รีวิวฉบับที่ 2078 …. The City สาทร – กัลปพฤกษ์ เป็นบ้านเดี่ยวโครงการใหม่จาก AP ตั้งอยู่บนถนนบางแค ห่าง MRT บางแคประมาณ 1.8 กิโลเมตร ถือเป็นบ้านที่เดินทางไปใช้รถไฟฟ้าได้สะดวก เดินทางไปทำงานย่านสีลม สาทรได้ง่าย อีกทั้งทำเลยังมีความอุดมสมบูรณ์สูง หาของกินได้ง่ายมากๆ โครงการนี้มาพร้อมกับส่วนกลางขนาดใหญ่ โดยมีบ้านให้เลือก 3 แบบด้วยกัน ในราคาเริ่มต้น 12 ล้านบาทค่ะ ใครกำลังมองหาบ้านเดี่ยวในย่านนี้อยู่ไปชมกันค่ะ

ข้อมูลโครงการ

Fact @19 May 2020

  • The City  Sathorn – Kallapapruek (เดอะ ซิตี้ สาทร – กัลปพฤกษ์)
  • บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)
  • HIGH CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment บ้านปี 2020 ได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่: ถนนบางแค เขตภาษีเจริญ
  • เนื้อที่โครงการ 31-0-38.2  ไร่ จำนวน 121 ยูนิต
  • บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 3 แบบ 
    – แบบบ้าน SEREIN (แบบบ้านใหม่) ที่ดินเริ่มต้น 54.37 ตารางวา 225 ตารางเมตร ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 2 ห้องพักผ่อน 1 ห้องครัว 2 ที่จอดรถ (ในร่ม 2 คัน)
    – แบบบ้าน INSCAPE ที่ดินเริ่มต้น 61.5 ตารางวา 275 ตารางเมตร 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3 ห้องพักผ่อน 1 ห้องครัว 1 ห้องแม่บ้าน 3 ที่จอดรถ (ในร่ม 3 คัน)
    – แบบบ้าน BRIVET ที่ดินเริ่มต้น 68.7 ตารางวา 330 ตารางเมตร 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3 ห้องพักผ่อน 1ห้องครัว 1 ห้องแม่บ้าน 3 ที่จอดรถ (ในร่มทั้ง 3 คัน)
  • ความสูงจากพื้นถึงฝ้าชั้น 1 : 2.50 เมตร / ชั้น 2 : 2.50เมตร
  • โครงการเริ่มก่อสร้าง : สิงหาคม 2562
  • คาดว่าแล้วเสร็จทั้งโครงการ : ธันวาคม 2564
  • เว็บไซต์โครงการ : คลิกที่นี่ 
  • Call Center : 1623

ทำเลที่ตั้ง

พิกัด Google Maps : 13.696842,100.421542
หรือสามารถ :  คลิกที่นี่ 

แผนที่จากทางโครงการค่ะ

หากพูดถึงถนนบางแคที่เป็นที่ตั้งของโครงการ The City สาทร-กัลปพฤกษ์ เรื่องความอุดมสมบูรณ์ต้องยกให้ย่านนี้เลยค่ะ เพราะเป็นแหล่งชุมชนขนาดใหญ่ มีบ้านเรือนของผู้คนดั้งเดิม ประกอบกับถนนเส้นนี้มีร้านค้าปลีก ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ ปั๊มน้ำมัน และร้านขายอุปกรณ์ต่างๆ หลากหลาย โดยมีเรียงรายอยู่บน 2 ฝั่งถนนบางแค ซึ่งเป็นถนนเส้นเล็กๆ 2 เลน บรรยากาศคึกคักไปด้วยผู้คนและรถรา จึงไม่แปลกที่พื้นที่ดินในย่านนี้จะถูกจับจองไปแทบไม่เหลือ โครงการที่อยู่อาศัยที่ขึ้นในย่านนี้ส่วนใหญ่ถูกพัฒนาให้เป็นบ้านเดี่ยวหรือทาวน์โฮมหรู ระดับ Luxury ขึ้นไป ราคาไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาทเพราะความอุดมสมบูรณ์ครบครันเหล่านี้ มีส่วนช่วยผลักดันให้ราคาที่ดินมีราคาสูง ขณะเดียวกันก็ยังเป็นที่ต้องการของผู้ซื้อบ้านที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในโซนบางแค เพชรเกษม รวมถึงสีลมสาทร อยู่เรื่อยมา

แม้ถนนบางแคจะเป็นถนนเส้นเล็กแต่ก็มีความสำคัญ โดยสามารถเชื่อมต่อการเดินทางไปได้หลายทิศทางไม่ว่าจะเป็นถนนกัลปพฤกษ์ ราชพฤกษ์ เพชรเกษม และกาญจนาภิเษกฯ เข้าออกใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ได้อย่างสะดวก เช่น หากจะเดินทางไปทำงานโซนสีลม-สาทร ก็สามารถใช้ถนนกัลปพฤกษ์ เชื่อมต่อไปยังถนนกรุงธนบุรี และข้ามสะพานตากสินได้เลย ส่วนอีกด้านสามารถวิ่งจากถนนกัลปพฤกษ์เลี้ยวเข้าถนนบางบอน 1 เพื่อเข้าโซนพระราม 2 ได้ง่ายเช่นกันค่ะ หรือใครจะเดินทางไปย่านปริมณฑลใกล้เคียง อย่างนครปฐมและสมุทรสาครผ่านถนนเพชรเกษมและบรมราชชนนีก็ทำได้สะดวก หรือจะใช้ทางด่วนกาญจนาภิเษกฯก็ได้ ซึ่งจะอยู่ห่างจากโครงการไปประมาณ 2 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังอยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีบางแค ซึ่งเป็นสถานีของเส้นทางส่วนต่อขยายจากหัวลำโพงเพียง 1.8 กิโลเมตรเท่านั้น ส่วนตัวเรามองว่าเป็นระยะที่ค่อนข้างใกล้เลยสำหรับโครงการบ้านเดี่ยว ใครที่ไม่อยากเจอรถติด ก็ใช้วิธีการเดินทางโดยรถไฟฟ้าได้ค่ะ ช่วยประหยัดเวลาไปได้เยอะเลย เพราะย่านนี้ในช่วง Peak Time รถวิ่งเข้าเมืองตอนเช้าและออกเมืองตอนเย็นค่อนข้างเยอะค่ะ การจราจรก็มีติดขัดอยู่บ้าง

อย่างที่บอกค่ะว่าสิ่งอำนวยความสะดวกในย่านบางแคนั้นมีสมบูรณ์มากเลยทีเดียว นอกจากร้านค้า ร้านอาหารที่เปิดตามอาคารพาณิชย์และตามรายทางทั้ง 2 ฝั่งของถนนบางแค กัลปพฤกษ์และเพชรเกษมแล้ว ยังมีห้างใหญ่ๆอยู่ใกล้เคียงอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น The Mall บางแค, Seacon บางแค, Tesco Lotus, BigC Supercenter และ Makro ส่วนตลาดสดและตลาดนัดก็มีอยู่หลายแห่งเช่นกัน เช่น ตลาดปิ่นทอง, Indy Market, ตลาดนัดท่าเกษตร, ตลาดน้ำสำเพ็ง 2, ตลาดบางแค เป็นต้น ดังนั้นการจะหาแหล่งอาหารการกิน แหล่ง Shopping ในย่านนี้ ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลยค่ะ

ส่วนสถานที่สำคัญอื่นๆในรัศมีใกล้โครงการ ก็มีทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน สถานที่ราชการต่างๆอีกหลายแห่ง เรียกได้ว่าอยู่ห่างจากใจกลางกรุงเทพฯออกมาเสียหน่อย แต่ไม่จำเป็นต้องเข้าเมืองให้เสียเวลาค่ะ เพราะในพื้นที่บางแค-เพชรเกษมเองก็เป็นแหล่งชุมชนที่มีโครงการบ้านจัดสรรอยู่ค่อนข้างเยอะ ผู้คนอยู่อาศัยกันอย่างคึกคัก ร้านรวง สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆจึงเกิดขึ้นรองรับความต้องการได้อย่างครบครัน ส่วนการเดินทางโดยรถสาธารณะในย่านนี้ก็มีให้เลือกอย่างหลากหลายค่ะ ทั้งรถแท็กซี่ รถเมล์ก็มีวิ่งผ่านถนนเส้นหลักอย่างกัลปพฤกษ์และเพชรเกษมอยู่ตลอด ส่วนบนถนนบางแคซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงการเนี่ย ก็มีวินมอเตอร์ไซต์วิ่งผ่านเยอะหรือจะโบกแท็กซี่ก็ง่ายเช่นกันค่ะ

การเดินทางเข้า-ออกโครงการ The City สาทร-กัลปพฤกษ์ สามารถใช้ได้ 2 เส้นทางหลัก คือ ถนนกัลปพฤกษ์ และ ถนนเพชรเกษม หรือลงสถานีรถไฟฟ้า MRT สถานีบางแค

โดยการเดินทางไปยังโครงการในวันนี้เราใช้ถนนเพชรเกษมเป็นเส้นทางหลัก วิ่งตรงจากหน้าห้าง Seacon บางแค มาจนถึง MRT บางแคซึ่งเป็นสถานีรถไฟฟ้าที่ใกล้โครงการมากที่สุด แล้วเลี้ยวเข้าถนนบางแค จากนั้นให้ตรงมาเรื่อยๆ ประมาณฝั่งตรงข้ามซอยบางแค 12 จะเจอกับป้ายโครงการ The City สาทร-ราชพฤกษ์ และ Centro สาทร-ราชพฤกษ์ อยู่ทางซ้ายมือ (โครงการทั้ง 2 อยู่ในโซนพื้นที่เดียวกันค่ะ) ให้เลี้ยวเข้าไปได้เลย แต่ต้องบอกก่อนว่าตัวโครงการจะไม่ได้อยู่ติดถนนบางแคซะทีเดียวต้องเข้าซอยไปหน่อยนะคะ

การเดินทางในวันนี้ เราใช้ถนนเพชรเกษมวิ่งผ่าน Seacon บางแคซึ่งด้านหน้าห้างจะมี MRT สถานีภาษีเจริญค่ะ

สภาพแวดล้อมรอบโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

มาถึงโครงการกันแล้ว ก็มาดูพื้นที่รอบๆโครงการกันต่อเลย ตัวโครงการมีขนาดประมาณ 31-0-38.2 ไร่ มีทางเข้าออกทางเดียวคือทางฝั่งถนนบางแค ตำแหน่งของโครงการจริงๆจะอยู่ภายในซอยย่อยเล็กน้อย โดยจะมีระยะเข้ามาประมาณ 150 เมตร โดยทางเข้าออกโครงการจะใช้ร่วมกันกับโครงการ Centro สาทร-กัลปพฤกษ์ พื้นที่ส่วนใหญ่โดยรอบจะเป็นพื้นที่พักอาศัยล้อมรอบเกือบจะทุกฝั่ง ซึ่งข้อดีคือไม่วุ่นวายและไม่มีเสียงจากถนนบางแครบกวน แถมภายในซอยย่อยถนนก็ค่อนข้างแคบทำให้บังคับให้รถขับเร็วมากไม่ได้ จึงไม่น่าจะมีเสียงรถรบกวนนัก รวมไปถึงปลอดภัยกว่าถนนใหญ่ด้วยเช่นกัน  โดยแต่ละฝั่งของโครงการจะประกอบไปด้วย

  • ทิศเหนือ – ติดกับคลองบางอ้ายและพื้นที่พักอาศัยแนวราบ ติดกับชุมชนดั้งเดิมของพื้นที่ ซึ่งจะเป็นบ้าน 1-2 ชั้นทั้งหมด
  • ทิศตะวันออก – คลองราชมนตรี เป็นฝั่งเดียวที่ไม่ติดกับบ้านพักอาศัย จะได้ความเงียบสงบเพิ่มมากขึ้นกว่าฝั่งอื่นๆ
  • ทิศใต้ – ติดกับโครงการ Centro สาทร-กัลปพฤกษ์ เป็นอีกหนึ่งโครงการของ AP เช่นกัน โดยจะมีจำนวนยูนิต 174 ยูนิต
  • ทิศตะวันตก – ฝั่งนี้จะเป็นทางเข้าออกโครงการและพื้นที่พักอาศัยแนวราบล้อมรอบ ซึ่งอย่างที่บอกไปว่าเป็นซอยค่อนข้างแคบและประกอบไปด้วยบ้าน 1-2 ชั้น ตลอดทั้งแนวรอบๆโครงการ

ถ้าเราเดินมาบริเวณหน้าโครงการจะมีความอุดมสมบูรณ์มากเลยทีเดียว โดยฝั่งตรงข้ามจะเป็นตึกแถวเก่าๆดั้งเดิมของคนในพื้นที่ สูงประมาณ 3 ชั้น ซึ่งจะเปิดเป็นร้านค้าด้านล่าง ส่วนด้านบนเป็นพื้นที่พักอาศัย รอบๆโครงการจะมีทั้งร้านกาแฟ Tesco Lotus Express  ร้านจิ้มจุ่มสไตล์อีสานแบบห้องแอร์  และยังมีร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้ออื่นๆอีกมากมายเลยค่ะ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

สถานศึกษา

  • มหาวิทยาลัยสยาม ~ 6.6 กม.
  • โรงเรียนเลิศหล้า ~ 8.6 กม.
  • โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี ~ 9.6 กม.
  • โรงเรียนนานาชาติ Shrewsbury ~ 13 กม.
  • 13 กม. โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน ~ 13 กม.
  • โรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก ~ 13.3 กม.
  • โรงเรียนเซนโยเซฟ คอนแวนต์ ~ 14.6 กม.

 ศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้า

  • Big C กัลปพฤกษ์ ~ 2.1 กม.
  • HomePro กัลปพฤกษ์ ~ 2.6 กม.
  • Tesco บางแค ~ 3.0 กม.
  • Metro west town ~ 4.2 กม.
  • Central พลาซา พระราม 2 ~ 6.1 กม.
  • Seacon บางแค ~ 6.3 กม.
  • The Mall บางแค ~ 7.9 กม.
  • The Mall ท่าพระ ~ 8.3 กม.
  • Makro กัลปพฤกษ์ ~ 8.3 กม.
  • Tesco กัลปพฤกษ์ ~ 8.3 กม.

สถานพยาบาล

  • รพ. เกษมราษฎร์ บางแค ~ 4.2 กม.
  • รพ. บางไผ่ ~ 7.4 กม.
  • รพ. พญาไท3 ~ 7.3 กม.
  • รพ. บางมด ~ 8.9 กม.

รายละเอียดโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

ก่อนเข้าไปชมโครงการเรามาดูผังรวมกันก่อนนะคะ พอเข้ามาในโครงการ The City สาทร – กัลปพฤกษ์ เราจะเจอกับซุ้มประตูด้านหน้าขนาดใหญ่ที่ถูกดีไซน์ให้เป็นส่วนหนึ่งของ Clubhouse ไปเลย ข้อดีคือเป็นหน้าเป็นตาของโครงการ สามารถนัดพบเพื่อนๆบริเวณนี้ได้ อีกทั้งยังแยกการใช้งานพื้นที่ส่วนกลางให้อยู่ด้านหน้าไม่ให้ไปรบกวนความเป็นส่วนตัวของลูกบ้าน โดยส่วนของบ้านพักอาศัยจะอยู่ถัดเข้าไปได้ด้านใน การวางผังจะแบ่งออกเป็นซอยย่อย ฝั่งที่อยู่ทางทิศตะวันตกจะมีจำนวนยูนิตในซอยย่อยน้อยกว่าเหมาะกับคนที่ชอบความเป็นส่วนตัว และจะมียูนิตฝั่งที่อยู่ใกล้คลองบางอ้ายที่หันหน้าบ้านไม่ชนกับใครให้เลือกด้วย ส่วนคนที่ชอบพื้นที่ส่วนกลางอาจจะเลือกอยู่ด้านหน้าโครงการบริเวณใกล้สวน โครงการนี้จะวางบ้านพักอาศัยในแนวทิศเหนือ-ใต้ทั้งหมด ทำให้ตัวบ้านไม่โดนแดดร้อนในตอนบ่ายค่ะ

บริเวณหน้าโครงการจะมีซุ้มประตูขนาดใหญ่ โดย Clubhouse จะผนวกรวมอยู่กับซุ้มประตูนี้เลย ข้อดีคือทำให้บริเวณทางเข้าดูแกรนด์และสามารถใช้เป็นหน้าเป็นตา ต้อนรับเพื่อนๆของเราที่มาหาได้อีกด้วย

ระบบรักษาความปลอดภัยหน้าโครงการของที่นี่จะมีทั้งไม้กระดกและประตูบานเลื่อนอัตโนมัติระบบ Easy Pass มี รปภ.และระบบ KATSAN คอยดูแล

โดยระบบ KATSAN นี้เป็น Application ของทาง AP Thailand ที่จะจัดการความปลอดภัยในหมู่บ้าน ช่วยในเรื่องของการคัดกรองคนที่จะเข้ามาหาลูกบ้าน สามารถจำทะเบียนรถ เพิ่มให้ผู้มาติดต่อเข้ามาได้หรือเลือกไม่ให้เข้าพบก็ได้ในกรณีต้องการความเป็นส่วนตัว รวมถึงการจัดการรถภายในโครงการทั้งหมดที่เข้ามาในหมู่บ้าน ช่วยให้เราทราบว่าเป็นรถของใครเพื่อสามารถติดต่อได้ในกรณีที่มาจอดขวางหน้าบ้าน รวมไปถึงการรับส่งของผ่าน PIN Code ชั่วคราว และการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยอื่นๆ

เข้ามาด้านในจะเจอกับถนนหลักที่กว้าง 12 เมตร ฝั่งซ้ายจะเป็น Clubhouse ส่วนฝั่งขวาคือสวนหย่อมบริเวณหน้าโครงการ ส่วนด้านในสุดคือสำนักงานขายและบ้านตัวอย่างค่ะ

ฝั่งตรงข้าม Clubhouse จะเป็นพื้นที่สวนสีเขียวขนาดใหญ่ ซึ่งโครงการได้จัดไว้ให้ลูกบ้านไว้อย่างสวยงาม ตัดแต่งหญ้าเป็นระเบียบ และปลูกต้นไม้ไว้หลายจุดด้วยกัน สามารถมาเดินเล่นได้ช่วงเช้าหรือช่วงเย็น อากาศกำลังดีค่ะ

ภายในสวนจะมี Jogging Track ให้ลูกบ้านมาใช้วิ่งออกกำลังกายชมธรรมชาติกันได้

สำหรับครอบครัวไหนที่มีลูกเล็กก็สามารถพามาเล่นสนุก เสริมพัฒนาการกันที่สนามเด็กเล่นได้ ทางโครงการทำออกมาได้น่ารักดี มีชิงช้าและสไลเดอร์ที่ดีไซน์มาเป็นทรงกลมๆเข้ากับ Concept ของโครงการคือ Living Under The Moon ค่ะ

มุมนี้เป็นพื้นที่นั่งเล่นก็ได้ ให้เด็กมาเล่นสนุกก็ได้ โดยด้านบนจะเป็นซุ้มระแนงไม้ กันแดดได้บางส่วนค่ะ

กลับมาที่บริเวณด้านหน้าโครงการจะเป็น Clubhouse ขนาดใหญ่ที่ยาวต่อมาจากซุ้มประตูที่มาพร้อมกับพื้นที่ส่วนกลางอัดแน่นพร้อม Free Wi-Fi  ภายในประกอบไปด้วย

  • Lobby
  • สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ แบ่งเป็นสระผู้ใหญ่และสระเด็ก
  • Fitness
  • Co-working space + Kid’s Club+Theater room

เราเข้าไปดูภายในกันเลยดีกว่า ตัว Clubhouse จะแบ่งออกเป็น 2 ชั้น ชั้นล่างจะเป็น Lobby (ห้องกระจกที่เห็นในรูป) สระว่ายน้ำ ห้องน้ำ ส่วนกลางอื่นๆจะอยู่ชั้นบนค่ะ

Lobby เป็นห้องฝ้าเพดานสูง และมีหน้าตาบานใหญ่เปิดรับวิวสระว่ายน้ำ บรรยากาศโปร่ง โล่ง เปิดแอร์เย็นฉ่ำ สามารถนัดเพื่อนมาเจอกันตรงนี้ได้

เดินถัดจาก Lobby ออกมาจะเจอกับสระว่ายน้ำ ซึ่งมีพื้นที่นั่งพักผ่อนในร่มพร้อมมานั่งยาวมาให้ค่ะ

สระว่ายน้ำเป็นระบบเกลือ มีมาให้ทั้งสระผู้ใหญ่ขนาด  7.4 x 12.94 เมตร ลึก 1.2 เมตร และสระเด็กขนาด 3.8 x 8.5 เมตร ค่ะ

สระเด็กจะอยู่ติดกับสระผู้ใหญ่เลย สามารถมาว่ายน้ำพร้อมกันทั้งครอบครัวได้ โดยข้างๆสระจะมีการปลูกต้นไม้เพื่อบังสายตามาให้เล็กน้อย

อีกฝั่งหนึ่งจะเป็นทางเดินไปที่ห้องน้ำนะคะ

เดินจนสุดทางจะเจอกับพื้นที่อาบน้ำล้างตัวก่อน-หลังลงสระว่ายน้ำ

ส่วนห้องน้ำจะต้องเดินถัดมาอีกหน่อยค่ะ ซึ่งมีแยกเป็นห้องน้ำชาย-หญิงมาให้เพื่อให้ลูกบ้านมีความสะดวกในการใช้งาน

ด้านในห้องน้ำจะแบ่งเป็นส่วนของห้องสุขา ห้องอาบน้ำ ห้องซาวน่า และอ่างล้างมือ ครบเลยค่ะ

ภายในห้องน้ำและห้องอาบน้ำ บรรยากาศจะเป็นแบบนี้ มีอุปกรณ์ติดตั้งมาให้ครบ

ตรงที่เราเห็นเป็นประตูไม้ จะเป็นห้องซาวน่า หน้าตาแบบนี้เลย ใครที่ออกกำลังกายที่ฟิตเนสด้านบนมาหรือว่ายน้ำเสร็จแล้ว อาจจะแวะห้องนี้ก่อนได้ เพื่อปรับสมดุลร่างกาย สร้างความผ่อนคลายก่อนกลับบ้านค่ะ

ต่อไปเราจะขึ้นไปดูชั้นบนของ Clubhouse กันค่ะ

พอขึ้นมาจะเจอกับโถงโล่งๆแบบนี้ ใช้มานั่งพักผ่อนกันได้

ห้องแรกที่เราจะพาไปชมคือ Co-working space และ Kid’s Club ค่ะ

Co-working space และ Kid’s Club ซึ่งจะรวมอยู่ในห้องเดียวกันเลย แต่จะมีการกั้นผนังแต่ละห้องแยกเป็นสัดส่วน เพื่อกันเสียงและการรบกวนจากห้องอื่นๆ โดยผนังทั้ง 2 ฝั่งจะเป็นกระจกทำให้ห้องดูโปร่งโล่ง พอเข้ามาเราจะเจอพื้นที่เล่นสนุกของเด็กๆกันก่อน มีของเล่นมาให้เยอะแยะเลย

ขยับเข้าไปจะเป็นโซนนั่งทำงานและอ่านหนังสือค่ะ จะประกอบไปด้วยโต๊ะสูงและเก้าอี้วางไว้ให้หลายจุดด้วยกัน ผนังยังคงเป็นกระจกบานใหญ่ทั้งสองข้างเลย สว่างมากเลยค่ะ

ถ้านั่งทำงานหรืออ่านหนังสือแล้วเครียด ด้านในจะมีโต๊ะพูลวางไว้ตรงกลางห้องค่ะ สามารถลุกมาจัดสักเกมสองเกม แก้เครียดก่อนกลับไปนั่งทำงานต่อได้

ส่วนด้านในสุดจะมี Theater Room ไว้สำหรับดูหนัง โดยจะมีโทรทัศน์เครื่องใหญ่ติดผนังไว้ให้ และโซฟาตัว L ขนาดใหญ่ นั่งดูกันได้หลายคนเลยค่ะ

เรามาดูพื้นที่ส่วนกลางที่เหลืออยู่อีกฝั่งหนึ่งนั่นก็คือฟิตเนส

ห้องฟิตเนสมีอุปกรณ์มาให้ครบครัน ริมประตูทางเข้า-ออก โครงการได้วางดัมเบล จัดเป็นโซน Free Weight พร้อมติดกระจกตรงผนังไว้ให้

ส่วนด้านในเข้ามาจะเจอหน้าตาประมาณนี้เลย วางเครื่องออกกำลังกายได้ประมาณ 8 ชิ้น แบ่งเป็นโซน Cardio  และ โซน Weight Training มีเครื่อง Machine มาให้ครบครัน และถ้ามองออกไปที่หน้าต่างจะเห็นเป็นวิวสระว่ายน้ำและสวนหย่อมค่ะ

ส่วนด้านหลังพอเปิดประตูออกมาที่ระเบียง ทางโครงการติดตั้งเชือก TRX ที่สามารถออกกำลังกายได้หลากหลายมาให้ด้วยค่ะ

ถัดจาก Clubhouse มาจะเป็นส่วนของสำนักงานขายและบ้านตัวอย่าง

ซึ่งโซนบ้านพักอาศัยจะอยู่ด้านในค่ะ

บ้านพักอาศัยจะแบ่งออกเป็นซอยย่อย โดยถนนย่อยจะมีความกว้าง 9 เมตร รถสวนกันได้สบายๆ รวมถึงมีการปลูกต้นไม้ให้โดยรอบด้วย

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • อาคาร Clubhouse บริเวณด้านหน้าใกล้ทางเข้าโครงการประกอบไปด้วย

  • Lobby
  • สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ แบ่งออกเป็นสระผู้ใหญ่ขนาด  7.4 x 12.94 เมตร ลึก 1.2 เมตร และสระเด็กขนาด 3.8 x 8.5 เมตร 
  • ห้องออกกำลังกาย
  • Co-working space + Kid’s Club+Theater Room

  • พื้นที่สวนหย่อมในโครงการ รวมประมาณ 409 ตารางวา
  • ระบบรักษาความปลอดภัย Security Gate , รปภ. 24 ชม , Key Card Access ระยะไกล, CCTV 4 จุด , ระบบ KATSAN
  • ประตูรั้วโครงการมี 2 แบบ แบบรั้วเปิด-ปิด อัตโนมัติ และ แบบไม้กั้นกระดก
  • สัญญาณกันขโมย ระบบ Magnetic & Shock Sensor ทุกหลัง
  • แบบบ้าน

    โครงการ The City สาทร – กัลปพฤกษ์ จะมีแบบบ้านให้เราเลือกจำนวน 3 แบบคือ

    • แบบบ้าน SEREIN (แบบบ้านใหม่) ที่ดินเริ่มต้น 54.37 ตารางวา 225 ตารางเมตร
    • แบบบ้าน INSCAPE ที่ดินเริ่มต้น 61.5 ตารางวา 275 ตารางเมตร
    • แบบบ้าน BRIVET ที่ดินเริ่มต้น 68.7 ตารางวา 330 ตารางเมตร

    โดยบ้านตัวอย่างและสำนักงานขายจะเป็นบ้านแบบ BRIVET ที่นำบ้าน 2 หลังมาต่อกันแล้วทำทางเชื่อมพื้นที่ตรงกลางเข้าหากัน

    ส่วนหน้าตาบ้านมาตรฐานของบ้านแบบ BRIVET จะเป็นแบบนี้ค่ะ โดยบ้านแบบนี้จะเป็น Type ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโครงการ ตั้งอยู่บนที่ดิน 68.7 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 330 ตร.ม. จัดฟังก์ชันมาเป็น 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3 ห้องพักผ่อน 1 ห้องครัว 1 ห้องแม่บ้าน 3 ที่จอดรถค่ะ

    แปลนชั้นล่างของแบบบ้าน BRIVET เมื่อเข้าไปส่วนแรกจะเจอกับโถงเล็กๆตรงกลางบ้าน  ทางฝั่งซ้ายจะเป็น Living Area หรือมุมนั่งเล่น เอาไว้รับแขกก็ได้ค่ะ ซึ่งบริเวณนี้จะมีประตูกระจกบานเลื่อนเอาไว้รับแสงธรรมชาติจากข้างนอกและยังสามารถเปิดออกไปยังสวนข้างบ้านได้อีกด้วย ซึ่งทางโครงการเค้าก็ได้ปูพื้นบนเฉลียงข้างบ้านมาให้ด้วยเช่นกันค่ะ ข้างๆมุมนั่งเล่นจะมีห้องเล็กๆแยกออกไปห้องหนึ่งค่ะ เป็นห้องอเนกประสงค์ สามารถใช้ทำเป็นห้องทำงานหรือห้องรับแขกก็ได้ มีผนังกั้นเป็นสัดส่วน อีกทั้งยังอยู่โซนหน้าบ้าน มีช่องแสงเยอะ สามารถชมวิวสวนหน้าบ้านได้อย่างสบายๆ ค่ะ ถัดเข้ามาด้านในสุดกันบ้าง เราจะเจอกับมุมรับประทานอาหาร ซึ่งสามารถจัดโต๊ะรับประทานอาหารแบบนั่ง 6 คน ส่วนฝั่งตรงข้ามโต๊ะทานอาหารจะเป็นห้องครัวค่ะ ซึ่งของจริงจะไม่มีเคาน์เตอร์ตัว L ให้อย่างในแปลนนะคะ และด้านในสุดจะเป็นห้องครัวปิดค่ะ ซึ่งจะมีประตูเปิดไปข้างหลังบ้านได้ด้วย ห้องนอนและห้องน้ำแม่บ้านจะแยกไปอยู่โซนหลังบ้านค่ะ ไม่ได้ข้องเกี่ยวกับพื้นที่อยู่อาศัยด้านในของเจ้าของบ้าน

    ขยับมาฝั่งของบันไดกันบ้างค่ะ โซนนี้จะแยกไป 2 มุมด้วยกัน มุมแรกด้านหน้าเลยจะเป็นห้องน้ำชั้นล่าง อยู่ใต้บันไดเลยค่ะ ห้องนี้จะไม่ใหญ่มาก โครงการไม่ได้ทำส่วนอาบน้ำมาให้นะคะ จะมีแค่โถสุขภัณฑ์และอ่างล้างมือ ส่วนอีกฝั่งของบันไดจะเป็นทางเดินเข้าไปยังห้องนอนชั้นล่าง ซึ่งห้องนอนนี้จะมีห้องน้ำภายในตัวด้วย เหมาะสำหรับทำเป็นห้องนอนผู้สูงอายุหรือเด็กเล็กที่อาจจะขึ้นบันไดลำบากค่ะ

    ขึ้นไปชั้นสอง ของบ้านกันบ้างค่ะ บันไดบ้านนี้จะเป็นแบบ 2 ตอน พอขึ้นไปถึงชั้นบน จะเจอกับ Common Area ทางส่วนหน้าของบ้าน สามารถจัดวางโซฟา โต๊ะวางของไว้นั่งเล่น นั่งทำงานได้อย่างเป็นส่วนตัวค่ะ มีช่องแสงด้านข้าง รวมถึงช่องแสงจากประตูระเบียงที่อยู่ใกล้ๆกัน สามารถเปิดไปรับลมชมวิวด้านนอกได้ค่ะ พื้นที่ระเบียงกว้างมาก ใครมีไอเดียอยากจัดวางชุดโต๊ะเก้าอี้ไว้นั่งเล่นก็ได้ หรือจะปลูกต้นไม้เล็กๆ วางไว้บนชั้นเพื่อสร้างบรรยากาศร่มรื่น สบายตาก็เข้าท่าดีเหมือนกันค่ะ นอกจากนี้ก็มีห้องเก็บของเล็กๆให้ห้องหนึ่ง เราสามารถเก็บพวกกระเป๋า รองเท้า หรือ Accessories อื่นๆได้ค่ะ

    ชั้นบนจะประกอบไปด้วย 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ (ห้องน้ำในตัวทุกห้องค่ะ) ห้องนอนแรกที่จะพูดถึงคือ Master Bedroom จะมีขนาดกว้างที่สุด โดยจะกินพื้นที่เกือบครึ่งหนึ่งของบ้านชั้นบนค่ะ พื้นที่ห้องจะยาวไปในแนวหน้า-หลังของตัวบ้าน มีโซนแต่งตัวและห้องน้ำอยู่ทางด้านหลัง มาพร้อมอ่างอาบน้ำให้ด้วยค่ะ ส่วนห้องนอนอีก 2 ห้องจะมีขนาดเล็กกว่า โดยจะอยู่อีกครึ่งหนึ่งของบ้าน วางตำแหน่งอยู่ในโซนหน้าและโซนหลัง แต่ละห้องจะมีช่องแสงพอจะรับลมได้เย็นๆได้ มาพร้อมห้องน้ำในตัว แต่จะไม่มีอ่างอาบน้ำให้ค่ะ

    ด้านหน้าบ้านจะมีประตูรั้วแบบเลื่อนมาให้ สามารถเลื่อนเปิดได้สุด ถ้าใครอยากสะดวกหน่อยก็ติดตั้งทำเป็นประตูอัตโนมัติได้ค่ะ

    หน้าบ้านจะมีถังขยะที่สามารถทิ้งได้จากในตัวบ้าน คนมาเก็บก็จะเก็บจากด้านนอกไม่รบกวนกัน สะดวกดีและทำให้บริเวณหน้าบ้านมีความเป็นระเบียบ ไม่มีขยะมาวางกองด้วยค่ะ

    ที่จอดรถสามารถจอดในร่มได้ 3 คัน ตรงนี้ไม่ได้ลงเสาเข็มให้นะคะ โครงสร้างจะเป็น Slab On Ground โดยพื้นจะได้เป็นแสตมป์คอนกรีตค่ะ

    เราเดินวนมาข้างบ้านกันหน่อย ทางโครงการจะปลูกหญ้าให้รอบบ้านนะคะ

    ส่วนหลังบ้านจะเป็นพื้นที่ของลานซักล้างที่เชื่อมต่อกับครัวไทย และห้องแม่บ้าน เวลาแม่บ้านมาทำงานสามารถเข้าจากโซนนี้ได้เลยไม่ต้องเดินผ่านทางเข้าหน้าบ้านค่ะ

    ส่วนข้างบ้านอีกฝั่งหนึ่งจะมีเฉลียงที่ค่อนข้างยาว เชื่อมต่อกับพื้นที่นั่งเล่นและรับประทานอาหารในตัวบ้าน สามารถหาชุดเก้าอี้มาวางนั่งเล่นพักผ่อนได้

    บริเวณหน้าบ้านของบ้าน Type นี้จะมีห้องอเนกประสงค์ที่มีหน้าต่างแบบไม่มี Frame แนวตั้งบานใหญ่ ถ้าจัดสวนสวยๆสามารถนั่งมองได้เพลินมากๆเลยค่ะ

    ทางเข้าบ้านจะมีหลังคาคลุม และมีการยก Step ขึ้นมาประมาณ 2 ขั้นบันได เวลาฝนตกหรือซักล้างน้ำจะไม่เข้าในตัวบ้าน บริเวณนี้สามารถหาตู้รองเท้ามาวางเพิ่มเติมได้

    ประตูบ้านทำจากไม้สักแท้ค่ะ ให้มาบานใหญ่เลย ซึ่งทางโครงการเค้าได้ติด Digital Door Lock ให้ด้วย เพิ่มความปลอดภัยเวลาเข้าออกบ้านต้องกดรหัสก่อน โดยเป็นส่วนหนึ่งของระบบ Home Automation ของทางโครงการที่ให้อุปกรณ์รักษาความปลอดภัย และควบคุมด้วยระบบอัตโนมัติมาหลายอย่างเลย

    Digital Door Lock โครงการติดตั้งมาให้ทั้ง 2 บานแบบนี้ ใช้ได้ทั้งคีย์การ์ดและการตั้งรหัส

    ภายในบ้านมีการติดอุปกรณ์กันขโมย Magnetic  Sensor มาให้ทุกหลัง บริเวณประตูและหน้าต่างทุกจุดในบ้าน ทั้งชั้นบนและชั้นล่าง เวลาที่จุดไหนถูกงัดแงะจากภายนอกเข้ามา สัญญาณเตือนภัยก็จะทำงานค่ะ รวมถึงยังมีกล้อง CCTV และ  ชุด HOME AUTOMATION มาให้ด้วย

    เมื่อเข้ามาในบ้านก็จะเห็นภาพประมาณนี้เลย ตรงนี้จะเป็นโถงกลางเล็กๆที่จะแยกไปส่วนต่างๆของบ้าน ทั้งโซนนั่งเล่น ครัว ห้องนอนเล็ก ห้องน้ำ และบันไดขึ้นไปชั้นบน โครงสร้างของบ้านจะเป็น  Conventional ก่ออิฐ ฉาบปูนค่ะ

    ห้องนั่งเล่นจะเชื่อมต่อกับห้องรับประทานอาหาร ถือเป็นพื้นที่ทำกิจกรรมร่วมกันในครอบครัว บริเวณนี้จะโปร่งโล่งมากเพราะได้แสงสว่างจากบานหน้าต่างตลอดทั้งแนว โดยฝ้าเพดานจะสูงประมาณ 2.50 เมตรค่ะ

    บ้านตัวอย่างเค้าได้จัดเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆให้ดูเป็นไอเดีย โดยเราสามารถวางโต๊ะ โซฟานั่งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก ได้ตามความเหมาะสม ส่วนบริเวณผนังสามารถ Built-in ชั้นวางทีวีได้แบบนี้ ดูสวยงามและทำเป็นตู้เก็บของเพิ่มเติมได้ด้วยค่ะ

    ข้างๆพื้นที่นั่งเล่นจะมีประตูบานใหญ่ที่สามารถเปิดไปเชื่อมต่อกับสวนข้างบ้านได้

    ส่วนมุมด้านใน จะเป็นพื้นที่สำหรับวางโต๊ะรับประทานอาหาร เราสามารถจัดวางโต๊ะขนาดกลาง-ใหญ่ นั่งได้ถึง 6-8 คนมาไว้ที่มุมนี้ โดยจะได้รับแสงธรรมชาติจากหน้าต่างบานใหญ่ที่ติดเรียงกันบนผนังทั้ง 2 มุม ช่วยให้บรรยากาศโปร่งโล่ง หากเปิดหน้าต่างก็ยิ่งช่วยให้อากาศถ่ายเทสะดวกยิ่งขึ้น

    ต่อไปมาดูห้องอเนกประสงค์ชั้นล่าง ซึ่งสามารถจัดเป็นห้องรับแขก ห้องทำงานหรือห้องนอนเล็กๆเพิ่มอีกห้องก็ได้ เพราะพื้นที่ค่อนข้างกว้าง มีหน้าต่างบานใหญ่สามารถมองเห็นวิวหน้าบ้านได้  หากแสงเข้ามากเกินหรืออยากได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้นก็ปิดผ้าม่านบังเอาได้ค่ะ

    เรามาดูส่วนห้องครัวกันต่อค่ะ โดยห้องครัวจะอยู่ตรงข้ามกับมุมรับประทานอาหาร ซึ่งบ้านตัวอย่างเค้าได้ทำ Built-in เคาน์เตอร์ ด้านนอกเพิ่ม ไว้สำหรับทำเป็นบาร์เตรียมอาหารเบาๆได้ แต่บ้านจริงจะเป็นพื้นที่โล่งๆ ใครที่อยากได้เหมือนบ้านตัวอย่าง ก็สามารถ Built-in เพิ่มได้ค่ะ

    เข้ามาในห้องครัว จะเห็นว่าพื้นที่ก็กว้างขวางใช้ได้เลย สามารถทำครัวได้อย่างไม่อึดอัด มาพร้อมหน้าต่างบานใหญ่ด้านข้างที่ช่วยระบายอากาศและเพิ่มแสงสว่างให้กับห้องค่ะ

    ทางโครงการได้ติดตั้งเคาน์เตอร์ด้านล่างมาให้แบบนี้เลย ด้านล่างเป็นตู้สามารถเปิดเก็บของได้

    ส่วนด้านบนก็มีตู้แขวนมาให้ แบ่งชั้นเก็บของให้ค่อนข้างเยอะเป็นสัดส่วน  และให้ที่ดูดควันด้วยค่ะ

    บันไดจะอยู่ตรงกลางบ้าน มีพื้นที่แยกไปฝั่งซ้ายและขวา ซึ่งแต่ละฝั่งจะมีห้องแยกย่อยไปอีกค่ะ เรามาเริ่มต้นดูฝั่งขวาที่เป็นห้องน้ำกันก่อน

    ห้องนี้จะเป็นห้องน้ำรวมของชั้น 1 โดยทางไปห้องน้ำจะมีการลดระดับพื้นลง  เพื่อให้ได้เพดานห้องน้ำสูงโปร่งขึ้น หากไม่ทำลดระดับลงไป เพดานก็อาจติดกับขั้นบันไดได้ค่ะ ถือเป็นการปรับโครงสร้างของบ้านที่อาจมีข้อจำกัดอยู่บ้างได้ดีเลยทีเดียว

    ห้องน้ำรวมนี้จะให้แค่โถสุขภัณฑ์และอ่างล้างมือค่ะ (Powder Room) ไม่มีโซนอาบน้ำมาให้ หากจะอาบน้ำต้องไปใช้ห้องน้ำภายในห้องนอนแทนค่ะ

    สุขภัณฑ์อ่างล้างหน้าเป็นของแบรนด์ American Standard มีกระจกติดผนังให้พร้อมเลย และแม้จะเป็นห้องน้ำเล็กแต่เค้าก็ยังก่อผนังขึ้นมาเป็นชั้นวางของให้ด้วยค่ะ สามารถวางของได้ทั้งแนวเลย

    โถสุขภัณฑ์เป็นของแบรนด์ American Standard เช่นเดียวกัน

    ถัดมาจะเป็นทางแยกไปยังห้องนอนชั้นล่างและห้องเก็บของค่ะ  ส่วนตัวเรามองว่าการทำทางเดินไปแบบนี้ก็มีข้อดีเหมือนกัน เพราะจะช่วยให้ห้องนอนด้านล่างไกลจากพื้นที่ Common Area มากขึ้น ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัว และไม่วุ่นวายกับสมาชิกคนอื่นๆ

    ห้องนอนชั้นล่างมีขนาดค่อนข้างกว้างค่ะ สามารถจัดวางเตียง King Size 6 ฟุต ก็ยังไหว แต่อาจจะเหลือพื้นที่รอบเตียงน้อยลง ดังนั้นแนะนำว่าจัดเตียงขนาด 5 ฟุตกำลังดี หรือถ้านอนคนเดียว อยากได้แบบกะทัดรัด เตียงเดี่ยว 3.5 ฟุตก็ยิ่งเหลือพื้นที่เยอะ

    ข้างเตียงมีพื้นที่สำหรับวางโต๊ะทำงานหรือโต๊ะเครื่องแป้ง โดยมีตำแหน่งสำหรับวางตู้เสื้อผ้าอยู่หน้าห้องน้ำ

    ห้องน้ำนี้สามารถอาบน้ำได้ มีการแยกส่วนแห้งส่วนเปียกมาให้เป็นสัดส่วน พร้อมติดตั้งฝักบัวมาให้เรียบร้อย แต่ไม่มีฉากกั้นอาบน้ำมาให้นะคะ เราสามารถหาซื้อติดเองได้ไม่ยาก

    สุขภัณฑ์เป็นของ American Standard เช่นเดิม และมีการติดกระจกให้ทั้งแนวผนัง

    พื้นที่อาบน้ำสามารถยืนอาบได้สบายๆมีติดตั้งฝักบัวมาให้พร้อมงานระบบ เราอาจจะต้องไปติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นเอง

    หน้าตาฝักบัวอาบน้ำได้จะประมาณนี้ค่ะ ของ American Standard ค่ะ

    โครงสร้างบันไดจะเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ฉาบเรียบ ปูทับด้วยไม้ยางพารา ซึ่ง Feeling จะเหมือนไม้ ข้อดีคือมีความแข็งแรง ไม่ผุกร่อนได้ง่าย ส่วนชั้นบนจะเปลี่ยนวัสดุเป็นพื้นไม้ลามิเนตค่ะ

    บันไดจะเป็นแบบ 2 ตอน พื้นที่กว้างขนาด 2 คนเดินสวนกันได้เลย และมีชานพักเป็นสี่เหลี่ยม เวลาก้าวเดินจะมีความปลอดภัยกว่าชานพักที่เป็นสามเหลี่ยมค่ะ นอกจากนี้ยังมีระเบียงกั้นด้านบนเป็นกระจกใส ช่วยให้แสงผ่านมามองเห็นขั้นบันได้ได้ชัดเจนขึ้น

    เมื่อขึ้นไปถึงบนชั้นสองจะเห็นห้องต่างๆแยกออกไปทั้งฝั่งซ้ายและขวา รวมถึงด้านหลังด้วยค่ะ

    พอขึ้นบันไดมาเราจะเจอกับโถงก่อน ฝั่งซ้ายจะเป็นห้องนั่งเล่น ฝั่งขวาเป็นห้องเก็บของ ส่วนตรงกลางคือห้องนอนใหญ่ค่ะ

    บ้านนี้จะมีพื้นที่นั่งเล่นอยู่ชั้นบนด้วย ซึ่งเป็น Common Area ที่สมาชิกในบ้าน สามารถมาใช้งานร่วมกันได้ จะนั่งเล่น ดูหนัง ทำงาน อ่านหนังสือก็ตามสะดวกเลยค่ะ

    ต่อมาคือห้อง Master Bedroom ซึ่งห้องนี้จะมีขนาดใหญ่ที่สุดกินพื้นที่เกือบครึ่งหนึ่งของบ้านชั้นบน  เราสามารถวางเตียง King Size ได้อย่างสบายๆ ไม่อึดอัด แถมยังเหลือพื้นที่ว่างอีกเยอะเลย

    ห้องนี้ก็มีความโปร่งโล่งเพราะได้แสงธรรมชาติจากช่องแสงขนาดใหญ่เช่นกัน เนื่องจากเป็นห้องที่ระเบียงอยู่ทางฝั่งหน้าบ้าน เราไม่ต้องเปิดไฟเวลากลางวันก็ได้ค่ะ

    พื้นที่ข้างเตียงเหลือวางโต๊ะขนาดกลาง-เล็กได้ และมุมนี้จะมีหน้าต่างอยู่อีกจุดหนึ่งด้วย

    ด้านข้างเตียงอีกฝั่งจะมีพื้นที่เหลือเยอะ เนื่องจากพื้นที่มุมนี้ถูกดีไซน์ขยายไปด้านนอก ขยับออกไปเท่ากับความกว้างของระเบียงเลยค่ะ โดยเราสามารถจัดวางโซฟาเล็กไว้นั่งเล่นได้อย่างพอดี พร้อมวางโต๊ะข้างเตียงเล็กๆได้

    ประตูระเบียงจะอยู่ถัดมาค่ะ เป็นกระจกใสบานเลื่อน เปิดออกมาจะเจอกับพื้นที่ระเบียงเป็นแนวยาวแบบนี้

    เราสามารถออกมายืนชมวิวหรือวางเก้าอี้เล็กๆนั่งเล่นยามเช้าหรือเย็นได้  ราวกันตกทางโครงการให้มาเป็นกระจกซึ่งดีตรงที่ไม่บดบังวิวแต่ควรทำความสะอาดสม่ำเสมอ ไม่ให้กระจกเป็นคราบนะคะ

    ถัดเข้าไปจะเป็นมุมแต่งตัวค่ะ เราสามารถกั้นเป็นห้องเล็กๆได้หากต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

    โดยตู้เสื้อผ้าจะวางไว้ที่มุมนี้ได้ถึง 2 ฝั่งเลย หรือจะติดเป็น Walk-in Closet ก็จะช่วยประหยัดพื้นที่ใช้งานได้อย่างคุ้มค่า ติดตั้งโต๊ะเครื่องแป้งหรือ Built-in วางของเพิ่มก็ได้ เผื่อสมาชิกท่านไหนมีของใช้ส่วนตัวเยอะ สามารถจัดเก็บไว้ได้อย่างเป็นระเบียบค่ะ

    ด้านในสุดจะเป็นห้องน้ำของ Master Bedroom ค่ะ พื้นที่กว้างมาก ความยาวเท่ากับห้องนอนเลยค่ะ แต่ความกว้างจะแคบกว่า ปูด้วยพื้นกระเบื้อง มาพร้อมสุขภัณฑ์ต่างๆหลายชิ้น ส่วนบรรยากาศพอเข้าไปแล้วจะเห็นได้ว่าแสงธรรมชาติส่องผ่านหน้าต่างในห้องน้ำเข้ามาหลายจุดเลย และคุมโทนด้วยสีขาว ช่วยให้ห้องสว่าง ดูโปร่งและกว้างยิ่งขึ้น

    ด้านล่างของอ่างล้างหน้าจะเป็นตู้ สามารถเปิดออกมาเก็บของเล็กๆน้อยๆได้ค่ะ

    โถสุขภัณฑ์จะอยู่ด้านข้างพร้อมมุมอาบน้ำแยกโซนแห้งเปียกให้เลย ซึ่งเค้าได้ให้ฉากกั้นกระจกอาบน้ำมาให้ค่ะ มุมนี้ก็ยังมีช่องแสงให้ถึง 2 จุด เป็นบานกระทุ้งเปิดระบายอากาศได้ด้วย ช่วยให้ห้องน้ำไม่อับชื้น

    สุขภัณฑ์ชั้นบนก็ยังเป็นของแบรนด์ American Standard ค่ะ แต่มีการอัพเกรดขึ้นจากห้องน้ำชั้นล่าง

    ส่วนพื้นที่อาบน้ำจะมีฉากกั้นอาบน้ำมาให้ ป้องกันหยดน้ำกระเด็นออกมาบนพื้น แต่เวลาใช้งานฉากกั้นแบบนี้อาจต้องหมั่นทำความสะอาดบ่อยๆหน่อยนะคะ ไม่เช่นนั้นหยดน้ำอาจจะกระเด็นมาเกาะกระจกจนเป็นคราบติดแน่นได้ค่ะ

    พื้นที่อาบน้ำสามารถยืนอาบได้สบายๆและมีการลดระดับลงเล็กน้อยเพื่อกันน้ำไหลออกไปโดนส่วนแห้ง

    อีกฝั่งจะเป็นอ่างอาบน้ำ เอาไว้นอนแช่ตัวสบายๆ โดยมุมนี้จะมีบานหน้าต่างมาให้อีกหนึ่งจุดค่ะ ทำให้ห้องน้ำสว่างได้แม้ในเวลากลางวัน

    หน้าตาอ่างเป็นแบบนี้ ของ American Standard ใช้นอนแช่น้ำทั้งตัวได้

    ฝักบัวที่ได้มากับอ่างอาบน้ำจะเป็นทรงนี้ค่ะ สามารถดึงออกมาใช้งานได้ โดยจะมีปุ่มปิดเปิด และระบบระบายน้ำมาให้ตามมาตรฐาน

    ถัดจาก Master Bedroom มา จะเป็นห้องอเนกประสงค์เล็กๆ ซึ่งสามารถใช้เป็นห้องเก็บพวกกระเป๋า รองเท้า และ Accessories ต่างๆได้ค่ะ อย่างบ้านตัวอย่างจะ  Built-in เป็นตู้ยาวๆ เอาไว้เก็บหนังสือและทำเป็นมุมทำงาน

    ห้องต่อมาคือห้องนอนที่ 2 ค่ะ ห้องนี้ขนาดจะเล็กลงมา มีพื้นที่รองรับเตียงใหญ่ ได้ถึง 6 ฟุต แต่ถ้าอยากได้พื้นที่ห้องกว้างขึ้นก็อาจจะลดขนาดเตียงมา จะได้มีพื้นที่ข้างเตียงเหลือวางโต๊ะได้ค่ะ ห้องนี้จะมีหน้าต่างบานค่อนข้างใหญ่มาให้ 1 จุด เอาไว้เปิดระบายอากาศได้

    ด้านในห้องจะมีพื้นที่สามารถจัดเป็น Walk-in Closet อยู่หน้าห้องน้ำได้ พออาบน้ำเสร็จก็ออกมาแต่งตัวสะดวกดี

    ห้องน้ำจะเป็นฟังก์ชันมาตรฐาน มีสุขภัณฑ์เหมือนห้องน้ำด้านล่างเลยค่ะ แต่จะเพิ่มส่วนอาบน้ำเข้ามามีการก่อผนังเพื่อแยกพื้นที่มาให้

    ได้โถสุขภัณฑ์และอ่างล่างมือ ซึ่งมีช่องเก็บของด้านล่างให้ด้วย ผนังติดกระจกให้พร้อมค่ะ

    พื้นที่อาบน้ำขนาดกำลังพอดี เราสามารถติดตั้งฉากกั้นอาบน้ำกระจกนิรภัยหรือหาเป็นม่านพลาสติกสวยๆเพิ่มได้ ผนังด้านข้างมีช่องแสงมาให้หนึ่งจุดช่วยระบายความชื้น

    พื้นที่กว้างยืนอาบได้สบายๆค่ะ

    ย้อนกลับออกมาที่โถงตรงกลาง อีกด้านหนึ่งจะเป็นทางเชื่อมไปห้องนอนที่ 3 ของชั้นบนค่ะ โดยบริเวณนี้จะได้แสงสว่างส่องผ่านเข้ามาทางระเบียงทางขวามือ

    ระเบียงตรงกลางของชั้น 2 ค่ะ เราสามารถเปิดประตูระเบียงไปใช้งานได้จริง เนื่องจากได้พื้นที่กว้างพอสมควร

    ดูจากขนาดแล้วบางคนอาจจัดวางชุดโต๊ะ เก้าอี้ไว้นั่งเล่น พร้อมทำเป็นโซนสวนในร่มเล็กๆ ปลูกไม้ประดับในกระถางได้ สร้างบรรยากาศให้ร่มรื่น สบายตาค่ะ

    ห้องสุดท้ายคือห้องนอนที่ 3 ขนาดจะต่างจากห้องนอนก่อนหน้านี้เล็กน้อย แต่โดยรวมก็ยังสามารถวางเตียง 5-6 ฟุตได้ มีพื้นที่ข้างเตียงเหลือวางโต๊ะทำงานและโต๊ะวางของได้เช่นกัน

    ส่วนอีกด้านจะเป็นโซนแต่งตัวและห้องน้ำค่ะ

    บริเวณหน้าห้องน้ำเราสามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าได้ทั้ง 2 ฝั่ง

    ห้องน้ำจะกั้นโซนอาบน้ำด้วยผนังเหมือนห้องน้ำก่อนหน้านี้เลยค่ะ

    ด้านบนโถสุขภัณฑ์จะมีหน้าต่างบานกระทุ้งมาให้ 1 จุด สามารถเปิดระบายอากาศได้ โดยแสงสว่างจะผ่านเข้ามาทางกระจก ส่วนสุขภัณฑ์ต่างๆได้เหมือนกับห้องก่อนหน้านะคะ

    เรามาดูแบบบ้านอีก 2 แบบที่ไม่มีบ้านตัวอย่างกันนะคะ เริ่มด้วย SEREIN (แบบบ้านใหม่) ที่ดินเริ่มต้น 54.37 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 225 ตารางเมตร จัดฟังก์ชันได้เป็น 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 2 ห้องพักผ่อน 1 ห้องครัว 2 ที่จอดรถ (ในร่ม 2 คัน)

    แบบบ้านนี้เป็นแบบบ้านที่เล็กที่สุดในโครงการ จอดรถในร่มได้ถึง 2 คัน ชั้นล่างมีห้องนั่งเล่น ห้องรับประทานอาหาร และจะมีห้องนอนชั้นล่างมาให้เช่นกัน สามารถทำเป็นห้องนอน ห้องทำงานได้ มีห้องครัวปิดแยกเป็นสัดส่วน ห้องน้ำชั้นล่างสามารถอาบน้ำได้ Type นี้จะยังไม่มีห้องแม่บ้านนะคะ

    ส่วนชั้นบนแบ่งออกเป็น 3 ห้องนอน ซึ่งจะมีห้องน้ำมาให้ทุกห้อง ขนาดของแต่ละห้องค่อนข้างใหญ่อยู่สบาย โดยเฉพาะ Master Bedroom ที่อยู่ด้านหน้าตัวบ้าน ชั้นนี้นอกจากห้องนอนจะมีห้องนั่งเล่นเพิ่มมาให้ด้วยค่ะ

    บ้านอีกแบบคือ INSCAPE จะใหญ่ขึ้นมาหน่อย ที่ดินเริ่ม 61.5 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 275 ตร.ม. จัดฟังก์ชันได้เป็น 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3 ห้องพักผ่อน 1 ห้องครัว 1 ห้องแม่บ้าน 3 ที่จอดรถ (ในร่ม 3 คัน)

    แบบบ้าน INSCAPEจะมีขนาดพื้นที่ใช้สอยเพิ่มขึ้นมาเยอะพอสมควร ฟังก์ชันห้องต่างๆภายในบ้านจึงมีเพิ่มเข้ามาจากแบบเดิม เริ่มต้นจากแปลนชั้น 1 จะได้ที่จอดรถถึง 3 คันค่ะ เมื่อเข้าไปแล้วจะเจอกับมุมนั่งเล่น ขยับไปกลางบ้านจะเป็นมุมรับประทานอาหาร โดยมีห้องครัวแยกไปอยู่ทางด้านข้าง ส่วนห้องนอนล่างจะมีอยู่ส่วนหน้าบ้านติดกับสวนเลยค่ะ พร้อมห้องน้ำในตัว ส่วนด้านหลังสุดตรงข้ามกับห้องครัว จะได้พื้นที่เพิ่มซึ่งสามารถกั้นเป็นห้องพักผ่อนได้ โดยห้องนี้เราสามารถปรับฟังก์ชัน จะทำเป็นห้องนั่งเล่นหรือห้องทำงานก็ตามสะดวก โดยจะสามารถเปิดประตูออกไปด้านนอกสวนได้ด้วย จุดนี้ทางโครงการเค้าได้ปูเฉลียงไว้ให้เรียบร้อยค่ะ ด้านหลังบ้านมีห้องแม่บ้านพร้อมห้องน้ำในตัวให้ด้วย

    แปลนชั้น 2 จะพบว่า Master Bedroom จะอยู่ขนานไปทางหน้าบ้าน มีประตูเปิดไประเบียงที่อยู่ส่วนกลางของบ้านได้ ส่วนห้องนอนเล็กอีก 2 ห้อง จะอยู่โซนด้านหลัง ทุกห้องจะมีห้องน้ำในตัวและมีช่องแสงเยอะค่ะ ขยับมาตรงกลางบ้านชั้นบนจะเป็น Common Area ไว้จัดมุมนั่งเล่นได้ โดยจะมีระเบียงอยู่ตรงจุดนี้ให้เลย ช่วยรับแสงธรรมชาติส่องผ่านเข้ามาได้อย่างเต็มที่

    **รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

    ราคา

    19 May 2020

      • แบบบ้าน SEREIN บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 54.4 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 225 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 12 ล้านบาท
        – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / ที่จอดรถ 2 คัน ร
      • แบบบ้าน INSCAPE บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 61.5 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 275 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น n/a ล้านบาท
        – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / ที่จอดรถ 3 คัน / 1 ห้องแม่บ้านพร้อมห้องน้ำในตัว
      • แบบบ้าน BRIVET บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 73.2 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 330 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น n/a  ล้านบาท
        – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / ที่จอดรถ 3 คัน / 1 ห้องแม่บ้านพร้อมห้องน้ำในตัว
      • ที่ดินเฉลี่ย ราคาตารางวาละ 205,000 บาท
      • ค่าส่วนกลาง 31 บาท/ตร.วา/เดือน
      • ค่าจดจำนอง ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
      • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ซื้อแล้วผู้ขายชำระฝ่ายละครึ่ง
      • ค่าประกัน มิเตอร์ไฟฟ้า ประปา ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ

    **ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ

    บทสรุป

    ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง :  The City สาทร-กัลปพฤกษ์ เป็นโครงการบ้านเดี่ยวที่ตั้งอยู่ในทำเลที่มีความอุดมสมบูรณ์สูงและเป็นบ้านที่สามารถเดินทางไปรถไฟฟ้าได้สะดวก ในย่านบางแคนี้จะไม่ค่อยมี Product ช่วงราคา 12-20  ล้านเท่าไร จึงเป็นโครงการบ้านที่เน้นพื้นที่ใช้สอยเยอะ อยู่ได้หลาย Generations ในย่านนี้ย่านนี้ถึงแม้จะห่างใจกลางเมืองออกมาหน่อยแต่ก็มีทุกสิ่งครบ จะมีห้างใหญ่ๆอย่าง The Mall บางแค, Seacon บางแค รวมถึง Tesco Lotus, BigC Supercenter และ Makro ส่วนตลาดสดและตลาดนัดก็มีอยู่หลายแห่งเช่นกัน เช่น ตลาดปิ่นทอง, Indy Market, ตลาดนัดท่าเกษตร, ตลาดน้ำสำเพ็ง 2, ตลาดบางแค สถานที่สำคัญอื่นๆก็มีครบทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน สถานที่ราชการต่างๆอีกหลายแห่ง

    ส่วนกลางเดินทางสะดวกเลยใช้ได้ทั้งรถไฟฟ้า MRT สถานีบางแค รถสาธารณะต่างๆ ถ้าใช้รถก็สามารถใช้เส้นทางไม่ว่าจะเป็นถนนกัลปพฤกษ์ ราชพฤกษ์ เพชรเกษม และกาญจนาภิเษกฯ เดินทางไปทำงานโซนสีลม-สาทรได้สบายๆค่ะ

    ความปลอดภัยในโครงการและตัวบ้าน : ระบบรักษาความปลอดภัยมาให้ครบครัน ตามมาตรฐาน ทางเข้าโครงการจะเจอกันป้อม รปภ. จุดนี้จะเป็นจุดสแกนเข้าออกทั้งลูกบ้านและ Visitor ก่อนเข้าสู่โครงการ หากเป็นลูกบ้านจะสามารถเข้าออกผ่าน Keycard Access ได้เลย แต่ถ้าเป็น Visitor ต้องแลกบัตรก่อนเข้าโครงการ โดยจะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยช่วยอำนวยความสะดวกให้ค่ะ นอกจากนี้ก็จะมีกล้อง CCTV ติดไว้ที่ทางเข้าออก รวมถึงจุดต่างๆทั่วทั้งโครงการเลยค่ะ นอกจากนั้นยังมีระบบ KATSAN มาช่วยดูแลลูกบ้านด้วย

    บ้านทุกหลังจะมีอุปกรณ์สัญญาณกันขโมย Magnetic  Sensor โดยจะติดไว้ให้ที่กรอบบานประตูหน้าต่างภายในบ้านทั้งชั้นบนและชั้นล่างค่ะ หากบ้านถูกงัดแงะจากภายนอกมา เครื่องนี้ก็จะส่งสัญญาณแจ้งเตือนนั่นเองค่ะ

    การออกแบบโครงการและพื้นที่ใช้สอย :  โครงการนี้ทำออกมาได้ดีทั้งการวางผังให้ Clubhouse อยู่ด้านหน้าซึ่งสามารถใช้เป็นหน้าเป็นตาและสามารถนัดพบเพื่อนๆบริเวณนี้ได้ อีกทั้งยังแยกการใช้งานพื้นที่ส่วนกลางอยู่ด้านหน้าไม่ให้ไปรบกวนความเป็นส่วนตัวของลูกบ้าน ตัวบ้านพักอาศัยถูกวางในแนวทิศเหนือ-ใต้ทั้งหมด ซึ่งช่วยให้ตัวบ้านไม่โดนแดดร้อนในตอนบ่าย มีการดีไซน์พื้นที่ส่วนกลางได้สวยงาม น่าใช้งาน แบบบ้านมีให้เลือก 3 แบบเน้นพื้นที่ใช้สอยเยอะ เหมาะกับคนที่ต้องการขยายครอบครัว หรือมีคนหลายวัยอยู่รวมกันไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุก็สามารถอยู่อาศัยได้ เห็นได้จากโครงสร้างเป็นหลังใหญ่ มีฟังก์ชันการใช้งานเป็นห้องต่างๆหลากหลาย โดยจะมีห้องนอนชั้นล่างเสมอ แสดงให้เห็นว่าทางโครงการได้ให้ความสำคัญในการอยู่อาศัยของคนทุก Generations

    วัสดุ :  วัสดุที่ให้เป็นไปตามมาตรฐานของโครงการระดับราคานี้ โดยรวมก็ไม่หนีไปจาก The City โครงการอื่นๆสักเท่าไร วัสดุแบรนด์เค้าเลือกดีมาให้อยู่แล้ว มีความแข็งแรง ทนทาน  โถสุขภัณฑ์ในห้องน้ำของ Master Bedroom ก็จะมีการปรับเปลี่ยนรุ่นที่ดีขึ้นสำหรับโครงสร้างบ้านเป็นแบบ  Conventional ก่ออิฐ ฉาบปูน วัสดุส่วนอื่นๆก็ค่อนข้างสมราคามีการให้ชุดครัวมาครบ ไม่ตั้ง Built-in เอง

    พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ :  ด้านในมีสวนขนาดใหญ่กลางโครงการ และ Clubhouse ที่รายล้อมด้วยสวนและต้นไม้ ส่วนหน้าบ้านจะมีสนามหญ้าและต้นไม้ใหญ่ให้ ภายในบ้านก็ปลูกหญ้าเต็มพื้นที่สวนและรอบตัวบ้าน ให้ต้นไม้ใหญ่ 1 ต้น ทำให้ได้ความเขียวทั้งภายในโครงการและภายในรั้วบ้านด้วยเช่นกัน

    สาธารณูปโภค : พื้นที่ส่วนกลาง ระบบสาธารณูปโภคภายในโครงการถือว่าให้มาครบครัน และเพียงพอต่อจำนวนลูกบ้านค่ะ ใน Clubhouse จะประกอบด้วย Lobby , สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ แบ่งเป็นสระผู้ใหญ่และสระเด็ก , Fitness , Co-working space , Kid’s Club และ Theater room

    Judgement

    เนื่องจากยังขาดข้อมูลราคาของบ้านแต่ละแบบ จึงยังไม่สามารถให้คะแนนได้ ถ้าได้ราคามาแล้วจะ update ให้อีกทีนะคะ

    BOTTOM LINE

    The City สาทร – กัลปพฤกษ์ เหมาะกับคนที่มองหาบ้านในย่านบางแค ต้องการการเดินทางที่สะดวก มีรถไฟฟ้าให้ใช้ อยู่ในทำเลที่อุดมสมบูรณ์หาของกินง่าย หรืออาจจะเป็นคนที่ทำงานในย่านสีสม-สาทร อยากได้บ้านพื้นที่ใช้สอยเยอะ  รองรับได้หลาย Generations ชอบโครงการที่มีส่วนกลางขนาดใหญ่ มีงบประมาณ 12-20 ล้านบาทค่ะ


    ติดตามพวกเราได้ที่
    Website : www.thinkofliving.com
    Twitter : www.twitter.com/thinkofliving
    YouTube : www.youtube.com/ThinkofLiving
    Instagram : www.instagram.com/thinkofliving
    Facebook : ThinkofLiving