รีวิวฉบับที่ 1819 สวัสดีค่ะ วันนี้จะพาไปชม เศรษฐสิริ ทวีวัฒนา บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ตั้งอยู่บนถนนศาลาธรรมสพน์ โครงการนี้เหมาะกับคนที่มองหาบ้านที่มีที่ดิน  100 ตร.วาขึ้นไป มีการออกแบบให้รองรับได้หลาย Generation และมีห้องน้ำในห้องนอนทุกห้อง นอกจากนั้นยังมีเทคโนโลยีบ้านปลอดฝุ่น เทคโนโลยีที่ทำให้บ้านเย็น และระบบรักษาความปลอดภัยภายในบ้านที่สามารถควบคุมผ่าน Application ได้ ในราคาเริ่มต้น 13.9 ล้านบาท เราไปชมกันเลยค่ะ 

Fact @21 February 2019 

  • Setthasiri Thawiwatthana (เศรษฐสิริ ทวีวัฒนา)
  • บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)
  • LUXURY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment บ้านได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : ทวีวัฒนา
  • เนื้อที่โครงการ 67 -3 -51.7 ไร่ จำนวน  133 ยูนิต
  • แบบบ้านที่ 1 Rothchild’s Slipper พื้นที่ใช้สอย 288 ตร.ม. บนที่ดิน 105 ตร.ว.  4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 3-6 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 13.9 ล้านบาท
  • แบบบ้านที่ 2 Cattleya พื้นที่ใช้สอย 301 ตร.ม.  บนที่ดิน 115 ตร.ว. 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3-6 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 16.5 ล้านบาท
  • แบบบ้านที่ 3 Vanda  พื้นที่ใช้สอย 341 ตร.ม. บนที่ดิน 144 ตร.ว. 5 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3-6 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 18.9 ล้านบาท
  • ที่ดินแปลงมาตรฐาน 105 ตร.วา
  • โครงการเริ่มก่อสร้าง ปี 2561
  • คาดว่าแล้วเสร็จทั้งโครงการ 2564
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่  
  • Call Center : 1685

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างนะคะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.799933, 100.335950

แผนที่จากทางโครงการค่ะ

ที่ตั้งโครงการตั้งอยู่บนถนนศาลาธรรมสพน์ ช่วงที่อยู่ระหว่างจุดตัดของถนนพุทธมณฑลสาย 3 และ 4 ถนนศาลาธรรมสพน์นี้ในอนาคตกำลังจะมีการขยายถนนออกเป็น 4 ช่องจราจร ถ้าเสร็จจะทำให้การใช้เส้นทางมีความสะดวกมากยิ่งขึ้น ด้วยความที่ถนนศาลาธรรมสพน์ไม่ได้เป็นถนนเส้นหลักทำให้บรรยากาศค่อนข้างสงบ พื้นที่ส่วนใหญ่ยังคงเป็นบ้านพักอาศัยและที่ดินเปล่า มีรถผ่านไม่มากนักจราจรจึงไม่หนาแน่น สำหรับการเดินทางด้วยรถยนต์สามารถใช้เส้นทางได้หลากหลาย เช่นใช้ถนนทวีวัฒนา ตัดผ่านถนนบรมราชชนนี ถนนพุทธมณฑลสาย 3 ไปออกถนนเพชรเกษม จากแผนที่จะสังเกตว่าถนนพุทธมณฑลทุกสายจะสามารถเชื่อมต่อไปยังถนนเพชรเกษมได้ สำหรับใครจะเดินทางเข้า-ออกเมือง ก็มีถนนอีกเส้นที่สำคัญและเป็นที่นิยมของคนในย่านนี้ได้แก่ถนนบรมราชชนนี ซึ่งสามารถตรงไปเรื่อยๆเพื่อไปออกย่านปิ่นเกล้าหรือถนนราชดำเนินได้ และสามารถใช้วิ่งออกนอกเมืองไปนครปฐมได้เช่นกัน สำหรับทางด่วนที่ใช้ได้คือ ทางด่วนศรีรัช-วงแหวนรอบนอก วงแหวนนกาญจนาภิเษก(ตะวันตก) 

นอกเหนือจากการเดินทางด้วยรถหรือรถสาธารณะทั่วไป พื้นที่บริเวณนี้ก็จะมี ระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ที่เป็นระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ช่วยในการเดินทางระหว่างใจกลางเมืองไปสู่ย่านชานเมืองโดยรอบ โดยโครงการแรกที่ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อเดือนกรกฎาคม 2555 ได้แก่ โครงการสายสีแดง ช่วงบางซื่อ – ตลิ่งชัน  และในอนาคตจะเพิ่มเติมเป็นส่วนต่อขยายช่วงตลิ่งชัน – ศิริราช คาดว่าจะเปิดใช้บริการปี 2565 ซึ่งถ้าแล้วเสร็จเปิดให้ใช้งานก็จะทำให้ทำเลในย่านนี้เดินทางได้สะดวก มีตัวเลือกในการเดินทาง เปิดพื้นที่ให้มีการพัฒนาตามเส้นทางระบบรางมากขึ้น

ความอุดมสมบูรณ์ใกล้กับโครงการบนถนนศาลาธรรมสพน์เองก็จะมีร้านอาหารอยู่ระหว่างสองข้างทางหลายร้าน ไม่ว่าจะเป็น ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ, เย็นตาโฟ, ร้านสวนอาหาร, ร้านชาบู เป็นต้น นอกจากนั้นบริเวณถนนทวีวัฒนาเองก็เต็มไปด้วยร้านอาหารหลากหลายเช่นกัน ในระยะที่ใกลออกมาหน่อยในด้านการจับจ่ายใช้สอยก็จะมี  The Brio mall Community Mall ที่มี Supermarket Foodland ร้านอาหารถูกและดี และที่รวมร้านอาหารแนะนำหลากหลาย เช่น Kasa Japanese Restaurant , TOM N TOMS COFFEE , Onsen Shabu Shabu, Neo Suki เป็นต้น และอีกไม่นานจะมีการเปิดตัว Uniqlo Roadside Store ที่ถนนบรมราชนนี บริเวณบุญถาวร พุทธมณฑล สาย 3 ให้ขาช้อปได้มาเดินเล่นกันอีกด้วย นอกจากนั้นยังใกล้กับเซ็นทรัล ศาลายา, ตลาดน้ำดอนหวาย, สวนพุทธมณฑล, ตลาดสดศาลายา หรืออีกโซนหนึ่งด้านตะวันออกไปทางปิ่นเกล้า ก็จะมี เซ็นทรัลปิ่นเกล้า โรงหนังเมเจอร์ เทสโก้โลตัส ยังมี Community mall อย่าง The Sense ปิ่นเกล้า ติดกับเซ็นทรัล เป็นแหล่งจับจ่ายใช้สอยที่ค่อนข้างครบครันทีเดียวค่ะ 

นอกจากครบครันด้านของกินของใช้แล้วทำเลนี้ยังใกล้กับสถานศึกษาหลายแห่ง เช่น ม.มหิดล ศาลายา, มทร.รัตนโกสินทร์, สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์, วิทยาลัยนาฏศิลป์ กรมศิลปากร,โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบวรนิเวศศาลายา เป็นต้น และมีสถานพยาบาลอยู่ไม่ไกลอย่างเช่น รพ.ธนบุรี2, รพ.ราชพิพัฒน์ ซึ่งเป็นรพ.ใหญ่ในโซนศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยมหิดลด้วยค่ะ โดยรวมแล้วก็ถือว่าเป็นทำเลที่เดินทางสะดวกและมีความอุดมสมบูรณ์พอสมควรเลย

การเดินทางที่เราจะในวันนี้คือ เริ่มจากทางคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนีลงมา จะต้องไปกลับรถเพื่อเข้าถนนทวีวัฒนา และตรงไปจนถึงซอย ศาลาธรรมสพน์ เข้าซอยไปประมาณ 670 เมตร จะเห็นโครงการ เศรษฐสิริ ทวีวัฒนา อยู่ทางด้านขวามือค่ะ

เริ่มจากบนถนนบรมราชชนนีมุ่งหน้าไปยังถนนพุทธมณฑลสาย 4 ให้เราขับตรงไปเรื่อยๆค่ะ

เมื่อเจอป้ายบอกทางสะพานกลับรถให้เราเตรียมชิดซ้ายตามป้าย

ตรงมาเรื่อยๆจะมีป้ายบอกทางเป็นระยะๆ ให้ตามป้ายสะพานกลับรถเพื่อเราจะกลับไปเข้าสู่ถนนทวีวัฒนา

ชิดซ้ายไปยังช่องทางที่เขียนว่า “กลับรถ”

ตรงไปตามป้ายบอกทางสะพานกลับรถ ตรงนี้เราจะสังเกตเห็นสะพานแล้วค่ะ

ช่องทางขึ้นสะพานกลับรถจะต้องชิดขวาตรงทางแยกค่ะ

กลับมาแล้วเราจะวิ่งที่ถนนบรมราชชนนีมุ่งหน้าไปยังถนนพุทธมณฑลสาย 3

เมื่อลงมาจากสะพานกลับรถจะสังเกตเห็นป้ายบอกทางเลี้ยวซ้าย ไปยังถนนเลียบคลองทวีวัฒนา ให้เราเตรียมชิดซ้ายไว้ค่ะ

ถนนเลียบคลองทวีวัฒนาจะอยู่ก่อนสะพานข้ามคลองทวีวัฒนา ให้เลี้ยวซ้ายก่อนขึ้นสะพานค่ะ

บนถนนทวีวัฒนาบรรยากาศค่อนข้างร่มรื่นเนื่องจากมีต้นไม้อยู่ตลอดทั้งสองข้างทาง และถนนเส้นนี้ก็มีร้านอาหารหลากหลาย แวะมาทานก่อนเข้าโครงการได้สะดวก

ตรงมาเรื่อยๆจะเห็นป้ายบอกทางเลี้ยวขวาไปยังถนนพุทธมณทลสาย 3 ให้เราตรงไปก่อน จนกว่าจะเจอกับสะพานค่ะ

เมื่อเราเจอสะพานสีขาวเป็นจุดสังเกตให้เลี้ยวขวาเข้าถนนศาลาธรรมสพน์ ตรงนี้ต้องระวังรถที่มาจากทั้ง 3 ทางให้ดีค่ะเพราะไม่มีสัญญาณไฟจราจร

ตรงเข้ามาบนถนนศาลาธรรมสพน์ประมาณ 670 เมตร จะเจอกับโครงการ เศรษฐสิริ ทวีวัฒนา ทางขวามือเป็นซุ้มประตูสีม่วงขนาดใหญ่สังเกตเห็นได้ง่าย

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

เรามาดูภาพรวมของสภาพแวดล้อมโครงการเศรษฐสิริ ทวีวัฒนากัน รวมๆแล้วสภาพแวดล้อมส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ดินเปล่า ที่ทำการเกษตร และที่อยู่อาศัยประเภทแนวราบอย่างบ้านจัดสรรเป็นส่วนใหญ่ รองลงมาก็จะเป็น บ้านพักอาศัยส่วนบุคคล อาคารแถว เป็นต้น ทำให้ทำเลนี้ยังคงมีความสงบอยู่พอสมควร โดยโครงการตั้งอยู่ติดกับถนนศาลาธรรมสพน์ ฝั่งตรงข้ามถนนเป็นพื้นที่ดินเปล่าทิศตะวันออกบริเวณถนนทางเข้าก็ติดกับที่ดินเปล่าเช่นเดียวกัน ส่วนทางทิศใต้จะติดกับคลองบางคูเวียงซึ่งฝั่งตรงข้ามคลองจะเป็นหมู่บ้านชัยพฤกษ์ส่วนทิศตะวันตกจัติดกับพื้นที่ดินเปล่าและหมู่บ้านศิริยา  โดยสรุปแล้วสภาพแวดล้อมรอบๆโครงการแต่ละด้านจะติดกับ

  • ทิศเหนือ – ติดกับ ถนนศาลาธรรมสพน์
  • ทิศตะวันออก – ติดกับ ที่ดินเปล่า , หมู่บ้านชัยพฤกษ์
  • ทิศใต้ – ติดกับ คลองบางคูเวียง , คลองบางคูเวียง
  • ทิศตะวันตก – ติดกับ ที่ดินเปล่า , หมู่บ้านศิริยา

ด้านหน้าทางเข้าโครงการทางทิศตะวันตกเป็นอาคารแถว สูง 3 ชั้น ด้านล่างส่วนใหญ่เป็นสำนักงานและร้านค้า

ทิศเหนือ ติดกับถนนศาลาธรรมสพน์ และที่ดินเปล่า

ทิศตะวันออกติดกับ พื้นที่ดินเปล่าถัดไปเป็นชุมชนที่พักอาศัยแนวราบ บรรยากาศเงียบสงบค่ะ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • ถนนบรมราชชนนี ~ 2.2  กิโลเมตร
  • ม.มหิดลฯ ~ 4.8  กิโลเมตร
  • พุทธมณฑล ~ 4.2 กิโลเมตร
  • สถาบันกัลยาณ์ ราชนครินทร์ ~ 5.2  กิโลเมตร
  • The Brio mall ~ 6.1 กิโลเมตร
  • ตลาดน้ำ ดอนหวาย ~ 9.4 กิโลเมตร
  • รร.เพลินพัฒนา ~ 9.9 กิโลเมตร
  • เดอะพาซิโอ พาร์ค กาญจนาภิเษก ~ 12.3  กิโลเมตร
  • รพ.ราชพิพัฒน์ ~ 13.2  กิโลเมตร
  • ตลาดนัด Save Center ~ 14 กิโลเมตร
  • เซ็นทรัล ศาลายา ~ 15.7 กิโลเมตร
  • The Mall บางแค ~ 18.9 กิโลเมตร
  • เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ~ 19.6 กิโลเมตร


เจาะลึกตัวโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

โครงการ เศรษฐสิริ ทวีวัฒนา มีพื้นที่โครงการ 67-3-51.7 ไร่ จำนวน  133 ยูนิต เป็นโครงการบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่มีแบบบ้านให้เลือก 3 แบบ พื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 288 ตารางเมตร จนถึง 341 ตารางเมตร มีที่ดิน 100 ตารางวาขึ้นไป และทางโครงการมีการผสมเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆเช่น บ้านปลอดฝุ่น,Cooliving Designed Home หรือ นวัตกรรมบ้านเย็นอยู่สบาย, Elder Care Solution และ Smart Outdoor Security System ที่บ้านทุกหลัง โครงการนี้มีแนวคิดในการออกแบบทั้งพื้นที่ส่วนกลางและตัวบ้านมาจากดอกกล้วยไม้ซึ่งเป็นดอกไม้ไทยที่มีความสวยงาม โดยมีที่มามาจากทำเลนี้แต่เดิมเป็นพื้นที่เกษตรกรรมที่มีการทำฟาร์มกล้วยไม้นั่นเองค่ะ

โครงการมีทางเข้า-ออกอยู่ติดถนนศาลาธรรมสพน์ แต่ตัวขอบเขตของของตัวบ้านนั้นจะอยู่ลึกเข้าไปด้านในประมาณ 240 เมตร ทำให้มีความสงบและเป็นส่วนตัว ระยะห่างจากถนนสามารถช่วยลดเสียงจากถนนใหญ่ได้ ด้านหน้าโครงการจะเป็นซุ้มใหญ่ พอเข้ามาก็จะผ่านถนนทางเข้าซึ่งกว้าง 16 เมตร ทั้งสองข้างทางของถนนทางโครงการเค้าปลูกไม้ยืนต้นมาให้ ซึ่งได้มีการออกแบบไว้ว่าในอนาคตถ้าต้นไม้โตเต็มที่จะเป็นอุโมงค์ต้นไม้ ทำให้ถนนทางเข้ามีความร่มรื่นมากขึ้น ขับรถเข้ามาจนถึงด้านในก่อนเข้าไปพื้นที่ของตัวบ้านจะเจอกับป้อมรักษาความปลอดภัยที่เราต้องใช้ระบบ Easy Pass (RFID) ในการผ่านเข้าไป พื้นที่ส่วนกลางของโครงการจะอยู่ด้านหน้า เมื่อผ่านป้อมรปภ.มาแล้วจะเจอกับ Clubhouse เลย ข้อดีของการวางพื้นที่ส่วนกลางเอาไว้ด้านหน้าคือสามารถใช้เพื่อนๆของเรามารอที่นี่ได้ โดยไม่ต้องเข้าไปในบ้าน และสามารถเป็นหน้าเป็นตาให้กับเจ้าของบ้านได้ด้วย ภายใน Clubhouse ก็จะมี Fitness Space, Co-Working Space, Free Style Exercise Room, Games Room, Relaxing Area และสระว่ายน้ำ & Jacuzzi มีพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่มาให้ 2 จุดคือบริเวณ Clubhouse และ ด้านหลังโครงการ เป็นการกระจายการใช้งาน ให้ทั้งลูกบ้านที่อยู่ด้านหน้าและด้านหลังโครงการเดินมาใช้ได้สะดวก

โครงการมีจำนวนยูนิตไม่มากนัก จัดวางบ้านหันตามแนวทิศเหนือ-ใต้ ซึ่งเป็นทิศที่ได้ลมและไม่โดนแดดร้อนในตอนบ่าย จะมีซอยตันเพียงบางซอย นอกนั้นรถสามารถวนรอบได้ ถนนหลักของโครงการค่อนไปทางทิศตะวันออก ทำให้ซอยฝั่งด้านบนมีจำนวนยูนิตต่อซอยน้อย มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นค่ะ  ถนนภายในเป็นถนนวิ่งสวนทางกัน โดยจะมีถนนสายหลัก กว้าง 16 m. และซอยย่อย กว้าง 9 m. ปัจจุบันเปิดขายเฟสแรกบนพื้นที่สีส้มค่ะ

ด้านหน้าทางเข้าเป็นซุ้มประตูสีม่วงซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากสีของดอกกล้วยไม้ ซุ้มนี้สูง 13 เมตร ให้ความรู้สึกโอ่อ่า มองเห็นได้ง่ายจากถนนใหญ่เลยค่ะ

ซุ้มประตูมีลวดลายโค้งและลายฉลุซึ่งพอแสงส่องลงมากระทบก็จะมีเงาที่พื้น บริเวณนี้ได้แนวคิดมาจากเวลาที่แสงส่องผ่านเงาต้นไม้ลงมายังพื้นดินนั่นเองค่ะ

ทางเข้าเป็นถนน 2 เลนกันกว้าง 16 เมตร ซึ่งมีระยะทางจากซุ้มทางเข้าไปจนถึงป้อมยามอีกจุดหนึ่งประมาณ 240 เมตร ระหว่างทางมีการปลูกต้นไม้ใหญ่ ซึ่งในอนาคตทางโครงการออกแบบไว้ว่าเมื่อต้นไม้โตเต็มที่ก็จะกลายเป็นอุโมงค์ต้นไม้ค่ะ

เข้ามาด้านในจะเจอกับป้อมรปภ.ที่มีการกั้นไม้กระดก แยกทางเข้า-ออก ชัดเจน และแบ่งออกเป็นข้างละ 2 ช่องทาง สำหรับผู้มาติดต่อและลูกบ้าน มีป้อมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอยู่ตรงกลาง รูปทรงซุ้มมาจากกลีบดอกกล้วยไม้ ใช้สีม่วงเข้ากับซุ้มประตูทางเข้าด้านหน้า พื้นบริเวณนี้จะเป็นคอนกรีตแสตมป์ลวดลายโค้งเข้ากับ Concept ของโครงการ

การผ่านเข้า-ออก ใช้ระบบ RFID เป็นระบบ Easy Pass สำหรับลูกบ้าน และสำหรับผู้มาติดต่อจะต้องแลกบัตรพร้อมตรวจท้ายกระโปรงรถทุกครั้งก่อนเข้า-ออกจากโครงการ โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอยู่ 24 ชั่วโมง ซึ่งทางแสนสิริได้มีการอบรมเจ้าหน้าที่ตามมาตรฐาน Sansiri Security inspection (SSI) ด้วยค่ะ

นอกจากนั้นยังมีกล้องวงจรปิดเก็บภาพรถที่ผ่านเข้า-ออก ตลอดเวลา และมีกล้องกระจายตามจุดต่างๆภายในโครงการรวม 44 จุด

เมื่อเข้ามาภายในโครงการ จะเป็นถนนคอนกรีตสลับกับคอนกรีตแสตมป์ มีเกาะกลางปลูกไม้พุ่มและไม้ยืนต้นให้บรรยากาศสีเขียว

เมื่อตรงเข้ามาจะเห็น Clubhouse เป็นส่วนต้อนรับ ซึ่งปัจจุบันกำลังก่อสร้างอยู่ค่ะ ถนนด้านหน้า Clubhouse กว้าง 16 เมตร สามารถขับสวนกันได้สบายๆเลย ต้นไม้ทั้งหมดในโครงการจะเลือกที่มีสีสันที่หลากหลายให้บรรยากาศสดใสเหมือนสีของดอกกล้วยไม้

ภาพจำลองบรรยากาศ Clubhouse รูปทรงมาจากดอกกล้วยไม้ตามแนวความคิดของโครงการ ภายในจะมี Fitness Space, Co-Working Space, Free Style Exercise Room, Games Room, Relaxing Area และสระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือ แยกสระเด็กสระผู้ใหญ่ พร้อม Jacuzzi และมี Function รองรับการใช้งานของผู้สูงอายุ มีห้องน้ำแบบ Universal Design และทางลาดบนพื้นที่ส่วนกลาง ซึ่ง Clubhouse จะสร้างเสร็จประมาณเดือนกันยายน 2562 ค่ะ

เข้ามาภายในโครงการ ถนนหลักจะกว้าง 16 เมตรและลดลงเหลือ 12 เมตรด้านใน แต่ก็ยังสามารถขับสวนกันได้ถึง 4 ช่องทางค่ะ

ส่วนถนนภายในซอยย่อยหน้าบ้านนั้นกว้างอยู่ที่ 9 เมตร แม้ว่ามีรถจอดอยู่หน้าบ้านด้านหนึ่ง รถคันอื่นก็สามารถวิ่งสวนกันได้

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • คลับเฮ้าส์
  • สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ ยาวประมาณ 25 เมตร แบ่งสระเด็ก,สระผู้ใหญ่ลึก พร้อม Jacuzzi
  • ห้องออกกำลังกาย 1 ห้อง
  • Games Room
  • Co-Working Space
  • สวนสาธารณะ 2 จุด ประมาณ 3 ไร่
  • ระบบ CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการรวม 44 จุด
  • รั้วรอบโครงการ
  • Access ระบบ RFID
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
  • ประตูรั้วโครงการแบบ รั้วกั้นไม้กระดก และ รั้วเลื่อนไฟฟ้า
  • สัญญาณกันขโมย ระบบ Magnetic Sensor และ Smart Outdoor Security Camera ทุกหลัง
  • ถนนหลักกว้าง 16 ม. และถนนภายในกว้าง 9 ม.


Product Walkthrough

บ้านในโครงการมีทั้งหมด 3 แบบ มีขนาดที่ดินตั้งแต่ 100 ตารางวา ขึ้นไป โดยมีแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจาก King & Queen Of Orchid สีของบ้านมีทั้งหมด 3 สี ได้แก่ เขียว, ฟ้าเข้ม, แดง สลับกันไปในแต่ละหลังแบบ Random โดยแต่ละแบบก็มีชื่อมาจากดอกกล้วยไม้พันธ์ุต่างๆ ดังนี้

  • แบบบ้านที่ 1 Rothchild’s Slipper

  • พื้นที่ใช้สอย 288 ตร.ม. บนที่ดิน 105 ตร.ว.  4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 3-6 ที่จอดรถ

  • แบบบ้านที่ 2 Cattleya
    • พื้นที่ใช้สอย 301 ตร.ม.  บนที่ดิน 115 ตร.ว. 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3-6 ที่จอดรถ

  • แบบบ้านที่ 3 Vanda
    • พื้นที่ใช้สอย 341 ตร.ม. บนที่ดิน 144 ตร.ว. 5 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3-6 ที่จอดรถ

    โดยบ้านทุกหลังจะมีเทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่ติดตั้งมาให้ ดังนี้ค่ะ

    • เทคโนโลยีบ้านปลอดฝุ่น (Dust Free House)
    • นวัตกรรมบ้านเย็น อยู่สบาย (Coolliving Designed Home)

    • กระจก Low-E Glass – สามารถลดความร้อนได้มากกว่ากระจกใส ประมาณ 30 -40 %
    • Shading Screen – แผงกันแดดดีไซน์เฉพาะของโครงการ ที่มีแรงบันดาลใจมากจาก Pattern บนกลีบดอกกล้วยไม้ ซึ่งจะช่วยบังแสงแดดและช่วยให้เรารู้สึกเป็นส่วนตัวเวลาอยู่อาศัยมากขึ้น
    • สีทาบ้าน UV Shield – ช่วยสะท้อนความร้อนของแสงแดดออกจากตัวบ้าน และลดการสะสมความร้อนระหว่างวัน
    • Breeze Panel – ช่องระบายอากาศบริเวณประตูและหน้าต่าง ช่วยให้อากาศถ่ายเท และระบายความร้อนภายในตัวบ้าน
    • Solar Attic – ระบบพัดลมและช่องระบายอากาศใต้หลังคา ด้วยพลังงานแสงอาทิตย์
      เพื่อลดความร้อนใต้หลังคาทำให้อากาศภายในตัวบ้านเย็นลง และลดการสะสมของเชื้อโรค
    • Texture Wall – ผนังที่ถูกดีไซน์ให้มีพื้นผิวไม่เรียบ ช่วยให้แสงแดดหักเหไม่กระทบผนังโดยตรง และลดความร้อนสะสมบนผนังได้

  • ห้องผู้สูงอายุ (Design For 3 Generations)
  • Outdoor Smart Security Camera : กล้อง Netatmo (ผ่าน Application)
  • Home Automation “Somfy”  สามารถสั่งเปิดแอร์และเปิดไฟผ่าน Sansiri Home Service Application ได้เลย
  • สัญญาณกันขโมยระบบ Magnetic Censor และ Motion Censor
  • ระบบ Digital Door Lock “Igloo Home”
  • เครื่องย่อยสลายขยะเศษอาหาร Smart Cara (มีให้ช่วงเปิดตัวโครงการ) เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการรักษาสิ่งแวดล้อมและคำนึงถึงสุขภาพทุกคนในครอบครัว
  • มาเริ่มกันที่บ้าน Rothchild’s Slipper มีพื้นที่ใช้สอย 288 ตร.ม. ขนาดที่ดิน 105 ตร.ว. มี 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ และ 3-6 ที่จอดรถ เป็นบ้านขนาดค่อนข้างใหญ่สำหรับครอบครัวที่มีสมาชิก 5-6 คน การวางผังชั้นแรก มีที่จอดรถในร่มได้ 3 คัน และสามารถจอดซ้อนคันเพิ่มเติมได้ถึง 6 คัน มีประตูที่เข้าได้จากที่จอดรถพร้อมระบบ Digital Door Lock รอบๆบ้านมีพื้นที่สำหรับจัดสวน ทางโครงการได้มีต้นไม้ใหญ่และไม้พุ่มลงบนดินไว้ให้แล้วบางส่วน และมีพื้นที่โล่งเป็นสนามหญ้าให้จัดแต่ง Landscape โดยรอบเองได้ค่ะ ด้านข้างมีห้องแม่บ้านที่มีทางเข้า-ออกบริเวณสวน และเชื่อมต่อกับห้องครัว

    เมื่อเข้ามาในตัวบ้านทางประตูหลักด้านหน้าจะเจอกับส่วนห้องนั่งเล่นซึ่งมีพื้นที่เชื่อมต่อกับห้องรับประทานอาหาร มีพื้นที่สำหรับทำ Pantry หรือครัวฝรั่งสำหรับทำอาหารง่ายๆติดกับส่วนครัว ห้องครัวแยกเป็นสัดส่วนชัดเจน พร้อม Built-in เคาน์เตอร์และชั้นเก็บของด้านบนมาให้เป็นรูปตัว U ค่อนข้างกว้าง สามารถเปิดออกไปด้านหลังยังห้องแม่บ้านได้ ตรงข้ามกับห้องแม่บ้านเป็นพื้นที่ซักล้าง มีพื้นที่สำหรับตั้งเครื่องซักผ้า แยกการใช้งานเป็นสัดส่วน มีห้องอเนกประสงค์ชั้นล่างที่สามารถทำเป็นห้องทำงานหรือ ห้องนอนของผู้สูงอายุได้ ซึ่งห้องอเนกประสงค์จะใกล้กับห้องน้ำชั้นล่างซึ่งเป็นห้องน้ำที่มีพื้นที่อาบน้ำมาให้ ทำให้ใช้งานสะดวก ห้องอเนกประสงค์ชั้นล่างมีช่องแสงมองเห็นส่วนของสวนหน้าบ้านได้ และตำแหน่งห้องอยู่ในส่วนที่ไม่ถูกเดินผ่านบ่อยช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวพอสมควร

    ชั้นที่ 2 ของบ้านเป็นพื้นที่สำหรับพักผ่อนทั้งหมดโดยจะแบ่งเป็นห้องนอน 3 ห้องและพื้นที่อเนกประสงค์สามารถทำเป็นห้องนั่งเล่นหรือ Family Area ได้อีก 1 จุด โดยเมื่อขึ้นบันไดมาแล้วจะเจอกับห้องนอนแบ่งเป็น 3 ส่วนคือ ห้องนอนเล็กอยู่ทางซ้ายมือและขวามือ ส่วนห้อง Master Bedroom อยู่ริมสุดของบ้าน ซึ่งทุกห้องนอนมีส่วน Walk in closet และห้องน้ำในตัว ทำให้ใช้งานสะดวก ห้องนอน 2 ที่อยู่ทางด้านหน้าบ้านมีทางออกมายังระเบียง ซึ่งเป็นระเบียงยาว สามารถมองเห็นส่วน Family Area และระเบียงของห้อง Master Bedroom ได้ ส่วนห้องนอน 3 ที่อยู่ส่วนด้านหลังบ้านได้พื้นที่ห้องนอนขนาดใหญ่สามารถจัดส่วนนั่งเล่นหรือทำงานเพิ่มเติมได้ และห้อง Master Bedroom แบ่งพื้นที่การใช้งานเป็นสัดส่วน ด้านหน้าบ้านมีระเบียงที่ พอเปิดหน้าต่างก็จะสามารถรับอากาศภายนอกหรือสามารถกั้นปิดเป็นพื้นที่ใช้สอยภายในห้อง ก็ได้ ด้านหลังเป็นส่วนของ Walk-in Closet เชื่อมต่อกับห้องน้ำ ใช้งานสะดวก ห้องน้ำในห้อง Master Bedroom จะอัพเกรดขึ้นมาจากห้องน้ำห้องอื่นๆ คือมีอ่างล้างหน้า, สุขภัณฑ์อัตโนมัติ และระบบน้ำร้อนติดตั้งมาให้ ตัวบ้านจะเป็นยังไงเราไปชมกันเลยค่ะ

    ด้านนอกตัวบ้านหลังนี้เป็นสีเขียว ตกแต่งด้วย Shading Screen ลวดลายมาจากลายจุดบนดอกกล้วยไม้ ด้านหน้าบ้านมีช่องทางเดินคน 1 ช่อง เป็นประตูเปิด ระแนงแบบเดียวกับรั้ว(บ้านตัวอย่างที่ถ่ายมาปัจจุบันยังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างรั้วทางเดินคนและทางเดินรถ จึงยังไม่เห็นภาพรั้วนะคะ)

    ที่จอดรถเป็นที่จอดแบบในร่ม ซึ่งจอดแล้วสามารถเดินเข้าตัวบ้านได้เลย โดยสามารถจอดได้ 3 คัน บริเวณเสาติดตั้งระบบ Outdoor Smart Security Camera หรือกล้องวงจรปิดมาให้ทุกหลัง

    หน้าตาของกล้อง Netatmo ที่มีดีไซน์ทรงสี่เหลี่ยมทันสมัย สามารถจับการเคลื่อนไหวและวิเคราะห์ว่าเป็นคนหรือสัตว์ สามารถบันทึก Video และแสดงผ่าน Application  แม้จะอยู่นอกบ้าน เราก็สามารถดูได้ว่ามีใครผ่านเข้ามาในบ้านได้บ้างค่ะ

    ผนังด้านนอกตัวบ้านบริเวณลานจอดรถ เป็นกระเบื้องแบบ Texture Wall ลายหินดูสวยงาม ด้านขวาเป็นช่องเก็บของด้านนอกขนาดใหญ่ใช้งานสะดวก เนื่องจากอยู่บริเวณที่จอดรถมีพื้นที่กว้าง

    ประตูช่องเก็บของเป็นแบบบานเปิดคู่ ช่องสูงทำให้เก็บของขนาดใหญ่ได้ เช่น อุปกรณ์ทำสวน หรือกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่

    ประตูทางเข้าจากลานจอดรถติดตั้ง Digital Door Lock ช่วยอำนวยความสะดวกในการ เข้า-ออก พื้นทางเข้ายกระดับจากพื้น 1 ขั้น ช่วยกันไม่ให้ฝุ่นจากด้านนอกเข้าไปในบ้านได้

    ตัว Digital Door Lock จาก “Igloo Home” ไม่จำเป็นต้องใช้กุญแจ สามารถตั้งรหัสเฉพาะ 1 ครั้งได้ มีประโยชน์เวลามีแขกมาบ้านแต่เราไม่อยู่ เจ้าของบ้านสามารถส่งรหัส 1 Time Password ให้แขกเข้าไปรอในบ้านก่อนได้ค่ะ

    เราจะพาดูรอบๆบ้านกันก่อนนะคะว่าเป็นยังไงบ้าง สวนด้านหน้าบ้านที่ทางโครงการจัดมาให้ จะมีไม้พุ่มที่รั้วด้านหน้าช่วยบังสายตาจากภายนอก และต้นไม้ใหญ่ 2 จุด ด้านหน้ามีพื้นที่สำหรับปลูกต้นไม้จัดสวนพอสมควร

    ด้านขวามือจะเป็นส่วนหน้าต่างของห้องอเนกประสงค์มองออกมายังสวนได้

    ด้านข้างจะเป็นพื้นที่ปลูกหญ้าและไม้พุ่ม 2 ข้างทางตลอดทั้งแนว

    ด้านหลังบ้านก็เป็นพื้นหญ้า และมีไม้พุ่มเพิ่มเติมเช่นกันค่ะ

    ด้านหลังตัวบ้านจะติดตั้งระบบ Clean Fresh Air ช่วยดูดอากาศบริสุทธิ์จากภายนอก ผ่านตัวกรอง 5 ชั้นที่กรองฝุ่นละอองได้ระดับ 0.1 ไมครอน ช่วยกรองฝุ่น PM2.5 และกรองเชื้อโรคได้ ก่อนปล่อยเข้าสู่ภายในตัวบ้านทำให้บ้านมีปริมาณอากาศบริสุทธิ์เพิ่มขึ้นและเป็น Positive Pressure ทำให้เมื่อมีช่องว่างระหว่างประตู-หน้าต่างก็จะไม่มีฝุ่นละอองเข้ามาได้ค่ะ

    ด้านข้างบ้านฝั่งโรงรถสามารถเดินออกไปยังโรงรถได้ มีไม้พุ่มปลูกบริเวณริมรั้วช่วยบังสายตาจากบ้านตรงข้าม ทางขวามือเป็นพื้นที่ส่วนซักล้างติดกับห้องของแม่บ้านค่ะ

    ทางเข้าส่วนของแม่บ้านและลานซักล้าง สามารถเดินเข้าบ้านไปยังส่วนครัวได้จากข้างนอก สะดวกในการใช้งาน อย่างเวลาซื้อของกลับมาจากข้างนอกก็สามารถเดินเข้าครัวจากทางด้านข้างของบ้านได้เลย ไม่ต้องผ่านส่วนรับแขกค่ะ

    ใครที่ตัดสินใจซื้อบ้านในช่วงเปิดขายโครงการจะได้รับ FOOD WASTE MACHINE มาให้ด้วยค่ะ เป็นเครื่องย่อยสลายกากอาหารให้กลายเป็นผงแห้งๆ ใช้เป็นปุ๋ยของต้นไม้ได้ นอกจากช่วยละขยะของเสียลงแล้วยังสามารถทำประโยชน์ให้กับสิ่งแวดล้อมด้วย

    เราเข้าไปดูภายในตัวบ้านกันเลยค่ะ เริ่มจากประตูทางเข้าหลักเป็นประตูบานเลื่อนกระจกกรอบอลูมิเนียม Powder Coat สีดำ มีช่อง Breeze Panel ช่วยระบายอากาศ หน้าบ้านมีพื้นที่เฉลียงค่อนข้างกว้าง สามารถใช้วางรองเท้าได้ โดยพื้นของบ้านจะยกขึ้นสูงประมาณ 20 เซนติเมตรจากระดับพื้นดินซึ่งช่วยกันน้ำไหลเข้าบ้านเวลาซักล้างหรือฝนตกได้ค่ะ

    ภาพของช่อง Breeze Panel ที่ติดตั้งมาให้บริเวณประตู เป็นช่องระบายอากาศบริเวณประตูและหน้าต่าง ช่วยให้อากาศถ่ายเท และระบายความร้อนภายในตัวบ้านที่สามารถเลื่อนเปิด-ปิดได้

    ภายในตัวบ้านจะเป็นส่วนของห้องนั่งเล่น เชื่อมต่อกับส่วนรับประทานอาหาร เป็นพื้นที่โล่ง มีช่องเปิดแสงค่อนข้างกว้าง ทั้งส่วนของห้องนั่งเล่นและพื้นที่รับประทานอาหาร ทำให้ห้องมีแสงสว่างเข้ามาเพียงพอ ส่วนพื้นที่รับประทานอาหารมีประตูบานเลื่อนกระจก 2 ตอน สำหรับออกไปยังพื้นที่สวนได้ ตรงนี้ลูกบ้านสามารถทำศาลานั่งเล่นด้านข้างเพิ่มเติมได้ค่ะ พื้นชั้นล่างจะปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ มีระยะจากพื้นถึงฝ้าอยู่ที่ 2.7 เมตร สามารถทำฝ้าดรอปเพิ่มเติมได้

    ภายในห้องตัวอย่างมีการติดตั้งพัดลมดูดอากาศที่ผ่านจากระบบ Fresh Air ติดตั้งด้านหลังบ้าน เข้ามาภายในห้องนั่งเล่น ส่วนตัวบ้านจริงที่ลูกบบ้านได้นั้นจะติดตั้งให้ที่ชั้น 2 ค่ะ เนื่องจากชั้น 2 เป็นพื้นที่ส่วนพักผ่อนของบ้าน

    มองไปทางด้านหน้าบ้าน ประตูเป็นบานเลื่อนกระจก 3 ตอน มองเห็นสวนด้านหน้าบ้านชัดเจน แต่สำหรับคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้นแนะนำให้ติดตั้งม่านบังสายตาเพิ่มเติมได้ค่ะ พื้นที่ห้องนั่งเล่นมีระยะดู TV ที่เหมาะสมอยู่ที่ประมาณ 3.6 เมตร ควรวาง TV ขนาดตั้งแต่ 46 นิ้ว ขึ้นไปค่ะ

    พื้นที่รับประทานอาหารของบ้านค่อนข้างกว้าง สามารถวางชุดโต๊ะรับประทานอาหารได้ 6-8 ที่นั่ง

    ก่อนเข้าไปยังส่วนตรัว มีพื้นที่สำหรับทำเคาน์เตอร์บาร์, Pantryครัวฝรั่งสำหรับทำอาหารที่ไม่นยุ่งยาก หรือเป็นมุมสำหรับเตรียมอาหารก็ได้ค่ะ

    ประตูครัวเป็นประตูบานเปิด ช่วยกันกลิ่นออกมาด้านนอกเวลาทำอาหารภายในครัว ซึ่งสามารถทำเป็นบานขุ่นแบบในบ้านตัวอย่างเพื่อความปลอดภัยเพิ่มเติมได้ (บ้านเปล่าไม่ได้มีบานขุ่นมาให้ค่ะ)

    ภายในครัวเป็นเคาน์เตอร์ Built-in รูปตัว U พร้อมชั้นเก็บของด้านบนมาให้พร้อม ขนาดห้องครัวกว้างประมาณ 3.2 เมตร มีที่เดินสำหรับทำครัวตรงกลาง 2 เมตร ใช้งาน 2 คนได้สบายๆ ค่ะ โดยครัวจะติดตั้งอ่างล้างจาน และเครื่องดูดควันมาให้เลย

    เนื่องจากโครงการ Built-in ชุดครัวมาให้ทำให้พอดีกับช่องแสง สามารถเปิดระบายอากาศภายในครัวได้ และในเวลากลางวันที่แดดส่องเข้ามาช่วยฆ่าเชื้อโรคบริเวณอ่างล้างจานได้พอดีค่ะ

    ประตูด้านหลังพื้นที่ครัว ออกไปยังส่วนซักล้างและห้องแม่บ้านด้านหลังได้ค่ะ

    ออกมาแล้วจะเจอกับห้องน้ำ และห้องแม่บ้านตามลำดับ

    ภายในห้องน้ำมีส่วนอาบน้ำมาให้ และภายในห้องนอนสามารถวางเตียง 2 ชั้นและตู้เสื้อมาได้ค่ะ

    ตรงข้ามกับห้องแม่บ้านเป็นพื้นที่ซักล้างสำหรับวางเครื่องซักผ้า ทำให้ไม่มีเสียงดังรบกวนภายในบ้าน

    ถัดมาเรามาดูห้องอเนกประสงค์กันบ้างค่ะ ซึ่งห้องนี้จะอยู่ด้านข้างบันได ค่อนข้างเป็นส่วนตัวเหมาะกับเป็นห้องทำงานหรือห้องผู้สูงอายุได้

    ห้องนี้มีขนาด 3.70 x 3.75 เมตร ถ้าเป็นห้องพักผ่อนก็สามารถวางโซฟายาวขนาด 3-4 ที่นั่งได้ หรือจะปรับเป็นห้องนอนก็วางเตียงได้ถึง 6 ฟุต ห้องนี้มีช่องแสงกว้างเป็นหน้าต่าง 3 บานมองเห็นสวนด้านหน้าบ้านค่ะ ห้องนี้ปูพื้นมาให้ดวยวัสดุ Absorption Floor ลดแรงกระแทกสามารถปรับเป็นห้องนอนผู้สูงอายุได้เป็นการออกแบบที่รองรับ 3 Generations ค่ะ

    ถัดจากห้องนอน/ห้องอเนกประสงค์ มาจะเป็นทางเดินไปห้องน้ำซึ่งอยู่ด้านขวามือ เดินสะดวกจากห้องอเนกประสงค์ค่ะ

    บ้านหลังนี้มีที่เก็บของทั้งหมด 2 จุดด้วยกัน นอกจากด้านนอกที่บริเวณลานจอดรถแล้วยังมีพื้นที่เก็บของใต้บันไดด้วย ซึ่งได้ประตูบานเปิดคู่ เก็บของขนาดใหญ่ได้

    ห้องน้ำที่ชั้น 1 เป็นห้องนอนใช้ร่วมกัน พื้นห้องน้ำปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ แยกพื้นที่ส่วนเปียก-แห้ง มีพื้นที่อาบน้ำมาให้สำหรับคนที่ใช้ห้องอเนกประสงค์เป็นห้องนอน

    ห้องน้ำลดระดับลงประมาณ 5 เซนติเมตร เวลาทำความสะอาดห้องน้ำจะไม่ไปเปียกพื้นด้านนอกค่ะ

    อ่างล้างมีติดตั้งบนเคาน์เตอร์ จาก COTTO  ด้านล่างเคาน์เตอร์เป็นช่องเก็บของมาใช้ค่ะ กระจกเงาที่ได้เป็นบานสูง มีช่องเก็บของสำหรับวางโฟมล้างมือ หรือน้ำหอมบริเวณอ่างล้างหน้าได้

    สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ประกอบห้องน้ำที่ได้จาก Kohler และ Englefield  ตัวโถสุขภัณฑ์มีระยะที่นั่งได้สบาย ผนังที่ยื่นออกมาด้านหลังสามารถวางของตกแต่งได้ค่ะ และห้องน้ำห้องนี้มีช่องเปิดระบายอากาศไปยังที่จอดรถ และช่วยรับแสงธรรมชาติเข้ามาทำให้ห้องน้ำสว่างขึ้นค่ะ

    ส่วนอาบน้ำขนาดประมาณ 1.10 x 0.9 เมตร โดยพื้นที่อาบน้ำจะกั้นขอบกันนน้ำล้นมาให้ แนะนำให้ติดตั้งฉากกั้นเพิ่มเติมจะช่วยให้เวลาอาบน้ำแล้วไม่เปียกส่วนอื่นค่ะ

    ผนังด้านข้างเว้าเป็นชั้นวางของสำหรับอุปกรณ์อาบน้ำต่างๆ ดูสวยงามไม่ต้องติดตั้งเพิ่มเติมค่ะ และมีการเดินงานระบบรองรับเครื่องทำน้ำอุ่นมาให้ทุกห้อง เพียงซื้อเครื่องทำน้ำอุ่นมาติดตั้งก็ใช้งานได้เลยค่ะ

    ฝักบัวดีไซน์สวยงาม จับได้ถนัดมือจาก Englefield

    มาถึงบันไดทางขึ้นชั้น 2 เป็นโครงการคอนกรีตเสริมเหล็กแข็งแรง กว้างประมาณ 1.00 เมตร ปูด้วยไม้สำเร็จรูป กว้าง 27 เซนติเมตร ลูกนอนฉาบเรียบทาสีขาวสูง 18 เมตร ซึ่งเป็นระยะมาตรฐานทั่วไปสำหรับการเดิน ลูกกรงและราวบันไดมีวัสดุเป็นเหล็กพร้อมมือจับไม้สำเร็จรูปทำสี

    สำหรับบ้านหลังแรกนี้มีชานบันไดค่อนข้างกว้างสามารถทำเป็นมุมนั่งพักผ่อนเล็กๆ หรือมุมโชว์ของสะสมได้  โดยมีระยะความกว้างประมาณ 2.45 เมตรเลยค่ะ โถงบันไดมีช่องแสงขนาดใหญ่ช่วยรับแสงธรรมชาติเข้ามาในบ้านให้สว่างมากขึ้นด้วย

    เมื่อขึ้นมาด้านบน จะเป็นส่วนของห้องพักผ่อนทั้งหมด โดยแบ่งด้านซ้ายเป็นห้องนอน 2 และห้องอเนกประสงค์ ตรงกลางเป็นห้อง Master Bedroom และด้านขวามือเป็นห้องนอน 3 ค่ะ โดยพื้นชั้น 2 นั้นเป็นพื้น  Engineering Wood ผิวไม้วอลนัทหนา 12 มิลลิเมตร มีระยะจากพื้นถึงฝ้าอยู่ที่ 2.85 เมตร ค่อนข้างโปร่งสบายค่ะ

    บริเวณโถงชั้น 2 นั้นติดตั้งแผงควบคุมระบบความปลอดภัย Magnetic Censor หน้าจอสัมผัสมาให้และมี Motion Censor ติดมาให้ที่โถงบันไดชั้น 2 ด้วยค่ะ

    มาดูห้องนอน 2 กันก่อนนะคะ ห้องนี้เป็นห้องนอนที่ได้วิวด้านหน้าบ้าน มีประตูทางออกไปยังระเบียงส่วนตัว และมีห้องน้ำในตัวอยู่ภายในห้องค่ะ ห้องนี้ได้ช่องแสง 2 จุดหน้าต่าง และประตูบานกระจกที่เชื่อมต่อกับระเบียงค่ะ ห้องกว้าง 3.65 เมตร เมื่อวางเตียงแล้วจะเหลือพื้นที่ปลายเตียง 1.65 เมตร วางชั้นวาง TV หรือโต๊ะเครื่องเขียนปลายเตียงได้โดยยังมีพื้นที่เดินได้สบายค่ะ

    พื้นที่ห้องค่อนข้างกวางเลย สามารถวางเตียงได้ถึง 6 ฟุต แต่ถ้าวางเตียง 3 ฟุตก็จะมีพื้นที่ด้านข้างหัวเตียงเหลือสำหรับวางโต๊ะข้างเตียงได้

    ระเบียงปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้สีเทาผิวหยาบทำให้ไม่ลื่นเวลาเปียกฝน และทำความสะอาดได้ง่ายค่ะ

    ระเบียงที่ได้เป็นระเบียงส่วนตัวสามารถเข้าได้จากห้องนอนนี้โดยเฉพาะ ลักษณะเป็นระเบียงยาว 9.15 เมตร กว้าง 1.00 เมตร มองเห็นวิวด้านหน้าบ้าน ทางด้านขวามือสามารถมองเห็นห้องอเนกประสงค์และห้อง Master Bedroom ได้ ทำให้ห้องอื่นอาจจะเสียความเป็นส่วนตัวเล็กน้อยแต่ก็สามารถแก้ไขได้โดยการติดผ้าม่านบังสายตาค่ะ

    ราวกันตกของระเบียงเป็นกระจกบานเปลือย ทำให้ดูโปร่งไม่อึดอัดและมองเห็นวิวได้กว้างมาขึ้น และนอกจากราวกันตกแล้วยังมี Shading Screen แผงกันแดดลวดลายจากดอกกล้วยไม้ช่วยเพิ่มลูกเล่นให้กับตัวบ้าน

    ภายในห้องมีส่วน Walk-in Closet กว้าง 1.6 เมตร ตำแหน่งอยู่ก่อนเข้าห้องน้ำทำให้การใช้งานสะดวก อาบน้ำออกมาแล้วเลือกเสื้อผ้าแต่งตัวได้เลยค่ะ

    ห้องน้ำมีการวางพื้นที่การใช้งานแบบเดียวกับห้องด้านล่าง แบ่งส่วนเปียก-ส่วนแห้งชัดเจน แนะนำให้ติดตั้งฉากกั้นพื้นที่อาบน้ำเพิ่มเติมค่ะ มีช่องแสงอยู่เหนือสุขภัณฑ์ ช่วยรับแสงและระบายอากาศ ให้ห้องน้ำไม่อับชื้น

    ถัดมาติดกับห้องนอน 2 เป็นพื้นที่อเนกประสงค์สามารถทำเป็นห้องทำงาน หรือ Family Area ได้ ห้องมีความกว้าง 2.6 เมตร ได้ช่องแสงจากด้านหน้าบ้านค่อนข้างกว้าง จึงทำให้โถงชั้น 2 ของบ้านสว่างค่ะ

    มาดูห้องนอน 3 กันบ้าง ห้องนี้เมื่อขึ้นบันไดมาแล้วจะอยู่ทางด้านขวามือ เป็นห้องนอนพื้นที่กว้างมีห้องน้ำในตัวอยู่ด้านหน้า แลกกับการไม่มีระเบียงส่วนตัวสำหรับคนที่ไม่ชอบใช้งานระเบียง

    ภายในห้องนอนห้องนี้กว้างประมาณ 3.55 เมตร เมื่อวางเตียงแล้วยังเหลือพื้นที่ปลายเตียงประมาณ 1.5 เมตร สามารถวางชั้นวาง TV ได้ และยังมีระยะที่เดินรอบได้สบายๆค่ะ เมื่อวางเตียงขนาด 6 ฟุต แล้วก็ยังวางโต๊ะข้างเตียงได้ ห้องนี้มีช่องแสงทั้งหมด 4 จุด จากด้านหลังบ้านและด้านข้าง ทำให้ห้องค่อนข้างสว่าง

    ฝั่งตรงข้ามเหลือพื้นที่สำหรับจัดเป็นโซนนั่งเล่นหรือนั่งทำงานได้ ตรงกับช่องแสง 1 จุดช่วยให้พื้นที่นี้สว่างมากขึ้น ตัวพื้นที่เชื่อมต่อกับส่วน Walk-in Closet และห้องน้ำใช้งานได้สะดวกค่ะ

    ห้องน้ำมีการวางผังการใช้งานเหมือนกับห้องอื่นๆ คือมีพื้นที่อาบน้ำตรงกลาง แยกส่วนเปียก-ส่วนแห้ง แต่จะมีช่องแสงอยู่บริเวณพื้นที่อาบน้ำ ซึ่งห้องนี้ก็ควรติดตั้งฉากกั้นอาบน้ำเพิ่มเติมค่ะ

    ห้องนอน Master Bedroom เป็นห้องนอนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดมีระเบียงส่วนตัวและแยกพื้นที่การใช้งานชัดเจนทั้งส่วนพักผ่อน, ระเบียง, Walk-in Closet และห้องน้ำ

    ห้อง Master Bedroom มีขนาดใหญ่ กว้างประมาณ 4.3 เมตร มีช่องแสงหลายจุดทำให้ห้องมีแสงธรรมชาติเข้ามาได้ มีระเบียงส่วนตัวเป็นแบบ Enclosed Balcony คือสามารถเปิด-ปิดประตูเชื่อมพื้นที่ระเบียงกับห้องนอนได้ ช่วยให้การใช้งานยืดหยุ่นมากขึ้น จะเป็นอย่างไรไปดูกันเลยค่ะ

    ประตูจากห้องนอนไปยังระเบียงเป็นประตูบานเลื่อนกระจก 2 ตอนบานกรอบอลูมิเนียม Powder coat  มองเห็นวิวด้านหน้าบ้าน

    พื้นระเบียงปูกระเบื้องแกรนิตโต้ ทำความสะอาดง่าย กันน้ำกันฝนได้ดี เหมาะกับการใช้งานเป็นพื้นที่ที่กึ่งๆ Outdoor ค่ะ

    ระเบียงกว้าง 4.90 x 1.50 เมตร สามารถวางโซฟานั่งเล่นตัวเล็กๆและจัดเป็นพื้นที่ทำงานได้

    ตัวระเบียงมีประตูบานเปิดกระจกกั้น สามารถปิดเป็นพื้นที่ประบอากาศโดยมานั่งทำงานชมวิวได้ หรือจะเปิดประตูเป็นพื้นที่ Semi-Outdoor รับลมและสูดอากาศด้านนอกได้ โดยประตูจะมีบานเปิด 4 บาน (2 คู่) ด้านหน้า และ 2 บานด้านข้าง ด้านในเป็นกระจก Low E ที่ลดความร้อนมากกว่ากระจกใสธรรมดา 30-40% ซึ่งเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีบ้านเย็น โดยนอกจากตัวประตูบานเปิดแล้วยังมีราวกันตกกระจกบานใสกั้นอยู่ หมดห่วงเรื่องความปลอดภัยค่ะ

    ลักษณะบานเปิดเมื่อมองลงไปยังด้านล่าง เปิดได้ตั้งฉากรับลมได้เต็มที่

    ฝั่งตรงข้ามระเบียงเป็นส่วน Walk-in Closet  และห้องน้ำ

    ส่วน Walk-in Closet กว้างประมาณ 1.95 เมตร ถือว่าค่อนข้างกว้างทีเดียวค่ะ สามารถ Built-in โต๊ะเครื่องแป้งได้ มีพื้นที่เชื่อมต่อกับห้องน้ำทางด้านขวามือ ใช้งานได้สะดวก สำหรับคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้นสามารถกั้นส่วน Walk-in Closet เป็นประตูบานเลื่อนปิดได้ค่ะ

    ห้องน้ำของห้อง Master Bedroom จะมีการอัพเกรดขึ้นมาจากห้องอื่นๆ เมื่อเข้ามาแล้วจะเจอกับส่วนอ่างล้างหน้าก่อน ซึ่งจะได้เป็นเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าและบ้านกระจกแบบทั่วไป แบ่งการใช้งานออกเป็น 2 ฝั่งคือ ฝั่งขวาเป็นพื้นที่อาบน้ำและสุขภัณฑ์และฝั่งซ้ายเป็นอ่างสำหรับแช่น้ำมาให้  ห้องน้ำห้องนี้ได้ช่องแสงค่อนข้างกว้างทำให้ห้องน้ำสว่าง

    ฝั่งขวามือเป็นส่วนพื้นที่อาบน้ำพร้อมฉากกั้นมากให้ และพื้นที่สุขภัณฑ์โดยห้องนี้จะได้เป็น โถสุขภัณฑ์ระบบชำระล้างอัตโนมัติ จาก American Standard

    ติดตั้งฉากกั้นกระจกบานเปิดมาให้ช่วยให้เวลาอาบน้ำแล้วน้ำไม่กระเด็นออกมาเปียกยังส่วนแห้ง พร้อมด้านในมีพื้นที่นั่งอาบน้ำไห้ด้วยค่ะ

    ฝักบัวจะได้เป็นฝักบัวและ Rain Shower ระบบน้ำร้อน สามารถปรับอุณหภูมิได้ ซึ่งเป็นห้องน้ำห้องเดียวในบ้านที่ได้ระบบน้ำร้อนค่ะ ผนังด้านข้างมีช่องเก็บอุปกรณ์ต่างๆได้ค่ะ

    อีกฝั่งเป็นพื้นที่สำหรับอ่างอาบน้ำ อยู่ติดกับช่องแสงสามารถเปิดระบายอากาศได้  ผนังด้านข้างเว้าเข้าไปด้านใน และทำเป็นชั้นวางของมาให้ ใช้วางของตกแต่งหรือของสะสมได้ค่ะ

    อ่างอาบน้ำที่ได้เป็นแบบลอยตัวรูปทรงวงรี พร้อมฝักบัวระบบน้ำร้อนเช่นกัน

    ฝักบัวอันนี้สามารถดึงออกมาได้ด้วยนะคะ

    บ้านหลังที่ 2 เป็นแบบบ้าน Cattleya พื้นที่ใช้สอย 301 ตร.ม.  บนที่ดิน 115 ตร.ว. 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3-6 ที่จอดรถ เป็นบ้านที่ขนาดพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น มีการจัดพื้นที่การใช้งานแตกต่างกันไปกับแบบแรก บริเวณลานจอดรถมีทางลาดสำหรับรถเข็นและประตูเป็นบานเลื่อนกระจก 2 ตอนเปิดใช้งานได้จากบนรถเข็น ห้องแม่บ้านสำหรับบ้านหลังนี้จะเข้าได้จากลานซักล้างด้านหลังบ้านเท่านั้นค่ะ ซึ่งช่วยแยกความเป็นส่วนตัวในการใช้งานของผู้อยู่อาศัยได้ดี

    เมื่อเข้าตัวบ้านจะเจอกับส่วนห้องนั่งเล่นมีพื้นที่เชื่อมต่อกับส่วนรับประทานอาหารทำให้ดูกว้าง แบ่งพื้นที่การใช้งานเป็น 2 ฝั่ง ด้านขวาเป็นห้องนอนสำหรับผู้สูงอายุ โดยมีการออกแบบให้รองรับการใช้งานของผู้สูงอายุและรองรับการใช้งานรถเข็น มีห้องน้ำภายในตัวซึ่งเป็นประตูเปิดแบบานเลื่อน ห้องนอนสามารถมองเห็นสวนด้านหน้าบ้านได้ โดยมีความเป็นส่วนตัวเนื่องจากห้องอยู่ในตำแหน่งร่นไปยังด้านหลัง อีกฝั่งทางซ้ายมือเป็นส่วนห้องครัวซึ่งจะมีขนาดเล็กกว่าบ้านแบบแรกเล็กน้อย เคาน์เตอร์ Built-In พร้อมชั้นวางด้านบนเป็นรูปตัว I 2 ฝั่ง สามารถเปิดเชื่อมต่อไปยังลานซักล้างด้านหลังบ้านได้ บริเวณพื้นที่ใต้บันไดเป็นส่วนห้องน้ำแบบ Powder Room ไม่มีพื้นที่อาบน้ำ เนื่องจากมีห้องน้ำภายในห้องนอนทุกห้องแล้วค่ะ

    ชั้นที่ 2 ของตัวบ้าน ตรงโถงบันไดจะไม่ได้มีพื้นที่กว้างแบบบ้านหลังแรก แต่จะเพิ่มเป็นพื้นที่เก็บของมาให้ค่ะ เมื่อขึ้นมายังชั้น 2 แล้ว แบ่งพื้นที่การใช้งานออกเป็น 2 ส่วนคือห้องนอนและห้องอเนกประสงค์ ห้องนอน 2 จะอยู่ทางด้านหลังบ้าน ห้องนอน 3 อยู่ด้านหน้าบ้าน มีระเบียงส่วนตัว ถัดมาเป็นห้องอเนกประสงค์สำหรับทำเป็นห้องทำงานหรือ Family Area ได้ ซึ่งห้องนี้ก็จะได้ระเบียงส่วนตัวด้วยค่ะ ถัดมาเป็นห้อง Master Bedroom มีระเบียงด้านหน้าสามารถกันเปิด-ปิดได้ ภายในห้องแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วน มีส่วน Walk-in Closet ติดกับห้องน้ำใช้งานสะดวก และส่วนห้องน้ำจะได้อัพเกรดมีอ่างอาบน้ำ, สุขภัณฑ์อัตโนมัติและระบบน้ำร้อนค่ะ

    บ้าน Cattleya มีจุดเด่นด้านหน้าต่างจาก บ้าน  Rothchild’s Slipper คือมุมมองด้านหน้าของบ้านที่ชั้น 2 มระเบียง 3 จุดที่ค่อยๆร่นระยะถอยไป ทำให้มีระเบียงส่วนตัว 3 จุด ด้านหน้ามี Shading Screen จากลวดลายบนกลีบดอกกล้วยไม้พันธุ์แวนด้าเช่นกันค่ะ

    ตัวรั้วเป็นประตูบานเลื่อน 2 ตอนสามารถติดตั้งเป็นระบบเปิด-ปิดผ่านรีโมทเพิ่มเติมได้เพื่อความสะดวกในการใช้งานค่ะ ด้านหน้าบ้านมีช่องถังขยะสำหรับเจ้าหน้าที่ และด้านขวามือเป็นทางเข้าคนเดินประตูบานเปิด พร้อมกริ่งและหมายเลขบ้าน

    ถังขยะด้านในเป็นคอนกรีตแข็งแรง ติดระแนงช่วยระบายกลิ่นและระบายอากาศ  เปิดได้จากด้านนอกสำหรับเจ้าหน้าที่ที่มาเก็บขยะ

    ลานจอดรถสามารถจอดได้ทั้งหมด 3 คันภายในร่ม และจอดเพิ่มซ้อนคันได้อีก 3 คัน พื้นที่จอดเป็นคอนกรีตแสตมป์ลายสวยงาม ทำความสะอาดได้ง่าย

    ทางเข้าบ้านจากที่จอดรถมีทั้งเป็นบันได 2 ขั้นและทางลาดสำหรับรถเข็นรองรับการใช้งานของผู้สูงอายุ ประตูทางเข้าเป็นบานเลื่อนกระจก 2 บาน และช่องแสงด้านข้าง

    มาดูพื้นที่สวนกันก่อนนะคะ บ้านหลังนี้มีทางเข้าหลักอยู่ตรงส่วนกลางของบ้าน และถัดไปเป็นส่วนห้องนอนชั้นล่าง ที่สามารถเปิดออกมาชมวิวที่สวนหน้าบ้านได้เลย

    พื้นที่ด้านหน้าค่อนข้างกว้างมีต้นไม้พุ่มและไม้ยืนต้นปลูกมาให้ มีพื้นที่จัดสวนค่อนข้างเยอะทีเดียวค่ะ

    ด้านข้างของบ้านมีไม้พุ่มปลูกให้ทั้ง 2 ฝั่งทั้งบริเวณตัวบ้านและริมรั้ว เมื่อต้นไม้สูงกว่ารั้วจะช่วยบังสายตาได้ระดับนึงทำให้บ้านมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

    ด้านหลังบ้านก็จะได้ไม้พุ่มและพื้นปูหญ้าเช่นเดียวกันค่ะ

    เมื่อเดินตรงมาหน่อยจะเจอกับส่วนซักล้าง ประตูทางเข้าไปยังส่วนครัวอยู่ด้านซ้ายมือ และถัดไปเป็นพื้นที่ห้องแม่บ้านค่ะ

    ห้องแม่บ้านจะมีทางเข้า-ออกจากด้านหลังบ้านเท่านั้นช่วยแยกเรื่องความเป็นส่วนตัวของเจ้าของบ้านได้ดี

    พื้นที่ภายในห้องแม่บ้านมีช่องเปิดรับแสงได้ 1 ช่อง ด้านในวางเตียงขนาด 3 ฟุตหรือเตียง 2 ชั้น และตู้เสื้อผ้าได้

    ส่วนห้องน้ำไม่ได้แยกส่วนเปียก-แห้งชัดเจนแต่มีติดตั้งฝักบัวอาบน้ำมาให้ค่ะ

    ถัดมาด้านข้างไปยังที่จอดรถ มีไม้พุ่มมาให้ 2 ข้างสามารถจัดแต่งสวนได้ตามความชอบของเจ้าของบ้านเลยค่ะ

    เราเข้าไปดูในตัวบ้านกันค่ะ บ้านหลังนี้มีส่วนทางเข้าหลักอยู่ตรงกลาง ประตูทางเข้าเป็นประตูบานเลื่อนกระจก 3 ตอน มี Breeze Panel ติดอยู่ที่ตัวบ้านช่วยระบายอากาศ

    เมื่อเข้ามาในบ้านแล้วจะเจอกับห้องนั่งเล่นเชื่อมต่อกับส่วนรับประทานอาหารทำให้ห้องดูกว้าง ปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ ระยะความสูงจากพื้นถึงฝ้าอยู่ที่ 2.7 เมตร มีช่องแสงจากด้านหลังบ้านค่อนข้างเยอะทำให้รับแสงธรรมชาติเข้ามาได้มาก  การใช้งานถูกแบ่งเป็น 2 ส่วน ด้านขวามือเป็นห้องนอนสำหรับผู้สูงอายุ และซ้ายมือเป็นส่วนครัวและห้องน้ำค่ะ

    พื้นที่ห้องนั่งเล่นกว้างประมาณ 3.95 เมตร  สามารถวางโซฟา 3-4 ที่นั่งหรือโซฟาตัว L ได้สบายๆ มีระยะดู TV อยู่ที่ 3.6 เมตร เหมาะสำหรับวาง TV ขนาดตั้งแต่ 46 นิ้วขึ้นไปค่ะ ห้องนั่งเล่นยังได้แสงเข้ามาจากหน้าต่างด้านหลัง ช่วยให้มีแสงเพียงพอในเวลากลางวันค่ะ

    ด้านหลังเป็นพื้นที่รับประทานอาหาร วางโต๊ะได้ถึง 6-10 ที่นั่ง บริเวณห้องรับประทานอาหารสว่างเนื่องจากมีช่องแสงจากด้านหลังบ้านเยอะ

    พื้นที่ด้านข้างติดกับห้องครัวจะทำเป็นครัวฝรั่ง หรือเป็น Pantry สำหรับเตรียมอาหารก็ได้ค่ะ

    มาดูฝั่งขวามือกันก่อน ห้องนี้เป็นห้องอเนกประสงค์ที่ออกแบบมารองรับการใช้งานของผู้สูงอายุ พื้นปูด้วย Absorption Floor ช่วยลดแรงกระแทกเมื่อเกิดการล้ม ภายในห้องมีห้องน้ำในตัวใช้งานสะดวก

    ประตูห้องน้ำถูกออกแบบมาให้ใช้งานกับรถเข็นได้สะดวก เป็นบานเลื่อนและมีระยะมากพอที่สามารถเข็นรถหมุนกลับไปมาได้  ช่วยให้ผู้สูงอายุที่นั่งรถเข็นใช้งานได้ง่ายขึ้นค่ะ

    สังเกตดูว่าระหว่างพื้นห้องนอนและห้องน้ำจะมีระดับที่เท่ากัน ไม่มี Step ยกขึ้นมา เหมาะสาหรับใช้งานของผู้สูงอายุ ทำให้รถเข็นสามารถผ่านไปได้

    ภายในจัดวางตำแหน่งสุขภัณฑ์ อุปกรณ์ เป็นระยะห่างตามหลักมาตรฐาน สำหรับผู้สูงอายุ โดยจะเจอกับอ่างล้างหน้าก่อน ถัดมาเป็นโถสุขภัณฑ์ และส่วนอาบน้ำ โดยเป็นพื้นที่เรียบติดต่อกัน กระจกเงาได้เป็นประจกบานใหญ่ช่วยให้ห้องน้ำไม่อึดอัด มีช่องระบายอากาศไปทางด้านหลังบ้าน 1 จุด

    อ่างล้างหน้าจาก COTTO และโถสุขภัณฑ์พร้อมอุปกรณ์ จาก Kohler, Englefield

    ส่วนอาบน้ำมีที่นั่งให้ ผนังเว้าด้านในทำเป็นชั้นวางของหยิบจับได้สะดวก ฝักบัวดีไซน์เหมือนกับห้องอื่นๆ แต่จะอยู่สูงไปหน่อยสำหรับการใช้งานบนรถเข็นค่ะ มีระบบรองรับเครื่องทำน้ำอุ่นติดตั้งมาให้

    ภายในห้องนอนกว้าง สามารถวางเตียงขนาด 5-6 ฟุตได้ มีพื้นที่ด้านข้างเหลือสำหรับเดินได้รอบ นอกจากนั้นยังมีพื้นที่มุมเล็กทำเป็นมุมนั่งเล่นชมวิวสวนได้ค่ะ

    ห้องมีขนาดกว้าง 3.30 เมตร เมื่อวางเตียงแล้ว แนะนำให้ติดตั้ง TV แบบติดผนังจะทำให้สามารถเข็นรถเข็นได้รอบเตียงค่ะ ภายในห้องมีช่องเปิดหน้าต่าง 1 จุดด้านหลังบ้าน

    ด้านหน้าบ้านเป็นประตูบานเลื่อนกระจก 2 ตอน รับแสงเข้าทั้งจากด้านหน้าและด้านหลังทำให้ห้องดูสว่างและไม่อึดอัด มองเห็นวิวที่สวนหน้าบ้านได้ค่ะ

    ฝั่งทางด้านซ้ายของบ้านเป็นส่วนบันไดและห้องครัว ซึ่งห้องครัวจะอยู่ใกล้กับพื้นที่รับประทานอาหาร ทำให้สะดวกในการยกอาหารมาเสิร์ฟค่ะ

    ห้องครัวเป็นแบบครัวสองฝั่ง รูปตัว I มีชั้นเก็บของด้านบน Built-in มาให้ ความกว้างครัวอยู่ที่ 2.75 เมตร เหลือพื้นที่ตรงกลางสำหรับเดิน ประมาณ 1.40 เมตร ถือว่าเป็นระยะที่เดินได้สบายค่ะ มีช่องแสงอยู่ทางด้านหลังของบ้าน คอยรับแสงธรรมชาติและสามารถเปิดระบายอากาศได้  โดยจะติดตั้งเครื่องดูดควันและอ่างล้านจานมาให้ค่ะ

    ด้านข้างห้องครัวเป็นส่วนบันได และทางไปห้องน้ำ ซึ่งจะอยู่ติดกับประตูทางออกไปยังส่วนของที่จอดรถค่ะ

    ห้องน้ำส่วนรวมนี้จะอยู่บริเวณใต้บันได ทำให้มีการลดระดับลงเล็กน้อย (2 ขั้น) เพื่อให้ความสูงห้องน้ำอยู่ในระดับที่เหมาะสมค่ะ สำหรับผู้สูงอายุก็แนะนำให้เข้าห้องน้ำภายในห้องนอนจะสะดวกกว่า

    นอกจากห้องน้ำก็ยังมีห้องเก็บของบริเวณใต้บันได้ เป็นบานเปิดคู่เก็บของขนาดใหญ่ได้ค่ะ

    ห้องน้ำห้องนี้เป็น Powder Room คือมีแค่อ่างล้างมือและส่วนของสุขภัณฑ์ โดยอ่างล้างมือ, กระจกเงาและสุขภัณฑ์ จะได้แบบเดียวกับห้องแรกที่เราพาไปดูเลยค่ะ และถึงจะเป็น  Powder Room ก็ยังมีช่องเปิดระบายอากาศมาให้เหนือส่วนของสุขภัณฑ์ด้วยค่ะ

    บันไดมีโครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้างประมาณ 1.00 เมตร ปูด้วยไม้สำเร็จรูป กว้าง 27 เซนติเมตร ลูกนอนฉาบเรียบทาสีขาวสูง 18 เมตร เหมือนกับบ้านหลังแรก

    ชานพักบันไดสว่างจากช่องเปิดที่ค่อนข้างใหญ่ พื้นที่ชานพักไม่ได้กว้างแบบหลังแรกแต่จะมีส่วนเก็บของมาให้เพิ่มเติมค่ะ

    โดยช่องเก็บของเป็นประตูบานเลื่อน 2 ข้างและระแนงระบายอากาศ เหมาะสำหรับเก็บกระเป๋าเดินทาง เป็นต้น

    เมื่อขึ้นมาแล้วโถงจะแบ่งออกเป็น 3 ฝั่งคือด้านซ้ายมือเป็นห้องนอนด้านหลังบ้าน และทางขวาเป็นห้องนอนด้านหน้าบ้านที่มีระเบียงส่วนตัว ถัดไปเป็นห้องอเนกประสงค์และตรงกลางเป็นห้อง Master Bedroom ค่ะ

    ห้องนอน 2 เป็นห้องที่อยู่ด้านหลังบ้าน เมื่อเข้ามาในห้องจะเจอกับส่วนห้องน้ำก่อนค่ะ

    ห้องนอนมีขนาดประมาณ 3.80 เมตร สามารถวางเตียงขนาด 5-6 ฟุตได้ โดยยังมีพื้นที่เหลือปลายเตียงสามารถ Built-in เป็นชั้นวาง TV ได้ ห้องมีช่องแสง 2 จุด ค่อนข้างสว่างค่ะ

    ฝั่งตรงข้ามสามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งได้

    ภายในห้องน้ำมีการจัดพื้นที่เป็นแนวยาว เริ่มจากอ่างล้างหน้า สุขภัณฑ์และตามด้วยพื้นที่อาบน้ำ แยกส่วนเปียก-แห้งชัดเจน ไม่ได้มีฉากกั้นมาให้ควรติดตั้งเพิ่มเติมเองค่ะ ห้องน้ำนี้กว้างประมาณ 1.45 เมตรถือว่าเป็นระยะที่ใช้งานได้สบาย

    ห้องนอน 3 เป็นห้องนอนที่มีระเบียงส่วนตัวด้านหน้าบ้าน พื้นที่ห้องค่อนข้างกว้าง มีช่องแสงขนาดใหญ่ 3 จุด

    ห้องนี้วางเตียงได้ถึง 6 ฟุต มีพื้นที่ด้านข้างสำหรับวางโต๊ะข้างเตียง พื้นที่ปลายเตียงสามารถทำเป็นมุมทำงานเพิ่มเติมได้ การจัดพื้นที่ใช้งานห้องนี้ค่อนข้างเป็นสัดส่วนสามารถกั้นปิดส่วน Walk-in Closet และห้องน้ำได้

    พื้นระเบียงปูกระเบื้องแกรนิตโต้ผิวหยาบทำให้ไม่ลื่นเมื่อฝนสาด และทำความสะอาดได้ง่าย

    ห้องนี้มีระเบียงส่วนตัวยาว 7.80 เมตร มองวิวด้านหน้าบ้าน ไม่มีห้องอื่นมองเห็น ทำให้มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นค่ะ

    ราวกันตกของระเบียงเป็นกระจก Temper บานเปลือย ทำให้ดูโปร่งไม่อึดอัดและมองเห็นวิวได้กว้างมาขึ้น

    ส่วน Walk-In Closet กว้าง 2.00 เมตร อยู่ติดกับห้องน้ำ ใช้งานสะดวกมีช่องแสงให้ความสว่าง และสามารถทำโต๊ะเครื่องแป้งเพิ่มเติมได้ค่ะ

    ห้องน้ำแบ่งส่วนเปียก-แห้งชัดเจน โดยฝั่งขวาเป็นส่วนแห้งที่มีอ่างล้างหน้าและโถสุขภัณฑ์ ด้านซ้ายเป็นพื้นที่อาบน้ำ ไม่ได้กั้นกระจกมาให้แนะนำให้กั้นเพิ่มเติมค่ะ

    ส่วนแห้งได้กระจกบานใหญ่พร้อมเคาน์เตอร์อ่างล้างมือเหมือนกับห้องอื่นๆ ทางด้านพื้นที่อาบน้ำมีขนาดขนาด 1.00 x 0.65 เมตร พร้อมระบบรองรับเครื่องทำน้ำอุ่นติดตั้งมาให้ ช่องแสงจะอยู่ทางด้านพื้นที่อาบน้ำ ช่วยระบายอากาศภายและรับแสงเข้ามาค่ะ

    มาถึงห้องอเนกประสงค์ ในห้องตัวอย่างตกแต่งเป็นห้องทำงาน ได้ช่องแสงขนาดใหญ่จากทางระเบียงและด้านหลังห้อง ทำให้มีแสงเข้ามาทั่วถึง ไม่ต้องเปิดไปในเวลากลางวันเลยค่ะ นอกจากนั้นยังมีระเบียงส่วนตัวด้วย

    ห้องมีขนาดความกว้างประมาณ 3.90 เมตร วางโซฟาขนาดใหญ่ได้ ปรับเปลี่ยนพื้นที่การใช้งานตามความชอบของเจ้าของบ้านได้เลยค่ะ หรือสำหรับคนที่ต้องการห้อง Master Bedroom ขนาดใหญ่มากขึ้นก็สามารถกั้นประตูห้องนี้ให้อยู่ในห้อง Master Bedroom ก็ได้เช่นกันค่ะ

    ระเบียงมีขนาด 1.20 x 3.90 เมตร ถือว่ากว้างทีเดียวค่ะ จะนำต้นไม้ใส่กระถางเข้ามาตกแต่งเป็นสวนเล็กๆข้างห้องทำงานได้เลย

    ระเบียงเป็นระเบียงส่วนตัวไม่มองเห็นห้องอื่นๆ และห้องอื่นๆก็มองมายังระเบียงห้องนี้ไม่เห็น ทำให้มีความเป็นส่วนตัว

    มาถึงห้อง Master Bedroom  เป็นห้องขนาดใหญ่ที่สุด แบ่งพื้นที่การใช้งานเป็นสัดส่วน ห้องนี้มีช่องแสง 3 จุดทั้งจากด้านหน้าบ้าน ด้านข้าง และด้านหลังบ้าน ทำให้ห้องค่อนข้างสว่างมากทีเดียว ซึ่งห้อง Master Bedroom ของบ้านหลังนี้ก็จะมี Enclosed Balcony เหมือนกับแบบแรกเช่นกันค่ะ

    พื้นที่ห้องกว้างประมาณ 5.30 เมตร ถือว่าค่อนข้างกว้างพอสมควรเลยค่ะ สามารถติดตั้งชั้นวาง TV แล้วมีพื้นที่เหลือปลายเตียงเดินได้สบาย เป็นระยะที่สามารถวาง TV ขนาด 60 นิ้วขึ้นไปได้เลยค่ะ

    ฝั่งมุมห้องติดกับระเบียงมีช่องแสงขนาดใหญ่ทำเป็นที่นั่งพักผ่อนอ่านหนังสือได้ ประตูระเบียงเป็นบานเปิดกระจก 2 ตอน และเป็น Enclosed Balcony ค่ะ

    พื้นระเบียงปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ มีพื้นที่ 1.20 x 5.30 เมตร

    ทำเป็นพื้นที่ส่วนพักผ่อน และชั้นวางของสะสมได้ เป็นระเบียงแบบ Enclosed Balcony ที่สามารถเลือกปิดกระจกเมื่อต้องการพักผ่อนอย่างสงบ เป็นส่วนตัว หรือเปิดกระจกออกเพื่อรับลมเข้ามาภายในบ้านได้

    ส่วนพื้นที่ Walk-in Closet และห้องน้ำจะแยกการใช้งานชัดเจนอยู่ด้านหลัง

    โดยมีพื้นที่ Walk-in Closet เชื่อมต่อกับห้องน้ำ มีช่องแสง 1 ช่องทำเป็นโต๊ะเครื่องแป้งได้

    Walk-in Closet นี้กว้างประมาณ 2.75 เมตร มีพื้นที่ตรงกลางสำหรับยืนแต่งตัวอยู่ที่ 1.50 เมตร ยืนแต่งตัวได้สบาย

    ภายในห้องน้ำแบ่งส่วนเปียกแห้งชัดเจนโดยเมื่อเข้ามาแล้วจะเจอกับเคาน์เตอร์อ่างล้างมือ พร้อมกับกระจกเงาบานใหญ่ ทางฝั่งซ้ายเป็นพื้นที่อาบน้ำ ฝั่งขวาเป็นพื้นที่สุขภัณฑ์และอ่างอาบน้ำค่ะ

    พื้นที่อาบน้ำมีฉากกั้นกระจกมาให้มีดีไซน์สวยงาม ฉากกั้นช่วยให้เวลาอาบน้ำแล้วน้ำจะไม่ออกมาเปียงยังส่วนอื่นๆค่ะ

    ด้านในมีที่นั่งสำหรับนั่งอาบ โดยรวมแล้วมีพื้นที่ประมาณ 1.65 x 0.90 เมตร มีธรณีกั้นกันน้ำสูงประมาณ 5 เซนติเมตร

    ฝักบัวที่ได้พร้อม Rain Shower เป็นระบบน้ำร้อน แตกต่างจากห้องอื่นๆที่จะต้องติดเครื่องทำน้ำอุ่นเองค่ะ ตัวผนังทำชั้นเก็บของมาให้ วางของได้เยอะพอสมควร ใช้งานสะดวกค่ะ

    อีกฝั่งหนึ่งได้ช่องแสงจากด้านหลังบ้านทำให้ห้องน้ำสว่างและช่วยฆ่าเชื้อโรคได้ ห้องน้ำในห้อง Master Bedroom จะมีอ่างอาบน้ำมาให้ด้วยค่ะ

    อ่างอาบน้ำที่ได้เป็นแบบลอยตัวรูปทรงวงรี พร้อมฝักบัวระบบน้ำร้อนเหมือนกับบ้านแบบแรกค่ะ

    ต่อมาเรามาดูบ้านแบบที่ 3  ที่มีชื่อว่า Vanda กันค่ะ ซึ่งทางเราจะนำผังและ ทัศนียภาพภายนอกให้ดูนะคะเนื่องจากปัจจุบันใช้เป็นสำนักงานขายอยู่ค่ะ

    บรรยากาศด้านหน้าบ้าน Vanda  มีพื้นที่ใช้สอย 341 ตร.ม.  จะสังเกตได้ว่ามีรูปร่างการออกแบบภายนอกเหมือนกับบ้าน Rothchild’s Slipper เลยค่ะ แต่จะเพิ่มเรือนรับรองอยู่ทางขวามือ (บ้านตัวอย่างจะอยู่สลับฝั่งกับผังด้านบนนะคะ)

    เรือนรับรองจะแยกออกมาจากตัวบ้าน บ้านจริงที่ได้จะไม่ได้ผนังเชื่อมระหว่างเรือนรับรองกับตัวบ้านหลักนะคะ แต่สามารถต่อเติมเพิ่มได้ค่ะ

    แบบที่ 3 คือบ้าน Vanda  มีพื้นที่ใช้สอย 341 ตร.ม. บนที่ดิน 144 ตร.ว. 5 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3-6 ที่จอดรถ มีการวางผังแบบเดียวกับบ้านแบบแรกคือ Rothchild’s Slipper เลยค่ะ จะมีความแตกต่างตรงที่มี My Pavilion หรือเรือนรับรองทางด้านซ้ายมือเพิ่มขึ้นมาพร้อมห้องน้ำในตัวขนาดประมาณ 40 กว่าตารางเมตร เป็นห้องที่มี Elder Care Solution รองรับการใช้งานของผู้สูงอายุแบบเต็มรูปแบบ คือ มีทางลาดเข้าสู่ห้องนอน พื้นปู Absorption Floor ห้องน้ำใช้ประตูบานเลื่อนและไม่มี Step เหมาะกับการใช้งานของผู้สูงอายุ นอกจากสามารถทำเป็นห้องนอนเวลามีแขกมาที่บ้านแล้ว สำหรับคนที่ชอบจัดปาร์ตี้ชวนเพื่อนๆมาที่บ้านก็ใช้พื้นที่ตรงส่วน Multipurpose Room ทำเป็นห้องคาราโอเกะ หรือ Game Room ได้ตาม Life Style เลยค่ะ

    ส่วนพื้นที่ใช้สอยชั้น 2 จะเหมือนกับบ้าน Rothchild’s Slipper ทุกอย่าง ซึ่งมีจุดเด่นคือห้องนอนทั้ง 3 ห้อง มีห้องน้ำให้ในตัวทุกห้อง เหมือนมี Triple Master Bedroom เลยค่ะ

     

    ราคาและเงื่อนไขการขาย @21 February 2019

    • แบบบ้านที่ 1 Rothchild’s Slipper พื้นที่ใช้สอย 288 ตร.ม. บนที่ดิน 105 ตร.ว.  4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 3-6 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 13.9 ล้านบาท
    • แบบบ้านที่ 2 Cattleya พื้นที่ใช้สอย 301 ตร.ม.  บนที่ดิน 115 ตร.ว. 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3-6 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 16.5 ล้านบาท
    • แบบบ้านที่ 3 Vanda  พื้นที่ใช้สอย 341 ตร.ม. บนที่ดิน 144 ตร.ว. 5 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3-6 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 18.9 ล้านบาท

    • จองและทำสัญญา :  จอง 100,000 บาท ทำสัญญา 400,000 บาท
    • ที่ดินเพิ่มลด ราคาตารางวาละ n/a บาท
    • ค่าส่วนกลาง 50 บาท/ตร.วา/เดือน เริ่มจัดเก็บ ณ วันโอนกรรมสิทธิ์
    • ค่าจดจำนอง ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
    • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ซื้อแล้วผู้ขายชำระฝ่ายละครึ่ง
    • ค่าประกัน มิเตอร์ไฟฟ้า ประปา ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ

    **ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


    เจาะลึกรวบยอด

    ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง – ที่ตั้งโครงการตั้งอยู่บนถนนศาลาธรรมสพน์ ช่วงที่อยู่ระหว่างจุดตัดของถนนถนนพุทธมณฑลสาย 4 ในอนาคตกำลังจะมีการขยายถนนศาลาธรรมสพน์ออกเป็น 4 ช่องจราจร ทำให้เดินทางสะดวกมาขึ้น ทำเลสามารถใช้เส้นทางได้หลากหลาย เช่นสามารถเดินทางไปยังย่านปิ่นเกล้าเพื่อเชื่อมต่อเข้าเมืองหรือจะออกนอกเมืองไปทางนครปฐมก็สะดวก ความอุดมสมบูรณ์มีครบครัน ทั้งระยะใกล้กับโครงการมีร้านอาหารหลากหลาย และระยะรัศมี 10 กิโลเมตร มีห้างสรรพสินค้า Community Mall ตลาดสดต่างๆ รวมไปถ้าสถานศึกษา และโรงพยาบาล ครบครัน การเดินทางก็ถือว่าค่อนข้างสะดวกเนื่องจาก สามารถออกถนนเส้นหลักได้หลายทางไม่ว่าจะเป็น ถนนทวีวัฒนา ตัดผ่านถนนบรมราชชนนี เดินทางเข้าสู่ปิ่นเกล้า ศิริราช สะพานพระราม 8 ด้วยทางยกระดับลอยฟ้าบรมราชชนนีได้ ถนนพุทธมณฑลสาย 3 ไปออกถนนเพชรเกษม หรือ พุทธมณฑลสาย 4 ไปยังมหิดลศาลายาได้ สำหรับเส้นทางด่วนก็จะมี ทางด่วนศรีรัช-วงแหวนรอบนอก วงแหวนนกาญจนาภิเษก(ตะวันตก) เป็นตัวเลือกในการใช้เส้นทางที่ประหยัดเวลาการเดินทางได้

    การออกแบบ

    การวางผังโครงการ – โครงการมีการวางผังให้พื้นที่พักอาศัยมีความเป็นส่วนตัวเนื่องจากตัวบ้านมีระยะห่างจากซุ้มประตูประมาณ 240 เมตร จัดวางบ้านหันตามแนวทิศเหนือ-ใต้ ซึ่งเป็นทิศที่ได้ลมและไม่โดนแดดร้อนในตอนบ่าย มีซอยตันเพียงบางซอย นอกนั้นรถสามารถวนรอบได้ พื้นที่ส่วนกลาง Clubhouse อยู่ด้านหน้า เวลามีแขกสามารถเจอกันได้ที่ Clubhouse ไม่ต้องเข้าไปภายในบ้านได้ มีสวนอยู่ 2 จุดที่ด้านหน้าและด้านหลังโครงการ ทำให้ใช้งานได้สะดวก

    การออกแบบบ้าน – บ้านมีพื้นที่ขนาดใหญ่ สามารถจัดสวนได้ การออกแบบบ้านมีแรงบันดาลใจมาจากดอกกล้วยไม้ มีสีภายนอกทั้งหมด 3 สี คละกันไป ภายนอกมีการออกแบบ Shading Screen จาก Pattern บนกลีบดอกกล้วยไม้พันธุ์แวนด้า พื้นที่การใช้งานภายในบ้านแบ่งเป็นสัดส่วนชัดเจน พื้นที่ค่อนข้างกว้างทำให้สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่การใช้งานให้เหมาะกับเจ้าของบ้านแต่ละคนได้ รองรับได้หลาย Generation ภายในห้องนอนมีห้องน้ำและ Walk-in Closet ในตัวทุกห้อง ห้องนอนด้านหน้าบ้านมีระเบียงส่วนตัวขนาดใหญ่ เน้นพื้นที่ใช้งานระเบียงได้จริง ในห้อง Master Bedroom มี Enclosed Balcony สามารถเปิดปิดประตูเชื่อมพื้นที่ระเบียงกับห้องนอนได้ และมีส่วน Walk-in Closet ขนาดใหญ่พร้อมกับอ่างอาบน้ำภายในห้องน้ำ

    วัสดุ – วัสดุภายในบ้านดีเหมาะสบกับระดับของโครงการ มีจุดเด่นคือการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาใช้ภายในบ้านหลายจุด ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีบ้านปลอดฝุ่นด้วยระบบดูดอากาศพร้อมกรองฝุ่นให้อากาศดีเข้ามาภายในบ้าน ระบบ Home Automation ควบคุมการเปิด-ปิดไฟและแอร์  วัสดุพื้นชั้น 1 ทั่วไปปูกระเบื้องแกรนิตโต้ สำหรับห้องผู้สูงอายุ ปูพื้น Absorption Floor ลดแรงกระแทก ชั้น 2 เป็นพื้น Engineering Wood ผิวไม้วอลนัทหนา 12 มิลลิเมตร ได้กระจก Low-E ทุกบ้านประตูและหน้าต่าง บานประตูหน้าต่างมีช่องระบายอากาศ ระบบพัดลมและช่องระบายอากาศใต้หลังคา ด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ผนังและสีทาบ้านสะท้อนความร้อน เป็นต้น ห้องน้ำในห้อง Master Bedroom ได้วัสดุดีกว่าในห้องอื่นๆ มีสุขภัณฑ์อัตโนมัติ ระบบทำน้ำร้อนและอ่างอาบน้ำแยกกับพื้นที่อาบน้ำพร้อมฉากกั้น

    ความปลอดภัย – โครงการมีความปลอดภัยสูงพอสมควรตั้งแต่มีทางเข้าแบบ Double Gate ใช้ระบบ Easy Pass เพื่อความปลอดภัยและรวดเร็วในการเข้าออกโครงการ พร้อมเจ้าหน้าที่ที่ฝึกมาจากแสนสิริโดยเฉพาะ และติดตั้งกล้อง CCTV ทั้งโครงการรวม 44 จุด ภายในบ้านมีระบบกันขโมย Magnetic Censor และ Motion Censor และ ระบบ Digital Door Lock “Igloo Home” อีกทั้งยังมี กล้อง Netatmo ควบคุมผ่าน Application ได้

    พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ – โครงการมีพื้นที่สีเขียวมาให้ 2 จุดใหญ่ๆบริเวณ Clubhouse และ ด้านหลังโครงการ เป็นการกระจายการใช้งาน ให้ทั้งลูกบ้านที่อยู่ด้านหน้าและด้านหลังโครงการเดินมาใช้ได้สะดวก  มีการปลูกต้นไม้หลายชนิดเพื่อเพิ่มสีสันให้กับโครงการ

    สาธารณูปโภค – พื้นที่ส่วนกลางมี Clubhouse อยู่ด้านหน้ามองเห็นได้ง่าย ภายในมี Fitness Space, Co-Working Space, Free Style Exercise Room, Games Room, Relaxing Area และสระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือ แยกสระเด็กสระผู้ใหญ่ พร้อม Jacuzzi  โดยรวมถือว่ามีสาธารณูปโภคที่ค่อนข้างเยอะเลยค่ะ

    Judgement

    ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 40%, ความปลอดภัย 15%, การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 15%, วัสดุ 10%, พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 10%,  และสาธารณูปโภค 10%

    เทียบกับแพคเกจ 15-20 ล้านบาท, 21 February 2019 

    • ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 7.5/10 – มีความอุดมสมบูรณ์ เดินทางสะดวก
    • ความปลอดภัย 8.5/10 – ระบบ Easy Pass , Double Gate , Magnetic Sensor , Motion Censor และ Smart Outdoor Security Camera , Digital Door Lock
    • การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 8.5/10 – การวางผังโครงการดี พื้นที่ใช้สอยแยกเป็นสัดส่วนชัดเจน มีการออกแบบเพื่อผู้สูงอายุ ห้อง Master Bedroom มี Enclosed Balcony ได้ Triple Master Bedroom ทุกแบบบ้านมี 3 ห้องนอนใหญ่พร้อมห้องน้ำในตัวทุกห้อง
    • วัสดุ 8.25/10 – ให้ตามมาตรฐานค่อนข้างไปทางดี มีเคาน์เตอร์ครัวมาให้ มีระบบ Home Automation และเทคโนโลยีบ้านปลอดฝุ่น กระจก Low E
    • พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 7.5/10 – มีพื้นที่สีเขียวรอบๆโครงการ มีสวนหลัก 2 จุดพื้นที่กว่า 3 ไร่
    • สาธารณูปโภค 8.00/10 –  มี Clubhouse ดีไซน์สวย และส่วนกลางมาให้ใช้หลากหลาย
    • 7.93 / 10.00 

    BOTTOM LINE

    เศรษฐสิริ ทวีวัฒนา ถือว่าเป็นโครงการบ้านเดี่ยวขนาดใหญ่ บรรยากาศสงบ เหมาะกับครอบครัวขยายที่มีหลาย Generation ชอบบ้านที่มีสนามหญ้า,พื้นที่จัดสวน  มีห้องสำหรับผู้สูงอายุ มีห้องน้ำภายในห้องนอนทุกห้อง  ชอบโครงการที่มีความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยสูง มีงบประมาณ 14-20 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนต่อเดือนประมาณ 98,000 – 140,000 บาท