รีวิวฉบับที่ 2161 … anya เพชรเกษม-สาย4 แบรนด์บ้านใหม่ล่าสุดในปี 2020 จาก Land and Houses ที่มาในสไตล์ French Country บนถนนพุทธสาคร อยู่ระหว่างโซนบางบอน หนองแขมกับย่านโรงงานในเขตมหาชัย ให้ส่วนกลางมาเยอะและน่าใช้งาน ตัวบ้านรองรับครอบครัว 2-3 คน พื้นที่ในบ้าน Customize ให้เข้ากับครอบครัวได้ มีมุมนั่งเล่นริมหน้าต่างเก๋ๆ ห้องนอนใหญ่มีห้องน้ำในตัวทั้งหมด ให้วัสดุมาดี แถมมี Home Automation และระบบ Air Plus แต่ก็แลกมากับราคาที่สูงหน่อยประมาณ 4.85 – 7 ล้านบาท ตอนนี้มีโปรฯ จอง 20,000 บาทก็เข้าอยู่ได้เลยค่ะ

ข้อมูลโครงการ

17 November 2020

  • anya Phetkasem – Sai4 (อันย่า เพชรเกษม – สาย4)
  • บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จํากัด
  • MAIN-UPPER CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment บ้านปี 2020 ได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่: ถนนพุทธสาคร จังหวัดสมุทรสาคร
  • เนื้อที่โครงการ 45.4 ไร่ จำนวน 260 ยูนิต
  • บ้านคู่ (บ้านแฝด) 2 ชั้น มีให้เลือก 2 แบบ ดังนี้

  • EVA : ที่ดินมาตรฐาน 38 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 146 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 2 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 4.85 ล้านบาท
  • VEDA : ที่ดินมาตรฐาน 42 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 168 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 2 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 5.85 ล้านบาท

  • ความสูงจากพื้นถึงฝ้าชั้น 1 และ ชั้น 2 – 2.7 เมตร
  • ช่วงราคา 4.85 – 7 ล้านบาท
  • ที่ดินเพิ่มลดตารางวาละ 50,000 บาท
  • โครงการเริ่มก่อสร้าง เดือนตุลาคม ปี 2019
  • คาดว่าแล้วเสร็จทั้งโครงการ ปลายปี 2022
  • เว็บไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • Call Center : 1198
  • ทำเลที่ตั้ง

    พิกัด Google Maps : 13.677150, 100.317393
    หรือสามารถ : คลิกที่นี่

    แผนที่จากทางโครงการ anya เพชรเกษม-สาย4 ค่ะ

    โครงการ anya เพชรเกษม-สาย4 ตั้งอยู่ในย่านกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร เป็นทำเลใกล้กรุงเทพฝั่งตะวันตกก่อนจะถึงมหาชัยที่เป็นแหล่งโรงงานอุตสาหกรรมเล็กและใหญ่ค่อนข้างเยอะ แต่ทำเลนี้จะขยับเข้ามาใกล้ตัวเมืองมากขึ้นหน่อย ได้สภาพแวดล้อมที่เป็นชุมชนที่พักอาศัย ไม่ใช่บรรยากาศในย่านอุตสาหกรรมมากนักเมื่อเทียบกับย่านมหาชัย บรรยากาศแถวนี้ส่วนใหญ่เป็นชุมชนที่มีความคึกคักและยังความอุดมสมบูรณ์ให้ได้พึ่งพิง ดูจากการพัฒนาที่ดินต่างๆ แล้ว คิดว่าย่านนี้ก็คงจะมีการพัฒนาที่ดินอย่างต่อเนื่องนะคะ

    ซึ่งถ้าเจาะเป็นโครงการบ้านพักอาศัยนั้น ส่วนใหญ่เราจะเห็นเป็นทาวน์โฮมขนาดกะทัดรัดไปจนถึงบ้านเดี่ยวระดับที่ดิน 100 ตร.วาขึ้นไป เพราะเป็นทำเลที่มีการอยู่อาศัยของคนหลายระดับด้วยกันตั้งแต่พนักงานโรงงาน ไปยังถึงเจ้าของกิจการโรงงานทั้งเล็กใหญ่ในย่านนี้เพื่อที่จะไปทำงานได้สะดวก ใกล้ๆ บ้าน ขับรถใช้เวลาไม่นาน อีกทั้งยังวิ่งเข้าพระราม 2 และขึ้นวงแหวนฯ และทางด่วนเฉลิมมหานครได้ไม่ยากสำหรับการเข้าเมือง

    ถ้าพูดถึงเส้นทางการเดินทางของคนแถวนี้และทำเลโครงการ ส่วนใหญ่การใช้งานจะอิงไปที่ ถนนพุทธสาคร, ถนนเพชรเกษม และถนนกาญจนาภิเษก เดี๋ยวเราไล่กันไปที่ละเส้นทางกัน

    ถนนพุทธสาคร เป็นถนนสายหลักที่อยู่ใกล้โครงการที่สุดใช้เชื่อมไปทางพุทธมณฑล ซึ่งจะมีมหาวิทยาลัยชื่อดังอย่างม. มหิดลฯ หรือใช้ออกถนนหลักอย่างพระราม 2 ได้ง่าย
    ถนนเพชรเกษม เป็นอีกเส้นทางที่หลายคนใช้วิ่งเข้าเมืองไปทางบางแค และวิ่งยาวต่อไปสาทรได้ หรือนอกจากจะขับรถแล้วถนนเส้นนี้ก็มีรถไฟฟ้าให้ใช้งานกันด้วย แถมยังเป็นถนนที่ใช้วิ่งเข้าย่านบางบอนซึ่งเป็นแหล่งชุมชนขนาดใหญ่ของชานเมืองกรุงเทพฝั่งตะวันตก ที่มีทั้งแหล่งงาน, โรงเรียน, ศูนย์การค้าต่างๆ
    วงแหวนกาญจนาภิเษก มีระยะห่างจากโครงการประมาณ 14 – 15 km. เป็นทางเลือกให้ใช้วิ่งรอบเมืองไปยังโซนต่างๆ ได้ไม่ยากค่ะ

    ความอุดมสมบูรณ์ในย่านนี้ยังต้องพึ่งพาโซนที่อยู่อาศัยรอบๆ เป็นหลัก แต่ถ้าไม่ได้ต้องการช้อปปิ้งแบบจริงจังบนถนนพุทธสาครเองก็มีร้านอาหารในปั๊มให้พึ่งพาได้ หรือจะลัดเลาะเข้าไปในซอยสวนหลวง ซึ่งเป็นซอยเดียวกับโครงการนั่นแหละค่ะแต่ต้องวิ่งลึกเข้าไปอีกหน่อย ก็มีความเป็นชุมชน มีร้านค้าราคาย่อมเยา

    แต่ความอุดมสมบูรณ์หลักๆในย่านนี้จะอยู่บนถนนบางบอน 3 และ 5 มีครบทุกอย่างทั้งร้านค้าร้านอาหาร โรงเรียน วิทยาลัย และ Hypermarket จัดว่าครบครันทีเดียว นอกจากนี้หากทะลุออกถนนเพชรเกษมก็มีห้างใหญ่ให้ไปเดินเล่นได้อีกด้วย

    การเดินทางในวันนี้เราใช้ถนนพุทธสาคร เริ่มต้นบริเวณแยกสาครเกษมและใช้สะพานข้ามแยกเพื่อเลี่ยงรถติดบนถนนเพชรเกษม จากนั้นมากลับรถก่อนถึงคลองภาษีเจริญ จุดสังเกตว่าใกล้ถึงโครงการคือจะมีปั๊ม ปตท. (PTT) ทั้ง 2 ฝั่งถนน จากนั้นเลี้ยวเข้าถนน 4001 ก็จะเห็นป้ายโครงการทางขวาแล้วค่ะ รวมระยะทางประมาณ 5 km.

    Image 1/11
    วันนี้รถโล่งมาก เราเริ่มเดินทางบนถนนพุทธสาครมุ่งหน้าไปทางแยกสาครเกษม ซึ่งแยกนี้เค้ามีสะพานข้ามแยกให้ใช้งานไม่ต้องไปติดไฟแดงก็ได้นะคะ

    วันนี้รถโล่งมาก เราเริ่มเดินทางบนถนนพุทธสาครมุ่งหน้าไปทางแยกสาครเกษม ซึ่งแยกนี้เค้ามีสะพานข้ามแยกให้ใช้งานไม่ต้องไปติดไฟแดงก็ได้นะคะ

    สภาพแวดล้อมรอบโครงการ

    **รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

    สภาพแวดล้อมของโครงการส่วนใหญ่เป็นที่พักอาศัยแนวราบและที่ดินเปล่า จึงไม่ได้มีประเด็นอะไรที่ส่งผลต่อการพักอาศัย โดยแต่ละด้านติดกับ

    ทิศเหนือ ติดกับ ที่ดินว่างเปล่า
    ทิศตะวันออก ติดกับ หมู่บ้านจัดสรร
    ทิศใต้ ติดกับ ที่ดินว่างเปล่า
    ทิศตะวันตก ติดกับ หมู่บ้านจัดสรร

    สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

    • PTT สวนหลวง-พุทธสาคร ~ 500 m.
    • โรงเรียนสารสาสน์วิเทศพัชรมณฑล ~ 3.2 km.
    • Tesco Lotus กระทุ่มแบน ~ 7.1 km.
    • Big C อ้อมใหญ่ ~ 7.6 km.
    • โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ บางแค 13.3 km.
    • โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี ~ 13.2 km.
    • ศูนย์การแพทย์ กาญจนาภิเษก ~ 13.7 km.
    • มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ~ 13.8 km.
    • The Mall บางแค ~ 14.6 km.

    รายละเอียดโครงการ

    มาดูที่ตัวโครงการ anya เพชรเกษม-สาย4 เป็นโครงการบ้านแฝด 2 ชั้นจำนวน 260 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการเกือบ 46 ไร่ ที่ดินของโครงการเป็นรูปทรง Free-Form ที่ช่วงด้านหน้าติดถนนจะแคบหน่อย แล้วจึงเข้าไปขยายเป็นที่ดินผืนใหญ่ด้านใน

    Facilities ส่วนกลางหลักๆ ของโครงการแยกออกเป็น 2 ตำแหน่งคือบริเวณ Glass House (เรือนรับรอง) ด้านหน้า อีกส่วนคือ Clubhouse และสวนสาธารณะ ที่วางไว้ตรงกลางของโครงการเลย ทำให้ลูกบ้านทั้งโครงการสามารถมาใช้ Facilities ได้สะดวก และการแยกเรือนรับรองไว้ด้านหน้า ก็เหมาะที่จะใช้รับแขกได้ง่าย เป็นหน้าเป็นตาให้กับลูกบ้านด้วยค่ะ

    ขอเพิ่มคะแนนให้กับการแยก Glass House (เรือนรับรอง) เอาไว้ด้านหน้าโครงการ เพราะทำให้โซนพักอาศัยถูกดันเข้าไปไว้ด้านในขึ้นอีกหน่อย เข้าไปประมาณ 140 m. จึงไม่มีบ้านหลังไหนที่อยู่ใกล้กับป้อมยาม หรือหันหน้าเข้าถนนหลักเลยนะคะ ได้ความเป็นส่วนตัวในการพักอาศัยมากขึ้น

    โซนที่เราคิดว่าได้ Value พิเศษคือกลุ่มบ้านในโซนด้านหน้าที่ใกล้ทั้งโซนรับรอง ไม่ไกลจาก Facilities หลัก ไม่ต้องเข้าไปลึกและยังได้ความเป็นส่วนตัวเหมาะกับการพักอาศัยค่ะ

    ถนน Main กว้าง 9 – 12 m. วางไว้ตรงกลางเพื่อแบ่งบ้านออกเป็น 2 ฝั่ง โครงการวางทิศของบ้านทุกหลังไปทางทิศเหนือ, ใต้ เป็นทิศยอดนิยมสำหรับคนหาบ้านเลยนะคะ เพราะบ้านที่หันไปทางเหนือแน่นอนว่าก็จะได้แสงที่ไม่ค่อยแรงมาก ธรรมชาติหน่อย ส่วนบ้านที่หันไปทางใต้จะได้แสงและลมที่แรงกว่า

    แบบบ้านของโครงการมีให้เลือกทั้งหมด 2 แบบ แต่ละแบบจะมีฟังก์ชันที่เพิ่มขึ้นตามขนาดของบ้าน การเลือกบ้านก็ขึ้นอยู่กับความต้องการในการใช้สอยและความชอบค่ะ

    ทางเข้าโครงการ anya เพชรเกษม-สาย4 เป็นถนนภาระจำยอมที่ใช้ร่วมกันระหว่างหมู่บ้านทั้ง 3 โครงการของ Land and Houses ได้แก่ Villaggio, มัณฑนา และ anya ที่ทำโปรดักส์และราคาออกมาให้แตกต่างกัน ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของกลุ่มผู้อยู่อาศัยในละแวกนี้

    สำหรับ anya นั้นเป็นแบรนด์น้องใหม่ที่ทำตัวบ้านออกมาเป็นบ้านแฝดในราคา 4.85 – 7 ล้านบาท เป็นแบรนด์ที่มีราคาสูงขึ้นมาจาก Villaggio หน่อยแต่ไม่ถึงมัณฑนา และมาในสไตล์ใหม่ French Country ที่ทำออกมาได้มีดีเทลน่ารักดี หากใครชอบบรรยากาศแบบ Country ต้นไม้ สายลม แสงแดด เหมือนอยู่สวนในยุโรป ต้องถูกใจสไตล์นี้แน่นอน

    โครงการนี้ตกแต่งมาตามคอนเซปต์ได้ชัดเจนทีเดียวนะคะ อย่างซุ้มประตูทางเข้าก็ใช้เสาที่ตกแต่งด้วยหินประดับแทนซุ้มประตูแบบเป็นกิจจะลักษณะ เพื่อสร้างบรรยากาศให้ดูลูกทุ่งมากขึ้น พื้นปูด้วยคอนกรีตแสตมป์ ซึ่งเลือกที่จะไม่ขัดมัน ทำให้ได้ความเป็นธรรมชาติของวัสดุ โครงการวางป้อมรปภ.ไว้ตรงกลาง เพื่อแยกทางเข้า – ออกรถ 2 ฝั่งไว้ชัดเจน

    ประตูเป็นไม้กระดกกั้น เข้า-ออกด้วยระบบ Easy Pass แบบทางด่วน ซึ่งแยกช่องทางเข้าไว้เป็น 2 ทาง ถ้าเป็นรถลูกบ้านก็เข้าเลนซ้าย เจ้าไม้กระดกก็จะเปิดออกให้อัตโนมัติ

    ส่วนแขกของลูกบ้านก็เข้าเลนขวาไปเพื่อติดต่อแลกบัตร แบบนี้ดีนะคะ ลูกบ้านก็สามารถเข้าโครงการได้ทันที ไม่ต้องมาต่อคิวรถที่รอแลกบัตรค่ะ

    ผ่านประตูเข้ามาจะเจอกับ Glass House ในสวนดอกหญ้าที่จัดไว้เป็นเรือนรับรองพอดิบพอดี ซึ่งคอนเซปต์การออกแบบของโครงการที่นำสไตล์ French Country เข้ามาตกแต่ง ไม่ได้หยุดอยู่แค่หน้าซุ้มโครงการนะคะ แต่จะใช้ในพื้นที่ส่วนกลางและการออกแบบบ้านด้วย

    ตัว Glass House ทำมาเป็นโรงนาหลังคาสูง อารมณ์เหมือนไปคาเฟ่เลยค่ะ มีมุมสวยๆ ให้ถ่ายรูปกันเพียบ เป็นหน้าเป็นตาให้ลูกบ้านในโครงการ เผื่อใช้รับแขก คุยงาน ก็ไม่ต้องเข้าไปรบกวนความเป็นส่วนตัวของสมาชิกในบ้านเลย

    ที่ Glass House นี้มีช่องจอดรถรองรับได้ 3 – 4 คัน หรือถ้าไม่พอก็จอดตามถนน Main เพิ่มได้นิดหน่อย เพราะถนนกว้างถึง 12 m. นะคะ

    ผนังภายนอก Glass House ตกแต่งด้วยสีฟ้า มีลวดลายน่ารักๆ เข้ากับบรรยากาศของกอหญ้า

    นอกจากไม้ดอก ไม้พุ่มแล้วก็มีโซนที่เป็นน้ำตก ทำให้บรรยากาศดูชุ่มชื้น

    เราจะพาเข้าไปชมด้านใน Glass House กันนะ ซึ่งตอนนี้โครงการใช้เป็น Sales Gallery ด้วย แต่ลูกบ้านก็สามารถใช้เป็นเรือนรับรองแขกได้นะคะ

    ทางเข้าจัดไว้ดูร่มรื่นมาก เนื่องจากมีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา

    การจัดสวนของที่นี่ดู Variety มากเลย อย่างช่วงทางเข้า Glass House ก็เป็นกลุ่มต้นกระบองเพชร ทำให้สวนดูไม่จำเจ ใครสายถ่ายรูปหรือ Net Idol ที่ต้องใช้มุมถ่ายภาพเยอะๆ ต้องชอบค่ะ

    ส่วนที่เราว่าเป็น Highlight ก็คือบริเวณ Glass House นี่แหละค่ะ เป็นมุม Semi-Outdoor จึงมานั่งเล่นได้ตลอดทั้งวัน แถมได้ลมเย็นๆ ที่พัดผ่านอาคารอยู่ตลอดด้วย

    ด้านหลังมุมนั่งเล่นมีเจ้าบ่อน้ำพุ ที่ช่วยสร้าง Sound น้ำตกให้เราได้บรรยากาศผ่อนคลายมากขึ้น

    ใน Glass House มีมุมนั่งเล่นเก๋ๆ อีกมุมที่เรามองว่าร่มรื่นดี

    ด้านในจะมีประตูเชื่อมเข้าสู่พื้นที่รับรองด้านในที่เป็นห้องแอร์

    ภายในห้องแอร์แต่งออกมาได้บรรยากาศ Country ทีเดียว เห็นจากการใช้โทนสี เฟอร์นิเจอร์ รวมไปถึงการใช้หลังคาจั่วกับฝ้าเพดานสูง ซึ่งเรามองว่านอกจากเราจะเพลิดเพลินเวลามาใช้งานเองแล้ว ก็สามารถใช้รับรองแขกที่มาหาได้ด้วย

    ภายในจัดชุดโต๊ะ โซฟาไว้หลายมุม ใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งทำงานที่นี่ก็ยก Notebook มาได้

    ภายในมีมุมเก๋ๆ ให้ใช้ถ่ายรูปกัน

    สังเกตอย่างนึงว่าพร็อพที่นี่แน่นมาก ทำให้ได้บรรยากาศของโรงนาจริงๆ เลย

    ด้านในมีห้องน้ำไว้รับรอง ซึ่งสุขภัณฑ์เป็นแบบอัตโนมัติด้วยค่ะ

    ถนนหลักของโครงการที่กว้าง 12 m. ตัดไว้กลางโครงการเพื่อแบ่งบ้านออกเป็น 2 ฝั่ง บรรยากาศบนถนนหลักนี้ดูร่มรื่นไปตลอดแนวด้วยต้นไม้ใหญ่และไม้พุ่ม

    ส่วนของซอยย่อยจะมีความกว้างเหลือ 8 m. ตามมาตรฐานของโครงการจัดสรร แอบเสียดายอย่างนึงที่วันนี้บริเวณ Clubhouse และสวนส่วนกลางยังก่อสร้างไม่เสร็จ เราจึงต้องพาชมส่วนกลางได้เท่านี้ก่อนนะคะ

    สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

    • อาคาร Clubhouse บริเวณกลางโครงการประกอบไปด้วย

    • สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ / สระผู้ใหญ่ ขนาด 8 x 20 เมตร ลึก 1.2 เมตร
    • แบ่งสระเด็กลึกขนาด 2 x 7.5 เมตร ลึก 0.6 เมตร
    • ห้องออกกำลังกายขนาด 9.65 x 4.65 เมตร ใส่เครื่องออกกำลังกายจำนวน 4 เครื่อง

  • พื้นที่สวนหย่อมในโครงการ
  • ระบบ CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ 5 จุด
  • รั้วรอบโครงการสูง 2.8 – 3.6 เมตร
  • ถนนหลักกว้าง 12 เมตร และถนนภายในกว้าง 8 เมตร
  • Easy Pass
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
  • ประตูรั้วโครงการแบบ รั้วกั้นไม้กระดก
  • สัญญาณกันขโมย ระบบ Magnetic Sensor ทุกหลัง
  • Home Automation
  • แบบบ้าน

    โครงการ anya เพชรเกษม-สาย4 เป็นโครงการบ้านแฝด หรือที่โครงการจะเรียกว่าบ้านคู่ เพราะเค้ามีเทคนิคในการก่อสร้างที่เพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับบ้านแฝดมากขึ้น จะเป็นอย่างไรขออธิบายให้เห็นภาพตอนพาชมบ้านนะคะ ซึ่งโครงการมีโปรดักส์ให้เลือก ดังนี้

    • บ้านแฝด EVA : ที่ดินมาตรฐาน 38 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 146 ตร.ม. บ้านหน้ากว้าง 7.5 m.
      – ฟังก์ชัน 2 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
      – ราคาเริ่มต้น 4.85 ล้านบาท
    • บ้านแฝด VEDA : ที่ดินมาตรฐาน 42 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 168 ตร.ม. บ้านหน้ากว้าง 8.5 m.
      – ฟังก์ชัน 2 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
      – ราคาเริ่มต้น 5.85 ล้านบาท

    วันนี้เราจะพาไปชมบ้านตัวอย่างทั้ง 2 แบบเทียบกับบ้านเปล่ากันค่ะ จะได้เห็นว่าบ้านจริงที่ลูกบ้านจะได้รับนั้นเป็นแบบไหน

    เริ่มกันที่แบบ EVA : หน้ากว้าง 7.5 เมตร ที่ดินมาตรฐาน 38 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 146 ตร.ม. ฟังก์ชัน 2 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ

    จุดเด่นของแบบบ้านที่นี่อยู่ที่การจัดสรรพื้นที่ใช้สอยให้แตกต่างจากโครงการอื่นๆ ที่เราเห็นจนคุ้นตา เช่น เราจะไม่ได้เห็นประตูบานเลื่อนขนาดใหญ่ที่ติดกับโซนรับแขก แต่ที่นี่ออกแบบใหม่ให้เป็นมุมโซฟาแบบ Bay Window ตลอดความยาวหน้าต่าง และเชื่อมโซนรับแขก นั่งเล่น ทานอาหาร และพื้นที่อเนกประสงค์เชื่อมต่อกันเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ ทำให้เจ้าของบ้านสามารถ Customize Functions ได้ตามไลฟ์สไตล์เลย

    ส่วนครัวได้เป็นครัวปิด ที่ทำอาหารได้จริงจัง ไม่ต้องต่อเติมเพิ่ม และมีพื้นที่อเนกประสงค์ที่ชั้นล่าง ไว้จัดเป็นมุมพักผ่อน ทำงาน ที่ได้วิวสวนข้างบ้าน หรือครอบครัวไหนมีผู้สูงอายุก็สามารถกั้นเป็นห้องนอนเพิ่มได้

    ส่วนชั้นบนมีเพียง 2 ห้องนอน ทำให้ทั้ง 2 ห้องมีพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่และมีห้องน้ำในตัว เหมาะกับครอบครัวที่มีสมาชิก 2-3 คน แบบพ่อแม่ลูก จึงไม่ได้ต้องการห้องนอนเยอะ แต่เน้นให้พื้นที่แต่ละห้องมีขนาดใหญ่ให้ใช้งานได้สบายๆ เสียมากกว่า หรือจะมีผู้สูงอายุมาเพิ่มก็อาศัยอยู่ร่วมกันได้

    การตกแต่งบ้านภายนอกออกมาในรูปแบบ French Country มีดีเทลการตกแต่งเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้บ้านดู Homey เช่น การมีเฉลียงหน้าบ้าน, ตกแต่งด้วยมุมระเบียงด้านบน, การทำดีเทลกรอบหน้าต่างให้เหมือนมีประตูไม้เปิดออกมาอีกชั้นหนึ่ง และภาพรวมก็ยังดูอบอุ่นด้วยการเลือกใช้โทนสีสบายตา ซึ่งแต่ละ Type จะมีให้เลือกทั้งหมด 3 สี คือ สีฟ้า น้ำตาล และเขียวค่ะ

    ในการเลือกซื้อบ้านแฝดนั้นจุดที่ต้องดูให้ละเอียดคงหนีไม่พ้นกำแพงระหว่างบ้านทั้ง 2 หลัง ซึ่งโครงการนี้เค้าออกแบบมาเป็นพิเศษ คือตัวกำแพงจะเว้นช่องอากาศไว้ทำให้กำแพงของทั้ง 2 หลังไม่ติดกันซะทีเดียว จึงช่วยกันเสียง และยังวางฟังก์ชันอย่างบันไดและห้องน้ำไว้ในส่วนที่ติดกับบ้านข้างเคียง ทำให้ความเป็นส่วนตัวกับบ้านทั้ง 2 หลังมากขึ้น

    ส่วนโครงสร้างเป็นระบบ Precast โดยเอาแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูปมาประกอบกันเป็นตัวบ้าน ทำให้การทุบผนัง-ต่อเติมจะมีข้อจำกัดที่มากกว่าโครงสร้างแบบก่ออิฐฉาบปูนนะคะ

    รั้วบ้านเป็นแบบบานเลื่อน เปิดได้เต็มความกว้างของหน้าบ้าน จึงสามารถถอยรถเข้าไปได้แบบเต็มพื้นที่ และเลือกใช้รั้วโปร่งทำให้ลมสามารถพัดผ่านเข้าบ้านได้แต่ก็สามารถมองผ่านเข้าไปด้านในได้เช่นกัน

    บริเวณรั้วหน้าบ้านจะติดกล่องจดหมาย และกริ่งไว้ให้เรียบร้อย และมีถังขยะไว้เป็นมาตรฐาน

    ที่จอดรถหน้าบ้านเตรียมไว้ให้จอดรถได้ 2 คัน เป็นคอนกรีตฉาบเรียบที่ไม่ได้ลงเสาเข็มไว้ให้ หากมีการต่อเติมหลังคาที่จอดรถก็แนะนำให้ลงเสาเข็มเพิ่มในส่วนนี้

    พื้นที่จอดรถมีความกว้างประมาณ 4.7 m. ลึก 6.1 m.  จึงสามารถจอดใหญ่อย่างพวก SUV ได้

    ถึงแม้ว่าโครงการจะไม่ได้ลงเสาเข็มในส่วนที่จอดรถมาให้ แต่ก็มีการตัด Joint (ทำรอยต่อสำหรับพื้นคอนกรีตวางบนดิน) เพื่อแยกที่จอดรถไม่ให้อิงกับโครงสร้างหลักของบ้าน เป็นดีเทลเล็กๆ ที่ช่วยป้องกันการทรุดตัวของบ้านค่ะ

    เนื่องจาก anya เป็นบ้านแฝดจึงมีสวนรอบบ้านอยู่ฝั่งหนึ่งให้ได้ปลูกต้นไม้กันด้วย ซึ่งโครงการจะปลูกต้นไม้ไว้ให้ทั้งไม้ยืนต้นและไม้พุ่มตามแบบในบ้านตัวอย่างนี้เลย

    พื้นที่ข้างบ้านก็ลงหญ้าและไม้พุ่มไว้ให้เช่นกัน

    บริเวณหลังบ้านมีระยะ Set Back ประมาณ 2 m. ตามกฎหมาย ซึ่งเป็นส่วนที่ลูกบ้านส่วนใหญ่มักต่อเติมครัวเพิ่ม แต่สำหรับโครงการนี้เราว่าครัวที่ให้มาก็เป็นครัวไทยที่พร้อมใช้งานได้จริงแล้วนะ จึงช่วยประหยัดงบต่อเติมไปได้

    บริเวณที่เชื่อมกับประตูหลังบ้านเป็นลานซักล้างที่เทปูนและก่อขอบกั้นมาเรียบร้อย พร้อมใช้งาน

    สิ่งที่อยากให้สังเกตอีกอย่างนึงคือ เหนือประตูจะมีงานระบบของเจ้า Air Plus ที่ช่วยถ่ายเทอากาศให้กับตัวบ้านด้วย

    ต่อไปจะพาเข้าไปชมในบ้านกันนะคะ เริ่มจากเฉลียงหน้าประตูบ้าน ที่นอกจากจะช่วยให้บ้านดู Homey ขึ้นแล้ว ยังออกแบบมาเป็น Semi-Outdoor มีหลังคาคลุม ซึ่งจะมีประโยชน์อย่างยิ่งเวลาต้องหากุญแจก่อนเข้าบ้าน ก็ช่วยบังแดดบังฝนได้

    ทางเข้าบ้านมีการยกระดับพื้นขึ้น เพื่อช่วยกันไม่ให้ฝุ่นจากพื้นที่จอดรถปลิวเข้าบ้านได้ง่ายๆ และยังใช้พื้นที่เฉลียงนี้สำหรับวางของเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่อยากนำเข้าบ้านได้ เช่น ร่ม

    ประตูบ้านของที่นี่อาจจะคุ้นหน้าคุ้นตาเพราะนำสเปกมาจากโครงการรุ่นพี่อย่างมัณฑนา ปิดผิวประตูด้วยแผ่นเหล็ก แต่ไม่ต้องกลัวจะหนักเพราะภายในเป็น EPS-Foam ทั้งบาน วงกบอลูมิเนียมและเปิดช่องแสงเล็กๆ ไว้จึงดูไม่ทึบตัน ของยี่ห้อ Lixil

    ถึงโครงสร้างประตูจะมีส่วนที่เป็นเหล็ก แต่เจ้าประตูนี้ทำโช้คมาค่อนข้างดี แค่ใช้มือดันที่มือจับเบาๆ ประตูก็เปิดออกแล้ว พร้อมเก็บขอบยางรอบประตู เพื่อกันเสียงไม่ให้รบกวนเข้ามาในตัวบ้านด้วย

    เข้ามาในบ้านส่วนแรกจะมีโถงต้อนรับด้านหน้า (Foyer) เป็นมุมที่สามารถวางม้านั่งสำหรับนั่งใส่รองเท้าได้สะดวก และมีพื้นที่อีกฝั่งให้จัดวางเฟอร์นิเจอร์อย่างเช่น ตู้ใส่รองเท้าสวยๆ ตู้เก็บของที่ต้องหยิบใช้ก่อนออกจากบ้านบ่อยๆ หรือตู้โชว์ของสะสมสวยๆ ได้

    เข้ามาด้านในจะเป็นพื้นที่โล่งๆ สูง 2.7 m. เชื่อมต่อกันเป็น Common Area ขนาดใหญ่ ที่เจ้าของบ้านสามารถออกแบบจัดวางเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ได้ตามใจชอบ

    สำหรับบ้านมาตรฐานจะได้เป็นบ้านเปล่าไม่มีเฟอร์นิเจอร์ ผนังฉาบเรียบทาสีขาว ไฟได้เป็นดาวน์ไลท์ตามแบบรูปล่าง พื้นปูด้วยไวนิลชนิด SPC มีความพิเศษกว่าไวนิลทั่วไปตรงที่ผสมผงหินมาด้วย ทำให้โครงสร้างพื้นแข็งแรงขึ้น อัตราการยืดหดตัวน้อยกว่าพื้นไวนิลธรรมดา จึงใช้งานได้ทนทานกว่านั่นเอง

    พื้นที่นั่งเล่นมีตำแหน่งอยู่กลางบ้านเลยนะคะ ชุดโซฟาของบ้านตัวอย่างจึงจัดไว้เป็นแบบลอยตัว เพื่อให้ใช้งานง่ายเดินเข้าถึงได้สะดวก พื้นที่ตรงนี้วางชุดโซฟาขนาดประมาณ 3-4 ที่นั่งได้ลงตัว มีระยะดูทีวีพอให้สามารถติดทีวีขนาดใหญ่แบบ 60 นิ้วขึ้นไปได้ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ของแต่ละครอบครัวนะ

    หน้าต่างของที่นี่ก็มีความพิถีพิถัน ด้วยการมีช่องลมให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก แต่แมลงต่างๆ ไม่สามารถเข้ามาได้ แถมยังช่วยเรื่องอากาศอับในบ้าน เวลาที่ต้องปิดบ้านไปนานๆ เพราะระบบนี้ทำให้อากาศหมุนเวียนได้ตลอด เป็นหนึ่งในอุปกรณ์ของระบบ Air Plus ซึ่งติดตั้งมาให้กับบ้านเป็นมาตรฐานด้วยค่ะ

    นอกจากมีมุมโซฟาให้ใช้นั่งเล่นรับแขกแบบเป็น Formal แล้ว ยังมีมุมนั่งเล่นแบบ Bay Window เก๋ๆ ที่ให้มายาวเกือบ 4 m.

    มุมนี้จะได้วิวหน้าบ้าน และสามารถเปิดหน้าต่างกว้างๆ จึงถ่ายเทอากาศได้สะดวก แนะนำให้ติดมุ้งลวดแบบจีบเพิ่มเติม จะพับเก็บได้ ไม่มาบังวิว และแมลงต่างๆ ก็ไม่เข้าด้วยค่ะ

    ส่วนของที่นั่งในบ้านมาตรฐานจะปูมาให้เป็นไวนิล SPC เช่นเดียวกับพื้น แต่หากใครอยากนั่งนุ่มๆ ก็สามารถ Customize เบาะมาเพิ่มเติมแบบในบ้านตัวอย่างได้

    ตัว Bay Window นี้ถูกออกแบบให้ยื่นออกมาจากส่วนอื่นๆ เล็กน้อย ดูมี Gimmick น่าใช้งานดี

    ถัดเข้าไปเป็นพื้นที่รับประทานอาหาร สามารถตั้งโต๊ะทานอาหารแบบ 4 ที่นั่งได้แบบไม่อึดอัด ซึ่งจะได้แสงธรรมชาติผ่านหน้าต่างบานใหญ่จากด้านหน้าบ้าน

    ในบ้านตัวอย่างเค้าจัดเก้าอี้ส่วนหนึ่งไว้เป็น Built-in จึงช่วยประหยัดพื้นที่ในการใช้งานได้ดี กว่าชุดโต๊ะแบบลอยตัวทั้งหมดนะคะ

    จากโต๊ะทานอาหารก็จะอยู่ในพื้นที่เดียวกับ Living Area นี่แหละค่ะ สามารถนั่งดูทีวีไปพร้อมๆ กันได้ หรือจะเอางาน เอาการบ้านมานั่งทำบนโต๊ะนี้ ก็ยังได้เห็นสมาชิกคนอื่นๆ อยู่ในพื้นที่เดียวกัน ดูอบอุ่นดีค่ะ

    พื้นที่อีกส่วนหนึ่งที่ติดกับสวนข้างบ้าน เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ที่สามารถจัดฟังก์ชันได้ตามไลฟ์สไตล์ผู้อยู่อาศัย หรือหากครอบครัวไหนมีผู้สูงอายุก็สามารถกั้นเป็นห้องนอนเพิ่มอีกห้องหนึ่งก็ได้

    พื้นที่อเนกประสงค์มีขนาด 3.15 x 2.5 m. หากจัดเป็นห้องนอนก็สามารถวางเตียงเดี่ยวได้ มีช่องแสงทั้ง 2 ด้านและมีประตูกระจกบานเลื่อนเพื่อเชื่อมกับพื้นที่สวนข้างบ้านด้วย

    ประตูบานเลื่อนที่เปิดออกไปข้างบ้าน เป็นประตูกระจกบานใหญ่ได้แสงธรรมชาติเข้ามาเยอะดี

    พื้นที่ข้างบ้านที่เชื่อมกับพื้นที่อเนกประสงค์ สามารถต่อเติมเป็นเฉลียง ไว้นั่งเล่นในสวนได้

    ด้านในสุดของบ้านเป็นห้องน้ำที่อยู่ติดกับห้องครัว ซึ่งออกแบบไว้ให้เป็นครัวปิด แต่จะได้ประตู หน้าต่างแบบรูปล่างนะคะ

    ภายในห้องน้ำจัดฟังก์ชันมาครบ แบ่งพื้นที่ส่วนเปียกและส่วนแห้งไว้ให้ พร้อมติดตั้งสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ต่างๆ ไว้ตามแบบในบ้านตัวอย่างเลย

    อ่างล้างมือขนาดกะทัดรัดจาก COTTO ด้านข้างก๊อกน้ำมีพื้นที่ให้วางของใช้ในห้องน้ำได้อีกเล็กน้อย

    โถสุขภัณฑ์ได้แบบ 2 ชิ้นจาก COTTO มาพร้อมที่ใส่กระดาษชำระและสายฉีดน้ำค่ะ

    พื้นที่อาบน้ำจะติดตั้งอุปกรณ์อาบน้ำมาให้เรียบร้อย แต่สำหรับห้องน้ำในชั้นล่างจะไม่ได้ติดฉากกั้นอาบน้ำมาให้ เผื่อไว้หากครอบครัวไหนปรับเปลี่ยนพื้นที่อเนกประสงค์ชั้นล่างเป็นห้องนอน ค่อยมาติดฉากกั้นเพิ่มนะ

    ซึ่งตำแหน่งของห้องน้ำจะไม่ได้มีหน้าต่าง จึงติดตั้งพัดลมดูดอากาศมาให้ด้วยนะคะ

    ปิดท้ายชั้นล่างด้วยห้องครัว เป็นครัวไทยที่มีประตูปิดเรียบร้อยจึงใช้งานได้แบบจริงจัง แบ่งพื้นที่ภายในครัวออกเป็น 2 โซนหลักๆ คือ โซนเคาน์เตอร์ครัวสำหรับทำอาหาร และโซน Laundry ที่เป็นตำแหน่งวางเครื่องซักผ้า และอุปกรณ์ทำความสะอาดต่างๆ

    ช่วงนี้เพิ่งเปิดตัวโครงการไม่นานนัก จึงมีโปรฯ พิเศษแถมเคาน์เตอร์ครัวมาให้ด้วยนะคะ เป็นครัวตัว U ตามแบบในรูป จึงได้พื้นที่เตรียมอาหารกว้างๆ พร้อมตู้ลอยด้านบนด้วย แถมติดตั้งซิงค์ล้างจาน เตาแก๊สและเครื่องดูดควันมาให้พร้อมใช้งาน

    ซิงค์ล้างจานให้ของ Teka วางตำแหน่งไว้ติดกับหน้าต่าง เพื่อเวลาล้างจานเสร็จก็สามารถเปิดระบายความชื้นได้สะดวก แถมยังเป็นบริเวณที่แสงแดดส่องถึงด้วย

    เตาแก๊สพร้อมเครื่องดูดควันได้ของ Teka อีกเช่นกัน

    ต่อไปจะพาขึ้นไปชมชั้น 2 กันต่อ ตำแหน่งของบันไดจะอยู่ด้านหน้าบ้านใกล้กับมุม Bay Window

    ส่วนตัวชอบการวางตำแหน่งบันไดบ้านแฝดไว้ชิดกำแพงฝั่งที่ชนกับข้างบ้านนะคะ เพราะเจ้าบันไดนี้จะกลายเป็น Buffer ช่วยลดเสียงภายในบ้านที่จะเล็ดลอดออกไปได้ เพิ่มความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัย

    ลักษณะบันไดถูกออกแบบไว้ให้ประหยัดพื้นที่ จึงออกแบบมาเป็นรูปตัว L ดันไว้ชิดกำแพง และเนื่องจากฝ้าเพดานค่อนข้างสูง ทำให้ชานพักต้องซอยขั้นเพิ่มจะไม่ได้เป็นสี่เหลี่ยมตามที่ควรจะเป็นทั้งหมด เวลาใช้งานเดินขึ้นลงต้องระวังหน่อยนะคะ

    ตัวบันไดเป็นโครงคอนกรีตเสริมเหล็ก ปูพื้นด้วยไวนิล SPC เป็นสเปกมาตรฐานของบ้านระดับราคานี้ มีมือจับให้ฝั่งหนึ่งตลอดทางค่ะ

    ขึ้นมาชั้นบนจะมีโถงทางเดินเชื่อมห้องนอนทั้ง 2 ซึ่งบริเวณหน้าห้องนอนใหญ่จะมี Keypad สำหรับควบคุมอุปกรณ์ Air Plus ติดตั้งไว้ให้ เจ้า Air Plus นี้เป็นเทคโนโลยีถ่ายเทอากาศด้วยระบบโซลาร์เซลล์ ส่วนช่วงกลางคืนจะใช้ไฟบ้านปกติ คิดเป็นเงินประมาณ 5 บาท/คืน

    หากสังเกตบนฝ้าเพดานจะออกแบบช่องลมให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก แถมให้ Home Automation ที่มีระบบการสั่งงานเครื่องใช้ไฟฟ้าในห้องด้วยเสียง และควบคุมผ่านแอพพลิเคชั่นใน Smart Phone

    ห้องนอนในชั้นบนนี้จะวางตำแหน่งห้องนอนใหญ่ไว้ด้านหน้าบ้าน ส่วนห้องนอนอีกห้องจะได้พื้นที่โซนหลังบ้านตลอดแนว ห้องนอนของบ้านนี้จึงมีขนาดใหญ่ทั้ง 2 ห้องเลย

    ภายในห้องนอนใหญ่จะได้พื้นที่ในส่วนหน้าบ้านทั้งหมด สามารถใช้วางเตียงขนาด 6 ฟุตได้สบายๆ มีพื้นที่ข้างเตียงให้วางโต๊ะหัวเตียงทั้ง 2 ฝั่ง และยังเหลือพื้นที่ให้เป็นมุมวางโซฟานั่งเล่นในห้องได้อีกด้วย

    ห้องจริงจะได้เป็นห้องเปล่าแบบรูปล่าง จึงสามารถจัดฟังก์ชันได้ตามไลฟ์สไตล์เจ้าของห้องเลยค่ะ

    หน้าต่างในห้องนอนเป็นบานเลื่อนขนาดใหญ่ ที่มีระเบียงกันตกติดมาให้ด้วย จึงสามารถเปิดรับลมได้โดยแท้จริง

    ปลายเตียงมีพื้นที่เพียงพอให้ Built-in ชั้นวางทีวีและตู้เก็บของ ส่วนด้านในสุดบริเวณหน้าห้องน้ำก็มีมุมให้ทำ Walk-in Closet ด้วยค่ะ

    พื้นที่หน้าห้องน้ำสามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าได้เต็มฝั่งหนึ่งของผนัง และส่วนที่ตรงกับหน้าต่างก็เหมาะจะวางโต๊ะเครื่องแป้ง เพราะจะได้แสงธรรมชาติมาใช้ในการแต่งหน้าพอดี

    ในส่วนของห้องน้ำในห้องนอนใหญ่นั้นเป็นห้องที่ออกแบบไว้พิเศษกว่าห้องอื่น ตรงที่ได้กระจกแบบ Sexy Bath และมีการอัพเกรดรุ่นสุขภัณฑ์ให้เป็นแบบอัตโนมัติ

    อ่างล้างมือมีขนาดใหญ่ขึ้นจากห้องอื่นๆ ได้ของ American Standard เป็นรุ่นที่บังท่อด้านล่างมาให้ดูเรียบร้อยขึ้น

    สุขภัณฑ์ได้เป็นแบบอัตโนมัติของ COTTO

    พื้นที่อาบน้ำในห้องน้ำใหญ่จะให้ฉากกั้นมาด้วย จึงได้ความเป็นสัดส่วนขึ้น มือจับขนาดใหญ่เลื่อนเปิดฉากกั้นได้สะดวก และฉากกั้นยังมีขอบธรณีขึ้นมาเพื่อกันไม่ให้ส่วนอื่นๆ เปียกไปด้วยค่ะ

    ภายใน Shower Box จะก่อเก้าอี้ไว้ให้นั่งอาบน้ำและใช้วางของได้ด้วย พร้อมติดตั้งอุปกรณ์อาบน้ำไว้เรียบร้อย

    ปิดท้ายด้วยห้องนอนทางฝั่งหลังบ้าน จะเรียกว่าเป็นห้องนอนใหญ่อีกห้องเลยก็ได้ เพราะให้พื้นที่มาใหญ่ จัดฟังก์ชันได้ครบเช่นเดียวกับห้องแรก ถ้าเป็นครอบครัวที่มีลูกคนเดียวก็เหมาะเลย สามารถอยู่ได้ตั้งแต่เล็กจนโต ห้องจริงที่ได้จะเป็นห้องเปล่าตามรูปล่าง เราสามารถจัดเฟอร์นิเจอร์ตามใจเราได้เลย

    พื้นที่ภายในห้องนี้สามารถวางเตียงขนาด 6 ฟุตได้เลยนะคะ และยังเหลือพื้นที่ข้างเตียงให้วางโต๊ะหัวเตียงได้ทั้ง 2 ฝั่งด้วย

    ปลายเตียงมีพื้นที่สำหรับชั้นวางทีวีและวางตู้เสื้อผ้าได้ แต่พื้นที่ห้องนี้จะกะทัดรัดลงจากห้องแรกมาหน่อย จึงไม่มีพื้นที่ให้ทำ Walk-in Closet แบบจริงจังนะคะ

    ด้านในสุดของห้องมีพื้นที่ติดหน้าต่างให้จัดเป็นมุมนั่งเล่นได้ หรือจะทำเป็นมุมเขียนหนังสือก็ดูลงตัวดีค่ะ

    สำหรับห้องน้ำภายในห้องนอนนี้มีพื้นที่กว้างพอให้ใช้งานได้สะดวก ได้ Shower Box จัดฟังก์ชันครบ แต่สุขภัณฑ์จะได้เป็นรุ่นธรรมดา มีแค่ในห้องนอนใหญ่เท่านั้นที่ได้เป็นอัตโนมัติค่ะ

    ถัดมาดูแบบบ้านไซส์ใหญ่กัน ดูผ่านๆ จะเห็นว่าบ้านนี้จะมีแปลนคล้ายๆ กับบ้านหลังแรกเลยใช่มั้ยคะ? เพราะบ้าน Type นี้จะนำแบบบ้านแรกมาขยายให้ได้หน้าบ้านกว้างเพิ่มขึ้นเป็น 8.5 เมตร ได้ที่ดินใหญ่ขึ้นประมาณ 42 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 168 ตร.ม.

    ฟังก์ชันเป็น 2 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ เหมือนแบบแรก ซึ่งพื้นที่ใช้สอยที่ใหญ่ขึ้นแบบนี้แลกกับราคาที่สูงขึ้นประมาณ 1 ล้านบาทค่ะ

    ส่วนรูปลักษณ์ภายนอกบ้านก็มาในสไตล์ French Country เช่นเดียวกัน ดูผ่านๆ แล้วจะคล้ายกับแบบแรกเลยทั้งการใช้สีและการออกแบบ ต่างกันแค่หน้าบ้านที่กว้างขึ้นเท่านั้น

    ตัวบ้านมีดีเทลเป็นเฉลียง Semi-Outdoor เหมือนเดิม เป็นเหมือน Gimmick ของบ้านที่นี่และยังช่วยบังแดดบังฝนเวลาไขกุญแจเข้าออกบ้านได้อีกด้วย

    เนื่องจากหน้าบ้านที่มีความกว้างมากขึ้นก็ทำให้พื้นที่เฉลียงหน้าบ้านกว้างขึ้นไปด้วยเช่นกัน เราจึงวางของได้มากขึ้น หากไม่อยากวางตู้เก็บรองเท้าไว้หน้าบ้าน แนะนำให้วางพวกของตกแต่งก็ช่วยสร้างบรรยากาศหน้าบ้านให้ดูอบอุ่นขึ้น เพราะพื้นที่ภายในบ้านจะมีมุมให้เก็บรองเท้าโดยเฉพาะอยู่แล้วค่ะ

    พื้นที่โถงต้อนรับด้านหน้า (Foyer) นี่แหละค่ะ ที่เป็นมุมเหมาะๆ สำหรับวางม้านั่งไว้นั่งใส่รองเท้าได้สะดวก และมีพื้นที่อีกฝั่งให้จัดวางเฟอร์นิเจอร์อย่างเช่น ตู้ใส่รองเท้า, ตู้เก็บของที่ต้องหยิบใช้ก่อนออกจากบ้านบ่อยๆ

    ถัดเข้ามาเป็น Common Area โปร่งๆ ที่เชื่อมพื้นที่นั่งเล่น ทานอาหาร พื้นที่อเนกประสงค์และห้องครัวเข้าไว้ด้วยกัน โดยวาง Living Area ไว้ตรงกลางเป็นหัวใจหลักของบ้าน เวลานั่งเล่นดูทีวีอยู่ ก็สามารถมองเห็นสมาชิกคนอื่นๆ ในบ้านได้ จึงเป็นแปลนบ้านที่เอื้อให้ทุกคนในบ้านมีปฏิสัมพันธ์กัน

    สำหรับบ้านมาตรฐานจะได้เป็นบ้านเปล่าไม่มีเฟอร์นิเจอร์ ผนังฉาบเรียบทาสีขาว ฝ้าเพดานสูง 2.7 m. ไฟได้เป็นดาวน์ไลท์ พื้นปูด้วยไวนิลชนิด SPC มีความพิเศษกว่าไวนิลทั่วไปตามที่อธิบายไว้ในบ้านหลังแรกนะคะ

    พื้นที่ทานอาหารก็จะต่อเนื่องกับบริเวณ Living Area จึงสามารถนั่งทานอาหารไป ดูทีวีไปด้วยได้ หรือบางวันคุณพ่ออาจจะเอาโน๊ตบุ๊คมานั่งทำงานที่โต๊ะทานข้าว ก็ยังได้เห็นลูกๆ นั่งดูทีวี เห็นคุณแม่เตรียมกับข้าวอยู่ในครัว เป็นบรรยากาศภายในบ้านที่อบอุ่นดีนะคะ

    และส่วนที่เราคิดว่าเป็น Highlight ของแบบบ้านนี้ก็คือ มุมนั่งเล่นแบบ Bay Window เก๋ๆ ซึ่งแบบ้านหลังใหญ่ก็จะได้ความยาวของที่นั่งมากขึ้นถึง 4 m. กว่าๆ ได้วิวหน้าบ้าน และสามารถเปิดหน้าต่างกว้างๆ จึงถ่ายเทอากาศได้สะดวก

    ส่วนของที่นั่ง ในบ้านมาตรฐานจะปูมาให้เป็นไวนิล SPC เช่นเดียวกับบ้านแบบแรก ซึ่งเราสามารถ Customize เบาะนั่ง หรือมุมวางของมาเพิ่มเติมแบบในบ้านตัวอย่างได้

    สำหรับพื้นที่อเนกประสงค์ของบ้านนี้จะมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นประมาณ 2.45 x 3.7 m. ภายในห้องมีหน้าต่างบานเลื่อนให้เปิดระบายอากาศได้ มีพื้นที่ภายในห้องเพียงพอสำหรับกั้นเป็นห้องนอนผู้สูงอายุได้

    จากขนาดของห้องนี้ เราคิดว่าสามารถวางเป็นเตียง 5 ฟุต ได้เลยนะคะ แต่วางชิดผนังไว้ฝั่งหนึ่งจะเหมาะกว่าวางไว้ตรงกลาง เพราะจะได้เหลือพื้นที่อีกฝั่งหนึ่งไว้จัดเป็นมุมนั่งเล่น หรือวางตู้เสื้อผ้าได้ แต่หากครอบครัวไหนไม่ได้ผู้สูงอายุมาอยู่ด้วย ก็สามารถจัดเป็นมุมนั่งเล่น ทำงานอดิเรก ได้ตามไลฟ์สไตล์เจ้าของบ้านเลยค่ะ

    ที่เรามองว่าพื้นที่อเนกประสงค์ตรงนี้ใช้ประโยชน์ได้หลายอย่างเพราะเป็นมุมบ้านที่ได้หน้าต่างและประตูกระจกบานเลื่อนสำหรับออกไปสวนข้างบ้านด้วย ถ้าติดมุ้งลวดกันแมลงไว้สักหน่อย เวลาเปิดประตูหน้าต่างออกมาก็จะได้ลมเย็นๆ พัดผ่าน น่าจะเป็นมุมโปรดของสมาชิกหลายๆ คนในบ้านเลยค่ะ

    ด้านในสุดของบ้านเป็นห้องครัวที่อยู่ติดกับพื้นที่ทานอาหาร และตำแหน่งของห้องน้ำก็จะอยู่ติดกับห้องครัวด้วย ซึ่งออกแบบไว้ให้เป็นครัวปิด แต่จะได้ประตู หน้าต่างแบบรูปล่างนะคะ

    บ้านตัวอย่างตกแต่งครัวให้มีเคาน์เตอร์บาร์ พื้นที่ในบ้านทั้งหมดจึงดูต่อเชื่อมถึงกันหมด ช่วยให้บ้านดูกว้างขึ้น เหมาะกับครอบครัวที่ไม่ได้เน้นการทำอาหารหนักๆ ที่มีกลิ่นฉุนมากนัก แต่ก็ทำให้เสียครัวปิดไป หากชอบแบบนี้ก็แนะนำให้ต่อเติมครัวไทยเพิ่มบริเวณหลังบ้านแทนได้

    พื้นที่ครัวในบ้านมีพื้นที่กว้างๆ ได้เคาน์เตอร์ครัวแบบตัว U เลย จึงมีพื้นที่สำหรับเตรียมอาหาร วางของหลายตำแหน่ง น่าจะใช้งานได้สะดวก หรือคุณลูกอยากจะช่วยคุณแม่ทำอาหาร ก็เข้าครัวพร้อมกัน 2 คนได้สบายๆ

    ติดกับประตูทางออกหลังบ้านก็จะเป็นโซน Laundry เช่นเดียวกับบ้านแบบแรก มีพื้นที่พอให้วางเครื่องซักผ้า และเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดต่างๆ ที่อยากจะซ่อนจากพื้นที่ Common Area ไว้ในนี้ได้ แนะนำให้ Built-in เป็นตู้เต็มผนังเลยก็ได้ จะได้ดูเรียบร้อยเป็นกิจจะลักษณะดีค่ะ

    สำหรับห้องน้ำชั้นล่างมีฟังก์ชันการใช้งานมาให้ครบทั้งส่วนเปียกและส่วนแห้ง วัสดุอุปกรณ์ภายในห้องน้ำก็จะได้มาเหมือนกับบ้านหลังแรกนะคะ

    ต่อไปจะพาขึ้นไปชมชั้น 2 กันต่อ บันไดจะอยู่ฝั่งหน้าบ้านได้แสงสว่างจากช่องหน้าต่างบานใหญ่ ทำให้บริเวณบันไดสว่างอยู่นะคะ และตำแหน่งของบันไดก็ถูกวางไว้ให้ติดกับผนังที่ชนกับบ้านข้างๆ จึงช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัยด้วย

    โครงการออกแบบให้ประหยัดพื้นที่บันได ทำให้ชานพักต้องซอยขั้นเพิ่มจะไม่ได้เป็นสี่เหลี่ยมตามที่ควรจะเป็นทั้งหมด เวลาใช้งานเดินขึ้นลงต้องระวังหน่อยนะคะ

    ขึ้นมาที่ชั้นบนสำหรับแบบบ้านนี้จะมีโถงทางเดินที่กว้างขึ้น สามารถใช้งานได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยมากกว่าแค่เดินผ่านเฉยๆ ใช้เป็นมุมนั่งทำงานได้อีกจุดหนึ่ง

    จุดที่แตกต่างของแบบบ้านโครงการนี้ก็คือ ห้องนอนที่ให้มา 2 ห้องแต่เป็นห้องนอนขนาดใหญ่ที่มีห้องน้ำในตัวทั้งคู่ เหมาะกับครอบครัวที่มีลูกคนเดียว ก็สามารถอยู่อาศัยได้ไม่อึดอัดตั้งแต่เล็กจนโตเลยค่ะ

    ห้องนอนใหญ่ของบ้าน Type นี้ จะเป็นตำแหน่งที่อยู่ด้านหน้าบ้านเช่นเดียวกับบ้านแบบแรก พื้นที่ภายในห้องกว้างพอให้ทำ Walk-in Closet ได้ ช่วยให้มีความเป็นสัดส่วนมากขึ้น

    มีพื้นที่ให้วางเตียง King Size และเหลือพื้นที่ข้างเตียงทั้ง 2 ฝั่ง

    ปลายเตียงมีพื้นที่กว้างๆ ให้ทำชั้นวางทีวีและตู้เก็บของได้

    พื้นที่ด้านในสุดของห้องนอนใหญ่จะมีห้องน้ำในตัว มีตำแหน่งอยู่ติดกับพื้นที่สำหรับทำ Walk-in Closet ด้วยค่ะ

    ห้องน้ำในห้องนอนใหญ่ โดยรวมมีฟังก์ชันการใช้งานครบ รวมถึงกั้นฉากกั้นอาบน้ำ วัสดุและสเปกของสุขภัณฑ์ต่างๆ จะเหมือนกับห้องน้ำอื่นๆ ที่พาไปชมมา ยกเว้นอ่างล้างหน้าและสุขภัณฑ์อัตโนมัติที่ถูกอัพสเปกให้ดีขึ้น

    ห้องนอนทางด้านหลังบ้านก็มีพื้นที่ให้สามารถวางเตียง King Size ได้เหมือนกัน และยังมีพื้นที่สำหรับวางตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเขียนหนังสือได้ครบถ้วน

    บ้านตัวอย่างตกแต่งไว้เป็นห้องนอนของคุณหนูๆ ก็มีพื้นที่สำหรับนั่งทำการบ้านที่ดูกว้างขวาง ซึ่งพื้นที่พอใช้งานได้สบายๆ จนถึงเด็กโตที่เริ่มมีของใช้เยอะขึ้นเลยค่ะ

    ห้องน้ำในห้องนอนมีฟังก์ชันการใช้งานครบ สเปกวัสดุอุปกรณ์เหมือนห้องน้ำอื่นๆ ได้ของ COTTO และ American Standard เป็นหลักค่ะ

    **รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

    ราคา

    17 November 2020

    • บ้านคู่ (บ้านแฝด) 2 ชั้น แบบ EVA : ที่ดินมาตรฐาน 38 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 146 ตร.ม.
      – ฟังก์ชัน 2 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
      – ราคาเริ่มต้น 4.85 ล้านบาท
    • บ้านคู่ (บ้านแฝด) 2 ชั้น แบบ VEDA : ที่ดินมาตรฐาน 42 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 168 ตร.ม.
      – ฟังก์ชัน 2 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
      – ราคาเริ่มต้น 5.85 ล้านบาท
    • จอง 20,000 บาท เข้าอยู่ได้เลย
    • ที่ดินเพิ่มลด ราคาตารางวาละ 50,000 บาท
    • ค่าส่วนกลาง 47 บาท/ตร.วา/เดือน ฟรีค่าส่วนกลาง 4 ปี
    • ฟรี ค่าจดจำนอง
    • ฟรี ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์

    **ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ

    บทสรุป

    ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง : โครงการ anya เพชรเกษม-สาย4 อยู่ในย่านกระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ใกล้ถนนพุทธสาครที่เชื่อมต่อกับถนนพุทธมณฑลสาย 4 และอยู่ไม่ไกลจากถนนเพชรเกษมที่เชื่อมไปโซนบางบอน หนองแขมได้ง่าย ไม่ไกลจากรถไฟฟ้าและทางด่วน บรรยากาศส่วนใหญ่มีความเป็นชุมชน หมู่บ้านจัดสรร ปะปนกับบริษัทอุตสาหกรรม ส่วนเรื่องความอุดมสมบูรณ์ ใกล้สุดมีปั๊ม ปตท.บนถนนพุทธสาคร หรือลัดไปซอยสวนหลวง, ถนนบางบอน 3 และ 5 ที่มีความเป็นชุมชนสูงร้านค้า ร้านอาหารครบครัน

    ความปลอดภัยในโครงการและตัวบ้าน : ได้มาตามมาตรฐานระดับราคา ประตูโครงการเป็นไม้กั้นกระดกเข้าออกด้วยระบบ Easy Pass แบบทางด่วน แยกทางเข้า-ออก ลูกบ้านและ Visitors จึงไม่รบกวนการใช้งานกัน รั้วรอบโครงการสูง 2.8 – 3.6 เมตร พร้อมกล้อง CCTV 5 จุดทั่วโครงการ ตัวบ้านแฝดติดตั้ง Magnetic Sensor ทุกหลัง

    การออกแบบโครงการและพื้นที่ใช้สอย : จุดเด่นของโครงการอยู่ที่การออกแบบพื้นที่ส่วนกลางมาให้หลายจุด และน่าใช้งาน ทั้งส่วนกลางและตัวบ้านคุมธีมในสไตล์ French Country ซึ่งหากใครให้ความสำคัญกับเรื่องของบรรยากาศในโครงการและ พื้นที่ส่วนกลางแล้ว ที่นี่ก็นับเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ

    ส่วนกลางของโครงการแบ่งออกมาเป็น 2 ตำแหน่ง ไว้ด้านหน้าโครงการจุดนึง จัดไว้เป็น Glass House สำหรับรับรองแขก ส่วน Clubhouse และสวนถูกจัดไว้กลางโครงการ ให้เข้าถึงง่าย ถือว่าให้ส่วนกลางมาใหญ่เมื่อเทียบกับจำนวนยูนิต

    การออกแบบบ้านมีความแตกต่างจากโครงการอื่นๆ เลย เพราะเป็นแบบบ้านใหม่ที่ Land and Houses เพิ่งคลอดออกมาเมื่อเดือนกันยาปี 2020 นี้เอง มีให้เลือก 2 แบบ รองรับครอบครัวที่มีสมาชิก 2-3 คน รวมถึงครอบครัวที่มีผู้สูงอายุก็กั้นห้องนอนที่ชั้นล่างเพิ่มได้ด้วย ส่วนที่เป็น Highlight คือ Common Area ชั้นล่างที่กว้างขวาง และมีมุมนั่งเล่นแบบ Bay Window ที่ได้วิวหน้าบ้าน ส่วนชั้นบนจัดมาเพียง 2 ห้องนอนที่มีห้องน้ำในตัวทั้งคู่ ได้พื้นที่ใช้สอยกว้าง ใช้งานได้จริงตั้งแต่ลูกเล็กยันโตเลยค่ะ

    วัสดุ : วัสดุของโครงการถือว่าให้มาดีกว่าโครงการอื่นๆ แต่ก็ตามราคาที่สูงกว่าด้วยเช่นกัน ประเด็นที่ต้องทราบไว้คือ งานก่อสร้างใช้ Precast จึงทำการทุบ เชื่อม ผนังบ้านไม่ได้ทุกส่วน แต่สามารถกั้นห้องเพิ่มได้ เช่น สามารถกั้นห้องนอนที่ชั้นล่างเพิ่มได้ตามปกติ และอีกเรื่องนึงคือโครงการลงเสาเข็มเฉพาะตัวบ้านและลานซักล้างหลังบ้าน ถ้าจะมีการต่อเติมหน้าบ้าน ต้องพิจารณาเรื่องการลงเสาเข็มเพิ่มหรือการต่อเติมที่ไม่อิงกับโครงสร้างหลัก

    วัสดุที่ให้มาดีกว่าโครงการละแวกนี้ ได้แก่ ประตูที่เป็นประตูเหล็กของ Lixil, วัสดุปูพื้นที่เป็นไวนิล SPC ที่ทนทานกว่าไวนิลธรรมดา, มี Home Automation, ระบบ Air Plus, ระบบกันขโมย Magnetic Sensor

    พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ : นับเป็นจุดเด่นอย่างหนึ่งของโครงการ anya ที่สร้างบรรยากาศมาให้เหมือนอยู่ชานเมืองยุโรป สไตล์ French Country ลงต้นไม้ใหญ่ไว้ให้ตามแนวถนน Main จึงดูร่มรื่นดี สภาพโครงการเรียบร้อย สะอาดสะอ้าน

    สาธารณูปโภค : นอกจากฟังก์ชันที่มีมาให้ครบตามมาตรฐาน ได้แก่ สระว่ายน้ำ, Clubhouse, Fitness, สวนสาธารณะ สำหรับโครงการในแบรนด์บ้าน Anya จะมี Glass House มาให้ใช้งานที่อีกส่วนหนึ่ง เป็นพื้นที่ใช้รับรองแขก ซึ่งจัดมาสวยเป็นหน้าเป็นตาได้เลยค่ะ แลกมากับค่าส่วนกลาง 47 บาท/ตร.วา ก็ถือว่าสมเหตุสมผลนะคะ เพราะแชร์กับลูกบ้านไม่เยอะมาก

    Judgement

    การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

    ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 40%, ความปลอดภัย 15%, การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 15%, วัสดุ 10%, พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 10%,  และสาธารณูปโภค 10%

    เทียบกับแพคเกจ 4.85 – 7 ล้านบาท, 17 November 2020

    • ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 7/10 – ใกล้ถนนใหญ่พุทธสาคร มีร้านค้าต่างๆ ในชุมชนและในปั๊มให้พึ่งพิง
    • ความปลอดภัย 7.25/10 – รั้วกั้นไม้กระดก รปภ.หน้าหมู่บ้าน ระบบ Easy Pass กล้อง CCTV จุด และระบบกันขโมย Magnetic Sensor ในบ้านทุกหลัง
    • การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 9/10 – แบบสวย พื้นที่ใช้งานกว้าง Customized Function ให้เหมาะกับครอบครัวได้
    • วัสดุ 7.5/10 – ให้มาดีเหมาะกับราคา
    • พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 9/10 – บรรยากาศภายในโครงการดูดี ตามคอนเซปต์ French Country
    • สาธารณูปโภค 8.5/10 – พื้นที่ส่วนกลางหลักๆ 2 จุด ฟังก์ชันส่วนกลางครบ + Glasshouse สำหรับรับรองแขก
    • 7.74 / 10.00

    BOTTOM LINE

    anya เพชรเกษม-สาย4 เหมาะกับคนที่ใช้ชีวิตในโซนบางบอน หนองแขม หรือทำงานในย่านโรงงานอุตสาหกรรมในเขตมหาชัย ให้ความสำคัญกับบรรยากาศและ Facilitiesในโครงการที่ดี ชอบคุณภาพ วัสดุ ระบบถ่ายเทอากาศ Air Plus ของแบรนด์บ้าน Land and Houses มีสมาชิกในครอบครัว 2-3 คน มีงบประมาณ 4.85 – 7 ล้านบาท หรือผ่อน 34,000 – 49,000 บาท/เดือน


    ThinkofLiving มี LINE Official Account แล้วนะคะ
    ไม่อยากพลาดข้อมูลข่าวสารก็ Add เลย > https://lin.ee/svACOxc