หลังจากที่ไม่ค่อยได้มีโครงการบ้านเดี่ยวใหญ่ๆ เกิดขึ้นมาในย่านดอนเมืองนานมาก แต่วันนี้ผมจะพามาชมโครงการเปิดใหม่ Centro วิภาวดี ที่กำลังจะเปิด Pre-Sale ในช่วง 11 – 12 ก.ย. 2564 ที่จะถึงนี้ แถมยังถือเป็นครั้งแรกของ AP ที่มาบุกเบิกตลาดในทำเลดอนเมืองนี้อีกด้วยนะครับ ซึ่งตัวโครงการจะมี Highlights หรือจุดเด่นที่น่าสนใจดังนี้

  • ทำเล : ใกล้จุดขึ้นทางด่วน 2 สาย เข้า-ออกเมืองได้ง่าย เป็นซอยเชื่อมต่อกับถนนหลักได้หลายเส้นทาง
  • ความอุดมสมบูรณ์ : ซอยช่างอากาศอุทิศมีความคึกคักและอุดมสมบูรณ์ค่อนข้างสูง เต็มไปด้วยชมชุนที่อยู่อาศัย และร้านค้า/ตลาด
  • การออกแบบตัวบ้าน : ฟังก์ชันขนาด 3 – 4 ห้องนอน มีห้องนอนชั้นล่าง เหมาะกับครอบครัวใหญ่ที่อาจมีผู้สูงอายุอาศัยอยู่ด้วย และห้องนอนจะมีห้องน้ำในตัว พื้นที่ใหญ่สามารถวางเตียง 5 – 6 ฟุตได้ทุกห้อง
  • ส่วนกลาง : จุดที่น่าสนใจคือ สวนสาธารณะที่อยู่เฟส 3 ในอนาคต เพราะมีฟังก์ชันให้ทำกิจกรรมกลางแจ้งเยอะ รวมถึงยังเน้นพื้นที่สำหรับเด็กเป็นพิเศษ มากกว่าโครงการอื่นๆในย่านด้วยนะครับ

ข้อมูลโครงการ

Centro Vibhavadi (เซนโทร วิภาวดี) ณ วันที่ 17 สิงหาคม 2564

 ชื่อโครงการ   Centro Vibhavadi (เซนโทร วิภาวดี)
 ชื่อผู้ประกอบการ   บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)
 SEGMENT CLASS   UPPER – HIGH CLASS (รายละเอียดของ Segment บ้านปี 2021 )
 โครงการตั้งอยู่   ซอย ช่างอากาศอุทิศ 15/1 เขต ดอนเมือง
 ที่ดิน 56-2-63 ไร่
 จำนวนยูนิต  จำนวน 233 ยูนิต
 ประเภทบ้าน
  • ASHER บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 50.8 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 193 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 8.29 ล้านบาท
  • BEATRIX บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 50.8 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 210 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 8.99 ล้านบาท
  • CHARA บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 56.2 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 252 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 2 ห้องพักผ่อน / 3 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 10.39 ล้านบาท
  • DOUBLE BLISS บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 59.8 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 274 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 2 ห้องพักผ่อน / 1 ห้องแม่บ้าน / 3 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 11.99 ล้านบาท

 ความสูงจากพื้นถึงฝ้า   2.6 เมตร
 ราคาที่ดินเพิ่มลดตารางวาละ          100,000 บาท
 เริ่มก่อสร้าง   ปี 2563
 คาดว่าจะแล้วเสร็จ   ปี 2566
 เว็บไซต์โครงการ   https://www.apthai.com/th/centro-วิภาวดี
 Call Center   1623

ทำเลที่ตั้ง

Highlights :

  • เดินทางด้วยรถยนต์สะดวก เข้า-ออกได้หลายทาง ทั้งจากเส้นวิภาวดี-แจ้งวัฒนะ-สรงประภา ใกล้ทางด่วนดอนเมืองโทลเวย์ และทางด่วนอุดรรัถยา 5 – 7 km.
  • ไม่ไกลจากรถไฟฟ้าสายสีแดง สถานีดอนเมือง เพียง 2.6 km. พร้อมทั้งมีทางเดินเชื่อมเข้าสู่อาคารผู้โดยสารสนามบินได้เลย
  • ทำเลในซอยอุดมสมบูรณ์ มีร้านค้าเยอะพอสมควร และมีรถสาธารณะวิ่งให้บริการภายใน

พิกัด Google Maps : 13.917583, 100.577346
หรือสามารถ :  คลิกที่นี่

แผนที่จากทางโครงการครับ

Centro วิภาวดี ตั้งอยู่ภายในซอยช่างอากาศอุทิศ (บริเวณท้ายซอยตรงหน้าหมู่บ้านศิริสุข) ซึ่งถึงแม้จะเป็นซอยเล็กๆแต่ก็คึกคักมากๆครับ เพราะเต็มไปด้วยชุมชนที่อยู่อาศัยหนาแน่น  เลยมีทั้งร้านค้าและตลาดเยอะแยะตลอดทั้งซอยเลย รวมถึงยังสามารถเชื่อมต่อไปออกถนนหลักอื่นๆได้หลายทางด้วย ไม่ว่าจะเป็นถนนกำแพงเพชร 6 และวิภาวดี-รังสิต / ถนนสรงประภา / ถนนแจ้งวัฒนะ

โดยที่จุดเด่นหลักๆของย่านนี้คือ “การเดินทางด้วยรถยนต์ที่สะดวก” เพราะอยู่ใกล้จุดขึ้นทางด่วน 2 สาย ทั้งทางด่วนดอนเมืองโทลเวย์ และทางด่วนอุดรรัถยา รวมถึงยังอยู่ใกล้สนามบินดอนเมืองมากๆอีกด้วย ส่วนเรื่อง “ความอุดมสมบูรณ์” ถ้าเป็นห้าง/ซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้ๆก็จะอยู่บนถนนแจ้งวัฒนะและสรงประภาเป็นหลัก หรืออาจไปเดินห้างใหญ่อย่างฟิวเจอร์พาร์ครังสิตก็ได้เช่นกัน

นอกจากนี้ยังมีเรื่องของ “รถไฟฟ้า” สายสีแดงและสีชมพู ที่เพิ่งเริ่มเข้ามาในพื้นที่นี้ ก็ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการเดินทางที่สะดวกได้ครับ โดยรถไฟฟ้าสายสีแดงที่ใกล้ที่สุดคือ สถานีดอนเมือง ห่างจากโครงการประมาณ 2.6 km. สามารถนั่งไปสถานีรังสิต-สถานีกลางบางซื่อได้ รวมถึงจะมี Skywalk เดินเชื่อมจากตัวสถานีไปยังอาคารผู้โดยสารของสนามบินดอนเมืองได้ด้วยนะ

สำหรับทางด่วนจุดแรกที่จะแนะนำคือ “ทางด่วนดอนเมืองโทลเวย์” โดยเราสามารถกลับรถที่ถนนใหญ่บริเวณหน้าปากซอยได้ง่าย ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบของทำเลซอยนี้ ที่ถนนกำแพงเพชร 6 ช่วงนี้ที่สามารถขับรถสวนทางกันได้ 2 เลน (แบบไม่มีเกาะกลางถนน) เลยไม่ต้องเสียเวลาไปหาที่กลับรถไกลๆเหมือนถนนใหญ่วิภาวดี

อีกทั้งยังมีสะพานกลับรถที่ถนนใหญ่ ของคลังสินค้าสนามบินดอนเมืองตั้งอยู่ด้านหน้าพอดี เลยสามารถข้ามถนนไปฝั่งขาเข้าได้สะดวกมากเลยครับ ซึ่งถ้ารถไม่ติดก็ใช้เวลาแค่ 10 กว่านาทีก็ได้ขึ้นทางด่วนแล้ว

อีกจุดหนึ่งคือ “ทางด่วนอุดรรัถยา” ซึ่งเราสามารถใช้ทางลัดจากซอยประชาอุทิศ เพื่อมาออกที่ถนนสรงประภาได้เลย โดยเส้นทางนี้ไม่ต้องกลับรถเยอะครับ แต่ก็เจอแยกไฟแดงบ่อยอยู่สักหน่อย ถือเป็นอีกตัวเลือกในการเดินทางได้เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับว่าวันไหนเส้นทางไหนรถติดน้อยกว่ากันก็ใช้เส้นทางนั้น เพราะระยะทางและการใช้เวลาพอๆกันทั้ง 2 จุดเลยครับ

การเดินทาง :

Image 1/12
การเดินทางวันนี้ผมมาจากวิภาวดีนะครับ ซึ่งพอถึงแถวๆสนามบินดอนเมืองแล้ว เราจะต้องตัดเข้าไปยังถนนกำแพงเพชร 6 โดยข้ามทางรถไฟไป จากนั้นก็ขับตรงมาอีกหน่อย แล้วเลี้ยวเข้าสู่ซอยช่างอากาศอุทิศ จากนั้นก็ขับตรงเข้าไปในซอยเรื่อยๆประมาณ 2 km. และเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ซอยช่างอากาศอุทิศ 15/1 ก็จะเจอกับที่ตั้งโครงการอยู่ด้านในซอยครับ

การเดินทางวันนี้ผมมาจากวิภาวดีนะครับ ซึ่งพอถึงแถวๆสนามบินดอนเมืองแล้ว เราจะต้องตัดเข้าไปยังถนนกำแพงเพชร 6 โดยข้ามทางรถไฟไป จากนั้นก็ขับตรงมาอีกหน่อย แล้วเลี้ยวเข้าสู่ซอยช่างอากาศอุทิศ จากนั้นก็ขับตรงเข้าไปในซอยเรื่อยๆประมาณ 2 km. และเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ซอยช่างอากาศอุทิศ 15/1 ก็จะเจอกับที่ตั้งโครงการอยู่ด้านในซอยครับ

สภาพแวดล้อมรอบโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้

บริบทโดยรอบเป็นชุมชนพักอาศัยแนวราบทั้งหมด ค่อนข้างหนาแน่นเลยทีเดียวครับ โดยที่ทางเข้าโครงการจะขยับเข้ามาอยู่ในซอยสั้นๆ เลยได้ความเป็นส่วนตัวขึ้นมาอีกนิดนึง และปากซอยก็มีร้านสะดวกซื้อพร้อมเลย ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้

  • ทิศเหนือ : ติดกับ ชุมชนพักอาศัย (หมู่บ้านศิริสุข)
  • ทิศใต้ : ติดกับ ชุมชนพักอาศัย
  • ทิศตะวันออก : เป็นทางเข้าโครงการ ติดกับ ซอยช่างอากาศอุทิศ 15/1 และบ้านพักอาศัย
  • ทิศตะวันตก : ติดกับ ชุมชนพักอาศัย (หมู่บ้านศิริสุข)

บรรยากาศบริเวณหน้าปากซอยฝั่งซ้ายมือ จะมีร้านสะดวกซื้อเยอะแยะเลยครับ แถมตอนช่วงเย็นๆก็จะมีร้านแผงลอยมาเปิด และมีคนมาเดินจับจ่ายใช้สอยกันเพียบ

ส่วนทางด้านขวาของซอยจะเป็นทางเข้าหมู่บ้านศิริสุข ซึ่งจริงๆเค้าเป็นกึ่งๆหมู่บ้านเปิดที่ สามารถขับรถผ่านเข้าไปได้ครับ แต่ถ้าจะใช้เป็นเส้นทางลัดไปออกถนนใหญ่โดยผ่านถนนวัดเวฬุวนาราม ก็จำเป็นต้องขับผ่านที่ดินส่วนบุคคลอื่นซึ่งเสียค่าผ่านทางนะ

และด้านขวามือจะมีวินมอเตอร์ไซค์เล็กๆ ที่อยู่ตรงข้ามทางเข้าโครงการพอดี ซึ่งพี่วินบอกว่าถ้าจะเรียกไปแถวๆปากซอยถนนใหญ่ล่ะก็ ราคาประมาณ 20 บาทครับ (พี่วินแกฝากบอกมาว่า อนาคตอาจฝากเบอร์ไว้ที่ป้อมยาม เพื่อโทรเรียกให้เข้าไปรับก็ได้นะ) และนอกจากนี้ยังมีรถสองแถวแดงให้นั่งไปแถวๆตลาดได้อีกด้วย (เห็นแล้วก็คิดถึงเชียงใหม่ขึ้นมาทันที ฮ่าๆ)

สำหรับซอยช่างอากาศอุทิศ 15/1 เป็นถนนสาธารณะที่ทาง AP ได้ปรับปรุงถนนและภูมิทัศน์ให้สวยงามดูดีขึ้นอย่างที่เห็นครับ ซึ่งตัวโครงการจะมีความเงียบสงบไม่วุ่นวายเหมือนด้านนอกเมื่อครู่นี้ และถ้าเราขับเข้ามาด้านในก็จะเจอกับซุ้มประตูทางเข้าโครงการอยู่ทางขวามือครับ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

ห้างสรรพสินค้า / ตลาด

  • ตลาดบุญอนันต์ ~ 3.2 km.
  • Ozone One Market ~ 3.2 km.
  • IT Square ~ 5.5 km.
  • Robinson ศรีสมาน ~ 8.6 km.
  • อิมแพคเมืองทองธานี ~ 8.8 km.
  • ตลาดสี่มุมเมือง ~ 11.4 km.
  • Future Park Rangsit ~ 14.4 km.

โรงพยาบาล

  • รพ.จุฬาภรณ์ ~ 6.3 km.
  • รพ.มงกุฎวัฒนะ ~ 10.1 km.
  • รพ.วิภาวดี ~ 12.3 km.
  • รพ.นนทเวช ~ 12.6 km.

โรงเรียน

  • Harrow International School ~ 2.2 km.
  • รร.พระหฤทัย ดอนเมือง ~ 4 km.
  • รร.เซนต์ฟรังซีสเซเวียร์ ~ 7.4 km.
  • ม.เกษตรศาสตร์ ~ 11.4 km.
  • ม.รังสิต ~ 11.9 km.
  • Hampton International School ~ 12.1 km.
  • International School Bangkok ~ 16.3 km.

สถานที่ราชการ

  • สำนักงานเขตดอนเมือง ~ 2.2 km.
  • สนามบินดอนเมือง ~ 4.6 km.
  • ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ ~ 8.1 km.

รายละเอียดโครงการ

Highlights :

  • แบ่งส่วนกลางออกเป็น 2 จุด เพื่อลดความหนาแน่น และกระจายการใช้งานให้ทั่วถึงในบ้านทุกๆเฟส
  • พื้นที่สวนสาธารณะด้านใน มีกิจกรรมกลางแจ้งที่หลากหลายน่าใช้งาน แต่อาจต้องอดใจรอกันในเฟสต่อๆไปในอนาคต
  • ฟังก์ชันส่วนกลางจะเน้นพื้นที่สำหรับเด็กเป็นพิเศษ ทั้งสระว่ายน้ำ สนามเด็กเล่น และ Kids Room
  • เป็นโครงการขนาดใหญ่ แต่ก็ยังพอจะมีโซนบ้านที่ได้ความเป็นส่วนตัวอยู่บ้าง โดยจะมีจุดที่น่าสนใจอยู่ 3 โซนใหญ่ๆด้วยกัน

Centro วิภาวดี เป็นโครงการจัดสรรขนาด 56-2-63 ไร่ และมีเพื่อนบ้าน 233 ยูนิต ถือว่ามีขนาดค่อนข้างใหญ่อยู่เหมือนกันครับ โดยทาง AP เค้าได้แบ่งการขายและก่อสร้างออกเป็น 3 – 4 เฟส ซึ่งก็จะค่อยๆทะยอยทำขายไปเรื่อยๆ และสำหรับเฟสแรกในปัจจุบันก็คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณช่วงปลายปีนี้ แต่ถ้าเป็นทั้งโครงการก็จะใช้เวลาราวๆ 2 – 3 ปีโดยประมาณนะครับ

ความน่าสนใจในการจัดผังโครงการนี้คือ “การแบ่งพื้นที่ส่วนกลางออกเป็น 2 จุด” เพื่อกระจายความหนาแน่น และสามารถใช้งานกันได้อย่างทั่วถึงในทุกๆเฟส โดยบริเวณโซนด้านหน้าติดกับซุ้มประตูทางเข้าจะเป็นอาคาร Clubhouse ที่มีสระว่ายน้ำ Fitness และ Co-Working Space ส่วนถ้าเป็นเฟสด้านในก็จะมีสวนขนาดเกือบ 2 ไร่ ซึ่งมีกิจกรรมกลางแจ้งให้ใช้เยอะแยะเลยครับ โดยจุดที่ผมมองว่าน่าสนใจจะมีอยู่ 3 ตำแหน่งด้วยกันคือ

1. ซอยที่มีความเป็นส่วนตัว แน่นอนว่าบ้านภายในซอย จะมีความเป็นส่วนตัวมากกว่าบ้านที่อยู่ติดถนนหลัก เพราะมีรถผ่านไป-มาไม่เยอะ แต่สำหรับบ้านในซอยฝั่งด้านซ้ายมือ (บริเวณตำแหน่งที่ 1) จะเป็นซอยสั้นๆที่มีเพื่อนบ้านเพียง 8 ยูนิตเท่านั้น ในขณะที่ซอยอื่นๆจะมีประมาณ 12 – 14 ยูนิต ซึ่งถ้าใครกำลังมองหาบ้านที่มีความเป็นส่วนตัวที่สุดในเฟส 1 อยู่ล่ะก็ ผมคิดว่าบริเวณนี้น่าจะเหมาะเลยทีเดียวครับ

ภาพนี้ยังไม่ใช่สวนจริงของโครงการ ใช้เพื่อประกอบการอธิบายให้เห็นภาพมากขึ้นเท่านั้นนะครับ

2. โซนบ้านใกล้สวนสาธารณะ ซึ่งจะเป็นเฟสในอนาคตที่ 3 โดยส่วนกลางจุดนี้ผมมองว่าค่อนข้างน่าสนใจมาก เพราะนอกจากจะมีสวนที่ร่มรื่นแล้ว ก็ยังมีสนามบาส สนามแบด และสนามเด็กเล่น ให้ครอบครัวสามารถมาทำกิจกรรมร่วมกันได้อีกด้วย แถมบรรยากาศหน้าบ้านแถวนี้เวลาผ่านไป-มาคงร่มรื่นดีไม่น้อย ซึ่งถ้าใครที่สนใจโซนนี้ก็คงจะต้องอดใจรอกันสักหน่อยนะครับ (คาดว่าน่าจะเป็นประมาณช่วงปลายปีหน้า)

3. เป็นเฟสสุดท้ายด้านในโครงการ ซึ่งถนนซอยอาจจะค่อนข้างยาวอยู่สักหน่อยนะครับ แต่ที่น่าสนใจคือ “แปลงบ้านที่หันหน้าไปทางทิศเหนือ จะไม่หันหน้าชนกับใครเลย” โดยฝั่งตรงข้ามเป็นรั้วโครงการที่อาจมีการลงต้นไม้เพิ่มความสดชื่นมาให้ด้วยก็ได้ รวมถึงเราจะรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น (จากพวกนักย่องเบา หรือน้องสัตว์โลกไม่น่ารัก) เพราะมีถนนมาคั่นกลางระหว่างบ้านและรั้วโครงการนั่นเองครับ

เรามาเริ่มที่ซุ้มประตูทางด้านหน้าจะแบ่งการเข้า-ออกชัดเจน (ลูกบ้านและ Visitor ใช้งานช่องทางเดียวกัน) ซึ่งตามสไตล์ของแบรนด์ Centro เค้ามักจะชอบทำอาคาร Clubhouse ไว้คู่กับซุ้มประตูแบบนี้นี่แหละครับ

การเข้า-ออกของที่นี่จะใช้ระบบรักษาความปลอดภัยที่ชื่อว่า “KATSAN” จาก AP ซึ่งจะมีกล้อง CCTV พร้อมระบบตรวจจับ และอ่านป้ายทะเบียนรถ โดยถ้าเป็นลูกบ้านของที่นี่อยู่แล้ว ไม้กั้นกระดกก็จะเปิดให้อัตโนมัติได้เลยครับ ส่วนถ้าเป็น Visitor ก็จะต้องแลกบัตรกับพี่ยามก่อนนะครับ

เมื่อผ่านซุ้มประตูเข้ามาเราจะเจอถนนหลักที่กว้างถึง 16 m. โดยสวนทางขวามือกับลานจอดรถชั่วคราวด้านซ้ายมือที่เราเห็นกันในปัจจุบันนี้ จะเป็นพื้นที่ขายในอนาคตนะครับ

แต่ถ้าเรามองย้อนกลับมาทางซุ้มประตูด้านซ้ายมือ เราจะเจอกับอาคาร Clubhouse ซึ่งมีที่จอดรถไว้รองรับบริเวณด้านหน้า 2 คัน

ตัวอาคารมีความสูง 2 ชั้น ซึ่งออกแบบมาต่อเนื่องจากซุ้มประตูทางเข้าก่อนหน้านี้ ลักษณะเป็นสไตล์ Modern เรียบๆสีขาว-เทา-ฟ้า ดูสะอาดตาดีทีเดียวครับ บวกกับเส้นสายแนวตั้งและเสาขนาดใหญ่ เลยทำให้ตัวอาคารดูสูงใหญ่และโอ่โถงมากขึ้นด้วย

ผมขอพาเดินดูพื้นที่ส่วน Outdoor ชั้นแรกก่อนนะครับ ซึ่งฟังก์ชันหลักๆก็จะเป็นสระว่ายน้ำเนี่ยแหละ โดยโถงทางเดินจะอยู่ใต้อาคารแบบนี้ ก็เลยทำให้สามารถเดินได้สบายแดดไม่ร้อนมากนัก

สระว่ายน้ำแรกทางขวามือจะเป็นสระเด็ก ขนาดประมาณ 5 x 5.7 เมตร ลึก 0.5 เมตร (ใหญ่เกือบเท่าสระหลักเลยทีเดียว) ซึ่งถ้าใครมีลูกที่ชอบเล่นน้ำล่ะก็คงจะถูกใจไม่น้อย โดยที่สระนี้จะเป็นแบบกลางแจ้ง ถ้ามาใช้งานช่วงเย็นๆแดดร่มๆน่าจะกำลังดีนะครับ

และบริเวณริมสระก็จะมีเก้าอี้ชิงช้าให้นั่งเล่นพักผ่อนได้ หรือจะมาเกาะขอบสระดูน้องๆเล่นน้ำอย่างใกล้ชิดตรงนี้ก็ได้เหมือนกันครับ

ติดกันก็จะเป็นห้องน้ำแยกชาย-หญิง ที่ภายในจะมีห้องอาบน้ำไว้ให้ใช้งานด้วยครับ

และสุดทางเดินจะเป็นสระว่ายน้ำหลัก ที่มีขนาด 8 x 5.5 เมตร ลึก 1.2 เมตร เป็นสระแบบ Semi-Outdoor ซึ่งพื้นที่สระส่วนหนึ่งจะอยู่ใต้ชายคาเพดานสูงแบบ Double Volume เลยทำให้นอกจากจะได้ความโปร่งโล่งแล้ว เรายังสามารถมาใช้งานช่วงกลางวันได้ด้วยนะ โดยที่แดดตั้งแต่ช่วงบ่าย-เย็นจะอ้อมมาทางด้านซ้ายของภาพ ดังนั้นเวลาสัก 4 – 5 โมงแดดจะส่องไปถึงด้านในเต็มที่ อาจจะมาว่ายน้ำอีกทีก็น่าจะเป็นสัก 6 โมงไปเลยครับ

ถึงแม้ว่าขนาดสระจะไม่ได้ใหญ่มากนัก แต่ก็มีจุดเด่นอีกอย่างคือเรื่อง “ความเป็นส่วนตัว” ที่เค้าจะอยู่หลบมุมมองสายตาเข้ามาด้านใน ส่วนทางซ้ายจะมีระแนง Facade ของอาคารที่จะช่วยพรางสานตาให้ในระดับหนึ่งครับ

ส่วนด้านหลัง Day Bed ริมสระก็จะมีจุดล้างตัวก่อนลงสระ ซ่อนอยู่หลังผนังแบบนี้ครับ

กลับมาที่บริเวณด้านหน้าอีกครั้ง ซึ่งเราจะเริ่มไปดู Facalities ภายในอาคารกันบ้าง และผมขอเริ่มจากห้องแรกตรงชั้น 1 ก่อนเลยครับ

ภายในคือ Lobby ที่เราสามารถมานั่งเล่น พบปะพูดคุยกับเพื่อนบ้านคนอื่นๆได้ หรือถ้านัดแขกภายนอกมาเยี่ยมหา ก็สามารถนัดเจอกันที่ตรงนี้ได้ โดยไม่ต้องพาเข้าไปในบ้านให้เสียความเป็นส่วนตัวเลยนั่นเองครับ

ภายในมีชุดโซฟาขนาดใหญ่ที่สามารถแบ่งกันนั่งได้เป็น 3 – 4 กลุ่ม และเน้นเปิดรับวิวเข้าไปภายในโครงการ เพื่อไม่ให้เสียความเป็นส่วนตัว จากคนที่อาจมองผ่านกระจกเข้ามาจากภายนอกนั่นเองครับ

ขึ้นบันไดมาที่ชั้น 2 จะมีห้องกระจกอีก 2 ห้องด้วยกัน โดยผมจะพามาดูที่ Fitness ทางขวามือก่อนนะ

ภายในมีเครื่องออกกำลังกายให้ใช้งานครบ (ประมาณ 9 ชิ้น) และมีจุดเด่นอยู่ที่การเปิดช่องแสงเต็มผนัง 2 ด้าน เลยทำให้ดูสว่างและโปร่งโล่งดีเลยทีเดียว

ส่วนห้องฝั่งตรงข้ามจะเป็น Co-Working Space นะครับ

ภายในมีขนาดค่อนข้างใหญ่ และยังมีการแบ่งฟังก์ชันเพื่อทำเป็น Kids Room สำหรับน้องๆแยกเป็นสัดส่วนอีกด้วย

ด้านในห้องกระจกตกแต่งด้วยสีสันสดใสและอบอุ่น มีของเล่นสำหรับน้องๆ และโซฟานั่งเล่นสำหรับผู้ปกครอง ซึ่งถ้าใครมีลูกมีหลานก็สามารถพามาเล่นกันในห้องแอร์เย็นๆตรงนี้ได้ครับ

หรือบางคนก็อาจปล่อยให้น้องๆเล่นอยู่ในที่ของเค้าไป แล้วผู้ใหญ่อย่างเราก็มานั่งทำงานของตัวเองอยู่ใกล้ๆแบบนี้ได้เหมือนกัน โดยที่ทางโครงการก็จัดพื้นที่นั่งทำงานมาให้แยกเป็น 2 โซนใหญ่ๆครับ

อย่างโซนแรกทางด้านหน้าจะเป็นที่นั่งทำงานบนโต๊ะแบบจริงจัง มีทั้งโต๊ะใหญ่ที่นั่งทำงานกันเป็นกลุ่มได้ หรือใครจะนั่งแยกเดี่ยวริมหน้าต่าง และชมวิวภายนอกแบบชิวๆก็ได้เหมือนกัน โดยบนโต๊ะก็จะมีปลั๊กไฟให้เสียบใช้งานได้ง่าย รวมถึงมี Wi-Fi ให้ใช้อีกด้วยนะ

ส่วนอีกโซนจะเป็นชุดโซฟาขนาดใหญ่ สำหรับสายชิวๆที่อาจมานั่งเล่น เอาไอแพดขึ้นมาดูหนังฟังเพลงฆ่าเวลา และถ้ามองลงไปจากหน้าตาก็จะเห็นสระว่ายน้ำชั้นล่างได้ด้วยครับ ซึ่งถ้าใครไม่อยากไปนั่งรอริมสระในวันที่อากาศร้อนๆ ก็สามารถขึ้นมานั่งรอในห้องแอร์เย็นๆได้เหมือนกัน

และส่วนกลางอีกจุดหนึ่งก็คือ “สวนสาธารณะ” ซึ่งจะอยู่ในเฟสต่อไปในอนาคต สำหรับใครที่อยากเห็นของจริงก็คงจะต้องอดใจรอกันสักหน่อยนะครับ แต่ส่วนตัวผมคิดว่ารูปแบบฟังก์ชันที่ให้มานั้นน่าสนใจไม่น้อย อย่างพวกสนามบาสเก็ตบอล หรือสนามแบดมินตั้น ถ้าไม่ใช่โครงการขนาดใหญ่มากจริงๆ เราก็จะไม่ค่อยได้เห็นใส่มาในโครงการกันสักเท่าไหร่นัก

หรือบางทีผมก็เคยเจอในโครงการเก่าๆอายุ 10 กว่าปีขึ้นไปถึงจะมีมาให้ แต่ช่วงหลังๆมานี้ Developer หลายๆเจ้า ก็เริ่มใส่เข้ามาในโครงการใหม่ๆกันมากขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นผลดีกับลูกบ้านมากๆครับ เพราะเราสามารถมีพื้นที่ทำกิจกรรมในหมู่บ้านของตัวเองได้ โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาออกไปหาที่เล่นด้านนอกไกลๆนั่นเอง

Image 1/4

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • อาคาร Clubhouse
  • Lobby (พื้นที่รับรองและนั่งเล่นในห้องแอร์)
  • สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ ขนาด 8 x 5.5 เมตร ลึก 1.2 เมตร
  • แบ่งสระเด็ก ขนาด 5 x 5.7 เมตร ลึก 0.5 เมตร
  • Fitness (มีเครื่องออกกำลังกายประมาณ 9 เครื่อง)
  • Co-Working Space (รองรับสัญญาณ Wi-Fi)
  • Kids Room (ห้องสันทนาการสำหรับเด็ก)
  • พื้นที่สวนหย่อมในโครงการ 1 จุด รวมประมาณเกือบ 2 ไร่
  • Playground (สนามเด็กเล่น)
  • Basketball Court (สนามบาสเก็ตบอล)
  • Badminton Court (สนามแบดบินตัน)
  • เครื่องออกกำลังกายกลางแจ้ง
  • Bike Lane (เลนปั่นจักรยาน)
  • ระบบ CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ 42 จุด
  • รั้วรอบโครงการสูง 2.5 เมตร
  • ถนนหลักกว้าง 12 – 16 ม. และถนนภายในกว้าง 9 ม.
  • ระบบ KATSAN โดยการสแกนป้ายทะเบียนรถ ตามมาตรฐานความปลอดภัยจาก AP
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
  • ประตูรั้วโครงการแบบ รั้วกั้นไม้กระดก และประตูเลื่อนไฟฟ้า 2 ตอน
  • สัญญาณกันขโมย ระบบ Magnetic Sensor + กล้อง CCTV และระบบ Home Automation ทุกหลัง

แบบบ้าน

Highlights :

  • จำนวนฟังก์ชัน 3 – 4 ห้องนอน เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดกลาง-ใหญ่ มีห้องนอนชั้นล่างสำหรับผู้สูงอายุ หรือปรับเป็นห้องอเนกประสงค์ได้
  • ขนาดพื้นที่ใช้สอยค่อนข้างใหญ่และกว้างขวางดี โดยเฉพาะในห้องนอนทุกห้องจะสามารถวางเตียง 5 – 6 ฟุตได้สบาย และมีห้องน้ำในตัวทุกห้องเลย
  • โครงสร้างก่ออิฐมวลเบา สามารถทุบ/ต่อเติมได้ง่าย มาพร้อมกับระบบ Home Automation และระบบรักษาความปลอดภัย Magnetic Sensor ทุกหลัง

โครงการนี้มีแบบบ้านให้เลือกถึง 4 แบบ ประกอบด้วย

  • ASHER บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 50.8 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 193 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
  • BEATRIX บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 50.8 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 210 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
  • CHARA บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 56.2 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 252 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 2 ห้องพักผ่อน / 3 ที่จอดรถ
  • DOUBLE BLISS บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 59.8 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 274 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 2 ห้องพักผ่อน / 1 ห้องแม่บ้าน / 3 ที่จอดรถ

ซึ่งทางโครงการจะมีบ้านตัวอย่างที่ตกแต่งให้ดูเป็น Type ใหญ่สุดหนึ่งหลังนะครับ ส่วนหลังอื่นๆจะเป็นบ้านเปล่าตามมาตรฐานทั้งหมด มีการออกแบบในสไตล์ Modern เรียบๆเหมือนกัน และใช้วัสดุก่อสร้างเป็นผนังก่ออิฐมวลเบา ที่สามารถทุบหรือต่อเติมได้ง่ายเต็มที่

ส่วนวัสดุมาตรฐานอื่นๆก็จะมีระบบ Home Automation พร้อมกล้อง CCTV และ Magnetic Sensor ทุกหลัง ได้สุขภัณฑ์ของ COTTO กับพื้นชั้นบนเป็นลามิเนตลายไม้ และประตูหน้าต่างทุกบานจะเป็นกรอบ UPVC สีเทา พร้อมกระจกเขียวตัดแสง ส่วนรายละเอียดอื่นๆจะเป็นอย่างไรบ้างเราไปชมกันครับ

  • DOUBLE BLISS บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 59.8 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 274 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 2 ห้องพักผ่อน / 1 ห้องแม่บ้าน / 3 ที่จอดรถ

เป็นบ้านหลังใหญ่สุดที่เหมาะกับครอบครัวขนาดใหญ่ มีที่จอดรถในร่ม 3 คัน พร้อมห้องนอนชั้นล่างขนาดใหญ่ที่มีห้องน้ำในตัว ซึ่งเราสามารถทำเป็นห้องผู้สูงอายุ หรือห้องทำงานช่วง WFH แบบนี้ได้สบายๆเลยครับ โดยฟังก์ชันที่ต่างจากแบบบ้านอื่นๆก็คือ จะมีส่วนของห้องแม่บ้านเพิ่มเข้ามา และอยู่แยกไปทางโซนหลังบ้าน ไม่รบกวนเจ้าของบ้าน ซึ่งตำแหน่งของครัวและห้องพักแม่บ้านจะค่อนข้างอยู่ห่างกันสักหน่อย ทำให้การใช้งานอาจไม่ค่อยต่อเนื่องกันเท่าที่ควร แต่ก็เป็นสัดส่วนชัดเจนจากกันไปเลย

ส่วนห้องนอนชั้นบนจะมีขนาดค่อนข้างใหญ่ และมีห้องน้ำเป็นส่วนตัวทุกห้องเลยครับ ซึ่งพิเศษหน่อยสำหรับ Master Bedroom จะมีพื้นที่ทำ Walk-in Closet  และมีอ่างอาบน้ำในห้องน้ำเข้ามาเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานให้มากขึ้น รวมถึงมีพื้นที่อเนกประสงค์บริเวณโถงบันไดกลางบ้านให้ใช้งานด้วย ซึ่งเราสามารถทำเป็นพื้นที่นั่งเล่นพักผ่อน หรือจะกั้นผนังทำเป็นห้องพระ/ห้องทำงานก็ได้ครับ

เนื่องจากบ้านตัวอย่างไม่ได้มีประตูรั้วมาให้ชมกัน งั้นผมขอพามาเริ่มที่พื้นที่จอดรถกันเลยนะครับ โดยจะมีความกว้างประมาณ 7.5 m. สามารถจอดรถ 3 คันได้สบายๆเลย และทั้งหมดก็จะเป็นการจอดในร่มใต้ชายคาบ้านอีกด้วย

ซึ่งพื้นบริเวณนี้จะเป็นแบบ Slab on Ground คือการวางคานบนพื้นดิน ไม่ได้ลงเสาเข็มมาให้นะครับ โดยถ้าสังเกตดีๆจะเห็นว่ารอบๆจะมีการตัด Joint แยกพื้นออกจากโครงสร้างบ้านมาให้แล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำหนักของพื้นส่งผลต่อโครงสร้างบ้านในตอนทรุดตัว ส่วนมุมซ้ายบนก็จะมีกล้อง CCTV ติดมาให้เป็นมาตรฐาน 1 ตัวด้วยครับ

ประตูตรงจุดนี้จะเป็นลักษณะบานทึบเพื่อความเป็นส่วนตัว แต่ก็เป็นทางที่สามารถขนของเข้าไปเก็บในบ้านได้สะดวกที่สุด (ไม่ต้องไปอ้อมเข้าด้านหน้าบ้านให้เสียเวลา) มาพร้อมกับ Digital Door Lock เป็นมาตรฐานแบบนี้เหมือนกันทุกหลัง แต่เฉพาะหลังใหญ่สุดนี้เท่านั้นที่จะได้เป็นประตูบานไม้สักแบบนี้เลยครับ

ส่วนเฉลียงทางเข้าจะเป็นขั้นบันไดเล็กๆ ทำหน้าที่กันฝุ่นหรือสิ่งสกปรกไม่ให้เข้าสู่ตัวบ้าน แต่อาจไม่ได้ใช้งานถอด/ใส่รองเท้าตรงนี้ได้สะดวกนัก เพราะเค้าไม่ต้องการให้พื้นต่างระดับส่วนนี้ไปกินพื้นที่ถอยจอดของรถยนต์ ซึ่งก็จะทำให้เราใช้รถยนต์ตัวถังยาวๆได้ไม่มีปัญหานั่นเองครับ

ส่วนประตูทางเข้าหลักบริเวณหน้าบ้าน ก็จะเป็นประตูกระจกบานเลื่อนเป็นมาตรฐานแบบนี้ ซึ่งเป็นกรอบ UPVC สีเทาเข้มดูทันสมัย มาพร้อมกับกระจกเขียวตัดแสง ตัวล็อคบานประตู 2 ชั้น และระบบ Magnetic Sensor ที่อยู่ตรงมุมกรอบด้านบน

ภายในบ้านบริเวณ Common Area จะมีขนาดที่ใหญ่และโปร่งโล่งมากๆครับ ถึงแม้ว่าหลังบ้านจะเป็นส่วนครัวที่เป็นผนังทึบ แต่เราก็ยังได้แสงจากหน้าต่างด้านข้างทำให้สว่างและไม่อึดอัดเลย โดยพื้นจะปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ และมีความสูงฝ้าเพดานอยู่ที่ 2.6 m. ครับ

ฟังก์ชันแรกจะเป็นชุดโซฟานั่งเล่นและรับแขก ซึ่งจะสามารถวางเป็นชุดโซฟาขนาดใหญ่กว่าในบ้านตัวอย่างก็ได้นะครับ โดยมีระยะดูทีวีอยู่ที่ประมาณ 5 m. สามารถใช้ทีวีขนาดใหญ่ 60 นิ้วขึ้นไปได้สบายๆ

ถัดเข้ามาจะเป็นพื้นที่วางโต๊ะทานอาหาร สามารถใช้ขนาด 8 – 10 ที่นั่งได้เลยครับ ซึ่งถ้าใครที่เป็นครอบครัวใหญ่ หรือมีเพื่อนๆ/ญาติๆมาเยี่ยมหาบ่อยๆนี่ก็เหมาะเลย โดยโต๊ะนี้จะตั้งอยู่ติดกับเฉลียงข้างบ้าน ที่เราสามารถมองออกไปชมสวนข้างบ้าน หรือเปิดออกไปใช้งานด้านนอกได้ด้วย

ซึ่งเฉลียงนี้เราอาจเพิ่มหลังคา/กันสาดเพื่อช่วยบังแดด และให้สามารถออกมาใช้งานตอนกลางวันได้สะดวกมากขึ้นก็ได้นะครับ รวมถึงเราอาจจัดสวนและทำบ่อน้ำเพิ่มเติม เพื่อช่วยให้บรรยากาศในบ้านดูน่าอยู่ขึ้นได้นะครับ

และด้านหลังของโต๊ะทานอาหารก็จะเป็นห้องครัว ทำให้สามารถยกอาหารมาเสิร์ฟที่โต๊ะได้ใกล้และสะดวกแบบนี้เลย

ภายในห้องครัวจะมีขนาดค่อนข้างใหญ่ สามารถใช้งานพร้อมกัน 2 – 3 คนได้สบายๆ ซึ่งผมชอบหน้าต่างที่เค้าให้ช่องมาขนาดใหญ่สะใจดี ทำให้ภายในครัวค่อนข้างสว่างและโปร่งโล่ง รวมถึงเราสามารถเปิดหน้าต่างระบายอากาศตอนทำอาหารได้เต็มที่มากขึ้นอีกด้วย

พื้นห้องครัวจะมีการลดระดับลงจากพื้นบ้านเล็กน้อย ทำให้สามารถเช็ดล้างทำความสะอาดได้เต็มที่ แต่เวลาเดินก็ระวังสะดุดกันสักนิดนะครับ ส่วนเคาน์เตอร์ครัวก็จะให้มาเป็นมาตรฐานแบบนี้เลย โดยอาจเพิ่มตู้แขวนและหน้าบานปิดตู้ด้านล่างสักหน่อย ให้สามารถเก็บของได้เป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น อีกด้านหนึ่งก็จะเป็นพื้นที่วางตู้เย็นที่กว้างประมาณ 1 m. กับประตูเปิดออกไปลานซักล้าง และพัดลมช่วยดูดอากาศด้านบน

และลานซักล้างก็จะมีพื้นที่วางเครื่องซักผ้าอยู่ใกล้ๆประตูแบบนี้ครับ โดยมีพวกปลั๊กไฟและท่องานระบบต่างๆมารองรับแล้วเรียบร้อย

ส่วนบริเวณหลังบ้านจะเป็นทางไปห้องแม่บ้าน ซึ่งก็จะอยู่แยกออกไปเป็นส่วนตัวไปเลย ทำให้พื้นที่ทำงานและพื้นที่พักผ่อนจะมีระยะที่ห่างจากกันพอสมควร ฟังก์ชันเลยอาจไม่ได้ใช้งานต่อเนื่องกันได้สะดวกนัก ซึ่งถ้าบ้านไหนที่แม่บ้านพักอยู่ประจำล่ะก็ อาจต้องยกพื้นที่หลังบ้านนี้ทั้งหมดให้เป็นโซนของแม่บ้านไปเลยก็ได้ครับ

โดยห้องแม่บ้านก็จะมีห้องน้ำเล็กๆอยู่ติดกันด้วยครับ ขนาดพื้นที่ไม่ใหญ่มากนักแค่พอดีใช้งาน หรือบางคนก็อาจปรับเป็นห้องเก็บของก็ได้เหมือนกัน

กลับเข้ามาภายในบ้านอีกครั้ง ซึ่งตรงบริเวณข้างๆบันไดติดกับห้องครัว จะเป็นห้องน้ำและห้องเก็บของครับ

โดยห้องเก็บของใต้บันไดก็พอที่จะเก็บของชิ้นใหญ่ๆ อย่างพวกกระเป๋าเดินทางได้ และมาพร้อมกับไฟส่องสว่างด้านในให้ใช้งานได้สะดวกแบบนี้ครับ

ส่วนห้องน้ำนี้จะเป็นแบบ Powder Room คือจะไม่มีส่วนอาบน้ำนะครับ ซึ่งเป็นฟังก์ชันที่ใช้งานร่วมกันบริเวณ Common Area ชั้น 1 โดยสุขภัณฑ์ทั้งหมดจะเป็นของ COTTO และมีขนาดพื้นที่ใช้งานประมาณ 1.4 x 2.2 m.

ถัดมาจะเป็นโถงทางเดินกลางบ้านที่จะแยกออกไปจาก Common Area เลยทำให้ห้องนอนชั้นล่าง และบันไดตรงบริเวณนี้มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น แถมยังมีช่องแสงขนาดใหญ่ที่จะช่วยให้พื้นที่ตรงนี้ไม่มืดทึบเกินไปอีกด้วย

ภายในห้องมีขนาดค่อนข้างใหญ่ใช้งานง่าย กว้างประมาณ 3 x 3.8 m. สามารถวางเตียง 5 ฟุต เพื่อทำเป็นห้องนอนผู้สูงอายุได้สบายๆ โดยที่ยังมีพื้นที่เหลือรอบเตียงให้เดินได้สะดวก

อีกด้านของห้องทางโครงการก็จัดเป็นโซนแต่งตัว และโต๊ะอเนกประสงค์มาให้ดู ซึ่งเราอาจจัดห้องนี้เป็นห้องทำงานจริงจังสำหรับช่วง WFH แบบนี้ หรือจะทำเป็นห้องดูหนัง/เล่นเกมส์ก็ได้ แล้วแต่ Lifestyle ของครอบครัวแต่ละคนเลยครับ

แถมภายในห้องนี้ยังมีห้องน้ำในตัวให้ใช้งานได้สะดวกด้วย ซึ่งจะมีขนาดใหญ่และแบ่งฟังก์ชันแยกกันเป็นสัดส่วนตามมาตรฐานเลยครับ

เริ่มจากพื้นที่ส่วนแห้งก็จะมีขนาด 1.45 x 1.75 m. ประกอบด้วยอ่างล้างหน้าและโถสุขภัณฑ์จาก COTTO พร้อมพื้นที่วางของตรงผนังทั้ง 2 ฝั่งด้วย ซึ่งถ้าห้องนอนชั้นล่างเป็นห้องนอนผู้สูงอายุล่ะก็ เราก็จะติดราวจับต่างๆเพื่อเพิ่มความปลอดภัยได้ครับ

อีกด้านหนึ่งจะเป็นพื้นที่ยืนอาบน้ำขนาด 1.55 x 0.9 m. สามารถใช้งานได้สบายๆ มาพร้อมกับ Hand Shower และ Junction box สำหรับติดเครื่องทำน้ำอุ่นได้ ซึ่งเราอาจติดชั้นวางของที่ผนังเพิ่มเติม และม่านพลาสติก/ฉากกั้นเพิ่มเติมเองได้นะครับ เวลาอาบน้ำจะได้ไม่กระเด็นเปียกไปทั่วห้อง

ขยับขึ้นมาดูชั้น 2 กันบ้างครับ ซึ่งบันไดก็จะเป็นโครงสร้างเหล็ก บนปิดผิวด้วยไม้ยางพารา ทางเดินกว้าง 1 m. พร้อมราวจับเหล็ก และมีชานพักขนาดใหญ่เดินได้สะดวกครับ

โถงบันไดชั้นบนจะมีลักษณะเป็นรูปตัว L และแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ อย่างโซนแรกทางซ้ายมือจะเป็นโถงทางเดินหน้าห้องนอนเล็กทั้ง 2 ห้อง ซึ่งก็ให้มาขนาดใหญ่ทีเดียวครับ สามารถวางพวกโต๊ะหรือตู้เพิ่มเติมได้นะ

เรามาเริ่มกันที่ห้องนอนเล็กสุดของบ้านทางด้านซ้าย ซึ่งอยู่ติดกับบันไดบริเวณหลังบ้าน มีขนาดประมาณ 4.5 x 2.9 m. สามารถวางเตียง 5 ฟุตได้สบายๆครับ โดยในบ้านตัวอย่างนี้เค้าวางเตียง 3.5 ฟุตมาให้ดูเป็นห้องนอนเด็กเล็ก ซึ่งก็จะมีพื้นที่เหลือให้ใช้งานได้อีกเพียบเลยล่ะ

ปลายเตียงจะมีห้องน้ำในตัวให้ใช้งานด้วยนะครับ มีฟังก์ชันครบตามมาตรฐาน แยกส่วนเปียกส่วนแห้งมาให้แล้ว

อย่างพื้นที่ส่วนแห้งจะมีขนาด 1.35 x 2.1 m. และพื้นที่ยืนอาบน้ำคือ 1.35 x 0.9 m. ซึ่งก็จะไม่ได้ให้ฉากกั้นอาบน้ำมาเช่นเคย แต่เราสามารถไปติดตั้งเพิ่มเติมเองได้ และที่ให้มาเพิ่มก็คือ เค้าจะเจาะช่องที่ผนังไว้วางสบู่หรือแชมพูมาให้ด้วยครับ

ส่วนห้องนอนอีกห้องจะมีขนาดที่ใหญ่กว่า ประมาณ 3.2 x 5.3 m. และอยู่ทางโซนหน้าบ้านก็เลยเหมาะกับเป็นห้องลูกคนโต สามารถแบ่งพื้นที่เตียงนอนและพื้นที่อเนกประสงค์ออกจากกันเป็นสัดส่วนได้ เช่น อาจไว้วางชุดกลองและกีต้าร์สำหรับซ้อมดนตรี หรือจัดชุดโฮมเทียร์เตอร์ไว้ดูวันแดงเดือดแบบส่วนตัวอะไรแบบนี้ก็ได้ เป็นต้น

และห้องนอนนี้ก็จะมีห้องน้ำในตัวด้วยเช่นกันครับ ซึ่งขนาดและฟังก์ชันจะเหมือนกับห้องก่อนหน้านี้เปะๆเลย เพียงแต่เค้าจะสลับด้านกันเท่านั้นเอง สามารถมาใช้งานได้แบบส่วนตัวเลยครับ

ออกมาจากห้องนอนเล็ก ต่อไปเราจะมาดูอีกด้านของบ้านกันบ้างครับ ซึ่งนอกจากจะมีห้อง Master Bedroom ที่สุดปลายทางแล้ว ยังมีพื้นที่อเนกประสงค์หน้าห้องให้ใช้งานด้วยนะ

ซึ่งพื้นที่นี้จะมีขนาดประมาณ 2.5 x 3 m. สามารถจัดเป็นพื้นที่นั่งเล่น ห้องทำงาน หรือห้องพระได้นะครับ และถ้าเราต้องการความเป็นสัดส่วนเพิ่มขึ้นล่ะก็ สามารถกั้นผนังเพิ่มเติมได้เลย

โดยถ้าเราใช้ผนังทึบก็จะดูเรียบร้อยและเป็นส่วนตัวดีมาก แต่ก็แลกมากับพื้นที่โถงบันไดที่จะมืดทึบลงไปบ้าง แล้วถ้าเราใช้เป็นผนังกระจกก็จะยังคงได้แสงสว่างและความโปร่งโล่งอยู่ แถมยังติดแอร์เย็นๆอยู่ในห้องช่วงกลางวันแบบนี้ได้สบายๆเลยครับ

ด้านในของห้องเป็นประตูกระจกบานเลื่อน ที่เปิดออกไปเชื่อมต่อกับระเบียงของ Master Bedroom ได้ด้วย ซึ่งเราสามารถชมวิวภายนอกและมองเห็นหน้าบ้านได้ว่า มีใครมาหาจากบนชั้น 2 นี้ได้สบายๆเลยครับ

สุดท้ายจะเป็น Master Bedroom ที่ภายในกว้างขวางมากๆ ประมาณ 3.9 x 7 m. สามารถแบ่งพื้นที่ทำเป็นโซนเตียงนอน และ Walk-in Closet แยกออกจากกันได้สบายๆเลยครับ

โดยเตียงนอนจะอยู่ในตำแหน่งใกล้กับระเบียง สามารถมองเห็นวิวภายนอกได้สบายๆ ปลายเตียงมีพื้นที่เหลือให้ Built-in และติดทีวีได้เต็มที่เลยครับ

ส่วนระเบียงภายนอกก็ค่อนข้างยาวครับ กว้างประมาณ 6 x 0.9 m. สามารถออกมาชมวิวและเดินเชื่อมต่อไปยังพื้นที่อเนกประสงค์ก่อนหน้านี้ได้ด้วย โดยมีราวกันตกเป็นกระจกนิรภัย Tempered Glass และจุดระบายน้ำจะอยู่ทางด้านข้างบ้านเรียบร้อยแบบนี้

อีกด้านหนึ่งของห้อง Master Bedroom จะมีพื้นที่ให้ทำ Walk-in Closet ขนาดใหญ่ได้สบายๆเลยครับ ซึ่งเราอาจทำเป็นตู้บานทึบเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย หรือจะทำเป็นตู้บานใสแบบนี้เพื่อโชว์ของสะสมแบรนด์เนมก็ได้เหมือนกัน

สุดท้ายคือห้องน้ำที่มีขนาดใหญ่สุดในบ้าน สามารถแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ส่วนหลักๆคือ พื้นที่อ่างอาบน้ำ พื้นที่ส่วนแห้ง และพื้นที่ยืนอาบน้ำ

เริ่มที่บริเวณกลางห้องเราจะได้อ่างล้างหน้าแบบ His&Her ที่สามารถใช้งานพร้อมกัน 2 คนได้สบายๆ โดย Top เคาร์เตอร์จะเป็นหินสังเคราะห์ และด้านล่างยัง Built ชั้นเก็บของมาให้เพียบเลยครับ

ถัดมาจะเป็นโถสุขภัณฑ์และพื้นที่ยืนอาบน้ำ ซึ่งเราอาจต้องติดฉากกั้นอาบน้ำเพิ่มเติมเองเช่นเคยนะครับ เวลาใช้งานพื้นห้องน้ำส่วนอื่นๆจะได้ไม่เปียกไปด้วย โดยมีขนาดที่ยืนประมาณ 1.6 x 0.95 m. สามารถใช้งานได้สบายๆ

และอีกด้านจะเป็นอ่างอาบน้ำที่อยู่ติดกับหน้าต่าง รอบๆมีพื้นที่ให้วางอุปกรณ์อาบน้ำได้เต็มที่เลย นอกจากนี้ผมก็ได้ถ่ายแบบบ้านเปล่าที่เป็นมาตรฐานมาให้ชมกันด้วย สามารถคลิกดูใน Gallery ด้านล่างนี้ได้เลยครับ

Image 1/9

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ


สำหรับแบบบ้านอื่นๆอีก 3 Type ทางโครงการจะมีเป็นบ้านเปล่ามาตรฐานให้ดูนะครับ ซึ่งผมก็ได้ถ่ายรูปมาฝากครบทุกแบบเลย พร้อมทั้งมีบทวิเคราะห์เรื่องแปลนอย่างละเอียดด้วย จะเป็นอย่างไรบ้างเราไปชมกันครับ

  • ASHER บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 50.8 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 193 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ

เริ่มที่ ASHER แบบบ้านน้องเล็กสุดของโครงการ มีจุดเด่นอยู่ที่ Common Area ชั้น 1 ที่มีขนาดใหญ่ เชื่อมต่อตั้งแต่หน้าบ้านไปจนถึงหลังบ้าน ทำให้สามารถมองเห็นสวนรอบบ้านได้ถึง 3 ด้านเลยครับ ซึ่งนั่นเป็นเพราะเค้าปรับตำแหน่งครัว ให้มาไว้ทางด้านข้างของตัวบ้านแทน เลยทำให้พื้นที่ใช้สอยชั้นล่างน่าใช้งานและโปร่งโล่งดีทีเดียว ซึ่งหากใครชอบที่จะมองเห็นต้นไม้รอบบ้านได้ตลอดเวลาล่ะก็ แบบบ้านหลังนี้ก็น่าจะเหมาะไม่น้อย

ส่วนบนชั้น 2 ห้องนอนจะมีขนาดใหญ่เพียงพอที่จะวางเตียง 5 ฟุตได้สบายๆทุกห้อง ซึ่งถ้าใครมีลูกล่ะก็สามารถอยู่ได้ตั้งแต่เด็ก-โตเลยล่ะครับ แต่พื้นที่ห้องเหล่านี้ก็แลกมากับการต้องออกมาใช้งานห้องน้ำร่วมกันด้านนอกนะ ภาพรวมจึงเป็นบ้านที่เหมาะกับครอบครัวขนาดเล็ก-กลาง ถ้ามีลูกคนเดียวก็สบายเลยครับเพราะไม่ต้องแชร์ห้องน้ำร่วมกัน แต่ถ้ามีลูกสัก 2 คนก็ยังไหวอยู่ รวมถึงเป็นคนที่ต้องการบ้านในราคาที่จับต้องง่ายของโครงการนี้ด้วยนั่นเองครับ

Image 1/13

  • BEATRIX บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 50.8 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 210 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ

ต่อมาคือ BEATRIX ฟังก์ชันบ้านจะคล้ายๆกับ Type ใหญ่สุดที่เราเพิ่งรีวิวกันไปก่อนหน้านี้ โดยจะมีห้องนอนชั้นล่างพร้อมห้องน้ำในตัวที่เพิ่มเข้ามา เลยเหมาะกับครอบครัวขนาดใหญ่ที่อาจมีผู้สูงอายุอาศัยอยู่ด้วยได้ครับ รวมถึงห้องนอนเล็กชั้นบนก็จะได้ห้องน้ำเป็นส่วนตัวทุกห้องด้วยนะ

และถึงแม้ฟังก์ชันจะรองรับครอบครัวหลายคนได้ก็จริง แต่เค้าจะมีข้อจำกัดเล็กๆน้อยๆในเรื่องพื้นที่จอดรถ ที่จะมีเพียง 2 ที่จอดเท่านั้นครับ ดังนั้นคนที่ซื้อแบบบ้านหลังนี้จะเป็นคนที่เน้นจำนวนฟังก์ชันห้องที่เยอะและยืดหยุ่น รองรับสมาชิกในบ้านได้ 3 – 4 คน แต่อาจไม่ได้มีรถยนต์ส่วนตัวทุกคนหรือใช้รถร่วมกันเป็นส่วนใหญ่ หรืออาจไว้ปรับเป็นห้องอเนกประสงค์อื่นๆก็ได้ตามต้องการนั่นเองครับ

Image 1/12

  • CHARA บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 56.2 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 252 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 2 ห้องพักผ่อน / 3 ที่จอดรถ

มาถึงหลังสุดท้ายกันแล้วครับ กับ CHARA ซึ่งคราวนี้จำนวนฟังก์ชันต่างๆจะเท่ากับพี่ใหญ่สุดของโครงการเลยครับ คือได้ที่จอดรถ 3 คันและพื้นที่อเนกประสงค์ตรงโถงบันไดชั้น 2 เพียงแต่ขนาดพื้นที่ใช้สอยจะดู Compack มากขึ้น เหมาะกับคนที่ชอบแบบบ้านที่เป็นสัดส่วนและมีพื้นที่ใช้งานพอดีๆแต่คุ้มค่า ซึ่งจุดที่ผมชอบของบ้านหลังนี้จะมีอยู่ 3 จุดใหญ่ๆด้วยกันคือ

  1. Common Area ที่จะมีการเยื้องกันเล็กน้อยของพื้นที่นั่งเล่นด้านหน้า และพื้นที่โต๊ะทานอาหารด้านในเล็กน้อย ทำให้ฟังก์ชันดูเป็นสัดส่วนมากขึ้นแต่ก็ยังเชื่อมต่อถึงกันได้อยู่ รวมถึงการวางตำแหน่งห้องครัวที่จะไปอยู่ด้านข้างของตัวบ้านแบบนี้ เลยทำให้ชั้น 1 ของบ้านได้รับแสงและชมวิวสวนได้ 3 ด้านเหมือนกับตัว ASHER น้องเล็กสุดก่อนหน้านี้เลย
  2. ห้องนอนชั้นล่าง ถ้าครอบครัวไหนให้ความสำคัญกับฟังก์ชันนี้มากๆล่ะก็ แบบบ้านหลังนี้น่าจะตอบโจทย์ที่สุดในทุกแบบของโครงการครับ เพราะตำแหน่งห้องจะได้วิวสวนข้างบ้านแบบเต็มๆเลย (ลองดูรูปใน Gallery ได้ครับ บรรยากาศ/วิวดูดีสุดแล้วในทุกแบบบ้าน)
  3. พื้นที่อเนกประสงค์ชั้นบน จะอยู่ตรงโถงบันไดหน้าห้องนอนทั้ง 3 ซึ่งผมค่อนข้างชอบมากกว่าบ้านหลังใหญ่ เพราะลักษณะของพื้นที่ที่จัดสรรได้ง่าย ใช้งานได้คุ้ม (ไม่เปลืองพื้นที่ทางเดิน 2 จุดเหมือนหลังใหญ่) และทำให้โถงกลางบ้านดูใหญ่มากๆอีกด้วยครับ

Image 1/15

 

ราคา

Centro วิภาวดี ราคา ณ วันที่ 17 สิงหาคม 2564

  • ASHER บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 50.8 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 193 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 8.29 ล้านบาท
  • BEATRIX บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 50.8 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 210 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 8.99 ล้านบาท
  • CHARA บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 56.2 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 252 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 2 ห้องพักผ่อน / 3 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 10.39 ล้านบาท
  • DOUBLE BLISS บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 59.8 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 274 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 2 ห้องพักผ่อน / 1 ห้องแม่บ้าน / 3 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 11.99 ล้านบาท
  • จอง 20,000 บาท
  • ทำสัญญา 30,000 บาท
  • ที่ดินเพิ่มลด ราคาตารางวาละ 100,000 บาท
  • ค่าส่วนกลาง 27 บาท/ตร.วา/เดือน จัดเก็บล่วงหน้า 2 ปี
  • Promotion : จัดสวนตามมาตราฐานโครงการ Wallpaper ทั้งหลัง / สัญญาณกันขโมย / เคาน์เตอร์ครัว / ระบบ Home Automation ตามมาตรฐานโครงการทุกหลัง
  • ** Promotion พิเศษเฉพาะช่วง Pre-Sale 11 – 12 ก.ย. 2564 ลงทะเบียนรับส่วนลดเพิ่ม 100,000 บ.* และรับเพิ่ม Ninebot Gokart Pro มูลค่ากว่า 79,990 บาท* หรือลงทะเบียนได้บนเว็บไซต์ https://www.apthai.com/th/centro-วิภาวดี

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ

บทสรุป

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง : ซอยช่างอากาศอุทิศมีความเป็นชุมชนที่คึกคักและอุดมสมบูรณ์มากๆครับ สามารถลัดออกถนนใหญ่ได้ทั้งวิภาวดี แจ้งวัฒนะ และสรงประภา ที่สำคัญคือการไปขึ้นทางด่วนของย่านนี้ทำได้ง่ายมากๆ ทั้งทางด่วนดอนเมืองโทลเวย์และทางด่วนอุดรรัถยาในระยะ 5 – 7 km. รวมถึงยังมีการเดินทางสาธารณะอื่นๆอีก ไม่ว่าจะเป็นพี่วินมอเตอร์ไซค์ รถสองแถวแดง และรถไฟฟ้าสายสีแดงเพิ่งเปิดใหม่ ที่สามารถเดินเชื่อม Skywalk ไปยังอาคารผู้โดยสารสนามบินดอนเมืองได้อีกด้วย ซึ่งถ้าใครทำงานที่สนามบินหรือเดินทางด้วยเครื่องบินบ่อยๆก็คงสะดวกไม่น้อยเลยล่ะครับ

และด้วยสรรพคุณเหล่านี้เลยทำให้มีคนเข้ามาอยู่อาศัยในย่านนี้หนาแน่นมากๆ เกิดเป็นชุมชนเคหะดอนเมืองและหมู่บ้านต่างๆเต็มไปหมด ซึ่งการจะหาที่ดินผืนใหญ่เพื่อทำเป็นโครงการบ้านจัดสรรใหม่ๆก็ทำได้ยากเต็มที และมีตัวเลือกน้อยมากๆ แถมการมาของรถไฟฟ้าก็อาจทำให้ที่ดินแพงขึ้น ซึ่งต่อไปเราอาจเห็นที่อยู่ใหม่ๆของย่านนี้กลายเป็นคอนโดซะเป็นส่วนใหญ่ก็ได้ ดังนั้นถ้าใครกำลังมองหาบ้านเดี่ยวในย่านนี้อยู่ล่ะก็ ลองดูโครงการนี้เป็นตัวเลือกดูก็ได้นะครับ

ความปลอดภัยในโครงการและตัวบ้าน : ใช้ระบบ KATSAN ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยจาก AP มีระบบตรวจจับ และอ่านป้ายทะเบียนรถด้วยกล้อง CCTV แถมในบ้านยังมี Magnetic Sensor ให้ทุกหลังด้วยครับ

การออกแบบโครงการ : ถือเป็นโครงการค่อนข้างใหญ่ แต่เค้าก็มีการแบ่งพื้นที่ส่วนกลางออกเป็น 2 จุด เพื่อกระจายความหนาแน่นและใช้งานกันได้อย่างทั่วถึงในทุกๆเฟสครับ โดยถ้าใครที่ต้องการความเป็นส่วนตัวล่ะก็ จะมีบ้านที่อยู่ในซอยสั้นๆให้เลือกด้วย ซึ่งจะมีเพื่อนบ้านแค่ 8 หลังเท่านั้น (แต่ก็มีให้เลือกไม่เยอะนะ ส่วนมากจะเป็นซอยใหญ่ อาจต้องรีบจับจองกันสักหน่อย)

และถ้าเป็นบ้านติดถนนหลักที่น่าสนใจ ก็จะมีโซนใกล้สวนกับโซนที่ไม่หันหน้าชนกับใครเลยที่อยู่เฟสด้านใน ซึ่งเราอาจต้องอดใจรอกันอีกสักหน่อย แต่ถ้ามองลึกลงไปที่การจัดแปลงที่ดินของบ้าน จริงๆแล้วทางโครงการมีการจัด Type บ้านให้คละกันไป ทำให้หน้าบ้านแต่ละหลังจะอยู่เยื้องๆกันเล็กน้อย ไม่ได้หันหน้าชนกันตรงๆครับ ซึ่งเราสามารถลองไปชมผังจริงกันได้ที่สำนักงานขายได้นะ

การออกแบบตัวบ้านและพื้นที่ใช้สอย : แบบบ้านส่วนใหญ่ของโครงการจะมีห้องนอนชั้นล่างมาให้ กลายเป็นรูปแบบ 4 ห้องนอน เหมาะกับครอบครัวใหญ่ที่อาจมีผู้สูงอายุอาศัยอยู่ด้วยได้นั่นเอง โดยสิ่งที่ต่างกันก็จะเป็นเรื่องของการวาง Layout, จำนวนที่จอดรถ และจำนวนพื้นที่อเนกประสงค์ที่ไม่เท่ากัน ซึ่งเราสามารถเลือกฟังก์ชันที่เหมาะกับการใช้งานของครอบครัวเราได้ครับว่าต้องการแบบไหน เพราะเค้าทำมาเผื่อไว้ให้เลือกทุกแบบเลย

อีกทั้งยังมีจุดเด่นเรื่องการออกแบบพื้นที่ใช้สอยของห้องนอน ที่ต้องการให้สามารถวางเตียงอย่างน้อย 5 ฟุตได้ และมีห้องน้ำเป็นส่วนตัวทุกห้อง ยกเว้นแค่น้องเล็กสุดของโครงการเท่านั้น ที่ถูกออกแบบมาสำหรับครอบครัวขนาดเล็ก ไม่มีห้องนอนชั้นล่าง และอาจต้องแชร์ห้องน้ำร่วมกัน แต่ก็มีราคาจับต้องได้ง่ายที่สุด ไว้เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งสำหรับคนต้องการโปรดักส์แบบนี้ครับ (แต่ก็มีเพียงไม่กี่หลังนะ)

วัสดุ : ค่อนข้างให้มาเป็นมาตรฐานทั่วไปครับ โครงสร้างบ้านก่ออิฐมวลเบา สามารถทุบ/ต่อเติมได้ง่าย ไม่ได้ลงเสาเข็มตรงพื้นที่จอดรถมาให้ บันไดโครงสร้างเหล็ก กรอบประตูหน้าต่างเป็น UPVC สีเทา ได้กระจกเขียวตัดแสง และพื้นชั้นบนเป็นไม้ลามิเนต มีระบบ Home Automation พร้อมสุขภัณฑ์จาก COTTO แต่ไม่ได้ให้ฉากกั้นอาบน้ำมานะครับ

พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ : ปัจจุบันเรายังไม่ได้เห็นบรรยากาศสวนสาธารณะของจริง และซอยพักอาศัยด้านในก็กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างอยู่ ซึ่งอาจต้องรอดูในอนาคตอีกทีนะครับว่าสร้างเสร็จแล้วจะเป็นอย่างไร แต่ถ้ามองที่หน้างานปัจจุบันโดยภาพรวมผมก็ถือว่าดูเรียบร้อยดี ถนนทางเข้ามีการปรับภูมิทัศน์ด้วยการเอาแนวรั้วต้นไม้มาลงให้ดูดีขึ้น และจากที่สอบถามกับ PD มาก็คือ ถนนภายในโครงการทั้งถนนหลักและซอยพักอาศัย จะมีการปลูกต้นไม้ใหญ่ให้บริเวณหน้าบ้านเพื่อความร่มรื่นด้วยครับ

สาธารณูปโภค : ปัจจุบันเราได้เห็นอาคาร Clubhouse ที่อยู่ทางด้านหน้าโครงการกันไปแล้ว ซึ่งผมมองว่าเค้าค่อนข้างให้ความสำคัญกับคนมีครอบครัว/มีลูกน้อย เพราะพื้นที่สำหรับเด็กจะมีขนาดค่อนข้างใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นสระเด็กและ Kids Room ส่วนผู้ใหญ่ก็จะเน้นพื้นที่นั่งพักผ่อน และนั่งทำงานได้เป็นหลัก แต่ก็มีสระว่ายน้ำและฟิตเนสให้ใช้งานครบ

ที่น่าสนใจจริงๆผมมองว่าเป็นส่วนของสวนสาธารณะที่อยู่ในเฟสที่ 3 เพราะว่ามีฟังก์ชันกิจกรรมกลางแจ้งให้ใช้งานได้หลากหลายดี ไม่ว่าจะเป็นสนามบาส สนามแบด สนามเด็กเล่น และเลนปั่นจักรยาน ซึ่งเราไม่ค่อยได้เห็นฟังก์ชันเหล่านี้ในโครงการทั่วไปสักเท่าไหร่ แต่ก็อาจต้องอดใจรอกันอีกสักหน่อยนะครับ เพราะตามกำหนดการคาดว่าน่าจะเสร็จสักช่วงปลายปีหน้าเลย

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 40%, ความปลอดภัย 15%, การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 15%, วัสดุ 10%, พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 10%,  และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับแพคเกจ 8 – 12 ล้านบาท, 17 สิงหาคม 2564

  • ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 7.75/10 – อยู่ในซอยแต่อุดมสมบูรณ์ เข้า-ออกได้หลายทาง ใกล้ทางด่วนและรถไฟฟ้าสายสีแดง
  • ความปลอดภัย 7.5/10 – ระบบ KATSAN พร้อมกล้อง CCTV และ Magnetic Sensor
  • การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 8.25/10 – มีห้องนอนชั้นล่าง เหมาะกับครอบครัวใหญ่ ฟังก์ชันยืดหยุ่น ได้ห้องน้ำในตัวทุกห้อง
  • วัสดุ 7.5/10 – ให้มาตามมาตรฐาน ได้ระบบ Home Automation
  • พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 8/10 – โครงการขนาดใหญ่ ทางเข้าดูเรียบร้อยดี อนาคตคาดว่าจะมีต้นไม้ริมถนนซอย
  • สาธารณูปโภค 8.5/10 – Clubhouse ปัจจุบันฟังก์ชันหลักๆครบ สวนในอนาคตมีฟังก์ชันกลางแจ้งที่น่าสนใจเยอะต้องรอชม
  • 7.86 / 10.00

Centro วิภาวดี เหมาะกับใคร

โครงการ Centro วิภาวดี เหมาะกับคนที่มองหาบ้านเดี่ยวในย่านดอนเมือง ใกล้ทางด่วน 2 สาย และมีรถไฟฟ้าสายสีแดงเป็นตัวเลือกในการเดินทางได้ ทำเลในซอยอุดมสมบูรณ์ เข้ามาจากฝั่งวิภาวดีได้โดยตรง

ตัวโปรดักส์มีแบบบ้านที่เหมาะกับครอบครัวใหญ่ มีห้องนอนชั้นล่าง และห้องน้ำในตัว รวมถึงมีพื้นที่อเนกประสงค์ให้ปรับได้ตาม Lifstyle ของครอบครัว แต่ส่วนกลางที่น่าสนใจคือสวนสาธารณะตรงเฟสที่ 3 ในอนาคต ซึ่งมีทั้งสนามบาส สนามแบด และสนามเด็กเล่นให้ใช้งาน โดยคนที่สนใจต้องมีงบประมาณของบ้านเริ่มต้นที่ 8.29 – 11.99 ล้านบาทขึ้นไป หรือมีกำลังผ่อนต่อเดือนที่ประมาณ 58,000 – 84,000 บาท


ThinkofLiving มี LINE Official Account แล้วนะ
ไม่อยากพลาดข้อมูลข่าวสารก็ Add เลย > https://lin.ee/svACOxc