รีวิวฉบับที่ 1886 …  CENTRO สะพานมหาเจษฏาบดินทร์ฯ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งโครงการบ้านแนวราบจาก AP ที่จัดมาในย่านรัตนาธิเบศร์ ใกล้สถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วง (สถานีไทรม้าและบางรักน้อยท่าอิฐ) โครงการนี้มีจุดเด่นที่จำนวนยูนิตน้อยมีเพียง 52 หลัง ทำให้ได้ความเป็นส่วนตัวและความสงบที่มาจากทำเลที่ตั้งที่เข้ามาภายในซอยไทรม้าหน่อย แลกกับราคาที่ยังไม่แรงมาก เริ่มต้น 6.99 ล้านบาท (เมื่อเทียบกับโครงการบ้านที่อยู่ริมถนนใหญ่ราคาก็จะขึ้นไปแตะหลักสิบล้านแล้วค่ะ) และอีกจุดเด่นคือเส้นทาง Fast track ของโครงการที่ทำให้สามารถเดินทางไปยังถนนราชพฤกษ์ – นนทบุรี 1 ได้อีกด้วย เราไปชมรายละเอียดของโครงการนี้กันเลยค่ะ

Fact @ 13 June 2019

  • Centro Maha Chesadbodindranusorn Bridge (เซนโทร สะพานมหาเจษฏาบดินทร์ฯ)
  • บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)
  • UPPER CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment บ้านได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่: ไทรม้า ซอย 18 ต.ไทรม้า อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี
  • เนื้อที่โครงการ 10-3-94.3 ไร่ จำนวน 52 ยูนิต
  • บ้านแฝด

  • VIVID พื้นที่ใช้สอย 173 ตร.ม. ที่ดิน 42.3 ตร.วา 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ  2 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 6.99 ล้านบาท

  • บ้านเดี่ยว
    • BRAVO-B พื้นที่ใช้สอย 180 ตร.ม. ที่ดิน 52.8 ตร.วา  4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 7.99 ล้านบาท
    • MONZA พื้นที่ใช้สอย 190 ตร.ม. ที่ดิน 56.6 ตร.วา 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 โซนอเนกประสงค์ 2 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 8.99 ล้านบาท

  • ความสูงจากพื้นถึงฝ้าชั้น 1 – 2.7 เมตร / ชั้น 2 – 2.7 เมตร
  • ที่ดินเพิ่มลดตารางวาละ 100,000 บาท
  • เริ่มก่อสร้าง : มิถุนายน 2561
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : ธันวาคม 2563
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • Link ลงทะเบียน : https://bit.ly/2EzwXyv
  • Call Center : 1623
  • สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ


    เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

    พิกัด Google Maps : 13.856749, 100.474933

    หรือสามารถ :  คลิกที่นี่ 

    แผนที่จากทางโครงการค่ะ ที่ตั้งของ CENTRO สะพานมหาเจษฏาบดินทร์ฯ  นี้จะอยู่ภายในซอยบ้านไทรม้าที่จะต้องเข้าจากถนนรัตนาธิเบศร์ไปอีกทีค่ะ ซึ่งถนนรัตนาธิเบศร์เส้นนี้จะเป็นถนนสำคัญที่มีรถไฟฟ้าสายสีม่วงวิ่งผ่าน และเป็นถนนใหญ่ที่เชื่อมต่อไปยังถนนนนทบุรี 1 หรือถนนราชพฤกษ์ได้ ทำให้สามารถเดินทางได้ค่อนข้างสะดวกทั้งรถส่วนตัว หรือเดินทางเพิ่มซักต่อก็จะมาใช้รถไฟฟ้าก็ได้เช่นกันค่ะ

    เรามาส่องดูการใช้ชีวิต การเดินทางแบบละเอียดๆเพิ่มเติมกันดีกว่านะคะ เมื่อมองจากแผนที่ของโครงการจะเห็นได้ว่าโครงการ CENTRO สะพานมหาเจษฏาบดินทร์ฯ นี้จะอยู่ระหว่างถนนรัตนาธิเบศร์และถนนราชพฤกษ์ – นนทบุรี 1 ค่ะ ทำเลนี้จะอยู่ฝั่งขาออกที่ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาออกไปแล้ว ซึ่งจากตัวโครงการนี้จะอิงการใช้งานบนถนนรัตนาธิเบศร์เป็นหลักค่ะ โดยถนนเส้นนี้จะสามารถวิ่งเข้าเมืองไปยังแยกแคราย หรือเลยไปยังมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ หรือจะออกเมืองไปตัดกับถนนราชพฤกษ์ และ ถนนกาญจนาภิเษกได้เช่นกัน นอกจากนี้โครงการกำลังก่อสร้าง Fast track ให้ เพื่อให้ลูกบ้านสามารถเดินทางไปยังถนนราชพฤกษ์ – นนทบุรี 1 ได้อีกด้วย ทำให้มีตัวเลือกในการเดินทางเพิ่มมากขึ้น อาจจะช่วยหลีกเลี่ยงการจราจรที่ติดขัดบนถนนรัตนาธิเบศร์ในช่วงเวลาเร่งด่วนได้ด้วยค่ะ ในส่วนของถนนราชพฤกษ์ – นนทบุรี 1 นั้น เราสามารถใช้เดินทางไปยังถนนบางกรวย – ไทรน้อย หรือไปตัดกับถนนราชพฤกษ์ ทางฝั่งขาออกเมือง หรือวิ่งขาเข้าเมืองข้ามสะพานมหาเจษฎาบดินทร์ฯไป เพื่อเชื่อมกับถนนนนทบุรี หรือถนนเลี่ยงเมืองนนทบุรีได้ค่ะ เรามองว่าสำหรับโครงการนี้ แม้ว่าการอยู่ในซอยลึกอาจจะเสียเปรียบกว่าโครงการอื่นๆที่อยู่ติดถนนใหญ่ทำให้เราต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในการขับจากถนนใหญ่เข้ามาในโครงการ แต่ก็จะได้เปรียบในเรื่องของตัวเลือกเส้นทางการเดินทางที่มีให้เลือกหลากหลายมากขึ้นแทนนะคะ

    **รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

    ตัวอย่างเส้นทาง fast track ของโครงการ ภาพนี้เราลองจำลองเส้นทางคร่าวๆให้ดูก่อนนะคะ ตำแหน่งอาจจะไม่ได้เป๊ะมาก แต่ไอเดียคือในอนาคตนั้นจากโครงการสามารถเชื่อมต่อไปยังถนนราชพฤกษ์ – นนทบุรี 1 ได้เลยค่ะ ปัจจุบันนี้กำลังก่อสร้างสะพานข้ามคลองอยู่ คาดว่าเส้นทาง Fast track นี้จะสามารถเปิดใช้งานได้จริงประมาณกลางปี 2020 ค่ะ

    ในแง่การเดินทางด้วยรถสาธารณะ สำหรับการเดินทางเพื่อออกจากโครงการ เนื่องจากตัวโครงการตั้งอยู่ในซอยใช่ไหมคะ การเลือกใช้งาน Application ต่างๆ เพื่อหา taxi ก็อาจจะเป็นตัวเลือกที่สะดวกที่สุด แต่อย่าลืมว่าบนถนนรัตนาธิเบศร์นั้นเป็นถนนที่มีรถไฟฟ้าสายสีม่วงวิ่งผ่าน บางทีเราอาจจะไปมองหาพี่วินที่ขับผ่านหน้าโครงการเพื่อต่อรถไฟยังรถไฟฟ้าก็ได้ และสำหรับการกลับบ้านหรือการมายังโครงการนั้น ง่ายเลยค่ะ ลงสถานีเดินมายังปากซอยบ้านไทรม้า เรียกพี่วินเข้ามายังโครงการได้เลย ซึ่งตัวรถไฟฟ้าสายสีม่วงนี้สามารถนั่งไปเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินได้ที่สถานีเตาปูน ทำให้เราสามารถเดินทางเข้ามายังใจกลางเมืองกรุงเทพได้ง่ายเหมือนกันค่ะ สำหรับที่ตั้งของโครงการเรานั้นจะอยู่ระหว่างรถไฟฟ้าสถานีไทรม้า และรถไฟฟ้าสถาทีบางรักน้อยท่าอิฐ เราลองไปดูเส้นทางไปยังสถานีคร่าวๆกันซักเล็กน้อยดีกว่านะคะ

    เส้นทางแรก ไปยังสถานีไทรม้า เส้นทางนี้เราจะวิ่งออกไปยังซอยบ้านไทรม้าฝั่งที่เลียบแม่น้ำเจ้าพระยาไปนะคะ ระยะทางจะอยู่ที่ประมาณ 3.7 กม. โดยจะอ้อมผ่านทั้งวัดไทรม้าใต้ และวัดไทรม้าเหนือไป ระหว่างเส้นทางนี้จะมีจุดเด่นอยู่ที่มีร้านอาหารหลายร้านขึ้นชื่อ เป็นร้านอาหารที่สามารถนั่งกินลมชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาไปด้วยได้ ร้านที่มีชื่อเสียงก็อย่างเช่นร้านบ้านส้มตำเป็นต้นค่ะ

    อีกเส้นทางจะพาเราไปยังสถานีบางรักน้อยท่าอิฐ เส้นทางนี้จะถือว่าเป็นเส้นทางหลักที่ใช้เดินทางมายังโครงการเราได้ค่ะ ระยะทางจะอยู่ที่ประมาณ 3.2 กม. วิ่งจากโครงการผ่านซอยบ้านไทรม้าไปออกยังสี่แยกไทรม้า แยกนี้เป็นแยกที่สามารถตรงไปยังไทรม้า-ท่าอิฐ, เลี้ยวขวาไปยังถนนรัตนาธิเบศร์ฝั่งขาเข้า หรือเลี้ยวซ้ายเพื่อไปยังสถานีรถไฟฟ้า, ถนนราชพฤกษ์ และถนนกาญจนาภิเษกได้ค่ะ ช่วงต้นๆซอยจะมีแหล่งของกินระดับชุมชนเยอะมาก ทั้งร้านอาหาร ตลาด ร้านสะดวกซื้อ ทั้ง CP fresh mart, Mini Big C และขาประจำชุมชนอย่าง 7-eleven สามารถขับรถไปได้ง่าย จอดรถข้างทางได้หรือหน้าร้านต่างๆก็มักจะมีที่จอดรถค่ะ

    มาดูสถานที่และความอุดมสมบูรณ์ในภาพที่ใหญ่ขึ้นกันดีกว่าค่ะ นอกจากในซอยย่อยที่เราเล่าให้ฟังข้างต้นเเล้ว แน่นอนว่าการใช้ชีวิตของเราก็ต้องอยากเดินห้างบ้าง เพื่อซื้อของเข้าบ้านหรือเพื่อเดินเล่นพักผ่อนหย่อนใจหาอะไรสนุกๆทำบ้างเหมือนกัน สำหรับตัวโครงการนี้ เรามองว่าบริเวณที่มีห้างใหญ่รวมตัวกันจะมีอยู่ค่อนข้างหลากหลายโซนนะคะ โซนแรกเลยคือบนถนนรัตนาธิเบศร์ ข้ามไปฝั่งใกล้ๆสนามบินน้ำ บริเวณนั้นจะมีเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ตั้งอยู่ทางฝั่งขาเข้า ส่วนฝั่งขาออกก็จะมี Big C ตั้งอยู่หน้าสถานีบางกระสอค่ะ ถ้าดูโซนต่อมา บริเวณถนนรัตนาธิเบศร์ตัดกับถนนกาญจนาภิเษกหรือสามแยกบางใหญ่ แถวนั้นจะเป็นอีก node หรือจุดตัดนึงที่มีห้างเกิดขึ้นอีกมากเลย เช่น Central West Gate, Index living mall, Homepro, Big C หรือจะเป็นตลาดอย่างตลาดบางใหญ่ จัดว่าเป็นอีกโซนนึงที่เดินทางไปได้ง่ายเช่นกันค่ะ ส่วนโซนสุดท้ายคือตัดมาที่ถนนนครอินทร์กันบ้าง บริเวณนี้จะมี The walk ตั้งอยู่ไม่ไกล อยู่บนถนนราชพฤกษ์ใกล้ๆกับเส้นนครอินทร์ แต่บริเวณนี้จะมีความน่าสนใจอยู่ที่มีโรงเรียนนานาชาติอยู่หลายโรงเรียนเลยค่ะ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับครอบครัวที่หาโรงเรียนดีๆให้ลูก ทำเลนี้จัดว่ามีตัวเลือกให้เลือกไม่เลวเลย

    ตัวอย่างเส้นทางการเดินทาง

    สำหรับเส้นทางการเดินทางในครั้งนี้เราจะเริ่มจากข้ามสะพานพระนั่งเกล้ามาก่อนนะคะ ขับผ่านสถานีไทรม้า เลี้ยวซ้ายเข้าซอยบ้านไทรม้า บริเวณสี่แยกไทรม้าค่ะ(แยกนี้จะถึงก่อนตัวสถานีรถไฟฟ้าบางรักน้อยท่าอิฐ) เลี้ยวเข้ามาก็ตรงตามทางมาเรื่อยๆ เเล้วเลี้ยวขวาไปทางวัดไทรม้าใต้ ขับตามทางมาเลย ผ่านวัดมาก็จะเจอกับโครงการ CENTRO สะพานมหาเจษฏาบดินทร์ฯ แล้วค่ะ เราลองไปดูภาพบรรยากาศเส้นทางการเดินทางกันดีกว่านะคะ

    ขอเริ่มต้นกันที่ถนนรัตนาธิเบศร์ ขับมุ่งหน้าฝั่งขาออกไปยังถนนกาญจนาภิเษกนะคะ ถนนเส้นนี้จะเป็นถนนใหญ่ มีทางเดินรถหลายเลน เเละเป็นถนนที่มีทางรถไฟฟ้าวิ่งคู่ไปกับถนนเส้นนี้ด้วยค่ะ

    ขับตรงมาเล็กน้อยจะเจอกับสถานีไทรม้าค่ะ ข้างๆจะเป็นปั๊มบางจาก เนื่องจากถนนเส้นนี้เป็นเส้นทางการเดินรถไฟฟ้าเช่นกัน ดังนั้นเราจะเห็นโครงการประเภทคอนโดมิเนียมที่เปิดกันมากขึ้นสองข้างถนนเลยค่ะ ในส่วนของโครงการที่เป็นบ้านนั้นก็ยังคงมีให้เห็นอยู่เช่นกัน แต่ราคาเริ่มต้นก็จะอยู่ที่สิบล้านขึ้นไปแล้วสำหรับโครงการเปิดใหม่นะคะ

    ด้วยความที่เป็นถนนใหญ่ การจะกลับรถก็จะต้องไปกลับรถที่จุดกลับรถเท่านั้นค่ะ

    ตรงมาไม่นานจะเจอกับสี่แยกไทรมา ตรงนี้ให้เราเลี้ยวซ้ายเข้าไปในซอยบ้านไทรม้าได้เลย ในกรณีที่เราต้องการเข้าเมืองนั้น เราสามารถเลี้ยวจากสี่แยกไทรม้าไปทางถนนรัตนาธิเบศร์ฝั่งขาเข้าได้ทันทีเลย ถือว่าสะดวกเลยนะคะ

    บริเวณปากซอยจะมีพี่วินให้บริการอยู่เยอะเลย ใครที่กลับบ้านโดยใช้รถไฟฟ้า เดินจากสถานีมาปากซอยนี้ก็จะเป็นระยะทาง 300  เมตรค่ะ ยังถือว่าเป็นระยะที่เดินได้สบาย ไม่ไกลมาก

    พอเลี้ยวซ้ายมา บริเวณนี้จะเป็นถนนสองเลนที่รถสามารถวิ่งสวนกันได้ ภายในโซนนี้รถยังไม่หนาแน่นมาก วิ่งได้เรื่อยๆ ช่วงต้นซอยจะเจอกับร้านอาหารทั้งเป็นร้านใหญ่ ร้านตึกแถว หรือตลาดเล็กๆอยู่ทั้งสองฝั่งเลยค่ะ

    บริเวณนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งความสะดวกสบายสำหรับคนที่ไม่ค่อยทำอาหารเอง ก็สามารถจอดรถข้างทางไม่นาน แวะลงทานอาหารง่ายๆซักมื้อก่อนกลับบ้านได้เลย

    นอกจากตลาด ร้านอาหารทั้งตามตึกแถวและรถเข็นข้างทางเเล้ว บริเวณนี้ยังมีร้านสะดวกซื้ออยู่ด้วยค่ะ ขับมาเราจะเจอกับ CP Fresh Mart , 7-eleven และ mini Big-C อยู่ทางฝั่งขวามือค่ะ

    ตัวร้านพวกนี้ ตัวอาคารจะถูกถอยจากถนนเข้าไป ทำให้มีพื้นที่ด้านหน้าสามารถจอดรถได้ ไม่ต้องกลัวเรื่องไม่มีที่จอดรถเลยค่ะ และสำหรับใครที่จะปั่นจักรยานหรือมอเตอร์ไซค์มา ยิ่งหาที่จอดง่ายเข้าไปใหญ่เลย

    ตัวร้านก็จะไม่ใช้แค่ร้านตั้งอยู่แบบโดดเดี่ยว แต่รอบๆก็จะมีร้านรถเข็นแบบชายสี่หมี่เกี๊ยว ร้านชานม ร้านอาหารตามสั่งเปิดขายอยู่ข้างๆด้วย

    ขับมาอีกไม่นานก็จะเจอกับ 7-eleven อีกสาขานึงค่ะ ช่วงต้นซอยนี้จัดว่าคึกคักไม่เลวเลย

    ความหลากหลายของอาหารก็ถือว่าหลากหลายเลยนะคะ อาหารประเภทเส้น ข้าว ตามสั่ง สเต็กหรือจะเป็นอาหารอีสานก็มีให้เลือกมากมายเลย

    อย่ามัวขับเพลินนะคะ ตรงมาถ้าเจอแยกเลี้ยวขวาไปยังวัดไทรม้าใต้ให้เลี้ยวขวาเข้าไปค่ะ

    จุดสังเกตคือจะมีป้ายบอกทางไปวัดไทรม้าใต้ หรือว่าป้ายบอกซอยไทรม้า 13 ค่ะ

    ถนนเส้นนี้จะคดโค้งหน่อยนะคะ แต่เราก็ขับตามทางไปเรื่อยๆเลย

    เข้ามาเส้นนี้จะเริ่มมีความสงบมากขึ้นค่ะ เป็นบ้านพักอาศัยสลับกับที่ดินเปล่าเป็นส่วนมาก บ้านที่อยู่ในซอยนี้ก็จะเป็นบ้านเดี่ยวขนาดใหญ่เลย

    ตรงมาเราจะเจอกับวัดไทรม้าใต้ค่ะ

    ขับเลียบวัดมาก็ขับตามทางต่อไปเลย ตัววัดจะตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาค่ะ

    เลยมาก็ยังคงขับตรงต่อไปนะคะ พอเริ่มจะเป็นที่อยู่อาศัยก็จะมีความสงบมากขึ้น แต่ก็จะแอบลำบากสำหรับคนที่ไม่มีรถส่วนตัว เพราะว่าจะหารถสาธารณะบนเส้นนี้ก็ถือว่าหาได้ยากเลย

    ตรงมาสุดทางจะเจอกับโครงการเราแล้วค่ะ ทางเข้าโครงการจะต้องเลี้ยวซ้ายมือไปนิดนึงนะคะ

    เลี้ยวซ้ายมาทางเข้าโครงการจะอยู่ทางขวามือค่ะ ซุ้มประตูทางเข้าจะเป็นอาคาร clubhouse ด้วย ทำให้ขนาดและป้ายชื่อโครงการสังเกตได้ไม่ยากค่ะ

    สภาพแวดล้อมรอบๆโครงการ

    **รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

    สภาพแวดล้อมรอบๆโครงการยังเป็นโซนสำหรับที่อยู่อาศัยเป็นหลักค่ะ ส่วนมากจะเป็นที่ดินเปล่าสลับกับบ้านแนวราบ

    • ทิศเหนือ – ติดกับที่ดินเปล่าเเละบ้านพักอาศัย 1-2 ชั้น
    • ทิศใต้ – ติดกับที่ดินเปล่าและบ้านพักอาศัย 1-2 ชั้น
    • ทิศตะวันออก – ติดกับที่ดินเปล่าและบ้านพักอาศัย 1-2 ชั้น
    • ทิศตะวันตก – ติดกับที่ดินเปล่าและบ้านพักอาศัย 1-2 ชั้น

    ทิศเหนือ หันหน้าจากออกจากซุ้มประตูทางเข้าโครงการ จะเป็นที่ดินเปล่าค่ะ

    ทิศเหนือ จากภาพเมื่อซักครู่หันไปทางซ้ายมือจะเจอกับถนนที่ขับมาเพื่อเข้าโครงการ เห็นได้ว่าข้างทางยังพอมีไฟทางส่องสว่างในเวลากลางคืนนะคะ

    ลองหันกลับมาทางขวาบ้าง จะมีทางเข้าไปอีก ด้านในฝั่งขวามือจะเป็นโครงการเราเอง ส่วนทางซ้ายมือจะเป็นอาคารที่พักอาศัย สลับกับที่ดินเปล่าค่ะ

    สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น (ไม่ได้นับระยะทาง Fast track)

    สถานศึกษา

    • รร. เตรียมอุดมศึกษา พัฒนาการ นนทบุรี ~ 9.3 km.
    • วิทยาลัยเทคโนโลยี พณิชยการนนทบุรี ~ 9.3 km.
    • รร. เด่นหล้า ~ 12.7 km.
    • รร.สตรีนนทบุรี ~ 15.4 km.

    ห้างสรรพสินค้า

    • Central รัตนาธิเบศร์ ~ 6 km.
    • Esplanade แคราย ~ 8.4 km.
    • Central West Gate ~ 8.7 km.
    • IKEA บางใหญ่ ~ 9.1 km.
    • The Walk ราชพฤกษ์ ~ 9.9 km.
    • ตลาดบางศรีเมือง ~ 10.6 km.
    • Index Living Mall ~ 14.7 km.

    สถานพยาบาล

    • รพ.พระนั่งเกล้า ~ 6.5 km.
    • รพ.บำราศนราดูร ~ 9.8 km.
    • รพ.บางกรวย 2 ~ 9.9 km.
    • รพ.สัตว์เมืองนนท์ ~ 10.2 km.
    • รพ.เกษมราษฎร์ ~ 16 km.

    สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ

    • รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีบางรักน้อยท่าอิฐ ~ 3.2 km.
    • รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีไทรม้า ~ 3.7 km.
    • ศูนย์ราชการ นนทบุรี ~ 7.6 km.


    เจาะลึกตัวโครงการ

    โครงการ CENTRO สะพานมหาเจษฏาบดินทร์ฯ เป็นโครงการประเภทบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดจำนวน 52 หลัง ตั้งอยู่บนที่ดินขนาดเกือบ 11 ไร่ ภายในซอยบ้านไทรม้า ใกล้กับถนนรัตนาธิเบศร์ ด้วยความที่โครงการตั้งอยู่ภายในซอยและจำนวนยูนิตไม่มาก ทำให้โครงการนี้เหมาะกับผู้อยู่อาศัยที่ชื่นชอบความเป็นสงบ ส่วนตัว ไม่วุ่นวายมากค่ะ

    ในส่วนของแนวความคิดในการออกแบบโครงการนั้น เนื่องจากไทรม้าเป็นโซนที่ยังมีพื้นที่สีเขียวเเละธรรมชาติอยู่ค่อนข้างมาก โครงการนี้เลยเน้นดีไซน์ที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ และแสงอาทิตย์เป็นส่วนใหญ่ ถ้าเราเข้าไปดูภายในโครงการจะเห็นว่าโครงการนี้จะปลูกต้นไม้มาให้ค่อนข้างมากเลยค่ะ และดีไซน์ของ Clubhouse ก็จะใช้ระแนงเส้นตั้ง เพื่อให้พื้นที่ภายในยังสามารถได้รับแสงสว่างจากธรรมชาติเข้ามาได้

    มาดูการจัดผังภายในโครงการกันก่อนดีกว่าค่ะ จุดที่น่าสนใจของโครงการนี้อีกอย่างนึงเลยคือการจัดพื้นที่ส่วนกลาง แยกตัวออกมาจากพื้นที่พักอาศัยทั้งหมดเลย ซึ่งเป็นตำแหน่งทางเข้าโครงการพอดี การออกแบบนี้ก็จะมีข้อดีในแง่การใช้งานก็จะเป็นสัดส่วนมากขึ้น ยิ่งการจัดพื้นที่สวนที่แยกตัวออกไปอีกฝั่ง เวลามีเด็กมาวิ่งเล่นหรือใช้งานพื้นที่สวน ก็จะมีความปลอดภัยเพิ่มขึ้นตรงที่ไม่มีรถขับผ่าน พ่อแม่ที่พาลูกมาใช้งานก็จะไม่รู้สึกเหมือนกับมาใช้สวนหน้าบ้านคนอื่น พื้นที่ส่วนกลางนี้ก็มักจะได้รับการดูแลให้สวยงาม เป็นหน้าตาของลูกบ้าน เวลามีแขกมาหาก็อาจจะมานั่งพูดคุยกันเเถว Clubhouse ก็ได้ค่ะ เหมือนเป็นอีกห้องนั่งเล่นรับแขกได้อีกจุดนึงเลย ในส่วนของถนนภายในโครงการจะถูกจัดมาให้อยู่ที่ 9 เมตรทั้งหมดเลย ถือว่ารถขับสวนกันสะดวก และภายในซอยทุกซอยย่อย ก็จะมีจุดกลับรถให้ด้วย ทำให้การใช้งานขับเข้า-ออกค่อนข้างสะดวกค่ะ

    ในส่วนของตัวบ้าน ต้องบอกว่าเเทบจะไม่มียูนิตไหนที่หันหน้าเข้าถนนหลักของโครงการเลยค่ะ ส่วนมากจะหันหน้าเข้าถนนย่อยหมด การวาง type บ้านต่างๆเราอาจจะไม่มีภาพให้เห็น แต่บอกได้นะคะว่าบ้านแต่ละ type จะถูกจัดวางคละๆกัน ไม่มีแบบบ้าน type เล็กที่อยู่ท้ายโครงการให้เห็นค่ะ คือ type เล็กก็อยู่ใกล้ทางเข้าได้เหมือนกัน แต่ด้วยความที่ยูนิตภายในโครงการไม่ได้มีเยอะมาก ทำให้ยูนิตที่อยู่ท้ายโครงการก็จะไม่ได้รู้สึกว่าอยู่เข้าไปลึกมากเกินไป ออกมาหน้าโครงการได้ในระยะทางที่ไม่ไกลค่ะ

    มาดูตัวโครงการจริงกันเลยดีกว่าค่ะ ทางเข้าโครงการจะอยู่ใต้กับอาคารที่เป็น Clubhouse ค่ะ ทางเข้า-ออกจะมีอยู่ 2 ฝั่ง มีป้อมยามอยู่ตรงกลาง ประตูของโครงการนี้จะใช้เป็นประตูบานเลื่อนเท่านั้น ทางเข้าจะอยู่ฝั่งซ้าย ออกฝั่งขวา พื้นปูด้วยคอนกรีตสแตมป์ดูเรียบร้อย ทั้งทางเข้าและออกจะมีระยะให้รถจอดติดต่อกับคุณพี่รปภ.ที่อยู่ตรงป้อมพอดี

    นอกจากประตูบานเลื่อนสำหรับรถแล้ว ยังจะมีทางเข้าสำหรับคนเดินด้านข้างให้ด้วยค่ะ บริเวณทางเข้าจะติดตั้งกล้องวงจรปิดเอาไว้ให้ รวมๆแล้วทั้งโครงการจะมี CCTV อยู่ทั้งหมด 16 จุดค่ะ นอกจากนี้ลูกบ้านยังสามารถใช้ application KATSAN ซึ่งเป็น Apps ใหม่ของ AP ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกและช่วยในเรื่องการรักษาความปลอดภัยให้กับผู้อยู่อาศัยภายในบ้าน เช่น การแจ้งเตือนเมื่อมีคนมาติดต่อ, ช่วยเรียกแท๊กซี่และแจ้งเตือนเมื่อใกล้ถึงบ้าน, สามารถจับเวลาเมื่อมีรถที่ไม่ใช้ของลูกบ้านเข้ามาในโครงการ และสามารถเเจ้งเตือนได้ว่ารถคันนี้อยู่นานเกินเวลา เป็นต้นค่ะ สามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมของ KATSAN ได้ > คลิกที่นี่

    เข้ามาหันมาทางซ้ายจะเป็นถนนที่เข้าไปสู่ตัวบ้านนะคะ ฝั่งซ้ายจะเป็นทางเข้า Clubhouse ข้างทางจะปลูกต้นไม้ให้ค่อนข้างเยอะ ทั้งพุ่มไม้ที่อยู่เลียบกับกำแพง และต้นไม้ใหญ่ ช่วยสร้างบรรยากาศทางเข้าให้ดูร่มรื่นมากเลยทีเดียว

    หันกลับมาทางขวาจะเป็นพื้นที่สวนของโครงการนี้ค่ะ ตัวสวนนี้จะถูกแยกตัวออกมา สามารถขับรถมาจอดได้ตรงนี้นะคะ

    ภายในสวนนอกจากต้นไม้แล้ว ยังมีพื้นที่  Kid’s Area ให้เด็กๆได้วิ่งเล่น มีทางเดินรอบๆสวน หรือจะให้เด็กๆปั่นจักรยานไปตามทางก็ได้ค่ะ

    ในวันที่ไปเพิ่งจะมาลงต้นไม้นะคะ คาดว่าถ้าต้นไม้โตเต็มที่พื้นที่ตรงนี้คงดูร่มรื่นมาก เผลอๆต้นไม้อาจจะให้ร่มเงาทั้งพื้นที่ สามารถมาใช้งานได้ทั้งวันเลย นอกจากพื้นที่นั่งเล่นของเด็กเเล้ว ยังมีการจัดม้านั่งเผื่อไว้ให้พ่อแม่มานั่งรอดูลูกวิ่งเล่นได้ด้วยค่ะ

    เราลองไปดูพื้นที่ Clubhouse กันต่อนะคะ ดีไซน์ของตัวอาคารจะเน้นเส้นสายที่ดูเฉี่ยวๆ ตัวอาคารบิดเอียง เน้นการใช้ระเเนงช่วยในการกรองแสงและช่วยลดทอนความแข็งของอาคารค่ะ

    ขึ้นมาเราจะเจอกับพื้นที่สระว่ายน้ำอยู่ทางขวามือนะคะ ตัวสระจะมีทั้งส่วนที่อยู่ indoor และ outdoor และแบ่งพื้นที่เป็นสระว่ายน้ำหลักและส่วนที่เป็นสระเด็ก

    สระเด็กจะมีขนาด 3×3 เมตร ลึก 0.60 เมตรค่ะ พื้นที่ตรงนี้จะมีน้ำเปิดวนๆ เหมือนเป็น Jacuzzi ผู้ใหญ่หรือผู้ปกครองก็สามารถมานั่งเเช่ตัวดูลูกว่ายน้ำเล่นได้ พื้นที่ส่วนนี้จะมีระแนงด้านข้าง ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวในการใช้งานจากถนนที่อยู่ด้านข้างได้ค่ะ

    ส่วนตัวสระว่ายน้ำจะมีขนาดอยู่ที่ 10×7.2 เมตร ลึก 1.2 เมตร  ขนาดอาจจะไม่ได้ใหญ่มาก เหมาะกับเด็กที่โตขึ้นมาหน่อยมาว่ายน้ำเล่นมากกว่าค่ะ

    ข้างๆจะมีห้องน้ำอยู่ค่ะ แยกชาย-หญิง พื้นที่ส่วนกลางทั้งหมดจะมีห้องน้ำให้บริการอยู่ตรงนี้จุดเดียวเลยค่ะ

    ด้านในห้องน้ำจะมีห้องอาบน้ำให้ไว้ด้วย ทั้งชายและหญิงอย่างละ 1 ห้องค่ะ

    มาดูภายในตัวอาคารกันต่อนะคะ

    เข้ามาเราจะเจอกับพื้นที่นั่งเล่น เป็นเหมือน Lobby และ co-working space ค่ะ บริเวณนี้จะมี Wi-Fi ให้บริการด้วย

    เราชอบการตกแต่งของบริเวณนี้นะคะ ด้วยความที่มีเพดานสูง การเล่นกับฝ้าเพดานเเละลวดลายบริเวณพื้น ทำให้พื้นที่บริเวณนี้ดูสนุกสนาน น่าใช้งาน ดูโปร่ง โล่ง แต่ก็ไม่ร้อนเท่าไหร่ค่ะ

    ข้างๆกันจะมีบันไดเดินขึ้นไปยังชั้น 2 ของอาคารค่ะ บันไดใช้วัสดุลวดลายไม้ ช่วยสร้างความอบอุ่นให้กับพื้นที่

    ขึ้นมาจะเจอกับ 2 ห้องค่ะ เป็นห้อง Kid’s Room กับ Fitness ค่ะ

    พื้นที่  Kid’s Room จะมีของเล่นไว้ให้บริการ มีทั้งมุมนั่งเล่น นอนเล่น

    การออกแบบภายในก็จะเลือกใช้โทนสีสดใสเหมาะสำหรับเด็กๆค่ะ

    มาดูห้องฟิตเนสกันบ้างนะคะ ภายในมีขนาดค่อนข้างกว้างเลย มองวิวได้ทั้งด้านหน้าเเละด้านหลังโครงการ มีเครื่องเล่นให้จำนวนไม่มาก แต่หลากหลายค่ะ ทั้งเครื่องปั่นจักรยาน ลู่วิ่ง บาร์ยกน้ำหนัก เสื่อโยคะ พอมาเทียบกับจำนวนยูนิตของโครงการเเล้วถือว่ามีให้เพียงพอและเหมาะสมอยู่นะคะ

    ลองดูวิวจากห้องฟิตเนสบ้าง มองเข้าไปในโครงการจะเห็นแนวถนนทางเข้า ต้นไม้รอบๆ และแอบเห็นสะพานมหาเจษฎาบดินทร์ฯอยู่เหมือนกัน

    ส่วนด้านหน้าของโครงการก็จะเป็นที่ดินเปล่าค่ะ ส่วนมากอาคารบริเวณนี้จะเป็นบ้านแนวราบ วิวเลยค่อนข้างเปิดโล่ง เป็นพื้นที่สีเขียว

    ตัวอาคารและพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมดจะดูโอบล้อมทางเข้าโครงการเอาไว้ค่ะ ดูสวยงามดี

    ถนนภายในโครงการจะมีความกว้างอยู่ที่ 9 เมตรค่ะ เป็นระยะที่ขับสวนกันสะดวก

    เข้ามาทางจะเลี้ยวโค้งเล็กน้อย แปลงทางซ้ายมือตอนนี้เป็นลานจอดรถสำหรับผู้ที่มาติดต่อชมโครงการ แต่ในอนาคตบริเวณนี้จะเป็นบ้านนะคะ

    มาที่ส่วนพักอาศัยพื้นจะเป็นพื้นคอนกรีตแทนค่ะ หน้าบ้านของทุกยูนิต จะต้องเข้าซอยที่อยู่ซ้ายและขวาเข้าไป ดังนั้นคนที่ขับรถเข้า-ออกก็จะไม่เห็นเข้าไปในหน้าบ้านของหลังไหนเลย บ้านทุกหลังจึงได้ความเป็นส่วนตัวค่ะ

    เข้ามาในซอยย่อยถนนจะกว้างอยู่ที่ 9 เมตรเช่นกันค่ะ ซอยแรกที่อยู่ขวามือจะเป็นโซนของบ้านตัวอย่างและ Sale Gallery

    ภายในซอยย่อยก็ยังดูร่มรื่นอยู่ค่ะ โครงการนี้จะปลูกต้นไม้ให้ภายในตัวบ้าน 1 ต้น และนอกบ้านอีก 1 ต้น ทำให้มองเข้าไปเราจะเป็นต้นไม้เขียวๆขึ้นทั้งสองฝั่งเลย ในวันที่ต้นไม้โตเต็มที่ นอกจากจะช่วยให้บรรยากาศภายในโครงการดูร่มรื่นเเล้ว ยังช่วยบังสายตาจากบ้านที่อยู่ฝั่งตรงข้ามให้ด้วยค่ะ

    สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

    • อาคาร Clubhouse บริเวณกลางโครงการประกอบไปด้วย
    • Co-Working Space
    • Playground
    • Kids Bike Lane
    • Lobby Room
    • Kids room
    • สระว่ายน้ำ ขนาด 10×7.2 ลึก 1.2 เมตร และสระเด็กขนาด 3×3 ลึก 0.60 เมตร
    • ห้องออกกำลังกาย
    • พื้นที่สวนหย่อมในโครงการ 2 จุด รวมประมาณ 136.3 ตร.วา
    • ระบบ CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ 16 จุด
    • รั้วรอบโครงการสูง 3 เมตร
    • ถนนหลักกว้าง 16 ม. และถนนภายในกว้าง 9 ม.
    • Wi-Fi ฟรีที่ Co-working Space
    • Key Card Access
    • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
    • ประตูรั้วโครงการแบบ รั้วกั้นไม้กระดกและประตูเลื่อนเปิด – ปิด
    • สัญญาณกันขโมย ระบบ Magnetic ในตัวบ้าน


    Product Walkthrough

    มาดูกันที่ตัว Products ของโครงการนี้กันบ้างนะคะ ที่นี่จะมีแบบบ้านให้เลือกทั้งหมด 3 แบบ มีทั้งบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดค่ะ รายละเอียดของแบบต่างๆ ดังนี้

    •  บ้านแฝด

    • VIVID พื้นที่ใช้สอย 173 ตร.ม. ที่ดิน 42.3 ตร.วา 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ  2 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 6.99 ล้านบาท มีทั้งหมด 24 ยูนิต

  • บ้านเดี่ยว
    • BRAVO-B พื้นที่ใช้สอย 180 ตร.ม. ที่ดิน 52.8 ตร.วา  4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 7.99 ล้านบาท มีทั้งหมด 9 ยูนิต
    • MONZA พื้นที่ใช้สอย 190 ตร.ม. ที่ดิน 56.6 ตร.วา 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 โซนอเนกประสงค์ 2 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 8.99 ล้านบาท มีทั้งหมด 19 ยูนิต

    จะเห็นได้ว่าทั้งบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดของโครงการนี้มีพื้นที่ใช้สอยค่อนข้างเยอะเลย เหมาะกับครอบครัวที่มีลูกแล้ว หรือมีแผนที่จะขยับขยายจำนวนสมาชิกในอนาคต ในรีวิววันนี้เรามีตัวอย่างบ้านมาให้ดูทั้งหมด 2 แบบด้วยกันนะคะ เป็นบ้านที่มีชื่อว่า Monza ซึ่งเป็นบ้านเดี่ยวขนาดใหญ่ที่สุดภายในโครงการ และอีกแบบเป็นบ้านแฝดที่มีชื่อว่า Vivid ค่ะ เราไปดูบ้านจริงกันเลยดีกว่า

    แบบ MONZA นี้จะมีพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านอยู่ที่ 190 ตร.ม. ขนาดที่ดินเริ่มต้นอยู่ที่ 56.6 ตร.วา ประกอบไปด้วย 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 โซนอเนกประสงค์ที่ชั้น 2 ของบ้าน 2 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 8.99 ล้านบาท มีทั้งหมด 19 ยูนิตค่ะ บ้านแบบนี้จะเป็นบ้านหน้ากว้างนะคะ โทนสีของบ้านจะมีให้เลือกอยู่ 2 สีเป็นโทนสีเทา กับโทนสีครีมค่ะ อย่างในรูปจะเป็นโทนสีครีมค่ะ โครงการนี้จะใช้โครงสร้างเป็นการก่ออิฐมวลเบาค่ะ

    เรามาดูที่ผังบ้านกันก่อน บ้านแบบนี้จะเป็นแบบบ้านหน้ากว้างนะคะ ตั้งอยู่บนที่ดินเริ่มต้นก็ 56.6 ตร.วาเเล้ว ทำให้มีพื้นที่รอบๆบ้านอย่างน้อยด้านละ 2 เมตรเลย สามารถจัดเป็นสนามหญ้า หรือปลูกสวนรอบๆบ้านได้ กลายเป็นวิวให้กับพื้นที่ภายในบ้านอีกด้วย จากรั้วบ้านจะสามารถจอดรถได้ทั้งหมด 2 คัน ทางเข้าของบ้านนี้จะมีอยู่ทั้งหมด 3 ทาง ทางหลักของบ้านจะเข้ามาทางพื้นที่ห้องนั่งเล่น ส่วนทางที่ 2 จะเป็นทางเข้าจากที่จอดรถ ที่สามารถเข้าไปบริเวณพื้นที่ตรงกลางของบ้านได้ ไปเจอกับครัวหรือพื้นที่เก็บของข้างบันไดเลย สะดวกสำหรับคนที่ซื้อของเข้าบ้าน เปิดท้ายรถยกข้าวของเข้าไปเก็บที่ครัวหรือเอาขึ้นบันไดเข้าห้องไปได้เลย นอกจากนี้ยังมีอีกทางเข้าไปยังครัวจากประตูหลังบ้านค่ะ พื้นที่ภายในบ้านจะถูกแบ่งเป็นสองฝั่งตามความกว้างของหน้าบ้าน มีบันไดขึ้นชั้น 2 อยู่กลางบ้าน ตรงข้ามบันไดจะเป็นห้องครัวที่จะได้เป็นครัวปิด และห้องน้ำ ฝั่งที่ใกล้กับที่จอดรถจะมีห้องนอนอยู่ 1 ห้อง ส่วนอีกฝากนึงของบ้านจะเป็นพื้นที่โล่งเชื่อมต่อกันตั้งแต่หน้าบ้านไปยังหลังบ้านค่ะ เป็นส่วนของห้องนั่งเล่นและพื้นที่ทานอาหาร บริเวณนี้ถ้าบ้านไหนอยากจะกั้นห้องนั่งเล่นให้เป็นสัดส่วนเพิ่มก็สามารถทำได้นะคะ เวลาที่เราเปิดแอร์ใช้งานก็จะได้ประหยัดเพิ่มขึ้นอีกด้วยค่ะ

    ขึ้นบันไดมาชั้น 2 จะเจอกับส่วนพื้นที่อเนกประสงค์ก่อนเลย พื้นที่ส่วนนี้จะไม่ได้กั้นห้องไว้ให้ เราสามารถกั้นห้องเพิ่มเองได้ จะเป็นมุมนั่งเล่นพักผ่อนของครอบครัว หรือจะเป็นห้องทำงานก็ได้เช่นกันค่ะ จากพื้นที่ส่วนนี้ เราจะสามารถแยกออกเป็นสองฝั่ง ฝั่งนึงจะเป็นห้องนอนใหญ่ ที่ยาวตั้งแต่ด้านหน้าบ้านไปยังหลังบ้านเลย มีระเบียง, ห้องน้ำส่วนตัวเเละพื้นที่ทำ Walk-in Closet อยู่หน้าห้องน้ำ ส่วนอีกฝั่งของบ้านจะเป็นห้องนอนเล็ก 2 ห้องค่ะ ทั้ง 2 ห้องนี้จะต้องมาใช้ห้องน้ำร่วมกันด้านหน้าประตูห้องนะคะ ในแง่การใช้งานถือว่าเดินได้สะดวกไม่ไกลมาก ห้องที่อยู่ด้านหลังของบ้านจะมีขนาดเล็กหน่อย แต่ไม่เล็กมาก จัดวางเตียง Queen Size ได้ค่ะ ส่วนห้องนอนเล็กที่อยู่หน้าบ้านจัดว่าเป็นอีกหนึ่งห้องที่น่าสนใจเลย เพราะพื้นที่ภายในห้องนี้จะใหญ่มาเหมือนเป็นห้อง Master bedroom อีกห้องเลย เพียงเเต่จะไม่มีห้องน้ำในตัวและระเบียงค่ะ

    มาดูที่ตัวบ้านกันเลยนะคะ เรามีถ่ายหน้าบ้านมาตรฐานมาให้ดูกัน ที่โครงการนี้หน้าบ้านทุกหลังจะมีพื้นที่ทางเท้าที่ปลูกเป็นสนามหญ้าไว้ให้ และมีต้นไม้ปลูกไว้ให้ 1 ต้นในบ้านเป็นต้นเหลืองปรีดียาธรค่ะ และหน้าบ้านอีก 1 ต้น เป็นต้นโมก สลับกับต้นแคนา ซึ่งเราว่าตำแหน่งของการปลูกต้นไม้นี้ก็จะตรงกับทางเข้าบ้านพอดี ส่วนชั้น 2 ก็จะเป็นระเบียงของห้องนอน ทำให้คนที่ผ่านไปมาหน้าบ้านเราไม่สามารถมองเข้าไปภายในบ้านได้ตรงๆค่ะ ช่วยเพิ่ม Privacy ให้กับการใช้งานภายในบ้านมากขึ้นด้วย นอกจากนี้พื้นที่สีเขียวต่างๆก็จะกลายมาเป็นวิวให้กับเราได้อีกค่ะ

    มาดูที่รั้วบ้านกันซักหน่อย สำหรับแบบ Monza นี้ รั้วตรงที่จอดรถจะเป็นบานเลื่อนตอนเดียวค่ะ สามารถเปิดไปซ่อนด้านข้างได้เต็มๆ ส่วนรั้วบริเวณด้านข้างก็จะเป็นรั้วกึ่งทึบกึ่งโปร่ง ทำให้หน้าบ้านไม่ดูอึดอัดมาก บ้านไหนที่อยากได้ความเป็นส่วนตัวเพิ่มก็อาจจะปลูกไม้พุ่มรอบๆบ้านก็ได้นะคะ

    นอกจากรั้วบ้านเเล้ว ก็จะมีกริ่งให้มาพร้อมไฟส่องสว่างด้านบนเล็กน้อย นอกจากนี้ก็จะมีพื้นที่สำหรับทิ้งขยะที่เป็นห้องเล็กๆ เก็บเป็นสัดส่วนค่ะ สามารถทิ้งจากด้านในบ้านได้ พอถึงรอบการเก็บขยะ ก็จะสามารถเปิดประตูจากด้านนอก แล้วนำขยะไปทิ้งได้ทันที ตรงนี้ก็จะทำให้ถนนบริเวณหน้าบ้านดูเรียบร้อยสวยงามมากขึ้นนะคะ

    อย่างที่บอกไปว่าตัวรั้วบ้านนั้นจะเป็นรั้วโปร่งบานเลื่อนเปิดตอนเดียว สามารถเปิดได้สุดเลย มีทางลาดจากถนนภายนอกขึ้นไปส่วนที่เป็นยูนิตบ้านที่สูงจากระดับถนนเล็กน้อย พื้นส่วนจอดรถจะเป็นคอนกรีตปาดเรียบ ตัวโครงสร้างที่จอดรถจะเป็น Slab on Ground ค่ะ เช่นเดียวกับ ระยะที่จอดรถจะอยู่ที่กว้าง 5 เมตร ลึก 7.5 เมตร จอดรถแบบ Eco Car คันนึง SUV คันนึงได้ค่ะ แต่ถ้าจะเป็นรถที่ใหญ่สองคันก็อาจจะเบียดๆหน่อย เปิดประตูยากเล็กน้อย

    เข้ามาด้านในตัวบ้านฝั่งทางเข้าหลักด้านหน้าจะมีระยะกว้างประมาณนึงเลย โครงการจะปูหญ้าไว้ให้ เราสามารถจัดสวนหรือหาชุดที่นั่ง outdoor จัดเป็นมุมพักผ่อนบริเวณนี้ได้ นอกจากจะปูหญ้ารอบๆบ้านไว้ให้เเล้ว ในตัวบ้านทุกหลังจะปลูกต้นไม้ไว้ให้หลังละ 1 ต้นเช่นกันค่ะ เป็นต้นเหลืองปรีดียาธรค่ะ

    ลองเดินรอบๆบ้านดูกันนะคะ รั้วด้านข้างบ้านจะเป็นรั้วทึบ พื้นที่ด้านข้างบ้านจะอยู่ที่ประมาณ 2 เมตร (ระยะต่างๆขึ้นอยู่กับขนาดที่ดินอีกทีนะคะ)

    เดินเลาะมาจะเจอกับ Tank น้ำซึ่งโครงการจะมีให้มาค่ะ

    มาถึงหลังบ้านจะเจอกับประตูทางเข้าส่วนครัวค่ะ ตรงนี้จะมีลานซักล้างให้ มีการปูพื้นคอนกรีตให้ เป็น Slab on ground และมีการเดินท่อน้ำไว้ให้เรียบร้อย

    รอบตัวอาคารก็จะเซาะร่องบริเวณผนังเอาไว้ให้ ดีเทลแบบนี้ก็จะช่วยลดการ Crack หรือการแตกร้าวของผนังได้ค่ะ

    เดินมาอีกฝั่งนึงจะเป็นสนามหญ้าเช่นกัน ด้านนี้จะตรงกับประตูเข้าโซนรับประทานอาหารของบ้านพอดีค่ะ เราอาจจะต่อเติมชานไม้ตรงนี้ขึ้นมาหน่อย เชื่อมต่อเป็นพื้นที่นั่งเล่น outdoor ต่อเนื่องกับพื้นที่ด้านในบ้านได้เลย

    กลับมาที่หน้าบ้านค่ะ ด้านนี้มีระยะจัดสวนเล็กๆหน้าบ้านได้นะคะ

    มาดูที่ประตูทางเข้าบ้านกันบ้างค่ะ ด้านหน้าบ้านจะติดไฟผนังให้ทั้งสองฝั่งเลย บริเวณนี้เราอาจจะหาชั้นวางรองเท้ามาวางไว้ได้นะคะ เป็นที่ถอดรองเท้าสำหรับเเขกที่มาเยี่ยมบ้านของเรา

    บริเวณหน้าบ้านจะมีการตกแต่งด้วยระแนงอยู่ด้านบน ส่วนตัวบ้านจะสูงจากระดับสนามหญ้าขึ้นไป มีบันไดขึ้นบ้านอยู่ 1 ขั้น บริเวณนี้จะปูด้วยกระเบื้องเซรามิค พื้นที่ชานบ้านนี้จะมีขนาดอยู่ที่ 3.7×0.90 เมตรค่ะ

    ประตูทางเข้าจะเป็นบานเลื่อนกระจก เปิดได้ทางเดียวค่ะ กรอบบานเป็น UPVC โครงการนี้จะมีการติดตั้ง magnetic censor ให้ที่ประตูและหน้าต่างของบ้าน ถือว่าเป็นระบบรักษาความปลอดภัยที่แถมมาให้ค่ะ

    เข้ามาภายในเราจะเจอกับพื้นที่นั่งเล่นหรือพื้นที่รับแขกกันก่อนเลยค่ะ ต่อเนื่องเข้าไปยังส่วนรับประทานอาหารที่อยู่ด้านใน

    ในบ้านมาตรฐานจะให้มาเป็นพื้นกระเบื้องแกรนิตโต้ขนาด 60×60 ซม. ผนังและฝ้าเพดานฉาบเรียบค่ะ ไฟที่ให้มาจะเป็นไฟดาวน์ไลท์ ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานจะอยู่ที่ 2.7 เมตร

    มาดูที่ส่วนห้องนั่งเล่นหรือห้องรับแขกกันก่อน พื้นที่ตรงนี้จะมีขนาดอยู่ที่ 3.5 x 3 เมตร ถือว่าเป็นระยะที่กว้างเลยค่ะ เราสามารถหาโซพารูปตัว L มาวางหรือจะจัดเป็นชุดโซฟา 3-4 ที่นั่ง มีโต๊ะกลาง และทำ built-in ชั้นวางทีวีฝั่งตรงข้ามได้สบายๆ ในขณะที่ยังเหลือทางเดินกว้าง เดินเข้า-ออกได้สะดวก

    พื้นที่ตรงนี้จะมีทั้งประตูทางเข้าที่เป็นบานกระจก และหน้าต่างที่อยูด้านหลังโซฟา บวกกับความสูงของชั้นนี้ ทำให้บรรยากาศส่วนนี้จะดูค่อนข้างโปร่งเลยค่ะ ถ้าเราจัดสวนด้านนอกบ้านก็จะยิ่งช่วยสร้างมุมมองพื้นที่สีเขียวให้กับพื้นที่ตรงนี้ได้อีก

    เข้ามาดูส่วนรับประทานอาหารกันต่อนะคะ ตรงนี้ในบ้านตัวอย่างจะมีการเปลี่ยนพื้นที่ครัวใหม่ ทำให้ทั้งครัวและพื้นที่รับประทานอาหารกว้างต่อเนื่องกันไป เลยจัดออกมาเหมือน Pantry หรือเป็นครัวฝรั่งที่มีเกาะกลางได้ ถ้าบ้านไหนไม่เน้นการทำอาหารหนักๆ หรือไม่ต้องการครัวไทยก็สามารถปรับพื้นที่ภายในให้เหมือนกันกับบ้านตัวอย่างก็ได้ค่ะ

    พื้นที่รับประทานอาหารสามารถจัดได้ถึง 6-8 ที่นั่งเลยค่ะ จัดวางตรงกลาง และสามารถเดินรอบๆได้ พื้นที่ส่วนนี้มีขนาดอยู่ที่ 3.8×3.8 เมตร

    ผนังด้านนึงจะเป็นหน้าต่างที่สูงเกือบจรดพื้น (มีระยะของขอบบัวอยู่) ตรงนี้ที่บอกว่าเราสามารถต่อเติมชานบ้านทางด้านนอกได้ ทำเป็นเฉลียงนั่งพักผ่อนด้านข้างบ้านได้ค่ะ

    มาดูส่วนครัวกันบ้าง ในบ้านตัวอย่างจะทุบผนังกั้นครัวทิ้ง ทำเป็นครัวเปิดมีเกาะกลาง เหมาะกับคนที่ชอบทำขนมต่างๆ ไม่เน้นทำอาหารหนักแบบครัวไทยนะคะ แต่เราลองไปดูบ้านมาตรฐานดีกว่า ว่าจะให้มาเป็นอย่างไร

    ทางเข้าครัวจะหักมุมเล็กน้อย ครัวจะเป็นครัวปิดค่ะ ทำให้มีพื้นที่หน้าครัว เราสามารถจัดเป็นชั้นวางของหรือทำเป็น Built-in ชั้นวางของเลยก็ได้ค่ะ

    ภายในครัวจะลดระดับพื้นต่ำกว่าภายนอกนะคะ ช่วยให้สามารถล้าง ทำความสะอาดครัวได้เต็มที่ ไม่ต้องกลัวว่าฝุ่นหรือเศษผงต่างๆจะเลอะไปนอกห้องค่ะ พื้นที่ด้านในครัวจะมีขนาดประมาณ 2.6×2.7 เมตร

    ด้านในจะก่อเคาน์เตอร์ให้มาทั้ง 2 ฝั่งเลยค่ะ ถ้าใครอยากทำครัวเพิ่มก็เเค่เลือกหน้าบาน และทำ built-in ตู้บนเพิ่มก็ดูสวยงามเป็นดีไซน์เดียวกันได้แล้ว เคาน์เตอร์ครัวฝั่งซ้ายก็จะมีอ่างล้างจานให้ และมีพื้นที่สำหรับวางตู้เย็นอยู่ข้างๆ ส่วนฝั่งขวาเหมาะกับการวางเตา จะเป็นเตาแก๊สก็ได้นะคะ มีพื้นที่สำหรับเตรียมอาหารค่อนข้างกว้าง

    ออกมาด้านหลังบ้านจะเป็นพื้นที่ซักล้างค่ะ พื้นส่วนหนึ่งจะเทคอนกรีตเรียบไว้ให้ เป็น Slab on ground แยกโครงสร้างออกจากตัวบ้าน

    ตรงข้ามกับครัวจะเป็นบันไดทางขึ้นชั้น 2 และจะมีทางเดินไปอีกส่วนหนึ่งของบ้านค่ะ

    ทางเดินนี้จะไปสู่ห้องนอนเล็กที่อยู่ชั้น 1 นะคะ และจะมีประตูทางซ้ายมือออกไปยังส่วนที่จอดรถ ส่วนทางขวามือจะเป็นห้องน้ำค่ะ เป็นห้องน้ำห้องเดียวที่ชั้นนี้

    มาดูที่ห้องน้ำกันก่อน การวางผังของห้องน้ำจะเป็นห้องตอนลึกเข้าไปแยกส่วนเปียกและส่วนแห้งออกจากกัน ห้องน้ำนี้จะมีความกว้างอยู่ที่ 1.45 เมตร พื้นที่ส่วนแห้งจะถึงก่อน มีขนาด 1.65 x 1.45 เมตรค่ะ ความสูงของห้องน้ำจะอยู่ที่ 2.4 เมตร โดยจะมีหน้าต่างบานกระทุ้งอยู่บานนึง ช่วยให้แสงธรรมชาติสามารถเข้ามาภายในห้องได้ และยังช่วยระบายอากาศ ความชื้นภายในห้องน้ำได้อีกค่ะ

    ภายในห้องน้ำก็จะลดระดับลงมาจากพื้นบ้านเช่นเดียวกับห้องครัว ทำความสะอาดง่ายค่ะ

    อ่างล้างหน้าจะเป็นแบบแขวนผนัง มีกระจกเงาบานสูงติดตั้งไว้ให้ ด้านข้างจะเป็นโถสุขภัณฑ์ ที่มาพร้อมกับที่ใส่กระดาษชำระและสายฉีดชำระ สุขภัณฑ์ทั้งหมดจะเป็นของ Cotto ค่ะ พื้นที่ส่วนนี้ด้านหลังจะมีผนังที่เป็น  Low wall ทำให้มีพื้นที่สำหรับวางของใช้หรือของตกแต่งเช่น อุปกรณ์แปรงฟัน ล้างมือ ต้นไม้เล็กๆ เทียนหอมสร้างบรรยากาศได้ค่ะ

    พื้นที่ส่วนอาบน้ำจะมีขนาดอยู่ที่ 1.35×0.90 เมตร จัดว่าใช้งานหมุนตัวได้สะดวกเลย ระดับพื้นของส่วนนี้จะลดลงอีกเล็กน้อย ทำให้เวลาใช้งานหรืออาบน้ำ น้ำก็จะไม่ไหลไปทั่วห้องค่ะ แต่เนื่องจากพื้นที่อาบน้ำจะมีไม่กระจกกั้นไว้ให้นะคะ เราสามารถติดตั้งเพิ่มเองได้ค่ะ เวลาอาบน้ำหรือใช้งานจริง น้ำก็ไม่กระเด็นเลอะเทอะไปยังพื้นที่ส่วนอื่นด้วยค่ะ และอีกดีเทลนึงภายในห้องน้ำที่น่าสนใจคือผนังด้านนึงที่ทำไว้ให้สามารถวางอุปกรณ์อาบน้ำได้ ทำให้เราสามารถวางของได้ค่อนข้างเยอะเลยค่ะ

    มาดูที่ห้องนอนชั้นล่างกันบ้าง ตัวห้องนี้จะอยู่ในสุดของทางเดิน ห่างจากพื้นที่นั่งเล่นและทานอาหาร ทำให้พื้นที่ส่วนนี้ได้ความสงบเหมือนกันค่ะ ซึ่งห้องนี้สามารถจัดเป็นห้องอเนกประสงค์ได้ บ้านไหนสมาชิกเยอะก็ทำเป็นห้องนอนได้ แต่ถ้าบ้านไหนอยากเปลี่ยนห้องนี้เป็นห้องทำงาน หรือห้องดูหนัง ก็ติดตั้งเครื่องเสียงใช้งานได้เต็มที่เลย

    ภายในห้องนี้วัสดุพื้นจะเปลี่ยนจากแกรนิตโต้ด้านนอกเป็นลามิเนตค่ะ

    ห้องนี้มีขนาด 2.85 x 3.15 เมตร มีหน้าต่างให้ 3 ด้านของผนังเลยลม Flow ค่อนข้างดีดี แต่ตัวบานจะไม่ใหญ่มากทำให้ยังสามารถจัดเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องได้อยู่

    อย่างในห้องตัวอย่างจะทำ Built-in ชิดผนังฝั่งนึงไว้เลย เป็นโซฟานั่งเล่น และเป็นชั้นวางของไปในตัว

    ขึ้นไปชั้น 2 กันบ้างค่ะ บริเวณนี้จะมีพื้นที่ใต้บันไดเป็นห้องเก็บของ ซึ่งหน้าห้องเก็บของนี้ก็จะมีพื้นที่อยู่ เราสามารถแบ่งผนังทำ Built-in เป็นชั้นเก็บรองเท้าได้นะคะ เป็นอีกหนึ่งฟังก์ชันที่คุณผู้หญิงหรือเหล่า Sneakerhead น่าจะชอบกัน

    ตัวบันไดจะใช้วัสดุลูกนอนเป็นไม้ยางพาราประสาน ส่วนราวกันตกจะเป็นเหล็กโปร่งค่ะ

    ตัวบันไดจะเป็นรูปตัว U บริเวณชานพักจะมีขั้นเพิ่ม 1 ขึ้น ในแง่การใช้งานไม่ถือว่าอันตรายมากนะคะ ตัวบันไดจะมีความกว้างอยู่ที่ 90 ซม. เดินใช้งานสะดวก

    ขึ้นมาที่ชั้น 2 เราจะเจอกับพื้นที่อเนกประสงค์ก่อนเลย และมีห้องทางขวาเป็นห้อง Master Bedroom ส่วนทางซ้ายมือจะเป็นห้องนอนเล็กอีก 2 ห้องค่ะ

    พื้นที่โซนอนเกประสงค์จะมีขนาดอยู่ที่ 2.4×2.8 เมตร มีผนังด้านหลังบ้านที่จะมีหน้าต่าง ทำให้บริเวณกลางบ้านหรือหน้าบันไดนั้นไม่มืดจนเกินไปค่ะ ที่ชั้น 2 นี้จะมีความสูงอยู่ที่ 2.7 เมตร พื้นปูด้วยลามิเนต ผนังจะฉาบเรียบและติด wallpaper ให้ (wallpaper จะให้มาในแบบที่เป็นบ้านเดี่ยวนะคะ) ฝ้าเพดานฉาบเรียบ และไฟให้มาเป็นไฟดาวน์ไลท์

    พื้นที่ตรงนี้จะทำเป็นห้องนั่งเล่น หรือห้องทำงานเพิ่มได้ค่ะ สามารถกั้นเป็นห้องปิดได้ แต่แนะนำให้ทำเป็นประตูบานเลื่อนกระจกก็ดีนะคะ เเสงสว่างจะได้ส่องมายังทางเดินหน้าห้องได้บ้าง ไม่งั้นบรรยากาศทางเดินหน้าห้องก็อาจจะดูมืดทึบเกินไป และระบายอากาศยาก

    เดี๋ยวเราไปดูที่ห้องนอนเล็ก 2 ห้องทางซ้ายมือกันก่อนนะคะ

    ตรงนี้จะมีทางเดินแยกไป ห้องทางซ้ายกับตรงไปจะเป็นห้องนอน ส่วนทางขวามือจะเป็นห้องน้ำค่ะ ภายในห้องนอนเล็กจะไม่มีห้องน้ำในตัวนะคะ จะต้องมาใช้ร่วมกันที่ห้องนี้ แต่ถ้าดูจากระยะถือว่าไม่ไกลเลยค่ะ เข้า – ออกใช้งานสะดวก

    ห้องน้ำนี้ทั้งดีไซน์และ Layout จะคล้ายกันกับห้องน้ำข้างล่างเลยค่ะ เราขอไม่อธิบายซ้ำนะคะ

    มาดูห้องนอนที่อยู่สุดทางเดินกันบ้าง ห้องนอนนี้จะมีขนาดเล็กสุดของชั้นนี้นะคะ คือมีขนาดอยู่ที่ 3×3.2 เมตร ซึ่งจริงๆก็ไม่เล็กเลยค่ะสามารถวางเตียง 6 ฟุตลงไปได้เลยด้วย

    ไอเดียการจัดห้องภายในบ้านตัวอย่างจะจัดไว้สำหรับนอน 1 คน และทำ built-in ตู้เสื้อผ้าอยู่หน้าทางเข้าประตูเลยค่ะ เราชอบที่ Design สันของตู้เสื้อผ้าเป็นชั้นวางของ ทำให้กลายเป็นตู้โชว์รับกับทางเข้าห้องไปเลย

    ขนาดเตียงที่จัดไว้ในห้องตัวอย่างจะอยู่ที่ 3.5 ฟุตค่ะ ใครที่อยากจัดห้องแบบนี้อย่าลืมเว้นที่ไว้สำหรับติดตั้งรางผ้าม่านด้วยนะคะ

    ด้วยความที่วางเตียงนอนชิดไปที่ผนังด้านในสุด ก็จะทำให้เหลือพื้นที่ทางเดินที่ค่อนข้างกว้างเลย มีระยะหน้าตู้เสื้อผ้า สามารถจัดมุมโต๊ะเครื่องแป้ง หรือโต๊ะทำงานบริเวณนี้ได้ค่ะ

    มาดูที่ห้องนอนอีกห้องกันค่ะ สำหรับห้องนี้จะมีขนาดที่ใหญ่เลย เป็นห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้าอยู่ทางหน้าบ้าน มีขนาด 5.2×2.75 เมตร ดูแล้วสามารถเป็น Master Bedroom อีกห้องได้เลย เพียงแต่ไม่มีห้องน้ำในตัวเเละระเบียงเท่านั้น

    ทางเข้าห้องจะมีพื้นที่อยู่เราสามารถจัดเป็น Walk-in closet พร้อมมุมแต่งตัวได้เลยค่ะ ขนาดกว้างขวาง

    ส่วนด้านในจะมีกระจกอยู่ 2 ด้าน ซึ่งในห้องตัวอย่างนี้จะหันหัวไปทางกระจก ทำให้สามารถติดทีวีเพิ่มที่ผนังปลายเตียงได้ แต่ถ้าใครไม่ค่อยดูทีวี เราจะหันหัวเตียงไปทางผนังทึบก็ได้ค่ะ หันเตียงทิศนี้ก็จะเหมาะกับคนที่ชอบนอนตื่นสายมากกว่า เวลาเช้า แสงไม่ส่องเข้าตา ฝุ่นจากม่านก็ไม่ตกลงหัวเวลานอนด้วย

    ไปต่อกันที่  Master Bedroom ที่อยู่อีกฝั่งนึงกันบ้าง

    ที่หน้าห้องนอนใหญ่จะมีแผงควบคุมระบบ censor ต่างๆที่ติดไว้รอบบ้านค่ะ

    ตัวห้องนอนใหญ่จะเป็นห้องที่กว้างตั้งแต่หน้าบ้านจรดหลังบ้านค่ะ ภายในห้องจะมีระเบียงและห้องน้ำภายในตัว มีหน้าต่างให้ค่อนข้างเยอะ มีแสงสว่างจากธรรมชาติส่องเข้ามาได้เต็มที่และระบายอากาศภายในห้องได้ดี

    เข้ามาภายในห้องเราสามารถเเบ่งพื้นที่แยกออกได้ 2 ส่วนคือ พื้นที่พักผ่อนวางเตียงนอนทางขวามือ(ตำแหน่งหน้าบ้าน) และพื้นที่ห้องน้ำกับ Walk-in Closet ทางซ้ายมือ

    พื้นที่ส่วนพักผ่อนจะมีขนาดอยู่ที่ 3.45 x 4 เมตร ห้องนี้เราสามารถวางเตียงนอนขนาดใหญ่แบบ 6 ฟุตได้สบายๆ

    ด้านหน้าห้องจะเป็นระเบียง ประตูตรงนี้จะเป็นบานเลื่อนกระจกเปิดได้ฝั่งเดียวค่ะ

    ระเบียงจะได้ราวกันตกกระจกนะคะ พื้นที่ระเบียงจะมีขนาด 3.7×0.70 เมตรโดยประมาณ ที่ระเบียงจะติดไฟผนังให้เป็นโคมไฟส่องสว่าง

    เราสามารถสลับหัวเตียงได้นะคะ ถ้าใครไม่อยากให้หัวเตียงร้อนเกินไปเวลานอน

    ไปดูฝั่งด้านในกันบ้าง จะเป็นพื้นที่ห้องน้ำเเละมีพื้นที่สำหรับจัดเป็น walk-in closet ด้านหน้า

    พื้นที่สำหรับ walk-in closet จะมีขนาดประมาณ 2.3×3.7 เมตร สามารถกั้นประตูแยกส่วนพื้นที่ได้เลย บริเวณนี้มีหน้าต่างที่ช่วยระบายอากาศได้ และยังช่วยให้มุมเเต่งหน้าแต่งตัวได้รับแสงธรรมชาติ แต่งหน้าง่ายขึ้นค่ะ

    มาดูภายในห้องน้ำกันบ้าง Layout ของห้องยังเหมือนเดิมนะคะ แยกส่วนเปียกและส่วนแห้งไว้ให้ เพียงแต่ทางเข้าจะเข้ามาด้านยาวของห้องแทน

    ส่วนที่แตกต่างอีกก็คือชนิดของสุขภัณฑ์ภายใน อย่างอ่างล้างหน้าก็จะได้แบบฝังในเคาน์เตอร์ และมี Built-in ชั้นวางของเล็กๆใต้เคาน์เตอร์ ทำให้มีพื้นที่สำหรับวางของใช้งานมีกขึ้น

    โถสุขภัณฑ์ก็จะมีดีไซน์ที่ต่างออกไปเล็กน้อย แต่ก็ยังคงเป็นของยี่ห้อง Cotto อยู่ค่ะ

    ส่วนพื้นที่อาบน้ำจะดีไซน์เหมือนเดิม ไม่มีฉากกั้นอาบน้ำให้มา ขนาดภายในเท่ากับอีกห้องเลยคือ 1.35×0.90 เมตรค่ะ เป็นระยะที่ใช้งานสะดวก หมุนตัวได้สบาย

    มาดูแบบบ้านกันอีกซักแบบค่ะ บ้านแบบนี้จะมีชื่อว่า Vivid เป็นแบบบ้านแฝดแบบเดียวของโครงการนี้ แบบ VIVID นี้จะมีพื้นที่ใช้สอย 173 ตร.ม. ตั้งอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 42.3 ตร.วา มี 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ  2 ที่จอดรถ ในราคาเริ่มต้น 6.99 ล้านบาท ดูภายนอกแล้ว ทั้งหน้าตาและขนาดพื้นที่ใช้สอยเกือบเท่ากับแบบบ้านเดี่ยวเลยค่ะ เดี๋ยวเราลองไปดูแปลนบ้านกันก่อนเลย

    ผังบ้านแบบ Vivid จะเป็นบ้านเเนวลึกค่ะ จากทางเข้าบ้านจะเจอกับที่จอดรถ ตรงนี้สามารถจอดได้ 2 คัน (แต่จะมีเสาคั่นอยู่ตรงกลาง) ส่วนทางเข้าบ้านทางหลักจะอยู่ตรงห้องนั่งเล่น และมีทางเข้ารองอยู่ตรงที่จอดรถเเละครัวหลังบ้าน มาที่พื้นที่นั่งเล่นจะยาวต่อเนื่องไปกับส่วนรับประทานอาหารเลยค่ะ ซึ่งพื้นที่ส่วนรับประทานอาหารนี้จะอยู่ที่ตำแหน่งใจกลางบ้านเลย สามารถเปิดประตูข้างออกไปยังพื้นที่สวนข้างๆตัวบ้านได้ และเป็นจุดที่อยู่ตรงกับบันไดทางขึ้นชั้น 2 ของบ้านเลย เข้ามาด้านในสุดจะมีห้องนอนอยู่ 1 ห้อง และห้องน้ำอยู่ติดกัน นอกจากนี้จะมีส่วนครัวอยู่ข้างๆห้องน้ำอีกด้วย พื้นที่ครัวนี้จะลดระดับลงมาจากระดับพื้นไว้ให้ แต่จะไม่ได้กั้นเป็นครัวปิดนะคะ เดี๋ยวเราไปดูบ้านจริงกันอีกทีค่ะ

    เมื่อขึ้นมาชั้น 2 พื้นที่ชั้นนี้จะถูกแบ่งเป็นโซนที่อยู่หน้าบ้านและหลังบ้าน พื้นที่ที่อยู่ด้านหน้าบ้านจะเป็นห้อง Master Bedroom ค่ะ ห้องนี้จะมีระเบียงส่วนตัวเเละมีห้องน้ำในตัว ส่วนห้องที่อยู่ด้านหลังจะเป็นห้องนอนเล็ก 2 ห้องที่ต้องใช้ห้องน้ำร่วมกัน ตำแหน่งทางเข้าห้องน้ำก็จะอยู่ตรงกับทางขึ้น-ลงบันไดพอดีค่ะ ถึงแม้ว่าจะเป็นบ้านเเฝดแต่ว่าเมื่อดูจากพื้นที่ใช้งานภายในห้องแล้ว ห้องนอนทุกห้องยังสามารถวางเตียงแบบ Queen Size ได้สบายๆเลยค่ะ

    เมื่อมองจากภายนอกแล้วบ้านแฝด Vivid นี้จะได้บรรยากาศคล้ายบ้านเดี่ยวเลย เพราะมีพื้นที่ด้านข้างบ้านทั้ง 2 ฝั่งเลย จะมีส่วนที่ติดกันบริเวณครัวเท่านั้นค่ะ สำหรับแบบนี้ก็จะมีปลูกต้นไม้ที่หน้าบ้านเเละภายในบ้านเช่นกัน

    กริ่งบ้านและห้องทิ้งขยะก็ยังมีให้เหมือนกันกับบ้านเดี่ยวค่ะ

    สำหรับบ้านนี้ก็จะมีที่จอดรถให้ 2 คัน เนื่องจากบ้านจะเป็นตอนลึกทำให้ประตูรั้วจะแบ่งเป็นบานเลื่อน 2 ตอนแทน

    พื้นที่จอดรถสามารถจอดได้ 2 คันก็จริงแต่จะมีเสาคั่นอยู่ตรงกลาง ทำให้เหลือพื้นที่ช่องจอดฝั่งละประมาณ 2.4 – 2.45 เมตร ลึก 7.5 เมตร สามารถจอดรถได้ไหมก็ยังได้นะคะ แต่เวลาถอยรถอาจจะต้องระมัดระวังนิดนึง และพอจอดเสร็จก็อาจจะเปิดประตูยากหน่อย เหมาะสำหรับบ้านที่มีรถคันเล็กๆมากกว่าค่ะ ตัวพื้นที่จอดรถจะเป็นคอนกรีตขัดเรียบให้มา

    พื้นที่ด้านข้างจะเว้นระยะไว้นิดนึงค่ะ เอาไว้เป็นทางเดินน่าจะเหมาะกว่า เพราะถ้าเราลงต้นไม้ ก็จะไม่เหลือทางเดินเลย

    ส่วนถ้าใครอยากจะจัดสวน ก็จะมีพื้นที่หน้าบ้านที่สามารถจัดสวนเล็กๆได้ค่ะ เดี๋ยวเราลองไปเดินดูด้านข้างบ้านอีกฝั่งกันนะคะ

    ทางฝั่งนี้จะมีระยะกว้างขึ้นหน่อยประมาณ 2 เมตร

    ส่วนทางด้านหลังบ้านจะมีประตูทางเข้าครัว ซึ่งจะมีพื้นที่ซักล้างอยู่ด้านหน้าค่ะ

    มาดูทางเข้าบ้านกันดีกว่าค่ะ ประตูทางเข้าบ้านจะเป็นประตูบานเลื่อนกระจก กรอบบานจะเป็น UPVC ตัวบานจะเป็นกระจกสีตัดเเสง

    ทางขึ้นจะมีอยู่ 2 ระดับ ชานบ้านทางด้านหน้าจะมีขนาด 3×0.90 เมตรค่ะ ด้านนึงจะมีระแนง ส่วนอีกฝั่งจะมีที่นั่ง สามารถนนั่งใส่รองเท้าบริเวณนี้ได้ค่ะ

    เข้ามาภายในบ้านจะเจอกับพื้นที่โล่งลึกเข้าไปเลย เป็นพื้นที่สำหรับจัดเป็นห้องนั่งเล่น ต่อเนื่องไปยังส่วนรับประทานอาหารทางด้านในค่ะ สำหรับชั้น 1 ของแบบ Vivid นี้จะสูงอยู่ที่ 2.7 เมตร พื้นจะปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ ผนังจะไม่มี wallpaper ให้นะคะ จะเป็นแบบฉาบเรียบธรรมดา ส่วนฝ้าเพดานจะฉาบเรียบและมีไฟดาวน์ไลท์ให้ค่ะ

    พื้นที่ส่วนนั่งเล่นนี้จะมีขนาดอยู่ที่ 3×3 เมตร ฝั่งนึงจะมีหน้าต่างบานเลื่อนไว้ให้ เป็นช่องเเสง ระบายอากาศ และรับลมให้เข้ามาภายในบ้าน

    ขนาด 3×3 เมตรนี้สามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้ค่อนข้างง่ายๆเลยค่ะ จะจัดชุดโซฟาไว้ด้านนึง นั่งได้ 3-4 ที่นั่ง และมีชั้นวางทีวีอีกฝั่งได้ ในขณะที่เหลือทางเดินเข้า-ออกหน้าบ้านได้สบาย

    ผนัง 3 เมตรนี้ทำเป็นชั้นวางของเก็บข้าวของได้เยอะเลยค่ะ ทำให้การจัดเก็บของภายในบ้านดูเรียบร้อยเป็นระเบียบ

    ถัดเข้ามาจะเป็นพื้นที่สำหรับวางโต๊ะทานอาหารค่ะ

    ขนาดพื้นที่บริเวณนี้อยู่ที่ 3.5×3.45 เมตร สามารถจัดที่นั่งทานอาหารได้ 4-6 ที่นั่งแบบวางกลางบ้าน มีพื้นที่เหลือเดินได้รอบๆค่ะ

    บริเวณนี้จะมีหน้าต่างที่เปิดออกไปยังด้านข้างบ้านได้ด้วย ทำให้พื้นที่กลางบ้านมีแสงสว่างส่องเข้ามาค่อนข้างเยอะ บ้านไม่มืดค่ะ

    ถัดเข้าไปในสุดจะถูกแบ่งไว้เป็นห้องนอนนะคะ ส่วนด้านข้างๆจะมีห้องน้ำให้มา 1 ห้อง ใกล้กับครัว

    ภายในห้องนอนวัสดุพื้นจะเปลี่ยนไปเป็นลามิเนตค่ะ ห้องนอนนี้จะมีขนาดค่อนข้างกว้างเลยค่ะอยู่ที่ 3×3.6 เมตร

    ห้องนี้จะมีหน้าต่างอยู่ 2 ด้านของห้อง ซึ่งเราชอบการหันหัวเตียงแบบในบ้านตัวอย่างมากเลยค่ะ ดูค่อนข้างลงตัวเพราะตำแหน่งหน้าต่างจะอยู่ข้างๆหัวเตียงพอดี ได้เเสงสว่างในขณะที่แสงและความร้อนไม่ส่องเข้ามายังเตียงมากเกินไป มีพื้นที่ปลายเตียงที่กว้าง สามารถวางตู้เสื้อผ้าเเละมุมสำหรับทำเป็นชั้นวางทีวี โต๊ะเครื่องแป้ง หรือโต๊ะเขียนหนังสือได้

    มาดูที่ห้องน้ำกันบ้าง ห้องน้ำของแบบนี้จะเหมือนกันกับบ้านเดี่ยว Monza ที่พาไปชมหลังเเรกเลย ทั้งการวาง Lay out ของห้อง แต่จะมีโทนสีกระเบื้องที่มีความแตกต่างค่ะ แบบ Vivid จะเน้นโทนสีขาวครีม ในขณะที่ Monza จะเลือกใช้กระเบื้องที่มีโทนสีเข้มกว่า

    สุขภัณฑ์ต่างๆภายในห้องน้ำจะใช้ของ Cotto ค่ะ

    พื้นที่ส่วนอาบน้ำจะมีช่องสำหรับวางอุปกรณ์อาบน้ำไว้ให้ ฝักบัวจะเป็นแบบสายอ่อน ดีไซน์เหลี่ยม

    พื้นที่อาบน้ำจะไม่มีฉากกั้นให้มา สามารถติดตั้งเองทีหลังได้ไม่ยากค่ะ ภายในจะลดระดับลงเล็กน้อย มีขนาด 1.25 x0.80 เมตร

    มาดูพื้นที่ส่วนครัวกันบ้างนะคะ ครัวของบ้านนี้จะค่อนข้างแปลกเลยทีเดียวค่ะ เนื่องจากจะให้มาเป็นครัวเปิด

    จะมีทางเดินที่แยกออกไปจากพื้นที่ด้านข้างของบันไดค่ะ ผนังบริเวณนี้สามารถทำชั้นวางของเพิ่มเติมได้นะคะ ส่วนพื้นที่ครัวนี้จะลดระดับลงมา ซึ่งถ้าใครจะทำครัวปิดก็สามารถทำได้ แต่จะต้องก่อผนังเพิ่มเป็นมุมฉากให้เข้ากับพื้นที่ลดระดับลงมาค่ะ

    ด้านในครัวจะก่อนเคาน์เตอร์ให้มาเป็นรูปตัว L แบบนี้ค่ะ ไม่มีตู้บนมาให้ เราสามารถทำเพิ่มเองได้ หรือติดหน้าบานให้เคาน์เตอร์ด้านล่างที่ก่อมาให้ได้ค่ะ จากครัวสามารถเชื่อมต่อไปยังหลังบ้านที่เป็นพื้นที่ซักล้างได้ มีพัดลมระบายอากาศติดตั้งไว้ให้ด้วย พื้นที่ส่วนครัวจะมีขนาดค่อนข้างกว้างเลย ประมาณ 2.9×3 เมตร

    สิ่งที่เราชอบคือช่องเเสงและหน้าต่างที่ให้มาสองฝั่งข้างเคาน์เตอร์ค่ะ ทำให้ภายในครัวดูสว่างมากเลย เเละสามารถเปิดหน้าต่างระบายอากาศหรือควันที่เกิดจากการปรุงอาหารได้ด้วย

    ผนังครัวอีกฝั่งเราจะทำเป็นชั้นแขวนหรือชั้นวางของก็ได้นะคะ กลายเป็นพื้นที่เก็บของเล็กๆที่ใช้ภายในครัวได้อีก

    เปิดประตูไปยังหลังบ้านจะเจอกับตำแหน่ง Pump และ Tank น้ำของบ้าน รวมไปถึงลานซักล้างที่เทคอนกรีตไว้ให้ค่ะ

    เราขึ้นไปดูที่ชั้น 2 กันต่อเลยดีกว่าค่ะบันไดทางขึ้นจะอยู่ตรงข้ามกับทางเข้าห้องน้ำพอดี ใต้บันไดจะถูกจัดไว้เป็นห้องเก็บของ และมีประตูที่เข้ามาจากพื้นที่จอดรถอยู่ด้านข้างค่ะ กลับบ้านมาดึกๆก็สามารถจอดรถ เปิดประตูเข้าบ้านเเละขึ้นไปที่ชั้น 2 ได้ทันที

    ตัวบันไดจะใช้ลูกนอนเป็นไม้ยางพาราประสาน ราวกันตกจะเป็นเหล็กกล่อง มือจับเป็นไม้เช่นกัน ดีไซน์โปร่งค่ะ

    ชานพักจะกว้างเต็มเลย ตัวบันได้จะเป็นรูปตัว U เปิดช่องแสงเข้ามาด้านข้าง ช่วยให้บันไดดูสว่างเลย ไม่ต้องเปิดไฟเพื่อใช้งานในช่วงเวลากลางวัน

    ขึ้นมาที่ชั้นสองจะเจอกับโถงโล่งก่อนจะแจกเข้าไปในห้องแบบนี้ค่ะ ทางขวามือจะเป็น Master Bedroom ที่จะกว้างเต็มหน้ากว้างของห้องเลย ส่วนทางซ้ายมือจะเป็นห้องนอนเล็ก 2 ห้องที่จะต้องใช้ห้องน้ำร่วมกันที่ตรงกลาง บริเวณโถงนี้จะมีขนาด 3×2 เมตรค่ะ ถือว่าเป็นขนาดที่กว้างอยู่นะคะ แต่เป็นพื้นที่ที่จัดวางเฟอร์นิเจอร์ไม่ค่อยจะได้ เพราะเป็นตำแหน่งทางเดินทั้งหมดเลย แต่ถ้าใครอยากใช้ประโยชน์เพิ่มเติมจากพื้นที่บริเวณนี้ก็อาจจะทำชั้นวางของแบบติดผนังไว้หน้าห้องน้ำก็ได้นะคะ หรือจะตกแต่งด้วยภาพวาด ภาพถ่ายก็ได้ค่ะ

    มาดูที่ห้องน้ำกันบ้าง ห้องน้ำนี้จะคล้ายๆกับห้องข้างล่างเลย แยกพื้นที่ส่วนแห้งและส่วนเปียกเอาไว้ ห้องนี้จะมีความกว้างของห้องอยู่ที่ 1.35 เมตร สามารถเดินผ่านหน้าโถสุขภัณฑ์เข้าไปใช้พื้นที่อาบน้ำได้สบายค่ะ ตัวสุขภัณฑ์เป็นของ Cotto  พื้นที่ส่วนอาบน้ำมีขนาด 0.90×1.25 เมตร ใช้งานหมุนตัวสะดวก

    มาต่อกันที่ห้องนอนเล็กกันค่ะ ห้องแรกจะเป็นห้องที่มีพื้นที่ภายในเป็นสี่เหลี่ยม มีขนาดอยู่ที่ประมาณ 3×3.6 เมตร ถือว่ากว้างเลยค่ะ มีหน้าต่างอยู่ 2 ด้าน

    ด้วยขนาดห้องสามารถวางเตียง 5-6 ฟุตได้เลย ทิศทางการวางก็หันหัวเตียงแบบห้องตัวอย่างได้เลยค่ะ หัวเตียงไม่ร้อนมาก

    ปลายเตียงมีพื้นที่เหลือกว้าง 1.6 เมตรเลย สามารถวางตู้เสื้อผ้า และจัดเป็นมุมโต๊ะเครื่องแป้งหรือโต๊ะทำงานได้

    ส่วนห้องนอนเล็กอีกห้องนึงจะมีหน้าต่างอยู่ด้านเดียวค่ะ ขนาดพื้นที่จะจัตุรัสมากขึ้น ขนาดอยู่ที่ 2.9×3 เมตร  ด้วยขนาดยังสามารถวางเตียงใหญ่ได้อยู่ แต่ปลายเตียงจะมีพื้นที่ลดลงทำให้ไม่สามารถวางตู้เสื้อผ้าปลายเตียงได้นะคะ แต่อาจจะวางชั้นวางทีวีลึก 30-40 ซม.ได้อยู่

    แต่ความแปลกของห้องนี้คือจะมีพื้นที่อีกส่วนนึงที่อยู่ข้างๆกับประตูแยกออกมาอีกส่วน

    พื้นที่ตรงนี้จะมีขนาด 1.1×1.75 เมตร เราสามารถวางตู้เสื้อผ้าหรือโต๊ะเครื่องแป้งไว้ตรงนี้แทนค่ะ

    เราไปต่อกันที่ห้อง Master Bedroom กันเลย ห้องนี้จะอยู่ใกล้กับบันไดมากที่สุด หน้าห้องจะมีแผง Control security ต่างๆภายในบ้าน มีให้เหมือนกับบ้านเดี่ยวเลยค่ะ

    ห้องนี้จะเข้ามาทางด้านกว้างของห้องนะคะ ตัวห้องก็จะกว้างเต็มหน้ากว้างของบ้านเลย ทำให้มองวิวไปทางหน้าบ้านได้กว้างขึ้น และมีระเบียงใช้งานส่วนตัวภายในห้องค่ะ

    พื้นที่ห้องนี้จะกว้าง 3 เมตร ทางฝั่งขวามือเหมาะกับการวางเตียงนอนค่ะ เราจะหันเตียงแบบในห้องตัวอย่างก็ได้ หรือจะหันให้ปลายเตียงออกไปทางหน้าต่างก็ได้ค่ะ

    พื้นที่เฉพาะส่วนนี้จะอยู่ที่ 2.85x 3 เมตรค่ะ วางเตียง king size ได้เลย พร้อมพื้นทีข้างเตียงทั้ง 2 ฝั่ง

    ส่วนอีกฝั่งนึงจะเป็นพื้นที่ออกไปยังระเบียง และทางเข้าห้องน้ำ ตรงนี้จะมีขนาดอยู่ที่ประมาณ 2×3 เมตร

    สามารถจัดตู้เสื้อผ้าเเละโต๊ะเครื่องแป้งแบบในห้องตัวอย่างได้ค่ะ

    พื้นที่ระเบียงจะมีขนาด 2.75×1 เมตร ทางออกจะเป็นประตูบานเลื่อนกระจกเปิดทางเดียว ตัวระเบียงจะปูด้วยกระเบื้องเซรามิค ราวกันตกเป็นเหล็กกล่อง ซึ่งแตกต่างจากบ้านเดี่ยว Monza ที่จะเป็นกระจกค่ะ

    ไปดูที่ห้องน้ำกันบ้างค่ะ ใน Master Bedroom จะมีห้องน้ำส่วนตัว ตำแหน่งอยู่ตรงข้ามกับระเบียงพอดี

    ภายในห้องนี้จะจัดวาง Layout แตกต่างจากห้องอื่นๆค่ะ คือเข้าไปจะแยกเป็นสองส่วนทางฝั่งซ้ายจะเป็นพื้นที่ส่วนแห้ง และส่วนเปียกจะอยู่ฝั่งขวา ยังไม่มีฉากกั้นกระจกให้นะคะ ไปติดตั้งเพิ่มเอาเองได้ค่ะ

    พื้นที่ส่วนแห้งนี้จะมีขนาดอยู่ที่ประมาณ 1.6×2 เมตร สุขภัณฑ์จะมีความแตกต่างจากห้องอื่นๆเล็กน้อยแต่เป็นของ Cotto เช่นกัน ส่วนอ่างล้างหน้าจะกลายเป็นแบบฝังไว้กับเคาน์เตอร์ แต่จะไม่มี Built-in ใต้อ่างให้นะคะ

    ส่วนอาบน้ำจะลดระดับลงไปเล็กน้อย มีขนาด 1.45×0.90 เมตร ใช้งานสะดวกค่ะ ใกล้กับหน้าต่างบานกระทุ้ง ระบายอากาศได้สะดวก และมีแสงสว่างจากธรรมชาติเข้ามาค่ะ ใช้งานในเวลากลางวันก็ไม่ต้องเปิดไฟ

    ฝักบัวจะเป็นแบบสายอ่อน hand shower ดีไซน์เหลี่ยมค่ะ มีชั้นวางอุปกรณ์อาบน้ำให้มาข้างๆแบบนี้เลย

    มาดูแปลนบ้านเดี่ยวแบบสุดท้ายภายในโครงการกันดีกว่านะคะ บ้านแบบนี้มีชื่อว่า Bravo B เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอยภายในบ้านอยู่ที่ 180 ตร.ม. ประกอบด้วย 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ จะตั้งอยู่บนที่ดินเริ่มต้นขนาด 52.8 ตร.วา มีราคาเริ่มต้น 7.99 ล้านบาท โครงการนี้จะมีแบบบ้านนี้ขายอยู่ 9 ยูนิตเท่านั้นค่ะ ความแตกต่างของบ้านเดี่ยว Bravo B กับ Monza จะอยู่ที่แบบ Bravo B จะเป็นบ้านตอนลึกค่ะ พื้นที่ชั้น 2 จะไม่มีโซนอเนกประสงค์แต่ห้องนอนที่ชั้น 2 จะได้ห้องน้ำในตัวทุกห้อง (ในขณะที่ห้องนอนเล็กพื้นที่ใช้สอยภายในห้องก็จะมีขนาดที่กะทัดรัดตามมา) แบบบ้านนี้ก็จะเหมาะกับคนที่ต้องการฟังก์ชันการใช้งานที่คุ้มค่าค่ะ ส่วนแบบ Monza ก็จะได้พื้นที่ใช้สอยแต่ละส่วนที่ดูแล้วกว้างขวางมากกว่า

    ด้วยความที่เป็นบ้านแนวลึก การจัดพื้นที่ใช้สอยนั้น ที่ชั้น 1 จะแบ่งออกเป็นสองฝั่งชัดเจนเลย ฝั่งซ้ายจะเป็นพื้นที่อยู่อาศัยใช้งาน ประกอบไปด้วยห้องนั่งเล่นที่ต่อเนื่องไปกับพื้นที่รับประทานอาหาร มีห้องนอนอยู่ด้านในสุด ส่วนพื้นที่ฝั่งขวาจะเป็นส่วนที่เป็นพื้นที่ Service ของบ้าน เช่นที่จอดรถ บันได ห้องน้ำ ห้องครัว  ขึ้นมาที่ชั้นสองฝั่งที่อยู่หน้าบ้านจะจัดเป็นห้อง Master Bedroom เต็มความกว้างของหน้าบ้านเลย ส่วนฝั่งที่อยู่ด้านหลังจะเป็นห้องนอนเล็ก 2 ห้องค่ะ

    รูปหน้าบ้านสำหรับแบบ Bravo B ก็จะดีไซน์คล้ายคลึงกับบ้านแบบอื่นๆในโครงการค่ะ

    **รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

    ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 13 June 2019

    • VIVID พื้นที่ใช้สอย 173 ตร.ม. ที่ดิน 42.3 ตร.วา 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ  2 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 6.99 ล้านบาท
    • BRAVO-B พื้นที่ใช้สอย 180 ตร.ม. ที่ดิน 52.8 ตร.วา  4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 7.99 ล้านบาท
    • MONZA พื้นที่ใช้สอย 190 ตร.ม. ที่ดิน 56.6 ตร.วา 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 โซนอเนกประสงค์ 2 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 8.99 ล้านบาท

    • จอง 30,000 บาท สัญญา 0 บาท (เฉพาะช่วงเปิดโครงการ)
    • ดาวน์ n/a% ผ่อนดาวน์ n/a งวด
    • ที่ดินเพิ่มลด ราคาตารางวาละ 100,000 บาท
    • ค่าส่วนกลาง 70 บาท/ตร.วา/เดือน
    • ค่าจดจำนอง ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
    • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ซื้อแล้วผู้ขายชำระฝ่ายละครึ่ง
    • ค่าประกัน มิเตอร์ไฟฟ้า ประปา ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ

    Promotion ของโครงการ ณ วันที่ไปทำรีวิว

    • ท็อปเคาน์เตอร์หินอ่อน​
    • สัญญาณกันขโมย​
    • Stamp คอนกรีต
    • Pump & Tank
    • Wallpaper เฉพาะบ้านเดี่ยว ( แบบ Bravo-B กับ Monza )

    **ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


    เจาะลึกรวบยอด

    ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง : สำหรับทำเลของโครงการ CENTRO สะพานมหาเจษฏาบดินทร์ฯ จะตั้งอยู่ย่านไทรม้า ในซอยบ้านไทรม้า ระหว่างถนนรัตนาธิเบศร์และถนนราชพฤกษ์ – นนทบุรี 1 ซึ่งความพิเศษของโครงการนี้นั้น คือเป็นโครงการที่สามารถเข้า – ออกไปยังถนนหลักทั้ง 2 เส้นทางได้ (โดยเส้นทาง Fast track ที่จะเปิดใช้งานกลางปีหน้า) ทำให้การเดินทางด้วยรถส่วนตัวนั้นมีตัวเลือกที่หลากหลายให้ใช้งานมากขึ้นค่ะ นอกจากนี้สิ่งที่น่าสนใจเรื่องทำเลคือ บนถนนรัตยาธิเบศร์นี้เอง ก็จะเป็นถนนที่มีรถไฟฟ้าวิ่งผ่าน ตัวโครงการสามารถไปได้ทั้งสถานีไทรม้า และ สถานีบางรักน้อยท่าอิฐ ทำให้โครงการนี้ถือว่าเป็นโครงการบ้านแนวราบที่สามารถใช้งานรถไฟฟ้าได้สะดวกเลยค่ะ (นั่งมอเตอร์ไซค์ต่อเดียว 3 กิโลนิดๆก็ถึงตัวสถานีเเล้ว) ในแง่อาหารการกิน ภายในซอยบ้านไทรม้าจัดว่ามีของกินค่อนข้างหลากหลายเลยค่ะ ตั้งแต่ร้านข้างทางไปจนถึงร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยาแบบกินรับบรรยากาศไปพร้อมๆกันได้ แต่ก็จะอยู่ในระยะที่ไม่สามารถเดินไปได้นะคะ อาจจะต้องพึ่งพายานพาหนะไปแทน

    ความปลอดภัยในโครงการและตัวบ้าน : โครงการนี้เป็นโครงการที่มีจำนวนยูนิตไม่มาก ตั้งอยู่ในซอยลึกเข้าไป ทำให้ตั้งแต่ประตูทางเข้าที่สามารถใช้เป็นบานเลื่อนช่วยกรองคนเข้า-ออกได้เลยทีเดียว (ถ้าเป็นโครงการอื่นๆที่มักจะเห็นกันจะใช้เป็นไม้กั้นกระดก แต่ที่นี่จำนวนยูนิตไม่เยอะ การเปิด-ปิดประตูก็จะไม่วุ่นวายมากด้วยค่ะ) นอกจากนี้จะมีรปภ.คอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมกันกล้องวงจรปิดทั้งโครงการ 16 จุด ส่วนตัวบ้านจะมี magnetic censor ติดตั้งไว้ให้ค่ะ และอีกอย่างนึงที่น่าสนใจคือ Application KATSAN ที่จะช่วย monitor รถที่เข้า – ออกโครงการได้ และอำนวยความสะดวกอื่นๆให้กับลูกบ้านภายในโครงการได้อีกค่ะ

    การออกแบบโครงการและพื้นที่ใช้สอย : ภายในโครงการจะแยกพื้นที่พักอาศัยกับพื้นที่ส่วนกลางออกจากกัน โดยจะเจอกับพื้นที่ส่วนกลางก่อนตั้งแต่ทางเข้าโครงการเลยค่ะ ทั้งนี้ก็เพื่อความสะดวกในการใช้งาน และความเป็นส่วนตัวของทั้งคนที่มาใช้ส่วนกลาง และบ้านที่อยู่ใกล้กับส่วนกลางค่ะ (จากเดิมลูกบ้านที่อยู่ใกล้ส่วนกลางก็อาจจะถูกรบกวนจากคนที่มาใช้ส่วนกลางได้ เช่นส่งเสียงดัง หรือจอดรถขวางหน้าบ้าน เป็นต้น) นอกจากนี้ด้วยจำนวนยูนิตที่มีไม่มากทำให้โครงการนี้จะค่อนข้าง Private พอสมควร ส่วนตัวบ้านก็จะเน้นพื้นที่ใช้สอยที่ค่อนข้างมาก ทุกแบบจะได้ห้องนอนถึง 4 ห้องนอนและที่จอดรถ 2 คันค่ะ จะมีรายละเอียดแตกต่างกันเล็กน้อยเป็นตัวเลือกให้กับคนที่มาซื้อโครงการ เช่น บ้านหน้ากว้าง บ้านตอนลึก มีพื้นที่อเนกประสงค์ หรือจะมีห้องน้ำในตัว ทำให้ตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันได้ แต่ก็จะมีรายละเอียดของตัวบ้านบางอย่างที่ยังไม่ค่อยลงตัวเช่น บ้านแฝดที่ได้ครัวเปิด และที่จอดรถที่ความกว้างดูจะเล็กไปหน่อย แต่ถ้าใครมีแต่รถเล็กและไม่ค่อยทำอาหารเองก็คงจะไม่ซีเรียสกับดีเทลนี้มากนักค่ะ

    วัสดุ : โครงสร้างของโครงการนี้จะเป็นแบบ Conventional ที่จอดรถและลานซักล้างหลังบ้านจะเป็น Slab on ground วัสดุภายในบ้านจัดมาให้ตามมาตรฐานค่ะ พื้นบ้านชั้น 1 จะเป็นแกรนิโต้ ชั้น 2 และห้องนอนจะเป็นลามิเนต ส่วนห้องน้ำจะกรุด้วยกระเบื้องเซรามิค ในส่วนของผนังถ้าเป็นบ้านเดี่ยวจะได้ wallpaper แต่สำหรับบ้านแฝดจะเป็นผนังฉาบเรียบธรรมดาค่ะ ส่วนฝ้าเพดานจะฉาบเรียบมาให้พร้อมกับติดตั้งไฟดาวน์ไลท์ จะเหมือนกันทั้งบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดเลย ความสูงของบ้านจะอยู่ที่ 2.7 เมตรทั้ง 2 ชั้นเลย สุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำจะได้ของ Cotto ไม่มีฉากกั้นอาบน้ำมาให้นะคะ ส่วนภายในครัวจะก่อเคาน์เตอร์ให้มา แต่จะไม่มีตู้บนและหน้าบานค่ะ

    พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ : พื้นที่สีเขียวของโครงการนี้จัดมาค่อนข้างเยอะเลยค่ะ ทั้งสวนด้านหน้า ไม้ใหญ่และไม้พุ่มที่อยู่เลียบไปกับถนนทางเข้าโครงการก็จัดมาเยอะเลย ตัวถนนจะกว้างอยู่ที่ 9 เมตรเท่ากันทั้งโครงการ ถือว่าใช้งานได้สะดวกอยู่ นอกจากนี้ทั้งหน้าบ้านเเละในบ้านจะปลูกหญ้าไว้ให้ และมีต้นไม้ในบ้าน 1 ต้น นอกบ้านอีก 1 ต้นปลูกมาให้เลยค่ะ ต้นไม้ที่ปลูกในบ้านจะเป็นต้นเหลืองปรีดียาธร ส่วนนอกบ้านจะปลูกต้นโมกสลับกับต้นแคนา

    สาธารณูปโภค : มีสวน, Kid bike lane, สระว่ายน้ำ, Lobby & Co-working space, Kid’s room และ Fitness ค่ะ บรรยากาศของ Clubhouse จัดออกมาค่อนข้างดี น่าใช้งาน มี Free Wi-Fi ให้ใช้งานด้วยบริเวณนี้ โดยรวมพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมดจัดมาได้เหมาะสมกับจำนวนยูนิตพักอาศัยนะคะ

    Judgement

    การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

    ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 40%, ความปลอดภัย 15%, การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 15%, วัสดุ 10%, พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 10%,  และสาธารณูปโภค 10%

    โครงการนี้เราขอแยกให้คะแนนบ้านเดี่ยวกับบ้านแฝดนะคะ

    บ้านเดี่ยว แพคเกจ 8 – 10 ล้าน, 13 June 2019

    • ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 7.75/10 – ไม่ติดถนนใหญ่ แต่สามารถไปยังถนนใหญ่ได้ 2 ทางจาก Fast track และตัวโครงการใกล้กับรถไฟฟ้าในระยะนั่งมอเตอร์ไซค์ 1 ต่อได้
    • ความปลอดภัย 7.5/10 – ประตูรั้วบานเลื่อน, CCTV, Magnetic Censor รอบบ้าน และ  KATSAN Apps.
    • การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 8/10 – พื้นที่ใช้สอยขนาดเกือบ 200 ตร.ม. ฟังก์ชันการใช้งานค่อนข้างมาก (4 ห้องนอน)
    • วัสดุ 7.25/10 – มาตรฐานของระดับนี้
    • พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 8/10 – ให้ต้นไม้มาค่อนข้างเยอะ ตั้งแต่หน้าโครงการไปยังหน้าบ้าน
    • สาธารณูปโภค 7.75/10 – จัดมาให้ค่อนข้างโปร่งสบาย เหมาะสมกับจำนวนยูนิต
    • 7.73 / 10.00 

    บ้านแฝด แพคเกจ 7 ล้านบาท, 13 June 2019

    • ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 7.75/10 – เข้าออกได้ 2 ทาง ใกล้รถไฟฟ้า
    • ความปลอดภัย 8/10 – ประตูรั้วบานเลื่อน, CCTV, Magnetic Censor รอบบ้าน และ  KATSAN Apps.
    • การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 8.25/10 – พื้นที่ใช้สอยมากเทียบเท่าบ้านเดี่ยว
    • วัสดุ 7.5/10 – มาตรฐานของระดับนี้

    • พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 7.75/10 – พื้นที่สีเขียวมากตลอดแนวถนน

  • สาธารณูปโภค 8/10 – เหมาะสมกับจำนวนยูนิต
  • 7.86 / 10.00 
  • BOTTOM LINE

    CENTRO สะพานมหาเจษฏาบดินทร์ฯ เป็นโครงการบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดย่านไทรม้าที่เหมาะกับคนในพื้นที่ที่ต้องการขยับขยายครอบครัว หรือหาที่อยู่ใหม่ เน้นการเดินทางสะดวกเชื่อมต่อถนนได้หลายเส้นทางรวมไปถึงรถไฟฟ้า ต้องการความสงบ จำนวนยูนิตในโครงการไม่มาก มีพื้นที่ส่วนกลางให้ใช้พอประมาณ ฟังก์ชันตัวบ้านสามารถรองรับจำนวนสมาชิกที่อาจเพิ่มขึ้นในอนาคตได้ มีงบประมาณ 7-10 ล้าน หรือมีกำลังผ่อนเดือนละ 49,000 – 70,000 บาท


    ติดตามพวกเราได้ที่
    Website : www.thinkofliving.com
    Twitter : www.twitter.com/thinkofliving
    YouTube : www.youtube.com/ThinkofLiving
    Instagram : www.instagram.com/thinkofliving
    Facebook : ThinkofLiving