Walk-in Review นี้ ขอพาไปรีวิวโครงการ Mulberry Grove The Forestias Condominiums โดย MQDC ซึ่งโครงการนี้เป็นคอนโดมิเนียมระดับ Luxury และ Super Luxury  ส่วนหนึ่งของอาณาจักร The Forestias ในย่านบางนา-ตราด คิดว่าหลายๆ คนก็น่าจะรู้จักกันอยู่แล้วนะคะ โครงการนี้เป็นที่อยู่อาศัยภายใต้แนวคิด Intergeneration Living Community รองรับการอยู่อาศัยแบบส่วนตัวไปจนถึงครอบครัวใหญ่ที่มีสมาชิกหลากหลายวัย  สำหรับ Highlight ที่น่าสนใจมีหลายอย่างด้วยกันค่ะ…

  • เป็นคอนโดหน้ากว้างห้องใหญ่ ออกแบบพื้นที่และบรรยากาศเหมือนบ้าน พื้นที่ใช้สอยกว้าง เริ่มต้นที่ 63  ตารางเมตร (1 ห้องนอน) และสูงสุด 1,027 ตารางเมตร (Penthouse) นอกจากนี้ทุกยูนิตจะได้ระเบียงหน้าห้อง (Porch) บริเวณโถงทางเดิน สำหรับทำเป็นพื้นที่เก็บของและทักทายเพื่อนบ้านได้ โดยจะมีระแนงไม้กั้นเป็น Facade เพิ่มความเป็นส่วนตัวและเชื่อมปฏิสัมพันธ์ไปพร้อมๆ กัน
  • ได้ห้องนอนขนาดใหญ่ วางเตียง 5 ฟุตได้ทุกห้อง พร้อมห้องน้ำส่วนตัว ใช้งานได้อย่างสะดวก โดยจะแยกส่วนกับห้องน้ำ Powder Room
  • มีระบบไหลเวียนอากาศและเชื่อมโยงธรรมชาติภายนอก ในห้องมีการติดตั้งระบบ EVR ช่วยให้อากาศหมุนเวียนและประหยัดพลังงาน ส่วนบานหน้าต่าง/ประตู  Full height เปิดระบายอากาศและรับวิวป่าสีเขียว ได้ทุกห้อง พร้อมติดตั้งมุ้งลวดกันยุงแบบ Panorama ป้องกันแมลงได้ ส่วนนอกห้องมีพื้นที่ว่างคั่นกลางระหว่างห้อง ไม่ใช้ผนังร่วมกัน และมีช่องเปิดให้ลมถ่ายเทเข้ามาในโถงแต่ละชั้นได้
  • ได้พื้นที่ระเบียงกว้างขวาง เน้นใช้งานได้จริงและเต็มที่โดยไม่มี Condensing Unit ของเครื่องปรับอากาศ พร้อมติดตั้ง Wall Radiant Cooling ช่วยรักษาอุณหภูมิบริเวณระเบียงให้เย็นสบาย
  • ออกแบบพื้นที่ให้สามารถซ่อมบำรุงงานระบบ จากภายนอกห้อง เพื่อไม่ไปรบกวนความเป็นส่วนตัวของผู้พักอาศัย โดยท่อระบายน้ำ ระบบระบายความร้อน และท่อระบบสุขาภิบาลถูกซ่อนไว้ด้านหลังผนังที่สามารถเปิด-ปิด เพื่อซ่อมแซมและบำรุงรักษาได้อย่างสะดวก
  • พื้นที่ส่วนกลางหลายฟังก์ชันจัดเต็ม เน้นพื้นที่สีเขียว พื้นที่ส่วนกลางหลักจะรวมอยู่ที่อาคาร T4 (Bloomberry) และส่วนกลางภายนอกจะกระจายอยู่โดยรอบทั้ง 6 อาคาร มีพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่อยู่ตรงกลาง พร้อมทำแนวต้นไม้ (Green Buffer) สูง 16 เมตรกั้นกลางระหว่างโซน Villas เพิ่มความเป็นส่วนตัวและยังกลายเป็นพื้นที่สาธารณะกลางแจ้ง รองรับการใช้งานของผู้อยู่อาศัย


ข้อมูลโครงการ

Mulberry Grove The Forestias Condominiums (มัลเบอร์รี่ โกรฟ เดอะ ฟอเรสเทียส์  คอนโดมิเนียม) ณ วันที่ 13 กันยายน 2564

  • Mulberry Grove The Forestias Condominiums (มัลเบอร์รี่ โกรฟ เดอะ   ฟอเรสเทียส์  คอนโดมิเนียม)
  • บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด
  • Luxury-Super Luxury CLASS (รายละเอียดของ Segment คอนโดปี 2021)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : ถนนบางนา-ตราด กม.7 อำเภอบางพลี จ.สมุทรปราการ
  • 16-0-78.2 ไร่
  • คอนโด Low Rise 7-8 ชั้น ห้องพักอาศัย 269 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 6-8 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ  180% หรือจอดได้ 100% by Bedroom
  • เริ่มก่อสร้าง ปี 2564
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ ปี 2567
  • 1 Bedroom ขนาดพื้นที่ใช้สอย 63.33-69.15 ตร.ม.
  • 2 Bedroom ขนาดพื้นที่ใช้สอย 99-100.77 ตร.ม.
  • 3 Bedroom ขนาดพื้นที่ใช้สอย 151.23-223.79 ตร.ม.
  • 1 Bedroom Duplex ขนาดพื้นที่ใช้สอย 140.31-153.90 ตร.ม.
  • 2 Bedroom Duplex ขนาดพื้นที่ใช้สอย 235.78 ตร.ม.
  • 3 Bedroom Duplex ขนาดพื้นที่ใช้สอย 287.78-438.17 ตร.ม.
  • Penthouse ขนาดพื้นที่ใช้สอย 705-1,027 ตร.ม.
  • ฝ้าเพดานสูง 3.1 เมตร ในแบบห้องปกติ  และ 6.7 เมตร ในส่วนของ Living Area ของ
    ห้องแบบ Duplex
  • ราคาเริ่มต้น 14.6 ล้านบาท
  • ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการประมาณ 250,000 บาท/ตร.ม.
  • EIA ผ่านแล้ว กำลังอยู่ในขั้นตอนของการก่อสร้าง
  • เว็บไซต์โครงการ คลิกที่นี่
  • Call Center 1265


ทำเลที่ตั้ง

  • ทำเลที่ตั้งของโครงการ Mulberry Grove The Forestias Condominiums อยู่ในพื้นที่ของอภิมหาโปรเจ็กต์อย่าง The Forestias ซึ่งเป็นโครงการเมืองสีเขียวขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ติดถนนบางนา-ตราด ช่วงกม. 7 มุ่งหน้าฝั่งขาเข้าเมืองไปแยกบางนา ระยะทางห่างจากห้าง Mega บางนาเพียง 1.4 กิโลเมตรเท่านั้นเองค่ะ รายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ครบครัน ทั้งนี้ถนนบางนา-ตราดใช้เดินทางเข้าออกเมืองได้อย่างสะดวก ใกล้ทางด่วนบูรพาวิถีและทางด่วนเฉลิมมหานครอีกด้วย
  • ตำแหน่งที่ตั้งของโครงการ Mulberry Grove The Forestias Condominiums ใน The Forestias อยู่บริเวณโซนกลางของแปลงที่ดินใหญ่เลยค่ะ แต่จะเยื้องไปทางโซนด้านซ้าย จุดเด่นคือพื้นที่อาคารพักอาศัยของโครงการ Mulberry Grove จะโอบล้อมพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่บริเวณกลางโครงการ ทำให้ ได้บรรยากาศร่มรื่น ได้อยู่ท่ามกลางผืนป่าขนาดใหญ่

พิกัด Google Maps :13.6564347, 100.6669935
หรือสามารถ :  คลิกที่นี่

แผนที่จากทางโครงการค่ะ

บรรยากาศถนนบางนา-ตราด ฝั่งขาเข้ามุ่งหน้าไปแยกบางนา บริเวณหน้าโครงการ The Forestias ซึ่งบริเวณนี้มีรถสาธารณะวิ่งผ่านตลอด อย่างรถแท็กซี่และรถเมล์

โครงการ The Forestias จะอยู่ติดถนนบางนา-ตราด (ฝั่งขาเข้า) ช่วง กม. 7 พื้นที่กั้นด้วยแนวรั้วขนาดใหญ่ ตกแต่งรั้วด้วยไม้ประดับนานาพันธุ์ พร้อมป้ายชื่อโครงการ

สภาพแวดล้อมรอบโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้

พื้นที่ดินของ The Forestias อยู่ที่ประมาณ 398 ไร่ ซึ่งมีขนาดใหญ่มากพอที่จะรวมโครงการที่อยู่อาศัยย่อยๆ ไว้ได้หลายโครงการด้วยกัน รวมถึงพื้นที่ป่า พื้นที่รีเทลและอาคารสำนักงานต่างๆ ทางทิศเหนือจะติดกับถนนบางนา-ตราด ส่วนโดยรอบ The Forestias มีทั้งโครงการบ้านแนวราบ โกดังให้เช่า ร้านค้าและอาคารสำนักงานเล็กๆ บ้างประปราย บรรยากาศมีความเป็นชุมชนที่ค่อนข้างคึกคักพอสมควร

แผนผังโครงการ The Forestias โดยตำแหน่งของ Mulberry Grove The Forestias Condominiums จะอยู่บริเวณกลางโครงการ ทางฝั่งซ้าย ใกล้พื้นที่ป่าใหญ่

สำหรับพื้นที่ของโครงการ Mulberry Grove The Forestias จะอยู่ลึกเข้าบริเวณกลางโครงการ ซึ่งต้องขับรถเข้าไประยะหนึ่ง ตำแหน่งอยู่ใกล้กับโครงการ Whizdom The Forestias คอนโดมิเนียม High Rise จำนวน 3 อาคาร โครงการนี้จะตั้งอยู่บริเวณโซนด้านหน้า ถัดเข้ามาถึงจะเจอกับ Mulberry Grove The Forestias ค่ะ โดยอยู่ทางด้านซ้าย แยกส่วนของบ้านเดี่ยวและคอนโดมิเนียม Low Rise ส่วนโซนด้านหลังสุดจะเป็นพื้นที่โครงการบ้านเดี่ยว Six Senses Residences

พื้นที่ดินของ Mulberry Grove The Forestias ส่วนที่เป็นคอนโดมิเนียมจะอยู่ที่ 16-0-78.2 ไร่ ส่วนบ้านเดี่ยว Villa จะอยู่ที่ 26-0-77.75 ไร่ รวมๆ แล้วก็ประมาณ 42 ไร่กว่าๆ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

Shopping Center
– Mega Bangna & IKEA 4.5 กิโลเมตร
– Index Living Mall บางนา 6 กิโลเมตร
– Central บางนา 6.3 กิโลเมตร
– Seacon Square 7.1 กิโลเมตร
– Paradise Park 8.2 กิโลเมตร
– Market Village สุวรรณภูมิ 10.8 กิโลเมตร
– Central Village 14.8 กิโลเมตร
– King Power ศรีวารี 20 กิโลเมตร
– Bangkok Mall 21.1 กิโลเมตร

สถานศึกษา
– Thai-Singapore International School 5.2 กิโลเมตร
– Bangkok Patana School 6.2 กิโลเมตร
– International Community School (ICS) 6.2 กิโลเมตร
– Concordian International School 6.4 กิโลเมตร
– Concordian International School 6.4 กิโลเมตร
– Raffles American School (RAS) 7.1 กิโลเมตร
– Berkeley International School 7.7 กิโลเมตร
– St. Andrews International School 8.8 กิโลเมตร
– Wells International School 15 กิโลเมตร
– The American School of Bangkok 15.6 กิโลเมตร

โรงพยาบาล
– โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ 350 เมตร
– โรงพยาบาลไทยศรีนครินทร์ 4.3 กิโลเมตร
– โรงพยาบาลสิรินธร 14.9 กิโลเมตร
– โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ 23.2 กิโลเมตร

รถไฟฟ้า
– MRT สายสีเหลือง สถานีศรีเอี่ยม 6.2 กิโลเมตร
– BTS สายสีเขียว สถานีบางนา 20.7 กิโลเมตร

*หมายเหตุ : วัดระยะทางจากโครงการ The Forestias ไปยังที่หมายโดยใช้เส้นทางรถยนต์ ในระยะที่ใกล้ที่สุด ผ่านการวัดจาก Google Map

ภาพรวมโครงการคอนโดมิเนียมย่านบางนา

พูดถึงโครงการที่อยู่อาศัยในย่านบางนา เชื่อว่าน่าจะนึกถึงโครงการแนวราบอย่างบ้านเดี่ยวหรือทาวน์โฮมกันใช่มั้ยคะ สำหรับคอนโดมิเนียมในย่านบางนาก็มีเปิดขายเช่นกันแต่จำนวนโครงการอาจไม่เยอะเท่าบ้านแนวราบ

โดยทั่วไปแล้วเราจะเห็นการพัฒนาโครงการคอนโดในย่านนี้ในระดับราคาเริ่มต้น 1 ล้านปลายๆ ถึง 2 ล้านต้นๆ ซึ่งเป็นกลุ่มที่พบเห็นได้มากที่สุด ส่วนราคาสูงกว่านั้นมีค่อนข้างน้อย ส่วนใหญ่จะเป็นรูปแบบ 2-3 ห้องนอน หรือห้องที่มีพื้นที่ใช้สอยกว้าง ปัจจุบันโครงการคอนโดที่เปิดขายใหม่ในย่านบางนา ราคาเฉลี่ยเฉลี่ยจะอยู่ในช่วง 60,000-80,000 บาทต่อตารางเมตรเท่านั้น มีทั้งรูปแบบ High Rise และ Low Rise อิงไปกับถนนบางนา-ตราด

แน่นอนว่าโครงการ Mulberry Grove The Forestias Condominiums ค่อนข้างฉีกแนวไปจากคอนโดมิเนียมที่เราพบเห็นทั่วไปในย่านนี้ อย่างแรกเลยคือเรื่องของระดับราคาขาย เริ่มต้นที่ 14.6 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 250,000 บาทต่อตารางเมตร ราคาสูงสุดในย่านบางนา-ตราดก็ว่าได้ หากเทียบกับโครงการคอนโดมิเนียมใน Segment เดียวกัน ระดับราคานี้คือเทียบเท่าคอนโดห้องใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ เลยทีเดียว แต่เพราะอะไรที่ทำให้โครงการนี้สามารถดึงดูดผู้ซื้อบางกลุ่มได้ ?

ส่วนหนึ่งก็คือเป็นโครงการที่มีแนวคิดการออกแบบที่น่าสนใจมากๆ ค่ะ ทั้งการออกแบบพื้นที่ใช้สอยที่ได้ห้องกว้าง (แม้จะเป็นไซส์เริ่มต้นก็ตาม) พร้อมทำฟังก์ชันที่เน้นการใช้งานได้จริง ฟังก์ชันที่ขอเกริ่นก่อนว่าค่อนข้างว๊าว และแทบจะไม่มีที่ไหนทำมาก่อนในประเทศไทย ยกตัวอย่างระบบที่นำมาใช้ในตัวอาคารจะเน้นอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ลดการใช้พลังงาน ลดการปล่อยความร้อน เพื่อให้การอยู่อาศัยนั้นยั่งยืนและดีต่อสุขภาพในระยะยาว Concept คือทำให้ผู้อยู่อาศัยอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้จริงๆ พร้อม Facility และบริการที่มีให้ลูกบ้านเหนือกว่าระดับมาตรฐานทั่วไป ทำให้เรารู้สึกคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไป ซึ่งไม่ใช่แค่ในส่วนของโครงการ Mulberry Grove เท่านั้น แต่ผู้ซื้อยังจะได้รับบริการและเข้าไปใช้งานพื้นที่ส่วนกลางส่วนอื่นๆ ของ The Forestias อีกด้วย

อีกหนึ่งจุดขายที่มองข้ามไปไม่ได้เลย คือเป็นโครงการที่อยู่ในอาณาจักร The Forestias นั่นเองค่ะ ซึ่งถ้าใครพอทราบรายละเอียดอยู่แล้วก็คงจะเข้าใจว่าทำไมโครงการที่อยู่อาศัยใน The Forestias ถึงมีราคาที่ค่อนข้างสูงกว่าโครงการอื่นๆ ใกล้เคียง นั่นเพราะสิ่งที่จะได้รับกลับมาไม่ใช่แค่เรื่องของที่อยู่อาศัย แต่ยังได้เรื่องของ “คุณภาพชีวิต” และ “สังคมเพื่อนบ้าน” ที่ดี ไฮไลท์อีกอย่างคือมีพื้นที่สีเขียวอยู่แทรกทุกจุดภายในโครงการ มีผืนป่าขนาดใหญ่กว่า 30 ไร่ พร้อมสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มีมาให้ครบครันในตัว เรียกได้ว่าเป็นโครงการ Mix-used ขนาดใหญ่เพียงแห่งเดียวในไทยที่ทำออกมาลักษณะนี้ ส่วนรายละเอียดและบรรยากาศจริงของโครงการจะเป็นอย่างไร จะคุ้มค่าสมราคากับแนวคิดที่เกริ่นไปหรือไม่ ไปดูกันค่ะ….


รายละเอียดโครงการ

  • โดดเด่นด้วยพื้นที่สีเขียว โซนโครงการ Mulberry Grove The Forestias Condominiums จะเป็นกลุ่มอาคารที่โอบล้อมพื้นที่ป่าของ The Forestias จึงได้ความร่มรื่น ใกล้ชิดธรรมชาติ ห้องพักอาศัยทุกห้องจะเห็นวิวต้นไม้ จากที่เราได้เข้าไปชมห้องตัวอย่างจริงจะรู้สึกได้ถึงลมที่พัดผ่านเข้ามาตลอด อากาศค่อนข้างโปร่งและสดชื่นค่ะ เหมือนได้พักผ่อนตากอากาศอยู่รีสอร์ทต่างจังหวัด ทั้งนี้สัดส่วนพื้นที่สีเขียวใน The Forestias อยู่ที่ 56% ของพื้นที่โครงการทั้งหมดเลยทีเดียว
  • การออกแบบโครงการ Mulberry Grove The Forestias Condominiums เน้นการอยู่อาศัยของทุกคนในครอบครัว ไม่ว่าจะอยู่คนเดียว คู่รัก หรือครอบครัว มีพ่อ แม่ ลูก ก็ตอบโจทย์ และยังให้ความสำคัญกับการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนบ้านอีกด้วย จะเห็นได้จากการออกแบบพื้นที่ห้องพักอาศัย (ซึ่งจะกล่าวในหัวข้อถัดไป) และพื้นที่ส่วนกลางที่ทำออกมาหลายฟังก์ชัน ทั้งภายในและภายนอกอาคาร เน้นการทำกิจกรรมร่วมกันได้ พร้อมเป็นพื้นที่พบปะ สร้างปฏิสัมพันธ์ของผู้อยู่อาศัยในโครงการ

นอกจากโซนคอนโดมิเนียมแล้ว ในโครงการ Mulberry Grove The Forestias ยังมีโซนบ้านเดี่ยว (Villa) เปิดขายด้วยค่ะ (วันที่เข้าไปรีวิว บ้านตัวอย่างยังไม่มีให้เข้าชม) เป็นส่วนตัวด้วยจำนวนเพียง 37 หลัง เหมาะสำหรับกลุ่มครอบครัวใหญ่ที่ต้องการอาศัยอยู่รวมกัน แต่ยังอยากแยกอยู่เป็นครอบครัวย่อย (Cluster Home)

ภาพบรรยากาศจำลองพื้นที่โครงการ Mulberry Grove The Forestias Condominiums (กลุ่มอาคารทางซ้าย) และ Mulberry Grove The Forestias Villas (กลุ่มบ้านเดี่ยวทางขวา) ตรงกลางมีพื้นที่ป่าขนาดใหญ่ และคั่นด้วย Green Buffer หรือแนวต้นไม้อยู่ระหว่างคอนโดและบ้านเดี่ยว ทำให้ห้องทุกห้องในโครงการนี้ ไม่ว่าจะหันหน้าไปทางไหนก็จะได้วิวพื้นที่สีเขียวทั้งหมดค่ะ

Green Buffer Community Area คือพื้นที่สีเขียวที่เชื่อมต่อกันระหว่างคอนโดและบ้านเดี่ยวใน Mulberry Grove ให้ผู้อยู่อาศัยได้ใช้เป็นพื้นที่สาธารณะ เดินเล่น ออกกำลังกายได้ ใช้พักผ่อนร่วมกัน ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ สำหรับแนวต้นไม้ Green Buffer จะสูงถึง 16 เมตร เพิ่มความเป็นส่วนตัวระหว่างโครงการอีกด้วยค่ะ

ปัจจุบันโครงการ The Forestias ก่อสร้างเสร็จเพียงบางส่วน ยกตัวอย่างถนนภายในโครงการที่วิ่งเข้ามาจากบริเวณประตูด้านหน้า จะได้อารมณ์ประมาณนี้ค่ะ แบ่งเป็นถนน 2-4 เลน ในอนาคตจะมีทำทางสำหรับปั่นจักรยานและทางคนเดินแยกเพื่อความปลอดภัยด้วยค่ะ นอกจากนี้ยังปลูกต้นไม้ไว้บริเวณเกาะกลางและด้านข้างทั้ง 2 ฝั่งถนน ให้ความเขียวชอุ่ม ร่มรื่นมากเลยทีเดียว หากต้นไม้โตขึ้นอีกหน่อย คงจะให้ร่มเงามากขึ้น

จุดสำคัญที่จะพาไปชมกันในรีวิวนี้ อยู่ที่อาคาร Forest Pavilion ซึ่งเป็นที่ทำการของสำนักงานขายและห้องตัวอย่างค่ะ ตามไปดูกันเลย…

อาคาร Forest Pavilion จะอยู่โซนบริเวณกลางโครงการ โดยเป็นอาคารสูงใหญ่ 3 ชั้น พื้นที่รวมกว่า 6,500 ตารางเมตร เชื่อมด้วย Canopy Walk หรือทางเดินยกระดับเหนือพื้นดินหลายทิศทาง

สังเกตได้ว่าทุกส่วนของอาคารหรือกระทั่งบันไดและทางเดิน ทางเชื่อมต่างๆ ของโครงการนี้ จะเต็มไปด้วยไม้ดอก ไม้ประดับนานาพันธุ์ ปลูกไว้ให้ความร่มรื่น สวยงาม พร้อมทั้งทำ Landscape ออกมาน่าสนใจ ดูแล้วเชื่อมโยงพื้นที่ส่วนต่างๆ ถึงกันได้ ยกตัวอย่างบันไดทางขึ้นอาคารก็จะมีไม้ประดับแทรกไว้เต็มไปหมด ตามขั้นบันไดมีช่องใส่ดินสำหรับปลูกต้นไม้เล็กๆ ด้วยนะ เรียกได้ว่าเก็บรายละเอียดทุกจุดจริงๆ

ขยับมาทางด้านหลังของอาคารกันบ้าง บริเวณนี้จะเป็นลานกิจกรรมกลางแจ้ง เป็นลานสนามหญ้ากว้างๆ มีต้นไม้อยู่รายล้อม และสามารถมองเห็นรูปทรงอาคาร Forest Pavilion ได้อย่างชัดเจน ดูทันสมัย แปลกตาดีค่ะ โดยอาคารนี้ได้รับความร่วมมือจาก Foster+Partners Thailand บริษัทสถาปนิกชื่อดังระดับโลกมาช่วยออกแบบด้วย

ทางด้านหลังมีน้องช้างแอบยืนอยู่ด้วย เห็นไกลๆ นึกว่าช้างจริง คือทำออกมาเหมือนมาก

บริเวณด้านข้างจัด Landscape ปลูกต้นไม้ จัดน้ำตกและน้ำพุ ทำ Water Feature  ออกมา
สร้างบรรยากาศให้เย็นชุ่มชื่น เสียงน้ำช่วยให้ผ่อนคลายได้ดีเลยทีเดียว

มีทางเดินเล่น แทรกด้วยพุ่มไม้และต้นไม้ใหญ่อยู่ตลอดเส้นทาง

มาดูภายในอาคาร Forest Pavilion กันต่อค่ะ ภายในมีพื้นที่จัดแสดงแนวคิด ความเป็นมา และรายละเอียดของโครงการ ผ่าน Experience Journey พร้อมห้องตัวอย่างของ 3 โครงการ ได้แก่ Mulberry Grove The Forestias Condominiums, Whizdom The Forestias และ The Aspen Tree The Forestias รวม 11 ห้องตัวอย่างด้วยกัน

สำหรับการออกแบบอาคาร Forest Pavilion จะเน้นช่องเปิดภายในตัวอาคาร ให้สามารถเปิดรับแสงธรรมชาติและลมพัดเข้ามาได้อย่างเต็มที่ เชื่อมโยงไปกับธรรมชาติภายนอก ในอนาคตอาคารแห่งนี้จะกลายเป็นศูนย์การเรียนรู้ทางระบบนิเวศน์ โดยจะเปิดให้บุคคลที่สนใจศึกษาเรื่องธรรมชาติได้เข้าชมด้วย

และที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลย คือเส้นทางยกระดับ Canopy Walk ซึ่งเป็นทางลอยฟ้าเชื่อมโครงการต่างๆ ภายใน The Forestias รวมระยะทางกว่า 1.6 กิโลเมตร โดยส่วนของ Canopy Walk ในโซนพักอาศัยจะแยกจากโซนส่วนกลาง ไม่ต้องกังวล ว่าจะไปปะปนกับบุคคลภายนอก ใช้เดินเล่นชิลล์ๆ ชมนก ชมไม้ ถ่ายรูปได้ตลอดเส้นทางเลย รองรับรถเข็นวิลล์แชร์อีกด้วยค่ะ

มุมมองจากบนอาคาร Forest Pavilion มองลงไปยังลานกิจกรรม ภาพนี้เป็นบรรยากาศหลังฝนตกเสร็จ สดชื่นดีเลยทีเดียว

ส่วนอีกมุมจะเป็นเส้นทาง Canopy Walk จะเห็นได้ว่าเส้นทางนี้เชื่อมไปยังโซนโครงการอื่นๆ ได้ด้วย เดินเล่นได้ยาวๆ เลยค่ะ

ชั้นสองของอาคารนี้จะเป็นพื้นที่คาเฟ่ มีจำหน่ายเครื่องดื่มและเบเกอร์รี

ใครที่เข้ามาเยี่ยมชมโครงการ สามารถมานั่งดื่มกาแฟ นั่งทานขนมได้ที่มุมนี้เลย

ร้านขายของที่ระลึกก็มีนะคะ มีสินค้ามากมายหลายอย่างทั้งตุ๊กตาสัตว์น่ารัก สมุดบันทึก และอื่นๆ อีกมากมาย ให้เลือกชม เลือกซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้าน

สำหรับห้องตัวอย่างโครงการ Mulberry Grove The Forestias Condominiums จะอยู่ที่ชั้น 3 ค่ะ

บรรยากาศภายใน Sale Gallery ของโครงการ Mulberry Grove The Forestias Condominiums

การวางผังโครงการ จะวางอาคารทั้ง 6 ล้อมรอบพื้นที่สีเขียว และมี Green Buffer อยู่คั่นระหว่างโครงการบ้านเดี่ยว ทำให้ทุกๆ ด้านของอาคารไม่ว่าจะฝั่งที่หันเข้าสวนป่าหรือหันออกก็จะได้วิวพื้นที่สีเขียวทั้งหมด นอกจากนี้การจัดวางตัวอาคารจะเยื้องๆ ไปในทิศทางเหนือ-ใต้ให้ได้มากที่สุด เพื่อหลบทิศทางของแสงแดด ไม่ให้ร้อนจนเกินไป ซึ่งในความเป็นจริงแล้วโดยรอบโครงการนี้มีแต่ต้นไม้สูงใหญ่ เรื่องแสงแดดหรือความร้อนไม่ต้องกังวลใจไปค่ะ นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งผนังระบบ Wall Radiant Cooling  ตรงบริเวณระเบียง ช่วยให้อุณหภูมิเย็นสบายอยู่เสมอด้วย

ในแต่ละอาคารจะมีห้องพักอาศัยรูปแบบต่างๆ คละกันไป โดยส่วนใหญ่ 2-3 Bedroom จะอยู่ในตำแหน่งหันหน้าเข้าพื้นที่สวนป่าตรงกลาง ส่วน 1 Bedroom จะหันออกด้านนอก แต่ขณะเดียวกันก็ยังโอบล้อมไปด้วย Green Buffer หรือแนวต้นไม้สีเขียวที่คั่นกลางระหว่างโครงการ ดังนั้นไม่ว่าจะห้องพักอาศัยโซนไหนก็ได้วิวพื้นที่สีเขียวทั้งหมดค่ะ

พื้นที่ส่วนกลางทำออกมาหลายฟังก์ชัน โดยจะรวมอยู่ในอาคาร T4 (Bloomberry) จำนวน 2 ชั้น ซึ่งอาคาร T4 จะอยู่บริเวณตรงกลางของกลุ่มอาคารทั้งหมด น่าจะสะดวกต่อการเข้ามาใช้งานมากที่สุด ในอนาคตอาจมีพื้นที่ร้านคาเฟ่ด้วย ส่วนพื้นที่ส่วนกลางกลางแจ้งก็มีค่ะ โดยกระจายอยู่โดยรอบพื้นที่อาคารต่างๆ เพื่อให้ลูกบ้านที่อยู่ในแต่ละโซนสามารถเข้าไปใช้งานได้ง่าย ปัจจุบันตัวอาคารกำลังก่อสร้าง จึงไม่มีภาพบรรยากาศจริงให้ชม แต่เราได้นำภาพบรรยากาศจำลองมาให้ดูใน Album ด้านล่างนี้ค่ะ

Image 1/21
บรรยากาศจำลอง THE CLUBHOUSE

บรรยากาศจำลอง THE CLUBHOUSE

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

โซนภายในอาคาร

  • RECEPTION & LOBBY
  • EVENT SPACE & COFFEE BAR
  • FAMILY DINING AREA
  • CO-WORKING SPACE
  • MEETING ROOM
  • FITNESS

โซนภายนอกอาคาร

  • PUTTING GREEN ZONE
  • THE CREEK ZONE
  • CLIMBING WALL
  • THE WATERFALL ZONE
  • FOREST AMPHITHEATER ZONE
  • EXERCISE STATION
  • LAP POOLระบบเกลือ ขนาด 6.5×25 เมตร ลึก 1.2 เมตร
  • KID’S POOL ขนาด 18 ตารางเมตร ลึก 0.9 เมตร
  • WATER FEATURE ZONE
  • OUTDOOR LIVING TERRACE ZONE
  • JACUZZI ขนาด 36.53 ตารางเมตร ลึก 0.9 เมตร
  • POOL DECK
  • ONSEN ขนาด 11.95 ตารางเมตร ลึก 0.9 เมตร
  • MULTI-PURPOSE LAWN
  • PLAYGROUND ZONE
  • YOGA DECK ZONE


แบบห้อง

  • เป็นคอนโดที่ออกแบบให้เหมือนบ้าน โดยได้ห้องใหญ่หน้ากว้าง ฟังก์ชัน 1-3 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นประมาณ 63 ตารางเมตร (สำหรับรูปแบบ 1 ห้องนอน) ซึ่งขนาดเริ่มต้นค่อนข้างกว้าง ทั้งนี้มีแบบห้องให้เลือกหลากหลายทั้งแบบห้องธรรมดา, Duplex เพดานสูงสุด 6.7 เมตร รวมถึง Penthouse  ขนาดกว้างถึงหลักพันตารางเมตร รองรับการอยู่อาศัยทั้งแบบส่วนตัว คู่รัก และครอบครัวเล็ก
  • ออกแบบให้มีชานระเบียงหน้าห้องทุกห้อง (Porch) กั้นด้วยระแนงไม้ทำเป็น Facade ทำให้พื้นที่บริเวณนี้สามารถใช้เก็บของและไว้ทักทายกับเพื่อนบ้านได้ ตามแนวคิดการออกแบบของโครงการที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากบ้านไทยในสมัยก่อน ที่มักจะมีลานกลางบ้านไว้สำหรับเชื่อมโยงปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน
  • ได้ห้องนอนขนาดใหญ่ในห้องทุกแบบ สามารถวางเตียง 5 ฟุตได้ทุกห้อง ใช้งานพื้นที่ได้เต็มที่ พร้อมมีห้องน้ำส่วนตัว ใช้งานได้อย่างสะดวก ซึ่งจะแยกส่วนกับห้องน้ำ Powder Room
  • ให้ความสำคัญกับระบบไหลเวียนอากาศและเชื่อมโยงธรรมชาติภายนอก ในทุกห้องจะติดตั้งระบบ EVR  (Energy Recovery Ventilator) หรือระบบแลกเปลี่ยนอากาศให้ ช่วยให้อากาศหมุนเวียนและประหยัดพลังงาน นอกจากนี้บานหน้าต่าง/ประตู จะเป็นวัดสุกกระจกกันความร้อนและกันเสียงได้ แบบ Full height เปิดระบายอากาศและรับวิวป่าสีเขียว ได้ทุกห้อง พร้อมติดตั้งมุ้งลวดกันยุงแบบ Panorama เมื่อต้องการเปิดรับอากาศธรรมชาติ ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องยุงหรือแมลง
  • ระเบียงกว้างสามารถใช้งานได้จริงและเต็มที่ยิ่งขึ้น เพราะทุกห้องในโครงการจะไม่มี Condensing Unit ของเครื่องปรับอากาศ ทำให้ไม่มีไอร้อนระบายออกมา อีกทั้งติดตั้ง Wall Radiant Cooling ช่วยรักษาอุณหภูมิบริเวณระเบียงให้เย็น สามารถใช้งานระเบียงได้แบบสบายๆ
  • ออกแบบงานระบบให้สามารถซ่อมบำรุงจากภายนอกห้อง ไม่ว่าจะเป็นท่อระบายน้ำ ระบบระบายความร้อน และท่อระบบสุขาภิบาล จะถูกซ่อนไว้ด้านหลังผนังที่สามารถเปิด-ปิด เพื่อซ่อมแซม บำรุงรักษาได้อย่างสะดวก และเพื่อไม่ไปรบกวนความเป็นส่วนตัวของผู้พักอาศัย

Floor Plan 

บริษัทผู้ร่วมออกแบบโครงการ Mulberry Grove The Forestias ได้แก่ Foster+Partners บริษัท Architecture Top 3 ของโลกจากประเทศอังกฤษ ไม่เพียงแต่โครงการนี้เท่านั้น แต่ Foster+Partners ยังได้ร่วมออกแบบ Master Plan และอาคารเกือบทั้งหมดภายใน The Forestias อีกด้วย ดังนั้นสถาปัตยกรรมแต่ละส่วนในโครงการนี้จึงมีความโดดเด่นเฉพาะตัวแตกต่างกันออกไป พร้อมทั้งนำเทคโนโลยีที่ทันสมัย นวัตกรรมที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมาประยุกต์ใช้ด้วย

อีกหนึ่งจุดเด่นของโครงการนี้ คือการออกแบบตัวอาคารด้วยแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมไทย โดยจะมีช่องเปิดคั่นระหว่างห้องพักอาศัยแต่ละห้อง ในแต่ละชั้น ช่องเปิดนี้จะรับลมและแสงธรรมชาติจากภายนอกเข้ามาได้ ช่วยให้อากาศภายในโถงกลางแต่ละชั้นถ่ายเทและหมุนเวียนได้อย่างสะดวก นอกจากนี้พื้นที่ระหว่างห้องพักอาศัยแต่ละห้องจะไม่มีผนังอยู่ติดกัน ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวยิ่งขึ้น

แต่ขณะเดียวกันแนวคิดสถาปัตยกรรมไทยนี้ ยังทำให้เกิดพื้นที่ส่วนกลางบนพื้นที่ส่วนตัวที่เชื่อมโยงปฏิสัมพันธ์ของเพื่อนบ้านได้ ผ่านชานระเบียงหน้าห้องที่มีระแนงไม้กั้น (Porch) ฟังก์ชันนี้ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาในโครงการนี้โดยเฉพาะ เปรียบเสมือนโถงกลางบ้านเรือนไทยสมัยก่อน พื้นที่เชื่อมโยงระหว่างภายนอกห้องและภายในห้อง ก้ำกึ่งระหว่างความเป็นส่วนตัวและพื้นที่สำหรับทักทายปราศรัยเพื่อนบ้าน นอกจากนี้ยังสามารถใช้เก็บของหรือพื้นที่อเนกประสงค์อื่นๆ ได้อีกด้วย

ห้องพักอาศัยจะเฉลี่ยอยู่ที่ชั้นละ 6-8 ห้องเท่านั้น ได้ความเป็นส่วนตัว ซึ่งการวางตำแหน่งห้องในแต่ละอาคารจะมีทิศทางแตกต่างกันไป ทั้งนี้ห้องพักอาศัยจะได้วิวพื้นที่สีเขียวด้านนอกทุกห้องค่ะ และมีรูปแบบห้องให้เลือกแตกต่างกันในแต่ละชั้น แต่ละอาคารด้วย ลองดู Floor Plan ใน Album นี้ได้เลย

Image 1/29
Floor Plan อาคาร T1

Floor Plan อาคาร T1

รูปแบบการขายในโครงการนี้เป็น Fully Fitted คือได้เฟอร์นิเจอร์ที่เป็น Built-in ทั้งหมดเลยค่ะ รวมถึงสุขภัณฑ์ในห้องน้ำตามมาตรฐานของโครงการ บางชิ้นเป็นแบรนด์ของต่างประเทศด้วย พร้อมเครื่องใช้ไฟฟ้าบางชิ้นก็มีให้ค่ะ เรามองว่าคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไปนะ เพราะทางโครงการได้เลือกสรรของคุณภาพมาให้ผู้อยู่อาศัย วัสดุหรือระบบต่างๆ ที่ติดตั้งมาให้คือสมเหตุสมผลกับคอนโดใน Segment ระดับนี้

ส่วนการออกแบบพื้นที่ภายในห้องได้ความเป็นสัดส่วน และเชื่อมโยงการใช้งานถึงกันได้ รวมถึงพื้นห้องจะไม่มี Step เลยค่ะ พื้นห้องจะราบเรียบเท่ากันทั้งหมด เพื่อความปลอดภัยในการอยู่อาศัย กรณีที่ผู้พักอาศัยเป็นผู้สูงอายุหรือผู้พิการ สามารถใช้รถเข็นวิลล์แชร์ได้อย่างสะดวกอีกด้วยค่ะ

สำหรับห้องตัวอย่างของโครงการที่เปิดให้เข้าชมในปัจจุบัน มีทั้งหมด 3 แบบ ได้แก่…

  • 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 63.33 ตารางเมตร
  • 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 99.59 ตารางเมตร
  • 3 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 151.23 ตารางเมตร

3 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 151.23 ตารางเมตร

เริ่มต้นจากห้องตัวอย่างไซส์ใหญ่สุด รูปแบบ 3 Bedroom ขนาด 151.23 ตารางเมตร ส่วนแรกสุดหน้าห้อง จะเป็นพื้นที่ระเบียง (Porch) ขนาดกว้างพอสมควร สามารถวางของได้ ซึ่งบริเวณนี้จะมีประตูไม้กั้นอีก 2 จุด จุดแรกจะเป็นประตูทางเข้าห้อง ส่วนอีกจุดจะเป็นประตูส่วนของอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ (Plunge Pool) ที่เชื่อมไปกับห้องน้ำในนอนใหญ่ ได้วิวสวนป่าสีเขียวอยู่รายล้อม ทางโครงการออกแบบวางอ่างในตำแหน่งนี้เพื่อที่จะให้สมาชิกในครอบครัวคนอื่นๆ สามารถมาใช้งานได้สะดวก

เข้ามาต่อในบ้านจะเจอกับห้องน้ำ Powder Room และห้องครัวปิดอยู่ทางซ้ายมือ ส่วนบริเวณตรงกลางห้องจะเป็นส่วนของ Common Area ที่อยู่ติดระเบียงขนาดใหญ่ พร้อมชุดกระจกที่รับแสงและวิวพื้นที่สีเขียวได้อย่างเต็มที่ สามารถแยกออกเป็นโซนนั่งเล่น รับแขกได้ ซึ่งความพิเศษของมุมนี้คือจะได้เป็นประตูเลื่อนกระจกแบบเข้ามุม สามารถเลื่อนเปิด-ปิดได้กว้าง เปิดไปก็จะเจอกับพื้นที่ระเบียงขนาดใหญ่ รูปตัว L ด้านหนึ่งนั้นจะมีประตูเชื่อมไปกับห้องนอน Master ได้ นอกจากนี้ยังมีประตูเชื่อมไปยังโซนรับประทานอาหารด้วย

โซนรับประทานอาหารอยู่ใกล้กับ Living Area เชื่อมโยงพื้นที่ถึงกัน ถัดไปจะเป็นห้องนอนเล็ก 2 ห้อง วางตำแหน่งไว้ติดๆ กัน โดยมีห้องหนึ่งจะได้วิวพื้นที่สีเขียวทางระเบียง ทั้งนี้ขนาดพื้นที่ของทั้ง 2 ห้องจะใกล้เคียงกัน ได้ห้องน้ำภายในตัว ส่วนห้องนอน Master จะอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน โดยจะอยู่ถัดจากพื้นที่นั่งเล่น ขนาดพื้นที่ค่อนข้างกว้าง ได้ห้องน้ำภายในนตัวเช่นกัน แต่ห้องน้ำนี้จะเชื่อมออกไปยังพื้นที่วางอ่าง Plunge Pool ที่อยู่โซนหน้าห้องได้ค่ะ

สำหรับแบบห้องนี้เราก็มองว่าน่าจะเหมาะสำหรับอยู่อาศัยแบบครอบครัว มีพ่อ แม่ ลูก 2 คนอยู่ด้วยกันอย่างไม่อึดอัด ได้พื้นที่ใช้สอยที่กว้าง มีพื้นที่ทำกิจกรรมร่วมกัน ขณะเดียวกันก็ยังได้พื้นที่ส่วนตัวอย่างห้องนอนและห้องน้ำ ที่ไม่ต้อง Sharing ใช้กับใคร ห้องนอนเล็กขนาดใหญ่ใกล้เคียงกัน อยู่ได้สบายๆ ตั้งแต่เด็กจนโตเลยค่ะ

ประตูทางเข้าห้องจุดแรก จะเป็นระแนงไม้ลักษณะบานพับเปิดกลางแบบนี้ ข้อดีของประตูระแนงคือสามารถระบายอากาศได้ดี ทำให้พื้นที่หน้าห้องไม่อับและไม่ร้อนจนเกินไป โดยจะได้ลมพัดผ่านเข้ามาทางช่องว่างจากโถงทางเดินด้วย

ส่วนด้านในก็มีประตูไม้บานพับ (โซนอ่างอาบน้ำ) และประตูไม้บริเวณทางเข้าห้อง วัสดุไม้ที่เห็นเหล่านี้ทำมาจากไม้ป่าปลูกโดยเฉพาะ ไม่ทำลายธรรมชาติค่ะ โดยนำเข้ามาจากประเทศ New Zealand เป็นงาน Hand Craft จึงได้ในเรื่องของความเนี๊ยบ เส้นสายตรง ไม่บิดเบี้ยว พื้นผิวไม้เนียน ฯลฯ โดยรวมแล้วเป็นงานละเอียดมากค่ะ

ประตูทางเข้าจุดแรกนี้ได้ Digital Door Lock แบรนด์ Philips

เข้ามาบริเวณระเบียง Porch แบบห้อง 3 Bedroom จะได้พื้นที่ส่วนนี้ค่อนข้างกว้างค่ะ โดยจะเป็นพื้นที่โล่งๆ สามารถมองเห็นโถงทางเดินด้านนอกห้องผ่านประตูระแนงได้ วัสดุพื้นและผนังบางส่วนที่เห็นเป็นสีดำ ทำมาจากหินธรรมชาติค่ะ ซึ่งได้คุณสมบัติแข็งแรงและพื้นผิวสัมผัสเย็นอีกด้วย ส่วนตัวรู้สึกชอบค่ะ คิดว่าเหมาะกับอากาศร้อนอย่างบ้านเรา พอเข้าห้องมาเหยียบพื้นปุ๊บก็จะรู้สึกเย็นขึ้นมาทันที

สำหรับพื้นที่ระเบียงหน้าห้องนี้สามารถใช้เก็บของได้ เช่น รถจักรยาน อุปกรณ์กีฬา ชั้นวางรองเท้า เป็นต้น ทำให้พื้นที่ภายในห้องไม่เลอะเทอะหรือรกจนเกินไป นอกจากนี้ยังสามารถจัดสวนกระถางเล็กๆ หรือวางไม้ประดับตกแต่งห้องได้อีกด้วย

มาดูโซนอ่างอาบน้ำกันบ้าง อย่างที่อธิบายไว้ในแปลนว่าพื้นที่ส่วนนี้จะเชื่อมกับส่วน Porch ได้ พอเปิดประตูเข้าไปก็จะเจออ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ (Plunge Pool) สีขาว วางอยู่ทางด้านในค่ะ

Image 1/6
ประตูทางเข้าห้องจะอยู่ถัดกัน

ประตูทางเข้าห้องจะอยู่ถัดกัน

เข้ามาดูในบ้านกันบ้าง เปิดประตูเข้ามาจะเจอทางเดินลึกเข้าไปในห้อง โดยทางมุมซ้ายจะแยกไป 2 ห้อง คือห้องน้ำ Powder Room และห้องครัวอยู่ถัดกัน

ห้องน้ำ Powder Room

ในห้องพักอาศัยทุกแบบ ทุกห้อง จะได้ห้องน้ำ Powder Room เสมอ โดยรวมแล้ววัสดุและสุขภัณฑ์ที่ใช้ จะเป็น Spec เดียวกันกับในห้องน้ำภายในห้องนอน (ที่มีพื้นที่อาบน้ำ) ยกตัวอย่างพื้นและผนัง จะเป็นวัสดุหินธรรมชาติ  มีคุณสมบัติแข็งแรง ทนทาน และเก็บความเย็นได้ดี ห้องน้ำในแบบห้อง 3 Bedroom จะพิเศษขึ้นมาตรงที่ตัวสุขภัณฑ์บางส่วนจะได้เป็นสี Roes Glow ดู Luxury มีระดับยิ่งขึ้น

Image 1/4
ภายในห้องน้ำ Powder Room (ไม่มีส่วนอาบน้ำ)

ภายในห้องน้ำ Powder Room (ไม่มีส่วนอาบน้ำ)

ห้องครัว

มาต่อกันที่ห้องครัว ทางโครงการเค้าติดเคาน์เตอร์ และตู้เก็บของ Built-in คุมโทนสีขาว มาให้เต็มผนังทั้ง 3 ด้านเลยค่ะ ใช้งานได้อย่างเต็มที่ ส่วนองค์ประกอบของวัสดุที่นำมาใช้นั้นก็เป็นมิตรต่อสุขภาพด้วย ไม่มีสารที่ก่อให้เกิดมะเร็งในระยะยาว

Image 1/6
ติดตั้งซิงก์ล้างจาน Blanco จากแบรนด์ Hafele มาให้ และเตาไฟฟ้าพร้อมที่ดูดควัน ของแบรนด์ Bertazzoni จากประเทศอิตาลี

ติดตั้งซิงก์ล้างจาน Blanco จากแบรนด์ Hafele มาให้ และเตาไฟฟ้าพร้อมที่ดูดควัน ของแบรนด์ Bertazzoni จากประเทศอิตาลี

Living&Dining Area 

อย่างที่บอกว่าห้องในโครงการนี้จะได้เป็นรูปแบบหน้ากว้าง อย่างพื้นที่ Common ตรงกลางห้องก็จะกว้างมาก อารมณ์เหมือนอยู่บ้านเลย สามารถแบ่งโซนนั่งเล่นและรับประทานอาหารได้อย่างเป็นสัดส่วน พร้อมช่องแสงเป็นชุดกระจกแบบ Full height ขนานไปกับตัวห้องเลยค่ะ ความสูงจากพื้นจนถึงฝ้าเพดานอยู่ที่ 3.1 เมตร จึงดูโปร่งโล่ง สบาย

เพิ่มเติมในส่วนของเครื่องปรับอากาศภายในห้องพักอาศัย จะเป็นรูปแบบฝังฝ้า ที่จะเชื่อมต่อกับระบบเครื่องปรับอากาศใต้อุโมงค์ โดยจะมีท่อส่งน้ำเย็นให้เปลี่ยนเป็นแอร์เย็นหล่อเลี้ยงขึ้นมายังห้องพักอาศัย  และจะรวมความไปที่จุดเดียวที่อาคาร Central Utilities Plant (CUP) ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศได้ถึง 30,000 ตันต่อปี  เพราะห้องพักทุกยูนิตในโครงการ The Forestias จะไม่มี Condensing Unit ของเครื่องปรับอากาศตรงระเบียงอย่างที่เห็นทั่วไปค่ะ ข้อดีอีกอย่างคืออุณหภูมิในบริเวณที่พักจะลดลงกว่าภายนอกถึง 3-5 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว

ภาพจำลองอาคาร Central Utilities Plant (CUP) ศูนย์รวมความร้อนของระบบปรับอากาศ ภายในโครงการ The Forestias

Image 1/4
มุมรับประทานอาหาร สามารถจัดวางโต๊ะรับประทานอาหาร Long Table แบบ 6-8 คนนั่งได้สบายๆ ได้ช่องแสงทางด้านข้างด้วย

มุมรับประทานอาหาร สามารถจัดวางโต๊ะรับประทานอาหาร Long Table แบบ 6-8 คนนั่งได้สบายๆ ได้ช่องแสงทางด้านข้างด้วย

ระเบียงที่เชื่อมกับพื้นที่นั่งเล่น

Image 1/5
อีกหนึ่งจุดไฮไลท์ของแบบห้องนี้คือประตูกระจกบานเลื่อน Full Height ที่ติดมาให้ตลอดแนวห้อง ช่วยให้รับแสงธรรมชาติได้เยอะและมองเห็นวิวธรรมชาติภายนอกด้วยค่ะ ความน่าสนใจจคือจะได้เป็นกระจกบานเลื่อนแบบเข้ามุม สามารถเปิด-ปิดได้ 2 ทิศทาง

อีกหนึ่งจุดไฮไลท์ของแบบห้องนี้คือประตูกระจกบานเลื่อน Full Height ที่ติดมาให้ตลอดแนวห้อง ช่วยให้รับแสงธรรมชาติได้เยอะและมองเห็นวิวธรรมชาติภายนอกด้วยค่ะ ความน่าสนใจจคือจะได้เป็นกระจกบานเลื่อนแบบเข้ามุม สามารถเปิด-ปิดได้ 2 ทิศทาง

บรรยากาศภายนอกห้องตัวอย่าง ทางโครงการจัด Landscape ตกแต่งให้ความสวยงาม มองจากห้องตัวอย่างลงไป เห็นวิวธรรมชาติสดชื่นตลอดทั้งวัน

ห้องนอนใหญ่ (Master Bedroom) + ห้องน้ำส่วนตัว

Image 1/9
ห้องนอนใหญ่ (Master Bedroom) จะอยู่ใกล้กับพื้นที่นั่งเล่น ขนาดห้องค่อนข้างกว้าง สามารถจัดวางเตียง 6 ฟุตไว้กลางห้องได้สบายๆ

ห้องนอนใหญ่ (Master Bedroom) จะอยู่ใกล้กับพื้นที่นั่งเล่น ขนาดห้องค่อนข้างกว้าง สามารถจัดวางเตียง 6 ฟุตไว้กลางห้องได้สบายๆ

ห้องนอนที่ 2 + ห้องน้ำส่วนตัว

Image 1/5
อีกฝั่งของห้อง จะเป็นตำแหน่งของห้องนอน 2 ห้อง โดยได้ช่องแสงขนาดใหญ่ ห้องนอนนี้จะหันออกไปทางสวนป่า

อีกฝั่งของห้อง จะเป็นตำแหน่งของห้องนอน 2 ห้อง โดยได้ช่องแสงขนาดใหญ่ ห้องนอนนี้จะหันออกไปทางสวนป่า

ห้องนอนที่ 3 + ห้องน้ำส่วนตัว

Image 1/4
ปิดท้ายกันที่ห้องนอนที่ 3 จะอยู่ใกล้ๆ กับห้องนอนที่ 2 แต่ห้องนี้จะไม่มีช่องแสงค่ะ

ปิดท้ายกันที่ห้องนอนที่ 3 จะอยู่ใกล้ๆ กับห้องนอนที่ 2 แต่ห้องนี้จะไม่มีช่องแสงค่ะ

2 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 99.59 ตารางเมตร

ห้องนี้ได้พื้นที่ชานระเบียง (Porch) เป็นแนวยาว พอเข้าไปในห้องจะเจอกับห้องน้ำ Powder Room และห้องครัวอยู่ตรงข้ามกันโดยจะได้ประตูกระจกแบบบานเลื่อนเข้ามุม สามารถเลื่อนเปิด-ปิดได้ สามารถปรับให้เป็นได้ทั้งครัวปิด และครัวเปิดตามความต้องการ ส่วนด้านในจะเป็น Common Area สำหรับโซนนั่งและรับประทานอาหารที่เชื่อมถึงกัน พร้อมชุดกระจก Full Height ทางด้านข้างเปิดรับวิวได้เช่นเดิม สามารถเปิดออกไปยังระเบียงขนาดใหญ่ได้ ส่วนห้องนอนจะแยกอยู่ 2 ฝั่งซ้าย-ขวาของห้อง ขนาดใกล้เคียงกัน วางเตียง 5 ฟุตได้ พร้อมระเบียง และมุม Walk-in Closet ได้ห้องน้ำภายในตัวทั้ง 2 ห้อง

Image 1/4
ประตูทางเข้าห้อง ผนังจะป็นระแนงไม้แบบนี้ ช่วยให้อากาศ Flow ได้ดี

ประตูทางเข้าห้อง ผนังจะป็นระแนงไม้แบบนี้ ช่วยให้อากาศ Flow ได้ดี

บรรยากาศภายในห้อง ส่วน Common Area ด้านข้างเป็นชุดกระจกบานใหญ่ เปิดออกไปได้

มุมมองหันออกไปทางประตูทางเข้าห้อง ห้องน้ำ Powder Room จะอยู่ทางด้านข้าง และตรงข้ามกันจะเป็นห้องครัว

ห้องครัว

Image 1/8
ไฮไลท์ของห้องนี้จะได้ห้องครัวที่สามารถปรับฟังก์ชันเปิด-ปิดได้ ด้วยกระจกบานเลื่อน

ไฮไลท์ของห้องนี้จะได้ห้องครัวที่สามารถปรับฟังก์ชันเปิด-ปิดได้ ด้วยกระจกบานเลื่อน

Living&Dining Area 

บริเวณระเบียงของทุกๆ ห้อง ทางโครงการจะติดตั้งมุ้งลวดอัตโนมัติมาให้ด้วยค่ะ สามารถกดเปิดให้เลื่อนลงมาเพื่อใช้งานได้ ในเวลาที่ต้องการเปิดระบายอากาศแต่ไม่อยากให้ยุงหรือแมลงเข้ามาในห้อง ทั้งนี้สามารถเปิดประตูบานเลื่อนได้อย่างเต็มที่

มุ้งลวดอัตโนมัตินี้จะถูกเก็บไปบนขอบฝ้า ตรงริมผนังด้านที่ติดกับระเบียง ซ่อนไว้อย่างแนบเนียน หากจะใช้งานก็แค่กดปุ่มที่แผงควบคุม ม่านมุ้งลวดก็จะถูกดึงลงมาอัตโนมัติ ช่วยกันยุงและแมลงได้ดี ขนาดบานใหญ่ในห้องนั่งเล่นและบานเล็กในห้องนอน 

Image 1/4
บรรยากาศมุมนั่งเล่น

บรรยากาศมุมนั่งเล่น

ห้องน้ำ Powder Room

Image 1/2
บรรยากาศห้องน้ำ Powder Room

บรรยากาศห้องน้ำ Powder Room

ห้องนอนใหญ่ (Master Bedroom) + ห้องน้ำส่วนตัว

Image 1/9
บรรยากาศในห้องนอนใหญ่ Master Bedroom

บรรยากาศในห้องนอนใหญ่ Master Bedroom

ระเบียง

พื้นที่ระเบียงได้ขนาดกว้างเช่นกัน จัดวางชุดโต๊ะ เก้าอี้ไว้นั่งเล่น Outdoor ได้ ที่สำคัญไม่ร้อนจนเกินไป เพราะไม่มี Condensing Unit ของเครื่องปรับอากาศ และมีผนังแบบ Wall Radiant Cooling ด้วย

ห้องนอนที่ 2 + ห้องน้ำส่วนตัว

Image 1/6
บรรยากาศในห้องนอนที่ 2

บรรยากาศในห้องนอนที่ 2

1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 63.33 ตารางเมตร

ปิดท้ายกันที่ 1 Bedroom ขนาด 63.33 ตารางเมตร ห้องนี้เหมาะสำหรับอยู่อาศัยแบบส่วนตัวหรือคู่รัก ด้วยขนาดห้องที่กะทัดรัดลงมาแต่พื้นที่ก็ยังถือว่ากว้าง จัดฟังก์ชันต่างๆ ได้อย่างเป็นลงตัวและเป็นสัดส่วน โดยส่วนแรกจะเป็นพื้นที่ระเบียง Porch ขนาดเล็กลงมา แต่ยังได้ฟังก์ชันใช้งาน วางพื้นที่วางของ พื้นที่เก็บเครื่องซักผ้าครบเหมือนห้องก่อนหน้านี้ เข้าไปในห้องจะเจอกับพื้นที่นั่งเล่น ด้านข้างได้ชุดกระจกขนาดใหญ่เปิดออกไปเชื่อมไปกับพื้นที่ระเบียงได้ ส่วนห้องครัวจะอยู่ใกล้ๆ กัน ได้เคาน์เตอร์ครัวเต็มผนังทั้ง 3 ด้าน พร้อมเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น ตู้เย็น เตาอบ เตาไฟฟ้า ที่ดูดควัน พร้อมตู้เก็บของ Built-in ครบครันตามมาตรฐาน

ส่วนห้องน้ำจะเข้าได้ 2 ทาง คือผ่านโซนนั่งเล่นและในห้องนอน (Double Access) โดยจะแยกพื้นที่โซนโถสุขภัณฑ์ออกจากพื้นที่โซนอาบน้ำ โดยมีประตูกั้นไว้ ใช้เปิด-ปิด เชื่อมถึงกันได้ (Connecting Door) โดยโซนโถสุขภัณฑ์สามารถใช้เป็น Powder Room ได้ด้วยนั่นเองค่ะ สำหรับห้องนอนจะอยู่ด้านในสุด ขนาดกว้างวางเตียงขนาด 5 ฟุตได้ พร้อมประตูเปิดไปโซนระเบียง ส่วนห้องน้ำเข้าผ่านทางห้องนอนได้ทางหนึ่ง

พื้นที่ระเบียงหน้าห้อง (Porch)

Image 1/3
พื้นที่ระเบียงหน้าห้อง (Porch)

พื้นที่ระเบียงหน้าห้อง (Porch)

Living&Dining Area 

Image 1/4
พื้นที่รับประทานอาหาร

พื้นที่รับประทานอาหาร

ห้องครัว

Image 1/4
บรรยากาศภายในห้องครัว

บรรยากาศภายในห้องครัว

ห้องน้ำ

Image 1/5
บรรยากาศภายในห้องน้ำ

บรรยากาศภายในห้องน้ำ

ห้องนอน

Image 1/5
บรรยากาศภายในห้องนอน

บรรยากาศภายในห้องนอน

ระเบียง

Image 1/2
พื้นที่ระเบียง

พื้นที่ระเบียง

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

สำหรับแปลนห้อง Type อื่นๆ คลิกดูใน Album นี้ได้เลยค่ะ

Image 1/9
แปลนห้องในโครงการ Mulberry Grove The Forestias Condominiums

แปลนห้องในโครงการ Mulberry Grove The Forestias Condominiums


ราคา

Mulberry Grove The Forestias Condominiums  ณ วันที่ 13 กันยายน 2564

  • 1 Bedroom ขนาดพื้นที่ใช้สอย 63.33-69.15 ตร.ม.
    – ราคาเริ่มต้น 14.6 ล้านบาท
  • 2 Bedroom ขนาดพื้นที่ใช้สอย 99-100.77 ตร.ม.
    – ราคาเริ่มต้น n/a ล้านบาท
  • 3 Bedroom ขนาดพื้นที่ใช้สอย 151.23-223.79 ตร.ม.
    – ราคาเริ่มต้น n/a ล้านบาท
  • 1 Bedroom Duplex ขนาดพื้นที่ใช้สอย 140.31-153.90 ตร.ม.
    – ราคาเริ่มต้น n/a ล้านบาท
  • 2 Bedroom Duplex ขนาดพื้นที่ใช้สอย 235.78 ตร.ม.
    – ราคาเริ่มต้น n/a ล้านบาท
  • 3 Bedroom Duplex ขนาดพื้นที่ใช้สอย 287.78-438.17 ตร.ม.
    – ราคาเริ่มต้น n/a ล้านบาท
  • Penthouse ขนาดพื้นที่ใช้สอย 705-1,027 ตร.ม.
    – ราคาเริ่มต้น n/a ล้านบาท
  • จองและทำสัญญาโปรดสอบถามจากทางโครงการอีกครั้ง
  • เงินดาวน์และจำนวนงวดผ่อนดาวน์ โปรดสอบถามจากทางโครงการอีกครั้ง
  • ราคาเริ่มต้น 14.6 ล้านบาท
  • ราคาเฉลี่ยตารางเมตรละ 250,000 บาท
  • ค่าส่วนกลาง 100 บาท/ตร.วา/เดือน
  • รายละเอียดค่าจดจำนอง ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย โปรดสอบถามจากทางโครงการอีกครั้ง

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ



บทสรุป

โครงการ Mulberry Grove The Forestias  Condominiums เป็นคอนโดมิเนียมระดับ Luxury-Super Luxury Class ในThe Forestias หากใครกำลังมองหาที่อยู่อาศัยในโครงการนี้อยู่ แล้วมีงบประมาณสูงขึ้นมา อยากได้ห้องที่มีพื้นที่ใช้สอยที่กว้าง เน้นอยู่ได้สบายๆ ไม่อึดอัด ทำกิจกรรมได้เต็มที่ ได้วัสดุภายในห้องที่อัปเกรดคุณภาพมากขึ้น บ่งบอกรสนิยมหรือไลฟ์สไตล์ พร้อมทั้งได้อยู่ท่ามกลางพื้นที่สีเขียวอย่างใกล้ชิด และมี Facility ให้ใช้เยอะ โครงการนี้ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย

นอกจากนี้โครงการนี้ยังมีแนวคิดที่น่าสนใจอีกหลายๆ อย่าง ทั้งการออกแบบที่คำนึงถึงการใช้งานจริงในทุกๆ ส่วนของห้อง ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ระเบียงด้านหน้าและระเบียงภายในห้องที่เชื่อมโยงไปกับธรรมชาติได้ มีระบบหมุนเวียนและระบายอากาศที่ทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกสบาย และสุขภาพดีในระยะยาว แถมยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วย เป็นต้น แนวคิดการออกแบบนี้สะท้อน “ความยั่งยืน” ที่ทางผู้พัฒนาต้องการทำให้อาณาจักรแห่งนี้เป็นโมเดลเมืองต้นแบบแห่งอนาคต เรามองว่าเค้าทำออกมาได้ตอบโจทย์ความต้องการของคนในยุคนี้ได้ดีเลยทีเดียวค่ะ

หรือถ้าใครอยากอยู่อาศัยในรูปแบบบ้านเดี่ยว ที่นี่ก็มีโครงการ Mulberry Grove The Forestias  Villas ซึ่งเป็นบ้านเดี่ยวหรูสำหรับครอบครัวที่มีสมาชิกหลายคน ได้ความเป็นส่วนตัวยิ่งขึ้น สามารถสอบถามรายละเอียดจากทางโครงการเพิ่มเติมได้ และถ้าทาง Think of Living ได้มีโอกาเข้าไปรีวิวในส่วนของ Villas เราจะมาอัปเดตอย่างแน่นอน

อ่านพรีวิวโครงการ Mulberry Grove The Forestias  Villas คลิกที่นี่

Mulberry Grove The Forestias Condominiums เหมาะกับใคร

โครงการ Mulberry Grove The Forestias Condominiums เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจโครงการคอนโดมิเนียมใน The Forestias ชอบบรรยากาศการอยู่อาศัยท่ามกลางธรรมชาติ ได้เห็นวิวป่าสีเขียวขนาดใหญ่อยู่รายล้อม และต้องการคอนโดที่มีพื้นที่ใช้สอยกว้าง อารมณ์เหมือนอยู่บ้าน รองรับสมาชิกในครอบครัวได้หลากหลายวัย ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวขนาดเล็กหรือคู่รัก อีกทั้งชื่นชอบแนวคิดการออกแบบโครงการ รวมถึงฟังก์ชันที่เป็นมิตรต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม มีงบประมาณ 14.6 ล้านบาทขึ้นไป หรือกำลังผ่อนประมาณ 100,000 บาทขึ้นไป


ThinkofLiving มี LINE Official Account แล้วนะ
ไม่อยากพลาดข้อมูลข่าวสารก็ Add เลย > https://lin.ee/svACOxc