รีวิวโครงการ

คิด.เรื่อง.อยู่ Ep.472 – รีวิวบ้านเดี่ยว The Glamor เอกมัย – ประดิษฐ์มนูธรรม

24 พฤศจิกายน 2019

อ่านรีวิวล่าสุด

รีวิวฉบับที่ 1989 … สวัสดีครับทุกคน วันนี้ผมจะพาไปดูบ้านหรูในย่านเลียบด่วนรามอินทราตัวใหม่กันครับ กับโครงการ The Glamor เอกมัย – ประดิษฐ์มนูธรรม จาก พีซแอนด์ลีฟวิ่ง จำกัด ตั้งอยู่ในซอยลาดพร้าว 81 เป็นบ้านเดี่ยว 3.5 ชั้น สไตล์ Modern ที่มีพื้นที่ใช้สอยเยอะ พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว มีการออกแบบเฉพาะตัวที่ต่างจากโครงการทั่วไป จะเป็นอย่างไรเราไปชมพร้อมๆกันเลยครับ

ข้อมูลโครงการ

Fact @ 12 November 2019

  • The Glamor Ekkamai – Pradit Manutham (ดิ แกลมเมอร์ เอกมัย – ประดิษฐ์มนูธรรม)
  • บริษัท พีซแอนด์ลีฟวิ่ง จำกัด
  • SUPER LUXURY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment บ้านได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ : ถนนประดิษฐ์มนูธรรม เขตวังทองหลาง
  • เนื้อที่โครงการ 4-2-32 ไร่ จำนวน 18 ยูนิต
  • บ้านเดี่ยว 3.5 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 59.2 – 73.3 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 450 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / 3 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 28.8 ล้านบาท (Promotion)
  • ความสูงจากพื้นถึงฝ้า 3 เมตร
  • ที่ดินเพิ่มลดตารางวาละ 250,000 บาท
  • โครงการเริ่มก่อสร้าง : ปี 2562
  • คาดว่าแล้วเสร็จทั้งโครงการ : Q2 ปี 2563
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร  : 0632654914

ทำเลที่ตั้ง

พิกัด Google Maps : 13.792521, 100.613049
หรือสามารถ :  คลิกที่นี่

แผนที่จากทางโครงการครับ

โครงการ The Glamor เอกมัย – ประดิษฐ์มนูธรรม ตั้งอยู่ในซอยลาดพร้าว 81 ซึ่งเป็นซอยที่เชื่อมต่อกับซอยประดิษฐ์มนูธรรม จึงสามารถเข้า-ออกได้ทั้งถนนลาดพร้าว และถนนประดิษฐ์มนูธรรม หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า “เลียบด่วนรามอินทรา” นั่นเองครับ โดยความสำคัญของถนนเส้นนี้คือ สามารถขับตรงเข้าเมืองไปทองหล่อ-เอกมัยได้ง่ายมากๆ ซึ่งปัจจุบันถ้าเราอยากจะหาบ้านเดี่ยวใจกลางเมืองในซอยเหล่านั้น นับว่าหาไม่ได้แล้วครับ เนื่องจากที่ดินมีราคาสูงมาก ส่วนใหญ่จึงพัฒนากลายเป็นคอนโดมิเนียมกันไปหมด และถ้าเป็นบ้านแนวราบก็จำเป็นต้องขยับออกมารอบนอกอีกสักหน่อย ซึ่งทำเลยอดฮิตและสะดวกที่สุดก็คือ เลียบด่วนรามอินทรานั่นเองครับ

ก่อนอื่นผมคงต้องบอกก่อนว่า สมัยก่อนราคาที่ดินละแวกนี้ไม่ได้สูงขนาดนี้นะครับ ถ้าเป็นเมื่อ 5 – 6 ปีก่อน เรายังสามารถหาบ้านเดี่ยวราคา 10 กว่าล้านในย่านนี้ได้ไม่ยากนัก แต่เพราะตัวเมืองได้ขยายตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ปัจจุบันด้วยราคา 10 ล้านกว่าบาท หาได้เต็มที่ก็แค่ทาวน์โฮมเท่านั้น โดยราคาบ้านเดี่ยวได้ขยับไปไกลหลายสิบล้านแล้ว ส่วนมากก็เป็นโปรดักส์บ้านราคาแพงระดับ Super Luxury กันซะหมด ซึ่งลักษณะของบ้านใจกลางเมืองจะต่างจากบ้านแถบชานเมืองตรงที่ มักจะก่อสร้างให้เต็มพื้นที่ดินบ้านให้มากที่สุด คือแทบจะไม่มีพื้นที่สวนเลย (หรือมีน้อยครับ) แล้วจะเน้นเป็นพื้นที่ใช้สอยภายในกับจำนวนชั้นที่มากขึ้นแทน นั่นเป็นเพราะต้องการให้คุ้มค่ากับราคาที่ดินที่เสียไปให้มากที่สุดนั่นเองครับ ส่วนความอุดมสมบูรณ์ของละแวกนี้จะอยู่บริเวณ CentralFestival EastVille และ Crystal Design Center ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ หรือจะเดินทางไปหาของอร่อยๆทานในย่านโชคชัย 4 – นาคนิวาสก็อยู่ไม่ไกลครับ แต่ที่ใกล้และสะดวกที่สุดก็คือ BigC ที่อยู่ตรงปากซอยลาดพร้าว 81 ของเรานี่เอง

การเข้า-ออกของทำเลซอยนี้สามารถทำได้หลักๆ 3 เส้นทางด้วยกันดังนี้

  • เส้นทางที่ 1 เข้าจากซอยประดิษฐ์มนูธรรม 10 ระยะทางประมาณ 300 m. เราจะเลี้ยวเข้าซอยนี้เพื่อเลี่ยงรถติดที่ถนนใหญ่ได้ครับ หรือถ้ารถไม่ติดมากก็ขับเลยมาอีกหน่อยเข้าที่ซอยประดิษฐ์มนูธรรม 8 ระยะทางจะใกล้กว่าอยู่ที่ประมาณ 240 m. ถือว่าเป็นเส้นทางหลักสำหรับคนใช้ทางด่วนขาเข้าเมืองจะสะดวกที่สุดครับ
  • เส้นทางที่ 2 เข้าจากซอยประดิษฐ์มนูธรรม 6 เผื่อกรณีขับเลยซอย 8 และ 10 มาแล้ว อย่างตอนที่เราลงมาจากทางด่วนฝั่งขาเข้าบริเวณนี้พอดี ก็สามารถใช้ซอยนี้เพื่อขับย้อนกลับมายังโครงการได้ครับ
  • เส้นทางที่ 3 กรณีที่ใช้ถนนลาดพร้าวเป็นหลัก เราสามารถใช้ซอยลาดพร้าว 81 เป็นเส้นทางหลักได้ครับ ระยะทางประมาณ 950 m. แล้วยังใช้เป็นทางมายัง BigC ได้สะดวกอีกด้วย

และนอกจากนี้ในอนาคตบนถนนลาดพร้าว จะมีรถไฟฟ้าสายสีเหลืองวิ่งผ่านด้วยครับ โดยสถานีที่ใกล้ที่สุดคือ “ฉลองรัช” ซึ่งจะอยู่บริเวณเยื้องๆกับห้าง BigC ห่างจากโครงการประมาณ 1.2 km. ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการเดินทางด้วยรถสาธารณะในอนาคตที่สะดวกครับ

สำหรับทางด่วนที่ใกล้ที่สุดก็คือ “ทางพิเศษฉลองรัช” หรือที่เราเรียกกันว่า “ด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์” ซึ่งถ้าเป็นขาเข้าเมืองจะต้องไปขึ้นที่ด่านประชาอุทิศครับ ห่างจากโครงการประมาณ 2.8 km. และต้องเผื่อเวลาสัก 15 – 30 นาทีนะ ส่วนขากลับก็จะลงที่ฝั่งตรงข้ามกันเลยครับ และต้องขับตรงเพื่อไปกลับรถย้อนกลับมาหน่อย ก็จะสามารถมาเข้าที่ซอยประดิษฐ์มนูธรรม 8 หรือ 10 ก็ได้ มีระยะทางรวมประมาณ 4.8 km.

และสำหรับขาออกเมือง เราสามารถกลับรถใต้สะพานข้ามแยก เพื่อไปขึ้นทางด่วนฝั่งตรงข้ามที่ด่านลาดพร้าวได้ในระยะ 1.9 km. ซึ่งถือว่าใกล้มากๆครับ และตอนขากลับเราจะสามารถใช้ทางออก 12 (ป้ายไปลาดพร้าว) เพื่อมาลงถนนประดิษฐ์มนูธรรมได้ครับ ซึ่งเป็นช่วงที่จะเลยซอยประดิษฐ์มนูธรรม 8 หรือ 10 มาแล้ว ดังนั้นเราจึงต้องเข้าทางซอย 6 แทนครับ ระยะทางแค่ 1.5 km. เท่านั้น ถือว่าสะดวกมากๆ

สำหรับการเดินทางในวันนี้ ผมจากในตัวเมืองโดยใช้ทางพิเศษฉลองรัชครับ จากนั้นก็จะใช้ทางออก “ลาดพร้าว-โชคชัย4” มาลงถนนประดิษฐ์มนูธรรม แล้วขับตรงมาเรื่อยๆ ขึ้นสะพานข้ามถนนลาดพร้าว แล้วตรงมากลับรถเพื่อมาเข้าซอยประดิษฐ์มนูธรรม 8 ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม จากนั้นขับเข้ามาในซอยเรื่อยๆ เชื่อมต่อกับซอยลาดพร้าว 81 ประมาณ 240 m. ก็จะเจอกับที่ตั้งโครงการทางซ้ายมือครับ

Image 1/11
ตอนนี้ผมอยู่บนทางพิเศษฉลองรัชครับ ให้ใช้ทางออก 9 ลาดพร้าว-โชคชัย 4 ได้เลยครับ

ตอนนี้ผมอยู่บนทางพิเศษฉลองรัชครับ ให้ใช้ทางออก 9 ลาดพร้าว-โชคชัย 4 ได้เลยครับ

สภาพแวดล้อมรอบโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะครับ

โครงการตั้งอยู่ในซอยลาดพร้าว 81 ซึ่งเป็นย่านชุมชนพักอาศัยแนวราบ โดยรอบจึงเป็นบ้านเดี่ยวสูง 2 – 3 ชั้น และมีอาคารสูง 4 – 5 ชั้น กับที่ว่างสีเขียวอยู่บ้างประปราย โดยรวมถึงเป็นทำเลที่เงียบสงบ เหมาะแก่การอยู่อาศัยครับ สามารถสรุปได้ดังนี้

  • ทิศเหนือ : ติดกับอาคารสูง 4 ชั้น ถัดไปเป็นโครงการบ้านเดี่ยวสูง 3 ชั้น
  • ทิศใต้ : ติดกับชุมชนแนวราบสูง 1 – 2 ชั้น และที่ว่าง
  • ทิศตะวันออก : ติดกับชุมชนแนวราว สูง 1- 2 ชั้น
  • ทิศตะวันตก : ด้านหน้าโครงการ ติดกับถนนซอยลาดพร้าว 81 ฝั่งตรงข้ามเป็นบ้านเดี่ยวสูง 2 – 3 ชั้น

ด้านหน้าโครงการเป็นถนนซอยลาดพร้าว 81 และฝั่งตรงข้ามเป็นบ้านสูง 1 – 2 ชั้น รวมถึงมีอาคารสูง 4 ชั้นตั้งอยู่ด้วยครับ

ด้านซ้ายเป็นชุมชนแนวราบทั้งหมด ติดกับโครงการจะเป็นบ้านสูง 2 ชั้น และถ้าตรงไปจะสามารถไปออกถนนประดิษฐ์มนูธรรม ที่ซอยประดิษฐ์มนูธรรม 6 หรือจะตรงไปออกถนนลาดพร้าวเลยก็ได้ครับ

ส่วนด้านขวาก็เป็นชุมชนแนวราบเหมือนกันครับ ติดกับโครงการจะเป็นอาคารสูง 4 ชั้น และถัดไปจะเป็นโครงการเพื่อนบ้าน The Honor บ้านเดี่ยวสูง 3 ชั้นครับ และถ้าเราตรงไปก็จะไปออกถนนใหญ่ที่ซอยประดิษฐ์มนูธรรม 8 หรือ 10 ได้เหมือนกัน

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • Big C Supermarket ~ 1 กิโลเมตร
  • Tesco Lotus ~ 1.1 กิโลเมตร
  • Crystal Design Center (CDC) ~ 1.2 กิโลเมตร
  • Home Pro ~ 1.4 กิโลเมตร
  • CHIC Republic ~ 2 กิโลเมตร
  • The Crystal Park ~ 2.5 กิโลเมตร
  • Foodland ~ 2.9 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลลาดพร้าว ~ 3 กิโลเมตร
  • Central Festival East Ville ~ 3.5 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลเวชธานี ~ 4.5 กิโลเมตร
  • โรงเรียนเลิศหล้า(เกษตร-นวมินทร์) ~ 5.5 กิโลเมตร
  • โรงเรียนนานาชาติ NIVA ~ 5.8 กิโลเมตร
  • The Walk เกษตรนวมินทร์ ~ 6 กิโลเมตร

รายละเอียดโครงการ

โครงการ  The Glamor เอกมัย – ประดิษฐ์มนูธรรม เป็นโครงการจัดสรรขนาดเล็กบนพื้นที่ 4-2-32 ไร่ และมีเพื่อนบ้านเพียง 18 ยูนิตเท่านั้น จึงมีความเป็นส่วนตัวค่อนข้างสูง มีทางเข้าแค่ทางเดียวจึงดูแลรักษาความปลอดภัยได้ง่าย อีกทั้งด้านหน้ายังเป็นพื้นที่ส่วนกลางอย่างสวนกับ Clubhouse เป็นส่วนต้อนรับและใช้รับรองแขกได้ ก่อนจะมีทางเลี้ยวไปยังส่วนพักอาศัยด้านใน ซึ่งทางเลี้ยวแบบนี้จะทำให้ภายในโครงการมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น เพราะถ้ามองจากภายนอกจะไม่เห็นบรรยากาศโซนบ้านพักอาศัยครับ โดยจะแบ่งออกเป็น 3 ซอยย่อย ซึ่งมีเพื่อนบ้านร่วมซอยแค่ 6 หลังเท่านั้นครับ

และจุดเด่นที่ผมอยากให้สังเกตคือ ลักษณะของการวางผังบ้านแต่ละหลัง ซึ่งจะวางไปในทิศทางเดียวกันหมด ไม่ได้มีการ Mirror หรือสลับด้านกันเลยครับ หันหน้าบ้านไปทางทิศเหนือ-ใต้ และฝั่งที่เป็นช่องหน้าต่างกับสระว่ายน้ำจะเป็นทิศตะวันตก เพื่อเปิดรับแสงให้มากที่สุด อีกทั้งถ้าลองสังเกตดูดีๆแล้ว บ้านทั้ง 3 หลังในแต่ละคลัสเตอร์ จะมีบริบทที่แตกต่างกันดังนี้

  • กรอบสีแดง : เป็นแปลงมุมที่อยู่ติดกับถนนหลักของโครงการ อาจดูเหมือนว่าจะมีความเป็นส่วนตัวน้อยกว่าเพื่อนร่วมซอย แต่ก็ได้วิวที่ชั้นบนของตัวบ้านที่เปิดโล่งมากที่สุดเช่นกันครับ (ไม่ต้องมองดูผนังของบ้านหลังข้างๆ) อีกทั้งยังสามารถเดินมาใช้งานส่วนกลางได้สะดวกที่สุดอีกด้วย
  • กรอบสีเหลือง : เป็นแปลงตรงกลางที่จะขนาบข้างไปด้วยเพื่อนบ้านทั้ง 2 หลัง เหมาะกับคนชอบมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี มีเพื่อนบ้านให้คุยเล่นได้ทั้ง 2 ฝั่งครับ
  • กรอบสีน้ำเงิน : เป็นแปลงริมด้านในสุด ค่อนข้างมีความเป็นส่วนตัว และมีขนาดที่ดินบ้านมากที่สุดด้วยเช่นกันครับ สังเกตจากลักษณะที่ดินโครงการที่จะป้านออกเล็กน้อย ทำให้ยูนิตแบบนี้จะมีพื้นที่ข้างบ้าน (ฝั่งซักล้าง) เพิ่มมากขึ้นครับ

เรามาเดินดูโครงการของจริงกันดีกว่าครับ เริ่มจากซุมประตูทางเข้าจะใช้วัสดุกระเบื้องลายหินอ่อนสีขาว ตัดด้วยขอบสีทองดูเรียบหรู สไตล์ Modern Luxury พร้อมกับมีป้ายชื่อโครงการอยู่ชัดเจนทางขวามือ

ซึ่งถ้าใครที่ได้ไปเยี่ยมชมโครงการนี้จะสังเกตได้ว่า ที่ดินของโครงการจะถมที่ยกสูงขึ้นมาจากตัวถนนด้านหน้าประมาณเมตรกว่าๆ จึงสามารถวางใจได้ว่า ถ้าอนาคตเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมหนักๆแถวนี้แบบเมื่อปี 2554 น้ำจะไม่ท่วมเข้ามาในโครงการแน่นอนครับ

ระบบการเข้า-ออกของที่นี่ นอกจากจะมี รปภ. คอยดูแลตลอด 24 ชม.แล้ว ก็จะใช้ไม้กั้นกระดก ระบบ RFID ที่เป็นสัญญา Bluetooth ขับผ่านเข้า-ออกได้แบบ Easy Pass บนทางด่วน จะได้ไม่ต้องเปิดกระจกลงมาให้แดดร้อนหรือเปียกฝนครับ แต่ถ้าใครที่เป็น Visitor ก็จะต้องแลกบัตรก่อนนะ รวมถึงยังมีกล้อง CCTV ติดตั้งอยู่อีกด้วย ส่วนประตูเหล็กด้านหลังจะปิดเฉพาะในเวลากลางคืนเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยครับ

เมื่อผ่านซุ้มประตูมาแล้วก็จะเจอกับถนน Main ที่ตรงยาวเข้าไป ก่อนจะไปหักเลี้ยวที่ด้านหน้า จึงทำให้มองไม่เห็นบรรยากาศในโครงการมากนัก ผู้พักอาศัยจึงได้ความเป็นส่วนตัวดีครับ ด้านขวาเป็นรั้วสูง 3 m. และมีรั้วโปร่งอีก 1.5 m. ล้อมรอบโครงการ ซึ่งถ้าหากมีการปลูกต้นไม้สูงๆ ประดับข้างทางฝั่งขวาเพิ่มอีกสักหน่อย ผมคิดว่าบรรยากาศทางเข้าโครงการจะร่มรื่น และสดชื่นขึ้นอีกมากเลยล่ะครับ

ส่วนซ้ายมือจะเป็นพื้นที่สวน และมีอาคาร Clubhouse ตั้งอยู่ครับ

ซึ่งลักษณะของตัวอาคาร Clubhouse ก็จะสอดคล้องไปกับส่วนอื่นๆของโครงการ ตั้งแต่ซุ้มประตูทางเข้าไปจนถึงตัวบ้าน คือเป็นแบบ Modern Luxury มีความสูง 2 ชั้น ซึ่งทางเข้าด้านหน้าจะเป็นผนังทึบทั้งหมด เพื่อความเป็นส่วนตัวด้านใน ประตูทางเข้าจะเป็นบานไม้สักขนาดใหญ่ และปัจจุบันก็ยังใช้อาคารนี้เป็นสำนักงานขายอยู่ด้วยครับ

ภายในจะเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ครับ เผื่อบางคนต้องการความเป็นส่วนตัว ไม่อยากพาแขกเข้าไปในบ้านตัวเอง ก็สามารถใช้ที่นี่เป็นที่รับรองแขกได้เลย โดยขวามือของผมจะเป็นห้องนิติบุคคลครับ และที่เห็นว่าภายในจะมืดๆหน่อย ก็เป็นเพราะมีช่องแสงแค่ด้านเดียวเท่านั้น ทั้งนี้ก็เพื่อความเป็นส่วนตัว แต่ก็ทำให้ได้เอฟเฟคดีอีกแบบครับ เพราะคนที่อยู่ด้านในจะมีจุดโฟกัสแค่ช่องแสงทางเดียวเท่านั้น อารมณ์เหมือนดูภาพสวนที่ฉายในโรงหนังอะไรแบบนั้นเลยครับ

ซึ่งสวนด้านข้างสามารถเข้า-ออกได้สะดวก จากภายในนี้ด้วยประตูกระจกบานเลื่อนครับ เพราะถ้าลองย้อนกลับไปดูภาพภายนอกอาคารก่อนหน้านี้จะเห็นว่า โดยรอบจะมีการปลูกแนวต้นไม้เอาไว้ และยังมีตู้ไฟบังตรงหัวมุมอีกด้วย (แต่ก็พอจะแทรกตัวลัดมาที่สวนได้โดยไม่ต้องเข้าในอาคารก่อนก็ได้ครับ) จึงไม่มีทางเข้าสวนที่ชัดเจนจากถนนด้านนอก ซึ่งฟังก์ชันแบบนี้เลยทำให้กลายเป็น Private Garden ของ Clubhouse แห่งนี้ไปโดยปริยายนั่นเอง

บรรยากาศของสวนจะมีพื้นที่นั่งเล่น และปลูกต้นไม้ประดับเอาไว้ ซึ่งถ้าในอนาคตต้นไม้เหล่านี้เติบโตให้ร่มเงา ผมคิดว่าน่าจะมีเก้าอี้มาวางเสริมเพิ่มเติมใต้ร่มไม้ จะทำให้น่านั่ง และนั่งได้จริงจังมากขึ้นครับ

กลับมาที่ด้านในอีกครั้ง ด้านหลังผนังของเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์จะมีบันไดซ่อนเอาไว้ครับ

เมื่อขึ้นมาแล้วจะเจอห้องกระจกอยู่ทางขวามือ ซึ่งด้านหน้าสุดจะเป็นห้องน้ำแยกชายหญิง

ในห้องน้ำจะเป็นห้องเดี่ยวแบบใหญ่ๆเลยครับ เข้ามาใช้งานได้ทีละคนเท่านั้น เพราะโครงการนี้มีเพื่อนบ้านน้อย เลยคาดว่าอาจไม่ได้มีคนใช้งานพร้อมกันเยอะมากนัก และจะไม่มีที่อาบน้ำนะครับ อาจต้องไปอาบที่บ้านตัวเองกันนะ

และเมื่อเราเข้ามาด้านในก็จะพบกับ Fitness ที่มีเครื่องออกกำลังกายของยี่ห้อ Precor มาตรฐานจากอเมริกาทั้งหมด 7 ชิ้น ทั้งแบบ Cardio และ Weight Training ซึ่งเมื่อเทียบกับจำนวนยูนิตแล้วผมถือว่าเหมาะสมเลยครับ ผนังสองด้านเป็นกระจก สามารถออกกำลังกายไปและชมวิวภายนอกไปด้วยได้เลย

โดยเฉพาะส่วนของ Cardio จะหันหน้าออกไปด้านหน้าโครงการ และมองเห็นสวนที่อยู่ด้านล่างได้แบบพอดีๆ ทำให้รู้สึกสดชื่นมากๆครับ

กลับมาที่ด้านนอกกันอีกครั้ง เมื่อเราเลี้ยวขวามามาจากถนนด้านหน้า ก็จะเข้าสู่โซนพักอาศัย ซึ่งถนนหลักจะมีทางตรงต่อไปอีกเรื่อยๆทางขวามือครับ (ปัจจุบันกำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง) โดยตัวพื้นถนนของโครงการจะปูด้วย Concrete Stamp ทั้งหมดเลย และจะแบ่งเป็นซอยย่อยๆอีก 3 ซอยด้วยกัน

แต่ละซอยจะมีเพื่อนบ้านแค่ 6 หลังเท่านั้น และอีกสิ่งหนึ่งที่เราสังเกตได้ก็คือ โครงการนี้เดินสายไฟลงใต้ดินทั้งหมดครับ จึงไม่มีสายไฟมาบดบังทัศนียภาพของโครงการ ทำให้ดูเรียบร้อยสวยงาม แล้วยังมีการเดินไฟแบบ 3 Phase ซึ่งสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าได้มากกว่าแบบ 1 Phase ทั่วไปอีกด้วยครับ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • อาคาร Clubhouse
  • พื้นที่อเนกประสงค์
  • Fitness มีเครื่องออกกำลังกายประมาณ 7 เครื่อง
  • Private Garden
  • ระบบ CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ 23 จุด
  • รั้วรอบโครงการสูง 3 m. และรั้วโปร่งต่อเพิ่ม 1.5 m.
  • ถนนภายในโครงการกว้าง 9 m. (ผิวถนน 7 m. + เขตทางด้านละ 1 m.)
  • Key Card Access ระบบ RFID ระยะไกล
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
  • ประตูรั้วโครงการแบบ รั้วกั้นไม้กระดก
  • สัญญาณกันขโมย ระบบ Magnetic & Shock Sensor ทุกหลัง
  • สายไฟลงใต้ดิน และเดินไฟ 3 Phase

แบบบ้าน

มีใครสงสัยเหมือนผมกันบ้างครับ …ชื่อของโครงการคำว่า The Glamor ทำไมถึงไม่อ่านออกเสียงว่า “เดอะ แกรมเมอร์” แต่เป็น “ดิ แกรมเมอร์” ซึ่งจริงๆแล้วนี่เป็นการออกเสียงแบบภาษาฝรั่งเศษนั่นเองครับ โดยคำว่า Gramor รากศัพท์มาจากคำว่า Glamorous ที่หมายถึง ความมีสเน่ห์ ความสง่างาม และน่าสนใจ ซึ่งทางโครงการก็มีการออกแบบมาได้แตกต่างจากโครงการทั่วไปหลายๆจุด มีความน่าสนใจ และแปลกตาดีครับ

และสำหรับโปรดักส์ของโครงการ The Glamor เอกมัย – ประดิษฐ์มนูธรรม จะมีแค่แบบเดียวนะครับ เป็นบ้านเดี่ยว 3.5 ชั้น ซึ่งจุดเด่นคือ มีสระว่ายน้ำในตัวทุกยูนิตครับ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำไมจึงไม่มีสระว่ายน้ำใน Clubhouse ที่เราพึ่งไปชมกันมาก่อนหน้านี้ โดยหน้าตา facade ภายนอกของตัวบ้านจะมีลักษณะ Modern ดูเรียบง่าย และมีช่องเปิดด้านหน้าค่อนข้างน้อย เพื่อความเป็นส่วนตัวของผู้พักอาศัย แต่จะเน้นเปิดช่องแสงที่ด้านข้างของตัวบ้านแทน และยังมีการก่อสร้างแบบก่ออิฐมวลเบาทั้งหลังด้วยครับ

ก่อนจะไปชมบ้านของจริงเรามาดู Floor Plan แต่ละชั้นกันก่อนครับ ซึ่งลักษณะบ้านจะปลูกสร้างเกือบเต็มพื้นที่ของที่ดิน ทำให้มีพื้นที่ใช้สอยมาถึง 450 ตารางเมตร ผังเป็นรูปตัว C โอบล้อมพื้นที่ Terrace ตรงกลางเอาไว้ และเปิดรับวิวสระว่ายน้ำด้านข้างของตัวบ้าน ในขณะที่อีกฝั่งจะเป็นผนังทึบทั้งหมด ทั้งนี้ก็เพื่อความเป็นส่วนตัวจากช่องเปิดของบ้านหลังข้างเคียงที่จะหันมาทางนี้เหมือนกันครับ อีกทั้งตัวบ้านจะก่อสร้างโดยใช้อิฐมวลเบาทั้งหลัง และจะมีผนังหลายจุดที่ใช้เป็นผนังแบบ Double Wall หนา 2 ชั้น เพื่อซ่อนเสาภายในบ้าน ทำให้ดูเรียบร้อยมากขึ้น รวมถึงยังช่วยป้องกันเสียงและความร้อนได้ดีอีกด้วยครับ

และสำหรับฟังก์ชันภายในก็ค่อนข้างแตกต่างจากโครงการทั่วไป อย่างแรกที่ผมชอบคือการแบ่งพื้นที่ส่วนของ Maid ออกจากพื้นที่ของเจ้าของบ้าน เริ่มตั้งแต่ครัวไทยนอกบ้าน และลานซักล้างข้างบ้าน ไปจนถึงส่วนพักผ่อนของ Main ก็จะแยกออกไปอย่างชัดเจน ไม่มารบกวนการอยู่อาศัยภายใน แต่สิ่งที่แปลกคือฟังก์ชันชั้นล่างจะเป็นพื้นที่เตรียมอาหารและโต๊ะทานอาหารเท่านั้น เชื่อมต่อกับส่วนของสระว่ายน้ำ จึงกลายเป็นพื้นที่เหมาะจะจัดปาร์ตี้ ทานอาหาร และนั่งพักผ่อนริมสระได้ดี ในขณะที่ห้องนั่งเล่นจะต้องเดินขึ้นบันไดมาที่ชั้นลอยด้านบนครับ ซึ่งโถงบันไดของบ้านหลังนี้จะค่อนข้างใหญ่มากทีเดียว

และถ้าเราขึ้นบันไดมาที่ชั้น 2 ก็จะเป็น Master Bedroom ที่จะถูกดันไปอยู่ด้านหลังบ้าน ซึ่งต่างจากโครงการทั่วไปที่มักจะอยู่โซนด้านหน้าบ้าน เวลามีใครมาหน้าบ้านก็จะมองเห็นได้ หรือไม่ก็ทำแบบยก Floor ไปเลย แต่ทั้งนี้ก็เพื่อต้องการความเป็นส่วนตัวนั่นเองครับ สังเกตจากช่องแสงที่จะมีเพียงมุมเดียวเท่านั้น ให้มองเห็น Court กลางบ้าน และสระว่ายน้ำได้ ส่วนห้องนอนอื่นๆ จะอยู่ที่ชั้น 3 เชื่อมต่อกันด้วยระเบียงขนาดใหญ่ตรงกลาง และมีห้องน้ำในตัวทุกห้อง รวมถึงแต่ละห้องก็ยังมีพื้นที่มากพอ ที่จะจัด Walk in closet หรือฟังก์ชันอื่นๆได้หลากหลายเลยครับ ซึ่งของจริงจะเป็นอย่างไรเราไปชมพร้อมๆกันเลยดีกว่า

บริเวณด้านหน้าของตัวบ้านจะแยกเป็นประตูทางเข้าคนเดินทางขวา กับประตูทางเข้ารถยนต์ทางซ้าย ซึ่งเป็นประตูเลื่อนไฟฟ้าอัตโนมัติ สามารถจอดรถได้ 3 คัน โดยจะแบ่งเป็น 2 ช่องจอดด้านขวา กว้าง 4.9 m. (ไม่รวมระยะที่ประตูรั้วบังอยู่ 10 cm.) และอีก 1 ช่องจอดทางซ้ายกว้าง 2.7 m. ซึ่งจะทำหลังคากันสาดยื่นออกมาให้แบบบ้านตัวอย่างเลยครับ

นอกจากนี้ตัวพื้นยังเป็น Concrete Stamp มี slope ยกสูงขึ้นมาจากถนนโครงการอีกทีหนึ่ง และเป็นโครงสร้าง Slab on beam ลงเสาเข็มให้ลึกเท่ากับตัวบ้าน ยาวออกมาจนถึงระยะของผนังบ้าน ส่วนพื้นที่สวนด้านซ้ายมือจะมีแค่บางยูนิตเท่านั้น ซึ่งหลังไหนที่มีสวนก็จะปูหญ้าเอาไว้ให้ครับ แต่ที่จะได้แน่ๆทุกหลังคือ ต้น Silver Oke ที่อยู่ขวามือนั่นเอง

ด้านในจะมีทางเดินยก step สูงขึ้นมาจากพื้นโรงรถ มีความกว้าง 1.5 m. สามารถป้องกันสิ่งสกปรกต่างๆ และทำให้เดินได้สะดวก ผนังตรงกลางจะ Built ตู้เก็บของและที่เก็บรองเท้ามาให้แบบนี้เลยครับ ซึ่งนอกจากจะใช้งานได้สะดวกแล้ว ยังช่วยพรางสายตา เพื่อความเป็นส่วนตัวของพื้นที่ในบ้านอีกด้วย

ประตูทางเข้าบ้านจะมีแค่ทางเดียวเท่านั้น เป็นไม้บานทึบขนาด Over size กว้าง 1 m. สูง 2.3 m. และทำมาจากไม้สักแท้ทั้งบานครับ

บริเวณนี้มีจุดให้สังเกตอยู่ 4 จุดด้วยกัน อย่างแรกคือที่ประตูจะติดตั้ง Digital Door Lock ของ Yale มาให้ มุมซ้ายล่างจะมีจุดเชื่อมต่อ EV Charger ที่เป็นช่องไฟ 3 Phase ครับ แต่เราจะต้องติดตั้ง Station เองนะ มุมขวาบนจะมีสัญญาญไฟฉุกเฉิน กับกล้อง CCTV ซึ่งจะติดตั้งที่โรงรถ และมุมทั้ง 4 ของตัวบ้าน ส่วนอุปกรณ์สีขาวเล็กๆ บนฝ้าเพดานจะเป็น Motion Sensor ที่จะคอยเปิดไฟให้อัตโนมัติทันที ทั้งหมด 6 จุดครับ ตั้งแต่โรงจอดรถ และโถงบันไดทุกชั้นครับ

เมื่อเข้ามาภายในก็จะเจอกับ Foyer เป็นส่วนต้อนรับก่อน ที่สำคัญคือจะมีการยก step ขึ้นมาเล็กน้อย (พร้อมซ่อนไฟ) เพื่อให้ตัวบ้านอยู่ระดับเดียวกับสระว่ายน้ำครับ ซึ่งซ้ายมือจะเป็นผนังกระจก ทำให้ take view ระเบียงและสระด้านนอกได้ด้วย รวมถึงทำให้โถงกลางบ้านนี้สว่าง และโปร่งโล่งดีอีกด้วยครับ

มองย้อนกลับไปจะเห็นประตูทางซ้ายมือซ่อนอยู่บานหนึ่ง เป็นห้องงานระบบไฟต่างๆนั่นเอง และข้างๆประตูจะมีอุปกรณ์ควบคุมการทำงานของระบบรักษาความปลอดภัย ซึ่งจะประกอบด้วยระบบ Magnetic และ Shock Sensor อยู่ตามวงกบประตูและหน้าต่างทุกจุดของพื้นที่ชั้น 1 เลยครับ

ถัดเข้ามาด้านในจะเป็นพื้นที่เตรียมอาหารและโต๊ะทานอาหารครับ ซึ่งมีขนาดค่อนข้างใหญ่ มีความสูงจากพื้นถึงฝ้า 3 m. (ดรอปฝ้าลงมา 10 cm.) พร้อมติดตั้งแอร์แบบ Cassette type มาให้ด้วยครับ ซึ่งจะติดอยู่ในห้องต่างๆภายในบ้าน ทั้งหมด 7 จุดด้วยกัน

นอกจากนี้ยังปูพื้นด้วยกระเบื้อง COTTO ITALIA ลายหินอ่อนสีขาว ทำให้บ้านสะอาดตาและกว้างมากขึ้นครับ  ซึ่งของจริงเราจะได้เป็นพื้นที่โล่งๆ ไม่มี Pantry ครัวแบบนี้มาให้นะ แต่ก็จะเตรียมงานระบบต่างๆ เอาไว้รองรับให้เรียบร้อยแล้วครับ

อีกด้านหนึ่งจะเป็นโต๊ะทานอาหารครับ ซึ่งส่วนตัวผมค่อนข้างชอบฟังก์ชันโต๊ะ Kitchen island ตำแหน่งนี้ของบ้านตัวอย่างนะ ซึ่งนอกจากจะใช้เป็นที่เตรียมอาหารแล้ว ลองคิดดูถึงเวลาอยู่บ้านนี้จริงๆ เราสามารถเดินมายืน/นั่งทานอาหารเช้า และจิบกาแฟเร็วๆ ในวันที่รีบๆก่อนออกไปทำงานได้เลย

แต่ถ้าวันไหนมีเวลามากหน่อย หรือเป็นวันหยุดอยู่บ้านสบายๆ ก็อาจเปลี่ยนมานั่งทานอาหารจริงจังที่โต๊ะก็ได้ครับ ซึ่งผมมองว่าเป็นตำแหน่งที่ดีมากๆเลย อยู่ติดกับสระว่ายน้ำในระดับสายตาพอดี ทีนี้ก็เข้าใจได้เลยว่าทำไมถึงต้องยกพื้นบ้านขึ้นมาอีก step ครับ

ตัวประตูกระจกเป็นของยี่ห้อ Winworth กรอบอลูมิเนียม Powder coat สีเทาเข้ม ผิวทรายหยาบ กระจกเขียวตัดแสงช่วยกรองความร้อน และมีช่องระบายน้ำขังที่รางด้านล่างขนาดใหญ่ ซึ่งประตูบานนี้สามารถเปิดออกได้ 2 ฝั่งเลยครับ โดยตัวล็อคจะอยู่ที่มุมตรงกลาง ด้านหลังของเสากลมต้นนี้ และวิธีเปิดก็จะต้องเลื่อนบานด้านขวาออกมาก่อน ไม่งั้นจะเปิดบานซ้ายไม่ได้นะ (วิธีการใช้งานอาจดูลำบากเล็กน้อย)

แต่พอเราเปิดประตูทั้ง 2 บานออกมา ก็จะได้พื้นที่เชื่อมต่อระหว่างภายนอกกับภายในบ้าน ทำให้พื้นที่ชั้น 1 กลายเป็น Semi-Outdoor เหมาะที่จะชวนเพื่อนๆมาจัดปาร์ตี้ริมสระมากๆเลยครับ

ส่วนพื้นที่ด้านนอกจะเป็น Terrace เอาไว้นั่งเล่นริมสระได้ โดยทางโครงการจะปูพื้นไม้เอาไว้ให้แบบนี้เลย เราแค่หาม้านั่งสวยๆมาวางก็พอ และอีกอย่างที่ชอบคือ ตรงจุดนี้จะมีร่มเงาเกือบตลอดทั้งวัน สามารถออกมานั่งได้จริง เพราะด้านบนมีชายคายื่นออกมาช่วยบังแดดให้ครับ

โดยชายคาที่ว่าจะเป็น Terrace ที่อยู่บนชั้น 3 ทำให้ได้ร่มเงาแต่ไม่อึดอัด เพราะมี space ที่สูงโปร่ง และยังทำให้ชั้นลอยกับชั้น 2 มองลงมาเห็น Court และสระตรงกลางนี้ได้อีกด้วย

สระว่ายส่วนตัวนี้ถือว่าเป็นจุดเด่นของโครงการ ซึ่งจะมีอยู่ในบ้านทุกๆหลัง มีขนาด 8.5 x 3 m. ให้มาพร้อมกับน้ำพุที่อยู่ปลายสระเลยครับ แต่ถ้าใครที่ชอบว่ายออกกำลังกายแบบจริงจัง ก็สามารถติดตั้งเครื่องว่ายทวนกระแสน้ำเพิ่มเติมได้ครับ ตัวสระจะยกพื้นสูงขึ้นมา 85 cm. ดังนั้นตัวบ้านจึงต้องยกพื้นสูงขึ้นประมาณ 1 m. เพื่อให้ผิวสระอยู่ระดับเดียวกับสายตา เมื่อมองออกมาจากตัวบ้านครับ

กลับเข้ามาในตัวบ้าน อีกด้านหนึ่งจะมีประตูอยู่ 2 บาน ทางขวาเป็นห้องน้ำและทางซ้ายเป็นห้องครัวกับลานซักล้างหลังบ้านครับ

ซึ่งประตูภายในของบ้านหลังนี้จะเป็นไม้บานทึบ พร้อมกลอนแบบคันโยกทรงเหลี่ยมแบบนี้เหมือนกันหมดเลยครับ และสำหรับพื้นของห้องน้ำเองก็จะมีการลดระดับลงไปด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลย้อนมาด้านนอก

ภายในห้องน้ำนี้จะเป็น Powder Room ครับ คือจะไม่มีฟังก์ชันอาบน้ำ และเราจะได้สุขภัณฑ์ตามนี้ครบทุกอย่างเลย ซึ่งที่ผมชอบเป็นพิเศษคือขนาดห้องที่ใหญ่ดีครับ

สุขภัณฑ์ภายในเป็นของ Kohler ทั้งหมด ประกอบด้วยอ่างล้างหน้าแบบฝังเคาน์เตอร์หินแกรนิต ขนาด 59 x 32 cm. ลึก 18 cm. ติดกันมีโถสุขภัณฑ์อัตโนมัติ และโถปัสสาวะชายพร้อมระบบเซ็นเซอร์ที่ใช้งานสะดวก

ส่วนครัวไทยจะอยู่ด้านนอกของตัวบ้านครับ แบ่งเป็นเคาน์เตอร์หินแกรนิตสีดำ 2 ฝั่ง กว้างฝั่งละ 60 cm. ตรงกลางมีพื้นที่ยืนทำครัวกว้าง 1.15 m. สามารถใช้งานได้สะดวก แต่อาจต้องเพิ่ม Backsplash ที่ผนังสักหน่อย จะได้ทำความสะอาดได้ง่าย

รวมถึงต้องทำพื้นที่เก็บของเพิ่มเติมด้วยครับ ซึ่งการที่ครัวอยู่บอกบ้านแบบนี้คนที่ชอบทำครัวหนักๆ มีกลิ่น หรือมีควันเยอะๆ น่าจะถูกใจสิ่งนี้นะครับ แต่สำหรับบางคนก็อาจไม่ชอบตรงที่ เวลาทำครัวตอนกลางคืนแล้วยุงหรือแมลงจะเยอะ เป็นต้น

เลี้ยวซ้ายมาจะเป็นทางไปหลังบ้าน มีความกว้าง 1.5 m. ที่ทำแบบนี้ได้เป็นเพราะ ผนังบ้านไม่มีช่องเปิดด้านหลังเลยนั่นเองครับ (ตามกฏหมายถ้ามีช่องเปิดต้อง set back 2 m.) โดยหลังบ้านนี้จะเป็นพื้นที่เก็บถังน้ำและปั๊มน้ำต่างๆ ที่ใช้ทั้งกับตัวบ้านและสระว่ายน้ำทั้งหมดเลย ซึ่งของจริงก็จะมีการทำที่เก็บแบบมิดชิดให้เรียบร้อย คล้ายๆกับบ้านตัวอย่างเลยครับ

ส่วนทางด้านขวาของครัวจะเป็นทางไปด้านหน้าบ้าน พื้นมีการลด step ลงเล็กน้อย และจะเห็นว่าพื้นทั้งข้างบ้านและหลังบ้าน จะเป็นพื้นปูน Slab on beam ปูด้วยกระเบื้องแบบนี้ทั้งหมดเลยครับ ซึ่งของแปลกที่อยากให้สังเกตคือ จะมีช่องเล็กๆอยู่ใต้บันได ขนาดประมาณ 1.1 x 1.2 m. สูง 1.65 m.

สามารถวางเครื่องซักผ้าได้ครับ เพราะจะมีงานระบบเตรียมเอาไว้ให้แล้ว พอซักเสร็จก็ตากตรงข้างบ้านได้เลย แต่ข้อจำกัดของบ้านนี้คือ เมื่อตัวบ้านทั้ง 2 ฝั่งสูงถึง 3 ชั้น และความกว้างของพื้นที่ข้างบ้านที่มีแค่ 1.2 m. จึงทำให้มีแสงแดดส่องถึงเฉพาะตอนเที่ยงวันเท่านั้น นอกนั้นจะมีเงาบ้านบังอยู่ตลอดเวลาทั้งหมดเลยครับ

ส่วนอีกด้านจะมีห้องพักแม่บ้านและห้องน้ำนะครับ

ภายในมีพื้นที่ใช้งานพอสมควร อยู่ได้ 1 – 2 คน สบายๆ

และตรงหัวมุมของตัวบ้าน จะมีช่องทิ้งขยะและตู้มิเตอร์ไฟ สามารถเปิดได้ทั้งจากด้านนอกและด้านในเลยครับ ซึ่งแม่บ้านเค้าก็จะเอาขยะมาทิ้งตรงนี้ได้สะดวกเลย

กลับเข้ามาที่โถง Foyer กันอีกครั้ง ซึ่งจะมีบันไดให้เดินขึ้นไปชั้นบนได้ครับ

โดยโถงบันไดนี้ถือว่าเป็นอีกหัวใจสำคัญของของบ้านหลังนี้เลยครับ ซึ่งมีขนาดค่อนข้างใหญ่ กว้างประมาณ 3.9 x 6.5 m. และวัดจากพื้นชั้น 1 ถึงเพดานชั้นบนได้สูง 11 m. เลยครับ เป็นบันไดโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กแบบโชว์ขั้นบันได ที่ดูแล้วก็สวยงามดี สามารถใช้โชว์แขกที่มาเยี่ยมที่บ้านได้เลยครับ

ซึ่งฟังก์ชันนี้ก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละคนนะครับ เพราะบางคนอาจชอบบันไดแปลกๆสวยๆก็มี บางคนอาจไม่ชอบเพราะรู้สึกเปลืองพื้นที่ หรือกลัวความสูงก็ได้เหมือนกัน ซึ่งตรงนี้ผมอยากให้ลองไปสัมผัสด้วยตัวเองที่โครงการดูนะครับ ว่าเราชอบหรือไม่ชอบยังไง

นอกจากรูปทรงแปลกตาแล้ว จุดเด่นของบันไดนี้คือราวจับครับ โดยเฉพาะด้านซ้ายมือจะทำเป็นการเซาะร่องที่ผนัง พร้อมกับซ่อนไฟเอาไว้ให้ด้วย โดยไฟทุกจุดของบันไดนี้จะเปิดอัตโนมัติด้วย Motion Sensor ที่ติดอยู่ตรงชานพักทุกชั้น ส่วนด้านขวาจะเป็นราวกันตกกระจกนิรภัย Tempered Glass และตัวราวจับทั้ง 2 ฝั่งจะเป็นไม้สักแท้ครับ ส่วนบันไดจะเป็น Engineered Wood ไม้โอ๊ค กว้าง 1.1 m. ลูกตั้ง 18 cm. ลูกนอน 28 cm. เดินได้สะดวก

เมื่อเลี้ยวขวาที่ชานพักแรกขึ้นมาจะเป็นชั้นลอยครับ ซึ่งจะอยู่บริเวณด้านหน้าของตัวบ้านเลย

ซ้ายมือตรงหน้าประตูกระจกจะมีประตูตู้เก็บงานระบบไฟ และสามารถเก็บของได้ด้วย

ส่วนประตูกระจกบานสวิงค์จะติดตั้งมาให้แบบนี้เลยครับ ได้ความโปร่งโล่ง แต่สามารถช่วยจำกัดพื้นที่แอร์ที่เปิดเฉพาะในห้องด้านในได้ครับ

ภายในเป็นห้องนั่งเล่นครับ มีขนาดค่อนข้างใหญ่ ผมลองวัดจากผนังฝั่งนี้ไปยังอีกฝั่งหนึ่งได้กว้าง 9.7 m. เลยทีเดียว และเป็นห้องเดียวที่ได้ความสูงจากพื้นถึงฝ้าอยู่ที่ 4 m. ครับ กับมีช่องแสงถึง 3 ด้านเลยด้วย

จริงๆแล้วห้องนี้สามารถจัดฟังก์ชันได้หลากหลายเลยนะ และมีพื้นที่มากพอที่จะวางโซฟาชุดใหญ่แบบนี้เพื่อไว้ดูหนัง หรือใครจะทำเป็นห้องทำงานส่วนตัวที่บ้านก็ไม่เลว ทำห้องนอนเพิ่มอีกสักห้องก็ยังได้ครับ กลายเป็นห้อง Multi Purpose Room ที่มีประโยชน์มากเลยทีเดียว ซึ่งแต่ละครอบครัวก็จะมี Lifestlye และความต้องการที่แตกต่างกันออกไปครับ

ตรงมุมขวาของห้องจะได้เป็นผนังกระจกเข้ามุมแบบ Bay Window ครับ สามารถมองเห็น Terrace และสระว่ายน้ำที่อยู่ข้างบ้านได้ ทำให้กลายเป็นพื้นที่ที่เชื่อมถึงได้ดีครับ อย่างเวลามีงานปาร์ตี้แบบ Outdoor อยู่ที่ชั้นล่าง ก็สามารถเดินขึ้นมานั่งเล่นบนชั้นลอยนี้แบบ Indoor ต่อได้เลย

ส่วนอีกด้านของห้องจะมีประเด็นที่ผมต้องพูดเพิ่มเล็กน้อยครับ

คือบริเวณพื้นที่หน้าประตูฝั่งซ้ายจนถึงเสาฝั่งขวา ทางโครงการแจ้งว่าพื้นโครงสร้างตรงนี้จะแตกต่างจากจุดอื่นของตัวห้องครับ คือจะเป็นแบบพื้นคอนกรีตหล่อในที่ ซึ่งจะเตรียมงานระบบท่อน้ำดี/น้ำเสีย เพื่อรองรับการต่อเติมในอนาคต จึงสามารถทำพื้นที่นี้เป็น Pantry ครัวแบบบ้านตัวอย่างนี้ก็ได้ครับ หรือจะทำเป็นห้องน้ำเสริมอีกสักห้องหนึ่ง เผื่ออยากทำห้องนี้เป็นห้องนอนเพิ่ม จะได้มีห้องน้ำในตัวไปเลยครับ

ออกมาจากห้องนั่งเล่นชั้นลอย จะมีขั้นบันไดขึ้นมาอีก 1 step ซึ่งจะเป็นชั้น 2 แล้วนะครับ โดยผนังด้านซ้ายจะเป็นกระจกที่สูงจากพื้นจนเกือบถึงฝ้า สามารถมองลงไปเห็น Court และสระว่ายน้ำกลางบ้านได้ รวมถึงยังช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามาที่โถงบันได ทำให้สว่างและโปร่งโล่งอีกด้วยครับ

สำหรับชั้น 2 นี้จะเป็นห้อง Master Bedroom นะครับ ซึ่งจะมีขนาดที่ใหญ่มาก สามารถจัดฟังก์ชันได้หลากหลายเลย จะแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นเตียงนอน และอีกส่วนหนึ่งเป็นชุดโซฟานั่งเล่นส่วนตัวก็ยังได้ครับ

โดยห้องนี้จะมีช่องแสงแค่ตรงปลายเตียงเท่านั้นนะ และได้เป็นกระจกเข้ามุม Bay Window ซึ่งสามารถมองลงไปเห็นสระว่ายน้ำได้เลยครับ เหมาะที่จะนำเก้าอี้ตัวโปรดมานั่งเล่นอ่านหนังสือตรงนี้จริงๆ

ส่วนอีกด้านของห้องจะสามารถกั้นเป็น Walk in closet แบบนี้ได้นะครับ ซึ่งของจริงจะไม่มีประตูหรือผนังกั้นแบบนี้นะ แต่จะเป็นพื้นที่ห้องใหญ่ๆโล่งๆไปเลยครับ

ภายในจัดเป็นพื้นที่แต่งตัวให้ดูเป็นไอเดียครับ ซึ่งก็เหมาะสมเพราะอยู่หน้าห้องน้ำพอดี โดยจากห้องตัวอย่างจะมีพื้นที่ประมาณ 3.9 x 2.3 m. ครับ และเมื่อ Built in ตู้ขนาด 60 cm. ทั้งสองฝั่งแล้ว ก็จะเหลือพื้นที่แต่งตัวประมาณ 2.7 x 1.7 m. ยังสามารถใช้งานได้สะดวกอยู่นะ

ส่วนประตูห้องน้ำจะได้เป็นกระจกบานเลื่อน 2 ฝั่งครับ ซึ่งจะมาพร้อมกับลวดลายเหมือนบ้านตัวอย่างเลยนะ ช่วยพรางสายตาได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งพื้นห้องน้ำของจริงจะมีการลดระดับลงเล็กน้อย เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลย้อนออกมาเปียกพื้นไม้ด้านนอก และอีกอย่างที่ผมอยากจะบอกคือ ประตูลักษณะนี้จะมีช่องว่างระหว่างผนังกับกระจก ทำให้ความสามารถในการกันกลิ่นและความชื้นจะไม่ดีเท่าบานสวิงค์ทั่วไปนะครับ

ภายในห้องน้ำของ Master Bedroom จะมีขนาดค่อนข้างใหญ่มากทีเดียว สามารถใช้งานสามีภรรยา 2 คนพร้อมกันได้เลยครับ

ซ้ายมือเป็นอ่างล้างหน้า ซึ่งของจริงเราจะได้เป็นอ่างเคาน์เตอร์หินแกรนิตสีดำยาวๆ และมีอ่างล้างหน้า 2 อ่างแบบ His&Her นะครับ รวมถึงข้างใต้อ่างจะติดตั้งเครื่องทำน้ำร้อนมาให้แล้วเรียบร้อย เนื่องจากจะมีการฝังท่อน้ำร้อนในผนังทั้งหมด ดังนั้นทุกก๊อกจึงสามารถเลือกปรับอุณหภูมิได้ครับ

ตรงกลางเป็นอ่างอาบน้ำของ Kohler ขนาดประมาณ 1.7 x 0.8 m. ลึก 47 cm. สามารถลงไปนั่งแช่ได้ทั้งตัว โดยฝักบัวจะสามารถเลือกรูปแบบของสายน้ำได้ด้วยครับ และอาจต้องทำชั้นวางสบู่หรือแชมพูเพิ่มเติมนะ

ส่วนด้านขวาจะเป็นโถสุขภัณฑ์และ Shower box แบบยืนอาบครับ ทำให้เรามีตัวเลือกในการใช้งานมากขึ้น วันไหนรีบๆก็ยืนอาบแบบปกติได้ แต่ถ้าวันสบายๆมีเวลาเยอะ จะนอนแช่น้ำอุ่นผ่อนคลายก็ไม่เลว

โถสุขภัณฑ์ที่ได้จะเป็นแบบอัตโนมัติเหมือนกับห้อง Powder Room ที่ชั้น 1 เลยครับ ส่วนด้านบนจะเจาะช่องผนัง และทำเป็นชั้นวางของมาให้แบบนี้เลย (ของจริงไม่มีเครื่องทำน้ำร้อนตรงนี้นะ)

ส่วนใน Shower box จะมีพื้นที่ยืนอาบน้ำกว้าง 1 x 1.8 m. สามารถใช้งานได้สะดวก มีทั้ง Hand Shower และ Rain Shower ให้เลือกใช้ และเจาะช่องที่ผนังเพื่อทำเป็นชั้นวางสบู่หรือแชมพูเอาไว้ให้แบบนี้เลยครับ

อีกทั้งยังติดตั้งฉากกั้นกระจกนิรภัย Tempered Glass มาให้เรียบร้อยแล้วเรียบร้อย แต่จะเป็นแบบไม่มีประตูนะ ถ้าใครที่กลัวน้ำกระเด็นเลอะไปยังส่วนแห้งด้านนอก ก็สามารถติดตั้งเพิ่มเติมได้ด้วยตัวเองเลยครับ

ต่อไปเราจะขึ้นบันไดมาที่ชั้น 3 กันครับ ซึ่งราวบันไดชั้นบนสุดจะมี Option ให้เลือกระหว่างกระจกใสกับกระจกฝ้า เผื่อบางคนกังวลเรื่องความสูงครับ และชั้นบนนี้ก็จะมีห้องนอนอยู่ 2 ห้อง ตรงกลางจะเป็นประตูกระจกบานเลื่อน ที่ช่วยดึงแสงสว่างเข้ามายังโถงบันไดนี้ได้ครับ

ระเบียงภายนอกมีขนาดค่อนข้างใหญ่ สามารถออกมานั่งเล่นพักผ่อน หรือทำสวนปลูกต้นไม้เล็กๆได้ ที่สำคัญคือ ประตูกระจกทั้ง 3 ด้าน (โถงบันไดและห้องนอนทั้งสอง) สามารถเปิดออกเพื่อเชื่อมถึงกันได้อีกด้วยครับ หรือใครที่อยากได้ห้องแบบ Indoor อย่างเช่นห้อง Family area หรือห้องพระ ก็สามารถกั้นผนังเพิ่ม ทำเป็นพื้นที่ปิดได้เช่นกัน แลกกับห้องนอนเหล่านี้จะไม่มีระเบียงนั่นเองครับ

ต่อไปเราจะไปดูห้องนอนที่อยู่ฝั่งด้านหลังบ้านกันก่อนนะครับ

ภายในห้องนี้มีขนาดค่อนข้างใหญ่ไม่แพ้ห้อง Master Bedroom เลยครับ อีกทั้งยังมีช่องแสงทางด้านข้างที่มากกว่า ทำให้รู้สึกสว่างและโปร่งโล่งมากขึ้นอีกด้วย

และสิ่งที่ไม่เหมือนกันคือเรื่องวิวครับ ซึ่งห้องนี้ถ้าอยากมองเห็นสระว่ายน้ำที่ชั้น 1 ก็จะต้องก้มลงไปดูมากกว่าหน่อย และของจริงถ้าไม่ใช่แปลงมุมแบบนี้ ก็จะมองเห็นเป็นผนังสีขาวของบ้านหลังข้างๆ ที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 4.5 m. แทนครับ ซึ่งอย่างน้อยก็จะได้ความเป็นส่วนตัวนั่นเอง

ส่วนอีกด้านก็มีพื้นที่มากพอที่จะทำ Walk in closet ได้เช่นกันครับ มีขนาดพื้นที่ใหญ่กว่าของห้อง Master Bedroom ซะอีกนะ

ซึ่งที่เป็นแบบนี้ก็เพราะห้องน้ำของห้องนี้มีขนาดที่เล็กกว่าครับ แต่ก็มีฟังก์ชันที่ครบและกว้างขวาง สามารถใช้งานได้สะดวก รวมถึงสีกระเบื้องของห้องนี้ก็จะเป็นโทนสว่างต่างจากห้องอื่น จึงเหมาะที่จะเป็นห้องน้ำลูกสาวนั่นเองครับ

โดยสุขภัณฑ์ที่ได้จะยังคงเป็นของ Kohler เช่นเดิม เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าเป็นหินแกรนิตสีขาว แต่โถสุขภัณฑ์ที่ได้จะเป็นแบบธรรมดาไม่ใช่อัตโนมัติครับ

อีกด้านหนึ่งจะเป็น Shower box ซึ่งกั้นฉากกั้นกระจกนิรภัย Tempered Glass แยกเป็นสัดส่วน แต่คราวนี้จะมีประตูบานเลื่อนติดตั้งมาให้ด้วยครับ

ภายในจะมี Hand Shower และชั้นวางของที่ผนัง พื้นที่อาบน้ำกว้าง 1.2 x 2 m. สามารถใช้งานได้สะดวก พื้นลดระดับลงเล็กน้อย แต่ที่ผมชอบเป็นพิเศษคือ แถบยางตรงช่องว่างระหว่างประตูกระจก ซึ่งมีอยู่ถึง 2 ชั้น ทำให้มั่นใจได้ว่า น้ำจะไม่กระเด็นหรือไหลซึมออกไปด้านนอกได้อย่างแน่นอนครับ

ส่วนอีกด้านของ Shower box จะมีประตูกระจกอยู่ชุดหนึ่ง ทำให้ห้องน้ำนี้ได้แสงธรรมชาติ และยังเปิดเพื่อระบายอากาศได้อีกด้วยครับ โดยภายนอกจะเป็นระเบียงเล็กๆ กว้าง 70 cm. พร้อมมีระแนงสูงจากพื้นถึงหลังคาช่วยพรางสายตา เป็นพื้นที่เก็บ Condensing Unit นั่นเองครับ

ต่อไปผมจะพาไปดูห้องนอนสุดท้ายที่อยู่ทางด้านหน้าบ้านกันนะครับ

ภายในห้องนี้ก็มีขนาดใหญ่ไม่แพ้กันครับ เรียกได้ว่า ห้องทุกห้องของบ้านหลังนี้มีขนาดพื้นที่ใหญ่ทั้งหมดเลย ทำให้สามารถจัดฟังก์ชันได้ตาม Lifestyle ของผู้อยู่อาศัยได้หลากหลายเลยครับ

ทางด้านขวาของเตียงจะมีช่องแสงมาให้ และได้เป็นแบบกระจกเข้ามุม Bay Window นิดหน่อย โดยห้องนี้จะพอมองเห็นวิวภายนอกจากหน้าบ้านได้อยู่บ้างครับ

ส่วนปลายเตียงจะเป็นประตูระเบียงกระจกที่ผมได้บอกไปก่อนหน้านี้ สามารถเปิดออกไปยัง Terrace ด้านนอกได้ครับ

และทางด้านซ้ายของเตียงสามารถทำเป็นพื้นที่ Walk in closet ได้เช่นกันเดียวห้องอื่นๆเลยนะ

ส่วนห้องน้ำของห้องนี้จะมีขนาดและฟังก์ชันที่เหมือนกับห้องที่แล้วครับ ต่างกันแค่โทนสีของวัสดุที่ใช้เท่านั้น โดยจะเป็นสีเทาและดำ เหมาะที่จะเป็นห้องนอนของลูกชายที่ดูเข้มๆหน่อย

ตรงกลางเป็นเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า ส่วนด้านซ้ายหลังประตูจะเป็นโถสุขภัณฑ์ครับ

ด้านขวาจะเป็น Shower box ได้ฟังก์ชันและมีขนาดพื้นที่เหมือนกับห้องที่แล้วเลย รวมถึงมีประตูที่เปิดออกไประเบียงเก็บ Condensing Unit ได้เหมือนกันอีกด้วย

เป็นอย่างไรกันบ้างครับทุกคน หลังจากที่ได้ดูโครงการ The Glamor เอกมัย – ประดิษฐ์มนูธรรม กันไปแล้ว ส่วนตัวผมมีความรู้สึกว่า เป็นโครงการที่มีจุดเด่นเฉพาะตัวหลายๆอย่าง ทั้งเรื่องความเป็นส่วนตัว และการออกแบบฟังก์ชันที่ตอบโจทย์คนเฉพาะกลุ่มมากๆ ซึ่งถ้าใครที่ชอบฟังก์ชันรูปแบบนี้จริงๆ รับรองว่าไม่ผิดหวังเลยครับ โดยผมอยากจะแนะนำให้ลองไปสัมผัส และดูของจริงด้วยตาของตัวเองที่โครงการ ซึ่งใครชอบหรือไม่ชอบยังไงก็สามารถมา Comment แสดงความคิดเห็นบอกกันได้ที่ด้านล่างนี้เลยนะครับ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ

ราคา

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 12 November 2019

  • บ้านเดี่ยว 3.5 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 60 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 450 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / 3 ที่จอดรถ
    – ราคา 28.8 ล้านบาท (ราคา Promotion)
  • จองและทำสัญญา n/a บาท
  • ดาวน์ n/a ผ่อนดาวน์ n/a งวด
  • ที่ดินเพิ่มลด ราคาตารางวาละ 250,000 บาท
  • ค่าส่วนกลาง 140 บาท/ตร.วา/เดือน
  • ค่าจดจำนอง ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
  • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ซื้อแล้วผู้ขายชำระฝ่ายละครึ่ง
  • ค่าประกัน มิเตอร์ไฟฟ้า ประปา ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
  • โปรโมชันปัจจุบัน : One Price ราคาเดียวที่ 28.8 ลบ.* ( 11 พ.ย. 62 – 12 ธ.ค. 62)

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ

บทสรุป

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง : โครงการ The Glamor เอกมัย – ประดิษฐ์มนูธรรม ตั้งอยู่ในซอยลาดพร้าว 81 ซึ่งสามารถเข้าออกได้ทั้งถนนลาดพร้าวและถนนประดิษฐ์มนูธรรม มีตัวเลือกให้เข้าได้ถึง 3 ซอยย่อย ไม่ว่าจะวนไปกลับรถมา หรือเพิ่งลงจากทางด่วนก็สามารถเลี้ยวเข้าซอยได้ทันหมด ที่สำคัญคือ เป็นทำเลบ้านเดี่ยวที่เข้าซอยมาไม่ลึกมากเพียงแค่ 240 m. เท่านั้น  โดยย่านเลียบด่วนรามอินทรานี้ เราสามารถเดินทางเข้าเมืองไปทองหล่อ-เอกมัยได้สะดวกมากๆครับ และแน่นอนว่าส่วนใหญ่จะเป็นโครงการบ้านระดับ Luxury ซะส่วนใหญ่ รวมถึงยังเป็นทำเลที่อุดมสมบูรณ์พร้อมอยู่อาศัยมากๆครับ เพราะมีทั้งห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่อย่าง Central Festival EastVille และ CDC ให้เลือกเดินช้อปปิ้ง หรือจะเลยไปหาของอร่อยๆทานในย่านโชคชัย 4 – นาคนิวาสก็อยู่ไม่ไกลครับ แต่ถ้าเป็นห้างที่ใกล้ที่สุดก็คือ BigC ที่อยู่ตรงปากซอยลาดพร้าว 81 ของเรานี่เอง

ความปลอดภัยในโครงการและตัวบ้าน : ถือว่าดีและได้ตามมาตรฐานระดับราคานี้ครับ ตัวโครงการมีซุ้มประตูไม้กั้นกระดก ระบบ RFID ใช้งานสะดวก มี รปภ. ดูแลตลอด 24 ชม. และกล้อง CCTV ทั้งโครงการ 23 จุด พร้อมกับรั้วรอบโครงการสูง 4.5 m. ส่วนในบ้านก็มีสัญญาณกันขโมยทั้ง Magnetic Sensor, Shock Sensor, Motion Sensor และ CCTV ให้ทุกหลังเลย

การออกแบบโครงการและพื้นที่ใช้สอย : ถือเป็นจุดเด่นของโครงการนี้ครับ โดยผมขอเริ่มจากตัว Master Plan ก่อนนะ ทางเข้ามีการหักเลี้ยวเล็กน้อยก่อนจะเป็นโซนพักอาศัย บวกกับจำนวนยูนิตทั้งโครงการมี 18 หลัง แบ่งเป็นซอยย่อย 3 ซอย จึงมีเพื่อนร่วมซอยแค่ 6 หลังเท่านั้น ซึ่งทั้งหมดที่ผมกล่าวมานี้ถือว่ามีความเป็นส่วนตัวมากๆครับ อีกทั้งลักษณะการวางผังของบ้านแต่ละยูนิต ที่หันไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด พร้อมกับเปิดรับช่องแสงทางทิศตะวันตกแค่ด้านเดียว ในขณะที่อีกด้านหนึ่งจะเป็นผนังทึบ จึงหมดปัญหาเรื่องการมองเห็นฝั่งตรงข้ามกันได้ด้วยครับ

ส่วนตัวบ้านเองก็มีการออกแบบ Design ที่แตกต่างจากโครงการทั่วไป โดยเฉพาะเรื่องของ step ในตัวบ้านซึ่งมีค่อนข้างเยอะ จึงไม่ได้เป็นบ้านที่เหมาะจะอยู่อาศัยแบบหลาย Generation มากนัก แต่จะเหมาะกับคนรุ่นใหม่ ช่วงอายุ 30 – 40 ที่มีความชื่นชอบเฉพาะตัว อีกทั้งฟังก์ชันภายในยังแปลกใหม่ ไม่เหมือนใครอีกด้วยครับ อย่างห้อง Living จะอยู่ที่ชั้นลอย แทนที่จะอยู่ชั้น 1 ติดกับสระว่ายน้ำ ทำให้มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น หรือจะเป็นห้องนอนต่างๆชั้นบน ซึ่งมีขนาดใหญ่มาก ไม่ต่างกับห้อง Master Bedroom จึงสามารถจัดฟังก์ชันได้หลากหลายตาม Lifstyle ของแต่ละคน

นอกจากนี้ตัวบ้านยังวางผังเป็นรูปตัว C โอบล้อม Court และสระว่ายน้ำส่วนตัวตรงกลางเอาไว้ โดยจะเน้นช่องเปิดแค่ฝั่งสระว่ายน้ำเท่านั้น ด้านอื่นๆจะเป็นผนังทึบทั้งหมด ทำให้สามารถสร้างบ้านได้เกือบเต็มที่ดินบ้าน จึงมีพื้นที่ใช้สอยมากถึง 450 ตารางเมตรอย่างที่เห็น และอย่างสุดท้ายคือโถงบันได ที่ค่อนข้างใหญ่และแปลกตา ซึ่งตรงจุดนี้ผมแนะนำให้ไปลองสัมผัสของจริงที่โครงการด้วยตัวเองนะครับ เพราะแต่ละคนมีความชอบที่แตกต่างกันออกไป

วัสดุ : ผมถือว่าให้ของดีเหมาะสมกับราคาครับ โดยเฉพาะพื้นภายนอกที่เป็น Slab on bean ลงเสาเข็มลึกเท่ากับตัวบ้านทั้งหมด พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัวอีกด้วย เป็นระบบเกลือ ขนาด 8.5 x 3 m. พื้นบ้านกระเบื้องจะเป็น COTTO ITALIA นำเข้าจากต่างประเทศทั้งหลัง กับประตูกระจกหน้าต่างของ Winworth กรอบอลูมิเนียม Powder coat ทั้งหมด ที่สูงจากพื้นเกือบถึงฝ้า เป็นกระจกบานใหญ่ มีกรอบค่อนข้างน้อย มองวิวสระได้เต็มที่ ส่วนพื้นชั้นบนจะเป็น Engineered Wood ไม้โอ๊ค ฝ้าเพดานสูง 3 m. พร้อมกับได้สุขภัณฑ์ต่างๆในห้องน้ำของ Kohler ซึ่งเป็นเกรดค่อนข้างดี และมีโถสุขภัณฑ์อัตโนมัติให้อีก 2 ชุดด้วยครับ

พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ : ถนนโครงการปูด้วยพื้น Concrete Stamp ทั้งหมด ผิวถนนกว้าง 7 m. และมีต้นไม้ประดับอยู่ทั้ง 2 ข้างทางดูสดชื่นดีครับ อีกทั้งยังเดินสายไฟลงใต้ดินทั้งหมด ทำให้ในโครงการไม่มีสายไฟมาบดบังทัศนียภาพ จึงดูเรียบร้อยสวยงามดี และมีการเดินสายไฟ 3 Phase เพื่อรองรับ EV Charger ในตัวบ้านอีกด้วยครับ

สาธารณูปโภค : เนื่องจากเป็นโครงการจัดสรรขนาดเล็ก สิ่งอำนวยความสะดวกอาจไม่ใหญ่มากนัก แต่ก็ครบครันและเพียงพอต่อจำนวนยูนิตครับ ทั้งอาคาร Clubhouse ที่เป็นทั้งสำนักงานนิติบุคคล และยังมีพื้นที่อเนกประสงค์ให้ไว้รับรองแขกภายนอกได้ รวมถึงมี Private Garden ด้านข้าง และ Fitness ที่อยู่ชั้น 2 แต่จะไม่มีสระว่ายน้ำนะ เพราะบ้านทุกหลังจะมีเป็นของส่วนตัวอยู่แล้วนั่นเองครับ

Judgement

โครงการนี้ เป็นโครงการระดับ SUPER LUXURY CLASS ที่ขายราคาประมาณ 28.8 ล้านบาทขึ้นไป การตัดสินใจซื้อของบ้านระดับนี้ ไม่ได้มองแง่ความคุ้มค่าเทียบกับเงินที่จ่ายไป หากแต่ดูความชอบและความพอใจส่วนตัวเป็นสำคัญ เรายังไม่มีมาตรฐานการให้คะแนนที่เหมาะสมสำหรับโครงการระดับ SUPER LUXURY CLASS ที่ใช้ความพอใจเป็นตัวตัดสินครับ จึงไม่มีการให้คะแนน ผมแนะนำให้ไปดูโครงการและใช้ใจให้คะแนนด้วยตัวเองครับ

BOTTOM LINE

โครงการ The Glamor เอกมัย – ประดิษฐ์มนูธรรม เหมาะกับคนที่กำลังหาบ้านอยู่ในย่านลาดพร้าว-เลียบด่วนรามอินทรา เดินทางด้วยรถยนต์สะดวก ชอบความเป็นส่วนตัว เน้นพื้นที่ใช้สอยในบ้าน มีสระว่ายน้ำส่วนตัว ไม่เน้นพื้นที่ส่วนกลาง และชอบรูปแบบบ้านที่มี Step แยกความเป็นสัดส่วนชัดเจนแบบนี้ มีงบประมาณ 28.8 ล้านบาทขึ้นไป หรือมีกำลังผ่อนต่อเดือนประมาณ 202,000 บาทขึ้นไปครับ


ติดตามพวกเราได้ที่
Website : www.thinkofliving.com
Twitter : www.twitter.com/thinkofliving
YouTube : www.youtube.com/ThinkofLiving
Instagram : www.instagram.com/thinkofliving
Facebook : ThinkofLiving