รีวิวฉบับที่ 2052 …  วันนี้ได้มีโอกาสมารีวิวบ้านแฝดกับโครงการ Trendy Tara บางนา จากธารารมณ์เอสเตท เหมาะกับคนที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยในบ้านเยอะ แต่ไม่ได้ต้องการพื้นที่รอบบ้านมากนัก การออกแบบโดดเด่นด้วยช่องแสงขนาดใหญ่ บ้านดูโปร่งโล่ง ในซอยเดียวกับตลาดบางโฉลง เข้า-ออกได้ทั้งทางถนนบางนา-ตราด และเทพารักษ์ ในราคาเริ่มต้น 4.19 ล้านบาท

 

ข้อมูลโครงการ

11 March 2020

  • Trendy Tara Bangna (เทรนดี้ ธารา บางนา)
  • บริษัท ธารารมณ์เอสเตท จำกัด
  • MAIN-UPPER CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment บ้านได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่: เขตบางพลี
  • เนื้อที่โครงการ 28-3-69.3 ไร่ จำนวน 164 ยูนิต
  • บ้านแฝด 2 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 43 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 180 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 5.87 ล้านบาท
  • บ้านแฝด 2 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 40 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 151 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 5.23 ล้านบาท
  • บ้านแฝด 2 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 35 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 125 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 2 ห้องน้ำ / 1 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 4.19 ล้านบาท
  • ความสูงจากพื้นถึงฝ้าชั้น 1 – 2.60 เมตร / ชั้น 2 – 2.60 เมตร
  • ที่ดินเพิ่มลดตารางวาละ 100,000 บาท
  • โครงการเริ่มก่อสร้าง ปี 2562
  • คาดว่าแล้วเสร็จทั้งโครงการ n/a
  • เว็บไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร  : 02-117-4343

ทำเลที่ตั้ง

พิกัด Google Maps : 13.605025, 100.744640
หรือสามารถ :  คลิกที่นี่

จากแผนที่ของโครงการตำแหน่งที่ตั้งของโครงการตั้งอยู่ในซอยอดุลย์ศาสนการ ซึ่งเข้ามาจากถนนบางนา-ตราด ประมาณ 1.4 Km. และเป็นซอยที่มีทางเชื่อมไปออกถนนเทพารักษ์ได้ด้วย

โครงการ Trendy Tara บางนา ตั้งอยู่ในช่วงถนนบางนา-ตราด กม. 16 บริเวณนี้จะเลยแหล่งกระจุกตัวของศูนย์การค้าใหญ่ ในบริเวณบางนา-ตราด กม. 10-12 มาหน่อย โดยภาพรวมเป็นลักษณะของชุมชนเดิม มีตลาด มีวัด และเป็นทำเลโครงการแนวราบทั้งหมด

ความอุดมสมบูรณ์ในระยะใกล้ๆ ขับรถไปได้ง่ายๆ เลย จะมีอยู่ทั้งถนนบางนา-ตราด และถนนเทพารักษ์ สามารถมาช็อปปิ้ง จับจ่ายซื้อของได้โดยไม่ต้องเข้าเมืองไปไกลแต่ทั้งนี้ก็ยังต้องอาศัยการขับรถเป็นหลัก อย่างถนนบางนา-ตราด ก็จะมีทั้ง Mega Bangna, Market Village Tesco Lotus, HomePro และ Makro ส่วนบนถนนเทพารักษ์ก็จะมี Big C, Tesco Lotus และเป็นย่านนิคมอุตสาหกรรมด้วย

ส่วนจุดสำคัญๆ ในช่วงกม. 16 นี้เลยก็คืออยู่ไม่ไกลจากสนามบินสุวรรณภูมิ, นิคมอุตสาหกรรมบางพลีและมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ทำเลโครงการนี้จึงตอบโจทย์กลุ่มครอบครัวที่มองหาบ้านเดี่ยวที่เน้นทำงานบนถนนบางนา-ตราด หรือแถบถนนเทพารักษ์ แต่ขยับเข้ามาถนนรองเพื่อความเป็นส่วนตัว และมีความสงบมากขึ้น

การเดินทางหลักๆ ของโครงการใช้ได้ทั้ง 2 ถนนใหญ่ คือ ถนนบางนา-ตราด และ ถนนเทพารักษ์ สำหรับถนนบางนา-ตราดนั้นเป็นถนนใหญ่ใช้เดินทางเข้า-ออกเมืองสะดวก และมีจุดตัดกับถนนอื่นๆ อีกทั้งถนนสุขุมวิทที่แยกบางนา ตัดถนนศรีนครินทร์ที่แยกศิครินทร์ ตัดกับวงแหวนรอบนอกฝั่งใต้รวมทั้งถนนกิ่งแก้วที่สามารถตรงไปยังสุวรรณภูมิได้อีกด้วย

ทำให้การเดินทางเข้าไปยังโครงการหรือเดินทางจากโครงการไปยังจุดต่างๆ ได้ไม่ยาก ส่วนถนนเทพารักษ์เป็นถนนคู่ขนานกับถนนบางนา-ตราด ตรงเข้าไปเชื่อมกับถนนสุขุมวิทฝั่งตรงเข้าเมืองเช่นกันแต่จะตัดบริเวณแพรกษา ใกล้ย่านอุตสาหกรรม ซึ่งใครทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมละแวกนั้นใช้เส้นนี้จะใกล้กว่าค่ะ

ในการเดินทางด้วยรถสาธารณะจะไม่สะดวกมากนักเพราะอยู่บนถนนรอง ก็จะมีรถสองแถวที่วิ่งระหว่าง Big C เทพารักษ์ ผ่านซอยโครงการออกไปยังหน้าปากซอยอดุลย์ศาสนการ มีพี่วินที่อยู่หน้าซอยอดุลย์ศาสนการ ริมถนนบางนา-ตราด ที่เรียกเข้ามาถึงโครงการได้ในราคา 15 บาท และเนื่องจากซอยนี้เป็นซอยทางลัดระหว่างบางนา-ตราด กับเทพารักษ์ ก็จะมี Taxi ให้พอเรียกจากหน้าโครงการได้บ้าง แต่หากออกไปที่ถนนหลักแล้วจะเรียกรถต่างๆ ได้สะดวกและมีหลากหลายมากขึ้น

Image 1/3
เส้นทางที่ 1 - เข้าทางซอยอดุลย์ศาสนการ ผ่านรพ. เซ็นทรัล ปาร์ค ตามเส้นทางมาเรื่อยๆ ไม่ต้องเลี้ยวไหนเลยนะคะ มีระยะทางจากหน้าปากซอยประมาณ 1.4 Km. ใช้ในกรณีที่ออกมาจากเมืองโดยใช้ถนนบางนา-ตราด พอกลับรถแล้วจะเข้าซอยนี้ได้ทันพอดีค่ะ

เส้นทางที่ 1 - เข้าทางซอยอดุลย์ศาสนการ ผ่านรพ. เซ็นทรัล ปาร์ค ตามเส้นทางมาเรื่อยๆ ไม่ต้องเลี้ยวไหนเลยนะคะ มีระยะทางจากหน้าปากซอยประมาณ 1.4 Km. ใช้ในกรณีที่ออกมาจากเมืองโดยใช้ถนนบางนา-ตราด พอกลับรถแล้วจะเข้าซอยนี้ได้ทันพอดีค่ะ

จากทำเลที่ตั้งเราสามารถเข้าออกโครงการได้หลายเส้นทาง ทั้งทางถนนบางนา-ตราด และถนนเทพารักษ์ ยกตัวอย่างมาให้ 3 ซอยหลักๆ นะคะ

การเดินทางในวันนี้เราเริ่มต้นกันจากทางพิเศษบูรพาวิถีบริเวณทางออกบางพลี จากนั้นขับตรงมาเรื่อยๆ บนถนนบางนา-ตราด ไปกลับรถช่วงก่อนถึงมหาวิทยาลัยหัวเฉียว เมื่อกลับรถมาแล้วให้ชิดซ้าย เพื่อเลี้ยวเข้าซอยอดุลย์ศาสนการ เข้าซอยมาประมาณ 1.4 Km. ก็จะถึงโครงการแล้วค่ะ

Image 1/14
เริ่มจากทางพิเศษบูรพาวิถี ให้ลงทางออกบางพลี

เริ่มจากทางพิเศษบูรพาวิถี ให้ลงทางออกบางพลี

สภาพแวดล้อมรอบโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

สภาพแวดล้อมโครงการส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ชุมชนเดิมสลับกับที่ดินว่างเปล่าดังนั้นก็จะได้เรื่องความสงบทั่วไปตามทำเลโครงการแนวราบ มีด้านหน้าถนนที่มีรถใหญ่วิ่งผ่านอยู่พอสมควรอาจจะมีเรื่องของฝุ่นถนนบ้าง ส่วนพื้นที่ท้ายโครงการจะอยู่ติดริมคลอง ซึ่งข้อดีของที่ดินที่ติดริมคลองเลยคือเรื่องของบรรยากาศ อากาศเย็นสบาย

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • ตลาดบางโฉลง ~ 1.4 Km.
  • The American School of Bangkok ~ 4.9 Km.
  • Market Village สุวรรณภูมิ ~ 5.6 Km.
  • จุดขึ้นทางด่วนบูรพาวิถี ~ 6.8 Km.
  • บิ๊กซี บางพลี ~ 7.4 Km.
  • Makro บางพลี ~ 8.1 Km. (รวมกลับรถ)
  • Att U Park Bangna ~ 8.4 Km. (รวมกลับรถ)
  • Mega Bangna ~ 9 Km.
  • ถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวนตะวันออก) ~ 9.2 Km.
  • โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) สมุทรปราการ ~ 9.8 Km.
  • ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ~ 14.6 Km.

รายละเอียดโครงการ

มาดูที่ตัวโครงการ Trendy Tara บางนา เป็นโครงการบ้านแฝด 2 ชั้น 164 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการเกือบ 29 ไร่ มีระบบรักษาความปลอดภัยด้วยรปภ. ที่ดูแล 24 ชั่วโมง ผ่านเข้าออกด้วยระบบ Easy Pass

พื้นที่ส่วนกลางในโครงการนี้ ให้มาครบทั้ง Clubhouse, สระว่ายน้ำ, Fitness และมีสวนหย่อมภายในโครงการด้วย แลกมากับค่าส่วนกลาง 30 บาทต่อตร.วา และหากต้องการใช้ Clubhouse, สระว่ายน้ำ, Fitness จะต้องสมัครสมาชิกเพิ่มอีก 300 บาท/คน/เดือน ซึ่งมีข้อดีสำหรับลูกบ้านที่ได้ใช้ส่วนกลางอื่นนอกจากสวน ก็เสียแค่ค่าส่วนกลาง 30 บาทต่อตร.วา แต่เราก็ยังมองว่าราคาค่าส่วนกลางสูงไปหน่อยเมื่อเทียบกับโครงการในละแวกนี้นะคะ

แม้ว่าที่ดินของตัวโครงการเป็นแปลงยาว แต่โครงการก็แบ่งส่วนกลางออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ คือ Clubhouse ถูกวางไว้ที่ด้านหน้าติดกับทางเข้า ซึ่งการจัด Clubhouse ไว้บนถนนหลักแบบนี้ก็มีข้อดีตรงที่ลูกบ้านทั้งหมดจะได้เข้าใช้งานพื้นที่ส่วนกลางได้ง่าย เพราะเวลาผ่านเข้าออกก็สามารถแวะใช้งานได้ แต่โครงการก็เอาใจลูกบ้านด้านในด้วยการวางสวนส่วนกลางไว้ตรงกลาง ทำให้ลูกบ้านส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงพื้นที่สวนได้สะดวก

การวางตัวของบ้านส่วนใหญ่จะหันหน้าเข้าหาถนนซอยภายในโครงการที่กว้าง 8 m. มีแค่บ้านบางส่วนเท่านั้น ที่หันหน้าเข้าหาถนนหลักที่กว้าง 12 m.

การเลือกตำแหน่งของบ้านก็จะขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคล ผู้ที่เน้นเข้าออกสะดวก ไม่ต้องเลี้ยวเยอะ หรืออยากได้แปลงหน้าสวน ก็เหมาะจะเลือกหลังที่อยู่บนถนนเส้นหลัก แต่ก็จะอยู่ใกล้ Facilities ส่วนกลาง ทำให้เสียความเป็นส่วนตัวไปได้บ้างเหมือนกัน สำหรับลูกบ้านที่ชอบความสงบแนะนำให้เลือกหลังที่อยู่ในซอย ก็จะมีความเป็นส่วนตัวเพิ่มอีกระดับนึง เพราะจะไม่มีเพื่อนบ้านผ่านเข้าออกเยอะ

สำหรับทิศของบ้านในโครงการ จะมีให้เลือกทิศเหนือและทิศใต้เป็นหลัก ซึ่งทั้งคู่เป็นทิศยอดนิยมในการเลือกบ้านเลยทีเดียว บ้านที่หันไปทางเหนือแน่นอนว่าก็จะได้แสงที่ธรรมชาติหน่อย ไม่ค่อยแรงมาก ส่วนบ้านที่หันไปทางทิศใต้จะได้แสงที่แรงกว่าและลมที่แรงกว่าด้วย

แบบบ้านมีให้เลือก 3 แบบ ซึ่งบ้านใหญ่จะมีพื้นที่ใช้สอยและฟังก์ชันเพิ่มขึ้นตามขนาดของบ้าน การเลือกบ้านก็ขึ้นอยู่กับความต้องการในการใช้สอยและความงบประมาณที่ตั้งไว้ค่ะ สำหรับผู้ที่ต้องการมีพื้นที่สวนรอบบ้านกว้างขึ้นกว่าแปลงมาตรฐาน และมีงบประมาณเพิ่มขึ้นได้อีกหน่อยก็ลองพิจารณาบ้านแปลงมุมดูค่ะ

โครงการทำซุ้มประตูให้มีขนาดใหญ่โดยทำหลังคาเชื่อมเข้ากับ Clubhouse และตกแต่งด้วยหินอ่อน ทำให้ดูโอ่อ่าทีเดียว

บริเวณด้านหน้า Clubhouse มีที่จอดรถให้ด้วย เผื่อลูกบ้านอยากมาเล่น Fitness ว่ายน้ำ ก็มาจอดตรงนี้ได้สะดวกเลย

ที่ซุ้มโครงการจัดแบ่งทางเข้าแยกกับทางออกไว้ชัดเจน ดูเรียบร้อยดี

ลูกบ้านสามารถผ่านเข้า-ออกโครงการโดยใช้ระบบ RFID ซึ่งสามารถขับรถผ่านไปได้เลยเหมือน Easy Pass ของทางด่วน ส่วนผู้มาติดต่อใช้วิธีแลกบัตรเข้า-ออก ก็จะต้องทำการแลกบัตรกับพี่ รปภ. แล้วก็จะได้ใบกระดาษมาเพื่อจะต้องแสตมป์และยื่นให้พี่ยามในขาออกค่ะ

ติดกับซุ้มประตูทางเข้าจะเป็นตำแหน่งของ Clubhouse ซึ่ง Facilities หลักๆ ของโครงการก็จะอยู่ในบริเวณนี้เลยค่ะ

ส่วนแรกที่เราคิดว่าดีคือ เค้าคิดเผื่อการใช้งานของผู้สูงอายุหรือผู้ที่ต้องใช้รถเข็น โดยมีทางลาดขึ้น Clubhouse ให้ด้วย

จากทางลาดก็ขอแอบมองเข้าไปข้างในหน่อย จะมีสระว่ายน้ำที่อยู่ด้านหลังพุ่มไม้ ที่ช่วยกั้นให้เกิดความเป็นส่วนตัว และด้านในก็จะมี Lobby&Co-Working Space และ Fitness ค่ะ

บรรยากาศบริเวณหน้า Clubhouse จะถูกออกแบบให้ดู Modern เนื้อที่ของ Clubhouse มีขนาดใหญ่พอสมควรเมื่อเทียบกับจำนวนยูนิตของลูกบ้าน 162 ยูนิต จึงน่าจะแบ่งกันใช้ได้สบายๆ

เข้ามาใน Clubhouse ห้องแรกจะเป็น Lobby ของโครงการ ภายในจัดชุดโซฟาไว้หลายมุม เผื่อลูกบ้านมีแขกมาเยี่ยมก็อาจจะใช้พื้นที่ส่วนกลางในการต้อนรับได้ ฝั่งซ้ายมีเคาน์เตอร์เล็กๆ ซึ่งทางโครงการแจ้งว่าในอนาคตจะมีบริการเครื่องดื่ม กาแฟ เสิร์ฟให้กับลูกบ้านด้วย

อีกฝั่งหนึ่งจะเป็น Co-Working Space จัดไว้ให้ลูกบ้านมานั่งทำงาน และชมวิวสระว่ายน้ำไปพร้อมๆ กันได้ แถมมีปลั๊กไฟติดตั้งไว้ให้หลายจุด พร้อม Wi-Fi ฟรีด้วยนะคะ

ออกจากจาก Lobby จะเป็นทางลาดที่เชื่อมผ่านสระว่ายน้ำเข้าไปด้านใน เราจะพาเข้าไปชมห้องน้ำและ Fitness ที่อยู่ด้านในกันก่อนนะคะ

สำหรับโซนของห้องน้ำจะถูกแบ่งเป็นห้องน้ำหญิง / ชาย และผู้สูงอายุ ไว้เรียบร้อย

เราพามาดูด้านในห้องน้ำหญิงกันนะ ภายในห้องน้ำมีช่องหน้าต่างให้แสงธรรมชาติเข้ามาได้ จึงดูโปร่งพอสมควร

ด้านในมีทั้งส่วนที่เป็นห้องน้ำและห้องอาบน้ำ พอว่ายน้ำหรือออกกำลังเสร็จก็มาล้างเนื้อล้างตัวก่อนกลับเข้าบ้านได้

ถัดมาที่ห้อง Fitness จะเป็นห้องแบบฝ้าเพดานสูง ทำให้ภายในดูโปร่ง และทางโครงการจัดเครื่องออกกำลังกายให้มาประมาณ 7 เครื่อง

มุมออกกำลังกายก็จะได้วิวสระแบบนี้ เราว่าวิวสระก็ดี แต่จะดีกว่าถ้าคนมาว่ายน้ำหน้าตาดี เราจะมีกำลังใจวิ่งมากขึ้น^^

เครื่องออกกำลังกายจัดมาให้ครบตอบโจทย์ให้กับคนที่ต้องการออกกำลังกายแบบ Cardio และแบบ Weight Training

วิวจาก Lobby และ Fitness ที่เรามองออกมาเห็น ก็คือวิวสระว่ายน้ำนี่แหละ เพราะเค้าวางตำแหน่งของสระว่ายน้ำไว้ตรงกลาง Clubhouse เลย สระว่ายน้ำเป็นสระระบบเกลือ ขนาด 7.9 x 16.3 m.  และมีสระเด็กขนาด 3.3 x 6 m. แยกไว้ให้เรียบร้อย

บริเวณข้างสระก็จะมีพื้นที่ให้อาบน้ำล้างตัวกันก่อน

สำหรับใครที่ไม่ได้ชอบออกกำลังกายแบบหนักๆ ก็สามารถมานั่งเล่น รับลม ข้างสระได้

พื้นที่ของสระว่ายน้ำก็จะอยู่ด้านหลังแนวต้นไม้ใหญ่และพุ่มไม้ เพื่อสร้างให้เกิดความเป็นตัวมากขึ้นนะคะ

มาดูบรรยากาศภายในซอยบ้านพักอาศัยกันบ้าง ตอนนี้โครงการเริ่มขายบ้านในเฟส 1 ซึ่งจะอยู่บริเวณขวามือของซุ้มประตูทางเข้าโครงการนะคะ

บ้านในเฟส 1 จะอยู่บนถนนซอยของโครงการมีความกว้าง 8 เมตร ทำให้เมื่อมีการจอดรถหน้าบ้านทั้ง 2 ฝั่งแล้ว ก็ยังเหลือพื้นที่ให้สามารถเดินรถผ่านได้อยู่ ฟังก์ชันการใช้งานของถนนน่าจะไม่มีปัญหาอะไร แต่ความร่มรื่นของถนนซอยคงต้องพึ่งพิงต้นไม้ในรั้วที่แต่ละบ้านจะปลูกแทนนะคะ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • อาคาร Clubhouse บริเวณกลางโครงการประกอบไปด้วย

  • Lobby & Co-Working Space พร้อม Wi-Fi ฟรี
  • สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ / สระผู้ใหญ่ ขนาด 7.9 x 16.3 เมตร
  • แบ่งสระเด็กลึกขนาด 3.3 x 6 เมตร
  • ห้องออกกำลังกายขนาด 41 ตร.ม. ใส่เครื่องออกกำลังกายประมาณ 7 เครื่อง

  • พื้นที่สวนหย่อมในโครงการ 1 จุด
  • ระบบ CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ 20 จุด
  • รั้วรอบโครงการสูง 2.95 เมตร
  • ถนนหลักกว้าง 12 ม. และถนนซอยกว้าง 8 ม.
  • การเข้า-ออกโครงการใช้ระบบ Easy Pass
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
  • ประตูรั้วโครงการแบบ รั้วกั้นไม้กระดก
  • แบบบ้าน

    โครงการ Trendy Tara บางนา เป็นโครงการบ้านแฝด 2 ชั้น ที่มีคอนเซปต์ในการออกแบบให้เหมาะกับคนที่อยากได้บ้านที่มีพื้นที่ใช้สอยในบ้านขนาดใหญ่ และไม่ได้ต้องการพื้นที่ดินรอบบ้านมากนัก จุดเด่นอีกอย่างคือ ให้ช่องแสงขนาดใหญ่ทำให้ตัวบ้านดูโปร่ง โล่ง เป็นพิเศษ โครงการมีแบบบ้านให้เลือกทั้งหมด 3 แบบ ขายแบบบ้านเปล่า ดังนี้

    • แบบ Primrose : ที่ดินมาตรฐาน 43 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 180 ตร.ม. ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
    • แบบ Freesia : ที่ดินมาตรฐาน 40 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 151 ตร.ม. ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
    • แบบ Aster : ที่ดินมาตรฐาน 35 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 125 ตร.ม. ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 2 ห้องน้ำ / 1 ที่จอดรถ

    สำหรับวันนี้เราจะพาไปชม 2 หลัง คือ แบบ Freesia และ Primrose ตามไปชมกันเลยค่ะ

    เรามาดูแบบบ้าน Freesia กันก่อนนะคะ สำหรับบ้านหลังนี้จะมีพื้นที่ใช้สอย 151 ตร.ม. พื้นที่เยอะพอๆ กับบ้านเดี่ยวเลยนะ มีขนาดที่ดินมาตรฐาน 40 ตร.วา ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ

    ชั้นล่าง – มีพื้นที่ Living และ Dining ขนาดใหญ่ที่เปิดเชื่อมกัน ทำให้บ้านดูโปร่ง จุดที่น่าสังเกตคือ พื้นที่บริเวณ Dining ที่สามารถปรับเป็นห้องนอนผู้สูงอายุได้ โดยขยับโต๊ะทานอาหารมาไว้บริเวณตรงกลางบ้านแทน เพราะมีพื้นที่ระหว่าง Living กับ Dining ให้ปรับฟังก์ชันตามการใช้งานของแต่ละครอบครัวได้

    อีกส่วนหนึ่งคือ การจัดตำแหน่งของโซนครัวไว้อยู่ใกล้กับที่จอดรถ ทำให้ในเวลาที่เราไปช้อปปิ้งของสดหรืออาหารเข้าบ้าน ทำให้เราสามารถหิ้วเข้าครัวได้สะดวก

    ชั้นบน – แบ่งพื้นที่เป็นห้องนอน 3 ห้อง โดยจะเป็น Master Bedroom 1 ห้อง ซึ่งเป็นห้องนอนขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่ให้ทำ Walk-in Closet และมีห้องน้ำในตัว ส่วนห้องนอนอีก 2 ห้อง เป็นห้องนอนของลูกๆ มีขนาดกะทัดรัดหน่อย และต้องแชร์ห้องน้ำร่วมกัน หากในกรณีตอนเช้าที่ต้องใช้ห้องน้ำพร้อมๆ กัน ก็ยังสามารถแบ่งสมาชิกลงมาอาบน้ำที่ชั้นล่างได้ บ้านหลังนี้จึงเหมาะกับครอบครัวขยาย ที่มีสมาชิก 4-5 คนค่ะ

    ก่อนเข้าตัวบ้านจะอธิบายเรื่องบ้านแฝดให้ฟังสักนิดคือ เป็นบ้านที่มีขนาดและพื้นที่ใช้สอยมากกว่าบ้านทาวน์โฮมทั่วไป แต่ก็จะน้อยกว่าบ้านเดี่ยว โดยจะมีขนาดที่ดินไม่ตำ่กว่า 35 ตารางวา และโดยทั่วไปจะมีขนาดที่ดินไม่เกิน 50 ตารางวา เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ สำหรับคนที่มองหาบ้านที่ได้พื้นที่ใช้สอย ได้พื้นที่บริเวณรอบตัวบ้านฝั่งใดฝั่งหนึ่งให้สามารถจัดสวน หรือมีช่องเปิดมากกว่าบ้านแบบทาวน์โฮม อีกทั้งราคาก็มักจะไม่สูงเท่าบ้านเดี่ยว แต่ได้ฟังก์ชันการใช้งานคล้ายกับบ้านเดี่ยวเลย

    สำหรับบ้านแฝดจะมีข้อกำหนดในการก่อสร้างทางกฎหมาย คือจะต้องมีโครงสร้างส่วนใดส่วนหนึ่งของบ้าน 2 หลัง ที่เชื่อมต่อกัน ของที่นี่จะมีส่วนของโครงสร้างที่ต้องติดกันตามกฎหมายอยู่ตรงคานหลังคาของที่จอดรถ เป็นข้อดีที่ทำให้ไม่ต้องมีส่วนของผนังฝั่งไหนติดกันเลย ทำให้ไม่ต้องแชร์ผนังร่วมกับข้างบ้าน

    ตามที่เล่าไปว่าโครงการออกแบบมาในสไตล์ Modern แต่ยังคงมีดีเทลสไตล์ Cottage  ทำให้ภายนอกของบ้านไม่ได้ Modern จ๋าๆ ตามที่เราเห็นกันในโครงการส่วนใหญ่ และโครงการเลือกใช้โทนสีขาวเป็นหลัก จึงดูเรียบแต่มีรายละเอียดดีค่ะ

    ประตูรั้วหน้าบ้านใช้วัสดุเป็นเหล็กรูปพรรณทาสีขาว ลักษณะรั้วโปร่งซี่ห่างๆ ไม่กันสายตา เป็นบานเลื่อนยาวๆ ไม่มีแบ่งเป็นประตูเล็กสำหรับคนเดินเข้า-ออก

    รั้วระหว่างบ้านมีความสูงประมาณ 1.5 ม. ซึ่งเป็นระยะที่ไม่สูงนักมีข้อดีที่ทำให้บ้านดูโปร่ง สามารถมองวิวด้านนอกบ้านได้สะดวก แต่ก็สามารถปีนข้ามได้ง่าย

    บริเวณรั้วบ้านมีบ้านเลขที่ติดไว้เรียบร้อย ส่วนถังขยะจะติดตั้งไว้ในตัวบ้าน ทำให้เราทิ้งขยะจากภายในรั้วบ้านได้สะดวก

    เปิดประตูรั้วเข้ามาด้านใน มีพื้นที่จอดรถตามระยะในเส้นประสีแดง คือ มีขนาดความกว้าง 5 m. ลึก 7 m. ก็สามารถจอดรถได้ 2 คันอย่างสะดวก เป็นที่จอดในร่ม 2 คัน แต่มีหลังคากันแดดอยู่แค่ครึ่งคันนะคะ บริเวณนี้จึงเป็นพื้นที่ที่ลูกบ้านมักต่อเติมหลังคาเพิ่มมากที่สุด

    ส่วนที่เรามองว่าดีคือ ที่จอดรถโครงการนี้ลงเสาเข็มไว้ให้ลึกเท่าตัวบ้านเลย 22 m. จึงไม่ต้องไปเสียเงินลงเสาเข็มเพิ่ม ส่วนพื้นลานจอดรถเทคอนกรีตไว้ให้

    ส่วนที่เรามองว่าดีอีกอย่างคือตู้เก็บของขนาดใหญ่ที่อยู่ติดกับประตูฝั่งที่จอดรถ

    เป็นตู้ที่มีหน้าบานปิดเรียบร้อย ประตูตู้เป็นบานเกล็ดจึงระบายอากาศได้ มีพื้นที่เก็บของเยอะ และเก็บของทรงสูงได้ด้วยค่ะ

    พื้นที่สวนบริเวณหน้าบ้านมีพื้นที่พอให้ทำแนวรั้วต้นไม้ เพื่อความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัยได้ โดยพื้นที่รอบบ้านที่ให้มาจะปูหญ้าไว้ให้เรียบๆ มีต้นไม้ใหญ่ให้ที่มุมรั้ว

    สำหรับพื้นที่สวนข้างตัวบ้านจะเหลือพื้นที่เท่าไหร่ก็ขึ้นอยู่กับแปลงที่ดินที่เลือก แต่ละแปลงมาตรฐานจะมีระยะ 2 m. โครงการปลูกต้นไม้ตามรั้วไว้ให้ แต่จะไม่ได้ทำทางเดินในสวนมาให้นะคะ

    บ้านแฝดจะไม่ได้มีพื้นที่รอบบ้านเยอะเหมือนกับบ้านเดี่ยวนะคะ แต่ก็เหมาะกับคนที่ไม่ได้อยากได้พื้นที่รอบบ้านเยอะ เพราะการหน้าที่ดูแลสวนก็ตามมาอีกเยอะเช่นกัน

    ส่วนที่เชื่อมระหว่าง 2 บ้านคือ คานหลังคาที่จอดรถ แต่ผนังบ้าน 2 ฝั่งมีระยะห่างกันประมาณ 1 m. ตามกฎหมายต้องเป็นผนังทึบ ตัวบ้านจึงไม่มีหน้าต่างที่ผนังด้านนี้นะ

    มาต่อกันที่ประตูหลังทางฝั่งห้องนั่งเล่น พื้นเฉลียงหน้าประตูบ้านถูกยกระดับขึ้นจากสนามหญ้ามานิดหน่อย เพื่อแยกเป็นพื้นที่สำหรับถอดรองเท้าหน้าบ้าน มีขนาดประมาณ 3 x 0.85 ม.

    บริเวณนี้จะปูกระเบื้องมาให้เรียบร้อย ทำให้ทำความสะอาดได้ง่าย ส่วนที่ชอบคือ มีขอบปูนที่ก่อขึ้นมา เพื่อใช้เป็นที่นั่งเล่น หรือที่นั่งใส่รองเท้าก็ได้

    ส่วนตัวเราคิดว่าประตูหน้าบ้านเป็นประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่ มีช่องทางเดินเข้า-ออก กว้างเป็นพิเศษคือ 1.3 m. เลย เสียดายนิดหน่อยที่เป็นกระจกใส ไม่ได้ให้เป็นกระจกตัดแสงนะคะ

    ประตูเป็นแบบล็อค 2 ชั้นคือ ตัวล็อกที่มือจับประตู และมีตัวล็อกแบบหมุนอีกทีหนึ่ง

    เข้ามาภายในบ้านเป็นส่วน Common Area เชื่อมระหว่างพื้นที่นั่งเล่น พื้นที่รับประทานอาหาร โดยมุมนี้จะได้บรรยากาศโปร่งโล่งเพราะมีหน้าต่างและประตูกระจกยาวเกือบตลอดตั้งแต่หน้าบ้านถึงหลังบ้านเลยค่ะ

    พื้นที่ชั้น 1 มีความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานชั้นล่างสูง 2.6 เมตร ผนังบ้านจะได้เป็นฉาบเรียบทาสีขาว ตามแบบในรูปด้านล่าง ส่วนที่ชอบก็ยังเป็นรายละเอียดของหน้าต่าง ที่มีการตีตารางลูกฟัก ทำให้ดูน่ารัก อบอุ่น ปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้สีขาว ก็เป็นไปตามมาตรฐานของบ้านราคาระดับนี้

    ห้องนั่งเล่นจะอยู่หน้าสุดของตัวบ้าน เราสามารถจัดเป็นมุมนั่งเล่น ดูทีวีได้ จะวางชุดโซฟาที่มีขนาดใหญ่กว่านี้ก็ได้ ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ของแต่ละครอบครัวเลยนะคะ

    ถัดเข้ามาเป็นพื้นที่ทานอาหาร วางโต๊ะขนาดใหญ่ 4-6 ที่นั่งได้ มีช่องแสงด้านข้าง ทำให้เวลานั่งทานอาหารช่วงกลางวันจะร้อนสักนิด ต้องติดม่านช่วยนะคะ แต่ถ้าทำสวนรอบๆและมีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาจะช่วยสร้างบรรยากาศได้ดี

    จุดที่น่าสังเกตคือ ดีเทลของหน้าต่างที่มีลูกฟัก บานหน้าต่างจึงดูน่ารัก อบอุ่น เป็นกระจกบานใหญ่จากพื้นถึงฝ้า เปิดให้เห็นสวนด้านนอก และเป็นบานเลื่อนให้เปิดระบายอากาศได้อีกด้วย

    พื้นที่ด้านในสุดของตัวบ้าน จะได้มาเป็นพื้นที่โล่งๆ อยู่ติดกับห้องครัวแบบรูปล่าง ซึ่งบ้านตัวอย่างได้ออกแบบใหม่โดยกั้นเป็นห้องนั่งเล่นที่เชื่อมต่อเข้ากับห้องครัว เราก็สามารถดูเป็นไอเดียในการตกแต่งได้นะ

    บ้านไหนมีผู้สูงอายุก็สามารถจัดเป็นห้องนอนผู้สูงอายุได้ ลงตัว แต่หากบ้านไหนไม่มีผู้สูงอายุก็สามารถจัดเป็นห้องนั่งเล่น / ห้องดูหนัง หรือห้องทำงานได้สบายๆ เลยค่ะ

    ภายในห้องครัวที่ได้จริงจะเป็นห้องเปล่าที่เดินท่อน้ำ ระบบไฟรอไว้ให้ ได้เป็นห้องเปล่าเหมือนในรูปล่างนะคะ / ภายในครัวมีหน้าต่าง ประตูทางด้านหลังบ้าน ทำให้เวลาปิดหน้าต่างทั้งหมดแล้วอากาศจะระบายได้ดีเลยนะคะ

    อีกมุมในบ้านตัวอย่างที่เรามองว่าน่าเก็บเป็นไอเดียแต่งบ้าน คือบริเวณเคาน์เตอร์บาร์ ที่สามารถใช้ทานและเตรียมอาหารได้  แถมพอเชื่อมกับห้องนั่งเล่น ก็ทำให้นั่งดูทีวี นั่งคุยกับสมาชิกคนอื่นๆ ที่นั่งอยู่ในห้องข้างๆ ไปด้วยได้

    ไอเดียการตกแต่งครัวจากบ้านตัวอย่าง ซึ่งลงตัวดีนะ เพราะวางซิงค์ล้างจานและเตาไว้อยู่ติดกับหน้าต่าง

    บานประตูหลังบ้านแบบ HDF พร้อมติดตั้งมือจับแบบก้านโยก และ Stopper ไว้เรียบร้อย ได้มาตรฐาน

    พื้นที่ซักล้างหลังบ้านจะถูกลดระดับลงไปจากพื้นห้องครัว พร้อมทำขอบปูนกั้นไว้ให้เรียบร้อย เพื่อแยกพื้นที่ซักล้างออกจากตัวบ้าน และเดินท่อไว้ให้สำหรับติดตั้งเครื่องซักผ้า แต่ลานซักล้างด้านหลังบ้านจะไม่ได้ลงเสาเข็มมาให้นะคะ

    กลับเข้ามาในบ้าน ในชั้นนี้จะมีห้องน้ำอยู่ 1 ห้องที่ใต้บันได

    ซึ่งพื้นห้องน้ำจะถูกลดระดับจากพื้นที่อาศัยส่วนอื่นๆ ลงมาเล็กน้อย ป้องกันน้ำจากภายในห้องน้ำไหลออกไปส่วนอยู่อาศัยอื่นๆ

    สำหรับห้องน้ำที่ได้จะติดตั้งสุขภัณฑ์และอุปกรณ์มาครบถ้วนตามบ้านตัวอย่าง ผนังและพื้นโดยรอบเป็นกระเบื้องเคลือบทั้งหมด ที่แตกต่างกันคือผิวสัมผัส โดยพื้นในส่วนของพื้นที่อาบน้ำจะปูด้วยกระเบื้องผิวด้านเพื่อช่วยกันลื่น ต่างจากผนังและพื้นที่ส่วนแห้งที่จะมีผิวเคลือบ ดูเงาๆ สวยกว่า ซึ่งของจริงก็จะให้กระเบื้องลายแบบนี้เลยค่ะ

    โถสุขภัณฑ์เป็นโถแบบสองชิ้นยี่ห้อ Nahm มาเป็นเซตกับสายฉีดชำระ และที่แขวนกระดาษชำระ พื้นที่รอบโถสุขภัณฑ์มีการเว้นพื้นที่ไว้นิดหน่อยสำหรับการหยิบทิชชู่ได้สะดวก

    อ่างล้างมือและก๊อกน้ำของ CottoและKarat ด้านหลังของผนังมีการก่อ Low Wall ขึ้นมาเป็นส่วนของงานระบบ ซึ่งเราสามารถเอาไว้ใช้วางข้าวของเครื่องใช้ได้

    พื้นที่ส่วนอาบน้ำจะมีขอบธรณีที่ยกขึ้นมา ทำให้เกิดความเป็นสัดส่วนของพื้นที่เปียก-แห้งในห้องน้ำ มีขนาดให้ใช้งาน อาบน้ำได้สะดวก ภายในมีการติดตั้งฝักบัวอาบน้ำ และ Built-in ชั้นวางของให้พร้อมใช้งานได้เลย

    โครงบันไดจะเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กซึ่งดีกว่าหลายๆ โครงการที่มักจะใช้เป็นบันไดโครงสร้างเหล็กนะ ..เคยขึ้นบันไดแล้วรู้สึกว่ามีเสียง ข้างใต้พื้นกลวงๆ และสั่นเล็กน้อยมั้ย แบบนั้นคือบันไดโครงสร้างเหล็ก ซึ่งหากเป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก จะให้ความรู้สึกที่มีความแน่นของพื้นมากกว่า ไม่มีการสั่นไหวค่ะ

    วัสดุพื้นของบันไดเป็นไม้สำเร็จรูป ความกว้างของพื้นที่เดินอยู่ที่ประมาณ 90 cm. ได้มาตรฐานให้เดินขึ้นลงได้สะดวกนะคะ

    ราวกันตกเป็นลูกกรงเหล็กทาสีขาว มือจับเป็นไม้สำเร็จรูป บันไดจะมีราวกันตกตลอดแนวค่ะ

    ชานพักบันไดได้พื้นที่เต็มเม็ดเต็มหน่วย สามารถใช้งานได้สะดวก มีช่องแสงด้านข้างของโถงบันได ทำให้ตัวโถงบันไดไม่มืดจนเกินไป ซึ่งตำแหน่งของหน้าต่างจะไม่ได้เปิดให้เห็นพื้นที่พักอาศัยในตัวบ้าน มีบานกระทุ้งให้เปิดระบายอากาศได้ด้วย

    ขึ้นมายังโถงชั้น 2 จะมีห้องนอน 1 และ 2 เป็นห้องนอนของลูกๆ อยู่ทั้ง 2 ฝั่งซ้ายขวา เข้าไปด้านในอีกหน่อยจะเป็น Master Bedroom และห้องน้ำส่วนกลางที่ต้องใช้แชร์กันระหว่างห้องนอน 1 และ 2

    ฝ้าเพดานในชั้นนี้มีความสูง 2.6 m. สูงกว่าชั้นล่างเล็กน้อย วัสดุพื้นชั้นบนจะได้เป็นพื้นลามิเนตพร้อมบัวไม้ตกแต่งเพิ่มความเรียบร้อยสวยงาม

    มาดูห้องนอน 1 ทางฝั่งขวากันก่อน เข้ามาในห้องความรู้สึกแรกคือ ห้องโปร่งดีนะ เพราะจะได้หน้าต่าง 2 ฝั่ง รับแสงธรรมชาติเข้ามาทำให้ห้องไม่อึดอัด / ห้องนอนนี้เป็นห้องนอนขนาดเล็กสุดในบ้าน แต่ก็มีพื้นที่กว้างพอสมควรให้วางเฟอร์นิเจอร์ ต่างๆ ได้ครบ หากวางเตียงขนาด 3.5 ฟุต ชิดผนัง ก็จะเหลือพื้นที่ด้านข้างให้วางโซฟา โต๊ะเขียนหนังสือ ได้อีกค่ะ

    บ้านตัวอย่างจัดเฟอร์นิเจอร์ปลายเตียงเป็นชั้นวางทีวีให้ดูเป็นตัวอย่าง ซึ่งเราสามารถเก็บเป็นไอเดียในการตกแต่งได้ค่ะ

    อีกฝั่งหนึ่งของห้อง เราสามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ได้ แต่จะไม่ได้เต็มผนังนะคะ เพราะจะต้องเว้นพื้นที่ไว้ให้เป็นระยะเปิดปิดประตูด้วยค่ะ

    ถัดมาที่ห้องน้ำส่วนกลางบนชั้นนี้ มีขนาดและวัสดุอุปกรณ์ในห้องน้ำเหมือนกับห้องน้ำที่ชั้นล่างเลย

    แบ่งพื้นที่ใช้งานออกเป็นส่วนเปียกส่วนแห้งจึงใช้งานได้เป็นสัดส่วนดี

    ห้องนอน 2 มีขนาดใหญ่กว่าห้องนอนที่พาไปชมมาสักครู่นี้อีกนิดหน่อย หรือเรียกได้ว่าเป็นห้องนอนลูกคนโปรดก็ได้ ห้องนี้มีข้อดีที่สามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุต แล้วยังเหลือพื้นที่ให้เดินรอบเตียงได้สะดวก เป็นห้องที่ได้หน้าต่างบานกว้าง ซึ่งนอกจากจะได้วิวภายนอกแล้ว ยังเป็นช่องแสงธรรมชาติของห้องด้วยค่ะ

    สำหรับห้องนอน 2 ของบ้านตัวอย่าง ถูกตกแต่งเป็นห้องทำงาน เผื่อไม่ได้ใช้เป็นห้องนอนก็สามารถใช้เป็นห้องทำงานได้

    ปิดท้ายที่ห้อง Master Bedroom เข้ามาจะมีพื้นที่ขนาดใหญ่ ให้วางเตียงนอน 5-6 ฟุตได้สบาย บรรยากาศบริเวณนี้โปร่งโล่งดีเพราะได้หน้าต่างแบบ Bay Window เปิดรับแสงรับวิวได้เต็มที่

    ห้องนอนนี้จะเป็นห้องนอนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบ้าน มีครบทุกฟังก์ชัน ได้แก่ ห้องน้ำในตัว และ Walk-in Closet บ้านตัวอย่างจะจัดวางเฟอร์นิเจอร์ไว้เป็นไอเดียในการตกแต่ง ซึ่งบ้านจริงที่ส่งมอบจะได้เป็นบ้านเปล่าตามแบบในรูปล่างนะ

    จุดที่เป็น Highlight ของห้องนี้คือมุมนั่งเล่น แบบ Bay Window ที่ยื่นออกไปจากตัวบ้าน ซึ่งเค้าให้มาแทนระเบียงห้องนะ

    พื้นที่ตรงนี้มีขนาด 2 x 0.65 m. เราสามารถออกแบบเป็นมุมนั่งเล่นแบบนี้ก็ได้ หรือจะจัดให้เป็นมุมทำงาน ก็ได้วิวมุมกว้าง ช่วยให้ผ่อนคลายขึ้น

    ฝั่งตรงข้ามกับเตียงเป็นพื้นที่ Walk-in Closet ขนาดใหญ่ ซึ่งลูกบ้านสามารถจัดพื้นที่เองได้เลยนะคะ เช่น ใครที่อาจจะไม่ได้เน้นตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ แต่อยากได้พื้นที่โต๊ะเครื่องแป้งยาวๆ แทน ก็สามารถทำได้

    อย่างที่บอกไปแล้วว่าพื้นที่ในห้องค่อนข้างกว้าง ถ้าทำเป็น Walk-in Closet ก็คงจะถูกใจคุณสาวๆ ดี ส่วนด้านในสุดเป็นทางเข้าห้องน้ำค่ะ

    ห้องน้ำใน Master Bedroom ได้ชุดสุขภัณฑ์และการจัดวางทั้งหมดเหมือนกับห้องน้ำอื่นๆ ของตัวบ้านนะคะ

    ส่วนที่ต่างจากห้องน้ำอื่นๆ คืออ่างล้างหน้าที่มีขนาดใหญ่ขึ้น และมีพื้นที่รอบๆ ให้วางของใช้เพิ่มขึ้นมาด้วยค่ะ

    แบบบ้าน Primrose จะมีขนาดใหญ่กว่าแบบ Freesia ขึ้นมาหน่อย มีพื้นที่ใช้สอยอยู่ที่ 180 ตร.ม. และมีขนาดที่ดินประมาณ 43 ตร.วา ทำให้ราคาจะสูงกว่ากับแบบบ้าน Sheffield อยู่ที่ราวๆ 6 แสนบาทค่ะ ซึ่งราคาที่ต่างกันนี้เราจะได้ขนาดพื้นที่ในแต่ละห้องเพิ่ม แต่ฟังก์ชันห้องหลักๆ ก็จะเหมือนเดิม คือ 3 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ ส่วนที่เพิ่มขึ้นมาจะเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ที่ชั้นบนค่ะ

    สำหรับแบบบ้าน Primrose จะมีความแตกต่างจากบ้านแบบ Freesia ตรงขนาดของบ้านที่ใหญ่ขึ้น หน้าบ้านกว้างขึ้น

    ที่จอดรถของแบบบ้าน Type นี้ก็สามารถจอดได้จริง 2 คันเช่นกัน มีความลึกของที่จอดรถอยู่ที่ 6 m. ซึ่งรถกระบะปกติยาว 5.2-5.3 m. ก็สามารถจอดได้นะคะ

    ประตูทางเข้าบ้านสามารถเข้าได้ 2 ทางเช่นเดียวกับบ้านแบบแรก และประตูหลักหน้าบ้านก็ยังได้ประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นช่องแสงให้กับตัวบ้านด้วย

    เข้ามาภายในตัวบ้านจะเจอกับส่วนของ Common Area ที่เชื่อมพื้นที่นั่งเล่นเข้ากับพื้นที่ส่วนรับประทานอาหาร ทำให้ตัวบ้านดูโปร่งโล่ง ได้ฝ้าเพดานสูง 2.6 ม. ส่วนวัสดุต่างๆ ที่ได้ก็จะเหมือนกับบ้านหลังแรกนะคะ

    ภายในพื้นที่นั่งเล่นจะมีพื้นที่วางโซฟาขนาดใหญ่ ซึ่งบริเวณนี้จะได้หน้าต่างและช่องแสงทั้ง 2 ฝั่ง อีกฝั่งหนึ่งเป็นพื้นที่สำหรับทำชั้นวางทีวี ก็สามารถ Built-in เป็นตู้ได้เต็มผนัง หรือใครชอบแบบเฟอร์นิเจอร์น้อยๆ ก็เลือกตกแต่งได้ตามไลฟ์สไตล์เลย

    จากพื้นที่นั่งเล่นเชื่อมเข้ามาในตัวบ้าน จะมีพื้นที่ตรงกลางที่เราสามารถปรับฟังก์ชันให้เหมาะกับแต่ละครอบครัวได้

    อย่างเช่นที่บ้านตัวอย่าง ทำเป็นพื้นที่นั่งเล่นเปียโน สำหรับคุณหนู ดูลงตัวดี ซึ่งบริเวณนี้จะได้หน้าต่างบานใหญ่ เห็นวิวด้านนอกบ้าน ดูน่าใช้งานทีเดียว

    โซนรับประทานอาหารจะเชื่อมต่อมาจากพื้นที่อเนกประสงค์ ทำให้ช่องแสงหลักทั้งหมดภายในชั้น 1 เชื่อมถึงกัน ดูโปร่งโล่งสบายตา ส่วนของพื้นที่รับประทานคิดว่าจะจัดวางโต๊ะแบบ 4-6 ที่นั่ง แบบไหนก็ได้แล้วแต่เจ้าของบ้านเพราะมีพื้นที่เพียงพออยู่แล้ว

    ด้านข้างโต๊ะทานอาหารมีประตูกระจกบานเลื่อน เพื่อเชื่อมออกไปพื้นที่สวนด้านข้างบ้านได้

    ติดกันกับพื้นที่ทานอาหารจะมีพื้นที่โล่งๆ ไว้ให้สำหรับทำ Pantry ครัวในบ้าน เผื่ออยากใช้ในการเตรียมอาหารง่ายๆ เช่น อุ่นอาหารง่ายๆ หรือใช้วางจานชาม ก็สะดวกดี เวลาทานอาหารแล้วอยากได้อะไรเพิ่ม ก็เดินมาหยิบจากตรงนี้ได้เลย ไม่ต้องเดินเข้าไปเอาในครัวนะคะ

    พื้นที่ครัวของบ้าน Type นี้จะทำมาให้เป็นครัวปิดเหมือนบ้านแบบแรก ส่วนครัวจัดให้เฉพาะส่วนท่องานระบบ ส่วนเคาน์เตอร์นั้นลูกบ้านต้องต่อเติมเองนะคะ

    ในห้องครัวให้หน้าต่างบานใหญ่เป็นบานเลื่อนเปิดระบายอากาศได้ ยิ่งเปิดประตูพร้อมหน้าต่างจะช่วยให้กลิ่นควันเวลาทำครัว หายไปใด้ไวทีเดียว

    พื้นที่ซักล้างหลังบ้านจะถูกลดระดับลงไปจากพื้นห้องครัว พร้อมทำขอบปูนกั้นไว้ให้เรียบร้อย แต่พื้นที่ส่วนนี้ไม่ได้ลงเสาเข็มมาให้นะคะ

    ต่อมาที่บันไดขึ้นชั้น 2 ตัวโครงบันไดจะเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก เช่นเดียวกับบ้านแบบแรก ซึ่งมีขนาดทางขึ้นลงและลูกตั้ง ลูกนอน ได้มาตรฐานค่ะ

    ห้องน้ำจะอยู่ในตำแหน่งใต้บันไดอีกเช่นกัน ซึ่งฝ้าเพดานของห้องน้ำจะถูกลดลงมากว่าปกติ แต่ก็ไม่ได้อึดอัดนัก

    ภายในห้องน้ำจัดฟังก์ชันมาครบ แต่จะไม่ได้แยกพื้นที่ใช้งานส่วนเปียกและส่วนแห้งออกจากกันนะ พื้นและผนังห้องทั้งหมดปูด้วยกระเบื้อง ส่วนพวกวัสดุอุปกรณ์ก็ให้มาครบเหมือนห้องน้ำในบ้านแบบแรก แถมให้ราวจับมาแบบนี้เลยค่ะ

    ภายในห้องน้ำมีการติดตั้งฝักบัวอาบน้ำไว้ แต่ไม่ได้มีขอบธรณีกั้นในพื้นที่ส่วนนี้ จึงไม่เหมาะกับการใช้เป็นห้องน้ำหลักที่มาอาบน้ำเป็นประจำ แต่มองในอีกมุมหนึ่งก็เหมาะกับผู้สูงอายุที่สามารถนั่งรถเข็น หรือใช้ไม้เท้าเดินได้สะดวก

    ขึ้นมาที่ชั้นบน..ชานพักบันไดของบ้านนี้มีขนาดที่ได้มาตรฐานเหมือนบ้านแบบแรก / หน้าต่างด้านข้างบันไดก็ยังเป็นช่องแสงขนาดใหญ่ที่ทำให้บริเวณนี้ได้แสงธรรมชาติ ช่วงกลางวันนี่แทบไม่ต้องเปิดไฟได้เลย และยังมีบานหน้าต่างที่เป็นบานกระทุ้ง ทำให้สามารถเปิดระบายอากาศได้ค่ะ

    จากโถงทางเดินชั้น 2 จะมีห้องนอน 1, 2 และห้องน้ำส่วนกลาอยู่ทางฝั่งขวา เป็นห้องนอนของลูกๆ ส่วนฝั่งซ้ายจะเป็นพื้นที่ของ Master Bedroom ตลอดแนวเลยค่ะ

    มาดูห้องนอนของลูกๆ กันก่อน ห้องนี้จะเป็นห้องนอนของลูกคนโปรด เพราะมีขนาดพื้นที่ใหญ่กว่าห้องนอน 2 ทำให้สามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้ลงตัว บรรยากาศภายในห้องดูโปร่งด้วยหน้าต่างที่ให้มาทั้ง 2 ฝั่งของผนัง

    จริงๆ ห้องนี้สามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุต ได้เลยนะ และมีพื้นที่เหลือพอให้ Built-in ตู้เสื้อผ้าและโต๊ะอ่านหนังสือของเด็กๆ ด้วย

    ห้องน้ำส่วนกลางบนชั้น 2 มีการจัด Layout ที่ลงตัว แยกพื้นที่ส่วนเปียกและแห้ง สเปคและวัสดุที่ได้จะเหมือนกับห้องน้ำอื่นๆ ในบ้านนะคะ

    สำหรับห้องนอน 2 มีพื้นที่ใช้สอยเล็กกว่ากับห้องนอน 1 ลงมาหน่อย แต่ก็ยังจัดฟังก์ชันต่างๆ ได้ครบคือ เตียงนอน 3 ฟุต และมีพื้นที่ข้างเตียงให้ Built-in ตู้เสื้อผ้า

    ถึงพื้นที่ใช้สอยจะไม่ใหญ่มากแต่ก็น่าจะเพียงพอสำหรับเด็กวัยรุ่นที่ของใช้ยังไม่เยอะนัก

    ออกมายังพื้นที่อเนกประสงค์บนชั้นนี้ ที่สามารถจัดเป็นมุมทำการบ้านของลูกๆ เหมือนในบ้านตัวอย่างก็ได้ หรือจะจัดเป็นพื้นที่นั่งเล่นอีกมุมหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับผู้อยู่อาศัยเลย ส่วนห้องทางฝั่งซ้ายคือ Master Bedroom ค่ะ

    ภายใน Master Bedroom จะได้พื้นที่ในแต่ละฟังก์ชันใหญ่เต็มเม็ดเต็มหน่วย มีห้องน้ำในตัวและ Walk-in Closet จึงมีพื้นที่ใช้สอยให้สามารถวางเฟอร์นิเจอร์ ได้ครบถ้วนเลย

    ส่วนเตียงนอนได้พื้นที่ขนาดใหญ่วางเตียงขนาด 5-6 ฟุตได้สบายมากๆ และยังมีพื้นที่เหลือที่ติดริมหน้าต่างให้จัดเป็นมุมนั่งเล่น หรือวางโต๊ะทำงานก็ได้

    เราว่าพื้นที่นั่งเล่นตรง Bay Window นี้เป็น Highlight ของการออกแบบบ้านเลยนะ  เพราะส่วนนี้จะมาแทนระเบียง คนที่เลือกบ้านดีไซน์นี้จึงเหมาะกับคนที่ชอบนั่งเล่น ชมวิว มากกว่ายืนรับลมชมวิวที่ระเบียงนะ

    พื้นที่นั่งเล่นบริเวณนี้จะมีขนาดใหญ่กว่าบ้านแบบแรก ทำให้นั่งเล่นนอนเล่นได้สบายขึ้น กว้างยาว 2.5 x 0.75 m. เลยทีเดียว และจะได้วิวแบบโล่งเพราะเป็น Bay Window ด้วยค่ะ

    อีกฝั่งหนึ่งของห้องมีพื้นที่ขนาดใหญ่ให้ทำ Walk-in Closet ได้สบายๆ สามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าตามแนวผนังได้เป็นรูปตัว L เลย และตรงหน้าต่างจะวางโต๊ะเครื่องแป้งหมือนบ้านตัวอย่างก็ได้

    เราสามารถออกแบบได้ตามไลฟ์สไตล์เลยนะ เพราะห้องจริงที่ได้ จะเป็นพื้นที่โล่งๆ แบบในรูปด้านล่างเลยค่ะ

    มุมแต่งหน้าที่บ้านตัวอย่างตกแต่งไว้ให้ดู ถ้าวางโต๊ะไว้ในตำแหน่งนี้ก็จะได้แสงธรรมชาติในการแต่งหน้า ไม่ต้องกลัวหน้าลอยเลย^^ ส่วนห้องน้ำจะอยู่ด้านในเข้าไปอีกหน่อย

    ห้องน้ำในตัวของ Master Bedroom ก็จะมีฟังก์ชันที่ครบ ได้สเปควัสดุเกือบทั้งหมดที่เหมือนกับห้องน้ำอื่นๆ เลย ส่วนที่แตกต่างคือบานหน้าต่างที่ใหญ่ขึ้น และมีดีเทลลูกฟัก ดูน่ารักขึ้น และอ่างล้างหน้าก็จะใหญ่กว่าห้องน้ำอื่นๆ ในบ้าน แถมมีพื้นที่รอบอ่างให้วางของได้ด้วย

    พื้นที่ภายในห้องน้ำจะแยกส่วนเปียกและส่วนแห้งไว้เรียบร้อย พร้อมให้กระเบื้องพื้นและผนังเหมือนกับบ้านตัวอย่างเลยค่ะ

    ปิดท้ายด้วยมุม Walk-in Closet ที่โครงการ Built-in มาให้ดูเป็นตัวอย่าง จะเป็นตู้ตัว L วางเต็มพื้นที่ จึงสามารถเก็บของได้เยอะ คุณผู้หญิงและคุณผู้ชายสามารถแบ่งกันใช้ได้อย่างยุติธรรม แน่นอนว่าคุณแม่บ้านน่าจะใช้ถึง 3 ตู้ ส่วนคุณพ่อบ้านตู้เดียวก็เพียงพอ^^

    แบบบ้าน Aster จะเป็นบ้านขนาดเริ่มต้นของโครงการ มีพื้นที่ใช้สอยอยู่ที่ 125 ตร.ม. และมีขนาดที่ดินประมาณ 35 ตร.วา ทำให้ราคาจะหยิบจับง่ายกว่าแบบอื่นๆ ถึง 1-1.7 ล้านบาท ซึ่งราคาที่ต่างกันนี้จะมีส่วนที่ต่างกันหลักๆ เลยคือ จะมีห้องน้ำเพียงชั้นละ 1 ห้อง แบบบ้านนี้ Master Bedroom จะไม่ได้มีห้องน้ำในตัวนะคะ และส่วนที่ต่างกันอีกอย่างคือ สามารถจอดรถในบ้านได้เพียง 1 คัน เหมาะกับครอบครัวที่มีสมาชิก 4-5 คน และหากมีผู้สูงอายุ ก็สามารถกั้นห้องนอนที่ชั้นล่างเพิ่มได้นะคะ

    **รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

    ราคา

    11 March 2020

    • บ้านแฝด 2 ชั้น แบบ Primrose ที่ดินมาตรฐาน 43 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 180 ตร.ม.
      – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
      – ราคาเริ่มต้น 5.87 ล้านบาท
    • บ้านแฝด 2 ชั้น แบบ Freesia ที่ดินมาตรฐาน 40 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 151 ตร.ม.
      – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
      – ราคาเริ่มต้น 5.23 ล้านบาท
    • บ้านแฝด 2 ชั้น แบบ Aster ที่ดินมาตรฐาน 35 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 125 ตร.ม.
      – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 2 ห้องน้ำ / 1 ที่จอดรถ
      – ราคาเริ่มต้น 4.19 ล้านบาท
    • จองและทำสัญญา 150,000 บาท
    • ค่าส่วนกลาง 30 บาท/ตร.วา/เดือน จัดเก็บล่วงหน้า 3 ปี
    • ค่าสมาชิกสโมสร 300 บาท/คน/เดือน

    **ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ

    บทสรุป

    ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง : ทำเลโครงการนี้ถือว่าเป็นทำเลที่ใกล้ถนนใหญ่บางนา-ตราด อยู่ในซอยอดุลย์ศาสนการ เข้าซอยมาประมาณ 1.4 Km. ข้อดีของซอยนี้คือเดินทางเข้า-ออกได้ 2 ทาง ทั้งจากทางถนนบางนา-ตราด และถนนเทพารักษ์ ทำให้ใครที่ทำงานย่านเทพารักษ์ก็ยังถือว่าเดินทางได้สะดวก

    ความอุดสมบูรณ์รอบๆ โครงการจะยังมีไม่มากนัก ที่เห็นอยู่จะเป็นร้านค้าร้านอาหารราคาย่อมเยาให้พอพึ่งพิงได้ ถ้าข้ามคลองมาฝั่งศาลเจ้าพ่อคงเพ็ชรก็จะมีตลาดนัดในช่วงเย็น ส่วนเสาร์อาทิตย์จะเป็นตลาดใหญ่ หรือหากขับรถไปหน้าปากซอย ก็จะมีตลาดบางโฉลงให้ซื้อของสดมาทำกับข้าวกันได้ แต่ถ้าต้องการไปพวกศูนย์การค้าใหญ่ๆ ที่ใกล้สุดจะเป็น Market Village สุวรรณภูมิ ห่างจากโครงการประมาณ 5 Km. และ Mega Bangna ในระยะ 9 Km.

    ความปลอดภัยในโครงการและตัวบ้าน : ระบบรักษาความปลอดภัยของโครงการมี รปภ. ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง มีไม้กระดกกั้นที่ Main Gate เข้าออกผ่านระบบ Keycard Access และมี CCTV รอบโครงการ 20 จุด ส่วนความสูงรั้วรอบโครงการ 2.95 m. เป็นไปตามมาตรฐานของโครงการระดับนี้ค่ะ

    การออกแบบโครงการและพื้นที่ใช้สอย : โครงการนี้มีแบบบ้านเป็นจุดเด่น อย่างแรกที่ต้องพูดถึงเลยคือ เป็นบ้านแฝดที่ให้พื้นที่ใช้สอยมาเยอะ เหมือนได้อยู่บ้านเดี่ยว อย่างบ้านเดี่ยวในละแวกนี้มีขนาดประมาณ 130-150 ตร.ม. สำหรับโครงการนี้มีขนาดพื้นที่ 125-180 ตร.ม. เลยทีเดียว

    เป็นบ้านที่เหมาะสำหรับครอบครัว พ่อ แม่ ลูก ที่อยู่อาศัย 3-4 คน หรือบ้านไหนมีผู้สูงอายุก็สามารถกั้นห้องที่ชั้นล่างเพิ่มได้ การจัดฟังชั่นถือว่าลงตัวในทุกแบบบ้าน เน้นพื้นที่นั่งเล่น ทานอาหาร ให้กว้างหน่อย ดูโปร่งโล่ง สามารถวางโซฟาชุดใหญ่ได้ และเน้นห้องนอนใหญ่ให้มีพื้นที่พอสำหรับทำ Walk-in Closet ได้ทุกแบบบ้าน ถัดมาคือเรื่องของการออกแบบช่องแสงตัวบ้านที่ให้มาแบบไม่มีกั๊ก บานใหญ่ดี และมีหลายจุด ทำให้ตัวบ้านดูโปร่งเป็นพิเศษ

    สุดท้ายคือเรื่องของหน้าตาบ้านออกแบบมาให้ดู Modern แต่ไม่ได้ทันสมัยจ๋าๆ ยังมีกลิ่นอายแบบ Cottage นิดๆ ด้วยดีเทลของหน้าต่างที่มีลูกฟัก ทำให้ดูน่ารักอบอุ่น ใช้โทนสีขาวเป็นหลัก ดูเรียบร้อยสะอาดตา แต่เรื่องความสวยงามก็เป็นเรื่องที่ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคล ที่ต้องตัดสินใจกันเองนะคะ^^

    ในส่วนของตัวโครงการมีการออกแบบที่ได้มาตรฐานทั้งขนาดของถนนหลัก ถนนซอย มีการกระจายตำแหน่งของ Clubhouse ที่แยกออกจากสวน โดยวาง Clubhouse ไว้ใกล้ทางเข้า มีข้อดีที่ใช้เป็นพื้นที่รับแขกได้ เผื่อในกรณีที่ไม่สะดวกพาแขกเข้าบ้าน สำหรับซอยย่อยส่วนใหญ่จะมียูนิตไม่มากนัก ทำให้ยังมีความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัย แต่ก็จะมีบ้างบางซอยที่มีจำนวนยูนิตมากหน่อย ก็เลือกแปลงที่เหมาะกับเราค่ะ

    วัสดุ : วัสดุที่ให้มาก็ถือว่ามีทั้งมาตรฐานตามระดับราคานี้ สำหรับบ้านคือพื้นชั้น 1 ปูกระเบื้องแกรนิตโต้ ชั้นบนเป็นลามิเนต พื้นในห้องน้ำได้กระเบื้องเคลือบ วัสดุอุปกรณ์ในห้องน้ำได้ของ Cotto/ Nahm

    ส่วนที่ต้องชมคือ ประตูได้บานเลื่อนขนาดใหญ่ แบบที่พอเปิดแล้วมีระยะให้เดินผ่านเข้าออกถึง 1.3 m. แต่สเปคของกระจกให้มาเป็นกระจกใส และให้บันไดที่เป็นโครงสร้างแบบคอนกรีตเสริมเหล็ก ซึ่งดีกว่าโครงการส่วนใหญ่ที่ใช้เป็นโครงสร้างเหล็กนะคะ ส่วนที่ชอบคือดีเทลของหน้าต่างใน Master Bedroom ที่ให้มาเป็น Bay Window และตีตารางลูกฟักมาด้วย

    พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ : สภาพโครงการโดยรวมดูเรียบร้อยดี บริเวณ Clubhouse ดู Modern ด้วยผนังลายหินอ่อน โครงการมีพื้นที่รวมเกือบ 29 ไร่ กับจำนวนยูนิตทั้งหมด 164 ยูนิต ถือว่าเป็นอัตราส่วนที่กลางๆ ไม่แน่นมาก ถนนหลักและถนนรองในมีขนาด 12 และ 8 ม. ตามมาตรฐาน สำหรับพื้นที่สวนส่วนกลางวันที่ไปถ่ายรูปยังไม่เสร็จนะคะ แต่ดูจากผังก็เป็นสวนแนวยาว อยู่ตรงกลางเลย น่าจะช่วยให้บรรยากาศดูร่มรื่นขึ้น

    สาธารณูปโภค : ส่วนที่ให้มาเป็นมาตรฐานที่ทุกคนเข้าใช้งานได้คือ สวนส่วนกลาง แลกมากับค่าส่วนกลาง 30 บาท/ตร.วา ก็ถือว่าราคาสูงไปนิดนึงนะ ส่วนใครที่ต้องการใช้งานสโมสรที่มี Clubhouse, สระว่ายน้ำและ Fitness ให้ใช้ ก็สมัครค่ารายเดือนเพิ่มคนละ 300 บาท แบบนี้ก็มีข้อดีสำหรับลูกบ้านที่ไม่ต้องการใช้สโมสรก็ไม่ต้องเสียเพิ่มเกินกว่า 30 บาท ค่ะ

    Judgement

    การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

    ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 40%, ความปลอดภัย 15%, การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 15%, วัสดุ 10%, พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 10%,  และสาธารณูปโภค 10%

    เทียบกับแพคเกจ 4-6 ล้านบาท, 11 March 2020

    • ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 7.75/10 – ใกล้ถนนใหญ่ เข้าออกได้หลายเส้นทาง มีรถสาธารณะให้ใช้ มีความอุดมสมบูรณ์โดยรอบนิดหน่อย
    • ความปลอดภัย 7.5/10 – รั้วกั้นไม้กระดก, รปภ.หน้าหมู่บ้าน, Easy Pass, รั้วกำแพง 2.95 ม.
    • การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 8.25/10 – บ้านดูโปร่ง พื้นที่ใช้สอยเยอะ ลงตัว ปรับฟังก์ชันได้
    • วัสดุ 7.5/10 – มาตรฐานของระดับนี้
    • พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 7.5/10 – พื้นที่ส่วนกลางดูเรียบร้อยดี มีส่วนหย่อมในหลายมุม บริเวณสโมสรดูน่าใช้งาน แต่โดยรวมยังดูขาดความร่มรื่นไปนิด
    • สาธารณูปโภค 7.5/10 – ให้มาครบแต่ต้องจ่ายเพิ่ม 300 บาท ถ้าจะใช้สโมสรส่วนกลาง
    • 7.71 / 10.00 

    BOTTOM LINE

    Trendy Tara บางนา โครงการบ้านแฝดที่เป็นทางเลือกสำหรับครอบครัว 4-5 คน ที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยในบ้านเยอะแบบบ้านเดี่ยว แต่ไม่ได้ต้องการแปลงที่ดินขนาดใหญ่ ทำเลเหมาะกับคนที่ต้องการขยับขยายครอบครัว หรือคนทำงานในย่านบางพลี สะดวกทั้งผู้ที่ทำงานทางฝั่งบางนา-ตราดและเทพารักษ์ สำหรับคนที่สนใจต้องมีงบประมาณ 4-6 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนต่อเดือนประมาณ 29,000 – 42,000 บาท


    ติดตามพวกเราได้ที่
    Website : www.thinkofliving.com
    Twitter : www.twitter.com/thinkofliving
    YouTube : www.youtube.com/ThinkofLiving
    Instagram : www.instagram.com/thinkofliving
    Facebook : ThinkofLiving