รีวิวฉบับที่ 2115 …  Grand Bangkok Boulevard ราชพฤกษ์จรัญฯ เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับ Luxury จาก SC Asset ปัจจุบันได้เปิดขายเฟสที่ 3 ซึ่งเป็นเฟสสุดท้ายของโครงการแล้วค่ะ โครงการนี้มีจุดเด่นเรื่องแบบบ้านขนาดใหญ่ ประมาณ 500 ตร.ม. ขึ้นไป และที่ดินขนาดใหญ่มากกว่า 100 ตร.วา โดยที่โครงการนี้ตั้งอยู่บนถนนพรานนก-พุทธมณฑลสาย4 ที่เป็นถนนตัดใหม่ เชื่อมต่อกับราชพฤกษ์ไปโซนสาทร, ใช้เดินทางไปยังจรัญฯ และโซนวังหลัง -ศิริราชได้สะดวก โครงการนี้ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 35.9 ล้านบาท เรามาดูรีวิวบ้านที่เปิดขายในเฟสล่าสุดกันนะคะ

ข้อมูลโครงการ

20 August 2020

  • Grand Bangkok Boulevard Ratchapruek – Charan (แกรนด์บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์ – จรัญฯ)
  • บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
  • LUXURY to SUPER LUXURY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment บ้านปี 2020 ได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ : ถนนพรานนก-พุทธมณฑลสาย4 เขตตลิ่งชัน
  • เนื้อที่โครงการ 61-1-20-3 ไร่ จำนวน 92 ยูนิต
  • รูปแบบบ้านที่เปิดขายในเฟส 3
  • Kenitra บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 140 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 494 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 3 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 35.9 ล้านบาท
  • Santa Maria บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 133 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 552 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 4 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 37.9 ล้านบาท
  • San Macro บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 167.5 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 580 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 5 ห้องนอน / 6 ห้องน้ำ / 4 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 42.9 ล้านบาท
  • ระดับพื้นถึงฝ้าเพดาน ชั้น 1,2 สูง 3 เมตร
  • ที่ดินเพิ่มลดตารางวาละ 160,000 บาท
  • โครงการเริ่มก่อสร้าง ปี 2558
  • คาดว่าแล้วเสร็จทั้งโครงการ ปี 2564
  • เว็บไซต์โครงการ : คลิกที่นี่ 
  • Call Center : 1749

ทำเลที่ตั้ง

พิกัด Google Maps : 13.7523322,100.4304077
หรือสามารถ คลิกที่นี่

Grand Bangkok Boulevard ราชพฤกษ์ - จรัญฯ

แผนที่จากทางโครงการค่ะ โครงการ Grand Bangkok Boulevard ราชพฤกษ์จรัญฯ ตั้งอยู่บนถนนพรานนก – พุทธมณฑลสาย4 ซึ่งเป็นถนนตัดใหม่เชื่อมต่อระหว่างถนนพรานนกและถนนพุทธมณฑลสาย4 โดยตัดผ่านถนนราชพฤกษ์ และถนนจรัญฯ ทำให้โครงการนี้มีตัวเลือกในการเดินทางค่อนข้างหลากหลาย จะเข้าไปยังโซนสาทรโดยผ่านราชพฤกษ์ก็ได้ หรือเข้าไปยังโซนศิริราชก็สะดวกค่ะ 

สำหรับเรื่องความสะดวกสบายของทำเลนี้ สามารถเข้าไปใช้โซนราชพฤกษ์ได้สะดวกค่ะ ส่วนถนนพรานนก-พุทธมณฑลสาย4 เองหลังจากเปิดใช้งานมาได้สักพักก็มีร้านอาหาร ตลาด ปั๊มน้ำมันเปิดใหม่บนถนนเส้นนี้เช่นกัน ถือว่าคึกคักกว่าช่วงที่โครงการนี้เปิดใหม่พอสมควรเลยค่ะ

อ่านทำเลโครงการแบบละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ > คลิก

บรรยากาศถนนพรานนก-พุทธมณฑลสาย4 เส้นที่อยู่หน้าโครงการเป็นถนนใหญ่ตัดใหม่ ทำให้รถยังไม่พลุกพล่านมาก แต่ก็เดินทางสะดวกสามารถใช้เดินทางไปเชื่อมต่อกับถนนราชพฤกษ์ ถนนจรัญสนิทวงศ์ได้ค่ะ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น 

  • The Bloc ~ 4.3 กิโลเมตร (รวมระยะกลับรถ)
  • Food Land สาขา จรัญฯ ~ 4.5 กิโลเมตร
  • แม็คโคร จรัญสนิทวงศ์ ~ 5 กิโลเมตร
  • ตลาดบางขุนศรี ~ 5.5 กิโลเมตร
  • Food Villa ~ 5.6 กิโลเมตร (รวมระยะกลับรถ)
  • The Circle ~ 5.3 กิโลเมตร (รวมระยะกลับรถ)
  • Villa de Bear ~ 6.3 กิโลเมตร (รวมระยะกลับรถ)
  • โรงพยาบาล ศิริราช ~ 6.5 กิโลเมตร
  • Tesco Lotus ปิ่นเกล้า ~ 10 กิโลเมตร
  • เซ็นทรัลปิ่นเกล้า ~ 10.2 กิโลเมตร
  • Home Pro ราชพฤกษ์ ~ 10.6 กิโลเมตร
  • The Walk ราชพฤกษ์ ~ 12.8 กิโลเมตร

รายละเอียดโครงการ

Grand Bangkok Boulevard ราชพฤกษ์จรัญฯ เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับ Luxury ตั้งอยู่บนที่ดินขนาดประมาณ 62 ไร่ รวมเป็นบ้านทั้งหมด 92 ยูนิต โดยโครงการนี้แบ่งขายออกเป็น 3 เฟส ซึ่งเฟสนี้ที่เรามาทำรีวิวเป็นเฟสที่ 3 เฟสสุดท้ายของโครงการนี้ค่ะ

มาดู Master Plan ของโครงการกันค่ะ ในเฟส 3 ที่กำลังเปิดขายอยู่นี้จะเป็นเฟสที่อยู่ด้านในสุดของโครงการ ถือว่าเป็นโซนที่ได้ความเป็นส่วนตัวมากที่สุดค่ะ ระบบรักษาความปลอดภัยของโครงการจะมีซุ้มประตูทางเข้าอยู่ 2 จุดค่ะ ถือเป็น Double Security ที่ทำให้ลูกบ้านได้รับความปลอดภัยมากขึ้น และภายในโครงการจะติดตั้ง CCTV เอาไว้ 54 จุด ตัวบ้านจะถูกวางหันหน้าไปทิศเหนือ-ใต้ดีต่อการระบายอากาศและมีทางเข้าขออกจากถนนรองทั้งหมด ช่วยเรื่องความเป็นส่วนตัวค่ะ โดยถนนหลักของโครงการจะกว้าง 16 เมตร มีต้นจามจุรีปลูกเป็นระยะตลอดถนนเส้นหลัก ช่วยสร้างให้บรรยากาศภายในโครงการดูร่มรื่นมากขึ้นด้วย ส่วนถนนรองกว้าง 9 เมตร(รวมทางเท้า) ถือเป็นระยะที่รถขับสวนกันได้สบายค่ะ เราลองไปดูบรรยากาศภายในโครงการกันนะคะ

ทางเข้าโครงการจะมีป้ายโครงการขนาดใหญ่ตั้งอยู่ เห็นได้ชัดเจนตั้งแต่ถนนใหญ่เลยค่ะ

ข้างๆซุ้มประตูทางเข้าจะเป็นอาคาร Clubhouse ค่ะ ทางเข้าออกจะอยู่ด้านในโครงการนะคะ

ทางเข้าโครงการจากถนนใหญ่จะเป็นซุ้มประตูชั้นที่ 1 แยกทางเข้าและทางออกคนละฝั่งกันค่ะ

ตรงนี้จะใช้ประตูบานเลื่อนอัตโนมัติ การเข้า-ออกใช้ระบบ Key Card Access ผู้มาเยือนก็จะต้องแลกบัตรกับพี่รปภ.ค่ะ

เมื่อเข้ามาพื้นที่ส่วนกลางหลักของโครงการนี้จะอยู่ทางซ้ายมือ ซึ่งโซนนี้ก็จะเป็นโซนบ้านเฟสแรกของโครงการด้วย ตรงนี้จะสร้างเสร็จมาราวๆ 4-5 ปีแล้ว แต่ดูจากสภาพก็ถือว่ายังดูสะอาดเรียบร้อยดีนะคะ

ตรงกันข้ามกับ Clubhouse จะมีสวนสาธารณะอยู่ ส่วนนี้จะมีสนามหญ้าตรงกลาง และมีต้นไม้ใหญ่โอบล้อม ซึ่งเป็นต้นจามจุรี ผ่านมา 4-5 ปีโตเต็มที่แผ่ขยายกิ่งก้านสร้างบรรยากาศร่มรื่นให้กับโครงการดีเลยค่ะ

Clubhouse ของโครงการนี้มีขนาดไม่ได้ใหญ่มาก แต่ถือว่ามีฟังก์ชันค่อนข้างครบเลยนะคะ เป็นอาคารสูง 2 ชั้น มีสระว่ายน้ำกลางแจ้งข้างๆ ตัว Clubhouse จะออกแบบมาสไตล์ Colonial ผสมกับ Modern สมัยยุครัชกาลที่ 5

ด้านหน้า Clubhouse มีที่จอดรถอยู่นะคะ สำหรับลูกบ้านที่อยู่ลึกเข้าไปสามารถขับรถมาจอดเพื่อใช้งานส่วน Clubhouse ได้ค่ะ

สระว่ายน้ำจะเป็นพื้นที่กลางแจ้ง แม้ตำแหน่งจะอยู่ติดกับถนนใหญ่แต่ก็มีแนวต้นไม้คั่นระหว่างถนนกับสระว่ายน้ำ ช่วยให้คนที่มาใช้งานได้ความเป็นส่วนตัวนะคะ ตัวสระว่ายน้ำจะเป็นระบบเกลือ ขนาด 8×13 เมตร ลึก 1.2 เมตร มีสระเด็กแยกมาด้วยค่ะ

เลยตัวสระว่ายน้ำมาจะเป็นตำแหน่งของห้องน้ำทางฝั่งขวา ส่วนทางซ้ายมือขึ้นบันไดไปจะเป็นพื้นที่นั่งเล่น

พื้นที่ส่วนนี้จะเป็นแบบ Open Space ที่มีหลังคาปกคลุมค่ะ วันไหนอากาศดีๆก็มานั่งเล่นได้ไม่ร้อนนะคะ บรรยากาศเหมือนเรือนรับรอง จะนัดแขกมาพูดคุยธุระที่บริเวณนี้ได้ค่ะ

สามารถมองวิวสระว่ายน้ำและสวนได้ค่ะ

กลับมาที่ชั้น 1 เข้ามาส่วนตัวอาคารหลักค่ะ ส่วนนี้จะเป็นส่วนต้อนรับของโครงการ เป็นพื้นที่ที่มีความสูงแบบ Double Space ปัจจุบันยังเป็นสำนักงานขายของโครงการอยู่ค่ะ

การตกแต่งส่วนนี้จะเห็นชัดว่าเป็นสไตล์ Colonial แบบยุครัชกาลที่ 5 นะคะ ดูสวยคลาสสิกแปลกตาเพราะเรามักจะไม่ค่อยเจอการตกแต่งสไตล์นี้ในบ้านโครงการค่ะ

ส่วนที่ชั้น 2 จะเป็นห้องฟิตเนสค่ะ บรรยากาศจะโปร่งๆหน่อยมีเครื่องเล่นหลากหลายให้ใช้งาน มองออกไปเป็นสระว่ายน้ำค่ะ

ซุ้มประตูขั้นที่ 2 จะอยู่ลึกเข้ามาจากตำแหน่ง Clubhouse ตรงนี้จะเป็นประตูบานเลื่อนอัตโนมัติและมีรปภ.คอยดูแลอยู่เหมือนกันค่ะ

ถนนหลักของโครงการจะกว้าง 16 เมตรเลย และมีต้นจามจุรีปลูกไว้สองข้างทาง ปัจจุบันต้นไม้โตเต็มที่ แผ่กิ่งก้านออกมาเหมือนเป็นอุโมงค์ต้นไม้เลยค่ะ บรรยากาศภายในโครงการหรือเวลาขับรถกลับบ้านดูแล้วสดชื่นร่มรื่น

Image 1/8
เลยซุ้มประตูทางเข้าที่ 2 มาเราจะเจอกับสวนขนาดใหญ่ทั้งซ้ายและขวาของถนนค่ะ

เลยซุ้มประตูทางเข้าที่ 2 มาเราจะเจอกับสวนขนาดใหญ่ทั้งซ้ายและขวาของถนนค่ะ

โครงการนี้ถือว่าจัดพื้นที่สีเขียวไว้เยอะมากเลยค่ะ รวมๆแล้วมากกว่า 2 ไร่ได้ โดยบริเวณเฟส 2 ที่อยู่กลางโครงการก็จะมีสวนขนาดใหญ่อยู่ ลูกบ้านสามารถเดินมาออกกำลังกายได้เต็มที่ ลองเลื่อนรูปด้านบนดูบรรยากาศของพื้นที่สีเขียวภายในโครงการได้นะคะ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • อาคาร Clubhouse บริเวณด้านหน้าโครงการ
  • Lobby
  • Fitness
  • Terrace พักผ่อน
  • สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ 8×13 เมตร ลึก 1.2 เมตร (สระเด็กลึก 0.6 เมตร)
  • พื้นที่สวนส่วนกลางมากกว่า 2 ไร่
  • ถนนหลักกว้าง 16 ม. และถนนภายในกว้าง 9 ม.

ระบบรักษาความปลอดภัย

  • Double Gate Security  ป้อมยาม 2 จุด
  • ประตูรั้วทางเข้าอัตโนมัติ
  • Key Card Access
  • CCTV ภายในโครงการ 54 จุด
  • รั้วรอบโครงการสูง 3 เมตร
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง

แบบบ้าน

Grand Bangkok Boulevard ราชพฤกษ์ – จรัญฯ เฟส 3 ที่เราจะมารีวิววันนี้มีแบบบ้านอยู่ทั้งหมด 3 แบบ ชื่อ Kenitra, Santa Maria และ San Macro (เรียงจากพื้นที่ใช้สอยน้อยไปมากนะคะ) ฟังก์ชันและพื้นที่ใช้สอยดังนี้

  • Kenitra บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 140 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 494 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 3 ที่จอดรถ
  • Santa Maria บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 133 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 552 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 4 ที่จอดรถ
  • San Macro บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 167.5 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 580 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 5 ห้องนอน / 6 ห้องน้ำ / 4 ที่จอดรถ

โดยแบบบ้านใหม่ที่เพิ่งจะเปิดขายจะเป็น 2 แบบขนาดใหญ่ที่ชื่อว่า Santa Maria และ San Macro ซึ่งเป็นแบบบ้านที่มีหน้ากว้างมากขึ้นจากบ้านเดิมที่วางขายในเฟส 2 ทำให้จำนวนที่จอดรถเพิ่มขึ้นเป็น 4 คันต่อหลังค่ะ

จุดที่น่าสนใจของบ้านในโครงการนี้คือตัวบ้านมาตรฐานจะเป็นบ้านขนาดใหญ่ บนที่ดินขนาดใหญ่ แต่ว่าสร้างเต็มขนาดที่ดินแปลว่าตัวบ้านจะถูกวางลงบนที่ดินอย่างพอเหมาะพอดี เว้นระยะรอบๆบ้านไว้ไม่มาก แต่ก็จะมีบ้านบางแปลงที่มีที่ดินรอบบ้านเหลือเผื่อเป็นสวนหรือต่อเติมในอนาคตอยู่ให้เลือกเช่นกันค่ะ

ข้อแตกต่างของบ้านแต่ละแบบ

  • บ้านแบบ Kenitra กับ Santa Maria เป็นบ้านที่มีผังเรียกได้ว่าเหมือนกันมาก แต่จะมีข้อแตกต่างอยู่ที่จำนวนที่จอดรถ บ้าน Kenitra มีที่จอดรถ 3 คัน ส่วน Santa Maria จะมีที่จอดรถอยู่ 4 คันค่ะ
  • ส่วนบ้านแบบ Santa Maria จะต่างจาก San Macro ตรงฟังก์ชันการใช้งาน โดย San Macro จะมีห้องน้ำ และห้องนอนมากกว่า Santa Maria ทำให้รองรับจำนวนสมาชิกภายในบ้านที่แตกต่างกันค่ะ นอกจากนั้นจะมีรายละเอียดของพื้นที่ส่วนที่สูง Double Volume โดย Santa Maria ส่วนรับรองแขกจะเป็นพื้นที่ฝ้าเพดานสูง ส่วนบ้าน San Macro จะได้พื้นที่ส่วนกินข้าวที่มีฝ้าเพดานสูงแทน ทำให้บรรยากาศภายในบ้านจะดูแตกต่างกันอยู่นะคะ อย่างส่วนที่ฝ้าเพดานสูงก็จะดู Formal เป็นทางการ เหมาะกับการรับรองแขกจริงจังขึ้นค่ะ

ระบบรักษาความปลอดภัยภายในบ้าน

  • ติดตั้งระบบสัญญาณกันขโมยแบบ Magnetic และ Shock Sensor ทั้งหลัง ส่งสัญญาณไปยังส่วนกลาง

Elder care solution ห้องนอนสำหรับผู้สูงอายุ

  • ทางลาดจากที่จอดรถ ขึ้นไปยังตัวบ้านชั้น 1 ภายในตัวบ้านชั้น 1 ระดับเดียวกัน รองรับการใช้งาน Wheelchair
  • ประตูทางเข้าห้องนอนเป็นบานเลื่อน
  • พื้นห้องนอนชั้นล่างเลือกใช้ Shock Absorption Floor มีความฝืดมากกว่าปกติ(ช่วยให้ไม่ลื่น เมื่อเทียบกับวัสดุอื่น)
  • มุมพักผ่อนส่วนตัวในห้องนอนผู้สูงอายุ
  • ห้องน้ำระดับเดียวกับตัวห้องนอน, เลือกใช้ Smart drain เพื่อระบายน้ำ, โถสุขภัณฑ์ระบบอัตโนมัติ, ราวจับ Cotto

วัสดุภายในบ้าน

  • บานประตูทำด้วยไม้สัก มือจับยี่ห้อ Bowin
  • พื้นเฉลียง – ปูด้วยหินแกรนิตหนา 2 ซม.
  • พื้นชั้นล่าง – กระเบื้องลายหินอ่อนขนาด 60×120 ซม.
  • พื้นชั้นบน – Engineering Wood
  • พื้นบันได – ไม้แดง, ราวจับ – เหล็ก Wrought iron และ เหล็กลายฉลุ สีดำปัดแดงนาค
  • ภายในห้องน้ำ – สุขภัณฑ์ใช้ของ Kohler , อ่างอาบน้ำของ Kasch, Top เคาน์เตอร์ เป็นหินเทียม , Master Bathroom จะมีฉากกั้นอาบน้ำ, อ่างอาบน้ำ ,อ่างล้างหน้าแบบ His&Her และระบบน้ำร้อนให้

ดูข้อมูลโครงการกันไปแล้ว เชิญชมบ้านตัวอย่างกันต่อเลยค่ะ ขอเริ่มจากบ้านใหญ่ที่สุดก่อนนะคะ

San Macro

San Macro เป็นแบบบ้านที่รองรับครอบครัวขนาดใหญ่ อยู่อาศัยกันแบบ 3 generations มีพื้นที่เยอะ สามารถแบ่งกั้นพื้นที่ต่างๆออกเป็นฟังก์ชันย่อยได้หลากหลาย อย่างที่ชั้น 1 จะสามารถแบ่งฟังก์ชันออกได้ 2 ฝั่ง ฝั่งแรกคือฝั่งที่จอดรถ บ้านแบบนี้สามารถจอดรถในร่มได้ 4 คัน และฟังก์ชันทางฝั่งนี้จะเป็นส่วน Service ของบ้าน เป็นพื้นที่ของแม่บ้าน ครัว ซึ่งส่วนแม่บ้านจะแยกทางเข้า-ออกจากส่วนอื่นๆของบ้าน ในช่วงเวลากลางคืนหรือช่วงที่เจ้าของบ้านไม่อยู่ก็สามารถปิดบ้านส่วนครัวเอาไว้ได้ แม่บ้านก็อยู่พื้นที่ของตัวเองไม่สามารถเข้ามาส่วนบ้านใหญ่ได้ค่ะ

จากที่จอดรถก็จะมีประตูเข้าบ้านอีกทาง ตรงนี้จะติดตั้ง Digital Door Lock เอาไว้ให้ และใกล้กับบันไดทางขึ้นชั้น 2 ของบ้านเลย ในกรณีที่มีแขกของคุณพ่ออยู่ที่ห้องกินข้าวหรือห้องรับแขก ลูกกลับมาก็เข้าประตูนี้ขึ้นชั้น 2 ได้เลยไม่รบกวนกันค่ะ ส่วนประตูทางเข้าหลักจะอยู่ทางหน้าบ้าน มีทางลาดจากที่จอดรถขึ้นไปยังเฉลียงหน้าบ้าน เป็นพื้นที่ในร่มกันแดดกันฝนได้ และรองรับการใช้งานอย่าง Wheelchair ค่ะ

ฟังก์ชันหลักที่ชั้น 1 จะเป็น Common Area ขนาดใหญ่ ต่อเนื่องกันไป และมีห้องนอนอยู่ 1 ห้อง เป็นห้องที่ออกแบบเพื่อรองรับการใช้งานของผู้สูงอายุ มีพื้นที่พักผ่อนและห้องน้ำในตัวค่ะ ส่วนพื้นที่ Common Area เราจะขอแบ่งเป็น 2 ส่วนทางฝั่งหน้าบ้านและทางฝั่งหลังบ้าน ทางฝั่งหน้าบ้านจากทางเข้าจะแบ่งพื้นที่ออกทางซ้ายและขวา สามารถกั้นเป็นห้องได้นะคะ พื้นที่ทางฝั่งนี้จะสูง 3 เมตร ส่วนพื้นที่ฝั่งหลังบ้านจะเป็นส่วนที่ออกแบบให้มีฝ้าเพดานสูง เป็น Double Volume ที่เชื่อมต่อกับชั้น 2 ของบ้านได้ ส่วนนี้เหมาะกับการจัดเป็นห้องรับประทานอาหาร รองรับได้ 8-12 ที่นั่งเลย และทำ Pantry ไว้ข้างๆได้ ต่อเนื่องไปกับส่วนครัวค่ะ โดยที่ชั้น 1 จะมีห้องน้ำรองรับแขกอยู่ 1 ห้องอยู่ระหว่าง Pantry และ ครัวไทย เป็นห้องแบบ Powder Room ไม่มีส่วนอาบน้ำค่ะ

ขึ้นมาที่ชั้นสอง ตัวบันไดจะอยู่กลางๆบ้าน แบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ฝั่งค่ะ ฝั่งที่อยู่บนที่จอดรถจะเป็นห้องนอน 3 ห้อง ห้องที่อยู่ฝั่งหน้าบ้านจะพิเศษกว่าห้องอื่นตรงที่มีระเบียงส่วนตัวภายในห้องนอน แต่การออกแบบของทุกห้องจะเป็นห้องที่อยู่อาศัยได้สบาย วางเตียงขนาดใหญ่ได้ มีมุมทำงาน ดูทีวี มีมุมทำ Walk-in Closet และห้องน้ำในตัว ส่วนอีกฝั่งของบันไดจะเป็น Family Area และ Master Bedroom ค่ะ ภายใน Master Bedroom ก็จะเป็นห้องขนาดใหญ่ จัดชุดโซฟาสำหรับนั่งเล่นพักผ่อนภายในห้องได้ มีระเบียงส่วนตัว และสามารถกั้นห้อง Walk-in Closet ขนาดใหญ่ได้ อยู่หน้าห้องน้ำ โดยที่ห้องน้ำก็จะออกแบบให้ใหญ่ขึ้นกว่าห้องอื่น มีอ่างล้างหน้าแบบ His&Her มีอ่างอาบน้ำ เลือกใช้ระบบน้ำร้อน สุขภัณฑ์ต่างๆก็จะอัพเกรดเป็นรุ่นที่ดีขึ้นกว่าห้องอื่นๆค่ะ

มาดูที่ตัวบ้านกันค่ะ โครงการนี้จะมีจุดเด่นเรื่องบ้านขนาดใหญ่ และเป็นบ้านหน้ากว้าง ช่วยส่งเสริมให้บ้านดูมีขนาดใหญ่ขึ้นด้วยค่ะ โดยตัวบ้านจะออกแบบมาในรูปแบบเวนิสแบบอิตาลี

สิ่งที่น่าสนใจสำหรับเราคือถึงแม้ตัวบ้านจะสร้างเป็นบ้านเต็มที่ดินแต่การออกแบบตัวอาคารฝั่งด้านหน้ามีองค์ประกอบทางเดิน แผงบังแดด หรือระเบียงที่ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับฟังก์ชันที่อยู่ภายในบ้าน เมื่อมองจากหน้าบ้านเข้าไปก็จะไม่เห็นภายในตัวบ้านตรงๆ

ที่จอดรถของบ้าน San Macro จะมีอยู่ 4 คันค่ะ เป็นที่จอดรถในร่ม ตัวประตูรั้วก็จะได้เป็นประตูบานเลื่อนอัตโนมัติ เปิดเก็บสุด 1 ฝั่งเลย

ฟังก์ชันที่อยู่ด้านหลังที่จอดรถนั้นจะเป็น Function Service เจอกับลานซักล้าง และพื้นที่ส่วนของแม่บ้าน เวลาซื้อของเข้าบ้าน ก็สามารถเรียกแม่บ้านให้มาช่วยถือของได้ง่าย และถือตรงเข้าครัวได้ทันทีโดยที่ไม่รบกวนคนที่ใช้งานฟังก์ชันหลักในบ้านค่ะ

ฟังก์ชัน Service ของแม่บ้านก็จะมีโซนแยกออกจากตัวบ้านเลย มีห้องน้ำ ห้องนอนแม่บ้าน 2 ห้องค่ะ เวลาใช้งานจริงช่วงกลางคืนหรือว่าช่วงเวลาที่ครอบครัวเดินทางไปพักผ่อนก็สามารถล็อกบ้านได้ ในขณะที่แม่บ้านก็ยังอยู่อาศัยได้ตามปกติค่ะ

พื้นที่ส่วนนี้ก็จะมีส่วนซักล้างอยู่ด้วย มีการเดินงานระบบเอาไว้ให้สำหรับติดตั้งเครื่องซักผ้า ตั้งอยู่ในร่มค่ะ ส่วนห้องแม่บ้านจะมีอยู่ 2 ห้อง ขนาดพอดีห้องละ 1 คนอาศัย ส่วนห้องน้ำจะใช้ร่วมกันค่ะ

มาดูพื้นที่รอบๆตัวบ้านกันค่ะ ด้วยความที่บ้านของโครงการนี้ จะเป็นบ้านที่สร้างคับที่ หรือว่าพอดีกับที่ดิน ทำให้รอบๆตัวบ้านจะมีระยะเหลือประมาณ 2-3 เมตรเท่านั้น(ในแปลงมาตรฐานนะคะ) แต่ก็ยังสามารถปลูกต้นไม้เอาไว้ เป็นวิวสีเขียวให้กับภายในบ้านค่ะ

กลับมาที่หน้าบ้าน ก็จะลงต้นไม้เอาไว้ให้ตามที่เห็นเลยค่ะ มีหญ้า ไม้ดอก ไม่พุ่ม ต้นไม้คละๆ

กลับมายังที่จอดรถกันอีกครั้ง เราชอบรายละเอียดลวดลายที่พื้นของที่จอดรถ ที่ออกแบบมาไม่ได้เป็นแบบเรียบๆ แต่มีลายโค้งล้อไปกับ Facade หรือแผงกันแดดหน้าบ้านค่ะ

บริเวณที่จอดรถก็จะมีช่องเก็บของเอาไว้ให้ สามารถเก็บพวกอุปกรณ์ซ่อมบำรุง ดูแลสวนตรงนี้ได้ค่ะ หน้าบานตู้เป็นบานเกล็ดช่วยระบายอากาศด้วย

จากที่จอดรถจะมี 2 ทางเข้าบ้าน ทางซ้ายเป็นประตูทางเข้าจากที่จอดรถ ส่วนทางขวาจะเป็นทางลาดไปยังประตูฝั่งหน้าบ้าน

ตำแหน่งประตูทางเข้าที่จอดรถจะเป็นประตูบานไม้สัก ออกแบบลูกฟักประตูเป็นเหมือนตารางให้เข้ากับ Concept บ้าน ตรงนี้จะติดตั้ง Digital Door Lock เอาไว้ค่ะ เป็นจุดที่ผู้อยู่อาศัยในบ้านใช้เป็นประจำแน่นอน เพราะใกล้กับที่จอดรถ

ส่วนทางลาดจะเป็นทางที่ขึ้นไปยังประตูหน้าบ้าน พื้นที่ส่วนนี้จะเป็นพื้นที่ในร่มค่ะ แต่มีความสูงเท่ากับตัวบ้าน 2 ชั้น สามารถมองขึ้นไปยังระเบียงชั้นบนได้

ส่วนที่เป็นทางลาดนั้น เมื่อมองจากหน้าบ้านจะมีราวกันตกเหล็ก แนวพุ่มไม้ และแผงกันแดดช่วยพรางตา ให้ตัวบ้านดูสวยงามเพิ่มความเป็นส่วนตัวเวลาใช้งานค่ะ

รายละเอียดของแผงกันแดดค่ะ ช่วงที่แดดส่องแรงๆ แสงและเงาน่าจะสวยไม่เบานะ

พาเดินดูรอบๆตัวบ้านไปแล้ว เดี๋ยวเราจะเข้าไปในบ้านกันนะคะ ทางเข้าหลักจากหน้าบ้านจะออกแบบให้ตัวอาคารตำแหน่งนี้มีความสูงมากกว่าส่วนอื่นๆค่ะ เป็นการเน้นทางเข้าให้ดูโออ่ามากขึ้น

บานประตูจะเป็นไม้สักบานเปิดสวิงคู่ มือจับใช้ของ Bowin

เข้ามาในบ้านเราจะเจอกับ Foyer หรือว่าโถงต้อนรับกันก่อนเลย (ภาพบน) เป็นบ้านตัวอย่างที่กั้นพื้นที่แต่ละส่วนออกจากกันค่ะ (ภาพล่าง) เป็นบ้านมาตรฐานที่ขาย จะได้เป็นพื้นที่เปิดโล่ง ด้วยขนาดที่ใหญ่ของพื้นที่นั้น สามารถออกแบบหรือกั้นห้องภายในได้หลากหลายเลย

ส่วนที่เป็นโถงต้อนรับ ในบ้านตัวอย่างจะจัดมุมนั่งรอให้ดูเป็นไอเดียค่ะ เป็นมุมที่ดูน่ารักดีนะคะ

พื้นที่ทางขวามือในบ้านตัวอย่างจะออกแบบให้เป็นห้องรับแขก ตำแหน่งนี้สามารถกั้นเป็นห้องปิดได้นะคะ เผื่อใครต้องการรับแขก พูดคุยกันก็จะได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ตรงนี้จะมีประตูออกไปยังข้างบ้านได้ อาจจะต่อเติมเฉลียงเพิ่มเติมได้นะคะ

ห้องนี้อาจจะใช้เป็นห้องรับแขกหรือว่าห้องนั่งเล่นไปในตัวได้เลย จัดวางโซฟาขนาดใหญ่ได้สบายค่ะ

จากโถงทางเข้าทางซ้ายมือฝั่งหน้าบ้าน ในบ้านตัวอย่างนี้จะกั้นห้องเพิ่มเติมเป็นห้องสำหรับงานอดิเรก สามารถปรับเป็นห้องทำงานหรือห้องอ่านหนังสือได้นะคะ เผื่อครอบครัวไหนมีลูกและมีเพื่อนมาติวหนังสือก็จะได้ห้องที่เหมาะสม กั้นแยกใช้งานได้อย่างมีสมาธิค่ะ

ภายในห้องไม่มืดเลย เพราะมีหน้าต่างบานใหญ่ รับแสงและมองวิวทางฝั่งหน้าบ้านได้นะคะ

ถัดเข้ามายังพื้นที่ฝั่งด้านในของบ้าน เราจะเจอกับห้องผู้สูงอายุทางขวามือ และส่วนรับประทานอาหารอยู่ตรงกลางของบ้าน

ห้องนอน 1 (ห้องผู้สูงอายุ)

ขอพามาดูในห้องผู้สูงอายุกันก่อนค่ะ ห้องนี้จะเปลี่ยนวัสดุพื้นเป็นวัสดุที่เรียกว่า Shock Absorption Floor โดยจะมีความนุ่มกว่าพื้นทั่วๆไป

ขนาดพื้นที่ในห้องเรามองว่าค่อนข้างกว้างเลยค่ะ นอกจากจะวางเตียงนอนขนาดใหญ่กลางห้องแล้ว ยังเพิ่มมุมนั่งเล่นส่วนตัวภายในห้องได้ด้วย

ส่วนมุมตู้เสื้อผ้าหรือชั้นวางของก็ทำ Built-in ใกล้กับประตูทางเข้าได้ หรือจะแบ่งพื้นที่หน้าห้องน้ำทำเป็นตู้เสื้อผ้าหรือชั้นเก็บของเพิ่มเติมก็ได้ค่ะ

มีห้องน้ำส่วนตัวในห้องนอนค่ะ โดยห้องน้ำนี้ก็จะติดตั้งราวจับไว้ให้ เผื่อคุณปู่คุณย่าใช้งานจะได้มีที่จับพยุงตัว

นอกจากนั้นระดับพื้นภายในห้องน้ำและห้องนอนจะอยู่ระดับเดียวกัน ป้องกันการสะดุดล้มได้นะคะ และเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำจากการอาบน้ำไหลเปียกเลอะมาภายในห้องนอนก็ได้มีการออกแบบ Floor Drain หรือท่อระบายน้ำดีไซน์ยาวไว้ระหว่างพื้นที่อาบน้ำ-ส่วนล้างมือ และห้องน้ำ-ห้องนอน

สุขภัณฑ์หลักๆแล้วจะได้ของ Kohler อ่างล้างหน้าก็มีตู้เก็บของด้านใต้ดูเรียบร้อยสวยงาม ส่วนโถสุขภัณฑ์ห้องนี้จะได้ระบบอัตโนมัติค่ะ

ส่วนพื้นที่อาบน้ำก็จะติดตั้งมือจับไว้ให้เช่นกัน ตรงนี้จะมีช่องวางของเอาไว้ให้วางอุปกรณ์อาบน้ำต่างๆด้วยค่ะ

ออกจากห้องนอนชั้นล่างมาจะเป็นพื้นที่ส่วนรับประทานอาหารนะคะ ส่วนนี้ถือว่าเป็นใจกลางบ้านก็ว่าได้ ออกแบบให้มีความสูงแบบ Double Volume

ตัวกระจกแม้ว่าจะเป็นบานใหญ่ แต่เปิดไปทางฝั่งหลังบ้าน เป็นตำแหน่งที่ทำให้แสงสว่างเข้ามาสู่ด้านในบ้านได้เต็มที่ค่ะ พื้นที่ตรงนี้จะได้มาเป็นแบบโล่งๆเลย แต่เตรียมงานระบบต่างๆไว้ให้พร้อมเผื่อใครจะทำ Pantry เพิ่มเติม

จุดนี้เรามองว่าพอจัดเป็นมุมกินข้าว บรรยากาศจะดูเป็นทางการมากขึ้น เป็นงานเลี้ยงรับแขกแบบจริงจัง แต่ในความเป็นจริงเราอาจจะใช้พื้นที่ส่วนนี้จัดเป็นห้องนั่งเล่นแทนก็ได้นะคะ แล้วแต่ความต้องการของครอบครัวเลย

ส่วนที่ออกแบบไว้ให้เป็น Pantry ก็จะมีความสูงระดับปกติ เวลาออกแบบเคาน์เตอร์ หรือว่าตู้เก็บของต่างๆก็สะดวกมากขึ้น

จะออกแบบให้เป็นห้องปิดก็ได้นะคะ หรือจะเป็นเคาน์เตอร์รูปตัว L แบบในบ้านตัวอย่างและมี island ตรงกลางก็จะช่วยให้พื้นที่ต่อเนื่องดี

มองจาก Pantry ไปทางฝั่งหน้าบ้านจะเห็นมุมห้องทำงาน และทางเข้าบ้านค่ะ

มาดูพื้นที่หลัง Pantry กันค่ะ ทางซ้ายมือจะเป็นบันไดทางขึ้นชั้น 2 ของบ้าน โดนพื้นที่ใต้บันไดนั้นก็จะเป็นห้องเก็บของค่ะ ส่วนทางขวามือจะเป็นห้องน้ำที่ชั้น 1 สำหรับรองรับการใช้งาน Common Area เลย เดินตรงไปอีกทางซ้ายมือเป็นทางเข้าบ้านจากที่จอดรถ ส่วนทางขวามือเป็นห้องครัวค่ะ

ห้องน้ำที่ชั้น 1 นี้จะได้เป็นแบบ Powder Room คือไม่มีส่วนอาบน้ำนะคะ ได้กระจกเงาบานใหญ่เลย และโถสุขภัณฑ์แบบชิ้นเดียว ดีไซน์ดูดี

ข้างๆกับประตูทางเข้าจากที่จอดรถจะมีพื้นที่ตู้สำหรับเก็บรองเท้าอยู่ (บ้านมาตรฐานจะได้บานเปิดคู่สีขาวนะ) เรามองว่าเวลาใช้งานจริงเจ้าของบ้านมักจะใช้ทางเข้านี้เป็นหลักค่ะ เพราะใกล้กับที่จอดรถด้วย ดังนั้นจะเข้า-ออกบ้าน การมีชั้นวางรองเท้าตรงนี้ก็จะสะดวกสำหรับใช้งานมากกว่าตำแหน่งอื่น ถ้าไม่เพียงพอก็ยังใช้พื้นที่ใต้บันได หน้าห้องเก็บของทำเป็นชั้นวางรองเท้าเพิ่มเติมได้อีก

ส่วนครัวก็จะได้เป็นพื้นที่โล่งนะคะ เดินงานระบบไฟ – ระบบน้ำรองรับการต่อเติม
สำหรับโครงการนี้ภายในบ้านที่ให้มาจะเป็นพื้นที่โล่งๆเสียส่วนใหญ่ เนื่องมาจากกลุ่มครอบครัวที่ซื้อบ้านราคานี้มักจะมี Interior designer มาช่วยตกแต่งภายในบ้านค่ะ เพื่อให้ดีไซน์หรือ Mood&Tone บ้านไปในทิศทางเดียวกันสร้างใหม่มักจะง่ายกว่าการรื้อทิ้งนะคะ

จากพื้นที่ครัวก็เปิดออกไปยังโซนพี่ๆแม่บ้านต่อได้ค่ะ

จบที่ชั้น 1 กันแล้ว เราจะพาขึ้นไปดูยังชั้น 2 กันนะคะ

ในบ้านมาตรฐานจะได้แบบนี้ค่ะ ผนังจะเป็นสีขาว บันไดเป็นไม้แดง ราวกันตกเหล็ก

ขึ้นมาที่ชั้นสอง เนื่องจากบันไดอยู่กลางบ้าน เราเลยสามารถแยกพื้นที่ออกเป็นสองฝั่งได้นะคะ ทางขวามือจะเป็น Family area และ Master Bedroom ส่วนทางซ้ายมือเป็นห้องนอน 3 ห้องค่ะ เดี๋ยวพาไปสำรวจห้องนอนเล็กก่อนนะ

ห้องนอนเล็กนั้นจะเป็นห้องที่อยู่ฝั่งหน้าบ้าน 1 ห้องและห้องทางฝั่งหลังบ้านอีก 2 ห้อง

ห้องนอน 2

ห้องแรกที่พาไปดูเป็นห้องนอนทางฝั่งหน้าบ้านค่ะ ห้องนี้จะมีความแตกต่างจากห้องอื่นตรงที่มีระเบียงส่วนตัวภายในห้อง

ภายในตัวห้องแบ่งพื้นที่เป็น 2 ส่วนหลักๆคือส่วนสำหรับวางเตียงนอนและฝั่งห้องน้ำที่สามารถทำ Walk-in Closet ด้านหน้าได้

ด้วยขนาดแล้วสามารถเลือกวางเตียงขนาดใหญ่ได้นะคะ โดยยังมีพื้นที่รอบๆเตียงเดินไปมาได้สบาย

ที่เราชอบคือระเบียงจะได้ขนาดใหญ่ และเป็นระเบียงในร่ม อาจจะจัดมุมนั่งเล่นตรงนี้เพิ่มเติมได้ด้วย หรือจะปลูกต้นไม้ก็ดีค่ะ

ห้องน้ำและพื้นที่แต่งตัวก็แยกออกเป็นสัดส่วนนะคะ โดยที่ปลายเตียงยังหาชั้นวางทีวีมาตั้งหรือจัดมุมทำงานได้

ตรงนี้จัดตู้เสื้อผ้าเข้ามุมเป็นรูปตัว L ได้เลยค่ะ ต่อเนื่องไปกับห้องน้ำ ใช้งานสะดวก

ห้องนอน 3

ห้องนอนถัดมาจะเป็นห้องนอนที่มีตำแหน่งอยู่ฝั่งหลังบ้านค่ะ ตรงนี้การวางผังและขนาดห้องก็จะคล้ายกับห้องนอนที่แล้วนะ เพียงแต่จะไม่มีระเบียงค่ะ

วางเตียงขนาดใหญ่ได้ ปลายเตียงมีทางเดินกว้าง เพิ่มชั้นวางทีวีและมุมทำงานได้ด้วย

ด้านในมีพื้นที่สำหรับทำ Walk-in Closet อยู่หน้าห้องน้ำ

ห้องน้ำจะมีหน้าต่างอยู่ด้านใน แยกพื้นที่ส่วนเปียก-ส่วนแห้งเอาไว้ให้ค่ะ

โทนสีกระเบื้องและสุขภัณฑ์ต่างๆจะได้แบบนี้นะคะ เป็นของ Kohler ค่ะ

ห้องนอน 4

สำหรับใครที่ชอบแบบบ้านนี้แต่สมาชิกภายในบ้านมีไม่มาก ห้องนอนนี้ในบ้านตัวอย่างได้ดัดแปลงเป็นห้องดูหนัง Entertainment Room ค่ะ

ด้วยขนาดแล้วเราสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันได้ง่ายเลยนะคะ

เราชอบไอเดียนี้ตรงที่… ถ้าเราปรับเป็นห้องดูหนังแล้ว ตำแหน่งที่เป็น Walk-in Closet ก็เปลี่ยนเป็น Counter Bar แทนได้ วางตู้เย็น ชงเครื่องดื่ม ดูหนัง ฟังเพลงเพลินๆ มีห้องน้ำในตัวอีก

Family Area

Family Area เปรียบเสมือนใจกลางบ้านของพื้นที่ชั้น 2 ค่ะ เป็นพื้นที่สำหรับครอบครัว และยังเป็นส่วนที่เชื่อมต่อกับ Double Volume ที่ชั้น 1 ได้ด้วย

มองลงไปเห็นพื้นที่ส่วนรับประทานอาหารด้านล่างค่ะ ได้เห็นว่าสมาชิกในครอบครัว ทำอะไรอยู่ไหนได้

เราสามารถกั้นให้พื้นที่ส่วนนี้เป็นห้องปิดได้นะคะ เผื่อใครจัดเป็นห้องนั่งเล่นของครอบครัว เล่นเกมส์กันกับพี่น้อง เสียงก็จะได้ไม่ดังรบกวนผู้ที่ใช้งานชั้นล่างค่ะ

ห้องนอน 5 (Master Bedroom)

ห้องสุดท้ายของบ้านหลังนี้จะเป็นห้อง Master Bedroom ตรงหน้าทางเข้าจะมีพื้นที่เล็กๆอยู่ จัดเป็นของตกแต่ง หรือว่า Pray Room ได้ค่ะ

Master Bedroom เป็นห้องที่มีพื้นที่ภายในขนาดกว้าง มีระเบียงในตัว เราสามารถแบ่งพื้นที่ออกเป็นส่วนนั่งเล่น และ ส่วนพักผ่อนได้ค่ะ

ในบ้านตัวอย่างจะมี Partition กั้นโซนแยกไว้ ส่วนที่ใกล้กับประตูทางเข้าก็จัดเป็นโซฟาพักผ่อน

ส่วนด้านในก็จะเป็นตำแหน่งวางเตียงนอนค่ะ

ด้วยขนาดพื้นที่ภายในแล้วสามารถจัดได้หลายรูปแบบ ที่เราชอบอย่างหนึ่งคือไม่ได้ออกแบบให้ห้องนี้มีหน้าต่างมากเกินไป ยังมีผนังทึบไว้เผื่อวางเฟอร์นิเจอร์หรือกั้นผนังแบ่งพื้นที่ค่ะ

ในห้องนอนใหญ่นี้ก็จะมีระเบียงส่วนตัว ราวกันตกเป็นเหล็กดีไซน์เข้ากับตัวบ้านและบันไดค่ะ ขนาดไม่ใหญ่มาก ออกไปยืนสูดอากาศกำลังพอดี

อาจจะปลูกต้นไม้ที่ระเบียงก็ได้นะคะ มองจากห้องนอนออกมาจะได้เห็นใบไม้ ดอกไม้สีสัน ตื่นนอนมาก็จะได้สดชื่น

อีกส่วนของห้องนอนจะเป็นพื้นที่สำหรับจัดเป็นห้องแต่งตัวขนาดใหญ่ค่ะ

พื้นที่ส่วนนี้จะเป็นผนังทึบทั้งหมด แปลว่าทำ Built-in ได้รอบด้านเลย และก็ยังทำ island ตรงกลางได้ด้วยค่ะ

จากห้องแต่งตัวก็จะอยู่ติดกับห้องน้ำค่ะ ห้องน้ำนี้ประตูทางเข้าจะเป็นบานเปิดคู่นะคะ

เข้ามาจะเจอกับห้องน้ำโทนสีขาว พื้นที่ขนาดใหญ่ ตรงกลางจะเป็นอ่างล้างหน้า

ได้เป็นแบบ His&Her ใช้งานพร้อมๆกันได้

ตัวอ่างจะเป็นแบบฝังใต้เคาน์เตอร์ และห้องน้ำใน Master Bedroom จะได้ระบบน้ำร้อนค่ะ (ห้องอื่นๆจะเป็นระบบน้ำอุ่นนะ)

ทางขวามือเราจะเจอกับอ่างอาบน้ำของ Kasch

ส่วนทางซ้ายมือจะเป็นห้องอาบน้ำและโถสุขภัณฑ์ค่ะ

โถสุขภัณฑ์ชิ้นเดียวแบบอัตโนมัติ ดีไซน์สวยงาม

ห้องอาบน้ำก็จะติดตั้งฉากกั้นกระจกไว้ให้ และได้ฝักบัวทั้งแบบ Hand Shower และ Rain Shower เลยค่ะ

Layout ห้องอาบน้ำเป็นแปดเหลี่ยม ดูแปลกตาดีนะคะ

จุดที่ชอบอีกอย่างคือพื้นที่สำหรับวางของวางอุปกรณ์อาบน้ำมีให้มาเยอะมากค่ะ ตัวเราเองเข้าใจนะเพราะว่าจะมีสบู่และแชมพูหลายแบบใช้สลับๆกัน บางช่องอาจจะเอาไว้วางโลชั่นหรือ Diffuser สร้างบรรยากาศในห้องน้ำก็ได้ค่ะ

และทั้งหมดนี้ก็เป็นแบบบ้านขนาดใหญ่ที่สุด San Macro ในเฟส 3 ของโครงการค่ะ


Santa Maria

แบบบ้านต่อมาที่จะพาไปดูเป็นบ้านที่มีชื่อว่า Santa Maria ค่ะ ก่อนที่จะไปดูตัวบ้าน เราดูผังบ้านกันก่อนนะคะ

แบบบ้านนี้จะจอดรถภายในบ้านได้ทั้งหมด 4 คันค่ะ จากที่จอดรถจะมีทางไปยังโซนแม่บ้านที่อยู่ด้านหลัง ทำให้เวลาซื้อของกินเข้าบ้านก็ตรงเข้าครัวได้เลย นอกจากนั้นจากที่จอดรถก็จะมีทางเข้าสู่ตัวบ้านด้วย โดยเข้าไปจะเจอกับส่วนที่เป็นทางเดินหน้าห้องครัวค่ะ ส่วนทางเข้าหลักของบ้านก็จะอยู่ทางด้านหน้า และมีทางลาดจากที่จอดรถขึ้นไปยังทางเข้าหลักเช่นเดียวกับบ้านแบบที่แล้ว

จากทางเข้าหลักเมื่อเข้ามาในตัวบ้านจะเจอกับ Foyer ก่อน ทางซ้ายมือของบ้านจะเป็น Living Area หรือส่วนต้อนรับแขก พื้นที่ส่วนนี้จะมีความสูงแบบ Double Volume ซึ่งจะแตกต่างจากบ้านแบบที่แล้วนะคะ ถัดเข้ามาเราจะเจอกับโถงบันได ซึ่งอยู่ด้านข้างของตัวบ้าน ส่วนพื้นที่ด้านในจะเป็นพื้นที่โล่งยาวต่อเนื่อง จัดฟังก์ชัน Pantry, พื้นที่รับประทานอาหาร และ พื้นที่นั่งเล่นได้ค่ะ โดยบริเวณนี้จะมีความสูงแบบปกติ (3 เมตร) มีกระจกล้อมรอบ 2 ด้าน(เป็นรูปตัว L) และตำแหน่งที่อยู่ฝั่งหลังบ้านทำให้บรรยากาศดูเป็นส่วนตัวมากขึ้นค่ะ นอกจากฟังก์ชัน Common Area ที่สมาชิกทุกคนในบ้านจะมาใช้ร่วมกันแล้ว ที่ชั้น 1 จะมีห้องนอนผู้สูงอายุอยู่เช่นกัน โดยห้องนี้จะอยู่ฝั่งหน้าบ้านค่ะ ใกล้กับที่จอดรถ เป็นห้องที่ออกแบบไว้รองรับการใช้งานของผู้สูงอายุค่ะ

ขึ้นมาที่ชั้น 2 ของบ้าน ที่ชั้นนี้จะมีห้องนอนเล็ก 2 ห้องทางฝั่งหลังบ้าน , Family Area ที่อยู่ตรงกลาง และ Master Bedroom โดย Family Area นั้นเราสามารถกั้นเป็นห้องปิดได้ จัดมุมทำงานหรือห้องพระหน้า Master Bedroom เพิ่มเติมก็ได้ และมี Balcony ที่เป็น Open space ในร่มขนาดใหญ่ จัดมุมพักผ่อนได้อีกค่ะ ส่วนในห้องนอนแต่ละห้องนั้นก็จะมีขนาดกว้าง วางเตียงขนาดใหญ่ มุมดูทีวี วางโต๊ะเครื่องแป้ง มีพื้นที่สำหรับ Walk-in Closet และมีห้องน้ำในตัว ส่วน Master Bedroom ก็จะมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นค่ะ

Santa Maria ยังคงรูปลักษณ์บ้านที่นำเอาองค์ประกอบแบบเวนิส มาใช้คล้ายกับแบบ San Macro ซึ่งตัวบ้านก็ยังเป็นบ้านหน้ากว้าง สร้างเต็มพื้นที่ทำให้บ้านดูขนาดใหญ่ค่ะ

แบบบ้านนี้สามารถจอดรถในร่มได้ 4 คันค่ะ

จากที่จอดรถก็จะมีพื้นที่เก็บของให้ และมีประตูเข้าบ้าน ซึ่งประตูนี้จะติดตั้ง Digital Door Lock เอาไว้ แต่ในกรณีที่ผู้สูงอายุต้องการใช้ Wheelchair ก็มีทางลาดไปสู่ประตูฝั่งหน้าบ้านค่ะ

ส่วน Service จะอยู่ด้านข้างบ้านหลังที่จอดรถ พื้นที่แยกออกมาเป็นสัดส่วน คุณแม่บ้านก็ทำงานซักผ้า รีดผ้า จัดเตรียมอาหารบริเวณนี้ค่ะ

บ้านแบบ Santa Maria จะมีห้องแม่บ้านอยู่ 1 ห้องค่ะ โดยโซนนี้ก็จะมีห้องน้ำแยกออกมา และมีพื้นที่สำหรับจัดเป็น Laundry อยู่ในอาคาร

พื้นที่ด้านหลังบ้านเว้นระยะเอาไว้พอประมาณ สามารถจัดเป็นสนามหญ้า ปลูกต้นไม้ต่างๆเพื่อเป็นมุมมองสีเขียวเพิ่มความสดชื่นให้กับฟังก์ชันภายในบ้านได้

ด้านข้างบ้านตรงนี้ทำเป็นไอเดียให้ดูค่ะ เผื่อใครชอบก็จัดมุมนั่งเล่น Outdoor ข้างบ้านได้นะ

ที่มุมบ้านก็จะมีห้องขยะ ตู้ไฟให้เรียบร้อย

เข้าบ้านกันค่ะ ทางเข้าหลักของ Santa Maria จะอยู่ด้านหน้า โดยมีทางที่ค่อยๆยกระดับจากพื้นขึ้นไป และมีชานพักหน้าประตูในร่มขนาดใหญ่ ยืนหลบแดด ลม ฝนได้ ตรงนี้จะมีการออกแบบกรอบผนังยื่นออกมาจากตัวบ้าน ช่วยเน้นให้ทางเข้าดูโอ่อ่ามากขึ้นค่ะ ส่วนตัวประตูก็จะได้เป็นไม้สักดูสวยงาม

เมื่อเข้าตัวบ้านมาจะเจอกับโถงทางเข้าบ้านก่อนค่ะ ทางซ้ายมือจะเป็นห้องนั่งเล่น/รับรองแขก ส่วนพื้นที่ Common Area หลักของบ้านแบบนี้จะอยู่ลึกเข้าไปทางฝั่งหลังบ้าน

บริเวณโถงทางเข้ามีพื้นที่ด้านข้างสามารถจัดเป็นชั้นวางของตกแต่ง หรือเก็บของได้นะคะ

ห้องนั่งชั้น 1

สำหรับบ้านแบบ Santa Maria ส่วนที่ออกแบบไว้ให้เป็น Double Volume จะเป็นพื้นที่ Living Area ที่อยู่ฝั่งหน้าบ้านค่ะ ทำให้มุมนี้จะได้กระจกสูงเท่ากับบ้าน 2 ชั้นถึง 2 ด้านผนัง ห้องนี้จึงเป็นห้องที่ได้บรรยากาศสูง โปร่งเลยทีเดียว

ห้องนี้สามารถกั้นให้ปิดทึบได้ เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวในการใช้งานค่ะ

ถัดเข้ามาด้านในเราจะเจอกับบันไดทางขึ้นชั้น 2 อยู่ทางซ้ายมือ ซึ่งตำแหน่งบันไดของบ้านหลังนี้จะอยู่ชิดริมฟากหนึ่งของบ้าน ในขณะที่แบบ San Macro บันไดจะอยู่ตำแหน่งกลางบ้านค่ะ ถ้าถามว่าแบบไหนดีกว่าก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานนะคะ เพราะว่าบ้านแบบ San Macro นั้นตำแหน่งบันไดจะใกล้กับที่จอดรถ กลับบ้านดึกๆก็เดินขึ้นชั้น 2 ได้ทันที ไม่รบกวนคนที่ใช้งานพื้นที่ชั้น 1 แต่สำหรับบ้านแบบ Santa Maria จากที่จอดรถ ก็จะต้องเดินผ่าน Living Area ก่อนถึงจะเจอกับบันได คนที่ยังใช้งานพื้นที่ชั้น 1 อยู่ก็รับรู้ได้ว่าใครเข้า-ออกบ้านบ้าง ปฏิสัมพันธ์หรือรูปแบบการใช้ชีวิตในบ้านก็อาจแตกต่างกันไปค่ะ

Common Area ชั้น 1

Santa Maria จะออกแบบพื้นที่ทางด้านหลังบ้านไว้ให้ยาวต่อเนื่องกันไปค่ะ เป็น Common Area ที่จัดพื้นที่นั่งเล่น กินข้าว และ Pantry แบบ Open Space เชื่อมถึงกันได้ค่ะ

พื้นที่ส่วนนี้จะได้กระจกขนาดใหญ่ 2 ด้านของผนัง และด้วยความสูงระดับปกติ 3 เมตร Mood&Tone ของพื้นที่ตรงนี้เหมาะกับการตกแต่งที่ดู Cozy หน่อยๆ ใช้งานร่วมกันกับสมาชิกคนอื่นภายในครอบครัวแบบสบายๆ

มุมโต๊ะกินข้าวก็จัดได้ถึง 10-12 ที่นั่งเลยค่ะ รองรับการจัด Party ได้นะ กินข้าว เล่นเกมส์ ดูทีวีในพื้นที่เดียว

ส่วนที่เป็น Pantry ในบ้านตัวอย่างนั้น จะออกแบบให้เข้ามุมเป็นรูปตัว L และมี Island ตรงกลางค่ะ

ส่วนในบ้านมาตรฐานที่ขายจะได้บ้านเปล่าที่เดินงานระบบต่างๆเอาไว้ให้ แต่ด้วยพื้นที่ที่ให้มาเราว่าจัดได้หลากหลายเลยค่ะ จะกั้นส่วนนี้เป็นห้องเพิ่มเลยก็ได้เช่นกัน

ข้างๆกับตำแหน่งที่เป็น Pantry จะเป็นห้องนอนผู้สูงอายุ (ประตูขวา) และทางเดินไปยังส่วน Service ของบ้าน(ประตูซ้าย)

ห้องนอน 1 (ผู้สูงอายุ)

ห้องนอนที่ชั้นล่างนั้นออกแบบไว้รองรับการใช้งานของผู้สูงอายุค่ะ ตัวพื้นจะเลือกใช้แบบ Absorption Floor

ระยะต่างๆข้างเตียงหรือปลายเตียงก็กว้างอยู่นะคะ รองรับการใช้ Wheelchair ได้

ตำแหน่งห้องนี้จะอยู่ทางฝั่งหน้าบ้าน ซึ่งมีประตูออกไปยังทางลาด (Ramp) หน้าบ้านได้ค่ะ บริเวณนี้อาจจะจัดเป็นมุมนั่งเล่นพักผ่อนส่วนตัวในบ้านได้นะ

นอกจากนั้นก็จะมีห้องน้ำในตัว ที่ติดตั้งราวจับ และใช้ Smart Drain เพื่อระบายน้ำโดยที่ระดับห้องน้ำกับระดับพื้นห้องเท่ากันค่ะ

Service Area

ถัดมาจาก Pantry จะมีทางเดินไปยังส่วน Service ของบ้านค่ะ โดยทางซ้ายมือจะเป็นห้องน้ำรองรับการใช้งานที่ชั้น 1 ทางขวามือจะเป็นประตูไปยังที่จอดรถ และด้านในสุดทางซ้ายจะเป็นห้องครัว

ห้องน้ำจะได้เป็นแบบ Powder room ไม่มีส่วนอาบน้ำค่ะ ดีไซน์เรียบหรู

ใกล้กับประตูทางเข้าที่จอดรถจะมีตู้เก็บของอยู่ เหมาะกับการจัดเก็บรองเท้าต่างๆนะคะ

ส่วนห้องครัวก็ได้ขนาดใหญ่เลย ทำเคาน์เตอร์เป็นรูปตัว U ได้สบายค่ะ

ในบ้านจริงก็จะได้เป็นห้องเปล่านะคะ ต้องทำครัวเพิ่มเติมเอง และจากส่วนครัวก็จะออกไปยังส่วนแม่บ้านได้ค่ะ

จบจากชั้น 1 แล้วเราขึ้นไปดูที่ชั้น 2 ของบ้านกันต่อดีกว่า พื้นที่ใต้บันไดแบ่งไว้ให้เป็นพื้นที่เก็บของค่ะ ส่วนตัวบันไดวัสดุจะเป็นไม้แดง ราวกันตกเหล็กค่ะ

Family Area

ขึ้นมาที่ชั้น 2 ส่วนแรกที่จะเจอคือ Family Area ที่อยู่ฝั่งหน้าบ้าน พื้นที่ตรงนี้จะโล่งต่อเนื่องไปยังหน้าห้อง Master Bedroom ที่อยู่สุดทางเดินเลยค่ะ แต่ในบ้านตัวอย่างจะแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วนค่ะ เพื่อให้ได้ฟังก์ชันการใช้งานมากขึ้น

ส่วนแรกเป็นพื้นที่นั่งเล่น ตรงนี้จะจัดเป็นห้องปิดหรือว่า Open Space ก็ได้นะคะ

ห้องนอนเล็กที่อยู่ชั้น 2 จะอยู่ทางฝั่งหลังบ้าน ทำให้ส่วน Family Area นี้เป็นเหมือนจุดรวมตัวของสมาชิกในบ้านจริงๆ ก่อนนอนก็มานั่งดูหนังด้วยกันตรงนี้ได้

ส่วนพื้นที่อีกจุดหน้าห้องนอนก็สามารถจัดเป็นมุมทำงานเล็กๆได้ หรือว่าจะเป็น Pray Room ก็ได้เช่นกันค่ะ

สิ่งที่เราว่าน่าสนใจคือจาก Pray Room จะเชื่อมต่อกับ Balcony ขนาดใหญ่ ที่มีแผงกันแดดล้อมรอบ ทำให้พื้นที่ตรงนี้จัดเป็นฟังก์ชันนั่งเล่นเพิ่มเติม ปลูกต้นไม้ได้ ใช้งานได้ไม่ร้อน

ห้องนอน 2

ที่ชั้น 2 ของบ้านนี้จะมีห้องนอนทั้งหมด 3 ห้องค่ะ เป็นห้องนอนเล็ก 2 ห้องและ Master Bedroom โดยห้องนี้จะเป็นห้องแรกที่อยู่ใกล้กับบันไดบ้านค่ะ

ข้อดีของห้องนี้คือห้องหัวมุม ทำให้ได้หน้าต่าง 2 ฝั่งผนัง และด้วยความที่บ้านมีพื้นที่ใหญ่ ภายในห้องนอนก็ถือว่ากว้างมาก จัดมุมทำงาน ติดทีวี หรือว่าทำตู้เสื้อผ้าได้เต็มที่

ส่วนมุมหน้าห้องน้ำก็จะมีพื้นที่สำหรับทำ Walk-in Closet เช่นกันนะคะ

ห้องนอน 3

ห้องนอนถัดมาเป็นห้องที่อยู่ตำแหน่งกลางบ้านค่ะ ตัว Layout ห้องกับขนาดภายในก็จะคล้ายกับห้องนอนที่ 2 แต่ว่าจะได้หน้าต่างด้านเดียว เหมาะกับคนที่ไม่ชอบแสงสว่างเยอะ เพราะยิ่งหน้าต่างเยอะก็หมายถึงความร้อนเพิ่มขึ้นตามนะคะ

จากประตูทางเข้าฝั่งขวาจะเป็นพื้นที่พักผ่อน ส่วนฝั่งซ้ายจะเป็นพื้นที่สำหรับตู้เสื้อผ้าและห้องน้ำ

ภายในห้องน้ำก็จะแยกพื้นที่ส่วนเปียกและแห้งเอาไว้ค่ะ มีหน้าต่างเล็กๆเป็นช่องแสงและช่วยระบายอากาศได้

ห้องนอน 4 (Master Bedroom)

Master Bedroom ถือว่าเป็นห้องนอนที่มีขนาดใหญ่ที่สุด อยู่ฝั่งหน้าบ้านและมีระเบียงในตัวค่ะ ภายในห้องที่มีขนาดใหญ่จึงทำให้จัดชุดโซฟาพักผ่อนเพิ่มเติมภายในห้องได้ด้วย

ส่วนพื้นที่ทางฝั่งหลังบ้านจะเป็นห้องแต่งตัวและห้องน้ำ ซึ่งเราสามารถกั้นเป็นห้องปิดแยกออกไปได้นะคะ

พื้นที่ค่อนข้างใหญ่เลย ทำเป็นตู้รอบๆผนังได้เต็มที่ เพิ่มมุมโต๊ะเครื่องแป้งก็ได้ค่ะ

จากห้องแต่งตัวก็จะเชื่อมต่อกับห้องน้ำ ซึ่งประตุทางเข้าก็จะออกแบบเป็นบานเปิดสวิงคู่ ดูแปลกตา

เข้ามาภายในห้องน้ำจะค่อนข้างสว่างเลยค่ะ ได้กระจกขุ่นบานใหญ่ (แสงสว่างเข้าได้ แต่มองไม่เห็น)

ตรงกลางห้องจะวางอ่างอาบน้ำแบบชิ้นเดียวไว้ให้ดูสวยงามของ Kasch

ทางฝั่งซ้ายมือเป็นอ่างล้างหน้าแบบ His & Her เข้ามุมพอดี บริเวณผนังอาจจะแขวนรูปประดับได้นะคะ หรือว่าจะต่อเติมชั้นวางของไว้ เผื่อวางของตกแต่ง จุดเทียนหอม วาง Diffuser หรือลำโพงแบบ Portable สร้างบรรยากาศผ่อนคลายขณะแช่น้ำ

ฝั่งตรงกันข้ามจะเป็นตำแหน่งของโถสุขภัณฑ์และห้องอาบน้ำ

โถสุขภัณฑ์ได้ระบบอัตโนมัติ ดีไซน์สวยงาม

ห้องอาบน้ำมีฉากกั้นให้มาค่ะ ได้ทั้ง Hand Shower และ Rain Shower เลย

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

ราคา

20 August 2020

  • San Macro บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดิน 167.5 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 580 ตร.ม. ราคา 42.9 ล้านบาท
  • Santa Maria บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดิน 141 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 552 ตร.ม. ราคา 37.9 ล้านบาท
  • Kenitra บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดิน 142.9 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 494 ตร.ม. ราคา 35.9 ล้านบาท
  • จอง 300,000 บาท ทำสัญญา 20% ของราคาซื้อขาย
  • ที่ดินเพิ่มลด ราคาตารางวาละ 160,000 บาท
  • ค่าส่วนกลาง 44 บาท/ตร.วา/เดือน จัดเก็บล่วงหน้า 2 ปี
  • ค่าจดจำนอง ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
  • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ซื้อแล้วผู้ขายชำระฝ่ายละครึ่ง

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ

บทสรุป

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง :
Grand Bangkok Boulevard ราชพฤกษ์จรัญฯ ตั้งอยู่บนถนนพรานนก-พุทธมณฑลสาย 4 ซึ่งเป็นถนนตัดใหม่ เปิดใช้งานมาแล้วเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันเป็นถนนที่เริ่มมีร้านอาหาร ปั๊มน้ำมัน ตลาดเปิดบนถนนเส้นนี้บ้างแล้ว ซึ่งเป็นแหล่งของกินให้กับคนที่อยู่โครงการนี้ได้ หรือว่าจะไปใช้งานที่โซนราชพฤกษ์ก็สะดวกเช่นกัน เนื่องจากถนนเส้นนี้สามารถเชื่อมต่อราชพฤกษ์ได้ และใช้เดินทางไปยังโซนพรานนก ศิริราช ผ่านถนนจรัญฯ อีกด้วย ทำให้ในแง่การเดินทางก็มีหลากหลายเส้นทางให้เลือกใช้ค่ะ

ความปลอดภัยในโครงการและตัวบ้าน :
โครงการออกแบบมาให้มี Double Security หรือว่ามีทางเข้า 2 ชั้น เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับคนที่อยู่อาศัยในโครงการ นอกจากนั้นจะมี CCTV ติดภายในหมู่บ้าน ส่วนในตัวบ้านก็จะมีระบบ Magnetic และ Shock Sensor ที่ประตูหน้าต่างทั้ง 2 ชั้นค่ะ

การออกแบบโครงการและพื้นที่ใช้สอย :
แบรนด์ Grand Bangkok Boulevard เป็นบ้านระดับ Luxury ของทาง Sc Asset ดังนั้นในแง่การออกแบบบ้านหรือพื้นที่ใช้งานไม่ได้เน้นที่ปริมาณเป็นหลัก เราจะเห็นว่าในแต่ละฟังก์ชันมีการคิดถึงคุณภาพชีวิตในการอยู่อาศัย การใช้งานพื้นที่นั้นๆด้วย เช่น ที่จอดรถในร่ม ไม่ต้องต่อเติมกันสาดเพิ่มเติม ห้องนอนขนาดใหญ่ จัดฟังก์ชันได้ครบ และมีพื้นที่ใช้ชีวิต(นอกจากการนอน) ที่เป็นส่วนตัว(ในห้องนอน) และการใช้ชีวิตร่วมกัน(ห้องนั่งเล่น ทั้งชั้น 1 และชั้น 2) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่สามารถรองรับการใช้งานในครอบครัวที่มีจำนวนสมาชิกภายในบ้านมาก แบบในโครงการนี้ที่เป็นบ้านขนาดใหญ่ อยู่อาศัยกันได้ 3 Generations ค่ะ

วัสดุ :
ภายในบ้านจะขายบ้านเปล่าที่มีห้องน้ำมาให้ครบ แต่ครัวจะไม่ได้ทำมาให้ สะดวกในการออกแบบต่อเติมให้เหมาะสมกับความชอบของแต่ละครอบครัวภายหลัง ส่วนวัสดุมาตรฐานให้มาดี เหมาะสมกับระดับราคา พื้นกระเบื้อง, Engineering Wood และ Absorption Floor ประตูใช้ไม้สัก พื้นบันไดเป็นไม้แดง ราวกันตกเหล็ก Wrought Iron สุขภัณฑ์ในห้องน้ำได้ของ Kohler รุ่นค่อนข้างดี มีโถอัตโนมัติให้มาหลายจุด ใน Master Bathroom ได้อ่างล้างหน้าแบบ His & Her ได้อ่างอาบน้ำ Kasch ฉากกั้นกระจกและระบบน้ำร้อน

พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ :
ภายในโครงการเน้นพื้นที่สีเขียวมาก บริเวณถนนหลักจะปลูกต้นจามจุรีเอาไว้เป็นแนว ทำให้ดูร่มรื่นสวยงาม และนำสายไฟทั้งหมดในโครงการลงดิน ทำให้ทัศนียภาพด้านในสวยงาม บริเวณกลางโครงการมีสวนขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ซึ่งแบ่งเป็นโซนๆไม่ใช้มีแต่ต้นไม้หรือสนามหญ้า ทำให้ใช้งานได้หลากหลายมุม ไม่น่าเบื่อ และเดินออกกำลังกายได้ค่ะ นอกจากนั้นตามพื้นที่รอบๆโครงการก็ยังมีแนวต้นไม้ใหญ่ สนามหญ้าปลูกไว้เป็นระยะ ทำให้บรรยากาศโดยรวมร่มรื่น

สาธารณูปโภค :
พื้นที่ส่วนกลางหลักจะอยู่ที่หน้าโครงการ เป็น Clubhouse ขนาดกะทัดรัดสูง 2 ชั้น มี Lobby สระว่ายน้ำ ฟิตเนส และมุมรับรองแบบ Open space อยู่ ส่วนพื้นที่สวนจะอยู่ตรงกลางของโครงการค่ะ

Judgement

สำหรับโครงการนี้เป็นโครงการระดับ Super Luxury ที่นอกเหนือจากความคุ้มค่าทางด้าน Functional Value แล้ว ยังมี Emotional Value เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ดังนั้นเราจึงขอไม่ให้คะแนนสำหรับโครงการนี้นะคะ

BOTTOM LINE

Grand Bangkok Boulevard ราชพฤกษ์จรัญฯ เป็นโครงการที่เหมาะกับครอบครัวที่มองหาบ้านและที่ดินขนาดใหญ่ อยู่อาศัยกันได้ 3 Generation บนทำเลโซนราชพฤกษ์ งบประมาณ 35-45 ล้านบาท ชื่นชอบโครงการที่มีบรรยากาศร่มรื่น มีพื้นที่สีเขียวและได้ความสงบเป็นส่วนตัว


ติดตามพวกเราได้ที่
Websitewww.thinkofliving.com
Twitterwww.twitter.com/thinkofliving
YouTubewww.youtube.com/ThinkofLiving
Instagramwww.instagram.com/thinkofliving
Facebook ThinkofLiving