รีวิวฉบับที่ 2201 … โครงการ มัณฑนา อ่อนนุช – วงแหวน 5 จาก Land & Houses เป็นโปรดักส์บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ซึ่งปัจจุบันก็เริ่มมีลูกบ้านเข้าอยู่มาสักพักใหญ่แล้วครับ เพราะโครงการมีอายุประมาณ 3 ปีได้แล้ว และต้นไม้ที่ปลูกไว้ก็เติบโตให้ร่มเงาเต็มที่ กำลังสวยเลยครับ และตอนนี้เค้าก็เพิ่งเปิดขายเฟสสุดท้ายครับ (เฟสอื่นเค้าขายหมดเกลี้ยงไปแล้ว) ซึ่งเฟสใหม่นี้จะเป็นโซนด้านหน้าที่อยู่ใกล้กับพื้นที่ส่วนกลาง โดยจะมี Highlight ที่น่าสนใจดังนี้

  • ทำเลติดถนนใหญ่ เดินทางสะดวก ใกล้วงแหวนกาญจนาภิเษก และทางด่วนบูรพาวิถี
  • อยู่ไม่ไกลจากห้าง Mega บางนา และตลาดเจโมก็เป็นแหล่งความอุสมสมบูรณ์ที่ใกล้ที่สุด
  • บรรยากาศโครงการร่มรื่น มีการปลูกต้นไม้ขนาดใหญ่ และทำสวนตลอดแนวถนนในโครงการ รวมถึงยังมีผืนน้ำขนาดใหญ่อีกด้วย
  • มีแบบบ้านให้เลือกถึง 5 Type ออกแบบฟังก์ชันเป็นส่วนตัว เน้นพื้นที่ใช้สอยภายในของแต่ละห้อง ให้กว้างขวางและใช้งานได้จริง รวมถึงทุกแบบบ้านจะมีห้องนอนชั้นล่าง เพื่อรองรับการอยู่อาศัยแบบ 3 Generation
  • บ้านเฟสสุดท้ายหลายๆแปลง จะมีที่ดินใหญ่กว่ามาตรฐาน ทำให้มีพื้นที่ข้างบ้านเยอะ ปลูกต้นไม้ทำสวนได้เต็มที่ และยังจอดรถซ้อนคันกันได้เป็น 4 – 6 คันอีกด้วย
  • มีระบบ Air Plus ที่ช่วยเรื่องการหมุนเวียนอากาศ และระบายความร้อนภายตัวบ้าน

ข้อมูลโครงการ

25 February 2021

  • Mantana Onnut – Wongwan 5 (มัณฑนา อ่อนนุช – วงแหวน 5)
  • บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด(มหาชน)
  • UPPER – HIGH CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment บ้านได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ : ถนน ทางคู่ขนานกาญจนาภิเษก เขต ประเวศ
  • เนื้อที่โครงการ 85 ไร่ จำนวน 331 ยูนิต
  • Greater บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 52 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 145 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
    – ปัจจุบัน sold out
  • Amplify บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 60.4 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 158 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 8.69 ล้านบาท (Promotion)
  • Continuo บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 70 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 185 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 10.59 ล้านบาท (Promotion)
  • Multiply บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 100.1 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 222 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 1 ห้องแม่บ้าน / 2 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 13.99 ล้านบาท (Promotion)
  • Expandio บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 100.8 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 286 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 1 ห้องแม่บ้าน / 3 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 15.79 ล้านบาท (Promotion)
  • Numurio บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 127.3 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 335 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 1 ห้องแม่บ้าน / 3 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 21.79 ล้านบาท (Promotion)
  • ความสูงจากพื้นถึงฝ้า 2.8 เมตร
  • คาดว่าแล้วเสร็จทั้งโครงการ ปลายปี 2564
  • เว็บไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร  : 02-0237598

ทำเลที่ตั้ง

พิกัด Google Maps : 13.674664, 100.700014
หรือสามารถ :  คลิกที่นี่

โครงการตั้งอยู่บนถนนทางคู่ขนานกาญจนาภิเษกฝั่งตะวันออก สามารถเชื่อมต่อไปยังถนนใหญ่บางนา-ตราด และถนนอ่อนนุช-ลาดกระบัง รวมถึงยังมีซอยลัดหลักอย่าง ซอยกาญจนาภิเษก 39 ที่เชื่อมต่อไปยังถนนกิ่งแก้ว และสนามบินสุวรรณภูมิได้ง่ายอีกด้วย จึงเหมาะกับคนทำงานโดยอิงทำเลเหล่านี้เป็นหลัก หรืออาจเป็นคนที่ใช้ถนนกาญจนาภิเษก และทางด่วนบูรพาวิถีเดินทางเป็นประจำนั่นเองครับ

ส่วนความอุดมสมบูรณ์ที่ใกล้และสะดวกที่สุดคือ ตลาดเจโม ที่อยู่ตรงซอยกาญจนาภิเษก 39 เนี่ยแหละครับ ซึ่งมีทั้งตลาดสด ตลาดนัด และร้านอาหารเยอะแยะเลย หรือถ้าใครจะไปเดินห้างใหญ่ๆที่รู้จักกันดีของย่านนี้คือ Mega บางนา และอิเกีย รวมถึงมีสวนสาธารณะขนาดใหญ่อย่าง สวนหลวง ร.9 ก็อยู่ไม่ไกลจากโครงการอีกด้วยครับ

สำหรับจุดขึ้นถนนกาญจนาฯที่ใกล้ที่สุด จะอยู่ห่างจากโครงการประมาณ 5.5 km. ซึ่งเราสามารถใช้เส้นทางหลักของทางคู่ขนานกาญจนาฯ เพื่อไปเข้าซอย 2 แล้ววนไปขึ้นทางด่วนก็ได้ หรือจะใช้เส้นทางของถนนสุขาภิบาล 2 ก็จะมีระยะทางและใช้เวลาใกล้เคียงกัน แล้วแต่ความสะดวกในแต่ละวันครับ

อีกเรื่องที่เป็นจุดสำคัญของทำเลนี้คือ จุดกลับรถใต้สะพาน ซึ่งจะอยู่ห่างจากโครงการประมาณ 1 km. โดยคนในทำเลนี้หรือแม้แต่คนที่เคยใช้งานมาก่อนน่าจะรู้กันดีนะครับ ว่าเวลากลับรถของถนนเส้นนี้จะเป็นต้องใช้ความระมัดระวังกันสักหน่อย

เพราะทางจะค่อนข้างแคบ ต้องมีการเลี้ยว 2 – 3 รอบ และเป็นการโค้งที่หักศอกพอสมควร แต่ถ้าใครที่ส่วนใหญ่จะใช้ชีวิตอิงไปทางถนนใหญ่ หรือฝั่งกิ่งแก้ว-สุวรรณณภูมิ มากกว่าที่จะต้องข้ามถนนกาญจนาฯ มาทางด้านซ้ายก็จะไม่มีปัญหาอะไรครับ (ใครอยากรู้ว่าการกลับรถใต้สะพานจะเป็นอย่างไร ลองชมภาพใน Gallery ด้านล่างนี้ได้เลยครับ >>>)

Image 1/10
การเดินทางในวันนี้ผมอยู่บนถนนบางนา-ตราด เริ่มจากบริเวณหน้า Central บางนา ก็ให้ขับตรงมาเรื่อยๆครับ พอถึงแถวๆบางแก้วก็ให้ขับเลยสะพานกลับรถของ Mega บางนา ไปสักหน่อยแล้วค่อยใช้ทางออก (รถจะได้ไม่ติด) แล้วรีบชิดซ้ายเพื่อเลี้ยวเข้าสู่ถนนทางคู่ขนานกาญจนาภิเษก (ตามป้ายบอกทางไปอ่อนนุช-ลาดกระบัง) จากนั้นก็ขับมาเรื่อยๆเพื่อไปกลับรถ แล้วขับย้อนกลับมาประมาณ 1 km. ก็จะเจอที่ตั้งโครงการอยู่ทางซ้ายมือติดกับถนนใหญ่เลย

การเดินทางในวันนี้ผมอยู่บนถนนบางนา-ตราด เริ่มจากบริเวณหน้า Central บางนา ก็ให้ขับตรงมาเรื่อยๆครับ พอถึงแถวๆบางแก้วก็ให้ขับเลยสะพานกลับรถของ Mega บางนา ไปสักหน่อยแล้วค่อยใช้ทางออก (รถจะได้ไม่ติด) แล้วรีบชิดซ้ายเพื่อเลี้ยวเข้าสู่ถนนทางคู่ขนานกาญจนาภิเษก (ตามป้ายบอกทางไปอ่อนนุช-ลาดกระบัง) จากนั้นก็ขับมาเรื่อยๆเพื่อไปกลับรถ แล้วขับย้อนกลับมาประมาณ 1 km. ก็จะเจอที่ตั้งโครงการอยู่ทางซ้ายมือติดกับถนนใหญ่เลย

สภาพแวดล้อมรอบโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะครับ

บริบทโดยรอบโครงการส่วนใหญ่จะเป็นโครงการจัดสรรแนวราบ และพื้นที่ว่างครับ บรรยากาศค่อนข้างเงียบสงบดี สามารถสรุปได้ดังนี้

  • ทิศเหนือ : ติดกับ โครงการมัณฑนา อ่อนนุช – วงแหวน 3
  • ทิศใต้ : ติดกับ ที่ว่าง
  • ทิศตะวันออก : ติดกับ หมู่บ้าน Windmill
  • ทิศตะวันตก : เป็นทางเข้าหลักโครงการ ติดกับ ถนนทางคู่ขนานกาญจนาภิเษก และมีแนวสายไฟฟ้าแรงสูงพาดผ่านระหว่างที่โครงการกับถนน

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • ตลาดเจโม ~ 1.5 km.
  • ตลาดนัมเบอร์วัน ราม 2 ~ 4.3 km.
  • ม.รามคำแหง ~ 4.6 km.
  • Tesco Lotus Extra บางนา ~ 6.6 km.
  • Mega บางนา ~ 7.2 km.
  • สวนหลวง ร.9 ~ 7.3 km.
  • Market Village ~ 8.6 km.
  • รร.ราชวินิต บางแก้ว ~ 8.7 km.
  • Central บางนา ~ 10 km.
  • สนามบินสุวรรณภูมิ ~ 13 km.
  • Central บางนา ~ 10 km.

รายละเอียดโครงการ

โครงการ มัณฑนา อ่อนนุช – วงแหวน 5 มีขนาดที่ดิน 85 ไร่ และมียูนิตพักอาศัย 331 ยูนิต ปัจจุบันเฟสที่อยู่ด้านในเค้าขายหมดไปแล้วนะครับ (เพราะโครงการนี้เปิดขายมาแล้วประมาณ 3 ปี) และตอนนี้ก็เหลือเฟสสุดท้ายที่อยู่บริเวณด้านหน้าสุด ซึ่งมีจุดที่น่าสนใจดังนี้

  • มีความสะดวกในการเข้า-ออก ไม่ต้องเข้าไปด้านในโครงการลึก
  • อยู่ใกล้อาคาร Clubhouse และพื้นที่ส่วนกลาง สามารถมาใช้งานได้ง่าย
  • บ้านส่วนใหญ่จะหันหน้าไปทางทิศเหนือ-ใต้ ซึ่งจะรับลมได้ดี
  • บ้านเฟสสุดท้ายนี้ส่วนมากจะมีที่ดินใหญ่กว่าแปลงมาตรฐาน บางหลังก็สามารถจอดรถซ้อนคันกันได้ 4 – 6 คัน เหมาะกับคนที่มีรถหลายคัน และยังมีพื้นที่ข้างบ้านให้ปลูกต้นไม้ทำสวนได้เยอะอีกด้วย (ลองสอบถามกับโครงการอีกครั้งนะครับ ว่ามีแปลงไหนบ้าง)

นอกจากนี้…จุดเด่นของบ้านโครงการ Land & Houses คงหนีไม่พ้นเรื่องของบรรยากาศที่ร่มรื่นของพื้นที่สีเขียว เพราะมีการปลูกต้นไม้ขนาดใหญ่ไว้ตลอดแนวถนน และทางเท้าในทุกๆซอย อีกทั้งยังมีผืนน้ำขนาดใหญ่กลางโครงการ ซึ่งช่วยเสริมสร้างบรรยากาศที่ดีได้อีกด้วย โดยบรรยากาศของจริงจะเป็นอย่างไรเราไปชมกันเลยครับ

บริเวณด้านหน้าโครงการจะมีถนน ที่อยู่ระหว่างถนนใหญ่ด้านนอก กับซุ้มประตูทางเข้าครับ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัว และเป็นจุดพักคอยให้รถต่อคิวเพื่อเข้าโครงการกันได้ (กรณีในเวลาเร่งด่วนมีรถเข้า-ออกเยอะๆ) จะทำให้มีความปลอดภัยมากขึ้น หางแถวก็จะไม่ต้องเลยออกไปที่นอกถนนใหญ่นั่นเองครับ

การเข้า-ออกจะใช้เป็นไม้กั้นกระดก และอยู่ใต้หลังคาขนาดใหญ่ที่คอยช่วยบังแดดบังฝนได้ ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 ช่องทางแยกกันระหว่างลูกบ้าน และ Visitor เพื่อที่เวลามีคนมาติดต่อแล้วต้องใช้เวลาแลกบัตร ลูกบ้านจะได้ไม่ต้องรอต่อคิวให้เสียเวลานั่นเองครับ

ระบบการเข้า-ออกจะใช้เป็น RFID หรือสัญญาณ Bluetooth แบบ Easy Pass บนทางด่วน ซึ่งไม้กั้นกระดกจะเปิดให้เองอัตโนมัติเพื่อความสะดวก ส่วน Visitor ก็จะต้องแลกบัตร และพี่ยามก็จะขอตรวจเช็ครอบๆรถ พร้อมบันทึกภาพต่างๆด้วยกล้อง CCTV เพื่อความปลอดภัยตลอด 24 ชม.

ถัดเข้ามาจากซุ้มประตูเราจะเจอกับถนนขนาดใหญ่ที่มีเกาะกลาง ซึ่งนอกจากเรื่องความปลอดภัยของรถที่สวนทางกันได้สะดวกแล้ว ยังมาพร้อมกับต้นจามจุรีขนาดใหญ่ ที่ปลูกไว้ทั้ง 2 ข้างทางอีกด้วย

ซึ่งอย่างที่บอกครับว่า… โครงการนี้มีอายุประมาณ 3 ปีแล้ว ดังนั้นต้นไม้เหล่านี้จึงเติบโตและแผ่กิ่งก้านให้ร่มเงาได้เต็มที่แล้ว กลายเป็นอุโมงค์ต้นไม้ที่สวยงามดีทีเดียวครับ

และเมื่อเราเข้ามาถึงด้านในเราจะเจอกับทางแยก ซึ่งเป็นพื้นที่โล่งและมีผืนน้ำขนาดใหญ่อยู่ตรงกลางครับ ด้านซ้ายมือจะเป็นทางไปยังสวนสาธารณะที่อยู่ริมน้ำ ส่วนด้านขวาจะเป็นถนนหลักที่เข้าไปด้านในโครงการ

โดยผืนน้ำตรงบริเวณกลางโครงการนี้ นอกจากจะมีส่วนช่วยในการสร้างบรรยากาศให้สวยงาม เหมาะแก่การมาเดินเล่นพักผ่อน และนั่งชมวิวตอนเย็นๆแล้ว อุณหภูมิและความชื้นที่แตกต่างกันของผิวน้ำและพื้นที่โดยรอบ ยังส่งผลให้เกิดกระแสลมพัดผ่านได้ดีอีกด้วยครับ

ส่วนสวนสาธารณะที่อยู่ทางซ้ายมือเมื่อครู่ จะมีทางเดินล้อมรอบสนามหญ้าเล็กๆที่อยู่ตรงกลาง ซึ่งช่วงเย็นๆผมก็จะเห็นมีคนมาวิ่งออกกำลังกาย และมีเด็กๆมาเตะบอลเล่นกันด้วยครับ

นอกจากนี้ยังมีเครื่องออกกำลังกายกลางแจ้ง มีพื้นที่นั่งเล่นริมน้ำ และศาลาอเนกประสงค์ให้นั่งพักผ่อน ชมวิวพระอาทิตย์ตกดินสวยๆได้อีกด้วย สามารถเลื่อนชมภาพใน Gallery ด้านล่างนี้ได้เลยครับ

Image 1/4

และถ้าเรามาทางด้านขวาตามทางหลัก ก็จะเจอกับทางเข้าอาคาร Clubhouse ซึ่งมีที่จอดรถให้อยู่หลายคันเลยครับ

ตัวอาคารจะมีบันไดยก step ขึ้นไปด้านบน เพื่อความเป็นส่วนตัว และยังสามารถชมวิวโดยรอบได้ดีมากขึ้นอีกด้วย ซึ่งเราจะไปดูภายในอาคารส่วนแรกกันก่อน จะเป็นห้องกระจกอยู่ชั้น 2 ทางขวามือ

ภายในเป็นห้อง Lounge หรือพื้นที่รับรองขนาดใหญ่ ซึ่งปัจจุบันที่แห่งนี้ใช้เป็นสำนักงานขายนั่นเองครับ

ภายในแบ่งพื้นที่ชุดโซฟาเอาไว้หลายโซน แยกออกจากกันเป็นส่วนตัว โดยเราสามารถมานั่งเล่น พบปะพูดคุย หรือใช้รับรองแขกที่มาหาได้

และที่อีกด้านหนึ่งจะมีบันไดเล็กๆให้เดินลงไปยังชั้น 1 ซึ่งมี Facilities อีกส่วนนึงให้ใช้งานได้ด้วย (มีทางไปได้หลายทาง เดี๋ยวผมจะพาไปอีกเส้นทางหนึ่งทีหลังนะครับ)

กลับออกมาที่ด้านนอกอาคาร คราวนี้เราจะไปดูชั้นของสระว่ายน้ำกันบ้างครับ

ด้านข้างของสระจะมีทางลาด ซึ่งเราสามารถเข็นรถวีลแชร์ หรือรถเข็นเด็กทารก พาน้องๆมาเดินชมวิวเล่นได้นะครับ

และจากมุมนี้ก็จะทำให้เราได้เห็นภาพรวมของอาคาร Clubhouse ที่เป็นทรง Modern และแบ่งออกเป็น 2 อาคาร ซึ่งอาคารทางฝั่งขวาก่อนหน้านี้ จะเป็นฟังก์ชันเกี่ยวกับการนั่งเล่น พักผ่อน และสันทนาการต่างๆ ส่วนอาคารทางฝั่งซ้ายจะเป็นฟังก์ชันการออกกำลังกายเป็นหลักครับ

ส่วนสระว่ายน้ำที่อยู่ตรงกลางจะมีขนาดประมาณ 10 x 20 m. สามารถว่ายน้ำออกกำลังกายได้จริงจังเลย อีกทั้งยังตั้งอยู่บนพื้นที่ยกสูงขึ้นมาจากระดับถนน ทำให้ได้ความเป็นส่วนตัว และว่ายน้ำชมวิวพื้นน้ำขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านข้างได้

อีกทั้งรูปแบบสระก็เป็น Infinity Edge Pool ให้ความรู้สึกเหมือนได้ว่ายน้ำสระเชื่อมต่อกับผืนน้ำด้านข้าง ทำให้สระดูกว้าง มีขนาดใหญ่ และยังชมวิวพระอาทิตย์ตกดินได้อีกด้วย

ถัดมาเราจะเดินเชื่อมไปยังอีกอาคารหนึ่ง ซึ่งจะเป็น Court ที่มีหลังคา สวน และต้นไม้เล็กๆที่คั่นอยู่ระหว่างกลาง ทำให้เดินได้สบายแดดไม่ร้อนมากครับ

โดยฝั่งนี้จะเป็นโซนนั่งเล่นพักผ่อนริมสระ มีทั้งแบบ Day Bed ที่อยู่ใต้ชายคา และยังมีศาลาอเนกประสงค์แยกออกไปด้วย จึงทำให้สามารถนั่งเล่นพักผ่อนได้ตลอดวัน แดดไม่ร้อนเลยครับ แถมยังอยู่ใกล้ๆกับห้องน้ำ และจุดล้างตัว ฟังก์ชันการใช้งานจึงสะดวกดีทีเดียว

นอกจากนี้สระว่ายน้ำยังมีการแบ่งพื้นที่ ทำเป็นสระเด็กและโซนจากุซซี่ ซึ่งก็จะอยู่ใกล้ๆกับจุดนั่งพักผ่อนเลยครับ ทำให้ผู้ปกครองสามารถนั่งดูแลน้องๆได้อย่างใกล้ชิดนั่นเอง

ส่วนห้องน้ำจะมีทางเดินเข้าไปใต้อาคาร และแบ่งเป็นห้องน้ำชาย-หญิงแยกกัน ภายในมีตู้ล็อคเกอร์ให้ใช้เก็บของได้ด้วย และที่สำคัญคือ เค้าใช้เป็นโถสุขภัณฑ์แบบอัตโนมัติทุกห้อง ช่วยอำนวยความสะดวกได้ดีเลยครับ

ต่อไปเราจะเดินขึ้นบันไดเพื่อไปชั้นบนที่เป็นห้อง Fitness โดยห้องนี้จำเป็นต้องใช้ Key Card Access สำหรับลูกบ้านเท่านั้นจึงจะเข้าไปได้ ทั้งนี้ก็เพื่อความเป็นส่วนตัวและปลอดภัย รวมถึงยังสามารถควบคุมเวลาเปิด-ปิดของห้องได้ง่ายอีกด้วย

Fitness มีขนาดค่อนข้างใหญ่ ซึ่งอาจไม่ได้มีอุปกรณ์วางเรียงกันเยอะๆ จนรู้สึกแออัดนะครับ แต่จะเน้นความโปร่งโล่ง และการใช้งานน้อยๆที่เป็นส่วนตัวมากกว่า (อาจต้องลุ้นกันอีกที ว่าเวลาปกติจะมีลูกบ้านมาใช้งานเยอะแค่ไหน แล้วจำนวนเครื่องจะเพียงพอต่อการใช้งานหรือไม่)

ซึ่งเวลาออกกำลังกายอยู่นั้น ก็จะสามารถชมวิวสระว่ายน้ำ และผืนน้ำที่อยู่ชั้นล่างไปได้ด้วยครับ ส่วนพื้นที่อื่นๆของห้องเค้าก็จะมีฟังก์ชันไว้คอยอำนวยความสะดวก ได้แก่ พื้นที่นั่งพักผ่อน และตู้กดน้ำดื่ม เป็นต้น

กลับมาที่ Court ตรงกลางระหว่างอาคารอีกครั้ง ซึ่งมีการปลูกต้นไม้ขนาดใหญ่ และดีไซน์เจาะช่องหลังคาให้รับกับพุ่มไม้ เพื่อความสวยงามและโปร่งโล่ง โดยที่ด้านล่างก็จะมีม้าโยกเล็กๆให้น้องๆมาเล่นได้ และมีทางเดินลงไปด้านล่าง เชื่อมต่อไปยังฟังก์ชันที่เหลือได้ครับ

เมื่อลงมาชั้นล่างจะมีห้องสันทนาการ ซึ่งอยู่ภายในห้องกระจกทางด้านขวา และที่เหลือก็จะเป็นเส้นทางที่ให้เราเดินเชื่อมต่อไปยังส่วนอื่นๆได้ ไม่ว่าจะเป็นสวนสาธารณะและศาลาริมน้ำในตอนแรก กับบันไดที่เดินลงมาจาก Lounge ก่อนหน้านี้ได้

สำหรับห้องสันทนาการ ภายในจะแบ่งพื้นที่การใช้งานด้วยเสาที่อยู่กลางห้อง โดยซ้ายมือจะเป็นโต๊ะปิงปองที่ให้ลูกบ้านเล่นกันได้ครับ

ส่วนอีกด้านก็จะเป็นชุดโซฟานั่งเล่น ซึ่งช่วงเย็นผมแอบเดินผ่านมาดู ก็เห็นมีน้องเด็กประถมมานั่งทำการบ้านรอคุณพ่อ/คุณแม่อยู่ที่นี่ด้วยครับ นั่นเป็นเพราะ..การที่ฟังก์ชันนี้แยกตัวมาอยู่ชั้นล่างแบบนี้ จึงได้บรรยากาศที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัวดีนั่นเอง

ต่อมาเราจะเดินไปยัง Facilities โซนสุดท้าย ซึ่งเป็นสวนที่อยู่กลางแจ้ง โดยบรรยากาศระหว่างทางก็จะค่อนข้างร่มรื่น และยังอยู่ใกล้กับจุดจอดรถในตอนแรกด้วย (สามารถเดินไปใช้สระว่ายน้ำและ Fitness จากเส้นทางนี้ก็ได้นะครับ)

สำหรับพื้นที่สวนโดยรอบจะมีต้นไม้น้อยใหญ่ ที่ให้บรรยากาศร่มรื่นดี และมีทางเดินที่วน Loop รอบๆสวน ทำให้สามารถใช้เป็นเส้นทางวิ่งออกกำลังกายได้ด้วยนะครับ

หรือถ้าใครที่พาสัตว์เลี้ยงมาเดินเล่น ก็จะมีป้ายกฎระเบียบติดเอาไว้ให้เห็นอย่างชัดเจน ทั้งนี้ก็เพื่อความสะอาด ปลอดภัย และการอยู่ร่วมกันในสังคมที่ดีครับ

ส่วนสุดท้ายจะเป็นสนามเด็กเล่น ซึ่งจะมีทั้งเครื่องเล่นและปูพื้นยางเอาไว้ เพื่อลดการบาดเจ็บเวลาน้องๆหกล้มได้ครับ

โดยจุดที่ผมชอบคือ การที่เค้าปลูกต้นไม้ไว้ตรงกลางแบบนี้ จะทำให้เกิดร่มเงา ซึ่งช่วงกลางวันก็ยังสามารถมาใช้งานได้ และยังมีที่นั่งรอบๆ ให้ผู้ปกครองนั่งดูแลเด็กๆอย่างใกล้ชิดได้อีกด้วยครับ

รวมถึงยังมีศาลาอเนกประสงค์ ที่มีชุดโต๊ะเก้าอี้ให้ได้นั่งหลบแดดในร่มได้ ซึ่งเด็กๆที่เล่นอยู่ตรงเครื่องเล่นก็จะยังอยู่ในสายตาได้อยู่ครับ

สุดท้ายผมจะพามาชมรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ที่อยู่ภายในโครงการกันสักนิด ซึ่งนอกจากทางแยกใหญ่ๆจะมีวงเวียนให้ใช้งานง่ายแล้ว ภายในซอยพักอาศัยยังมีการปลูกต้นไม้ และทำทางเดินริมฟุตบาทไว้ทั่วโครงการ

ซึ่งนอกจากจะช่วยเรื่องบรรยากาศที่สวยงามร่มรื่นแล้ว ยังสามารถใช้เดินเลี่ยงอันตรายจากรถบนถนนได้ ส่วนบริเวณท้ายซอยก็จะมีจุดให้กลับรถได้ง่ายอีกด้วยครับ โดยบรรยากาศในโครงการที่ผมถ่ายมาฝากกันจะเป็นอย่างไร สามารถเลื่อนชมภาพใน Gallery ด้านล่างนี้ได้เลยครับ

Image 1/7

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • อาคาร Clubhouse
  • Lounge
  • ห้องสันทนาการ สำหรับนั่งเล่นพักผ่อน และโต๊ะปิงปอง
  • Swimming Pool 1 สระ ระบบเกลือ ขนาดประมาณ 10 x 20 เมตร
  • แบ่งสระเด็ก และโซนจากุชชี่
  • Fitness ขนาดใหญ่ (ชั้น 2)
  • สวนหย่อมในโครงการ 2 จุด ขนาดพื้นที่รวมประมาณ 6.2 ไร่
  • ศาลาอเนกประสงค์ 2 จุด (บริเวณริมน้ำ และข้างสนามเด็กเล่น)
  • เครื่องออกกำลังกายกลางแจ้ง
  • สนามเด็กเล่นกลางแจ้ง พร้อมเครื่องเล่น
  • ระบบ CCTV ที่ Main Gate
  • รั้วรอบโครงการสูง 3.6 เมตร
  • ถนนหลักกว้าง 12 – 16 ม. และถนนภายในซอยกว้าง 9 ม.
  • Key Card Access ระยะไกล (ระบบ RFID หรือใช้สัญญาณ Bluetooth แบบ Easy Pass บนทางด่วน)
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
  • ประตูรั้วโครงการแบบ รั้วกั้นไม้กระดก
  • สัญญาณกันขโมย ระบบ Magnetic Sensor ทุกหลัง

แบบบ้าน

สำหรับโปรดักส์บ้านเดี่ยวของโครงการนี้มีถึง 6 แบบ โดยปัจจุบันแบบที่เล็กที่สุด (Greater) เค้าขายหมดไปเรียบร้อยแล้วนะครับ (สาเหตุก็เพราะ ราคาที่จับต้องได้ง่าย และลูกบ้านส่วนใหญ่ก็เป็นครอบครัวขนาดเล็กนั่นเอง) ตอนนี้ก็เลยมีแบบบ้านให้เลือกอยู่ 5 แบบด้วยกัน ประกอบด้วย

  • Amplify บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 60.4 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 158 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
  • Continuo บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 70 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 185 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
  • Multiply บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 100.1 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 222 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 1 ห้องแม่บ้าน / 2 ที่จอดรถ
  • Expandio บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 100.8 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 286 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 1 ห้องแม่บ้าน / 3 ที่จอดรถ
  • Numurio บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 127.3 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 335 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 1 ห้องแม่บ้าน / 3 ที่จอดรถ

โดยบ้านทั้งหมดจะก่อสร้างด้วยระบบ Precast หรือผนังคอนกรีตสำเร็จรูปที่ผลิตมาจากโรงงาน มีข้อดีคือแข็งแรงทนทาน ก่อสร้างได้ไว และรับน้ำหนักได้ดี ภายในบ้านจึงไม่จำเป็นต้องมีเสาสี่เหลี่ยมยื่นออกมาเกะกะการวางเฟอร์นิเจอร์ แต่ก็มีข้อจำกัดในเรื่องการต่อเติมหรือทุบ/เจาะ ซึ่งจะทำได้ยากกว่าผนังก่ออิฐทั่วไป

และสำหรับบ้าน 2 Type ใหญ่สุด จะให้วัสดุที่ต่างจากบ้านแบบอื่นอยู่ 3 จุดหลักๆด้วยกันคือ บันไดจะเปลี่ยนจากไม้ยางพารามาเป็นไม้สัก / แอร์ในห้อง Living Area กับห้องนอนใหญ่ จะได้เป็น Cassette Type แบบ 4 ทิศทาง และบ้านหลังใหญ่จะติด Wallpaper มาให้ทั้งหลัง ซึ่งจะเป็นลวดลายตามที่โครงการกำหนด ไม่สามารถเลือกลายได้ครับ

  • Expandio บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 100.8 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 286 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 1 ห้องแม่บ้าน / 3 ที่จอดรถ

บ้านหลังนี้เป็น Type รองจากหลังที่ใหญ่ที่สุด และมีจำนวนฟังก์ชันเท่ากันเลยครับ ซึ่งต้องบอกก่อนว่าฟังก์ชันพื้นฐานที่แบบบ้านของโครงการนี้มีเหมือนกันก็คือ เราจะได้เป็นครัวไทยแบบปิดที่ทำอาหารได้เต็มที่ แถมยังมีห้องนอนชั้นล่างที่กว้างขวาง สามารถวางเตียง 5 ฟุตแล้วยังมีพื้นที่ใช้งานโดยรอบได้สบายๆ ซึ่งบ้านไซส์ใหญ่แบบนี้ก็จะมีห้องน้ำส่วนตัวในห้องนอนให้ด้วยครับ และอีกจุดหนึ่งที่เหมือนกันก็คือบันได ที่เค้าวางตำแหน่งเอาไว้ด้านหลังบ้าน โดยออกแบบให้เกิดมุมมองที่ลับสายตา ได้ความเป็นส่วนตัวจากโซนรับแขกหน้าบ้าน แถมยังทำให้ Common Area ใช้งานได้เต็มความกว้างมากขึ้นอีกด้วยครับ

ส่วนจุดที่บ้าน Type นี้จะมีฟังก์ชันเพิ่มเติมจากหลังเล็กอื่นๆก็คือ จำนวนที่จอดรถเพิ่มขึ้นเป็น 3 คัน ได้เฉลียงหน้าบ้านที่ใหญ่พร้อมกับมีระแนงที่เปิด-ปิด เพื่อบังสายตาได้ และมีการแยกโซนของแม่บ้านเอาไว้เป็นสัดส่วนด้านนอก ไม่รบกวนเจ้าของบ้านให้เสียความเป็นส่วนตัว และอีกจุดนึงที่น่าสนใจคือ พื้นที่อเนกประสงค์หน้าโถงบันได ที่นอกจากจะบังสายตาและเพิ่มช่องแสงให้กับทางขึ้นชั้น 2 แล้ว ยังกว้างพอให้สามารถใช้งานได้จริงอีกด้วย

ส่วนแปลนชั้น 2 จุดเด่นคือ ห้องนอนทุกห้องจะเป็นห้องมุม และได้ช่องแสงอย่างน้อย 2 ด้าน เลยทำให้ภายในสว่างและโปร่งโล่งมากๆ อีกทั้งยังมีห้องน้ำในตัวทุกห้อง เลยได้ความเป็นส่วนตัวที่ดีทีเดียว แต่จุดที่น่าสนใจและได้เพิ่มขึ้นมาจากแบบอื่นๆคือ เค้าจะมีพื้นที่ห้องพระเพิ่มเข้ามาตรงกลาง ซึ่งเราสามารถปรับเป็นพื้นที่อเนกประสงค์อื่นๆก็ได้

รวมถึงได้ระเบียงที่มีขนาดใหญ่มาก และห้องน้ำของ Master Bedroom นอกจากจะแบ่งพื้นที่กั้นเป็นสัดส่วนระหว่างโถสุขภัณฑ์ และพื้นที่อาบน้ำเพิ่มมากขึ้นแล้ว ยังมีการเพิ่มพื้นที่ช่องแสงและระเบียงเล็กๆที่ด้านข้าง ทำให้สว่างและสามารถระบายอากาศ หรือใช้งานอื่นๆได้ดีอีกด้วย โดยของจริงจะเป็นอย่างไรเราไปชมกันเลยครับ

เริ่มจากประตูรั้วหน้าบ้านจะแยกกันระหว่าง ทางเข้ารถยนต์ที่จะเป็นประตูเหล็กรางเลื่อน สามารถใช้งานได้ค่อนข้างสะดวก และมีประตูคนเดินที่เป็นไม้บานทึบ พร้อมกับซ่อนตู้จดหมายไว้ด้วย

ซึ่งมีข้อจำกัดในการใช้งานนิดหน่อยคือ พอประตูนี้มาอยู่ด้านเดียวกับทิศที่จะต้องเลื่อนเปิดประตูเหล็กรางเลื่อนแบบนี้ เราเลยไม่สามารถใช้งานประตูทั้ง 2 พร้อมกันได้นั่นเอง (เพราะน้องจะเลื่อนมาปิดกันเองแบบในรูปครับ)

ส่วนอีกด้านจะเป็นช่องทิ้งขยะที่สามารถเปิดได้ 2 ทาง เพิ่มความสะดวกให้กับเจ้าของบ้านและเจ้าหน้าที่เก็บขยะ โดยด้านในจะมีท่อน้ำระบายเตรียมไว้ด้วยครับ น้ำจะได้ไม่ขังและส่งกลิ่นออกมานั่นเอง

ส่วนพื้นที่จอดรถวัดระยะจากเสา-เสา จะกว้างประมาณ 7.5 m. สามารถจอดรถในร่มได้ 3 คันสบายๆ ปูพื้นด้วยทรายล้างเพื่อความแข็งแรงและกันลื่นได้ดี ส่วนเสาเข็มจะลึกเท่าตัวบ้านเฉพาะในส่วนที่อยู่ใต้ชายคาเท่านั้นครับ

โดยบ้านเปล่าหลังนี้ตั้งอยู่ในเฟสใหม่ที่กำลังเปิดขาย เราจึงได้เห็นความลึกของที่ดินหน้าบ้าน ว่าจะมีหลายๆแปลงที่สามารถจอดรถซ้อนคันกันได้ กลายเป็น 6 คันแบบนี้ ซึ่งลูกบ้านก็สามารถต่อเติมหลังคากันสาดเพิ่มเติมได้นะครับ

และสวนรอบบ้านเค้าก็จะมีภูมิสถาปัตย์คอยจัดสวนให้ทุกหลังเลยครับ ซึ่งก็จะแตกต่างกันออกไป ทั้งรูปแบบและพันธุ์ไม้ที่ได้ก็ไม่เหมือนกัน ดังนั้นเราอาจต้องมาดูด้วยตัวเองจากบ้านจริงอีกครั้งหนึ่ง โดยหลักๆที่จะได้ก็คือ จะมีการปูพื้นหญ้า ปลูกต้นไทรเกาหลีตามรั้ว และมีต้นไม้ใหญ่ให้อีก 2 – 3 ต้นแบบนี้ครับ

อีกจุดนึงที่น่าสนใจคือ เค้าใช้พวกกระเบื้อง ไม้ และหิน มาเป็นวัสดุปิดผิวอาคารภายนอกหลายจุด แทนการทาสีธรรมดาแบบทั่วไป ซึ่งทำให้บ้านดูสวยงามและมีรายละเอียดมากขึ้นเยอะเลยครับ

และเมื่อเราจอดรถเสร็จแล้ว ก็สามารถเดินเชื่อมต่อผ่านชานพักเพื่อเข้าบ้านได้เลย โดยไม่ต้องกลัวแดดร้อนหรือฝนตก ถือว่าสะดวกมากๆครับ

ซึ่งบริเวณชานพักนี้นอกจากจะมีขนาดใหญ่ ให้สามารถนำตู้ใส่รองเท้า หรือเก้าอี้เล็กๆมาวางได้แล้ว ยังมีระแนงที่สามารถปรับเปลี่ยนองศาได้ตามต้องการ เพื่อใช้บังแดด/บังฝน หรือพรางสายตาได้ด้วยครับ

ส่วนประตูทางเข้าบ้านจะมี 2 บาน โดยจะมีประตูบานทึบที่ใช้เป็นทางเข้าหลัก กับประตูกระจกบานเลื่อนที่เป็นประตูเสริมเพื่อความโปร่งโล่ง และเชื่อมต่อพื้นที่ภายในกับภายนอกบ้านได้ เหมาะสำหรับเวลามีการจัดปาร์ตี้ หรืองานเลี้ยงสังสรรค์มากๆครับ

ประตูทานทึบ LIXIL จาก Tostem มีส่วนที่ผมชอบหลายจุดอยู่เหมือนกัน ซึ่งอย่างแรกคือความเป็นส่วนตัว ช่วยบังสายตาจากคนภายนอก แต่ก็ยังมีช่องแสงเล็กๆให้มองเห็นได้ เพื่อป้องกันไม่ให้เปิดประตูชนกัน

จุดที่สองคือ ตำแหน่งของมือจับประตูที่อยู่ต่ำกว่าปกติ ซึ่งเป็นการออกแบบตามหลัก Universal Design ทำให้เด็กเล็กหรือผู้สูงอายุก็สามารถใช้งานได้ง่าย อีกทั้งกรอบบานก็มียางปิดไว้อย่างดี เพื่อป้องกันแมลงและฝุ่นไม่ให้เข้าไปรบกวนในบ้าน

และนอกจากนี้ยังมีชุดกลอนและกุญแจสำหรับช่าง ซึ่งช่วงแรกเวลาที่เราซื้อบ้านมาใหม่ๆ และยังมีช่างเข้ามาต่อเติม Built-in บ้านอยู่นั้น ถ้าเราไม่สะดวกเข้ามาเปิดบ้านให้ทุกวัน ก็สามารถให้กุญแจส่วนนี้กับช่างไว้ให้เข้ามาทำงานได้ครับ แต่เมื่อเราเข้ามาอยู่อาศัยและใช้กุญแจดอกจริงแล้ว กลไกประตูก็จะเปลี่ยนไปให้ใช้ได้เฉพาะดอกจริงเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยครับ

เข้ามาภายในบ้านตัวอย่างก็จะเจอกับ Common Area ที่กว้างมากๆ ซึ่งเป็นเพราะเค้านำส่วนของบันไดไปไว้ในโซนด้านหลังบ้านนั่นเอง จึงทำให้ Living Area สามารถใช้งานได้อย่างเต็มที่

อีกทั้งยังมองไม่เห็นบันไดจากหน้าบ้านนี้ (อย่างที่ผมบอกไปในช่วงแปลนเลยใช่มั้ยครับ) ซึ่งนั่นก็เลยทำให้บ้านหลังนี้ดูเรียบร้อย และเป็นส่วนตัวมากขึ้นเยอะเลยทีเดียว

แล้วเมื่อมองย้อนกลับมาที่ประตูทางเข้าเมื่อสักครู่ จากโซฟานั่งเล่นนี้เราจะมองเห็นภายนอกผ่านประตูกระจกบานเลื่อนได้ใช่มั้ยครับ ซึ่งตรงจุดนี้เองที่ระแนงด้านนอกก่อนหน้านี้ จะมีส่วนช่วยในการพรางสายจากภายนอก ทำให้มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

อีกทั้งยังบังแดด/บังฝน และกันความร้อนไม่ให้เข้าสู่ตัวบ้านได้ โดยยังคงแสงสว่างและความโปร่งโล่งเอาไว้ได้ (ต่างจากการปิดผ้าม่าน ที่จะทำให้มืดทึบลงครับ)

ส่วนด้านหลังของผนังชั้นวางทีวี จะเป็นห้องนอนที่อยู่ชั้นล่าง ซึ่งมีขนาดใหญ่และสามารถวางเตียง 5 – 6 ฟุตได้สบายๆ แล้วยังมีพื้นที่เหลือโดยรอบให้ใช้งานได้สะดวกอีกด้วย

เหมาะกับใช้เป็นห้องนอนแขก และห้องนอนผู้สูงอายุที่อาจขึ้น-ลงบันไดไม่สะดวก หรือใครจะปรับเป็นห้องอเนกประสงค์อื่นๆตาม Lifestyle ของครอบครัวก็ได้ครับ

และนอกจากนี้ก็ยังมีห้องน้ำให้ใช้งานในตัวด้วยนะ ซึ่งภายในจะมีส่วนอาบน้ำให้ใช้งานได้ครบเลย โดยสุขภัณฑ์ที่ได้จะเป็นของ American Standard ได้กระจกเงาบานใหญ่ และมีช่องหน้าต่างให้ระบายอากาศได้ดีครับ

ในส่วนของ Shower box จะติดตั้งฉากกั้นอาบน้ำมาให้เรียบร้อย โดยที่พื้นจะลดระดับลงเพื่อกันน้ำไหลย้อนออกมาด้านนอก พร้อมกับมีที่นั่งอาบน้ำ และเจาะช่องวางของที่ผนังให้สามารถหยิบจับได้สะดวกอีกด้วยครับ

กลับมาที่ Common Area อีกครั้ง ซึ่งพื้นที่ติดกับ Living Area เค้าจะทำเป็น Pantry หรือส่วนเตรียมอาหารแบบครัวฝรั่งมาให้ (วัสดุของจริงจะเป็น Top หินแกรนิตสีขาว และหน้าบานตู้ปิดผิวด้วยลามิเนต ดูได้จากบ้านเปล่ามาตรฐานท้ายรีวิวบ้านหลังนี้ครับ)

และที่ผมชอบอีกอย่างก็คือ เค้ามีการเจาะช่องแสงที่ผนังเล็กๆเอาไว้ ซึ่งจะได้แสงมาจากบริเวณหน้าโถงบันไดและสวนข้างบ้านที่อยู่อีกฝั่ง จึงทำให้ Pantry ไม่มืดทึบจนเกินไป และไม่ต้องเปิดไฟทุกครั้งเวลามาใช้งานตอนกลางวันครับ

และอีกด้านหนึ่งก็จะมีประตูอีก 3 บานเรียงกันดังภาพเลย อย่างประตูห้องเก็บของเค้าก็จะทำเนียนไปกับเคาน์เตอร์และชั้นวางของ เลยทำให้ดูเรียบร้อยมากขึ้น แถมยังเป็นห้องเก็บของขนาดใหญ่ ที่เดินเข้าไปใช้งานทั้งตัวได้สบายๆโดยไม่ต้องก้มอีกด้วย

ส่วนห้องน้ำที่อยู่ตรงกลางจะเป็น Powder Room หรือก็คือ เป็นห้องน้ำที่ไม่มีส่วนอาบน้ำนั่นเองครับ

สุดท้ายคือห้องครัว ซึ่งเราจะได้เคาน์เตอร์ที่ Built-in มาให้เป็นรูปตัว L และมี Top เคาน์เตอร์เป็นหินแกรนิตสีดำ หน้าบานตู้ไม้ลามิเนต พร้อมติดตั้ง Hob&Hood ของ Teka ตามบ้านตัวอย่างเลยครับ ถือเป็นครัวที่กว้างขวางดีเหมือนกัน สามารถทำอาหารพร้อมกันได้ 2 – 3 คนสบายๆ

โดยครัวปิดนี้จะกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนเพื่อความโปร่งโล่ง และต้องการให้แสงจากหน้าต่างหลังบ้านส่องเข้าไปถึงส่วน Pantry ก่อนหน้านี้ด้วย

จึงทำให้บริเวณกลางบ้านไม่มืดทึบเกินไป และพื้นครัวก็จะลดระดับจากพื้นบ้านเล็กน้อย สามารถเช็ดล้างทำความสะอาดได้เต็มที่เลยครับ

ประตูหลังบ้านเป็นบานทึบที่เจาะช่องแสงเล็กๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เปิดประตูชนกันเอาไว้เช่นเคย ส่วนช่องหน้าต่างข้างๆจะเป็นแบบบานเกร็ด ที่สามารถเปิดระบายกลิ่นและควันได้เต็มที่ พร้อมกับติดตั้งมุ้งลวดเอาไว้ที่ด้านนอก เพื่อกันแมลงต่างๆไม่ให้เข้ามาด้านในครับ

บริเวณหลังบ้านจะเป็นพื้นที่ส่วนของแม่บ้านครับ ซึ่งด้านข้างของตัวบ้าน(ซ้ายมือ)จะมีทั้งห้องแม่บ้านและห้องน้ำไว้รองรับ ซึ่งเค้าก็สามารถทำงานส่วนของตัวเองในโซนนี้ได้อย่างเต็มที่ โดยไม่รบกวนคนภายในบ้านเลยครับ

ไม่ว่าจะเป็นงานซักล้าง ตากเสื้อผ้า หรือทำอาหาร ก็สามารถทำได้หมดเลย เพราะบ้านของจริงก็จะมีลานซักล้างที่เทพื้นคอนกรีต ปูกระเบื้อง พร้อมกับก่อเคาน์เตอร์ครัวและอ่างล้างจานไว้ที่ด้านนอกแบบนี้เลยครับ

กลับเข้ามาภายในบ้านอีกครั้ง ซึ่งอีกด้านนึงของ Common Area จะสามารถแบ่งพื้นที่ทำเป็นฟังก์ชันอย่างอื่นได้ครับ

อย่างบ้านตัวอย่างนี้เค้าก็จัดโต๊ะทานอาหาร 6 ที่นั่งเอาไว้หลังโซฟา ทำให้สามารถทานอาหารไปก็ดูทีวี หรือชมวิวภายนอกจากหน้าต่างไปพร้อมๆกันได้ครับ

และนอกจากนี้ยังมีพื้นที่อเนกประสงค์ที่ยื่นออกไปด้านหน้าบ้านแบบนี้ ซึ่งจะเป็นส่วนที่ไม่มีประตูหรือผนังกั้นนะครับ แต่ถ้าใครต้องการความเป็นส่วนตัวก็สามารถทำเพิ่มได้ โดยอาจจัดเป็นห้องทำงาน หรือเล่นเกมส์ของน้องๆ เป็นต้น

ซึ่งจุดที่ผมชอบก็คือ มีช่องหน้าต่างที่เยอะ และมีขนาดใหญ่ แถมยังมีหน้าต่างกระจกเข้ามุม Bay Window ที่ช่วยเพิ่มมุมมองทางซ้ายมือให้กว้างมากขึ้นอีกด้วย

และฝั่งหลังบ้านจะเป็นทางไปขึ้นบันไดชั้น 2 ซึ่งหลบมุมสายตาและได้ความเป็นส่วนตัว

จุดนี้คือพื้นที่อเนกประสงค์บริเวณหน้าโถงบันได อย่างที่ผมบอกไปในช่วงแปลนแล้วว่า ตรงส่วนนี้จะค่อนข้างกว้าง สามารถจัดเป็นมุมนั่งเล่นพักผ่อน หรืออาจทำเป็นที่นั่งทำงาน และ Built-in ตู้/ชั้นวางของเพิ่มเติมได้เต็มที่เลยครับ

และช่องแสงขนาดใหญ่นี้ก็จะเป็นประตูกระจกบานเลื่อน ที่สามารถเปิดออกไปยังระเบียงข้างบ้านได้นั่นเอง

ซึ่งประตูและหน้าต่างทุกบานในบ้าน จะมี Magnetic Sensor ติดตั้งเอาไว้เพื่อความปลอดภัย แถมยังมีมุ้งลวดที่คอยกันแมลงไม่ให้เข้ามาในบ้านได้อีกด้วย ดังนั้นเราจึงสามารถเปิดประตูเพื่อระบายอากาศและรับลมได้เต็มที่เลยครับ

นอกจากนี้บริเวณใต้หน้าต่างตรงโถงบันไดของบ้านทุกหลัง จะมีช่องเล็กๆที่เรียกว่าระบบ Air Plus (ลิขสิทธิ์ของ LH) ที่สามารถเปิดระบายอากาศได้ ส่วนบันไดนี้จะมีราวจับเพื่อความปลอดภัยตลอดทาง เป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กที่แข็งแรงทนทาน และปิดผิวด้วยไม้สักที่ทาสีเทาครับ

Air Plus เป็นระบบที่ช่วยถ่ายเทอากาศของตัวบ้านได้ แม้ว่าเราจะปิดประตูหรือไม่อยู่บ้านก็ตาม เพียงแค่เราเปิดช่องระบายอากาศไว้ (มีมุ้งลวดกันแมลงติดไว้แล้ว) จะทำให้อากาศใหม่ที่มีอุณหภูมิต่ำจะไหลเข้ามาแทนที่ และดันอากาศเก่าที่มีอุณหภูมิสูงให้ลอยขึ้นไปด้านบน

ซึ่งจะไหลผ่านช่อง Air Post ของประตูห้องนอนได้(แม้จะปิดประตูห้องไว้) ไปสู่พัดลมดูดอากาศบนฝ้าเพดาน โดยเราสามารถตั้งค่าให้เริ่มทำงานดูดอากาศได้ เมื่ออากาศในตัวบ้านมีอุณหภูมิที่สูงถึงกำหนดครับ สิ่งนี้จะทำให้บ้านมีอากาศสดชื่นถ่ายเทตลอดเวลา และไม่ร้อนอบอ้าวจนเกินไปนั่นเอง

สำหรับฟังก์ชันที่ชั้นบน ห้องนอนเล็กกับ Master Bedroom จะแยกออกจากกันอยู่คนละฝั่งเป็นส่วนตัว และมีห้องพระที่ไม่มีประตูกั้นอยู่ตรงกลาง ซึ่งโถงบันไดนี้มีขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ เลยทำให้ไม่รู้สึกอึดอัดและใช้งานได้สะดวกครับ

เริ่มที่ห้องพระที่อยู่ตรงกลาง จะมีช่องแสงและหน้าต่างให้เปิดระบายกลิ่นหรือควันธูปได้ ซึ่งเราสามารถติดประตูห้องเพิ่มเติม เพื่อความเป็นส่วนตัว และกันไม่ให้ควันธูปไหลเข้าไปในบ้านได้ครับ หรือใครจะใช้เป็นห้องอเนกประสงค์อื่นๆก็ได้นะ

มาต่อกันที่ Master Bedroom ที่อยู่ทางด้านขวา ภายในมีขนาดพื้นที่กว้างขวาง สามารถแบ่งสัดส่วนพื้นที่ ทำปลายเตียงเป็นชุดโซฟานั่งเล่นเพิ่มได้ และยังมีพื้นที่รอบๆให้ใช้งานได้สะดวกด้วยครับ

อย่างที่บอกว่าห้องนอนทั้งหมดจะเป็นห้องมุม และได้ช่องแสงอย่างน้อย 2 ด้าน จึงมีความโปร่งโล่งมากๆครับ แต่พิเศษหน่อยสำหรับห้อง Master Bedroom เค้าจะมีกระจกเข้ามุม Bay Window ที่จะช่วยเพิ่มมุมมองด้านข้างให้กว้างมากขึ้นอีกด้วย

ส่วนระเบียงภายนอกจะเป็นระเบียงหน้ากว้าง และมีราวกันตกเป็นกระจกนิรภัยแบบใส ที่ดูสะอาดตาและช่วยเพิ่มมุมมองของชั้นบนนี้ได้เป็นอย่างดี

ส่วนอีกด้านหนึ่งของระเบียง(บริเวณหน้าต่างห้องพระ) จะมีขนาดพื้นที่ค่อนข้างใหญ่หน่อย สามารถนำโต๊ะหรือเก้าอี้มาวางไว้เพื่อนั่งเล่นพักผ่อน หรือจิบกาแฟยามเช้าได้นะครับ

แต่ที่ผมชอบเห็นจะเป็นขอบพื้น ตรงส่วนที่ยื่นออกมาจากระเบียง ซึ่งทำหน้าที่รับน้ำฝนจากหลังคา ให้ไหลไปลงท่อตามจุดที่กำหนดให้เรียบร้อย (ไม่ไหลลงพื้นแรงๆ แล้วมีน้ำกระเด็นเปรอะเปื้อนที่ชั้นล่าง) รวมถึงเรายังใช้เป็นพื้นที่ปลูกต้นไม้ในกระถาง เพื่อเพิ่มความร่มรื่นและช่วยพรางสายตา เพื่อความเป็นส่วนตัวให้กับห้องชั้นบนได้อีกด้วยครับ

ส่วนอีกด้านของห้องจะมีพื้นที่ให้ทำ Walk-in Closet เพิ่มเติมได้ โดยของจริงเค้าจะมีประตูกระจกบานเลื่อนกั้นมาให้เป็นสัดส่วนแล้วครับ แต่ตู้ด้านในจะต้อง Built-in เองนะ ซึ่งพื้นที่ส่วนนี้จะอยู่ติดกับห้องน้ำเลย ทำให้ใช้งานต่อเนื่องกันได้สะดวกดีทีเดียว

ภายในห้องน้ำมีขนาดใหญ่ คุมโทนเป็นกระเบื้องหินอ่อนสีขาวที่ดูสะอาดตาเช่นเดิม แต่ที่เพิ่มเติมจากห้องอื่นๆก็คือ การแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนมากขึ้นด้วยฉากกั้นกระจก และมีช่องแสงถึง 2 ด้าน ซึ่งถ้าเราเปิดประตูและหน้าต่างพร้อมๆกัน จะทำให้มีลมพัดผ่าน และอากาศไหลเวียนได้ดีมากๆ

จุดที่น่าสนใจก็คือ ช่องแสงขนาดใหญ่ที่เค้าใช้เป็นประตูกระจกบานเลื่อน ปกติเราจะไม่ค่อยได้เห็นฟังก์ชันแบบนี้บ่อยนัก ซึ่งนอกจากเรื่องแสงและการระบายอากาศแล้ว ยังใช้ประโยชน์อื่นๆได้ เช่น ตากผ้าเช็ดตัว/ชั้นใน

หรือใครจะปลูกต้นไม้ทำสวนแนวตั้ง (Vertical Garden) เพื่อเพิ่มบรรยากาศให้กับห้องน้ำก็ได้นะครับ โดยที่เราจะไม่เสียความเป็นส่วนตัวใดๆเลย เพราะมีผนังทึบด้านนอกคอยบังสายตาให้นั่นเอง

อีกด้านหนึ่งของห้องน้ำจะมีฉากกั้นกระจกระหว่าง โถสุขภัณฑ์และพื้นที่อาบน้ำ แยกออกจากกันเป็นสัดส่วน ทำให้สามี-ภรรยาสามารถใช้งานพร้อมๆกันได้ โดยเราอาจติดเป็นกระจกฝ้าเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวอีกหน่อยก็ได้ครับ และโถสุขภัณฑ์ที่ได้ก็จะเป็นแบบอัตโนมัติแบบนี้เลย

ถัดมาเราจะไปดูห้องนอนเล็ก 2 ห้องที่เหลือกันครับ

เริ่มจากห้องที่อยู่ด้านหน้าบ้านก่อน ซึ่งภายในจะมีขนาดที่ใหญ่กว่าอีกห้องนึงเล็กน้อย และมีพื้นที่กว้างขวางให้เพิ่มมุมทำงาน หรือชุดโซฟานั่งเล่นได้สบายๆเลยครับ

และนอกจากนี้ก็ยังมีห้องน้ำให้ใช้งานเป็นส่วนตัวด้วย โดยฟังก์ชันภายในจะเหมือนกับห้องน้ำของห้องนอนชั้นล่างก่อนหน้านี้เลยครับ แยกโซนเปียกและแห้งชัดเจน พร้อมกับมีช่องหน้าต่างให้ระบายอากาศได้ด้วย

สุดท้ายคือห้องนอนเล็กที่อยู่ด้านหลังบ้าน เหมาะกับลูกคนเล็ก แต่ก็ยังมีขนาดพื้นที่ใหญ่พอให้ใช้งาน และใช้ชีวิตอยู่ได้ตั้งแต่เด็ก-โตเลยล่ะ

และบริเวณด้านหน้าห้องก็จะมีมุมให้แต่งตัว และมีห้องน้ำให้ใช้ได้เช่นกัน

ส่วนบ้านเปล่ามาตรฐานของจริงที่ได้จะเป็นอย่างไร สามารถคลิกชมภาพใน Gallery ด้านล่างนี้ได้เลยครับ

Image 1/16


  • Amplify บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 60.4 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 158 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ

เป็นแบบบ้านไซส์เล็กสุดของโครงการในปัจจุบัน แต่ก็ยังคงมีฟังก์ชันหลักๆครบไม่ต่างจากรุ่นพี่ที่เป็นหลังใหญ่กว่า อย่างห้องนอนที่ชั้นล่างก็มีขนาดใหญ่ วางเตียง 5 – 6 ฟุตได้สบายๆ เพียงแต่อาจต้องมาใช้งานห้องน้ำร่วมกันที่ด้านนอกนะครับ กับอีกจุดนึงที่ยังคงน่าสนใจ คือการนำบันไดไปไว้โซนหลังบ้าน ซึ่งนอกจากจะได้ความเป็นส่วนตัว ลดการมองเห็นจากบริเวณหน้าบ้านได้แล้ว ยังทำให้พื้นที่รับแขกด้านหน้าใช้งานได้เต็มความกว้างมากขึ้น โดยฟังก์ชันนี้จะยิ่งเห็นผลได้ชัดมากขึ้น กับบ้านไซส์เล็กที่มีหน้ากว้างจำกัดแบบนี้ครับ

ถัดมาบนชั้น 2 มีจุดที่น่าสนใจคือ ชานพักบันไดที่ค่อนข้างกว้าง จนเราสามารถ Built-in ทำเป็นมุมนั่งเล่นพักผ่อน หรือจะนั่งทำงานก็ได้ครับ ส่วนห้องนอนจะมีเพียงแค่ 2 ห้องเท่านั้น เพื่อต้องการให้แต่ละห้องมีขนาดพื้นที่ใช้สอยภายในที่เยอะ สามารถวางเตียงใหญ่ๆได้สบาย และมีความโปร่งโล่งมากที่สุด แถมยังมีห้องน้ำให้ใช้ภายในห้องอีกด้วย บ้านหลังนี้จึงเหมาะกับครอบครัวเริ่มต้นขนาดเล็ก 2 – 3 คน และเน้นความเป็นส่วนตัวครับ

มาเริ่มกันตรงที่จอดรถหน้าบ้านกว้าง 5.1 m. สามารถจอดรถได้ 2 คันพอดีๆ และลงเสาเข็มยาวลึกเท่าตัวบ้านให้บริเวณใต้ชายคาบ้านครับ

สวนบริเวณรอบบ้านก็จะมีภูมิสถาปัตย์มาจัดให้เหมือนเดิม ซึ่งจะได้ต้นอะไรบ้างก็ต้องรอดูของจริงกันอีกทีนะครับ โดยจุดที่ต่างจากบ้านหลังใหญ่คือ บริเวณซักล้างด้านหลังจะปูเป็นพื้นคอนกรีตธรรมดา และไม่ได้มีเคาน์เตอร์ครัวหลังบ้านให้นะครับ

ส่วนชานพักหน้าบ้านก็ยังอยู่ใต้ชายคาบ้าน ไม่ต้องกลัวแดดกลัวฝน และได้ประตูบานทึบเป็นทางเข้าหลัก 1 บาน ส่วนข้างๆกันจะเปลี่ยนเป็นช่องหน้าต่างแทนประตูบานเลื่อน ซึ่งยังคงได้ความโปร่งโล่งและเชื่อมต่อกับสวนภายนอกได้อยู่ครับ

เข้ามาภายในเราจะเจอกับ Common Area ที่เป็นตอนลึก และเช่นเดิมที่จากมุมมองนี้เราจะไม่เห็นบันไดเลยครับ นั่นเป็นเพราะเค้า Built ชั้นวางของเพิ่มนิดหน่อย และใช้โต๊ะทานอาหารมาช่วยบังสายตา สร้างความเป็นส่วนตัวให้กับทางขึ้นชั้นบนของบ้านได้ดีเลยครับ

พื้นที่ส่วนแรกคือ Living Area ใช้สำหรับนั่งเล่นดูทีวีและรับแขกได้ มีระยะดูทีวีกว้างประมาณ 3.5 m. สามารถใช้ทีวีจอใหญ่ๆ 50 – 60 นิ้วได้นะครับ

โดยจุดนี้ผมชอบที่ผนัง 2 ด้านรอบโซฟาเป็นกระจก เพราะทำให้สว่างโปร่งโล่งและชมสวนภายนอกไปได้ด้วย ส่วนประตูบานทึบก็รู้สึกถึงความเป็นส่วนตัวมากขึ้น และแสงก็ไม่แยงตาเวลาดูทีวีอีกด้วยครับ

และถัดเข้ามาด้านในจะเป็นพื้นที่วางโต๊ะทานอาหาร กรณีที่บ้านใครมีแขกมาหาบ่อยๆ เราสามารถนำฉากกั้นหรือตู้มากั้นแบ่งพื้นที่ เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวในบ้านได้อีกด้วยครับ (อาจแลกกับความโปร่งโล่งที่ลดลงไปบ้าง)

สำหรับพื้นที่วางโต๊ะทานอาหารขนาด 6 – 8 ที่นั่ง จะอยู่ใกล้กับประตูและหน้าต่างข้างบ้าน ทำให้สามารถชมวิวสวนในระหว่างทานอาหารไปด้วยได้ครับ (ของจริงไม่มี Pantry ครัวให้นะ)

ส่วนอีกด้านหนึ่งก็จะเป็นประตูที่เชื่อมไปยังฟังก์ชันต่างๆของบ้าน โดยจะอยู่หลบมุมสายตาจากทางหน้าบ้าน ทำให้เป็นส่วนตัวมากขึ้น และถึงแม้ว่าห้องนอนชั้นล่างนี้จะไม่มีห้องน้ำในตัว แต่ก็สามารถออกมาใช้ห้องน้ำที่อยู่ติดๆกันนี้ได้ไม่ยากเลยครับ

ซึ่งภายในห้องนอนชั้นล่างจะมีขนาดใหญ่ เมื่อวางเตียง 5 ฟุตไปแล้วก็ยังเหลือพื้นที่ให้ใช้งานได้โดยรอบเลย เหมาะที่จะเป็นห้องผู้สูงอายุที่ขึ้น-ลงบันไดบ่อยๆไม่ไหว หรือจะใช้ทำเป็นห้องอเนกประสงค์อื่นๆก็ได้ เช่น ห้องดูหนัง/เล่นเกมส์ หรือห้องทำงาน เป็นต้น

และห้องน้ำชั้นล่างที่อยู่ติดกัน ก็จะมีส่วนอาบน้ำเตรียมไว้รองรับแล้วเรียบร้อยครับ

ส่วนหน้าประตูห้องครัวจะมีช่องเก็บของใต้บันไดเล็กๆให้ใช้ได้ และประตูห้องครัวก็จะมีช่องกระจกเล็กๆ ให้มองผ่านเข้าไปอีกฝั่ง เพื่อป้องกันไม่ให้เปิดประตูชนกันนั่นเองครับ

ภายในห้องครัวปิดจะสามารถทำอาหารจริงจังได้ พร้อมกับมีช่องหน้าต่างให้เปิดระบายอากาศถึง 2 ด้าน เลยทำให้มีลมพัดหมุนเวียนได้ดี

ซึ่งเคาน์เตอร์ครัวและ Hob&Hood ก็จะ Built-in มาให้แบบนี้เหมือนเดิม โดยขนาดพื้นที่ก็ค่อนข้างใหญ่ สามารถใช้งาน 2 – 3 คนพร้อมๆกันได้เลยครับ

ถัดมาเราจะขึ้นบันไดไปยังชั้น 2 ซึ่งก็จะอยู่โซนหลังบ้าน และซ่อนอยู่หลังผนังเป็นส่วนตัวดีทีเดียว โดยวัสดุปิดผิวบันไดของบ้านไซส์เล็กนี้จะเป็นไม้ยางพารา อย่างที่บอกไปในตอนต้นนะครับ

และแน่นอนว่าตรงใต้หน้าต่างก็จะมีช่องระบบ Air Plus มาให้ด้วยเช่นเดิม

บริเวณชานพักบันไดจะมีขนาดใหญ่ประมาณ 2.7 x 1.8 m. สามารถทำเป็นพื้นที่นั่งพักผ่อน หรือมุมทำงานเก๋ๆได้เลยครับ อีกทั้งผนังด้านข้างเค้าก็ Built เป็นตู้ ทำให้เพิ่มพื้นที่เก็บของได้เยอะเลยทีเดียว

สำหรับห้องนอนชั้นบนจะมีแค่ 2 ห้องเท่านั้น ซึ่งห้องแรกทางขวามือจะเป็นห้องนอนเล็ก แต่ก็มีพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวางดีทีเดียว

อีกทั้งยังมีห้องน้ำภายในให้ใช้ จึงได้ความเป็นส่วนตัวมากๆอีกด้วย

สุดท้ายคือห้อง Master Bedroom ซึ่งมีขนาดใหญ่ และกินพื้นที่มากกว่าครึ่งชั้นเลยทีเดียว จึงสามารถแบ่งพื้นที่ทำเป็นมุมนั่งเล่นพักผ่อน และทำเป็นโต๊ะทำงานได้อีกด้วย

รวมถึงหน้าบ้านก็จะมีประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่ ที่เปิดออกไปใช้งานระเบียงภายนอกได้ครับ

และที่อีกฝั่งหนึ่งของห้องก็จะเป็น Walk-in Closet ซึ่งของจริงจะมีประตูกระจกบานเลื่อนกั้นให้เป็นสัดส่วนเลยครับ โดยภายในนั้นเราจะต้อง Built-in ตู้เสื้อผ้าเองนะ และด้วยพื้นที่ขนาดนี้ก็สามารถใช้งานได้เพียงพอแน่นอนครับ

ส่วนภายในห้องน้ำก็จะมีขนาดพื้นที่ และฟังก์ชันที่เหมือนกับห้องอื่นๆเลยครับ แต่เราจะได้อัพเกรดเป็นโถสุขภัณฑ์อัตโนมัติ เพิ่มความสะดวกในการใช้งานมากขึ้นนะ

และสำหรับภาพบ้านเปล่ามาตรฐานของจริงจะเป็นอย่างไร ก็สามารถคลิกชมภาพใน Gallery ด้านล่างนี้ได้เลยครับ

Image 1/14

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ

แบบแปลน

  • Continuo บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 70 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 185 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ

เป็นบ้านขนาดกลาง ที่มีฟังก์ชันชั้นล่างเพิ่มเติมจากแบบเล็ก 2 จุดคือ ห้องนอนชั้นล่างจะมีห้องน้ำในตัวครับ เลยทำให้การใช้งานสะดวกมากขึ้นเยอะเลย โดยที่ Common Area ด้านนอกเค้าก็จะมีห้อง Powder Room ให้ใช้แยกต่างหาก และอีกจุดนึงก็คือ เราจะมีพื้นที่อเนกประสงค์บริเวณหน้าบ้านเพิ่มขึ้นมา ซึ่งสามารถจัดเป็นมุมนั่งเล่น มุมทำงานอ่านหนังสือ และมุมพักผ่อนส่วนตัวแบบเก๋ๆได้เลยครับ

ถัดขึ้นมาชั้น 2 จุดที่น่าสังเกตคือ ห้องนอนเล็กจะมีเพิ่มขึ้นเป็น 2 ห้อง และต้องแชร์ห้องน้ำร่วมกันที่ด้านนอกครับ เหตุผลก็อย่างที่บอกไปแล้วคือ บ้านของ LH เค้าต้องการเน้นพื้นที่ใช้สอยภายในห้องให้กว้างขวางและใช้ได้สะดวกมากที่สุด ซึ่งการใช้ห้องน้ำร่วมกันจะช่วยประหยัดพื้นที่ไปได้มาก ทำให้บ้านหลังนี้เหมาะกับครอบครัวขนาดเล็ก-กลางที่อยู่ร่วมกัน 3 – 4 คนนั่นเองครับ

Image 1/14


  • Multiply บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 100.1 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 222 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 1 ห้องแม่บ้าน / 2 ที่จอดรถ

แบบบ้านนี้จะเป็นขนาดกลาง ที่มีฟังก์ชันคล้ายกับบ้านหลังใหญ่เลยครับ คือเค้าจะมีส่วนของเคาน์เตอร์ตรงลานซักล้าง และห้องของแม่บ้านเพิ่มเข้ามา เหมาะกับครอบครัวขนาดกลางที่อาจจำเป็นต้องมีแม่บ้าน หรือพี่เลี้ยงเด็กที่ต้องพักอาศัยอยู่ร่วมกัน ส่วนห้องนอนชั้นล่างก็จะมีมุม Walk-in Closet เล็กๆเพิ่มเข้ามา จึงทำให้ห้องดูมีความเป็นสัดส่วนมากขึ้นครับ

ถัดขึ้นมาชั้น 2 คราวนี้ห้องนอนเล็กทั้ง 2 จะมีห้องน้ำในตัวแล้วครับ จึงทำให้มีความเป็นส่วนตัวในการใช้งานมากขึ้น และไม่ได้ทำให้พื้นที่ใช้สอยในห้องนอนแคบลงเลยครับ เพราะมีขนาดเพียงพอมากขึ้นแล้วนั่นเอง ดังนั้นบ้านหลังนี้จึงเหมาะกับครอบครัวขนาดกลาง 3 – 4 คน ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว และมีแม่บ้านคอยดูแลด้วยนั่นเองครับ

Image 1/12


  • Numurio บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 127.3 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 335 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 1 ห้องแม่บ้าน / 3 ที่จอดรถ

คราวนี้เรามาดูบ้านไซส์ใหญ่ที่สุดของโครงการกันบ้าง ซึ่งมีจุดที่เพิ่มเข้ามาจากบ้านตัวอย่างหลังแรกที่เราไปรีวิวกันมาก่อนหน้านี้หลายจุด โดยจุดแรกคือ Foyer ที่มีประตูทางเข้าเชื่อมต่อมาจากพื้นที่จอดรถโดยตรง ทำให้เราสามารถเดินเข้าบ้านได้ โดยไม่ต้องอ้อมไปเข้าทางหน้าบ้านเพื่อผ่าน Living Area เหมือนบ้านแบบอื่นๆ

ส่วนจุดที่ 2 ตรงทางขึ้นบันไดจะมีประตูบานทึบคอยปิดอีกชั้นหนึ่ง ทำให้ได้ความเป็นส่วนตัวและมีความปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งในเวลาที่เราไม่อยู่บ้านก็สามารถล็อคประตูตรงนี้ เพื่อให้ช่างหรือแม่บ้านทำงานของเค้าอยู่แต่ชั้นล่างได้ โดยไม่ต้องขึ้นไปรบกวนด้านบนครับ จุดที่ 3 คือช่องหน้าต่างของห้องนอนชั้นล่าง จะเปลี่ยนเป็นประตูกระจกบานเลื่อน ที่สามารถเปิดออกไปเดินเล่นข้างบ้านได้ครับ และจุดที่ 4 คือ บริเวณหลังบ้านจะมีโซนซักรีดเพิ่มเข้ามา เป็นส่วนที่เอาไว้วางเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้าแบบเป็นสัดส่วนได้ดีนั่นเองครับ

ขึ้นมาบนชั้น 2 บริเวณโถงบันไดหน้าห้องนอนจะมีขนาดค่อนข้างใหญ่ สามารถจัดเป็นมุมนั่งเล่นพักผ่อนเพิ่มเติม หรือทำตู้โชว์สวยๆได้เลยครับ และสุดท้ายคือห้องน้ำของ Master Bedroom นอกจากมีขนาดใหญ่พิเศษ และแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนดีแล้ว ยังมีฟังก์ชันอ่างอาบน้ำที่เพิ่มเข้ามา

ทำให้เรามีตัวเลือกในการใช้งานมากขึ้น ว่าเราจะยืนอาบใน Shower Box แบบปกติ หรือจะนอนแช่น้ำและชมวิวสวนตรงระเบียงเล็กๆไปด้วยก็ได้ โดยภาพรวมจึงทำให้บ้านหลังนี้เหมาะกับครอบครัวขนาดกลาง-ใหญ่ อยู่ด้วยกัน 3 – 4 คน หรืออาจมีผู้สูงอายุอาศัยอยู่ด้วยก็ได้ โดยเป็นครอบครัวที่เน้นความเป็นส่วนตัวของฟังก์ชัน และความสะดวกในการใช้งานเป็นหลักครับ

Image 1/15

ราคา

25 February 2021

  • Amplify บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 60.4 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 158 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 8.69 ล้านบาท (Promotion)
  • Continuo บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 70 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 185 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 10.59 ล้านบาท (Promotion)
  • Multiply บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 100.1 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 222 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 1 ห้องแม่บ้าน / 2 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 13.99 ล้านบาท (Promotion)
  • Expandio บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 100.8 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 286 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 1 ห้องแม่บ้าน / 3 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 15.79 ล้านบาท (Promotion)
  • Numurio บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 127.3 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 335 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 1 ห้องแม่บ้าน / 3 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 21.79 ล้านบาท (Promotion)
  • จอง 100,000 บาท
  • ทำสัญญา 10% ของราคาบ้าน
  • ค่าส่วนกลาง 29 บาท/ตร.วา/เดือน
  • บริการขนย้ายจาก MR.MOVER (ภายใน 6 เดือน หลังจากโอนกรรมสิทธิ์)
  • การรับประกันโครงสร้างบ้าน 5 ปี
  • การรับประกันตัวบ้าน 1 ปี

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ

บทสรุป

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง : โครงการอยู่ติดถนนทางคู่ขนานกาญจนาภิเษก ย่านบางนา-ตราด (ฝั่งตะวันออก) เหมาะกับคนที่ทำงานหรือใช้ชีวิตอิงไปทางโซนบางนา, อ่อนนุช-ลาดกระบัง, กิ่งแก้ว-สุวรรณภูมิ และใช้ทางด่วนกาญจนาฯ กับทางด่วนบูรพาวิถีในการเดินทางเป็นประจำ ส่วนความอุดมสมบูรณ์ก็มีครบเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นตลาดเจโมที่มีร้านค้าร้านอาหารเยอะ และยังอยู่ไม่ไกลจากห้าง Mega บางนา ที่อนาคตกำลังจะมี Mega Project หรือก็คือ Mega City Bangna ซึ่งมีอาคารสำนักงาน คอนโดมิเนียม และโรงแรมเกิดขึ้นอีกด้วย

ความปลอดภัยในโครงการและตัวบ้าน : ที่ซุ้มประตูด้านหน้าจะมีป้อม รปภ. คอยดูแลตลอด 24 ชม. ซึ่งไม้กั้นกระดกจะแยกเป็น 2 ช่องระหว่างลูกบ้านและ Visitor เข้า-ออกด้วยระบบ RFID หรือ Easy Pass ส่วนบุคคลภายนอกก็ต้องแลกบัตรก่อน โดยพี่ยามจะตรวจรถรอบคัน และบันทึกภาพผ่านกล้อง CCTV แถมยังมีการปั่นจักรยานตรวจดูรอบหมู่บ้านเป็นระยะๆอีกด้วย (ตอนผมถ่ายรีวิวอยู่ก็เห็นผ่านมาเกือบทุก ชม. เลยล่ะ) ส่วนในบ้านก็จะมี Magnetic Sensor ติดตั้งที่ประตูหน้าต่างทุกบานเลยครับ

การออกแบบโครงการ : ขอพูดถึงภาพรวมของการวางผังโครงการก่อน ซึ่งเค้านำพื้นที่ส่วนกลางทั้งสวนสาธารณะ ผืนน้ำ และอาคาร Clubhouse มาไว้บริเวณตรงกลางเป็นแนวยาว จึงทำให้บ้านแต่ละโซนสามารถมาใช้งานได้ง่าย อีกทั้งยังใช้งานฟังก์ชันได้ต่อเนื่องกันดีอีกด้วย ส่วนรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่น่าสนใจ คือบริเวณฟุตบาทของทุกๆซอย เค้าจะปลูกต้นไม้และทำทางเดินให้อย่างดี ซึ่งนอกจากจะช่วยเรื่องการใช้งานที่ปลอดภัยแล้ว ยังเสริมบรรยากาศให้ร่มรื่นสวยงามอีกด้วย ส่วนบริเวณท้ายซอยก็จะทำจุดกลับรถไว้ให้ใช้ครับ

โดยปัจจุบันโครงการเหลือขายเพียงแค่เฟสเดียวที่อยู่ด้านหน้าเท่านั้น ซึ่งนอกจากจะใกล้ส่วนกลาง และไม่ต้องเข้าไปด้านในลึกๆแล้ว ยังเป็นโซนที่บ้านหลายๆแปลง จะมีขนาดที่ดินใหญ่กว่ามาตรฐาน จนบางหลังก็สามารถจอดรถซ้อนคันกันได้ 4 – 6 คันเลยครับ จึงเหมาะกับคนที่มีรถใช้หลายๆคัน หรือชอบให้มีพื้นที่ข้างบ้านเยอะๆ ให้ปลูกต้นไม้ทำสวนได้เต็มที่นั่นเอง

การออกแบบบ้านพื้นที่ใช้สอย : โครงการนี้มีแบบบ้านให้เลือก 5 – 6 แบบ ซึ่งก็จะมีหลากหลายขนาดพื้นที่ใช้สอย และหลายระดับราคามารวมอยู่ในโครงการเดียวกัน หากมองภาพรวมของโปรดักส์บ้านเดี่ยวในย่านนี้ จัดได้ว่าส่วนใหญ่เป็นบ้านเดี่ยวไซส์กลาง ที่มีราคาไม่ถึง 10 ล้าน ไปจนถึง 10 กว่าล้าน และยังมีแบบบ้านที่ค่อนไปทางบ้านไซส์ใหญ่อยู่ 1 Type ที่เป็นระดับ 20 ล้านบาทขึ้นไปครับ

ซึ่งจุดเด่นของบ้านมัณฑนา ที่เป็นพื้นฐานเหมือนกันทุกหลังก็คือ เค้าจะมีห้องนอนชั้นล่างไว้รองรับการอยู่อาศัยแบบ 3 Generation หรืออาจใช้เป็นห้องอเนกประสงค์อื่นๆก็ได้ครับ แล้วยังได้ห้องครัวแบบปิดที่ทำอาหารจริงจังได้ ถ้าเป็นบ้านใหญ่ขึ้นมาหน่อยก็จะมีโซนแม่บ้านเพิ่มเข้ามา ส่วนการนำบันไดไปไว้ในโซนด้านหลังบ้าน ก็ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัว และทำให้พื้นที่นั่งเล่นใช้งานได้เต็มความกว้างมากขึ้น รวมถึงมีมุมอเนกประสงค์ที่น่าสนใจเพิ่มเข้ามาบริเวณโถงบันได ซึ่งกว้างพอที่จะใช้งานได้จริงอีกด้วยครับ

ส่วนห้องนอนชั้นบนก็จะเน้นให้มีขนาดพื้นที่ใช้สอยภายในที่กว้าง ใช้งานได้สะดวกทุกห้อง (สังเกตจากเค้าจะไม่พยายามใส่ห้องนอนหรือห้องน้ำ ลงในแบบบ้านหลังเล็กหลายๆห้องนั่นเอง) และจุดที่น่าสนใจที่สุดก็คือ ห้องน้ำของ Master Bedroom ในแบบบ้านหลังใหญ่ๆ เค้าจะทำระเบียงผนังทึบเล็กๆยื่นออกมา ซึ่งพอเราเปิดประตูร่วมกับช่องหน้าต่างอีกด้าน ก็จะช่วยระบายอากาศได้ดีมากๆ แถมยังใช้งานระเบียงเป็นที่ตากผ้า หรือทำสวนแนวตั้งเพื่อเพิ่มบรรยากาศได้อีกด้วยครับ

วัสดุ : เรื่องนึงที่เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดคือ โครงสร้างบ้านที่เป็นระบบ Precast หรือผนังคอนกรีตสำเร็จรูป ซึ่งความแข็งแรงทนทานที่ได้มา จะแลกกับการทุบ/ต่อเติมได้ยากกว่าบ้านก่ออิฐทั่วไป ดังนั้นผมแนะนำว่าคนที่จะซื้อบ้านลักษณะนี้ ต้องมีความพอใจกับรูปแบบฟังชันเดิมที่โครงการนั้นๆออกแบบไว้ ว่าจะเหมาะกับ Lifestyle ของครอบครัวอยู่แล้วพอสมควร และเป็นคนไม่ค่อยต่อเติมบ้านอะไรมากมายนักอยู่แล้วนั่นเองครับ

ส่วนวัสดุอื่นๆที่ได้ถือว่าให้มาค่อนข้างดี ไม่ว่าจะเป็นประตูหน้าต่างจาก Tostem ที่มีฟังก์ชันการเปิดหลากหลายใช้งานง่าย แล้วยังได้ Top เคาน์เตอร์ครัวหินแกรนิตสีดำ กับ Hob&Hood ครบชุดไม่ต้องเสียเวลาทำเพิ่ม ส่วนห้อง Master Bedroom เราจะได้โถสุขภัณฑ์แบบอัตโนมัติด้วยนะ รวมถึงมีระบบ Air Plus ที่ช่วยเรื่องระบบหมุนเวียนอากาศภายในบ้านได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญที่สุดคือ ถ้าลองไปดูบ้านเปล่าของ LH เราจะเห็นว่าเค้าจะซีลพวกพื้นและตู้ต่างๆไว้อย่างดี เพื่อป้องกันการเกิดริ้วรอยและสิ่งสกปรก จนกว่าจะมีผู้ซื้อไปนั่นเองครับ

พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ : มีบรรยากาศที่ร่มรื่น และต้นไม้ใหญ่สีเขียวเยอะๆ นับเป็นจุดเด่นที่สุดของโครงการนี้ครับ ซึ่งเราจะเห็นได้ตั้งแต่อุโมงค์ต้นจามจุรีที่อยู่ด้านหน้าโครงการ รวมถึงสวนสาธารณะต่างๆ และยังมีการปลูกต้นไม้บริเวณริมฟุตบาทของทุกๆซอยอีกด้วย ที่สำคัญคือ เค้ามีผืนน้ำขนาดใหญ่อยู่ตรงกลาง ซึ่งปกติเราจะไม่ค่อยเห็นบรรยากาศแบบนี้ในโครงการที่มีบ้านราคาไม่ถึง 10 ล้านบ่อยๆนัก และเนื่องจากโครงการมีอายุประมาณ 3 ปี และมีลูกบ้านเข้าอยู่อาศัยมาพักใหญ่ๆแล้ว ก็จะทำให้เราได้เห็นว่าเพื่อนบ้านของเราเป็นอย่างไรบ้างนั่นเองครับ

สาธารณูปโภค : มีฟังก์ชันที่หลากหลายน่าใช้ ซึ่งทั้งหมดจะอยู่บริเวณตรงกลางโครงการ และใช้งานได้ยาวต่อเนื่องกันหมดเลย โดยผมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 โซนหลักๆคือ โซนสวนสาธารณะที่อยู่ริมน้ำ โซนอาคาร Clubhouse และโซนสวนสาธารณะแนวยาวด้านใน

โดยเฉพาะอาคาร Clubhouse จะยกพื้นสูงขึ้นจากระดับถนน ทำให้มีความเป็นส่วนตัวและชมวิวได้ดีขึ้น แล้วยังแบ่งเป็น 2 อาคาร ตามลักษณะฟังก์ชันการใช้งานที่ชัดเจนดี ระหว่างพื้นที่พักผ่อนและสันทนาการ กับพื้นที่ใช้ออกกำลังกาย ซึ่งห้อง Fitness แม้จะมีขนาดใหญ่ แต่ก็ไม่ได้มีเครื่องเล่นเยอะมากนัก เพราะเค้าออกแบบให้สามารถไปวิ่งในสวนด้านนอกได้ ซึ่งอาจต้องดูกันอีกทีว่า Fitness จะเพียงพอต่อความต้องการของลูกบ้านจริงๆมากน้อยแค่ไหนครับ

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 40%, ความปลอดภัย 15%, การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 15%, วัสดุ 10%, พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 10%,  และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับแพคเกจ 8 – 20 ล้านบาท, 25 February 2021

  • ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 7.75/10 – ติดถนนคู่ขนานกาญจนาฯฝั่งตะวันออก ใกล้ห้าง Mega บางนา และมีทางด่วนให้ใช้
  • ความปลอดภัย 7.75/10 – รั้วกั้นไม้กระดก รปภ. 24 ชม. CCTV และ Magnetic Sensor
  • การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 8.25/10 – แบบบ้านให้เลือกเยอะ มีห้องนอนชั้นล่าง พื้นที่ใช้สอยในห้องใหญ่ เน้นความเป็นส่วนตัว
  • วัสดุ 8.25/10 – ให้ของมาดี เหมาะสมกับราคา เพิ่มกรอบหน้าต่าง Tostem และระบบ Air Plus
  • พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 8.5/10 – มีต้นไม้ใหญ่ตรงถนนหลัก และพื้นที่สีเขียวเยอะตลอดแนวฟุตบาท มีผืนน้ำขนาดใหญ่ และได้ภูมิสถาปัตย์จัดสวนให้บ้านทุกหลัง
  • สาธารณูปโภค 8/10 – มีฟังก์ชันหลักๆครบ สวยงามน่าใช้งาน เน้นชมวิวและความเป็นธรรมชาติโดยรอบ
  • 7.98 / 10.00

BOTTOM LINE

มัณฑนา อ่อนนุช – วงแหวน 5 เหมาะกับคนกำลังมองหาบ้านในย่านบางนา-ตราด ใกล้ห้าง Mega บางนา และใช้ชีวิตอิงไปทางโซนอ่อนนุช-ลาดกระบัง หรือกิ่งแก้ว-สุวรรณภูมิเป็นหลัก มีทางด่วนให้ใช้ เน้นโครงการที่มีความร่มรื่น มีต้นไม้ใหญ่เยอะๆ รวมถึงมีผืนน้ำขนาดใหญ่อยู่ภายใน ได้บรรยากาศที่ผ่อนคลาย มีแบบบ้านให้เลือกหลายขนาด และหลายระดับราคา ฟังก์ชันเป็นส่วนตัวและได้พื้นที่ในห้องกว้างทุกห้อง รวมถึงมีระบบ Air Plus ที่ช่วยหมุนเวียนอากาศในบ้านได้เป็นอย่างดี โดยมีงบประมาณ 8.69 – 21.79 ล้านบาท


ThinkofLiving มี LINE Official Account แล้วนะครับ
ไม่อยากพลาดข้อมูลข่าวสารก็ Add เลย > https://lin.ee/svACOxc