แกรนด์ บริทาเนีย บางนา กม.12 จาก ออริจิ้น โปรดักส์บ้านเดี่ยวหลังใหญ่ย่านบางพลี ตั้งอยู่ในซอยสุขาภิบาล 6 (หรือซอยวัดหลวงพ่อโต) เป็นโครงการขนาดเล็กที่เป็นส่วนตัว เหมาะกับการอยู่แบบครอบครัวขนาดใหญ่ ที่ต้องการความสะดวกของทำเลในการเดินทางของย่านนี้ โดยมี Highlight ที่น่าสนใจดังต่อไปนี้ครับ

  • ความเป็นส่วนตัว เป็นโครงการขนาดเล็กที่มีเพื่อนบ้านเพียงแค่ 67 ยูนิตเท่านั้น
  • ทำเลซอยวัดหลวงพ่อโต เป็นซอยที่เชื่อมต่อถนนหลักถึง 3 เส้น และยังอยู่ไม่ไกลจากห้างและทางด่วนอีกด้วย
  • ฟังก์ชันและการออกแบบบ้าน ที่เอื้อต่อการอยู่อาศัยแบบครอบครัวใหญ่ หรือจะอยู่แบบ 3 Generation ก็ได้
  • เทคโนโลยีในบ้าน ให้มาทั้งระบบระบายอากาศ และ Home Automation
  • พื้นที่ส่วนกลาง ถึงแม้จะเป็นโครงการขนาดเล็ก แต่ก็มี Clubhouse ขนาดใหญ่ให้ใช้งาน

ข้อมูลโครงการ

Grand Britania Bangna KM.12 (แกรนด์ บริทาเนีย บางนา กม.12) ณ วันที่ 16 เมษายน 2564

 ชื่อโครงการ  Grand Britania Bangna KM.12 (แกรนด์ บริทาเนีย บางนา กม.12)
 ชื่อผู้ประกอบการ   บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)
 SEGMENT CLASS   HIGH CLASS (รายละเอียดของ Segment บ้านปี 2021 )
 โครงการตั้งอยู่   ซอย สุขาภิบาล 6 อำเภอ บางพลี
 ที่ดิน   17-3-22.3 ไร่
 จำนวนยูนิต   67 ยูนิต
 ประเภทบ้าน
  • Somerset บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 54.4 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 205 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
  • Harrington บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 60.6 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 255 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 3 ที่จอดรถ / 1 ห้องแม่บ้าน
  • Bathwick บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 72.7 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 285 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 3 ที่จอดรถ / 1 ห้องแม่บ้าน

 ความสูงจากพื้นถึงฝ้า   2.75 เมตร และ 6.2 เมตร (สำหรับ Double Volume ในบ้านหลังใหญ่)
 ราคาเริ่มต้น  8.9 – 16 ล้านบาท
 ราคาที่ดินเพิ่มลดตารางวาละ                      100,000 บาท
 เริ่มก่อสร้าง   ปี 2564
 คาดว่าจะแล้วเสร็จ   ปี 2565
 เว็บไซต์โครงการ   https://www.origin.co.th/grand-britania-bangna-km-12/
 โทร   092-999-5528

ทำเลที่ตั้ง

Highlight :

  • ทำเลซอยวัดหลวงพ่อโต เชื่อมต่อถนนใหญ่ 3 สาย ทั้งถนนบางนา-ตราด, ถนนเทพารักษ์ และถนนกิ่งแก้ว
  • บริเวณปากซอยจะอยู่ไม่ไกลจากห้างและตลาด
  • มีทางด่วนให้ใช้อยู่ไม่ไกล ทั้งทางด่วนบูรพาวิถีและถนนกาญจนาภิเษก ระยะทาง 3 – 5 km.

พิกัด Google Maps : 13.619523, 100.718139
หรือสามารถ :  คลิกที่นี่

แกรนด์ บริทาเนีย บางนา กม.12 ตั้งอยู่ภายในซอยสุขาภิบาล 6 (หรือซอยวัดหลวงพ่อโต) ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งซอยหลักของย่านนี้ ที่เชื่อมต่อถนนใหญ่ทั้ง 3 สาย โดยภายในซอยจะมีรถสาธารณะอย่าง วินมอเตอร์ไซค์และรถสองแถวให้ใช้งานได้ และบริเวณปากซอยฝั่งถนนบางนา-ตราดจะอยู่ใกล้กับ Market Village และฝั่งตรงข้ามยังมีทั้งตลาดกิ่งแก้ว แม็คโคร และคอมมูนิตี้มอลล์เปิดใหม่อย่าง Att U Park Bangna หรือจะไปช้อปปิ้งที่ Mega Bangna ก็ได้

ส่วนปากซอยฝั่งถนนเทพารักษ์จะอยู่ใกล้กับ BigC และโรงพยาบาลบางพลี นอกจากนี้เรายังสามารถใช้ซอยสุขาภิบาล 4 เพื่อเชื่อมต่อไปยังถนนกิ่งแก้วได้อีกด้วย เหมาะกับคนที่ใช้ชีวิตอิงกับโซนบางนา/เทพารักษ์ และต้องการอยู่ใกล้กับความอุดมสมบูรณ์ต่างๆของย่านนี้ รวมถึงมีทางด่วนให้เลือกใช้เดินทางเข้า-ออกเมืองได้ง่ายอีกด้วยครับ

ทางด่วนที่ใกล้ที่สุด :

Image 1/2
ทางด่วนบูรพาวิถีจะอยู่ใกล้กับโครงการมากที่สุด โดยจะมีระยะห่างประมาณ 3.4 km. สามารถตรงเข้าเมืองไปเชื่อมต่อทางด่วนอื่นๆที่สี่แยกบางนาได้

ทางด่วนบูรพาวิถีจะอยู่ใกล้กับโครงการมากที่สุด โดยจะมีระยะห่างประมาณ 3.4 km. สามารถตรงเข้าเมืองไปเชื่อมต่อทางด่วนอื่นๆที่สี่แยกบางนาได้

ส่วนการเดินทางในวันนี้ผมก็มาจากถนนบางนา-ตราด ซึ่งเราจะต้องไปขึ้นสะพานกลับรถมาก่อนครับ (แถวๆหน้าโชว์รูมโตโยต้า) จากนั้นขับรถย้อนกลับมาประมาณ 3.8 km. แล้วจึงเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนสุขาภิบาล 6 (หรือซอยวัดหลวงพ่อโต) ขับตรงเข้ามาในซอยประมาณ 1 km. ก็จะเจอกับที่ตั้งโครงการอยู่ทางซ้ายมือ ซึ่งบรรยากาศการเดินทางจะเป็นอย่างไรเราไปชมกันครับ

Image 1/7
เริ่มเดินทางกันที่บนถนนบางนา-ตราด ให้ขับตรงไปเรื่อยๆได้เลยครับ

เริ่มเดินทางกันที่บนถนนบางนา-ตราด ให้ขับตรงไปเรื่อยๆได้เลยครับ

สภาพแวดล้อมรอบโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้

บริบทรอบๆโครงการส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ว่างรอการพัฒนา และชุมชนแนวราบดั้งเดิม โดยสามารถสรุปได้ดังนี้

  • ทิศเหนือ : ติดกับ ที่ว่างรอการพัฒนา ปั๊มเชลล์ และโกดังสินค้า
  • ทิศใต้ : ติดกับ พื้นที่ว่างรอการพัฒนา
  • ทิศตะวันออก : ติดกับ คลองบางขวางเล็ก และชุมชนแนวราบ
  • ทิศตะวันตก : ด้านหน้าโครงการ ติดกับ ซอยสุขาภิบาล 6

นี่เป็นภาพบรรยากาศด้านหน้าโครงการ ทางฝั่งซ้ายจะอยู่ติดกับปั๊มเชลล์ และเป็นทางไปถนนบางนา-ตราด

ส่วนด้านขวาของโครงการจะอยู่ติดกับที่ว่าง และถนนนี้จะมุ่งหน้าไปทางเทพารักษ์

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

ห้างสรรพสินค้า / ตลาด

  • Market Village ~ 2 km.
  • BigC บางพลี ~ 3.8 km.
  • ตลาดกิ่งแก้ว ~ 4.5 km.
  • Makro ~ 4.7 km.
  • Att U Park Bangna ~ 5 km.
  • Mega Bangna ~ 6 km.
  • Central Village ~ 9 km.
  • Central Bangna ~ 13 km.

โรงพยาบาล

  • รพ.จุฬารัตน์ 9 ~ 2.2 km.
  • รพ.บางพลี ~ 3.8 km.

โรงเรียน

  • Thai-Chinese International School ~ 6.3 km.
  • รร.ราชวินิตบางแก้ว ~ 7.4 km.
  • Concordian International School ~ 7.7 km.
  • VERSO International School ~ 7.7 km.
  • รร.พูลเจริญวิทยาคม ~ 10.4 km.
  • Berkeley International School ~ 14.9 km.

รายละเอียดโครงการ

Highlight :

  • โครงการขนาดเล็ก มีเพียง 67 ยูนิตเท่านั้น ได้ความเงียบสงบและเป็นส่วนตัว
  • Clubhouse มีขนาดค่อนข้างใหญ่ เมื่อเทียบกับจำนวนยูนิต
  • สระว่ายน้ำ จะอยู่บนชั้น 2 ของอาคาร Clubhouse ได้ความเป็นส่วนตัว
  • วางผังให้บ้านทุกหลังหันไปทางทิศเหนือ-ใต้ สามารถรับลมได้ดี
  • Set Back แปลงบ้านให้ห่างจากคลองและรั้วโครงการด้วย “ถนน” เพื่อความปลอดภัยและทำให้สัญจรได้ง่าย เพราะไม่ใช่ซอยตัน
  • บ้านที่อยู่ในซอย มีเพียง 8 ยูนิตเท่านั้น เหมาะกับคนที่ชอบความเป็นส่วนตัว

Master Paln โครงการมีเนื้อที่ 17-3-22.3 ไร่ และมียูนิตเพียง 67 หลังเท่านั้น ถือว่าเป็นโครงการขนาดเล็กที่มีความเป็นส่วนตัวดีทีเดียวครับ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ส่วนกลางให้ใช้งานอีกด้วย ซึ่งหากเทียบกับจำนวนยูนิตแล้วถือว่าให้มาเยอะพอสมควร โดยอาคาร Clubhouse จะอยู่บริเวณด้านหน้าสุด เวลามาใช้งานก็อาจต้องปั่นจักรยานหรือขับรถมาครับ รวมถึงยังใช้เป็นพื้นที่รับรองแขกภายนอกได้อีกด้วย บ้านภายในโครงการจะได้ไม่เสียความเป็นส่วนตัวครับ

ส่วนกลางอีกจุดนึงจะเป็นสวนสาธารณะ ซึ่งจะอยู่ถัดเข้ามาด้านใน และทำหน้าที่เพิ่มมุมมองพื้นที่สีเขียวที่ยาวตลอดแนวถนน เวลาขับรถผ่านก็จะรู้สึกสดชื่นมากขึ้น รวมถึงการวางผังบ้านก็จะหันหน้าไปทางทิศเหนือ-ใต้ทั้งหมด ซึ่งจะรับลมได้ค่อนข้างดี และโซนฝั่งขวาก็มีการเว้นระยะของแปลงบ้านกับรั้วโครงการ ด้วยการนำถนนมาคั่นกลางไว้ ทำให้มีความปลอดภัยและการสัญจรของรถก็ทำได้ดีขึ้น

แต่ถ้าใครที่ชอบความเป็นส่วนตัวมากๆ ผมแนะนำเป็นบ้านโซนฝั่งซ้ายมือ (จากภาพแปลน) เพราะภายในซอยจะมีเพื่อนบ้านแค่ 8 ยูนิตเท่านั้น ส่วนแปลงบ้านที่อยู่ริมถนน Main ด้านหน้าจะเป็นแบบบ้านใหม่ในอนาคต ซึ่งคาดว่าภายในปีหน้าเราจะได้เห็นกันนะ โดยบรรยากาศของจริงจะเป็นอย่างไรเราไปชมกันเลยครับ

เริ่มที่ทางเข้าโครงการจะเป็นซุ้มประตูสีขาว-เทา สไตล์ Modern British แบ่งทางเข้า-ออกด้วยป้อม รปภ. ที่อยู่ตรงกลาง และปูพื้นด้วย Concrete Stamp ดูหรูหราสวยงาม

มีกล้อง CCTV ตรงทางเข้า และระบบ RFID หรือเครื่องส่งสัญญาณ Bluetooth เปิดไม้กั้นกระดกให้อัตโนมัติ (แบบ Easy Pass บนทางด่วน) ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน ส่วน Visitor จะต้องแลกบัตรก่อนครับ

เข้ามาเราจะเจอกับถนน Main และอาคาร Clubhouse ตั้งอยู่ด้านขวามือ ซึ่งปัจจุบันกำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จและได้เห็นของจริงกันตอน Q3 ปีนี้ครับ

โดยในรีวิวนี้ผมจะนำภาพ Perspective มาให้ชมกันก่อนนะ ซึ่งตัวอาคาร Clubhouse จะออกแบบสไตล์ Modern British เช่นเดียวกับซุ้มประตูก่อนหน้านี้ มีลักษณะเด่นคือช่องผนังทรงโค้ง (Arch) ในแบบคลาสสิกหน่อยๆ มีการลดทอนรายละเอียด และใช้สีขาว-เทา เพื่อให้ดูทันสมัยมากขึ้น

ซึ่งจากที่เห็นในภาพจำลอง และโครงสร้างหน้างาน ก็ต้องยอมรับอย่างนึงครับว่า Clubhouse แห่งนี้มีขนาดค่อนข้างใหญ่ทีเดียว เมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านในโครงการที่มียูนิตเพียงแต่ 67 ครอบครัวเท่านั้น ดังนั้นการใช้งานส่วนกลางจึงเป็นส่วนตัวมากๆครับ

และที่ชอบอีกอย่างคือ มีที่จอดรถในร่ม 4 – 5 คัน ซึ่งดูเป็นกิจจะลักษณะและใช้งานได้สะดวกดีครับ ส่วนฟังก์ชันภายในอื่นๆจะเป็นอย่างไรบ้าง เราลองไปชมภาพบรรยากาศจำลองใน Gallery ด้านล่างนี้กันได้เลย

Image 1/7
ภาพบรรยากาศจำลองของโถงต้อนรับบริเวณด้านหน้าครับ เรียบหรูสไตล์ Minimal

ภาพบรรยากาศจำลองของโถงต้อนรับบริเวณด้านหน้าครับ เรียบหรูสไตล์ Minimal

และนอกจากนี้บนชั้น 2 ของอาคาร ยังมีสระว่ายน้ำตั้งอยู่ด้วย ซึ่งปกติเราจะไม่ค่อยเห็นสระอยู่ชั้นบนแบบนี้กันสักเท่าไหร่นะครับ โดยฟังก์ชันแบบนี้เราจะสามารถชมวิวโดยรอบได้ดีขึ้น และยังได้ในเรื่องความเป็นส่วนตัว จากสายตาของรถที่ผ่านเข้า-ออกโครงการด้านล่างอีกด้วย

เดินต่อเข้ามาถึงโซนพักอาศัยและบ้านตัวอย่างกันครับ ซึ่งระหว่างทางผมก็สังเกตว่าจะมีกล้อง CCTV ติดอยู่ตามเสาไฟฟ้าเพื่อความปลอดภัยด้วย ส่วนถนนคอนกรีตนี้จะกว้าง 8 – 9 m. และมีทางเท้าให้เดินด้านข้าง

ซ้ายมือเป็นสวนสาธารณะเอาไว้มาเดินเล่นพักผ่อน มีขนาดรวมๆประมาณครึ่งไร่ และยาวต่อเนื่องขนานไปกับถนน ทำให้เวลาขับรถผ่านก็สามารถชมสวนสวยๆไปด้วยได้ครับ

จุดแรกจะเป็นศาลานั่งเล่น ซึ่งออกแบบที่นั่งเป็นแบบแยกกันเดี่ยวๆ เหมาะกับช่วงที่ต้องรักษาระยะห่าง Social Distancing แบบนี้พอดีเลยครับ

ถัดมาก็จะเป็นทางเดินเล่นให้ชมสวนได้ ซึ่งสวนของที่นี่จะเป็นสไตล์อังกฤษ เน้นพวกพันธุ์ไม้และไม้ดอกสีสันสวยงาม แต่พอจะมีต้นไม้ที่ให้ร่มเงาอยู่บ้างเหมือนกัน ซึ่งอาจต้องรอให้โตกว่านี้อีกสัก 3 – 5 ปีนะครับ

บริเวณตรงกลางจะเป็นเหมือนกำแพงระแนงไม้สีขาวขนาดใหญ่ ทำหน้าที่เป็นฉากกั้นบังวิวของโกดังข้างๆได้ดี อนาคตถ้าไม้เลื้อยที่ปลูกไว้โตและเลื้อยไปตามระแนงนี้ ก็จะกลายเป็นกำแพงไม้เลื้อยที่ดูสวยงาม และร่มรื่นมากกว่านี้นะครับ ส่วนซุ้มที่เห็นอยู่ 4 ช่องก็สามารถมานั่งเล่นได้นะ

อีกด้านหนึ่งของสวนจะมีอีก 2 ฟังก์ชันแนว Active ให้คนภายในโครงการได้มาทำกิจกรรมร่วมกัน

บริเวณนี้จะเป็นเหมือนพื้นที่ออกกำลังกาย และพื้นที่เล่นสำหรับเด็กแบบกลางแจ้งครับ ซึ่งมีการปูพื้นยางไว้ลดอาการบาดเจ็บเวลาหกล้มไว้ด้วย

ส่วนจุดนี้จะเป็น Basketball Court ซึ่งเป็นสนามแบบ Tree on Tree Basketball หรือสนามที่ใช้เล่นแบบ 3 ต่อ 3 สามารถชวนเพื่อนๆมาเล่นด้วยกันได้ และโดยรอบจะมีรั้วกั้นลูกบาสเอาไว้ให้เรียบร้อย

สุดท้ายคือบรรยากาศภายในซอยพักอาศัย จะมีการปลูกต้นไม้พุ่มเตี้ยเล็กๆไว้ตลอดทาง ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวกับถนนได้ดีครับ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • อาคาร Clubhouse
  • Lounge / Lobby
  • Swimming Pool 1 สระ ระบบเกลือ ขนาด 13 x 6.5 เมตร และสระเด็ก ขนาด 2.5 x 4.5 เมตร (บนชั้น 2)
  • Fitness (บนชั้น 2)
  • Meeting Room / Function Room
  • Wellness Service Room
  • Laundry Service Room
  • Coffee Service Corner
  • Basketball Court
  • ลานอเนกประสงค์ / สนามเด็กเล่น
  • พื้นที่สวนหย่อมในโครงการ 1 จุด ขนาดประมาณครึ่งไร่
  • ระบบ CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ
  • รั้วรอบโครงการสูง 3 เมตร
  • ถนนภายในกว้าง 8 – 9 เมตร
  • Key Card Access ระยะไกล เป็นระบบ RFID หรือ Easy Pass
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
  • ประตูรั้วโครงการแบบ รั้วกั้นไม้กระดก
  • สัญญาณกันขโมย ระบบ Magnetic Sensor ทุกหลัง
  • ระบบระบายอากาศ Window Ventilation System / Attic Ventilation System

แบบบ้าน

Highlight :

  • ก่อสร้างด้วยระบบ Precast มีความแข็งแรงทนทาน แต่จะทุบหรือเจาะผนังได้ยากกว่าผนังแบบก่ออิฐฉาบปูนหน่อยนะครับ
  • มีฟังก์ชันและการออกแบบ ที่เอื้อประโยชน์ต่อการอยู่อาศัยแบบครอบครัวใหญ่ หรือการอยู่แบบ 3 Genneration ได้
  • Common Area ของบ้านแต่ละแบบจะแตกต่างกันออกไป มีทั้งแบบช่องแสงเยอะและโปร่งโล่ง แบบพื้นที่ใช้สอยเยอะแต่เป็นส่วนตัว และแบบฝ้าเพดานสูง Double Volume
  • เทคโนโลยีในบ้าน ทั้งระบบระบายอากาศ ระบบฟอกอากาศ และ Home Automation

  • Bathwick บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 72.7 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 285 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 3 ที่จอดรถ / 1 ห้องแม่บ้าน

บ้านตัวอย่างแรกเป็นหลังที่ใหญ่ที่สุดนะครับ จุดเด่นของเค้าคือ Common Area ที่ได้ฝ้าเพดานสูงแบบ Double Volume 6.2 m. และห้องนอนชั้นล่างจะมีห้องน้ำในตัว ซึ่งออกแบบมาให้ผู้สูงอายุ หรือผู้ใช้รถเข็นสามารถใช้งานได้สะดวก

นอกจากนี้ยังออกแบบให้แบ่งพื้นที่แต่ละโซนชัดเจนดีครับ อย่างโซนที่พักอาศัยและต้องการความเป็นส่วนตัว จะแยกออกมาอีกฝั่งของบ้านจาก Common Area ด้วยโถงทางเดินตรงกลาง ส่วนโซนของแม่บ้านเค้าก็จะแยกไปอยู่หลังบ้าน และมีพื้นที่ทำงานเป็นของตัวเองไม่ปะปนกับเจ้าของบ้านครับ

ส่วนชั้นบนจะมีห้องนอน 3 ห้อง และมีห้องน้ำในตัวทั้งหมด ซึ่งผมต้องบอกก่อนว่า ระเบียงของ Master Bedroom จะไม่ได้เป็นแบบในแปลนนะครับ เพราะหน้างานเค้ามีการปรับแบบใหม่เล็กน้อย โดยจะเป็นการเพิ่มพื้นที่ใช้สอยในห้องนอนให้กว้างมากขึ้นแทน ซึ่งของจริงจะเป็นอย่างไร เราไปชมบ้านตัวอย่างกันเลยครับ

เริ่มกันที่ประตูรั้วหน้าบ้านจะเป็นเหล็กรางเลื่อนแบบ 2 ตอน สามารถใช้งานได้ง่ายและสะดวกดีครับ ซึ่งถ้าเราต้องการเอารถออกแค่คันเดียว ก็เปิดประตูแค่ครึ่งเดียวได้ หรืออาจติดตั้งเป็นประตูอัตโนมัติเพื่อเปิดด้วยรีโมทก็ได้นะ

ขวามือเป็นช่องทิ้งขยะ ที่สามารถเปิดได้ทั้งจากด้านนอกและด้านใน ทำให้ใช้งานง่ายและดูเรียบร้อยดี

บริเวณรอบบ้านจะปูหญ้าและมีไม้ยืนต้นให้อีก 1 ต้น ซึ่งเราสามารถจัดสวนเพิ่มเองได้ตามความต้องการครับ

พื้นที่จอดรถกว้างประมาณ 8.5 m. สามารถจอดรถคันใหญ่ๆ 3 คันได้สบายๆเลยครับ โดยพื้นจะปูด้วย Concrete Stamp ทั้งหมด และลงเสาเข็มให้ลึกเท่ากับตัวบ้าน ส่วนพื้นที่อยู่เลยชายคาบ้านออกมาจนถึงประตูรั้วจะลงเป็นเสาเข็มสั้น

และตัดแบ่ง Joint ของพื้นทั้ง 2 ส่วน เมื่อเวลาเกิดการทรุดตัวของพื้นด้านหน้า จะได้ไม่กระทบต่อโครงสร้างหลักของบ้านด้านใน รวมถึงมีการติดตั้งกล้อง IP Camera เอาไว้ที่บริเวณนี้ กับตรง Common Area ในบ้านอีกจุดนึงด้วยครับ

นอกจากนี้ยังมีทางลาด (กว้าง 1 m.) ให้ใช้งานสำหรับประตูตำแหน่งนี้ด้วยครับ ซึ่งจะสะดวกสำหรับคนใช้รถเข็น เวลาขนของเยอะๆ หรือเวลาที่ลากกระเป๋าเดินทางใบโตๆ แต่อาจต้องระวังตรงธรณีประตูที่จะมีพื้นต่างระดับอยู่ขั้นนึงนะ

และประตูนี้จะเป็นแบบ Over size ขนาด 1 x 2.4 m. (เป็นแบบนี้ทั้งหลังเลย ยกเว้นประตูห้องน้ำและครัว) และพิเศษสำหรับบานนี้คือจะมี Digital Door Lock ติดตั้งมาให้ด้วยครับ

ส่วนทางเข้าอีกจุดหนึ่งด้านหน้าบ้าน เราก็สามารถเดินมาจากที่จอดรถได้เลย ซึ่งชานพักนี้จะเป็นแบบ Double Volume สูงขึ้นไปถึงชั้น 2 ดูเท่และโอ่อ่าดีครับ

ประตูทางเข้าเป็นบานไม้ทึบเพื่อความเป็นส่วนตัว และเปิดได้ 2 ฝั่ง ทำให้สามารถขนของชิ้นใหญ่ๆได้ครับ แถมยังมีช่องกระจกเล็กๆให้แสงเข้าเพื่อความโปร่งโล่ง และจะได้ไม่เปิดประตูชนกันด้วย

เข้ามาภายในจะเจอ Common Area ที่มีพื้นที่นั่งเล่นฝ้าเพดานสูงแบบ Double Volume 6.2 m. เลยทำให้รู้สึกโปร่งโล่งและมีพื้นที่ใช้สอยแนวตั้งเพิ่มมากขึ้น โดยโครงการจะให้แอร์ Cassette Type ขนาด 36,000 BTU ติดตั้งมาให้ที่ด้านบนด้วยครับ ซึ่งก็น่าจะเพียงพอสำหรับพื้นที่ภายในบ้านทั้งหมดนะ

ส่วนพื้นที่นั่งเล่นจะมีระยะดูทีวีประมาณ 3.8 m. สามารถใช้ทีวีจอใหญ่ๆ 50 – 60 นิ้วขึ้นไปได้สบายๆ และยังกว้างมากพอที่จะวางชุดโซฟาขนาดใหญ่ได้ด้วย สามารถรับรองแขกได้หลายคนเลยล่ะ

อีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจคือ “ประตูหน้าต่าง” ซึ่งในหลายๆจุดจะเป็นกระจกบานสูงและใหญ่ เลยทำให้มีความโปร่งโล่งและรับวิวภายนอกได้ดีขึ้น ส่วนช่องหน้าต่างบานไหนที่สามารถเปิด-ปิดได้ จะมีระบบระบายอากาศ (Window Ventilation System) อยู่ใต้ขอบหน้าต่างด้วย

และมาพร้อมกับมุงลวดกันแมลงเล็กๆข้างใน สามารถเปิด-ปิดช่องนี้ได้เองตามต้องการ ซึ่งจะทำให้มีอากาศที่บริสุทธิ์ และได้ลมเย็นๆพัดมาจากภายนอก ช่วยทำให้อุณหภูมิในบ้านเย็นลงได้ครับ

ถัดมาในบ้านจะเป็นพื้นที่วางโต๊ะทานอาหาร ซึ่งกว้างมากพอที่จะใช้โต๊ะขนาดใหญ่ 6 – 8 ที่นั่งได้ครับ และฝ้าเพดานจุดนี้จะสูงอยู่ที่ 2.75 m.

ขวามือจะมีประตูกระจกบานเลื่อน ที่สามารถทานข้าวไปแล้วชมสวนข้างบ้านไปด้วยได้ ซึ่งกรอบประตูจะเป็น UPVC กระจกเขียวตัดแสง พร้อมติดตั้ง Magnetic Sensor อยู่ด้านบนที่ประตู/หน้าต่างชั้นล่างทุกจุด

ระเบียงภายนอกมีขนาดค่อนข้างใหญ่ ซึ่งพื้นตรงนี้เค้าจะลงเสาเข็มสั้นมาให้ด้วยนะ เลยทำให้รองรับน้ำหนักโครงสร้างเบา และถ้าต่อเติมหลังคาโปร่งแบบบ้านตัวอย่างนี้ก็ดูน่าใช้งานดีเหมือนกันครับ

กลับเข้ามาในบ้านถัดจากโต๊ะทานอาหาร จะเป็น Pantry หรือพื้นที่เตรียมอาหาร ซึ่งจะมีท่องานระบบต่างๆรองรับอยู่แล้ว และเราสามารถ Built in ครัวฝรั่งเพิ่มเองได้ ส่วนด้านบนจะมี Smoke Sensor ติดตั้งมาให้ด้วยครับ

ถัดมาจะเป็นครัวปิดที่สามารถทำอาหารได้จริงจัง (อาจเป็นส่วนของแม่บ้านที่มาใช้งานก็ได้) โดยจะกั้นแยกจากในบ้านด้วยประตูบานเลื่อน และเปิดประตู/หน้าต่างหลังบ้านเพื่อระบายอากาศได้เต็มที่ รวมถึงของจริงจะก่อเคาน์เตอร์ครัวมาให้แบบนี้เลยครับ

ประตูหลังบ้านจะมีช่องแสงเล็กๆ เพื่อลดความทึบของผนัง และป้องกันไม่ให้เปิดประตูชนกันได้ ส่วนพื้นที่ Laundry ด้านนอกจะเป็นแบบ Semi Outdoor สามารถใช้งานได้สะดวก

นอกจากนี้ยังมีห้องแม่บ้านและห้องเก็บของอยู่ด้านหลังนี้ด้วยครับ ซึ่งก็เป็นพื้นที่สำหรับแม่บ้านที่สามารถทำงานซักผ้า/ตากผ้าได้เต็มที่ โดยแยกมาจากส่วนของเจ้าบ้านด้านในอย่างเป็นสัดส่วน

ภายในห้องแม่บ้านจะมีขนาด 2.2 x 2.5 m. พอจะอยู่คนเดียวได้พอดีๆ พร้อมกับมีห้องน้ำในตัวให้ใช้งานด้วย

กลับเข้ามาในบ้านจะมีโถงทางเดินตรงกลาง ซึ่งแยกโซนพักอาศัยออกไปอีกฝั่ง ทำให้แขกที่อยู่ตรงพื้นที่นั่งเล่นจะมองไม่เห็นส่วนอื่นในบ้าน จึงได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้นครับ

จุดแรกจะเป็นห้องเก็บของทางซ้ายมือ ซึ่งของจริงจะมีประตูปิดมิดชิด โดยบ้านตัวอย่างทำเป็นพื้นที่เก็บรองเท้าและกระเป๋าใบใหญ่มาให้ดูเป็นไอเดีย

ถัดมาจะเป็นบันไดขึ้นชั้น 2 ห้องนอนชั้นล่าง และห้องน้ำครับ

โดยห้องน้ำนี้จะเป็น Powder Room คือไม่มีพื้นที่อาบน้ำ แต่จะมีอ่างล้างหน้าและโถสุขภัณฑ์ของ COTTO พร้อมใช้งาน มีช่องหน้าต่างระบายอากาศได้ และปิดผนังด้วยกระเบื้องลายหินอ่อนแบบนี้เลยครับ

ส่วนห้องนอนชั้นล่างเค้าจะมีห้องน้ำในตัว ซึ่งความพิเศษคือ พื้นห้องจะไม่มีการลดระดับเลย ทำให้เหมาะกับการใช้งานสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ใช้รถเข็น และกั้นด้วยรางน้ำแบบฝังพื้น เพื่อกันน้ำไหลออกมาด้านนอก กับมีประตูบานเลื่อนที่ใช้งานได้ง่ายครับ

ภายในห้องน้ำก็กว้างเป็นพิเศษ และมีราวจับช่วยพยุงตัวให้ใช้งานได้ด้วย

ส่วนพื้นที่อาบน้ำจะมีที่นั่งให้ใช้งานได้สะดวก โดยจะสูงจากพื้นประมาณ 50 cm. กว้างประมาณ 40 cm. และอาจต้องติดชั้นวางสบู่/แชมพูเพิ่มเติมสักหน่อย ซึ่งภายในก็มีพื้นที่อาบน้ำประมาณ 1.2 x 0.9 m.

ภายในห้องนอนสามารถวางเตียง 5 ฟุตได้สบายๆ และมีพื้นที่ใช้งานรอบเตียงได้สะดวก โดยพื้นของห้องนี้จะใช้เป็นกระเบื้องยางลายไม้ SPC ซึ่งจะต่างจากกระเบื้องยางไวนิล LTV โดยจะมีลวดสวยงามเป็นธรรมชาติ และกันน้ำกันปลวกได้เหมือนกัน

แต่ผิวสัมผัสของ SPC เค้าจะเป็นวัสดุที่มีความแข็ง (Solid) ไม่ได้เป็นเนื้อยางเหมือนไวนิล จึงทำให้ความยืดหยุ่นและการป้องกันรอยขีดข่วนได้น้อยกว่า เวลาใช้งานเคลื่อนย้ายเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ จึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษหน่อยนะครับ

ด้านซ้ายของเตียงสามารถทำเป็นมุมแต่งตัวเล็กๆได้ ปลายเตียงก็ติดทีวีได้สบายๆ และด้านขวาของเตียงจะมีประตูกระจกบานเลื่อน ให้เราสามารถนอนชมวิวสวนภายนอก หรือจะออกไปใช้งานเดินเล่นก็ได้

โครงสร้างบันไดเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ปิดผิวด้วยไม้ธรรมชาติที่มีคิ้วเล็กๆอีกชั้นช่วยกันลื่น พร้อมราวเหล็กให้จับได้ตลอดทางเพื่อความปลอดภัย ส่วนตัวบันไดก็กว้าง 1 m. เป็นมาตรฐาน

ส่วนโถงบันไดจะมีช่องแสงขนาดใหญ่ ซึ่งหน้าต่างเล็กๆด้านล่างสามารถเปิดระบายอากาศได้ด้วย และฝ้าเพดานด้านบนเราก็หา Chandelier สวยๆมาติดเพิ่มได้นะ

ขึ้นมาชั้นบนจะมีโถงหน้าห้องเล็กๆ และเค้าจะทำประตูซ่อนตู้ไฟไว้ให้เรียบร้อย ซึ่งเราอาจใช้เป็นที่เก็บของอื่นๆได้อีกด้วย ส่วนอุปกรณ์ทางด้านขวาจะเป็นตัวบอกสถานะของAttic Ventilation System หรือระบบระบายความร้อนใต้หลังคา

  • ไฟสีเขียว : พัดลมกำลังทำงานเพื่อดูดอากาศใหม่ ให้ดันลมร้อนใต้หลังคาให้ออกไป
  • ไฟตรงกลาง : ถ้าติดแปลว่าอุปกรณ์มีปัญหาหรือชำรุด
  • ไฟสีน้ำเงิน : แผงโซล่าเซลล์บนหลังคากำลังทำงาน และมีกระแสไฟฟ้าให้พัดลมดูดอากาศใช้งานได้ (จะใช้ได้เฉพาะช่วงกลางวัน ไฟน้ำเงินจะติดพร้อมกับไฟเขียว)

ภาพแรกคือระบบ Air Purifier เป็นเครื่องฟอกอากาศบนฝ้าเพดาน ซึ่งจะติดอยู่บริเวณ Common Area ช่วยลดฝุ่น/พิษ/สารก่อภูมิแพ้

ส่วนภาพที่สอง เป็นช่องระบายอากาศใต้หลังคาของระบบ Attic Ventilation System ซึ่งสามารถมองเห็นได้จากภายนอกครับ

รายละเอียดของฟังก์ชันเทคโนโลยี และระบบต่างๆที่ทางโครงการใส่เข้ามาให้ครับ อย่างตัว Nasket ก็เป็นอุปกรณ์สั่งซื้อสินค้าและเรียกใช้บริการให้มาที่บ้านได้ ช่วยเพิ่มความสะดวกและปลอดภัย ไม่ต้องเสียเวลาออกจากบ้านเลยครับ (เห็นว่าจะติดตั้งให้ตรงโถงบันไดชั้น 1 นะ)

ห้องนอนแรกจะอยู่ทางขวามือ เมื่อเข้ามาเราจะเจอกับส่วนของห้องน้ำก่อน เลยทำให้ยังมองไม่เห็นพื้นที่ในห้องทั้งหมด ได้ความเป็นส่วนตัวในระดับหนึ่ง

ภายในมีสุขภัณฑ์ของ COTTO และแยกส่วนเปียกกับส่วนแห้งชัดเจน โดยกั้นพื้นที่อาบน้ำด้วยฉากกั้นกระจกนิรภัย Tempered Glass และด้านในจะมีที่นั่งมาให้ด้วยครับ หรือจะเอาไว้วางพวกอุปกรณ์อาบน้ำต่างๆก็ได้ ซึ่งพื้นที่ยืนอาบน้ำก็ขนาดประมาณ 1 x 1 m. ใช้งานได้พอดีๆ

ส่วนภายในห้องนอนก็กว้างขวางใช้งานสะดวกดี สามารถวางเตียง 5 ฟุตและมีพื้นที่เหลือรอบเตียงสบายๆ แถมยังได้ช่องหน้าต่างขนาดใหญ่อีกด้วย

ส่วนอีกด้านก็ทำเป็นตู้เสื้อผ้าและพื้นที่แต่งตัว ที่สามารถใช้งานต่อเนื่องมาจากห้องน้ำได้สะดวกดี

ต่อไปเราจะมาดูทางฝั่งซ้ายของบันไดกันบ้างครับ ซึ่งจะมีทางเดินเชื่อมไปยังห้องอื่นๆได้

เริ่มที่ห้อง Master Bedroom เป็นห้องหน้ากว้างที่อยู่ทางหน้าบ้าน ภายในมีพื้นที่กว้างขวาง ปลายเตียงก็สามารถเสริมโซฟาอีกสักชุดไว้นั่งดูทีวีได้ด้วย

ด้านซ้ายของเตียงจะเป็นช่องแสงขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นจุดที่ผมบอกในช่วงแปลนว่า “จะมีการปรับแบบ” จากเดิมที่เคยเป็นระเบียงมาก่อน เค้าจะขยายพื้นที่ออกไป ทำให้เราได้มีพื้นที่ใช้สอยภายในห้องกว้างมากขึ้นมาแทน สามารถทำเป็นมุมโต๊ะทำงาน หรือมุมนั่งเล่นพักผ่อนได้ครับ

ปลายเตียงก็ทำเป็นชั้นวางทีวี หรือจะ Built ทำเป็นตู้โชว์และทำชั้นวางของเต็มผนังเลยก็ได้ ส่วนแอร์ของห้องนอนทุกห้องจะได้เป็น Wall Type แบบปกตินะครับ

ด้านขวาของเตียงจะมีทางเชื่อมไปยังพื้นที่แต่งตัวและห้องน้ำ ซึ่งของจริงจะกั้นด้วยประตูบานเลื่อนสีขาว

ภายในมีขนาดค่อนข้างใหญ่ สามารถ Built in ทำเป็น Walk in closet และเก็บเสื้อผ้า/ข้าวของเครื่องใช้สำหรับ 2 คนได้เพียงพอแน่นอน

ส่วนประตูห้องน้ำก็จะได้เป็นบานเลื่อน เพื่อการใช้งานที่สะดวก และประหยัดพื้นที่ในการเปิด-ปิด แต่จะป้องกันกลิ่นหรือความชื้นได้น้อยกว่าประเภทบานเปิด เพราะจะมีช่องว่างระหว่างประตูอยู่ครับ

ภายในเราจะได้ห้องน้ำขนาดใหญ่ที่สุดในบ้าน เพราะเค้าจะมีโซนอ่างอาบน้ำเพิ่มเข้ามาให้เป็นตัวเลือกในการใช้งานด้วย เผื่อวันไหนเราอยากนอนแช่น้ำสบายๆ หรือทำสปาผิวก็ทำได้เลย

สุขภัณฑ์ทั้งหมดยังคงได้ของ COTTO เช่นเดิม นอกจากอ่างอาบน้ำที่ได้เพิ่มเติมแล้ว เรายังได้โถสุขภัณฑ์แบบอัตโนมัติสำหรับห้องนี้ด้วยนะ

ส่วนภายใน Shower Box ก็จะได้ Rain Shower เพิ่มเข้ามาให้ใช้งาน พร้อมกับเจาะช่องที่ผนังเพื่อใช้วางอุปกรณ์อาบน้ำให้ด้วย ซึ่งเราก็สามารถเพิ่มชั้นวางของได้ด้วยตัวเองตามต้องการครับ

ถัดมาจาก Master Bedroom เราจะเจอกับพื้นที่อเนกประสงค์ที่อยู่หน้าห้องนอนที่ 2 ซึ่งเป็นตำแหน่งเดียวกับจุดที่เป็น Double Volume ก่อนหน้านี้ โดยเราสามารถทำเป็นมุมนั่งเล่นพักผ่อนสำหรับครอบครัวได้ครับ

และถ้ามองลงไปพื้นที่นั่งเล่นด้านล่าง ก็จะเห็นได้ว่าคนอื่นๆกำลังทำอะไรกันอยู่ หรือมีแขกคนไหนมาหารึเปล่านั่นเอง

เลยทำให้พื้นที่ชั้นบนนี้ได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น แต่ก็ยังเชื่อมต่อกับพื้นที่ชั้นล่างได้อยู่ครับ และบนเพดานก็จะมีแอร์ Cassette Type ขนาด 36,000 BTU ติดตั้งมาให้ด้วย ซึ่งจะใช้งานร่วมกับพื้นที่ชั้นล่าง

นอกจากนี้ยังมีช่องแสงขนาดใหญ่ ซึ่งถ้าเปิดออกมาจะเจอกับระเบียงเล็กๆ ที่ไม่ใช่ระเบียงให้ออกไปใช้งาน แต่เราสามารถปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว และความสดชื่นของบ้านชั้นบนได้ครับ

เข้ามาดูห้องนอนกันบ้าง ซึ่งก็เป็นอีกห้องที่มีขนาดพื้นที่ใช้งานสะดวกดี และพิเศษกว่าห้องอื่นๆคือ ช่องแสงขนาดใหญ่ที่ปลายเตียง จะสามารถเปิดออกไปภายนอกได้ด้วย

โดยพื้นที่ส่วนนี้เป็นเหมือนหลังคา/กันสาด ของห้องที่อยู่ชั้นล่าง ไม่ได้ถือว่าเป็นพื้นที่ระเบียงนะครับ เพราะทางโครงการเค้าไม่ได้ทำราวกั้นมาให้ แต่ถ้าใครที่อยากออกมาใช้งานพื้นที่ส่วนนี้ก็อาจต้องเพิ่มราวกั้นซะก่อนเพื่อความปลอดภัย

และจากบ้านตัวอย่างจะเห็นว่า ทางโครงการทำเป็นเหมือน Glass House มาให้ดูเป็นไอเดีย โดยจากการสอบถามทราบว่า พื้นที่ตรงนี้สามารถรองรับน้ำหนักของโครงสร้างส่วนต่อเติมได้ ซึ่งเราอาจทำเป็นผนังโครงเบา + ระแนงกันสาด เพื่อกันแดดกันฝนให้ออกมาใช้งานได้ดีขึ้นก็ได้ครับ

แต่ถ้าใครที่จะทำเป็นพื้นที่ปิด หรือ Glass House แบบนี้ อาจต้องดูเรื่องของระยะ Set Back ที่ดินรอบบ้านสักหน่อย ซึ่งตามกฏหมายถ้าด้านที่จะก่อสร้าง มีการเว้นระยะไม่ถึง 2 m. จะไม่สามารถต่อเติมโครงสร้างที่มีช่องเปิดหรือกระจกได้ครับ (แต่ถ้าทำเป็นผนังทึบไปเลย แล้วเปิดช่องแสงด้านข้าง หรือทำเป็นพื้นที่ Outdoor ไปเลยก็ไม่มีปัญหา)

ส่วนอีกด้านของห้องจะมีมุมพื้นที่แต่งตัวเล็กๆหน้าห้องน้ำ ทำให้ใช้งานได้สะดวกดี

และในห้องน้ำก็จะมีฟังก์ชันมาตรฐานเหมือนกับห้องนอนเล็กก่อนหน้านี้ครับ แต่พื้นที่อาบน้ำจะใหญ่กว่าอยู่ที่ประมาณ 1.5 x 0.9 m.

  • Harrington บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 60.6 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 255 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 3 ที่จอดรถ / 1 ห้องแม่บ้าน

จุดเด่นของบ้านหลังนี้คือ Common Area ที่มีขนาดพื้นที่ใช้สอยใหญ่ที่สุดในบรรดาบ้านทุกแบบ และยังได้ความเป็นส่วนตัวจากหน้าบ้าน ซึ่งเค้าทำเป็นผนังและประตูบานทึบอีกด้วยนะ นอกจากนี้ยังมีส่วนของครัวไทยด้านนอกที่เพิ่มเข้ามา เป็นพื้นที่ Semi Outdoor สามารถทำอาหารได้จริงจังขึ้น ส่วนห้องน้ำในห้องนอนชั้นล่างจะเป็นแบบปกติ ไม่ได้มีขนาดใหญ่หรือรองรับการใช้งานของผู้สูงอายุเหมือนบ้านหลังใหญ่ก่อนหน้านี้ครับ

ชั้น 2 ทุกห้องนอนจะมีห้องน้ำในตัว และยังมีพื้นที่อเนกประสงค์กลางบ้านให้ใช้งานเช่นเดิม โดยจุดเด่นอยู่ที่ระเบียงห้อง Master Bedroom ซึ่งส่วนด้านหน้าบ้านเราจะได้เป็นระเบียง 2 ชั้น สามารถเปิดประตูบานเลื่อนเชื่อมต่อพื้นที่ในห้องกับระเบียงได้ โดยยังมีประตูกระจกบานเลื่อนอีกชั้นหนึ่งปิดให้เลื่อนปิดได้ นอกจากนี้พื้นที่บนหลังคาชั้น 1 ทางซ้ายมือ ก็ยังสามารถทำเป็นระเบียงเพิ่มได้ด้วยครับ

เริ่มกันที่ประตูรั้วจะเป็นเหล็กรางเลื่อนครับ แต่ที่ต่างออกไปคือเค้าจะเป็นแบบตอนเดียวยาวๆ ทำให้เวลาใช้งานตัวประตูจะมีน้ำหนักมากกว่าแบบ 2 ตอนก่อนหน้านี้หน่อย และที่จอดรถในร่มจะกว้าง 7.5 m. สามารถจอดรถ 3 คันได้พอดีๆครับ

สิ่งที่ได้เพิ่มเติมคือ “พื้นที่เก็บของ” ซึ่งเราสามารถเก็บอุปกรณ์ต่างๆที่เกี่ยวกับรถ หรืออุปกรณ์ทำสวนไว้ตรงนี้ได้ ทำให้การใช้งานค่อนข้างสะดวกมากขึ้น และแน่นอนว่ายังคงมีทางลาดให้เหมือนเดิมนะ

ส่วนทางเข้าหลักจะเป็นประตูไม้บานทึบแบบ Over size ขนาด 1 x 2.4 m. พร้อมกับมีเหล็กลายฉลุสวยงาม ช่วยพรางสายตาและเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับตัวบ้านได้เป็นอย่างดี

เข้ามาภายในเราจะเจอกับ Common Area ขนาดใหญ่ ซึ่งถือว่าเป็นจุดเด่นหลักของบ้านหลังนี้ มีพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวาง กับฝ้าเพดานที่สูง 2.75 m.

พื้นที่ส่วนแรกจะเป็นชุดโซฟานั่งเล่น และมีระยะดูทีวีอยู่ที่ 3.5 m. สามารถใช้ทีวีจอใหญ่ๆ 50 – 60 นิ้วขึ้นไปได้สบายๆ ซึ่งจากมุมนี้เราจะเห็นผนังที่ปิดทึบ เพราะเค้าต้องการเน้นความเป็นส่วนตัวของคนในบ้าน

ดังนั้นความรู้สึกแรกของผมเมื่อเข้ามาในนี้คือ พื้นที่นี้ดูใหญ่ แต่ช่องแสงก็ค่อนข้างน้อย เพราะจะมีช่องหน้าต่างแค่ตรงส่วนนี้ กับระเบียงหลังบ้านเท่านั้น แต่ดีที่ Common Area ค่อนข้างกว้าง เลยไม่ทำให้รู้สึกอึดอัดเท่าไหร่

และหากใครต้องการความเป็นสัดส่วนมากขึ้น ก็อาจนำตู้หรือฉากกั้นมาแบ่งส่วนตรงกลางห้องนี้ก็ได้นะครับ และตรงนี้ก็จะมีประตูห้องนอนชั้นล่างอยู่ด้วย

ภายในมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก 2.6 x 3.4 m. แต่ก็พอจะวางเตียง 3.5 ฟุตกับตู้เสื้อผ้าได้อีกชุดนึงพอดีๆ หรือเราอาจปรับเป็นห้องอเนกประสงค์อื่นๆเช่น ห้องทำงาน ห้องดูหนัง หรือห้องเล่นเกมส์ก็ได้ และจุดที่ชอบคือมีประตูเปิดออกไประเบียงด้านนอก และมองเห็นสวนที่จัดไว้ได้อีกด้วย

ซึ่งบริเวณนี้มีพื้นที่ค่อนข้างใหญ่ สามารถปลูกต้นไม้ให้ร่มเงา จัดสวนสวยๆ หรือทำเป็นบ่อปลาและมุมน้ำตก เพื่อเพิ่มบรรยากาศได้นะครับ

ส่วนอีกด้านของห้องจะมีห้องน้ำในตัวด้วย ซึ่งก็อย่างที่บอกครับว่า บ้านหลังนี้เราจะได้เป็นห้องน้ำปกติมาตรฐานแบบนี้

กลับมาที่ Common Area โซนหลังบ้านจะเป็นพื้นที่วางโต๊ะทานอาหารได้ 6 – 8 ที่นั่ง ซึ่งจริงๆแล้วพื้นที่ส่วนนี้มีขนาดค่อนข้างใหญ่ เราอาจแบ่งทำเป็น Pantry หรือส่วนเตรียมอาหารเบาๆไว้ด้านข้างแบบบ้านตัวอย่างก็ได้

ซึ่งถ้าเป็นผมก็อาจกลายเป็นมุมชงกาแฟก็ได้ ตื่นเช้าลงมาจิบกาแฟ เช็คงานในเมลล์ และได้ชมวิวสวนหลังบ้านจากประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่ไปด้วยได้ครับ

ส่วนระเบียงภายนอกก็เช่นเคยครับ เราจะได้พื้นที่ลงเสาเข็มสั้นเอาไว้ให้ สามารถต่อเติมโครงสร้างเบาทำเป็นกันสาดให้ร่มเงาได้ และที่ชอบอีกอย่างคือ ตรงนี้จะอยู่ติดกับครัวไทยด้านนอก

ซึ่งเวลาทำกับข้าวเสร็จก็สามารถยกเสิร์ฟผ่านเส้นทางนี้ได้ โดยไม่ต้องอ้อมผ่านครัวด้านในก่อน หรืออาจเป็นบ้านที่เหมาะกับสายปาร์ตี้ เปิดประตูกระจกบานเลื่อนเชื่อมต่อพื้นที่ภายในกับภายนอกให้กว้างมากขึ้นก็ได้ครับ

ส่วนพื้นที่ใช้งานอื่นๆจะอยู่อีกด้านของตัวบ้านแยกจาก Common Area ทำให้ดูเรียบร้อยและเป็นส่วนตัวมากขึ้น อย่างเวลามีแขกอยู่แล้วเราเพิ่งกลับมาบ้าน ก็สามารถใช้ประตูนี้เดินขึ้นบ้านได้เลยโดยไม่ต้องผ่านพื้นที่นั่งเล่น หรือถ้าจะเดินลงมาหาอะไรทานในครัวก็ไม่ต้องกังวลว่าจะแต่งตัวไม่เรียบร้อย

มาดูพื้นที่ครัวกันต่อ โดยแบบบ้านของโครงการนี้เค้าจะแบ่งครัวเป็น 2 ส่วนคือ ครัวที่อยู่ในบ้าน กับครัวไทยที่อยู่บอกบ้าน ซึ่งการออกแบบนี้ครัวจะไม่ได้ใหญ่มากนัก

แต่ก็มีขนาดใช้งานได้พอดีๆ แถมยังแบ่งการใช้งานได้เป็นสัดส่วนมากขึ้น โดยห้องครัวด้านในนี้เราจะได้เป็นห้องเปล่า และมีท่องานระบบต่างๆเตรียมไว้ให้ครับ

ส่วนครัวไทยด้านนอกเค้าจะมีเคาน์เตอร์ก่อมาให้ และเป็นพื้นที่สามารถทำครัวที่มีกลิ่นหรือควันเยอะๆได้เต็มที่ ซึ่งตรงนี้อาจเป็นส่วนพื้นที่ทำงานของแม่บ้านก็ได้ครับ ส่วนครัวด้านในก็อาจเป็นครัวสำหรับเจ้าของบ้านนั่นเอง

โดยโซนของแม่บ้านนี้จะมีทั้งครัวไทย ห้องนอน และห้องน้ำ ซึ่งสามารถใช้พื้นที่ส่วนนี้ทำงานบ้าน ซักผ้า/ตากผ้าได้เต็มที่ แต่ในห้องนอนจะมีขนาดค่อนข้างเล็ก 1.4 x 3.3 m.

ส่วนตัวผมมองว่าอาจเป็นขนาดที่คนอยู่อาศัยได้ไม่ค่อยสบายเท่าที่ควร อาจต้องใช้บริการแม่บ้านรายวัน(ไปเช้า-เย็นกลับ)แทนครับ แล้วปรับห้องนี้เป็นห้องเก็บของก็ได้

กลับเข้ามาในบ้านอีกครั้ง ข้างๆห้องครัวจะเป็นห้องน้ำแบบ Powder Room ที่จะไม่มีส่วนอาบน้ำครับ เอาไว้ใช้กับพื้นที่ส่วนกลางและแขกที่มาหา

นอกจากนี้บริเวณโถงบันไดยังมีพื้นที่ให้ทำตู้ หรือชั้นวางเพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บของได้นะ และบันไดจะเป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กที่แข็งแรงทนทาน และมีราวจับตลอดทาง กับความกว้างอยู่ที่ 1 m. เหมือนเดิม

ขึ้นมาชั้น 2 ฝ้าจะยังคงสูง 2.75 m. และเปลี่ยนวัสดุปูพื้นเป็นไม้ลามิเนต มีความสวยงามเป็นธรรมชาติ แต่เค้าจะไม่ถูกกับน้ำหรือความชื้นสักเท่าไหร่ และห้องเก็บของข้างๆก็จะซ่อนตู้ไฟเอาไว้ให้เรียบร้อยเหมือนเดิม

เริ่มกันที่ห้องนอนแรกทางขวามือ จะเป็นห้องที่เล็กที่สุดและอยู่โซนด้านหลังบ้าน เหมาะกับเป็นห้องของลูกคนเล็ก หรือถ้าใครที่มีลูกคนเดียวก็อาจปรับเป็นห้องพระ หรือห้องทำงานก็ได้ ภายในมีพื้นที่กว้างขวางใช้งานสะดวก

ข้างเตียงเป็นประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่ ซึ่งระเบียงภายนอกจะมีขนาดเล็ก ไม่ได้เหมาะจะออกไปใช้งาน แต่เราสามารถปลูกต้นไม้เพื่อตกแต่ง เพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อความสดชื่นของห้องได้

ส่วนอีกด้านจะเป็นพื้นที่วางตู้เสื้อผ้า และมีห้องน้ำส่วนตัวให้ใช้งานได้สะดวกครับ

ถัดเข้ามาจากโถงบันไดตอนแรก เราจะเจอกับพื้นที่อเนกประสงค์ที่อยู่หน้าห้องนอนทั้ง 2 ซึ่งสามารถจัดเป็นมุมนั่งเล่นสำหรับครอบครัว หรือมุมนั่งทำงานเล็กๆได้ และถ้าใครต้องการกั้นห้องเพิ่มเติมเพื่อทำเป็นห้องพระก็สามารถทำได้

แต่อาจมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก แอบเสียดายตรงที่ผนังห้องเป็น Precast (หรือผนังคอนกรีตเสริมเหล็กแบบรับน้ำหนัก) จึงไม่สามารถทุบเพื่อเชื่อมต่อและขยายพื้นที่ใช้สอยในห้องนอนให้ใหญ่ขึ้นได้ครับ

ส่วนด้านในจะเป็นระเบียงเล็กๆ ที่สามารถเปิดออกไปใช้งานหรือยืนสูดอากาศได้นะ

ซ้ายมือเป็นห้องนอนที่ 2 ซึ่งเราจะเจอกับโถงทางเดินและห้องน้ำก่อน จึงทำให้ยังมองไม่เห็นภายในห้องทั้งหมด ได้ความเป็นส่วนตัวระดับหนึ่ง

ภายในห้องนอกจากจะมีขนาดพื้นที่ใช้งานสะดวกแล้ว ยังมีจุดเด่นในเรื่องช่องแสงที่ใหญ่กว่าห้องอื่นๆ ทำให้มีความสว่างและโปร่งโล่งเป็นพิเศษ

สุดท้ายคือ Master Bedroom จะกินพื้นที่ตั้งแต่โซนหน้าบ้านไปจนถึงหลังบ้าน ทำให้เราสามารถแบ่งฟังก์ชันการใช้งานได้เป็นสัดส่วน

เริ่มที่โซนหน้าบ้านจะเป็นพื้นที่วางเตียงนอน อยู่ติดกับระเบียง และปลายเตียงก็วางทีวีได้ครับ

ระเบียงนี้มีขนาดประมาณ 3.45 x 0.85 m. และมีประตูกระจกบานเลื่อน 2 ชั้น ซึ่งเราสามารถเปิดประตูระเบียงชั้นแรกเพื่อเชื่อมต่อกับพื้นที่ภายในห้องได้

โดยที่ประตูกระจกอีกชั้นที่อยู่ด้านนอก จะกันไม่ให้แอร์ออก ฝุ่นเข้า หรือฝนสาดเข้ามาได้ จึงทำให้สามารถออกมาใช้งานพื้นที่ส่วนนี้ได้เต็มที่มากขึ้น

และอีกด้านของห้องจะเป็นประตูกระจกบานเลื่อน ที่เปิดออกไปยังพื้นที่ด้านนอกได้

และเช่นเดิมครับ พื้นที่ส่วนนี้ไม่ใช่ระเบียงแต่แรก หากเราต้องการออกมาใช้งานก็จะต้องทำราวกันตกเพื่อความปลอดภัยซะก่อน รวมถึงอย่าลืมดูเรื่องการเว้นระยะ Set Back ตามกฎหมายควบคุมอาคารด้วยนะ

สุดท้ายคือโซนด้านหลังบ้านจะเป็นพื้นที่ Walk in closet ซึ่งอยู่ติดกับห้องน้ำส่วนตัว ใช้งานต่อเนื่องกันได้สะดวกดีทีเดียว

โดยภายในห้องน้ำจะมีขนาดใหญ่กว่าห้อนอื่นๆเล็กน้อย แต่จะมีฟังก์ชันพื้นฐานเหมือนกัน

  • Somerset บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 54.4 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 205 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ

เป็นแบบบ้านที่เล็กที่สุดของโครงการ และมีที่จอดรถ 2 คัน จุดเด่นอยู่ที่ Common Area จะมีประตูทางเข้าหน้าบ้านเป็นกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่ จึงทำให้มีช่องแสง 2 ด้าน ได้ความสว่างและโปร่งโล่งมากที่สุดในบรรดาบ้านทุกๆแบบ และจุดที่ชอบอีกอย่างคือ การที่ครัวไทยอยู่ด้านข้างบ้าน และมีส่วนเชื่อมต่อกับพื้นที่วางโต๊ะทานอาหาร ทำให้เวลาเสิร์ฟอาหารสามารถทำได้สะดวกมากขึ้น และห้องนอนชั้นล่างจะไม่มีห้องน้ำในตัวนะครับ

ส่วนชั้น 2 ห้องนอนเล็กจะใช้ห้องน้ำร่วมที่ด้านนอก และยังมีพื้นที่อเนกประสงค์ตรงกลาง ที่สามารถกั้นเป็นห้องพระหรือห้องนั่งเล่นเพิ่มเติมได้ แต่จุดเด่นของชั้นนี้จริงๆจะอยู่ที่ระเบียง Master Bedroom ซึ่งเป็นระเบียงจริงจังขนาดใหญ่ กินพื้นที่เกือบเต็มความกว้างของหน้าบ้านเลยทีเดียว โดยภาพรวมทำให้เป็นบ้านที่เหมาะกับครอบครัวขนาดเล็ก อาจไม่ได้มีรถใช้หลายคัน แต่เน้นไปที่จำนวนห้องนอนหลายๆห้อง ไว้เผื่อสามารถปรับเป็นห้องอื่นๆตาม Lifestyle ของครอบครัวได้ในอนาคต

Image 1/13

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ

ราคา

Grand Britania บางนา กม.12 ราคา ณ วันที่ 16 เมษายน 2564

  • Somerset บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 54.4 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 205 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
  • Harrington บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 60.6 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 255 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 3 ที่จอดรถ / 1 ห้องแม่บ้าน
  • Bathwick บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 72.7 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 285 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 3 ที่จอดรถ / 1 ห้องแม่บ้าน
  • ราคาเริ่มต้น 8.9 – 16 ล้านบาท
  • จอง 50,000 บาท
  • ทำสัญญา 100,000 บาท
  • ที่ดินเพิ่มลด ราคาตารางวาละ 100,000 บาท
  • ค่าส่วนกลาง 55 บาท/ตร.วา/เดือน จัดเก็บล่วงหน้า 2 ปี
  • ค่าจดจำนอง ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
  • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ซื้อแล้วผู้ขายชำระฝ่ายละครึ่ง
  • ค่าประกัน มิเตอร์ไฟฟ้า ประปา ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
  • Promotion : ฟรีค่าธรรมเนียมการโอนฯ / ค่าประกันมิเตอร์น้ำ-ไฟฟ้า / Home Automation / ฉากกั้นอาบน้ำทุกห้อง / เครื่องปรับอากาศทุกห้องนอน / Stamped Concrete พื้นที่จอดรถ

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ

บทสรุป

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง : ซอยสุขาภิบาล 6 (หรือซอยวัดหลวงพ่อโต) เป็นซอยหลักที่เชื่อมต่อถนนใหญ่ 3 สายของย่านนี้ ทั้งถนนบางนา-ตราด, ถนนเทพารักษ์ และถนนกิ่งแก้ว อีกทั้งยังแวดล้อมไปด้วยห้างสรรพสินค้าหรือตลาด ที่อยู่ไม่ไกลจากบริเวณปากซอยสุขาภิบาล 6 รวมถึงอยู่ไม่ไกลจากทางด่วนบูรพาวิถี และถนนกาญจนาภิเษก เลยสามารถเดินทางเข้า-ออกเมืองไปทำงานได้ไม่ยาก เหมาะกับคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในทั้งย่านบางนา และย่านเทพารักษ์ ที่ต้องการอยู่ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ

ความปลอดภัยในโครงการและตัวบ้าน : ซุ้มประตูด้านหน้าจะมีรปภ. ดูแลตลอด 24 ชม. และยังมีกล้อง CCTV กับไม้กั้นกระดกระบบ RFID ส่วนภายในบ้านจะมีสัญญาณกันขโมย Magnetic Sensor ติดอยู่ที่ประตูหน้าต่างชั้น 1 ทั้งหมด รวมถึงมีกล้อง IP Camera ที่มาพร้อมกับ Motion Sensor และติดตั้ง Smoke Sensor มาให้ด้วยครับ ถือว่ามีระบบความปลอดภัยที่ได้มาตรฐานดี

การออกแบบโครงการ : เป็นโครงการขนาดเล็กที่มีเพื่อนบ้านเพียง 67 ยูนิต ถือว่ามีความเป็นส่วนตัวมากที่สุดของย่านขณะนี้ (ในระดับ Segment เดียวกัน) ส่วนการวางผังเค้าจะนำอาคาร Clubhouse มาไว้ที่ด้านหน้าสุด เพื่อเป็นส่วนต้อนรับและยังใช้รับรองแขกได้สะดวกอีกด้วย รวมถึงสวนที่วางเป็นแนวยาวก็จะช่วยเพิ่มบรรยากาศและความสดชื่นให้มากขึ้นได้ครับ

นอกจากนี้ตัวบ้านทั้งหมดจะหันหน้าไปทางทิศเหนือ-ใต้ ซึ่งจะทำให้รับลมได้ดี และแบ่งโซนที่พักอาศัยเป็น 2 โซนใหญ่ๆคือ บ้านที่อยู่ในซอยฝั่งซ้ายจะเป็นส่วนตัวมาก เพราะมีเพื่อนบ้านแค่ 8 ยูนิต/ซอยเท่านั้น ส่วนบ้านที่อยู่ทางฝั่งขวาถึงจะเป็นซอยยาว แต่ก็ไม่ใช่ซอยตัน เพราะมีการเว้นระยะจากรั้วโครงการด้วยถนน จึงทำให้มีความปลอดภัยและยังสัญจรได้ง่ายอีกด้วย

การออกแบบบ้านและพื้นที่ใช้สอย : ปัจจุบันมีบ้านให้เลือก 3 แบบ ซึ่งจะมีการออกแบบ Common Area ที่ต่างกันออกไป ทั้งแบบที่พื้นที่เล็กแต่ก็โปร่งโล่งมากที่สุด แบบพื้นที่ใหญ่มากแต่ก็ได้ความเป็นส่วนตัวสูง และแบบฝ้าเพดานสูง Double Volume 6.2 m. ซึ่งก็แล้วแต่สไตล์ความชอบของแต่ละคนนะครับ

จุดเด่นร่วมกันของแบบบ้านโครงการนี้อยู่ที่ “ฟังก์ชัน” ซึ่งมีจำนวนห้องนอนให้ถึง 4 ห้อง และยังมีห้องนอนชั้นล่างอีกด้วย จึงเหมาะกับครอบครัวขนาดใหญ่ อยู่กันแบบ 3 Generation หรืออาจเป็นคนที่ต้องการห้องอเนกประสงค์เผื่อปรับใช้หลายๆห้องก็ได้ และนอกจากนี้ยังมีพื้นที่เฉลียงบนชั้น 2 ให้เราสามารถต่อเติมเป็นระเบียง เพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยได้อีกด้วย

อีกจุดหนึ่งคือ “ครัว” ที่เค้าจะแบ่งเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ คือครัวที่อยู่ในบ้าน และครัวไทยที่อยู่นอกบ้าน ซึ่งสามารถทำอาหารได้จริงจัง และเป็นการแบ่งพื้นที่ของแม่บ้านออกไปเป็นสัดส่วนได้ดีขึ้น แต่จุดที่ผมชอบจริงๆคือ “การวางตำแหน่งครัวไทย” ที่อยู่ใกล้กับพื้นที่วางโต๊ะทานอาหาร ทำให้พื้นที่เชื่อมต่อกันและเสิร์ฟอาหารได้ง่าย แถมยังเปิดประตูเชื่อมต่อกันเหมาะกับจัดงานเลี้ยงหรือปาร์ตี้สุดๆ และสุดท้ายคือการที่เค้ามี “ทางลาด” ตรงพื้นที่จอดรถ ก็ทำให้ใช้งานเข็นรถหรือขนของได้สะดวก แถมยังเอื้อต่อการใช้งานของผู้สูงอายุอีกด้วยครับ

วัสดุ : โครงสร้างเป็น Precast มีความแข็งแรงทนทาน แต่ก็อาจทุบหรือเจาะได้ยากสักหน่อย เหมาะกับคนที่อาจไม่ค่อยต่อเติมบ้านเองเท่าไหร่ แต่บริเวณเฉลียงจะมีการลงเสาเข็มสั้นไว้รองรับการทำหลังคาเพิ่มให้ด้วย และช่องหน้าต่างก็มีขนาดค่อนข้างใหญ่ดีทีเดียว แต่สิ่งที่ให้มาค่อนข้างดีคือระบบ Home Automation และระบบระบายอากาศต่างๆ ทั้ง Window Ventilation System และ Attic Ventilation System ซึ่งจะช่วยให้บ้านไม่ร้อน และมีอากาศบริสุทธิ์ได้ดี

พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ : สวนสาธารณะมีขนาดประมาณครึ่งไร่ โดยเป็นสวนสไตล์อังกฤษที่เน้นพันธุ์ไม้เพื่อความสวยงามเป็นหลัก และวางเป็นแนวยาวทำให้เวลาขับรถผ่านสามารถมองเห็นพื้นที่สีเขียวได้มากขึ้น รวมถึง 2 ข้างทางของถนนภายในโครงการยังมีการปลูกไม้พุ่มเตี้ยไว้ให้ด้วย

สาธารณูปโภค : ถือว่าให้มาเยอะเมื่อเทียบกับจำนวนยูนิต อาคาร Clubhouse มีขนาดใหญ่ และมีฟังก์ชันหลักๆครบ โดยจุดที่น่าสนใจคือสระว่ายน้ำที่อยู่บนชั้น 2 ซึ่งจะทำให้ได้ความเป็นส่วนตัวจากรถที่ขับผ่านไป-มา และยังชมวิวได้ดีขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ยังเหมาะที่จะเป็นจุดนัดพบแขกภายนอก หรือถ้านัดบริการต่างๆมา ก็มีห้องให้ใช้งานได้ ส่วนกลางอีกจุดหนึ่งจะเป็นสวนให้เดินเล่น และมีสนามบาสเก็ตบอลให้มาออกกำลังกายกันได้ครับ

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 40%, ความปลอดภัย 15%, การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 15%, วัสดุ 10%, พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 10%,  และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับแพคเกจ 10 – 16 ล้านบาท, 16 เมษายน 2564

  • ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 7.75/10 – ซอยเชื่อมต่อถนนหลัก 3 สาย ใกล้ห้างและทางด่วน
  • ความปลอดภัย 7.75/10 – ระบบ RFID พร้อมกล้อง CCTV และ Magnetic Sensor
  • การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 8.25/10 – ยูนิตน้อยเป็นส่วนตัว บ้านฟังก์ชันเยอะ รองรับครอบครัวใหญ่ 3 Generation
  • วัสดุ 8/10 – โครงสร้าง Precast และมีระบบระบายอากาศ ตามช่องหน้าต่างและเพดาน
  • พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 7.5/10 – มีสวนให้ใช้งาน และปลูกไม้พุ่มเตี้ยริมฟุตบาท
  • สาธารณูปโภค 8.5/10 – Clubhouse มีขนาดใหญ่ ให้มาเยอะเมื่อเทียบกับจำนวนยูนิต
  • 7.9 / 10.00

แกรนด์ บริทาเนีย บางนา กม.12 เหมาะกับใคร

โครงการ แกรนด์ บริทาเนีย บางนา กม.12 เหมาะกับคนที่มองหาบ้านเดี่ยวย่านบางพลี โดยใช้ชีวิตอิงมาทางบางนา-ตราดและเทพารักษ์ ใกล้ความอุดมสมบูรณ์และทางด่วน ซึ่งเป็นโครงการขนาดเล็ก เน้นความเป็นส่วนตัว แต่ก็มีส่วนกลางให้ใช้งานเยอะเมื่อเทียบกับจำนวนยูนิต รวมถึงเป็นบ้านฟังก์ชันเยอะ สามารถอยู่เป็นครอบครัวใหญ่แบบ 3 Generation มีงบประมาณ 8.9 – 16 ล้านบาทขึ้นไป หรือมีกำลังผ่อนต่อเดือนที่ 62,000 – 112,000 บาท


ThinkofLiving มี LINE Official Account แล้วนะ
ไม่อยากพลาดข้อมูลข่าวสารก็ Add เลย > https://lin.ee/svACOxc