่างจากโครงการประมาณ 6.4 กม.
  • รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีบางรักน้อยท่าอิฐ ห่างจากโครงการประมาณ 11 กม.
  • รถไฟฟ้าสายสีแดง สถานีหลัก4 ห่างจากโครงการประมาณ 15.4 กม.

ความอุดมสมบูรณ์รอบๆ โครงการ VENUE Flow แจ้งวัฒนะ ถ้านับในระยะเดินได้ก็จะมีร้านโชห่วยอยู่ฝั่งตรงข้ามโครงการให้พอพึ่งพิงได้บ้าง หรือมองในซอยหอการค้าไทยเองที่ระยะ 1 -3 กม. ก็มี 7-11, ร้านค้า, ร้านอาหารต่างๆ และตลาด อยู่บ้างแต่ไม่เยอะนัก

ความอุดมสมบูรณ์ส่วนใหญ่ของย่านนี้จะเกาะตามถนนหลัก 3 เส้นที่อยู่รอบๆ คือ

  • ถนนสะพานนนทบุรี-บางบัวทอง เส้นนี้จะมีตลาดสด ส.รุ่งเรือง มีร้าน McDonald’s และร้านกาแฟ Amazon, ชาวดอย
  • ถนนชัยพฤกษ์เองก็มี The Crystal PTT ด้านในมี Top Super Market และร้านอาหารเพียบเลยค่ะ
  • ถนนราชพฤกษ์นี่จะคึกคักเป็นพิเศษมีแหล่งกินช้อปอย่าง Pop Market, Pure Place, Max Valu, HomePro, Ombity Mall และ Chic Republic ราชพฤกษ์

แต่ถ้าจะไปห้างสรรพสินค้านั้นจะต้องเข้าเมื่องมาทางถนนแจ้งวัฒนะก็จะมี Big C, Central แจ้งวัฒนะ, Impact เมืองทองธานี ที่อยู่ไม่ไกลจากโครงการในระยะประมาณ 10 – 15 กม. หรือขับรถออกไปในย่านบางใหญ่ที่มีครบทั้ง Central Plaza Westgate, IKEA, Homepro, Big C ที่ถนนกาญจนาภิเษก

ตัวโครงการสามารถเข้าถึงได้ทั้งสองฝั่งของถนนหลัก คือทางถนนชัยพฤกษ์ ที่จะต้องออกมาบนทางคู่ขนานก่อนจึงสามารถเลี้ยวเข้าซอยหอการค้าไทยได้ มีระยะถึงโครงการประมาณ 3.6 กม. อาจจะดูว่าลึกหน่อย แต่เราว่าถนนขับง่ายและดูเงียบสงบดี

ส่วนทางเข้าอีกเส้นทางจะไม่ต้องเข้าซอยลึกแค่ 850 เมตรเท่านั้น คือเข้าจากทางถนนสะพานนนทบุรี – บางบัวทอง (สาย 345) แต่ก็จะไกลเมืองหน่อย ถ้าวันไหนออกไปต่างจังหวัดก็ใช้เส้นทางนี้ได้สะดวก

การเดินทางในวันนี้จะเริ่มจากถนนแจ้งวัฒนะมุ่งหน้า 5 แยกปากเกร็ด แล้วใช้สะพานพระราม 4 ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาตรงเข้าสู่ถนนชัยพฤกษ์ จากนั้นกลับรถใต้สะพานเพื่อเลี้ยวเข้าซอยหอการค้าไทยนะคะ เข้าไปในซอยประมาณ 3.6 กม. โครงการจะตั้งอยู่ทางฝั่งซ้ายค่ะ

Image 1/16
เริ่มเดินทางจาก Central แจ้งวัฒนะ ซึ่งถือว่าเป็นห้างหลักของคนในย่านนี้ ฝั่งตรงข้ามแถบนี้ก็จะมีอาคารสำนักงาน โรงแรม ตลาด และร้านขายอาหารค่อนข้างเยอะเลย นอกจากนี้ยังเป็นจุดจอดรถตู้ที่ไปยังมีนบุรี เดอะมอลล์บางกะปิ และเข้าไปในเมืองอีกหลายทาง ซึ่งตำแหน่งนี้ไม่ได้ถือว่าไกลจากตัวโครงการของเรานัก นับเป็นอีกจุดที่สามารถอิงความเจริญจากบริเวณนี้ได้ค่อนข้างสะดวก

เริ่มเดินทางจาก Central แจ้งวัฒนะ ซึ่งถือว่าเป็นห้างหลักของคนในย่านนี้ ฝั่งตรงข้ามแถบนี้ก็จะมีอาคารสำนักงาน โรงแรม ตลาด และร้านขายอาหารค่อนข้างเยอะเลย นอกจากนี้ยังเป็นจุดจอดรถตู้ที่ไปยังมีนบุรี เดอะมอลล์บางกะปิ และเข้าไปในเมืองอีกหลายทาง ซึ่งตำแหน่งนี้ไม่ได้ถือว่าไกลจากตัวโครงการของเรานัก นับเป็นอีกจุดที่สามารถอิงความเจริญจากบริเวณนี้ได้ค่อนข้างสะดวก

สภาพแวดล้อมรอบโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

ออกตัวก่อนว่าสำหรับโครงการ VENUE Flow แจ้งวัฒนะ นี้เรายังไม่ทราบขอบเขตที่ชัดเจนทั้งหมดนะคะ จะทราบชัดเจนแค่ในโซนที่เปิดขายอยู่ตอนนี้เท่านั้น ซึ่งสภาพแวดล้อมของโซนที่เปิดตอนนี้ส่วนใหญ่เป็นที่พักอาศัยแนวราบและที่ดินเปล่า จึงไม่ได้มีประเด็นอะไรที่ส่งผลต่อการพักอาศัย โดยแต่ละด้านติดกับ

ทิศเหนือ ติดกับ ที่ดินว่างเปล่า
ทิศตะวันออก ติดกับ ที่ดินว่างเปล่า / ถนนทางหลวงชนบท นนทบุรี 2051
ทิศใต้ ติดกับ ที่ดินว่างเปล่า
ทิศตะวันตก ติดกับ ที่ดินว่างเปล่า และทางเซลล์แจ้งว่า โครงการจะมีโซนด้านหลังที่ติดกับคลองพระอุดมด้วยค่ะ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

ห้างสรรพสินค้า

  • เดอะ คริสตัล พีพีที ชัยพฤกษ์ ~ 6.2 กม.
  • เมเจอร์ฮอลลีวูด ชัยพฤกษ์ ~ 6.4 กม.
  • โลตัส ปากเกร็ด ~ 7.3 กม.
  • โฮมโปร ชัยพฤกษ์ ~ 6.4 กม.
  • Big C Extra แจ้งวัฒนะ ~ 8.2 กม.
  • Homepro แจ้งวัฒนะ ~ 8.2 กม.
  • เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ ~ 13.1 กม.
  • Makro บางบัวทอง ~ 10.6 กม.
  • อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ~ 12.8 กม.
  • เซ็นทรัลเวสเกต ~ 13.9 กม.
  • IKEA บางใหญ่ ~ 14.3 กม.

โรงเรียน

  • โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า นนทบุรี ~ 2.3 กม.
  • โรงเรียนสารสาสน์วิเทศน์ ราชพฤกษ์ ~ 2.7 กม.
  • โรงเรียนสวนกุหลาบ นนทบุรี ~ 9 กม.

โรงพยาบาล

  • โรงพยาบาลปากเกร็ด 2 ~ 2 กม.
  • โรงพยาบาลวิภารามปากเกร็ด ~ 7.2 กม.
  • โรงพยาบาลปากเกร็ด ~ 7.5 กม.
  • โรงพยาบาลเวิล์ดเมดิคอล ~ 13.7 กม

รายละเอียดโครงการ

มาดูที่ตัวโครงการ VENUE Flow แจ้งวัฒนะ เป็นโครงการบ้านเดี่ยว 2 ชั้นจำนวน 254 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการเกือบ 66 ไร่ ที่ดินของโครงการเป็นรูปทรง Free-Form โดยแปลงบ้านพักอาศัยจะขยับเข้ามาด้านในหน่อย ไม่ถูกรบกวนโดยเสียงและควันรถจากริมถนนนะคะ

Facilities ส่วนกลางหลักๆ ของโครงการแยกออกเป็น 2 ตำแหน่งคือบริเวณ Clubhouse และสวนสาธารณะด้านหน้า อีกส่วนคือ สวนสาธารณะที่วางไว้ด้านในลึกเข้ามาหน่อย พอกระจายส่วนกลางไว้ 2 ส่วนแบบนี้ทำให้ลูกบ้านทั้งโครงการสามารถมาใช้ Facilities ได้สะดวก และการแยก Clubhouse ไว้ด้านหน้า ก็เหมาะที่จะใช้รับแขกได้ง่าย เป็นหน้าเป็นตาให้กับลูกบ้านด้วยค่ะ

ขอเพิ่มคะแนนให้กับประตูโครงการแบบ Double Gate ซึ่งหาไม่ได้ง่ายๆ จากโครงการระดับเดียวกันในซอยนี้ ใครที่เน้นเรื่องความปลอดภัยแนะนำให้พิจารณาโครงการนี้ดูนะคะ

โซนที่เราคิดว่าได้ Value พิเศษคือกลุ่มบ้านในโซนด้านหน้าที่ใกล้กับ Clubhouse ด้านหน้าโครงการ แต่ถ้าไม่ชอบตำแหน่งด้านโครงการ ก็ยังมีตำแหน่งบ้านใกล้สวนด้านในที่จะสงบขึ้นอีกหน่อย

โครงการวางทิศของบ้านเกือบทุกหลังไปทางทิศเหนือ, ใต้ เป็นทิศยอดนิยมสำหรับคนหาบ้านเลยนะคะ เพราะบ้านที่หันไปทางเหนือแน่นอนว่าก็จะได้แสงที่ไม่ค่อยแรงมาก ธรรมชาติหน่อย ส่วนบ้านที่หันไปทางใต้จะได้แสงและลมที่แรงกว่า

แบบบ้านของโครงการมีให้เลือกทั้งหมด 3 แบบ แต่ละแบบจะมีฟังก์ชันที่เพิ่มขึ้นตามขนาดของบ้าน การเลือกบ้านก็ขึ้นอยู่กับความต้องการในการใช้สอยและความชอบค่ะ

โครงการ VENUE Flow แจ้งวัฒนะ มีแรงบันดาลในการออกแบบมาจากความใกล้ชิดธรรมชาติ ใครตามหาบรรยากาศที่ร่มรื่น ชอบสายลม แสงแดด น่าจะถูกใจบรรยากาศของโครงการนี้ ซุ้มประตูจะวางป้อมรปภ.ไว้ตรงกลาง เพื่อแยกทางเข้า – ออกรถ 2 ฝั่งไว้ชัดเจน

ประตูเป็นบานเลื่อนอัตโนมัติ เข้า-ออกด้วยระบบ Easy Pass แบบทางด่วน ซึ่งอาจจะเปิดช้ากว่าแบบไม้กั้นกระดก แต่เรามองว่าช่วยรักษาความปลอดภัยได้ดีกว่านะคะ

ผ่านประตูเข้ามาจะไม่ได้เจอกับบ้านพักอาศัยทันทีนะ เพราะโซนแรกนี้จะเป็น Clubhouse ก่อนค่ะ ส่วนตัวบ้านต้องขับรถเข้าไปอีกหน่อย ได้บรรยากาศที่สงบขึ้น

ตัว Clubhouse ทำมาในสไตล์โมเดิร์นขาวๆ แต่เค้ามีความเก๋ด้วยการแทรกต้นไม้ไว้ในอาคารหลายจุดมาก มีมุมสวยๆ ให้ถ่ายรูปกันเพียบ เป็นหน้าเป็นตาให้ลูกบ้านในโครงการ เผื่อใช้รับแขก คุยงาน ก็ไม่ต้องเข้าไปรบกวนความเป็นส่วนตัวของสมาชิกในบ้านเลย

โครงการออกแบบให้มีทางลาด ผู้สูงอายุจึงใช้รถเข็นเข้าอาคารได้สะดวก ตามหลักการของ Universal Design เพื่อรองรับการใช้งานของลูกบ้านทุกเพศวัย

ที่ Clubhouse นี้มีช่องจอดรถรองรับได้ 3 – 4 คัน หรือถ้าไม่พอก็จอดตามถนน Main เพิ่มได้นิดหน่อย เพราะถนนกว้างถึง 18 เมตรนะคะ

บรรยากาศภายใน Clubhouse จะเป็นห้องกระจกซะเยอะ เพื่อเปิดให้ชมวิวสระ วิวต้นไม้ร่มรื่นๆ ขวามือห้องแรกก็คือ Lobby นั่นเอง

Lobby เป็นห้องแอร์ขนาดใหญ่ หากใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งทำงานที่นี่ก็ยก Notebook มาได้

พื้นที่รับแขกนี้มีโซฟานั่งเล่นไว้ต้อนรับ ส่วนทางขวามือมีทางเข้า Co-Working Space ที่เพิ่มความสงบเหมาะกับการทำงานขึ้นมาอีกระดับ

เรามองว่าภายใน Co-Working Space ให้บรรยากาศที่ดูแตกต่างจากส่วนอื่นด้วยการเจาะช่องแสงลงมาตรงกลางห้องเลย

เป็นมุมนั่งทำงานที่ออกแบบไว้ให้มองเห็นสวนด้วย

ด้านในสุดเค้าเตรียมพื้นที่ให้สำหรับมานั่งประชุม แชร์ Screen คอมพิวเตอร์ ขึ้นจอทีวีได้ ซึ่งเรามักจะเจอฟังก์ชันแบบนี้ในคอนโดที่มีคนอยู่เยอะๆ ซะเป็นส่วนใหญ่ หรือตามหมู่บ้านหรูๆ ซึ่งที่นี่ถือว่าดีที่ให้มาด้วยนะคะ

ถ้าอยากนั่งนุ่มๆ ก็มีมุมโซฟายาวๆ ได้บรรยากาศคาเฟ่ๆ อีกมุมนึงด้วย

ภายใน Clubhouse จะมีทางเดินแยกออกเป็น 2 ทาง ฝั่งซ้ายเป็นสระว่ายน้ำ ส่วนทางขวาเป็น Kids room และห้องน้ำค่ะ

ภายใน Kids room มีสีสันสดใสถูกใจเด็กๆ แน่นอน แถมยังออกแบบพื้นที่ไว้หลายรูปแบบทั้งขั้นบันได และ สไลด์เดอร์

เรามองว่า Kids room นี้ช่วยส่งเสริมพัฒนาการเด็กน้อยดีนะ และเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ให้เป็นเด็กที่เข้ากับคนได้ง่ายด้วยค่ะ

สำหรับห้องน้ำก็จะมีไว้ให้ลูกบ้านได้มาเปลี่ยนเสื้อผ้า อาบน้ำ เก็บของได้สะดวก วางตำแหน่งไว้อยู่ในมุมที่มิดชิดเป็นสัดส่วน

เราพามาดูด้านในห้องน้ำหญิงกันนะคะ ภายในกว้างขวาง ไม่อึดอัด มีตู้ Lockers ให้เก็บของได้เยอะทีเดียว และมีการระบายอากาศที่ดีด้วยหน้าต่างระบายอากาศ

ด้านในมีทั้งส่วนที่เป็นห้องน้ำและห้องอาบน้ำ พอว่ายน้ำหรือออกกำลังเสร็จก็มาล้างเนื้อล้างตัวก่อนกลับเข้าบ้านได้

ก่อนลงสระก็อย่าลืมอาบน้ำที่ Shower ด้านข้างกันก่อน อยู่ติดกับสระว่ายน้ำเลยจึงใช้งานได้สะดวก

สระว่ายน้ำจะตั้งเด่นอยู่กลาง Clubhouse เลยนะคะ ทำให้ส่วนกลางทุกๆ ห้องได้วิวสระ ตัวสระมีขนาด 27 x 11 เมตร ลึก 1.2 เมตร ใหญ่ทีเดียวเมื่อเทียบกับจำนวนลูกบ้านนะ

แต่จากตำแหน่งของสระว่ายน้ำจะอยู่ติดกับถนน Main ซึ่งดูจะเสีย Privacy ไปสักนิดสำหรับสาวๆ ขี้อาย หากมีต้นไม้ช่วยบังสายตาเพิ่มขึ้นอีกหน่อยก็จะยิ่งดูน่าใช้งานขึ้นค่ะ ><

ด้านข้างสระวาง Day Bed ไว้ให้นั่งพักผ่อนหรือจะเอาไว้สำหรับนั่งรอเด็กๆ เล่นน้ำก็ได้

สระเด็กมีความลึกที่ 0.5 เมตร วางตำแหน่งไว้ติดกับ Kids room เลย เด็กๆ คงสนุกขึ้นถ้าได้เห็นเพื่อนๆ วิ่งเล่นอยู่รอบๆ นะคะ

บรรยากาศริมสระมีความร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่และไม้พุ่มริมสระ เราชอบการเลือกพรรณไม้ที่หลากหลายของโครงการนี้ มีหลายสี ดูสวยดีค่ะ

Clubhouse ของที่นี่มี 2 ชั้นนะะ ซึ่งบันไดจะอยู่ติดกับ Co-Working Space

เราชอบการออกแบบที่รองรับการใช้งานของผู้สูงอายุจังเลย อย่างการขึ้นชั้นบนก็จะมีเก้าอี้อัตโนมัติมาให้ ต้องขอชื่นชมนะว่ามีความละเอียดในการออกแบบให้ใช้งานได้จริงทั้ง 3 Gens

Fitness จะตั้งอยู่บนชั้น 2 นี่แหละค่ะ ภายในวางเครื่องออกกำลังกายไว้ประมาณ 8 เครื่อง เป็นจำนวนที่โอเคอยู่นะเมื่อเทียบกับจำนวนลูกบ้าน วางเครื่องออกกำลังกายให้หันหน้าออกไปรับวิวสวน

เครื่องออกกำลังกายที่ให้มามีทั้งแบบ Cardio และ Weight Training ให้มาเลือกใช้งานกันได้

อีกมุมเก๋ๆ ที่ลูกบ้านน่าจะชอบกันคือ Sky Garden ที่ต้องเดินขึ้นบันไดไปอีกนิดนึงค่ะ

Sky Garden เป็นแบบ Outdoor จึงเหมาะจะมานั่งเล่นช่วงเย็น ให้ขึ้นมายืนชมวิวสวนแบบมุมกว้างๆได้

จากมุมนั่งเล่นจะเห็นวิวสวนและยอดไม้ที่รายล้อม Clubhouse มีเก้าอี้นั่งที่ออกแบบไว้เป็นตาข่ายด้วย

ถัดมาที่สวนสาธารณะจุดแรก มีขนาดประมาณ 1 ไร่ ภายในมีสนามเด็กเล่นที่ตกแต่งไว้อย่างสดใสมาก พร้อมของเล่นที่ช่วยเสริมพัฒนาการได้ดี

พื้นที่สนามเด็กเล่นของที่นี่กว้างทีเดียว ของเล่นก็เยอะ เด็กๆ น่าจะชอบค่ะ

ภายในสวนมีรูปปั้นกระรอกน่ารักๆ ให้บรรยากาศภายในสวนดูน่าใช้งานมากขึ้น

และมีจุดชมวิวที่ทำไว้เป็น 2 ชั้น ให้ยืนชมวิวได้กว้างๆ ส่วนด้านล่างก็ทำไว้เป็นที่นั่งเล่น

ซึ่งชั้นบนมีเก้าอี้ให้นั่งเล่น ชมวิว กันด้วย

บรรยากาศจากจุดชมวิวก็จะได้วิวประมาณนี้ค่ะ

สำหรับลูกบ้านที่อยู่โซนด้านในก็สามารถจะขี่จักรยานมาจอดไว้ข้างสวนได้นะคะ เพราะเค้าเตรียมพื้นที่จอดไว้เป็นกิจจะลักษณะเลยค่ะ

สังเกตอย่างนึงว่าสวนส่วนกลางตามแนวถนน Main จะมีไม้พุ่มกั้นไว้ตลอด เราคิดว่ามีข้อดีที่ช่วยป้องกันไม่ให้เด็กๆ ที่วิ่งเล่นอยู่ในสวน เผลอวิ่งออกมาบนถนนได้ง่ายๆ ค่ะ

จุดเด่นอย่างหนึ่งของโครงการนี้คงหนีไม่พ้นประตูโครงการแบบ Double Gate ซึ่งหาไม่ได้ง่ายๆ จากเพื่อนบ้านระดับราคาเดียวกันในละแวกนี้เลยนะ

ผ่าน Double Gate เข้ามายังถนนหลักของโครงการมีความกว้างถึง 18 เมตร แถมมีการปลูกต้นไม้ตามแนวเกาะกลางด้วย ทำให้บรรยากาศบนถนนหลักนี้ดูร่มรื่น

ส่วนถนนซอยย่อยกว้าง 9 – 10 เมตร ถ้ามีการจอดรถหน้าบ้านก็ยังสามารถขับรถผ่านเข้าออกได้ และยังมีฟุตบาทพร้อมไม้พุ่มอยู่ตลอดทางจึงดูกว้างและร่มรื่นด้วย

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • อาคาร Clubhouse บริเวณกลางโครงการประกอบไปด้วย

– สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ / สระผู้ใหญ่ ขนาด 27 x 11 เมตร ลึก 1.2 เมตร แบ่งสระเด็กลึก 0.5 เมตร
– ห้องออกกำลังกาย ใส่เครื่องออกกำลังกายประมาณ 8 เครื่อง
– Co-Working Space
– Kids Room
– Sky Garden

  • พื้นที่สวนหย่อมในโครงการ 2 จุด รวมประมาณ 2 ไร่

– สวนสาธารณะที่ติดกับ Clubhouse ขนาดประมาณ 1 ไร่ มีสนามเด็กเล่น และจุดชมวิว
– สวนสาธารณะด้านในโครงการ ขนาดประมาณ 1 ไร่ ภายในมีสนามบาสเกตบอล และพื้นที่รองรับสนามแบตแบบ Outdoor

  • ระบบ CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ
  • รั้วรอบโครงการสูง 2.8 เมตรและต่อรั้วเหล็กแหลมต่อเพิ่ม
  • ถนนหลักกว้าง 12 – 18 เมตร และถนนภายในกว้าง 9 -10 เมตร
  • Key Card Access ระยะไกล แบบ Easy Pass
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
  • ประตูรั้วโครงการแบบประตูเลื่อนไฟฟ้า แบบ Double Gate
  • สัญญาณกันขโมย ระบบ Magnetic Sensor ทุกหลัง

แบบบ้าน

โครงการ VENUE Flow แจ้งวัฒนะ เป็นโครงการบ้านเดี่ยว 2 ชั้นที่มีโปรดักส์ให้เลือก ดังนี้

  • PEONY : บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 50 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 170 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 5.59 ล้านบาท
  • PRIVET : บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 57 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 191 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 6.59 ล้านบาท
  • PERSIAN : บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 60 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 224 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 5 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 7.39 ล้านบาท

ตอนนี้โครงการมีเฉพาะบ้านตัวอย่างให้ชมกัน โดยเค้าขายในรูปแบบบ้านเปล่า ใช้โครงสร้างแบบ Precast จึงสามารถต่อเติมได้แต่มีข้อจำกัดในการทุบผนัง และติด Wallpaper มาให้ทั้งหลัง หน้าตาจะเป็นอย่างไรไปชมกันเลยค่ะ

เริ่มกันที่แบบ PRIVET : ที่ดินมาตรฐาน 57 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 191 ตร.ม. ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ จุดเด่นของแบบบ้านที่นี่เป็นบ้านหน้ากว้าง เปิดช่องแสงไว้หลายจุด ทำให้ตัวบ้านดูโปร่งเป็นพิเศษ เหมาะกับครอบครัวที่มีสมาชิก 3-4 คน แบบพ่อแม่ลูก หรือจะมีผู้สูงอายุมาเพิ่มก็อาศัยอยู่ร่วมกันได้

ชั้นล่าง มีการวางแปลนจะแบ่งพื้นที่ออกเป็นส่วนๆ ชัดเจน โดยวางพื้นที่ที่เป็น Living&Dining Area ไว้ตรงกลาง ส่วนโซน Service อย่างห้องครัว ห้องน้ำ บันได และห้องเก็บของจะอยู่ทางขวา แยกห้องนอนชั้นล่างเอาไว้คนละฝั่งกัน เพื่อให้เกิดความสงบ เหมาะกับการใช้เป็นห้องนอนมากขึ้น ส่วนครัวได้เป็นครัวเปิด หากบ้านไหนชอบอาหารที่มีกลิ่นและควันฟุ้งๆ ก็สามารถกั้นประตูเพิ่มเติมได้ลงตัวอยู่นะ

ส่วนชั้นบนมีทั้งหมด 3 ห้องนอน ซึ่งเค้าออกแบบพื้นที่ห้องนอนใหญ่มากว้างมาก มีห้องน้ำในตัว และจัดฟังก์ชันได้ครบ ส่วนห้องนอนลูกๆ อีก 2 ห้องก็มีพื้นที่ใช้สอยพอสมควร แต่ต้องแชร์ห้องน้ำร่วมกันค่ะ

ภาพรวมของการตกแต่งบ้านภายนอกออกมาในสไตล์ Nordic ที่มีดีเทลอย่างหลังคาทรงจั่วเข้ามาช่วยให้ดู Homey มากขึ้น โครงการเลือกใช้โทนสีขาว เทา ดู Classy เรียบๆ ซึ่งจะคุมโทนเป็นธีมเดียวกันทั้งโครงการ

พื้นที่จอดรถมีความกว้างพอสำหรับ 2 คัน แต่จะลงเสาเข็มเท่าตัวบ้านมาให้เฉพาะส่วนที่คลุมหลังคามานะคะ เราจึงแนะนำว่าหากมีการต่อเติมหลังคาที่จอดรถก็แนะนำให้ลงเสาเข็มเพิ่มอีกหน่อย

พื้นที่จอดรถมีความกว้างประมาณ 5.25 เมตร จอดรถ 2 คันได้สบาย ส่วนความลึกของพื้นที่จอดรถต้องขึ้นอยู่กับระยะห่างจากรั้วบ้าน ซึ่งทางเซลล์แจ้งว่าความลึกพอให้สามารถจอดใหญ่อย่างพวก SUV ได้นะคะ

บ้านหลังนี้จะไม่ได้มีประตูเข้าจากทางที่จอดรถแบบที่เราคุ้นเคยกันนะ แต่จะได้เป็นช่องหน้าต่างแทน ทำให้บ้านดูโปร่งขึ้น แต่เวลาที่ไปช้อปปิ้งซื้อของสดมาก็หิ้วของวนไปเข้าทางประตูหลังบ้านแทนนะ ซึ่งเค้าก็วางตำแหน่งครัวให้อยู่ด้านหลังที่จอดรถนี่เอง

เนื่องจาก VENUE Flow เป็นบ้านเดี่ยวจึงมีสวนรอบบ้านให้ได้ปลูกต้นไม้กันด้วย พื้นที่รอบบ้านมีระยะ Set Back เริ่มต้นประมาณ 2 เมตร ตามกฎหมาย ซึ่งโครงการจะปลูกต้นไม้ไว้ให้ ทั้งเป็นไม้พุ่มตามแนวรั้ว ส่วนต้นไม้ใหญ่จะได้เป็นต้นพวงชมพู 1 ต้น และปูหญ้ารอบบ้านให้ค่ะ

พื้นที่หน้าบ้านของที่นี่มี Gimmick เป็นเฉลียงยาวๆ ให้วางตู้เก็บรองเท้าและเก้าอี้สำหรับนั่งใส่รองเท้าได้สะดวก

ประตูหน้าบ้านจะเป็นบานเลื่อนกระจก กรอบอลูมิเนียมตามมาตรฐาน มีตัวล็อก 2 จุดคือที่มือจับ และมีตัวล็อกก้นหอยระหว่างบานประตูเพิ่มมาให้ด้วย ส่วนพื้นบ้านจะยกระดับขึ้นจากเฉลียงขึ้นอีกนิดนึง ช่วยลดฝุ่นที่ปลิวเข้าบ้านได้บ้างนะ

เข้ามาด้านในจะเป็นพื้นที่โล่งๆ สูง 2.6 เมตร เชื่อมต่อ Living&Dining Area เข้าด้วยกัน ซึ่งเจ้าของบ้านสามารถออกแบบจัดวางเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ได้ตามใจชอบ

Living Area มีตำแหน่งอยู่หน้าบ้านเลยนะคะ พื้นที่ตรงนี้วางชุดโซฟาขนาดประมาณ 3-4 ที่นั่งได้ลงตัว มีระยะดูทีวีพอให้สามารถติดทีวีขนาดใหญ่แบบ 60 นิ้วขึ้นไปได้ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ของแต่ละครอบครัวนะ

ถัดเข้าไปเป็นพื้นที่รับประทานอาหาร สามารถตั้งโต๊ะทานอาหารแบบ 6 ที่นั่งได้แบบไม่อึดอัด ซึ่งจะได้แสงธรรมชาติผ่านหน้าต่างบานใหญ่จากด้านหลังบ้าน

ในบ้านตัวอย่างเค้าจัดเก้าอี้ส่วนหนึ่งไว้เป็น Built-in จึงช่วยประหยัดพื้นที่ในการใช้งานได้ดี กว่าชุดโต๊ะแบบลอยตัวทั้งหมดนะคะ

จากโต๊ะทานอาหารจะเชื่อมต่อกับพื้นที่ครัว ซึ่งเราสามารถทำเคาน์เตอร์บาร์เก๋ๆ กั้นพื้นที่ให้ดูเป็นสัดส่วนขึ้นได้

ครัวที่ให้มาเป็นครัวเปิด หากใครต้องการครัวปิดที่ทำอาหารได้จริงจังก็สามารถกั้นผนังเพิ่มได้ลงตัว ซึ่งภายในห้องก็มีหน้าต่างและประตูหลังบ้านให้เปิดระบายอากาศด้วย

ภายในห้องครัวมีพื้นที่สำหรับวางเคาน์เตอร์ครัวตัว L แบบในบ้านตัวอย่างได้ แต่จะไม่ได้ให้เคาน์เตอร์ครัวมานะคะ จะได้เป็นห้องเปล่าที่เดินท่อน้ำและระบบไฟรอไว้

พื้นที่ซักล้างหลังบ้านจะถูกลดระดับลงไปจากพื้นห้องครัว เพื่อให้น้ำจากลานซักล้างไม่ไหลเข้าไปในตัวบ้านค่ะ บริเวณที่เชื่อมกับประตูหลังบ้านเป็นลานซักล้างที่ลงเสาเข็ม 6 เมตร และเทปูนไว้ให้ตามแบบในบ้านตัวอย่าง

สำหรับห้องนอนในชั้นล่างวางตำแหน่งอยู่ติดกับโต๊ะทานข้าวอีกฝั่งหนึ่ง จึงอาจจะลดทอนความเป็นส่วนตัวไปบ้างแต่ก็เป็นตำแหน่งที่เชื่อมกับสวนรอบบ้านได้

พื้นห้องนอนชั้นล่างจะถูกเปลี่ยนให้ดู Homey ขึ้นด้วยไม้ลามิเนต

ขนาดพื้นที่ใช้สอยในห้องเรามองว่ามีพื้นที่กว้างพอสมควรให้จัดเป็นห้องนอนหรือห้องอเนกประสงค์ก็ได้ จุดเด่นของห้องนี้คือได้ช่องแสงมารอบด้านเลย

ส่วนที่เราชอบคือเค้ามีประตูบานเลื่อนกระจกให้เปิดออกไปสวนรอบบ้านด้วย

บ้านตัวอย่างเค้าจัดสวนมาให้ดูเป็นตัวอย่างนะคะ โดยทำเป็นเฉลียงที่มีหลังคาคลุมเพิ่มขึ้นมา ห้องอเนกประสงค์ชั้นล่างจึงเป็นห้องที่ Connect กับสวนด้วย จึงเหมาะกับการเป็นห้องนอนผู้สูงอายุซะเหลือเกิน แต่ไม่มีห้องน้ำในตัวนะ ต้องแชร์กันใช้กับพื้นที่ส่วนกลางค่ะ

ห้องน้ำที่ชั้นล่างออกแบบให้มีฟังก์ครบ มีพื้นที่อาบน้ำมาเป็นสัดส่วน และมีหน้าต่างเปิดระบายอากาศได้

สุขภัณฑ์หลักๆ จะได้ของ COTTO มาพร้อมกระจกบานใหญ่เต็มบานและมี Low Wall ด้านหลังอ่างล้างมือให้วางของได้ตลอดแนว

โถสุขภัณฑ์ห้องนี้จะได้ของ COTTO เป็นแบบ 2 ชิ้นค่ะ

ส่วนพื้นที่อาบน้ำจะลดระดับลงจากพื้นที่ส่วนแห้งแต่ไม่ได้ติดฉากกั้นมาให้ หากบ้านไหนใช้งานเป็นประจำคงต้องติดเพิ่ม โครงการติดฝักบัวมาให้เรียบร้อยและมีช่องวางของเอาไว้ให้วางอุปกรณ์อาบน้ำต่างๆ ด้วยค่ะ

ต่อไปจะพาขึ้นไปชมชั้น 2 โดยตำแหน่งของบันไดจะอยู่ด้านหน้าบ้านในส่วนที่ติดกับที่จอดรถ จึงได้แสงจากหน้าต่างบานใหญ่ทำให้บรรยากาศดูโปร่ง ส่วนพื้นที่ใต้บันไดเค้าทำไว้เป็นห้องเก็บของ ซึ่งมีขนาดใหญ่ ใช้เก็บของชิ้นเบิ้มๆ อย่างกระเป๋ากอล์ฟ กระเป๋าเดินทางได้สบาย

ตัวบันไดเป็นโครงคอนกรีตเสริมเหล็กปูพื้นด้วยไม้เนื้อแข็ง เป็นสเปกมาตรฐานของบ้านระดับราคานี้

บันไดจะมีราวกันตกอยู่ตลอด แม้ตัวราวจับด้านบนจะไม่ได้เชื่อมต่อกันโดยตรงแต่ถือว่าดีที่ให้มาตลอดแนว วัสดุเป็นลูกกรงเหล็กทาสีดำ มือจับเป็นไม้สำเร็จรูป และมีช่องแสงอยู่ตรงกลางโถงบันได ทำให้ตัวโถงบันไดไม่มืดจนเกินไป ซึ่งหน้าต่างนี้มีบานกระทุ้งให้เปิดระบายอากาศได้ด้วย

ลักษณะบันไดถูกออกแบบไว้ให้ประหยัดพื้นที่ ทำให้ชานพักต้องซอยขั้นเพิ่มจะไม่ได้เป็นสี่เหลี่ยมตามที่ควรจะเป็นทั้งหมด เวลาใช้งานเดินขึ้นลงต้องระวังหน่อยนะคะ

ห้องนอนใหญ่ของบ้านนี้จะได้พื้นที่ขนาดใหญ่ทางฝั่งซ้ายของตัวบ้านทั้งหมด ส่วนห้องนอนอีก 2 ห้องจะได้พื้นที่โซนขวา ซึ่งต้องแชร์ห้องน้ำส่วนกลางร่วมกัน

ฝ้าในชั้นนี้มีความสูง 2.8 ม. สูงกว่าชั้นล่างเล็กน้อย วัสดุพื้นชั้นบนจะได้เป็นพื้นลามิเนตพร้อมบัวไม้ตกแต่งเพิ่มความเรียบร้อยสวยงาม

ห้องนอน 2 เป็นห้องนอนที่มีตำแหน่งอยู่ฝั่งหน้าบ้าน ถึงจะเป็นห้องนอนเล็กแต่ก็มีพื้นที่ให้จัดฟังก์ชันได้ครบ หากเลือกวางเตียงเดี่ยวแบบในบ้านตัวอย่างก็มีพื้นที่เหลือพอสำหรับจัดเป็นมุมทำงาน มุมแต่งตัวได้

ห้องนอนนี้เรียกได้ว่ามีพื้นที่ใช้สอยพอให้ใช้งานได้ตั้งแต่เล็กจนโตนะคะ

ห้องนอน 3 จะมีพื้นที่พอๆ กับห้องนอน 2 แต่จะได้ตำแหน่งทางฝั่งหลังบ้าน ห้องนี้จะได้หน้าต่างบานเล็กลงมาหน่อยเพื่อความเป็นส่วนตัวในการอยู่ศัย แต่ก็ยังจัดฟังก์ชันได้ครบเช่นเดียวกับห้องแรกนะคะ

สำหรับห้องน้ำส่วนกลางบนชั้นนี้มีพื้นที่กว้างกว่าชั้นล่าง ใช้งานได้สะดวกกว่า ให้สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ต่างๆ ของ COTTO มาครบ ขาดแค่ติดฉากกั้นอาบน้ำเพิ่มสักหน่อยก็ใช้งานได้ลงตัวแล้วค่ะ

เรามองว่าการออกแบบของบ้านนี้ให้ความสำคัญกับห้องนอนใหญ่มากเลย เพราะห้องนอนใหญ่ของบ้านนี้จะได้พื้นที่ในส่วนหน้าบ้านทั้งหมด นอกจากพื้นที่วางเตียง, Walk-in Closet และห้องน้ำในตัวแล้ว ยังมี Living Area เป็นส่วนตัวให้คุณพ่อคุณแม่ด้วย

พื้นที่ภายในห้องนี้สามารถวางเตียงขนาด 6 ฟุตได้เลยนะคะ และยังเหลือพื้นที่ข้างเตียงให้วางโต๊ะหัวเตียงได้ทั้ง 2 ฝั่ง ปลายเตียงมีพื้นที่สำหรับชั้นวางทีวี

ช่องแสงในห้องนอนเป็นประตูบานเลื่อนกระจกขนาดใหญ่ที่เปิดออกไประเบียงได้ จึงสามารถเปิดรับลมได้โดยแท้จริง

พื้นที่ระเบียงไม่ได้กว้างพอสมควรให้ออกไปยืนรับลม ชมวิว หรือวางกระถางต้นไม้ได้

Living Area ในห้องนอนเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ที่สามารถจัดเป็นมุมทำงานก็ได้ ตอบโจทย์ช่วงเวลาที่คุณพ่อคุณแม่ต้องการพักผ่อนแบบเป็นส่วนตัว

ด้านในสุดของห้องเป็นทางเดินเข้าไปห้องน้ำ ซึ่งทางเดินนี้มีความกว้างเพียงพอให้ Built-in ตู้เสื้อผ้าได้ยาวตลอดแนว

ด้านในสุดมีหน้าต่างให้เปิดรับแสงธรรมชาติเข้ามา จึงเหมาะจะวางโต๊ะเครื่องแป้งไว้ที่มุมนี้ เพราะสาวๆ จะได้แสงธรรมชาติที่เหมาะกับการแต่งหน้าด้วยค่ะ

ห้องน้ำในห้องนอนใหญ่มีฟังก์ครบเช่นเดียวกับห้องน้ำอื่นๆ ในบ้าน แต่จะได้พื้นที่ใช้สอยกว้างสุด ใช้งานสบายๆ

พื้นที่อาบน้ำอยู่ติดกับหน้าต่างจึงระบายความชื้นได้สะดวก ขาดแค่ติดฉากกั้นอาบน้ำก็ใช้งานได้สะดวกแล้วค่ะ

โครงการติดตั้งระบบสัญญาณกันขโมยแบบ Magnetic Sensor ที่หน้าต่างและประตู ทั้งหลัง ถือว่าเป็นสเปกที่ดีสำหรับบ้านระดับราคานี้เลยนะคะ

เราขยับมาดูแบบบ้านที่ใหญ่ขึ้นอย่าง PERSIAN มีราคาเพิ่มขึ้นจากบ้านไซส์กลางประมาณ 8 แสนบาท ได้ที่ดินใหญ่ขึ้นมาอีกนิดหน่อยกับพื้นที่ใช้สอย 224 ตร.ม. ฟังก์ชันที่เพิ่มขึ้นมาของบ้านหลังนี้คือ Double Living ที่ชั้นล่าง ซึ่งสามารถกั้นเป็นห้องนอนเพิ่มได้อีก 1 ห้อง Max สุดคือมีห้องนอนได้ถึง 5 ห้องเลยทีเดียว และมี Relax Area ที่ชั้นบนอีก 1 ตำแหน่งด้วย บ้านหลังนี้จึงเหมาะกับครอบครัวใหญ่ 4 – 6 คน ที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ มีมุมนั่งเล่นหลายตำแหน่งค่ะ

ตัวบ้านเป็นบ้านหน้ากว้าง สร้างเต็มพื้นที่ตามสไตล์ของ SC เค้าหล่ะ สไตล์บ้านเป็น Nordic ที่มีดีเทลน่ารักๆ อย่างหลังคาทรงจั่ว แต่ก็ยังคุมโทนสีให้ดูคลาสสิคด้วยสีขาวเทา

เนื่องจากหน้าบ้านที่มีความกว้างมากขึ้นก็ทำให้พื้นที่เฉลียงหน้าบ้านกว้าง + ลึกขึ้นไปด้วย เราจึงใช้งานสะดวกและมีพื้นที่วางเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ขึ้นได้

แบบบ้านนี้สามารถจอดรถในร่มได้ 2 คันเช่นเดียวกับหลังแรก แต่ประตูหน้าบ้านของหลังนี้จะมี 2 ทางคือ จากทางที่จอดรถและจากประตูหลักหน้าบ้าน

ซึ่งประตูบ้านทางที่จอดรถจะติด Digital Door Lock ไว้ให้ด้วยค่ะ

Common Area ของบ้านแปลนนี้จะพิเศษกว่า Type อื่นตรงที่ได้มาเป็นตัว L เชื่อมระหว่างพื้นที่นั่งเล่น พื้นที่รับประทานอาหารและพื้นที่อเนกประสงค์ โดยโซนนี้จะโปร่งโล่งมาก เพราะมีหน้าต่างและประตูกระจกต่อเนื่องตลอด เรียกได้ว่าชมวิวสวนได้จากทุกมุมเลย

โซนนั่งเล่นหน้าบ้านมีพื้นที่พอให้วางชุดโซฟาขนาด 3 – 4 ที่นั่งได้พอดีๆ หรือหากมีสมาชิกครอบครัวมากกว่านี้ ก็มีโซนอื่นให้จัดเป็นมุมนั่งเล่นกันได้อีกหลายมุมนะคะ

ถัดเข้ามาด้านในเป็นพื้นที่วางโต๊ะทานอาหารขนาดใหญ่แบบ 6-7 ที่นั่ง ด้านหลังมีช่องแสงที่เปิดรับวิวหลังบ้าน หากนั่งทานอาหารช่วงกลางวันจะร้อนสักนิด ต้องติดม่านช่วยนะคะ ซึ่งประตูบานเลื่อนหลังบ้านเป็นบานกระจกจึงเปิดให้เห็นสวนด้านนอก ช่วยสร้างบรรยากาศได้ดี และยังสามารถเปิดระบายอากาศได้ด้วย

ติดกับโต๊ะทานอาหารมีพื้นที่สำหรับทำ Pantry ครัวฝรั่งด้วย เผื่อยามเช้าอยากปิ้งขนมปังง่ายๆ ก็ทำที่มุมนี้ได้ สะดวกดี ไม่ต้องเดินไปถึงครัวใหญ่ค่ะ

อย่างที่บอกไปว่า Living Area ของบ้านนี้จะได้เป็นตัว L ซึ่งส่วนที่เพิ่มมาคือพื้นที่อเนกประสงค์ด้านหลังประตูค่ะ แต่บ้านจริงจะไม่ได้มีประตูกั้นมาให้นะ

พื้นที่อเนกประสงค์เป็นห้องที่โปร่งที่สุดในบ้านเลย เพราะล้อมรอบด้วยกระจกเกือบทุกด้าน เปิดวิวให้เห็นสวนรอบบ้านแบบเต็มที่ และลมยังผ่านได้ดีอีกด้วย

เรามองว่าพื้นที่ตรงนี้เหมาะจะใช้ทำงานอดิเรก ที่ไม่ได้ต้องการความเป็นส่วนตัวนัก แต่ต้องการเห็นวิวต้นไม้รอบบ้านเสียมากกว่า หรือหากครอบครัวไหนมีผู้สูงอายุก็สามารถกั้นเป็นห้องนอนเพิ่มอีกห้องหนึ่งก็ได้ แต่ถ้าต้องการความเป็นส่วนตัวในห้องนอนก็ต้องอาศัยม่านช่วยค่ะ

ประตูกระจกฝั่งหนึ่งจะเชื่อมกับพื้นที่สวนหน้าบ้าน

บ้านตัวอย่างได้ลองจัดพื้นที่เฉลียงมาให้ดู พอจัดเป็นที่นั่งเล่นในสวนก็น่าใช้งานดี หากมีการแต่งสวนให้สวยๆ คงจะกลายเป็นมุมโปรดของคนในบ้านเลยทีเดียว และก็จะเป็นวิวดีๆ ให้กับพื้นที่อเนกประสงค์ด้วยค่ะ

ด้านหลังจะมีประตูกระจกบานเลื่อนอีกชุดหนึ่งที่เชื่อมออกไปฝั่งหลังบ้าน

พื้นที่หลังบ้านที่ก็มีความกว้างพอให้ทำเป็นเฉลียงนั่งเล่นได้เช่นกัน บ้านหลังนี้จึงมีหลายมุมให้ต่อเติมเพิ่มเป็นพื้นที่นั่งเล่นได้

อีกฝั่งหนึ่งของตัวบ้านจะเป็น Corridor ยาวเชื่อมไปยังห้องนอนชั้นล่าง (ห้องนอน 4), ห้องน้ำ, ประตูฝั่งที่จอดรถ, บันได และห้องครัว

ห้องนอนชั้นล่างเป็นห้องที่สามารถจัดเป็นห้องนอนผู้สูงอายุได้อีกหนึ่งห้อง ซึ่งห้องนี้เหมาะจะทำเป็นห้องนอนผู้สูงอายุมากกว่าพื้นที่อเนกประสงค์เมื่อสักครู่ เพราะได้ความเป็นส่วนตัวมากกว่า และการเลือกใช้พื้นก็เป็นไม้ลามิเนต จึงให้อารมณ์ที่ Homey ขึ้น แต่ขนาดจะกะทัดรัดหน่อย บ้านไหนที่ไม่ผู้สูงอายุก็สามารถจัดเป็นห้องนั่งเล่น / ห้องดูหนัง หรือห้องทำงานได้สบายๆ เลยค่ะ

ห้องนี้มีดีเทลเก๋ๆ อย่างหน้าต่างบานสูงที่เปิดให้เห็นบรรยากาศภายในห้องนอนชั้นล่างได้ จากบริเวณโซนนั่งเล่น

สำหรับห้องน้ำที่ได้จะติดตั้งสุขภัณฑ์และอุปกรณ์มาครบถ้วนตามบ้านตัวอย่าง แบ่งโซนอาบน้ำมาเป็นสัดส่วน รองรับห้องนอนที่ชั้น 1

มีเฉพาะห้องครัวของบ้านแปลนนี้ที่ได้เป็นครัวปิดมาเลย มีประตูบานเลื่อนติดตั้งให้เรียบร้อย ใช้งานได้จริงจัง

ภายในห้องครัวที่ได้จริงจะเป็นห้องเปล่าที่เดินท่อน้ำ ระบบไฟรอไว้ให้ ห้องนี้มีทั้งหน้าต่างและประตูทางด้านหลังบ้าน ทำให้เวลาปิดหน้าต่างทั้งหมดแล้วอากาศจะระบายได้ดีเลยนะคะ

บันไดขึ้นชั้น 2 เป็นคอนกรีตเสริมเหล็กเช่นเดียวกับบ้านแบบแรก ซึ่งมีขนาดทางขึ้นลงและลูกตั้ง ลูกนอน ได้มาตรฐาน

ชานพักของบ้านนี้ก็ได้เป็นขั้นสี่เหลี่ยมแบบที่ควรจะเป็น ใช้งานได้สะดวกค่ะ

หน้าต่างบริเวณบันไดก็ยังเป็นช่องแสงขนาดใหญ่ที่ทำให้บริเวณนี้ได้แสงธรรมชาติ ช่วงกลางวันนี่แทบไม่ต้องเปิดไฟได้เลย และยังมีบานหน้าต่างที่เป็นบานกระทุ้ง ทำให้สามารถเปิดระบายอากาศได้ด้วยค่ะ

ขึ้นมาที่ชั้น 2 ส่วนแรกที่เราเห็นคือ Relax Area ด้านบน ซึ่งมุมนี้จะจัดให้เป็นพื้นที่นั่งเล่น หรือมุมทำงาน/ทำการบ้านของเด็กๆ ก็ได้ ส่วนห้องที่อยู่ติดกันเป็นตำแหน่งของห้องนอนใหญ่ค่ะ

เรามองว่า Relax Area ที่ชั้นบนนี้เป็นฟังก์ชันที่เหมาะกับครอบครัวใหญ่ เพราะถ้ามีมุมนั่งเล่นหลายๆ จุด สมาชิกในบ้านก็จะมีมุมพักผ่อนหลากหลาย ไว้ทำการบ้าน ดูหนัง เล่นเกมส์ โดยที่ไม่ต้องเข้าไปห้องส่วนตัว เปิดโอกาสให้สมาชิกมีปฎิสัมพันธ์กันได้มากขึ้น

ห้องนอนใหญ่ของบ้าน Type นี้ ได้พื้นที่ใหญ่แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย และมีช่องแสงตลอดแนวของห้องเลยนะ

ภายในห้องมีพื้นที่ให้วางเตียงขนาด 6 ฟุตได้สบาย ปลายเตียงมีพื้นที่สำหรับทำชั้นวางทีวี และติดกับประตูระเบียง จึงนอนชมวิวภายนอกได้ แต่ถ้าฝั่งตรงข้ามเป็นบ้านพักอาศัยก็อาจเสียความเป็นส่วนตัวไปได้เหมือนกันนะคะ

ระเบียงในห้องนี้มีความกว้างให้ออกไปใช้งานได้อย่างแท้จริง หากใครเลือกบ้านติดสวน ก็สามารถเอาเก้าอี้มาวางไว้นั่งชมวิวได้

ฟังก์ชันอื่นๆภายใน Master Bedroom ก็ได้มาเป็นสัดส่วน ทั้งมุมนั่งเล่น และ Walk-in Closet เลย

มุมนั่งเล่นในห้องนอนมีพื้นที่ให้วางโซฟาขนาด 2 ที่นั่ง เป็นมุมพักผ่อนของคุณพ่อคุณแม่ในเวลาที่ต้องการความเป็นส่วนตัว หรือจะเพิ่มโต๊ะทำงานในโซนนี้ก็ยังมีพื้นที่พอให้ทำได้นะคะ

สำหรับ Walk-in Closet ในห้องนี้จะได้พื้นที่เยอะทีเดียว เราคิดว่าเพียงพอต่อสำหรับคน 2 คนเลยค่ะ และมีพื้นที่ให้วางโต๊ะเครื่องแป้งได้ครบถ้วน แต่เสียดายนิดเดียวที่พื้นที่บริเวณนี้ไม่มีหน้าต่าง จึงต้องอาศัยแสงไฟแทนค่ะ

โซนแต่งตัวนี้จะอยู่หน้าทางเข้าห้องน้ำเลย จึงใช้งานต่อเนื่องกันได้สะดวก

ห้องน้ำในตัวของ Master Bedroom ก็จะมีฟังก์ชันที่ครบ ได้สเปกวัสดุที่เหมือนๆ กับห้องน้ำชั้นล่างและมีขนาดพอๆ กันค่ะ

พื้นที่อีกฝั่งหนึ่งบนชั้น 2 นี้จะมีโถงทางเดินเชื่อมไปห้องต่างๆ ทั้งห้องนอน 2 และ 3 ซึ่งต้องแชร์ห้องน้ำส่วนกลางร่วมกัน

ห้องน้ำส่วนกลางบนชั้น 2 จัดพื้นที่และติดตั้งสุขภัณฑ์ไว้เหมือนห้องน้ำอื่นๆ จะมีส่วนที่แตกต่างกันบ้างก็ตรงสีกระเบื้องที่เลือกใช้เท่านั้น

มาดูห้องนอน 2 ที่อยู่ทางฝั่งหลังบ้านกันต่อค่ะ เข้ามาในห้องความรู้สึกแรกคือห้องโปร่งดีนะคะ เพราะจะได้หน้าต่างทั้ง 2 ฝั่ง มีพื้นที่กว้างพอสมควรให้วางเฟอร์นิเจอร์ ต่างๆ ได้ครบ ในห้องนี้หากวางเตียงขนาด 3.5 ฟุต ก็จะเหลือพื้นที่ด้านข้างให้วางโต๊ะหัวเตียงได้ทั้ง 2 ฝั่ง หรือจะวางเป็นเตียง 5 ฟุต ก็มีพื้นที่เพียงพอ

สำหรับห้องนอน 3 จะเป็นห้องที่อยู่ทางด้านหน้าบ้าน โครงการวางเตียงเดี่ยว 2 เตียงไว้ให้ดูเป็นตัวอย่าง ทำให้เห็นว่าพื้นที่ใช้สอยของห้องนี้เยอะทีเดียว

และยังมีพื้นที่บริเวณหน้าประตูให้ Built-in เป็นตู้เสื้อผ้า ตู้เก็บของได้ตลอดแนวกำแพงเลยด้วยค่ะ

ปิดท้ายกันด้วยแบบ PEONY : บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 50 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 170 ตร.ม. เป็นบ้านไซส์เริ่มต้นของโครงการ ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ รองรับครอบครัวขนาดกลางที่มีสมาชิก 3-4 คนแบบพ่อแม่ลูก จะไม่ได้มีห้องนอนผู้สูงอายุที่ชั้นล่าง แต่ก็มีราคาถูกกว่าแบบอื่นเลยเริ่มต้น 5.59 ล้านบาทค่ะ

หน้าตาบ้านแบบ PEONY คุมโทนมาในสไตล์เดียวกันทั้งโครงการค่ะ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

ราคา

09 December 2020

  • PEONY : บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 50 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 170 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 5.59 ล้านบาท
  • PRIVET : บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 57 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 191 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 6.59 ล้านบาท
  • PERSIAN : บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 60 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 224 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 5 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 7.39 ล้านบาท
  • จองและทำสัญญา 100,000 บาท
  • ค่าส่วนกลาง 31 บาท/ตร.วา/เดือน จัดเก็บล่วงหน้า 2 ปี
  • ค่าจดจำนอง ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
  • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ซื้อแล้วผู้ขายชำระฝ่ายละครึ่ง

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ

บทสรุป

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง : โครงการตั้งอยู่ในซอยหอการค้าไทยที่เชื่อมระหว่างถนนชัยพฤกษ์ และถนนสะพานนนทบุรี-บางบัวทอง (345) โดยถนนชัยพฤกษ์สามารถเดินทางไปยังถนนราชพฤกษ์, ถนนกาญจนาภิเษก, ถนนแจ้งวัฒนะได้ง่าย อีกทั้งยังมีทางพิเศษศรีรัช (แจ้งวัฒนะ-พระราม9) ทำให้ช่วยเข้าเมืองได้สะดวกขึ้น ส่วนถนนสะพานนนทบุรี-บางบัวทอง (345) เป็นถนนที่เชื่อมต่อถนนบางบัวทองและรังสิต จึงเดินทางออกเมืองได้สะดวก

ความอุดมสมบูรณ์รอบๆ ภายในซอยหอการค้าไทย จะก็มีร้าน 7-11, ตลาดนัด, ร้านค้าและร้านอาหารให้พึ่งพิงได้ แต่ไม่เยอะนัก เพราะความคึกคักของทำเลนี้จะเกาะอยู่ตามถนนหลักทั้งทางถนนสะพานนนทบุรี-บางบัวทอง, ถนนชัยพฤกษ์, ถนนราชพฤกษ์ และถนนกาญจนาภิเษก จึงต้องอาศัยรถยนต์ในการเดินทางไปช้อปปิ้งนะคะ

ความปลอดภัยในโครงการและตัวบ้าน : ระบบรักษาความปลอดภัยนับเป็นจุดเด่นของโครงการนี้เลย เพราะที่นี่เค้าให้เป็น Double Gate ถือว่าดีทีเดียวสำหรับโครงการราคานี้ และประตูโครงการจะได้เป็นบานเลื่อนไฟฟ้าด้วย เข้าออกด้วยระบบ Easy Pass แบบทางด่วน จึงเข้า-ออกได้สะดวก รั้วรอบโครงการสูง 2.8 เมตรและต่อรั้วเหล็กแหลมเพิ่ม พร้อมติดกล้อง CCTV ส่วนที่ตัวบ้านจะติดตั้ง Magnetic Sensor มาให้ที่ประตู หน้าต่างทั้งหลัง

การออกแบบโครงการและพื้นที่ใช้สอย : จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งคือ การออกแบบพื้นที่ส่วนกลางมาให้น่าใช้งาน อย่าง Clubhouse ก็มีขนาดใหญ่ จัดมาหลายฟังก์ชัน ทั้งส่วนกลางและตัวบ้านได้แรงบันดาลใจมาให้เกิดความใกล้ชิดธรรมชาติ ซึ่งหากใครให้ความสำคัญกับเรื่องของบรรยากาศในโครงการและพื้นที่ส่วนกลางที่ร่มรื่นแล้ว ที่นี่ก็นับเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ

ส่วนกลางของโครงการแบ่งออกมาเป็น 2 ตำแหน่ง ไว้ด้านหน้าโครงการจุดนึงที่จัดเป็น Clubhouse + สวนสาธารณะ 1 ไร่ ใช้รับรองแขกได้สะดวก ส่วนสวนสาธารณะอีกจุดนึงมีขนาด 1 ไร่เช่นกัน แต่ถูกจัดวางไว้ด้านใน ให้ลูกบ้านทุกโซนในโครงการมีพื้นที่ส่วนกลางให้ใช้งานได้ใกล้ๆ

การออกแบบบ้านของที่นี่เป็นบ้านหน้ากว้าง วางเต็มที่ดิน ไม่ได้เน้นพื้นที่สวนเยอะ (ยกเว้นหลังมุม) แต่ที่นี่จะไม่ได้บ้านไซส์เล็กๆ มาให้เลือก แบบเริ่มต้นก็มีพื้นที่ใช้สอยถึง 170 ตร.ม. แล้ว ราคาเริ่มต้นของโครงการจึงมาที่ 5 ล้านปลายๆ มีให้เลือก 3 แบบ รองรับครอบครัวที่มีสมาชิก 3 – 6 คน รวมถึงมีแบบที่รองรับครอบครัวที่มีผู้สูงอายุด้วยค่ะ

วัสดุ : วัสดุของโครงการถือว่าให้มาตามมาตรฐานของระดับราคา มีความเหมาะสมกับการใช้งานในแต่ละจุด โครงการขายแบบบ้านเปล่าจึงต้องมาจัดบ้านตกแต่งภายในเอง และมีบางส่วนที่ต้องชมว่าให้มาดีอยู่นะ ได้แก่ เสาเข็มในส่วนของพื้นที่จอดรถหน้าบ้าน (บริเวณที่มีหลังคาคลุม) ที่ให้มาลึกเท่าตัวบ้านเลย แต่ส่วนที่เกินหลังคาก็แนะนำให้ลงเสาเข็มเพิ่มนะคะ และโครงการยังลงเสาเข็มสั้น 6 เมตร ในส่วนของลานซักล้างหลังบ้านด้วย ช่วยชะลอการทรุดตัวได้บ้างเหมือนกันค่ะ

พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ : บรรยากาศในโครงการออกแบบมาได้ร่มรื่น ใกล้ชิดกับธรรมชาติเป็นหลัก เราจึงเห็นว่าเค้าลงต้นไม้ใหญ่ไว้เยอะทีเดียว รวมถึงการแทรกต้นไม้และพื้นที่สีเขียวไว้ในอาคาร Clubhouse ทำให้ดูน่าใช้งานทีเดียว แต่อยากให้มีไม้พุ่มบังสายตาบริเวณสระว่ายน้ำเพิ่มสักนิด เผื่อสาวๆ ขี้อายจะได้ว่ายน้ำอย่างเป็นส่วนตัวขึ้นค่ะ

สาธารณูปโภค : นอกจากฟังก์ชันที่มีมาให้ครบตามมาตรฐาน ได้แก่ สระว่ายน้ำที่ยาวถึง 27 เมตร, Clubhouse, Fitness, สวนสาธารณะ ยังมี Kids room และ Sky Garden เพิ่มขึ้นมา แลกมากับค่าส่วนกลาง 31 บาท/ตร.วา ถือว่าไม่แพงเลยเมื่อเทียบกับ Facilities ที่ให้กับโครงการขนาดกลางแบบนี้

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 40%, ความปลอดภัย 15%, การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 15%, วัสดุ 10%, พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 10%,  และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับแพคเกจ 5.59 – 7.39 ล้านบาท, 9 December 2020

  • ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 7.5/10 – ต้องเข้าซอย ทำเลเงียบสงบ เดินทางสะดวก
  • ความปลอดภัย 8/10 – ประตูบานเลื่อนอัตโนมัติ, Double Gate, ใช้ระบบ Easy Pass เข้า-ออก, ระบบกันขโมย Magnetic Sensor ทั้งหลัง
  • การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 8.5/10 – บ้านหน้ากว้าง ช่องแสงเยอะ เน้นพื้นที่ใช้สอย
  • วัสดุ 7.75/10 – ตามมาตรฐานของระดับราคาและเหมาะสมกับการใช้งาน
  • พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 9/10 – ออกแบบ Clubhouse และ Landscape ได้น่าใช้งาน บรรยากาศร่มรื่น
  • สาธารณูปโภค 9/10 – ให้ Facilities มาเยอะและหลากหลาย
  • 8.05 / 10.00

BOTTOM LINE

โครงการ VENUE Flow แจ้งวัฒนะ เหมาะกับคนที่มองหาบ้านในย่านนนทบุรี ที่ยังเข้า-ออกเมืองสะดวก เน้นใช้รถส่วนตัว มองหาโครงการขนาดกลางที่ให้ความสำคัญกับเรื่องระบบรักษาความปลอดภัย, Facilities และบรรยากาศภายในโครงการ เน้นพื้นที่ใช้สอยในตัวบ้านกว้างๆ ชอบบ้านช่องแสงเยอะ มีงบประมาณตั้งแต่ 5.59 ล้านขึ้นไปถึงประมาณ 8 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนต่อเดือน 40,000 บาทขึ้นไป


ThinkofLiving มี LINE Official Account แล้วนะคะ
ไม่อยากพลาดข้อมูลข่าวสารก็ Add เลย > https://lin.ee/svACOxc