THE SONNE ศรีนครินทร์ – บางนา เป็นโครงการแนวราบแบรนด์ใหม่ล่าสุดจาก AP โดยโปรดักส์ตัวนี้เรียกว่า Luxury Duplex Home ซึ่งมีความโดดเด่นในเรื่องการออกแบบที่ไม่เหมือนใคร มีความคลาสสิคและดูหรูหรา อีกทั้งยังเน้นเรื่อง Universal design ที่สามารถอยู่อาศัยกันได้หลาย Generations ซึ่งวันนี้ ThinkofLiving มีโอกาสได้ไปงานแถลงข่าวเปิดตัว จึงได้เก็บภาพบ้านตัวอย่างมาฝากกันด้วยครับ จะเป็นอย่างไรบ้างนั้นไปรับชมกันได้เลย

Fact @ 20 August 2019

  • THE SONNE Srinakarin – Bangna (เดอะ ซอนเน่ ศรีนครินทร์ – บางนา)
  • บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)
  • HIGH CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment บ้านได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ : ถนนเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 9 เขตประเวศ
  • เนื้อที่โครงการ 12-1-16 ไร่ จำนวน 56 ยูนิต
  • บ้านแฝด 3 ชั้น หน้ากว้าง 13.56 เมตร ที่ดินมาตรฐาน 40 – 70 ตร.วา
  • Type A พื้นที่ใช้สอย 249 ตร.ม.
  • Type B พื้นที่ใช้สอย 244 ตร.ม.
  • Type C พื้นที่ใช้สอย 245 ตร.ม.
  • Type D พื้นที่ใช้สอย 243 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / 1 ห้องอเนกประสงค์ / 2 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 12 – 15 ล้านบาท
  • ความสูงจากพื้นถึงฝ้า 2.8 เมตร
  • โครงการเริ่มก่อสร้าง ปี 2019
  • คาดว่าแล้วเสร็จทั้งโครงการ n/a
  • Presale : 7 – 8 ก.ย. 2019
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • Call Center : 1623


ทำเลที่ตั้งโครงการ

พิกัด Google Maps : 13.672748, 100.671168
หรือสามารถ :  คลิกที่นี่

แผนที่จากทางโครงการครับ THE SONNE ศรีนครินทร์ – บางนา ตั้งอยู่ภายในซอยเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 9 ซอย 28 โดยที่ซอยนี้จะสามารถเข้า-ออกได้จากถนนหลักๆ 4 เส้นทางเลยครับคือ ถนนศรีนครินทร์ ถนนอ่อนนุช ถนนบางนา-ตราด และถนนเลียบด่วนกาญจนาภิเษก เป็นทำเลที่เหมาะกับการใช้รถยนต์เป็นหลัก ส่วนความอุดมสมบูรณ์จะอยู่บริเวณซีคอนสแควร์ที่ถนนศรีนครินทร์ และเมกะบางนาที่ถนนบางนา-ตราดครับ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ

  • Tops market Udomsuk
  • Seacon Square Srinakarin
  • ตลาดนัดรถไฟ ศรีนครินทร์
  • Paradise Park
  • สวนหลวง ร.9
  • The Paseo ลาดกระบัง
  • ตลาดนัมเบอร์วัน ราม2
  • มหาวิทยาลัยรามคำแหง วิทยาเขตบางนา (รามคำแหง2)
  • Megabangna
  • Tesco Lotus Extra Bangna
  • International Community School (ICS)
  • วิทยาลัยดุสิตธานี กรุงเทพ
  • โรงเรียนราชวินิตบางแก้ว


รายละเอียดโครงการ

โครงการ THE SONNE ศรีนครินทร์ – บางนา ตั้งอยู่บนที่ดินขนาด 12-1-16 ไร่ และมีจำนวนยูนิตเพียง จึงมีความเป็นส่วนตัวมากครับ สำหรับส่วนกลางเค้าจะมีอาคาร Clubhouse แยกเอาไว้ต่างหากด้วยนะครับ ซึ่งก็มีการออกแบบเป็นแนว Modern Classic สอดคล้องกับตัวบ้านเลยนะ โดยจะมีอยู่ด้วยกัน 3 ชั้น ชั้นล่างเป็นพื้นที่รับรองแขก มีสระว่ายน้ำ และห้องน้ำ ส่วนชั้น 2 เป็นฟิตเนส และชั้น 3 เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ครับ

มีภาพบรรยากาศสระว่ายน้ำมาฝากกันด้วยนะ เป็นสระระบบเกลือแบบ Outdoor ที่ถูกอาคารโอบล้อมเอาไว้ ช่วงบังสายตาจากภายนอกทำให้เป็นส่วนตัวจากฝั่งถนนได้ แต่ก็ยังมีช่องเปิดให้มองออกไปยังส่วนด้านข้างได้อีกด้วย

ส่วนด้านข้างของอาคาร Clubhouse ก็จะมีสวนด้วยนะ เอาไว้มานั่งเล่นพักผ่อนกันได้ ความจริงสวนนี้จะมีมุมนั่งเล่นอื่นๆแยกเป็นอีกหลายๆจุด แล้วยังมีเรื่องการออกแบบ Universal Desing แฝงอยู่อีกด้วย แต่สำหรับรายละเอียดผมขออุบไว้ก่อนดีกว่า ไว้เจอกันในรีวิวฉบับเต็มคร้าบบบ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • อาคาร Clubhouse
  • สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ
  • Fitness
  • พื้นที่อเนกประสงค์
  • พื้นที่สวนหย่อมในโครงการ 1 จุด
  • ระบบ CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ n/a จุด
  • รั้วรอบโครงการสูง n/a เมตรและรั้วโปร่งต่อเพิ่ม n/a เมตร
  • ถนนหลักกว้าง n/a ม. และถนนภายในกว้าง n/a ม.
  • Key Card Access ระยะไกล (RFID)
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
  • ประตูรั้วโครงการแบบ เลื่อนไฟฟ้า 2 ตอน


Product

แบบบ้านของโครงการนี้จะมีอยู่ด้วยกัน 4 แบบนะครับ ซึ่งทาง AP จะเรียกโปรดักส์ตัวนี้ว่า Luxury Duplex Home หรือก็คือบ้านแฝด 3 ชั้น มีหน้ากว้าง 13.56 เมตร ที่ดินมาตรฐาน 40 – 70 ตร.วา โดยทุกๆแบบจะประกอบด้วยฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / 1 ห้องอเนกประสงค์ / 2 ที่จอดรถ เหมือนกันหมดเลยครับ แต่ขนาดพื้นที่และหน้าตา facade จะแตกต่างกันออกไปดังนี้

  • Type A พื้นที่ใช้สอย 249 ตร.ม.
  • Type B พื้นที่ใช้สอย 244 ตร.ม.
  • Type C พื้นที่ใช้สอย 245 ตร.ม.
  • Type D พื้นที่ใช้สอย 243 ตร.ม.

ซึ่งทางโครงการมีบ้านตัวอย่างที่จัดและตกแต่งฟังก์ชันภายในให้ดูแค่ 1 แบบนะครับ ส่วนแบบอื่นๆเค้าก็มีให้ดูนะ แต่จะเป็นแบบบ้านเปล่ามาตรฐาน ที่เค้าจะเอาไว้ให้ลองดูฟังก์ชันภายในที่แตกต่างกัน รวมถึงหน้าตาของ facade ภายนอกที่ไม่เหมือนกันอีกด้วย

บ้านตัวอย่าง Type A พื้นที่ใช้สอย 249 ตร.ม. ภายนอกของบ้านทุกๆหลังถูกออกแบบมาให้มีความ Modern Classic ใช้สีแนวเอิร์ธโทนทำให้ดูเรียบง่ายและหรูหรา รวมถึง type นี้จะมีจุดเด่นในเรื่องการทำบ้านแบบ Duplex และช่องหน้าต่างเข้ามุมแบบ Bay Window ที่มีผลในการช่วยเพิ่มมุมมองได้กว้างมากขึ้นครับ

อย่างที่ผมเกริ่นไปในตอนแรกแล้วว่า โครงการนี้เน้นการออกแบบ Universal design ซึ่งเราจะเห็นทางลาดต่างๆที่แฝงอยู่ชัดเจนแบบนี้เลยครับ ทำให้สามารถเข็นรถเข้าบ้านได้ง่ายๆ และบ้านหลังนี้ยังเข้า-ออกได้หลายทางอีกด้วย

สำหรับทางเข้าหลักจะอยู่ทางด้านขวาครับ เมื่อเข้ามาภายในจะเจอกับ Common area ที่เชื่อมต่อพื้นที่ทั้งหมด ตั้งแต่พื้นที่นั่งเล่นด้านหน้า พื้นที่ทานอาหารตรงกลาง และ Pantry ครัวที่อยู่ด้านหลังครับ

ซึ่งส่วนพื้นที่นั่งเล่นนี้ผมค่อนข้างชอบนะครับ เพราะได้ช่องแสงถึง 2 ด้าน เลยทำให้รู้สึกสว่างและโปร่งโล่งมาก

ส่วน Pantry ครัวด้านในจะเป็นครัวฝรั่ง เป็นแบบไม่มีผนังกั้นแยกเป็นสัดส่วน จึงไม่เหมาะที่จะทำอาหารจริงจังมากนัก

แต่ถ้าเราอยากได้ครัวไทยก็สามารถทำเคาน์เตอร์เพิ่มเติมที่ล้านซักล้างด้านหลังได้นะ

และนอกจากนี้ที่ชั้นล่างยังมีห้องนอนผู้สูงอายุอีกห้องหนึ่งด้วยครับ อยู่ติดกับทางด้านหน้าบ้านเลย มีประตูบานเลื่อนขนาดใหญ่ให้เปิดออกไปที่สวนได้ด้วย

ส่วนห้องน้ำของชั้น 1 นี้จะใช้งานร่วมกันระหว่างพื้นที่ Common area และห้องนอนผู้สูงอายุ จึงมีทางเข้า-ออก 2 ทาง และยังไม่มีการลด step อีกด้วย

ขึ้นมาที่ชั้น 2 จะมีห้อง Master Bedroom ครับ ขนาดพื้นที่ค่อนข้างใหญ่ทีเดียว และมีช่องแสงหลายจุดเลย รวมถึงพื้นที่ด้านในตรงโซฟาจะเป็นฝ้าเพดานแบบสูง ซึ่งเป็นส่วนที่ผมบอกในตอนแรกว่าระหว่างชั้น 2 กับ 3 ของบ้าน type นี้จะเหลื่อมๆกันเล็กน้อย คล้ายห้อง Duplex ที่เป็น Gimmickเล็กๆที่โครงการออกแบบมาครับ

และนอกจากพื้นที่ Walk in closset แล้ว ก็ยังมีห้องน้ำขนาดใหญ่อีกด้วย ซึ่งเป็นห้องที่ได้ทั้งช่องแสงขนาดใหญ่ อ่างอาบน้ำ และ Shower box ครับ

ส่วนอีกฝั่งของชั้น 2 นี้ก็จะมีห้องอเนกประสงค์อยู่อีกห้องด้วยครับ

ภายในห้องนี้ก็ค่อนข้างกว้างนะ มีช่องแสงทั้งด้านหน้าและด้านหลังบ้านเลย ทำให้ค่อนข้างปลอดโปร่ง แล้วยังมีระเบียงในตัวอีกด้วย เพียงแต่ห้องนี้จะไม่มีห้องน้ำในตัวนะครับ จึงอาจเหมาะที่จะทำเป็นห้องทำงานและ Family area นั่นเอง

ขึ้นมาที่ชั้น 3 ก็จะมีห้องนอนอีก 2 ห้อง แต่ก็มีขนาดที่ใหญ่ไม่แพ้กันเลย แถมยังได้ช่องแสงที่ค่อนข้างเยอะอีกด้วย

โดยที่ห้องนอนทุกๆห้องจะมีห้องน้ำในตัวแบบนี้ครับ ภายในมีฟังก์ชันต่างๆครบครัน แล้วยังมีหน้าต่างเปิดระบายอากาศได้แบบนี้อีกด้วย

ส่วนห้องนี้เป็นอีกห้องนอนสุดท้ายที่มีขนาดเล็กที่สุดครับ ด้านขวามีพื้นที่แต่งตัว และมีห้องน้ำในตัวอีกด้วย

ส่วนบ้านหลังข้างๆจะเป็น Type B พื้นที่ใช้สอย 244 ตร.ม. การออกแบบจะคล้ายกับหลังแรกเลยครับ นั่นเพราะยังคงคุมธีมของโครงการให้เป็นลักษณะ Modern Classic ที่เหมือนๆกัน แต่ถ้าเราสังเกตดีๆจะมี Detail ที่แตกต่างกันเล็กน้อย เช่น หลังนี้จะไม่เน้นกระจกเข้ามุมแบบ Bay Window แต่หน้าต่างจะมีลวดลายเพิ่มมากขึ้น มี facade fin ที่เป็นเหล็กลายฉลุตกแต่งเพิ่มเติม ระเบียงจะใช้เป็นกระจกใส และจะไม่มีชั้นที่เหลื่อมกันแบบ Duplex แบบหลังที่แล้วครับ รวมถึงมีการใช้เส้นแนวตั้งเพิ่มเข้ามา ทำให้บ้านดูสูงโปร่งมากขึ้นอีกด้วย

แบบบ้าน Type C พื้นที่ใช้สอย 245 ตร.ม. ซึ่งหลังนี้เค้าไม่ได้มีทางเดินเข้าไปดูด้านในตัวบ้านนะครับ แต่เค้าทำมาเพื่อให้ดูหน้าตา facade ภายนอกที่จะแตกต่างกับหลังอื่นๆนั่นเอง แต่ทุกๆหลังอย่างที่บอกไปแล้วว่าขนาดพื้นที่กับฟังก์ชันจะใกล้เคียงกันเลย โดยสำหรับหน้าตาภายนอกของบ้านหลังนี้จะให้ความรู้สึกสงบนิ่ง และเรียบง่ายสบายตากว่าหลังอื่นๆ เพราะเค้าจะมีช่องแสงน้อยกว่าเล็กน้อย ได้ในเรื่องความเป็นส่วนตัว แต่บริเวณบันไดจะได้ช่องหน้าต่างที่สูงยาวต่อเนื่องกันเลย รวมถึงจะมีการโชว์เสาขนาดใหญ่ด้วย ก็ดูภูมิฐานดีไปอีกแบบครับ

และแบบสุดท้ายคือ Type D พื้นที่ใช้สอย 243 ตร.ม. หลังนี้จะเป็น Sale Gallery ในอนาคตครับ (หลังจากที่โครงการเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปแล้ว) ลักษณะ facade ของบ้านหลังนี้คล้ายกับการนำแบบบ้านทั้ง 3 ก่อนหน้านี้มารวมกันเลย ทั้งหน้าต่างเข้ามุม ลวดลายของช่องหน้าต่าง และการโชว์เสาขนาดใหญ่ ซึ่งรายละเอียดต่างๆเหล่านี้จะทำให้ตัวบ้านดูมีความหรูหรามากกว่าหลังอื่นๆครับ

เป็นอย่างไรกันบ้างครับทุกคน ชอบแบบบ้านของโครงการนี้กันมั๊ยเอ่ย? สำหรับรีวิวเจาะลึกแบบละเอียดโครงการ THE SONNE ศรีนครินทร์ – บางนา อดใจรอกันอีกนิดนะครับ รับรองว่ามีให้อ่านต่อแน่นอน รอติดตามกันด้วยนะ 😀


ติดตามพวกเราได้ที่
Website : www.thinkofliving.com
Twitter : www.twitter.com/thinkofliving
YouTube : www.youtube.com/ThinkofLiving
Instagram : www.instagram.com/thinkofliving
Facebook : ThinkofLiving