รีวิวฉบับที่ 1928 … ใครกำลังมองหาบ้านทำเลกรุงเทพกรีฑา วันนี้เราจะพาชมโครงการบนถนนศรีนครินทร์ – ร่มเกล้า กับ เศรษฐสิริ กรุงเทพกรีฑา 2 บ้านเดี่ยวบนที่ดินขนาดใหญ่ ตั้งแต่ 65 – 137 ตารางวา พร้อมเทคโนโลยีภายในบ้านอย่างนวัตกรรม บ้านปลอดฝุ่น เทคโนโลยีที่ทำให้บ้านเย็น และระบบรักษาความปลอดภัยภายในบ้านที่สามารถควบคุมผ่าน Application ได้ ในราคาเริ่มต้น 14 ล้านบาท 

อ่านรีวิวฉบับอัพเดทพื้นที่ส่วนกลางและบ้านตัวอย่างอีก 2 หลังได้ที่ >> เศรษฐสิริ กรุงเทพกรีฑา 2

Fact @ 15 AUG 2019

  • Setthasiri Krungthepkreetha 2 (เศรษฐสิริ กรุงเทพกรีฑา 2)
  • บริษัท แสนสิริ จํากัด (มหาชน)
  • LUXURY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment บ้านได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่: เขตบางกะปิ ถนนศรีนครินทร์ – ร่มเกล้า (กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่)
  • เนื้อที่โครงการ 59-2-85 ไร่ จำนวน 169 ยูนิต
  • Cachet 2 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 65-84 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 223 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / 3 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 14 ล้านบาท
  • Luminary 2 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 78-95 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 273 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / 3 ที่จอดรถ / 1 ห้องแม่บ้าน
    – ราคาเริ่มต้น n/a ล้านบาท
  • Elite 2 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 92-141 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 357 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 5 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 3 ที่จอดรถ / 1 ห้องแม่บ้าน
    – ราคาเริ่มต้น n/a ล้านบาท
  • Regal 2 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 105-137 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 404 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 5 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 4 ที่จอดรถ / 1 ห้องแม่บ้าน
    – ราคาเริ่มต้น n/a ล้านบาท
  • ความสูงจากพื้นถึงฝ้า 2.90 เมตร และ 2.70 (ในชั้นล่างแบบ223และ273)
  • ที่ดินเพิ่มลดตารางวาละ n/a บาท
  • โครงการเริ่มก่อสร้าง ปี 2561
  • คาดว่าแล้วเสร็จทั้งโครงการ n/a
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่ 
  • Call Center : 1685

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด Google Maps : 13.757571, 100.669152
หรือสามารถ :  คลิกที่นี่

แผนที่จากทางโครงการค่ะ

เศรษฐสิริ กรุงเทพกรีฑา 2 ตั้งอยู่บนถนนศรีนครินทร์-ร่มเกล้า หรือที่บางคนเรียกว่าถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่นั่นเองค่ะ ทำเลนี้เป็นที่อยู่อาศัยแนวราบที่น่าสนใจ ส่วนมากเป็นบ้านราคาระดับสูงหน่อย ที่มาเปิดตัวทำเลนี้กัน เรียกว่าเป็นทำเลใหม่กำลังอยู่ในช่วงพัฒนาและมีโอกาศขยายตัวได้อีกมากทีเดียว เนื่องจากทำเลนี้สามารถเข้ามอเตอร์เวย์ เพื่อไปยังถนนพระราม 9 หรือออกเมืองไปยังชลบุรีได้ง่าย หรือจะใช้ถนนศรีนครินทร์-ร่มเกล้า เข้ารามคำแหงได้สะดวกมากๆเลยค่ะ ในพื้นที่เองก็จะมีความอุดมสมบูรณ์อยู่ในระดับหนึ่ง รวมถึงมีโรงเรียนนานาชาติ และมหาวิทยาลัยชั้นนำในพื้นที่อยู่หลายแห่งค่ะ

ถนนศรีนครินทร์-ร่มเกล้าเป็นถนนเส้นตัดใหม่ ซึ่งกำลังจะเปิดให้ใช้กันสิ้นปีนี้แล้ว ถนนเส้นนี้มีขนาดถึง 6-8 เลนซึ่งมีความกว้างมาก ต้นและปลายสายจะเชื่อมต่อถนนศรีนครินทร์ไปยังถนนร่มเกล้าตามชื่อเลยค่ะ โดยจากโครงการจะเชื่อมต่อกับถนนศรีนครินทร์-ร่มเกล้าสามารถวิ่งไปถนนศรีนครินทร์ ซึ่งเป็นถนนหลักที่ตัดกับถนนเส้นสำคัญหลายสาย ทั้ง ถนนพัฒนาการ, ถนนพระราม 9, ถนนหัวหมาก, ถนนรามคำแหง, และ ถนนลาดพร้าว การจราจรจะค่อนข้างติดขัดบริเวณถนนศรีนครินทร์,ถนนลาดพร้าว ยิ่งในปัจจุบันมีการก่อสร้างรถไฟฟ้า Monorail สายสีเหลือง จึงทำให้เราจะยังคงเห็นรถติดหนักอยู่แบบนี้อีกอย่างน้อย 2 – 3 ปี แต่เมื่อโครงการรถไฟฟ้าก่อสร้างแล้วเสร็จก็จะช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรไปได้เยอะเลยทีเดียวค่ะ อีกเส้นทางหนึ่งซึ่งทางโครงการจะทำในอนาคต คือเส้นทางจากโครงการสามารถทะลุไปออกยังถนนรามคำแหง ที่ซอยรามคำแหง 68 ได้ ทำให้ใครที่ใช้เส้นรามคำแหงเดินทางสะดวกขึ้นมากๆเลยทีเดียว โดยจะเปิดให้เฉพาะลูกบ้านในโครงการเท่านั้นนะคะ

ทำเลถึงแม้ว่าจะอยู่ไกลเมืองออกมาหน่อย แต่ก็สามารถเดินทางไปยังที่ต่างๆได้สะดวก ไม่ไกลจากทางด่วนมากนัก โดยสามารถขึ้นทางด่วนศรีรัช เพื่อเชื่อมเข้าตัวเมืองชั้นใน อย่างเช่น เอกมัย, อโศก, พระราม 9, ดินแดน อีกทั้งยังสามารถขึ้นทางด่วนกรุงเทพ-ชลบุรีสายใหม่ เพื่อออกไปยังย่านบางนา, มีนบุรี, สุวรรณภูมิ, ฉะเชิงเทรา และ ชลบุรี ได้ ทำให้สะดวกทั้งในการเข้าตัวเมืองชั้นใน และ ออกนอกตัวเมืองเลย จึงเป็นอีกทำเลที่คนเดินทางไปต่างจังหวัด (ชลบุรี) หรือสนามบินสุวรรณภูมิบ่อยๆมักจะมองหากันอยู่ค่ะ

ส่วนการเดินทางด้วยรถสาธารณะนั้นจะมีตัวเลือกอย่างรถไฟฟ้า อย่างที่บอกไปแล้วว่า ถนนเส้นนี้กำลังก่อสร้างรถไฟฟ้า Monorail สายสีเหลือง(ลาดพร้าว-สำโลง) ซึ่งสถานีที่ใกล้ที่สุดคือ สถานีศรีกรีฑา และ ยังสามารถไปเชื่อมกับเส้นรถไฟฟ้า MRT สายสีส้ม(ศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี) บริเวณ สถานีแยกลำสาลีได้นะคะ  โดยโครงการรถไฟฟ้าจะสร้างเสร็จและเปิดใช้บริการประมาณปี 2566 อีกทั้งในปัจจุบันยังมี Airport Rail Link (พญาไท-สนามบินสุวรรณภูมิ) มีสถานีที่ใกล้โครงการคือ สถานีหัวหมาก และสถานีบ้านทับช้างค่ะ

จุดเด่นของโครงการในทำเลนี้นั่นก็คืออยู่ในย่านที่มีโรงเรียนนานาชาติอยู่หลายแห่ง อย่าง Brighton College Bangkok , Wellington College international Bangkok, Stamford International University ซึ่งก็ถือว่าตอบโจทย์กับกลุ่มครอบครัวที่ซื้อบ้านระดับนี้

สภาพแวดล้อมบนถนนศรีนครินทร์-ร่มเกล้านั้นยังไม่คึกคักมากนักอาจจะเพราะยังไม่เปิดให้ใช้อย่างเป็นทางการ แต่ก็มีรถยนต์วิ่งเข้า-ออกอยู่ตลอดทั้งวัน การจราจรจึงยังไม่ติดขัด วิ่งได้สบายๆมากเลยค่ะ เรื่องอาหารการกินส่วนใหญ่จะอยู่ในกรุงเทพกรีฑาเป็นหลัก จะมีคอมมูนิตี้มอลล์ The Park และ Tesco Lotus ที่สามารถเดินทางได้อย่างสะดวก หรือ จะเข้าไปในซอยกรุงเทพกรีฑาซอย 7 ซึ่งสามารถทะลุไปถนนรามคำแหงได้ ภายในซอยจะมี Max Value Kurve 7 และ Market Today

ส่วนในพื้นที่ใกล้เคียงอย่างบนถนนพัฒนาการ,ถนนรามคำแหง,ถนนลาดพร้าว และ ถนนพระราม 9 จะคึกคักกว่านะคะเพราะเป็นถนนที่เชื่อมเข้าสู่ตัวเมือง ทำให้มีคนใช้ถนนพื้นที่นี้ค่อนข้างเยอะ รวมไปถึงมีมหาวิทยาลัยอยู่หลายแห่งอย่าง ม.เกษมบัณฑิต, สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น, มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ส่วนบนถนนศรีนครินทร์จะเป็นเส้นทางหลักที่ใช้ในการเดินทางซะมากกว่า ถ้า ถ้าลงใต้ไปก็จะคึกคัก เพราะเชื่อมเข้ากับถนนเส้น บางนา,เทพารักษ์ และ สมุทรปราการ ที่มีศูนย์การค้าอย่างซีคอนสแควร์, พาราไดซ์พาร์ค และ ตลาดนัดรถไฟ-ศรีนครินทร์ รวมถึงใกล้สวนสาธารณะขนาดใหญ่ อย่าง สวนหลวงร.9

เส้นทางที่เราจะพาไปวันนี้เริ่มจากตัวเมืองมายังถนนพระราม 9 แล้วเลี้ยวเข้าถนนศรีนครินทร์ ไปกลับรถที่สะพานกลับรถเพื่อตรงไปถนนกรุงเทพกรีฑา แล้วตรงไปยังป้ายบอกทางร่มเกล้า วิ่งบนถนนศรินครินทร์-ร่มเกล้าแล้วจะเจอกับโครงการทางด้านซ้ายมือ เข้าซอยไปประมาณ 1.70 กิโลเมตร ก็จะถึงแล้วค่ะ บรรยากาศการเดินทางจะเป็นอย่างไรเราไปชมกันเลย

เริ่มจาก The Nine พระราม 9 ซึ่งเป็น Community Mall ที่มีทั้งร้านอาหาร, Supermarket และร้านค้าขายของทั่วไป ขากลับบ้านถ้าใครหิวก็แวะทานอาหารกันก่อนกลับบ้านได้สะดวกค่ะ

ตรงมาเรื่อยๆจะเจอป้ายบอกทางให้เบี่ยงซ้ายจะไปยังศรีนครินทร์(บางกะปิ) ตรงไปจะไปยังเส้นศรีนครินทร์(พัฒนาการ) ให้เราวิ่งตามป้ายบอกทางถนนศรีนครินทร์ค่ะ

เจอทางเบี้ยงซ้ายให้ชิดซ้ายออกมาได้เลยค่ะ ถ้าตรงต่อไปจะเป็นทางไปออกมอเตอร์เวย์แต่ถ้าใครเลยก็ไม่ต้องตกใจไป ยังสามารถเข้าโครงการได้อีกทางนะคะ

เข้าซ้ายมาแล้วจะเจอกับป้ายบอกทางบางกะปิ ให้เราตรงไปก่อนค่ะ

ตรงมาเรื่อยๆจะสังเกตเห็นป้ายบอกทางถนนกรุงเทพกรีฑาแล้ว ให้ชิดซ้ายไปตามป้ายค่ะ

ให้ขึ้นสะพานเพื่อไปยังถนนกรุงเทพกรีฑา เป็นทางเดียวกับสะพานกลับรถค่ะ

ขึ้นสะพานมาแล้วตรงต่อไปตามป้ายถนนกรุงเทพกรีฑาได้เลย

เข้าสู่ถนนกรุงเทพกรีฑาแล้วสามารถลงอุโมงค์เพื่อตรงไปยังโครงการได้ค่ะ

ในละแวกสองข้างทางก็จะมีร้านค้า ร้านอาหาร รวมไปถึงปั๊มน้ำมันอยู่ด้วย ทางซ้ายจะเป็นซอยกรุงเทพกรีฑา 7 ซึ่งเป็นทางลัดไปออกถนน รามคำแหง ภายในซอยจะมี Market Today Community mall ที่รวมร้านอาหาร ตลาดสด ในรูปแบบบ้านสไตล์ยุโรป ตรงนี้ให้เราตรงไป เพื่อเข้าสู่ถนนศรีนครินทร์ – ร่มเกล้า

ตรงนี้เราสามารถชิดขวาเพื่อเข้าสู่เส้นทางหลักของถนนศรีนครินทร์ร่มเกล้าได้ แต่ให้สังเกตทางซ้ายมือไว้จะมีป้ายโครงการบอกค่ะ

ตรงมาเรื่อยๆจะเจอกับป้ายโครงการ เศรษฐสิริ กรุงเทพกรีฑา 2 ให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอยไปได้เลย

เข้าซอยมาเรื่อยๆจะมีโรงเรียนนานาชาติ Brighton College Bangkok อยู่ทางขวามือ ให้เราตรงต่อไปค่ะ

เข้ามาแล้วจะเจอกับวงเวียน ซึ่งเป็นด้านหน้าของโครงการ เศรษฐสิริ กรุงเทพกรีฑา(1) ให้เราตรงต่อไปจะเจอกับทางเข้าโครงการ เศรษฐสิริ กรุงเทพกรีฑา 2 ค่ะ

ผ่านวงเวียนมาแล้วจะเจอกับป้อมยามชั่วคราว ตรงนี้ในอนาคตทางโครงการเขาจะทำเป็นซุ้มป้อมยามเพื่อเพิ่มความปลอดภัยอีกจุดหนึ่งค่ะ

ตรงมาประมาณ 500 เมตร จะเจอกับซุ้มประตูทางเข้าหลักของ โครงการ เศรษฐสิริ กรุงเทพกรีฑา 2

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

มาดูสภาพแวดล้อมกันต่อ รอบๆโครงการเศรษฐสิริ กรุงเทพกรีฑา 2 ส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ดินเปล่า มีที่อยู่อาศัยประเภทแนวราบอย่างบ้านจัดสรรอยู่หลายโครงการ ทำเลนี้เป็นทำเลที่ค่อนข้างสงบอยู่พอสมควรเลยค่ะ โดยทางทิศเหนือของโครงการติดกับที่อยู่อาศัยแนวราบ 2 ชั้น, ทิศตะวันออก ติดกับพื้นที่คลองบ้านม้า ฝั่งตรงข้ามเป็นที่ดินเปล่า, ทิศใต้ติดกับถนนด้านหน้าโครงการ ฝั่งตรงข้ามเป็นที่ดินเปล่าและโครงการรุ่นพี่อย่างเศรษฐสิริ กรุงเทพกรีฑา ส่วนฝั่งทิศตะวันตกติดกับพื้นที่ดินเปล่า

โดยสรุปแล้วสภาพแวดล้อมรอบๆโครงการแต่ละด้านจะติดกับ

  • ทิศเหนือ – ติดกับ บ้านพักอาศัย สูง 2 ชั้น
  • ทิศตะวันออก – ติดกับ คลองบ้านม้า , ที่ดินเปล่า
  • ทิศใต้ – ติดกับ ถนนทางเข้าโครงการ , ที่ดินเปล่า
  • ทิศตะวันตก – ติดกับ ที่ดินเปล่า

ด้านหน้าโครงการทางทิศตะวันออก จะตรงกับถนนทางเข้า บรรยากาศค่อนข้างดีเลยค่ะ เนื่องจากมีต้นไม้ใหญ่ทั้งสองข้างทาง และบริเวณเกาะกลาง ทำให้บรรยากาศสดชื่นดูไม่แห้งแล้ง และเดินสายไฟลงดินให้ค่ะ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • กรุงเทพกรีฑา สปอร์ต คลับ 0.76 KM.
  • โรงเรียนนานาชาติ ไบรท์ตัน คอลเลจ 0.9 KM.
  • โรงเรียนนานาชาติ เวลลิงตัน คอลเลจ 3.2 KM.
  • โรงพยาบาลสมิติเวชศรีนครินทร์ 4.2 KM.
  • เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ 6.9 KM.
  • ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 10.65 KM.

เจาะลึกตัวโครงการ

โครงการเศรษฐสิริ กรุงเทพกรีฑา 2 ตั้งอยู่บนที่ดินขนาด 59 ไร่ จำนวน 169 ยูนิต ในซอยประชาร่วมใจ มีทางเข้าอยู่ค่อนข้างกลางโครงการเป็นทางเข้าหลัก (Main Gate) เข้ามาแล้วจะมีประตูเลื่อนไฟฟ้าอีก 1 จุดก่อนเข้าสู่ถนนหลักของโครงการ กว้าง 12 เมตร มีถนนซอยย่อยกว้าง 9 เมตร สามารถขับรถสวนกันได้สบายๆค่ะ Clubhouse ของโครงการจะอยู่ตรงกลางมองเห็นได้ชัดเจนจากทางเข้า ทำให้เหมือนเป็นส่วนต้อนรับของลูกบ้านเลยค่ะ ตัวบ้านภายในโครงการหันหน้าไปทางทิศเหนือ – ใต้ ทำให้แสงแดดยามบ่ายไม่ส่องมาทางหน้าบ้านซึ่งตรงกับห้องนั่งเล่นโดยตรงค่ะ

ทางเข้าโครงการ เศรษฐสิริ กรุงเทพกรีฑา 2 ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจาก Dynamic Architecture การใช้รูปทรงที่ดูลื่นไหล มาใช้ในการตกแต่งซุ้มประตูทางเข้า ซึ่งทำออกมาแล้วทำให้ดูเด่นพอสมควรเลยค่ะ

ป้ายชื่อโครงการจะอยู่ด้านข้างมองเห็นได้ชัดเจน เข้ากันกับซุ้มประตูทางเข้า

ทางเข้า-ออกจะเป็นไม้กั้นกระดกแยกทางเข้า-ออกชัดเจน โดยมีป้อมรปภ. อยู่ตรงกลางค่ะ ทางเข้าจะแบ่งเป็น 2 ส่วน สำหรับผู้มาติดต่อและลูกบ้านทำให้ลูกบ้านเข้าโครงการได้สะดวกไม่ต้องเสียเวลารอผู้มาติดต่อแลกบัตรเลยค่ะ

การผ่านเข้า-ออก ใช้ระบบ RFID เป็นระบบ Easy Pass สำหรับลูกบ้าน

สำหรับผู้มาติดต่อจะต้องแลกบัตรพร้อมตรวจท้ายกระโปรงรถทุกครั้งก่อนเข้า-ออกจากโครงการ โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอยู่ 24 ชั่วโมง ซึ่งทางแสนสิริได้มีการอบรมเจ้าหน้าที่ตามมาตรฐาน Sansiri Security inspection (SSI) ค่ะ

เข้ามาด้านในแล้วจะเจอกับประตูรั้วเลื่อนอัตโนมัติอีกชั้นหนึ่ง มีต้นไม้ใหญ่อยู่ตรงกลางให้บรรยากาศสดชื่นขึ้น เป็นส่วนต้อนรับเข้าสู่โครงการค่ะ

ด้านข้างประตูรั้วก็จะมีทางเดินเข้า – ออกสำหรับคนเดิน หรือรถจักรยานได้ค่ะ

เข้ามาด้านในแล้วจะเจอกับถนนหลัก กว้าง 12.00 เมตร ตอนนี้กำลังก่อสร้าง Clubhouse อยู่ทางด้านขวามือนะคะ คาดว่า Clubhouse จะแล้วเสร็จช่วงปลายปี 2562 นี้ค่ะ

อาคาร Clubhouse จะมีขนาดค่อนข้างใหญ่แรงบันดาลใจมากจาก Dynamic Architecture เข้ากับซุ้มประตูทางเข้า ภายในมีพื้นที่ Fitness, สระว่ายน้ำ, Education Playground และ Co-Working Space ค่ะ

ถนนซอยย่อยของโครงการจะกว้าง 9.00 เมตร รถยนต์สามารถวิ่งสวนกันได้สบายๆค่ะ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • อาคาร Clubhouse บริเวณส่วนกลาง ภายในมี Co-Working Space
  • สระว่ายน้ำ ระบบเกลือ / สระผู้ใหญ่และสระเด็ก
  • ห้องออกกำลังกาย 1 ห้อง
  • พื้นที่สวนหย่อมในโครงการ 2 จุด รวม
  • ระบบ CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ n/a จุด
  • รั้วรอบโครงการสูง 6.00 เมตร แบ่งเป็นรั้วโครงการ 3.00 เมตรและรั้วระแนง 3.00 เมตร
  • ถนนหลักกว้าง 12 ม. และถนนภายในกว้าง 9 ม.
  • Key Card Access : RFID
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
  • ประตูรั้วโครงการแบบ รั้วกั้นไม้กระดก และ รั้วเลื่อนไฟฟ้า 2 ตอน
  • สัญญาณกันขโมย ระบบ Magnetic & Motion Sensor ทุกหลัง


Product Walkthrough

โครงการ เศรษฐสิริ กรุงเทพกรีฑา 2 มีแบบบ้านทั้งหมด 4 แบบ ดังนี้ค่ะ

  • Cachet บ้านขนาดเริ่มต้นของโครงการ

  • ที่ดินมาตรฐาน 65-84 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 223 ตร.ม. 4 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / 3 ที่จอดรถ

  • Luminary บ้านขนาดกลางมีส่วนเตรียมอาหาร และห้องแม่บ้านเพิ่มขึ้นมาค่ะ
    • ที่ดินมาตรฐาน 78-95 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 273 ตร.ม. 4 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / 3 ที่จอดรถ / 1 ห้องแม่บ้าน

  • Elite เพิ่มห้องผู้สูงอายุแบบเต็มรูปแบบมีห้องน้ำในตัว
    • ที่ดินมาตรฐาน 92-141 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 357 ตร.ม. 5 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 3 ที่จอดรถ / 1 ห้องแม่บ้าน

  • Regal บ้านใหญ่พร้อมห้องผู้สูงอายุแบบเต็มรูปแบบและเพิ่มห้องอเนกประสงค์ที่ชั้น 2 ค่ะ
    • ที่ดินมาตรฐาน 105-137 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 404 ตร.ม. 5 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 4 ที่จอดรถ / 1 ห้องแม่บ้าน

    วันนี้เราจะพาไปชมบ้าน 2 หลัง คือ Luminary บ้านรองเล็กสุด และบ้าน Regal หลังใหญ่สุดกันค่ะ ซึ่งบ้านในโครงการนี้จะมีจุดเด่นคือมีการคำนึงถึงการออกแบบ 3 ส่วน คือ ความสวยงาม, พื้นที่การใช้งาน และความปลอดภัย และภายในโครงการจะเลือกใช้นวัตกรรม”บ้านปลอดฝุ่น” และ “Cooliving Design Home” ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ช่วยคลายความร้อนของตัวบ้านและช่วยเติมอากาศบริสุทธิ์ภายในบ้าน นวัตกรรมต่างๆจะมีอะไรบ้างไปชมกันค่ะ

    โดยบ้านทุกหลังจะมีเทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่ติดตั้งมาให้ ดังนี้

    • Solar Attic – ระบบพัดลมและช่องระบายอากาศใต้หลังคา ด้วยพลังงานแสงอาทิตย์
      เพื่อลดความร้อนใต้หลังคาทำให้อากาศภายในตัวบ้านเย็นลง และลดการสะสมของเชื้อโรค
    • กระจก Low-E Glass – สามารถลดความร้อนได้มากกว่ากระจกใส ประมาณ 30 -40 %
    • สีทาบ้าน UV Shield – ช่วยสะท้อนความร้อนของแสงแดดออกจากตัวบ้าน และลดการสะสมความร้อนระหว่างวัน
    • Breeze Panel – ช่องระบายอากาศบริเวณประตูและหน้าต่าง ช่วยให้อากาศถ่ายเท และระบายความร้อนภายในตัวบ้าน
    • Elder Care – ห้องผู้สูงอายุ
    • Dust Free House – เทคโนโลยีบ้านปลอดฝุ่น
    • EV Charger – เดินไฟ 3 เฟสรองรับรถใช้ไฟฟ้า

    มาเริ่มกันที่บ้าน Luminary มีพื้นที่ใช้สอย 273 ตร.ม. ขนาดที่ดิน 78-95 ตร.ว. มี 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ และ 3 ที่จอดรถ  ตัวบ้านค่อนข้างใหญ่ จอดรถในร่มได้ 3 คัน เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีสมาชิก 5-6 คน การวางผังชั้นแรกจะมีทางเข้าตัวบ้าน 2 ทาง ทั้งจากที่จอดรถซึ่งจะเป็นประตูที่ติดตั้งระบบ Digital Door Lock มาให้และทางเข้าหลักหน้าบ้าน ที่เปิดมาแล้วจะเข้าไปยังส่วนห้องรับแขกค่ะ  สำหรับแม่บ้านจะมีทางเข้าไปที่ลานซักล้าง ห้องครัวและห้องแม่บ้านแยกออกจากตัวบ้าน ทำให้ไม่ไปรบกวนสมาชิกในบ้านค่ะ

    เมื่อเข้ามาในตัวบ้านทางประตูหลักด้านหน้าจะเจอกับส่วนห้องนั่งเล่นซึ่งมีพื้นที่เชื่อมต่อกับห้องรับประทานอาหารจะเจอกับพื้นที่โล่งๆ บริเวณนี้กว้างพอสมควรสามารถจัดเป็นห้องนั่งเล่นและห้องรับประทานอาหารได้ นอกจากนั้นยังได้ช่องแสงรอบด้านทำให้ตัวบ้านสว่างจากแสงธรรมชาติ ติดกับห้องนั่งเล่นจะมีส่วนเตรียมอาหาร ซึ่งบ้านจริงเราจะได้เคาน์เตอร์ Built-in ทั้งส่วนเตรียมอาหารและในห้องครัวเลยค่ะ ห้องครัวแยกเป็นสัดส่วนชัดเจนค่อนข้างกว้างทีเดียว สามารถเปิดออกไปด้านหลังยังห้องแม่บ้านได้ และมีห้องอเนกประสงค์ชั้นล่างที่สามารถทำเป็นห้องทำงานหรือ ห้องนอนของผู้สูงอายุได้ ซึ่งห้องนี้จะปูพื้น Shock Absorption Floor มาให้ เหมาะกับการใช้งานของผู้สูงอายุ ห้องนี้จะมีช่องแสงมองเห็นสวนหน้าบ้านได้ และตำแหน่งห้องจัดวางอยู่ในส่วนที่ไม่ถูกเดินผ่านบ่อย ทำให้ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวมากขึ้นค่ะ อีกทั้งยังใกล้กับห้องน้ำ ที่มีพื้นที่อาบน้ำมาให้ด้วย ทำให้เดินไปใช้ได้ง่าย ตัวบ้านจะเป็นยังไงเราไปชมกันเลย

    ชั้นที่ 2 ของบ้านเป็นพื้นที่สำหรับพักผ่อนทั้งหมดโดยจะแบ่งเป็นห้องนอน 3 ห้องและพื้นที่ Family Area ตรงกลาง จะทำเป็นที่นั่งพักผ่อน หรือโซนออกกำลังกายของคนในบ้านก็ได้นะ จากส่วนโถงกลางนี้สามารถออกมายังระเบียงด้านหน้าบ้านได้ ซึ่งจะเป็นระเบียงยาวไปจนถึงห้องนอนเล็กเลยค่ะ ถ้าเราลองสังเกตดูจะเห็นว่าเมื่อขึ้นบันไดมาแล้วจะเจอกับห้องนอนแบ่งเป็น 3 ส่วนคือ ห้องนอนเล็กอยู่ทางซ้ายมือและขวามือ ส่วนห้อง Master Bedroom อยู่ริมสุดของบ้านได้พื้นที่ตั้งแต่หน้าบ้าน ไปจนถึงหลังบ้านเลย ซึ่งทุกห้องนอนจะมีส่วน Walk in closet และห้องน้ำในตัว ทำให้ใช้งานสะดวกและเป็นส่วนตัว ห้องนอนเล็กด้านหน้าบ้านมีข้อดีคือสามารถมองเห็นวิวที่ระเบียง และส่วนหน้าบ้านได้ ส่วนห้องนอนเล็กด้านหลังจะได้ขนาดที่กว้างขึ้นเล็กน้อย ส่วนห้อง Master Bedroom จะได้ระเบียงส่วนตัวด้านหน้าบ้าน พื้นที่ Walk-in Closet แยกออกมาเป็นสัดส่วน และมีอ่างอาบน้ำในห้องน้ำเพิ่มขึ้นมาค่ะ

    ตัวบ้านภายนอกจะใช้การออกแบบที่มีการนำเส้นสายแนวตั้ง มาผสมผสานกับแนวนอนของตัวบ้าน ทำให้ปริมาตรดูมีมิติมากขึ้น สีของบ้านในโครงการนี้จะมี 3 สี คือสีน้ำตาล สีเทา และสีน้ำเงินเข้ม จะคละกันไปแต่ละแบบค่ะ

    รั้วบ้านที่ได้จะเป็นรั้วอลูมิเนียมสีดำเป็นบานเลื่อนด้านข้าง 2 ตอน เป็นระบบอัตโนมัติค่ะ มีไฟ กริ่งและตู้จดหมายติดมาให้ที่ผนังด้านขวาของตัวบ้าน และมีช่องเปิดถังขยะจากด้านนอกมาให้ทางฝั่งซ้ายมือ

    ที่จอดรถเป็นที่จอดแบบในร่ม ซึ่งจอดแล้วสามารถเดินเข้าตัวบ้านได้เลย โดยสามารถจอดได้ 3 คัน บริเวณเสาติดตั้งกล้องวงจรปิดมาให้ทุกหลังค่ะ โครงสร้างพื้นบริเวณที่จอดรถจะลงเสาเข็มมาให้เป็นเสาเข็มยาว สามารถต่อเติมหลังคาที่จอดรถเพิ่มเติมได้โดยไม่ต้องกังวลปัญหาเรื่องทรุดค่ะ

    กล้องวงจรปิด (ซ้ายบน) ที่ได้จะสามารถเชื่อมต่อกับ Application เพื่อตรวจดูว่าใครมาที่บ้านได้จากข้างนอก สามารถเปิด-ปิดไฟ และพูดผ่าน Application มาออกที่กล้องได้ เมื่อไม่อยู่บ้าน แต่มีคนมาส่งของก็สามารถพูดให้วางของไว้ให้ หรือฝากใครไว้ก็ได้ค่ะ

    EV Charger (ขวาบน) ทางโครงการจะเดินระบบไฟฟ้า 3 เฟสมาให้เพื่อรองรับที่ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้ามาให้เลย โดยไม่ต้องไปทำเรื่องขอให้ยุ่งยากเองค่ะ

    ช่องเก็บของ (ซ้ายล่าง) เป็นช่องสูง ประตูช่องเก็บของเป็นแบบบานเปิดคู่ ทำให้เก็บของขนาดใหญ่ได้ เช่น อุปกรณ์ทำสวน เป็นต้น

    ปลั๊กไฟ (ขวาล่าง) ด้านนอกจะมีสำรองไว้ให้พร้อมฝาครอบปิดกันน้ำกันฝุ่นเข้าไปภายในค่ะ

    ประตูทางเข้าจากลานจอดรถจะติดตั้ง Digital Door Lock มาให้ช่วยอำนวยความสะดวกในการ เข้า-ออก สามารถตั้งรหัสได้ ไม่ต้องหยิบพกกุญแจให้หนักกระเป๋าค่ะ ส่วนพื้นทางเข้าจะยกระดับจากพื้น 1 ขั้น ช่วยกันไม่ให้ฝุ่นจากด้านนอกเข้าไปในบ้านได้

    เราจะพาดูรอบๆบ้านกันก่อนนะคะว่าเป็นยังไงบ้าง สวนด้านหน้าบ้านที่ทางโครงการจัดมาให้ จะมีไม้พุ่มที่รั้วด้านหน้าช่วยบังสายตาจากภายนอก และต้นไม้ใหญ่ที่ริมรั้ว และด้านข้างบ้าน รวม 2 จุดค่ะ

    เนื่องจากภายในโครงการเน้นที่ดินค่อนข้างกว้างทำให้บ้านแต่ละหลังมีพื้นที่ด้านข้างสำหรับทำสวนสวยๆ หรือสนามหญ้าให้เด็ก วิ่งเล่นกันได้เลยค่ะ

    ด้านหลังบ้านก็จะมีไม้พุ่มปลูกมาให้ เป็นส่วนตกแต่งบ้านให้ดูร่มรื่นค่ะ

    ประตูทางเข้าหลักเป็นประตูบานเลื่อนกระจกกรอบอลูมิเนียม Powder Coat สีดำ จะมีช่อง Breeze Panel ติดมาให้ทุกบานช่วยระบายอากาศให้ไหลเวียนในบ้านมากขึ้น หน้าบ้านมีพื้นที่เฉลียงค่อนข้างกว้าง สามารถใช้วางรองเท้าได้ โดยพื้นของบ้านจะยกขึ้นสูงประมาณ 25 เซนติเมตรจากระดับพื้น และมีชายคาที่เป็นระเบียงชั้น 2 ยื่นออกมาซึ่งช่วยกันแดด กันน้ำเวลาฝนตกได้ค่ะ

    เข้ามาภายในตัวบ้านจะเจอกับห้องรับแขกก่อน พื้นที่ห้องรับแขกเชื่อมต่อกับส่วนรับประทานอาหาร มีช่องเปิดแสงค่อนข้างกว้างทำให้ห้องมีแสงสว่างเข้ามาเพียงพอในเวลากลางวัน ซึ่งกระจกที่ได้จะเป็นกระจก Low-E ช่วยลดความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน และเป็น Private Temper Glass เมื่อมองจากข้างนอกจะไม่เห็นคนที่อยู่ด้านใน แต่คนด้านในสามารถมองเห็นวิวด้านนอกได้ค่ะ

    มองไปทางด้านหน้าบ้าน ประตูเป็นบานเลื่อนกระจก 3 ตอน มองเห็นสวนด้านหน้าบ้านชัดเจน ห้องรับแขกมีความกว้างของระยะดู TV ประมาณ 3.5 เมตร เหมาะสำหรับ TV ขนาดใหญ่ประมาณ 46 – 50 นิ้วค่ะ

    พื้นที่รับประทานอาหารของบ้านค่อนข้างกว้าง สามารถวางชุดโต๊ะรับประทานอาหารได้ 6-8 ที่นั่งเลย แล้วยังสามารถต่อเติมชานออกไปด้านข้างบ้านทำเป็นมุมบาร์บีคิว Outdoor ได้สบายๆค่ะ

    ก่อนเข้าไปยังส่วนตรัว มีพื้นที่สำหรับทำเคาน์เตอร์บาร์ หรือ Pantry ครัวฝรั่งสำหรับทำอาหารที่ไม่ยุ่งยาก เป็นมุมสำหรับเตรียมอาหาร ซึ่งทางโครงการก็จะ Built-in มาให้ด้วย (ภาพล่าง)

    ส่วนเตรียมอาหารที่ทางโครงการจัดพื้นที่มาให้จะมีช่องสำหรับวางตู้เย็น 1 จุด พร้อมเคาน์เตอร์ และชั้นเก็บของด้านบนมาให้

    บริเวณเคาน์เตอร์จะมีช่องหน้าต่างซึ่งออกแบบมาให้พอดีกับส่วนครัว ได้แสงส่องเข้ามาบริเวณพื้นที่เตรียมอาหาร และสามารถเปิดระบายอากาศได้ แต่ก็มีความปลอดภัยเพราะคนไม่สามารถเข้ามาได้ค่ะ

    ตรงนี้มีติดตั้งอ่างล้างจานมาให้ 1 จุด เป็นอ่างสเตนเลส จาก Franke ใช้งานได้สะดวกถ้าต้องการล้างมือก็ไม่ต้องเดินไกลค่ะ

    ด้านบนก็เป็นชั้นเก็บของสำหรับใส่จาน ชาม ต่างๆ แต่อยู่ค่อนข้างสูงสักนิดค่ะ ถ้าผู้หญิงตัวเล็กหน่อยอาจจะเปิดไม่ถนัดนัก ส่วนด้านล่างจะทำเป็นลิ้นชักเก็บอุปกรณ์ๆต่างๆมาให้ หยิบใช้งานได้สะดวก

    ภายในครัวค่อนข้างกว้างประมาณ 3.5 x 2.80 เมตร สามารถเดินออกด้านหลังไปยังลานซักล้างได้ และส่วนนี้จะเป็นส่วนที่เชื่อมต่อกับห้องแม่บ้านนั่นเองค่ะ

    ภายในครัวเป็นเคาน์เตอร์ Built-in รูปตัว U พร้อมชั้นเก็บของด้านบนมาให้พร้อม มีที่เดินตรงกลางกว้างประมาณ 2 เมตร สำหรับทำครัวตรงกลาง 2 เมตร ใช้งาน 2 คนได้สบายๆ ค่ะ โดยครัวจะติดตั้งอ่างล้างจาน และเครื่องดูดควันมาให้เลย

    อ่างล้างจานภายในห้องครัวจะได้เป็นอ่างขนาดใหญ่ 2 ช่อง เพื่อความสะดวกในการล้างจาน และมีช่องแสงส่องลงมาพอดี นอกจากได้แสง และเปิดระบายอาหาศภายในครัวแล้วยังช่วยฆ่าเชื้อโรคได้บ้างค่ะ

    ทางโครงการจะติดตั้งเครื่องดูดควันเครื่องใหญ่จาก Franke มาให้ด้วย เป็นตัวช่วยในการระบายอากาศอีกทางค่ะ

    ฝั่งตรงข้ามจะเป็นส่วนของช่องวางตู้เย็นตรงนี้สามารถวางตู้เย็นบานคู่ได้เลย และยังมีช่องเก็บของทั้งด้านบนและด้านล่างมาให้เช่นกัน

    ออกมาแล้วจะเจอกับห้องน้ำ และห้องแม่บ้านทางขวามือ ส่วนทางซ้ายมือเป็นพื้นที่วางเครื่องซักผ้า และจะมีอ่างล้างมือติดตั้งมาให้ด้วยค่ะ

    ห้องแม่บ้านขนาด 2.20 x 2.30 เมตร มองเห็นวิวด้านหลังบ้าน ห้องนี้สามารถใช้เป็นห้องเก็บของหนาดใหญ่ได้เช่นกัน

    ห้องน้ำด้านนอกสำหรับแม่บ้าน จะมีส่วนอาบน้ำมาให้พร้อมค่ะ

    เข้ามาดูภายในบ้านกันต่อ ฝั่งซ้ายของบันไดจะเป็นห้องนอนผู้สูงอายุ (หรือห้องอเนกประสงค์) ถัดไปเป็นประตูทางออกไปยังที่จอดรถและสุดทางเดินใต้บันไดจะเป็นห้องน้ำค่ะ

    ตรงประตูทางออกจะมีจอ Digital ของระบบรักษาความปลอดภัยจาก Inim ติดมาให้ ภายในบ้านจะมี 2 จุดคือหน้าประตูทางเข้าจากที่จอดรถและบริเวณโถงชั้น 2 ค่ะ เครื่องนี้จะคอยเตือนและแจ้งว่ามีการเปิด-ปิดประตูหรือหน้าต่างบานไหน หรือถ้ามีการทุบ กระจกแตกก็จะส่งสัญญาณเตือนให้เจ้าของบ้านได้ทราบ

    ด้านหลังทางเดินจะมีส่วนของแผงไฟฟ้ามาให้ เป็นตู้ Built-in บ้านจริงที่ได้จะหน้าบานสีขาวค่ะ

    ห้องนี้มีขนาด 3.75 x 3.90 เมตร ถ้าเป็นห้องพักผ่อนก็สามารถวางโซฟายาวขนาด 3-4 ที่นั่งได้ หรือจะปรับเป็นห้องนอนก็วางเตียงได้ถึง 6 ฟุต ห้องนี้มีช่องแสงกว้างเป็นหน้าต่างมองเห็นวิวสวนด้านหน้าบ้านค่ะ ห้องนี้ปูพื้นมาให้ดวยวัสดุ Absorption Floor ลดแรงกระแทกสามารถปรับเป็นห้องนอนผู้สูงอายุได้เป็นการออกแบบที่รองรับ 3 Generations

    จากภาพห้องตัวอย่างวางเตียง 5 ฟุตแล้วยังเหลือพื้นที่ด้านข้างเดินได้สบายๆ หรือสำหรับผู้สูงอายุคนไหนใช้รถเข็นก็ยังใช้งานได้ค่อนข้างสะดวก

    นอกจากวางเตียงแล้วยังทำ Built-in ตู้เสื้อผ้าหรือโต๊ะหนังสือที่ผนังห้องได้ แต่ถ้าจะทำตู้เสื้อผ้าให้สะดวกกับการใช้งานของผู้สูงอายุแนะนำให้เป็นประตูบานเลื่อนจะดีกว่าค่ะ

    ห้องน้ำที่ชั้น 1 เป็นห้องน้ำที่ใช้ร่วมกันกับห้องนอนผู้สูงอายุนะคะ ห้องน้ำอาจจะยังไม่รองรับการใช้งานของรถเข็นแต่ก็ติดตั้งราวจับเพิ่มเติมให้ผู้สูงอายุใช้งานได้แทน พื้นห้องน้ำจะปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ผิวด้านช่วยลดความลื่น แยกพื้นที่ส่วนเปียก-แห้ง และมีพื้นที่อาบน้ำมาให้สำหรับคนที่ใช้ห้องอเนกประสงค์เป็นห้องนอนค่ะ

    ห้องน้ำลดระดับลงประมาณ 5 เซนติเมตร เวลาทำความสะอาดห้องน้ำจะไม่ไปเปียกพื้นด้านนอก

    อ่างล้างหน้าติดตั้งบนเคาน์เตอร์ จาก Kohler ด้านล่างเคาน์เตอร์มีช่องเก็บของมาให้ ใช้เก็บพวกอุปกรณ์ทำความสะอาดได้ค่ะ กระจกเงาที่ได้เป็นบานสูงซ่อนไฟด้านล่างมาให้ พื้นที่ขอบผนังสามารถวางของใช้, โฟมล้างมือ หรือน้ำหอมบริเวณอ่างล้างหน้าได้

    สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ประกอบห้องน้ำที่ได้จาก Kohler และ Englefield นะคะ ห้องน้ำชั้น 1 นี้จะได้ฝารองนั่งแบบอัตโนมัติติดตั้งมาให้ด้วยค่ะ

    พื้นที่อาบน้ำจะกั้นฉากกั้นกระจกบานเปิดมาให้ ช่วยให้เวลาอาบน้ำแล้วน้ำไม่กระเด็นออกมาเปียกส่วนพื้นที่แห้งค่ะ

    ผนังด้านข้างเว้าเป็นชั้นวางของสำหรับอุปกรณ์อาบน้ำต่างๆ ดูสวยงามไม่ต้องติดตั้งเพิ่มเติมค่ะ และมีการเดินงานระบบรองรับเครื่องทำน้ำอุ่นมาให้ทุกห้อง เพียงซื้อเครื่องทำน้ำอุ่นมาติดตั้งก็ใช้งานได้เลย ฝักบัวที่ได้จาก Englefield

    บ้านหลังนี้มีที่เก็บของทั้งหมด 2 จุด นอกจากด้านนอกที่บริเวณลานจอดรถแล้วยังมีพื้นที่เก็บของใต้บันไดด้วย ซึ่งได้ประตูบานเปิดคู่ เก็บของขนาดใหญ่ เช่น กระเป๋าเดินทาง, เครื่องดูดฝุ่น ฯลฯ ได้

    มาถึงบันไดทางขึ้นชั้น 2 เป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กแข็งแรง กว้างประมาณ 0.90 เมตร ปูด้วยไม้สำเร็จรูป กว้าง 27 เซนติเมตร ลูกนอนฉาบเรียบทาสีขาวสูง 18 เมตร ซึ่งเป็นระยะมาตรฐานทั่วไปสำหรับการเดิน ลูกกรงและราวบันไดมีวัสดุเป็นเหล็กพร้อมมือจับไม้สำเร็จรูปทำสี

    บริเวณโถงบันไดมีช่องแสงขนาดใหญ่ช่วยรับแสงธรรมชาติเข้ามาในบ้านให้สว่างมากขึ้น ตอนกลางวันไม่ต้องเปิดไฟที่โถงบันไดเลยค่ะ นอกจากนั้นยังสามารถเปิดระบายอากาศ จากหน้าต่าง หรือ จาก Breeze Panel ได้

    เมื่อขึ้นมาด้านบนแล้วจะเจอกับส่วนพักผ่อนทั้งหมด โดยฝั่งขวาจะเป็นห้องนอนเล็กด้านหน้าบ้าน และ Family Area ตรงกลางเป็นห้อง Master Bedroom และฝั่งซ้ายเป็นห้องนอนด้านหลังบ้าน โดยพื้นชั้น 2 นั้นเป็นพื้นลามิเนต หนา 12 มิลลิเมตรค่ะ มีระยะจากพื้นถึงฝ้าอยู่ที่ประมาณ 2.90 เมตร ค่อนข้างโปร่งสบายค่ะ

    บริเวณโถงชั้น 2 ก็มีแผงควบคุมระบบความปลอดภัย Magnetic Censor หน้าจอสัมผัสจาก Inim มาให้นะคะ

    มาดูห้องนอนฝั่งหน้าบ้านกันค่ะ ห้องนี้เป็นห้องนอนที่ได้วิวด้านหน้าบ้าน มองเห็นระเบียงแต่ไม่มีประตูออกไปยังระเบียงนะคะ มีห้องน้ำในตัว ห้องนี้ได้ช่องแสง 2 จุดหน้าต่าง วางเตียง 5-6 ฟุตได้พอดี

    พื้นที่วางเตียงจะอยู่ที่ประมาณ 3.70 x 3.65 เมตร สามารถวางชั้นวาง TV แล้วยังมีพื้นที่เดินเหลือเยอะสามารถเดินได้สบายค่ะ

    ภายในห้องมีส่วน Walk-in Closet กว้าง 1.70 เมตร ตำแหน่งอยู่ก่อนเข้าห้องน้ำทำให้การใช้งานสะดวก อาบน้ำออกมาแล้วเลือกเสื้อผ้าแต่งตัวได้เลยค่ะ

    ห้องน้ำมีการวางพื้นที่การใช้งานแบบเดียวกับห้องด้านล่าง แบ่งส่วนเปียก-ส่วนแห้งชัดเจน พร้อมติดตั้งฉากกั้นกระจกอาบน้ำมาให้ มีช่องแสงอยู่เหนือสุขภัณฑ์ ช่วยรับแสงและระบายอากาศ ให้ห้องน้ำไม่อับชื้น แต่จะแตกต่างจากห้องชั้นล่างเล็กน้อยตรงที่โถสุขภัณฑ์ห้องนี้จะได้แบบธรรมดานะคะ แต่ก็สามารถซื้อฝาอัตโนมัติมาติดเพิ่มเติมเองได้ไม่ยาก

    ถัดมาเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ที่สามารถทำเป็นพื้นที่ทำงานหรือ Family Area ได้ และยังมีประตูเชื่อมต่อไปยังระเบียงด้านหน้าบ้านได้ค่ะ

    ห้องมีความกว้างประมาณ 2.75 x 3.80 เมตร มีระยะดู TV ประมาณ 2.5 เมตรเหมาะกับวาง TV ขนาดไม่เกิน 40 นิ้ว แต่เนื่องจากห้องมีความยาวจึงสามารถวางโซฟา 4 ที่นั่งได้สบายๆค่ะ

    ประตูทางออกไปยังระเบียงเป็นประตูบานเลื่อนขนาดใหญ่ 2 ตอน จึงทำให้แสงเข้ามาได้มากโถงกลางของชั้น 2 จึงสว่างพอสมควรค่ะ

    ระเบียงปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้สีเทาผิวหยาบทำให้ไม่ลื่นเวลาเปียกฝน และทำความสะอาดได้ง่าย

    ระเบียงที่ได้เป็นระเบียงยาวประมาณ 7.10 เมตร กว้าง 1.00 เมตร มองเห็นวิวด้านหน้าบ้าน และเดินไปยังหน้าต่างของห้องนอนเล็กได้  ทำให้ห้องนอนอาจจะเสียความเป็นส่วนตัวไปหน่อยแต่ก็สามารถแก้ไขได้โดยการติดผ้าม่านบังสายตาค่ะ และที่ทำให้รูปด้านฝั่งหน้าบ้านดูสวยอีกอย่างคือ ราวกันตกของระเบียงจะเป็นกระจกบานเปลือย ทำให้ดูโปร่งไม่อึดอัดและมองเห็นวิวได้กว้างมาขึ้นด้วยค่ะ

    มาดูห้องนอนด้านหลังบ้านกันค่ะ ห้องนี้เมื่อขึ้นบันไดมาแล้วจะอยู่ทางด้านซ้าย เป็นห้องนอนพื้นที่กว้างมีห้องน้ำในตัวอยู่ด้านหน้า แลกกับการไม่มีระเบียงส่วนตัวสำหรับคนที่ไม่ชอบใช้งานระเบียงค่ะ

    ภายในห้องนอนห้องนี้กว้างประมาณ 3.40 x 4.00 เมตร สามารถวางเตียงขนาดใหญ่ 6 ฟุตได้สบายๆ ด้านข้างมีพื้นที่วางโต๊ะข้างเตียง และวางชั้นวาง TV ปลายเตียงได้ค่ะ ห้องนี้มีช่องแสงทั้งหมด 3 จุด จากด้านหลังบ้านและด้านข้าง ทำให้ห้องค่อนข้างสว่าง

    ฝั่งตรงข้ามเหลือพื้นที่สำหรับจัดเป็นโซนนั่งเล่นหรือนั่งทำงานได้ ตรงกับช่องแสง 1 จุดช่วยให้พื้นที่นี้สว่างมากขึ้น ตัวพื้นที่เชื่อมต่อกับส่วน Walk-in Closet และห้องน้ำใช้งานได้สะดวก

    มาถึงห้องนอน Master Bedroom เป็นห้องนอนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดมีระเบียงส่วนตัวและแยกพื้นที่การใช้งานชัดเจนทั้งส่วนพักผ่อน, ระเบียง, Walk-in Closet และห้องน้ำค่ะ ส่วนพักผ่อนของห้องนี้จะได้ช่องแสงที่ระเบียง และด้านข้างบ้านนั่นเอง

    ห้อง Master Bedroom นี้มีขนาดประมาณ 4.20 x 4.80 เมตร ถือว่ากว้างเลยทีเดียว สามารถวางเตียงใหญ่ 6 ฟุตพร้อมโต๊ะข้างเตียง หรือโคมไฟได้สบายๆ

    ประตูจากห้องนอนไปยังระเบียงเป็นประตูบานเลื่อนกระจก 2 ตอนบานกรอบอลูมิเนียม Powder coat มองเห็นวิวด้านหน้าบ้านชัดเจน ซึ่งเป็นกระจก Private Temper Glass เช่นกันค่ะ

    พื้นระเบียงปูกระเบื้องแกรนิตโต้ผิวด้านทำความสะอาดได้ง่าย พื้นที่กว้างประมาณ 3.50 x 1.50 เมตร สามารถวางโต๊ะเก้าอี้ออกมานั่งจบกาแฟอ่านหนังสือพิมพ์ยามเช้าได้ ส่วนราวกันตกก็จะได้เป็นกระจกบานเปลือยเช่นกัน

    ฝั่งตรงข้ามระเบียงเป็นส่วน Walk-in Closet และห้องน้ำ สามารถกั้นประตูบานเลื่อนปิดเองเพื่อความเป็นสัดส่วนมากขึ้นได้

    ส่วน Walk-in Closet กว้างประมาณ 1.95 เมตร ยาว 3.60 เมตร ถือว่าค่อนข้างกว้างทีเดียวค่ะ ริมสุดจะได้ช่องแสงมาให้ด้วย 1 จุดทำให้ดูไม่อึดอัดจนเกินไป ส่วนนี้สามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งได้

    ห้องน้ำของห้อง Master Bedroom จะมีการอัพเกรดขึ้นมาจากห้องอื่นๆ เมื่อเข้ามาแล้วจะเจอกับส่วนอ่างล้างหน้าก่อน แล้วแบ่งการใช้งานออกเป็น 2 ฝั่งคือ ฝั่งขวา(ด้านหลังบ้าน) จะเป็นพื้นที่อ่างอาบน้ำ และฝั่งซ้ายเป็นพื้นที่อาบน้ำและสุขภัณฑ์ค่ะ

    ส่วนของอ่างล้างหน้าจะได้เป็นเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าและบานกระจกแบบทั่วไปเหมือนกับห้องอื่นๆ

    ฝั่งซ้ายมือเป็นส่วนพื้นที่อาบน้ำพร้อมฉากกั้นมากให้ และพื้นที่สุขภัณฑ์โดยห้องนี้จะได้เป็นฝารองอัตโนมัติจาก Kohler เหมือนกับห้องน้ำชั้นล่างค่ะ

    ฝักบัวจะได้เป็นฝักบัวและ Rain Shower ระบบน้ำร้อน สามารถปรับอุณหภูมิได้ ผนังด้านข้างมีช่องเก็บอุปกรณ์ต่างๆได้

    ฝั่งที่เป็นพื้นที่สำหรับอ่างอาบน้ำ จะอยู่ติดกับช่องแสงสามารถเปิดระบายอากาศได้ จะเปิดไปยังสวนด้านหลังบ้านค่ะ ตรงพื้นที่อ่างอาบน้ำจะมีผนังด้านข้างเว้าเข้าไปด้านใน และทำเป็นชั้นวางของมาให้ ใช้วางของตกแต่งหรือของสะสมได้นะคะ

    อ่างอาบน้ำที่ได้เป็นแบบลอยตัวรูปทรงวงรี จาก Kohler พร้อมฝักบัวระบบน้ำร้อนน้ำเย็น

    บ้านหลังที่ 2 ที่เราพามาดูคือ บ้าน Regal พื้นที่ใช้สอย 404 ตร.ม. บนที่ดิน 105-137 ตร.ว. 5 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ เป็นบ้านที่ขนาดพื้นที่ใช้สอยมากที่สุดในโครงการ มีการจัดพื้นที่การใช้งานแตกต่างกันไปกับแบบแรกนะคะ บริเวณลานจอดรถจะมีขนาดใหญ่ขึ้น สามารถจอดได้ 4 คัน มีทางลาดสำหรับรถเข็นรองรับการใช้งานของผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ ประตูทางขึ้นจากที่จอดรถจะได้เป็นประตูพร้อมระบบ Digital Door Lock เหมือนกันนะคะ ทางเข้าหลักของบ้านจะอยู่ด้านข้างซึ่งเข้าไปยังส่วนห้องรับแขกค่ะ สำหรับห้องแม่บ้านจะเข้าได้จากด้านหลังบ้านและเชื่อมต่อกับลานซักล้างและห้องครัว

    เมื่อเข้ามาในตัวบ้านจะเจอกับส่วนรับแขกก่อน ซึ่งจะมีผนังกั้นแยกเป็นสัดส่วน ทำให้มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นค่ะ เดินเข้ามาในบ้านอีกหน่อยจะเจอกับพื้นที่รับประทานอาหาร ซึ่งเชื่อมต่อกับส่วนเตรียมอาหารและห้องครัว คล้ายกับบ้าน Luminary ที่เราพาไปดูนะคะ บ้านแบบ Regal นี้จะได้ห้องนอนผู้สูงอายุแบบเต็มรูปแบบเลย นั่นก็คือมีห้องน้ำในห้องนอนและภายในห้องน้ำออกแบบมาให้สามารถใช้รถเข็นได้ไม่มีการลดระดับ ตำแหน่งห้องผู้สูงอายุอยู่ใกล้กับด้านหน้าบ้านทำให้ใช้งานเข้า-ออกได้สะดวก นอกจากนั้นแล้วบ้านหลังนี้ยังมีห้องอเนกประสงค์ หรือห้องนอนที่ 5 ที่สามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้องทำงาน หรือห้องรองรับแขกก็ได้เช่นกันค่ะ ห้องนี้จะใช้ห้องน้ำร่วมกับส่วนรวม ซึ่งภายในห้องน้ำจะมีพื้นที่อาบน้ำและฉากกั้นกระจกมาให้เรียบร้อย

    ชั้น 2 ของบ้านจะเป็นส่วนพื้นที่พักผ่อนทั้งหมด ขึ้นจากบันไดมาแล้วจะเจอกับพื้นที่นั่งเล่น ซึ่งเป็นส่วน Family Area ก่อนจะแจกไปยังห้องอื่นๆ ซึ่งจะมีห้องนอน 3 ห้องมีห้องน้ำในตัว และห้องอเนกประสงค์อีก 1 ห้องติดกับ Family Area ค่ะ ห้องนี้สามารถใช้เป็นห้องทำงาน หรือห้องออกกำลังกายในบ้านก็ได้ ส่วนห้องนอนจะแบ่งเป็นห้องนอนเล็ก 2 ห้องด้านหลังบ้าน (ห้องนอน2,3) และห้องนอน Master Bedroom ฝั่งหน้าบ้านค่ะ ห้องนอน 3 มีห้องน้ำในตัว มองเห็นวิวด้านข้างและด้านหลังบ้าน, ห้องนอน 2 จะได้ขนาดใหญ่ และเป็นสัดส่วนขึ้น อาจจะอยู่ได้ 1 ครอบครัวเลยค่ะ ห้องนี้มีห้องน้ำ และ Walk-in Closet เป็นสัดส่วน และมีพื้นที่เหลือสำหรับทำส่วนนั่งเล่นได้ ส่วนห้อง Master Bedroom เป็นห้องที่มีระเบียงส่วนตัว 2 จุด คือระเบียงหน้าบ้านสามารถออกมาชมวิว มองเห็นคนที่ผ่านไปมาด้านหน้าบ้านได้ และระเบียงด้านข้างที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัวมากขึ้น จะใช้เป็นพื้นที่โยคะ หรือนั่งจิบเบียร์ยามเย็นสบายๆก็ดีเหมือนกันค่ะ ห้องนี้จะมีพื้นที่ Walk-in Closet เชื่อมต่อกับห้องน้ำ และจะมีสุขภัณฑ์อัตโนมัติและอ่างอาบน้ำในห้องน้ำเพิ่มขึ้นมาให้ค่ะ

    ลักษณะตัวบ้าน Regal จะคล้ายกันกับบ้าน Luminary โดยภายนอกจะใช้การออกแบบเส้นสายแนวตั้ง มาใช้ให้ดูมีมิติ และเห็นเป็นปริมาตรแนวตั้งฝั่งขวามือ ไม่ให้บ้านดูเป็นแนวนอนเรียบๆมากเกินไปเช่นกัน ซึ่งก็จะมี 3 สีให้เลือกเหมือนกันด้วยค่ะ

    ที่จอดรถในร่ม สามารถจอดได้ 4 คัน มีผนังกั้นตรงกลาง  โครงสร้างพื้นบริเวณที่จอดรถจะลงเสาเข็มมาให้เป็นเสาเข็มยาว สามารถต่อเติมหลังคาที่จอดรถเพิ่มได้เช่นกันค่ะ

    ด้านข้างมีช่องเก็บของมาให้ถึง 2 ช่อง สามารถเชื่อมต่อกันได้ทำให้เก็บของชิ้นยาวๆได้สบายค่ะ ด้านบนมีกล้องวงจรปิดมาให้ 1 จุด สามารถเชื่อมต่อกับ Application เพื่อตรวจดูว่าใครมาที่บ้าน, เปิด-ปิดไฟ และพูดผ่าน Application มาออกที่กล้องได้ค่ะ

    บ้านหลังนี้จะมีทางลาดให้ด้วยสำหรับครอบครัวใหญ่ที่มีหลาย Generation อาจจะมีผู้สูงอายุที่ต้องใช้รถเข็นก็สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ไม่ยากค่ะ ส่วนประตูทางเข้าก็จะติดตั้ง Digital Door Lock มาให้ช่วยอำนวยความสะดวกในการ เข้า-ออก เช่นกัน

    ส่วนโถงทางเข้าหลักของบ้านหลังนี้จะกว้างขึ้นนะคะ  ประตูทางเข้าหลักเป็นประตูบานเลื่อนกระจก 2 ตอน กรอบอลูมิเนียม Powder Coat สีดำ จะมีช่อง Breeze Panel ช่วยระบายอากาศให้หมุนเวียนภายในบ้านมาให้เช่นกัน พื้นของบ้านจะยกขึ้นสูงประมาณ 25 เซนติเมตรจากระดับพื้น และมีชายคาที่เป็นระเบียงชั้น 2 ยื่นออกมาซึ่งช่วยกันแดด กันน้ำเวลาฝนตกได้ค่ะ

    ด้านข้างของบ้านมีไม้พุ่มปลูกให้ แต่ใครที่ต้องการพื้นที่นั่งเล่น Outdoor ในสวนก็สามารถทำศาลาเล็กๆหรือบ่อปลา ฯลฯ เพิ่มเติมได้ค่ะ

    เข้ามาภายในตัวบ้านจะเจอกับห้องรับแขกก่อน พื้นปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ ระยะความสูงจากพื้นถึงฝ้าอยู่ที่ 2.90 เมตร ซึ่งเป็นระยะที่ดูโปร่งสบาย

    ห้องรับแขกจะได้ช่องแสงด้านข้างและด้านหน้าบ้าน ทำให้สว่างพอสมควรค่ะ ขนาดของห้องนี้จะอยู่ที่ประมาณ 6.40 x 3.80 เมตร ค่อนข้างกว้างทีเดียว สามารถวางโซฟา 3-4 ที่นั่งหรือโซฟาตัว L ได้สบายๆ มีระยะดู TV อยู่ที่ 3.5 เมตร เหมาะสำหรับวาง TV ขนาดตั้งแต่ 46 นิ้วขึ้นไปค่ะ

    อีกฝั่งที่เป็นโถงทางเข้าสามารถ  Built-in เป็นชั้นวางของหรือตกแต่งได้ โดยไม่ขวางทางเดินค่ะ

    เดินเข้ามาด้านในจะเจอกับพื้นที่รับประทานอาหาร กว้างประมาณ 5.00 x 4.70 เมตร วางโต๊ะได้ถึง 6-10 ที่นั่ง บริเวณห้องรับประทานอาหารสว่างเนื่องจากมีช่องแสงขนาดใหญ่จากด้านหลังบ้านค่ะ

    เชื่อมต่อกับส่วนรับประทานอาหารจะเป็นพื้นที่เตรียมอาหารและห้องครัวคล้ายกันกับบ้าน Luminary แต่จะได้เป็นเคาน์เตอร์รูปตัว I 2 ฝั่ง แทน แต่ก็ยังมีช่องแสงและช่องเปิดระบายอากาศได้เช่นกันค่ะ

    นอกจากส่วนเตรียมอาหารจะใกล้กับครัวแล้ว ยังใกล้กับห้องนอนผู้สูงอายุ ซึ่งทำให้สามารถเดินออกมาใช้งาน นั่งกินข้าวกับลูกหลานได้สะดวก เดี๋ยวเราไปชมห้องครัวกันก่อนนะคะ

    ภายในครัวค่อนข้างกว้างประมาณ 3.5 x 3.30 เมตร กว้างกว่าบ้านหลังแรกเล็กน้อย จากห้องครัวก็สามารถเดินออกด้านหลังไปยังลานซักล้างได้ และเชื่อมต่อกับห้องแม่บ้านได้ค่ะ

    ครัวเป็นเคาน์เตอร์ Built-in รูปตัว U พร้อมชั้นเก็บของด้านบนและล่างมาให้เช่นกัน มีช่องแสงและช่องเปิดระบายอากาศพร้อมติด เครื่องดูดควันจาก Franke มาให้ค่ะ

    ด้านหลังบ้านจะเป็นพื้นที่ส่วนซักล้าง จะห้องแม่บ้านและห้องน้ำ รวมถึงพื้นที่วางเครื่องซักผ้า, อ่างล้างมือ อยู่บริเวณนี้ค่ะ

    ห้องแม่บ้านขนาด 2.60 x 2.10 เมตร มีช่องแสง 2 ฝั่ง นอนได้ถึง 2 คนค่ะ แต่ถ้าบ้านไหนไม่มีแม่บ้านก็สามารถใช้เป็นห้องเก็บของได้เช่นกัน

    ห้องน้ำด้านนอกสำหรับแม่บ้าน จะมีส่วนอาบน้ำมาให้ด้วย

    กลับมาดูด้านในบ้านกันค่ะ ห้องนอนผู้สูงอายุจะอยู่ใกล้กับประตูทางเข้าจากที่จอดรถ และทางลาด ซึ่งผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็นจะสามารถเข้าบ้านได้สะดวกค่ะ

    ภายในห้องจะปูพื้น Absorption Floor มาให้ ช่วยลดแรกกระแทก เวลาเกิดอุบัติเหตุจะบาดเจ็บน้อยลง ห้องนี้มีขนาด 4.00 x 3.65 เมตร สามารถวางเตียง 6 ฟุตได้ และมีพื้นที่เหลือด้านข้างวางโต๊ะข้างเตียงได้ค่ะ ส่วนปลายเตียงก็มีพื้นที่ Built-in ชั้นวาง TV แล้วยังเหลือพื้นที่เพียงพอสำหรับรถเข็นผ่านนะ

    ประตูห้องน้ำถูกออกแบบมาให้ใช้งานกับรถเข็นได้สะดวก เป็นบานเลื่อนและมีระยะมากพอที่สามารถเข็นรถหมุนกลับไปมาได้ ช่วยให้ผู้สูงอายุที่นั่งรถเข็นใช้งานได้ง่ายขึ้นค่ะ และฝั่งซ้ายเป็นพื้นที่ Walk-in Closet แยกออกไปเป็นสัดส่วน

    พื้นที่ Walk-in Closet มีช่องแสงเข้ามาทำให้ไม่ดูอึดอัด พื้นที่กว้างประมาณ 1.60 เมตร สามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าได้ 1 ด้านค่ะ

    ห้องน้ำจะอยู่ระดับเดียวกับพื้นห้องนอน และไม่มีขอบกั้นเพื่อให้ง่ายต่อการใช้งานโดยรถเข็นนะคะ โดยภายในจะมีพื้นที่อาบน้ำ พร้อมทำที่นั่งสำหรับนั่งอาบมาให้เลยค่ะ

    อ่างล้างหน้า ติดตั้งมาให้บนเคาน์เตอร์ จาก Kohler ด้านล่างเคาน์เตอร์มีช่องเก็บของ บานเปิดมาให้เหมือนกับบ้านหลังแรกเลยค่ะ

    ส่วนสุขภัณฑ์ที่ได้เป็นสุขภัณฑ์ธรรมดา จาก Kohler ด้านข้างเป็นพื้นที่อาบน้ำ ซึ่งมีที่นั่งมาให้ผู้สูงอายุอาบได้สะดวก ส่วนฝักบัวที่ได้เป็นฝักยัวสายอ่อนจาก Englefield ค่ะ

    มาดูอีกฝั่งกันบ้าง ฝั่งนี้จะมีห้องอเนกประสงค์ (ห้องนอน 5) ทางด้านซ้ายมือ ใช้ห้องน้ำร่วมกับส่วน Common Area ค่ะ

    ห้องอเนกประสงค์ หรือห้องนอน 5 นี้มีขนาดประมาณ 3.50 x 3.40 เมตร มีช่องแสงกว้างด้านข้างมองเห็นวิวสวนและช่องแสงด้านหลังบ้าน ทำให้ห้องค่อนข้างสว่าง การใช้งานสามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้องทำงาน หรือห้องนอนรับแขกได้ค่ะ

    ห้องน้ำแยกส่วนเปียก-ส่วนแห้งมาให้ชัดเจน พร้อมติดตั้งฉากกั้นกระจกอาบน้ำมาให้ มีช่องแสงอยู่ตรงพื้นที่อาบน้ำ ช่วยรับแสงและระบายอากาศ  ให้ห้องน้ำไม่อับชื้น ซึ่งห้องนี้จะได้ฝารองนั่งสุขภัณฑ์แบบอัตโนมัติมาด้วยค่ะ

    มาถึงบันไดทางขึ้นชั้น 2 เป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้างประมาณ 1.00 เมตร ปูด้วยไม้สำเร็จรูป กว้าง 27 เซนติเมตร ลูกนอนฉาบเรียบทาสีขาวสูง 18 เมตร เดินได้สบาย มีห้องเก็บของใต้บันไดมาให้เช่นกัน ส่วนโถงบันไดจะได้ช่องแสงขนาดใหญ่ช่วยรับแสงธรรมชาติเข้ามาในบ้านให้สว่างมากขึ้น พร้อมช่องเปิดและ Breeze Panel มาให้ค่ะ

    ขึ้นมาตรงโถงบันได จะได้ช่องเก็บของเพิ่มเติมอีก 1 จุด สามารถเก็บของที่นานๆอาจจะใช้ครั้งหนึ่ง อย่างชุดเครื่องนอน หรือกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ๆได้ค่ะ

    เมื่อขึ้นมาด้านบนแล้วจะเจอกับส่วน Family Area  ก่อนจะแจกไปยังห้องนอนทั้ง 3 ห้องและห้องอเนกประสงค์ 1 ห้องค่ะ โดยชั้น 2 ของบ้านหลังนี้จะได้พื้นเป็น Engineering Wood อัพเกรดขึ้นมาจากบ้านหลังอื่น มีระยะจากพื้นถึงฝ้าอยู่ที่ประมาณ 2.90 เมตร โปร่งสบายค่ะ

    ส่วน  Family Area เป็นจุดพักผ่อนรวมของคนในบ้าน จึงมีขนาดค่อนข้างใหญ่ ความกว้างประมาณ 4.80 เมตร สามารถวาง TV ขนาดใหญ่ถึง 60 นิ้วได้เลยค่ะ ได้ช่องแสงขนาดใหญ่เต็มผนังจากระเบียงด้านหน้าบ้าน ทำให้ภายในบ้านสว่างและดูโปร่งสบาย

    ประตูทางออกไปยังระเบียงเป็นประตูบานเลื่อนขนาดใหญ่ 2 ตอน กรอบบานอลูมิเนียม Powder Coat สีดำ และกระจก Low-E ช่วยลดความร้อนเข้าสู่ตัวบ้านค่ะ

    ระเบียงปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้สีเทาผิวหยาบทำให้ไม่ลื่นเวลาเปียกฝน และทำความสะอาดได้ง่าย

    ระเบียงที่ได้มีความกว้างประมาณ 1.70 เมตร ถือว่าค่อนข้างกว้างทีเดียวค่ะ สามารถวางโต๊ะน้ำชา หรือ Bean Bag ได้สบายๆ ราวกันตกของระเบียงเป็นกระจกบานเปลือย ทำให้ดูโปร่งไม่อึดอัดและมองเห็นวิวได้กว้างมาขึ้นค่ะ

    ห้องอเนกประสงค์จะอยู่ทางฝั่งหน้าบ้าน ได้ช่องแสง 2 จุด กว้างประมาณ 3.80 x 3.40 เมตร สามารถใช้เป็นห้องนอนเล็กวางเตียง 3.5 – 5 ฟุตได้ค่ะ หรือใครที่มีลูกน้อยสามารถทำเป็นห้องทารกแบบในบ้านตัวอย่างก็น่ารักดีนะคะ ห้องนี้สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้หลากหลายเพราะขนาดค่อนข้างกว้างพอสมควรเลยค่ะ

    ห้องนอน 3 จะอยู่ฝั่งด้านหลังบ้าน กว้างประมาณ 3.50 x 4.60 เมตร เมตร เข้าห้องมาแล้วจะเจอกับห้องน้ำก่อนเตียงนอน ห้องนี้จะได้ช่องแสงด้านข้างบ้านกว้างเต็มผนัง และช่องแสงด้านหลังบ้านอีก 2 จุด ทำให้ห้องดูสว่างทีเดียวค่ะ

    ห้องนี้สามารถวางเตียง 6 ฟุตได้สบายๆมีพื้นที่รอบเตียง และสามารถวางชั้นวาง TV เพิ่มเติมได้ค่ะ

    มองกลับไปอีกฝั่งสามารถทำเป็นมุมนั่งเล่น หรือนั่งทำงานเล็กๆ และ Built-in ตู้เสื้อผ้าที่หน้าห้องน้ำได้

    ห้องน้ำแบ่งส่วนเปียก-ส่วนแห้งมาให้ชัดเจน ได้กระจกบานใหญ่เกือบเต็มผนังทำให้ไม่อึดอัด อ่างล้างมือจะได้เป็นเคาน์เตอร์และช่องเก็บของด้านล่างมาให้ พร้อมโถสุขภัณฑ์ จาก Kohler ห้องนี้จะได้เป็นสุขภัณฑ์ธรรมดานะคะ ส่วนพื้นที่อาบน้ำมีฉากกั้นกระจกมาให้ ด้านในมีฝักบัวสายอ่อน จาก Englefield พร้อมเดินระบบรองรับเครื่องทำน้ำอุ่นมาให้ค่ะ

    ห้องนอนถัดมา (ห้องนอน 2) เป็นห้องด้านหลังบ้าน พื้นที่ค่อนข้างยาวทีเดียวค่ะ โดยเข้ามาแล้วจะเจอกับห้องน้ำก่อน ถัดมาเป็นพื้นที่ Walk-in Closet และห้องนอนตามลำดับ ถ้าใครอยากได้ความเป็นส่วนตัวเพิ่มในห้องนี้สามารถกั้นประตูระหว่างส่วน Walk-in และส่วนเตียงนอนเพิ่มได้ค่ะ

    ห้องน้ำมีการวางผังการใช้งานเหมือนกับห้องที่ผ่านมา โดยจะได้กระจกบานใหญ่เกือบเต็มผนัง อ่างล้างหน้า สุขภัณฑ์ และส่วนพื้นที่อาบน้ำเหมือนกันเลยค่ะ

    ส่วนพื้นที่ Walk-in Closet กว้างประมาณ 2.30 เมตร มีช่องแสงมาให้ 1 จุด สามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าบานเลื่อนได้ 2 ฝั่งเลยค่ะ

    ฝั่งตรงข้ามก็สามารถทำเป็นโต๊ะเครื่องแป้งได้ไม่ขวางทางเดินค่ะ

    เข้ามาในส่วนห้องนอน ก็ยังมีความกว้างอยู่ที่ 3.50 x 5.90 เมตร สามารถแบ่งพื้นที่เป็นส่วนนั่งเล่น และเตียงนอนได้ ห้องนี้จะได้ช่องแสงเยอะมากๆเลยค่ะ ทำให้ห้องสว่าง และดูโปร่ง กว้างเหมือนห้อง Master Bedroom อีกห้องหนึ่งเลย

    สำหรับครอบครัวมีลูกเล็กพื้นที่ด้านข้างเตียงที่เหลือก็สามารถทำเตียงนอนทารก ให้อยู่ในสายตาแบบนี้ได้เช่นกันค่ะ

    ปลายเตียงสามารถวางชั้นวาง TV หรือโต๊ะเขียนหนังสือได้ แล้วยังเหลือพื้นที่เดินได้รอบเตียงค่ะ

    มาดูห้อง Master Bedroom กันบ้าง ส่วนพื้นที่พักผ่อนของห้องนี้กว้างประมาณ 5.00 x 3.50 เมตร เชื่อมต่อกับระเบียงส่วนตัวได้ 2 จุด จากด้านหน้าบ้าน และด้านข้างค่ะ ห้องนี้จะได้ช่องแสงด้านหน้าบ้านกว้างมากๆ ทำให้มองเห็นวิวได้เยอะเลย

    พื้นที่ส่วนห้องนอนสามารถวางเตียง 6 ฟุตได้สบายๆ มีพื้นที่ด้านข้างสามารถวางโต๊ะข้างเตียงหรือโคมไฟได้

    ภายในห้องนอนสามารถทำมุมนั่งเล่น มองวิวด้านหน้าบ้านได้ โดยจะเชื่อมต่อกับระเบียงค่ะ ประตูระเบียงเป็นประตูบานเลื่อนขนาดใหญ่ 2 ตอน กรอบบานอลูมิเนียม Powder coat และได้เป็นกระจก Low-E ช่วยลดความร้อนและประหยัดพลังงานมากขึ้นค่ะ

    พื้นระเบียงปูกระเบื้องแกรนิตโต้ผิวด้านทำความสะอาดได้ง่าย พื้นที่กว้างประมาณ 5.00 x 1.00 เมตร ออกมากินลมชมวิวด้านหน้าบ้านได้สบายๆ

    มาดูระเบียงส่วนตัวอีกจุดด้านข้างกันค่ะ จะมีทางเข้า-ออกอยู่ตรงหัวเตียง ออกมาแล้วจะเป็นพื้นที่ระเบียง Semi -Outdoor สำหรับทำเป็นพื้นที่นั่งเล่น หรือเป็นพื้นที่ออกกำลังกายยามเช้าก็เป็นส่วนตัวค่ะ

    มาดูส่วน Walk-in Closet กันบ้าง โดยจากห้องนอนสามารถเดินผ่าน Walk-in Closet ไปเข้าห้องน้ำได้เลย แต่ถ้าใครอยากแบ่งพื้นที่ให้เป็นสัดส่วนมากขึ้นก็สามารถทำประตูบานเลื่อนกั้นเพิ่มได้ค่ะ

    พื้นที่ Walk-in Closet กว้างประมาณ 2.20 เมตร สามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าได้ 2 ฝั่ง เลย หรือใครจะทำเป็นโต๊ะเครื่องแป้งใหญ่ๆ 1 จุดก็ได้นะคะ

    ห้องน้ำภายในห้อง Master Bedroom จะค่อยข้างกว้างทีเดียว เข้ามาจะเจอกับพื้นที่อาบน้ำอยู่ริมผนัง แยกส่วน Shower และอ่างอาบน้ำออกจากกันโดยมีฉากกั้นกระจกมาให้ค่ะ

    ส่วนอ่างล้างหน้าจะได้เป็น His & Her สามารถใช้งานได้พร้อมกัน 2 คน ได้กระจกเงาบานใหญ่สะท้อนช่องแสงช่วยให้ห้องน้ำดูโปร่งมาขึ้นค่ะ

    ใต้อ่างล้างหน้ามีช่องเก็บของมาให้ สำหรับเก็บอุปกรณ์อาบน้ำต่างๆ หยิบใช้งานได้สะดวก

    ส่วนโถสุขภัณฑ์จะอยู่ตรงข้ามกับพื้นที่อาบน้ำค่ะ

    โถสุขภัณฑ์ ภายในห้องนี้จะอัพเกรดขึ้นมาคือได้ฝารองนั่งอัตโนมัติมาให้เหมือนกับห้องน้ำชั้น 1 ค่ะ

    ฝักบัวจะได้เป็นฝักบัวและ Rain Shower จาก Kohler พร้อมระบบน้ำร้อน สามารถปรับอุณหภูมิได้ และมีผนังด้านข้างที่มีช่องเก็บอุปกรณ์ต่างๆมาให้ค่ะ

    ฝั่งที่เป็นพื้นที่สำหรับอ่างอาบน้ำ จะอยู่ติดกับช่องแสงสามารถเปิดระบายอากาศได้ ด้านข้างมีผนังด้านข้างเว้าเข้าไปด้านใน และทำเป็นชั้นวางของมาให้ ใช้วางของตกแต่งหรือน้ำหอม อโรม่าสบายๆสำหรับคนชอบแช่น้ำได้ค่ะ

    อ่างอาบน้ำที่ได้เป็นแบบลอยตัวรูปทรงวงรี จาก Kohler พร้อมฝักบัวระบบน้ำร้อนน้ำเย็นมาให้ค่ะ

    **รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

    ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 15 AUG 2019

    • Cachet 2 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 65 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 223 ตร.ม.
      – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / 3 ที่จอดรถ
      – ราคาเริ่มต้น 14 ล้านบาท
    • จองและทำสัญญา n/a บาท
    • ที่ดินเพิ่มลด ราคาตารางวาละ n/a บาท
    • ค่าส่วนกลาง 55 บาท/ตร.วา/เดือน จัดเก็บล่วงหน้า 2 ปี
    • ค่าจดจำนอง ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
    • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ซื้อแล้วผู้ขายชำระฝ่ายละครึ่ง
    • ค่าประกัน มิเตอร์ไฟฟ้า ประปา ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ

    **ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


    เจาะลึกรวบยอด

    ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง :

    เศรษฐสิริ กรุงเทพกรีฑา 2 ตั้งอยู่บนถนนศรีนครินทร์-ร่มเกล้า เข้าซอยไปประมาณ 1.70 เมตร เป็นถนนตัดใหม่ที่มีโครงการบ้านแนวราบระดับหรูมาขึ้นเยอะ  เรียกว่าเป็นทำเลใหม่กำลังอยู่ในช่วงพัฒนาและมีโอกาศขยายตัวได้อีกมาก การเดินทางด้วยรถยนต์ถือว่าสะดวกทีเดียวค่ะ เพราะอยู่ใกล้กับมอเตอร์เวย์ สามารถเดินทางเข้าเมืองไปทางพระราม 9 หรือออกเมืองไปยังชลบุรีได้ นอกจากนั้นทางโครงการยังตัดถนนให้ลูกบ้านสามารถใช้ไปออกยังซอยรามคำแหง 68 ได้ ส่วนการเดินทางด้วยรถสาธารณะจะใกล้กับรถไฟฟ้า 3 สาย คือ Airport Rail Link, รถไฟฟ้าสายสีเหลือ MRTA และรถไฟฟ้าสายสีส้ม

    ส่วนความอุดมสมบูรณ์ของโครงการถือว่ามีพอสมควร จุดเด่นคืออยู่ใกล้กับโรงเรียนนานาชาติหลายแห่ง ตอบโจทย์ครอบครัวระดับนี้ ของกินส่วนใหญ่อยู่ที่ถนนกรุงเทพกรีฑา มีคอมมูนิตี้มอลล์ The Park และ Tesco Lotus ที่สามารถเดินทางได้อย่างสะดวก หรือจะออกมาหน่อยก็ไปยัง Maga บางนา หรือ Fashion Island ได้ไม่ยากนักค่ะ

    ความปลอดภัยในโครงการและตัวบ้าน :

    ความปลอดภัยภายในโครงการถือว่าให้มาค่อนข้างเยอะเลยค่ะ เริ่มจากผังโครงการมีซุ้มประตูหลัก 1 จุด ,ประตูบานเลื่อน 2 ชั้นระบบ RFID และในอนาคตจะมีซุ้มประตูเพิ่มตรงถนนทางเข้าให้อีก 1 จุด พร้อมรั้วโครงการ 3 เมตร และเสริมรั้วโปร่งอีก 3 เมตรค่ะ ภายในตัวบ้านจะมีกล้อง CCTV มาให้ สามารถเชื่อมต่อกับ Application เพื่อดูภาพ Real Time และเปิด-ปิด ไฟ พร้อมพูดผ่าน Application ได้เลย นอกจากนั้นจะมีระบบ Magnetic & Motion Sensor และหน้าจอสัมผัส จาก Inim มาให้ทุกยูนิต

    การออกแบบโครงการและพื้นที่ใช้สอย :

    การออกแบบโครงการจัดให้มีพื้นที่ซุ้มประตูทางเข้าอยู่ตรงกลาง สามารถเข้าถึงบ้านทั้ง 2 ฝั่งได้เท่าๆกัน บ้านจัดวางบ้านหันตามแนวทิศเหนือ-ใต้ ซึ่งเป็นทิศที่ได้ลมและไม่โดนแดดร้อนในตอนบ่าย มีซอยตันเพียงบางซอย นอกนั้นรถสามารถวนรอบได้ พื้นที่ส่วนกลาง Clubhouse อยู่ด้านหน้า เวลามีแขกสามารถเจอกันได้ที่ Clubhouse ไม่ต้องเข้าไปภายในบ้านได้

    ตัวบ้านมีให้เลือก 4 แบบ หลากหลายขนาดตั้งแต่ 223 – 404 ตารางเมตร มีจุดเด่นคือมีที่ดินขนาดใหญ่ ตั้งแต่ 65 – 137 ตารางวา ทำให้บ้านทุกหลังสามารถทำสวน หรือมีสนามหญ้าให้เด็กๆวิ่งเล่นได้ ตัวบ้านมีสีภายนอกทั้งหมด 3 สี คละกันไป  พื้นที่การใช้งานภายในบ้านแบ่งเป็นสัดส่วนชัดเจน พื้นที่ค่อนข้างกว้างทำให้สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่การใช้งานให้เหมาะกับเจ้าของบ้านแต่ละคนได้ รองรับได้หลาย Generation ภายในห้องนอนมีห้องน้ำและ Walk-in Closet ในตัวทุกห้อง ในห้อง Master Bedroom ได้อ่างอาบน้ำเพิ่มขึ้นมาให้ ในแง่การจัดแบ่งพื้นที่ถือว่าลงตัวทีเดียวค่ะ

    วัสดุ :

    วัสดุภายในบ้านดีเหมาะสบกับระดับของโครงการ มีจุดเด่นคือการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาใช้ภายในบ้านหลายจุด ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีบ้านปลอดฝุ่นด้วยระบบดูดอากาศพร้อมกรองฝุ่นให้อากาศดีเข้ามาภายในบ้าน ระบบ Home Automation ควบคุมการเปิด-ปิดไฟและแอร์ วัสดุพื้นชั้น 1 ทั่วไปปูกระเบื้องแกรนิตโต้ สำหรับห้องผู้สูงอายุ ปูพื้น Absorption Floor ลดแรงกระแทก ชั้น 2 เป็นพื้นลามิเนตหนา 12 มิลลิเมตร และ Engineering Wood (บ้านขนาด ใหญ่) ได้กระจก Low-E ทุกบ้านประตูและหน้าต่าง บานประตูหน้าต่างมีช่องระบายอากาศ ระบบพัดลมและช่องระบายอากาศใต้หลังคา ด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ผนังและสีทาบ้านสะท้อนความร้อน มีฉากกั้นกระจกมาให้ทุกห้องอาบน้ำ เป็นต้น ห้องน้ำในห้อง Master Bedroom ได้วัสดุดีกว่าในห้องอื่นๆ มีสุขภัณฑ์อัตโนมัติ ระบบทำน้ำร้อนและอ่างอาบน้ำแยกกับพื้นที่อาบน้ำมาให้ค่ะ

    พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ :

    โครงการมีพื้นที่สีเขียวดูร่มรื่นมาตั้งแต่ถนนทางเข้า และจุดใหญ่ๆที่บริเวณสวนส่วนกลาง Clubhouse และบ้านแต่ละหลังก็จะมีลงสนามหญ้า ปลูกไม้ยืนต้นริมรั้วให้ความรู้สึกมีชีวิตชีวา และไม่ดูแห้งแล้งเกินไป นอกจากนั้นยังมีปลูกต้นไม้ใหญ่ให้ทุกยูนิต แต่เสียดายที่ทางโครงการไม่ได้เดินสายไฟใต้ดินมาให้ค่ะ

    สาธารณูปโภค :

    พื้นที่ส่วนกลางมี Clubhouse อยู่ตรงกลางโครงการ ดีไซน์จาก Dynamic Architecture เข้าถึงง่าย ภายในมี Fitness Space, Co-Working Space, สระว่ายน้ำทั้งสระเด็กและสระผู้ใหญ่ และ Education Playground ถือว่าเพียงพอกับจำนวนยูนิตค่ะ


    Judgement

    การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

    ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 40%, ความปลอดภัย 15%, การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 15%, วัสดุ 10%, พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 10%,  และสาธารณูปโภค 10%

    เทียบกับแพคเกจ 5 – 10 ล้านบาท, 15 AUG 2019

    • ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 7.75/10 – เข้า-ออกได้ 2 ทางจากศรีนครินทร์-ร่มเกล้า และถนนรามคำแหง
    • ความปลอดภัย 8.5/10 – ระบบ Easy Pass , Double Gate , Magnetic Sensor , Motion Censor, Smart Camera , Digital Door Lock 
    • การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 8.5/10 – การวางผังหันทางทิศเหนือ-ใต้ มีบ้านให้เลือกหลายแบบ ที่ดินกว้าง จัดพื้นที่การใช้งานดี
    • วัสดุ 8/10 –  มีเคาน์เตอร์ครัว พร้อมระบบ Home Automation และเทคโนโลยีบ้านปลอดฝุ่น, กระจก Low E และสุขภัณฑ์อัตโนมัติ(ห้องนอนใหญ่และชั้น 1)
    • พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 7.5/10 – มีต้นไม้ใหญ่ร่มรื่นที่ถนนทางเข้า
    • สาธารณูปโภค 8/10 –  มี Clubhouse ดีไซน์สวย และส่วนกลางมาให้ใช้หลากหลาย
    • 8.00 / 10.00

    BOTTOM LINE

    เศรษฐสิริ กรุงเทพกรีฑา 2 เป็นโครงการบ้านระดับหรูที่เหมาะกับคนที่กำลังมองหาบ้านในทำเลกรุงเทพกรีฑา ใกล้สนามบิน เดินทางสะดวก เหมาะกับคนที่กำลังขยับขยายครอบครัว เป็นครอบครัวใหญ่มีผู้สูงอายุและเด็ก ชอบบ้านที่มีที่ดินกว้าง มีพื้นที่เยอะ สำหรับคนที่สนใจต้องมีงบประมาณ 14 – 32 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนต่อเดือนประมาณ 98,000 – 224,000 บาทติดตามพวกเราได้ที่


    Website : www.thinkofliving.com
    Twitter : www.twitter.com/thinkofliving
    YouTube : www.youtube.com/ThinkofLiving
    Instagram : www.instagram.com/thinkofliving
    Facebook : ThinkofLiving