รีวิวโครงการ อณาสิริ รังสิต โปรดักส์บ้านแฝดและบ้านเดี่ยวหน้ากว้าง ที่มีดีไซน์หน้าตาบ้านแบบญี่ปุ่น พร้อมฟังก์ชันภายในที่โปร่งโล่ง ซึ่งบ้านอณาสิริ รังสิต โครงการนี้จะมีการอัพเกรดวัสดุให้ดียิ่งขึ้นจากโครงการรุ่นพี่ที่คลอง 2 ซึ่งวันนี้เราก็ได้มีโอกาสเข้าไปรีวิวก่อนโครงการจะเปิดตัวซะอีกนะครับ (เริ่มเปิดจองครั้งแรก 20 – 21 พ.ย.) โดยสิ่งที่ผมคิดว่าเป็น Highlights หรือจุดเด่นที่น่าสนใจของโครงการนี้ประกอบด้วย

  • การออกแบบ : ตัวบ้านแฝดถูกดีไซน์หน้าตาแบบญี่ปุ่น เป็นบ้านหน้ากว้างที่เน้นความโปร่งโล่ง ช่องแสงเยอะ และยังมีการจับคู่กันระหว่างบ้านหลังเล็ก-หลังใหญ่ ที่มีหน้าตาแตกต่างกันสลับไปเรื่อยๆ ทำให้บรรยากาศภาพรวมดูแล้วไม่น่าเบื่อ
  • วัสดุ : มีการอัพเกรดวัสดุให้ดีมากขึ้น เช่น ซุ้มประตูทางเข้าคนเดิน / หลังคาเฉลียงหน้าบ้าน / พื้น SPC ลายไม้ / โถสุขภัณฑ์อัตโนมัติในห้องนอนใหญ่ และระบบรักษาความปลอดภัยที่มากขึ้น เป็นต้น
  • พื้นที่ส่วนกลาง : สวนสาธารณะและอาคาร Clubhouse จะตั้งอยู่ท้ายโครงการ ติดกับคลองที่อยู่ด้านหลัง ทำให้เวลามาใช้งานจะได้สัมผัสกับบรรยากาศริมน้ำได้ด้วย
  • ทำเล : ตั้งอยู่บนถนนรังสิต-ปทุมธานี ใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนอุดรรัถยา และไม่ไกลจากฟิวเจอร์พาร์ครังสิต

** หมายเหตุ : ปัจจุบัน ณ วันที่เข้ามาถ่ายรีวิว (28/10/2564) พื้นที่ส่วนกลางและอาคาร Clubhouse ของโครงการ ยังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง รออัพเดตข้อมูลกันอีกครั้งนะครับ

ข้อมูลโครงการ

Anasiri Rangsit (อณาสิริ รังสิต) ณ วันที่ 28 ตุลาคม 2564

 ชื่อโครงการ   Anasiri Rangsit (อณาสิริ รังสิต)
 ชื่อผู้ประกอบการ   บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)
 SEGMENT CLASS   UPPER CLASS (รายละเอียดของ Segment บ้านปี 2021 )
 โครงการตั้งอยู่   ถนน รังสิต-ปทุมธานี อ.เมืองปทุมธานี
 ที่ดิน  32 ไร่
 จำนวนยูนิต   จำนวน 161 ยูนิต
 ประเภทบ้าน
  • FUYU บ้านแฝด 2 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 35.6 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 134 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 4.59 ล้านบาท
  • AKI บ้านแฝด 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 39.8 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 155 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 5.69 ล้านบาท
  • HARU บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 50 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 177 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 7.59 ล้านบาท (โซนหน้าสวน)

 ความสูงจากพื้นถึงฝ้า   2.7 เมตร
 ราคาที่ดินเพิ่มลดตารางวาละ                      60,000 บาท
 เริ่มก่อสร้าง   ปี 2564
 คาดว่าจะแล้วเสร็จ   ปี 2567
 เว็บไซต์โครงการ   https://www.sansiri.com/
 Call Center   1685

ทำเลที่ตั้ง

Highlights :

  • เป็นโซนที่อยู่อาศัยฝั่งรังสิต-ปทุมธานี และอยู่ภายในซอยสาธารณะ ที่ส่วนใหญ่โครงการด้านในก็เป็นของแสนสิริเอง จึงมีความเงียบสงบ เป็นส่วนตัว และน่าอยู่อาศัย
  • อยู่ใกล้ทางด่วนอุดรรัถยา สามารถเดินทางเข้าเมืองเพื่อไปทำงานได้ง่าย
  • ที่ดินโครงการอยู่ติดคลองเชียงราก ด้านหลังทำเป็นส่วนกลางบรรยากาศริมน้ำได้สบายๆ

พิกัด Google Maps : 14.001496, 100.576622
หรือสามารถ :  คลิกที่นี่

อณาสิริ รังสิต ตั้งอยู่บนถนนรังสิต-ปทุมธานี ซึ่งโซนฝั่งนี้เราจะไม่ค่อยได้เห็นโครงการจัดสรรเปิดใหม่สักเท่าไหร่ครับ เนื่องจากความคึกคักและความอุดมสมบูรณ์อาจยังไม่เท่าฝั่งรังสิต-นครนายก ซึ่งทำให้บริบทของถนนและที่อยู่อาศัยของทั้ง 2 โซนนั้น แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงในความรู้สึกของผม

โดยทำเลของโครงการบนถนนรังสิต-ปทุมธานี จะมีความเงียบสงบและเป็นส่วนตัวมากกว่า การจราจรก็ไม่ค่อยติดขัดมากนัก เหมาะกับคนที่เน้นใช้ทางด่วนในการเดินทางเข้าเมืองเพื่อไปทำงานได้ง่าย หรือไม่ก็อาจเป็นคนที่ทำงานในละแวกนี้อยู่แล้ว แต่กำลังมองหาทำเลที่สงบในการอยู่อาศัย โดยความอุดมสมบูรณ์ก็ยังอิงอยู่กับแถวๆ ฟิวเจอร์พาร์ครังสิตเป็นหลัก ซึ่งก็อยู่ไม่ไกลจากโครงการมากนัก ขับรถตรงมาตามถนนใหญ่เรื่อยๆประมาณ 20 นาทีก็ถึงครับ

สำหรับทางด่วนที่ใกล้ที่สุดคือ ทางด่วนอุดรรัถยา (ด่านบางพูน) จะอยู่ห่างจากโครงการประมาณ 3.7 km. ซึ่งจะต้องไปกลับรถมาหน่อย แต่ใช้เวลาขับไม่นานครับ ถ้าเป็นช่วงเวลาเร่งด่วนก็อาจเผื่อเวลาสัก 10 นาทีก็ได้ขึ้นทางด่วนแล้วล่ะ

ส่วนขาลงทางด่วนก็ยิ่งง่ายเลยครับ พอลงมาบนถนนรังสิต-ปทุมธานี ก็ให้ขับตรงมาประมาณ 1 km. ก็จะเจอกับซอยโครงการแล้ว ถือว่าอยู่ใกล้มากๆเลย โดยซอยที่ว่านี้จะเป็นถนนสาธารณะที่ด้านในเป็นโครงการของแสนสิริทั้งหมด และจะมีป้ายชื่อโครงการขนาดใหญ่ตั้งอยู่ปากซอยครับ ขับตรงเข้ามาประมาณ 500 m. จะเจอกับซุ้มประตูทางเข้าโครงการอณาสิริอยู่ทางขวามือ

สภาพแวดล้อมรอบโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้

บริบทรอบๆโครงการจะตั้งอยู่ภายในซอย ที่เต็มไปด้วยโครงการของแสนสิริเองอยู่ 3 – 4 โครงการครับ จึงทำให้ค่อนข้างเงียบสงบและไม่พลุกพล่านมากนัก เพราะส่วนใหญ่ก็จะเป็นลูกบ้านของแสนสิริเองนี่แหละครับที่สัญจรไป-มา และอีกจุดที่น่าสนใจคือ ด้านหลังของที่ดินโครงการอณาสิริจะอยู่ติดกับคลองเชียงราก ทำให้พื้นที่ส่วนหนึ่งของโครงการจะได้บรรยากาศริมน้ำไปด้วยนั้นเอง ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้

  • ทิศเหนือ : ติดกับ ลำรางสาธารณะ และโครงการสราญสิริ รังสิต
  • ทิศใต้ : ติดกับ ที่ว่าง
  • ทิศตะวันออก : ติดกับ คลองเชียงราก และฝั่งตรงข้ามเป็นชุมชนแนวราบ
  • ทิศตะวันตก : เป็นทางเข้าหลักด้านหน้า ติดกับ ถนนซอยสาธารณะ และฝั่งตรงข้ามเป็นที่ดินโครงการในอนาคตของแสนสิริ

และนี่เป็นภาพบรรยากาศของถนนด้านหน้าโครงการนะครับ ซึ่งทางแสนสิริก็ได้มีการปลูกต้นไม้ทั้ง 2 ข้างทาง เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์ให้ถนนมีความร่มรื่นและสวยงามมากขึ้น และมีการยกให้เป็นถนนสาธารณะ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

ห้างสรรพสินค้า / ตลาด

  • Tesco Lotus รังสิต ~ 5.4 km.
  • Major Cineplex รังสิต ~ 6.9 km.
  • The Nine Center ติวานนท์ ~ 7 km.
  • Future Park รังสิต ~ 7.3 km.

โรงพยาบาล

  • โรงพยาบาลกรุงสยามเซนต์คาร์ลอส ~ 4.8 km.
  • โรงพยาบาลเปาโล รังสิต ~ 5.7 km.

โรงเรียน

  • โรงเรียนเซนต์โยเซฟ เมืองเอก ~ 5.9 km.
  • มหาวิทยาลัยรังสิต ~ 8 km.
  • มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ศูนย์รังสิต ~ 10.7 km.
  • มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ~ 13.3 km.

สถานที่ราชการและอื่นๆ

  • ทาวด่วนอุดรรัถยา ~ 3.7 km.
  • รถไฟฟ้าสายสีแดง สถานีรังสิต ~ 5.8 km.
  • ทางยกระดับอุตราภิมุข ~ 7.2 km.
  • สนามบินดอนเมือง ~ 13 km.

รายละเอียดโครงการ

Highlights :

  • บรรยากาศโครงการสไตล์ญี่ปุ่น เริ่มตั้งแต่ซุ้มประตูทางเข้า บ้านพักอาศัย และพื้นที่ส่วนกลาง ดูสอดคล้องเป็นคอนเซ็ปต์เดียวกันได้เป็นอย่างดี
  • บ้านเฟสแรกเป็นโซนหน้าสวน สามารถเดินมาใช้ส่วนกลางได้ง่าย
  • พื้นที่ส่วนกลางอยู่ติดกับคลองด้านหลังโครงการ สามารถมาใช้งานและได้สัมผัสกับบรรยากาศริมน้ำได้เป็นอย่างดี
  • การจัดผังโครงการที่มีการจับคู่ของบ้านแฝดหลังใหญ่-หลังเล็ก ที่มีหน้าตาไม่เหมือนกัน ให้มาสลับกันไปเรื่อยๆ ทำให้บรรยากาศภาพรวมในโครงการดูไม่น่าเบื่อ

ซึ่งหากใครที่ติดตามเว็บไซต์ Think of Living อาจยังพอจำกันได้ว่า ก่อนหน้านี้ผมเคยพาไปรีวิวโครงการรุ่นพี่อย่าง อณาสิริ รังสิต-คลอง 2 ที่เป็นบ้านแฝดและบ้านเดี่ยวสไตล์ญี่ปุ่นกันมาแล้ว

โดยโครงการนี้ก็เรียกได้ว่ามีคอนเซ็ปต์เดียวกันเลยครับ แต่จะมีรายละเอียดของวัสดุและการออกแบบบางอย่างที่อัพเกรดเพิ่มขึ้นมา ซึ่งถ้าใครที่กำลังมองหาโปรดักส์ดีไซน์บรรยากาศญี่ปุ่นในทำเลนี้อยู่ล่ะก็ ลองมาชมรายละเอียดของโครงการนี้กันได้เลยครับ ว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง

อณาสิริ รังสิต มีที่ดินอยู่ 32 ไร่ และมีเพื่อนบ้านทั้งหมด 161 ยูนิต ซึ่งจุดเด่นในการวางผังบ้านของแบรนด์อาณาสิริคือ จับคู่กันระหว่างบ้านแฝดหลังใหญ่-หลังเล็ก ที่มีหน้าตาไม่เหมือนกันให้มาสลับกันไปเรื่อยๆ ทำให้บรรยากาศภาพรวมในโครงการดูแล้วไม่น่าเบื่อ ในขณะที่บ้านเดี่ยวส่วนใหญ่ก็จะเป็นแปลงมุมตามปกตินะครับ

จากผังโครงการเฟสแรกที่เปิดขายในช่วงสิ้นปีนี้ จะเป็นโซนที่อยู่ติดถนนหลักด้านหน้า และเป็นโซนที่บ้านหันหน้าเข้าหาสวนด้านใน เลยเหมาะกับคนที่เน้นการเดินมาใช้งานส่วนกลางได้สะดวก แถมยังได้ใกล้ชิดและเห็นวิวต้นไม้ร่มรื่นๆ ของสวนสาธารณะได้สบายๆอีกด้วย แต่จะมีรถผ่านไปมามากกว่าถนนซอยเพราะเป็นถนนหลักครับ

ที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือ “การวางตำแหน่งพื้นที่ส่วนกลาง” เริ่มจากสวนที่อยู่ตรงกลางโครงการจะมีลักษณะเป็นแนวยาว ทำให้บ้านหลายๆหลังจะได้วิวสวนสวยๆไปเต็มๆ ส่วนอาคาร Clubhouse จะอยู่ใกล้กับคลองด้านหลัง ซึ่งเราสามารถมาใช้งานเดินเล่น/พักผ่อนที่สวนริมน้ำที่ทางโครงการจัดเอาไว้ให้ได้เลยครับ ในขณะที่สระว่ายน้ำและฟังก์ชันอื่นๆในอาคาร จะเน้นชมวิวสวนภายในโครงการแทนนะ โดยเราจะสามารถมองเห็นสวนเป็นตอนลึกได้เต็มตาเลย แถมการวาง Clubhouse ไว้ที่ท้ายโครงการแบบนี้ ก็จะทำให้ไม่ค่อยมีรถขับผ่านไป-มา คนที่มาใช้งานก็จะได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้นนั่นเองครับ

บริเวณด้านขวาของซุ้มประตูทางเข้าโครงการ จะมีการทำเป็นมุมสวนและน้ำพุเอาไว้ต้อนรับ ค่อนข้างสวยงามและดูสดชื่นดีทีเดียวครับ

ส่วนซุ้มประตูทางเข้าก็ออกแบบเป็นสไตล์ญี่ปุ่นให้เข้ากับคอนเซ็ปต์โครงการ ตรงกลางเป็นป้อม รปภ. และมีการแยกทางเข้า-ออกกันชัดเจนครับ

ด้านบนจะมีหลังคาช่วยบังแดดบังฝนให้ได้เป็นอย่างดี รวมถึงมีการแยกทางเข้าระหว่างลูกบ้านและ Visitor มาให้เรียบร้อยครับ ซึ่งถ้าเป็นลูกบ้านก็จะเข้าทางด้านซ้าย โดยใช้ระบบ RFID หรือสัญญาณ Bluetooth ที่ขับผ่านได้เลยเหมือน Easy Pass บนทางด่วน ทำให้การใช้งานสะดวกสบายมากขึ้น

ส่วนถ้าเป็น Visitor ก็จะเป็นระบบ VMS ที่ช่วยบันทึกข้อมูล โดยโครงการนี้จะใช้ประตูเหล็กรางเลื่อนในการเปิด-ปิด ซึ่งจะมีความแข็งแรงปลอดภัยมากกว่าไม้กั้นกระดก รวมถึงช่วยพรางสายตาและเพิ่มความเป็นส่วนตัว ให้กับพื้นที่ภายในโครงการได้เป็นอย่างดี แต่การเปิด-ปิดก็อาจใช้เวลาเลื่อนนานกว่าไม้กั้นกระดกอยู่สักหน่อยนะครับ

นอกจากนี้ทางโครงการยังใช้ระบบ LIV-24 ที่เป็นบริการดูแลความปลอดภัยโดยศูนย์ควบคุมแบบเรียลไทม์ 24 ชม. จากแสนสิริ ผ่านทางกล้องวงจรปิดในพื้นที่ส่วนกลาง และรายงานผ่าน Application บนโทรศัพท์มือถือได้อีกด้วยครับ

และเมื่อผ่านซุ้มประตูทางเข้ามาก็จะเจอกับถนนหลัก ที่กว้างถึง 16.5 m. ซึ่งต้องบอกก่อนว่า ณ วันที่ผมเข้ามาถ่ายรีวิว (28/10/2564) ทางโครงการกำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างพื้นที่ส่วนกลางด้านใน และคาดการณ์ว่าจะแล้วเสร็จประมาณช่วงปีหน้าเลย ซึ่งเดี๋ยวเราจะนำภาพบรรยากาศของจริงมาอัพเดตให้ชมกันอีกทีนะครับ

แต่เบื้องต้นผมก็มีภาพบรรยากาศจำลองของพื้นที่ส่วนกลางมาฝากกันด้วยครับ โดยจะเป็นอาคาร Clubhouse ที่อยู่ด้านในสุด รูปแบบอาคารชั้นเดียวที่มีการดีไซน์แบบญี่ปุ่นเลย ด้านในจะประกอบด้วย Fitness / Changing Room / Kid’s Room

ส่วนสระว่ายน้ำขนาด 26 x 6 m. และสระเด็ก จะหันหน้ารับวิวสวนสาธารณะที่อยู่ด้านในโครงการ ซึ่งก็จะได้วิวเป็นตอนลึกอย่างที่อธิบายไปในช่วงแปลนก่อนหน้านี้ ส่วนถ้าใครอยากสัมผัสบรรยากาศริมน้ำของคลองเชียงราก ก็สามารถไปเดินเล่นพักผ่อนที่สวนด้านหลังอาคาร Clubhouse นี้ได้อีกจุดหนึ่งนะครับ

จากในภาพตัวอย่างจะเป็นบรรยากาศคลองด้านหลังโครงการ ซึ่งผมได้ลองไปถ่ายจากโครงการสราญสิริเพื่อนบ้านข้างๆมาให้ดูกันก่อน (เนื่องจากหน้างานของอณาสิริ ผมยังไม่สามารถเข้าไปได้) โดยจะเป็นคลองขนาดใหญ่ น้ำก็ค่อนข้างสะอาด และได้เห็นเป็นพื้นที่สีเขียวค่อนข้างเยอะ รวมถึงฝั่งตรงข้ามก็จะมีบ้านเรือนอยู่ด้วย ซึ่งเราก็จะได้เห็นวิถีชีวิตริมน้ำของชาวบ้านได้นั่นเองครับ (สามารถรอชมวิวของจริงด้านหลังโครงการในอนาคตอีกครั้ง แต่ก็จะอารมณ์คล้ายๆกันนี่แหละครับ)

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • อาคาร Clubhouse สไตล์ญี่ปุ่นริมน้ำ
  • Swimming Pool 1 สระ ระบบเกลือ ขนาด 26 x 6 เมตร ลึก 1.2 เมตร
  • Kid’s Pool ขนาด 2.8 x 3.9 เมตร ลึก 0.5 เมตร
  • Fitness
  • Changing Room
  • Kid’s Room
  • Pet Park
  • Educational Playground
  • พื้นที่สวนหย่อมในโครงการ 1 จุด รวมประมาณ 1-3-79.9 ไร่
  • ระบบ CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ
  • รั้วรอบโครงการสูง 3 เมตร
  • ถนนหลักกว้าง 16.5 ม. และถนนภายในกว้าง 8 ม.
  • Key Card Access ระยะไกล ระบบ RFID หรือสัญญาณ Bluetooth
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
  • LIV-24 จากแสนสิริ
  • ประตูรั้วโครงการแบบ รั้วเหล็กเลื่อนไฟฟ้า 2 ตอน
  • สัญญาณกันขโมย ระบบ Magnetic & Motion Sensor ทุกหลัง

แบบบ้าน

Highlights :

  • บ้านแฝดและบ้านเดี่ยว ที่มี Facade เป็นสไตล์ญี่ปุ่น มีให้เลือก 3 แบบ
  • บ้านแฝดบรรยากาศสไตล์บ้านเดี่ยว เชื่อมกันด้วยส่วน Laundry ด้านหลังบ้าน ซึ่งช่วยลดปัญหาเสียงรบกวนที่อาจผ่านผนังเข้ามา อีกทั้งยังเป็นบ้านหน้ากว้างที่มีบรรยากาศภายในโปร่งโล่ง ช่องแสงเยอะอีกด้วย
  • บ้านเดี่ยวเน้นพื้นที่ Common Area ที่ใช้งานร่วมกันของคนในบ้านให้มีขนาดใหญ่ และมีการแบ่งฟังก์ชันแยกกันได้เป็นส่วนตัว
  • มีการอัพเกรดวัสดุบางจุดเพิ่มเข้ามาจากรุ่นพี่ ทั้งซุ้มประตูทางเข้า / หลังคาเฉลียงหน้าบ้าน / พื้น SPC ลายไม้ / ฉากกั้นอาบน้ำห้องนอนใหญ่ และระบบรักษาความปลอดภัย Magnetic & Motion Sensor

แบบบ้านของโครงการนี้จะมีทั้งหมด 3 Type ประกอบด้วย

  • FUYU บ้านแฝด 2 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 35.6 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 134 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
  • AKI บ้านแฝด 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 39.8 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 155 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
  • HARU บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 50 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 177 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ

โดยทั้งหมดจะก่อสร้างด้วยระบบ Precast หรือผนังคอนกรีตสำเร็จรูป ซึ่งในเรื่องความแข็งแรงและคุณภาพก็จะได้ตามมาตรฐานโรงงานเหมือนกันทุกหลังเลยครับ อีกทั้งยังสามารถก่อสร้างได้รวดเร็วอีกด้วย

แต่จะมีข้อจำกัดในเรื่องการทุบ/เจาะ/ต่อเติม อาจทำได้ยากกว่าผนังก่ออิฐทั่วไปอยู่สักหน่อย รวมถึงบางจุดก็จะทำหน้าที่เป็นผนังโครงสร้างรับน้ำหนักไปด้วยในตัว ดังนั้นหากใครจะทุบ/เจาะตรงไหน ก็อาจต้องลองปรึกษาช่างโครงการก่อนอีกทีนะครับ

  • AKI บ้านแฝด 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 39.8 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 155 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ

สำหรับบ้านแบบแรกคือ AKI (ฤดูใบไม้ร่วง) ถ้าเป็นที่ญี่ปุ่นคือ เดือนกันยายน – พฤศจิกายน ช่วงนี้อากาศจะเริ่มเย็นลง และที่สำคัญคือ “เป็นฤดูใบไม้เปลี่ยนสี” ซึ่งจะมีความสวยงามมากๆเลยครับ และแน่นอนว่าตัวบ้านหลังนี้ก็ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบ ให้เป็นบ้านหน้ากว้างถึง 12 m. ที่มีช่องแสงเยอะ เพื่อสามารถเปิดรับวิวธรรมชาติ หรือสวนสวยๆรอบบ้านได้เต็มที่

ซึ่งถึงแม้จะเป็นบ้านแฝดแต่ก็ให้อารมณ์เหมือนอยู่บ้านเดี่ยว เพราะจะมีจุดเชื่อมต่อกับบ้านหลังข้างๆแค่ตรงส่วน Laundry ด้านหลังเท่านั้น ชั้นบนจึงสามารถเปิดช่องแสงได้ทั้ง 4 ทิศรอบตัวบ้านเลย รวมถึงยังมีการตกแต่ง Facade (หน้ากากบ้าน) ให้ได้กลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นมากขึ้น แต่ยังคงมีความโมเดิร์นแฝงอยู่เพื่อไม่ให้ตกยุคนั่นเองครับ

แปลนชั้น 1 จุดเด่นคือ Common Area รูปตัว L ขนาดใหญ่ ซึ่งนอกจากจะได้ความโปร่งโล่งและสามารถชมสวนรอบๆบ้านได้ดีแล้ว พื้นที่ส่วนหลังบ้านที่มีการหลบมุมไปจากโซนหน้าบ้าน ก็จะได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้นอีกด้วย คือเวลามีแขกมาก็จะมองไม่เห็นทั้งโถงบันได และส่วนเตรียมอาหารเลยครับ อีกหนึ่งจุดเด่นที่น่าสนใจคือ เค้าจะมีการทำ Laundry หรือห้องซักรีดมาให้เป็นสัดส่วน ซึ่งเป็นจุดเดียวของบ้านที่มีการเชื่อมต่อกับหลังข้างๆ ที่จะช่วยลดปัญหาเรื่องเสียงรบกวนที่อาจผ่านผนังเข้ามาได้เยอะเลย เพราะเรายังมีทั้งประตูกระจกบานเลื่อน และประตูบานทึบของห้องครัวช่วยกั้นอยู่อีกถึง 2 ชั้น

แปลนชั้น 2 ห้องนอนทุกห้องจะมีขนาดใหญ่ สามารถวางเตียง 5 – 6 ฟุตได้สบายๆ แถมยังมีห้องน้ำเป็นส่วนตัวด้วย ซึ่งจะสังเกตว่าบ้านหลังนี้จะไม่มีระเบียงเลย และให้ความสำคัญกับพื้นที่โถงบันไดหรือห้องน้ำน้อยสุด เพราะเค้าต้องการเน้นพื้นที่ใช้สอยภายในห้องเป็นหลักนั่นเองครับ นอกจากนี้บนชั้น 2 ก็จะไม่มีผนังเชื่อมต่อกับเพื่อนบ้าน ห้องนอนแต่ละห้องจึงได้ช่องแสงอย่างน้อย 2 ด้าน มีความโปร่งโล่งและเป็นส่วนตัว ให้อารมณ์เหมือนบ้านเดี่ยว เหมาะกับครอบครัวขนาดกลาง-ใหญ่ อยู่ร่วมกัน 3 – 4 คนได้สบายๆเลยครับ

เริ่มกันที่ประตูรั้วหน้าบ้านจะเป็นเหล็กรางเลื่อน ที่เป็นแบบตอนเดียวยาวๆเลยครับ และไม่ต้องห่วงว่าจะหนักเกินไปรึเปล่านะ เพราะจากที่ผมลองเปิด-ปิดทั้ง 3 หลังดูแล้ว น้ำหนักไม่เยอะมาก ค่อนข้างใช้งานได้สะดวกดีทีเดียว หรือใครอาจติดตั้งเป็นประตูระบบไฟฟ้า ที่เปิด-ปิดด้วยรีโมทก็ได้เหมือนกัน

พื้นที่จอดรถเป็นแบบในร่มครับ กว้างประมาณ 5.2 m. สามารถจอดได้ 2 คันแบบพอดีๆ ส่วนพื้นจะเทเป็นคอนกรีตและลงเสาเข็มให้ถึงบริเวณแนวเสาใต้ชายคาบ้าน โดยส่วนที่เหลือจะมีการตัด Joint แยกโครงสร้างออกมาจากตัวบ้าน เผื่ออนาคตพื้นด้านหน้ามีการทรุดตัว น้ำหนักของพื้นจะได้ไม่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างบ้านนั่นเองครับ

และบริเวณด้านหลังเสาจะมีก๊อกน้ำซ่อนอยู่ด้วย สามารถใช้ล้างรถและรดน้ำต้นไม้หน้าบ้านได้สะดวกเลย

ส่วนผนังด้านซ้ายจะมีช่องสำหรับเก็บของ พร้อมหน้าบานทึบปิดเพื่อความเรียบร้อย และด้านในจะติดตั้งไฟส่องสว่างไว้ให้ด้วยครับ ซึ่งเราอาจ Built เป็นชั้นวางของเพื่อให้เก็บของได้เยอะขึ้นก็ได้นะ สามารถเก็บพวกอุปกรณ์ล้างรถ หรืออุปกรณ์จัดสวนบริเวณนี้ได้เลย เวลาใช้งานจะได้หยิบจับได้สะดวกครับ

ใกล้ๆกันจะมีประตูทางเข้าบ้านจากพื้นที่จอดรถให้ใช้งานได้สะดวก โดยที่ไม่จำเป็นห้องเดินอ้อมไปเข้าหน้าบ้าน หรือตัดผ่านฟังก์ชันอื่นๆให้เสียเวลา โดยจะมีขั้นบันไดเล็กๆยกระดับให้สูงขึ้นหน่อย เพื่อป้องกันฝุ่นหรือน้ำเวลาล้างรถ/ล้างพื้น ไม่ให้กระเด็นเข้าไปเลอะในบ้านครับ

สำหรับในวันปกติที่ไม่ได้ใช้รถ ก็จะมีประตูทางเข้าคนเดินแยกเอาไว้ให้ใช้งานด้วยครับ โดยสิ่งที่เพิ่มเข้ามาจากโครงการรุ่นพี่ก็คือ “ซุ้มประตูทางเข้าด้านบน” ที่ตกแต่งเป็นจั่วหลังคาเล็กๆน่ารัก เพิ่มกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี (เป็นฟังก์ชันที่เห็นได้บ่อยๆ ตรงบริเวณประตูรั้วของบ้านหลังใหญ่ๆที่ประเทศญี่ปุ่นครับ)

และเมื่อเข้ามาด้านในก็จะมีประตูทางเข้าบ้านจะอยู่เยื้องไปด้านข้างเล็กน้อย (ไม่ได้อยู่ตรงกับประตูรั้วเหล็กที่มีช่องโปร่ง) ซึ่งผมมองว่าเป็นข้อดีมากๆคือ คนในบ้านจะได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น เพราะเราจะมีแนวรั้วต้นไทรเกาหลีที่ทางโครงการปลูกไว้ให้ มาช่วยพรางสายตาจากคนที่อาจผ่านไป-มาหน้าบ้านได้นั่นเองครับ

หันมามองทางขวามือเราจะเห็นรายละเอียด ของการตกแต่งผนังและ Facade ของบ้านได้ชัดเจนมากขึ้น โดยผนังจะมีการเซาะร่องไว้เป็นลวดลายแบบนี้ ไม่ใช่แค่เพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่อนาคตยังช่วยป้องกันไม่ให้รอยแตกร้าวของผนังลามไปยังแผ่นข้างๆได้ง่ายอีกด้วย ส่วนระแนงสี่เหลี่ยมที่เป็น Facade ด้านบน จะเป็นเหล็กที่ทาเป็นสีน้ำตาล มองเผินๆก็จะเหมือนกับเป็นไม้ที่ญี่ปุ่นชอบใช้เลย แต่เหล็กจะใช้งานได้นานและดูแลรักษาได้ง่ายกว่าเยอะครับ

ส่วนตรงมุมบ้านก็จะมีถังขยะติดตั้งเอาไว้ให้แล้ว โดยเจ้าของบ้านสามารถเปิดทิ้งจากด้านในได้ ส่วนพนักงานเก็บขยะเค้าก็เปิดรับได้จากด้านนอก ใช้งานสะดวกทั้งสองฝ่าย

สำหรับแปลงมาตรฐานจะมีพื้นที่สวนรอบบ้านกว้างประมาณ 2 m. โดยทางโครงการจะปูหญ้า พร้อมปลูกต้นไทรเกาหลี และไม้ยืนต้นอีก 1 ต้นให้เป็นมาตรฐาน ซึ่งเราก็สามารถจัดสวนและปลูกต้นไม้เพิ่มเติมตามความชอบได้เลยครับ โดยที่สวนข้างบ้านนี้จะสามารถมองเห็นได้จากในบ้านอีกด้วยนะ ดูสิครับ…มีช่องแสงรอบบ้านเยอะเลยทีเดียว

ประตูทางเข้าบ้านหลักจะเป็นกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่ กรอบอลูมิเนียมสีดำ พร้อมกระจกเขียวตัดแสง มีตัวล็อค 2 ชั้นเพื่อความปลอดภัย รวมถึงยังมีการเพิ่มระบบ Magnetic Sensor ให้ตามประตู-หน้าต่างชั้น 1 ทุกบานอีกด้วย

สิ่งที่เพิ่มเข้ามาจากรุ่นพี่อีกอย่างคือ “หลังคาเล็กๆบริเวณชานพักหน้าบ้าน” ซึ่งนอกจากจะช่วยกันแดดกันฝนให้กับประตูกระจกได้ดีมากขึ้นแล้ว ยังช่วยเพิ่มรายละเอียดของบ้านให้มีมากขึ้น โดยหากมองไกลๆจะเห็นเหมือนบ้านนี้มีหลังคาหลาย Layer ดูมีมิติมากขึ้นเยอะเลยครับ

เข้ามาภายในจะเจอกับ Common Area ขนาดใหญ่ และช่องแสงที่เยอะมากๆ จัดเต็มมาให้ถึง 3 ด้านเลยทีเดียว บรรยากาศจึงโปร่งโล่งเหมือนบ้านเดี่ยว และมีฝ้าเพดานสูง 2.7 m. เป็นมาตรฐาน

โดยหลายๆคนที่ซื้อบ้านโครงการนี้ไป ก็มักจะมีความชื่นชอบในความเป็นญี่ปุ่น และอยากแต่งบ้านเป็นสไตล์เหมือนบ้านตัวอย่างนี้อยู่แล้ว ทางโครงการจึงตัดสินใจเปลี่ยนวัสดุพื้นให้ใหม่ จากเดิมที่เคยให้เป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ ก็เปลี่ยนมาเป็นพื้น “SPC ลายไม้” เพื่อให้ลูกบ้านที่ซื้อไปสามารถแต่งบ้านเป็นสไตล์ญี่ปุ่นที่ชอบได้ง่ายมากขึ้น โดยพื้นชนิดนี้ก็จะสามารถทนน้ำหรือความชื้นได้ดีกว่าลามิเนตครับ

พื้นที่ส่วนแรกจะเป็นชุดโซฟานั่งเล่น และสามารถใช้เป็นพื้นที่รับแขกได้ด้วย ซึ่งจากมุมมองฟังก์ชันนี้จะไม่เห็นพื้นที่ส่วนอื่นในบ้าน อย่างโถงบันไดก็จะหลบมุมอยู่ด้านหลังผนังอีกที แต่กลับกันจะเป็นฟังก์ชันที่มีช่องแสงเยอะมาก สามารถชมวิวสวนข้างบ้านได้รอบเลย โดยระยะดูทีวีจะกว้างประมาณ 3.1 m. สามารถใช้ทีวีจอใหญ่ๆ 50 – 60 นิ้วได้สบายๆ

ถัดเข้ามาด้านในโซนหลังบ้านจะเป็นพื้นที่วางโต๊ะทานอาหาร มีความกว้างมากพอที่เราจะดีไซน์ฟังก์ชันเองได้ตามต้องการเลยครับ ซึ่งถ้าเราเป็นคนที่มีญาติหรือเพื่อนฝูงมาทานข้าวร่วมกันบ่อยๆ ก็อาจใช้เป็นโต๊ะอาหารขนาดใหญ่ 8 – 10 ที่นั่งไปเลยก็ได้

ส่วนไอเดียของบ้านตัวอย่างจะแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นมุมโต๊ะอเนกประสงค์ ที่เราสามารถมานั่งทำงานอ่านหนังสือชิวๆได้ ซึ่งเป็นจุดที่สามารถมองเห็นชั้น 1 ของบ้านได้ทั้งหมด รวมถึงยังสามารถชมวิวสวนข้างบ้าน และเปิดประตูออกไปใช้งานได้อีกด้วย

อีกด้านหนึ่งก็ถูกจัดเป็นโต๊ะทานอาหาร และ Pantry ครัวมาให้ดูเป็นไอเดีย ซึ่งของจริงเราจะได้เป็นพื้นที่โล่งๆนะครับ

โดยตรงส่วนนี้จะอยู่ใกล้กับห้องครัว และประตูทางเข้าจากพื้นที่จอดรถก่อนหน้านี้พอดี ซึ่งเราก็สามารถขนของลงจากรถเข้ามาเก็บหลังบ้านได้สะดวกเลย รวมถึงหากเราทำเป็น Pantry ครัวแบบบ้านตัวอย่างนี้ล่ะก็ อาจทำเป็นมุมกาแฟเล็กๆ เอาไว้ลงมาจิบกาแฟยามเช้าก่อนขับรถออกไปทำงานก็ไม่เลวนะครับ

ภายในครัวไทยจะมีพื้นที่ขนาดใหญ่ และเราสามารถทำอาหารจริงจังได้เลยครับ จะมีกลิ่นหรือควันเยอะแค่ไหน ก็เปิดประตู-หน้าต่างระบายอากาศได้เต็มที่

โดยขนาดพื้นที่ใช้สอยก็กว้างขวางดี สามารถใช้งาน 2 คนพร้อมกันได้สบายๆ และมีการเปลี่ยนวัสดุปูพื้นเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ เพื่อให้สามารถเช็ดทำความสะอาดได้ง่ายอีกด้วยครับ แต่อาจไม่ถึงขั้นเอาน้ำล้างพื้นนะ…ใจเย็นๆก่อน เพราะพื้นครัวจะยังอยู่ระดับเดียวกับภายในบ้าน และยังมีประตูรางเลื่อนของ Laundry มาคั่นกลางอยู่ เต็มที่ก็เอาผ้าชุบน้ำเช็ดถูตามปกติได้ครับ

ภายในครัวเราจะได้เคาน์เตอร์ปูนกรุกระเบื้อง ที่ Built-in หน้าบานตู้ปิดเรียบร้อยมาให้แบบนี้เลยครับ โดยเราอาจเพิ่ม Hob&Hood ได้ด้วยตัวเอง ซึ่งเค้าก็เตรียม Junction box ที่ผนังเอาไว้ให้แล้วครับ โดยผนังก็กรุกระเบื้องไว้ให้เช็ดทำความสะอาดง่ายเรียบร้อยดี รวมถึงมีอ่างล้างจานมาให้อีก 1 จุดด้วย

ถัดมาจะเป็น Laundry หรือห้องซักล้าง ซึ่งอยู่พื้นที่ในร่มแบบนี้ก็เลยทำให้การใช้งานสะดวกมากๆ สามารถซักผ้า/รีดผ้าตรงบริเวณนี้ได้สบายๆ และไม่ต้องกลัวว่าเสียงจากเครื่องซักผ้าจะรบกวนเพื่อนบ้านนะครับ

อย่างที่บอกในช่วงแปลนแล้วว่า เรายังมีประตูอีก 2 ชั้นที่คอยช่วยกันเสียงส่วนนี้ได้อยู่ แถมผนังที่ติดกับเพื่อนบ้านเค้าก็เป็น Laundry เหมือนกันนี่แหละ ซึ่งเป็นส่วนที่เราก็ไม่ค่อยได้ใช้งานกันบ่อยๆนัก และยังอยู่ห่างจากโซนพักผ่อนพอสมควรเลย

โดยทางโครงการจะ Built-in ตู้และชั้นวางมาให้ ได้ตามที่เห็นในบ้านตัวอย่างเลยครับ ขาดแค่ซื้อเครื่องซักผ้ามาใส่เท่านั้น ซึ่งก็มีขนาดช่องประมาณ 60 x 70 cm. และสูง 90 cm.

ซึ่งเมื่อเราซักผ้าเสร็จแล้ว ก็สามารถยกมาตากที่หลังบ้านได้ใกล้ๆเลยครับ โดยจะมีประตูบานทึบปิดแยกเอาไว้เป็นสัดส่วน และยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยในบ้านได้ด้วย

กลับเข้ามาในบ้านอีกครั้ง บริเวณโถงบันไดนี้จะหลบมุมสายตามาอยู่หลังผนัง เลยทำให้มีความเป็นส่วนตัวค่อนข้างมาก ถามว่าดียังไงใช่มั้ยครับ? สมมุติว่าพ่อแม่กำลังมีแขกมาเยี่ยมอยู่ ก็บังเอิ๊ญญญ…ลูกชายเพิ่งตื่นนอนลงมาหาน้ำดื่ม แบบยังใส่แต่บ๊อกเซอร์ตัวเดียวเดินลงมา แขกก็จะมองไม่เห็นและไม่ต้องตกใจนั่นเองครับ อิอิ

ส่วนห้องน้ำที่อยู่ใต้บันไดจะมีส่วนอาบน้ำแยกไว้เป็นสัดส่วนด้วยครับ เผื่อใครกั้นทำห้องนอนชั้นล่างเพิ่มเติมก็สามารถมาใช้ห้องน้ำตรงนี้ได้เลย โดยด้านในก็กว้างขวางดี มีฝ้าเพดานสูงใช้งานได้ตามปกติ

พื้นที่ส่วนแห้งประกอบด้วยอ่างล้างหน้า และโถสุขภัณฑ์จาก Bathline มีผนัง Low Wall ให้ใช้วางของเล็กๆน้อยๆได้ รวมถึงมีหน้าต่างบานกระทุ้งที่เปิดระบายอากาศได้ด้วยครับ

ส่วนพื้นที่อาบน้ำจะมีการยกขอบพื้นสูงขึ้นมาเล็กน้อย เพื่อช่วยกันน้ำด้านในไม่ให้ไหลออกมา โดยเราอาจติดม่านพลาสติกหรือฉากกั้นอาบน้ำเพิ่มเติมเองได้นะครับ ซึ่งภายในก็จะมีขนาดประมาณ 0.8 x 1 m. โดยติด Hand Shower และ Junction box สำหรับติดเครื่องทำน้ำอุ่นมาให้พร้อมใช้งานเลย

บันไดกว้างประมาณ 1 m. เป็นโครงสร้างคอนกรีตที่ปิดผิวด้วยไม้สำเร็จรูป เวลาเดินขึ้น-ลงก็จะไม่เกิดเสียงดังรบกวน พร้อมมีราวจับให้ตลอดทาง โดยเวลาใช้งานอาจต้องระมัดระวังตอนผ่านขั้นบันไดสามเหลี่ยมสักนิดนะครับ เพราะเราอาจเหยียบได้ไม่เต็มฝ่าเท้าดีนัก เนื่องจากเค้าต้องการประหยัดพื้นที่บันไดให้น้อยที่สุดนั่นเอง

นอกจากนี้ยังมีการเพิ่ม Motion Sensor เข้ามาด้วย เลยทำให้ตัวบ้านมีความปลอดภัยมากขึ้น โดยระบบรักษาความปลอดภัยทั้งหมด (Magnetic & Motion Sensor) ก็จะมีแผงควบคุมติดอยู่ตรงประตูทางเข้าพื้นที่จอดรถแบบนี้ครับ

โถงบันไดหน้าห้องบนชั้น 2 จะมีขนาดแค่พอดีใช้งานเท่านั้น เพื่อประหยัดพื้นที่เอาไปเพิ่มให้ในห้องนอนทั้ง 3 ให้ใหญ่ขึ้นแทน และจะเปลี่ยนวัสดุปูพื้นเป็นไม้ลามิเนตตามปกติครับ

เรามาเริ่มที่ห้องนอนแรกทางขวามือ จะเป็นห้องนอนเล็กที่อยู่โซนหน้าบ้าน เหมาะที่จะเป็นห้องลูกคนโตครับ มีประมาณ 2.9 x 5 m. โดยทางโครงการจัดเป็นห้องนอนเด็กเล็กมาให้ดูเป็นตัวอย่าง และเราสามารถจะหันหัวเตียงไปด้านไหนก็ได้ตามใจชอบเลย พื้นที่ค่อนข้างยืดหยุ่นพอสมควร ซึ่งปลายเตียงก็สามารถติดทีวีแขวนผนัง และนอนดูจากบนเตียงได้สบายๆเลยครับ

อีกหนึ่งไอเดียในการแบ่งฟังก์ชันห้อง คือการใช้ชั้นวางของมากั้นไว้แบบนี้ เพียงแค่นี้เราก็ได้ Walk-in Closet ที่เป็นสัดส่วนมากขึ้น โดยไม่ต้อง Built-in ให้ยุ่งยากแล้วครับ

ภายในห้องน้ำมีการแยกฟังก์ชันเป็นสัดส่วน รวมถึงมีช่องหน้าต่างบานกระทุ้งที่เปิดระบายอากาศได้ด้วยครับ

โดยฟังก์ส่วนแห้งจะมีขนาดประมาณ 1.5 x 1.4 m. มาพร้อมกับสุขภัณฑ์ของ Bathline เช่นเดิมเหมือนในบ้านตัวอย่างเลยครับ

ส่วนฟังก์ชันอาบน้ำจะมีขนาดประมาณ 0.9 x 1.4 m. สามารถยืนใช้งานได้พอดีๆ โดยเราอาจติดฉากกั้นอาบน้ำหรือม่านพลาสติกเพิ่มด้วยตัวเองได้ เวลาอาบน้ำจะได้ไม่กระเด็นเปียกทั่วทั้งห้อง ส่วนด้านในก็จะมี Hand Shower กับ Junction box พร้อมเจาะช่องวางอุปกรณ์อาบน้ำที่ผนังมาให้แล้ว 2 ช่องแบบนี้

ติดกันจะเป็นห้องนอนเล็กอีกห้องที่อยู่โซนหลังบ้าน มีขนาดพื้นที่ประมาณ 3 x 3.3 m. จริงๆก็สามารถใช้เตียง 5 ฟุตได้พอดีๆนะครับ แต่โครงการก็จัดห้องมาให้ดูเป็นไอเดีย ว่าถ้าเราใช้เตียง 3.5 ฟุตวางชิดริมผนังด้านหนึ่งแบบนี้ ก็จะมีพื้นที่ด้านข้างให้วางโต๊ะหนังสือ และตู้เสื้อผ้าเพิ่มได้สบายๆเลย

ส่วนปลายเตียงก็จะเป็นห้องน้ำครับ และถ้าใครที่ใช้เตียงขนาดใหญ่ ก็อาจนำตู้เสื้อผ้ามาตั้งตรงหน้าห้องน้ำนี้ได้ ซึ่งการใช้งานก็จะใกล้กับห้องน้ำและสะดวกมากขึ้น

ภายในมีฟังก์ชันและสุขภัณฑ์ครบเหมือนห้องอื่นๆ แต่ลักษณะพื้นที่จะเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส กว้างประมาณ 1.7 x 1.8 m. ใช้งานร่วมกันระหว่างส่วนแห้งและพื้นที่อาบน้ำ ซึ่งเราอาจติดฉากกั้นหรือม่านพลาสติกเพิ่มเติมเองได้ครับ และหากสังเกตดีๆจะเห็นว่า สียาแนวของกระเบื้องกรุผนังในแต่ละห้องก็จะแตกต่างกันไปด้วยนะ

มาถึงห้องสุดท้ายแล้วครับกับ Master Bedroom ภายในมีขนาดใหญ่และกว้างขวาง เพราะจะกินพื้นที่ตั้งแต่ด้านหน้าไปจนถึงหลังบ้านเลย อีกทั้งยังมีช่องแสงขนาดใหญ่พิเศษมากกว่าห้องอื่นๆ เลยทำให้ได้บรรยากาศโปร่งโล่งดีทีเดียวครับ

และไหนๆก็เป็นคอนเซ็ปต์ญี่ปุ่นแล้ว ทางโครงการก็เลยตกแต่งเตียงนอนให้เป็นแนวญี่ปุ่นแบบจัดเต็มมาให้ดู ซึ่งจะเป็นพื้นยกระดับสำหรับวางฟูกที่นอน พร้อมกับมีช่องเก็บของที่เยอะมากๆ เผื่อใครสนใจก็นำไปใช้เป็นไอเดียแต่งบ้านได้นะครับ

ซึ่งผนังปลายเตียงสามารถติดทีวีแขวนผนัง และสามารถนอนดูหนังบนเตียงได้สบายๆ รวมถึงยังชมวิวจากหน้าต่างด้านข้างได้อีกด้วย โดยช่องหน้าต่างที่ให้ก็มีขนาดใหญ่มาก และเมื่อยกพื้นสูงขึ้นมาแบบนี้ก็ยังทำให้พอดีกับระดับสายตาเวลาอยู่บนเตียงอีกด้วยครับ

ส่วนอีกด้านของห้องจะมีพื้นที่ Walk-in Closet และห้องน้ำ แยกออกไปเป็นสัดส่วนครับ

โดยทางโครงการก็มีไอเดียในการใช้ม่านมากั้นพื้นที่ Walk-in Closet แทนการใช้ประตูบานเลื่อน ซึ่งจะมีความยืดหยุ่นกว่า แถมยังติดตั้งและใช้งานได้ง่ายอีกด้วย ใครจะลองนำไปใช้บ้างก็ไม่ว่ากันครับ

พื้นที่ด้านในจะกว้างประมาณ 1.6 m. ซึ่งเมื่อ Built-in ตู้เสื้อผ้าไปแล้วก็ยังมีพื้นที่เหลือให้ใช้งานได้สะดวกอยู่ครับ ซึ่งพอเราออกมาจากห้องน้ำก็สามารถแต่งตัวต่อได้ง่ายๆเลย

ภายในห้องน้ำจะมีขนาดเท่ากับห้องก่อนหน้านี้เลยครับ ยังคงใช้งานได้สะดวกและได้สุขภัณฑ์ครบเช่นเดิม

แต่พิเศษหน่อยสำหรับห้อง Master Bedroom คือเราจะได้ฉากกั้นกระจกระหว่างพื้นที่อาบน้ำและโถสุขภัณฑ์มาด้วยครับ ซึ่งก็จะเป็นแบบแค่ด้านเดียวแบบนี้เลย เอาไว้ช่วยกันไม่ให้น้ำกระเด็นมาโดนโถสุขภัณฑ์ เพราะเค้าจะมีการอัพเกรดมาให้เป็นโถสุขภัณฑ์อัตโนมัติ ซึ่งจะมีพวกงานปลั๊กไฟและรีโมทที่ไม่สามารถโดนน้ำได้นั่นเองครับ หรือเราอาจติดม่านและฉากกั้นจริงจังเพิ่มเติมไปเลยก็ได้นะ

และนอกจากนี้ผมยังได้ถ่ายภาพบ้านเปล่ามาตรฐานมาฝากกันด้วย สามารถคลิกชมที่ Gallery ด้านล่างนี้ได้เลยครับ

Image 1/11

  • HARU บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 50 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 177 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ

พามาชมบ้านเดี่ยวกันบ้างครับ กับแบบบ้าน HARU (ฤดูใบไม้ผลิ) คือ เดือนมีนาคม – เดือนพฤษภาคมของประเทศญี่ปุ่น จะเป็นช่วงเวลาที่อากาศดีที่สุด มีทั้งต้นไม้เขียวขจี และลมเย็นๆที่พัดเอากลิ่นไอธรรมชาติที่สดชื่นมาให้ อีกทั้งช่วงเดือนเมษายนก็จะเป็นเดือนที่ดอกซากุระบานอีกด้วย ซึ่งคนญี่ปุ่นก็นิยมที่จะออกมานั่งชมวิว ดื่มชาเขียว และดูดอกไม้ไฟกันในช่วงนี้นั่นเอง

นั่นจึงเป็นคอนเซ็ปต์หลักของการออกแบบบ้านหลังนี้ ที่เราจะได้เห็นว่าภายในมีช่องแสงที่เยอะมาก คืออย่างน้อยจะต้องมีหน้าต่าง 2 ด้านเป็นอย่างต่ำ บางห้องจัดเต็ม 3 ด้านไปเลยก็มี เพราะเค้าต้องการให้เราได้สัมผัสกับธรรมชาติ หรือสวนรอบๆบ้านได้มากที่สุด รวมถึงยังสามารถเปิดรับลมเพื่อระบายอากาศได้ดีอีกด้วยครับ

แปลนชั้น 1 มีจุดเด่นอยู่ที่ Common Area บริเวณหน้าบ้าน ซึ่งขนานไปกับความกว้างของตัวบ้าน ไม่ได้เป็นแนวตอนลึกเข้าไปเหมือนบ้านแฝดก่อนหน้านี้ และยังมีการวางตำแหน่งของบันไดให้ไปอยู่ทางโซนด้านหลัง เลยทำให้เวลาเข้ามาในบ้านครั้งแรกจะรู้สึกถึงความกว้างและโปร่งโล่งได้ดี ซึ่งถ้ารวมช่องแสงตรงโถงบันไดไปด้วย ก็เท่ากับว่ามีถึง 4 ด้านเลยทีเดียว

นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนข้างบ้านที่มีขนาดใหญ่ขึ้น สามารถจัดสวนสวยๆเพื่อชมบรรยากาศจากพื้นที่นั่งเล่นได้เต็มที่เลย รวมถึงมีห้องนอนชั้นล่างเพิ่มเข้ามาด้วย เหมาะกับครอบครัวที่อาจมีผู้สูงอายุ หรือต้องการห้องอเนกประสงค์ไว้ใช้งานเพิ่มอีกสักห้อง โดยจุดที่ผมมองว่าจัดฟังก์ชันได้ดีคือ เค้าจะมีการทำโถงทางเดินของห้องนอนชั้นล่าง แยกออกมาจาก Common Area เลยทำให้พื้นที่พักผ่อนมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นนั่นเองครับ

แปลนชั้น 2 เมื่อขึ้นมาจะต้องว้าวกับขนาด “พื้นที่อเนกประสงค์” บริเวณโถงบันไดชั้นบน ที่มีขนาดใหญ่และกว้างมากๆครับ โดยเราสามารถกั้นพื้นที่เพื่อทำเป็นห้องส่วนตัวอีกห้องหนึ่งยังได้เลย ซึ่งอาจเป็นห้องพระหรือห้องทำงานก็ได้ ส่วนพื้นที่ในห้องนอนทั้ง 3 ก็มีขนาดใหญ่ดีครับ เพราะบ้านหลังนี้จะลดพื้นที่ระเบียงออกไป และหันมาให้ความสำคัญกับพื้นที่ใช้สอยด้านในแทน ทำให้สามารถใช้เตียง 5 – 6 ฟุตได้สบายๆ พร้อมมีห้องน้ำส่วนตัวกันหมดเลย โดยเฉพาะห้องนอนโซนหน้าบ้านจะมีมุมที่ทำเป็น Walk-in Closet ได้ด้วยนะ

สำหรับพวกประตูรั้วและทางเข้าคนเดิน จะยังคงเหมือนกับตัวบ้านแฝดนะครับ งั้นเรามาเริ่มกันที่พื้นที่จอดรถในร่มกันเลย มีความกว้างประมาณ  5.2 m. สามารถจอดรถ 2 คันได้สบายๆ โดยงานโครงสร้างพื้นจะมีการตัด Joint ให้เรียบร้อยเหมือนเดิม

แต่จุดที่ต่างกันเล็กน้อยคือ ช่องประตูทางเข้าคนเดิน จะอยู่ตรงกับประตูกระจกบานเลื่อนที่เป็นทางเข้าบ้านหลักพอดี หากมองในแง่ดีก็จะใช้งานสะดวกดีครับ สามารถเปิดประตูแล้วเดินตรงเข้าบ้านได้เลย แต่ในอีกมุมหนึ่งก็อาจเสียความเป็นส่วนตัว จากคนที่ผ่านไป-มาหน้าบ้านอยู่บ้างเหมือนกัน

ส่วนทางเข้าหลักของบ้านจะเห็นว่ามีช่องแสงข้างประตูเพิ่มขึ้นมา ซึ่งรู้สึกถึงความโปร่งโล่งตั้งแต่ยังไม่ทันได้เข้าบ้านเลยใช่มั้ยครับ อีกทั้งชานพักก็มีขนาดใหญ่ สามารถเดินเชื่อมต่อไปยังสวนข้างบ้านได้เลย และยังมีส่วนของระแนงชั้นล่างเพิ่มเข้ามา เพื่อประดับตกแต่งให้เข้าคอนเซ็ปต์ความเป็นญี่ปุ่นเฉยๆ ซึ่งถ้าสามารถเลื่อนได้ด้วยล่ะก็จะเป็นอะไรที่เจ๋งมาก หรือใครจะปลูกเป็นพวกไม้เลื้อยตรงนี้ก็ดูน่าสนใจดีเหมือนกันนะ

เข้ามาด้านในเราจะเจอกับ Common Area ที่ใหญ่มากๆ เนื่องจากเค้าดันในส่วนของบันไดไปไว้โซนด้านหลัง เลยทำให้พื้นที่ด้านหน้าบ้านสามารถเชื่อมต่อกันได้กว้าง และโปร่งโล่งมากๆแบบนี้นั่นเอง

เริ่มจากพื้นที่ส่วนแรกจะเป็นโต๊ะทานอาหารครับ โดยจะอยู่ระหว่างประตูทางเข้าหลักหน้าบ้าน และประตูทางเข้าพื้นที่จอดรถด้านข้าง อีกทั้งยังมีการเจาะช่องแสงด้านข้างเพิ่มเข้ามา ซึ่งดูเผินๆก็จะเหมือนเราได้เป็นช่องหน้าต่างเข้ามุม (Bay Window) ที่ช่วยเพิ่มมุมมองและความโปร่งโล่งภายในบ้านได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

ถัดมาคือพื้นที่ Living Area สำหรับนั่งเล่นและรับแขก ซึ่งมีระยะดูทีวีประมาณ 3 m. สามารถใช้จอใหญ่ๆ 50 – 60 นิ้วได้สบายๆ และยังมีพื้นที่กว้างขวาง สามารถใช้ชุดโซฟาแบบหลายที่นั่งสำหรับครอบครัวขนาดใหญ่ หรือไว้จัดปาร์ตี้กับเพื่อนๆก็ได้เลยครับ

โดยพื้นที่ตรงนี้เค้าจะเน้นเปิดรับวิวสวนที่อยู่ข้างบ้านเป็นหลัก เลยค่อนข้างได้ความเป็นส่วนตัวดี ซึ่งเราสามารถเปิดม่านชมสวนได้ตลอดเวลา รวมถึงยังคงได้แสงสว่างและความโปร่งโล่งจากหน้าต่างที่อยู่หน้าบ้านไปด้วยครับ

และนี่จะเป็นพื้นที่สวนมาตรฐานของจริงที่เราจะได้ครับ ซึ่งเราก็สามารถปลูกต้นไม้จัดสวนสวยๆ ตามความชอบของแต่ละคนได้เลยนะ บางคนอาจชอบปลูกไม้ดอกสวยๆตามฤดูกาล บางคนชอบฟังเสียงน้ำตกและเลี้ยงปลาก็จัดเป็นมุมน้ำตกเจ๋งๆ

บริเวณกลางบ้านจะเป็นโถงบันไดสำหรับขึ้นชั้น 2 และจะมีทางเดินแยกไปยังฟังก์ชันอื่นๆ ซึ่งของจริงเราจะได้เป็นพื้นที่โล่งๆนะครับ

โดยบ้านตัวอย่างก็ Built-in มาให้ดูเป็นไอเดีย ว่าเราสามารถเพิ่มพื้นที่เก็บได้ของแบบนี้ และยังทำเป็นมุมนั่งทำงานเก๋ๆได้อีกด้วย ซึ่งใครจะลองนำไปใช้ดูบ้างก็ได้นะครับ

ติดกันจะเป็นห้องครัวไทย ซึ่งก็จะเหมือนกับของตัวบ้านแฝดก่อนหน้านี้เลยครับ สามารถเปิดประตูหน้าต่างเพื่อระบายกลิ่น/ควันได้เต็มที่ มาพร้อมกับ Built-in เคาน์เตอร์ครัวมาให้เรียบร้อย

โดยพื้นก็จะเปลี่ยนเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ กว้างประมาณ 1.7 x 2.3 m. สามารถใช้งานพร้อมกัน 2 คนได้สบายๆ

และถัดมาก็จะเป็น Laundry ที่มีตู้ Built-in พร้อมใช้งาน พอซักผ้าเสร็จก็ยกออกไปตากหลังบ้านได้เลย และเมื่อผ้าแห้งแล้วก็ขนกลับเข้ามารีดตรงนี้ต่อได้ ถูกใจพ่อบ้านแม่บ้านกันไปครับ

ส่วนอีกด้านหนึ่งของโถงบันได จะมีทางเดินแยกออกไปด้านหลังผนัง ซึ่งจะได้ความเป็นส่วนตัวจากพื้นที่โซนหน้าบ้านมากๆครับ

เริ่มจากห้องแรกจะเป็นห้องน้ำที่มีส่วนอาบน้ำอยู่ด้วย เผื่อใครทำห้องชั้นล่างเป็นห้องนอนก็สามารถมาใช้อาบน้ำตรงนี้ได้เลยครับ โดยพื้นที่ห้องรวมจะมีขนาด 1.75 x 1.65 m. ไม่ได้แยกพื้นที่ส่วนแห้ง/ส่วนเปียกมาให้นะครับ แต่เราก็สามารถติดม่านพลาสติกหรือฉากกั้นอาบน้ำเพิ่มเองได้ตามปกติเลย

ติดกันจะเป็นห้องนอนชั้นล่างที่มีขนาด 2.9 x 3.6 m. ซึ่งถ้าครอบครัวไหนที่อาจมีผู้สูงอายุอาศัยอยู่ด้วย ก็สามารถใช้เป็นห้องนอนและวางเตียง 5 – 6 ฟุตได้สบายๆเลยครับ หรือเราอาจใช้เป็นห้องอื่นๆ เช่น ห้องทำงาน หรือห้องดูหนังฟังเพลงแบบบ้านตัวอย่างนี้ก็ได้

ต่อมาเราจะขึ้นไปดูชั้น 2 กันบ้างครับ ซึ่งพอโถงบันไดมาอยู่กลางบ้าน และมีการเปิดช่องแสงด้วยแบบนี้ ก็จะทำให้พื้นที่ชั้นล่างมีความโปร่งโล่งมากขึ้น แต่ขณะเดียวกันเวลาเดินขึ้น-ลงก็อาจมีความเป็นส่วนตัวที่น้อยลงเช่นกัน ซึ่งไอเดียของบ้านตัวอย่างที่มีการ Built ตู้เพิ่มขึ้นมา ก็น่าสนใจดี เพราะจะช่วยบังสายตาได้ดีในระดับหนึ่งเลยครับ

ขึ้นมาชั้น 2 เราจะเจอกับโถงทางเดินหน้าห้องที่ใหญ่มาก ถ้าวัดจากผนังฝั่งหนึ่งไปยังอีกฝั่งหนึ่ง ก็จะกว้างประมาณ 7.9 m.เลยทีเดียว อีกทั้งยังมีช่องแสงด้านข้างขนาดใหญ่ ทำให้ได้บรรยากาศโปร่งโล่งแบบสุดๆ

โดยพื้นที่อเนกประสงค์ตรงนี้เราสามารถกั้นผนัง เพื่อทำเป็นห้องทำงาน ห้องพระ หรือห้องอเนกประสงค์อื่นๆ ให้มีความเป็นสัดส่วนมากขึ้นได้ด้วยนะครับ โดยเมื่อกั้นไปแล้วก็จะมีขนาดพื้นที่ด้านในประมาณ 2.9 x 2.3 m.

อีกด้านหนึ่งจะเป็นโถงทางเดินที่มีห้องนอนแยกออกไปอีก 3 ห้อง ซึ่งทางเดินนี้ก็กว้างถึง 1.8 m. สามารถวางตู้หรือชั้นวางของเพิ่มเติม ก็ยังมีพื้นที่เหลือให้เดินผ่านได้สบายๆเลยครับ

เรามาเริ่มจากห้องนอนแรกจะมีขนาด 3.4 x 3 m. เหมาะที่จะทำเป็นห้องนอนลูกคนโตนะครับ เพราะจะมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจาก Master Bedroom แถมยังอยู่โซนหน้าบ้าน และได้ช่องแสงขนาดใหญ่ รวมถึงยังมีพื้นที่หลบมุมเข้าไป ให้ทำเป็น Walk-in Closet ได้อีกด้วย

ส่วนห้องน้ำที่อยู่ด้านในจะมีขนาด 1.8 x 1.7 m. สามารถใช้งานได้สบายๆครับ และเช่นเคยเราจะได้สุขภัณฑ์ของ Bathline ครบเซ็ตแบบนี้ เว้นแต่ฉากกั้นอาบน้ำหรือม่านพลาสติกที่เราอาจต้องติดตั้งเพิ่มเองนะ

ถัดมาจะเป็น Master Bedroom ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด โดยเฉพาะพื้นที่วางเตียงนอนจะมีขนาดประมาณ 3.9 x 3.4 m. ซึ่งถ้าจัดดีๆเราสามารถแบ่งพื้นที่ไว้วางโต๊ะนั่งทำงาน หรือชุดโซฟาไว้นั่งเล่นเพิ่มก็ได้นะครับ

ซึ่งไอเดียของบ้านตัวอย่างคือ เค้าจะหันหัวเตียงไปทางช่องหน้าต่าง เพื่อที่จะสามารถติดทีวีแขวนผนัง และนอนดูจากบนเตียงได้สบายๆนั่นเอง หรือถ้าใครที่เน้นชมวิวภายนอกมากกว่า ก็อาจหันหัวเตียงไปทางอื่นได้เหมือนกันครับ

อีกด้านหนึ่งจะเป็นพื้นที่เว้าเข้าไป และสามารถทำเป็น Walk-in Closet ได้ โดยไอเดียของบ้านตัวอย่างนี้ก็จะทำประตูบานเลื่อน กั้นแยกพื้นที่ให้มีความเป็นสัดส่วนมากขึ้นครับ

ส่วนภายในเมื่อ Built ตู้เสื้อผ้าไปแล้ว ก็ยังเหลือพื้นที่กว้าง 1.7 m. สามารถใช้งานเป็นมุมแต่งตัวได้สบายๆเลย

สำหรับห้องน้ำก็จะได้สุขภัณฑ์ครบเช่นเคย พิเศษหน่อยสำหรับบ้านเดี่ยวหลังนี้ จะมีการแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนมากกว่าบ้านแฝดอยู่เล็กน้อยด้วยครับ

เริ่มที่ส่วนแห้งจะมีขนาด 1.35 x 1.5 m. สามารถใช้งานได้สบายๆ มาพร้อมกับโถสุขภัณฑ์อัตโนมัติ อ่างล้างหน้า กระจกเงาบานใหญ่ และผนัง Low Wall ที่สามารถวางของเพิ่มเติมได้

ส่วนอีกด้านหนึ่งจะแยกพื้นที่อาบน้ำไว้ให้เป็นสัดส่วนมากขึ้น โดยยกขอบพื้นให้สูงเพื่อกันไม่ให้น้ำไหลออกมาด้านนอก พร้อมกับมีฉากกั้นกระจก 1 บาน ซึ่งจะไม่ได้มีประตูปิดมิดชิดนะครับ อารมณ์จะเหมือนกับห้องน้ำตามโรงแรมเลย โดยเราก็อาจทำเพิ่มเองได้ถ้าต้องการนะ

สำหรับห้องนอนสุดท้ายจะมีทางเข้าที่ต่างจากห้องอื่นๆอยู่สักหน่อย เพราะเมื่อเราเข้ามาจะเจอกับโถงทางเดินก่อน ซึ่งจะยังมองไม่เห็นพื้นที่ด้านในห้องทั้งหมด เลยทำให้มีความเป็นส่วนตัวพอสมควรเลย

ขวามือจะเป็นห้องน้ำครับ ซึ่งก็จะมีขนาดและฟังก์ชันเหมือนกับห้องนอนแรกที่เราไปดูกันมาเลย เพียงแต่สีของยาแนวกระเบื้องตรงผนังจะเปลี่ยนไปนะ

ส่วนภายในห้องนอนจะมีขนาด 3.5 x 2.9 m. เป็นห้องขนาดเล็กสุด แต่ก็สามารถวางเตียง 5 ฟุต พร้อมกับตู้เสื้อผ้าได้แบบพอดีๆครับ

ซึ่งบ้านตัวอย่างก็ได้จัดเป็นห้องนอนเด็กมาให้ดูเป็นไอเดีย โดยใช้เตียง 2 ชั้นสำหรับเด็กเล็ก 2 คน ที่อาจเป็นพี่น้องอยู่ด้วยกันไปก่อน ที่ชอบมากๆก็คือ เตียงด้านบนจะมีการตกแต่งด้วยตาข่ายเหมือนโกลฟุตบอล แต่ก็ช่วยในเรื่องความปลอดภัยของน้องๆได้เป็นอย่างดีนั่นเอง

ส่วนภาพของแบบบ้านเปล่ามาตรฐาน ถ้าใครสนใจก็สามารถคลิกชมที่ Gallery ด้านล่างนี้ได้เลยครับ

Image 1/12

  • FUYU บ้านแฝด 2 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 35.6 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 134 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ

แบบบ้าน FUYU (ฤดูหนาว) ถ้าเป็นที่ญี่ปุ่นจะเป็นช่วงเดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์ ซึ่งก็จะมีอากาศที่หนาวเย็นและมีหิมะตกด้วยครับ แน่นอนว่าการออกแบบบ้านสำหรับเมืองหนาวนั้น จะมีความแตกต่างจากเมืองร้อนบ้านเราอยู่แล้ว

อย่างแรกคือ บ้านหลังนี้จะมีหน้าแคบที่สุดในบรรดาบ้านทุกแบบ เพราะสำหรับเมืองหนาวเค้าจะพยายามลดพื้นที่ปะทะลมเย็นของบ้านให้มากที่สุด เพื่อรักษาอุณภูมิที่เหมาะสมภายในเอาไว้ แต่ก็ไม่ต้องตกใจไปครับ เพราะทางโครงการยังคงให้ช่องเปิดรอบบ้านมาเยอะอยู่เช่นเดิม ทั้งนี้ก็เพื่อให้มีความเหมาะสมกับสภาพอากาศบ้านเราด้วยนั่นเอง

รวมถึงลักษณะการหันของจั่วหลังคาก็เปลี่ยนไป สื่อถึงหลังคาที่ลาดชันขึ้น เพราะไม่ต้องการให้มีหิมะทับถมอยู่ด้านบนมากเกินไป แต่ถ้าเป็นบ้านเราก็อาจมีประโยชน์ในช่วงหน้าฝน ที่จะทำให้ช่วยระบายน้ำฝนไปยังข้างบ้านได้ดีขึ้น ซึ่งจะไม่มีน้ำไหลลงมาหน้าบ้านเหมือนหลังคาแบบบ้านอื่นๆครับ

แปลนชั้น 1 จะมีลักษณะที่คล้ายกับบ้านแฝดหลังใหญ่เลยครับ คือจะเน้นพื้นที่ Common Area ให้มีขนาดใหญ่และเชื่อมต่อถึงกัน อีกทั้งยังมีทั้งส่วนเตรียมอาหาร ครัว ห้องซักรีด และห้องน้ำครบเลย เพียงแต่ขนาดของแต่ละฟังก์ชันอาจเล็กลงไปบ้าง ตามความกว้างของตัวบ้านที่ลดลง แต่ก็ยังคงใช้งานได้ตามปกติครับ

แปลนชั้น 2 ห้องนอนใหญ่จะมีห้องน้ำส่วนตัวเป็นของตัวเอง ในขณะที่ห้องนอนเล็กอีก 2 ห้องจะต้องมาใช้งานร่วมกันที่ด้านนอกนะครับ แต่ถ้าใครที่มีลูกคนเดียวอยู่แล้วก็จะสะดวกหน่อย เพราะจะได้ใช้ห้องน้ำคนเดียวไปเลย ส่วนห้องเล็กสุดก็อาจปรับเป็นห้องพระหรือห้องทำงานก็ได้

โดยภาพรวมผมมองว่าแบบบ้านหลังนี้ เหมาะกับครอบครัวขนาดเล็ก-กลาง ที่ต้องการบ้านแฝดอารมณ์บ้านเดี่ยว ฟังก์ชันใช้งานครบเหมือนหลังใหญ่ แต่มีราคาที่จับต้องได้ง่ายกว่า (ประหยัดไปประมาณ 1 ล้านบาท) ซึ่งบ้านหลังนี้ผมก็ได้ถ่ายภาพบรรยากาศภายในของบ้านตัวอย่างมาฝากกันด้วย จะเป็นอย่างไรบ้างนั้นก็สามารถคลิกชมใน Gallery ด้านล่างนี้ได้เลยครับ

Image 1/25

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ

ราคา

อณาสิริ รังสิต ราคา ณ วันที่ 28 ตุลาคม 2564

  • FUYU บ้านแฝด 2 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 35.6 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 134 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 4.59 ล้านบาท
  • AKI บ้านแฝด 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 39.8 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 155 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 5.69 ล้านบาท
  • HARU บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 50 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 177 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 7.59 ล้านบาท (โซนหน้าสวน)
  • จอง บ้านแฝด 30,000 บาท / บ้านเดี่ยว 50,000 บาท
  • ทำสัญญา บ้านแฝด 100,000 บาท / บ้านเดี่ยว 200,000 บาท
  • ที่ดินเพิ่มลด ราคาตารางวาละ 60,000 บาท
  • ค่าส่วนกลาง 36 บาท/ตร.วา/เดือน จัดเก็บล่วงหน้าถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2566

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ

บทสรุป

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง : โครงการอณาสิริ รังสิต ตั้งอยู่บนถนนรังสิต-ปทุมธานี ซึ่งมีจุดเด่นในเรื่องบรรยากาศที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัว อาจเพราะยังไม่ค่อยมีโครงการจัดสรรใหม่ๆมาเปิดในโซนนี้มากนัก อีกทั้งยังสามารถใช้ทางด่วนอุดรรัถยาเพื่อเข้าเมืองได้ง่ายอีกด้วย โดยจะอยู่ห่างจากโครงการประมาณ 1.6 – 3.7 km. ใช้เวลาเพียง 10 นาทีก็ได้ขึ้นทางด่วนแล้วครับ ซึ่งการจราจรก็จะไม่ค่อยหนาแน่นเท่ากับฝั่งรังสิต-นครนายก แต่ก็ต้องแลกมากับแหล่งจับจ่ายใช้สอยที่อาจยังน้อยกว่าด้วยเช่นกัน โดยปัจจุบันก็ยังคงอิงความอุดมสมบูณ์แถวๆฟิวเจอร์พาร์ครังสิตเป็นหลัก จึงทำให้ทำเลของโครงการอณาสิริ รังสิต เหมาะกับคนที่เน้นใช้รถใช้ทางด่วนเพื่อขับเข้าไปทำงานในเมืองเป็นประจำ หรืออาจเป็นคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ แต่กำลังมองหาบ้านจัดสรรในโซนที่เงียบสงบไม่วุ่นวายอยู่นั่นเองครับ

ความปลอดภัยในโครงการและตัวบ้าน : ด้านหน้าโครงการมีป้อม รปภ. / CCTV / LIV-24 และใช้ระบบ RFID หรือสัญญาณ Bluetooth ทำให้ใช้งานได้สะดวก รวมถึงยังใช้ประตูเหล็กรางเลื่อนที่แข็งแรงปลอดภัย แถมยังช่วยพรางสายตาจากภายนอกได้ดีอีกด้วย ส่วนภายในบ้านจะมีการอัพเกรดความปลอดภัยเพิ่มเติมจากโครงการรุ่นพี่มากขึ้น โดยจะติดตั้ง Magnetic & Motion Sensor ทุกหลังเลยครับ

การออกแบบโครงการ : เริ่มจากการคุมคอนเซ็ปต์บรรยากาศความเป็นญี่ปุ่น ผมว่าทำออกมาได้ดี ไม่ว่าจะเป็นซุ้มประตูทางเข้า บ้านพักอาศัย และพื้นที่ส่วนกลางก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ที่โดดเด่นคือการจับคู่กันระหว่างหลังใหญ่-หลังเล็ก ที่มีหน้าตาไม่เหมือนกัน เลยทำให้บรรยากาศภาพรวมดูแล้วไม่น่าเบื่อ รวมถึงมีการวางตำแหน่งส่วนกลางไว้ติดคลองด้วย ทำให้เวลามาใช้งานเดินเล่นพักผ่อนที่สวน ก็จะได้สัมผัสบรรยากาศริมน้ำไปด้วยได้นั่นเองครับ และพอดีกับบ้านในเฟสแรกที่เปิดขายเป็นโซนหน้าสวน เลยทำให้สามารถเดินมาใช้งานส่วนกลางได้สะดวกมากๆ อีกทั้งยังได้บรรยากาศความร่มรื่นของต้นไม้จากหน้าบ้านตัวเองได้เลยอีกด้วย

การออกแบบบ้านและพื้นที่ใช้สอย : มีบ้านให้เลือก 3 แบบ ซึ่งตกแต่งหน้าตาเป็นสไตล์ญี่ปุ่นสวยงาม เป็นบ้านหน้ากว้างที่เน้นฟังก์ชันภายในให้มีความโปร่งโล่ง และช่องแสงเยอะ โดยในส่วนของบ้านแฝดจะมีผนังเชื่อมต่อกันตรง Laundry ด้านหลังบ้าน เลยทำให้มีความเป็นส่วนตัว ช่วยลดปัญหาเรื่องเสียงรบกวนจากเพื่อนบ้าน ที่อาจดังผ่านหนังเข้ามาได้เยอะเลยครับ เพราะเป็นส่วนที่ไม่ค่อยได้ใช้งานบ่อยๆ แถมยังมีประตูกั้นแยกจากตัวบ้าน 2 ชั้น และอยู่ห่างจากโซนพักผ่อนพอสมควร นอกจากนี้บนชั้น 2 ก็จะไม่มีผนังส่วนไหนติดกับเพื่อนบ้านอีกแล้ว สามารถเปิดช่องแสงรอบบ้านได้เต็มที่ ให้อารมณ์แบบบ้านเดี่ยวที่โปร่งโล่งและเป็นส่วนตัว

ซึ่งถ้าใครชอบบ้านกว้างๆและมีห้องน้ำส่วนตัวทุกห้อง ก็แนะนำแฝดหลังใหญ่ AKI หรือหากกำลังมองหาบ้านที่ราคาจับต้องได้ง่ายขึ้นหน่อย แต่ยังมีฟังก์ชันใช้งานครบเหมือนกัน ก็เลือกเป็น FUYU ได้เลยครับ ส่วนบ้านเดี่ยว HARU จะเน้นเรื่องพื้นที่ Common Area ที่ใช้งานร่วมกันให้มีขนาดใหญ่พิเศษ อีกทั้งยังมีห้องนอนชั้นล่างให้ใช้งานเพิ่มด้วย เหมาะกับคนที่อาจเป็นครอบครัวใหญ่ มีผู้สูงอายุอาศัยร่วมด้วย หรือต้องการบ้านที่มีฟังก์ชันหลายๆห้อง ไว้เผื่อจัดเป็นห้องอเนกประสงค์ต่างๆตาม Lifstyle ของครอบครัวได้ดี และมีสวนข้างบ้านให้จัดเป็นมุมพักผ่อนได้เต็มที่อีกด้วย

วัสดุ : โครงสร้างบ้าน Precast ให้วัสดุภายในตามมาตรฐานระดับราคา โดยจะมีส่วนที่อัพเกรดเพิ่มขึ้นมาจากโครงการรุ่นพี่ก่อนหน้านี้หลายจุด ไม่ว่าจะเป็นซุ้มประตูทางเข้าคนเดิน หลังคาชานพักหน้าบ้าน พื้นชั้นล่างเปลี่ยนเป็น SPC ลายไม้ ที่นำไปแต่งบ้านเป็นแนวญี่ปุ่นได้ดีขึ้น ส่วนห้องน้ำก็จะได้สุขภัณฑ์จาก Bathline ครบ โดยเฉพาะห้องนอนใหญ่จะได้โถสุขภัณฑ์อัตโนมัติ และฉากกั้นกระจก 1 ด้าน รวมถึงยังมีระบบรักษาความปลอดภัยในบ้านอย่าง Magnetic & Motion Sensor เพิ่มเข้ามาด้วย นอกนั้นที่ผมยังคงชอบอยู่และเค้าให้มาดีแล้วก็คือ ช่องหน้าต่างกระจกที่เป็นบานใหญ่และให้เยอะมากๆเลยครับ

พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ : หากเราดูจากผังโครงการจะเห็นว่า เค้ามีการวางพื้นที่สวนขนาดใหญ่เอาไว้ตรงกลาง จนเป็นแนวยาวเกือบครึ่งที่ดินโครงการเลยก็ว่าได้ (พื้นที่รวม 1-3-79.9 ไร่) ซึ่งบ้านหลายๆหลังก็จะได้หันหน้าเข้าสวน ทำให้นอกจากจะมาใช้งานได้ง่ายแล้ว ยังได้ความร่มรื่นและสดชื่นมากๆอีกด้วยครับ แต่ทั้งนี้ก็อาจต้องรอชมในอนาคตกันอีกทีนะครับ ว่าสร้างเสร็จและจัดสวนของจริงออกมาจะเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งจากที่ได้เห็นสวนเล็กๆที่อยู่ด้านหน้าโครงการวันนี้ ก็รู้สึกว่าน่าจะสวยงามดีทีเดียว และคาดว่าน่าจะเป็นสวนสไตล์แบบญี่ปุ่นนะครับ

สาธารณูปโภค : มีฟังก์ชันหลักๆให้มาครบ ประกอบด้วยอาคาร Clubhouse ดีไซน์สไตล์ญี่ปุ่น / สระว่ายน้ำ / Fitness / Changing Room / Kid’s Room และสวนสาธารณะขนาดใหญ่ ซึ่งเราสามารถมาเดินเล่นพักผ่อนในสวน และสัมผัสกับบรรยากาศริมน้ำได้ที่ด้านหลังโครงการ แต่อาจต้องรอดูของจริงในอนาคตอีกทีนะครับ ว่าสร้างเสร็จแล้วจะเป็นอย่างไรบ้าง

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 40%, ความปลอดภัย 15%, การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 15%, วัสดุ 10%, พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 10%,  และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับแพคเกจ 5 – 10 ล้านบาท, 28 ตุลาคม 2564

  • ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 7.75/10 – ติดถนนใหญ่รังสิต-ปทุมธานี ใกล้ทางด่วนอุดรรัถยา 3.7 km. บรรยากาศเงียบสงบ เป็นส่วนตัว
  • ความปลอดภัย 7.5/10 – ประตูเหล็กรางเลื่อน / RFID / LIV-24 / CCTV / Magnetic & Motion Sensor
  • การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 8.5/10 – บ้านหน้ากว้าง บรรยากาศสไตล์ญี่ปุ่น เน้นความโปร่งโล่ง ช่องแสงเยอะ
  • วัสดุ 7.5/10 – โครงสร้าง Precast ได้ชุดครัวและตู้ในห้อง Laundry ครบ มีการอัพเกรดวัสดุบางอย่างดีขึ้นจากเดิม ได้แก่ พื้น SPC / ซุ้มประตู / โถสุขภัณฑ์อัตโนมัติ / ฉากกั้นกระจก / ระบบรักษาความปลอดภัยในบ้าน
  • พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 8/10 – พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ เป็นแนวยาวกลางโครงการ ได้บ้านโซนหน้าสวนหลายหลัง
  • สาธารณูปโภค 8/10 – มีฟังก์ชันหลักๆให้ใช้งานครบ Clubhouse สไตล์ญี่ปุ่น อยู่ติดคลองและได้บรรยากาศริมน้ำ
  • 7.85 / 10.00

**หมายเหตุ : ในหัวข้อเรื่องพื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ รวมถึงสาธารณูปโภค จะเป็นการให้คะแนนโดยการวิเคราะห์จากผังโครงการ และภาพ Perspective เบื้องต้นเท่านั้น อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต ต้องรอชมของจริงกันอีกครั้งนะครับ

อณาสิริ รังสิต เหมาะกับใคร

โครงการ อณาสิริ รังสิต เหมาะกับคนที่มองหาบ้านแฝด/บ้านเดี่ยว ในโซนรังสิต-ปทุมธานีที่มีความเงียบสงบ เป็นส่วนตัว ใกล้ทางด่วนอุดรรัถยา และชื่นชอบดีไซน์ความเป็นญี่ปุ่น มีส่วนกลางสวยๆอยู่ติดริมน้ำด้านหลังโครงการ รวมถึงเน้นบ้านหน้ากว้างที่บรรยากาศโปร่งโล่ง ชองแสงเยอะ มีพื้นที่ Common Area ขนาดใหญ่ แต่ก็แบ่งฟังก์ชันแยกจากกันได้เป็นส่วนตัว มีงบประมาณของบ้านเริ่มต้นที่ 4.59 – 7.59 ล้านบาทหรือมีกำลังผ่อนต่อเดือนที่ 32,000 – 53,000 บาท


ThinkofLiving มี LINE Official Account แล้วนะ
ไม่อยากพลาดข้อมูลข่าวสารก็ Add เลย > https://lin.ee/svACOxc