…หากพูดถึงที่อยู่อาศัยในย่าน “เอกมัย-ทองหล่อ” หลายๆคนคงจะนึกถึงคอนโดมิเนียมกันซะมากกว่าใช่มั๊ยครับ เพราะนอกจากราคาที่ดินจะสูงแล้ว ก็ยังหาซื้อที่ได้ยากมากอีกด้วย ซึ่งทำเลใจกลางเมืองแบบนี้ “มีเงินอย่างเดียว…ก็ใช่ว่าจะซื้อที่ดินมาปลูกบ้านได้ง่ายๆ”

เพราะคนในพื้นที่ส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยยอมขายที่ดินกันหรอกครับ นั่นจึงเป็นเหตุที่ทำให้การรวมที่ดินมาสร้างเป็นโครงการใหม่ๆทำได้ยาก หรือถ้าขายกันจริงๆแปลงนึงก็แพงถึง 25 – 100 ล้านกันเลยทีเดียว ดังนั้นเราจึงไม่ค่อยเห็นโปรดักส์ใหม่ๆ โดยเฉพาะแนวราบเกิดขึ้นในทำเลนี้สักเท่าไหร่นัก แต่วันนี้ผมจะพาไปชมโครงการ Sakaya 146 Ekamai กันครับ

Fact @ 4 June 2020

  • Sakaya 146 Ekamai (ศักยะ 146 เอกมัย)
  • Sakaya Development Co.,LTD
  • ที่ตั้งโครงการ : ซอยเอกมัย 10 แยก 6 เขตวัฒนา
  • เนื้อที่โครงการ : 267 ตร.วา จำนวน 4 ยูนิต
  • บ้านเดี่ยว 5 ชั้น พร้อมดาดฟ้า
  • ฝ้าเพดานสูง : 2.4 m. และ Double Volume 5.4 m.
  • Type A ที่ดิน 50 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 587 – 620 ตร.ม. 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 68.5 – 82.5 ล้านบาท (ราคา Promotion)
  • Type B ที่ดิน 63 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 610 ตร.ม. 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 5 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 77.5 ล้านบาท (ราคา Promotion)
  • เว็บไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • สำนักงานขาย : 099-051-9696

ข้อมูลราคา ณ วันที่ 10/06/2020

ผมได้ลองสำรวจตลาดในย่านนี้ดู ก็พบว่ามีโปรดักส์แนวราบอยู่หลายโครงการเหมือนกัน ซึ่งทั้งหมดเป็นทาวน์โฮมและบ้านเดี่ยวหรูระดับ Super Luxury 20 – 50 ล้านบาทขึ้นไปทั้งนั้น โดยจะมีอยู่โครงการหนึ่งที่มีราคาสูงถึง 68.5 ล้านบาท ในทำเลที่เรียกได้ว่าเป็นใจกลางเอกมัยก็คือ Sakaya 146 นั่นเองครับ

ซึ่งได้ข่าวว่าเค้าสร้างเสร็จพร้อมอยู่แล้วเรียบร้อย นั่นจึงทำให้ผมสนใจอยากเข้าไปชมโครงการของจริงสักหน่อย เพราะ Think of Living เราเคยเขียนเจาะลึกการออกแบบไปเมื่อ 4 ปีที่แล้ว และผมก็ถือโอกาสเก็บภาพกับข้อมูล มาเขียนเป็น Walk-in Review ให้ทุกคนได้ชมกันด้วย เพราะจะมีข้อมูลหลายส่วนที่เปลี่ยนแปลงจะมาอัพเดทให้ฟังกัน ซึ่งจะเป็นอย่างไร และมีประเด็นน่าสนใจบ้าง เราจะไปสรุปในตอนท้ายกันครับ


ทำเลที่ตั้ง

พิกัด Google Maps : 13.725440, 100.591972
หรือสามารถ :  คลิกที่นี่

โครงการตั้งอยู่ภายในซอย ปรีดี พนมยงค์ 25 ซึ่งเชื่อมต่อกับซอย เอกมัย 10 (ซอยข้างๆ Health Land) โดยทำเลใจกลางเมืองย่าน “เอกมัย-ทองหล่อ” แบบนี้ ถือเป็นโซนพิเศษที่ความอุดมสมบูรณ์สูงสุด จะไม่ใช่บริเวณปากซอยถนนใหญ่อย่างสุขุมวิท แต่กลับเป็นบริเวณกลางซอยที่จะคึกคักและอุดมสมบูรณ์มากกว่า

บริเวณนี้ถือเป็นย่านธุรกิจร้านค้า แหล่งช้อปปิ้ง และร้านอาหารอร่อยๆ ระดับ Hi-end มากมาย มีทั้งที่เปิดกลางวันกลางคืน เรียกได้ว่าเป็นทำเล All Day – All Night กันเลยก็ว่าได้ และยังเป็นทำเลยอดนิยมสำหรับชาวต่างชาติอย่างมากอีกด้วย ปัจจุบันมีห้างสรรพสินค้าญี่ปุ่นอย่าง Donki Mall มาเปิดใหม่ ก็ยิ่งทำให้ช่วงกลางซอยนี้คึกคักและอุดมสมบูรณ์มากขึ้นเยอะเลยทีเดียวครับ

หากพูดถึงของกินซอยเอกมัย ร้านแรกที่ผมนึกถึงก็คือ “หน่องริมคลอง” ซึ่งตอนนี้เค้าย้ายไปอยู่ในตึกแถวตรงซอยเอกมัย 23 แล้วนะครับ แน่นอนว่าการไปชมโครงการครั้งนี้ ผมก็ไม่พลาดที่จะสั่งอาหารร้านนี้มาทานแน่นอน ทีเด็ดคือ ไข่ข้นปู ปูผัดผงกระหรี่ ข้าวผัดทะเล และกะหล่ำปลีผัดน้ำปลา ซึ่งหากใครชอบทานเนื้อปูชิ้นใหญ่ๆเน้นๆ รับรองว่าอย่าพลาดเชียวครับ เอาล่ะ…เมื่อเติมพลังกันจนอิ่มท้องแล้ว ก็ตามผมไปชมโครงการกันต่อเลยนะ

รายละเอียดที่ตั้งโครงการผมขอสรุปให้ฟังง่ายๆ ดังนี้

  • อยู่ในซอยย่อยที่เป็นซอยตัน ได้ความเป็นส่วนตัวไม่พลุกพล่าน
  • เข้า-ออกได้ 2 ทาง แต่จากปากซอยฝั่งปรีดี พยมยงค์ จะใกล้กว่านิดนึง
  • ซอยเอกมัยอุดมสมบูรณ์กว่า แต่รถก็จะติดมากกว่าซอยปรีดีฯ ซึ่งถ้าผมอยู่ที่นี่เองคงใช้ซอยปรีดีฯเดินทางเป็นหลัก และยังสามารถไปขึ้นทางด่วนฉลองรัชได้ง่ายกว่าด้วย
  • ปากซอยเอกมัย 10 ไม่สามารถเลี้ยวขวา เพื่อไปยังฝั่งถนนเพชรบุรีได้นะครับ จะต้องใช้ซอยทางลัดเชื่อมต่อมายังซอยเอกมัย 12 ก่อน จึงจะสามารถเลี้ยวขวาตรงแยกไฟแดงได้

รายละเอียดโครงการ

Sakaya 146 เป็นโครงการบ้านเดี่ยวขนาดเล็ก ที่มีจำนวนเพียงแค่ 4 หลังเท่านั้นครับ ปัจจุบันหลังที่ 1 ขายออกไปแล้วนะ ตอนนี้ยังมีให้เลือกอีก 3 หลัง 2 Type ด้วยกัน

  • หลังที่ 2 (จากซ้ายมือ) เป็นบ้านตัวอย่างที่ขายพร้อม Built in และมีสระว่ายน้ำในตัว ราคา 82.5 ล้านบาท
  • หลังที่ 3 ที่อยู่ติดกันจะได้เป็นบ้านเปล่า ไม่มีสระว่ายน้ำ แต่มีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น ราคา 68.5 ล้านบาท
  • หลังที่ 4 เป็นบ้าน Type B หลังริมสุด มีหน้าแคบกว่า แต่ได้ห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่สุด มาพร้อมกับถาดกลับรถอัตโนมัติที่โรงจอดรถ และจอดรถได้ถึง 5 คัน ราคา 77.5 ล้านบาท

โดยปกติแล้วโครงการที่ขนาดเล็กไม่ถึง 10 แปลง ไม่จำเป็นต้องขอจัดสรรหรือทำเป็นโครงการปิดก็ได้ครับ แต่โครงการนี้ทำมาให้เรียบร้อย ซึ่งค่อนข้างได้ความปลอดภัยและเป็นส่วนตัวดีทีเดียว โดยถนนส่วนกลางจะถูกจดเป็นภาระจำยอมของบ้านทั้ง 4 หลัง (เป็นเจ้าของร่วมกัน) นั่นหมายความว่าทั้ง 4 ครอบครัวนี้ อาจต้องช่วยกันดูแล คอยเป็นหูเป็นตาในโครงการ หรือมีอะไรก็พูดคุยปรึกษากันได้

บรรยากาศถนนภายในจะมีต้นไม้และพื้น Concrete Stamp ทั้งโครงการ แล้วยังนำสายไฟลงใต้ดินทั้งหมด ถือว่าสวยงามดีทีเดียวครับ โดยถนนจะกว้างประมาณ 7 m. สมมุติว่าถ้าหลังไหนบังเอิญจอดรถไว้หน้าบ้านชั่วคราว ก็ยังเหลือความกว้างมากพอที่จะให้รถของหลังอื่นๆขับสวนทางเข้า-ออกได้สะดวกอยู่ครับ

และแน่นอนว่าจะต้องมี “ค่าส่วนกลาง” เพื่อบำรุงรักษาโครงการด้วยนะ ไม่ว่าจะเป็นคนทำความสะอาด คนสวน รปภ. และค่าซ่อมแซมอื่นๆ ซึ่งอนาคตลูกบ้านจะร่วมดูแลกันเอง หรือจะจ้างนิติบุคคลจากภายนอกมาก็ได้ (ต้องลองคุยกันดู)โดยเบื้องต้นมีการจัดเก็บค่าส่วนกลางอยู่ที่ 300 บาท/ตร.วา/เดือน และทางโครงการจะดูแลต่อให้ประมาณ 2 ปีครับ

รายละเอียดแบบบ้าน

ก่อนอื่นผมอยากให้ทุกคนทำความเข้าใจก่อนว่า “บ้านเดี่ยวในเมือง กับ บ้านเดี่ยวทั่วไปไม่เหมือนกัน” เนื่องจากในเมืองที่ดินแพงและหายาก ดังนั้นตัวโปรดักส์จึงมักสร้างเต็มที่ดินบ้าน และมีจำนวนมากกว่า 2 ชั้น เพื่อจะได้พื้นที่ใช้สอยแนวตั้งให้เยอะและคุ้มที่สุด ซึ่งต่างจากบ้านเดี่ยวทั่วไปที่จะมีพื้นที่สวนรอบบ้านมากกว่านี้ครับ

และเมื่อตัวโปรดักส์มีความสูงถึง 5 ชั้น และสร้างเต็มพื้นที่แบบนี้ จึงทำให้หลายๆคนเข้าใจผิด คิดว่าเป็นทาวน์โฮมหรือป่าว? …แต่จริงๆแล้วก็คือ “บ้านเดี่ยว” นี่แหละครับ เพราะผนังด้านข้างเป็นแบบทึบ ไม่มีช่องเปิด จึงสามารถเว้นระยะจากที่ดินปกติ 2 m. เหลือเพียง 1 m. ได้ครับ โครงสร้างบ้านเป็นอิฐมอญแดง (เฉพาะด้านผนังข้างบ้านเท่านั้น ที่เป็น Double Wall) โดยหน้าตา Facade ภายนอกจะเป็นสไตล์ Modern เรียบๆแบบนี้เลย

แปลนบ้านชั้น 1 บริเวณหน้าบ้านสามารถจอดรถได้ 4 คัน และในบ้านของชั้นนี้ส่วนใหญ่จะเป็น Back of house ซึ่งเป็นพื้นที่ของ Maid หรือแม่บ้านทั้งหมดครับ จะมีประตูตรงกลางให้สามารถปิด แยกออกจากพื้นที่ของเจ้าของบ้าน เพื่อความเป็นส่วนตัวในช่วงเวลากลางคืนหรือตอนไปต่างประเทศนานๆ โดยที่แม่บ้านก็ยังสามารถเข้า-ออกจากประตูทางด้านหลังได้อยู่ ส่วนด้านหน้าจะเป็น Foyer หรือพื้นที่ต้อนรับ และยังเป็นโถงบันไดกับลิฟต์โดยสาร ทำหน้าที่เป็นเส้นทางสัญจรหลักในแนวดิ่งของบ้านนั่นเองครับ

แปลนชั้น 2 จะเป็นพื้นที่พักผ่อนหลักของบ้านหลังนี้ จุดเด่นอยู่ที่ Courtyard ที่อยู่ตรงกลาง ซึ่งทำหน้าที่เป็นช่องแสงให้กับตัวบ้านแทนพื้นที่ด้านข้างที่หายไป ช่วยทำให้โปร่งโล่งขึ้นเยอะเลยทีเดียวครับ และยังเป็นตัวแบ่งฟังก์ชันบ้านออกเป็น 2 ส่วน ด้านหน้าเป็นพื้นที่นั่งเล่นขนาดใหญ่ และถือเป็นหนึ่ง Highlight ของตัวบ้าน ที่ได้ฝ้าเพดาน Double Volume สูงถึง 5.4 m. โดยที่ด้านข้างจะมีสระว่ายน้ำแบบ Semi-Outdoor มาให้ด้วยนะครับ (อีกหลังหนึ่งจะไม่มีสระว่ายน้ำนะ แต่จะได้เป็นห้องนั่งเล่น Indoor ขนาดใหญ่แทน) ส่วนพื้นที่หลังบ้านก็จะเป็นโซนทานอาหาร พร้อมครัวและห้องน้ำไว้อำนวยความสะดวกไปในตัวครับ

ซึ่งบรรยากาศของจริงจะเป็นอย่างไรบ้าง สามารถเลื่อนดูภาพใน Gallery ด้านล่างนี้กันได้เลย

 

Image 1/12
พื้นที่จอดรถในร่มทั้งหมด ลงเสาเข็มให้ลึกเท่ากับตัวบ้าน

พื้นที่จอดรถในร่มทั้งหมด ลงเสาเข็มให้ลึกเท่ากับตัวบ้าน

แปลนชั้น 3 จะเป็นห้องนอนขนาดใหญ่ 1 ห้องครับ เหมาะที่จะทำเป็นห้องนอนแขกหรือห้องนอนผู้สูงอายุก็ได้ เพราะพวกท่านสามารถเดินทางได้ง่ายด้วยลิฟต์โดยสาร แล้วยังเชื่อมต่อกับชั้น 2 ด้วยระเบียงของห้อง ทำให้มีปฏิสัมพันธ์ร่วมกันกับลูกหลานที่อยู่ชั้นล่างได้

แปลนชั้น 4 เป็นห้อง Master Bedroom ซึ่งกินพื้นที่ทั้งชั้น ทำให้มีขนาดใหญ่ และแบ่งฟังก์ชันส่วนใช้งานกับส่วนพักอาศัยออกจากกันอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมีระเบียงมาให้ถึง 2 จุด และมีพื้นที่ให้วางชุดโซฟาในห้องนอนได้ด้วย ทำให้เจ้าของบ้านสามารถใช้ชีวิตเป็นส่วนตัวอยู่ด้านบนนี้ได้เลย ซึ่งลูกๆก็จะมานั่งเล่นพูดคุยกับพ่อแม่ในห้องก็ยังได้

Image 1/7
ห้องนอนที่ชั้น 3 มีช่องแสง 2 ด้าน ทำให้โปร่งโล่งและระบายอากาศได้ดี พร้อมกับห้องน้ำในตัว ส่วนตัวผมชอบห้องนี้มากๆครับ

ห้องนอนที่ชั้น 3 มีช่องแสง 2 ด้าน ทำให้โปร่งโล่งและระบายอากาศได้ดี พร้อมกับห้องน้ำในตัว ส่วนตัวผมชอบห้องนี้มากๆครับ

แปลนชั้น 5 เป็นชั้นที่มีห้องเล็กอยู่ 2 ห้องครับ ซึ่งอาจต้องแชร์ห้องน้ำด้านนอกร่วมกัน แต่หากใครที่มีลูกแค่ 1 – 2 คน แล้วยังเหลือห้องด้านหน้าที่ว่างอยู่ ก็สามารถปรับเป็นห้องอเนกประสงค์อื่นๆตาม Lifestyle ของครอบครัวตัวเองได้เลยครับ เช่น ทำเป็นห้องทำงาน ห้องดูหนังเล่นเกมส์ ห้องออกกำลังกาย หรือจะเอาประตูทั้ง 2 ออกไป แล้วกั้นใหม่ตรงหน้าโถงลิฟต์ ทำเป็นห้องนอนเดียวขนาดใหญ่ที่มีห้องน้ำในตัวเลยก็ได้ครับ

ดาดฟ้า ขึ้นมาได้ด้วยบันไดจากชั้น 5 ครับ ซึ่งด้านบนมีพื้นที่ใหญ่มาก สามารถทำเป็นพื้นที่นั่งเล่น จัดสวนต้นไม้กระถาง และหาศาลามาวางเอาไว้ขึ้นมาชมวิวก็ได้ เพราะโดยรอบจะเป็นตึกใจกลางเอกมัย-ทองหล่อ วิวสวยทั้งกลางวันกลางคืนเลยครับ

Image 1/3
ห้องนอนเล็กที่อยู่ด้านหลังบ้าน แต่ก็มีขนาดใหญ่อยู่ได้สบายๆเลยครับ

ห้องนอนเล็กที่อยู่ด้านหลังบ้าน แต่ก็มีขนาดใหญ่อยู่ได้สบายๆเลยครับ

แบบบ้าน Type A หลังที่ 2

Image 1/4

อย่างที่บอกไปในตอนต้นแล้วว่า หลังนี้เราจะได้เป็นบ้านเปล่านะครับ ซึ่งฟังก์ชันจะเหมือนกับบ้านตัวอย่างก่อนหน้านี้เลย แต่จะมีอยู่ 2 จุดที่ต่างกันคือ ชั้น 2 จะไม่มีสระว่ายน้ำ และกลายเป็นห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ เหมาะกับคนที่เน้นพื้นที่ภายในกว้างๆและใช้งานได้จริง และอีกจุดหนึ่งคือชั้น 3 จะมีพื้นที่เพิ่มขึ้นมา กลายเป็นห้องกระจกเพิ่มอีก 1 ห้อง ซึ่งส่วนนี้เองที่ทำให้พื้นที่ใช้สอยรวมของบ้านหลังนี้ใหญ่ขึ้น เหมาะที่จะใช้เป็นห้องพระหรือห้องทำงานครับ

แบบบ้าน Type B

Image 1/7

เป็นหลังที่อยู่ริมสุด และมีหน้ากว้างของตัวบ้านที่น้อยกว่าหลังอื่นๆ แต่ขนาดที่ดินรวมเยอะกว่าประมาณ 13 ตร.วา จุดเด่นจริงๆจะอยู่ที่ห้องนั่งเล่นชั้น 2 ซึ่งจะกว้างมากๆครับ เหมาะกับคนชอบจัดปาร์ตี้กับเพื่อนๆที่บ้าน หรือชอบพื้นที่โปร่งโล่งภายใน ส่วนโซนด้านหลังยังออกแบบเป็นลักษณะเหมือน Glass House ซึ่งก็ให้อีกอารมณ์ความรู้สึกหนึ่ง เหมือนอยู่ในพื้นที่ชิคๆคูลๆที่ผ่อนคลาย เหมาะที่จะเป็นจุดพักผ่อนแบบส่วนตัว เช่น จิบชากาแฟยามบ่ายมากๆ และจุดสุดท้ายที่ผมมองว่าเป็นจุดเด่นคือ “วิว” ซึ่งบ้านหลังนี้จะสามารถชมวิวได้ถึง 3 ด้านโดยไม่ต้องพึ่ง Courtyard ตรงกลางบ้านเลยครับ


สรุปประเด็นสำคัญที่น่าสนใจของโครงการนี้

“เอกมัย-ทองหล่อ” นับวันที่ดินยิ่งมีราคาแพงและหาซื้อยากขึ้นทุกที โครงการใหม่ๆส่วนใหญ่ก็จะเป็นคอนโดมิเนียมไปซะหมด ซึ่งคนที่ต้องการมีบ้านแนวราบในย่านนี้ ก็มักซื้อเป็นบ้านมือ 2 เพื่อมารีโนเวทเอง ซึ่งมีราคาตั้งแต่ 25 – 100 ล้านบาทขึ้นไป (ยังไม่รวมค่ารื้อถอน ค่าก่อสร้าง และค่าตกแต่ง) แน่นอนว่าบ้านเก่าๆจะมีข้อดีคือ ถึงแม้จะเป็นบ้านในเมือง แต่บางหลังก็มีพื้นที่รอบบ้านเยอะเหมือนบ้านทั่วไปเลยครับ

สำหรับบ้านที่ซื้อจาก Developer เป็นหนึ่งในวิธีที่จะทำให้คุณมีบ้านในทำเลนี้ได้ไม่ยากนัก แน่นอนว่าคุณไม่ต้องเหนื่อยหรือเสียเวลาดีลงานกับช่างด้วยตัวเอง แต่สิ่งที่ควบคุมไม่ได้คือดีไซน์และการออกแบบตัวบ้าน ซึ่งนั่นคือสิ่งที่คุณต้องตัดสินใจ และแบบบ้านสมัยใหม่ก็มักจะสร้างเต็มพื้นที่ มีความสูงหลายชั้น จึงได้พื้นที่ใช้สอยที่เยอะกว่ามาก ดังนั้นคนที่ซื้อบ้านรูปแบบเก่าและรูปแบบใหม่จึงมี Lifestyle และความต้องการที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

ข้อมูลราคา ณ วันที่ 10/06/2020

หากเทียบกับเพื่อนบ้านในละแวกเดียวกัน โครงการ Sakaya ถือเป็นโปรดักส์บ้านเดี่ยวที่มีพื้นที่ใช้สอยเยอะ (รองลงมาจาก The Edition เท่านั้น) เนื่องจากมีความสูงถึง 5 ชั้น และยังไม่รวมพื้นที่ดาดฟ้าอีกนะครับ เหมาะกับครอบครัวขนาดใหญ่ที่อยู่ร่วมกัน 3 – 4 คน เน้นใช้งานพื้นที่ภายในบ้าน แต่ไม่เน้นพื้นที่สวนรอบบ้านมากนัก แลกกับราคาเงินก้อนที่สูงขึ้นตามมาเช่นกัน แต่ยังได้อยู่ในทำเลของเอกมัยหรือเขตวัฒนา และให้วัสดุภายในมาค่อนข้างดี เหมาะสมกับราคาครับ

วัสดุมาตรฐานที่ให้ (ไม่รวม Built in ตกแต่ง) มีการปรับเปลี่ยนสเป็คมาจากตอนเปิดตัวเมื่อ 4 ปีที่แล้วค่อนข้างมาก ทั้งประตูรั้วจากบานเฟี้ยมกลายเป็นประตูไฟฟ้าอัตโนมัติ ชุดครัวสแตนเลสจาก Bulthaup (มีเตาอบ เครื่องล้างจาน และเครื่องปั่นเศษอาหารใต้ซิงค์ล้างจานด้วย) ส่วนประตูและหน้าต่างทั้งหมดจะเป็นของ Tostem จากญี่ปุ่นครับ

นอกจากนี้ยังเปลี่ยนพื้นห้องนอนชั้นบนและตรงบันได จากพื้นไม้ Engineered Wood มาใช้เป็นพื้นไม้โอ๊คเต็มแผ่นของจริงจากอเมริกา ปูพื้นห้องนั่งเล่นและห้องน้ำชั้น 2 ด้วยหินอ่อนจากตุรกี ห้องน้ำชั้น 3 และ 5 เป็นกระเบื้องลายหินอ่อนจากสเปน ส่วนห้องน้ำของ Master Bedroom เป็นหินอ่อนสีขาวจากอิตาลี ซึ่งจะเห็นได้ว่า “วัสดุส่วนใหญ่ล้วนเป็นของนำเข้ามาจากต่างประเทศ” แค่นี้ผมคิดว่าน่าจะมีมูลค่าหลายล้านบาทแล้วล่ะครับ สำหรับใครที่เป็นสายเน้นของแท้และมีคุณภาพแบบนี้คงจะถูกใจไม่น้อยนะ

ในเรื่องการออกแบบผมชอบฟังก์ชัน Courtyard ที่อยู่ตรงกลางบ้าน ซึ่งทำให้แสงสามารถส่องเข้าถึงได้ทุกฟังก์ชันของบ้าน ดูโปร่งโล่งและไม่อึดอัด ช่วยแก้ปัญหาของบ้านตอนลึกที่สร้างเต็มพื้นที่ และไม่สามารถมีช่องแสงด้านข้างบ้านได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังปลูกต้นไม้ตรงกลาง ทำให้ห้องชั้นบนๆสามารถมองเห็นและอยู่ระดับเดียวกับพุ่มไม้สีเขียวได้ ซึ่งก็ดูสวยงามดีไม่น้อย แล้วยังมองเห็นหรือมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกันในแต่ละชั้นได้อีกด้วย

ถัดมาคือ “ห้องนั่งเล่น” ซึ่งนอกจากจะมีพื้นที่ขนาดใหญ่และได้ฝ้าเพดานสูงแบบ Double Volume 5.4 m. แล้ว ยังมีพื้นที่เชื่อมต่อกับฟังก์ชันอื่นๆทั้งชั้นได้ ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำ ระเบียง และโต๊ะทานอาหาร

ซึ่งผมมองว่าบ้านโครงการนี้เหมาะกับคนที่ชอบจัดปาร์ตี้ หรืองานเลี้ยงสังสรรค์แบบส่วนตัว ร่วมกับครอบครัวหรือเพื่อนๆบ่อยๆนั่นเองครับ หรืออย่างห้อง Master Bedroom ที่มีขนาดใหญ่ แล้วยังได้ฝ้าเพดานสูงรวมเป็น 2 จุดในบ้านแบบนี้ ซึ่งเราก็ไม่ค่อยได้เห็นกันบ่อยนัก

สุดท้ายคือเรื่อง “ชั้นดาดฟ้า” ซึ่งมีโครงการบ้านเพียงไม่กี่แห่งในย่านนี้ ที่จะมีชั้นดาดฟ้าที่มีความสูงมากกว่า 5 ชั้น ให้ขึ้นมาใช้งานและชมวิวได้เป็นส่วนตัวแบบนี้ ซึ่งความสูงเทียบเท่ากับคอนโด Low Rise ขนาดย่อมๆเลยครับ มองเห็นพื้นที่สีเขียวและแนวตึกของเอกมัย-ทองหล่อได้รอบเลย อีกทั้งพื้นที่ใช้สอย 587 – 620 ตารางเมตร ก็ยังไม่รวมพื้นที่ดาดฟ้าชั้นบนนี้อีกด้วยครับ

นั่นหมายความว่าจริงๆแล้ว บ้านของโครงการ Sakaya อาจมีพื้นที่ใช้สอยรวมมากกว่า 700 ตารางเมตรเลยทีเดียวนะ โดยพื้นที่กลางแจ้งส่วนนี้จะช่วยทดแทนพื้นที่ข้างบ้านส่วนที่ขาดหายไปได้บ้าง ซึ่งก็แล้วแต่คนนะ …เพราะบางคนก็อาจจะชอบสวนบนพื้นดินปกติมากกว่า เนื่องจากสามารถปลูกไม้ยืนต้นใหญ่ๆได้เต็มที่ แลกกับจะไม่ได้วิวสูงๆแบบนี้นั่นเองครับ


สำหรับรายละเอียดโครงการ SAKAYA 146 ถ้าทีมงาน Thinkofliving ได้มีข้อมูลเพิ่มเติมมากกว่านี้ หรือได้เข้าไปทำรีวิวฉบับเต็ม ทางเราจะรีบมาอัพเดทให้ รอติดตามอ่านกันนะครับ 😀

ติดตามพวกเราได้ที่
Website : www.thinkofliving.com
Twitter : www.twitter.com/thinkofliving
YouTube : www.youtube.com/ThinkofLiving
Instagram : www.instagram.com/thinkofliving
Facebook : ThinkofLiving